หลุมพราง...นิรโทษกรรม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

หลุมพราง...นิรโทษกรรม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Apr 21, 2009 2:33 am

คมชัดลึก :พท.เข็นร่างพรบ.ปรองดองอีกรอบ ก่อนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย เสนอร่าง พรบ.ว่าด้วยความปรองดองเเห่งชาติว่า ถือเป็นสิทธิที่สามารถเสนอกฎหมายได้ แต่ทั้งนี้ จะกลายเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งของสังคมหรือไม่ เห็นว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา

สาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะเป็นไปเพื่อหวังให้เกิดความปรองดอง โดยจะพิจารณาการกระทำความผิดทางการเมือง ที่เกิดขึ้นหลังจากการปฏิวัติรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 และเหตุการณ์ก่อนการปฏิวัติที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยจะไม่เน้นยกโทษความผิดเฉพาะตัวบุคคล

ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้ให้อภัยเฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่จะพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติรัฐประหาร เนื่องจากความขัดแย้งเกิดจากมีบุคคลบางกลุ่มไม่ได้รับความเป็นธรรม มีการตั้งหน่วยงาน องค์กร แก้ไขกฎหมาย และหน่วยงานรัฐถูกใช้เป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่มีการตั้งบุคคลที่เป็นศัตรูกันมาตรวจสอบ จึงควรยกเลิกและให้อภัยโทษคดีที่อยู่ในการดูแลของคตส.ด้วย นอกจากนี้ยังรวมถึงกรณีที่พันธมิตรฯ บุกยึดสนามบิน ก็จะพิจารณาให้มีอภัยโทษเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ส.ส.ที่ร่วมเสนอครั้งนี้จะมีการหารือกับแต่ละพรรคในวันที่ 26 มี.ค.อีกครั้ง

สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีดังนี้ เนื่องจากในปัจจุบันเหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ประชาชนแบ่งแยกทางความคิดรุนแรงจนมีการแบ่งเป็นฝักฝ่าย ขัดแย้ง ขาดความสามัคคี ขาดความสมานฉันท์ ทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นไหว ขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงของชาติทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง จนอาจเป็นอันตรายต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อให้ประเทศกลับสู่ความสงบเรียบร้อย สมควรสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยการปฏิเสธและไม่ยอมรับอำนาจที่ได้มาโดยมิชอบของบุคคลหรือคณะบุคคล ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงได้เดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตราสำคัญๆในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีดังนี้ มาตรา 2 ระบุให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 3 เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ ให้นิรโทษกรรมบรรดาการกระทำ ผู้ถูกกระทำทั้งหลายของบุคคลใดๆซึ่งได้กระทำระหว่างวันที่ 19 ก.ย. 2549 ถึงวันที่ 5 พ.ค. 2552 หรือการกระทำก่อนวันที่ 19 ก.ย. 2549 ที่เกี่ยวเนื่องซึ่งได้รับผลร้ายจากองค์กรที่เกิดจากการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขวันที่ 19 ก.ย. 2549 ในความผิดที่เกี่ยวกับ
1) การกระทำที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขวันที่ 19 ก.ย. 2549 รวมทั้งการกระทำการตามคำสั่งหรือประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย
2) การกระทำในการชุมนุมหรือเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม การกล่าวหรือการไขข่าว ไม่ว่าโดยวาจาหรือการโฆษณาใดๆเพื่อเรียกร้องทางการเมืองในการต่อต้านการบริหารราชการแผ่นดินหรือการต่อต้านการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขวันที่ 19 ก.ย. 2549
3) การกระทำที่เป็นเหตุให้บุคคลหรือคณะบุคคลผู้ถูกสอบสวน ไต่สวน ดำเนินคดีหรือวินิจฉัยจากบุคคล คณะบุคคลหรือองค์กรตามคำสั่งหรือประกาศของคณะปฏิรูปปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ให้รวมถึงการกระทำที่บุคคลหรือคณะบุคคลที่ถูกสอบสวน ผู้สอบสวน ไต่สวน ดำเนินคดี หรือวินิจฉัยจากบุคคลหรือคณะบุคคลหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2540 ที่เกี่ยวข้องทางการเมืองด้วย
4) การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ทหาร ข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นๆไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือคณะบุคคลหรือประชาชนที่ได้กระทำในการควบคุมการชุมนุม การสลายการชุมนุม ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ราชการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม
5) การกระทำอื่นใดอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระหรือองค์กรอื่นใดตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ. 2549 ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำตาม 1) 2) 3) 4) แล้วแต่กรณีหรือการกระทำเพื่อดำเนินการทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2540

ผู้ได้รับนิรโทษกรรมตาม 1)ให้รวมถึงผู้กระทำทั้งในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ หากการกระทำนั้นเป็นความผิดกฎหมายให้ผู้นั้นพ้นจากความผิดและความผิดทั้งในทางอาญา ทางแพ่งและทางปกครอง หากการกระทำผิดนั้นผิดกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง หากผู้นั้นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้คืนสิทธิการเลือกตั้งให้บุคคลดังกล่าวด้วย
มาตรา 4 การนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ ตามร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับนิรโทษกรรมในอันที่จะเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น และ มาตรา 5 ให้นายกฯรักษาการตามพ.ร.บ.ฉบับนี้

อ่านข่าวเต็มๆได้ที่ คมชัดลึก

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

"ปรองดอง" งั้นหรือ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Apr 21, 2009 3:03 am



"ปรองดอง" งั้นหรือ

ประเทศชาติ ต้อง"ฉิบ"หาย ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

คนในประเทศ เกิดความแตกแยก แบ่งสี แบ่งพวก ตั้งแต่เด็กเล็ก ยันแก่ใกล้เข้าโลง

หลายคนบาดเจ็บ พิการ ล้มตาย ข้าวของทรัพย์สินเสียหาย

ยังหาตัวผู้ที่มารับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้

บทสรุปกลายเป็นว่า "จบจ้อย" ซะงั้น


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลุมพราง...นิรโทษกรรม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Apr 21, 2009 3:16 am



แยกกันโต... ร่วมกันตี

โดยเอาประเทศชาติ และคนในประเทศเป็นเหยื่อให้ "กัดและฆ่า" กันเอง

เมื่อคนในประเทศชาติ แตกแยกกัน"เบ็ดเสร็จ"แล้ว

ก็ "ตบ..หน้าและตี..กบาล" ด้วยคำง่ายๆและสั้นๆว่า "ปรองดอง"

พร้อม "หลอกล่อ" ด้วยคำว่า "นิรโทษกรรม"

แต่หากมองให้ลึก จะพบว่า

"หายนะของประเทศชาติ" กำลังมาเคาะประตูหน้าบ้านท่านแล้ว

และนี่คือ "หลุมพราง" ที่น่าสะพรึงกลัว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลุมพราง...นิรโทษกรรม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Apr 21, 2009 3:43 am


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

555

ตั้งหัวข้อ  555 on Tue Apr 21, 2009 9:56 pm

หนึ่งความคิด คือหนึ่งคำอธิษฐาน หากช่วยกันคิดดี คิดในทางบวก ก็เท่ากับช่วยกันอธิษฐานให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง

เราควรที่จะฝึกคิดในสิ่งที่ดี ที่เป็นสิริมงคล มากกว่าการเอาชนะ การแข่งขัน การแก่งแย่ง

เราควรที่จะฝึกเข้าใจ มากกว่าที่จะยึดความถูกต้อง หรือความยุติธรรม หลายครั้งที่คนฆ่ากันเพราะเห็นว่าไม่ได้รับความถูกต้องและความยุติธรรม ถ้าเราฝึกที่จะเข้าใจ เราก็จะไม่มีเรื่องกับใครเลย เพราะเราเข้าใจ

เมื่อเข้าใจคนที่มีกิเลส มันก็จบ ไม่จำเป็นต้องไปทะเลาะกับคนเหล่านี้ เพราะมันไม่ได้ทำให้กิเลสของเขาลดลง แม้แต่ตัวเราเองก็มีกิเลส มีความเห็นว่าตัวเองถูกต้อง ตัวเองดี เป็นผู้มีความยุติธรรม ทั้งๆที่กิเลสก็เต็มหัวใจไม่ต่างจากเขา สรุปแล้วคือเลวทั้งคู่

ทำใจของเราให้เป็นกลาง มองโลกอย่างเข้าใจ เมื่อนั้นเราจะพบความสุขและความสบายใจ

หากเอาชนะทุกๆคนได้ สมปราถนาทุกๆอย่าง แต่ใจร้อนรน กระวนกระวาย ไม่มีวันสิ้นสุด ก็ไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น

555
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลุมพราง...นิรโทษกรรม

ตั้งหัวข้อ  nothing on Wed Apr 22, 2009 1:23 am

คัมภีร์โบราณกล่าวไว้ว่า
ไม่เข้าข้างคนของตน
ไม่ลำเอียงเพราะรัก
ไม่เห็นแก่ตัว
ไม่ถือเอาประโยชน์ส่วนตัวเป็นใหญ่
จึงจะเป็นผู้ดำรงอยู่ในธรรม
ปกครองบ้านเมืองได้เรียบร้อย

ถ้าระเบียบแบบแผนบริหารราชการแผ่นดิน
สับสนไม่มีระเบียบแบบแผนและประสิทธิภาพ
ก็จะเกิดความวุ่นวายขึ้น

ถ้าเหตุเล็กน้อย
ซึ่งทำให้วุ่นวายมิได้ถูกกำจัดโดยเร็ว
จะเกิดความเสียหายแก่แผ่นดิน

ขจัดความวุ่นวายของราชการ
ต้องลดจำนวนข้าราชการให้น้อยลง

การให้รางวัลและการลงโทษ
จะเป็นผลดีที่สุดได้

ต้องให้รางวัลผู้มีความดีงาม
ลงโทษผู้มีความผิด
การให้รางวัลเป็นวิธีการที่ดีในการส่งเสริมให้คนทำความดี
การลงโทษเป็นวิธีที่ดีในการส่งเสริมให้คนละชั่ว

จัดการให้เบื้องบนตั้งตนอยู่ในศีลธรรม
เบื้องล่างก็จะประพฤติตามทำนองครองธรรม

จัดการเรื่องใหญ่ได้
เรื่องเล็กน้อยก็แก้ไขได้

ประมุขควรระงับความดีใจและความไม่พอใจ
ไม่ควรดีใจในสิ่งที่ไม่ควรดีใจ
ยามดีใจหรือไม่พอใจ
อย่าให้อารมณ์ครอบงำสติสัมปชัญญะเราได้

จัดการผู้มีกำลังกล้าแข็งได้
ผู้อ่อนแอก็เงยหน้าอ้าปากขึ้นได้
จัดการต้นเหตุได้เรียบร้อย
เรื่องปลายเหตุก็เรียบร้อย

จัดการเรื่องภายในประเทศได้เรียบร้อย
เรื่องภายนอกประเทศก็ราบรื่น

จัดการเรื่องของตัวให้ดีก่อน
จึงจัดการเรื่องของคนอื่น
ถ้าเราจัดการให้เกิดความเรียบร้อยได้
การบริหารประเทศก็มีประสิทธิภาพ

ถ้าเราตั้งกฏวินัยได้
การลงโทษก็จะเกิดความยุติธรรม

อันตรายเกิดจากความปลอดภัย
ความพินาศเกิดจากความมั่นคง
ผลร้ายเกิดจากผลดี
ความยุ่งยากเกิดจากการปกครองที่คิดว่าดีแล้ว
ดังนั้น
ผู้รู้ที่หวังจะปกป้องเหตุร้าย
ต้องมองเห็นเหตุใหญ่จากเหตุเล็กน้อย
หรือมองเห็นเหตุบั้นปลายจากบั้นต้น

ยามต้องจัดการให้เด็ดขาด
แต่มิได้จัดการให้เด็ดขาด
จะเกิดความพินาศได้

ประมุขต้องแก้ไขตัวให้ตั้งอยู่ในความดี
จึงจะสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตามได้
ถ้าประมุขไม่รู้จักแก้ไขตัวเองให้ตั้งอยู่ในความดี
จะไม่มีผู้ทำตามคำสั่ง
ถ้าไม่มีผู้ทำตามคำสั่ง
ประเทศชาติก็จะเกิดความวุ่นวายเดือดร้อน

เรื่องใหญ่เริ่มจากความลำบาก
เรื่องเล็กเริ่มจากความง่าย
ดังนั้น
เมื่อจะคิดถึงผลดี
ควรจะคิดถึงผลเสียด้วย
เมื่อคิดถึงความสำเร็จ
ก็ควรคิดถึงความล้มเหลวด้วย

nothing
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

555

ตั้งหัวข้อ  555 on Wed Apr 22, 2009 10:36 am

เพราะความที่เราปฏิบัติน้อย แต่อ่านและจดจำมาเยอะ ทำให้รู้สึกว่ามีความรู้มากมายที่จะตอบคำถามต่างๆได้ แต่ธรรมจริงๆนั้น ไม่ใช่ตัวหนังสือ ไม่ใช่การจดจำ ไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้ แต่ผู้ถึงธรรมแล้วรู้สึกและเข้าใจได้เหมือนๆกัน

แม้อธิบายออกมาต่างกัน แต่ผู้ถึงธรรมย่อมเข้าใจกันและกัน ไม่เถียงกัน ไม่ขัดแย้งกัน แม้ทำที่อธิบายนั้นอาจดูขัดแย้งในสายตาผู้ที่โง่เขลาและยังห่างไกลจากธรรม

บางคนหาความหมายของธรรมะ และพยายามบอกว่ามันต้องมีคำจำกัดความเป็นเช่นนี้จึงจะถูกต้อง แสดงว่าคนคนนั้น ยังห่างไกลจากธรรมมะมากเกินไป

555
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลุมพราง...นิรโทษกรรม

ตั้งหัวข้อ  nothing on Wed Apr 22, 2009 10:51 am

คิดว่าตนเองบรรลุธรรม คือ การมองไม่เห็นธรรม
บางสิ่งบางอย่างก็เกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจ

nothing
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ