ระดับมืออาชีพออกโรง คนดูก็ได้แต่ฮา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ระดับมืออาชีพออกโรง คนดูก็ได้แต่ฮา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Apr 17, 2009 12:38 pm

รอรอง ผบช.น. ยืนยัน มือปืนอาชีพยิงถล่ม"สนธิ"หมายเอาชีวิต วางปมการเมือง และธุรกิจ สั่งฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวความเคลื่อนไหวกลุ่มมือปืน แต่ยังตอบไม่ได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนมีสีหรือไม่ พร้อมแนะแกนนำ หากคิดว่าไม่ปลอดภัย สามารถร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยได้
ง ผบช.น. ยืนยัน มือปืนอาชีพยิงถล่ม"สนธิ"หมายเอาชีวิต วางปมการเมือง และธุรกิจ สั่งฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวความเคลื่อนไหวกลุ่มมือปืน แต่ยังตอบไม่ได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนมีสีหรือไม่ พร้อมแนะแกนนำ หากคิดว่าไม่ปลอดภัย สามารถร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยได้


มืออาชีพ ปะทะ มืออาชีพ

คนดูก็ได้แต่.....ก๊ากกกกกกก

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ฟังความเห็น นักวิจารณ์บันเทิง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Apr 17, 2009 1:01 pm

ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ตัวอิชั้นเอง ในฐานะที่ดูหนังมามาก

๑ บทอ่อนไป ไม่พลิก ขาดความใหม่ พูดง่ายๆ มุขเก่า
๒ การปล่อยตัวแสดงผิดจังหวะไป คนดูไม่รูสึกผิดคาด
๓ ขาดเหตุผล ในการวางตัวละครออกมา

ดังนั้น ให้แก่ ดาวเดียว

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อาวุธร้าย แต่เดชะบุญ กระสุนไม่ทำงานจึงไม่มีคนตาย...Oh..!

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Apr 17, 2009 1:19 pm

พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถกระบะไม่ทราบทะเบียน และยังไม่ทราบจำนวนคนร้ายที่แน่ชัด นอกจากนี้ จุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุน จำนวน 84 ปลอก เป็นอาวุธ 3 ชนิดด้วยกัน ประกอบด้วย ปลอกกระสุนปืนอาก้า 64 นัด ปืนเอชเค 17 นัด และปืนเอ็ม 16 อีก 3 นัด และยังพบระเบิดชนิดเอ็ม 79 เป็นหัวกระสุนที่ไม่ระเบิด ซึ่งหัวกระสุนพุ่งทะลุไปบนรถร่วมบริการฯ สาย 30 ที่วิ่งสวนมา สาเหตุที่กระสุนไม่ทำงานเนื่องจากระยะจุดที่ยิงอยู่ในระยะใกล้เกินไป กระสุนไม่ครบเกลียวรอบทำให้ไม่ทำงาน ส่วนปืนอาก้า 1 แมกกาซีน บรรจุได้ไม่เกิน 30 นัด แต่ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนจำนวนมาก เป็นไปได้ว่ามือปืนอาจจะใช้ 2 แมกกาซีน

“ส่วนเรื่องอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้นเป็นอาวุธสงคราม แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นคนมีสีหรือไม่ เพราะอาวุธสงครามเช่นนี้ประชาชนทั่วไปก็สามารถมีและหามาได้ เช่นในกรณีของทางภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องความปลอดภัยของบุคคลสำคัญรวมทั้งประชาชนหากมีการร้องขอให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ก็ยินดีที่จะส่งกำลังไปดูแล” พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าว

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ทักษิณอาจฉุนว่า นี่จะตีกันแม้แต่พื้นที่ในสื่อต่างประเทศเลยรึไง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Apr 17, 2009 1:26 pm

The leader of a Thai protest movement which brought down former PM Thaksin Shinawatra has been shot and injured.
Sondhi Limthongkul's yellow-shirted People's Alliance of Democracy (PAD) led the demonstrations in 2006.
Mr Sondhi was ambushed by gunmen who attacked his car in the Thai capital, Bangkok, spraying it with bullets and hitting Mr Sondhi in the shoulder.
He has now had an operation and his life is out of danger, a hospital director said.
Red-shirted supporters of Mr Thaksin, who is now in self-imposed exile in Dubai, have held their own protests in recent weeks.
They want the current Prime Minister Abhisit Vejjajiva to step down, and fresh elections to be held.
Mr Thaksin has appealed to the widely-revered Thai king, Bhumipol Adulyadej, to intervene to end the country's political crisis.

Thailand annulled Mr Thaksin's passport after his supporters forced the cancellation of a high-profile Asian summit last weekend, and were involved in clashes with security forces in Bangkok on Monday.
The attack on Mr Sondhi came at dawn on Friday, as he was travelling to record a programme at his television station.
"At least two attackers followed Sondhi's car, overtook it and sprayed it with about 100 rounds of gunfire from AK-47 and M-16s. [Sondhi] was injured in the shoulder but is out of danger now," said local police commander Colonel King Kwaengwisatchaicharn.
The fear is that this attack could bring the yellow shirts out onto the streets again and spark factional violence with Mr Thaksin's red-shirted supporters, says the BBC's Alastair Leithead.

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ระดับมืออาชีพออกโรง คนดูก็ได้แต่ฮา

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Mon Feb 22, 2010 10:42 pm

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=9&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm



http://www.udon108.com/board/index.php?topic=8971.msg148132

สื่อภาษีจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลากไส้ สนธิ ลิ้มฉาวโฉ่ แสดงละคร และชอบอึ๊บอีหนู

สื่อใหญ่ฮ่องกงลากไส้ พฤติกรรมฉาวโฉ่'สนธิ' อ้างมีหลังพิงจึงไม่แคร์ ถูกยิงยิ่งกว่า'หนังชอว์' สนธิ
สื่อใหญ่ฮ่องกง HK Asia Weekly ชำแหละประวัติ และพฤติกรรม “สนธิลิ้ม”
ที่โดนลอบสังหาร ราวกับหนังชอว์บราเดอร์ ฝีมือกำกับของ ‘จางเชอะ’
เพราะเลือดอาบ แต่ลุกขึ้นมาให้ช่างภาพในเครือถ่ายรูปได้หน้าตาเฉย

แถมตั้งข้อสังเกตการเสนอข่าวของเว็บผู้จัดการ ตอนแรกตีข่าว “กระสุนเฉียดคิ้ว”
แต่ไม่กี่นาทีแก้เป็น “อาการสาหัส” วันถัดมานสพ.ในเครือชูเป็น “เทวดา” เพราะฆ่าไม่ตาย
พร้อมลากไส้ “ธาตุแท้” ทำธุรกิจล้มละลาย แต่อาศัยขอผู้สนับสนุนพธม. ควักกระเป๋าบริจาค
เพื่อจ่ายเงินเดือนพนักงานให้อยู่รอด

วันที่ 23 เม.ย. 2552 ผู้สื่อข่าวพิเศษ "ไทยอินไซเดอร์" รายงานจากเกาะฮ่องกงว่า
นิตยสาร Hong Kong Asia Weekly (หรือในชื่อภาษาจีน "ย่าโจวโจวคาน"
ซึ่งเป็นนิตยสารเชิงการเมืองภาษาจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ตีพิมพ์บนเกาะฮ่องกง วางจำหน่ายทุกวันพฤหัสบดีและอีกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก)
ได้ตีพิมพ์เนื้อหาที่เกี่ยวกับคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตย ไว้น่าสนใจ โดยพาดหัวข่าวว่า “ปมปริศนาที่คลายไม่ตก คดีสังหารสนธิลิ้ม”
มีเนื้อหาว่า...

ปรากฏการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทย ภายใต้รัฐบาลประชาธิปัตย์
โดยการนำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่บริหารประเทศมา 4 เดือนนั้น ได้เผชิญกับ “ลัทธิสุดขั้ว”
และความรุนแรงอย่างไม่ขาดสาย ทางการไทยเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการปราบปรามจลาจล
ช่วงสงกรานต์ปีใหม่ไทย อันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 135 คน
เดิมทีคิดว่าสถานการณ์ได้กลับคืนสู่ความสงบแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่า ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’
(หลิน หมิงต๋า林明達 ) เจ้าพ่อสื่อเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’
และเป็นผู้นำกองทัพเสื้อเหลืองหรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)
ถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 17 เม.ย. รถประจำตำแหน่งถูกคนร้ายไม่ทราบที่มา กระหน่ำยิงถึง 84 นัด
กะโหลกศีรษะและหน้าอกของสนธิ ถูกยิงจนเลือดไหลไม่หยุด หลังจากผ่าตัดแล้วพ้นขีดอันตราย
แต่บอดี้การ์ดและคนขับรถอาการสาหัสจมกองเลือด การลอบสังหารครั้งนี้
ทำให้สถานการณ์การเมืองประเทศไทยซับซ้อนมากขึ้น

ทางตำรวจสันนิษฐาน ว่า มีฆาตกรเกี่ยวพันกรณีสะเทือนขวัญนี้มากกว่า 7 คน สาเหตุการฆาตกรรม
ประกอบด้วยแผนร้ายทางการเมือง คู่แข่งทางธุรกิจ ความแค้นส่วนตัว ปัจจัยที่พัวพันกับ
“บุคคลที่เป็นกิ๊ก” ก็ไม่ได้ถูกตัดออกไป ทนายของสนธิฯและแกนนำพธม. คนอื่นๆ ฟันธงว่า
คดีนี้เป็น “การล้างแค้นทางการเมือง” หรือ “ผู้ลงมือเป็นกลุ่มทหาร” เป็นต้น โดยจุดประสงค์
การลอบสังหารก็เพื่อต้องการสร้างความวุ่นวายอีกระลอกหนึ่ง เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ถูกทำลาย
ฝ่ายทหารได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอย่าคาดเดาเหตุการณ์ไปเอง นายกฯอภิสิทธิ์สั่งเร่งรัดให้
ตำรวจคลี่คลายคดีจับกุมคนร้ายและผู้อยู่เบื้องหลังโดยเร็วไว พร้อมกำชับแพทย์
ให้ดูแลรักษานายสนธิ อีกทั้งส่งตำรวจดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

โดยกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ มาจาก AK- 47 จำนวน 64 นัด มาจาก HK33 จำนวน 17 นัด
อีก 3 นัดมาจาก M 16 ส่วนอีกหนึ่งนัดเป็นหัวกระสุนที่มาจาก M 79 ที่ยังไม่ระเบิด รถเมล์ที่ผ่าน
ที่เกิดเหตุคันหนึ่งถูกลูกหลง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขาหนึ่งคน เวลาประมาณตีห้าครึ่งของวันนั้น
นายสนธิ ซึ่งปีนี้อายุ 61 ปี ได้นั่งรถส่วนตัวจากบ้านพักในกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าสู่บางลำพู
เพื่อจัดรายการวิเคราะห์ข่าวช่วงหกโมงเช้าของสถานี เคเบิ้ล ASTV ที่เขาบริหารอยู่
ระหว่างผ่านหน้าวัดซึ่งใกล้กับธนาคารกลางนั้น ก็ถูกยิงกราดอย่างบ้าคลั่ง หลังจากนั้น
นายสนธิถูกส่งตัวเข้าวชิรพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง รับการรักษาฉุกเฉินเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
แพทย์ผ่าตัดนำสะเก็ดกระสุน 4 ชิ้นออกจากบริเวณศีรษะได้สำเร็จ นายสนธิมีสติ
ตอบคำถามของแพทย์ได้

แต่เนื่องจากโรงพยาบาลแห่งนี้ มีสมาชิกกลุ่มเสื้อแดงซึ่งต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์
เข้ารักษาหลังจากการปราบปรามจลาจลอยู่ไม่น้อย ดังนั้น หลังการผ่าตัดนายสนธิ
ซึ่งยืนคนละฟากกับพวกเขาเหล่านั้น จึงได้ขอย้ายไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เนื่องจากญาติผู้พี่ของนายสนธิ เป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลจุฬาฯแห่งนี้ อีกทั้งแพทย์ส่วนใหญ่
ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็เชียร์พันธมิตรฯ ความปลอดภัยค่อนข้างไว้ใจได้ ทั้งนี้มีรายงานว่า
นอกจากญาติ-เพื่อนสนิทและบุคคลสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว นายสนธิปฏิเสธให้ผู้อื่นเข้าเยี่ยม
โดยหลังจากรับการผ่าตัด ซึ่งพ้นขีดอันตราย นายสนธิสามารถเดิน นั่ง และรับประทานอาหารด้วยตนเองได้

ข่าวลอบสังหารนายสนธิ สะเทือนไปทุกวงการในสังคม เนื่องจากวันเกิดเหตุการณ์ยังเป็น
ช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เห็นได้ชัดว่าผู้ร้ายไม่เห็นแก่กฎหมาย กล้าลงมือกลางวันแสกๆ
ทำให้ผู้คนหวาดกลัว นอกจากนี้อาวุธที่ผู้ก่อการใช้ ก็ล้วนเป็นอาวุธสงคราม ประสงค์จะปลิดชีพให้ได้
ตำรวจได้สืบหาที่มาของ “ปืนเถื่อน” อย่างเร่งด่วน ที่ทำให้คนอดคิดไม่ได้ก็คือ
หลังจากที่นายสนธิถูกยิง ตัวอาบไปด้วยเลือด แต่ “รอดตายราวปาฏิหาริย์” นั้น
ยังสามารถลุกขึ้นมาจากรถที่โดนห่ากระสุนปืน เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สวมเสื้อสีขาวที่มีรอยเลือดเป็นหย่อมๆ ให้ช่างภาพ “นสพ. ผู้จัดการ”
ภายใต้เครือของตน “ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน” เพื่อออกทางอินเตอร์เนต
เพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็น “ชายเหล็กดวงแข็ง” ราวกับภาพยนตร์แนวแมน
กำกับโดย ‘จางเชอะ’ แห่งชอว์บราเดอร์

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=18&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm




http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000043065

เว็บไซต์ “ผู้จัดการ” ที่นายสนธิ อำนวยการนั้น ตอนแรกตีข่าว “ลูกกระสุนเฉียดคิ้ว”
แต่ไม่กี่นาทีต่อมาแก้เป็น “อาการสาหัส” วันถัดมา “นสพ.ผู้จัดการ” ที่เป็นกระบอกเสียงให้พันธมิตรฯ
ยกนายสนธิเป็น ‘เทวดา’ พาดหัวตัวอักษรสีแดงบนพื้นสีดำว่า “สนธิฆ่าไม่ตาย” “คนดีพระคุ้ม”
เนื้อข่าวของ “คนดีไม่โดดเดี่ยว” เกาะติดรายงานอย่างใกล้ชิด

ทว่าในความคิดของคนทั่วไป ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา นายสนธิก่อความกระทบกระเทือนให้การเมืองไทย
บุคคลทางการเมืองที่เห็นตรงข้าม จะถูกคำพูดเสียดแทงของเขาด่ากราดไปทั่ว มีบทวิจารณ์ท้องถิ่น
กล่าวว่า “สนธิลิ้มฯหาทุกข์เข้าตัว เพราะเขาสร้างศัตรูไปทั่วทิศ ก็สมควรแล้ว” หลายเดือนก่อน
ที่นายสนธิถูกยิง หนังสือพิมพ์แทบลอยด์และเว็บไซต์ท้องถิ่นบางแห่งลือว่านายสนธิ
“ซ่อนสาวน้อยไว้ในเรือนทอง” มีสัมพันธ์ลับๆ กับ “สาวงามลึกลับ” ระดับนางงามสากลและ
สาววงการบันเทิง นอกจากนี้ความน่าเชื่อทางธุรกิจของนายสนธิ ก็มีปัญหามาก เครือผู้จัดการ
ที่เขาดำเนินธุรกิจ มีหนี้สะสมประมาณ 140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไม่สามารถชำระหนี้ได้
ปลายปีที่แล้วถูกศาลตัดสินล้มละลาย ผู้สนับสนุนหลักไม่น้อย หยุดลงโฆษณา เนื่องจากวาจา
และการกระทำที่ดุดันและกระทบกระแทก เป็นผลให้หนังสือพิมพ์ภาษาไทย ที่เคยเป็นสื่อกระแสหลัก
ของเขาต้องขาดทุนยับเยิน ทำให้หันมาจัดกิจกรรมเสริม เช่น จัดคอนเสิร์ตทั่วทิศ ขอผู้สนับสนุนพันธมิตรฯ
ควักกระเป๋าบริจาค เพื่อให้พนักงานกว่า 500 ชีวิตในเครืออยู่รอด

ก่อนหน้านี้หลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุน ‘ทักษิณ ชินวัตร’ บุกพัทยาทำให้
การประชุมอาเซียนต้องล่มลงและการใช้กำลังทำร้ายนายกฯอภิสิทธิ์ ไม่นานนัก นายสนธิก็
ตำหนิติเตียนทางการ...ยกใหญ่ เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ “ปลด” ทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคง, ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผบ.ตร. ให้หมด
ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่พอใจ

ระหว่างที่นายสนธิเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากมีผู้ประกาศข่าวเชื้อสายจีนของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง
รายงานข่าวเขาในเชิงลบ นายสนธิโกรธจัดถึงกับกล่าวว่า ออกโรงพยาบาลแล้วจะไปคิดบัญชี

นายสนธิผู้ซึ่งได้รับการศึกษาจากไต้หวันและสหรัฐอเมริกา
มีฉายาว่า “มาเฟียสื่อมวลชน”

ภายใต้เครือของเขามีหนังสือพิมพ์ภาษาไทยอยู่หลายฉบับ มีสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลและสื่ออินเตอร์เนต
บรรพบุรุษของเขามาจากหมู่บ้านซีโถวโพ อำเภอเหวินชาง มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ)
(海南省文昌縣溪頭坡村) หลิน เชียน(林謙 ) หรือวิเชียร ลิ้มทองกุล บิดาของเขาเป็นนายทหารก๊กมินตั๋ง
ที่ติดตามนายพลเจียงไคเช็ค (蔣介石)ไปนครฉงชิ่ง ( จุงกิง 重慶)

HK Asia Weekly เสนอข่าวสนธิ นายสนธิเดิมเป็นเพื่อนซี้กับอดีตนายกฯทักษิณ
ที่ตั้งตัวจากกิจการโทรคมนาคมดาวเทียม เคยยกยอทักษิณในที่สาธารณะว่าเป็น
“นายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย” ทว่า หลังจากที่ ‘ทักษิณ’
ชนะการเลือกตั้ง เป็นนายกฯอีกสมัยในปี 2549 แต่ในเวลาต่อมาเกิดความขัดแย้งสิทธิประโยชน์
กิจการโทรทัศน์ ทั้งสองคนได้กลายมาเป็นศัตรู นายสนธิวิจารณ์ ‘ทักษิณ’ อย่างเปิดเผยบ่อยครั้ง
จัดการประท้วงใหญ่ ทำให้เกิดการรัฐประหารโดยทหารในวันที่ 19 ก.ย. 2549 โค่นล้ม ‘ทักษิณ’
ซึ่งขณะนั้นกำลังเข้าร่วมการสมัชชาสหประชาติอยู่ที่นครนิวยอร์ก

พันธมิตรฯ ของนายสนธิ กลับมาอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว โดยได้ดำเนินกิจกรรมท้องถนนนานถึง 193 วัน
โดยใช้คำขวัญ “ลูกจีนรักชาติไทย” และนำเพลงจีนสากล ชื่อ “เวลาที่ถูกลืมเลือน” (被遺忘的時光)
ขับร้องโดย ไช่ ฉิน(蔡琴) นักร้องไต้หวัน ที่นำมาเป็นเพลงประกอบฉาก เพื่อดึงดูดสตรีเชื้อสายจีน
จำนวนมากให้เข้าร่วมกิจกรรม “โค่นล้มทักษิณ” และเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน 2 แห่งในกรุงเทพฯ
โค่นล้มนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชาชนถึง 2 คนคือ ‘สมัคร สุนทรเวช’ และ ‘สมชาย วงศ์สวัสดิ์’
ที่ถูกชี้ว่าเป็น “หุ่นเชิดทักษิณ” นายสนธิมักอวดอ้างว่า ได้รับการ ‘หนุนหลัง’ จาก
“บุคคลในราชสำนัก” และ “กรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน”
เลยไม่แคร์ใคร
หากฝ่ายใดวิจารณ์หรือดำเนินการต่อเขาก็จะอาศัยสื่อในเครือโจมตีฝ่ายนั้น

ภายใต้การกดดันของพันธมิตรฯ ในเดือนธ.ค. 2551 ศาลรัฐธรรมนูญที่จัดตั้งโดยทหารปฏิวัติ
ได้ตัดสินราวกับละคร ให้พรรคพลังประชาชน ที่แปลงกายมาจากพรรคไทยรักไทย ที่จัดตั้งโดย ‘ทักษิณ’
ว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ถูกยุบพรรค หลังจากนั้น รัฐบาลที่สนับสนุน ‘ทักษิณ’ ต้องก้าวลงทั้งหมด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายใต้การสนับสนุนของ
นักการเมืองที่ทรยศต่อ ‘ทักษิณ’ อาทิ ‘ชวรัตน์ ชาญวีระกูล’(ชื่อจีน “เฉินจิ่งเจิ้น”陳景鎮 )รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบันเชื้อสายจีนและ ‘เนวิน ชิดชอบ’

ส่วน ‘กษิต ภิรมย์’ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาผู้ซึ่งสนับสนุนพันธมิตรฯ เข้ายึดสนามบิน
ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้กลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุน ‘ทักษิณ’ ไม่พอใจ
จนลุกฮือขึ้นมากลายเป็นจลาจลในที่สุด

หลังจากนายสนธิถูกลอบสังหาร นายอภิสิทธิ์ก็ระมัดระวังทุกย่างก้าว เกรงว่าหลังการใช้กำลังกดดัน
กลุ่มเสื้อแดงเมื่อไม่นานมานี้ ตนจะกลายเป็นเป้าหมายลอบสังหาร บ้านพักที่กรุงเทพฯก็เพิ่มมาตรการ
“ความปลอดภัยสี่ชั้น” รถฉีดน้ำกำลังแรงคุ้มกันโดยรอบ ฝ่ายตำรวจได้ประกาศรางวัลนำจับหนึ่งล้านบาท
เพื่อจับผู้ประท้วงเสื้อแดง 20 คนที่ทุบรถนายกฯ หวังทำร้ายนายอภิสิทธิ์ที่กระทรวงมหาดไทย
เพื่อที่จะจัดการกับเหตุการณ์หลังเหตุรุนแรงและคดีนายสนธิ

นาย อภิสิทธิ์ได้ยกเลิกการเดินทางเยือน 3 ประเทศอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา สิงคโปร์และเวียดนาม
ที่เดิมกำหนดไว้ในเดือนเม.ย. แต่จะเดินทางไปโรดโชว์การท่องเที่ยวที่ดูไบ ในเดือนพ.ค.แทน
โดยจะใช้โอกาสนี้ ขอร้องผู้นำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นำอดีตนายกฯทักษิณที่มักอาศัยอยู่ที่ดูไบ
ส่งตัวกลับประเทศ หลังจากที่ “ปฏิเสธ” มานานสองเดือน ที่สุดนายอภิสิทธิ์ ก็ยอมรับเป็นครั้งแรก
เมื่อวันก่อนว่า ‘ทักษิณ’ ได้รับการแต่งตั้งป็นที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดีนิคารากัวจริง
และได้รับหนังสือเดินทางทูตของประเทศดังกล่าว ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทักท้วงกับทางการมานากัว
‘ทักษิณ’ ผู้ลี้ภัยในต่างแดนได้ตำหนิฝ่ายทหารในกรุงเทพไม่หยุดว่า ในการระงับความรุนแรงเมื่อไม่นานมานี้
มีความสงสัย กรณี “ฝังศพลับๆ” ของผู้ประท้วงเสื้อแดง หวังว่านายอภิสิทธิ์จะสืบเรื่องนี้อย่างน้ำลดตอผุด
และให้ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้พระเจ้าอยู่หัวของไทย
ทรงออกมาเพื่อแก้วิกฤตทางการเมือง


ประเทศไทยจะจัดการประชุมอาเซียนกับคู่เจรจาที่ถูกกระทบจากกลุ่มเสื้อแดงให้เร็วที่สุด
ในเดือนมิ.ย. ที่จังหวัดภูเก็ต ภาคใต้ของไทยเพื่อกู้หน้าให้นายอภิสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าบรรยากาศการเมืองปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย มีการปะทะและความรุนแรงตลอดเวลา
แต่ปฎิเสธข้อเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ของฝ่ายตรงข้าม แต่จะเรียกทุกพรรคการเมือง
มาหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลักดันการปฏิรูปการเมือง ให้นักการเมืองจำนวน 220 คน
ที่ถูกถอนสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีได้กลับสู่วงการการเมือง มีเพียงคดีทุจริตของทักษิณเท่านั้น
ที่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน


แก้ไขล่าสุดโดย eye in the sky เมื่อ Tue Feb 23, 2010 11:49 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ระดับมืออาชีพออกโรง คนดูก็ได้แต่ฮา

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Mon Feb 22, 2010 10:49 pm


มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย นำโดย นายปรีชา ประกอบกิจ ประธานกรรมการ
มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย มอบทุนการศึกษาและสนับสนุนการดำเนินงานให้แก่
บาทหลวงโจเซฟ เอช ไมเออร์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล ชุมชนคลองเตย
เป็นจำนวนเงิน 650,000 บาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาความรู้ ความสามารถแก่เด็กๆ ในชุมชนต่อไป

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042909

http://thaipriest.cbct.net/activity/headseminar2/headseminar2.html

วันที่ 15-19 ตุลาคม ค.ศ. 2001
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ บุคลิกภาพและสุขภาพของพระสงฆ์
วิทยากร พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ, คุณวิวัฒน์ พงศธร, คุณปรีชา ประกอบกิจ, คุณพัลลภ เหมือนคีรี


http://thaipriest.cbct.net/activity/headseminar1/headseminar1.html

วันที่ 19-23 ตุลาคม ค.ศ. 1981
สถานที่ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม
หัวข้อ คริสตศาสนากับวัฒนธรรม
วิทยากร ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช บรรยายเรื่อง “วัฒนธรรมไทย”
คุณหญิงมาลี พ.สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บรรยายเรื่อง “การดำเนินชีวิตของคริสตชนในสังคมพุทธ”

หมายเหตุ ค.ศ. 1982 ประชุม เอฟเอบีซี. (FABC) ณ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม


วันที่ 19-22 ตุลาคม ค.ศ. 1992
สถานที่ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม
หัวข้อ มิติชีวิตสงฆ์ด้านต่างๆ ศึกษาพระสมณสาส์นของพระสันตะปาปา
เรื่อง “เราจะประทานนายชุมพาบาลแก่พวกท่าน” (PDV, Pastores Dabo Vobis)
วิทยากร อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ บรรยายในด้านการพัฒนา, คุณหมอประเวศ วะสี
บรรยายในด้านการศึกษา
คุณพ่อโมลิ่ง, บราเดอร์ชุมพล ดีสุดจิต, พระคุณเจ้าบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์,
พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ, คุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล, คุณพ่อหลุยส์ เบียร์ จักแมง,
พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ฯลฯ


วันที่ 17-21 ตุลาคม ค.ศ. 2005
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ พระศาสนจักรไทยในโลกปัจจุบัน : 40 ปี Gaudium et Spes
วิทยากร คุณสนธิ ลิ้มทองกุล, คุณพ่อชาย ขันทะโฮม, ผศ. ดร. วรยุทธ ศรีวรกุล, คุณอัจฉรา สมแสงสรวง,
คุณพ่อไพศาล อานามวัฒน์, คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์, คุณพ่อดัง โตแนล


วันที่ 15-19 ตุลาคม ค.ศ. 2006
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ “พระศาสนจักรไทยในโลกปัจจุบัน” พระดำรัสเตือน กฎหมาย และธรรมาภิบาล)
วิทยากร พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู, คุณพ่อบรรจง สันติสุขนิรันดร์, คุณพ่อชาญชัย ทิวไผ่งาม,
คุณพ่อวัชรินทร์ สมานจิต, คุณพ่อลือชัย ธาตุวิสัย, คุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล, คุณพ่ออันโตนิโอ วาลแซ็กกี
คุณพ่อพิชาญ ใจเสรี, อาจารย์ขจิต สุขุม และคณะ, คุณประจวบ ตรีนิกร, ดร. วิทย์ สุนทรนันท์


เทคนิคเล็กๆ ในการใช้สื่อทำลายพุทธ
โดยให้ฝ่ายแดงดึงพระมาเล่น ฝ่ายเหลืองก็เอาพระมาด่าต่อ

แล้วชูของตนเองให้ดูมีภาพลักษณ์ที่น่าเลื่อมใสศรัทธา


http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042909

อลัชชีเสื้อแดง ซากเดนสังคมที่ต้องเร่งกำจัด
17 เมษายน 2552 06:44 น.

สวัสดีวันที่ 17 เม.ย.วันนี้มีอนุสนธิจากเหตุการณ์ “กองโจรเสื้อแดง”
เผาบ้านเผาเมืองทำลายชาติ โดยขอหยิบยกกรณี
“อลัชชีเสื้อแดง”

มาให้ช่วยกันสาปแช่งให้สาแก่ใจ


เนื่องเพราะอลัชชีผู้นี้เข้าร่วมในเหตุการณ์ทุบรถและทำร้ายหน่วยรักษาความปลอดภัยของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย โดยปรากฏภาพให้เห็นทางสื่อต่างๆ อย่างชัดเจน

คงต้องบอกว่า อลัชชีผู้นี้ไม่ใช่พระสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนา เพราะพระที่แท้ย่อมไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้
แต่บังอาจใส่เครื่องแต่งกายที่ประชาชนคนไทยเคารพนับถือไปแสดงพฤติกรรมถ่อยเถื่อน
ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการเมืองไทย


ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของอลัชชีเสื้อแดงผู้นี้ ก็สะท้อนภาพให้เห็นถึงสติปัญญาของ
เหล่ากองโจรเสื้อแดงว่าเป็นเช่นไร เพราะแทนที่จะห้ามปรามเพื่อไม่ให้เกิดภาพที่ไม่ดี
กับสถาบันศาสนากลับเห็นดีเห็นงามไปด้วย


...ยังไงฝากตำรวจออกหมายจับอลัชชีเสื้อแดงผู้นี้ด้วยเด้อ

การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ระดับมืออาชีพออกโรง คนดูก็ได้แต่ฮา

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Tue Feb 23, 2010 9:57 pm

http://sanpaworn.vissaventure.com/log/227/sondhi-limthongkul-in-the-nation

Sondhi Limthongkul in The Nation | 29.11.05

Many thanks to Post Staffer, my prolific commenter who’s been uncovering
a lot of Sondhi Limthongkul’s skeletons. His latest coup looks really impressive,
although it’ll take me some time to properly digest.

Prior to that, he also discovered The Nation’s four-part series in 2002
about the would-be media mogul. If nothing else, this is remarkable in that it looks
and feels like real journalism, something I did not know The Nation was capable of.
Needless to say, Sondhi comes across as a swindler that he is.

Before we begin, though, caveat lector. The source is, after all, The Nation.
Inaccuracy and bias are the scourges of journalism and life in general,
even when someone as repulsive as Sondhi is getting the short end of them.

First in the series, “70% write-off planned” talks about Manager Group’s bankruptcy
and rehabilitation:

In addition, creditors plan to ask one of the firm’s major shareholders
who personally guaranteed the company’s loans to repay part of the debts.

The source declined to disclose the name of this major shareholder
or the details of the loans to be repaid.

Sondhi Limthongkul, a major shareholder in M Group with a 44.82-per-cent stake,
is still classified as bankrupt under the Bankruptcy Act.
This status will end on March 18, 2003.
Hmmm. I wonder who that shareholder is. The article seems to be fingering Sondhi,
but then as a bankrupt person, was he even legally allowed to be a guarantor?

Next, “A fallen empire finds new lease on life” discusses Manager Group’s comeback:

Among the financiers is Krung Thai Bank, which, according to a source close to Sondhi,
has lent Bt40 million to the new TV programme producer, Life Thailand Co.

Besides the new TV programmes, Manager Media was recently awarded rights
to operate a three-hour programme on MHz 99.5 radio station.
The programme is also sponsored by the Krung Thai Bank, THAI and PTT.

In view of the group’s mountainous debts and bleak profit outlook,
such sponsorship deals from state agencies have raised questions
regarding its involvement with the government.

They have also prompted the opposition Democrat Party to begin to
investigate whether Sondhi’s personal relationship with certain
politicians and key figures in business circles has played a part in
his resurrection, according to Democrat sources.
Has The Nation been in touch with its “Democrat sources” lately?
The investigation seems to have been abandoned.

Abhisit Vejjajiva, the opposition Democrat Party leader,
who had a meeting with Sondhi on Monday (Nov 14) to offer moral
support, called the allegation that politicians were behind Sondhi’s move “disgusting”.
The article also looks at some intriguing deals by Sondhi’s Eastern Printing:

Following the demise of the company, Eastern Printing’s auditors noted
in their report that its huge losses partially stemmed from lendings to
associated companies and the establishment of off-balance accounts
to related publishing companies. For example, in its 2000 financial statement,
Asia Inc and FRYE Smith (USA) Co owed Bt59.86 million and Bt125.79 million
respectively to Eastern Printing.

Likewise, according to its 2000 financial statements, Manager Media lent Bt1.061 billion
to related publishers overseas, under guarantee from Sondhi.
Much like his newspapers, a guarantee from Sondhi is hardly worth the paper it was written on.

The third installment, “New party, old friends aid Sondhi” fingers Pansak Viyaratn,
who was mentioned in my previous post:

Early last year, the Thai Rak Thai Party won a landslide election victory and
Sondhi’s old buddy, Pansak Viyaratn, became chief adviser to
Prime Minister Thaksin Shinawatra.

Pansak, a journalist by background, seems to have the knack for picking the right
political circles. His political career blossomed when he acted as chief adviser to
then prime minister Chatichai Choonhavan from 1989 to 1992 - the same time that
M Group was undergoing rapid expansion.

In 1996, when Asia Inc was established in Singapore, Sondhi invited Pansak
to become the chief editor of the company’s regional daily —Asia Times.

After Asia Times collapsed, Pansak found his way into Thaksin’s clique and
helped him form the Thai Rak Thai Party.
Will Pansak be part of another government that’s toppled by a coup d’état?
Some democracy lovers are salivating over that prospect.

But what to make of his relationship with Sondhi and Prime Minister Thaksin?
While I do believe that he is, or was, close to both, I am skeptical about taking
the Nation’s insider information at face value, especially when the article gets some
publicly available information glaringly wrong. Asia, Inc. (originally with the comma)
was a monthly magazine in Sondhi’s M Group’s portfolio, not a company.
Neither it nor Asia Times was founded in 1996, and neither was based in Singapore.
Hong Kong-based Asia, Inc was launched in 1992, and Hong Kong-and-
Thailand-based Asia Times, in 1995. By December 1995, Pansak was already speaking
to Asiaweek as Asia Times’s editor in chief.

Didn’t I say caveat lector? Let’s move on before I feel compelled to fisk the article.

The last article “Speedy demise for Sondhi’s empire” would be more appropriate
as a debut rather than the finale of the series.

At his financial peak, Thai media magnate Sondhi Limthongkul had
all the accoutrements of a successful Asian tycoon.

Sitting atop his carefully diversified global conglomerate,
Sondhi was often seen escorting Chinese screen goddess Gong Li.
Was often seen? By whom? I suspect not the reporter who wrote this. And how often is “often”?
Probably not as often as the use of what I call the perfidious passive in The Nation
and the Bangkok Post. Can we at least know the time frame then? 1996, perhaps,
right after the launch of Asia Times? Well, Gong Li married Singaporean Ooi Hoe Soeng
February that year, not long after breaking up with Zhang Yimou in 1995. According to Google,
the only report of any relationship between Gong Li and any guy named Sondhi
is this very Nation article.

Even worse is “carefully diversified global conglomerate”. How does one reconcile that
with the article’s own assessment that “Sondhi’s businesses often seemed to have
no link or logic beyond his ownership or control” only seven paragraphs later.

Believe me, I started off this post wanting to recommend this Nation series.
Now I’m mad at myself for wasting my time with this sort of junk journalism.
Here’s the conclusion, if you know which bits of information are trustworthy. I don’t.

By 1996, cracks began to appear in the restoration work of Sondhi’s sprawling
colonial-era headquarters and financial strains began to weigh on his empire.
Employees in many Sondhi-linked companies faced delayed salary payments
and suppliers often received little more than empty promises.

Using the complex structure of the international cross-holdings,
Sondhi fed those owed money with the refrain: “The money is in the pipeline,
it just has to work its way through the system over to you.”

When the money finally ran out, Sondhi’s international empire ended
with a whimper, not a bang.

The Lao satellite’s base station along the Mekong river was unceremoniously abandoned;
his Hong Kong-based flagship magazine, Asia Inc, was bought out by staff,
and Asian Advertising and Marketing was purchased by a foreign partner.

Sondhi himself took a strong stance on debt owed to foreigners,
urging fellow Thai debtors to stop repaying foreign debt.

Under Hong Kong’s strict legal system, his companies began to wind up
at a quick pace, with three companies facing liquidation in 2000 and 2001.
This contrasts with Thailand, where company offices remained open for months
after business operations had ceased.

Nonetheless, while creditors in many countries laid claim on Sondhi’s money,
some of his lesser-known overseas assets appeared untouched by
the collapse of his empire.


A former manager of Lijiang’s Grand Hotel in Yunnan Province said Sondhi
retained his stake in the property at least through 1999.

Other Hong Kong-registered companies in which Sondhi is a director remain active,
including Kingstrike Limited, M China International Limited and Four S Corporation Limited.

Now Sondhi’s only international profile is the mysterious website of his former
regional newspaper, Asia Times. The paper ceased publication long ago,
but the publication’s website is still regularly updated.

eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ระดับมืออาชีพออกโรง คนดูก็ได้แต่ฮา

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon May 17, 2010 11:46 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274003147&catid=02



วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:37:15 น.
มติชนออนไลน์

เปิดขุมทรัพย์ล่าสุด "สนธิ ลิ้มทองกุล" จาก"การเมืองใหม่"
รีเทิร์นประมุข "พันธมิตรฯ" ฟันรายได้เฉียด 900 ล้าน


การทิ้งเก้าอี้หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ (เพิ่งก่อตั้ง 5 มิ.ย.2552)ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล
เพื่อขับเคลื่อนองค์การภาคประชาชนในนามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอีกครั้ง
เป็นทอล์ก ออฟเดอะทาวน์ ในแวดวงการเมืองอย่างมาก

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการกลับมาในครั้งนี้ ฐานะทางธุรกิจของ "สนธิ" เป็นอย่างไร?

นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเจ้าของเอ็มกรุ๊ป ก่อนถูกคำพิพากษาล้มลายเมื่อหลายปีก่อนมี
เครือข่ายธุรกิจนับร้อยแห่ง

เฉพาะตัวนายสนธิเป็นกรรมการ 13 บริษัท ได้แก่

บริษัท เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) , บริษัท เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป จำกัด ,
บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) , บริษัท ผู้จัดการ จำกัด ,
บริษัท มังกรสยามตะวันออก จำกัด ,บริษัท มิวส์ เคเบิลทีวี จำกัด ,
บริษัท วางแผง จำกัด ,บริษัท สำนักพิมพ์กรุงเทพ จำกัด,
บริษัท สำนักพิมพ์การเวก จำกัด ,บริษัท เอเชีย บรอดคาสติ้ง แอนด์
คอมมูนิเคชั่นส์ เน็ทเวิร์ค จำกัด , บริษัท เอส.พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ,
บริษัท แอร์โรว์ ซินดิเคท เอเซีย จำกัด และ บริษัท อัลตร้า แทรเวิล จำกัด

ในจำนวนนี้มีเพียง 1 แห่งยังเปิดกิจการ คือ บริษัท อัลตร้า
แทรเวิล จำกัด ประกอบกิจการนำเที่ยว,ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
ก่อตั้งวันที่ 24 พฤษภาคม 2525 ทุนจดทะเบียน 12 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่
99/18-19 ถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

นายสนธิถือหุ้น 25% ,บริษัท ไพบูลย์สมบัติ จำกัด 47.9% นายเทวัญ เลียวบุรินทร์
นางศิริลักษณ์ รังควร นางสุมาลี ปุญญฤทธิ์ คนละ 5% นายชัยยันต์ โปษยานนท์ 4.5%
นางกัญญา นวลแข 2.5% นายสานิตย์ กิจเจริญ 1.6% นาวาอากาศเอก ชูดวง แสงชูโต 1.2%
มีกรรมการ 7 คน นายดนัย บุนนาค นายชัยยันต์ โปษยานนท์ นายสานิตย์ กิจเจริญ
นายภัฎฎารก์ บุนนาค นางศิริลักษณ์ รังควร นางสุมาลี ปุญญฤทธิ์ และนายสนธิ ลิ้มทองกุล

ผลประกอบการ ปี 2550 รายได้ 1.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3 แสนบาทเศษ สินทรัพย์ 4.6 ล้านบาท

ขณะที่ นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายนายสนธิ ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจ 7 บริษัท ได้แก่

1.บริษัท ภูเก็ตบลูสกาย จำกัด ประกอบกิจการทางน้ำ เช่น เจ็ตสกี สกีน้ำ ดำน้ำ ก่อตั้งวันที่ 8 มีนาคม 2547
ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 49/1 อาคารบ้านเจ้าพระยา ชั้น 3 ถนนพระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขอนแก่นรังนกไทย ก่อตั้งวันที่ 24 เมษายน 2546 ทุนจดทะเบียน 2 แสนบาท
ที่ตั้ง 102/1 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพ

3. บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด ก่อตั้งวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 ทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท
ที่ตั้งเลขที่ 2 อาคารสีลมเซ็นเตอร์ ชั้น 15 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
ผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ ทำธุรกิจและรับจ้างทำธุรกิจในเว็บไซต์ นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล 99.9%
มีนายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล นายพชร สมุทวณิช นายขุนทอง ลอเสรีวานิช นายอุเว่ เฮนเก้ พาร์พาร์ท
เป็นกรรมการ ปี 2551 รายได้ 664 ล้านบาท กำไรสุทธิ 157.5 ล้านบาท สินทรัพย์ 641.2 ล้านบาท

4. ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรพัฒน์ คอมมิค ก่อตั้งวันที่ 8 เมษายน 2542 ทุนจดทะเบียน 5 แสนบาท
ที่ตั้ง 102/1 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผลิตและจำหน่าย
หนังสือการ์ตูน แบบพิมพ์ (แบบเรียน)

5. บริษัท แอล อินเตอร์เทรด จำกัด ก่อตั้งวันที่ 5 สิงหาคม 2542 ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท
ที่ตั้ง เลขที่ 52/32 หมู่ที่ 13 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ
ประกอบธุรกิจ ขายสินค้าอุปโภคบริโภค นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล 50%
นายทราน มินท์ เตียน (เวียดนาม) 40% นายอนุชิต สังข์เวียน 9.9%

6.บริษัท เอเอสทีวี(ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งวันที่ 13 ธันวาคม 2549 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน
250 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 102/1 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ
ประกอบกิจการโทรคมนาคม บริการกระจายเสียง ผลิต รับจ้างผลิต จำหน่ายภาพยนตร์ บันเทิง
บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด ถือหุ้น 100% นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล นางสาวธิดาลักษณ์ วรรณวัฒนากิจ
(กรรมการบริษัท สุมาตรา - หลวงพระบางจำกัด) นายปัญจภัทร อังคสุวรรณ และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ
เป็นกรรมการ ผลประกอบการ ปี 2551 รายได้ 232.2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9 ล้านบาท
สินทรัพย์ 459.6 ล้านบาท

7. บริษัท เอเอสทีวี เทรดดิ้ง จำกัด ก่อตั้งวันที่ 29 มิถุนายน 2552 ทุนจดทะเบียน 5 แสนบาท
ที่ตั้ง 49/1 อาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ จำหน่าย
และเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าทุกประเภทค้าสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ทางโทรทัศน์ วิทยุ เคเบิลทีวี

ธุรกิจที่คนใกล้ชิดเป็นกรรมการคือ บริษัท เอเอสทีวีผู้จัดการ จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท ไอทีเอเชีย
คอนซัลท์ติ้งกรุ๊ป จำกัด ,บริษัท ไอทีเอเชียมีเดียกรุ๊ป จำกัด) ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2545
ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 50 ล้านบาท ปี 2551 รายได้ 24.7 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 4.9 ล้านบาท
นายปัญจภัทร อังคสุวรรณ ถือหุ้น 79.9% นายวินเนอร์ เดชเพียร 10 % นายสุรวิรช์ วีรวรรณ 10 %

นายปัญจภัทร อังคสุวรรณ ยังเป็นกรรมการอีก 3 บริษัท ได้แก่

1.บริษัท เอธนิค เอิร์ธ ดอท คอม โฮลดิ้ง จำกัด พัฒนาเว็บไซด์,บริการทางอินเตอร์เน็ต
ก่อตั้งวันที่ 18 พฤษภาคม 2537 ทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 49/1 อาคารบ้านเจ้าพระยา
ชั้น 3 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายปัญจภัทร อังคสุวรรณ
ถือหุ้น 60 % นายแวน เวอร์เกล็น เชน ลีออน สัญชาติ นิวซีแลดน์ 12.5 %
บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิล เอนจีเนียริง จำกัด 9.9% FAR EAST CONSOTIUM S.A. ลิเบีย 5 .3%
นายแมน แพค แฮง ( ฮ่องกง)5 % นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ นายแวน เวอร์เกลน เชน ลีออน
นายปัญจภัทร อังคสุวรรณ เป็นกรรมการ ปี 2551 รายได้ 35.8 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 12.9 ล้านบาท

2.บริษัท ไอที เอเชีย คอนซัลท์ติ้ง จำกัด ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารบริการจดทะเบียนโดเมนเนมบริการออกแบบและสร้างอุปกรณ์โฮมเพจ
ก่อตั้งวันที่ 17 มีนาคม 2552 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 49/1 อาคารบ้านเจ้าพระยา ชั้น 3
ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายปัญจภัทร อังคสุวรรณ และ
น.ส. ธิดาลักษณ์ วรรณวัฒนากิจ เป็นกรรมการ

และ 3.บริษัท เอเอสทีวี(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งบริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด ถือหุ้น 100%

ส่วนนายวริฐ ลิ้มทองกุล ญาตินายสนธิ เป็นกรรมการ บริษัท เถ้าแก่ จำกัด ผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์
ก่อตั้งวันที่ 10 มีนาคม 2551 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้ง เลขที่ 49/1 อาคารบ้านเจ้าพระยา
ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ นางเปรมกมล พูลละผลิน ถือหุ้น 99.9%

กล่าวได้ว่า บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด และ บริษัท เอเอสทีวี(ประเทศไทย) จำกัด
เป็นฐานรายได้หลักของนายสนธิในขณะนี้

มีรายได้รวมกันเกือบ 900 ล้านเลยทีเดียว.


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274002797&catid=02


วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:45:55 น.
มติชนออนไลน์

วิเคราะห์ถึงแก่น สถานการณ์สุกงอม " โกตั๊บ " ลาออกหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ เล่นบทเดิมแกนนำพันธมิตรฯตัวพ่อ

2 ทุ่มครึ่ง วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม สนธิ ลิ้มทองกุล ใส่เสื้อเชิ๊ตสีเหลืองแขนยาว(ตัวเดิม)
ประกาศผ่านจอเอเอสทีวี ว่า ...เขาลาออกจากหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่

"สนธิ" หายหน้าไปนาน นับจากถูกกระหน่ำยิงด้วยอาวุธสงคราม ขณะนั่งอยู่ในรถ TOYOTA VELLFIRE

"สนธิ" โชคดีกว่า เสธ. แดง พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล เสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ หลายร้อยเท่า
สนธิ โดนสาดกระสุนเป็นร้อยนัด แต่ไม่บุบสลายอะไร แต่ เสธ.แดง โดนนัดเดียวเข้าสมอง

ทุกวันนี้ 2 ทฤษฎีเกี่ยวกับการลอบสังหาร สนธิ ยังไม่มีใครกล้าฟันธงชัดๆ

ทฤษฎีแรก เขาเป็นคนที่รู้มาก เกินไป เก็บงำความลับของผู้ยิ่งใหญ่หลายคน
จนกลายเป็นบุคคลอันตรายที่ต้องลงขันเก็บ
ทฤษฎีที่สอง เป็นทฤษฎีว่าด้วยการจัดฉาก

การกลับมา ปรากฏตัวอีกครั้งของ "สนธิ" ไม่มีเนื้อหาใหม่ เป็นการไฮปาร์ครูปแบบเดิมๆ
โจมตีระบอบประชาธิปไตย ไม่เชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง 4 วินาที และไม่ไว้ใจนักการเมืองทุกพรรค
นอกจากพรรคการเมืองใหม่ พร้อมกับยกตนว่า เป็นสื่อมวลชนที่เลวน้อยที่สุด

จริง ๆ แล้ว ประเด็นใหม่ที่ออกมาจากปาก"สนธิ" มีเพียงประเด็นเดียว คือ การประกาศลาออก
จากหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่และจะกลับไปเล่นบทบาทพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอีกครั้ง

"ผมขอเป็น สนธิ คนเดิม ที่กล้าพูด กล้าแสดงออก ผมเป็นนายสนธิที่กลับมาใหม่ ...อีกครั้ง"
แกนนำพันธมิตรฯ ตัวพ่อ กล่าว

ประเด็นปลีกย่อย "สนธิ" ใช้เวลาสถานีเอเอสทีวี ถล่มยับพรรคประชาธิปัตย
์ที่ไม่จัดการขั้นเด็ดขาดกับม็อบเสื้อแเดง


นอกจากนี้ " สนธิ " ยังได้วิจารณ์แผนปรองดองของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ว่าเป็นการลอยแพสถาบันกษัตริย์

คนใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วิเคราะห์การที่นายสนธิ ออกมาอัดแหลกนายอภิสิทธิ์และ
พรรคประชาธิปัตย์ แบบไม่ซับซ้อนว่า "เราเป็นคู่ต่อสู้ของคุณสนธิ"

ทว่า คำถามใหญ่ที่คนในวงการเมืองวิเคราะห์กัน ณ ชั่วโมงนี้ก็คือ แกนนำพันธมิตรฯ
เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพล กำลังเล่มเกมอะไร ?

แน่นอนว่า นาทีนี้ บุคคลที่จะมานั่งเป็น หัวหน้าพรรคการเมืองการเมือง"คนใหม่" ก็คือ
ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา เจ้าของมหาวิทยาลัยรังสิต นายทุนพันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตย นั่นเอง ฉะนั้นแล้ว เป็นไปได้ว่า พันธมิตรฯ ที่นำโดยนายสนธิ กับ พรรคการเมืองใหม่
อาจเล่นเกม "แยกกันเดิน รวมกันตี"

" แยกกันเดินรวมกันตี" หมายถึง พรรคการเมืองใหม่ เล่นการเมืองบนดิน โดยเชื่อ(กันเอง)ว่า
ถ้ามีการเลือกตั้งก็น่าจะได้ ส.ส. 45-50 ที่นั่ง

ส่วนพันธมิตรประชาชนฯที่นำโดยสนธิ จะเล่นเกมมวลชนแบบเดิม ๆ ที่เคยประสบความสำเร็จ
มาแล้วในการไล่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์

เพราะพันธมิตรฯ ไม่เชื่อว่า เด็กอย่าง"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"และพรรคประชาธิปัตย์ จะจัดการ
กับ"ทักษิณ"และกลุ่มเสื้อแดง ทั้งแผ่นดินได้

หน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ต้องเป็นของคนเสื้อเหลือง (เท่านั้น) นี่คือ
ความเชื่อที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง


นอกจากนี้ การที่"สนธิ" ต้องถอดเสื้อคลุมนักการเมืองออกก็เพราะ
พันธนาการทางด้านกฎหมาย มากมายหลายฉบับ

ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 ที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยุ่งเกี่ยวกับสื่อ หรือ
ส่วนที่ว่า ด้วยการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
โดยเฉพาะมาตรา 269 ซึ่งเป็นมาตรการที่เคยใช้เล่นงานอดีตนายกฯทักษิณ
จนประสบวิบากกรรมจนถึงบัดนี้


เพราะต้องอย่าลืมว่า แบล็คกราวน์ของความเป็นนักธุรกิจการเมือง
ของ"สนธิ"กับ"ทักษิณ" มิได้แตกต่างกัน


ถ้า"สนธิ"ยังเล่นบทผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อยู่ต่อไป ย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกเล่นงาน
เช่นเดียวกับ นักการเมืองหลายสิบคนที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ

การกลับไปเล่นบทแกนนำพันธมิตรฯ จึงปลอดภัยและคล่องตัวกว่าการเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง
ที่เสี่ยงสูงด้วยคมกฎหมาย

ขณะที่นักวิชาการที่วิเคราะห์เบื้องหลังได้อย่างชัดเจนที่สุด คือ "ไชยันต์ ไชยพร" อาจารย์คณะรัฐศาสตร์
จุฬาฯ ที่วิเคราะห์ว่า "นายสนธิ อาจมีแผนเพื่อเตรียมการตอบโต้การเคลื่อนไหวของ แนวร่วมประชาธิปไตย
ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หากรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพลี่ยงพล้ำ"

นาที นับจาก "สนธิ" กระโดดลงสู่สมรภูมิอีกครั้ง น่าจับตามองเป็นที่สุด

ท่ามกลางกระแสข่าวลือ ปฎิวัติรัฐประหาร อีกรอบ !!!

( อ่านประกอบ เด่นวันนี้ เปิดขุมทรัพย์ล่าสุด "สนธิ ลิ้มทองกุล" )

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ