Critical Speed

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Critical Speed

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed May 13, 2009 8:53 am



เมื่อทำให้วัตถุเกิดการสั่นสะเทือน ไม่ว่าด้วยการเขย่า ตี สั่น ยก เหวี่ยง ฯลฯ อนุภาคในตัวมันจะเกิดการสั่นสะเทือน ด้วยความถี่ ที่เรียกว่า Natural Frequency

เมื่อคลื่นชุดที่หนึ่ง เกิดการสั่นสะเทือน จนกระทั่งไปเท่ากับ ความถี่ธรรมชาติของคลื่นในวัตถุที่สอง จะสร้างคลื่นที่เกิดการประสานสอดคล้องกัน เป็นอาการ Resonance หากมีหลายชนิด มันก็จะเกิดการสร้างประสานสอดรับไปเรื่อยๆ สร้างเป็นพลังงานอันยิ่งใหญ๋ขึ้นมา

ความเร็ว ของคลื่นที่สั่นสะเทือนจนเท่ากับ ความถี่ธรรมชาติของวัตถุที่เป็นของแข็งอันนั้น แล้วสร้างคลื่นขึ้นมา เรียกว่า Critical Speed สูตรการคำนวณของมันก็คือ ความถี่ คูณ กับ ความยาวคลื่น

อ่านแล้วก็สับสนๆ ว่ามาไม้ไหน


แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Wed May 13, 2009 8:56 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : เปลี่ยนรูป)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เสียงเป็นคลื่น จึงต้องมีพลัง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed May 13, 2009 9:13 am



เสียงเป็นคลื่น เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ เส้นเสียงของคนก็จาก กล่องเสียงในลำคอ วัตถุอื่นก็จากการสั่นสะเทือน แต่เรามองไม่เห็นเสียง หากได้ยิน ดังหรือเบา ก็ต่างกันตามความยาวคลื่น amplitude ตามภาพข้างบนนี้ ด้านซ้ายมือ คือ เสียงที่ขนาด ความยาวคลื่นต่ำ ด้านขวามือ ความยาวคลื่นกว้างกว่า

พลังงานของเสียงจะมากหรือน้อยขึ้นกับขนาด amplitude พูดในทางวิทยาศาสตร์ หรือ คณิตศาสตร์ ก็คือว่า พลังงานจะแปรตามขนาดของ amplitude นั่นเอง ในเชิงกายภาพ เสียงดัง ย่อมมีพลังงานสูงกว่าเสียงกระซิบจากลำคอ หากในเชิงจิตวิทยา เป็นอีกเรื่องหนึ่ง (อิอิ)

ในเรื่องคลื่นเสียงยังมีอีกตัวหนึ่งที่เป็นตัวสำคัญ ตามที่เขียนในสูตร ความเร็วคลื่นข้างบน

นั่นก็คือความถี่ สุนัขหอนยามราตรี ไม่ใช่เพราะว่าเห็นผี หากแต่ได้รับคลื่นความถี่ที่คนเราอาจไม่ได้ยิน ความถี่ที่ว่า อาจเป็นอย่างอื่นที่นอกจากผี (ถ้ามี) เช่น มนุษย์ต่างดาว หรือ การปล่อยคลื่นออกมาจากแหล่งใดๆ เพื่อการใดการหนึ่งก็ย่อมได้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ปรับความถี่ได้ที่ มีสิทธิทะลุมิติ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed May 13, 2009 9:19 am

หากเราคิดว่าสิ่งที่ตาเห็นเท่านั้นคือ กลุ่มสังคมที่มีอยู่จริง อาจพูดได้ว่า เมื่อเปรียบโลกเป็นเวทีละครแห่งหนึ่ง คนเราที่อยู่บนโลก ก็คือ นักแสดงชุดเดียว ที่แสดงกันไปตามภูมิภาค บนโลกใบนี้

นั่นคือ การคิดตามคลื่นความถี่ที่เรารับรู้ได้ เราจะทราบได้อย่างไรว่า มันอาจมีอีกหลายเวที ที่ทับซ้อนกันอยู่ เขาเห็นเรา เขาไม่เห็นเรา ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

เรื่องของอดีต กับ อนาคต และปัจจุบัน อาจดำเนินในขณะเดียวกัน หากแต่ต่างมิติ จึงทำให้มิได้มาบรรจบเป็นเรื่องเดียวกัน แต่หากโดยบังเอิญ ที่มีจุดใดจุดหนึ่ง เกิดคลื่นความถี่ตรงกันเข้า ตอนนั้นอาจพบว่า เรากำลังช่วยปกป้อง ตัวเองจากศัตรูในอีกมิติหนึ่งก็ได้

เรื่องนี้ฟังแล้วตลก แต่มีคนสร้างหนังแล้ว ไม่ได้เอ่ยถึง เจาะเวลาหาอดีต ที่คุ้นกันอยู่ แต่เป็นเรื่องที่สร้างหลังจากนั้น ในปี ๒๐๐๐ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ชื่อเรื่องว่า Frequency แปลภาษาไทยยังไงก็ไม่โดน เพราะว่าคำมันลงตัวพอดี
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ไม่มีคำว่าบังเอิญ บนโลกใบนี้

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed May 13, 2009 12:32 pm

คนสร้างหนังเรื่องนี้ อันที่จริงต้องบอกว่าคนเขียนบทภาพยนตร์จะเหมาะกว่า คงจะนำความคิดเรื่อง หลายมิติในขณะเดียวกันมาผูกเป็นเรื่อง

ในเรื่องเริ่มต้นด้วยการที่ ลูก ติดต่อวิทยุสื่อสาร ในย่านความถี่หนึ่ง จากเครื่องวิทยุสมัยพ่อตัวเอง แล้วก็ไปพบความถี่ หนึ่งเข้า ปลายสาย คือ พ่อตัวเองในวัยปัจจุบัน (พ่อยังไม่ตาย) คุยกันหลายครั้ง จึงรู้ว่านั่นคือพ่อตัวเอง คุยกันผ่านวิทยุสื่อสารเครื่องเดียวกัน ด้วยระดับความถี่เดียวกัน

ในหนังจินตนาการให้เราเห็นความมหัศจรรย์เครื่อง สองมิติ เป็นอย่างมาก นับตั้งแต่ การให้ข้อมูลผลเบสบอล จากลูก บอกให้พ่อรู้ (เพราะว่าเขาทราบผลแล้ว) การเกิดรอยไหม้ บนโต๊ะ ที่พ่อในยุคนั้นลืมวางบุหรี่บนโต๊ะ แล้วรอยนั้นก็ค่อย ๆ เกิดให้เห็นในเวลายุคของคนเป็นลูก

การช่วยกันสืบสวนหาฆาตกรต่อเนื่อง ที่ฆ่าผู้หญิง และ จะฆ่าแม่ ของครอบครัวด้วย หากทั้งสองคนป้องกันไม่ทัน วิธีการส่งผ่านรอยนิ้วมือ จากยุคนั้นมายุคนี้ เนื่องจากคนร้ายจะพ้นโทษในยุคลูก และอาจมีการแก้แค้นคนในครอบครัวนี้ เนื่องจากเป็นต้นเหตุให้เขาต้องโทษ

การส่งของระหว่างมิติ ในหนังใช้วิธีง่ายๆ คือ ให้พ่อนำรอยนิ้วมือฆาตกร ไปฝังในดินในจุดที่สองพ่อลูกเคยรู้กันดีว่าเป็นที่ซ่อนของพิเศษ เมื่อฝั่งพ่อ วางของแล้ว ก็ให้ลูกไปขุดขึ้นมา ปรากฎพบรอยนิ้วมือได้ดังใจ

ต่างๆ เหล่านี้ มันอาจเป็นจริงก็ได้ ท่านผู้รู้ท่านหนึ่งที่เรานับถือมากๆ ท่านบอกว่า ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ ทุกอย่างกำหนดแล้ว และมีไว้แล้วทั้งสิ้น เราเพียงแต่เป็นแค่คนที่ผ่านเข้ามาในเหตุการณ์เท่านั้น
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อาการตบเท้า เอาจริงๆ ก็เป็นเรื่องได้

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed May 13, 2009 3:51 pm

ตอนเรียนวิชาฟิสิกส์ เกี่ยวกับคลื่น ครูสอนเรื่อง critical speed แล้วก็ยกตัวอย่างเล่นๆ ว่า เคยมีคนบอกว่า หากนำทหารจีน ประชากรจีน เป็นพันล้านคน มารวมพลังกัน แค่การตบเท้า พร้อมๆ กัน จะก่อให้เกิดพลังมหาศาล สั่นโลกได้ เพราะเป็นการรวมพลังที่มีคลื่นความถี่เดียวกัน ซึ่งหากทำได้เช่นนั้น ก็ไม่ต้องอาศัยการสั่น เพื่อสร้างคลื่นของวัตถุใดๆ ให้เท่ากับ natural frequency ก็ได้ ความแรงของเท้าที่ตบลงไปบนพื้นก็เพียงพอแล้ว

หันมาดูคลื่นเสียง ที่เกิดอาการ resonance ซึ่งประยุกต์ในการผลิตเครื่องดนตรีทั้งหลาย เมื่อนึกถึงคลื่นเสียง ก็อดนึกถึง เสียงในบทสวดมนต์ ที่พระสงฆ์ สวดให้พรแก่อุบาสก อุบาสิกา ในตอนที่ไปทำบุญ ถวายภัตตาหาร ปัจจัย และ เครื่องอัตถบริขาร เวลาท่านสวดพร้อมๆ กัน จะรับรู้ได้ถึงพลัง

และ หาก พระแต่ละรูปได้มีการปฏิบัติ ในแบบ ถึงพร้อมด้วยกาย วาจา และ ใจแล้ว พลังในบทสวดมนต์ จะยิ่งใหญ่สักปานใด

คิดต่อไปว่า หาก พระรวมตัวกันทั้งประเทศ เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา มิให้มารนอกรีต มารในเมือง สารพัดมาร มาทำลาย แล้วละก้อ แค่บทสวดที่ถึงพร้อมในกาย วาจา และ ใจของท่านเหล่านั้น

อะไรจะเกิดขึ้น ?
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ