คัมภีร์ เอกอุ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คัมภีร์ เอกอุ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Mar 27, 2009 7:37 am

จับลูกสาวอดีต "ส.ส.ไทยรักไทย" สุดแสบ! แกล้งตายในเหตุสึนามิ "เปลี่ยนชื่อ-ผ่าหน้า" หนีคดีฉ้อโกง

รวบลูกสาว อดีตส.ส.ไทยรักไทย จัดฉากแกล้งตายจากเหตุการณ์สึนามิ เปลี่ยนชื่อ สวมรอยศพ เข้าแจ้งทำใบมรณบัตรเสร็จสรรพ ก่อนไปศัลยกรรมลบปานแดงออกเปลี่ยนเป็นคนใหม่ หลังร่วมกับสามี หลบหนีคดีฉ้อโกง 3,000 ล้านบาท กองปราบสะกดรอยตามคดีนานกว่า 5 ปี


พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป. )แถลงข่าว พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุขวัฒน์ธนกุล ผกก.5 บก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.ช่วยราชการ บก.ป. พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ สว.กก.5 บก.ป. พ.ต.ต.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน สว.กก.1 บก.ป ร่วมกันจับกุม นางกันต์กนิษฐ์ หรือ นางปานจิต อังกินันท์ หรือ ชิ้นศิริ อายุ 48 ปี ชาว อ.เมือง จ.เพชรบุรี บุตรสาวนายปิยะ อังกินันท์ อดีต ส.ส.เพชรบุรี พรรคไทยรักไทย เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 มีนาคม ขณะขับรถอยู่ที่บริเวณจุดกลับรถบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ใกล้กับซอยนราธิวาสฯ 14 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. หลังสืบสวนทราบว่านางกันต์กนิษฐ์ได้ปลอมแปลงใบหน้า และชื่อสกุลเป็นคนใหม่ หลังมีการแจ้งว่าได้เสียชีวิตไปแล้วในเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่จ.ระนอง เพื่อต้องการหลบเลี่ยงหนี้สินจำนวนกว่า 8,200 ล้านบาท

นอกจากนี้กำลังตำรวจชุดเดียวกันยังจับกุม นายชาญชัย ชิ้นศิริ อายุ 47 ปี สามีของ นางกันต์กนิษฐ์ ที่บ้านเลขที่ 259/1 ซอยศรีนคร ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา ก่อนจะควบคุมทั้งสองมาสอบสวนที่กองปราบปราม ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดสมุทรสาคร เลขที่ จ 569/2548 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2548 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ก่อนส่งสภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าของคดีดำเนินคดี

avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Mar 27, 2009 7:39 am

พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่า การจับกุมคดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2548 นายเพิ่มเกียรติ โพธิเพียรทอง ผู้แทนของ บริษัท โชคชัยมหาชัย จำกัด เจ้าหนี้รายหนึ่งของ นางกันต์กนิษฐ์ ร้องเรียนกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ช่วยตรวจสอบการเสียชีวิตของนางกันต์กนิษฐ์ ที่แจ้งเสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิที่พัดถล่มในหลายจังหวัดของทะเลอันดามันเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เพราะสงสัยและมีข้อมูลว่า นางกันต์กนิษฐ์ อาจยังไม่เสียชีวิต แต่ที่มีการแจ้งตายเพื่อจัดฉากต้องการหลบหนีคดีความต่าง ๆ

"เนื่องจากนางกันต์กนิษฐ์ และนายชาญชัย สามี ได้ร่วมกันทำธุรกิจเปิดบริษัทค้าน้ำมันชื่อว่า บริษัท ปานทรัพย์เอเวอร์กรีน จำกัด โดยบริษัทดังกล่าวติดต่อซื้อขายน้ำมันกับหลายบริษัท แต่การค้าไม่ประสบผลสำเร็จทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก ในที่สุดผู้ต้องหาทั้งสองถูกศาลสั่งล้มละลายเมื่อปี 2547 ทำให้มีคดีติดตัวเฉพาะปี 2547 กว่า 60 คดี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 8,241,692,091.73 บาท โดยมีเจ้าหน้าหนี้รายใหญ่ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กว่า 5,000 ล้านบาท ธนาคารทหารไทย กว่า 800 ล้านบาท บรรษัท บริหารสินทรัพย์ไทย กว่า 500 ล้านบาท บริษัท บริหารสินทรัพย์พญาไท จำกัด กว่า 200 ล้านบาท"

พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่าจากนั้นได้ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานเกี่ยวข้องและสืบสวนทางลับพบข้อพิรุธหลายประการเชื่อว่า นางกันต์กนิษฐ์ ไม่น่าจะเสียชีวิตจริง เช่น หลักฐานแจ้งตาย การปลอมบัตรประชาชนผู้อื่นมาใช้ การเปลี่ยนสถานที่อยู่อาศัย และเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน รวมทั้งการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น โดยจากการตรวจสอบเริ่มตั้งแต่วันที่ 31ธันวาคม 2547 หลังเกิดเหตุสึนามิ นายชาญชัย สามีไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ว่ามีพลเมืองดีแจ้งพบศพ นางกันต์กนิษฐ์ ลอยอยู่ในทะเล พื้นที่หมู่ 1 ต.เกาะพยาม อ.เมืองระนอง มีหลักฐานเป็นบัตรประจำตัวประชาชนของภรรยาพร้อมบัตรเครดิตในศพ

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ออกใบมรณบัตรเลขที่ 9/2548 ให้กับนายชาญชัยนำไปรับศพดังกล่าวบำเพ็ญกุศลที่ วัดสุวรรณคีรีวิหาร ต.เขานิเวศน์ อ. เมืองระนอง และทำพิธีฌาปนกิจที่วัดดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2548 ซึ่งหลังการเสียชีวิตทราบว่าทายาทของนางกันต์กนิษฐ์ ยังได้รับสินไหมทดแทนจากบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด จำนวน 900,000 บาท และ จากบริษัท เอไอเอ อีก 1.2 ล้านบาทด้วย

avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

กล้าคิดกล้าทำ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Mar 27, 2009 7:40 am

พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์กล่าวว่าหลักฐานสำคัญที่ทำให้ตำรวจพบว่า นางกันต์กนิษฐ์ ไม่ได้เสียชีวิตจริงนั้น เนื่องจากการสืบสวนตามฐานข้อมูลลายนิ้วมือทางทะเบียนราษฎร์ที่นางกันต์กนิษฐ์ทำไว้ทั้งหมด พบว่าเดิม นางกันต์กนิษฐ์ ใช้ชื่อว่า นางปานจิตร และได้ไปขอทำบัตรประชาชนใหม่พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็นนางกันต์กนิษฐ์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2547 ที่สำนักงานเขตบางพลัด ซึ่งปกติแล้วการทำบัตรประชาชนใหม่ต้องพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือเอาไว้ แต่จากการสืบสวนตำรวจพบว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2548 มีผู้ใช้ชื่อว่า น.ส.พะเยาว์ ปานหว่าง อยู่บ้านเลขที่ 114/191 ม.10 ต.วัดชะลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ไปขอทำบัตรประชาชนใหม่ที่เทศบาลบางกรวย จ.นนทบุรี

"แต่เมื่อพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือของ น.ส.พะเยาว์ ที่มายื่นขอทำบัตรประชาชนใหม่ กลับพบว่าลายนิ้วมือไปตรงกันกับนางกันต์กนิษฐ์ ซึ่งข้อมูลได้ระบุว่าได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปลายปี 2547 เจ้าหน้าที่จึงไม่ทำบัตรประชาชนให้ ต่อมาภายหลัง น.ส.พะเยาว์ ซึ่งต่อมาตำรวจรู้ว่าคือนางกันต์กนิษฐ์ ได้ดิ้นรนนำหลักฐานในนามของ น.ส.พะเยาว์ ไปยื่นขอทำบัตรประชาชนที่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และสามารถทำได้ ทำให้ตัวตนของนางกันต์กนิษฐ์กลายเป็น น.ส.พะเยาว์ ตั้งแต่กลางปี 2548 เป็นต้นมา"

พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์กล่าวว่า นอกจากนางกันต์กนิษฐ์ พยายามทำบัตรประชาชนในชื่อของคนอื่นแล้ว ยังได้ทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าใหม่ เช่น ลบปานดำที่แก้มซ้ายออกจากใบหน้า ตบแต่งริมฝีปากด้านบน และตบแต่งบริเวณจมูก แต่สิ่งที่นางกันต์กนิษฐ์ ไม่สามารถปลอมแปลงได้คือ หลักฐานลายพิมพ์นิ้วมือที่ยังยืนยันว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน

"หลังจากได้ข้อมูลเกี่ยวกับรอยพิมพ์นิ้วมือชุดสืบสวนจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านลายพิมพ์นิ้วมือ สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ ให้ร่วมตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง แม้ทางผู้ต้องหาและผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือจะพยายามทำลายหลักฐานต่าง ๆ ที่สามารถยืนยันตัวบุคคลของ นางกันต์กนิษฐ์ ในหลากหลายรูปแบบก็ตาม จากนั้นเมื่อชุดสืบสวนรวบรวมข้อมูลจนไปพบว่าปัจจุบันนางกันต์กนิษฐ์ ได้พักอาศัยอยู่กับสามีคือ นายชาญชัย ที่บ้านเลขที่ 256/1 ซอยศรีนคร แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพราะทั้งคู่มักจะเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยเป็นประจำ"

avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

" กรรม " เป็นคำตอบสุดท้าย

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Mar 27, 2009 7:41 am

พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์กล่าวว่าจนกระทั่งเวลา 09.00 น. วันนี้ นางกันต์กนิษฐ์ ออกมาทำธุระบริเวณใกล้กับซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 14 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา กทม. จึงตามสะกดรอยเข้าจับกุม เบื้องต้นนางกันต์กนิษฐ์ ยังให้การปฏิเสธเรื่องการฉ้อโกง ส่วน นายชาญชัย ให้การปฏิเสธและว่าขณะเกิดเหตุสึนามิภรรยาไปเที่ยวที่ จ.ระนอง เมื่อมีผู้แจ้งว่าพบผู้เสียชีวิตซึ่งมีบัตรประชาชนของภรรยาตน จึงไปรับศพประกอบพิธี แต่ขณะนั้นยังมีคดีติดตัวเป็นจำนวนมากเลยไม่กล้าที่จะตรวจสอบหลักฐานอะไร ต่อมาเมื่อภรรยากลับมาก็เลยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เลยปล่อยให้เลยตามเลย เพราะไม่กล้าไปพบตำรวจ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับคดีไม่ขอพูดอะไร

ด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุขวัฒนกุล ผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม หัวหน้าชุดสืบสวน กล่าวว่าเมื่อต้นปี 2548 นางกันต์กนิษฐ์ เดินทางไปทำศัลยกรรมที่ประเทศจีน แล้วกลับประเทศไทยไปสวมบัตรประชาชนเป็นบุคคลอื่น โดยมีชื่อปลอมถึง 5 ชื่อ คดีนี้เริ่มสืบสวนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 4 ปีที่ผ่านมาจนสามารถแกะรอยตามจับกุมได้ และตรวจค้นหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านพักยึดเอกสารสำคัญที่เชื่อว่าเกี่ยวข้อกับคดี เช่น ใบมรณะบัตร และเอกสารการยื่นเรื่องขอรับเงินประกันไว้ได้ และยังพบบัตรข้าราชการปลอมอีกหลายใบ โดยเฉพาะนายชาญชัย พบบัตรของเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ปลอมอีกด้วย ทั้งยึดอาวุธปืนอีก 2 กระบอกไว้ตรวจสอบด้วย

"กองปราบฯจะสืบสวนขยายผลว่าการปลอมแปลงของนางกันต์กนิษฐ์นั้นมีหน่วยราชการหรือใครเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือช่วยเหลือบ้าง โดยเฉพาะเรื่องทำบัตรประชนใหม่ การออกใบมรณะบัตร และ การแจ้งเปลี่ยนชื่อ เพราะไม่สามารถออกได้ รวมทั้งจะประสานตำรวจระนอง ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าศพที่แจ้งว่าเสียชีวิตเป็นศพผู้ใดกันแน่" ผกก.5ป.กล่าวและว่าทั้งนี้หลังการจับกุมมีผู้เสียหายอย่างน้อย 5 ราย และบริษัทประกันชีวิต เข้าพบกับตำรวจกองปราบปราม
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เรื่องนี้มีทั้งหนังจีน หนังฝรั่ง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Mar 27, 2009 7:52 am

ใครเป็นแฟนหนังจีน เรื่อง พยัคฆ์ลำพอง อาจจะพอคุ้นๆ กับชื่อคัมภีร์เอกอุ เรื่องนี้เคยเขียนไปแล้วใน บอร์ด mscc2 เอามาเล่าใหม่ เพราะฟังข่าว การปลอมตัว หนีหนี้ และอาศัย เหตุการณ์วิกฤติ เป็นโอกาส ปลอมเป็นเหยื่อสึนามิ ได้ทั้งเงินประกันชีวิต กับ หนีหนี้ด้วย

อันที่จริงหากหนีไปสุดขอบฟ้า แล้วไม่มาเมืองไทยอีก อาจจะหนีได้นานหน่อย แต่คนเรานั้น มีสิ่งที่คุ้นเคย อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา ตรงนี้ คนชื่อแม้ว คงจะตระหนักดี

ตอนนี้ดอลล่าร์กำลังมีปัญหา คนชื่อแม้ว อาจจะกลุ้มใจอย่างมาก เพราะทรัพย์ที่มีอยู่เมืองนอก อาจสูญ ดังนั้นจึงมีความพยายามจะหันมาฮุบเงินในบ้าน ที่เป็นเงินบาท กลายเป็นว่า ตอนนี้ บาทดูไม่ขี้เหร่นัก ทั้งสหรัฐ และ สิงคโปร์ พันธมิตรแม้ว ที่เคยดูดีในสามปีก่อน อาจเริ่มมีอาการขาลง เวรกรรมคงจะมีจริงๆ ด้วย

คัมภีร์เอกอุ ปรากฎตัวในเรื่องพยัคฆ์ลำพอง ใครไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ เห็นทีจะต้อง เล่าเรื่องย่อให้ฟัง พอเป็นแนวทาง
หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของการต่อสู้กันระหว่าง พระเอก ที่ชื่อซิมเซ่งอี่ กับ ทีมงานล่าสังหาร สิบสามนักฆ่า ซึ่งภายหลัง นางเอกของเรื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนการสิบสามนักฆ่า หันมาเป็นพวกพระเอก เพราะพระเอกฆ่าคนในขบวนการตายหมด (เพราะเป็นผู้ชาย) เก็บนางเอกไว้ ลืมชื่อนางเอกไปแล้ว

ตอนคัมภีร์เอกอุ เป็นตอนที่พระเอก จะต้องไปร่วมมือกับ ราชสำนัก เพื่อจับตัวขบวนการใต้ดิน ที่มีข่าวลับแว่วว่าเป็นองค์กรที่จะมาล้มราชวงศ์ เพื่อ ครองแผ่นดินจงหยวนเสียเอง

ราชบุตรเขยในเรื่อง เป็นคนหนึ่งที่เป็นสหายของ ซิมเซ่งอี่ เป็นผู้ครอบครองคัมภีร์เอกอุ ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่เป็นที่หมายปองของคนทั่วหล้า เพราะเชื่อกันว่า ใครได้ไป จะสามารถครองแผ่นดินได้

....อ้าว นึกว่าใครโฟนอินเก่ง เท่านั้น จึงมีโอกาสเสียอีก ..

วันนี้แล้วสินะ ที่ เขาว่า จะกระเทาะเปลือก คนเบื้องหลัง ผู้มีอำนาจตัวจริง ....
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คัมภีร์ เอกอุ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Apr 02, 2009 6:08 pm

ในพยัคฆ์ลำพองตอนนี้ นับได้ว่าเป็นการวางพล็อตที่ สนุก แล้วก็แก้ลำกันได้ทันการ ระหว่าง ฝ่ายพระเอก กับ ฝ่ายผู้ร้าย เป็นการใช้วิชาเดียวกัน คือ แปลงโฉม ในการขับเคี่ยวกัน

ท่านชายแป๊ะ (ต้องไปหาหนังสือมาเขียนชื่อเต็ม แต่ตอนนี้ยังไม่สะดวกเลยค่ะ) ก็ ปลอมซิมเซ่งอี่เป็นจอมโจรหน้าบาก ไฉฮุ้นเป็นแป๊ะเปีย บุตรสาว เพื่อลวงฝ่ายตรงข้ามให้ประเมินระดับฝีมือ จอมยุทธหน้าบากไม่ออก

ฝ่ายก๊วนม่อย้ง นำยอดฝีมือ ลืมชื่ออีกแล้ว มาแปลงเป็นคนใหม่เพื่อลบประวัติเดิม มีไต้ซื้อแปลงโฉม ซึ่งเป็นคนมีประวัติอีกเช่นกัน เป็นคนวางหมาก และ ผู้ช่วยคนสำคัญ

ในที่สุดท่านชายแป๊ะ นำคัมภีร์ มาแลก กับ แป๊ะเปียตัวปลอม

เมื่อได้ กล่องคัมภีร์ไปแล้ว ไต้ซือแปลงโฉม ก็ตกตะลึง เมื่อเปิดกล่องมาพบว่ามีแค่ก้อนสี่เหลี่ยม อยู่ในนั้น

มันคืออะไร
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คัมภีร์ เอกอุ

ตั้งหัวข้อ  cia on Thu Apr 02, 2009 11:32 pm

แต่คงมิมีผู้ใดในยุทธจักร ที่มิยอมซูฮกสายลับแห่งเมืองลอนดอน
ดินแดนแห่งพันธสัญญาของเจ้านาย ก้อนสี่เหลี่ยมๆ
ที่สามารถวิเคราะห์และผูกเป็นเรื่องราวเข้ากับนิยายจีนได้ถึงกึ๋นได้หรอก Twisted Evil

cia
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

ใครแซว ใครแซว

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Apr 03, 2009 8:26 am

ไต้ซือแปลงโฉม ถึงกับผงะเมื่อเห็น ของในกล่อง มันเป็นก้อนสี่เหลี่ยม อะไรกันนี่
เขานั่งมองดูมันอยู่เป็นนาน วันหนึ่งผ่านไป ก็ยังขบไม่ออก พยายามค้นหากลไกของกล่องนั้น

หรือว่า ท่านชายแป๊ะ เล่นมุขเอง จนตลกตกงาน

ก้อนสี่เหลี่ยม มีกลิ่นบางอย่างออกมา เป็นกลิ่นที่ไต้ซือ รู้สึกว่า เคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อน
หากคิดออก ก็พอจะตีปริศนา แห่งคัมภีร์ ได้เป็นแน่

...แล้วก็มีคนมาสะกิด ให้เขาคิดได้ แม่นางม่อย้ง นั่นเอง นางเข้ามาเพื่อสอบถามว่า ตีความออกหรือยัง รวมทั้งยังถามถึง แป๊ะเปีย

... เมื่อได้ยินคำว่า แป๊ะเปีย เหมือนกับมีพลังดัชนีพุ่งผ่านจุดตังชั้ง ทะลวงชีพจรทั่วร่าง เขาคิดออกขึ้นมาทันทีว่า กลิ่น ของสิ่งของในกล่องคัมภีร์แปลงโฉม เหมือนกับกลิ่นที่ออกมาจากร่างแป๊ะเปีย

... ทั้งสองคนตกลงกันไปดูที่ห้องแป๊ะเปีย เมื่อไปถึงที่นั่นก็พบว่า นางหายไปแล้ว

แป๊ะเปีย ซึ่งเป็นหนึ่งในโฉมงานแห่งแผ่นดิน คนรู้กันทั่วว่านางไม่มีวิทยายุทธ แล้วจะหนีไปได้อย่างไร ?
ไต้ซือแปลงโฉม จึงรู้ได้ทันทีว่า คัมภีร์เอกอุ ก็คือ คัมภีร์ แปลงโฉม

แป๊ะเปียที่หนีไป เปลือกนอกดูใช่ หากเนื้อในมิใช่แป๊ะเปีย นั่นเป็นผลงานสุดยอด ของท่านชายแป๊ะ
แม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาเดียวกัน หากแต่ไต้ซือแปลงโฉมก็ยอมรับในฝีมือที่เป็นเอกอุ

ในนิยาย มีบทสรุป ตอนจบที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็น ไทย จีน ฝรั่ง ส่วนใหญ่แล้ว ธรรมะ ย่อม ชนะอธรรม

มันบ่งบอกว่า การเป็นคนดีในสังคม คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในโลก ยอมรับว่าเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดๆ ก็ตาม

หากมีคำถามว่า ท่านแป๊ะ ไม่กลัวว่าคัมภีร์เอกอุจะโดนเปิดเผย หรืออย่างไร
หากมีคนกระเทาะเปลือกมันออกได้แล้ว คนที่รู้ จะมีวิชามาเทียบชั้น กับท่านได้ หรือแม้แต่มีฝีมือสูงสุดกว่าได้

ท่านไม่กลัวหรือ

หากคิดแบบคนทั่วไป ย่อมกลัว เพราะทุกคนกลัวถูกวัดรอยเท้า
แต่หากท่านเป็นคนที่ สูงสุด เหนือสามัญ แปลว่า ท่านรู้จักยก รู้จักวาง แล้ว ท่านจะไม่ต้องพะวงกับเรื่องเหล่านี้
เรื่องประดานี้ มีแต่คนธรรมดา ที่มิใช่ยอดคนเท่านั้น ที่กลัว
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เปิดความว่าง ด้วยความว่าง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Apr 03, 2009 8:34 am

ไต้ซือแปลงโฉม กับ ท่านชายแป๊ะ ใช้วิชาเดียวกันในการต่อสู้กัน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างมิทราบฝีมือที่ฝ่ายตรงข้ามใช้ออกมา

แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ฝ่ายท่านชายแป๊ะ เป็นฝ่ายมีชัย

หนึ่งเพราะเป็นการต่อสู้เพื่อผดุงคุณธรรม รักษาความสงบ แห่งยุทธภพ และ แผ่นดิน
สองเพราะผู้ร่วมปฏิบัติการ ซิมเซ่งอี่ ไฉฮุ้น ต่างก็เป็นผู้มาด้วยใจคุณธรรม ต้องการสิ่งเดียวกัน มิใช่ความมักใหญ่
สามเพราะแผนการที่กำหนดขึ้นมานี้ แม้จะสุ่มเสี่ยง แต่รัดกุม และพยายามปิดช่องว่างมากที่สุด

เพียงสามประการ ก็ทำให้เป็นฝ่ายเอาชนะได้

ฝ่ายแม่นางม่อย้ง ต้องพ่ายแพ้

หนึ่งเพราะ เป็นการต่อสู้เพื่อตนเอง กลุ่มของตน ล้างอายให้ตระกูล เป็นเรื่องส่วนตัว
สองเพราะผู้ร่วมปฏิบัติการ ต่างก็มาด้วยจุดประสงค์เดียวกัน คือ เรื่องส่วนตัว
สามเพราะแผนการที่กำหนดมานี้ แม้จะไม่สุ่มเสี่ยง แต่ ขาดความรอบคอบ และ มีช่องโหว่ ไม่ต้องมากมายนักเพียงแค่ประการเดียว ก็ ทำให้เสียโอกาสได้ ช่องว่างนั้น คือ การรับตัวแป๊ะเปียตัวปลอมเข้ามาในก๊วนของตน เพราะสำคัญว่าเป็นตัวจริง ช่องว่างนี้ อันที่จริงก็คือความสุ่มเสี่ยงประการเดียวของ ฝ่ายท่านชายแป๊ะ แต่กลับกลายเป็นการเปิดช่องโหว่ของฝ่ายตรงข้ามจนพ่ายแพ้ได้

....นี่แหละ คือความเป็นจริงของเรื่องราวบนโลกใบนี้

ท่านคิดว่าในชีวิตจริงของเรา จะมีเรื่องทำนองนี้ อยู่มากน้อยเพียงใด....?
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คัมภีร์ เอกอุ

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Sep 09, 2009 9:58 pm

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3
เก้ากระบี่เดียวดาย หรือ เก้ากระบี่ต๊กโกว (獨孤九劍) วิชาของมารกระบี่ ต๊กโกวคิ้วป้าย แซ่ของเขาคือ "ต๊กโกว" (獨孤) มีฉายาว่า "คิ้วป้าย" (求敗) แปลว่า "แสวงพ่าย" เพลงกระบี่เก้ากระบี่ต๊กโกว มีอยู่ 9 กระบวนท่า เพียง 1 กระบวนท่าก็สามารถผันแปรได้อีก 360 ท่า ทุกกระบวนท่าของเพลงกระบี่ชุดนี้มีแต่รุก กดดันให้คู่ต่อสู้ต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ ใช้ไร้กระบวนท่าพิชิตกระบวนท่า โดยมีคติว่า "เมื่อไม่มีกระบวนท่า แล้วจะรับยังไง" ดังนั้น เก้ากระบี่ต๊กโกว จึงเป็นเพลงกระบี่ไร้พ่าย ตามเนื้อเรื่อง ผู้สืบทอดเพลงกระบี่ชุดนี้ คือ ฟงชิงหยาง หรือ ฮวงเชียงเอี๊ยง ปรมาจารย์สายกระบี่แห่งสำนักหัวซาน แต่ที่มาการสืบทอดเพลงกระบี่ของ ฟงชิงหยาง นั้น ไม่ได้กล่าวไว้ ภายหลังได้ถ่ายทอดวิชานี้ต่อให้กับ เหล้งฮู้ชง ขณะที่อยู่บนผาสำนึกตน
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คัมภีร์ เอกอุ

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Sep 12, 2009 1:09 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t309-15.htm

กระบี่เย้ยยุทธจักร


กระบี่เย้ยยุทธจักร (จีนตัวเต็ม: 笑傲江湖; จีนตัวย่อ: 笑傲江湖; พินอิน: xiào ào jiāng hú) เฉี่ยเหงากังโอ๊ว หรือ เซี่ยวเอ้าเจียงหู ผลงานของกิมย้ง (金庸) เรื่องนี้ น.นพรัตน์ แปลครั้งแรกชื่อเรื่อง ผู้กล้าหาญคะนอง ในปี ค.ศ. 1960 แต่พอต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็น เดชคัมภีร์เทวดา ต่อมาจึงเปลี่ยนตามภาพยนตร์โทรทัศน์ว่า 'กระบี่เย้ยยุทธจักร' (เนื้อหาถูกตัดลดลงเหลือเพียง 4 เล่ม)
เฉี่ย แปลว่า ยิ้ม หัวเราะ, เหงา แปลว่า ผยอง หยิ่ง, กังโอ๊ว แปลว่า
ยุทธจักร รวมแล้วพอจะแปลเอาความได้ว่า 'ยิ้มผยอง (ใน) ยุทธจักร' หรือ
'ยิ้มผยอง หยันยุทธจักร' ในความหมายของไทย "กระบี่เย้ยยุทธจักร"
หมายความว่า "มือกระบี่มือหนึ่งแห่งแผ่นดินเยาะเย้ยความเป็นไปของยุทธจักร
และ กฎเกณฑ์อันหลอกลวงของยุทธจักร
"
อันเป็นผลงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งของกิมย้ง และ เรื่องนี้ "กิมย้ง"
ยังไม่คล้ายคลึงประวัติศาสตร์ของจีนอย่างตายตัว
นิยายเรื่องนี้กิมย้งได้เขียนในเชิงเสียดสีกับการเมืองในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม
(Cultural Revolution, ปี ค.ศ. 1966-1976) ของจีน
ซึ่งเป็นการต่อสู้ภายในเพื่อแย่งชิงอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์
โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงเรื่องของ The Count of Monte Cristo ของ
Alexandre Dumas เช่นเดียวกับกระบี่ใจพิสุทธิ์ ซึ่งเขียนก่อนหน้านี้
(แต่ไม่ได้เสียดสีการเมือง)

การวางโครงเรื่อง



"ธรรมะ อธรรม และวิญญูชนจอมปลอม" หมายความว่า
ความแบ่งชนชั้นทางสังคมของธรรมะ และ อธรรม คนไหนนิสัยไม่ดี หรือ
คบหาคนไม่ดีก็แบ่งเป็นฝ่ายอธรรม ทั้งที่ฝ่ายธรรมะจะมีแต่คนดี และ
คนของฝ่ายอธรรมใช่ว่าต้องเลวร้ายเสมอไป
คนฝ่ายธรรมะที่เลวร้ายก็มี
คนที่ดีในฝ่ายอธรรมมันก็มี

"วิญญูชน" หรือ "วีรบุรุษ" ตามความหมายของพจนานุกรมไทยฉบับบัณฑิตราชสถาน หมายความว่า
คนที่ได้รับยกย่องจากผู้คนในทางที่ดี
ส่วนวิญญูชนจอมปลอม คือ คนที่ไม่ใช่วีรบุรุษอันแท้จริง มักมีจุดประสงค์ร้ายเคลือบแฝงอย่างแน่นอน
อย่างงักปุกคุ้งอาจารย์ของตัวเอกของเรื่อง คนอื่นมองภายนอกว่าเป็นคนดี เที่ยงธรรม ยุติธรรม
แต่แท้จริงแล้วโกหกปลิ้นปล้อนหลอกลวงเพื่อให้ตัวเองเป็นใหญ่ในยุทธจักร

คาดว่าหลายประเทศก็มีเหมือนกัน
แต่นักการเมืองคนหนึ่งของเวียดนาม ได้นำเอาคำว่า งักปุกคุ้ง อันเป็นวิญญูชนจอมปลอม
ไปกล่าวหานักการเมืองอีกคนหนึ่งเหมือนกัน[ต้องการแหล่งอ้างอิง]
กระบี่เย้ยยุทธจักร เป็นเรื่องราวการแย่งชิงความเป็นหนึ่งในยุทธจักร
ระหว่าง ธรรมะ และ อธรรม ท่ามกลางความขัดแย้งและการแย่งชิงอันรุนแรง เหล้งฮู้ชง
จอมยุทธฝ่ายธรรมะ ศิษย์เอกของสำนักหัวซาน เป็นคนเปิดเผย ไม่ยึดติดกฎเกณฑ์
คบหาคนด้วยใจ ไม่สนว่าจะเป็นคนฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายอธรรม จนถูกขับออกจากสำนัก
แต่ยังไม่พ้นเข้าไปพัวพันเหตุความขัดแย้งต่างๆ
ทั้งการชิงความเป็นใหญ่ภายในของฝ่ายธรรมะ
และการชิงความเป็นใหญ่ภายในของฝ่ายอธรรม
จนสับสนวุ่นวายว่าใครกันแน่ที่เป็นมาร ใครกันที่เป็นฝ่ายอธรรม
และใครที่เป็นฝ่ายธรรมะ
เพียงต้องการที่จะเป็นที่หนึ่ง ไม่เลือกวิธีการ
งักปุ๊กคุ้ง เจ้าสำนักหัวซาน ผู้ได้ฉายาว่ากระบี่ผู้ดี ถึงกับทรยศครอบครัว
และศิษย์ของตัวเอง จ้อแหน้เซี้ยง เจ้าสำนักซงซาน
กำจัดทุกคนที่ไม่คล้อยตามตนเอง ก็เพียงต้องการได้ชื่อว่า
เป็นอันดับหนึ่งในยุทธภพ

นวนิยายเรื่องนี้ เป็นนวนิยายที่ล้วนแฝงไว้ด้วย
แนวคิดปรัชญาการดำรงชีวิต อีกทั้งยังมีการเสียดสีสังคมอยู่ตลอด
แต่ก็หาได้ขาดอรรถรสของนวนิยายกำลังภายในไปแต่อย่างใด
ในขณะที่เรื่องดำเนินไป จะเกิดคำถามขึ้นตลอดเวลา
ถึงเรื่องของความถูกผิดในพฤติกรรมของตัวละครแต่ละตัว ตัวละครฝ่ายธรรมะ
หรือตัวละครฝ่ายอธรรม ต่างมีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง โดยมีตัวละคร
เหล้งฮู้ชง เป็นตัวดำเนินเรื่อง และเป็นตัวเปรียบเทียบ
ว่าความสุขของชีวิตที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ไหนกันแน่
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ