เรื่องของพระอินทร์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เรื่องของพระอินทร์

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 07, 2009 12:39 pm

เมื่อวานเป็นวันที่ ๖ เมษายน เป็นวันที่ควรรำลึกว่า เป็นวันเริ่มต้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แห่งการสถาปนา ราชวงศ์จักรี

ตราที่เห็น เป็นตรา ของกรุงเทพมหานคร เป็นรูปพระอินทร์ถือตรีศูลและขอช้าง อาวุธประจำพระองค์ ทรงช้างอราวัณหรือ ไอราวาทะ การกำหนด สัญลักษณ์แบนนี้ หมายถึงกรุงเทพมหานครฯ เป็นที่ประทับของพระอินทร์ซึ่งเป็นเทพที่ยิ่งใหญ่ ในชื่อเต็มของพระนครนี้มีส่วนอรรถว่า มหินทรายุธยา ซึ่งแปลได้ว่า เมืองประทับแรมของพระอินทร์ ที่ไม่สามารถจะตีให้แตกได้ ช้างเอราวัณเป็นยานประจำของพระอินทร์


หนังสือศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนเมษายน เขียน วิเคราะห์ เรื่องพระอินทร์ กับ กรุงรัตนโกสินทร์ ที่ตัวเองอ่านแล้ว ก็สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า ในวันสถาปนาราชวงศ์ แบบนี้ เขียนเรื่องทำนองนี้ มีวัตถุประสงค์อะไรกัน

เขาขึ้นหน้าปกว่า รัชกาลที่ ๑ กับ พระอินทร์ พระเจ้าแผ่นดิน รัฐ ศาสนา และ สถาปัตยกรรม


แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Tue Apr 07, 2009 12:45 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขตัวอักษรค่ะ)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องของพระอินทร์

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 07, 2009 1:06 pm

แล้วเขาก็วิเคราะห์ว่า กรุงรัตนโกสินทร์ มีแนวคิด ใช้ศาสนาพุทธนำ ต่างกับ สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มอง พระเจ้าแผ่นดิน เป็นสมมติเทพ และ อยู่เหนือ พระรัตนตรัย เพราะในเวลาถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ให้ความเคารพ ต่อพระเจ้าแผ่นดินก่อน ในความเชื่อแบบนั้น นั่นคือ การสืบสาย ราชวงศ์ จะต้องเป็นการสืบทอดในสายเลือด มิได้เป็นโดยลักษณะปราดาภิเษก (คำหลังนี่ตัวเองขออนุญาต เขียน เพราะเป็นคำจำกัดความที่เห็นภาพได้ชัดเจน)

นอกจากนั้น การนำพระอินทร์ ขึ้นเป็น เทพเจ้าที่สำคัญในเชิงสัญลักษณ์ ผู้เขียนบอกว่า เพราะพระอินทร์ ก่อเกิดจาก ผู้บำเพ็ญเพียร และ คุณความดีในระดับหนึ่ง สามารถเป็นได้หลายคน (จริงหรือเปล่าเนี่ย) ต่างกับสมัยอยุธยา ซึ่งให้ความสำคัญกับ พระนารายณ์

จากรายละเอียดที่อ่านมา มีความไม่เข้าใจว่า ในวันที่สถาปนาราชวงศ์ กลับนำเรื่องนี้มาพูดทำไม ควรเป็นวันที่จะต้องรำลึก ในบรรพชนที่รักษาแผ่นดินให้เราอาศัย ต่างหาก

ในประเด็นที่เขาเขียนนั้น ดิฉันกลับมีความเห็นเป็นตรงกันข้าม กันแบบนี้

๑. หากเขาคิดว่า รัชกาลที่ ๑ มิได้ทรงเห็นความสำคัญของพระนารายณ์ และ นำพุทธศาสนา เป็นตัวนำในการสถาปนารัฐ เป็นสิ่งที่ต้องการเบนประเด็น การครองแผ่นดิน ดิฉันว่าคงไม่ถูกต้องนัก

เพราะว่า

๑.๑ การนำพระพุทธศาสนา โดยถือ พระรัตนตรัย อยู่เหนือกว่ากษัตริย์ มิอะไรที่ผิด หรือ ต้องการบิดเบือน ประเด็น ทำไมเขาไม่คิดว่า ความคิดในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ที่เกิดขึ้นในรัชกาล เป็นความคิดที่ถูกต้อง และ สมควรยึดถือ

๑.๒ บทพระราชนิพนธ์ รามเกียรติ์ เกิดขึ้นในรัชกาลนี้ ประมาณ สิบปี หลังจากทรงครองราชสมบัติ ในนี้มีอะไรมากมายที่หากเขาอ่านให้ลึกๆ ลงไป น่าจะพอเข้าถึงพระราชประสงค์ ของพระองค์ได้บ้าง ว่าทรงมีแนวพระราชดำริอย่างไร และจะเข้าใจว่า ทำไมต้อง ใช้พระอินทร์ เป็นสัญลักษณ์ เป็นเทพชูโรง
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

นาร้ายณ์ นารายณ์ นึกยังไงก็เป็นแขกมากกว่าไทย

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 07, 2009 6:04 pm

๒. จากบทพระราชนิพนธ์ รามเกียรติ์ จะเห็น การนำเคล็ดวิชาโหราศาสตร์ มาใช้ในการสร้างเมือง สองเมือง คือ กรุงอยุธยา ซึ่งเป็นคนละเมืองกับ กรุงศรีอยุธยา (ในหนังสือใช้คำนี้ แต่เคยได้ยินว่า กรุงอโยธยา ) เมืองในฝ่ายพระราม และ กรุงลงกา เมืองในฝ่ายทศกัณฐ์

ในพระราชนิพนธ์ รามเกียรติ์ ให้ความสำคัญ กับ การทหาร และเป็นทหารที่มากอุบาย อย่าง หนุมาน ขุนกระบี่ที่เป็นทหารเอก ในพระราม

เริ่มต้นที่การสร้าง อยุธยา เมืองฝ่ายพระรามก่อน ในสมัยนั้น เมื่อปราบหิรันต์ยักษ์ ซึ่งแสดงอิทธิฤทธิ์ม้วนแผ่นดินลงได้แล้ว พระอิศวร ก็มีดำรัสว่า

... เมื่อนั้น พระสยมภูวนาถเรืองศรี
ชื่นชมโสมนัสยินดี จึงมีวาจาอันสุนทร
ซึ่งหิรันต์นั้นม้วยบรรลัย โลกได้เป็นสุขสโมสร
อันองค์กุมารฤทธิรอน ก็วงศ์พระสี่กร ผู้ศักดา
เป็นต้นกษัตริย์อันประเสริฐ ล้ำเลิศจรรโลงในแหล่งหล้า
จะได้ดับเข็ญเย็นโลกา ในไตรดายุคครั้งนี้ฯ

ตรัสแล้วมีเทวโองการ สั่งท้าวมัฆวานเรืองศรี
จงลงไปสร้างธานี ในที่ชมพูอันโอฬาร์ฯ

** นั่นคือ ในวงศ์นี้ เป็นวงศ์แห่งพระนารายณ์ และ เมืองที่สร้างก็สร้างโดย พระอินทร์
ย้อนกลับไป คำว่า ราชวงศ์จักรี และ กรุงเทพมหานครฯ ซึ่งมีหนึ่งในคำสร้อย เป็นเมืองแห่งพระอินทร์
รวมความว่า ราชวงศ์แห่ง พระผู้จักร (เป็นอาวุธ ก็คือ นารายณ์ ) และ เมืองที่แกร่ง มิอาจตีแตกได้

แล้วจะแปลความว่า การนำพุทธศาสนาขึ้นนำ กับการให้ความสำคัญต่อ พระอินทร์ในเชิงสัญลักษณ์ จะเป็นการทำให้คนลืมแนวคิด การสืบสายกษัตริย์ ทางสายเลือด ได้อย่างไร ?
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ข้อดีในการใช้อาทิตย์เป็นนิจ ปรับจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 07, 2009 6:19 pm

พระอินทร์ ไปสร้างเมืองที่ชมพูทวีป พบดาบสสี่รูป ที่บำเพ็ญเพียรมาเป็นแสนปี
ชื่อว่า อจนคาวี ยุคอัคระ ทหะฤาษี และ ยาคะมนุนี มีตบะเสมอกัน
ครันเหล่าดาบส เมื่อทราบว่า พระอินทร์ ได้รับบัญชาจาก พระอิศวร ให้มาสร้างเมือง ก็ให้ยินดีปรีดายิ่งนัก
บอกว่า

จึ่งว่าป่านี้ประเสริฐนัก
ชื่อทวารวดีพนาสณฑ์
ต้นฉัตรพระศุลีเป็นหลัก
อยู่บูรพาหน้าศาลเทพารักษ์
ต้องด้วยลักขณาธานี

รูปจะบอกนามเมืองไว้
ให้เป็นมงคลเฉลิมศรี
จงเอาสมญาป่านี้
กับนามเราทั้งสี่ประสมกัน

เรียกว่ากรุงศรีอยุธยา
ทวาราวดีเขตขัณฑ์
จะเป็นที่สามโลกอภิวันท์
พระเกียรตินั้นจะทั่วแดนไตร

ด้วยความรู้อันน้อยนิดของดิฉัน ซึ่งกล่าวในตอนต้นว่า ในเรื่องรามเกียรติ มีการแทรกเคล็ดวิชาโหราศาสตร์ และอาจเป็นการปรับ วางทำเลด้วยละค่ะ

ก็ขออนุญาตผู้รู้ที่ท่านอาจมาอ่าน ซึ่งหากผิดถูก โปรดแนะนำด้วย เพราะความรู้มีแค่พื้นฐาน จริงๆ

ตรงทิศตะวันออก เป็นทิศธาตุไม้ และ การวางฉัตร หน้าศาล ก็เป็นเหมือนกับ ตัวกำบังภัยให้ภายใน และเป็นเหมือนกับ องค์รักษ์พิทักษ์ศาล อยู่ด้านหน้า ตามหลักฮวงจุ้ย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

กรุงลงกา เมืองยักษ์

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 07, 2009 6:30 pm

ส่วนการสร้างเมือง ลงกา (รังกา) ของยักษ์ สหบดี หลังจากสหมลิวัน หนีภัยจากพระนารายณ์ ทำให้เมืองร้าง สหบดี ก็คิดว่า หากปล่อยทิ้งไว้ ยักษ์อาจศูนย์พันธุ์ จึงสร้างเมืองขึ้นมาใหม่

พาหนะที่ยักษ์ ผู้รับเหมาสร้างเมือง นี้ใช้ไปคือ เหมราช หงส์นั่นเอง (ในขณะที่ด้าน อยุธยา ใช้ครุฑ)

ทำเลของเกาะรังกา ท่านบรรยายไว้ว่า

เห็นนิลกาลาสิงขร ยอดเยี่ยมอัมพรไพศาล
อยู่กลางพิภพเป็นประธาน สูงตระหง่านเงื้อมง้ำเมฆา
ใหญ่หลวงกว่าหมู่ศิขริน สีดำดั่งนิลวัตถา
ปลายยอดนั้นมีรังกา (=รังของกาค่ะ) มหากายสิทธิ์ฤทธิไกร
เขานี้ประเสริฐเลิศนัก เห็นจะเป็นหลักกรุงได้
จึ่งสั่งวิษณุพรหมชาญชัย ให้เร่งนิมิตธานี

** ความเห็น นอกเรื่องค่ะ จะเห็นว่า ยักษ์ นิยมสีดำ (อันที่จริงสีดำคือยีนส์เด่น นะ สัตว์จะมีสีดำมากกว่าสีขาว เพราะว่าสีขาวเป็นยีนส์ด้อย มักโดยกลืนไปหมด ดูง่ายๆ ก็อย่างเช่น เวลาเราผสมสี อะไรๆ เมื่อเจอสีดำ เป็นต้องแพ้ทั้งนั้น ) แต่บางคนชอบสีดำ ก็มี เพราะว่าอาจเป็นสีที่ เหมาะกับเขา เป็นสีที่ดี ในการนับทักษา ก็ได้ หรือ ดาวเสาร์อาจเป็น เรือนทรัพย์ ลาภ หรือ ศุภะ ของเขาก็ได้ เลยรักนักรักหนา แล้วก็นิยมใช้มวลชน(เสาร์) เป็นเครื่องมือหากินอยู่ตลอด ไม่รู้จักเบื่อ

นี่พรุ่งนี้ เขาว่ารถจะติดหลายสาย ผู้ใหญ่บอกว่า อาจไม่เข้ามา ส่วนที่ทำงานจะปิดหรือไม่ ยังขอดูก่อน (ดูถึงเมื่อไหร่คะ นี่ก็หกโมงเย็น ของวันที่ ๗ เมษายน เข้าไปแล้ว )
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ของวิเศษเมือง รังกา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 08, 2009 6:58 am

เมื่อท้าวสหบดี สร้างกรุงรังกาเสร็จ ก็ตั้งสมญานามของ ยักษ์ผู้ครองเมือง ชื่อ ท้าวจัตุรพักตร์ ตามนี้

อันองค์ธาดาธิบดี จะเป็นปิ่นโมลีลงกา
ให้นามชื่อท้าวจัตรุพักตร์ ตามศํกดิ์พงศ์พรหมนาถา
แล้วประทานตรีศูลอันศักดา คทาธรรัตนาเรืองฤทธิ์
กับฉัตรแก้วโมลีอุดมเดช บอกพระเวทวิธีประกาศิต
ถึงจะเกิดพาลาปัจจามิตร มาประชิดรอบราชธานี
ถ้ายกฉัตรขึ้นกลางพระนคร ก็บังแสงทินกรจำรัสศรี
มืดดั่งสนธยาราตรี ไพรีไม่เห็นบูรินทร์
ฝ่ายข้างเราอยู่ในกรุงไกร แลไปก็เห็นศัตรูสิ้น
ฉัตรนี้เลิศฟ้าล้ำดิน อินทร์พรหมยอมเกรงฤทธี

เคล็ดการยกฉัตรขึ้นกำบัง อาทิตย์ (อาทิตย์เป็นประ) เพื่อใช้ปรับทำเลบังศัตรู ให้มองไม่เห็นเมือง
ส่วนในเมืองสามารถมองเห็นศัตรูได้ กลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ แม้จะอยู่ในวงล้อม

๓. จากสมัย กรุงศรีอยุธยา กว่าจะมาถึง สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มี ยุคกรุงธนบุรี คั่นหนึ่งสมัย รวมทั้งในตอนปลายอุยธยา มีความระส่ำระสาย ของการบริหารจัดการในพระราชวัง จนทำให้ต้องกรุงศรีฯ แตกเป็นครั้งที่ ๒ ในยามนั้นไพร่ฟ้า ควรจะทราบความนี้อยู่แล้ว กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่ รวมทั้ง เชื้อพระวงศ์จากสมัยอยุธยา ที่มีศักดานุภาพ อาจไม่มีในยุคนั้น (เพราะถ้ามีคงจะเป็นแกนนำในการกู้อิสรภาพ ไปแล้ว ไม่ต้องเป็นปล่อยให้เป็นภาระ แห่ง พระเจ้ากรุงธนบุรี ) การที่จะกล่าวอ้างว่า มีปัญหาเรื่องสืบสายโลหิต ในการสืบราชบัลลังก์ จึงไม่น่าเป็นประเด็น

๔. เมื่อเอ่ยถึง พระนารายณ์ กับ พระอินทร์ ในศาสนาพุทธ และ ตามความคุ้นเคยของคนไทย อาจมีต่อพระอินทร์มากกว่า เวลาเราพูดถึงพระนารายณ์ ก็จะเห็นแขกอย่างเดียว เป็นฮินดู มากกว่าจะเป็นพุทธ และเป็นเทพที่เราไม่ค่อยคุ้นเคย

พระอินทร์ เป็นเทพ ที่ปกครองระดับเทวดา ดูแลทุกข์ในเมืองมนุษย์ เวลามีเรื่องบนโลก โดยเฉพาะเป็นเรื่องใหญ่ๆ ระดับสะเทือนฟ้าดิน พระอาสน์ของพระอินทร์ หรือ ท้าวสักกะ (ในวรรณคดี) จะร้อน ที่เคยนุ่มก็กลับ กระด้าง แล้วพระอินทร์ก็จะเสด็จลงมา ปราบภัยให้มวลมนุษย์

พระอินทร์ เป็นเทพสงคราม ทรงช้างเอราวัณ หากถือความสำคัญประเด็นนี้ ในฐานะที่รัชกาลที่ ๑ ทรงเป็นกษัตริย์ นักรบ จึงทรงให้ความสำคัญกับการทหาร การเลือกพระอินทร์ ก็ต้องการเน้นให้เห็นเรื่องความมั่นคงเป็นสำคัญ การรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติ ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักโดยตรงของทหาร มิใช่หน้าที่ทางการเมือง
(เพราะจะเห็นว่าในตอนท้ายเรื่อง แม้ว่าหนุมาน จะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นเจ้าเมือง แต่เมื่อถึงเวลานั่งเมือง หนุมาน รู้สึกไม่ถนัด และ อึดอัดเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะเป็นขุนทหาร ผู้มีเปี่ยมไปด้วยอุบาย แต่อุบายนั้น ก็ใช้ไปในการปราบยักษ์ ทำศึก เพื่อถวายรับใช้พระราม เป็นสำคัญ)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

๓ กับ ๙ เรื่องไม่คาดคิด ปัจจุบันทันด่วน บางทีก็หลบไม่ทัน

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 08, 2009 7:32 am

๔. ในหนังสือ ฉบับนั้น บอกว่า การที่รัชกาลที่ ๑ ทรงใช้ พระแก้วมรกต ซึ่งมีกายสีเขียว (สีเดียวกับพระอินทร์) เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการยืนยัน คติเรื่องพระอินทร์ เพราะกายสีเดียวกัน

หากมองแบบโหราศาสตร์ ลัคนาดวงเมือง เป็นราศีเมษ อาทิตย์ที่ ๑๐ องศา นับเป็นจุดกลางของราศีเมษ ในเวลาที่วางดวงเมือง มีราศีพฤษภ เป็นเรือนกดุมภะ เรือนทรัพย์ อัญมณีที่ใช้คือ มรกต สีเขียว อีกทั้งในวันตั้งเมือง มีดาวอังคาร และ เกตุ นำหน้าลัคนา เหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วน ไม่คาดฝัน จึงพร้อมที่จะเกิดขึ้น และ ไม่อาจหลีกเลี่ยงจากอิทธิพลของทหาร หรือ ฝ่ายความมั่นคงไปได้

ดังนั้น การใช้ทหาร(ที่มีจริยธรรม) เป็นตัวหนุนเมือง การกำหนดสีเขียว พระแก้วมรกต เป็นพระคู่บ้านเมือง ก็เหมือนกับใช้ฝ่ายความมั่นคง เกื้อหนุนประเทศชาติ และการปกครองประเทศ เน้นให้ประชาชน ตระหนักใน หลักธรรม คำสอน ในพระพุทธศาสนา (แทนด้วยพระแก้วมรกต ) แผ่นดินจึงจะอยู่สงบศึก

๕ กับ ๗ อยู่ภพศุภะ ๕ เป็นเกษตร ผู้ใหญ่ผู้ปกครอง หากตั้งในศีลธรรม ก็จะนำประเทศไปสู่ความสงบสุข และวัฒนาถาวร มีเจ็ด (ประชาชน) เป็นดาวคู่ กับ ๕ ก็หมายถึงว่า หาก ๕ ไม่อยู่ในศีลในสัตย์ ประชาชนคือ ๗ ก็จะขาดความเลื่อมใสศรัทธา และจะแปรสภาพ จากที่อยู่โดยสงบ (๗ เป็นวินาศ ของตัวเอง) กลายเป็นตัวปัญหาให้การปกครองได้ (แปลแบบมั่วสุดๆ )

ดังนั้น ดิฉันไม่เห็นด้วยกับ บทความในศิลปวัฒนธรรม และรู้สึกว่าไม่ควรนำมาเขียนในวันครบรอบกรุงรัตนโกสินทร์

คงไม่มีใครชอบแน่ ที่ในวันเกิดของเรา แทนที่คนจะส่งเค็ก ของขวัญ คำอวยพรให้เรา แต่กลับมาหาเราแล้วก็ตั้งคำถามว่า พ่อแม่ของคุณเป็นใคร หรือ อาจจะถามแบบกวนๆ ว่า ลูกใครหว่า ?

เจออย่างนี้ ต้องชกเท่านั้น
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ