ปัญหาของผู้ชาย เมื่อไข่ ถูกระบุว่าเป็นอาวุธ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ปัญหาของผู้ชาย เมื่อไข่ ถูกระบุว่าเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jan 22, 2009 12:28 pm



ในปัจจุบัน ฝ่ายสีแดง ได้ทำให้ "ไข่" กลายเป็นอาวุธ ในสังคมไทยไปซะแล้ว

แล้วผู้ชายไทยบ้านเราจะทำอย่างไร

จะต้องทำใบอนุญาตในการพกพาอาวุธหรือไม่ Exclamation Question

ฝากผู้รู้ทั้งหลาย ช่วยตอบที

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปัญหาของผู้ชาย เมื่อไข่ ถูกระบุว่าเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jan 22, 2009 12:41 pm



รบกวนถามท่านผู้รู้ทั้งหลายอีก ๑ ข้อ

อยากทราบว่า

ในขณะที่ทั่วโลก เศรษฐกิจกำลังอยู่ในภาวะแปรปรวน ผันผวนลง

ราคาน้ำมันทั่วโลก ถีบตัวต่ำลงเช่นกัน

แต่ทำไม ประเทศไทย ราคาน้ำมันกลับสูงขึ้นทุกๆวัน

หรือนี่คือ นโยบายทางด้านเศรษฐกิจของท่านอภิสิทธิ์

ในการโยนความผิดให้กับ "เบื้องบน"

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปัญหาของผู้ชาย เมื่อไข่ ถูกระบุว่าเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  sunny1 on Wed Jan 28, 2009 9:21 pm

รัฐเก็บเพิ่มภาษีน้ำมัน เบนซิน 5 บาท ดีเซล 4 บาท





รัฐเก็บเพิ่มภาษีน้ำมัน เบนซิน 5 บาท ดีเซล 4 บาท (ไทยรัฐ)

ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันแล้ว และปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าววันนี้ (28 มกราคม) ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก จากพืชการเกษตรในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และรักษาเสถียรภาพในภาคการคลังและระบบเศรษฐกิจ โดยเสนอให้ปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ดังนี้




1. ปรับอัตราภาษีสรรพสามิตเข้าโครงสร้างเดิมก่อน 6 มาตรการ 6 เดือน และปรับลดตำแหน่งทศนิยมของอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดังกล่าวให้เป็นทศนิยม 3 ตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับระบบ e-paperless ของกรมศุลกากร

2. ปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป

3. คาดว่ารัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ประมาณเดือนละ 1,572 ล้านบาท

4. มอบหมายให้กระทรวงพลังงานใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ รักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมันเพื่อ จำหน่ายในราคาที่สูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของการเก็บภาษีสรรพาสามิตน้ำมันในส่วนของดีเซล จะมีกองทุนน้ำมันเข้ามาดูแล อาจเป็นการทยอยเก็บภาษีเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ส่วนน้ำมันเบนซิน จะมีการเก็บภาษีครั้งเดียวเต็มเพดาน ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลการจับกุมน้ำมัน และราคาสินค้า จากการปรับขึ้นราคาของน้ำมัน

sunny1
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปัญหาของผู้ชาย เมื่อไข่ ถูกระบุว่าเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  sunny1 on Wed Jan 28, 2009 9:53 pm


ทุกข์นายกฯ หาคนปฏิรูปการเมือง เล็งทาบสถาบันพระปกเกล้า (ไทยรัฐ)

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่สถาบันพระปกเกล้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษเรื่อง "รัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม และการบริหารประเทศในภาวะวิกฤต" ณ ห้องสุขุมนัยประดิษฐ์ สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน จังหวัดนนทบุรี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากพูดเรื่องนิติธรรม นิติรัฐ หลักการสำคัญ คือ ความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย แต่ในสังคมมีความบกพร่องในเรื่องนี้ วิกฤติบ้านเมืองที่เกิดขึ้นมาจากความสับสนเรื่องขอบเขตของเสียงข้างมาก กับการคุ้มครองเสียงข้างน้อย ตนย้ำตั้งแต่เป็นฝ่ายค้านว่าทุกคนต้องเสมอภาค เราไม่อนุญาตให้คนใดคนหนึ่งมีอำนาจ หรือยกเว้นข้อกฎหมายได้ ไม่เช่นนั้นเท่ากับว่าเราจะปกครองด้วยความรู้สึก ด้วยกระแส ทำให้สังคมไม่มีกฎเกณฑ์ ซึ่งในประเทศที่เจริญที่เป็นแม่แบบเรื่องนิติธรรม-นิติรัฐ ประเทศเหล่านั้นจะยึดเรื่องความเสมอภาคเป็นพื้นฐาน ก่อนที่จะพูดถึงหลักการประชาธิปไตย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลักนิติธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเปลี่ยนระบบการเมือง หรือปฏิรูป หลักการนี้เราทิ้งไม่ได้ แต่ก็เกือบจะล้มเหลวในการรักษาหลักการนี้ ดูจากเรื่องเล็กจนถึงเรื่องใหญ่ ตั้งแต่กฎจราจร กฎหมายระดับท้องถิ่น ปัญหาธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เรื่อยมาถึงการทำผิดกฎหมายในข้าราชการและฝ่ายการเมือง ถ้าสังคมเรายังไม่จริงจังกับเรื่องเหล่านี้ ความคาดหวังว่าจะเห็นการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ทำตามกฎเกณฑ์ก็เป็นเรื่องยาก ประเทศไทยต้องแก้ไขและข้ามพ้นให้ได้ เพราะอนาคตเศรษฐกิจจะอิงกับตลาดโลก ซึ่งจะชี้ขาดว่าบ้านเมืองไหนสามารถแข่งขัน หรือเรียกความมั่นใจในการเข้ามาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ เรื่องนี้จึงยังคงเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภาระหน้าที่ของทุกคนต้องสร้างหลักนิติรัฐบนหลักนิติธรรมภายใต้รัฐธรรมนูญ ฟันฝ่าวิกฤติเพื่อเดินหน้า ยังเป็นภาระที่สำคัญมาก หากถามว่ารัฐบาลคิดอย่างไรและกำลังจะทำอะไรนั้น ตนเรียนว่ารัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าเคารพกฎหมาย ในเรื่องของการที่จะทำให้เกิดความสงบ คลี่คลายวิกฤตก็ต้องอิงกับเป้าหมายของรัฐ คือความยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย โดยหาจุดที่เหมาะสมของระบบการเมือง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนแถลงนโยบายรัฐบาลว่าเราจะเดินหน้าปฏิรูปการเมือง ส่วนการปฏิรูปการเมืองจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ หรือต้องทำอะไรนั้น มันก็จะครอบคลุมในตัวของมันเอง เพราะถ้าเขียนนโยบายว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ จะทำให้เกิดความขัดแย้ง จะมีการกล่าวหาว่าแก้เพื่อใคร จึงพยายามหาความเห็นร่วมให้มากที่สุดในการออกแบบองค์กรในการปฏิรูปการเมือง

"ความทุกข์ของผมและคนทำงานในวันนี้ คือพยายามหาคนที่คนยอมรับ ซึ่งมันไม่ง่าย ผมปรึกษากับประธานวิปฝ่ายค้านบ้างแล้ว และเป็นอย่างที่คิด คือเอ่ยชื่อใครมากี่คนก็จะบอกว่าไม่ใช่ ไม่เป็นกลาง ยาก แต่ผมคิดว่าจะเดินหน้าต่อ ส่วนเรื่องตัวบุคคลไม่ได้ก็จะยึดตัวสถาบัน และสถาบันพระปกเกล้าก็เหมาะสมที่สุด แต่ต้องถามฝ่ายค้านว่าต้องตัดสินด้วยองค์กรใด ผมคิดว่าสถาบันนี้น่าจะเป็นที่ยอมรับต่อไป เพราะถ้ายึดตัวสถาบันเป็นหลักในการออกแบบน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด ไม่แน่ใจว่าสำเร็จหรือไม่ เพราะต้องดูว่าฝ่ายค้านจะยอมรับหรือไม่ แต่จำเป็นต้องทำ" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวเรื่องการบังคับใช้กฎหมายว่า ในการดำเนินคดีกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รัฐบาลจะทำทุกอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการละเว้นหรือกลั่นแกล้งกัน เรื่องนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับทราบชัดเจนว่าเป็นภารกิจที่ต้องทำ และฝ่ายค้านก็ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเช่นกัน ซึ่งถ้าพิจารณาเป็นคดี ต้องยอมรับว่าหลายเหตุการณ์ มองมุมในความผิดทางอาญาไม่ได้ ต้องมองในมุมของการเมืองด้วย เหมือนต่างประเทศที่มีระดับความผิดหลากหลายกว่าเรามาก ตรงนี้ต้องเรียนรู้พอสมควร

"ความตั้งใจของผม คือ อยากมีคณะบุคคลเข้ามาปรึกษาและสะสางตรงนี้ ซึ่งก็หายากเช่นกัน เวลานี้ได้คุยกับบุคคลท่านหนึ่ง พบกันแล้วครั้งหนึ่งและโทรศัพท์นับครั้งไม่ถ้วน แต่ท่านไปทาบทามใคร ก็กลัวว่าเป็นภาระหรือกังวลว่าจะได้รับการยอมรับหรือไม่ เพราะยืนท่ามกลางความขัดแย้ง เนื่องจากการแตกแยกตอนนี้ถึงขั้นลึกพอสมควร จึงหวังว่าจะตั้งคณะบุคคลขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันในความยุติธรรม อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลถูกกดันด้วยภาวะเศรษฐกิจของโลก จึงมุ่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะหากทำไม่สำเร็จความขัดแย้งก็จะมากเช่นเดียวกัน แต่ความพยายามของรัฐบาลในการยึดนิติธรรมนิติรัฐ ทำให้เกิดการยอมรับในสังคมวงกว้างคือสิ่งที่เราจะผลักดันต่อไป

sunny1
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

มึน และ สับสน

ตั้งหัวข้อ  tany may on Fri Jan 30, 2009 12:33 pm

ข่าวเรื่องไข่ อะไรนี่ไม่เคยทราบมาก่อนเลย ก๊งจริงๆ

tany may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ