"ไทย-กัมพูชา"ยุติขัดแย้ง ถอนทหารจากพระวิหาร

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

"ไทย-กัมพูชา"ยุติขัดแย้ง ถอนทหารจากพระวิหาร

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 06, 2009 11:58 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1233923073&grpid=00&catid=06

วันที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 22:22:41 น.
มติชนออนไลน์

"ไทย-กัมพูชา"ยุติขัดแย้ง ถอนทหารจากพระวิหาร "ฮุน เซน"ลั่นนาที ประวัติศาสตร์ ไม่อยากให้วุ่นคนรุ่นหลัง

ไทย-กัมพูชา
ตัดสินใจยุติความขัดแย้งตกลงถอนทหารจาก "พระวิหาร" "ฮุน เซน"
ลั่นนาทีประวัติศาสตร์ ไม่อยากให้ความยุ่งยากหลงเหลือเป็นมรดกคนรุ่นหลัง
ฝาก"ประวิตร" เชิญ"มาร์ค"เยือนช่วงเหมาะสม ป.ป.ช.เตรียมชี้มูลความผิด 28
รมต.รบ.สมัคร หนุนเขมรขึ้นทะเบียนมรดกโลก
"เสธ.หนั่น-ประดิษฐ์-สุวิทย์-ระนองรักษ์" หนาว


P { margin: 0px; }
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน เมื่อวันที่ 6
กุมภาพันธ์ว่า
ไทยและกัมพูชาตกลงที่จะถอนกำลังทหารที่ประจำอยู่ตามชายแดนของประเทศทั้ง 2
บริเวณเขาพระวิหารซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งก่อนหน้านี้กลับออกมาทั้งหมด
เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดการปะทะกันเหมือนเมื่อปีที่ผ่านมาขึ้นอีก

ทั้งนี้ สมเด็จฯฮุน เซน
นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากที่พล.อ. เตีย บันห์
รัฐมนตรีกลาโหม นำพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เข้าพบในวันเดียวกันนี้ โดยมีนาย ฮอ นัมฮง
รัฐมนตรีต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาร่วมอยู่ด้วยว่า
ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะดำเนินการปักปันเขตแดนทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
ต่อไป

"จะไม่มีการเผชิญหน้าทางทหารในพื้นที่นั้นอีกแล้ว
ได้บอกกับตัวแทนของฝ่ายไทยไปว่า นี่คือนาทีประวัติศาสตร์
เราได้แก้ปัญหาทั้งหมดลุล่วงไปในวันนี้
ดังนั้นจะไม่มีความยุ่งยากเดือดร้อนหลงเหลือเป็นมรดกตกทอดให้กับคนรุ่นหลัง
อีกต่อไป" นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว พร้อมกับระบุด้วยว่า
ไทยและกัมพูชาที่เป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกันจะทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาพื้นที่
ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป


รอยเตอร์ระบุว่า พล.อ.ประวิตร ซึ่งเดินทางไปเยือนกัมพูชา
พร้อมกับนายทหารระดับสูงที่รับผิดชอบด้านชายแดนไทยกัมพูชา
กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า ทุกอย่างโอเค ไม่มีปัญหา

ทางด้านเอเอฟพีรายงานว่า ก่อนหน้านั้นสมเด็จฯฮุน เซน
กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วต้องการให้ทั้ง 2
ฝ่ายพบกันบ่อยครั้งขึ้นเพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกันและหลีกเลี่ยงการ
ปะทะซึ่งกันและกัน
ลดความขัดแย้งลงขยายความร่วมมือให้กว้างขวางมากขึ้นเพื่อรองรับความร่วมมือ
ทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว นอกจากนั้นยังระบุด้วยว่า
ได้ฝากเชิญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรีไทยให้เดินทางเยือนกัมพูชาในจังหวะเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย

ด้านน.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนคดีการกล่าวหาคณะรัฐมนตรี (ครม.)รัฐบาลนายสมัคร
สุนทรเวช จำนวน 28 คน
จากกรณีที่มีมติสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก
กระทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เปิดเผยว่า
ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนได้เข้าชี้แจงข้อกล่าวหาจนหมดแล้ว
หลายคนชี้แจงข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รายงานมาว่า
ทำสำนวนรวบรวมข้อเท็จจริงจนเสร็จแล้ว และอาจนำเข้าสู่ที่ประชุม
ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์
เพื่อหารือว่าจำเป็นต้องสอบสวนใครเพิ่มเติมหรือไม่ หรือชี้มูลความผิดเลย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ครม.ทั้ง 28 คน
อาจส่งผลให้รัฐมนตรี 4 คนใน
ครม.ชุดปัจจุบันที่เคยอยู่ในครม.ชุดของนายสมัคร คือ พล.ต.สนั่น
ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ร.ต.(หญิง)ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายสุวิทย์ คุณกิตติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายประดิษฐ์
ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ตาม
พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 55


[/size]
รบกันไปก็เละทั้งคู่ มหาอำนาจก็แบ่งผลประโยชน์ไปตามระเบียบ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ไทย-กัมพูชา"ยุติขัดแย้ง ถอนทหารจากพระวิหาร

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 08, 2009 10:31 pm

http://matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234093214&grpid=00&catid=19

วันที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 19:13:48 น. มติชนออนไลน์
เปิดขึ้นเที่ยว"เขาพระวิหาร"ได้ รับ"วาเลนไทน์" ผู้ว่าฯศรีสะเกษสั่งจัดระเบียบใหม่ร้านอาหาร-ของที่ระลึก

เปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารรับ"วาเลนไทน์" หลังจากต้องปิดชั่วคราวเนื่องจากปัญหาข้อพิพาทไทย-เขมร ผู้ว่าฯศรีสะเกษเผย 10 ก.พ.ได้ฤกษ์เที่ยวชมผามออีแดง สั่งรองผู้ว่าฯจัดระเบียบร้านอาหาร ขายของที่ระลึก รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ หวังรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ห้ามพ่อค้าเขมรเอี่ยวขาย


P { margin: 0px; }

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเยี่ยมประชาชนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถึงเสียงเรียกร้องให้เปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมได้ หลังจากต้องปิดชั่วคราว เนื่องจากเกิดข้อพิพาทตามแนวชายไทยระหว่างไทยและกัมพูชาขึ้นว่า หลังจากทำหนังสือไปถึง พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการแจ้งตอบจากแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าเห็นชอบให้เปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้แล้ว จึงทำหนังสือไปถึงอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและนายอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อขอให้เตรียมการเปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร


"ในการเปิดนี้จะมีการดำเนินการเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการเปิดอย่างไม่เป็นทางการ โดยจะเปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมได้ตั้งแต่วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้มาเที่ยวชมความสวยงามของทะเลป่า และภูผาหมอกของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารในวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักได้ โดยจะอนุญาตให้ประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกขึ้นไปเที่ยวชมได้เพียงบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บริเวณหน้าผามออีแดงเท่านั้น" นายเสนีย์กล่าว


สำหรับขั้นตอนที่ 2 ผู้ว่าฯศรีสะเกษกล่าวว่า จะเป็นการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการช่วงต้นเดือนเมษายน เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ โดยได้ประสานกับนายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ ขอให้จัดเตรียมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย


นายเสนีย์กล่าวว่า เพื่อเป็นการจัดระเบียบบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารให้เรียบร้อยสวยงาม รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ดังนั้น จึงแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง มีนายประวัติ รัฐิรมย์ รองผู้ว่าฯศรีสะเกษ เป็นประธานคณะทำงาน โดยจะจัดระเบียบเกี่ยวกับด้านร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหาร สถานที่จอดรถ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัย และทุกด้านที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร หรืออุทยานแห่งชาติผามออีแดงแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยในเขตภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดระเบียบพ่อค้าแม่ค้าจำหน่ายของที่ระลึก และร้านอาหาร จะจัดระเบียบให้เป็นสัดส่วนบริเวณร้านค้าเดิมที่มีอยู่แล้วให้สะอาดสะอ้านมากกว่าเดิม โดยจะมีเฉพาะแม่ค้าชาวไทยเท่านั้น เนื่องจากยังไม่มีการเปิดเขาพระวิหารให้พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาเข้ามาค้าขายได้นั่นเอง


ขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมคณะเดินทางไปยังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ เมื่อเวลา 11.00 น. โดยนำหมวกกันกระสุน 100 ใบ ผ้าห่มกันหนาว 500 ผืน และเสื้อยืด 400 ตัว ไปมอบให้กับ พล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เพื่อแจกจ่ายกำลังพลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และตรึงกำลังอยู่ที่บริเวณปราสาทพระวิหาร โดยมี พ.อ.ธัญญา เกียรติสาร ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์การตรึงกำลังทหารให้ได้รับทราบ


นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ต้องขอบคุณทหารพรานทุกนายที่ช่วยปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทราบว่าทหารพรานขาดแคลนหมวกกันกระสุนและผ้าห่มกันหนาว จึงประสานงานกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจัดหาหมวกกันกระสุนและผ้าห่มกันหนาวรวมทั้งเสื้อยืดมามอบให้กับทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่


นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ได้ดำเนินการผลักดันให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเงินเบี้ยเลี้ยงเพิ่มให้แก่ทหารพรานเป็นวันละ 70 บาทต่อวันต่อคนแล้ว นอกจากนี้ ธนาคารธนชาติยังได้สนับสนุนเงินเพื่อเป็นสวัสดิการการปฏิบัติงานให้กับทหารอีกจำนวน 300,000 บาทด้วย
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ไทย-กัมพูชา"ยุติขัดแย้ง ถอนทหารจากพระวิหาร

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 17, 2009 10:06 am

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000017987

เขมรเหิม! ขอแบ่ง 90% ก๊าซ-น้ำมันพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

รอง ผบ.ทัพเรือภาค 1 เผยเขมรขอส่วนแบ่งผลประโยชน์เขตทับซ้อนทางทะเล 90% หลังผลสำรวจพบน้ำมัน-ก๊าซธรรมชาติมูลค่ารวม 5 ล้านล้านบาท อดีต ผบ.ทร.อัดกัมพูชาขีดเส้นเลื่อนลอย หนุนคงกำลังทหาเพื่อความได้เปรียบเจรจาเขตแดนทางบก-ทะเล ด้าน ผอ.กองกิจการชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุ “ฮุนเซน” ลดความแข็งกร้าว แต่เสริมทหารปืนใหญ่ด้านเขาพระวิหาร

วันที่ 16 ก.พ. ที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อาคารพญาไทพลาซ่า พล.ร.ต.วีรศักดิ์ จันหนู รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้กล่าวระหว่างประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความเห็นในการแก้ไขปัญหาเขตแดนทาง บกและทางทะเล ระหว่างไทย-กัมพูชาว่า ปัญหาที่ยังตกลงไม่ได้เกิดจากการอ้างสิทธิของสองฝ่ายออกไปฝ่ายละ 200 ไมล์ทะเลจากไหล่ทวีปในองศาที่ต่างกัน ทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อน แบ่งเป็นสองส่วน คือ เกาะกูดตอนล่าง ที่ไทยยึดถือตามสนธิสัญญา ฟรังโก-สยาม ว่าเกาะกูดอยู่ในฝั่งไทย ในขณะที่ กัมพูชาใช้เส้นแนวเล็งจากเขตแดนที่ 73 ผ่านยอดเขาสูงของเกาะกูดตรงออกไปในทะเล ซึ่งกินพื้นที่พัฒนาร่วมคือ JDA ที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนที่สอง คือ อ่าวไทยตอนกลางและตอนล่าง ที่กัมพูชาประกาศเขตไหล่ทวีปในปี 2515 ในขณะที่ไทยประกาศในปี 2516

พล.ร.ต.วีรศักดิ์ กล่าวว่า จนกระทั่ง ปี 2543 สองฝ่ายได้เคยทำเอ็มโอยูร่วมกัน โดยแบ่งพื้นที่เป็นสองตอนในการแก้ไขปัญหา คือ พื้นที่เหนือเส้นละติจูด 11 องศาเหนือ กำหนดให้การทำการแบ่งเขตทางทะเล และพื้นที่ใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือ ลงมากำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน โดยมีการตั้งกรรมาธิการเทคนิคร่วมไทยกัมพูชา มี รมว.การต่างประเทศเป็นประธานฝ่ายไทย พร้อมตั้งคณะทำงาน 2 ชุด ในการจัดทำพื้นที่ร่วม และการเจรจาแบ่งเขตทางทะเลพื้นที่ ตอนบนเหนือละติจูด 11 องศาเหนือด้วย

“ช่วงปี 48 บริษัท เชฟรอน สหรัฐฯ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่ได้รับสัมปทานในพื้นที่ทับซ้อนจากรัฐบาลไทยและ กัมพูชาให้สำรวจพื้นที่ทับซ้อนซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 26,400 ตารางกิโลเมตร ได้ประเมินมูลค่าก๊าซธรรมชาติไว้ 3.5 ล้านล้านบาท และน้ำมัน 1.5 ล้านล้านบาท โดยกองทัพเรือยังต้องดูแลความปลอดภัย 2 ฐานขุดเจาะนางนวลนี้อยู่ ทำให้กัมพูชาเริ่มพูดจากับเรายากขึ้น”

รอง ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า ก่อนหน้าที่ยังไม่มีการขุดเจาะสำรวจ ท่าทีของกัมพูชาดีมาก และคุยกันรู้เรื่องแต่เมื่อมีการสำรวจรู้ถึงผลประโยชน์แล้ว ท่าทีก็เปลี่ยนไปและคุยกันไม่รู้เรื่อง ซึ่งในการเจรจาตอนแรกไทยเห็นว่าบริเวณนั้นอยู่ในเขตของไทย แต่เมื่อเกิดเขตทับซ้อนขึ้นจึงต้องมีการเจรจา ก็เลยเสนอว่าต้องแบ่งให้ไทย 60 กัมพูชา 40 แต่กัมพูชาต่อรองให้เหลือ 50:50 ซึ่งไทยก็นิ่งเฉยเพราะช่วงนั้นกัมพูชามีปัญหาภายในเกี่ยวกับเขมรแดง พอถึงช่วงนี้แหล่งพลังงานของไทยเริ่มร่อยหรอจึงเริ่มคิดที่จะมีการเจรจาอีก ครั้งเพื่อหาพลังงานทดแทน จึงได้เริ่มคุยกับกัมพูชาใหม่ แต่ปรากฏว่ากัมพูชาอ้างเรื่องสิทธิในทะเล และขอแบ่ง 90% ให้ไทยแค่ 10% อย่างไรก็ตาม ในการเจรจาในช่วงนี้คิดว่านายกฯ ของไทยอาจจะเจรจามาที่ 50:50 ซึ่งหากกัมพูชายอมน่าจะแบ่งผลประโยชน์กันได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเขตแดนบนบกมีผลกับหลักเขตทางทะเลด้วย

ทางด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ ยุทธวงษ์ อดีต ผบ.ทร. และประธานคณะกรรมาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่า มีความเข้าใจผิดว่าหากเกิดขยับหลักเขตบนบกแล้วจะกระทบต่อเส้นเขตแดนทางทะเล ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ เนื่องจากการลากเขตทางกัมพูชาจะลากจากเกาะกูดไปยังหลักเขตที่ 73 โดยยอมให้พื้นที่บนบกของเกาะกูดเป็นของไทย แต่ในทางทะเลเขากลับให้เป็นของเขา เพราะฉะนั้น หลักเขตที่ 73 จึงเป็นคนละส่วนในการที่จะเปลี่ยนแปลงเขตแดนทางทะเล แต่ไม่ทราบว่าที่ผ่านมามีความเชื่อมโยงกันอย่างไรให้เป็นเรื่องการเมือง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ