เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 04, 2009 9:11 am


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 04, 2009 9:25 am

ตำรวจไทย กลายเป็นเบี้ยล่างของนักการเมือง ตั้งแต่ยุบกรมตำรวจ ให้กลายเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สังเกตได้ว่า มีการย้ายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจเป็นว่าเล่น คนนี้เข้า คนนี้ออก

อันที่จริง ก็อยากจะกล่าวอะไรมากกว่านี้ แต่ละไว้ดีกว่า...

มากล่าวถึง หัวข้อกระทู้ดีกว่า

เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

มีใครสังเกตบ้างไหม ว่าในขณะนี้ ตำรวจ ได้กลายเป็นเป้าโจมตีของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

ไม่ว่าจะเป็น ผลการตัดสินของคณะกรรมการฯ เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑

แม้กระทั่งล่าสุด คดีเกี่ยวกับ ซานติก้าผับ

เมื่อตำรวจสรุปคดีว่า นักร้อง เป็นต้นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้

หลังจากนั้น กระทรวงยุติธรรมก็ออกมาตีแผ่หลักฐาน(เขาว่ามันคือหลักฐานเด็ด) ออกทางสื่อต่างๆ

ว่าจริงๆแล้ว มันเกิดจากเอฟเฟ็คที่ทางร้านได้จัดเตรียมไว้

และแล้วก็โยนบาปให้ "ตำรวจ" โดยให้ประชาชนทั่วไป คิดเอาเอง

ที่สำคัญ ครอบครัวผู้บาดเจ็บที่อยู่ตาม รพ. ที่ถูกละทิ้งการดูแลจากเจ้าของผับ

ก็ต้องประณาม "การกระทำของตำรวจ" ว่ามีการซูเอี๋ย กันแหง๋ๆ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

นับสามนะ ...3...2...1

ตั้งหัวข้อ  tang may on Wed Feb 04, 2009 9:25 am


สมัยก่อนเพลงตำรวจเป็นแบบนี้

(*) เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง
ต่างซื่อตรง พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น
ถึงตัวจะตายก็ช่างมัน มิเคยคำนึงถึงชีวัน
เข้าประจันเหล่าร้าย เพื่อประชา (ซ้ำ*)

(**) ไม่ยอมเป็นมิตร ผู้ผิดกฎหมาย
ปราบโจรผู้ร้าย กล้าตายเรื่อยมา
เนื้อของเราเราเชือด พร้อมทั้งเลือดเราพลี
เอาชีวีของเราเข้าแลกมา เพื่อให้ประชาดำรงสุขสถาพรชัย (ซ้ำ**)

เกิดมาแล้วต้องตาย

(***) ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจไทย ช่วยประชาไม่ว่าหนไหน
เป็นมิตรด้วยดวงจิตสดใส เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน
ปราบภัยและผองพาลให้เข็ดขาม เราปราบปรามเสริมความสุขสันต์
เหล็กที่แกร่งกล้านั้น เราฝึกกายาทุกวัน
แข็งกว่าเหล็กนั้น ตำรวจไทย (ซ้ำ***)

ตอนนี้เปลี่ยนไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

ตอนเด็กๆ จำได้ว่า มีเพื่อนพี่ เป็นตำรวจ ภรรยาเขาแปลงเนื้อเพลง ท่อนหนึ่งเป็นแบบนี้
เกียรติตำรวจของไทย ..... ถึงตัวจะตายช่าง....มัน ตรงช่องว่างเติมเอง

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 04, 2009 9:31 am

และแล้ว ขบวนการลากไส้ มาประจานก็เริ่มขึ้น

โดยสื่อต่างๆ ได้ประโคมข่าวตั้งแต่

Arrow ลายเซ็นวิศวกรก่อสร้าง เป็นลายเซ็นปลอม

Arrow ซานติก้าผับ ไม่เคยเสียภาษีเลยตลอดระยะเวลา ๕ ปีที่ประกอบกิจการมา

Arrow มีการตรวจพบสารเสพย์ติด ตามส่วนต่างๆ ภายในซานติก้าผับ

Arrow ซานติก้าผับ เคยได้รับการตรวจค้นผับ แทบจะวันเว้นวัน และมีการละเมิด ทำผิดกฎหมายประมาณ ๔๗ ครั้ง

แต่เมื่อมีรายนามผู้หนึ่ง ปรากฎเป็นหุ้นส่วนของผับ ก็ไม่พบการตรวจค้นจากตำรวจอีกเลย

ใครหนอ!!! คือเจ้าของรายนามนั้น Exclamation

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Feb 04, 2009 11:26 am

ยธ.เปิดวิดีโอ ยันไฟไหม้ซานติก้า นักร้องเป็นแค่แพะ



ยธ.เปิดหลักฐานวิดีโอยันไฟไหม้ซานติก้า "นักร้อง" เป็นแค่แพะ สวนทางสำนวน ตร.- รับโอนเป็นคดีพิเศษ (มติชนออนไลน์)

รมว.ยธ. นำภาพจากกล้องวิดีโอที่ถูกไฟไหม้ ระบุเนื้อหาภายในภาพแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการสอบสวนไม่มีภาพนักร้องเป็นผู้จุดพลุตามที่พยานให้การ สันนิษฐานว่า อุปกรณ์บนฝ้าเพดานอาจมีวัสดุอื่นที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และมีลูกไฟและโครงสร้างฝ้าเพดานถล่มลงมา

ที่กระทรวงยุติธรรม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการตรวจสอบของคณะทำงานกระทรวงยุติธรรม กรณีเพลิงไหม้ซานติก้าผับ โดยนำภาพที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดวิดีโอภายในซานติก้าผับ ที่ถูกเพลิงไหม้และตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมภาพการทดลองยิงพลุไฟเอฟเฟกต์ใส่ฝ้าเพดาน ของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มาใช้ประกอบในการแถลงข่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดหลายประเด็น ดังนั้นกระทรวงยุติธรรมจะเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพื่อรับโอนคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ จะนำเสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้ ภาพหลักฐานไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน ทีมงานของกระทรวงยุติธรรมพบจากการตรวจสอบ 3 วันหลังเกิดเหตุ ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวิดีโอที่ถูกไฟไหม้ เนื้อหาภายในภาพแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการสอบสวนและคำให้การของพยาน ซึ่งระบุว่านักร้องนำวงเบิร์น เป็นผู้จุดไฟแช็กที่หน้ากลอง จนเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้

"ภาพจากกล้องวิดีโอของซานติก้าผับ บ่งชี้ว่ามีลูกไฟเกิดขึ้นหลังจุดเอฟเฟกต์นาน 2.57 นาที โดยเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนนักร้อง และนักร้องคนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเดินหลบไปข้างเวที อีกทั้งไม่มีภาพนักร้องเป็นผู้จุดพลุตามที่พยานให้การ" นายพีระพันธุ์ กล่าว


นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า พลุเอฟเฟกต์ถูกจุดด้วยชนวนไฟฟ้า ไม่ใช่ไฟแช็ก จึงมีการจุดพลุทดสอบ เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาของการเกิดเพลิงไหม้จนกระทั่งลุกลามหนัก ซึ่งผลการทดสอบกลับไม่ตรงกับเหตุการณ์จริง เพราะในสถานการณ์จำลองต้องใช้เวลานานกว่าไฟจะลุกลาม จึงสันนิษฐานว่า อุปกรณ์บนฝ้าเพดานอาจมีวัสดุอื่นที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และมีลูกไฟและโครงสร้างฝ้าเพดานถล่มลงมา ดังนั้น จึงอยากให้พยานบุคคลทบทวนเหตุการณ์เพลิงไหม้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มีประเด็นน่าสังเกตว่า คดีนี้มีพยานติดต่อขอให้ข้อมูลจำนวนมาก แต่ภายหลังกลับไม่สามารถติดตามพยานได้ ขณะที่บางรายก็หายตัวไป

นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบห้องพักเจ้าหน้าที่และห้องพักนักดนตรี ด้วยเครื่อง GCMS ซึ่งเป็นเครื่องตรวจหาสารเสพติด พบผงเฮโรอีนและโคเคนปนเปื้อนอยู่บนสายรัดเงิน โซฟา ตู้เอกสารและลิ้นชักต่างๆ จึงเชื่อว่าซานติก้าผับมีการซื้อขายยาเสพติด จึงมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สอบสวนขยายผลต่อไป

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สอบสวนประเด็นฟอกเงิน เนื่องจากผลการตรวจสอบทางบัญชี พบการโอนเงินเข้ามาในซานติก้าผับ จำนวน 20 ล้านบาท โดยอ้างว่า บริษัทจำหน่ายสุราแห่งหนึ่งมอบให้ แต่เมื่อสอบถามไปยังบริษัทจำหน่ายสุรา กลับปฏิเสธว่าไม่เคยมอบเงินสดให้

"อีกประเด็นที่น่าสงสัย คือ ภายหลังการเข้ามาถือหุ้นในบริษัท ไวท์ แอนด์ บราเธอร์ จำกัด ของบุคคลคนหนึ่ง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2549 ตำรวจก็ไม่เคยเข้าจับกุมซานติก้า ผับอีกเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีการจับกุมฐานเปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และจำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่าย เกือบจะวันเว้นวัน รวมถึง 47 ครั้ง ส่วน นายสุริยา ฤทธิ์ระบือ ผู้จัดการบริษัท ไวท์ แอนด์ บราเธอร์ จำกัด การตรวจสอบพบว่ามีประวัติเสพยาเสพติด ประกอบอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และทำหน้าที่เป็นเด็กรับรถในลานจอดรถยนต์" รมว.ยุติธรรม กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบรายการเสียภาษี พบว่า ซานติก้าผับไม่เคยเสียภาษีสรรพสามิต ตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการนาน 5 ปี นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการปลอมลายเซ็นสถาปนิกผู้ออกแบบและวิศวกรผู้คุมงานก่อสร้าง เชื่อว่าอาจเป็นขบวนการปลอมแปลงใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร เพราะมีการใช้ชื่อวิศวกรคนดังกล่าวไปยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารอีก 33 แห่ง จึงต้องประสานให้กรุงเทพมหานครตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร

ด้าน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ กล่าวว่า ทีมงานนิติวิทยาศาสตร์ได้ตั้งสมมติฐานของเพลิงไหม้ไว้ 2 ประเด็น คือ 1.เกิดจากพลุเอฟเฟกต์ หรือ 2.มีวัสดุบางอย่างอยู่บนฝ้าเพดาน เมื่อมีพลุไฟยิงขึ้นไปจึงเกิดเพลิงลุกไหม้อยู่บนฝ้า เมื่อเพลิงลุกลามจึงตกลงมาและถล่มใส่คนที่อยู่ด้านล่าง อย่างไรก็ตาม ตนมีหลักฐานอีก 1 จุด คือ มีเพลิงลุกไหม้ที่โซนวีไอพี แต่จะต้องใช้เวลาตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเห็นด้วยกัยนายพีระพันธ์ ที่ต้องการให้โอนคดีซานติก้าเป็นเป็นคดีพิเศษเพราะมีข้อมูลที่เกี่ยวพันกันหลายเรื่องและข้อมูลหลายอย่างไม่ตรงกัน

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Feb 04, 2009 11:29 am

วิศวกรแจ้งความ ถูกปลอมลายเซ็นสร้าง ซานติก้า (ไทยรัฐ)

นางวันรพี วุฒิมานานนท์ ซึ่งมีรายชื่อเป็นวิศกรผู้ควบคุมการก่อสร้างอาคารซานติก้าผับ เข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน ว่า ถูกปลอมลายมือชื่อเป็นวิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้าง หลังทราบเรื่องจากกระทรวงยุติธรรมว่า มีรายชื่อเป็นผู้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารซานติก้า ผับ

นางวันรพี กล่าวว่า รู้สึกตกใจมาก เพราะถูกปลอมแปลงลายมือชื่อเป็นวิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้างถึง 32 แห่งในเขตบางเขน และยังถูกปลอมลายมือชื่อไปใช้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารในเขตอื่นอีก 3 แห่ง ส่วนสาเหตุที่ถูกปลอมลายมือชื่อนั้น น่าจะเกิดจากที่ตนเคยนำเอกสารไปยื่นแบบขออนุญาตเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาคาร ที่สำนักงานเขตบางเขน จึงทำให้เจ้าหน้าที่บางคนมีสำเนาเอกสารของตน

นางวันรพี กล่าวต่อว่า ตามปกติการก่อสร้างอาคารที่มีพื้นที่เกิน 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป ขั้นตอนการขออนุญาตจะต้องอยู่ในรูปแบบการทำงานร่วมกันเป็นทีม กรณีของซานติก้าผับซึ่งเป็นอาคารที่มีพื้นที่ใช้สอย 1,300 ตารางเมตร วิศวกรเพียงคนเดียวไม่สามารถขออนุญาตควบคุมการก่อสร้างได้

นางวันรพี ยังเปิดเผยว่า หลังเข้าแจ้งความแล้วจึงได้เข้าไปขออนุญาตคัดสำเนาการขอใบอนุญาตก่อสร้าง อาคาร แต่กลับถูกทางสำนักงานเขตบางเขนปฏิเสธ รวมทั้งที่เข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 19, 2009 9:44 am

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000019013

เรื่องจริง!..รถตำรวจใช้นอกราชการ-รถส่วนตัวใช้ในราชการ

เห็นใจตำรวจอุดมสุขอยู่ไม่น้อย ที่ไปปฏิบัติหน้าล่อซื้อยาบ้าจากเอเย่นต์ที่ปากซอยอ่อนนุช 55 แต่ต้องใช้รถระบะกับรถเก๋งส่วนตัวอีก 2 คัน สาเหตุก็เนื่องจากจำนวนรถหลวงไม่พอ เมื่อไปถึงก็เข้าประกบด้านข้าง ปิดหัว-ท้าย แต่คนร้ายไหวตัวทันเลียนแบบเหมือนในหนังเป๊ะ ขับพุ่งชนหน้า-ท้าย จนรถตำรวจกระเด็นกระดอน พังเละกันไปตามๆ ก่อนจะขับหลบหนีไป พร้อมทั้งเปิดฉากยิงใส่ตำรวจเจ็บไป 1 นาย แต่สุดท้ายแก๊งพ่อค้ายาก็สิ้นฤทธิ์โดนจับได้ในที่สุด แม้จะหนีไปได้ 1 คนก็ตาม...

พอรู้ว่า ลูกน้อง"โชว์ออฟ"ดวลปืนสนั่นกรุงกับคนร้าย "บิ๊กเบื๊อก" พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. รีบเดินทางไปโรงพัก แถลงข่าวการจับกุมทันที ระหว่างแถลงโชว์ผลงาน(ลูกน้อง)นั่นเอง เหยี่ยวข่าวยิงคำถามใส่"บิ๊กเบื๊อก"ชนิดไม่ทันได้ตั้งตัวว่า "จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องเอารถส่วนตัวไปใช้ในงานราชการและได้รับ ความเสียหายอย่างไรก็บ้าง" เจ้าของรหัส น.1 อึกอักๆ แล้ว(ฝืน)ตอบแบบยิ้มแย้มว่า " เรื่องนี้ ในเมื่อตำรวจเอารถส่วนตัวไปใช้ในงานราชการแล้วได้รับความเสียหาย ก็ต้องเป็นผู้บัญชาการที่จะต้องใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือ เพราะเบิกไม่ได้ เนื่องจากระเบียบระบุเอาไว้แล้ว" พูดจบ หันมาฝากเหยี่ยวข่าวให้ช่วยบอกไปทุกโรงพักด้วยว่า "หากต้องไปทำงานแบบนี้ก็ขอให้ใช้รถหลวงแล้วกัน เพราะหากเสียหายมาจะเบิกไม่ได้" แหม...งานนี้ นอกจากเจ็บตัวแล้ว รถยังพังอีก แนะให้ก็ได้ว่า หาก พ.ต.ต.นริศ ปรารถนาพร สว.สป.สน.อุดมสุขกับลูกน้อง อยากได้ค่าซ่อมรถไวๆ ให้ตามไปเอาได้ที่บช.ภ.4 ขอนแก่นโน่นคับพ้ม...

เอาเถอะ.. แม้"บิ๊กเบื๊อก" จะยอมออกค่าซ่อมรถให้ลูกน้องกับเหตุการณฺที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่ ขอถามหน่อยเถอะ ตำรวจเอารถส่วนตัวไปใช้ในราชการ ได้รับความเสียหาย ไม่ได้ค่าชดใช้ แต่หากตำรวจเอารถราชการไปใช้ส่วนตัว ทั้งไปรับส่งลูกไปโรงเรียน ส่งเมียไปชอปปิ้ง หรือแอบไปส่งกิ๊ก แล้วได้รับความเสียหาย ใครชดใช้ ตอบให้ชื่นใจหน่อยเถอะพ่อคู้น....

พอ ยิ้มยังออกบ้าง เมื่อครั้งเหยี่ยวข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ ไปทำข่าวยิงกันย่านฝั่งธน พอเราเข้าไปถามข้อมูลจากตำรวจท่านนั้น ก็ให้ความร่วมมือบอกข้อมูลมาอย่างดี แถมแกยังแอบกระซิบ(กระซิบเฉยๆไม่ได้ ต้องแอบด้วย พวกเสื้อแดงบนโรงพักมันเยอะ)มาด้วยว่า "บ้านผมเสื้อเหลืองนะ ติดจานเอเอสทีวีด้วย" ที่สำคัญค่อนข้างจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ด้วย เพราะขนาดช่วงเวลาดึกๆ ตี 2-ตี3 ยังบอกได้เลยว่า ตอนนี้เอเอสทีวีกำลังเป็นรายการอะไรอยู่ สุดท้าย ตำรวจเสื้อเหลืองคนนี้ยังไม่ลืมฝากความคิดถึงมายังคุณสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ของเราด้วย น่าดีใจเหมือนกันที่ยังมีตำรวจที่ไม่ได้มีความคิดเป็นพวกเสื้อแดงไปซะหมด จะให้บอกชื่อมั๊ยล่ะ ทั่น"ผบช.น.เบื๊อก"....

ช่วงนี้ฟ้าเปลี่ยน อะไรๆก็เปลี่ยน ตำรวจที่เมื่อก่อนสีกากี ก็ให้เพี้ยนเปลี่ยนไปเป็นสีแดง(เถือก) ครั้นฟ้าหลังฝน ตำรวจสีเหลืองก็ค่อยๆโผล่ออกมา แต่ยังคงต้องแอบกระซิบอยู่เช่นเดิม วันก่อนเหยี่ยวข่าวแว่บไปแถวๆ....(บอกดีไหม) มีนายตำรวจยศสูง สงสัยยังสับสนในอาชีพของตัวเอง เลยฝาก 8 คำถาม"อะไรเอ่ย" แบบขำขำ ที่อยากได้คำตอบจริงจังจากผบ.ตร.?

อาชีพอะไรเอ่ย...ถูกสื่อมวลชน หรือสังคม คิดว่า ด่าว่า เลวทุกวัน (โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์)(แล้วจริงเปล่า)
อาชีพอะไรเอ่ย... ด่าพวกกู กูไม่ว่า แต่อย่าด่า กู
อาชีพอะไรเอ่ย...ถูกนักการเมืองด่าว่า เข้าแทรกแซง ไม่มีระบบเลย โยกย้ายแต่งตั้ง ตามใจพวกกู
อาชีพอะไรเอ่ย...ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง เมื่อมีผลประโยชน์(เลว) เข้ามาเกี่ยวข้อง แตกแยก ชิงดีชิงเด่น
อาชีพอะไรเอ่ย...ที่ต้องอ้างว่า ต้องรับส่วย(ต้องทำเลว) เพื่อทำงานในหน้าที่ เพื่อให้สังคมเห็นใจ
อาชีพอะไรเอ่ย...ไม่มีการวางแผน งบประมาณให้ดีพอ ขอเงินรัฐบาลก็ไม่ได้ ทำเองหมด ยกเว้น สร้างโรงพักเอง (ยังทำไม่ได้)
อาชีพอะไรเอ่ย...ที่เจ้านายไม่ค่อยให้ความสนใจ ในเรื่องงานสอบสวน โยกย้ายหลบหนีไปหมด ย้ายไปที่อื่น (ตำแหน่งอื่น) ก็ไม่หาคนมาทดแทน
อาชีพอะไรเอ่ย...ที่ลูกน้องสาปแช่ง ด่า ทุกวัน เพื่อให้เจ้านาย(เลวๆ)ตายเร็วๆทุกวัน เพื่อให้อาชีพตำรวจดีขึ้น ประเทศชาติดีขึ้น ดวงวิญญาณบรรพบุรุษ ผู้เสียชีวิต จะได้อยู่เป็นสุข ไม่ต้องคอยสาปแช่ง...อาชีพอะไรเอ่ย!?!
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อ "ตำรวจไทย" กลายเป็น "แพะรับบาป"

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Nov 21, 2009 6:35 pm

ช่วงนี้ต้องตั้งหัวข้อกระทู้ใหม่ว่า


"เมื่อตำรวจไทย...หาแพะรับบาป"

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ