อคติ อุปถัมภ์ น้ำใจ เส้นสาย และ หลายมาตรฐาน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อคติ อุปถัมภ์ น้ำใจ เส้นสาย และ หลายมาตรฐาน

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Apr 04, 2009 10:41 am

แล้วทักษิณ ก็ไม่คิดจะหาคนแต่งเรื่องใหม่ มาช่วยคิดมุข ทำให้พล็อตด้าน ต้องหลบหน้าไปหาคลื่นความถี่ หาเรื่องใหม่ๆ หรือ ไปปรุงอารมณ์ ก่อนจะมาปลุกใจ คนใส่เสื้อแดง ในวาระต่อไป

หากไปหาคลื่นความถี่ก็สมน้ำหน้าแล้ว เพราะมีอยู่ดีๆ แท้ๆ ดันไปขายกินซะนี่ เรื่องเก่า แต่ต้องพูดซ้ำทั้งๆที่แสนจะเบื่อและเอือมระ แต่เนื่องจาก พอใกล้วันที่ ๖ เมษายน เรื่องราว เก่าๆ ใน ปวศ ก็มีคนหยิบมาพูด ให้เห็นอีกแล้ว

เช่น การเปรียบ ปวศ สมัย นายปรีดี กับ ทักษิณ ว่า จะมาอีหรอบเดียวกัน ขออนุญาตนำข้อความส่วนหนึ่งในหนังสือ ลับ ลวง พราง ภาคพิสดาร ของคุณวาสนา มา เล่าสองสามคำ ตอนหนึ่งเล่าว่า ทักษิณเคยพูดกับเพื่อนๆ ในรุ่นที่เรียน ตท มาด้วยกันว่า เขาจะไม่ยอมเป็นเหมือนปรีดี

ไม่เห็นต้องบอกเลย เพราะต่างกรรม ต่างวาระ มาคนละแนวทาง คนหนึ่งเรียนกฏหมาย อีกคนหนึ่งเรียนวิชา อาชญวิทยา (เขาว่ามา แต่เราไม่รู้ข้อเท็จจริง) คนหนึ่งอาจชำนาญในการนำเสนอรูปคดี จากหลักฐาน ส่วนอีกคนอาจชำนาญในเรื่องของหลักฐาน อาจสัมพันธ์กันบ้าง แต่ก็ยังไม่เหมือนกันอยู่ดี เปรียบเสมือนกับ คนทำอาหาร กับคนจ่ายตลาด สัมพันธ์ กันก็จริง แต่เป็นคนละอาชีพกัน

หลายๆ คำที่เคยถูกหยิบยกมาบนเวทีการเมือง เพื่อโจมตีกันไปมา ระหว่าง คนสองกลุ่ม ไม่พ้นคำว่า ระบบอุปถัมภ์ เส้นสาย การมีหลายมาตรฐาน คำนี้เป็นที่ฮิตมากที่สุด

แต่หากคิดกันจริงๆ จะพบว่า ส่วนใหญ่แล้วคนบนโลกใบนี้ ก็จะมีวิธีการปฎิบัติแบบหลายมาตรฐานจริงๆ น้อยคนนักที่จะรักษามาตรฐานเดียว อันเป็นรูปแบบของความเที่ยงธรรมไว้ได้

ใครที่ว่าคนอื่นมีหลายมาตรฐาน คงจะลืมมองดูตัวเองไป ดูคนการเมืองมา ยังไม่เห็นใครมีมาตรฐานเดียวเลยสักคน
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

น้ำใจ กับ น้ำร้อนน้ำชา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 07, 2009 1:18 pm

สังคมไทย มีลักษณะเฉพาะตัว ที่ไม่เหมือนกับสังคมอื่นๆ เมื่อวานนี้ ไปค้นหาข่าวเก่าๆ แล้วก็บังเอิญพบการถอดความ การให้สัมภาษณ์ ของ จักรภพ กับ สำนักข่าว ต่างประเทศ โดยมี โจนาทาน เฮด ผู้สื่อข่าวของ บีบีซี เป็นคนสัมภาษณ์ การให้สัมภาษณ์ เกิดใน เดือน พฤษภาคม ปี 2550 แล้วหลังจากที่มีคนถอดความ จนทำให้จักรภพ ต้องลาออก จากการเป็น รมต สำนักนายกฯ

เนื้อสาระ ก็เกี่ยวกับคำว่าระบบอุปถัมภ์ ในบ้านเรา เขาติงว่า การที่คนซึ่งมีฐานะทางสังคมสูงๆ ในบ้านเรา จะได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัว ในแบบคุณหนู ทำอะไรต้องมีคนคอยช่วยเหลือ เมื่อไปต่างประเทศใหม่ๆ เขาพบว่า คนที่นั่นไม่ชอบการช่วยเหลือ และไม่พอใจหากจะมีการให้ความช่วยเหลือ กันจนไม่ต้องกระดิก
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อคติ อุปถัมภ์ น้ำใจ เส้นสาย และ หลายมาตรฐาน

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 07, 2009 5:51 pm

เนื้อหาสาระในการพูดคุย วนเวียนในเรื่อง การเปลี่ยนแปลงสิบเก้ากันยา แล้วก็เท้าความอดีต ตั้งแต่การปกครองสมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ สมัยที่เรายังเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์

แล้วก็พูดทำนองว่า คนไทยไม่ต้องการการอุ้มจนกลายเป็นเด็กไม่ยอมโต เป็นคนตัวโต แต่ต้องโดนบังคับให้ใส่เสื้อผ้าเด็ก

การออกมาพูดเรื่อง การเปลี่ยนแปลง ที่ทำให้ นายก ฯ ที่เป็นหวานใจของเขา ต้องระเห็จไปที่อื่น และ จนถึงจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ซึ่งเป็นความคิดของพวกเขาเอง ในการแสดงออกว่า ไม่ยอมรับการหักดิบ ของ คมช ในเวลานั้น

แต่ที่สุดก็ไม่ได้ทำ เพราะอ้างว่า มีโทรศัพท์ เข้ามา แล้วทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เห็น

พูดได้ก็พูดกันไป จะมาโจมตีระบบอุปถัมภ์ ในบ้านตัวเอง จะบอกว่ามีหลายมาตรฐาน หรืออะไร ก็ตามในเมืองไทยมันไม่มีสักอย่าง

นักเรียนนอกจำนวนไม่น้อย อาจมีปัญหาชีวิตวัยเด็ก ที่เก็บกด จากทางบ้านที่แม้ว่าเปลือกนอกจะดูดี แต่ว่าลึกๆ อาจมีปมอะไรก็ได้ ไม่งั้นคงไม่มีอาการอย่างที่เราเห็น

คำกล่าวที่ว่า คนพูดเก่งมักทำไม่เก่ง เห็นจะไม่ผิดนัก

คนที่เป็นนักเรียนที่สอบได้ที่หนึ่ง นักเรียนทุน ตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ที่ทำเอาประเทศแทบจะพังคามือ

หากพวกกลุ่มคนเหล่านี้เก่งจริง และ ไปได้ของวิเศษ เด็ดดวงจากเมืองนอกมา ไม่เห็นว่าจะพัฒนาให้เประเทศที่ตัวเองดูถูกทุกเมื่อเชื่อวัน ได้สักที

มีแต่จะแย่ลงไปทุกวัน แล้วค่านิยมของคนไทย ที่มองว่า ฝรั่งดี และมีมาตรฐานเดียว มันจริงเสียที่ไหน

แต่ก็อาจจะจริงก็ได้ เพราะการทรมานนักโทษการเมือง จารชนในบางประเทศที่เป็นแม่แบบแห่งประชาธิปไตยเสียด้วย ยังต้องไปทำนอกบ้าน เพราะว่า รัฐธรรมนูญในบ้านเขาห้ามเอาไว้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เมื่อสิ้นเรา สิ้นเขา จะเหลือเพียงมาตรฐานเดียว

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 08, 2009 7:57 am

ไม่ว่าจะเป็น คนคิดใหม่ทำใหม่ คิดเก่าทำเก่า สังคมยุคนั้น หนีไม่พ้นกับคำว่าพรรคพวก พวกกัน คนกันเอง
เวลาคุณจะหาคนมาช่วยงาน ก็อยากจะได้คนที่เรารู้จัก เวลาใครจะมีชีวิตคู่ พ่อแม่ผู้ปกครองก็จะเน้นว่าต้องเป็นคนมีหัวนอนปลายเท้า

สิ่งที่ว่า นั่นก็คือ เพื่อให้เราได้รู้จักกับคนที่จะมาทำงานด้วย มาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวนั่นเอง เพื่อมิให้โดนหลอกภายหลัง

ตรงนี้แหละที่นำไปสู่ การมีเส้นสาย หรือ เรื่องการค้ำชู ส่วนหนึ่งอาจไม่ได้เกิดจากความต้องการประสานประโยชน์ แต่เป็นเพื่อความสบายใจ และก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ในงานการเมือง การได้คนที่เป็นพวกกันมาร่วมงาน มันดีกว่าได้ฝ่ายตรงข้าม

หรือ นักการเมืองคนไหนจะเถียง ไม่ได้ประสานประโยชน์ แต่ช่วยงานได้ก็ย่อมดีกว่า จะมาปัดแข้งปัดขากัน

แล้วอย่างนี้จะให้หลีกเลี่ยงเรื่อง อุปถัมภ์ กับ หลายมาตรฐานได้อย่างไร

ไม่ต้องคิดเรื่องไกลตัวก็ได้ เอาเรื่องใกล้ตัว

เรื่องการโพสต์ความเห็นในเว็บนี่แหละ สมมติ คุณมาโพสต์ ท่ามกลางคนที่คุณรู้จักตัวเป็นๆ หากเป็นคนที่คุณโปรดปราน ในเวลามีความขัดแย้งกัน มันไม่ค่อยเกิด หรือหากจะเกิด มันจะเป็นเรื่องที่เบาๆ ความเข้มโดนเจ้าอคติ มันเจือจางไปตั้งมากแล้ว แต่หากเป็นนักเขียนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก และบังเอิญ มีเรื่องราวอะไรสักอย่าง (ทั้งที่ไม่รู้จักกันเนี่ยนะ ) ความรุนแรงมันทวีค่าขึ้นจริงๆ แม้บางครั้งคุณอาจเห็นด้วยกับที่เขาเขียน แต่เมื่อคนเขียนเป็นคนที่ไม่ชอบหน้า ความคิดมันยังอาจจะเป็นตรงกันข้าม ก็ยังได้เลย

บางเรื่อง ที่กระทบเรา เรารับไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน เรื่องเดียวกัน เราไปทำต่อผู้อื่น เขารับไม่ได้ แต่เรากลับสงสัยว่าทำไมเขาต้องทนไม่ได้

ตราบใดที่ยังคำว่า เรา ของเรา พวกเรา เขา ของเขา พวกเขา อยู่ มีอคติ จะให้มีมาตรฐานเดียวคงจะยาก (มีหลายมาตรฐาน แต่คนทั่วไปมักจะมองข้ามว่ามันมีหลายมาตรฐาน) และระบบอุปถัมภ์ มันก็จะยังคงมีอยู่ต่อไป ตราบโลกสลาย อยากได้มาตรฐานเดียวแบบชัวร์ๆ ก็เห็นจะมีแต่เรื่องของกุศลกรรม และ อกุศลกรรมนั่นแหละ ซึ่งใครกอปรกรรมชนิดใดก็จะได้รับผลจากกรรมชนิดนั้นๆ


เส้นสาย น้ำร้อนน้ำชา มันต่างกันกับ น้ำใจ เพราะหากคนในทุกชุมชน เปี่ยมไปด้วยน้ำใจมากๆ ถือว่าดีที่สุด จะเป็นภูมิคุ้มกัน ให้สังคมนั้นๆ และสังคมไทยในสมัยก่อน ก็เป็นแบบนั้น ความแตกแยกทางความคิดเพิ่งมาเกิดเมื่อเรามีความรู้สึกหมดความภูมิใจในชาติพันธุ์ ว่าล้าหลัง ประเทศไม่เจริญทางวิทยาการ นักเรียนอยากที่จะไปเรียนหนังสือเมืองนอก เพื่อหาประสบการณ์ (ของต่างประเทศ) แล้วกลับมาหากินในประเทศ (ที่ต่างวัฒนธรรมกัน แล้วมันจะไปรอดไหม) จะเป็นตัวช่วยลดทอนความไม่ถูกต้องทั้งหลาย อคติ และ การแตกแยกทางความคิด แบ่งเขาเรา ให้มีน้อยที่สุด

หากจะสร้างน้ำใจ หรือ ความปรารถนาดีกับผู้อื่นบ้าง ก็คิดง่ายๆ ว่า เราไม่รู้ว่าจะมรณา หรือ ข้ามภพ ชาวบ้านเรียกตาย เมื่อไหร่ ดังนั้น วันนี้ก็อย่าไปสร้างบาปกรรม หรือ คิดชั่วไปเสียทุกช็อตเลย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ