ที่ดิน งานถนัดของ ประชาธิปัตย์ ?

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ที่ดิน งานถนัดของ ประชาธิปัตย์ ?

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 01, 2009 6:24 pm

ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. .... ตามที่

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยไม่ให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายหน่วยงาน และให้รับข้อสังเกตของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอว่า ได้ดำเนินการตามแผนพัฒนากฎหมายประจำปี 2551 โดยเห็นว่า ปัจจุบันมีหน่วยงานทางราชการดำเนินการเกี่ยวกับภารกิจในการบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศกระจัดกระจายตามกระทรวงต่าง ๆ และมีคณะกรรมการต่าง ๆ ทำหน้าที่อีกจำนวนมาก โดยแต่ละหน่วยงานหรือ

แต่ละคณะกรรมการฯ ต่างดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายแตกต่างกันทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินไม่สอดคล้องกัน ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศมีความเป็นเอกภาพ ส่งผลให้แนวทางการทำงานของหน่วยงานประสานสอดคล้องและมุ่งสู่เป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันทั้งระบบ และมีประสิทธิภาพ จึงต้องจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการในภาพรวม โดยยกเลิกบทบัญญัติที่เกี่ยวกับคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และให้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติขึ้นใหม่ จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการ

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ

1. กำหนดบทนิยาม “ที่ดิน” “คณะกรรมการประสานนโยบายที่ดิน” และ “เลขาธิการ” (ร่างมาตรา 3)

2. กำหนดให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 4)

3. กำหนดให้การบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศต้องดำเนินการเพื่อพัฒนาและใช้ประโยชน์อย่างสมดุลในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม ความมั่นคงของประเทศ โดยมีหลักการและเพื่อให้ประชาชนมีที่ดินอยู่อาศัยและเลี้ยงชีพ หากมีการสงวนหวงห้ามที่ดินจะต้องเป็นการหวงห้ามเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือความมั่นคงของประเทศ การกำหนดนโยบาย และแผนการบริหารจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (ร่างมาตรา 5 และร่างมาตรา 6)

4. กำหนดให้มีคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติเรียกโดยย่อว่า “คทช.” มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 16 คน กรรมการผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวน 4 คน กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน กรรมการผู้แทนประชาชนในแต่ละภาค จำนวน

5 คน (ภาคละ 1 คน) และให้เลขานุการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างมาตรา 7)

5. กำหนดอำนาจหน้าที่ของ คทช. โดยให้มีอำนาจกำหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศ วินิจฉัยชี้ขาดข้อขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพยากรดินและที่ดินระหว่างคณะกรรมการอื่นใดหรือหน่วยงานของรัฐที่ซ้ำซ้อนกัน กำหนดแนวทางการจัดรูปที่ดิน การจัดสรรที่ดิน การปฏิรูปที่ดิน การควบคุมอาหาร การผังเมือง เอกสารสิทธิในที่ดิน และสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินอยู่อาศัยและเลี้ยงชีพ เสนอกฎหมาย เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี ส่งให้คณะกรรมการหรือหน่วยงานปฏิบัติตามนโยบายของ คทช. และสงวนหรือหวงห้ามที่ดินของรัฐเพื่อความมั่นคงของประเทศ (ร่างมาตรา ๘ )

6. กำหนดคุณสมบัติวาระการดำรงตำแหน่งและการประชุมของกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง (ร่างมาตรา 9-ร่างมาตรา 17)

7. กำหนดให้มีคณะกรรมการประสานนโยบายที่ดินในระดับจังหวัด โดยในกรุงเทพมหานครให้มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานกรรมการ ในจังหวัดอื่นให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ โดยมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะแนวทาง และมาตรการต่อ คทช. ในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดิน เฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบ และติดตาม กำกับดูแล ตรวจสอบ และเร่งรัดให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศ (ร่างมาตรา 21 และร่างมาตรา 22)


แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Wed Apr 01, 2009 6:26 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : ตัวอักษร ผิดขนาดค่ะ)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

จาก ผล การประชม ครม ๒๔ มีนาคม ๕๒

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 01, 2009 6:29 pm

3. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานการจัดทำแผนที่ในที่ดินของรัฐ พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานการจัดทำแผนที่ในที่ดินของรัฐ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และข้อสังเกตของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปประกอบการพิจารณาด้วย ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

กระทรวงมหาดไทยเสนอว่า ปัจจุบันส่วนราชการที่มีหน้าที่จัดทำแผนที่แสดงเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งกำหนดตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี เพื่อจัด สงวน และรักษาที่ดินของรัฐ โดยมิได้จัดทำระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐให้มีระบบและมาตรฐานเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาโต้แย้งต่าง ๆ ประกอบกับมิได้มีการจัดทำฐานข้อมูลแผนที่รูปแปลงที่ดินของรัฐในระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อจัดเก็บสำเนาแผนที่รูปแปลงที่ดินในรูปแบบของสำเนาเอกสารและข้อมูลในระบบดิจิตอลหรือระบบอื่น ดังนั้น สมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานการจัดทำแผนที่ในที่ดินของรัฐ โดยเห็นควรกำหนดแนวทางการจัดทำแผนที่แสดงเขตที่ดินของรัฐให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่ถือปฏิบัติพร้อมทั้งกำหนดหน่วยงานกลางเพื่อทำหน้าที่รวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลแผนที่รูปแปลงที่ดินของรัฐดังกล่าว จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการ

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ

1. กำหนดนิยามคำว่า แผนที่รูปแปลงที่ดิน ระวางแผนที่ ที่ดินของรัฐ ส่วนราชการ และ คณะกรรมการ (ร่างมาตรา 3)

2. กำหนดให้มีคณะกรรมการมาตรฐานการจัดทำแผนที่ในที่ดินของรัฐ ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินแปดคนเป็นกรรมการ โดยแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และมีคณะกรรมการฯ

มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด (ร่างมาตรา 4 ร่างมาตรา 5 และร่างมาตรา 9)

3. กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการฯ

(ร่างมาตรา 6 ถึงร่างมาตรา Cool

4. ให้คณะกรรมการฯ มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับเขตที่ดินของรัฐ และให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ เป็นที่สุด โดยให้กรมที่ดินมีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการและธุรการให้แก่คณะกรรมการฯ ตลอดจนมีหน้าที่ตามที่กำหนด (ร่างมาตรา 10 และร่างมาตรา 11)

5. ให้ส่วนราชการมีหน้าที่จัดทำแผนที่แสดงเขตที่ดินซึ่งกำหนดตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรีฯ จัดทำระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และตามหลักเกณฑ์และวิธีการรังวัดที่กำหนดในกฎกระทรวง (ร่างมาตรา 12)

6. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำระวางแผนที่และแผนที่รูปแบบแปลงที่ดิน มาตราส่วนของระวางแผนที่ การจัดทำข้อมูลในระบบดิจิตอล การเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนที่รูปแปลงที่ดิน และการจัดเก็บรายการรังวัด รายการคำนวณแผนที่ระวางแผนที่และต้นร่างแผนที่รูปแปลงที่ดิน ตลอดจนการจัดเก็บข้อมูลในระบบดิจิตอลหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่คณะกรรมการฯ ประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 13 ถึงร่างมาตรา 20)

7. ให้ส่วนราชการต้องดำเนินการปรับปรุงระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดิน ในบรรดากฎหมายที่มี แผนที่ท้ายที่ใช้บังคับก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ รวมทั้งระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐที่จัดทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดให้แล้วเสร็จ และส่งสำเนารูปแปลงที่ดินในรูปแบบสำเนาเอกสารและข้อมูลในระบบดิจิตอลให้แก่กรมที่ดิน โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด (ร่างมาตรา 21)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

กฏหมาย สาม ฉบับ จะเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 01, 2009 6:30 pm

4. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติพัฒนาเมือง พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติพัฒนาเมือง พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยไม่ให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายหน่วยงาน และให้รับความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอว่า โดยที่มาตรา 283 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้การพัฒนาเมืองเป็นภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นอิสระ แต่โดยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งมีเขตพื้นที่ งบประมาณ ตลอดจนปริมาณและคุณภาพของบุคลากรที่แตกต่างกัน จึงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาเมือง

ประกอบกับปัจจุบันยังไม่มีหลักเกณฑ์และวิธีการที่ชัดเจนแน่นอนในการดำเนินการเพื่อพัฒนาเมืองอันเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นในสาระสำคัญ รวมทั้งยังไม่มีหน่วยงานและกลไกที่จะให้การส่งเสริมและสนับสนุนโดยตรงแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาเมืองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันจะทำให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่เมืองภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนในระหว่างการดำเนินการพัฒนาเมือง อีกทั้งเมื่อพัฒนาเมืองแล้วเสร็จ สภาพเมืองที่น่าอยู่ก็จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศอันเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมในระยะยาว จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการ

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ

1. กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเมืองและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ (ร่างมาตรา 5 และร่างมาตรา 12)

2. กำหนดให้มีเลขาธิการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจากบุคคลที่คณะกรรมการ นโยบายคัดเลือก กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม อัตราเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น วาระการดำรงตำแหน่ง

การพ้นจากตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการ (ร่างมาตรา 17 ถึงร่างมาตรา 22 และร่างมาตรา 25)

3. กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายตรวจสอบเพื่อเสนอความเห็นเกี่ยวกับผลการตรวจสอบภายในต่อคณะกรรมการนโยบาย (ร่างมาตรา 32)

4. กำหนดให้การพัฒนาเมืองต้องสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามที่กำหนดไว้ในผังเมือง และคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่เมืองและเขตพื้นที่พัฒนาการบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ (ร่างมาตรา 35)

5. กำหนดให้การดำเนินการพัฒนาเมืองจะทำเมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นสมควร ได้รับการร้องขอของประชาชน และคณะกรรมการนโยบายเสนอแนะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยก่อนการดำเนินการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา (ร่างมาตรา 36)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

แถมเรื่อง พัทยา ...จะได้รับการพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 01, 2009 6:36 pm

25. เรื่อง การประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเสนอ

ดังนี้

1. เห็นชอบการประกาศพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงตามร่างประกาศคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการ

ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) ในการจัดทำแผนแม่บท โดย อพท.และเมืองพัทยา เป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณในการจัดทำแผนแม่บท เพื่อให้การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงบรรลุตามวัตถุประสงค์และสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการท่องเที่ยวของประเทศ

3. เห็นชอบกำหนดขอบเขตบทบาทและหน้าที่ของ อพท. แนบท้ายประกาศฯ ให้ชัดเจน โดยให้ อพท. ดำเนินการเฉพาะการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตลอดจนให้หน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษาของรัฐ มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง

4. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาและแก้ไขพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อพท. พ.ศ. 2546 ให้มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันต่อไป
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ