สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Apr 21, 2009 11:37 am

ปีที่ 2 ฉบับพิเศษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2542

สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

ความเห็นทางวิชาการ

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถร เทพเจ้าแห่งแดนอิสาน ท่านเป็นผู้สั่งสอนวิชชาธรรมกาย แก่พุทธศาสนิกชนชาวเขาในจังหวัดเชียงใหม่ (ตั้งแต่ สมัยผู้เขียนหนังสือ กรณีธรรมกาย และ ขบวนการทั้งหลาย ยังเป็นวิญญาณล่องลอยหาที่เกิดไม่ได้อยู่เลย) และผู้ที่เข้าถึง ธรรมกาย ย่อมจะได้พบ เห็นและเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นปกติวิสัย อันเป็นการยืนยันถึงพระสัทธรรมคำสั่งสอน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า สันทิฏฐิโก เป็นสิ่งที่ผู้ ศึกษาและปฏิบัติ เห็นได้ด้วยตนเอง อกาลิโก เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลจริงไม่จำกัดกาล เอหิปัสสิโก เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดู เถิด และปราศจากความสงสัย ในข้อความ พระไตรปิฎกเถรวาท อิติวุตตกะ ขุททกนิกาย (25/300/272) ว่า

..มีสติตั้งมั่นเป็น สมาธิจิต ถึงความเป็นเอกัคตา สำรวมอินทรีย์แล้วไซร้ ภิกษุนั้นชื่อว่าอยู่ใกล้กับเรา แม้เราก็อยู่ ใกล้กับภิกษุนั้นโดยแท้ ภิกษุทั้งหลาย ข้อนั้นเพราะเหตุว่า ภิกษุนั้นเห็นธรรม เมื่อเห็นธรรมก็ชื่อว่า เห็นเราแล

ปรากฏเป็นหลักฐานยืนยันในหนังสือประวัติของท่านให้ชาวพุทธว่า ..ความจริงก็คือท่านถึง พุทธะ ธรรมะ สังฆะ ประจักษ์ในใจของคำว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต และเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า นี่คือคำกล่าวของพระสุปฏิปันโนผู้เป็น พระอาจารย์ใหญ่สายวิปัสสนา ซึ่งศิษย์รุ่นแรก ของท่านคือ พระอาจารย์สุวรรณ พระอาจารย์สิงห์ พระมหาปิ่น ปัญญาพโล พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์ขาว พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นต้น ซึ่งพระอาจารย์แต่ละท่าน ที่ได้กล่าวนามมานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นที่เคารพบูชาทั้งสิ้น นี่คือความจริง ที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ท่านพระอาจารย์มั่นมรณภาพเมื่อ พ.ศ.2492 ตั้งแต่ผู้เขียนหนังสือ กรณีธรรมกาย ยังไม่รู้หนังสือ (7 ขวบ) แม้กระทั่งประวัติท่าน พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถร ซึ่งกล่าวถึงการสอนและวิธีปฏิบัติ วิชชาธรรมกาย เรียบเรียงขึ้นโดยท่านหลวงตา มหาบัว ญาณสัมปันโน ตั้งแต่ พ.ศ.2514 ทั้งยังปรากฏอรรถาธิบาย และวิธีในคืนตรัสรู้ มาปฏิบัติโดยใช้สมาธิ นิมิตแสงสว่าง (เรียกว่าอาโลกกสิณ ปรากฏในคัมภีร์วิสุทธิมรรค) เช่น ในบาลี อุปกิเลสสูตร สุญญตวรรค (14/302/452) และพระไตรปิฎกอีกหลายแห่ง แต่ผู้เขียน กรณีธรรมกาย กล่าวอ้างว่า ไม่มีวิธีปฏิบัติและ ไม่สามารถเห็นได้ด้วยสมาธิ พระไตรปิฎกคือพระเทศนาของ พระพุทธเจ้าองค์พระศาสดา หากไม่ให้เชื่อก็แสดงว่า ผู้เขียน กรณีธรรมกาย เป็น ศาสดาเสียเองกระมัง แสดงให้เห็นถึงเจตนา เพื่อให้เกิดความเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระสัทธรรมอันปรากฏในพระไตรปิฎกบาลี ที่ใช้ เป็นหลักของเถรวาท อีกทั้งยังจาบจ้วงบิดเบือนพระไตรปิฎกว่าไม่มีคำกล่าวถึงอายตนนิพพาน

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Apr 21, 2009 11:38 am

ทั้งๆ ที่ในพระไตรปิฎกบาลีเถรวาท ทีฆนิกาย สีลักขันธ วัคค (9/277-283/343-350) อธิบายลักษณะของนิพพานว่า คือ อายตนะหนึ่ง ซึ่งบุคคลพึงรู้แจ้ง เป็นสิ่งที่ไม่มีปรากฏการณ์ ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ทางปฏิบัติเข้าถึงได้นั้นมีอยู่...

และในพระไตรปิฎกบาลี อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (21/25/21) ว่า ..แม้แต่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ล่วงไปแล้ว ในอดีต ก็ได้ สักการะพระธรรมนั้นเอง แลเข้าไปอาศัยอยู่ แม้ จักตรัสรู้ข้างหน้า ก็จักสักการะเคารพธรรมนั้นเอง แลเข้าไปอาศัยอยู่...

หากเป็นเณรน้อยเพิ่งบวชสองวันก็ว่าไปอย่างเพราะไม่มีความรู้ แต่ผู้เขียน กรณีธรรมกาย มีภูมิรู้ระดับพุทธศาสนบัณฑิต (เกียรตินิยม อันดับ 1) ทั้งยังได้รับความเชื่อถือจากประชาชน และสถาบันอุดมศึกษาถึง 8 แห่งได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิต (ด๊อกเตอร์) ให้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็น ที่ปรึกษาจัด ทำพระไตรปิฎกคอมพิวเตอร์ ให้กับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง นั่นหมายถึงมีความรอบรู้พระไตรปิฎกอย่างแตกฉาน ฉะนั้น การแปล ความหมายในพระบาลีของคำว่า อายตนะ ซึ่งแปลว่า ที่อยู่ (ผู้เขียน กรณีธรรมกาย แปลเอง หน้า 45) และคำว่า ที่อยู่ ภาษาไทยก็หมายถึง สถานที่อยู่อาศัย เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ เป็นรูปธรรม หากแปลตามหลักบาลีก็ตรงกับคำว่า อัตตา (หรือจะเถียงว่า รูปธรรม ไม่ใช่ อัตตา อีก) ดังนั้น เมื่อสรุปรวมความแล้ว เมื่อพระพุทธองค์ ทรงแสดงพระเทศนาไว้ปรากฏว่า นิพพานเป็นอายตนะ ถ้าไม่ให้แปลว่า นิพพานเป็นอัตตา จะให้แปลว่ายังไง ???

เมื่อทางวัดพระธรรมกาย ได้เทศนาสั่งสอนไปตามพระพุทธธรรมเทศนา อันปรากฏในพระไตรปิฎก และสั่งสอนให้สัทธิวิหาริก และอันเตวาสิก ปฏิบัติโดยเคร่งครัด ตามระเบียบการศึกษา วิปัสนาธุระ (ข้อ7) กลับมีความผิดตามวินัยบัญญัติ สิกขาบท ที่ 8 สัปปานวรรค (คัดค้านพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า อันมีในพระไตรปิฎก) ท่านเทศน์ของท่าน ตามพระไตรปิฎกที่ว่า นิพพานเป็นอายตนะ อ้าว.. กลับว่า อวดอุตตริมนุสสธรรม ประพฤติผิดวินัยเป็นอาจิณ ก็เสนอฟ้องให้ลงนิคหกรรม จับสึกกันทั้งเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส...ไหงเป็นงั้น (ใครเพี้ยนกัน แน่เนี้ย)

เอางี้ง่ายๆ ผู้เขียนหนังสือ กรณีธรรมกาย ก็ทำสังคายนาพจนานุกรมบาลีขึ้นมาใหม่ เปลี่ยนความหมายคำว่า อายตนะ ให้หมายถึง อนัตตา เสียเลยเป็นไง ถ้าทำไม่ได้ นั่นหมายถึง เจตนาบิดเบือนพระไตรปิฎกบาลีของเถรวาท จาบจ้วงพระสัทธรรม อันเป็นคำเทศนาของ พระสัมมา สัมพุทธเจ้า โดยผู้เขียนหนังสือ กรณีธรรมกาย อย่างไม่มีทางเลี่ยง ตามประจักษ์พยานอันปรากฏ แก่สาธารณชน เป็นสาเหตุก่อให้เกิดความ ไม่ปกติสุขขึ้นในบ้านเมือง ถึงขนาดส่งเจ้าหน้าที่ปราบจลาจล ซึ่งใช้กับสถานการณ์ไม่สงบโดยเฉพาะมาปฏิบัติหน้าที่ (ผู้เขียน กรณีธรรมกาย ไม่สามารถใช้รัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 39 มาคุ้มครองได้เพราะ ขัดกับวรรค2) และเมื่อพิสูจน์โดยประจักษ์พยาน วัตถุพยาน พยานแวดล้อม และเหตุผลแล้ว สิ่งที่กล่าวหาทั้งสิ้น ล้วนเป็น ความเท็จในทุกเรื่องทุกกรณี น่าแปลกไหมล่ะ ที่บุคคลกลุ่มนี้ยังไม่ยอมเลิกลา เนื่องจากงานที่รับมา จากต่างชาติ ยังไม่บรรลุเป้าประสงค์นั่นเอง

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Apr 21, 2009 11:39 am

สิ่งที่พุทธศาสนิกชนประจักษ์ดีก็คือ เหตุการณ์ในขณะนี้ที่รุนแรง และเสียหายแก่พระพุทธศาศาสนานั้น ส่วนใหญ่เกิดจากข้อความ อัน บิดเบือนข้อเท็จจริง อันเกิดจากการเผยแพร่ข้อความ ของหนังสือกรณีธรรมกาย ซึ่งมิได้เขียนขึ้น โดยผู้ขาดความรู้ทางพุทธศาสนา หรือโดยบุคคล ที่ขาดสติสัมปชัญญะแต่อย่างใด เป็นการใตร่ตรองอย่างรอบคอบ ละเอียดสุขุมด้วยปัญญาอย่างดีมาแล้ว

ดังนั้น สิ่งไม่ปกติและนำความเสื่อมเสียมาสู่สังคมโดยรวม อันเกิดจากฝีมือของบุคคลระดับปัญญาชนอัจฉริยะเช่นนี้ จึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น โดยปกติธรรมดาแน่นอน ต้องมีอะไรแอบแฝง อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน ครับ ความจริงเป็นเช่นนั้น เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ผมและผู้บังคับ บัญชาหน่วยกำลังรบระดับสูง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางยุทธวิธี ทางการรบนอกแบบ ได้ติดตามพฤติกรรมและการดำเนินงานของกลุ่มบุคคล ผู้ไม่หวังดี ต่อประเทศชาติของเรามาโดยตลอด เพราะองค์กรต่างชาตินั้นได้ใช้ความพยายามทุกรูปแบบ ทุกวิถีทาง ที่จะยึดครอง กลืนเศรษฐกิจ ของชาติไทยให้สำเร็จ ซึ่งผมก็ได้นำเสนอต่อ ฝ่ายเสนาธิการทหาร ไปตั้งแต่เดือน พ.ย.2540 ซึ่งทาง สมช.และ บก.สูงสุด ได้รับทราบข้อมูลนี้ แต่มี การเปลี่ยนรัฐบาลเสียก่อน จากนั้นใน เดือน เม.ย.2541 จึงได้มีการนำข้อเขียนของผมบางส่วน ลงตีพิมพ์ในหนังสือของกองทัพบก เพื่อส่งสัญญาณ เตือนรัฐบาลปัจจุบัน ที่ไม่ได้เฉลียวใจหรือไม่เข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทยเรา

สูตรสมการกลืนชาติ คือ E = MOC2 มีความหมายดังนี้
E (Economic) เศรษฐกิจ

M (Mental) สร้างความเชื่อใหม่ สลายศรัทธาเดิม

O (Organization) สร้างกระแส สลายองค์กร

C (Cash Value) ทำลายด้วยค่าของเงิน

C (Cash control) ควบคุมระบบการเงินแบบเบ็ดเสร็จ

(ผมได้เขียนรายละเอียดไว้ในเรื่อง ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ วารสาร เสนาธิปัตย์ รายสี่เดือน สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง ฉบับที่ 2 พ.ค.- ส.ค.2541 ท่านผู้อ่านขอได้จาก บก.นสพ. พิมพ์ไทย)ในที่นี้ขอกล่าวถึงเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเท่านั้น

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Apr 21, 2009 11:40 am

ยุทธวิธีการกลืนชาติก็คือ การทำลายศิลปวัฒนธรรม สังคม ศาสนา โดยการยึดพื้นที่ทางสมองให้ได้ (Mental) ถาวร เพื่อให้ลืมความเป็นชาติ (สังเกตได้ว่าใครทำตัวชาตินิยมจะโดนโจมตี) และเนื่องจากสินค้าออกหลักของประเทศมหาอำนาจนั้นคือสินค้า ด้านบริการ/บันเทิง (Entertainment) ทุกชนิดเช่น อินเตอร์เนท ยังหมายรวมไปถึง ยาปลุกอารมณ์ทางเพศ สิ่งกระตุ้นต่างๆ ฯลฯ ที่มาในรูปแบบต่างกันไป ซึ่งแต่ละชนิดนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ขัดกับหลักคำสอน ของศาสนาทั้งสิ้น หากศาสนามีอิทธิพลมาก จะทำให้ สินค้าดังกล่าว ลดจำนวนลง เพราะขาด ผู้บริโภค ดังนั้นอุปสรรค ด่านแรกคือศาสนา เป็นสิ่งที่ต้องทำลายให้ได้ ดังจะเห็นตัวอย่าง ในประเทศเกาหลี ซึ่งวัดที่ใหญ่ที่สุด และพระอยู่สงบสุข ตลอดมา แต่ไม่นานมานี้ พระสงฆ์องค์เจ้า ญาติโยม เอารถถังรถบรรทุกไล่ฆ่ากัน อันเป็นเหตุไม่เคยปรากฏ ต่อมาก็คืออินโดนิเซีย อิสลาม กับคริสต์ อยู่ร่วมกันมาเป็นร้อยๆ ปีไม่มีปัญหา แล้วเป็นไง ฆ่ากันตายเป็นพันๆ ยิ่งกว่าเกิดสงคราม นี่คือคำตอบที่ไม่ต้องการคำถาม

ทีนี้มาถึงคิวของประเทศไทย ถ้าถามคุณว่าวัดไหนที่ใหญ่ที่สุด บุคคลากรมีคุณภาพที่สุด มีพระมากที่สุด คนศรัทธามากที่สุด วัดไหนที่ นักเรียนตัวน้อยๆ นักศึกษา ข้าราชการ ใช้เป็นที่อบรมมากที่สุด ในประเทศไทย แน่นอน คุณก็ต้องถึงบางอ้อ แน่นอน วัดพระธรรมกาย เห็นไหม? แค่นี้คุณก็ตอบได้ ไม่ต้องถามว่า ทำไมเขาไม่ทำลายวัดอื่น จ้องทำลายแต่วัดพระธรรมกาย แต่นั่นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะความจริงแท้ก็คือ เป็นวัดใหญ่ เป็นที่สนใจของสังคม และสามารถกระจายข่าวได้เร็ว และการสร้างความเชื่อใหม่ สลายศรัทธาเดิม จะประสพผลเร็ว ยิ่งขึ้น และจุดที่ จะทำลายคือ ทำให้องค์กรปกครอง คณะสงฆ์ไทย (มหาเถรสมาคม) หมดโอกาสตัดสินใจ เพราะมีแต่เสียกับเสีย และนี่คือเป้าประสงค์หลัก ในการ สลายองค์กรพุทธศาสนาในประเทศไทย โดยมีแผนงาน และการจัดบุคลากรอย่างเป็นระบบ แบ่งการดำเนินงานเป็นขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 (ใช้เวลา 20 เดือนเริ่ม 1 ม.ค.2540 สิ้นสุด ก.ค.2541) เพื่อยึดครองพื้นที่ทางสมอง M(Mental) สร้างความเชื่อใหม่ สลายศรัทธา เดิม เพราะเป็นขั้นตอนที่ยาก โดยเริ่มเมื่อ 1 ม.ค.2540 ก่อตั้งศูนย์ศาสนา ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีหลักสูตรการสอนหลักคือ ไม่ให้เชื่อคำสอน วิธีทางศาสนาหรือ พิธีการอันพิสูจน์ไม่ได้โดยวิธีวิทยาศาสตร์ (อยากถามว่า การทำสมาธิพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ได้ไหม?) ซึ่งผู้เขียน กรณีธรรมกาย เป็นอาจารย์สอน และใช้คำพูดในหนังสือของตนว่า ผู้ที่ใช้วิธีทางจิต ... ความสุขที่เราได้มานี้ มากับความดื่มด่ำแบบ ลุ่มหลง ที่ไม่ต่างกันนักกับ ความสุขของคนเสพยา.. จากนั้น โปรโมทผู้เขียนกรณี ธรรมกาย ทางโทรทัศน์วันละ 3 เวลาทุกช่อง ครั้งละประมาณ 20 นาที ตลอดขั้นตอน (ช่วยถามหน่อยว่า ใช้เงินจากที่ไหน? ใครศรัทธาออกเงินให้) เพื่อสร้างความยอมรับให้เกิดขึ้นในสังคม ในขณะที่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ก็มีคุณูปการ ควรที่เผยแพร่ประวัติของท่าน หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่สร้างสาธารณะประโยชน์ น่าจะยกเป็นตัวอย่าง ก็ได้? แต่เปล่า มีใครตอบได้ไหม ด้วยเหตุและผลว่า ทำไม? เป็น การวางพื้นฐาน ทางด้านกำลังหนุนของ สถาบันศึกษาระดับสูงใ นขั้นต่อไปทุกระดับ ใช้ระยะการทำงาน ประสานเสริม ขั้นตอนละ 4 เดือน

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Apr 21, 2009 11:42 am

ขั้นตอนที่ 2 (เริ่ม ส.ค.-ต.ค.2541)ใช้ระบบ O-(Organization) สร้างกระแส สลายองค์กร โดยโจมตีการเกิดปาฏิหาริย์ตะวันแก้วว่า เป็นเรื่อง หลอกลวง เพื่อทดสอบกระแส เมื่อไม่มีแรงต้านทางด้านสังคม หรือผู้มีจิตศรัทธาในวัดพระธรรมกาย การโจมตีเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เป็นระยะๆ ในขณะเดียวกัน สมาชิกขององค์กรที่ต่อต้านวัดพระธรรมกาย เริ่มมากขึ้น จากแนวร่วมรายการวิทยุ เนื่องจากการสลายองค์กรขนาดใหญ่มิใช่ จะกระทำได้ง่ายๆ ฉะนั้น จึงมีการโจมตีให้เหมือนจริง แต่เป็นจริงในเท็จ เช่นเรื่องกรีนการ์ด เรื่องสีกา ฯลฯ ทั้งนี้เป็นลักษณะสลายผู้ศรัทธา ให้น้อย ลง พร้อมกับเตรียมประสานสื่อทางโทรทัศน์ เพื่อใช้เป็นตัวรุกปลุกกระแสแนวตั้งรับ

ขั้นตอนที่ 3 (เริ่ม พ.ย.2541 สิ้นสุด ก.พ.2542) ใช้ระบบC-(Cash Value) ทำลายด้วยค่าของเงิน เป็นช่วงที่มีการออกข่าวทุกแขนง ว่าด้วย เรื่องของ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย โกงที่ดิน โกงเงินวัด ถึงขนาดเอาโฉนดมาเปิดเผย จะเป็นไปในเรื่องของ Cash Value ทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน เป็นการรอคอย พ.ร.บ.การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ (ให้ต่างชาติเช่าได้ 100 ปี) ผ่านสภาฯ กระแสรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม มีการ ออกหนังสือ กรณีธรรมกาย แจกจ่ายทั่วประเทศ (ใครให้ทุน) พร้อมๆ ไปกับการโจมตีเรื่องแนวการสอน นิพพานเป็นอัตตา ว่าผิด บิดเบือน พระไตรปิฎก เป็นศัตรูศาสนาต้องกำจัด และการสลายศรัทธาของพุทธศาสนิกชน จากการประกอบกุศล โจมตีศาสนวัตถุว่า ทำให้เสียเศรษฐกิจ ฯลฯ เริ่มโจมตีองค์กรปกครองสงฆ์ไทย

ขั้นตอนที่ 4 (เริ่ม มี.ค. สิ้นสุด มิ.ย.2542) (Cash con-trol) เนื่องจาก การเข้าควบคุมระบบการเงินอย่างเบ็ดเสร็จ เป็นขั้นตอนสุดท้าย ของการ กลืนชาติ มิอาจกระทำได้อย่างสมบูรณ์ เพราะหลังจากที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เงินประมาณนับแสนล้าน ในธนาคารพาณิชย์ของไทยในปัจจุบัน ซึ่งมากกว่าเงินในด้านธุรกิจ ลงทุนใดๆ ซึ่งเป็นเงินที่รับบริจาค รวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์ อันจัดเป็นศาสนสมบัติของพุทธศาสนา คือที่ดินของวัด ซึ่งจะทำผลประโยชน์ให้มหาศาล ในอนาคตของระบบ (Bio-Tech) พื้นที่ เกษตรพันธุกรรม ซึ่งแน่นอน หากไม่สามารถยึดครองอำนาจ การปกครองคณะสงฆ์ได้ หรือสลายอำนาจให้ได้แล้วละก็ การกลืนชาติจะไม่มีวันสำเร็จถาวร เพราะอะไรหรือครับ ที่สมการนี้กลัวที่สุดคือ เมื่อใดก็ตามที่ องค์กรปกครองคณะสงฆ์ไทย ปลุกจิตสำนึกชาตินิยม ให้สมภารวัดเพียงแค่ 30,000 รูป (น้อยกว่า เข้าชื่อถอดรัฐมนตรี ไม่ต้องเข้า ศาลรัฐธรรมนูญ) โดยวัดทุกวัดในประเทศไทย ถอนเงินออกจากธนาคาร ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ในขณะนั้นม้วนเสื่อล้มทันที เพราะธนาคารเจ๊ง แน่นอน และยังต่อเนื่องไปถึง Entertainment Product ที่กล่าวไว้แต่ต้น

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Apr 21, 2009 11:42 am

ฉะนั้น การที่จะสามารถดำเนินการให้ได้ผลประโยชน์ในส่วนนี้ จึงต้องดำเนินการเปลี่ยนกฎหมายหรือออกกฎหมาย เพื่อยึดอำนาจการ ปกครอง สังฆมณฑล ควบคุมศาสนาพุทธ หรือคณะสงฆ์ไทยเสียใหม่ คือเปลี่ยนแปลง และ/หรือ ยึดครองอำนาจการปกครองสงฆ ์แบบเบ็ดเสร็จ จึงจะสามารถควบคุมผลประโยชน์ อันเกิดจากวัดในพระพุทธศาสนาได้ ซึ่งวัดพระธรรมกายจึงเป็นเพียง แพะหัวหน้าฝูง ที่ต้องถูกเชือด เพื่อเป็น ข้ออ้างออกกฎหมาย และทำลายอำนาจการปกครองของ องค์กรคณะสงฆ์ไทยได้ตามต้องการ

ฉะนั้น จึงโจมตีแบบไม่ยั้งไร้มารยาทต่อพระมหาเถรานุเถระ ที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม อันเป็นที่ศรัทธาของมหาชน องค์สำคัญ ไม่เว้น แม้กระทั่งองค์สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็น ประธานมหาเถรฯ (สลายศรัทธาเดิม) สื่อมวลชน เริ่มใช้ถ้อยคำหยาบคายกับพระสงฆ์ขึ้นเรื่อยๆ พร้อม กับเสนอให้ยกเลิก การให้ตำแหน่งพระราชาคณะ ขั้นตอนนี้กระแสการโจมตีนั้นจะถูก เบี่ยงเบนจากวัดพระธรรมกาย ไปสู่องค์กรปกครอง คณะสงฆ์ ทุกๆ กระแสที่เป็นแนวร่วมของผู้เขียน กรณีธรรมกาย ล้วนพุ่งเป้า ว่า ให้มีการปลด ลด ถอด แม้กระทั่งการรื้อระบบ โดยชี้นำว่า มีความ ไม่โปร่งใสในองค์กรปกครอง คณะสงฆ์ไทย ในทุกรูปแบบ ทุกวิธีการ ทุกสื่อ รวมไปถึงการจัดตั้งพิธีกรรมบังหน้า เพื่อล่ารายชื่อ โดยความเป็นจริง เพื่อใช้ในการขอแก้กฎหมายองค์กร ปกครอง คณะสงฆ์ใหม่ โดยใช้พิธีกรรมปัพพาชนียกรรม พระธัมมชโยเป็น ข้ออ้าง (เห็นได้ชัดว่าทำไม่ได้ เพราะพระพยอม ไม่ใช่อุปัชฌาย์ของพระธัมมชโย) ทุกหน่วยที่ประสานงาน สำแดงพลังกดดันเต็มที่

ไม่เว้นแม้แต่การดำเนินยุทธวิธีในสภาฯ กรรมาธิการศาสนา เสนอให้มีการออกกฎหมาย พระราชบัญญัติ สำหรับพระสงฆ์เสียใหม่ โดยให้มี องค์กรอิสระ เข้าไปดูแลกิจการการใช้จ่ายเงิน หรือศาสนสมบัติ ฯลฯ ของวัด รวมไปถึงการเสนอให้ยุบมหาเถรสมาคม หรือให้เลิกตั้งกรรมการ มหาเถรสมาคม โดยใช้ตำแหน่งพระราชาคณะ เปลี่ยนให้เป็นการเลือกตั้ง จากพระระดับใดก็ได้ เป็นพระหนุ่มยิ่งดี รวมไปถึงการ ต้องรีบโอน สมบัติที่พระทุกรูปได้มาให้กับวัด หากเก็บไว้มีความผิด โดยเฉพาะที่ดิน

แล้วขั้นตอนสุดท้ายก็มาถึงคือ นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก และสหาย เสนอให้สมเด็จพระสังฆราชลาออกจากตำแหน่ง ประธานมหาเถร สมาคม นั่นหมายถึง การลาออกจากประมุขของ องค์กรปกครองคณะสงฆ์ไทยนั่นเอง (ที่น่าสังเกตคือบุคคลระดับ แกนนำในการดำเนินการทั้งหมด มาจากกลุ่มเดียวกัน ปรากฏในหนังสือของ มูลนิธิสวนแก้ว ออกโดยวัดสวนแก้ว ของพระ พยอม กัลยาโณ) นี่คือการสลายอำนาจองค์กรสงฆ์ไทย การทำลายศาสนาพุทธนั่นเอง ซึ่งหากทำขั้นตอนสุดท้ายนี้ได้สำเร็จ นั่นก็คือการได้เข้าควบคุม ระบบการเงินของชาติทุกสาขา และหากกระทำ ในขั้นตอนที่ 4 ไม่สำเร็จตามเวลา ก็จะใช้กองกำลัง ไม่ทราบฝ่ายเป็นเครื่องมือ (สะดวกในการอ้างมือที่สาม) และแรงหนุนโดยกระแส เปิดประเด็น ใหม่ ที่ร้ายแรงกว่าเดิม โดยข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ไม่ใครก็ใครต้องโดนแน่ๆ แต่เป้าประสงค์คงเดิม (ความเป็นไปได้คือ Commission จากงานนี้คิดแบบคนมักน้อย เอาแสนล้านคูณด้วยหนึ่งเปอร์เซ็นต์เป็นเท่าไร?)

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สมการพิฆาตคณะสงฆ์ไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Apr 21, 2009 11:44 am

การกระทำทั้งสิ้นนี้ล้วนเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย มีผลกระทบไปยังประชาชนที่สามารถอาจสื่อสารกันได้ ซึ่งตามภาษากฎหมายเรียกว่า ราชอาณาจักร

มหาเถรสมาคม เป็นองค์กรปกครองคณะสงฆ์ไทย อันเป็นหัวใจแห่งพุทธศาสนา และเป็นสถาบันหลักของชาติ ประกอบกับมีกฎหมาย รับรอง อำนาจการปกครอง อันเป็นอำนาจการปกครองหนึ่ง ในราชอาณาจักรไว้เด่นชัด โดยมีองค์สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประมุข และเป็นประธานมหาเถรสมาคม โดยมีมหาเถรสมาคม เป็นหน่วยงานสนองพระบัญชา ปกครองสงฆ์ไทย ทั้งราชอาณาจักรไทย

การก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (ตามลักษณะ มาตรา 1(6)) เพื่อให้ตนหรือผู้อื่น เข้าถือใช้อำนาจการปกครอง คณะสงฆ์ไทยนั้นเสียเอง ตาม ลักษณะ ทางกฎหมายอาญาเรียกว่า ยึดอำนาจการปกครอง ส่วนใดส่วนหนึ่งในราชอาณาจักร

พฤติกรรมและการกระทำของผู้เขียน กรณีธรรมกาย กับพวก อันเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะ ถึงภยันตรายอันจะบังเกิดแก่ความสงบสุข และศีลธรรมอันดีของประเทศชาติ และประชาชน ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงความมั่นคง ของชาติอีกด้วย ประกอบกับการกระทำดังกล่าวนั้น เป็นไป เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และ/หรือยึดอำนาจการปกครองการคณะสงฆ์ไทย โดยมีสติสัมปชัญญะ และความสำนึกบริบูรณ์ อาจตีความตามกฎหมายเข้าองค์ประกอบความผิดฐานเป็นกบฏ มีโทษตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอาญามาตรา 113(3) มีโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต หรือ มาตรา 116(1),(3)

สำหรับสื่อมวลชนฯ ที่ได้เสนอข่าวในการลงภาพพระสงฆ์ และใช้อักษรเขียนประกอบ อันสามารถให้ มนุษย์อ่านรู้สื่อต่อกันได้ ในลักษณะ ประกอบภาพ เป็นการเหยียดหยามพระสงฆ์ ซึ่งถือว่า เป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย อันเป็นที่เคารพสักการะ ของ พุทธศาสนา ถือเป็นการเหยียดหยาม ศาสนาโดยใช้ภาพ (ภาพวัตถุ)

ในกรณีนี้ สามารถอาจปรับโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206 มีโทษหนึ่งปี ถึงเจ็ดปี เนื่องจากการกระทำกิจกรรมดังกล่าว เป็น การกระทำที่ต่อเนื่องถาวร (เกินกว่า 6 เดือน) มีการลงชื่อทำงาน มีผู้จัดการ มีหัวหน้า อาจทำให้สื่อมวลชนที่ว่านั้น มีความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตาม มาตรา 209 มีโทษจำคุก 7 ปี สำหรับผู้จัดการ หรือผู้มีตำแหน่งในคณะบุคคลนั้น ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

เพียงแค่อ่านโทษที่อาจต้องได้รับ หากมีการแจ้งความดำเนินคดี แต่ผู้ที่กระทำและร่วมกระทำนี้ ก็ไม่มีความยำเกรงต่อกฎหมายแผ่นดิน แม้กระทั่งบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญอัน เป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน ไม่กลัวบาป ตามที่คำสอนพระสัทธรรมในพุทธศาสนา อันเป็นฐานราก แห่งวัฒนธรรมไทย ท่านผู้อ่านเห็นแล้วหรือยังว่า ความร้ายแรงของสมการอุบาทว์ พิฆาตคณะสงฆ์ไทย ถึงขนาดสื่อมวลชนบางพวก คนไทยบาง กลุ่ม กล่าววาจาด่าจ้วงจาบ พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อย่างไม่มีปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์ชาติไทย

สาธุชนคนไทยทั้งหลาย อนาคตพุทธศาสนาอยู่ในมือของท่าน และท่านยังจะเป็นอีกผู้หนึ่งใช่หรือไม่ ที่ยินยอมพร้อมใจ เป็นทาสของ สมการ กลืนชาติ คนต่อไป

โดย เบ็ญจ์

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

พุทธธรรมค้ำแผ่นดินไทย

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 21, 2009 1:38 pm

อ่านจากหนังสือมาว่า ตอนกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่สอง พม่ากวาดต้อนเชลยไทย และฆ่าพระสงฆ์เป็นจำนวนมาก
ก็เพื่อทำลายพระพุทธศาสนาในประเทศไทย พม่ามีทุกวันนี้ เป็นเพราะขยันก่อกรรมกับพระพุทธศาสนาหรือเปล่า ผู้นำของประเทศ ที่โหดได้มาตรฐาน กลับเชื่อหมอดูไปทุกจังหวะชีวิต มันเป็นเพราะอะไร ?

ประเทศเราอยู่สงบร่มเย็นมาและเป็นที่หมายปองของคนต่างชาติ ก็เพราะคนไทยมีศูนย์รวมใจในสถาบันหลัก การให้ความนับถือ ในพระสงฆ์ หนึ่งในพระรัตนตรัย เป็นประเพณีอันดีงามที่เราเคยมี แต่ปัจจุบันกำลังจะลดลงไปอย่างน่าใจหาย เพราะกระแสความคิดมีความเคลือบแคลงในผู้ที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา หรือ อาจเป็นเพราะเราถูกชักนำ แล้วสร้างให้เชื่อแบบนั้น

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา เป็นคำพูดสั้นๆ แต่ลึกซึ้ง และหากเราปฏิบัติได้ตามนั้น เราคงไม่ต้องอยู่ในวังวนของไสย อันได้แก่ความหลงผิด หลงเชื่อไปตามกระแสคนภายนอก ที่ปลุกปั่นยุยง ในทุกๆ ด้าน รอบตัว ไม่ใช่แค่เรื่องการนับถือศรัทธาในพระพุทธศาสนา เรื่องการเมือง ความสามัคคี ของคนในชาติ ซึ่งเป็นปัญหารุมเร้า เพราะเขาไม่ได้กระจ่างในสิ่งต่างๆ จึงตกเป็นเครื่องมือเขา มาทำลายตนเอง อย่างย่อยยับในที่สุด

การรบที่ชนะโดยไม่ต้องรบ ถือว่าเป็นสุดยอด แต่การรบที่ไม่ต้องออกแรง ให้ศัตรูพิฆาตกันเองนั้น ถือว่าเป็นสุดโหด เลว และ เลว จริงๆ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Apr 21, 2009 1:47 pm

ท่านที่อ่านบทความในกระดานสนทนานี้ ไม่ว่าท่านจะเคยอ่านมาก่อนหน้านี้ หรือ เพิ่งเข้ามาอ่าน
โปรดอย่าได้แปลกใจ ในบทความต่างๆ หรือ สงสัยในที่มาของคนที่เขียนในกระดานนี้

เราก็ล้วนแต่เป็นคนไทยที่รักแผ่นดินเกิดเหมือนกับท่านนั่นแหละ

เราอาศัยแผ่นดินเกิด แล้วก็คิดว่า เป็นหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันทดแทนบุญคุณแผ่นดิน
เพื่อมิให้อายหมู หมา กาไก่ วัวควาย จตุบท ทวิบาท ทั้งหลาย ที่อยู่ในแผ่นดินนี้
แล้วมันก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนใดๆ ให้ เท่ากับมนุษย์อุบาทว์ ขายชาติบางจำพวก
ทั้งที่เป็นอีแอบ อยู่เบื้องหลัง และ เป็นตัวละครรับบทเด่นอยู่หน้าเวที

โปรดนึกภาพว่า วันใดที่พวกไม่ประสงค์ดี (เสื้อทุกสี หรือ ทุกกลุ่มก๊วน) กระทำการกับชาติเราได้สำเร็จ
มันจะนั่งหัวเราะกันอย่างขบขัน (ตอนนี้ก็ฮากันกลิ้งแล้ว) ว่า ทำไมคนในประเทศนี้มันหมูอย่างนี้ แค่ปั่นไม่กี่ทีก็พล่านยิ่งกว่าจิ้งหรีดเสียอีก

คนไทยไม่ได้เป็นคนโง่ แต่เป็นชนชาติที่มีความฉลาด ในการต่อสู้ให้อยู่รอด เราจึงอยู่มาได้ทุกวันนี้
อย่าทำตัวให้คนอื่นที่ด้อยวัฒนธรรมกว่าเรา มีชาติมาไม่ถึงสามร้อยปี ไม่มีตัวอักษรของตัวเองใช้
มาดูถูกเราได้ง่ายๆ เลย อย่าน้อยก็ต้องร่วมมือกันสู้กับมันสักตั้งหนึ่ง

ทำอะไรไม่ได้ ก็อย่าไปให้ความร่วมมือกับมันทุกกลุ่มก้อน ลงจากเวทีมาเป็นคนดูพวกมันแสดงกันบ้างดีกว่า
อย่ามัวแต่รับบทหนัก แบบไม่ได้ค่าตัวกันอยู่เลย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ