ท่านพุทธทาส

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ท่านพุทธทาส

ตั้งหัวข้อ  555 on Wed Apr 22, 2009 11:21 am

หลวงพ่อพุทธทาส คำสอนของท่านเป็นธรรมชั้นสูง ใช้คำธรรมดาแต่เนื้อความบ่งบอกว่าท่านคือผู้พ้นแล้วจากวัฏฏะสงสาร

ท่านสอนถึงเรื่องของสติ ต้วรู้ และความว่าง ซึ่งเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับ ของฌานสมาธิโลกุตระ เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

ธรรมที่พระอรหันต์ท่านสอนมักจะไม่ยึดติดในรูปแบบ และมีความเป็นสากล มนุษย์ทุกคนสามารถประพฤติปฏิบัติได้ ทุกชาติทุกศาสนาเข้าถึงธรรมได้

บางคนอาจคิดว่าท่านเป็นนักปรัชญา แต่ผู้รู้ธรรมเห็นว่า มันคือแก่นแท้ของธรรม

ธรรมมะ ก็คือธรรมดาและเป็นไปโดยธรรมชาติ

การเข้าถึงธรรม เพียงเรากำหนดรู้ กายและใจ ของตนอยู่บ่อยๆ

โกรธก็กำหนดรู้ที่ร่างกาย เกลียดก็รู้ที่ร่างกาย ตกใจ หวาดกลัว ก็ให้รู้ที่ร่างกาย ให้รู้ว่าเมื่อเกิดอาการเช่นนี้แล้ว ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงเช่นไร เลือดสูบฉีดอย่างไร หัวใจเต้นอย่างไร ขนลุกที่ไหน อะไรเกิดก่อน อะไรเกิดหลัง ดูให้ชำนาญ แล้ววันหนึ่งคุณจะเห็นความโกรธดับไปต่อหน้าต่อตาของคุณ

เป็นเพียงการเริ่มต้น คุณต้องทำความรู้สึกทางกายให้สมบูรณ์ก่อน และต่อไปมันจะเข้าไปรู้จิตรู้ใจได้เอง อย่างเป็นธรรมชาติ คิดดีก็รู้ คิดชั่วก็รู้

ก่อเกิดปัญญาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะดี หรือ ชั่ว กูก็ทุกข์ ทุกข์เพราะวิ่งไล่ตามดี และวิ่งหนีชั่วอยู่เรื่อยไป


คนเก่งสามารถแกล้งโง่ได้ แต่คนโง่ไม่สามารถอวดฉลาดได้

555
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ท่านพุทธทาส

ตั้งหัวข้อ  nothing on Wed Apr 22, 2009 11:47 am

ในเมื่อยังจัดลำดับชั้น มีต่ำ มีสูง แสดงถึงการขัดกันเอง ในเรื่อง ความว่าง อยู่แล้ว

nothing
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ท่านพุทธทาส

ตั้งหัวข้อ  nothing on Wed Apr 22, 2009 11:53 am

เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ หรือ “ ยุค ศรีอาริยะ ” ได้กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง

“ สังคมนิยม-ประชาธิปไตยในประเทศไทย ” ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์ประสานงานเยาวชน

เพื่อประชาธิปไตย (YPD.) เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2549 ว่าในประเทศไทย

แนวคิดสังคมนิยมที่เข้ามามี 2 สายใหญ่ สายหนึ่งมาจากยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส

ซึ่งก็คือสายอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ คือไม่ใช่สายสังคมนิยมปฏิวัติ แต่เป็นสายปฏิรูป

ซึ่งสายนี้ก็มีหลายคน เช่น ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ฯลฯ แนวคิดสายนี้เมื่อเข้ามาในไทย

ก็มีการปรับวิธีคิดสังคมนิยมให้สอดคล้องกับประเพณีวัฒนธรรมไทย เป็นที่มาของ

“ พุทธสังคมนิยม ” มีการพูดถึง “ โลกพระศรีอาริย์ ” ซึ่งจะคล้ายๆ กับสังคมใหม่

ในความหมายของคอมมิวนิสต์ หรือ พุทธทาสภิกขุ ที่เสนอแนวคิดหลักทาง

การเมืองที่เรียกว่า “ ธรรมมิกสังคมนิยม ”


นี่คือ การยึดติดอีกอย่างหนึ่ง ก็ขัดกันเองกับความว่าง

nothing
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

ทำไมต้องเป็นทาส

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 22, 2009 12:06 pm

เคยทราบคำอธิบายว่า ที่ใช้ชื่อพุทธทาส เพราะว่าเป็นทาสรับใช้ศาสนาพุทธ หรือ พระพุทธเจ้า (จากหนังสือที่พระรูปนี้ท่านเขียน)

แต่ก็สงสัย ว่าทำไมต้องใช้ในลักษณะ เป็นทาสด้วย

ส่วนโพธิรักษ์ นั่นไม่สงสัย เพราะไม่ใช่พระ แล้วก็รักษาต้นไม้ โดนอาจอ้างว่า เป็นสัญลักษณ์อันสำคัญยิ่ง
ในแต่ละช่วงเวลาสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา

แต่จะอ้างยังไงก็ช่าง เพราะไม่ใช่พระ (ย้ำ) ตามคำตัดสินศาลฎีกา ที่เคยลงในกระดานนี้ไปแล้ว

ใครยังกราบ ยังนิมนต์อยู่ก็ ตามสบาย แล้วแต่จริต แต่เราคงไม่เอาด้วย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ท่านพุทธทาส

ตั้งหัวข้อ  555 on Wed Apr 22, 2009 12:41 pm

ฮาๆๆๆๆๆ คำว่า ว่าง ไม่ใช่มานั่งนึกเอา กร๊ากกกก..................

อธิบายยังไงก็ไม่เข้าใจหรอก เพราะคุณยังไม่เจอจิตผู้รู้ รู้แล้วก็ยังมีรู้มากกว่านั้น ก็เลยไม่ทะลุถึงความว่างสักที เหอๆๆๆๆๆๆๆๆ

ว่างแล้ว ก็ยังมีว่างมากกว่านั้น งงไปใหญ่ๆๆๆๆๆ



ขอแนะนำปฏิบัติเยอะๆ พูดน้อยๆ กร๊ากกกกก...........................

555
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ท่านพุทธทาส

ตั้งหัวข้อ  nothing on Wed Apr 22, 2009 12:47 pm

พฤติกรรมแสดงถึงสติปัญญาที่อวดรู้
ตอบไม่ได้จึงเฉไฉไปเรื่องอื่น

nothing
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

เคยได้ยินคำว่าอวดอุตริไหมล่ะ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 22, 2009 12:52 pm

ไม่เกี่ยวกับตอบไม่ตอบ ได้ไม่ได้ เพราะเรื่องศาสนา การเมือง ความเชื่อ เป็นเรื่องเฉพาะจริตของคน


ว่างก็คือว่าง ไม่มีว่างมากว่างน้อย เว้นแต่พวกว่างแล้วไม่มีอะไรทำ

อีกอย่างคนที่เข้าถึงอย่างแท้จริง เขาไม่อวดอุตริว่ารู้กันหรอกนะ

พวกที่คุยนั้นเป็นเดียรถีย์ อวิชชา
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ท่านพุทธทาส

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 22, 2009 12:54 pm

อีกประมาณ สองพันสี่ร้อยกว่าปี จึงจะถึงยุคพระศรีอาริยเมตไตร ดังนั้นใครที่มีคนพยายามยกเป้นอริยบุคคล เห็นทีจะต้องรอไปสักสองพันกว่าปี ค่อยมาใหม่

แต่ตอนนี้ก็คล้ายกลียุคยังไงไม่รู้ เพราะว่า มีคนดี ส่วนหนึ่ง คนเลวสามส่วน คล้ายกลียุค

เพียงแต่อายุขัยของคนยังไม่น้อยขนาดสิบปีเท่าที่จะเป็นยุคนั้นเท่านั้นเอง

หากความคิดของคนยุคปัจจุบัน ดูขาดความกตัญญูรู้คุณ กับ ผิดชอบชั่วดียังไงก็ไม่รู้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ท่านพุทธทาส

ตั้งหัวข้อ  nothing on Wed Apr 22, 2009 1:03 pm

อีกอย่างคนที่เข้าถึงอย่างแท้จริง เขาไม่อวดอุตริว่ารู้กันหรอกนะ

พวกที่คุยนั้นเป็นเดียรถีย์ อวิชชา


นั่นแหละคือสิ่งที่คิดว่าคุณรู้ ว่าความว่าง คือ การบรรลุธรรม ก็คือเดียรถีย์ ไม่ต่างกัน

nothing
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

คิดเองเออเอง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 22, 2009 1:27 pm

ยังไม่ได้พูดเรื่องการบรรลุธรรมเลยสักนิดเดียว แต่หากใครจะเข้าใจว่าเป็นเช่นไรก็สุดแท้แต่จะคิดก็แล้วกัน
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ท่านพุทธทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Apr 22, 2009 1:53 pm

เคยได้ยินว่า 'ท่านพุทธทาสสอนไว้ว่า เดรัจฉานก็นิพพานได้'

แค่นี้ก็พอจะรู้แล้ว ว่าอะไรเป็นอะไร

และก็เคยพูดคุยกับชายที่ทำตัวเป็นผู้บรรลุธรรม(เขาคิดว่า เขาเป็นเช่นนั้น) เคยบวชมา ๔ โบสถ์

บอกว่า "ใครก็ตามที่บวชเป็นพระ สามารถนิพพานได้หมด"

หนำซ้ำยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "ธรรมะคืออะไร"

อีกทั้ง อายุประมาณ ๓๐ ปี แต่กลับไม่ยอมบวชพระ เพราะถือศีล ๒๒๗ ข้อ

แต่กลับจะบวชเณร เพราะถือศีลน้อยกว่า

และยังมาทำตัวเป็น "ผู้รู้" พร่ำบอกผู้อื่น

เฮ้อ!! นี่หรือคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก "พระสงฆ์ ผู้ที่เปรียบเสมือนตัวแทนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า"

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

คนไร้วาสนา ปฏิบัติได้น้อย

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Apr 22, 2009 2:20 pm

อันที่จริง ก็ถูกของท่าน ที่กล่าวมาว่า ให้หมั่นปฏิบัติให้มากๆ พูดให้น้อยๆ

เห็นด้วยตรงให้หมั่นปฏิบัติมากๆ เพราะเคยได้รับคำสั่งสอนเช่นนี้เหมือนกัน
เรื่องนี้บางทีอาจเป็นวาสนาก็ได้ จึงมิอาจทำได้อย่างที่อยากจะทำ

มีความเชื่อว่า การบำเพ็ญภาวนา ถือเป็นพุทธบูชา ที่อยู่ในระดับสูงกว่าการทำบุญ ทำทาน เสียสละทรัพย์
เพราะว่า ตรงนั้นคือสิ่งที่ตัวเองเห็นว่าทำได้ง่ายที่สุด ใครมีทรัพย์ พอที่จะทำ ก็ทำได้ (บนความสบายใจของตัวผู้ทำ และไม่เดือดร้อนผู้อื่น)

หากสามารถปฏิบัติได้ในขั้นสูงๆ ขึ้นไป คงจะทำให้เป็นทุกข์กับสภาพ ที่กำลังเป็นอยู่ในบ้านเรามากกว่านี้ก็ได้

เลยฝากเรียนผู้มีวาสนา สามารถปฏิบัติ ได้ตามแนวทางของพระพุทธศาสนา ร่วมแรงกันบำเพ็ญเพียรเพื่อให้ประเทศของเราคงอยู่อย่างร่มเย็น ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสถาบันศาสนา พระพุทธศาสนา คงอยู่คู่กับแผ่นดินไทย ไปนานเท่านาน

อันที่จริง พยายามจะไม่มีการโต้แย้งทางความคิดกับใครๆ เพราะไม่อยากให้เป็นภาพ แบบที่เกิดสีเสื้อหลากสีในสังคม
เนื่องจาก มันไม่เกิดประโยชน์ และ ยังไปเข้าทางพวกที่ต้องการสร้างความแตกแยกอีกด้วย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ