ได้เวลา นับถอยหลัง...

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Jul 29, 2009 9:02 pm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000085848



นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเืพื่อประชาธิปไตย
และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้(29 ก.ค.)

“สนธิ” แฉ “นายพลไอ้โมง” ตัวการใหญ่ บงการสั่งฆ่าอุกอาจกลางเมืองกรุง
พบ สั่งจัดชุดผสมพันธุ์กองกำลังเถื่อน “ทหาร ฉก.90–ตำรวจสันติบาล-ดีเอสไอ”
แนะ นักข่าวเช็กสายตรงฉก.90 ใครคุม ใครสังกัดบ้าง แล้วจะรู้ข้อเท็จจริง
เผย อีกปมสำคัญ พบ “ญาติผู้หญิงของคนที่อยู่เมืองนอก” ซี้บึ้กบิ๊กดีเอสไอ
ขณะเดียวกัน ไม่แปลกใจ “อภิสิทธิ์” อุ้ม “ป๊อด”
เพราะต้องการอ่อนให้พรรคร่วม


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ให้สัมภาษณ์

วันนี้ (29 ก.ค.) ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า
จะไม่มีการปลด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ว่า นายอภิสิทธิ์
จะปลดหรือไม่ คงไม่ใส่ใจ
เพราะได้ทำใจกับเรื่องคดีการลอบสังหารตนเองนานแล้ว อย่างไรก็ตาม
ที่นายกฯไม่ย้ายนั้น เพราะต้องการประนีประนอมกับทางพรรคร่วมรัฐบาล
จึงไม่กล้าไปแตะต้องตำแหน่งของ พล.ต.อ.พัชรวาท
ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนได้อย่างดีถึงภาวะผู้นำอย่างแท้จริงของนายกฯ ว่า
มีภาวะผู้นำแค่ไหน
และยิ่งเป็นการตอกย้ำให้สังคมเห็นว่ารัฐบาลนี้ตั้งขึ้นมาได้
เพราะทหารช่วยผลักดันอย่างที่สังคมเข้าใจมากขึ้นไปอีก

นายสนธิ กล่าวต่อว่า การที่ทั้ง 2 คน คือ นายอภิสิทธิ์
นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ถ้าจะปลด
พล.ต.อ.พัชรวาท ก็สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ไม่ทำ อย่างที่เห็นได้ชัด คือ
การปล่อยให้การประชุมอาเซียนเมื่อเดือนเมษายนล้มอย่างไม่เป็นท่านั้น
ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะปลดอยู่แล้ว ยังไม่นับประเด็นที่ คุณปานเทพ
พัวพงษ์พันธ์ แถลงเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

“อยากถามนายกฯ ว่า ไหนบอกว่าจะสร้างความเป็นนิติรัฐให้กับประเทศ
ผมไม่อยากให้นายกฯดีแต่พูด เพราะอยากให้ลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้อง
เพราะถ้าจับผู้กระทำผิดมาลงโทษไม่ได้
สังคมจะมองว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือไม่ ซึ่งถ้า คุณธานี
สมบูรณ์ทรัพย์ (พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.)
ทำคดีของผมได้สำเร็จลุล่วง
ก็จะถือว่าเป็นการกู้ชื่อให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขณะนี้ที่ถูกสังคม
มองในความไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควรอีกด้วย” นายสนธิ กล่าว

ทั้งนี้ นายสนธิ ระบุด้วยว่า ทราบตัวบุคคลที่ร่วมกันฆ่าตนเองแล้ว
และทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งผสมกันทั้งทหารและตำรวจ
รวมทั้งยังรู้อีกว่ามีตำรวจทำการดักฟังที่บ้านตน โดยทั้ง 3
ส่วนที่ชำนาญเรื่องนี้ คือ ตำรวจจากกองบัญชาการปราบยาเสพติด (ปส.)
ตำรวจสันติบาล และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมี
ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ รวมอยู่ในทีมด้วย
โดยเฉพาะดีเอสไอที่ชอบทำการดักฟังข้อมูลของรัฐบาลไปแบล็กเมล์อีกด้วย

“ทีมที่มาลอบฆ่าผมนั้น มีทั้งหมด 14 คน เป็นทหาร 13 คน กับตำรวจอีก
1 คน โดยนายพลท่านหนึ่งได้เป็นคนสั่งให้ดีเอสไอกับทหารมาเก็บผม
โดยเป็นทหารป่าหวาย ร่วมกับตำรวจในดีเอสไอ ผมรู้ว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าผม
แต่ก็ไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้แล้ว โดยทหารเป็นทหารหน่วยเฉพาะกิจ ฉก.90
ซึ่งสื่อมวลชนไปค้นได้ว่าใครเป็นคนมีอำนาจสามารถสั่งหน่วยและใครบ้างขึ้นตรง
ต่อหน่วย ฉก.90 ซึ่งคนที่สั่งฆ่าผมนั้น เป็นทั้งคนกลุ่มอำนาจเก่า
และกลุ่มอำนาจใหม่ผสมกัน
ซึ่งผมก็รู้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติของคนที่อยู่เมืองนอกยังมีความ
สนิทชิดเชื้อกับคนในกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกด้วย” นายสนธิ กล่าว
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Jul 29, 2009 9:11 pm

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=benjapol&topic=677

ฉก.90(ทบ)

ข้อความ 21 ดูไปแล้วไม่ชอบเลยกับข้อความที่มีการเปรียบเทียบว่าหน่วยไหนเหนือกว่ากัน


ประวัติของ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษครับ


เริ่มก่อตั้ง ในปี พ.ศ.2524 โดย กองพลที่ 1 รักษาพระองค์
เป็นหน่วยที่จัดตังโดยใช้พื้นที่ของ พล.1 รอ.
เป็นที่ตั้งชั่วคราวเพื่อเตรียมพร้อม ใช้ชื่อว่า “ชุด AT81”
โดยการใช้กำลังพลจาก นขต. ของ พล.1 รอ.
เข้ามารับการฝึกการปราบปรามการก่อการร้ายสากล (หลักสูตรการรบในเมือง)
เป็นเวลา 10 สัปดาห์ จำนวน 3 รุ่น คือ

รุ่นที่ 1 ชุด A,B เข้ารับการฝึกจากหน่วย SAS จำนวน 42 นาย

รุ่นที่ 2 ชุด C,D เข้ารับการฝึกจากหน่วย SAS จำนวน 42 นาย

รุ่นที่ 3 ชุด E,F เข้ารับการฝึกจากหน่วยอิสราเอล จำนวน 40 นาย

กำลังพลดังกล่าวหมุนเวียนทำหน้าที่เตรียมพร้อม จำนวน 3 ชุด ๆ ละ 20 วัน

2.2 เมื่อปี พ.ศ.2527 ได้ย้ายการบังคับบัญชาจาก พล.1 รอ.
มาขึ้นการบังคับบัญชากับกองทัพบก ตาม คำสั่ง ทบ. (เฉพาะ) ลับมาก 333/27 ลง
31 ธ.ค.27 โดยใช้ อจย.หมายเลข 33-107 พ. ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งกองทัพบก
(เฉพาะ) ที่ 340/26 ลง 18 พ.ย.26 เป็นมูลฐานในการจัดตั้ง โดยมีนามหน่วยว่า
หน่วยปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจ 90” ใช้รหัสย่อว่า “ฉก.90
เป็นหน่วยที่ขึ้นตรงต่อกองทัพบก มี ผบ.ทบ. เป็นผู้สั่งการโดยตรง
โดยมีที่ตั้งชั่วคราวอยู่ที่ ร้อย.ลว.ไกล.ที่ 1 พล.1 รอ.
มีกำลังพลที่ผ่านการฝึกสมัครใจย้ายตามหน่วย จำนวน 60 นาย
และรับสมัครเพิ่มเติมจาก ร้อย.ลว.ไกล ที่ 1 พล.ม.1 รอ. จำนวน 15 นาย
และคัดเลือกจาก นนส.ศร. จำนวน 21 นาย มีกำลังพลบรรจุในหน่วยขณะนั้น จำนวน
52 นาย

2.3 เมื่อปี พ.ศ. 2529
ได้บรรจุมอบเป็นหน่วยขึ้นการบังคับบัญชาโดยตรงกับ นสศ. ตามคำสั่ง
ทบ.(เฉพาะ) ที่ 266/29 ลง 26 พ.ย.29 และใช้นามหน่วยตาม อจย. ว่า “
กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ ” โดยได้ย้ายที่ตั้งหน่วยชั่วคราวจาก ร้อย.ลว.ไกล
ที่ 1 พล.1 รอ. มาเข้าที่ตั้งชั่วคราว ค่ายวชิราลงกรณ์ (รพศ.1) บ.ป่าหวาย
ต.ป่าตาล อ.เมือง จว.ลพบุรี

2.4 เมื่อปี พ.ศ. 2535 นสศ.
ได้บรรจุมอบให้เป็นหน่วยขึ้นการบังคับบัญชาโดยตรงของกองพันจู่โจม เมื่อ 1
ต.ค.35 ตามคำสั่ง นสศ. ที่ 39/2535 ลง 7 ก.ย.35 ร้อย.ปฏิบัติการพิเศษ
ได้เคลื่อนย้ายจากที่ตั้งชั่วคราว ค่ายวชิราลงกรณ์ บ.ป่าหวาย ต.ป่าตาล
อ.เมือง จว.ลพบุรี ไปเข้าที่ตั้งปกติถาวร บริเวณบ้านน้ำจั้น ต .เขาสามยอด
อ.เมือง จว.ลพบุรี เมื่อ 14 ต.ค.37 ตามคำสั่ง ทบ. (เฉพาะ) ที่ 147/37 ลง
22 ธ.ค.37

2.5 เมื่อปี พ.ศ.2543 ตามคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ลับ ที่ 124/43 ลง 1
พ.ย.43 ให้ นสศ.ปิดการบรรจุกำลังพลและปรับการบังคับบัญชาหน่วยรบพิเศษ
ประจำปีงบประมาณ 2544 ปรับการบังคับบัญชาหน่วย จาก นขต.พัน.จจ. เป็น
นขต.รพศ.3 ให้เรียกนามหน่วยว่า “ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ ”
นามหน่วยโดยย่อว่า “ ร้อย.ปพ. ” เครื่องหมายสังกัด รพศ.3
โดยมีพิธีมอบการบังคับบัญชาเมื่อ 6 มี.ค.44


3. ภารกิจของหน่วย

3.1 ปฏิบัติการต่อต้านและปราบปรามการก่อการร้ายทุกรูปแบบ

3.2 ปฏิบัติภารกิจพิเศษตามที่ได้รับมอบ


4. การปฏิบัติภารกิจที่สำคัญของหน่วย

4.1 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2543 เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน
กรณีชนกลุ่มน้อย (GOD ARMY) ยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี

4.2 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2543 ช่วยเหลือตัวประกัน
กรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำ จว.สมุทรสาคร ถูกนักโทษชาวพม่าจับเป็นตัวประกัน
4.3 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ผลักดันกองกำลังทหารพม่า บริเวณสำนักสงฆ์กูเต็งนาโย่ง อ.แม่สาย จว.เชียงราย
http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=612&forum=6&page=2&PHPSESSID=131b1056f8560470621316b7ecaa3d53
บันทึกเลือดจาก นักรบยอดดอย

4.4 เมื่อห้วงเดือน พ.ค.45 เตรียมพร้อมปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศสุรสีห์ 143 ณ จว.เชียงใหม่

4.5 เมื่อวันที่ 30 - 31 ม.ค.46 เตรียมพร้อมการอพยพคนไทยออกจากประเทศกัมพูชา ณ ฝูงบิน 207 อ.เมือง จว.ตราด

4.6 เมื่อห้วง 15 เม.ย. - 30 ก.ย.46 ปฏิบัติภารกิจระวังป้องกันให้หน่วยทหารช่างในการฟื้นฟูประเทศอัฟกานิสถาน

http://www.3sor.com/sfrng.htm


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Thu Jul 30, 2009 11:11 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Jul 29, 2009 9:16 pm

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=benjapol&topic=677&page=1

ข้อความ 5ฉก. 90 หรือ หน่วยเฉพาะกิจ 90 มีกำเนิดมาพร้อม ๆ กับ กองกำลังรักษาพระนคร หลัง
1 – 3 เมษายน 2524 หรือ เมษาฮาวาย ที่นายทหาร จปร. รุ่น 7 ได้รวมกำลังกันเพื่อล้มรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ( 1 )
จน พล.อ. เปรม ต้องถอยไปตั้งหลักสู้ที่ ค่ายสุรนารี จว. นครราชสีมาบ้านเก่าสมัยเป็นแม่ทัพภาค 2 ซึ่งได้ พล. ต. อาทิตย์ กำลังเอก ให้การหนุนหลังอย่างเข้มแข็งจนสามารถเอาชนะปราบกบฏครั้งนั้นได้อย่างราบคาบ พล.ต. อาทิตย์ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พล.ท. เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งในขณะนั้นวิทยุมือถือมีความนิยมมากในหมู่ทหาร ซึ่ง พล.ท. อาทิตย์ ใช้นามเรียกขานว่า “สุริยะ 9” และนามเรียกขานของหน่วยรักษาความปลอดภัยปจะจำตัวคือ “สุริยะ 90”


ต่อมา พล.ท.อาทิตย์ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในเวลา 6
เดือน และมามีเรื่องใหญ่กันอีกทีคือ การเกิดกบฏ 9 กันยายน 2528
และมีการลอบสังหารผู้นำทางทหารและการเมืองอีกหลายครั้ง
จึงได้มีการขยายหน่วยรักษาความปลอดภัยบุคคลให้มีขนาดใหญ่และเพิ่มยุทโธปกรณ์
ที่ทันสมัยเช่น ปืนกลมือ และเครื่องมือสื่อสารต่างๆ
โดยกำลังพลส่วนใหญ่มาจากกำลังพลจาก กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ หน่วยเก่าที่
พล.อ. อาทิตย์ เคยเป็น ผบ. มาก่อน ซึ่งเรียกว่าหน่วย AT (Anti Terrorist)
และเคยได้รับการฝึกเป็นพิเศษแบบหน่วย SWAT และมีที่ตั้งชั่วคราวที่
กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 1 ถ. แจ้งวัฒนะ และเปลี่ยนชื่อหน่วยเป็น
หน่วยเฉพาะกิจ 90 ขึ้นตรงต่อ ผบ.ทบ.


เหตุการณ์มาผันแปรเมื่อ พฤษภาคม 2530 มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่าง พล.อ.อาทิตย์ ซึ่งเป็น ผบ.ทบ. ในขณะนั้น กับผู้นำทางการเมือง จึงถูกปลดกลางอากาศ ฉก.90 จึงกลายเป็นหน่วยที่ขาดลอยแต่เลิกไม่ได้เพราะมีเครื่องมือและยุทโธปกรณ์จำนวนมากและกำลังพลยังมีเงื่อนไขบางประการ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผบ.ทบ. แทนจึงได้มอบหมายให้ พล.ท.สุนทร คงสมพงษ์ ผบ.นสศ.เพื่อนรักรับเอาหน่วยนี้ไปดูแลโดยให้ความสำคัญโดยให้เป็นกองร้อยขึ้นตรงต่อ นสศ.

หลังจากนั้นอีก 4 -5 ปีต่อมาได้มีการจัดกองพันจู่โจมตามหลักนิยมของสหรัฐ
แต่ผิดตรงที่กองทัพบกจัดให้กองพันจู่โจมไปหน่วยรบพิเศษแทนที่จะเป็นหน่วย
ทหารราบ ฉก. 90 จึงถูกลดความสำคัญให้มาเป็นกองร้อยที่ 3
ของกองพันจู่โจมที่ตั้งขึ้นใหม่แต่ยังคงดำรงชื่อเดิมไว้คือ ฉก. 90
และในที่สุดหลังจากนโยบายปรับลดกำลังของกองทัพ
ได้มีการปรับกำลังหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเสียใหม่คงเหลือเพียงกองพลเดียว
โดยมีการรวมกรมรบพิเศษขึ้นมาใหม่
และนำกองพันจู่โจมเข้าไปอยู่ใต้สายการบังคับบัญชาของกรมปฏิบัติการพิเศษนี้
ซึ่งทำให้ หน่วยเฉพาะกิจ 90 กลายเป็นเพียงชื่อในความทรงจำ
โดยได้เปลี่ยนชื่อ เป็นกองร้อยปฏิบัติการพิเศษเช่นเดียวกับกองร้อย อื่น ๆ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Jul 29, 2009 9:44 pm

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=25&PHPSESSID=ff3ba86a56494b8a64926e91ec8d5fa3







http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=31&PHPSESSID=ff3ba86a56494b8a64926e91ec8d5fa3

Israel double game in Southeast Asia: Arming terrorists with Khmer Rouge weapons



Sat, 03 Mar 2007 08:07:00

Wayne Madsen Report

WMR's report yesterday on the U.S. naval buildup in Southeast Asia, particularly in Cambodia,
coincides with a major Israeli intelligence and weapons smuggling operation in the region.


Israel has been a major, albeit covert, player in Southeast Asia since Israeli multi-billionaire tycoon Shaul Eisenberg began supplying weapons to Cambodia's genocidal Khmer Rouge regime in the 1970s.
Eisenberg, a close business partner of China's military, was also an early arms supplier to Khmer Rouge leader Pol Pot. Eisenberg was active with Asia's Jewish community during World War II, not as an compatriot of the Allies but as a close
intelligence and business partner of Japan's Imperial government, which was allied with Nazi Germany and Fascist Italy in the Axis Alliance. Escaping Nazi-controlled Europe, Eisenberg settled in the Far East, making his primary bases of operation Japanese-occupied Shanghai and Japan itself. In Shanghai, Eisenberg, along with Imperial Japanese military intelligence units, formed units of future Jewish terrorist groups -- the Irgun and the Shanghai Betar (Betar was founded in the 1930s by the Polish Zionist Yakob Jabotinsky, a supporter of Italian Fascist leader Benito Mussolini, to battle the British for control of Palestine and the ideological godfather of later neoconservative oracle Leo Strauss). The Japanese taught the Jewish paramilitary forces in Shanghai, including some who escaped from Joseph Stalin's Jewish Autonomous Region creation in the Soviet Far East on the Chinese border, how to disrupt colonial occupiers' logistics and command and control elements, strategies that had been successful against the British, Dutch, French, and American colonial authorities in Asia. The Irgun and Betar gangs would eventually use the knowledge gained from the Japanese in their terror campaign against British and Arab forces in Palestine following World War II. Eventually, Irgun and Betar veterans would form the present-day Likud Party, now headed by Binyamin Netanyahu, a noted extreme right-winger.


After the war, Eisenberg began selling war surplus material, including iron and steel scrap.
Married to a Japanese woman, Eisenberg established the Israel Corporation, a huge holding company , which, during the 1970s, began to secretly export Israeli military equipment and weapons to China. Under a Panama-based company called
United Development, Inc., Eisenberg also began exporting weapons to Central America's most insidious dictatorships, including that of Anastasio Somoza in Nicaragua. Eisenberg's vast holdings eventually included Israel Aircraft Industries and Zim Israel Navigation Company.


As the United States faced imminent defeat in the Indochina War at the hands of the
Vietnamese, Laotian, and Cambodian communist-nationalist forces, Eisenberg
wasted no time in cashing in on America's defeat and the new power alignments in
Southeast Asia. He began selling weapons from his new business partner - China -
to the Cambodian forces of Khmer Rouge leader Pol Pot. After the defeat of the
U.S.-backed military government of General Lon Nol, installed after
Richard Nixon's National Security Adviser Henry Kissinger, a close friend of Eisenberg, ordered the CIA to overthrow Cambodian head of state Prince Norodom Sihanouk, Cambodia fell victim to a bloody civil war between Vietnamese troops backing Pol Pot's one-time ally Hun Sen and the Chinese-backed "Democratic Kampuchea" government of Khmer Rouge leader Pol Pot.


It was no mistake that the Gerald Ford administration and Secretary of State Kissinger backed the Khmer
Rouge.
Kissinger and Ford's long-time Michigan financial backer, industrialist Max Fisher were both financially and ideologically linked to Eisenberg. Ford's supposed "grand moment" -- the repatriation in 1975 of the crew of the U.S. "merchant" (spy) ship, the SS Mayaguez, from Khmer Rouge forces was a Kissinger- and Eisenberg-designed ruse designed to build up Ford's support in the face of the American military defeat in Southeast Asia. That ruse came at the cost of 41 Marines and countless Cambodian military forces and civilians.
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Jul 29, 2009 10:02 pm


http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=25&PHPSESSID=ff3ba86a56494b8a64926e91ec8d5fa3

http://www.dharmniti.co.th/thaizhong/www/issue.php?act=showcontent&id=96

ที่มา 30 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ความร่วมมือระหว่างกัลยาณมิตร 2518-2548

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2514 ดร.เฮนรี่ คิสซิงเจอร์
ได้เดินทางมาเอเชียอาคเนย์และประเทศไทยก่อนเดินทางต่อไปปากีสถาน
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้นัดเจ้าหน้าที่กระทรวงการ
ต่างประเทศ 2 คน มาร่วมรับประทานอาหารเช้ากับ ดร.คิสซิงเจอร์ คือ
นายนิสสัย เวชชาชีวะ และนายเตช บุนนาค (ซึ่งในขณะนั้นทำงานในกองประมวลวิเคราะห์ข่าว
กรมสารนิเทศ) และนายดำรง ลัทธพิพัฒน์ กับนายสุลักษณ์
ประเด็นที่พูดคุยกันในระหว่างรับประทานอาหารเช้า คือ สถานการณ์ในภูมิภาคและในเวียดนาม นายเตช บุนนาค ได้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า "ดร.คิสซิงเจอร์ ได้ถามฝ่ายไทยว่า กุญแจที่จะนำไปสู่สันติภาพในสงครามเวียดนามคืออะไร "


คุณสุลักษณ์ตอบว่า จีน คิสซิงเจอร์นิ่งเงียบไป หลังจากนั้น คิสซิงเจอร์เดินทางต่อไปปากีสถานและเลยเข้าไปในจีนเพื่อเจรจากับผู้นำจีน ทั้งเหมาเจ๋อตุงและโจวเอินไหลอย่างลับ ๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาปรับความสัมพันธ์สู่ปรกติระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีน
...
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ
อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และต่อมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
ได้กล่าวว่า "สภาความมั่นคงซึ่งมี พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา เป็นเลขาธิการในขณะนั้น
มองเห็นความจำเป็นที่จะต้องติดต่อกับจีน เพราะการปราบปรามคอมมิวนิสต์ไทยมีความสูญเสียมากทั้งชีวิต
และงบประมาณคอมมิวนิสต์ไทยได้รับความช่วยเหลือจากภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีน และเวียดนาม

It was no mistake that the Gerald Ford administration and Secretary of State Kissinger backed the Khmer Rouge.

ดังนั้น เพื่อยุติบทบาทของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไทย ต้องใช้แนวทางการเมืองภายในลดเงื่อนไข
ส่วนการเมืองภายนอกต้องทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ไทยได้รับการช่วยเหลือจากจีน น้อยที่สุด
การปรับความสัมพันธ์กับจีนน่าจะช่วยให้พรรคคอมมิวนิสต์ไทยลดความเข้มแข็งลง
ได้"
ต่อมา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ และนายเตช บุนนาค จากกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานกันเพื่อสร้างความเข้าใจในหมู่ผู้ปฏิวัติงานด้านความมั่นคง ทั้งพลเรือนและทหาร (กอ.รมน.) ให้ยอมรับแนวคิดดังกล่าว ซึ่งจะนำไปสู่การเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ไทยกับจีน
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Jul 29, 2009 10:24 pm

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=30&PHPSESSID=ff3ba86a56494b8a64926e91ec8d5fa3

๏ ๏ ๏ มีข้อน่าสังเกตในยุครัฐบาล ชวน หลีกภัย ภายใต้การกุมบังเหียนนโยบายต่างประเทศของ สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้เกิดปรากฎการณ์ 3 จุด นักศึกษาพม่ายึดสถานทูต, กะเหรี่ยงยึดโรงพยาบาลราชบุรี และ กำเนิดฉก. 399 ที่มีโอกาส พลิกสถานการณ์ ก่อให้เกิด สงครามไทย-พม่า ได้

๏ ๏ ๏ จะให้ “เซี่ยงเส้าหลง” สืบสาวเรื่องราวโดยไม่ยกแต่ Conspiracy Theory สถานเดียวได้อย่างไรเล่าในเมื่อ 2 เหตุการณ์แรกเสมือนล้อกัน-แก้กัน เพราะตัวการเปิดเผยในเหตุการณ์แรกถูก วิสามัญฆาตกรรมทุกคน
ในเหตุการณ์ที่ 2 ส่วนเหตุการณ์ที่ 3 นั้นเป็นไปตามนโยบายของ กองทัพไทย ยุค พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์

•• ย้อนเล่าเรื่อง เบอร์ซาตู–เดิม เสียหน่อยว่าเป็นเรื่องของ อดีต ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 7 สิงหาคม 2520 (ล้อกับ
วันที่ 7 สิงหาคม 2508 อันถือเป็น วันเสียง ปืนแตก
) วัตถุประสงค์แท้จริงก็คือเพื่อ ต่อสู้ช่วงชิงอำนาจรัฐไทย ตามอุดมการณ์ สังคมนิยม ที่เป็น สากลนิยม ไม่ใช่เรื่อง แบ่งแยกดินแดน ที่ยังคงเป็น ชาตินิยม ช่วงเวลานั้นเหตุการณ์พื้นฐานที่เกิดขึ้นคือ พคม. - พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ได้รับผลสะเทือนจากเหตุการณ์สิ้นอำนาจของ แก๊ง 4 คน ใน พคจ. - พรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อ วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เป็นเหตุให้กองกำลังทั้ง กรมที่ 8, กรมที่ 10 และ กรมที่ 12 ขัดแย้งกันเองถึงขั้น จับอาวุธขึ้นเข่นฆ่าล้มตาย ส่งผลสะเทือนมายังการต่อสู้ของ พคท. - พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยุคหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ นิสิตนักศึกษาปัญญาชน เข้าไปเป็น แนวร่วม และดำเนินนโยบายที่เรียกขานในภาษาซ้ายยุคนั้นว่า นโยบายชนชาติส่วนน้อย (แปลว่า สามัคคีชนทุกหมู่เหล่าดำเนินการปลดแอกประเทศไทย) เพื่อแก้ไขความขัดแย้งเฉพาะหน้าและเพื่อขยายสงครามปฏิวัติ พคท. จึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง กองกำลังอาวุธของชนชาติส่วนน้อย ขึ้นมาอีกกองหนึ่งแยกต่างหากออกมาจาก ทปท. - กองทัพปลดแอกประชาชนไทย มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยว่า กองทัพปลดแอกประชาชนมุสลิมไทยมาลายู มีชื่อเป็น ภาษายาวี ว่า เบอร์ซาตู โดยมีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งประมาณ 60 คน เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ตำบลนาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา นำโดยคนของ พคท. ที่มีชื่อจัดตั้งว่า สหายชาติ และ สหายดุล ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว

•• นอกเหนือจากสายตรงจากพรรค สหายชาติ, สหายดุล แล้วยังมี ผู้ประสานงาน ระหว่าง พคท. กับ เบอร์ซาตู-เดิม หลายคนด้วยกันที่ปัจจุบันนอกจากจะยัง มีชีวิตอยู่ แล้วยัง ก้าวหน้าในวิชาชีพ บางคนก็ทำงานอยู่ใน เครือข่าย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนิด วงใน รวมทั้ง ภรรยาของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกิดใหม่แห่งหนึ่ง ด้วย
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Jul 31, 2009 4:42 pm

http://board.sae-dang.com/OpenMessages.php?no=2546

หน่วยเฉพาะกิจ 399 พ.อ.แบร์รี ชาปิโร สุรยุทธ์ วัธนชัย

รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้ไปตกลงลับกับหน่วยงาน Confederete(Central) Intelligence Agency ของสหรัฐอเมริกา อันเป็นหน่วยงาน
ข่าวกรองที่คนไทยรู้จักมักคุ้นในชื่อย่อ CIA ข้อตกลงลับที่ว่านั้น คือ การอนุญาตให้ CIA เข้ามาตั้งหน่วยงานที่มีชื่อย่อ
ว่า CTIC หรือ Counter Terrorist Intelligence Center หรือ ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้าย ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
หน่วยงานนี้ ตั้งมา 4 ปีแล้ว เป็นการตั้งขึ้นมาลับๆ พร้อมๆ กับการตั้งหน่วยเฉพาะกิจ 399 ด้านชายแดนไทย - พม่า
ที่รัฐบาลชวน หลีกภัย แอบอนุญาตให้สหรัฐอเมริกา เข้ามาตั้งที่ภาคเหนือ โดยอเมริกันจัดส่งอุปกรณ์ ส่งหน่วยพิเศษเข้ามาร่วมงาน
ทหารอเมริกันที่เข้ามารับผิดชอบ ชื่อ พ.อ.แบร์รี ชาปิโร เป็นเจ้าหน้าที่ CIA หน่วยเฉพาะกิจ 399 ตั้งขึ้นมา เพื่อนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทันสมัย เข้าไปจับตาดูสถานการณ์ด้านพม่า และจีนตอนใต้ ตามนโยบายของสหรัฐอเมริกา ด้วยเพราะขณะนั้นประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชไม่ไว้ใจจีนเป็นอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน 2544 สหรัฐอเมริกาตัดสินใจบุกอัฟกานิสถาน พ.อ.แบร์รี ชาปิโร จึงถูกย้ายจากเมืองไทยไปอัฟกานิสถาน และยังอยู่ที่นั่นอันเป็นช่วงเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โยก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

จากผู้บัญชาการทหารบก ไปเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมกับยุติบทบาทของ พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ อดีตแม่ทัพภาค 3 ไว้ที่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก อย่าลืมว่านายทหารทั้ง 2 ร่วมกันก่อปฏิบัติการ OVER ACTION ภายใต้ข้ออ้าง
ปราบปรามยาเสพติด จนเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับรัฐบาลพม่าอยู่เป็นระยะอันเป็นปฏิบัติการที่เกี่ยวพันแนบแน่นกับหน่วยเฉพาะกิจ 399 ในความรับผิดชอบของ พ.อ.แบร์รี ชาปิโร หลังเหตุการณ์ 11กันยายน 2544 สหรัฐอเมริกาได้เปิดแนวรบและแนวรุก เพื่อยันไม่ให้ภัยการก่อการร้ายเข้าไปอาละวาดในสหรัฐอเมริกา โดยยกพลเข้าไปอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วโลก อันหมายรวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ที่อยู่ติดกับประเทศมุสลิม คือ มาเลเซีย ด้วยความเชื่อว่าอาณาบริเวณนี้ มีกลุ่มผู้ก่อการร้ายหลายกลุ่ม แอบเข้ามาฝังตัวอยู่
เมื่อเข้าไปตั้ง หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย ที่ไหน ก็ต้องใช้คนที่นั่น เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งหน่วยงานนี้ ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงต้องใช้ตำรวจไทย ทหารไทย


ตั้งกระทู้เมื่อ 12/11/2549 เวลา 22:37 น.
ความคิดเห็นที่ 1

มีหน่วยนี้จริงครับ
ที่ทำงานผมเชื่อมสัญญาณสื่อสารจากหน่วย CIA นี้มาที่สถานทูต USA ถ.วิทยุ

งานหลักคือคอย Monitor การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดินของประเทศจีน

www.cattelecom.co.th

แสดงความคิดเห็นเมื่อ 12/11/2549 เวลา 22:51 น.

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=28&PHPSESSID=86662c8cb4a28dbe22eccc632c47dc93


http://www.nokkrob.org/index.php?&obj=forum.view(cat_id=nkbd-1,id=63)
เครือข่ายธุรกิจการเมืองโลก : เบื้องหลังท่านผู้นำ

เครือข่ายอุปถัมภ์ระหว่างนักการเมือง
ข้าราชการและนักธุรกิจที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ท้องถิ่นจนไปถึงระดับประเทศของ
ไทยซึ่งดำรงอยู่มาช้านานจนปัจจุบันนี้
แท้จริงเป็นเพียงโครงสร้างส่วนล่างส่วนหนึ่งของเครือข่ายธุรกิจการเมืองโลก เท่านั้น
สูงสุดของโครงสร้างอุปถัมภ์นี้คือ
ซีอีโอของบรรษัทชั้นนำของโลก และบรรดาผู้นำกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก
พวกเขาเหล่านี้มีผลประโยชน์เกี่ยวพันกับชนชั้นนำของไทยอย่างแน่นแฟ้นมาตลอด
ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

บทความชื่อ สโมสรอดีตผู้นำ
ของหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนอันโด่งดังของอังกฤษได้กล่าวถึงกองทุนคาร์ลัย กรุ๊ป
กองทุนส่วนบุคคลขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกว่า เป็นกองทุนที่เต็มไปด้วยผู้บริหาร
กรรมการและที่ปรึกษารวมถึงนักลงทุนที่เป็นบุคคลชั้นนำของโลกทั้งในอดีตและ ปัจจุบัน
อาทิเช่น นายจอร์จ เอช ดับบลิว บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ, นายเจมส์ เบเคอร์
อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ, นายจอห์น เมเจอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ,
นายฟิเดล รามอส อดีตประธานาธิบดีผิลิปปินส์, นายคาล ออตโต โพล
อดีตผู้ว่าธนาคารชาติเยอรมัน, ตระกูลบินลาเดน และนายจอร์จ โซรอส เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีซีอีโอของบรรษัทชั้นนำของโลก อาทิเช่น บริษัท บีเอมดับบลิว,
เนสท์เล่, โตชิบา, ฟูจิสุและโรเช่ นั่งเป็นกรรมการที่ปรึกษาอีกด้วย
นายจอร์จ บุช ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบันก็เคยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทแห่งหนึ่งที่กองทุนคาร์ลัยเป็นเจ้าของ
[6]

สำหรับบุคคลสำคัญของไทยที่เคยเป็นกรรมการที่ปรึกษาให้กับกองทุนนี้ได้แก่
นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีและนายกทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
[7]

http://groups.google.com.ph/group/larouchephilippines/browse_thread/thread/b759d0891b3761d0
British Operations Create Ring of Chaos Around China



by Michael Billington June 28, 2008

A glance at the map suggests that someone is trying to overthrow the governments of many of China's neighbors to the east, south, and west. Exactly so! Some nations, like Vietnam, are under merciless economic attack from abroad. In Thailand, South Korea and elsewhere, masses are taking to the streets, demanding "throw the bastards out," often over local issues. The raging food and fuel crises symptomatic of the exploded world financial system, provide plenty of grounds for mass anger and outrage. But who is it who wants to weaken or destroy these governments? Would that help overcome the food and fuel crises? Just the opposite: it would leave Asian populations totally unprotected; they will be decimated. Some of the grievances may be local, but the falling dominoes game is global, and it's being played from London.
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Aug 01, 2009 12:40 am

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=29&PHPSESSID=90c25cc69df77608ead8103de843d81d

http://www.pantown.com/board.php?id=11501&area=1&name=board6&topic=97&action=view
ความลับดาวเทียมไทยคม
เป็นข้อความจากคุณอาคม วันที่ 24 ต.ค. 48
ใครฟังไม่ได้ก้อปข้อความส่งเมล์ต่อได้ค่ะ ช่วยกัน


เรื่องหนึ่งค่อนข้างซีเรียส ข้อมูลนี้จะไม่ออกสื่อทางวิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ทั่วไป จากการที่ไทยเปิดเสรีทางน่านฟ้า ให้ทางอเมริกายกฐานบินที่อุดรให้เช่า 15 ปี ตรงนี้คือปัญหา เพราะจีนมองว่านี่คือการคุกคามประเทศจีนผ่านนายหน้าของอเมริกา คือ สิงคโปร์ ซึ่งการเปิดเสรีน่านฟ้าจริงๆ แล้วมันคือการอนุ­ญาตให้เครือ่งบินทางการทหารซึ่งมีความสามารถในการสอดแนมลุกล้ำน่านฟ้าได้ด้วย ซึ่งเขาวิเคราะห์แล้วว่าถ้าใช้ฐานบินที่อุดรแล้วสวมรอยมาเป้นเครื่องบินของสิงคโปร์
สามารถบินไปโจมตีได้ถึงคุนหมิง
ตอนนี้จีนตอบโต้โดวยเคลื่อนกำลังทหาร 250000 นายตรึงกำลังตลอดชายแดนไทย-พม่า แล้วตั้งพิกัดหัวรบนิวเคลียร์ซึ่งมีสถานีห่างจากชายแดนไทยไป 270 กว่ากิโลเมตร ให้มีพิกัดมาทางประเทศไทย เพราะนายกฯ ใช้นโยบายปี 25 ทำตัวเป้นเมียน้อยให้กับทางจีน และสหรัฐ แต่ขอโทมษนะครับ เมียน้อยคนนี้จะฆ่าผัวจีน ผมเองมีเพื่อนที่ทำงานข่าวกรองอยู่ที่เพนตากอนได้รับการยืนยันมาแล้วจากภาพถ่ายดาวเที่ยมมีการเคลื่อนกองทหารจริง และจีนเองเขาแจ้งมาถึงส่วนงานข่าวหลายๆ ส่วนที่ทำงานถวายว่าสหรัฐฯ จะอาศัยดาวเทียมไทยคมในการชี้เป้าพิกัดทางทหารในประเทศจีนโดยใช้อัพลิ้งสั­ญญานดาวเทียมที่ถูกส่งมาจากสหรัฐฯ โดยการทำงานของซีไอเอ ประกอบอุปกรณ์อยู่ที่อินเดีย นี่เป้นเหตุผลหนึ่งที่ทหารของสหรัฐฯ ถูกสั่งเคลื่อนกำลังไปประชิดตลอดชายแดนอัฟกานิสถานและจีนเองก็เกลียดเรื่องนี้ จีนหัวเสียมาก
ดาวเทียมไทยคมทุกดวงซีไอเอของสหรัฐฯ เป็นคนลงทุนให้ทั้งหมด ยืนยันว่าจริงครับ
ผลประโยชน์ที่ได้รับจากไทยคมคือเน้นเรื่องจารกรรม

เรื่องที่อยากนำเสนอต่อไปคือ เรื่องที่กำลังของจีน
จะมีการเคลื่อนไหว
อยู่เป็นประจำ เมื่อกองทัพไทย
ประชิดชายแดนพม่า.....ข้อมูลตามภาพ


อยากชี้ให้เห็นว่า ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายกำลังของกองทัพไทยประชิดชายแดนพม่า จีนจับตามองการเคลื่อนไหวของกองทัพไทยอยู่ตลอดเวลา จีนจึงเคลื่อนย้ายกำลังเพื่อเตรียมรับมือกองทัพไทย ......จะเห็นว่าช่วงที่มีข่าวข้างบนนี้ กองทัพไทยได้ มีการเตรียมการบางอย่างบริเวณชายแดนไทย-พม่า ก็เลยเกิดการเคลื่อนไหวของกองทัพจีน..... .....ปกติแล้ว จีนใช้ ตชด.รักษาแนวชายแดน
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญจึงเคลื่อนย้ายกำลังทหาร หลักเข้ามาแทนเพื่อเตรียมปฎิบัติการ เป็นอย่างนี้เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ไล่ล่าบิน ลาเดน ของสหรัฐฯ ท่านคงจำได้...
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะจีนถือว่า พม่าเป็น ฐานที่มั่นอันสำคัญแห่งหนึ่งของจีน อย่างที่ได้เคย นำเสนอไปแล้ว และ กองทัพไทยคือ ตัวแทนของ สหรัฐอเมริกา.....

....ฉะนั้น อย่าคิดว่าเราไม่มีโอกาสที่จะรบกับจีน ถ้าเราไม่มีความระมัดระวัง.....เรื่องนโยบายต่างประเทศ

หรือเรื่องการแสดงท่าทีต่าง ๆ ต่อประเทศมหาอำนาจ

โดย Special
Force [27 พ.ย. 2550 , 16:02:27 น.]
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Aug 01, 2009 10:49 am

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=30&PHPSESSID=c7e7ba47bbcfb2cac5ad90bbfee53182




๒.
เงินที่จอร์จ โซรอส และกลุ่มทุนในเครือของโซรอสได้เข้ามาซื้อหุ้นในบริษัทชินวัตร หนังสือ ชำระประวัติศาสตร์กรณีตุลาฯและพฤษภาทมิฬ: ศูนย์นิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยและคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์และวรรณกรรมสยาม
ได้กล่าวไว้ว่า “ ...ปี พ.ศ.๒๕๓๒ จอร์จ โซรอส ได้รู้จักและร่วมงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรโดยการแนะนำของ นายทนง พิทยะ ( รมว.คลัง สมัย พลเอก ชวลิต เป็นนายก พ.ศ.๒๕๓๙ ) “ ดร.ทนง พิทยะ กระโดดออกมาจากแบ็งค์ทหารไทยมาอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ “ ชินวัตรคอมพิวเตอร์” ในราวปี ๒๕๓๓ กลุ่มชินวัตร ต้องการนำหุ้นของอาณาจักรแห่งนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรากฏว่า ช่วงนี้เองเป็นช่วงที่ โซรอส จึงได้ติดต่อเสนอตัวเข้ามาเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง จนชินวัตรประสบความสำเร็จ
ฝรั่งแห่กันเข้ามาจองซื้อหุ้นเมื่อครั้งออกไปทำโรดโชว์ยังต่างประเทศ มิหนำซ้ำยังทำให้ราคาหุ้นของชินวัตรจากราคาอันเดอร์ไรท์ ๒๕๐ บาท พุ่งทะยานไปอย่างไม่มีใครคาดฝันถึง ๑,๐๐๐ บาทต่อหุ้น” ( อาทิตย์,๒๕๔๑ ) เป็นข้อสังเกตที่ชัดเจนที่สุดว่าในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ธุรกิจของกลุ่มทุนอื่น ๆ ในประเทศได้รับผลกระทบอย่างมากมายแต่ธุรกิจของทักษิณ ฯ ไม่ได้มีผลกระทบแต่ประการใด ทำให้ทักษิณ ชินวัตรเป็นคนที่ร่ำรวยมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทักษิณ ประกาศว่าตนเองมีทรัพย์สินประมาณไม่ต่ำกว่า ๖ หมื่นล้านบาทแล้วจุดสังเกตุ : พันตำรวจโท ทักษิณ ไม่มีความรู้พื้นฐานหรือจบการศึกษา ด้านสื่อสาร หรือธุรกิจการลงทุนระหว่างประเทศและตลาดหุ้นสากลแม้แต่ปริญญาทางเศรษฐศาสตร์ จากสำนักการศึกษาใด ๆ ทั้งสิ้น สมัยรับราชการเป็นตำรวจ ภรรยาเป็นผู้ประมูลซื้อของใช้แล้วจากกองพลาธิการกรมตำรวจ เพื่อขายให้กับเอกชน แต่เป็นการประมูลในวงเงินน้อยมาก ฐานะทางครอบครัวมิได้ร่ำรวยแต่อย่างใดเดิม

พันตำรวจโททักษิณ มิได้ใช้นามสกุล “ ชินวัตร” ผู้ที่เป็นเจ้าของนามสกุลชินวัตรนี้ มีเฉพาะบุตรี ๒ คน ไม่มีบุตรชายแต่อย่างใด
ประวัติสับสน เมื่อธุรกิจของพันตำรวจโททักษิณ ประสบปัญหาด้านการเงิน จึงทำให้ จอร์จ โซรอส เข้ามาช่วยเหลือ เหตุใดจึงสามารถมีทรัพย์สิน และสั่งสร้างดาวเทียมสื่อสารได้อย่างมากมาย มูลค่านับหมื่นล้านบาท นำเงินมาจากที่ใด .....( ชำระประวัติศาสตร์ฯ : อ้างแล้ว ) นี่เป็นหลักฐานตามสามัญสำนึกว่าทักษิณ ได้เงินจาก จอร์จ โซรอส ที่เมื่อครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ร้ายที่เข้ามาปล้นบ้านปล้นเมืองของไทย และในขณะนี้บริษัทในเครือของเขายังคงอยู่ในประเทศไทยอีกหลายบริษัทที่ทั้งเกี่ยวข้องกันโดยตรงและโดยอ้อมกับบริษัทชินวัตรของ พันตำรวจโททักษิณ



อาทมาต 125.25.80.* [ 18 ก.พ. 2550 เวลา 10:40 ] ความเห็นที่ 3/#2881 เขียนตอบคำตอบนี้


avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Aug 01, 2009 11:04 am



*
ลำดับเหตุการณ์คดี 'ลอบสังหาร'



หลังจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 1-3 เมษายน 2524 ภายใต้การนำของ พ.อ.มนูญ รูปขจร พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร และ พ.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ซึ่งเป็นนายทหาร จปร.รุ่น 7 หรือกลุ่มยังเติร์ก ประสบความล้มเหลว ยังเติร์กกลุ่มนี้ต่างแยกย้ายลี้ภัยไปต่างประเทศ อีก 1 ปีถัดมากลุ่มที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับยังเติร์ก ได้แก่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบก ประสบเหตุการณ์ 'ลอบสังหาร' เป็นระลอกๆ และไม่เพียงเฉพาะบุคคลทั้งสอง หากยังมีรายงานระบุว่า ได้มีการตระเตรียมการที่จะลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกด้วย


รายละเอียดมีดังต่อไปนี้

ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 6-7 มีนาคม 2525 กลุ่มยังเติร์ก ลอบสังหาร พล.อ.อาทิตย์ในงานยกช่อฟ้า วัดจิระ อ.เมือง จ.ลพบุรี แต่ไม่สำเร็จ

ครั้งที่ 2 วันที่ 8-25 มีนาคม 2525 กลุ่มยังเติร์กกับพวก วางแผนลอบสังหาร พล.อ.อาทิตย์ ขณะเดินทางไปเยี่ยมท่าน ผู้หญิงประภาศรี กำลังเอก ซึ่งป่วยและรักษาอยู่ใน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แต่ล้มเหลวอีกครั้ง


ครั้งที่ 3 วันที่ 5 พฤษภาคม 2525 กลุ่มทหารยังเติร์กกับพวก ใช้รถบรรทุกระเบิดไปจอดที่หน้าโรงเรียนพณิชยการสันติราษฎร์ในเส้นที่ทาง พล.อ.อาทิตย์เดินทางผ่าน ไปทำงาน เพื่อลอบสังหาร พล.อ.อาทิตย์ โดยใช้คลื่นวิทยุบังคับจุดระเบิด แต่รถได้เกิดระเบิดขึ้นก่อนที่
พล.อ.อาทิตย์จะผ่านไป

ครั้งที่ 4 วันที่ 3 มิถุนายน 2525 กลุ่มนายทหารยังเติร์กกับพวก ได้วางแผนลอบสังหาร พล.อ.อาทิตย์ ขณะไปทอดกฐินที่วัดแก้วนิมิตร อ.เมือง จ.ลพบุรี แต่ไม่สำเร็จ

ครั้งที่ 5 วันที่ 14-16 กรกฎาคม 2525 กลุ่มทหารยังเติร์กกับพวก วางแผนลอบสังหาร พล.อ.เปรม ขณะเดินทางไปเป็นประธานเปิดอนุสาวรีย์จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ อ.เมือง จ.ลพบุรี แต่กระสุนจรวด 66 เอ็ม -72 พลาดเป้าหมายไปเพียงเล็กน้อย


ครั้งที่ 6 วันที่ 1 ตุลาคม 2525 กลุ่มยังเติร์ก ตระเตรียมการที่จะลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลควีนสคัพ ที่สนาม กีฬาแห่งชาติ

ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2525 กลุ่มยังเติร์กและพวก วางแผนลอบสังหาร พล.อ.อาทิตย์ ขณะเดินทางไปทอดกฐินที่วัดหน้าพระเมรุ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ไม่สำเร็จ

ครั้งที่ 8 วันที่ 20 ตุลาคม 2525 กลุ่มยังเติร์กได้วางแผนลอบสังหาร พล.อ.อาทิตย์ พล.อ.เปรม และตระเตรียมการลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพิธีปิดการแข่งขันฟุตบอลควีนสคัพ ที่สนามกีฬาแห่งชาติ กทม.

ครั้งที่ 9 วันที่ 31 ตุลาคม 2525 กลุ่มยังเติร์ก ลอบสังหาร พล.อ.อาทิตย์ ซึ่งจะเดินทางไปทอดกฐินที่วัดศรีสุทธาวาส อ.เมืองเลย แต่ไม่สำเร็จ


หลังเกิดเหตุการณ์ระหว่างปี 2525 กองทัพบกด้วยการประสานงานกับกรมตำรวจ
แต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย พล.ต.ต.บุญชู วังกานนท์ และคณะ ร่วมกับฝ่ายทหาร
มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับความผิดต่อความมั่นคงของรัฐอย่างกว้างขวาง
พบว่ากลุ่มบุคคลหมายถึงกลุ่มทหารที่ชื่อว่ายังเติร์กบางคน และกลุ่มผู้ก่อการร้าย
คอมมิวนิสต์และกลุ่มบุคคลอื่น ได้ร่วมกันคบคิดทำร้าย หรือพยายามฆ่า
การสืบสวนและสอบสวนได้ผล สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ลอบยิง พล.อ.เปรมได้รวม 3 คน คือ
จ่าสิบเอกอมรศักดิ์ ยินดีโชติ จ่าสิบเอกประเวศ พุ่มพ่วง และสิบเอกสุพัฒน์
ทองสุกผ่อง จ่าสิบเอกอมรศักดิ์รับสารภาพ ศาลทหารพิพากษาลงโทษจำคุก 25 ปี ส่วน
จ่าสิบเอกประเวศและสิบเอกสุพัฒน์ให้การกันไว้เป็นพยาน

* สำหรับน้อง ๆ หนู ๆ เด็กเพิ่งเกิดใหม่อยากจะรู้ความหมายของคำว่า ยังเติร์ก
คืออะไร ผมไปพบความเห็นนี้เข้า ขออนุญาตนำมาตัดแปะครับ เขาเขียนไว้ตั้งแต่ปี 2546
บังเอิญผมเจอในเว็บของ yingthai-mag.com


"...ชื่อยังเติร์กเลยเป็นที่นิยมในการเรียกนายทหารรุ่นใหม่ที่มีความคิดทางการเมือง ซึ่งในไทยช่วงนั้น นายทหาร จปร.รุ่น 7 ที่มี พ.อ.มนูญ รูปขจร พ.อ.จำลอง ศรีเมือง พ.อ.ประจักต์ สว่างจิตรเป็นแกนนำ และมีบทบาทมาตั้งแต่หลัง 14 ตุลา 16 (หรือในเหตุการณ์ด้วยก็ไม่ทราบเพราะไม่มีใครออกมายืนยันนอกจากเอกสารแสดงความคิดเห็นบางแหล่ง เช่น กังหันต้องลม ที่พยายามจะกล่าวถึง พล.ท.วิฑูร ยะสวัสดิ์ ว่าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันนั้นด้วย ซึ่ง จปร.7 ส่วนใหญ่จะเป็นทหารที่เข้าร่วมรบในลาวที่มี พล.ท.แม้ว ผู้นี้เป็นผู้นำ)


ภายหลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.16 จปร. 7 เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำนายทหารระดับคุมกำลัง (กองพัน) ซึ่งขณะนั้น จปร. 5 ซึ่งเป็นคู่กัดตลอดกาลกำลังเซ อันเนื่องมาจาก พ.อ.ณรงค์ กิติขจร ซึ่งเป็นหัวขบวนรุ่น 5 ต้องระเห็จไปนอกตาม 2 จอมพลไปด้วย จปร. 7 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบที่สำคัญและได้รับการกล่วขวัญถึงความกล้าหาญในหมู่ทหารหลายครั้ง เช่น พ.อ.จำลอง ในสมรภูมิภูผาที ฐานเรดาห์ของซีไอเอในลาวที่ถูกทหารเวียดนามเหนือตีแตก (จากบันทึกของซีไอเอ ระบุว่าทหารรบพิเศษของไทยไม่ได้ปะทะกับข้าศึกสักเท่าไร เมื่อเทียบกับทหารม้งของวังเปาและซีไอเอเอง ขณะที่ พ.อ.จำลองถึงกับบันทึกไว้ในประวัติชีวิตของตนเองว่า ถ้าเป็นสงครามที่เปิดเผยเขาจะต้องได้เหรียญซิลเวอร์ สตาร์ ซึ่งเป็นเหรียญกล้าหาญขั้นสูงของสหรัฐจากสมรภูมินี้ไปแล้ว ไม่รู้ข้อมูลใครแม่นกว่ากัน)

นอกจาก พ.อ.จำลองแล้วก็มี พ.อ.มนูญ รูปขจร ที่ว่ากันว่าผู้พันแห่ง มพัน 4 ท่านนี้กล้าหาญยิ่งนัก โดยเฉพาะเมื่อต้องนำกำลังรถถังเข้าปะทะกับทหารเวียดนามแถว ๆ ชายแดนเขมรบ้านเรานี่เอง ซึ่งปกติแล้วผบ.รถถังเมื่อนำเข้าปะทะข้าศึกจะปิดฝาเข้ามาในตัวรถ แต่ พ.อ.มนูญ จะไม่เคยเข้ามาเลย ใชช้วิธียืนบัญชาการอยู่ตลอดเวลาของการสู้รบ ทำให้ได้รับการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชามาก
ส่วน พ.อ.ประจักต์ ก็ไม่น้อยหน้า แค่สมญานาม วีรบรุษแห่งตาพระยา ก็เป็นเครื่องการันตีได้แล้ว วีรกรรมที่โด่งดังมากที่สุดเห็นจะได้แก่กรณีที่พี่ท่านหอบเอาลังใส่ระเบิดมือเดินเข้าทำเนียบรับบาลเพื่อขอเข้าพบ มรว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
พ.อ.จำลอง (และ จปร.7) เข้าร่วมในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ด้วยจากคำบอกเล่าบนเวทีหาเสียงของนางจงกล ผู้สมัครคนหนึ่งของพรรคพลังธรรม ดันไปพูดหาเสียงว่ารู้จักกับ พ.อ.จำลองมาตั้งแต่ 6 ตุลา โดยเห็นว่า พ.อ.จำลองปลอมตัวไปปะปนกับลูกเสีอชาวบ้านที่ท่ชุมนุมที่พระรูปทรงม้า กรรมจริง ๆ หารู้ไม่ว่านี่เป็นภารกิจที่เป็นรอยด่างที่สุดในชีวิตของ พ.อ.จำลอง สงสัยไม่ได้เตี๊ยมกันมา แม่คุณจึงเล่าไปอย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่จะรู้ตัวว่าพลาด ก็พบว่าเรื่องของตัวเองเป็นข่าวพาดหัว นสพ.รายวันทุกฉบับในเช้าวันรุ่งขึ้นไปซะแล้ว.."
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Aug 01, 2009 11:26 am

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=31&PHPSESSID=c7e7ba47bbcfb2cac5ad90bbfee53182







http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=13&PHPSESSID=c7e7ba47bbcfb2cac5ad90bbfee53182

http://61.90.250.46/webboard/index.php?act=Print&client=printer&f=12&t=9642

ข้อมูลเฉพาะของมหาจำลอง มันยาวนะครับบบบ.

http://www.usaid.gov/
U.S. Agency for International Development runs overthrowOf Thailand’s government


AFL - CIO lead revolt against Thai government

บทความแปลจาก Executive Intelligence Review ฉบับ May 29,1992 by an EIR Investigative Team

AFL – CIO นำการจลาจลต่อรัฐบาลไทยโดยทีมงานสืบข่าวของ EIR

ภายหลังจากการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมประท้วงและทหารไทย บนท้องถนนของกรุงเทพฯ เป็นเวลา ๕ วัน ตั้งแต่ ๑๗ ถึง ๒๑ พ.ค.๓๕ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๔๐คน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าแผ่นดินของไทยทรงเข้าแทรกแซงในระบบการเมืองโดยตรง เพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนเข้าสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า“ ถ้ากรุงเทพฯ ถูกทำลายก็เท่าประเทศถูกทำลาย

พระราชดำรัสนี้ถูกต้อง : วิกฤติการณ์ในประเทศไทย คือ การต่อสู้แลกชีวิตเพื่อชาติไทย อย่างไรก็ตาม
จากการสืบของ EIR พบว่า

แทนที่การจลาจลที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๗ พ.ค.๓๕ นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครผู้นำของกลุ่มศาสนาพุทธลัทธิใหม่สันติอโศกจะเป็นเพียงข้อขัดแย้งภายในประเทศเท่านั้น

กลับเป็นผลงานจากการวางแผนที่รัดกุมเพื่อก่อการจลาจลต่อรัฐบาลไทยและพระมหากษัตริย์ควบคุมและสั่งการเต็ม ๑๐๐% โดยองค์กรขององค์การ CIA และ AFL – CIO ของสหรัฐฯ การปฏิบัติการที่มีพื้นฐานให้เกิด “ มูลเหตุ ” ที่จะจุดชนวนให้มีการปฏิบัติการ ที่นำโดยสหรัฐฯ อย่างเต็มตัว
เพื่อล้มล้างสถาบันทหารของไทยเบื้องหลังข้อเรียกร้องเพื่อ “ประชาธิปไตย ” จากนิสิตนักศึกษาและชนชั้นล่างของไทยบนท้องถนนของกรุงเทพฯ

นั้น คือ การตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ของคณะผู้บริหารงานของประธานาธิบดี BUSH เพื่อ :

๑) วาระเป้าหมาย เพื่อทำลายสถาบันทหารของไทยซึ่งเป็นสถาบันหลักของประเทศ
แบบเดียวกับที่เคยทำมาแล้วกับสถาบันทหารของประเทศต่างๆ ในทวีปอเมริกา


๒) ให้การทำลายเสถียรภาพเพื่อทำลายชาติไทย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายหลักที่จำเป็น
ในการจัดระเบียบโลกใหม่ ของ George Bush : และ

๓) ใช้ความพินาศของประเทศไทยเป็นก้าวกระโดดเพื่อทำลายประเทศที่เหลือในกลุ่มประเทศอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพราะประเทศเหล่านี้จะต้องต่อต้านต่อการเข้ายึดครองประเทศต่างๆ หรืออาจต่อต้านวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯในประเทศไทย แหล่งข่าวจากสถานทูตสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ ๑๕ พ.ค.๓๕ สองวันก่อนที่จะประชุมประท้วงรัฐบาลจะมีขึ้น ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ภายในไม่กี่วันหลังจากนั้นวอชิงตันก็ผลักดันจุดวิกฤติของประชาธิปไตยซึ่งจะจุดชนวนให้เกิดการจลาจล การเลือกตั้งของไทยมีขึ้นใน ๒๒ มี.ค.ตามความประสงค์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พรรคทหาร, พรรคสามัคคีธรรม ชนะ โดยมีที่นั่งมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร และเสนอ นายณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี ภายในสัปดาห์นั้นเอง นางมากาเร็ด ทัทไวเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ประกาศว่า สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะออกวีซ่าให้ นายณรงค์ ฯ ในปี ๒๕๓๔ โดยสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับการค้ายาเสพติด ในสัปดาห์ต่อมา นายณรงค์ ฯก็ถอนตัว และพรรคการเมืองนี้ก็เสนอชื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นนายกรัฐมนตรี

- ๒ -
การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของ AFL – CIO ก็เกิดขึ้นทันที โดยเรียกร้องให้ พล.อ.สุจินดา ฯ ลาออกเนื่องจากมิได้มาจากการเลือกตั้ง พล.อ.สุจินดา ฯ ตอบต่อการเรียกร้องนี้ว่า ยินดีจะลาออกถ้าเป็นการเรียกร้องของสภาผู้แทนราษฎร แต่จะไม่ยินยอมทำตามความต้องการของฝูงชนบนท้องถนน ผู้ประท้วงนำโดยกลุ่มกำลังต่างๆ ได้แก่

-
พล.ต.จำลอง ศรีเมืองอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้นำสำนักสันติอโศก ซึ่งเป็นศาสนาพุทธลัทธิใหม่ โดยยึดถือลัทธิ “ Hare Krisna ”พรรคพลังธรรม ของ พล.ต.จำลอง ฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี โฆษกของ Amnesty International ระบุที่วอชิงตันว่า พล.ต.จำลอง ฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งภายในของกองทัพไทย แต่เป็น“การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่ ” เป็นนักอนุรักษ์สภาพแวดล้อมที่กระตือรือร้น
เป็นเพื่อนสนิทสนมกับ
นายโรเจอร์ ฟิชแมน ผู้บริหารของหน่วยงาน AFL – CIO International
ในกรุงเทพฯ
AFL – CIO เข้าควบคุมและดำเนินงานสหภาพแรงงานส่วนใหญ่ของไทย
รวมทั้งสหภาพหอการค้าไทยซึ่งศักยภาพสูงอยู่แล้วหลอกใช้ในการต่อต้านกับรัฐบาลในห้วงปีที่ผ่านมา

-
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน
นอกเหนือจากจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ
CIA ของสหรัฐฯ
แล้วที่ปรึกษาคนสำคัญของ พล.อ.ชวลิต ฯ
คือ
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในห้วงปี ๒๕๒๓ -
๒๕๓๑ ในสมัยรัฐบาลของ
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
มีรายงานว่า น.ต.ประสงค์ ฯ
เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งใน ทีม B (ต่อต้านสหภาพโซเวียต) ของ CIA
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Aug 01, 2009 11:48 am

ซึ่งอีกส่วนหนึ่งของทีมนี้คือ หน่วยงาน Freedom House ในนิวยอร์ค
http://watch.pair.com/FreedomHouse.html

FREEDOM HOUSE A CFR FRONT


- สุลักษณ์ ศิวะรักษ์ ผู้หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ ต.ค.๒๕๓๔ หลังจากถูกกล่าวหาว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในตอนต้นเดือน พ.ค. สุลักษณ์ ฯ ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการต่อต้านในประเทศไทยได้รับเชิญเป็นกรรมการผู้หนึ่งของ Foreign Intelligence Advisory Board
http://en.wikipedia.org/wiki/President%27s_Foreign_Intelligence_Advisory_Board
สุลักษณ์ ฯ ยังได้รับการรับรองและดูแลขณะที่อยู่ในสหรัฐฯ โดยหน่วยงาน Asians for Democracy ซึ่งดำเนินงานโดย Elsie Bush ผู้เป็นญาติของ George Bushสุลักษณ์ ฯ เป็นบุคลากรหลักสำหรับการปฏิบัติงานขององค์การ Non-Government Organizations (NGOS) ทั้งมวลในประเทศไทยโครงสร้างการบังคับัญชาการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่เกี่ยวพันกับผู้นำเหล่านี้มีการจัดทำ สั่งการและปฏิบัติการจากภายนอกประเทศหน่วยควบคุมสูงสุดของแผนการณ์คืAFL – CIO International Department , มูลนิธิฟอร์ด, มูลนิธิเอเซีย ที่อ้างอยู่ที่วอชิงตัน (เป็นหน่วยงานด้านเอกสารของ CIA) และ Carnegia Endowment for Peace (ศูนย์รับบริจาคเพื่อสันติภาพคาร์เนกี) ซึ่งทำงานโดยใกล้ชิดกับ Langley ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติในประเทศไทย คือ Catherine Dalpinoผู้ตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการเอเชียแปซิฟิกของมูลนิธิเอเชีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์รับบริจาคคาร์เนกี

Catherine Dalpino บอกกับผู้สื่อข่าวคนหนึ่งว่า มูลนิธิเอเชียกำลังดำเนินงานอย่าง จริงจังเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนและทหาร ให้ทุนสนับสนุนแผนงานค่าโต้ตอบ ระหว่างผู้นำทางทหารและพลเรือน พล.อ.สุจินดา ฯ มิได้เป็นหนึ่งในผู้รับทุน ของมูลนิธิตัวแผนงานเอง เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานต่างที่มาจากหน่วยสั่งงานและกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เพื่อบีบบังคับให้เกิดการเสื่อมอำนาจทางทหารในทวีปอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา Dalpino ไปร่วมในการประชุมที่ National of Academy of Sciences ในวอชิงตัน เมื่อ ๓๐ มี.ค. ในเรื่อง ความเป็นประชาธิปไตยเพื่อความสัมพันธ์ พลเรือน - ทหาร
http://www.kiasia.org/En/DonorsPartner.asp


- ๓ -

อย่างไรก็ตาม ความพยายามให้เกิดประชาธิปไตยได้รับการจำกัดให้อยู่แต่เพียงในคำโต้ตอบ เท่านั้น
มูลนิธิเอเชียมี Dalpino เป็นผู้นำในด้านนี้ได้เข้ามีส่วนร่วมใน การจัดตั้ง และสั่งการหน่วยกำลังต่างๆ ในการก่อจลาจลต่อต้านรัฐบาลทหาร หรือหน่วยทหารแห่งชาติ ซึ่งการปฏิบัติงานในกรุงเทพฯ ระหว่าง ๑๗ - ๒๑ พ.ค. จะเป็นชนวนได้เป็นอย่างดี
Dalpino รายงานว่ากว่าครึ่งหนึ่งของเงินทุนของมูลนิธิเอเชีย ใช้ไปในการทำให้เกิดประชาธิปไตยและยังกล่าวอีกว่า มูลนิธิเอเชียกำลังดำเนินการในด้านเสริมสร้างระบบตุลาการ เพื่อใช้ชี้นำ หน่วยงาน NGOS ให้มีเป้าหมายทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาลและเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน มูลนิธิยังให้เงินทุนต่อกลุ่มสนับสนุนต่างๆ ในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและช่วยเหลือชาวสลัม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

Dalpino บอกว่า มูลนิธิเอเชียใช้เงินไป ๑.๕ ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อฝึกให้นักอนุรักษ์ธรรมชาติเข้าใจ ข้อมูลประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับหลักการอนุรักษ์ธรรมชาติต่างๆ แม้ว่า เราต้องระวังไม่เปิดพิรุธให้เห็นว่าเรากำลังชี้แนะรัฐบาลต่างชาติอยู่
ผู้ดำเนินการที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของมูลนิธิเอเชีย ซึ่งทำงานร่วมกับ
Dalpino ในกรุงเทพฯ คือ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ประธานมูลนิธิดวงประทีป และหนึ่งในผู้นำของสมาพันธ์เพื่อประชาธิปไตย ตามรายงานหน่วยงาน Asia Watch
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Aug 01, 2009 12:04 pm

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=32&PHPSESSID=c7e7ba47bbcfb2cac5ad90bbfee53182


Dalpino ระบุว่านางประทีป ฯ ยังได้รับทุนจาก The United States Agency for International Development

เป็นหนึ่งในจำนวนผู้นำการจลาจลประท้วงใน ๑๗ -๒๑ พ.ค.และถูกจับกุมตัวไป ผู้ควบคุมการดำเนินการอีกคนหนึ่งซึ่งเพิ่งกลับมาในประเทศไทย ระบุว่าหน่วยงานเอกชนต่างๆ NGOS ซึ่งได้รับการควบคุมและเงินสนับสนุนจากนอกประเทศเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย การเคลื่อนไหวของสตรี การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
การเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติการเคลื่อนไหวต่อต้านความยากไร้ และการเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน
มีวัตถุประสงค์เดียวกัน หน่วยงานต่างของ NGOS ผลัดกันจัดตั้งและปกครองนิสิตนักศึกษาไทยและกลุ่มชนชั้นล่างเพื่อสนับสนุนพล.ต.จำลอง ฯ ก่อนหน้าที่หน่วยงาน NGOS จะเป็นหน่วยงานถูกกฎหมาย

หน่วยงานเหล่านี้ก็ได้แทรกซึมเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทยแล้ว ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ ที่สมาคม YWCA ในภาคเหนือที่เชียงใหม่ ภายใต้ชื่อศูนย์ค้นคว้าของมหาวิทยาลัยและสำนักสงฆ์ต่างๆ เพิ่งจะมาดำเนินงานโดยเปิดเผยเมื่อหกเดือนที่ผ่านมานี้เอง ผู้นำในการชี้นำความเคลื่อนไหวทั้งมวล คือ นาย David Thomas เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟอร์ดในประเทศไทย โดย สรุปแล้ว แม้ว่าสหรัฐฯ และ ไทย จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็ตามมูลนิธิเอเชีย มูลนิธิฟอร์ด หน่วยงาน AFL – CIO, Freedom House ทุกหน่วยงานที่อยู่ภายใต้รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ดำเนินการจัดตั้งและให้ทุนการเคลื่อนไหวเพื่อก่อการจลาจลต่อต้านรัฐบาลไทย และชาติไทยในช่วงเวลาอย่างน้อยที่สุดหนึ่งปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันกับที่วงการหนังสือพิมพ์และแหล่งเผยแพร่ข่าวสารทั้งมวลในสหรัฐฯ อังกฤษ และ ออสเตรเลีย ก็เรียกร้องให้รัฐบาลของตนต่อต้านรัฐบาลไทยอย่างรุนแรงเมื่อ ๑๙ พ.ค. กระทรวงต่างประเทศของอังกฤษเรียกเอกอัครราชทูตไทยเข้าพบและเรียกร้องให้ปล่อยตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ออกจากที่ควบคุม หน่วยงานเพื่อประชาธิปไตย Asia Wath รวมทั้งสหภาพการค้าเสรีระหว่างประเทศ (International Confederation of Free Trade Unions ) ก็กำลังเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรทางการค้าต่อประเทศไทย

- ๔ -

ในประเทศไทยเองนั้น พล.ต.จำลอง ฯ ประกาศหลังจากเพิ่งได้รับการปล่อยตัวว่า นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งชี้ชัดให้เห็นถึงความมั่นใจต่อการสนับสนุนอย่างมั่นคงจากหน่วยข่าวของสหรัฐฯ ในการก่อความไม่สงบต่อต้านรัฐบาลไทย พล.ต.จำลอง ฯ เรียกร้องให้มีการประชุมที่ใหญ่กว่าเดิมขึ้นอีก โดยจะเริ่มในวันที่ ๒๕ พ.ค.๓๕

(นิตยสาร EIR เป็นนิตยสารผลิตในสหรัฐฯ ออกจำหน่ายทั่วโลก)


http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=35&PHPSESSID=c7e7ba47bbcfb2cac5ad90bbfee53182





http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=42&PHPSESSID=c7e7ba47bbcfb2cac5ad90bbfee53182
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Aug 02, 2009 9:40 pm

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=11&PHPSESSID=5797e767c21d8e2f08a0c3531ccc3938

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=9&PHPSESSID=5797e767c21d8e2f08a0c3531ccc3938

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/politic-view/20090403/30706/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81!.html
เสียงปืนแตก!

มิเสียแรงที่แปลหนังสือเรื่องปฏิวัติฝรั่งเศส "รัญ เมืองลุง" จึงเปรียบเทียบ "วีดิโอลิงค์ทักษิณ" เทียบเท่า "เทปเสียงโคไมนี"
ประมุขทางศาสนาของชาวอิหร่าน

ถ้าจำกันได้ ปี 2522 เกิดการปฏิวัติอิสลามที่อิหร่าน โดย อยาโตลาห์ โคไมนี ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ซึ่งได้อัดคำปราศรัยของเขาลงเทป ทยอยส่งเข้าอิหร่าน เผยแพร่ต่อประชาชนนับแสนนับล้านตลับ
แทบไม่น่าเชื่อ เทปคำปราศรัยของโคไมนี ปลุกระดมประชาชนให้ลุกขึ้นโค่นล้มระบอบชาร์ปาละวี
ในที่สุด ระบอบศักดินาอิหร่านก็ล้มลง และมีการสถาปนาสาธารณรัฐอิสลาม ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
"รัญ เมืองลุง" จึงสรุปว่า ทักษิณกำลังทำคล้ายโคไมนี ในแง่ยุทธวิธีการต่อสู้
การโฟนอินและวีดิโอลิงค์ของทักษิณ สร้างความหวาดกลัวแก่พวกอมาตยาธิปไตยและรัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างมาก
"รัญ เมืองลุง" จึงมั่นอกมั่นใจในชัยชนะของมวลชน "กองทัพแดง"
"โลกทั้งโลกอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย อมาตยาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ถูกล้มเลิกไปนานแล้ว
อมาตยาธิปไตยไทยกำลังเสื่อมลงทุกวันๆ"

นั่นเป็นทัศนะอันแหลมคมของนักทฤษฎีเสื้อแดง ที่เชื่อมาโดยตลอดชีวิตว่า "อมาตยาธิปไตยกำลังเสื่อมลงทุกวัน"
ฉะนั้น บทจบของมหากาพย์เสื้อแดงหนนี้ จะลงเอยด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆ หรือไม่นั้น
ย่อมขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจอยู่ในมือ ณ ปัจจุบัน จะเลือกทางไหน?

ยุบสภา หรือดันทุรังรักษาอำนาจ ทางเลือกมีไม่มากครับ!

and "Son of Sam" type. It is worth noting that the late Khomeini was a creation of British Military Intelligence Div. 6, MI6. This detailed work spelled out the step-by-step process which the US Government implemented to put Khomeini in power.15. To export "religious liberation" ideas around the world so as to undermine all existing religions, but more especially the Christian religion. This began with the "Jesuit Liberation Theology",
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Aug 02, 2009 10:05 pm



http://hacksecrets.getphpbb.com/forum-f6/topic-t14.html



อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น จงเชื่อในสิ่งที่เป็น ?

อิสลามมีสองนิกายใหญ่ๆ และส่วนใหญ่ในตะวันออกกลางเป็นสุหนี่ ส่วนน้อยเป็นชีอ่ะ (อิหร่าน)

การสร้างกระแสความขัดแย้งระหว่างอเมริกากับอิหร่าน เป็นเกมส์ เพราะชีอ่ะนั้น กลุ่มทุนหนึ่งในสามกลุ่มเหนือรัฐอเมริกา คือ วาติกัน ยิว FED ซึ่งประสานประโยชน์ลงทุนร่วมกันในบรรษัทข้ามชาติ การเงิน IT อาหาร ยา อาวุธ น้ำมัน

โดยกลุ่มทุนอาวุธ น้ำมันสนับสนุนพรรคบุช และกลุ่มทุนการเงิน IT อาหาร ยา สนับสนุนพรรคคลินตั้น ผลัดเปลี่ยนกันมาปกครองประเทศตามแผนการทางยุทธศาสตร์ของกลุ่ม Strategic Defense Group มี CIA NGO เป็นไม้มือ ใช้แนวนโยบายแบ่งแยกเพื่อปกครอง

โดยวาติกันสร้างอิสลามอิสระ (ชีอ่ะ) ชนกับสุหนี่ ให้แตกแยกภายใน

อิหร่านโคไมนี่ เป็นสมุนที่อเมริกาสนับสนุนให้โค่นล้มพระเจ้าซาร์แล้วใช้เป็นเงื่อนไข
โดยถือหางซัดดัมอิรักและโคไมนีสร้างละครแทรกแซงตะวันออกกลางเพื่อยึดแหล่งน้ำมันแทรกแซงเหมือนในกรณีสงครามอิรักกับอิหร่าน ในปัจจุบันอาศัยบิลลาเดนที่เป็นผู้ร้ายจัดสร้างจากเหตุการณ์ 911 เพื่อสร้างความกลัวให้สังคมโลกให้โลกเป็นศัตรูแตกแยกอิสลาม ซึ่งในแต่ล่ะประเทศมีอยู่จึงเป็นศัตรูกับรัฐบาลกลาง

อเมริกาสร้างสปาย และกลุ่มก่อการร้ายในสองกลุ่ม เพื่อใช้สร้างสถานการณ์ เพื่อให้ง่ายในการเข้าแทรกแซงกิจการภายในประเทศเป้าหมาย

การขัดแย้งอิหร่านจึงเป็นกลลวง ที่จริงคือไทย
อย่างที่เสนอความคิดเห็นไปแล้ว
ปัญหาชายแดนภาคใต้ จึงมีการให้ชีอ่ะ ฆ่าทั้งพุทธ และสุหนี่ เพือสร้างภาพความขัดแย้งระหว่างอิสลามกับพุทธ เพื่อยุแหย่ให้ทะเลาะกันแต่กลุ่มทุนเหนือรัฐอเมริกา โดยเฉพาะวาติกันได้ประโยชน์จากกลยุทธยืมดาบฆ่าคน ยุให้พุทธอิสลามทะเลาะกัน วาติกันรวมทั้งชีอ่ะ จึงสามารถนั่งบนภูดูเสือกัดกัน และบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน


จุดสังเกตไม่มีโบสถ์ บาทหลวง โดนอะไรเลย ร.ร. ก็สามารถสอนได้ปกติไม่ถูกเผา


จากคุณ : vbvb


นวทางสมานฉันท์ที่ หน.NGO สนับสนุนแบบเกินเลย ถือเป็นการมัดมือชกฝ่ายเรา
โดยมีสื่อทาส คอยกำหราบ ใครที่แหย่มทำเกินเลย โดยอ้างสมานฉันท์


สมานฉันท์ต้องอยู่บนข้อตกงใจร่วมของทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันหากเราปลงใจสมานฉันท์แต่เขาไม่ เขาก็ชกเราฝ่ายเดียว

อย่าหลงกล


แนวทางแก้ไขไม่ยาก เคยได้อ่านแนวทางแก้ไขที่ผมเชื่อว่าถูกต้องแล้ว รับรองไม่เกินหกเดือน ... อิอิ


จากคุณ : VBVB



oic ซาอุ ตั้ง เกี่ยวข้องกับกลุ่มผลประโยชน์ ยิว วาติกัน FED และUN อเมริกาคุมหากเราเดินเกมส์ผิด จะถูกแบ่งแบบติมอร์ ที่มีแหล่งน้ำมัน เราก็มี ดูเขมร เวียดนาม ค้นพบแหล่งน้ำมันมหาศาล อ่าวไทยจะไม่มีหรือ ? เป้าหมายไม่ใช่สามแต่ห้า ... อิอิ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Aug 02, 2009 10:20 pm

https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=24&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.atimes.com/atimes/Middle_East/GJ01Ak04.html

http://socialistworld.net/eng/2009/02/2701.html

27 February 2009

History

Iran 1979: A revolution that was taken from the working class


Why did counter-revolution triumph instead?
Chris Moore from The Socialist, weekly paper of the Socialist Party (CWI England and Wales)

Iranian president Mahmoud Ahmadinejad, recently addressed thousands of supporters at Tehran’s Azadi (Freedom) Monument, to celebrate the 30th anniversary of the Iranian Revolution - a revolution carried out by the working class that toppled a brutal Western puppet, the Shah.

But why did the revolution eventually result in the imposition of a theocratic dictatorship? Can the Iranian working class resume its revolutionary ambitions, this time against the repressive Islamic regime?

In February 1979, the hated monarchical dictatorship of Mohammed Reza Shah was finally swept away by a general strike, with oil workers in Khuzestan in south west Iran at its heart. Millions of protesters poured onto the streets of Tehran and other Iranian cities.
This mass movement ended the so-called ‘Peacock Throne’ and Pahlavi dynasty. It was described by eyewitness Edward Mortimer in the Spectator as “a genuine popular revolution in the fullest sense of the word: the most genuine, probably since 1917.”But unlike the Russian Revolution, the Iranian working class lacked a Bolshevik-type party and leadership that could act independently decisively for the working class, and a socialist programme which could show a way forward. Without such a leadership, a religious movement came to the fore to direct political opposition to the Shah and take power.

Background to revolution

The history of the Iranian working class is full of heroic struggles. Under the impact of the 1917 Russian revolution, the Gilan Soviet Republic was set up in northern Iran. But this was butchered by Reza Khan, the Shah’s father, who came to power through a military coup in 1921. Khan was always a pawn of British imperialism, which replaced him in 1941 with his more malleable son.The Iranian working class has suffered from tragically inadequate leadership. The main workers’ party prior to the revolution, the Tudeh (Communist Party), was formed in 1941. Leading massive strikes, it built tremendous support during the Soviet Union’s occupation of Azerbaijan in northern Iran, while Britain occupied the south. In 1946, Khuzestan oil workers led what was called the largest industrial strike in Middle Eastern history and the Central Council of Iranian Trade Unions became the largest union federation.By 1951 a popular movement, led by the radical nationalist prime minister Muhammad Mossadeq and his National Front, ejected Britain from the oilfields and nationalised them. The ‘mighty’ Shah fled into exile in 1953. But as Iran was an oil-rich and strategically important country, both US and British imperialism instigated a coup to return the Shah. The leadership of the 100,000 strong Tudeh effectively did nothing and fled to its Stalinist masters in Moscow.

Terror and industrialisation

To secure his rule the Shah began crushing all organised political opposition and trade unions were banned. During the Cold War, the US wanted to build Iran as a fortress for the West, massively supporting its rearmament. Backed by the CIA, the horrendous Savak secret police organisation, formed in 1956, became increasingly indiscriminate. After the Shah’s fall, one grisly cell was discovered with bed frames adapted into human cookers and with a bacon slicer type contraption for hands and arms.Terror alone was not enough to preserve the regime, there was another rebellion in 1963. Thousands were slaughtered and Ayatollah Khomeini was exiled, not to return until 1 February 1979 when a crowd of five million greeted him.In 1963 the Shah launched his ‘White Revolution’ of massive industrialisation, including a transformation of the countryside. Using oil revenues to buy out and enrich the mainly absentee landlords his aim was for them to invest in industry, so transforming them into a capitalist class. Imposing capitalist farming techniques, over 1.2 million peasants were driven from the land, flooding into the urban areas to live in appalling living and work conditions.The Shah’s economic policy was borrowed from the National Front and explains why their support ebbed way. The Tudeh party suffered repression but it was politically incapable of laying the basis of a workers’ movement to overthrow capitalism, hankering only for a new Mossadeq.Growing oil revenues fattened the opulent Peacock throne. During the 1973 Israel/Egypt war, imperialism’s puppet cut some of its strings, becoming one of the most militant members of OPEC (Organisation of Oil Exporting Countries). Oil embargoes quadrupled the price of oil. In 1976 Iran produced 295 million tonnes of oil, 10% of world production.Breakneck industrialisation was creating a working class that was beginning to feel its strength and demand its share of the new wealth. Anger was fermenting and a reckoning was on the horizon.
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Aug 02, 2009 10:30 pm

Revolutionary explosions

[size=114]US imperialism appeared blind to the growing prospect of unrest. President Jimmy Carter in December 1977 toasted the Shah, calling his ‘great leadership’ “an island of stability in one of the more troubled areas of the world”. The CIA reported in late 1978 that the Shah would continue to hold power for at least the next ten years. But the economy was moving into crisis. The price of oil dropped after 1976 and inflation was rampant. Austere economic measures created increased unemployment and suffering for workers.[/size]Despite the bloody repression, protests exploded in the workplaces, mosques, universities, among the poor masses and in the myriad of stalls and traders in the bazaars.In 1977, 50,000 urban poor people blocked bulldozers sent to clear slums in Tehran. The shooting of theology student protesters in the holy city of Qom in January 1978 sparked a general strike.After mid summer the situation escalated dramatically as textile, machine tool, sanitation, car assembly, paper mill and other workers took action. Major strikes took place in Tehran, in the province of Fars and in Khuzestan, and especially the city of Ahwaz.Increasingly demands went beyond pay and redundancies, calling for democratic rights, ‘Death to the Shah’, ‘Vengeance against… his American imperialist friends’. Others wanted a ‘socialist republic based on Islam’.
October saw the steel workers from Esfahan in central Iran call for the expulsion of all Savak and military personnel from the plant.
Striking Khuzestan oil workers were only producing fuel for necessary uses. A desperate Shah sent in the troops and 3,000 protesters were massacred in Jaleh Square, Tehran.Workers responded by widening the general strike. Rail workers stopped the army elite and others from travelling. Custom workers only allowed essential products like medicines and baby food into the country. The masses were rallying behind the oil workers’ call for regime change and for the Shah to go. With the army increasingly fraternising with the crowds, the monarchy was doomed and it fell on 11 February 1979.

Workers’ leaders

So how did a movement led by right-wing political Islam prise power away from the Iranian working class? Comprising three to four million among a 35 million population, the working class was numerically bigger than it was in Russia in October 1917. Crucially, the Tudeh had not grasped the lessons of Trotsky’s theory of the ‘Permanent Revolution’, that was confirmed by events during the Russian revolution, relating to semi-industrial countries like Russia and Iran.Trotsky explained that a weak national capitalist class, reliant on landlordism and imperialism, was incapable of carrying through the historical tasks of its own capitalist revolution, ie introducing democratic rights, a representative parliament, land reform, etc. This task would fall to the working class, bringing the peasantry with them. But once achieved, workers would not want to hand over power to the capitalists but would want to struggle to bring about a workers’ government and socialist society.Instead of leading the Iranian working class in a struggle for power, the Tudeh were in the straightjacket of the Stalinist ‘two-stage’ theory. It argued that the struggle for socialism was postponed to a future date after the establishment and development of a capitalist state. Subsequently the Tudeh only called for a ‘Democratic Islamic Republic’ and rallied behind the capitalist Islamic clerics. Their leader was even nicknamed “Ayatollah”.Other significant left radical groups also failed to organise within the ranks of the working class. The Fedayeen came from youth supporters of the Tudeh, who took up armed struggle with guerrilla tactics after the failure of the 1953 coup.Suffering military defeat in the mid 1970s they re-emerged on 10 February 1979 to defeat the Shah’s Immortal Guard and drive the final nail in his regime. The Islamist Mojahedin-e Khalq guerrillas called for an Islamic society without the clergy. Neither group could show a way forward by
coordinating the movement nationally and disarming the Islamist clerics politically and militarily.


Religious movement


The failure of the Stalinist bureaucracy along with left Arab movements aided the growth of political Islam. They aped those capitalist nationalists who portrayed themselves as playing a progressive role by advocating ‘Arab socialism’, while not fundamentally challenging the capitalist system.So when the Shah’s ‘White Revolution’ started to dispossess one of the biggest landowners, the Islamic church, of its land, it was forced into opposition to the regime and a process began which enabled the clergy to eventually take power.With all political organisations banned under the Shah, opposition tended to gather in the mosques. The clergy had a well organised network, with 10,000 mosques, 180,000 members, 90,000 mullahs and 50 ayatollahs. Khomeini’s letters and tapes were smuggled in, copied and distributed.
With half the population living in rural areas and two-thirds illiterate, the poor and dispossessed were stirred by the radical
sermons.


They interpreted the call for the overthrow of the Shah as a struggle against totalitarianism and the demand for an ‘Islamic Republic’ as for a ‘republic of the poor’. Even an oil worker commented to a US correspondent: “Khomeini… will take power from the rich and give it to us”. An image was portrayed of an Islamic state where freedom and democracy would replace corrupt western and non-Islamic influences.Added to this, the bazaars tended to flourish around the mosques, paying a zakat (tax) to them. When the Shah attacked the bazaars, blaming them for rampant inflation, Khomeini exploited the situation and drew in their support.Social centres also gathered around the mosques and they played a crucial role in offering support and food to the dispossessed peasants streaming into the cities. This pushed some clergy in a left direction, with one cleric calling for public ownership of industry and a classless society.
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Aug 02, 2009 10:40 pm

https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=25&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.pattayadailynews.com/forum/thai/show_topic.php?FTopicID=0000001495
สำนักข่าว Ghost Bat รายงานแว่วๆมาว่า


ในการประชุมที่สถานฑูตอเมริกาประจำประเทศไทย ในขณะนี้ มีนายตำรวจใหญ่จาก FBI ๒ คน

ได้เข้ามาคุมระบบการทำงานของประเทศไทย โดยได้มีการเชิญระดับผู้นำตำรวจของไทย

(เน้นเกี่ยวกับการสืบสวนโดยเฉพาะ) ไปประชุมที่อเมริกา ก่อนหน้าที่ จงรัก จะเข้ามารับตำแหน่ง

และหน่วยงานที่คุม นายตำรวจใหญ่จาก FBI คือ CIA

หลังจากนั้น ก็ปรากฎชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

เอ!! ชักสงสัยว่า นี่มันคนละเรื่องเดียวกันหรือเปล่านะ!!!???


แปลกที่ ๒--> นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

มีตำแหน่งอะไร ถึงได้เข้าไปประชุมที่สถานฑูตอเมริกาประจำประเทศไทย


ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วย เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และ หัวหน้า FBI สหรัฐ

หรือว่า แท้จริงแล้ว การดำเนินการของกลุ่มพันธมิตรฯ (หรือที่ตามสื่อต่างๆ เรียกว่า ผู้ก่อการร้ายสากล)

เป็นแผนการดำเนินงานของ CIA เพื่อแบ่งแยกประเทศไทย และล้มสถาบันพระมหากษัตริย์--->รึเปล่า??

จากที่รู้มา CIA มีการดำเนินงานโดยใช้แผน Divided & Rules

เพื่อให้เข้าสู่แผนแม่บท นั่นคือ New World Order

ถ้างั้น อาจเป็นไปได้หรือไม่?? ที่ว่า นายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็น CIA ถ้าหากว่าไม่ใช่ งั้นก็ช่วยตอบหน่อยว่า

การเข้าไปประชุมฯ นั้น เข้าไปในฐานะอะไร

เกือบลืม!!! อยากรู้จริงๆ ว่า นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ยังชีพด้วยอาชีพอะไร ถึงได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

แถมมีเบนซ์ขับอีกต่างหาก

จากข่าวที่แว่วมานี้ ---> จึงไม่แปลกใจว่า

๑. ทำไม กองทัพไทย จึงไม่สามารถขยับ หรือกระทำการใดๆได้ เพราะถ้าหากว่าขยับเพียงนิดเดียว

อาจส่งผลทำให้เงินช่วยเหลือกองทัพจากสหรัฐฯต้องถูกตัดออกไป
เพราะ CIA คือหน่วยงานของ USA

๒. ทำไม ตำรวจไทย ไม่ถือกระบอง แถมยังมีการปล่อยข่าวว่า เบื้องบนมีคำสั่งไม่ให้ตี

ตอนนี้ เข้าใจแล้วว่า เพราะ CIA ตัวดีนั่นเอง---> หรือว่าเข้าใจผิดไปหรือเปล่า ???

๓. นปก.(นรกป่วนกรุง ได้มีการเลื่อนฐานะภายหลังเป็น นรกป่วนชาติ(นปช.)) และ พธม.(ผู้ก่อการร้ายสากล)

จึงมีการสร้างภาพในทุกวิถีทาง เพื่อให้เห็นว่า เหตุการณ์ทุกอย่างนั้นมาจากเบื้องบน...ใช่ป่ะ???

บทสรุป พันธมิตรปฎิบัติการตามแผน CIA เพราะสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ต่อต้านผู้ก่อการร้ายสากล

อย่างแข็งขันมาโดยตลอด กลับไม่มีหน่วยงานใดๆ ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่อต้าน

แม้แต่วิจารณ์พฤติกรรมการยึดสนามบินของพันธมิตรเลยแม้แต่น้อย ซึ่งผิดกฎหมายสากลโลก (International Law)

หมายเหตุ เนื้อหาในกระทู้นี้ เราให้เวลาผู้เกี่ยวข้องตามปรากฎนามข้างต้น ๒๔ ชั่วโมง

ในการออกมาแก้ต่าง หรือตอบข้อสงสัยให้กระจ่างทั้งหมด

หากภายใน ๒๔ ชั่วโมงนี้ไม่มีการแก้ต่างใดๆ ถือว่าทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือความจริง

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000107522

บุญหนักศักดิ์ใหญ่ลูกชาย "สมเด็จฯ ดร." เรียนเมกาอีกคน
15 กันยายน 2552 15:54 น.

ครอบครัวใหญ่ที่มีความสุข-- ท่านผู้นำกับ "หลานปู่" คนแรก กับหนุ่มหล่อสาวสวยทั้งห้าทั้งหกที่มีเหย้ามีเรือนกันหมดแล้ว บุตร-ธิดาของท่านผู้นำทุกคนล้วนสมรสกับสมาชิกครอบครัวบรรดาผู้นำ ในวงศ์วานว่านเครือทางการเมืองกลุ่มเดียวกันทั้งสิ้น "ฮุน มณี"(วงกลม) เป็นบุตรชายคนที่ 2 ที่ต้องจากครอบครัวไปศึกษาต่อด้วยทุนของรัฐบาลสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เคยต่อต้านรัฐบาลสมเด็จฯ ฮุนเซน อย่างรุนแรงโดยกล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่นอย่างเป็นระบบ
และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างสูง และได้ตัดความช่วยเหลือโดยตรงที่เคยให้แก่รัฐบาลประเทศนี้ จนกระทั่งเมื่อปี
2550 จึงได้เริ่มให้การช่วยเหลือระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลเป็นครั้งแรก

ในด้านป้องกันประเทศ สองสามปีมานี้สหรัฐฯได้เพิ่มความร่วมมือช่วยเหลือกองทัพกัมพูชาในหลายด้าน
ทั้งช่วยฝึกอบรมบุคคลกร ช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางทหาร รวมทั้งในปี 2550
ได้มอบรถบรรทุกทหารที่แล้วจำนวน 64 คัน ให้แก่กองทัพกัมพูชาด้วย
โดยอ้างว่าเพื่อใช้ในกิจการต่อต้านการก่อการร้าย

ในปี 2550 เช่นเดียวกันสำนักงานตำรวจสืบสวนสอบสวนกลางหรือ FBI (Federal Bureau of Investigation)
ได้เปิดสำนักงานประจำกรุงพนมเปญครั้งแรกเพื่อขยายความร่วมมือด้านต่อต้านการก่อการร้าย
และช่วยฝึกอบรมบุคลากรด้านนี้ให้แก่กัมพูชา


ขณะเดียวกันในทะเลอ่าวไทยกลุ่มเชฟรอนคอร์ป (Chevron Corp) กำลังสำรวจขุดเจาหาน้ำมันและก๊าซ

เชฟรอนเป็นบริษัทน้ำมันต่างชาติในกัมพูชาแห่งแรกที่ประกาศการพบ
น้ำมันปริมาณมหาศาลใน แปลงสำรวจเอ (Block A) ที่อยู่ติดกับ Block 3 หรือ
Area 3 ในเขตทับซ้อนทางทะเลติดกับน่านน้ำของไทย


เจ้าหน้าที่กัมพูชากล่าวว่าอาจจะสามารถนำน้ำมันดิบและก๊าซขึ้นมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2556.
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu Jun 17, 2010 11:37 pm

att พิมพ์ว่า:กลุ่มผู้ค้าตลาดคลองเตยยังกล่าวว่า สาเหตุการประท้วงคือชาวบ้านทนไม่ไหว หลังจากที่มีการนำเอาชายฉกรรจ์เข้ามาทุบตี

"ผู้ทรงอิทธิพลมาพร้อมกับสัญญาฉบับใหม่
วันนั้นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามาร่วมทำประชาพิจารณ์ว่า
ชาวบ้านเห็นด้วยกับการทำสัญญาของการท่าเรือฯหรือไม่
ปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคลของนายสมควร สิทธิโชค ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัท 1
ในผู้ประมูลเอากำลังสารวัตรทหาร ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบหลายคน
และชายฉกรรจ์เป็นร้อยคน บุกยึดทำร้ายพ่อค้าแม่ค้า
ต่อหน้านักศึกษาขณะที่กำลังทำประชาพิจารณ์"
พ่อค้ารายหนึ่งกล่าวและว่า

"เราตั้งข้อสังเกตว่า บริษัท ลีเกิ้ลฯ ซึ่งเป็นผู้ได้รับการประมูล
กลับมอบอำนาจให้ บ.มหโชค จำกัด ซึ่งเป็น 1 ใน 6
บริษัทที่เป็นคู่แข่งเข้าร่วมประมูล มาบริหารแทนได้อย่างไร
นอกจากนี้ในการเปิดขายซองประมูลครั้งแรก
มีการรวมเอาอาคารพาณิชย์เข้าร่วมด้วย
ซึ่งมีมูลค่าเป็นพันล้านที่ถือว่าเข้าข่ายตามกฎหมาย พ.ร.บ.ร่วมทุน
ที่แม้ว่าต่อมาทางการท่าเรือฯจะยกเลิก แต่ตรงนี้มีชุมชน
รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีสิทธิชุมชน แต่กลับไม่มีการทำประชาพิจารณ์ทั้งๆ
ที่กระทบกับชาวบ้าน การท่าเรือฯบอกว่าจะออกแบบสอบถาม
แต่ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นเปิดขายซองต่อ โดยตัดเอาอาคารพาณิชย์ออกไปเท่านั้น
เพื่อเอาตลาดอย่างเดียว"

"ที่บอกว่าค่าเช่าจะคงที่ก็ไม่จริง
ต่อสัญญามีการคิดพื้นที่เมตรละ 1 แสนบาท แผงหนึ่งมีประมาณ 4-5 เมตร
แล้วยังเอาคนมาทุบตีอีก ชาวบ้านมองอยู่จนทนไม่ไหว
ผลักดันให้ชายฉกรรจ์ออกมาตรงสี่แยกนี้ มีคนยิงปืนออกมา
มีคนเห็นว่าคนที่ยิงปืนใส่ชุดตำรวจ 191 ด้านข้างเขียนว่า ก.ก.2
ยิงเสร็จแล้วหนีไปเลย เราเลยต้องปิดถนนประท้วง"

และเหตุแห่งการ "หักเหลี่ยมโหด" ครั้งนี้ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ "เงินๆ ทองๆ"

จากการตรวจสอบบริษัท ลีเกิ้ลฯ พบว่าจดทะเบียนเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2543
ด้วยทุน 10 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 888 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงและเขตดินแดง กทม.
ประกอบธุรกิจการบริการทางด้านกฎหมาย ทางบัญชี ทางวิศวกรรม ทางสถาปัตยกรรม
รวมทั้งการโฆษณา บริการ

มีการเพิ่มทุนจากแรกตั้ง 1 ล้านบาท มาเป็น
5 ล้านบาท ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2551 และล่าสุดวันที่ 12 มิถุนายน 2551
เพิ่มทุนเป็น 10 ล้านบาท ผู้มีอำนาจในบริษัท คือ นายกมลมิตร
ธีระวัฒนศักดิ์ และนายธรรมนัส พรหมเผ่า มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 15 คน

รายงานข่าวแจ้งว่า นายธรรมนัส ได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก ร.อ.พัชร หรือ มนัส
พรหมเผ่า ฉายา "ผู้กองตุ๋ย" นายทหารนอกราชการที่เคยต้องคดีฆ่า
"ด็อกเตอร์ไฮโซฯ" ดร.พูลสวัสดิ์ จิราภรณ์ ตั้งแต่ปี 2541
ซึ่งหลังจากที่ศาลอาญายกฟ้อง "ผู้กองตุ๋ย" ได้มาตั้งบริษัท
รักษาความปลอดภัย และยังมีรายได้ จากการคุมแหล่งบันเทิงย่านรัชดาภิเษก

ลือกันทั่วย่านร้านตลาดว่า "ผู้กองตุ๋ย" ยังมีไมตรีอย่างแนบแน่นกับ
"เสธ.ไอซ์" พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต และ "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่กำลังฮึ่มๆอยู่กับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ


ไม่เพียง เท่านี้ ชื่อของ "ผู้กองตุ๋ย" ยังเกี่ยวข้องกับธุรกิจอีก 10 บริษัท
อาทิ บริษัท ธรรมนัส การ์ด จำกัด (ทุน 20 ล้านบาท), ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิน
ลีเกิ้ล เทคโนโลยี (ทุน 51 ล้านบาท), บริษัท ธรรม์นัสว์ คอร์ปอเรชั่น
จำกัด (ทุน 2 ล้านบาท), บริษัท ธรรมพล จำกัด (ทุน 20 ล้านบาท), บริษัท
สินธุ์มนัส พรหมเผ่า จำกัด (ทุน 5 ล้านบาท), บริษัท เอ็น แอล เฮ้าส์ จำกัด
(ทุน 10 ล้านบาท) เป็นต้น

8 ใน 10 บริษัทที่มีชื่อ "ผู้กองตุ๋ย" เกี่ยวข้อง ตั้งอยู่ที่ 888 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงและเขตดินแดง กทม.

มีข้อสังเกตว่า บริษัทลีเกิ้ลฯ มีทุน จดทะเบียน 10 ล้านบาท
จะสามารถบริหารตลาดคลองเตยซึ่งมีมูลค่าเป็น พันล้านบาทได้อย่างไร ทั้งๆ
ที่ผลประกอบการปี 2550 ระบุว่า บริษัท ลีเกิ้ลฯ ขาดทุน 3.43 แสนบาท

ทั้งนี้ เบื้องต้นไม่พบรายละเอียดของบริษัท มหโชค จำกัด
จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่มี 2 บริษัทที่ใกล้เคียง คือ บริษัท มหโชค
อินโนเวชั่น จำกัด ทุน 1 ล้านบาท ประเภทธุรกิจซื้อมาขายไปเคมีภัณฑ์
ทำป้ายโฆษณา บริการค้าปลีก ค้าส่ง และบริษัท มหโชค พี.เอส. จำกัด ทุน 1
ล้านบาท ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไปเคมีภัณฑ์ยาและค้าส่ง

นับว่า บริษัท ลีเกิ้ลฯ ใจกว้างอย่างยิ่งที่มอบอำนาจให้คู่แข่ง ซึ่งมีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท บริหารธุรกิจ 600 กว่าล้านบาทแทน

คำโบราณที่ว่า เรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร ยังคงความขลังไม่เสื่อมคลาย

และวันนี้ความวังเวงในตลาดคลองเตยก็ยังไม่จางหาย

หน้า 32 From: http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02pol01201151&day=2008-11-20&sectionid=0202

http://board.postjung.com/topic-336082.html
งานวันเกิด พลเอก ไตรรงค์ อินทรทัต เสี่ย สมควร สิทธิโชค
มอบรูปภาพ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว




นายสมควร สิทธิโชค สำนักงานทนายความ มอบรูปถ่าย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉลองวันเกิด พลเอก ไตรรงค์
อินทรทัต พร้อมเจ๊หมวย ทรานสปอรต์ ท่าเรือคลองเตย มิตรสหาย
ร่วมกันเลี้ยงเด็กกำพร้า ณ.สถานเด็กกำพร้า ราชวิถี

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1276787133&grpid=00&catid=

วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 22:30:06 น.
มติชนออนไลน์

เจาะขุมข่าย"19โนเนม"ท่อน้ำเลี้ยงแดง เบิกเงินสนุกมือ9.6พันล้าน-
ผู้กอง"มนัส พรหมเผ่า"หุ้นส่วน เสธ.ไอซ์


เปิดเครือข่ายโนเนมท่อน้ำเลี้ยงแดง 19 ราย หลัง ศอฉ.ตรวจบัญชีเงินพบเคลื่อนไหวผิดปกติ
เกือบหมื่นล้าน เจอสัมพันธ์ลึกผู้กอง"มนัส พรหมเผ่า"คนดังย่านคลองเตย หุ้นธุรกิจ เสธ.ไอซ์

กรณีปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลและนิติบุคคล
มีการเคลื่อนไหวในการทำธุรกรรมทางการเงินผิดปกติ (ระหว่างเดือนกันยายน 2552-พฤษภาคม 2553)
จำนวน 86 ราย (ต่อมาวันที่ 17 มิ.ย.2553 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.แถลงเหลือ 83 ราย)
โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงกับการชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาและต้องชี้แจง
รายละเอียดถึงที่มาของเงินต่อ ศอฉ.

ทั้ง 86 รายแบ่งเป็นนิติบุคคล 14 ราย ได้แก่
1.บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
2.บริษัท เวิร์ธซัพพลายส์ จำกัด
3.บริษัท บี.บี.ดี. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
4.บริษัท บี.บี.ดี.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
5.บริษัท บี.บี.ดี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
6.บริษัท บี.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
7.บริษัท ประไหมสุหรี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
8.บริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด
9.บริษัท เอส.ซี.เค. เอสเทต จำกัด
10. บริษัท เอส.วี.ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด
11.บริษัท โอเไอ คอนซัลแตนท์ แอนด์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด
12.บริษัท โอเอไอ แมนเนจเมนท์ จำกัด
13. บริษัท โอ เอไอ ลีสซิ่ง จำกัด
14. บริษัท โอเอไอ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

บุคคล 72 ราย ได้แก่
1.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
2.คุณหญิงพจมาน ชินวัตร หรือ ดามาพงศ์ หรือ ณ ป้อมเพชร
3.นายพานทองแท้ ชินวัตร
4.น.ส.พินทองทา ชินวัตร
5.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
6.นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์
7.นางกาญจนาภา หงษ์เหิน
8.นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช
9.นายเอกราช ช่างเหลา
10.นายการุณ โหสกุล
11.นายวิชาญ มีนชัยนันท์
12.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
13.นายสันติ พร้อมพัฒน์
14.นายประชา ประสพดี
15.นายไชยา สะสมทรัพย์
16.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร
17.นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
18.นายเจริญ จรรย์โกมล
19.นายเรืองยุทธ ประสาทสวัสดิ์ศิริ
20.นางมยุรี เศตาศัย
21.นายอุดมเดช รัตนเสถียร
22.นางวิยดี สุตะวงศ์
23.นายทัศ เชาวเสถียร
24.พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก
25.นายอนุสรณ์ ปั้นทอง
26.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์
27.นายพันธ์เลิศ ใบหยก
28.นายสมหวัง อัสราษี
29.นางจุฑารัตน์ เมนะเสวต
30.นายสมชาย ไพบูลย์
31.นายสงวน พงษ์มณี
32.พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร
33.นายไพโรจน์ ตันบรรจง
34.นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ
35.พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ
36.นายสุชาติ ลายน้ำเงิน
37.นายนิยม วรปัญญา
38.นายเหวง โตจิราการ
39.นายวีระ มุสิกพงศ์
40.นายขวัญชัย สาราคำ
41.นายนิสิต สินธุไพร
42.นายก่อแก้ว พิกุลทอง
43.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด
44.นายอดิศร เพียงเกษ
45.นายสำเริง ประจำเรือ
46.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์
47.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์
48.นายธนกฤต ชะเอมน้อย หรือ วันชนะ เกิดดี
49.นายอารี ไกรนรา
50.นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์
51.พล.ท.มนัส เปาริก
52.พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต
53.พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค
54.นางเยาวเรศ ชินวัตร
55.นายสุธรรม แสงประทุม
56.นายพศิน หอกลาง
57.นางสุกัญญา ประจวบเหมาะ
58.นายอัสนี เชิดชัย
59.นางดวงแข อรรณนพพร
60.นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช
61.นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร
62.นายจตุพร เจริญเชื้อ
63.นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร
64.นางสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์
65.นายสมยศ พฤษาเกษมสุข
66.นายไพวงษ์ เตชะณรงค์
67.นายปลอดประสพ สุรัสวดี
68.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
69.นายประยุทธ มหากิจศิริ
70.นายเมธี อมรวุฒิ
71.นายภักดี ธนปุระ
และ 72.ร.อ.มนัส หรือนายธรรมนัส พรหมเผ่า

"มติชนออนไลน์" ตรวจสอบพบว่า ในจำนวน 86 รายดังกล่าวมีบุคคล
ที่ไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปประมาณ 19 คน อาทิ นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช ,
นายเอกราช ช่างเหลา ,นายเรืองยุทธ ประสาทสวัสดิ์ศิริ , นางมยุรี เศตาศัย ,
นางวิยดี สุตะวงศ์ , นายทัศ เชาวเสถียร ,นายสมหวัง อัสราษี ,
นางจุฑารัตน์ เมนะเสวต , นายสมชาย ไพบูลย์ ,นายสำเริง ประจำเรือ ,
นายธนกฤต ชะเอมน้อย หรือ วันชนะ เกิดดี ,นายอารี ไกรนรา ,
นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ,นายพศิน หอกลาง , นางสุกัญญา ประจวบเหมาะ ,
นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร , นางสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ , นายภักดี ธนปุระ ,
ร.อ.มนัส หรือนายธรรมนัส พรหมเผ่า


ผู้กองมนัส หุ้นส่วน "เสธ.ไอซ์"

กรณี ร.อ.มนัส หรือ นายธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ ผู้กองตุ๋ย ถูกตรวจพบว่าในช่วงระหว่าง
เดือนกันายน 2552 -พฤษภาคม 2553 มีการทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินมีเงิน
หมุเวียน ประมาณ 2,335 ล้านบาท (ฝากประมาณ 1,231 ล้านบาท ถอน ประมาณ 1,104 ล้านบาท)
"มติชนออนไลน์"ตรวจพบว่า ร.อ.มนัส หรือ นายธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเจ้าของธุรกิจหลายแห่ง
ได้แก่ บริษัท ธรรมนัส การ์ด จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท โทนี่คอสโมอิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต จำกัด )
ก่อตั้งเมื่อ 20 สิงหาคม 2546 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ที่ตั้ง 888 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ มี เสธ.ไอซ์-พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือ เสธ.ไอซ์ (เพื่อนโรงเรียน
เตรียมทหารรุ่นเดียวกับ พ.ต.ทักษิณ) ร่วมถือหุ้น 20 %

บริษัท ธรรม์นัสว์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก่อตั้งวันที่ 29 เมษายน 2547 ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท
ที่ตั้งเลขที่เดียวกัน บริษัท ธรรมนัส พัทยา การ์ด (2009) จำกัด ก่อตั้งวันที่ 31 กรกฎาคม 2552
ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 377/315 หมู่ที่ 12 ซอยพัทยาปาร์ค ตำบลหนองปรือ
อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุร
ี ร่วมหุ้นกับ นาย ชัยวัฒน์ โลมากุล บริษัท สินธุ์มนัส พรหมเผ่า จำกัด
ก่อตั้งวันที่ 30 สิงหาคม 2545 ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ที่ตั้ง 888 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ บริการทางด้านกฎหมาย ทางบัญชี บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด
ก่อตั้งวันที่ 28 พฤศจิกายน 2543 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ที่ตั้ง 888 ถนนอโศก-ดินแดง
แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ ประกอบกิจการบริการทางด้านกฎหมาย ทางบัญชีและ
ลงทุนบริหารและประกอบกิจการพื้นที่สำหรับให้เช่า (มีปัญหาไล่รื้อพื้นที่ในตลาดท่าเรือคลองเตย
เมื่อเร็วๆนี้) บริษัท ลีเกิ้ล มีเดีย จำกัด ก่อตั้งวันที่ 2 กันยายน 2548 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท
ที่ตั้ง 3653 ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ให้บริการทางด้านโฆษณาและ
ประชาสัมพันธ์ บริษัท ธรรมพล จำกัด ก่อตั้งวันที่ 5 กรกฎาคม 2538 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท
ที่ตั้ง เลขที่ 888 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพ ฯ ประกอบกิจการประกอบต่อเติม
ซ่อมแซม รถยนต์และตัวถังรถยนต์ บริษัท ภรศิชา จำกัด ก่อตั้งวันที่ 19 มีนาคม 2551 ทุนจดทะเบียน
20 ล้านบาท ที่ตั้ง 88 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ขนส่งและขนถ่ายสินค้า
และคนโดยสาร บริษัท เอ็น แอล โมบายล์ จำกัด ก่อตั้งวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท
ที่ตั้งเลขที่ 888 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ ประกอบธุรกิจ ขายส่งเครื่องมือสื่อสาร
บริษัท เอ็น แอล เฮ้าส์ จำกัด ก่อตั้งวันที่ 3 มิถุนายน 2551 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ค้าอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิน ลีเกิ้ล เทคโนโลยี
บริษัท แพน มิลเลนเนียม คอนซัลแท้นส์ จำกัด
บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดยูเคชั่น (2002) จำกัด

สมหวัง อัสราษี เสี่ย"มิตซูชิต้า"

กรณีนายสมหวัง อัสราษี
ถูกตรวจพบว่าในช่วงระหว่างเดือนกันยายน 2552 -พฤษภาคม 2553 มีการทำธุรกรรมทางการเงิน
กับสถาบันการเงินมีเงินหมุนเวียน ประมาณ 85 ล้านบาท (มีการฝาก-ถอน ด้วยวิธีการโอนและ
ไม่ใช้สมุดคู่ฝาก) "มติชนออนไลน์"ตรวจสอบพบว่า นายสมหวัง เป็นเจ้าของ บริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค
อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(SCANNER ELECTRIC INTERNATIONAL CO.,LTD. ) ผู้ผลิตและจำหน่าย
เครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อ "มิตซูชิต้า" จดทะเบียน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2539 ทุนจดทะเบียนน 45 ล้านบาท
ตั้งอยู่ 302 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านคลองสวน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มีนางเพ็ญแข อัสราษี
เป็นกรรมการ ผลประกอบการ ปี 2551 รายได้ 185.5 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 2.8 ล้านบาท

นอกจากเป็นเจ้าของบริษัท บริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริคฯ นายสมหวังยังเป็นเจ้าของ
บริษัท เอส.วี.เฟลเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 ด้วยทุนเพียง 1 ล้านบาท
ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายส่วนผสมเครื่องดื่มบำรุงกำลังเครื่องดื่มบำรุงกำลังบรรจุกระป๋องและขวด
แต่เลิกกิจการวันที่ 19 เมษายน 2547 นางเพ็ญแข อัสราษี ยังเป็นเจ้าของ บริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค จำกัด
ก่อตั้งวันที่ 6 พฤศจิกายน 2532 ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 38/6 หมู่ที่ 4 ซอยประชาอุทิศ 33
ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เลิกการวันที่ 13 ธันวาคม 2539
นายสมหวังเคยประกาศตัวเป็นนายทุนให้กลุ่มคนเสื้อแดงก่อนหน้านี้

เอกราช ช่างเหลา สะพัด 1.2 พันล้าน

กรณีนายเอกราช ช่างเหลา ถูกตรวจพบว่าในช่วงเดียวกัน ทำธุรกรรมทางกาเรงินกับสถาบันการเงิน
มียอดหมุนเวียนประมาณ 1,281 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ "มติชนออนไลน์" ตรวจสอบพบว่า นายเอกราช
ทำธุรกิจ 4 บริษัท ได้แก่ หจก. รวมทองภิวัตร บริษัท หนึ่งนคร จำกัด หจก. หนึ่งนคร บิวดิ้ง และ
หจก.หนึ่งนคร ลิสซิ่ง หจก.รวมทองภิวัตร ก่อตั้งวันที่ 20 มีนาคม 2544 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
ประกอบธุรกิจรับเหมา ที่ตั้งเลขที่ 678 ถนนหน้าเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
บริษัท หนึ่งนคร จำกัด ก่อตั้งวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2548 ทุนจดทะเบียน10 ล้านบาท ประกอบธุรกิจบ้านจัดสรร
ที่ตั้งเลขที่ 678/12 ถนนหน้าเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นายวัฒนา ช่างเหลา
และนายเอกราช ช่างเหลา ถือหุ้นคนละ 50% หจก.หนึ่งนคร บิวดิ้ง ก่อตั้งวันที่ 22 มีนาคม 2553
ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท จำหน่ายสลากกินแบ่ง สลากหวยออนไลน์ ที่ตั้งเดียวกัน หจก.หนึ่งนคร ลิสซิ่ง
ก่อตั้งวันที่ 22 มีนาคม 2553 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล สลากหวยออนไลน์
ที่ตั้งเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา
หจก.รวมทองภิวัตร ไม่ได้ส่งงบการเงิน ส่วน บริษัท หนึ่งนคร จำกัด ปี 2551 มีรายได้ 11 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 5 แสนบาทเศษ สินทรัพย์เพียง 12.5 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ไม่มีรายได้ ขณะที่ บริษัท หนึ่งนคร จำกัด
รายได้เพียง 10 ล้านบาทเศษ ขณะที่บริษัทอื่นเพิ่งก่อตั้ง

"สุกัญญา"ก๊วนธุรกิจ"เจ๊แดง"

กรณีนางสุกัญญา ประจวบเหมาะ ถูกตรวจพบว่ามีการทำธุรกรรมทางการเงิน
โดยมียอดเงินหมุนเวียน ประมาณ 24 ล้านบาท (ฝากประมาณ 12 ล้านบาท
ถอนประมาณ 12 ล้านบาท "มติชนออนไลน์" ตรวจพบว่านางสุกัญญา ถือหุ้นในธุรกิจ
ในกลุ่มของนายเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ

แกนแดงอยุธยากดจากตู้ ATM 300 ครั้ง

กรณีนางมยุรี เศวตาศัย
ถูกตรวจพบว่ามีการทำธุรกรรมทางการเงิน มีเงินเข้าบัญชีประมาณ 2 ล้านบาท และเมื่อเดือนกันายน 2552
ถอนเงินผ่านระบบเอทีเอ็ม จำนวน 53 ครั้ง รวม 5.5 แสนบาท เดือนตุลาคม 2552 มีเงินเข้าบัญชี 4 ครั้ง
ถอน 54 ครั้ง โดยถอนครั้งละประมาณ 1 หมื่นบาท จำนวน 17 ครั้ง เดือน พฤศจิกายน 2552
ถอนครั้งละ 1 หมื่นบาท จำนวน 18 ครั้ง เดือนธันวาคม 2552 ถอนรวม 38 ครั้ง โดยถอนครั้งละ 1 หมื่นบาท
จำนวน 18 ครั้ง ครั้งละ 2 หมื่นบาท จำนวน 5 ครั้ง เดือนมกราคม 2553 ถอน 44 ครั้ง ครั้งละ 1-2 หมื่นบาท
จำนวน 9 ครั้ง เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ถอนรวม 31 ครั้ง ครั้งละ 1-3 หมื่นบาท จำนวน 5 ครั้ง เดือนมีนาคม 2553
ถอนรวม 36 ครั้ง ครั้งละ 1-3 หมื่นบาท 14 ครั้ง และเดือนเมษายน 2553 ถอนรวม 34 ครั้ง ครั้งละ 1-2 หมื่นบาท
จำนวน 6 ครั้ง ทั้งนี้นางมยุรีเป็นแกนนำคนเสื้อแดง จ.พระนครศรีอยุธยา ทำธุรกิจร้านอาหาร

กรณี นายสำเริง ประจำเรือ ถูกตรวจพบว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน -ธันวาคม 2552 มียอดฝากแลัถอนเงิน
ประมาณ 3-5 แสนบาท นายสำเริงเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) จันทบุรี และเป็นแกนนำ
กลุ่ม นปช.จังหวัดจันทบุรี เคยปลุกระดมกลุ่มเสื้อแดงให้มารวมตัวกันหน้าที่ศาลากลางจังหวัด
และเคยเคลื่อนไหวในการจัดทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณในช่วงที่ผ่านมาด้วย

สาโรจน์ หงษ์ชูเวช เด็กในพรรคเพื่อไทย

กรณี นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช ถูกตรวจพบว่า มีการทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงิน
โดยมียอดหมุนเวียน ประมาณ 32 ล้านบาท (ฝากประมาณ 20 ล้าน ถอนประมาณ 12 ล้านบาท)
นายสาโรจน์เป็นรองผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยและเป็นกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ของพรรคเพื่อไทย

*เพื่อนเซนต์โยเซฟคุณหญิงอ้อ


กรณี นางจุฑารัตน์ เมนะเศวต ถูกตรวจพบว่ามีการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมียอดเงินหมุนเวียน
ประมาณ 98 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่านางจุฑารัตน์ เป็นเพื่อนนักเรียน เพื่อนร่วมรุ่น
เซนต์โยเซฟ คอนเวนต์ คุณหญิงพจมาน
ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องนอนและการตกแต่งบ้าน
และเป็นผู้บริจาคเงินให้พรรคเพื่อไทยหลายล้านบาท

กรณี นายพศิน หอกลาง
ในช่วงเดือนกันยายน 2552- พฤษภาคม 2553 ถูกตรวจพบทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมียอดเงิน
หมุนเวียนประมาณ 4,720 ล้านบาท (ฝากประมาณ 2,360 ล้านบาท ถอนประมาณ 2,360 ล้านบาท)

กรณี นายทัศ เชาวนเสถียร ถูกตรวจพบว่ามีการทำธุรกรรมทางการเงิน มียอดเงินหมุนเวียน
ประมาณ 720 ล้านบาท (ฝากประมาณ 394 ล้านบาท ถอนประมาณ 426 ล้านบาท)

กรณี นางวิยดี สุตะวงศ์
ถูกตรวจพบว่ามีการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมียอดหมุนเวียนประมาณ 281ล้านบาท
(ฝากประมาณ 142 ล้านบาท ถอนประมาณ 139 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีการใช้บัตรเครดิต
ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) และประเทศกัมพูชา หลายครั้ง)

กรณี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์
ถูกตรวจพบว่าทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมีเงินหมุนเวียนประมาณ 14 ล้านบาท
โดยมีการถอนเวินสดผ่านระะยเอทีเอ็มครั้งละ 1-2 หมื่นบาทหลายครั้ง

กรณีนางสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ ถูกตรวจพบว่าทำธุรกรรมทางการเงินโดยมียอดเงิน
หมุนเวียน ประมาณ 2.8 ล้านบาท

กรณีนายภักดี ธนะปุระ
ถูกตรวจพบว่าทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงิน โดยมียอดเงินหมุนเวียนประมาณ 6 ล้านบาท
(ฝาก 4.5 ล้านบาท ถอน ประมาณ 2 ล้านบาท ) กรณีนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ถูกตรวจพบทำธุรกรรม
ทางการเงินกับสถาบันการเงิน โดยมียอดเงินหมุนเวียน ประมาณ 1.2 ล้านบาท
(ฝากประมาณ 1.2 หมื่นบาท ถอนประมาณ 9 หมื่นบาท)

รวมวงเงินหมุนเวียนเฉพาะบุคคลกลุ่มนี้ประมาณประมาณ 9,600 ล้านบาท
........

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ได้เวลา นับถอยหลัง...

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu Jun 24, 2010 8:48 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1277383497&grpid=&catid=02



วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 19:38:53 น.
มติชนออนไลน์

ความเชยของอาจารย์ปู่
โดย เกษียร เตชะพีระ

ผลพวงอย่างหนึ่งของวิกฤตการเมืองไทยรอบ 5 ปีที่ผ่านมาคือ นักคิด นักเขียน นักข่าว นักวิจัย
นักวิชาการต่างชาติทั่วโลกหันมาใส่ใจติดตามค้นคว้าศึกษาวิเคราะห์เจาะลึก วิพากษ์วิจารณ์
สังคมการเมืองไทยอย่างเข้มข้นถี่ยิบชนิดที่ไม่เคยเป็นมานาน นับแต่หลังรัฐประหารของ รสช.
เมื่อปี พ.ศ.2534 และการลุกฮือพฤษภาประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ.2535
เหมือนเมืองไทยถูกจีน
แขก ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น นานาชาติช่วยกันจับเปลื้องถนิมพิมพาภรณ์ล่อนจ้อน ยกขึ้นส่องกับแดด
พลิกตะแคงกลับตาลปัตรหัวเท้าไปมา พลางหยิบแว่นขยายสอดแยงเพ่งสำรวจตรวจสอบ
รอบด้านทุกซอกมุมขุมขนรูเหงื่อก็มิปาน

มันย่อมทำให้อีลีตไทยผู้อาจแอบซุกอะไรต่อมิอะไรไว้ตามซอกหลืบลับตาคนนอก
จอทีวีหรือบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสก็ได้ใครจะไปรู้ - พากันเสียวไส้พิกล...แหะๆ

ในบรรดาฝรั่งช่างสอดรู้สอดเห็นเหล่านี้ โจชัว เคอร์แลนท์ซิค (Joshua Kurlantzick)
ชาวอเมริกันเป็นคนหนึ่งที่น่าสนใจ

หลับจบรัฐศาสตร์จากวิทยาลัย Haverford เขาทำงานเป็นนักเขียนนักข่าวของนิตยสารอเมริกัน
ชื่อดังหลายฉบับ เช่น Time, The New Republic, American Prospect, Mother Jones,
Current History เป็นต้น มีผลงานดีเด่นด้านข่าวเอเชียจนได้ทุนศึกษาฝึกอบรมและถูกเสนอชื่อ
เข้าชิงรางวัลต่างๆ ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญการเมืองและเศรษฐกิจเอเชียอาคเนย์
รวมทั้งความสัมพันธ์ของภูมิภาคนี้กับจีน สังกัดสถาบันศึกษาวิจัยนโยบายชั้นนำของสหรัฐต่างๆ
เช่น University of Southern California Center on Public Diplomacy, Pacific Council on
International Policy, Carnegie Endowment for International Peace และ
Council on Foreign Relations

ในปัจจุบันหนังสือของโจชัวที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเยล ได้แก่
Charm Offensive : How China s Soft Power Is Transforming the World (ค.ศ.2007)

หลังรัฐประหารของ คปค. เมื่อ 19 กันยายน พ.ศ.2549 เป็นต้นมา โจชัวก็หันมาจับจ้องมอง
การเมืองไทยและเริ่มผลิตข้อเขียนบทวิเคราะห์ทยอยออก มาต่อเนื่องเป็นชุดทางสื่อสิ่งพิมพ์
เกี่ยวกับรัฐบาลทักษิณ, รัฐประหาร คปค., ขบวนการเสื้อเหลือง, ขบวนการเสื้อแดง,
สภาพเศรษฐกิจสังคมและสถาบันหลักต่างๆ ของไทย

ปลายเดือนพฤษภาคมศกนี้ เขาตีพิมพ์บทความชื่อ " Democracy in Danger "(ประชาธิปไตยในอันตราย)
ลงพิมพ์ในนิตยสารการเมืองรายเดือนเก่าแก่ของอังกฤษชื่อ Prospect Magazine ฉบับที่ 171
ประจำเดือนมิถุนายน ค.ศ.2010(www.prospectmagazine.co.uk/2010/05/democracy-in-danger/)

ข้อน่าสนใจอยู่ตรงโจชัวเลือกหยิบวิกฤตการเมืองไทยเป็นตัวแบบวิเคราะห์ เพื่อชี้ว่าระบอบประชาธิปไตย
หลายประเทศของโลกก็กำลังเผชิญอันตรายทำนองเดียวกัน อันเป็นกระแสที่นักรัฐศาสตร์เรียกโดยรวมว่า
" Reversal of democracy "(ประชาธิปไตยพลิกกลับ) นับแต่ราวปี ค.ศ.2001 เป็นต้นมา

ดังสังเกตได้ว่าผู้นำรัฐบาลจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ทยอยกันถูกยึดอำนาจด้วยวิถีทาง
นอกรัฐธรรมนูญถี่ขึ้นเรื่อยมาเป็นลำดับ เช่น ประธานาธิบดีเอสตราดาของฟิลิปปินส์ (ค.ศ.2001),
นายกฯทักษิณของไทยและนายกฯการาเซของฟิจิ (ค.ศ.2006), นายกฯหญิงเบกุม คาลีดา เซีย
ของบังกลาเทศ (ค.ศ.2007), ประธานาธิบดีราวาโลมานานาของมาดากัสการ์และประธานาธิบดี
เซลายาของฮอนดูรัส (ค.ศ.2009) เป็นต้น

จน Freedom House อันเป็นองค์กร NGO ในอเมริกาที่คอยติดตามสำรวจตรวจสอบออกรายงาน
รายปีเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตยของระบอบการเมืองทั่วโลกแจ้งล่าสุดว่า
เสรีภาพในโลกตกต่ำ ติดต่อกันมา 4 ปีแล้ว (ค.ศ.2006-2009) นับเป็นช่วงโน้มต่ำของเสรีภาพในโลก
ที่ยาวนานที่สุดในรอบเกือบ 40 ปีที่ Freedom House ทำรายงานสำรวจข้อมูลเรื่องนี้มา
(
www.freedomhouse.org/template.cfm?page=505)

นับเป็นปรากฏการณ์กระแสทวนสวน คลื่นประชาธิปไตยระลอกที่ 3 ซึ่ง Samuel P. Huntington
นักรัฐศาสตร์อเมริกันผู้ล่วงลับ (ค.ศ.1927-2008) ระบุว่าเกิดขึ้นกว้างขวางทั่วโลกนับแต่ปี ค.ศ.1974 เป็นต้นมา
ในหนังสือ The Third Wave : Democratization in the Late Twentieth Century (ค.ศ.1991)

oโจชัว เคอร์แลนท์ซิค วิเคราะห์ว่าที่ประชาธิปไตยตกอยู่ในอันตรายปัจจุบันนี้นั้น มูลเหตุเกิดจาก : -

1) ผู้นำจากการเลือกตั้งกลายเป็นอำนาจนิยม (ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าแนวนโยบาย
โลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่ทางเศรษฐกิจและแนวนโยบายประชานิยมอันเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง
ทางการเมืองของหลายรัฐบาล ต่างก็กดดันให้ฝ่ายบริหารมีลักษณะรวบอำนาจรวมศูนย์ยิ่งขึ้นทั้งคู่-
ตามข้อวิเคราะห์ของนักเขียนนักกิจกรรมชาวแคนาดา Naomi Klein และศาสตราจารย์สังคมวิทยา
ชาวอเมริกัน SaskiaSassen)


2) สถาบันตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหารอ่อนแอ, คอร์รัปชั่นแพร่หลาย (ลองนึกถึงกลุ่มอาการ
อ่อนเปลี้ยระส่ำระสายของ กกต., วุฒิสภา, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, คณะกรรมการ ป.ป.ช. ฯลฯ
ตอนปลายรัฐบาลทักษิณก็จะเห็นภาพได้)


3) ความแตกแยกขัดแย้งระหว่างคนชั้นกลางกับคนจน-คนชั้นล่าง จะเห็นได้ว่านี่เป็นการกลับตาลปัตร
สูตรสำเร็จประชาธิปไตยแต่เดิมของรัฐศาสตร์สมัยอาจารย์ปู่ Huntington เลยทีเดียว กล่าวคือ : -


oสูตรประชาธิปไตยเดิมสมัย Samuel Huntington (เผอิญสอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของ
ประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญในเดลินิวส์, 12 มิ.ย. 2553 พอดี) :
-เศรษฐกิจเติบโต --> คนชั้นกลางเติบใหญ่เรืองอำนาจ --> ประชาธิปไตย

oส่วนสูตรประชาธิปไตยในอันตรายของ Joshua Kurlantzick ที่ประมวลสรุปจากกรณีเมืองไทย
และประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ กลับเป็นเช่นนี้คือ :

-ความไม่มั่นใจอันเกิดจากโลกาภิวัตน์ (เช่น เศรษฐกิจพังทลายช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง) นำไปสู่
--> คนชั้นกลางหันไปเป็นอนุรักษนิยม
--> คนชั้นกลางขัดแย้งกับผู้นำอำนาจนิยมจากการเลือกตั้ง+พันธมิตรชนชั้นล่างของผู้นำนั้น
--> คนชั้นกลางหันไปสนับสนุนวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในการโค่นรัฐบาล
--> ประชาธิปไตยพลิกกลับ หรือเกิดระบอบประชาธิปไตยแบบที่ชนชั้นนำครอบงำ


นั่นหมายความว่า หากคนชั้นกลางกับคนชั้นล่างลงไปแตกแยกขัดแย้งกันเรื่องสิทธิประชาธิปไตยแล้ว
ระบบการเมืองอาจพังทลายและประชาธิปไตยพลิกกลับได้

อนึ่ง คำว่า " คนชั้นล่างลงไป " ข้างต้นนี้ กล่าวได้ว่าหมายถึงคนกลุ่มเดียวกับที่ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ เรียกว่า
"คนชั้นกลางระดับล่าง" , หรือที่ทีมวิจัยของ อ.อภิชาต สถิตนิรามัย แห่งคณะเศรษฐศาสตร์
ธรรมศาสตร์ ระบุในขั้นต้นว่าได้แก่ "ลูกจ้างและเกษตรกร มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 17,000 บาท
โดยสรุปคือ เสื้อแดงไม่ใช่คนจนแต่จนกว่าเสื้อเหลือง ฐานะทางเศรษฐกิจสังคมของเสื้อเหลืองคือ
มีงานประจำ มีการศึกษาและฐานะทางสังคมสูงกว่า...รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 31,000 บาท"
(www.prachatai3.info/journal/ 2010/06/29973)

หรือถ้าให้ผมเปรียบเทียบ : - ขณะที่สถาบันหลักทั้ง 3 ของคนชั้นกลางระดับบนและกลางได้แก่
1) ธนาคารพาณิชย์ (แหล่งสินเชื่อเพื่อการลงทุนและการบริโภค),
2) ตลาดหุ้น (แหล่งเสี่ยงแล้วอาจรวยจากการเก็งกำไร) และ
3) ช็อปปิ้ง มอลล์ (แหล่งบริโภคนิยม) -
ซึ่งล้วนตกเป็นเป้าโจมตีเผาทำลายระหว่างการชุมนุมของ นปช.ครั้งที่ผ่านมา ทำให้คนชั้นกลาง
ในกรุงโกรธจนควันออกหูนั้น

สถาบันหลักทั้ง 3 ของคนชั้นกลางระดับล่างจะได้แก่
1) นายทุนเงินกู้นอกระบบ,
2) สลากกินแบ่ง-หวยใต้ดิน และ
3) ตลาดสดแบกะดินกลางแจ้งทั้งหลาย เช่น คลองถม
ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกันแต่มักอยู่ชายขอบหรือนอกระบบ ถูกทางราชการกำกับควบคุมตามกฎหมาย
น้อยกว่า ทำให้มาตรฐานต่ำกว่าและในบางแง่ราคา/ดอกเบี้ยแพงกว่าด้วยซ้ำ แต่ก็เข้าถึงได้ง่าย
เหมาะสำหรับผู้มีทุนน้อย/รายได้ต่ำกว่านั่นเอง

นี่จึงเป็นเหตุผลให้คนชั้นกลางระดับล่างนิยมชมชอบโครงการของรัฐบาล ทักษิณอย่างสินเชื่อเอสเอ็มอี,
แปลงสินทรัพย์เป็นทุน, กองทุนหมู่บ้านละล้าน, หวยบนดิน, หวยออนไลน์, 30 บาทรักษาทุกโรค,
บ้านเอื้ออาทร, แท็กซี่เอื้ออาทร, คอมพิวเตอร์เอื้ออาทร

และมาตรการประชา (บริโภค) นิยมอื่นๆ ที่ภาครัฐช่วยให้พวกเขาลดรายจ่าย, เพิ่มรายได้
และเอื้อมมือถึงสินค้าบริโภคคงทนทั้งหลายอย่างไม่เคยมีมาก่อน

กล่าวให้ถึงที่สุด เศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ที่ผันผวนไร้เสถียรภาพเป็นรากเหง้าที่มาของสภาพประชาธิปไตย
ในอันตรายเพราะมันทำให้คนชั้นกลางกลายเป็นอนุรักษนิยมเลิกคิดปฏิรูป เบื่อการเมือง เน้นทำมาหาเงิน
เอาตัวรอด (โดยเฉพาะหลังวิกฤตเศรษฐกิจการเงิน พ.ศ.2540 เมื่อเทียบกับกระแสการเมืองของคนชั้นกลาง
สมัยหลัง 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 หรือหลังพฤษภาประชาธิปไตย พ.ศ.2535 ใหม่ๆ)

แบบแผนของประชาธิปไตยพลิกกลับก็คือ : คนชั้นกลางหันไปร่วมมือกับชนชั้นนำเก่าประท้วง
ต่อต้านผู้นำอำนาจนิยมจากการเลือกตั้ง, ใช้วิธีการไม่ประชาธิปไตยขับโค่นรัฐบาล, สร้างระบอบ
ประชาธิปไตยที่เน้นชนชั้นนำยิ่งขึ้น, เพื่อให้ตัวเองได้กุมอำนาจส่วนใหญ่ไว้ต่อไป


นำไปสู่การที่คนชั้นล่างรวมตัวประท้วงโต้กลับคนชั้นกลางบ้าง (เช่น ม็อบคาราวานคนจนที่จตุจักร-นปก.-
นปช. vs. พธม.) เกิดความแตกแยกถาวรทางชนชั้น, พันธมิตรคนชั้นกลาง-คนชั้นล่างที่เป็นฐานค้ำจุน
ประชาธิปไตยแต่เดิมเสื่อมสลาย, ระบอบประชาธิปไตยจึงพังทลายลงในที่สุดด้วยรัฐประหารของ
กองทัพเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยให้คนชั้นกลางกับคนชั้นล่างลงไปหันมาขัดแย้งกันยืดเยื้อเรื้อรัง

แบบแผนทำนองนี้ [ผู้นำจากการเลือกตั้งกลายเป็นอำนาจนิยม-->รัฐประหารในนามเสรีนิยมที่คนชั้นกลาง
สนับสนุนเพื่อล้มประชาธิปไตย] ซึ่งอาจมีวิถีทางผลลัพธ์พลิกแพลงหลากหลายแตกต่างกันไปบ้าง
อาจพบเห็นได้ไม่เพียงในเมืองไทย หากรวมทั้งฟิลิปปินส์, เวเนซุเอลา, ฮอนดูรัส, นิการากัว, รัสเซีย เป็นต้น

ดังนั้น ข้อสรุปสูตรสำเร็จของรัฐศาสตร์ยุคคลื่นประชาธิปไตยระลอก 3 ที่ว่าสร้างคนชั้นกลางแล้ว
ระบอบเสรีประชาธิปไตยจะแพร่หลายไปทั่วโลกนั้น จึงถูกโจชัวตั้งข้อสงสัยว่ามันยังจะจริงอยู่ต่อไป
อีกหรือไม่? ดังที่นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนอเมริกันรายหนึ่งบ่นให้เขาฟังว่า : -

"คุณมีพวกคนไทยหัวเสรีนิยมทั้งหลายที่ประณาม การละเมิดสิทธิมนุษยชนในที่อย่างพม่า
แต่กลับสนับสนุนรัฐประหารในเมืองไทยปี ค.ศ.2006 พวกเขาจะทำทั้งสองอย่างไปด้วยกันได้ยังไง? "


สำหรับหนทางในการกอบกู้ประชาธิปไตยให้พ้นจากอันตรายของความแตกแยกขัด แย้งระหว่าง
คนชั้นกลาง vs. คนชั้นล่างลงไปนั้น โจชัวเสนอแนะในเบื้องต้นว่า :

-ต้องหาทางฟื้นฟูปลูกสร้างพันธมิตรระหว่างคนชั้นกลางกับคนชั้นล่างลง ไปขึ้นมาใหม่บนฐาน
การยอมรับอำนาจการเมืองของฝ่ายหลังตามหลักประชาธิปไตย (กล่าวคือ เมื่อคนเราเท่ากัน
อำนาจย่อมเกิดจากตัวเลข, หนึ่งคนมีหนึ่งเสียง, เสียงข้างมากได้ปกครอง)

-ในขณะเดียวกันก็ใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนเพื่อปกป้องสิทธิของเสียงข้างน้อย, ให้เสียงข้างน้อย
มีตัวแทนในการใช้อำนาจด้วย, เพื่อป้องกันระบอบทรราชย์ของเสียงข้างมากที่ผู้มีอำนาจนึกจะ
ล่วงละเมิดสิทธิของเสียงข้างน้อยในนามเสียงข้างมากอย่างไรก็ทำได้

-ส่งเสริมรัฐบาลผสมของตัวแทนคนชั้นล่างลงไปกับคนชั้นกลาง

-สร้างเสริมระบอบรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม (ตามหลักเสรีนิยม - รัฐบาลมีอำนาจจำกัด
หรือที่เรียกว่า limited government อำนาจของรัฐบาลถูกจำกัดด้วยสิทธิเสรีภาพในร่างกาย ชีวิต
ทรัพย์สินของพลเมือง ไม่ใช่ว่ารัฐบาลนึกจะอ้างอำนาจพิเศษมาต้มยำทำแกงพลเมืองกลุ่มใด
กลุ่มหนึ่งสีใดสีหนึ่งก็ได้ตามใจชอบ - โดยมีศาลตุลาการอิสระเป็นกรรมการคอยคุมเส้น
จำกัดอำนาจรัฐ/ขอบเขตสิทธิพลเมืองนั้นๆ)

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ