เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:16 am

มีใครสังเกตบ้างไหม เมื่อทางฝ่ายพันธมิตร ได้ประกาศจุดยืนว่าจะบุกทำเนียบรัฐสภาในวันที่ 20 มิถุนายน 2551 เวลา 13.00 น.

การประกาศจุดยืนว่าจะบุกทำเนียบ ได้ประกาศล่วงหน้าไว้เป็นอาทิตย์ .....ทำไม??????

จากการติดตามเวทีพันธมิตรมานาน พันธมิตรยังไม่มีจุดยืน หรือสามารถหาเงื่อนไขใดๆ มาเล่นรัฐบาล
แต่กลับใช้วิธีลากเกมส์ให้ยาว มาจนกระทั่ง เกิดกรณีเขาพระวิหาร ....ทำไม??????

เวลาที่เวทีพันธมิตร เงียบเหงา เราจะเห็น ท่านนายกฯสมัคร หรือ รมต.เฉลิม คอยเชียร์แขกให้กับเวที พันธมิตร อยู่ตลอดเวลา......ทำไม??????
แล้ว ทำไม???? นพดลจึงต้องปูดข่าว สร้างเรื่องเขาพระวิหาร ภายหลังพันธมิตร ได้ประกาศว่าจะบุกทำเนียบรัฐสภา......เพื่ออะไร?????

กลยุทธ์นี้ เราเรียกว่า ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ

เนื่องจากวันนี้ วันที่ 20 มิถุนายน 2551 เป็นวันที่จะตัดสินชะตากรรม ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ทั้งหมด 103 คดี

ซึ่งโทษความผิดถึงขั้นยึดทรัพย์ เฉพาะคดีชินแซด ก็ 70,000 กว่าล้าน ไม่ได้รวมถึงเงินที่อยู่ในบัญชี อีกเป็นแสนๆล้าน และยังมีบ้านส่องหล้าอีกด้วย

ตามจริงแล้ว วันนี้ วันที่ 20 มิถุนายน 2551 เวลา 14.00 น. เป็นเวลาที่จะตัดสินชะตากรรม

แต่เนื่องจาก พันธมิตร ได้ประกาศว่าจะบุกทำเนียบรัฐสภา เวลา 13.00 น. จึงทำให้ ทีม คตส. ไม่สามารถประชุมฯ และตัดสินคดี ได้ในวันนี้

แย่ไปกว่านั้น วันที่ 30 มิถุนายน 2551 นี้ คือวันสุดท้าย ที่ คตส.จะได้พิจารณาคดีของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว

และหากผ่านพ้นวันที่ 30 ที่ใกล้จะถึงนี้ไป คดีทั้งสิ้น 103 คดีที่จะตัดสินชะตากรรม ของ พ.ต.ท. ทักษิณ และครอบครัว ก็จะไม่สามารถทำอะไรได้อีกเลย ชั่วนิรันดร
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:17 am

และจะเห็นได้ว่า กองทัพพันธมิตร ซึ่งนำโดย มหาจำลอง ได้ถอยจากสะพาน มัฆวาน มาที่แยกนางเลิ้ง

ทำไม???? จึงไม่เดินทางไปรวมกับกลุ่มพันธมิตรที่ปักหลักอยู่ที่หน้า ทำเนียบรัฐสภา ..... ซึ่งบ่งบอกถึงพฤติกรรมได้อย่างชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้น

ในคืนวันที่ 19 มิถุนายน 2551 ฝ่ายพันธมิตร ได้ประกาศก้องทั่วราชดำเนินว่า ภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2551 จะต้องชนะฝ่ายรัฐบาลให้ได้ ไม่ชนะ เราจะไม่เลิก

แต่แล้วเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 20 มิถุนายน 2551 ท่านมหาจำลอง กลับประกาศต่อหน้าฝูงชนว่า จะส่งทนายไปฟ้อง นาย นพดล ในวันอังคารที่จะถึงนี้

......................แล้ว คำประกาศนี้ของท่าน มหาจำลอง มีความหมายว่าอย่างไร?...................................................

การเดินขบวนในครั้งนี้ เราเรียกว่า แยกกันโต...ร่วมกันตี

และยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มพันธมิตร ได้พยายามยัดเยียดความผิดให้กับประชาชน โทษฐาน ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยปริยาย

เพราะว่า คืนวันที่ 19 มิถุนายน 2551 ได้มีคำประกาศชัดเจนว่า การเดินขบวนในครั้งนี้ เป็นการเดินขบวนเพื่อปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

และผู้ที่ออกมาประกาศคือ สมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

เพราะจุดมุ่งหมายของคอมมิวนิสต์ คือ ล้มล้างสถาบัน

เช่นนี้แล้ว...... เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คืออะไร???? ใครช่วยอธิบายให้ที????
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:18 am

หรือ ถ้าหากว่า ที่กล่าวมานั้นไม่มีมูล

เหตุใด กลุ่มพันธมิตร ถึงไม่ไปปิดล้อมที่ทำเนียบรัฐสภา ตามที่ได้พูดไว้ หรือมีเหตุใด งั้นหรือ??????

และเพราะเหตุใด กันแน่ ที่พันธมิตรปลุกระดมประชาชนให้มาเดินขบวน ทั้งๆที่ พันธมิตรได้เปิดประเด็นเขาพระวิหาร

เพื่อปลุกปั่นกระแสความรักชาติ และอธิปไตยของประเทศ

แต่วันนี้ทั้งวัน กลับได้ยินการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และหุ่นเชิด

ส่วนประเด็นเขาพระวิหาร เพิ่งได้ยินพันธมิตรเปิดประเด็นเมื่อตอนหัวค่ำนี้เอง

เราเองแค่คิด และก็เขียนตามที่คิดเท่านั้น

เนื่องจากเห็นว่า การกระทำของกลุ่มพันธมิตร และฝ่ายรัฐบาลนั้น มีความนัยอะไรบางอย่างที่น่าจะเกี่ยวพันกันโดยที่เราไม่รู้

เพียงแค่ไม่อยากให้ประชาชนทั้งหลาย เป็นเหยื่อทางการเมือง โดยอาศัยความซื่อสัตย์ และสุจริตใจของประชาชน ในการดำเนินการบางอย่าง

โดยส่วนใหญ่ คนฉลาด มักจะเป็นเหยื่อ ของพวกฉ้อฉล (อย่างที่เรามักจะได้ยิน ได้เห็นจากประสบการณ์ทั่วๆไป)

ในวันนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ล้วนสิ้นศรัทธา ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพวก จึงทำให้เอนเอียงมาทางฝ่ายพันธมิตร

แต่กลับกัน ในวันนี้ สิ่งที่กลุ่มพันธมิตรได้กระทำ นั้น ผลประโยชน์เพื่อประชาชน และเพื่อประเทศชาติทั้งหมดจริงหรือ

หรือแค่หลอกใช้ ความซื่อสัตย์ และสุจริตใจของประชาชน เท่านั้น

อย่างที่เรารับรู้กันแต่แรกว่า เป้าหมายของกลุ่มพันธมิตร ในการจัดตั้งและรวมตัวกันนั้น คืออะไร

และลองมองกลับไปในวันนี้ เป้าหมายนั้น ได้ผิดแผกไปจากเดิมหรือไม่
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:19 am

เคยสังเกตบ้างไหมว่า

ทำไม.....บิ๊กจิ๋ว ถึงต้องออกมาพูด?

ทำไม.....จำลอง ถึงต้องออกมาพูด?

ทำไม.....หมอประเวศ ถึงต้องออกมาพูด?

และให้สังเกตได้ง่ายๆ อีกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพันธมิตร, พลังประชาชน, ประชาธิปัตย์ หรือแม้กระทั่งแนวร่วมต่างๆ

ล้วนปรากฎชื่ออยู่ในเอกสารตามลิงค์นี้ทั้งสิ้น http://nonlaw.com/taidoc/may35.pdf

หากเพื่อนๆ ได้ลองอ่านเอกสารนั้นอย่างละเอียด จะเข้าใจกระบวนการ และจะเข้าใจว่าใครที่ทำให้ทักษิณรวย????

ซึ่งจะเห็นได้ว่า จริงๆแล้ว กลุ่มหรือกระบวนการทั้งหลายนั้น ล้วนหลอมมาจากเบ้าหลอมเดียวกันทั้งสิ้น

งั้นเราลองมานั่งสังเกตกันอีกว่า

เมื่อถึงวันอาทิตย์นี้แล้ว กลุ่มพันธมิตรจะใช้ประเด็นใด ในการลากประชาชนให้ร่วมชุมนุม ไปจนถึงวันศุกร์ที่จะถึงนี้อีก

เขาพระวิหาร ก็เล่นแล้ว หรือว่า จะเล่นเรื่อง เกาะกง งั้นหรือ????

ในศาสนาพุทธ มีคำสอนที่ว่า จงอย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น หรือได้รับรู้ แต่จงใช้สติปัญญา วิเคราะห์ และพิจารณาก่อน

หรือแม้กระทั่ง เราจะได้ยินประโยคนึงบ่อยๆ คือ จงอย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่จงเชื่อในสิ่งที่เป็น

เช่นนี้ เราจึงต้องนำเหตุการณ์ต่างๆมาวิเคราห์ และประมวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น จะทำให้เรามองว่าอะไร คือ เหตุและปัจจัย ที่ทำให้เกิด
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:20 am

ทีนี้ เรามาลองคิด ถึงกระบวนการที่จะเกิดขึ้นกันต่อ ว่าจะเป็นอย่างไร

ในวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมานั้น ผู้คนทั่วทั้งสารทิศ ได้มารวมตัวกัน เพื่ออธิปไตยของประเทศ นั่นคือ เรื่องดินแดนเขาพระวิหาร

แล้วเหตุใด กลุ่มพันธมิตร ถึงได้หยุดอยู่แค่การปราศรัย พูดบนเวที--------- พลังฮึกเหิม ในตอนปลุกระดมคน หายไปไหนหมด

แล้วท่านมหาจำลอง ก็เบี่ยงเบนประเด็นในการเล่นงาน นายนพดล (คนขายชาติ) โดยการส่งทนายไปจัดการ ในวันอังคาร

ซึ่งฝ่ายรัฐบาล ก็รับลูก โดยการเปิดอภิปรายให้ซักฟอก ทั้งๆที่เคยขัดขืนมาตลอด ------- ช่างประจวบเหมาะกันจริงๆ

อย่างที่เราๆรับทราบกัน ว่าในการเปิดอภิปรายซักฟอกนั้น ต้องกินเวลาไปเป็นอาทิตย์ -------- และแล้วเวลาก็ล่วงเลย จนทีม คตส.หมดอายุ

หลายๆท่านคงฉงน และสงสัยว่า ไม่เห็นเกี่ยว คตส.หมดอายุ เรื่องก็ส่งต่อไปที่ ปปช. ไม่เห็นว่าคดีจะถูกยกเลิกเลย!!!!!!!!
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:25 am

<table cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" align=center border=0><tr><td height=22>นำร่องฟันทุจริตสุวรรณภูมิ 9 ต.ค. </TD></TR></TABLE>
[ วันที่ 2006-10-05 ]

แก้วสรร" ผนึก "จารุวรรณ" เสนอบอร์ดใหญ่ครั้งแรก 9 ตุลาคมนี้ ขู่พร้อมใช้มาตรการอายัดทรัพย์ผู้ถูกกล่าวหา

คณะอนุกรรมการชุด "แก้วสรร-จารุวรรณ" ปิดห้องลุยสอบทุจริตสนามบินสุวรรณภูมิ 3 โครงการยักษ์ "ซีทีเอ็กซ์-แอร์พอร์ตลิงค์-ท่อร้อยสาย" พร้อมเสนอ คตส.ชุดใหญ่ครั้งแรก 9 ตุลาคมนี้ เพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน มีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะตั้งข้อกล่าวหาและกล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ป.ป.ช.ได้หรือไม่ "วีระ สมความคิด" หอบเอกสารยื่น คตส.สอบ "เนวิน-อธิบดีกรมวิชาการเกษตร-อธิการบดี ม.เกษตร" พัวพันทุจริตพืชสวนโลก

นายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึงกระบวนการทำงานของ คตส.ว่า หลังจาก คตส.ได้รับเรื่องที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ตรวจสอบจำนวน 8 เรื่องแล้ว ก็ได้มีการแจกงานให้คณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมา 3 คณะ รับเรื่องไปพิจารณาตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าพยานหลักฐานเพียงพอ ที่จะตั้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่ และมีใครกระทำความผิดบ้าง หากสามารถตั้งข้อกล่าวหาได้ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ที่กระทำความผิดรับทราบก่อนที่จะเชิญมาชี้แจง แต่หากพิจารณาแล้วว่าหลักฐานการสอบสวนที่ สตง.มีไม่พอก็จะต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา

ขณะนี้คณะอนุกรรมการทั้ง 3 คณะ กำลังพิจารณาข้อมูลของ สตง.อยู่ว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถตั้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่ ในการประชุมคตส. วันที่ 9 ตุลาคมนี้ จะมีการสอบถามอนุกรรมการแต่ละคณะว่า การพิจารณามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง สามารถตั้งข้อกล่าวได้หรือไม่ ถ้าตั้งข้อกล่าวหาได้ก็จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการแต่ละชุดก็จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาภายในอนุกรรมการแต่ละคณะ เพื่อเรียกผู้ถูกกล่าวหามาให้ปากคำและทำการไต่สวน ทั้งนี้ในระหว่างการไต่สวนหากพบว่าทรัพย์สินของผู้ที่ถูกกล่าวหามีการยึกยักก็จะมีการอายัดทรัพย์สินทันที

แหล่งข่าวจาก สตง.กล่าวถึงการแบ่งงานของคณะกรรมการ คตส.โดยตั้งอนุกรรมการ 3 คณะ ใช้สูตร 4-4-3 คณะแรกประกอบด้วย นายกล้านรงค์ จันทิก นายสัก กอแสงเรือง นายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ และนายจิรนิติ หะวานนท์ คณะที่ 2 มีนายบรรเจิด สิงคะเนติ นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ และนายอุดม เฟื่องฟุ้ง ส่วนคณะที่ 3 มี นายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการ นายนาม ยิ้มแย้ม คุณหญิงจารุวรรณ และอำนวย ธันธรา

"แก้วสรร"เตรียม3เรื่องชงคตส.จันทร์นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงบ่ายวานนี้ นายแก้วสรร นายนาม คุณหญิงจารุวรรณ และนายอำนวย ได้ประชุมอนุกรรมการ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ภายหลังการประชุม นายแก้วสรรกล่าวว่า ตามที่คตส.ชุดใหญ่มีมติให้คณะอนุกรรมการชุดนี้ทั้ง 3 คน ดูแล 3 เรื่อง ในการประชุมได้พิจารณาเสร็จแล้ว 1 เรื่อง พร้อมที่จะเสนอความเห็นต่อ คตส.วันที่ 9 ตุลาคมนี้ ที่ประชุมได้พิจารณารายงานผลการสอบสวนของ สตง.ว่ามีความสมบูรณ์เพียงพอสามารถที่จะดำเนินการตั้งข้อกล่าวหาและกล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ป.ป.ช.ได้หรือไม่ หากมีการตั้งข้อกล่าวก็จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาทำงาน

ทั้งนี้ สตง.ได้ทำงานกันมานานจะบอกว่า เรื่องที่ คตส.รับไปพิจารณาจะไม่มีเหตุผลเลยก็คงไม่ใช่ เพียงแต่ คตส.จะต้องเข้ามาดูรูปคดีว่า จะต้องดำเนินการด้านใดเพิ่มเติมบ้างในการประชุมวันที่ 9 ตุลาคม นี้ คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้ตัดสิน โดยวันนี้ (5 ต.ค.) คณะอนุกรรมการชุดของตนจะพิจารณาเรื่องที่เหลืออีก 2 เรื่อง เชื่อว่าการประชุมวันที่ 9 ตุลาคม นี้ จะมีเรื่องที่เสนอ คตส.ชุดใหญ่ จากคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด อย่างต่ำ 3 เรื่อง และ 4 เรื่องเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม นายแก้วสรรปฏิเสธให้รายละเอียดเรื่องที่สรุปแล้วเป็นเรื่องใด แต่กล่าวติดตลกว่าเรื่องที่รับมาเป็นเรื่องดอนเมืองทั้งหมด

นายแก้วสรร กล่าวว่า หลายเรื่องที่ สตง.สอบสวน ทาง สตง.เองก็ไม่มีอำนาจในการดำเนินการ จึงต้องอาศัยอำนาจของ คตส.เข้าไปเพื่อเสริมให้เรื่องสมบูรณ์มากขึ้น เพราะบางเรื่องมีความซับซ้อนทางวิศวกรรมสูง เรื่องที่คณะอนุกรรมการชุดของตนรับมาเป็นเรื่องที่ สตง.ได้สรุปเรื่องแล้ว บางเรื่องก็ผ่านคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ไปแล้ว จึงมีความสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง

แหล่งข่าวจาก คตส.กล่าวว่า โครงการที่คณะอนุกรรมการชุดนายแก้วสรร พิจารณา ประกอบด้วย 1.โครงการจัดซื้อเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 2.โครงการรถไฟความเร็วสูง มักกะสัน-สุวรรณภูมิ หรือ แอร์พอร์ตลิงค์ เชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) 3.โครงการท่อร้อยสาย ซึ่งเป็นโครงการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งสิ้น
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:25 am

"วิโรจน์"พร้อมรับมือสอบภาษีชิน

นายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ กรรมการ คตส. อดีตอธิบดีกรมสรรพากรกล่าวถึง การตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปว่า ขณะนี้ยังไม่ให้รายละเอียดอะไรได้เพราะยังไม่เห็นผลการสรุปการสอบสวนของ สตง. อยู่ระหว่างการสรุปรายงานการสอบสวนอยู่ ยังไม่ทราบว่า น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ ซึ่งเป็นผู้ทำหนังสือหารือกรมสรรพากรเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปเดินทางมาให้ปากคำแก่ สตง.เรื่องใดบ้าง เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานของ สตง. แต่คิดว่า สตง.คงนำข้อมูลการให้ปากคำดังกล่าวมาประกอบในผลการสอบสวน ส่วนตัวอยากทราบเช่นกันว่าการที่ น.ส.ปราณี ทำหนังสือไปหารือกรมสรรพากรนั้นเป็นการทำในนามของใคร สำหรับกองงานที่ตนรับผิดชอบจะหารือกันในช่วงเช้าวันพุธที่ 11 ตุลาคมนี้

คตส.กาง กฎหมายฟันโครงการรัฐบาลทักษิณ

นายบรรเจิด สิงคะเนติ กรรมการ คตส. กล่าวว่า ขณะนี้ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 3 กอง และจำหน่ายคดีตามแนวถนัดของแต่ละบุคคลที่อยู่ในแต่ละกอง คตส.ได้เปรียบเทียบในการเอากฎหมายหลายตัวมาใช้ อาทิเช่น กฎหมาย ป.ป.ช. ปปง. สตง. ประมวลรัษฎากร ซึ่งกฎหมายแต่ละตัวจะหยิบมาใช้ในกรณีที่แตกต่างกันออกไป เช่น กองใดได้คดีเกี่ยวกับอายัดทรัพย์ ก็จะนำกฎหมาย ปปง.มาใช้

ส่วนกองใดได้คดีเกี่ยวกับหุ้นหรือคลัง ก็ใช้กฎหมายประมวลรัษฎากร ขณะนี้ 8 คดี ทั้ง 3 กอง ได้มีการแบ่งและเริ่มงานไปแล้ว ส่วนความชัดเจนจะเริ่มเห็นรูปเห็นร่างก็คงเป็นวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม นี้ ส่วนการประชุมอนุกรรมการ แต่ละกองก็จะมีการหาที่ประชุมเอง คงแล้วแต่ความเหมาะสมของแล้วแต่ละสถานที่ แต่เริ่มต้นคงต้องเป็นที่ สตง.ก่อน

นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส.กล่าวว่า การแบ่งงานเป็น 3 กอง เพื่อให้การพิจารณาตรวจสอบทั้ง 8 โครงการ ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอได้รวดเร็วมากขึ้น โดยยืนยันว่าจะเห็นความชัดเจนทั้งหมดภายในระยะเวลา 3 เดือน จากนั้นจะส่งผลการตรวจสอบไปตามช่องทางตามกฎหมาย คือ ป.ป.ช. อัยการ และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

"วีระ"หอบเอกสารร้องทุจริตพืชสวนโลก

บรรยากาศที่ สตง.วานนี้ (4 ต.ค.) เวลา 11.00 น. นายวีระ สมความคิดเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้เดินทางมายื่นหนังสือให้ คตส. เข้าไปตรวจสอบการทุจริตในโครงการพืชสวนโลก ต่อคุณหญิงจารุวรรณ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

นายวีระ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า โครงการพืชสวนโลก เป็นการคอร์รัปชันเชิงนโยบายชัดเจน ซึ่งโครงการนี้จะเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ข้าราชการ อาทิเช่น นายเนวิน ชิดชอบ อดีต รมช.เกษตรฯ นายฉกรรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมวิชการเกษตร และนายวิโรจ อิ่มพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงต้องยื่นเรื่องให้ คตส.เข้าไปตรวจสอบ

จากการตรวจสอบหลักฐาน พบว่า การจัดทำข้อกำหนดการจัดจ้างงานมหกรรมพืชสวนโลก มีตัวแทนของบริษัทสวนนงนุช 7 คน เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนด ทีโออาร์ โดยคนที่มีบทบาทสำคัญคือ นายกัมพล ตันสัจจา และนายฐนพล เจตวรัญญ ต่อมาสวนนงนุช ก็ได้จัดตั้งบริษัทร่วมค่า ซีเคเอ็นเอ็นแอล ร่วมกับบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เพื่อเข้าร่วมประมูลงาน ผลการประมูลปรากฏว่ากลุ่มซีเคเอ็นเอ็นแอล เป็นผู้ชนะการประมูล โดยเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียง 100 บาท แต่ทางราชการยังเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน โดยการปรับลดเนื้องานให้ ส่งผลให้การแข่งขันราคาไม่เป็นธรรม เข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายการเสนอราคาต่อหน่วยงานราชการ และความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542


"เอกสารส่วนใหญ่ได้มาจากคนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่รับไม่ได้กับพฤติกรรมของอดีตผู้บริหารระดับสูง ที่เอาชื่อเสียงของสถาบันเข้าไปเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อแลกกับผลประโยชน์ตอบแทนทั้งในรูปแบบของเงิน และตำแหน่งข้าราชการระดับสูง ให้กับภรรยาของตัวเอง" นายวีระ กล่าว

นายวีระให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ภายหลังการเข้าพบคุณหญิงจารุวรรณ ว่า ได้รับทราบจากคุณหญิงจารุวรรณ ว่า สตง.ได้ตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว สำหรับข้อมูลด้านเอกสารหลักฐานที่นำมายื่นให้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานตรวจสอบของ สตง. เนื่องจากเป็นหลักฐานที่คุณหญิงไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งเบื้องต้นทาง สตง.จะนำเรื่องนี้เสนอต่อ คตส. เพื่อให้พิจารณาว่าจะรับเรื่องนี้ไปดำเนินการเอง หรือจะให้ สตง.ตรวจสอบเรื่องนี้ตามขั้นตอนปกติต่อไป
<table cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><tr><td width="33%"> </TD>
<td align=right width="63%">แหล่งที่มา : นสพ.กรุงเทพธุรกิจ</TD></TR></TABLE>
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:26 am

<BLOCKQUOTE>
จากข่าว เราจะเห็นว่า หลายฝ่ายแข็งขันพร้อมทำงานเพื่อตรวจสอบตามหน้าที่ แล้วเหตุใด อยู่ดีๆ ถึงได้ชะงักไปเฉยๆ

ท่านไม่นึกเฉลียวใจเลยหรือ ว่าเพราะเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น

นั่นเพราะว่า เขาหมดไฟ หรือ เจอตอ หล่ะ???!!!!
</BLOCKQUOTE>
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:26 am

บทสรุป คำรับสารภาพ ที่ นำไปสู่จุดเริ่มต้น

ตามความเป็นจริงแล้ว จะไม่มีใครสามารถแกะรอยได้เลย หากว่า "แกนนำพันธมิตร" ไม่นำเอามาประกาศบนเวทีเสียเอง โดยไม่รู้ว่ามีคนอีกเป็นจำนวนหลายล้านที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่กำลังจับตามองความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรอยู่ทุกฝีก้าว

บทสรุปที่กลายเป็นตัวจิ๊กซอร์ ซึ่งขาดหายไป(เพราะไม่เชื่อเหมือนกันว่าจะเป็นไปได้...แม้ว่าพันธมิตรผู้เคลื่อนไหวเหล่านั้นจะมีประวัติสีเทา ๆ ทางความมั่นคงอยู่บ้างก็ตาม) บทสรุป หรือ คำรับสารภาพนั้นก็คือ คำประกาศเจตนารมย์ของแกนนำพันธมิตรนั้นเอง ตอนแรกฟัง Dr.ภูวดล ก็แปลก ๆ คิดว่าแกคงจะปลุกกระแสให้คนฟังตื่นเต้น แต่หลังจากได้มีการแถลงของ 5 แกนนำในคืนวันที่ 19 มิย.2551 ว่า "... นี่คือการปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงระบบการเมืองไทยแบบขุดรากถอนโคน"..... "การไล่รัฐบาลสมัคร เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น...แต่เป้าหมายของเราคือ การเปลี่ยนแปลงประเทศทั้งประเทศ..." และนี่คือ จิ๊กซอร์ตัวที่เรารอคอยและค้นหา เพื่อสอดเข้ากับข้อมูลที่เรามีพร้อมอยู่แล้ว ว่าใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน ติดต่อกับใคร

การประกาศดังกล่าวนั้นเหมือนคำรับสารภาพว่า "...เหตุใดพันธมิตร จึงลากเกมส์ยาว เปลี่ยนจุดโจมตีมาตลอด เพื่อที่จะรออะไรสักอย่าง จนกระทั่งในที่สุดก็ได้ Case ของนพดล เรื่องเขาพระวิหาร เป็นตัวกระตุ้นให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุม

เราจะไม่กล่าวถึงเหตุใดจึงไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง ไม่ใช่เพราะการบริหารMobเก่ง หรือ รัฐบาลกลัวชาวโลกประณาม เพราะคำตอบเหล่านั้นจะปรากฏจากรายละเอียดตัวบุคคล และเหตุการณ์เชื่อมโยงที่เราจะได้นำเสนอต่อไป
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:27 am

ประเด็นที่ต้องกล่าวถึงสักนิดถึงข้อมูลเชิงลึกนี้ได้มาอย่างไร ผู้ที่กำลังเขียนอยู่นี้ทำไมจึงสามารถได้ข้อมูลได้ละเอียดนัก จึงขอเรียนไว้ก่อน(ไม่ใช่เพื่อสร้างเครดิตตัวเอง..ขอบอก) แต่เพื่อจะได้รู้ว่า ใครเป็นใคร..?

ผู้เขียน เคยเข้าพบ แอ๊ด เป็นวุฒิสมาชิก และขอให้ปฏิวัติ(ครั้งรัฐบาลชวน253 โดยระบุอย่างชัดเจนว่า หากไม่ปฏิวัติประเทศชาติจะล่มจม(ก่อน IMF...เพราะตามข้อมูลเชิงลึกจะมีการโจมตีค่าเงิน ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยยังร่ำรวยถ้วนหน้า ธนาคารเป็นร้อยแห่ง) แต่ แอ๊ด บอกว่า ".. ผมเหมือนกับอยู่ในห้องกระจกกันกระสุน เห็นคนตกน้ำจะช่วยอะไรได้(หมายถึงไม่มีตำแหน่งสั่งการ) พวกเราก็บอกว่า "ถ้าหากมีอำนาจที่จะทำได้ ก็ทำใช่ไหม ? " แอ๊ด บอกว่า ใช่

ไม่นานพวกเราก็ใช้กำลังภายใน ผลักดันจน แอ๊ด เป็น ผบ.ทบ. เราก็ไปหาเพื่อทวงถามสัญญา แอ๊ดกลับตอบหน้าตาเฉยว่า เราเป็นทหาร ยังไงก็ต้องฟังคำสั่ง นายว่าไงก็ว่าตาม เป็นอันว่า ปรากฏการ "ต้มยำกุ้ง" จึงเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะรัฐบาลชวนหมดสภาพ จิ๋วเป็นนายก ประกาศลดค่าเงินบาท เป็นไปตามข้อมูลเชิงลึกของเราทุกประการ

อ้าว... แล้วเรื่องที่เล่านี้เกี่ยวอะไรด้วยกับ เครือข่ายโยงใยที่ว่า ...เกี่ยวแน่นอน เพราะต่อมา แอ๊ด ได้รับแต่งตั้งเป็น นายกฯ

คำถามคือ ทำไมต้องเป็น แอ๊ด ? นี่คือละครตัวหนึ่ง หรือเบี้ยตัวหนึ่ง ที่ทำให้ " แม้ว...ไม่ถูกจับตามที่ศาลฏีกาได้ให้คำแนะนำว่า ให้จับ ... และแม้วก็กลับมาตั้งรัฐบาลนอเมนี เพื่อสร้างเงื่อนไขให้กับ พันธมิตรออกมาเคลื่อนไหว...ณ ปัจจุบัน" !!
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:27 am

คนละเรื่องเดียวกัน
หากท่านทั้งหลายยังจำได้.... ปลายสมัยรัฐบาลแอ๊ด นั้น แอ๊ดได้เดินทางไปภาคอิสาน เพื่อทำข้อตกลงลับกับ "เหล่าสหาย" ในพิธี "วีรชนคนภูพาน" พูดง่าย ๆ ให้คนอ่านทั่วไปเข้าใจก็คือ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และ อดีตหน่วยรบจรยุทธของ ทปท.ในเวลาเดียวกัน

จึงไม่เป็นเรื่องแปลก ที่ท่านทั้งหลายคงได้เห็น สหายหลาย ๆ ท่าน ได้ประกาศตัวชัดเจน ในคืนวันที่ 19 มิ.ย.2551 พร้อม ๆ ไปกับการประกาศเป้าหมายของพันธมิตร

และหากท่านติดตามสถานการณ์การเมืองมาโดยตลอด จะรู้ดีว่า สหายเหล่านี้ออกจากป่าได้เพราะคำสั่ง 66/23 ซึ่งผู้ที่นำเสนอคือ จิ๋ว ซึ่งเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เป็นคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง เพราะหลังจากที่ 66/23 ออกมา จิ๋ว ก็ลาออกมาตั้งพรรคการเมืองโดยมีเหล่าสหายเป็นหัวคะแนน ส่วนสหายเขตงานอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปปะปนอยู่ในพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยมีการประชุมสรุปผลงานการปฏิบัติการในเมืองอย่างต่อเนื่อง

และที่ปฏิเสธไม่ได้คือ สหายจรัส(หมอพรหมินทร์) สหายสุภาพ เข้าไปอยู่ในพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันคือ พปช.

ส่วนอุดมการณ์ ของ จิ๋ว และ กลุ่มทหารประชาธิปไตย มีอิทธิพลต่อกองทัพและเด็กรุ่นน้องมากที่สุด และที่มีบทบาทที่สุดก็คือ จำลอง ทั้งหมดไปรวมตัวสิงสู่กันอยู่ที่พรรค "แม้ว"

นี่คือความสัมพันธ์ทางอุดมการณ์ และ ตัวบุคคลบางส่วนที่เคลื่อนไหว แต่ทั้งหมดนี้ก็จะเคลื่อนไหว อยู่ภายในขอบเขตจำกัดที่ถูกกำหนดไว้แน่นอนตายตัวถึงบทบาทแต่ละคน เหมือนกับตาหมากรุกมี 64 ตา แต่ม้าก็เดินแบบม้า เรือก็ไปทางตรง เบี้ยเดินทะแยง นี่คือลักษณะที่เป็นไป

ส่วนผู้เดินนั้นมีเพียงสองคน เรียกว่า สองขั้วอำนาจ อำนาจหนึ่งสู้เพื่ออยู่รอด=รักษาอำนาจเดิม อีกขั้วหนึ่ง ต้องการแย่งชิงอำนาจ
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:28 am

ทำไมจึงเรียกว่า " คนละเรื่องเดียวกัน " นั่นก็เพราะว่า ทุกกลุ่มต่างมีเป้าหมายเดียวกันทั้งสิ้น (ข้อพิสูจน์..จากคำประกาศเจตนารมย์ของ 5 แกนนำพันธมิตร และพิธีกร รวมทั้งผู้ได้รับเชิญให้ปราศัยทุกคน) ต่างประกาศเป็นเสียงเดียวกันว่า "..... นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการการเมืองไทยถอนรากถอนโคน" แต่ที่แปลก ไม่มีแกนนำคนไหนอธิบายให้ละเอียดแบบ ชัด ชัด เลยว่า จะเปลี่ยนแบบไปเป็นแบบไหน ลักษณะอย่างไร ? การอธิบายเป็นไปอย่างคลุมเคลือ

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คลุมเคลือนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่บ่งบอกเจตนาที่แฝงลึกว่า...ทำไมไม่กล้าบอกประชาชนไปเสียเลย ว่าคืออะไร และจะให้ทำอะไร ต่อไป...." นอกจากจะกระตุ้นให้คนมารวมกันให้มากที่สุด แม้กระทั่งอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ก็ให้จัดหน่วยขึ้นมา คำถามคือ เพื่ออะไร ?

คำตอบ คือ มวลชน เพราะสิ่งที่กลุ่มคนส่วนหนึ่งรวมถึงพันธมิตร มีหน้าที่ปลุกระดมคน ให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่สนธิเรียกว่า "สงครามครั้งสุดท้าย " นั่นแหละ เพราะนี่คือการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ที่ต้องใช้พลังคนจำนวนมหาศาล จึงจะสามารถทำได้ ดังนั้นเงื่อนไขจึงถูกสร้างให้สามารถกระตุ้นคนออกมาบนถนนให้ได้มากที่สุด มันเป็นลักษณะของ " ข้อสอบรั่ว " ที่กลุ่มพันธมิตรและเหล่าสหายรวมทั้งเครือข่ายโยงใยอื่นรออยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่นายนพดลจะปล่อยเรื่องสำคัญนี้ให้รั่วจนถึงหูพันธมิตร และก็ไม่มีวันที่นายนพดล จะแถลงแบบกวนโอ๊ย ให้คนหมั่นไส้ อย่างนั้นแน่

เขาเอามวลชนมาทำอะไร ? ตอบ :: เอามาเพื่อเป็นข้ออ้างในความชอบธรรมที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองไทย (ซึ่งเป็นความต้องการของคนกลุ่มหนึ่ง) ให้ภาพออกมาเป็นความต้องการของคนไทยส่วนใหญ่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองที่ว่านั้นคือ

การเปลี่ยนระบอบการเมืองแบบเลือกตั้งปัจจุบัน ไปสู่ ระบอบการเมืองแบบสภาปฏิวัติแห่งชาติ

นี่คือคำตอบ และเป้าหมายที่ พันธมิตรเองก็ยังไม่แน่ใจว่าหากประกาศออกไปตอนนี้ ผลที่ได้รับจะเป็นเช่นไร จึง ..ปิด ๆ เปิด ๆ และลากยาว..เพื่อประเมินสถานการณ์

และข้อความที่ได้ลงถามไว้แต่ต้นว่า ใครเป็นคนพูด(โปรดย้อนกลับขึ้นไปดูด้านบน...หน้าเดียวกันนี้แหละ) นั่นเป็นคำพูดของ จิ๋ว ซึ่งได้พูดไว้เมื่อวันที่ 4 เมษายน ๔๙

ต่อคำถามที่ว่า อ้าว...แล้วยังงี้ แม้วจะยอมเรอะ ?
อย่าเพิ่งตกใจ ที่จะบอกว่า ...." แม้วได้นำเสนอแผนงาน สภาแห่งชาติ ได้ต้วเองตั้งแต่ปี 2547 " โน่นแล้ว แต่ประชาชน(สื่อ)กลับไม่ยอมรับ และเมื่อเทียบกับกระแสที่ถูกสร้างขึ้นในปัจจุบัน เสียงของมวลชนที่ออกมาชุมนุมส่งผ่านสื่อไปทั่วโลกว่าต้องการ และยอมรับ"การเปลี่ยนแปลง "

หากแม้วไม่ฉลาด คงไม่อาจร่ำรวยได้ขนาดนี้ (ไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม) แม้จะเป็นเพียงเบี้ย ก็ได้ค่าตอบแทนของตัวเองอย่างคุ้มค่าที่รอคอย

และนี่คือที่มาของหัวข้อ " คนละเรื่องเดียวกัน "

ต่อไปคือ ตอนสุดท้ายในหัวข้อ "ผู้บงการ " คือใคร ?


ตอนนี้ขอพักเพื่อเปิดโอกาศให้ท่านทั้งหลายได้เสริมข้อมูล หรือวิพากษ์วิจารณ์ ด้วยเหตุและผล

ด้วยความปราถนาดีต่อทุกท่าน อย่างจริงใจ
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:31 am

คอมมิวนิสต์ ในอดีต เป้าหลายหลักคือการโค่นล้มสถาบัน...

แต่ในปัจจุบัน สังคมนิยมเปลี่ยนไปอย่างมาก ผู้คนย่อมเห็นแก่มนุษยธรรมเป็นซะส่วนใหญ่ อีกทั้งสถาบันยังเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนทั้งประเทศ หากทำการโค่นล้มอาจจะทำให้แผนการณ์ดำเนินไปอย่างลำบาก

แต่ยังมีวิธีการ ที่จะดำเนินการคู่ได้ โดยการคงสถาบันกษัตริย์ไว้......ทำอย่างไร ใครช่วยบอกที?????

..............................................................................................................................

"การเมืองใหม่" ภายใต้การต่อสู้ของพันธมิตรฯ โดย สุริยะใส กตะศิลา

ภายหลังพันธมิตรฯ สามารถเคลื่อนขบวนหลายแสนคนฝ่าด่านกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสามารถเข้ามายึดพื้นที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลได้เป็นผลสำเร็จ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเลือดตกยางออกอย่างที่หลายฝ่ายวิตกกังวล หลังจากนั้น พันธมิตรฯ ได้ตั้งเวทีถาวรขนาดใหญ่ที่สะพานชมัยมรุเชฐ และมีการเปิดปราศรัยปกติคล้ายๆ กับการชุมนุมยืดเยื้อที่สะพานมัฆวานรังสรรค์

ประเด็นที่ได้รับความสนใจและถามไถ่จากสื่อมวลชน กระทั่งกลายเป็นข้อถกเถียงตามมาในวงกว้างก็คือ การเปิดประเด็นของ 5 แกนนำบนเวทีปราศรัย ที่ชูธงปลุกมวลชน "ร่วมสร้างการเมืองใหม่" พร้อมๆ กับการวิพากษ์วิจารณ์โจมตีการเมืองแบบระบบรัฐสภาในปัจจุบันที่ไม่สามารถเยียวยาหรือแก้ไขวิกฤตการณ์ของชาติได้อย่างเท่าทัน

การเมืองใหม่ ได้กลายเป็นวาทกรรมการเมืองที่หลายฝ่ายออกมาตีความ ขยายความ ตั้งข้อสังเกต หรือกระทั่งเคลือบแคลงว่าพันธมิตรฯ มีวาระพิเศษหรือวาระซ่อนเร้นจากการชูธงผืนใหม่ใบนี้หรือไม่

ผมในฐานะผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ซึ่งพอมีความใกล้ชิดทางความคิดกับแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 5 คน ทั้งในห้องประชุมและนอกห้องประชุม

ผมเห็นว่า การชูธง "ร่วมสร้างการเมืองใหม่" ของทั้ง 5 แกนนำต่อมวลชนพันธมิตรฯ และสาธารณชนนั้น ถือเป็นการยกระดับการต่อสู้ของแกนนำ และมวลชนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เป็นการยกระดับที่อาจดูเหมือนล้ำหน้า และเกินความเข้าใจของประชาชนทั่วไป แต่เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องพูด ต้องเสนอและต้องกล้าจุดประกาย ก่อนที่ทุกอย่างจะสายหรือ ถ้าเปรียบประเทศเป็นปลาก็เหลือแต่ก้างไว้ให้ลูกหลานเท่านั้น

เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วถ้าเราย้อนไปดูการก่อเกิดของพันธมิตรฯ เคลื่อนไหวขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ และเปิดโปงความเลวร้ายของระบอบทักษิณ โดยชูวาทกรรม "กู้ชาติ" นั้น แม้สุดท้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องพ้นจากตำแหน่งโดยการรัฐประหาร และต่อมาระบอบทักษิณ ได้ถูกรื้อถอนไปในระดับหนึ่งก็ตาม

แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ข้อยุติ ซ้ำร้ายหลังการเลือกตั้งได้รัฐบาลนอมินี ยิ่งพบชัดเจนว่าการเมืองไทยมีทิศทางกลับไปสู่ระบอบทักษิณ และความเป็นใหญ่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กระทั่งกลุ่มทุนการเมืองในนามพรรคไทยรักไทยเดิม

ด้วยเหตุดังนั้น การประกาศฟื้นพันธมิตรฯ ภาค 2 จึงเลี่ยงไม่พ้น แต่ภายใต้สถานการณ์ใหม่จึงดูเหมือนธงการต่อสู้ของพันธมิตรฯ จึงเป็นธงผืนใหม่และใบใหญ่กว่าเดิม คือธง "โค่นระบอบทักษิณ ไล่รัฐบาลหุ่นเชิด" ในความหมายของ "สงครามกู้ชาติครั้งสุดท้าย"

ในขณะเดียวกันก็ประกาศสงครามครั้งใหม่ คือ การชูธง "สร้างชาติ" ภายใต้วาทกรรมการเมืองใหม่ ไปให้พ้นระบบรัฐสภาของนักเลือกตั้ง หรือประชาธิปไตยแบบ 4 วินาที หรือลัทธิเลือกตั้งเป็นใหญ่

"การเมืองใหม่" ในความหมายของพันธมิตรฯ จึงเป็นการเมืองที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ลดอำนาจหน้าที่ของตัวแทนหรือผู้แทนลง เพิ่มบทบาทและอำนาจให้กับประชาชนมากขึ้น

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ประชาธิปไตยแบบระบบรัฐสภา หรือประชาธิปไตยแบบผู้แทนได้ถูกประจานไปทั่วโลกว่ามีขีดจำกัดและไม่มีศักยภาพในการรับมือกับวิกฤตการณ์ของโลกในยุคทุนสามานย์เป็นใหญ่ กระแสการพัฒนาประชาธิปไตยในทางสากลทั่วโลกจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการปรับปรุงปฏิรูประบอบประชาธิปไตยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ในบางประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ไม่เพียงแต่ลดบทบาทและอำนาจในการตัดสินใจของผู้แทนลงเท่านั้น แต่ยังเพิ่มและถ่ายโอนเคลื่อนย้าย "อำนาจในการตัดสินใจ" ไปที่ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยตรงมากขึ้น ในรูปแบบของการประชาพิจารณ์ (Public Hearing) และประชามติ (Referendum) มากขึ้น

การเมืองใหม่ในความหมายของประชาธิปไตยแบบใหม่ จึงไม่ใช่แค่ต้องให้ความสำคัญกับที่มาหรือกระบวนการในการตัดสินใจใช้อำนาจเท่านั้น หากแต่ต้องสร้างหลักประกันว่าประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทุกชนชั้นจะเข้าถึงอำนาจในการตัดสินใจหรือกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา กรรมกรผู้ใช้แรงงาน คนจนในเมือง คนจนในชนบท ชนเผ่าชายขอบ พ่อค้าวาณิชย์ นักธุรกิจชนชั้นกลาง ผู้หญิง คนพิการ คนด้อยโอกาสทางสังคม เป็นต้น

กล่าวเช่นนี้ย่อมแน่นอนว่าไม่ใช่แค่สัดส่วนหรือที่นั่งในอำนาจนิติบัญญัติ (ส.ส.-ส.ว.)จะต้องมีองค์ประกอบและหลักประกันที่หลากหลายเท่านั้น ในขณะเดียวกันอำนาจบริหารก็ต้องมีพื้นที่ให้กับคนกลุ่มต่างๆ เหล่านั้นในระดับที่แน่นอนเช่นกัน

ข้อเสนอที่ท้าทายของแกนนำพันธมิตรฯ ที่เสนอสูตรผสมของผู้เข้าสู่อำนาจในสัดส่วน 70:30 กล่าวคือเพิ่มกระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็น ร้อยละ 70 และลดที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งโดยวิธีการเลือกตั้งลงเหลือร้อยละ 30 จึงเป็นเพียงการนับหนึ่งหรือริเริ่มจุดประกายให้สังคมได้ขบคิดถกเถียงขยายผลในวงกว้างต่อไป

ทั้งนี้ ในรายละเอียดหรือโมเดลของ การเมืองใหม่ จึงจำเป็นที่ผู้รู้ นักวิชาการ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย และภาคส่วนต่างๆ จะนำไปขบคิดขยายผลเพื่อก้าวพ้นลัทธิเลือกตั้งที่ทุนเป็นใหญ่ ประเทศซื้อได้ และประชาชนเป็นเพียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ว่านอนสอนง่ายเท่านั้น

ที่กล่าวมาข้างต้น หลายคนอาจสงสัยว่าจะเริ่มตรงไหนอย่างไร ต้องปฏิวัติ รัฐประหาร ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ต้องตั้งรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐบาลเฉพาะกาล อย่างนั้นหรือ ผมกลับเห็นว่าวิธีการอาจไม่สำคัญเท่ากับหลักการ หากวันนี้สังคมเห็นความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนว่าเราต้องร่วมร่วมกันสร้างชาติและสร้างการเมืองใหม่แล้ว รูปแบบวิธีการก็อาจไม่ใช่เรื่องยากและอาจง่ายเกินกว่าที่เราคิดและอาจไม่ถึงขั้นต้องรบราฆ่าฟันกันกลางเมืองอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

วันนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขอเป็นผู้ถือธงนำ และประกาศเป็นพันธสัญญาในการต่อสู้ครั้งนี้ร่วมกับผู้รักความเป็นธรรมทั่วไป สงครามครั้งสุดท้ายโค่นล้มระบอบทักษิณจึงเป็นเพียงระยะผ่านสู่ สงครามอันศักดิ์สิทธิ์ คือการ ร่วมกันสร้างการเมืองใหม่ ให้ปรากฏเป็นจริง...
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Aug 28, 2008 9:31 am

จริงๆแล้ว สิ่งที่พันธมิตรได้ทำ โดยการนำประเด็นเรื่องเขาพระวิหารมานั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด อันนี้ต้องขอชม (เราจะไม่กล่าวถึง behind the scene)

เพราะสิ่งสำคัญในวันนี้ คือ ประเทศชาติ และอธิปไตยของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่บุคคลแค่กลุ่มเดียว

พลังมวลชนในวันนี้ ลุกฮือ เพราะเรื่องเขาประวิหาร และเป็นประเด็นสำคัญที่จะเล่นงานรัฐบาลชุดนี้

.........................................................................................

เหตุการณ์อันไหนดี เราขอชม

ส่วนเรื่อง behind the scene นั้น ก็เป็นสิ่งที่ต้องถูกซักฟอก กันต่อไป
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Mon Sep 08, 2008 6:01 pm

ใครอยากอ่านการวิเคราะห์เกี่ยวกับ พันธมิตร และสมัคร อ่านได้ที่ลิงค์ข้างล่างนะจ๊ะ

เบื้องหลัง การบุกทำเนียบในวันที่ 20 มิถุนายน 2551
http://forum.serithai.net/index.php?topic=28195.0

เผยเบื้องลึก...พันธมิตรบุก ปตท.
http://forum.serithai.net/index.php?topic=30502.0
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ