พิสูจน์ น้องโบว์ ผู้ชุมนุมพันธมิตร ไม่ใช่แก๊สน้ำตา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

พิสูจน์ น้องโบว์ ผู้ชุมนุมพันธมิตร ไม่ใช่แก๊สน้ำตา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 25, 2009 5:28 pm



พิสูจน์ "น้องโบว์" ไม่ใช่แก๊สน้ำตา พฐ.สรุปผลตรวจ สารบึ้มคนละชนิด (ข่าวสด)

กองพิสูจน์หลักฐานสรุปผลพิสูจน์ "น้องโบว์" พันธมิตรแล้ว ตรวจพบ "ซี-โฟร์" ในเสื้อยืดสีเหลืองและเสื้อชั้นใน ซึ่งไม่ตรงกับแก๊สน้ำตาของตำรวจทั้งชนิดยิงและขว้าง ซึ่งมีสารวัตถุระเบิดชนิด "อาร์ดีเอ็กซ์" เป็นส่วนประกอบเท่านั้น ไม่มี "ซี-โฟร์" แต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งว่า กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปผลตรวจพิสูจน์วัตถุพยานที่พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ส่งมาให้ตรวจพิสูจน์ซึ่งเป็นเสื้อผ้าของน.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 ประกอบด้วยเสื้อยืดสีเหลือง 1 ตัว เสื้อชั้นในสีครีม สภาพฉีกขาด 1 ตัว กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สภาพฉีกขาด 1 ตัว โดยมีจุดประสงค์ในการตรวจพิสูจน์ต้องการทราบว่า มีสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดติดอยู่วัตถุของกลางทั้งหมดนี้หรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.ท.สมภพ พุฒศรี นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 กลุ่มงานตรวจเคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีการตรวจทางกายภาพ ตรวจทางเคมี ใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ใช้ไอออนสแกนตรวจหากลุ่มวัตถุระเบิดเบื้องต้น ใช้เครื่อง เอฟทีไออาร์, จีซี-เอ็มเอส, เอ็กซ์อาร์เอฟ ตรวจยืนยันใช้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสรุปผลการตรวจ ได้ผลการตรวจออกมาว่า ตรวจพบสารเคมีที่เป็นวัตถุระเบิดชนิดซี-โฟร์ติดอยู่ที่เสื้อยืดสีเหลือง และเสื้อชั้นในสีครีมที่ส่งมาตรวจ และตรวจพบสารเคมีชนิด อาร์ดีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสารประกอบวัตถุระเบิดติดอยู่ที่กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากข้อมูลทางเทคนิคของ กองพิสูจน์หลักฐาน ระบุว่าแก๊สน้ำตาทั้งชนิดยิง และชนิดขว้างที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีใช้จะมีสารวัตถุระเบิดชนิด อาร์ดีเอ็กซ์ เป็นส่วนประกอบเท่านั้น ซึ่งไม่มี ซี-โฟร์ เป็นส่วนประกอบแต่อย่างใด และกรณีที่พบสารวัตถุระเบิดชนิด ซี-โฟร์ ที่เสื้อชั้นในและเสื้อยืดของน.ส.อังคณานั้น เพราะตรวจพบวัตถุทรงกลมที่เหลือจากการระเบิดไม่สมบูรณ์บริเวณรอยไหม้สีดำของเสื้อชั้นในและเสื้อยืดดังกล่าว และเมื่อนำวัตถุทรงกลมนั้นมาตรวจปรากฏว่าเป็นสารวัตถุระเบิดชนิด ซี-โฟร์ ส่วนในวัตถุพยานที่ได้จากผู้บาดเจ็บรายอื่นพบเฉพาะสาร อาร์ดีเอ็กซ์ เท่านั้น ซึ่งสารวัตถุระเบิดชนิด ซี-โฟร์ เป็นสารวัตถุระเบิดต่างชนิดจากสารวัตถุระเบิดชนิด อาร์ดีเอ็กซ์ เพราะมีสารเคมีประกอบต่างชนิดกัน


วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงการออกหมายจับเพิ่มเติม 21 แกนนำกลุ่มพันธมิตรกรณีบุกยึดทำเนียบรัฐบาลว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตการออกหมายจับครั้งนี้ล่าช้าเพราะผู้ใหญ่ในรัฐบาลให้ดึงเรื่องไว้นั้น ยืนยันว่าไม่มี ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน การออกหมายจับต้องออกหมายเรียกก่อน คนที่ออกมาให้ข่าวคงเอาขั้นตอนสุดท้ายมาตอบสื่อมวลชนก่อน ยืนยันไม่มีใบสั่งใดๆ เกี่ยวกับการทำงานเรื่องนี้

ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวที่ว่านายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ อาจเป็น 1 ใน 21 แกนนำพันธมิตรที่จะถูกออกหมายจับว่า ไม่ทราบเรื่อง และไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องอะไรตอนนี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงต้องว่าไปตามกระบวนการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้านายกษิตถูกออกหมายจับจริง ต้องออกจากตำแหน่งรมต.หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องการออกหมายจับอะไร ต้องรอให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน จากนั้นค่อยมาดูกัน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พิสูจน์ น้องโบว์ ผู้ชุมนุมพันธมิตร ไม่ใช่แก๊สน้ำตา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 25, 2009 6:01 pm

ผลสอบเหตุสลายการชุมนุม 7 ต.ค.ไม่ชี้ชัดใครถูก-ผิด


กรุงเทพฯ 20 ก.พ. - ผลสรุปการสอบสวนเหตุ 7 ต.ค. ไม่มีการชี้ชัดว่าใครถูกหรือผิด โดยเฉพาะการยิงแก๊สน้ำตา ไม่มีหลักฐานว่าฝ่ายการเมืองสั่งการ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลรายงานผลการตรวจสอบเหตุสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ยืนยันผลสรุปอยู่ในความรับผิดชอบในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่ไม่ชี้ชัดว่าใครถูกหรือผิด เอกสารของบทสรุปมีจำนวนกว่า 2,000 แผ่น ผู้สนใจสามารถขอรับข้อมูลได้ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่มีบางส่วนที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งการให้ข้อมูลของพยาน และแผนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผลสรุปได้ระบุถึงปัญหาในการตรวจสอบ อาทิ ไม่ได้รับความร่วมมือจากพยาน รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ขณะเดียวกัน การเปิดเผยข้อมูลระบุด้วยว่า การใช้แก๊สน้ำตาเป็นการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติกันขณะนั้น ส่วนการเสียชีวิตของสารวัตรตำรวจและน้องโบว์ ยังมีข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างที่มาของระเบิด และสารที่พบในตัวผู้เสียชีวิต ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีแนวคิดขยายผลการตรวจสอบ โดยขอให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ที่จะไต่สวนหาข้อสรุป. - สำนักข่าวไทย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พิสูจน์ น้องโบว์ ผู้ชุมนุมพันธมิตร ไม่ใช่แก๊สน้ำตา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 25, 2009 6:03 pm




ผลสรุปการสอบสวนเหตุการณ์ 7 ตุลา ไม่ชี้ชัดใครผิดถูก

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยผลสรุปการสอบสวนเหตุการณ์ 7 ตุลา ไม่ชี้ชัดว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด พร้อมยืนยันผลการสอบสวนดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยข้อมูลรายงานผลการตรวจสอบ กรณีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 โดยยืนยันว่า เป็นผลสรุปที่อยู่ในความรับผิดชอบในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งไม่มีการชี้ชัดว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด โดยผลสรุปเป็นเอกสารจำนวน 2,289 แผ่น ทั้งนี้ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับข้อมูลจากสำนักข้อมูลข่าวสาร ทำเนียบรัฐบาลได้ แต่จะมีเอกสารบางส่วนที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งการให้ข้อมูลชื่อของพยานที่เกี่ยวข้อง และแผนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อพยานและการทำงานของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ผลสรุปยังได้ระบุถึงปัญหาในการตรวจสอบ อาทิ ไม่ได้รับความร่วมมือจากพยานในการให้ปากคำ รวมทั้งเร่งรัดที่จะให้เปิดเผยข้อมูล ขณะเดียวกันการเปิดเผยข้อมูลยังระบุด้วยว่าการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเป็นการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ในตอนนั้น พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 343 คน เสียชีวิต 2 คน คือ อดีตสารวัตรตำรวจและน้องโบว์ซึ่งยังมีข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างที่มาของการระเบิดและสารที่พบในตัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้รัฐบาลยังไม่มีแนวคิดขยายผลการตรวจสอบ โดยขอให้เป็นหน้าที่การตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรมที่จะไต่สวนหาข้อสรุป ทั้งนี้จะไม่รวมถึงการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยยืนยันว่าเป็นคนละส่วนกัน
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวยังได้ทำข้อเสนอแนะ ทั้งการให้ออกกฎหมายการควบคุมการชุมุนม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ต้องมีการฝึกอบรมการปฏิบัติงาน การบรรจุเป็นหลักสูตรการศึกษา



_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พิสูจน์ น้องโบว์ ผู้ชุมนุมพันธมิตร ไม่ใช่แก๊สน้ำตา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 25, 2009 6:11 pm

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=364947
"สาทิตย์" แถลงผลสอบ 7ต.ค.ไม่ชี้ชัดคนผิด เสนอกม.คุมม็อบ

15:23 น.

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร แถลงเปิดเผยผลการสอบสวนคณะกรรมการอิสระกรณีเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 ว่า ผลสอบสวนมี 2,289 หน้า ประชาชนสามารถยื่นขอดูผลสอบสวนได้ที่คณะกรรมการ แต่มี 2 สิ่งที่เป็นปัญหา คือ 1.การให้ปากคำของพยานที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ 2.แผนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐที่ตีตราลับมาก ทั้งนี้สิ่งที่น่าสนใจ คณะกรรมการฯ สรุปว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากพยานเท่าที่ควร เช่น ผบ.ตร.ไม่มาให้ปากคำ ส่งเพียง ผบช.น.และผบ.สถานการณ์อื่นๆมารายงาน นักการเมืองมารายงาน 9 คน ได้แก่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตเลขาธิการนายกฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นต้น ประชาชนมาให้การ 7 คน และสื่อมวลชน 5 คน การทำงานมีความรีบเร่งมาก เป็นต้น
ทั้งนี้ผลสืบสวนของคณะกรรมการชุดนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนเหตุการณ์ 7 ตุลาคม ของ ป.ป.ช. แต่ยืนยันว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่ได้แทรกแซงการสืบสวนของคณะกรรมการชุดนี้ เพราะยุติการทำงานตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคา 2551 ก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาแถลงนโยบายต่อสภาฯ ตามที่แกนนำ นปช.บางคนกล่าวหา และรัฐบาลยินดีเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด
รายข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ผลการสอบสวนของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ 7 ตลาคม 2551 ที่มีนายปรีชา พาณิชวงศ์ เป็นประธานฯ ตามคำสั่งสำนักนายกฯ 237/2551 ลงนามโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้สรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นเสนอ ครม.เรียบร้อยแล้ว โดยผลสรุปผลมีดังนี้ กรรมการตรวจสอบผลการสอบสวนต่างๆ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน 5 คณะ โดยคณะกรรมการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในช่วงเวลาที่จำกัด และไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่ควร และคณะกรรมการไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะสรรหาข้อมูลได้อีก จึงขอยุติการทำงาน
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า คณะกรรมการได้ตรวจสอบข้อมูลจากขั้นตอนการทำงานของตำรวจ-ทหาร ข้าราชการสำนักนายกฯและข้าราชการรัฐสภา สื่อมวลชน ประชาชนที่ร่วมชุมนุม ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ รวมทั้งผลวิเคราะห์สภาพอาการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชนแล้วนั้นสรุปว่า ครม.ชุดที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯนั้นได้ประชุมครม.ในเวลา 23.00 น.วันที่ 6 ต.ค.2551 และครม.มีความเห็นสองฝ่าย คือ 1.ครม.บางส่วนเห็นว่าควรเลื่อนเวลาหรือเปลี่ยนสถานที่การแถลงนโยบายรัฐบาล เพราะในเวลาใกล้เคียงกันพันธมิตรฯได้ชุมนุมปิดล้อมอาคารรัฐสภาแล้ว 2.ครม.ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของประธานรัฐสภา(นายชัย ชิดชอบ )ในการสั่งว่าจะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อไปหรือเปลี่ยนเวลาและสถานที่ ฉะนั้นควรรับฟังความเห็นและเหตุผลของประธานรัฐสภา
รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า ครม.ได้มีความเห็นว่า 1.ควรแถลงนโยบายรัฐบาล ณ อาคารรัฐสภา ในวันที่ 7 ต.ค. 2551 เว้นแต่ประธานรัฐสภาจะสั่งเลื่อนการประชุม 2.มอบให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯในขณะนั้นเป็นผู้ติดตามสถานการณ์และสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมทั้งฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ส.ส.เข้ารัฐสภาได้ โดยเวลา 01.00 น. ของวันที่ 7 ต.ค. 2551 ที่พล.อ.ชวลิตเดินทางไปประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ บช.น. เพื่อวางแผนเตรียมการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม จนเป็นฉนวนเหตุให้เกิดการสลายการชุมนุมและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดขึ้น ส่วนสาเหตุที่เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ - พันธมิตรฯนั้น ในช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค.2551 เนื่องจากพันธมิตรฯปิดล้อมอาคารรัฐสภา และเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังผลักดันเพื่อเปิดเส้นทางให้ส.ส.เข้ารัฐสภา และในช่วงเวลา 15.00 น. นั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังผลักดัน เพื่อเปิดทางให้ส.ส.ออกจากอาคารรัฐสภา
รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า คณะกรรมการยังวิเคราะห์ถึงสาเหตุของผู้เสียชีวิต และผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และสรุปว่าควรเสนอให้ออกกฎหมายควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ เพราะคณะกรรมการเห็นว่าการปะทะกันขั้นรุนแรงของกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างสิทธิการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าต้องรักษากฎหมาย ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้นั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีอาวุธ และกีดขวางการจราจร กรณีนี้จะเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าอำนาจหน้าที่ในการรักษาความสงบนั้นมันมีปัญหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่และควบคุมฝูงชนตามความเหมาะสมหรือไม่ คณะกรรมการเห็นว่าควรมีกฎหมายการควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะโดยเฉพาะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พิสูจน์ น้องโบว์ ผู้ชุมนุมพันธมิตร ไม่ใช่แก๊สน้ำตา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 25, 2009 6:27 pm


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พิสูจน์ น้องโบว์ ผู้ชุมนุมพันธมิตร ไม่ใช่แก๊สน้ำตา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Feb 28, 2009 12:28 am



คุณหญิงหมอยัน น้องโบ เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตา (เดลินิวส์)

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ แถลงผลตรวจการเสียชีวิตของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ (น้องโบว์) ว่า พบสารซีโฟร์บนเสื้อและชุดชั้นในของน้องโบว์ว่า จะไม่ขอพูดถึงการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แต่จะขอพูดถึงประเด็น คือ ซีโฟร์ เป็นชื่อทางการค้า

"สารซีโฟร์" ส่วนใหญ่พบว่าถูกนำมาใช้ทางการทหาร เป็นวัตถุระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรง และในทางวิทยาศาสตร์ไม่มีเครื่องมือชนิดใดสามารถตรวจสอบพบสารซีโฟร์ได้ แม้แต่เครื่องไอออนสแกน ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ใช้ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ในซีโฟร์นั้นจะมีสารประกอบอาร์ดีเอ็กซ์ผสมอยู่อย่างแน่นอน และอาจมีสารประกอบชนิดอื่นด้วย ทั้งนี้จากการทดสอบแก๊สน้ำตาก็พบว่า มีอาร์ดีเอ็กซ์จำนวนมากประกอบอยู่ในแก๊สน้ำตาของจีนทั้งชนิดยิงและขว้าง

แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวอีกว่า การออกมาแถลงผลตรวจดังกล่าวน่าจะเกิดความคลาดเคลื่อน หรือความเข้าใจผิดของผู้แถลง และที่ผ่านมามี นพ.วิรัช พงษ์พานิช ส.ว. และ พล.อ.ต.วิชา เสี้ยวนิ่ม เป็นผู้ตรวจชันสูตรพลิกศพ ซึ่งตนได้นำภาพบาดแผลและผลตรวจทั้งหมดแถลงไปแล้ว ในครั้งนั้นพบว่า บาดแผลที่เกิดขึ้นไม่ใช้เกิดจากวัตถุระเบิดแน่นอน แต่เป็นบาดแผลที่มีลักษณะทรงรีเทียบเคียงได้กับแก๊สน้ำตาชนิดขว้างของจีนอย่างชัดเจน จึงเชื่อว่า น้องโบว์เสียชีวิตด้วยแก๊สน้ำตาไม่ใช่วัตถุระเบิดซีโฟร์ อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องการตอบโต้เรื่องผลตรวจสอบเพราะอาจถูกนำไปเป็นประเด็นว่า ต้องการมีปัญหาหรือขัดแย้งเรื่องผลตรวจกับตำรวจได้อีก

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตามนั้น

ตั้งหัวข้อ  + on Sun Mar 01, 2009 3:12 am

พวกเดียวกัน คือเพ้อเจอ เขียนละครเหมือนกันมากกว่า คิดไปได้ บ้าเปล่า

+
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ