บ่มให้สุก แล้วจะทุกข์ไม่เป็น

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

บ่มให้สุก แล้วจะทุกข์ไม่เป็น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Mar 26, 2009 11:56 am

คนไทยสมัยโบราณนับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นต้นมานั้น มีการศึกษาพระพุทธศาสนาในระดับที่เรียกว่าดีมากๆ นำเอาประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดจากประเทศอินเดียมาเป็นบทเรียน ชาวไทยเห็นประจักษ์ว่า "การบวชไม่สึกและการฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพระภิกษุสามเณรเพียงกลุ่มเดียวนั้นอันตราย" อินเดียเป็นตัวอย่าง เมื่อชาวอินเดียนิยมบวชไม่สึก ถ้าใครคิดสึกก็จะกลายเป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจ ว่าเหลาะแหละโลเลเหลวไหลไม่เอาจริง คนที่จะบวชจึงต้องคิดหนัก หรือแม้แต่บิดามารดาก็ไม่อยากให้ลูกหลานบวชเช่นกัน เพราะต้องการให้สืบสกุล และเมื่อบวชเป็นพระภิกษุสามเณรแล้ว ชาวพุทธอินเดียก็ยังคง "ยกภาระธุระพระศาสนา" คือเรื่องการศึกษาพระธรรมคำสอนให้เป็นเรื่องเฉพาะพระสงฆ์สามเณรเท่านั้น
ผลเบื้องแรกก็คือ ชาวบ้านไม่รู้เรื่องพระศาสนาเลย รู้แต่ว่าตัวเองมีหน้าที่ตักบาตรทำบุญหรือทำอะไรก็ได้ตามที่พระบอกบุญ
ครั้นเมื่อมีสงครามทางศาสนาเกิดขึ้น ทั้งพราหมณ์และมุสลิม ได้ใช้สงครามนำหน้าศาสนา เข่นฆ่าพระภิกษุสงฆ์และเผาผลาญทำลายวัดวาอาราม ส่งผลให้พระภิกษุสามเณรตายหมด ญาติโยมก็ไม่มีใครรู้พระธรรมคำสอน จึงง่ายต่อการถูกเปลี่ยนศาสนา นั่นคือสาเหตุว่า ทำไมพระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปจากอินเดีย ทั้งๆ ที่เป็นประเทศผู้ให้กำเนิด
บทเรียนทั้งสองนี้ ชาวไทยสมัยโบราณนับตั้งแต่เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ลงมา ทราบดีว่าต้องหาทางแก้ จึงได้สร้างประเพณี "บวชเรียน" ขึ้นมาในสังคมไทย ชายไทยที่มีอายุ 12 ปีแล้ว ต้องบวชเณรเป็นเบื้องต้น ครั้นครบ 20 ปีบริบูรณ์แล้ว ต้องบวชพระอีกอย่างน้อย 1 พรรษา จึงจะสามารถมีครอบครัวได้ แม้แต่จะเข้ารับราชการก็ต้องผ่านการบวชเพื่อเป็น "คนสุก" เสียก่อน ทางราชการจึงจะรับ นับตั้งแต่พระราชาลงมาจนถึงสามัญชนคนไทย ได้มีการสืบสานประเพณีเช่นนี้มานานนับพันปี กล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า คนไทยบวชเพื่อสึก ไม่ใช่บวชเพื่อตายในผ้าเหลือง เป็นการผ่องถ่าย (Rotation) บุคลาการทางพระศาสนาไปไว้ในบ้าน ตัวอย่างเช่น พระเจ้าทรงธรรม แห่งกรุงศรีอยุธยานั้น เคยบวชเป็นมหาเปรียญมาก่อน ครั้นได้ขึ้นครองราชย์ จึงทรงโปรดให้สร้างวัดพระศรีสรรเพชญขึ้นมาในพระบรมมหาราชวัง ทรงสละเวลามาสอนหนังสือให้แก่พระภิกษุสามเณรด้วยพระองค์เอง อันเป็นที่มาของคำว่า "สอบธรรม-บาลี สนามหลวง" จนกระทั่งทุกวันนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระองค์ก็ทรงเป็นแบบอย่างอันดีที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะทรงผนวชนานถึง 27 ปี และทรงศึกษาภาษาบาลีจนแตกฉาน ราชวงศ์จักรีจึงมีประเพณีนิยม "บวชเรียน" อย่างเหนียวแน่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน รวมทั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร ก็ล้วนแต่ทรงผ่านการผนวชแล้วทั้งสิ้น
เมื่อประเทศไทยมีบุคคลากรที่รู้พระธรรมคำสอนในบวรพระพุทธศาสนาอย่างดีทั้งในวัดและในบ้าน กิจการพระพุทธศาสนาจึงเจริญก้าวหน้า เพราะทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฆราวาสต่างช่วยกันสร้างและเสริมเพิ่มเติมซึ่งกันและกัน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองพุทธที่เข้มแข็งและร่มเย็นกว่าประเทศใดๆ ในโลก
แต่ปัจจุบันนั้น ค่านิยมการบวชเรียนลดลงไปมาก เพราะวิชาวิทยาการแขนงใหม่จากทางประเทศตะวันตก รวมทั้งอารยะธรรมฝรั่ง ได้เข้าครอบงำอารยะธรรมเอเชียจนเสียศูนย์ แม้กระทั่งพระพุทธศาสนาที่แน่นหนามั่นคงมาก่อนหน้านี้ก็ยังมีผลกระทบอย่างแรง ทั้งนี้ก็เพราะชาวไทยมีความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาน้อยลงไปทุกวันนั่นเอง
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

วิ่งตามเทคโนโลยี เหมือนกับองคุลีมาน ตามหาวิชา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Mar 26, 2009 11:58 am

วันที่ 25 มี.ค. ดร.อำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พศ.ได้เก็บข้อมูลจำนวนพระภิกษุสามเณร ประจำปี 2551 พบว่าจำนวนพระภิกษุทั่วประเทศ มี 251,997 รูป ส่วนสามเณร 69,607 รูป และเมื่อเปรียบเทียบจำนวนพระภิกษุสามเณรกับปี 2550 พบว่ามีพระภิกษุลดลง 6,166 รูป สามเณรลดลง 447 รูป โดยจังหวัดที่จำนวนพระภิกษุสามเณรลดลง เช่น จ.เพชรบูรณ์ สามเณรจาก1,005 รูป เหลือ 698 รูป จ.กาญจนบุรี พระภิกษุจาก 2,757 รูป เหลือ 2,409 รูป สามเณรจาก 815 รูป เหลือ 285 รูป จ.กาฬสินธ์ุ พระภิกษุจาก 5,240 รูป เหลือ 3,607 รูป สามเณรจาก1,581 รูป เหลือ 842 รูป จ.เชียงใหม่ สามเณรจาก 7,876 รูป เหลือ 6,680 รูป จ.พะเยา พระภิกษุจาก 2,310 รูป เหลือ 1,157 รูป สามเณรจาก 3,296 รูป เหลือ 1,735 รูป จ.พัทลุง พระภิกษุจาก 1,649 รูป เหลือ 1,143 รูป จ.ลำพูน สามเณรจาก 1,913 รูป เหลือ 1,254 รูป
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตามไปตามมา ก็ฆ่าลูกเดียว

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Mar 26, 2009 12:00 pm

ดร.อำนาจ กล่าวต่อไปว่า จังหวัดที่จำนวนพระภิกษุสามเณรเพิ่ม ขึ้น เช่น กทม. พระภิกษุจาก 14, 405 รูป เป็น 15,369 รูป สามเณรจาก 2,383 รูป เป็น 4,209 รูป จ.ฉะเชิงเทรา พระภิกษุจาก 2,607 รูป เป็น 3, 978 รูป สามเณรจาก 605 รูป เป็น 818 รูป จ.ยโสธร พระภิกษุจาก 2,046 รูป เป็น 2, 779 รูป สามเณรจาก 367 รูป เป็น 747 รูป จ.สมุทรสงคราม สามเณรจาก 108 รูป เป็น 2, 605 รูป จ.เพชรบูรณ์ พระภิกษุจาก 3,253 รูป เป็น 4,457 รูป ทั้งนี้การเพิ่มและลดของพระภิกษุสามเณร มาจากหลายปัจจัย เช่น คนนิยมบวชเรียนน้อยลง รวมทั้งข่าวสารด้านลบเกี่ยวกับพระสงฆ์และวงการพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตามจะนำสถิติดังกล่าวรายงานที่ประชุมมหาเถรฯต่อไป
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ฉลาดกว่าใคร ไยไม่เฉลียว

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Mar 26, 2009 12:02 pm

ด้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า เรื่อง ของจำนวนของเด็กที่มาบรรพชาเป็นสามเณรน้อยลงนั้น สาเหตุใหญ่มาจากขณะนี้การศึกษาขั้นพื้นฐานครอบคลุมมากขึ้น ทำให้เด็กมาบวชเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมน้อยลง สามเณรในระบบการศึกษาก็น้อยลงไป ขณะที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วไปเปิดสอนตั้งแต่ประโยค 1-2 ถึง ประโยค 3 4 5 แต่ในระดับประโยค 6 - 9 ไม่ค่อยเปิดสอน จึงได้เปิดศูนย์การเรียนการสอนประโยคสูงๆโดยเฉพาะ ภาคละ 1 แห่ง โดยจะต้องมีผู้เรียนชั้นละ 10 รูป/คนขึ้นไปถึงจะเปิดการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมการศึกษาให้พระภิกษุมีที่เรียนอย่างทั่วถึง โดยจะเริ่มเปิดนำร่องปี 2552 นี้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ทางวนคดเคี้ยว เลี้ยวกลับที่เดิม

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Mar 26, 2009 12:21 pm

ด้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า เรื่อง ของจำนวนของเด็กที่มาบรรพชาเป็นสามเณรน้อยลงนั้น สาเหตุใหญ่มาจากขณะนี้การศึกษาขั้นพื้นฐานครอบคลุมมากขึ้น ทำให้เด็กมาบวชเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมน้อยลง สามเณรในระบบการศึกษาก็น้อยลงไป ขณะที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วไปเปิดสอนตั้งแต่ประโยค 1-2 ถึง ประโยค 3 4 5 แต่ในระดับประโยค 6 - 9 ไม่ค่อยเปิดสอน จึงได้เปิดศูนย์การเรียนการสอนประโยคสูงๆโดยเฉพาะ ภาคละ 1 แห่ง โดยจะต้องมีผู้เรียนชั้นละ 10 รูป/คนขึ้นไปถึงจะเปิดการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมการศึกษาให้พระภิกษุมีที่เรียนอย่างทั่วถึง โดยจะเริ่มเปิดนำร่องปี 2552 นี้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุกขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องอาศัยพวกฟิตเนสหรอกค่า...

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Mar 27, 2009 2:11 pm

วันนี้กำลัง เร่งรีบยื่นแบบแสดงรายการผ่าน อินเตอร์เน็ต ก็มันใกล้เวลาแล้ว ปกติ ก็จะยื่นแบบตื่นเต้นอย่างนี้ ก็มีโทรศัพท์มาจาก บริษัท พวกชักชวนให้ออกกำลัง บอกว่า เราคือผู้โชคดีที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปทดลองใช้บริการฟรี หนึ่งเดือน

ก็เลยตอบไปว่า ไม่ว่างจริงๆ แล้วบริษัทเขาอยู่ตั้งสีลม คงไม่ไหว เขาเลยบอกว่า งั้นจะบอกสาขาที่ใกล้บ้านให้ พอบอกที่ทำงานไป ว่าอยู่ละแวกใด เขาก็นิ่งไปนาน คงค้นหาที่ให้ แต่น่าจะหายาก เพราะไกลปืนเที่ยง ก่อนที่จะเขาจะพูดอะไรต่อไป ก็เลยชิงตัดบทว่า คุณๆ ช่วงนี้ ไม่มีใจจะคิดทำอะไรหรอกนะ เพราะว่าเครียดเรื่องการเมือง เขาก็สับสนพอสมควรว่า มีอย่างนี้ด้วย คงเป็นเหตุผลเดียวที่ลูกค้าบอกเพื่อปฏิเสธ

อันที่จริงอยากจะบอกไปว่า แก่ขนาดนี้ ขืนมัวแต่ไปออกกำลัง มันจะหลุดเป็นชิ้นๆ แล้วอีกอย่าง มันเลยเวลามาแล้ว เหมือนกับ ผลไม้ที่สุกมาแล้ว จะให้กลับไปคืนต้นใหม่ คงเป็นไปไม่ได้

แต่ความสุก แห่งภูมิปัญญา กับ จิตใจใฝ่ดีของคนเราต่างกัน เมื่อบ่มสุกแล้ว ความดิบมันจะหายไป แล้วก็ไม่มีการเกิดปฏิกริยา ออกซิเดชั่นต่อไปจนเน่า แต่ปัญญาเมื่อบ่มสุก มีแต่จะสว่าง สงบ และสดใส
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: บ่มให้สุก แล้วจะทุกข์ไม่เป็น

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Apr 02, 2009 10:00 am

ซึ้ง

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ