ทหาร กับ ศาสนา

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ทหาร กับ ศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu May 14, 2009 7:44 am

เมื่อเช้าฟังวิทยุ FM 90.5 มีประกาศของกองทัพฯ เกี่ยวกับ การส่งเสริมศาสนา ของกองทัพ ฝ่ายทหาร
บอกว่า ทหารเห็นความสำคัญของศาสนา ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคง

ค่อนข้างเห็นด้วย และ ก็ควรจะทำแล้วประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ ทีวีช่อง ๕ เป็นของกองทัพหรือเปล่าไม่ทราบ แต่เคยเห็น อดีต ผบ ทบ นำ คนสามคน ไปเรียกเสียงฮา ที่นั่นมาแล้ว

กรณีที่จะสร้างประโยชน์ ควรจะใช้สื่อเหล่านี้

การประชาสัมพันธ์ การเผยแพร่ข้อมูล น่าจะนับเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ เป็นยุทธวิธี ในการรบ ในการชิงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นยามสงคราม หรือ ในยามสงบ

การปล่อยใบปลิวโจมตีฝ่ายตรงข้าม ว่า ผู้นำตายแล้ว ในสงครามโบราณ การใช้เสียงเพลงพื้นบ้านของฝ่ายข้าศึก เพื่อให้ทหารคิดถึงบ้าน ล้วนเป็นวิธีการในการเอาชนะทั้งสิ้น

เมื่อการ ปชส คือหนึ่งในยุทธิวิธี ฝ่ายความมั่นคงก็น่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย อย่าปล่อยให้เกิดภาพว่า การสร้างความมั่นคง จะทำได้แต่เพียงอาวุธ ความรุนแรง ที่ไร้ซึ่งกลยุทธ โดยสิ้นเชิง แบบที่เป็นมา
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu May 14, 2009 7:50 am

เคยอ่านหนังสือ นิยายอิงประวัติศาสตร์ เรื่อง พ่อ ของ คุณปองพล อดิเรกสาร

ในนั้นเขียนตอนหนึ่ง ซึ่งเป็นตอนที่ พระมหาธรรมราชา และ คณะ ร่วมปรึกษาหารือในการดึงอำนาจปกครองกรุงศรีฯ คืนจาก กลุ่มท้าวศรีสุดาจันทร์ ในสายอู่ทอง

การปรึกษาทำกันในวัด การทหาร กับ ศาสนา ก็เป็นสิ่งที่จะควบคู่กันไป เพราะต่างก็มุ่งเพื่อสร้างความมั่นคง ผาสุก แก่ประชาชนโดยรวมเหมือนกัน

หลักศาสนา เพื่อให้คนคิดเป็น ช่วยให้พ้นทุกข์ อย่างน้อยก็ระดับหนึ่ง
หลักการทหาร ก็คือ สร้างความมั่นคง เป็นปึกแผ่น ให้ประชาชนมิต้องเป็นทุกข์ในความเป็นอยู่ สร้างความสงบสุขให้แก่แผ่นดิน

การหารือ เรื่องชิงอำนาจ ที่กล่าวในหนังสือ เรื่อง พ่อ ทำต่อหน้าพระประธาน นัยแรกก็คือ เป็นสถานที่มิดชิด และ อีกนัยหนึ่ง ควรเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง คำมั่น สัจจะ ที่พร้อมจะพลีชีพ เพือรักษาชาติไว้ ด้วย

ทั้งสองเรื่อง คือ เรื่องที่มีความศักดิ์สิทธิ์ อยู่บนพื้นฐานของ หลักความจริง แม้จะเป็นทางโลก กับ ทางธรรม ก็ตาม
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

พระไชยราชาธิราช โค่นอำนาจพระยอดฟ้า

ตั้งหัวข้อ  att on Fri May 15, 2009 11:09 pm

ในนั้นเขียนตอนหนึ่ง ซึ่งเป็นตอนที่ พระมหาธรรมราชา และ คณะ
ร่วมปรึกษาหารือในการดึงอำนาจปกครองกรุงศรีฯ คืนจาก
กลุ่มท้าวศรีสุดาจันทร์ ในสายอู่ทอง


ตัวอย่าง การทหาร, การเมือง และศาสนา เป็นเรื่องเดียวกัน เพิ่มเติมข้อมูลท่าน MI6


ขออนุญาตสำนักพิมพ์และผู้เรียบเรียงมา ณ ที่นี้
จุดประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลไว้ใช้อ้างอิงและศึกษาประวัติศาสตร์ไทย
คัดลอกบางบทมาจากหนังสือชื่อ
ปราบดาภิเษก อุกฉกรรจ์บนแผ่นดินอยุธยา
แสงเพชร เรียบเรียง สำนักพิมพ์ ไพลิน

ในปลายรัชกาลของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ปัญหาด้านราชวงศ์สุโขทัยได้คลายลง
แต่ในราชสำนักเมืองเหนือคือ พิษณุโลก ก็ยังเหมือนภูเขาไฟที่คุกรุ่นอยู่ภายใน
รอเวลาที่จะระเบิดออก เพราะบรรดาขุนนาง ข้าราชบริพารฝ่ายนอก ฝ่ายใน
ส่วนใหญ่เป็นเจ้านายเมืองเหนือด้วยกันทั้งสิ้น จะมีเชื้อพระวงศ์สุพรรณภูมิน้อยมาก

พ.ศ. ๒๐๗๒ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ สวรรคตลง พระอาทิตยวงศ์เสด็จขึ้นครองราชย์
แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงพระนามว่า "พระบรมหน่อพุทธางกูร" แต่พระองค์ทรงครองราชย์
ในช่วงสั้นๆ (พ.ศ. ๒๐๗๒ - ๒๐๗๖) เพียง ๔ ปีเศษก็ทรงสวรรคต เพราะพระองค์ทรงครองราชย์
เมื่อพระชนมายุมากแล้ว มีพระโอรสที่ทรงเล็กคือ "พระรัฏฐาธิราชกุมาร"
พระชนมายุเพียง ๕ พรรษา ครองราชสมบัติต่อมา

http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8F%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3&ie=utf-8&oe=utf-8&aq=t&rls=org.mozilla:en-US:official&client=firefox-a

แต่ยุวกษัตริย์พระองค์นี้อยู่ในราชสมบัติเพียง ๕ เดือน คือ ในปี พ.ศ. ๒๐๗๗
พระไชยราชาธิราชได้เข้ายึดอำนาจ ด้วยการนำทหารจากเมืองเหนือที่พิษณุโลก
เข้าพระราชวังจับตัว พระรัษฐาธิราช เอาไปประหาร แล้วปราบดาภิเษกตนเองเป็นพระมหากษัตริย์
กรุงศรีอยุธยาองค์ที่ ๑๓ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระไชยราชาธิราช
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

พระไชยราชาธิราช โค่นอำนาจพระยอดฟ้า

ตั้งหัวข้อ  att on Fri May 15, 2009 11:41 pm

มีข้อสังเกตว่า พระบรมหน่อพุทธางกูร ทรงมีพระชนม์มากแล้ว
ทำำไมจึงมีพระโอรสเล็กๆ อย่าง พระพระรัษฐาธิราชกุมาร ซึ่งจริงๆแล้ว
พระองค์อาจทรงมีพระโอรสและพระธิดามาก แต่อยู่เมืองเหนือ
มีเชื้อสายทางราชวงศ์สุโขทัย ครั้นพระองค์มาครองราชย์ในกรุงศรีอยุธยา
บรรดาข้าราชสำนักในอยุธยากลัวว่าอนาคตภายภาคหน้ามีการเปลี่ยนแปลง
คนเหล่านี้จะหลุดจากอำนาจ มีทางเดียวที่จะครองอำนาจของตนไว้ได้นาน
ก็ต้องผูกพันกับพระมหากษัตริย์ไว้

คนเหล่านี้จึงถวายธิดาของตนให้เป็นบาทบริจาริกา และต่อมาสนับสนุนให้เป็นพระสนม
พระชายา พระมเหสี ยิ่งถ้ามีพระโอรสกับกษัตริย์ พวกเขาก็ยิ่งจะส่งเสริมให้ได้ราชบัลลังก์
อำนาจของพวกตนก็จะยิ่งมากขึ้น ที่สำคัญพวกตนจะได้เป็นพระญาติกับพระมหากษัตริย์
เป็นราชนิกูลของกษัตริย์องค์ต่อมา ยิ่งเป็นพระมหากษัตริย์องค์ใหม่มีพระชนม์น้อย
อำนาจที่แท้จริงจะตกสู่แก่ขุนนางเหล่านี้ สุดท้ายกษัตริย์ก็เหมือนกับหุ่นเชิด
พระพระรัษฐาธิราชกุมาร ก็คงอยู่ในหลักการเช่นว่านี้ !!!

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่ง แล้วทำไมโอรสของสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรที่อยู่ทางเมืองเหนือ
ทำไมไม่เข้ามาแย่งชิงอำนาจ และทำไมถึงกลายเป็นสมเด็จพระไชยราชาธิราช
เรื่องนี้นักวิชาการทางประวัติศาสตร์ ให้ความเห็นว่า บรรดาโอรสของพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร
คงไม่มีอำนาจและกำลังพลพอที่จะเข้าชิงบัลลังก์ แต่สมเด็จพระไชยราชาธิราชมีอำนาจ
และกำลังพลที่จะทำการยึดอำนาจได้
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

พระไชยราชาธิราช โค่นอำนาจพระยอดฟ้า

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 1:02 am

สมเด็จพระไชยราชาธิราชนี้เป็นใคร เพราะตามประวัติศาสตร์เท่าที่พบไม่กล่าวถึงว่าเป็นใคร
ซึ่งเรื่องนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีความเห็นว่า
น่าจะเป็นพระราชโอรสองค์หนึ่งของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ที่อยู่ครองเมืองพิษณุโลก
ทำให้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง และสามารถแผ่อิทธิพลครอบคลุม
ไปถึงล้านนาได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้เอาตัวเจ้านายบุคคลสำคัญ ในเชื้อสายราชวงศ์สุโขทัย
เข้าไปรับราชการใกล้ชิด และให้อยู่ในกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น เช่น ขุนพิเรนทรเทพ หลวงศรียศ ฯลฯ

แต่ใช่ว่าทางหัวเมืองฝ่ายเหนือจะเห็นด้วยกับพระองค์ ในการรวมประเทศเช่นนี้
บางเมืองก็ต่อต้าน แต่พระองค์ก็ทรงใช้ความเด็ดขาดด้วยการปราบปราม เช่น
เมื่อ พ.ศ. ๒๐๘๑ มีบทความของ สุเนตร ชุตินธรานนท์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองขณะนั้น (จากศึกเชียงกราน : ศิลปวัฒนธรรม
กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕) เอาไว้ว่า...

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐฯ ระบุเหตุการณ์ตอนต้นรัชกาลพระไชยราชาธิราช
ไว้อย่างน่าสนใจว่า "อนึ่งเมื่อเสด็จมาแต่เมืองกำแพงเพชรนั้น พญานารายณ์คิดเป็นขบถ
แลให้กุมเอาพญานารายณ์นั้นฆ่าเสียในเมืองกำแพงเพชร" เหตุการณ์การประหารพญานารายณ์นี้
เกิดห่างจากการตีเมืองเชียงกรานเพียงไม่กี่เดือน จึงเป็นไปได้ว่าเหตุปัจจัยที่ยับยั้งไม่ให้
พระไชยราชาธิราชยกทัพตีตะลุยเข้าไปในราชอาณาจักรมอญ สืบเนื่องมาจากปัญหา
ความแตกแยกภายใน โดยเฉพาะปัญหาหัวเมืองเหนือ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ศาสนา

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 1:44 am

ปัญหาหัวเมืองเหนือในรัชกาลนี้ไม่น่าจะสิ้นสุดลงภายหลังการประหารพญานารายณ์
ที่ผ่านมาปัญหาหัวเมืองเหนือเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนโยงใย เป็นปัญหาระหว่าง
รัฐอยุธยากับล้านนา ที่บั่นทอนเสถียรภาพการเมืองของอยุธยามาโดยตลอด
วิธีการทางทหารถูกใช้เป็นทางออกทางหนึ่ง แต่ผู้นำอยุธยาก็ไม่เคยละเลย
วิธีการทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการหันหน้าเข้าพึ่งศาสนา
การปฏิรูปการปกครอง
ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ทางเครือญาติ

ในกรณีพระไชยราชาธิราช เป็นไปได้ว่านอกจากจะทรงใช้กำลังทหารแล้ว
ยังใช้วิธีการทางการเมืองในการควบคุมเจ้านายหัวเมืองเหนือ ดังเห็นได้
ในกรณีขุนพิเรนทรเทพ (พระมหาธรรมราชา) ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลคนหนึ่ง
ของหัวเมืองเหนือ เพราะ "เหล่าบิดาเป็นพระราชวงศ์พระร่วง มารดาไซร้เป็นพระราชวงศ์
แห่งสมเด็จพระไชยราชาธิราชเจ้า" แต่กลับต้องมาประจำราชการเป็นเจ้ากรมพระตำรวจ
อยู่ใกล้ชิดพระเนตรพระกรรณ และเมื่อพระไชยราชาธิราชมีอันต้องสวรรคตโดยกะทันหัน
ขุนพิเรนทรเทพก็แสดงตนให้เห็นว่าไม่ได้ให้การช่วยเหลือเชื้อสายของพระไชยราชาธิราช
ด้วยการหันไปสนับสนุน พระเทียรราชา หลักฐานในพระราชพงศาวดารตอนหนึ่งระบุว่า
"ฝ่ายขุนพิเรนทรเทพจึงพาเอาตัวพระศรีศิลป์ ไปถวายสมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชธิราชเจ้า
ทรงพระการุณภาพเลี้ยงพระศรีศิลป์ไว้"

บทบาทของขุนพิเรนทรเทพเป็นหลักฐานในตัวเองที่ยืนยันถึงความซับซ้อนและยืดเยื้อ
ของปัญหาหัวเมืองเหนือที่ไม่ได้ถูกสะสางให้เสร็จในรัชกาลพระไชยราชาธิราช
ถึงแม้ว่าจะได้มีการสำเร็จโทษพญานารายณ์เจ้าเมืองกำแพงเพชรแล้วก็ตาม
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat May 16, 2009 9:20 am

ขอบคุณสำหรับข้อมูลของท่าน att ค่ะ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ศาสนา

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 10:43 am

ยังเป็นไปได้ว่าปัญหาทางการเมืองในรัชกาลพระไชยราชาธิราช
ไม่ได้มีเพียงปัญหาการควบคุมหัวเมืองเหนือ การสวรรคตอย่างกะทันหัน
ของพระไชยราชาธิราช ซึ่งหลักฐานฝั่งต่างชาติไม่ว่าจะเป็นบันทึกของ
Ferdinand Mendes Pinto หรือของ ฟรังซัวส์ อังอีรี ตุรแปง (Turpin)
สมัยหลังระบุต้องกันว่า ทรงถูกวางยาพิษ ช่วยยืนยันว่า ความแตกแยก
ภายในวงราชธานีที่สะท้อนผ่านการเมืองราชสำนักมีอยู่ค่อนข้างสูงมาก
ก่อนสิ้นรัชกาล

แต่ความขัดแย้งนั้น เป็นเสมือนคลื่นใต้น้ำก่อนจะปรากฏรูปลักษณ์อย่างเด่นชัด
ในรัชกาลพระยอดฟ้าและขุนวรวงศาธิราช เพียงการก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างรวดเร็ว
ของขุนวรวงศา ภายใต้การสนับสนุนของท้าวศรีสุดาจันทร์ก็สะท้อนให้เห็นถึง
(ในภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท ก็มีการอ้างถึงตรงนี้ด้วย) "ช่องว่างทางอำนาจ"
ในช่วงรัชกาลพระไชยราชาธิราชที่เปิดโอกาสให้สตรีสูงศักดิ์ก้าวขึ้นมามีอำนาจ
และมีบทบาทสำคัญ เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครอง ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้
ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์การเมืองอยุธยา

ไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่าพระไชยราชาธิราชเองก็ ทรงตระหนักถึงความขัดแย้ง
ที่เป็นเสมือนคลื่นใต้น้ำที่เป็นภัยต่อพระราชอำนาจ และความปลอดภัยส่วนพระองค์
และทางออกทางหนึ่งที่นำมาใช้ คือการจัดตั้งหน่วยทหารอาสาโปรตุเกสรักษาพระองค์
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ศาสนา

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 11:09 am

เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า การจัดตั้งกองกำลังทหารอาสาโปรตุเกสในรัชกาลพระไชยราชาธิราช
จำนวน ๑๐๒ - ๑๐๓ คน มักจะถูกเข้าใจหรืออธิบายว่ากระทำไปเพื่อยังประโยชน์
ในการทำสงครามกับล้านนาประเทศเพียงประการเดียว แท้จริงแล้วบทบาทและความสำคัญ
ของทหารอาสาโปรตุเกสที่นอกเหนือไปจากการเป็นพลรบที่สามารถใช้อาวุธปืนไฟ
คือ การเป็นทหารรักษาพระองค์ ซึ่งก็คือ ทหารที่ให้การอารักขาแก่องค์พระมหากษัตริย์
เป็นพิเศษ Ferdinand Mendes Pinto ได้ระบุในบันทึกอย่างชัดเจนว่า ทหารอาสาโปรตุเกสนั้น
ได้รับการไว้วางพระราชหฤทัยจากพระไชยราชาธิราช มากกว่าทหารหน่วยอื่นๆ ที่มี

ความไว้วางพระราชหฤทัยนั้นน่าจะมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับสถานภาพการเป็นทหาารรับจ้าง
ของหน่วยอาสาโปรตุเกสตามครรลองของทหารรับจ้าง ที่จะจงรักภักดีแต่กับเฉพาะผู้จ้าง
ที่ให้ค่าตอบแทนสูงจนเป็นที่พอใจ มีหลักฐานระบุชัดเจนว่าพระไชยราชาธิราช
ทรงให้ค่าตอบแทนกับโปรตุเกสทั้งในรูปของทรัพย์สินและ สิทธิพิเศษในการเผยแผ่ศาสนา
ซึ่งสอดคล้องและเหมาะสมกับความต้องการของทหารรับจ้าง พ่อค้าและนักแสวงโชค
ที่พลัดบ้านเมืองมา
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ศาสนา

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 11:39 am

การตั้งกองทหารอาสาโปรตุเกส เพื่อให้เป็นทหารองครักษ์สะท้อนให้เห็นว่าพระไชยราชาธิราช
ทรงตระหนักถึงความไม่ปลอดภัย อันเป็นผลจากความแตกแยกภายในซึ่งถูกสั่งสมและรอคอยแรงปะทุ
กระนั้นก็ดีกองทหารอาสาโปรตุเกสก็ไม่สามารถจะรักษาพระชนม์ชีพหรือช่วยกอบกู้สถานการณ์
ทางการเมืองแต่อย่างใด ทันทีที่พระไชยราชาธิราชถูกลอบปลงพระชนม์ คลื่นใต้น้ำแห่งความแตกแยก
ก็ปรากฏรูปลักษณ์ให้เห็น เริ่มจากการผนวชอย่างกะทันหันของพระเทียรราชาเพื่อหนีราชภัย
การกำจัดพระยอดฟ้าและการปราบดาภิเษกของขุนนางตำแหน่งสำคัญๆ ที่เป็นปรปักษ์กับท้าวศรีสุดาจันทร์
การโค่นล้มอำนาจขุนวรวงศาฯ ภายใต้การนำของขุนพิเรนทรเทพ และการร่วมมือของเหล่าขุนนาง
หัวเมืองเหนือ การขึ้นครองราชย์ของพระมหาจักรพรรดิที่ตามติดมากับการกบฏครั้งใหญ่ของพระศรีศิลป์

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและต่อเนื่องหลังจากการสวรรคตของพระไชยราชาธิราช
กษัตริย์ที่เป็นที่ยอมรับกันว่ายิ่งใหญ่และเข้มแข็งที่สุดพระองค์หนึ่ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศา โค่นสุพรรณภูมิ ฤาจะฟื้นละโว้ อโยธยา (ราชวงศ์อู่ทอง)

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 12:28 pm

http://202.143.148.60/myscrapbook/index.php?section=82&page=5
สงครามพระศรีสุริโยทัยขาดคอช้าง พ.ศ. 2091


ตั้งแต่ พ.ศ. 2080 เป็นต้นมา
พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ซึ่งครองเมืองหงสาวดี แผ่อำนาจครอบคลุมเมืองตองอู
เมืองอังวะ เมืองแปร และหัวเมืองน้อยใหญ่ในมอญ พม่า และเงี้ยว (ไทยใหญ่)
ไว้ได้ทั้งหมด และสถาปนาตนเป็นพระเจ้าหงสาวดี
(แต่นั้นมาพระเจ้าหงสาวดีก็เป็นพม่าทั้งหมด ไม่ใช่มอญอีก)
พอดีฝ่ายกรุงศรีอยุธยามีเรื่องอัปยศเกิดขึ้น คือ
เมื่อสมเด็จพระไชยราชาธิราช เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2089 พระยอดฟ้า (แก้วฟ้า)
ราชโอรสขึ้นครองราชย์ขณะพระชมมายุเพียง 11 พรรษา จึงมีพระราชชนนี คือ
ท้าวศรีสุดาจันทร์ เป็นผู้ว่าราชการแผ่นดิน
ซึ่งภายหลังเกิดตั้งครรภ์กับพันบุตรศรีเทพ พนักงานเฝ้าหอพระ
และตั้งให้เป็นขุนวรวงศาธิราช ไม่นานขุนวรวงศาธิราชก็ปลงพระชนม์พระยอดฟ้า
ตั้งตนเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทนอยู่ได้ 42 วัน
บรรดาขุนนางซึ่งมีขุนพิเรนทรเทพเป็นต้นคิด
ช่วยกันจับขุนวรวงศาธิราชและเจ้าแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ประหารชีวิตแล้ว
เชิญพระเทียรราชา ( พระอนุชาต่างชนนีของพระไชยราชาธิราช )
ขึ้นครองราชสมบัติ ใน พ.ศ. 2091 ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
และสถาปนาขุนพิเรนทรเทพ ( ผู้ต้นคิดกำจัด ขุนวรวงศาธิราช)
เป็นพระมหาธรรมราชาให้ไปครองเมืองพิษณุโลก
พระเจ้าหงสาวดีตะเบงชะเวตี้ทราบข่าวอัปยศ
และการเปลี่ยนแผ่นดินในกรุงศรีอยุธยาเห็นเป็นโอกาสดีที่จะขยายอิทธิพลเข้ามา
เพราะทัพเมืองหงสาวดีกำลังสมบูรณ์สุดขีด มีจำนวนรี้พลมากมาย
จึงเสด็จกรีฑาทัพใหญ่มายังอยุธยาทางด่านเจดีย์สามองค์ (อยู่ในอำเภอสังขละ
จังหวัดกาญจนบุรี)
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งครองราชย์ได้ 6 เดือน
ส่งกองทัพออกไปตั้งรับขัดตาทัพที่เมืองสุพรรณบุรี
แต่ทานไม่ไหวต้องถอยร่นเข้าสู่พระนคร
ก่อนที่กองทัพใหญ่ของพระเจ้าหงสาวดีตะเบงชะเวตี้จะถึงกรุง
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิยกทัพออกไปหยั่งกำลังข้าศึก พร้อมกับพระราชโอรส คือ
พระราเมศวรกับพระมหินทร์ โดยมีสมเด็จพระสุริโยทัย
อัครมเหสีแต่งพระองค์อย่างชายเสด็จร่วม ไปด้วย
เกิดไปปะทะกับกองทัพพระเจ้าแปรซึ่งเป็นทัพหน้า จึงเข้าสู้รบกัน
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงชนช้างกับพระเจ้าแปร
บังเอิญช้างพระที่นั่งเสียทีแล่นหนีข้าศึก พระเจ้าแปรขับช้างติดตาม
สมเด็จพระศรีสุริโยทัยเกรงพระราชสวามีจะเป็นอันตราย จึงไสช้างเข้าขวางกลาง
พระเจ้าแปรคิดว่าเป็นชายจึงฟันสมเด็จพระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์ซบลงกับคอช้าง
พระราชโอรสทั้งสองจึงขับช้างเข้ากันเอาพระศพถอยกลับเข้าพระนครได้
พระวีรกรรมอันกล้าหาญของพระศรีสุริโยทัยนี้
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ทำพระเมรุพระราชทานเพลิงศพที่สวนหลวง
แล้วสร้างวัดและเจดีย์ขึ้นที่ตรงนั้น
(ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้น
ชื่อว่า พระอนุสาวรีย์ศรีสุริโยทัย)
พม่าล้อมเมืองกรุงอยู่ไม่นานก็ทราบข่าวว่า พระมหาธรรมราชายกทัพพิษณุโลกลงมาช่วยจึงเลิกทัพกลับไป


ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศา โค่นสุพรรณภูมิ ฤาจะฟื้นละโว้ อโยธยา (ราชวงศ์อู่ทอง)


การรวมอำนาจไว้ที่กรุงศรีอยุธยาได้เห็นผลในรัชกาลสมเด็จพระไชยราชาธิราช
แต่พระองค์ก็ยังไม่ทรงวางรากฐานไว้อย่างมั่นคง เพราะเสด็จสวรรคตเสียก่อน
ใน พ.ศ. ๒๐๘๙ พระราชโอรสคือ สมเด็จพระยอดฟ้า ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์
ที่อยู่ในวัยทรงพระเยาว์เพียง ๑๒ พรรษาเศษๆ โดยมี แม่อยู่หัว ท้าวศรีสุดาจันทร์
(พระชายาองค์หนึ่งของสมเด็จพระไชยราชาธิราช) คอยว่าราชการแทน

ระหว่างนั้นแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ได้คบชู้กับพันบุตรศรีเทพ พนักงานผู้เฝ้าหอพระ
ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นขุนชินราชมาช่วยรักษาหอพระข้างใน
และช่วยงานด้านบัญชีกำลังพล
ทำให้บุคคลทั้งสองมีอำนาจมากขึ้น และในที่สุดเมื่อมีโอกาสเหมาะ ท้าวศรีสุดาจันทร์
ก็ยกขุนชินราชขึ้นเป็นกษัตริย์
ทรงพระนามว่า ขุนวรวงศาธิราช โดยบรรดาขุนนางทั้งหลาย
ไม่มีใครกล้าคัดค้าน และในที่สุดก็ให้ประหารพระยอดฟ้าเสีย เหลือพระศรีศิลป์ซึ่งยังเด็กเอาไว้

ความมีอำนาจบารมีของท้าวศรีสุดาจันทร์นั้น เพาะบ่มมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จาก
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับ พันทนมาศ (เจิม) "...ครั้นถวายพระเพลิงพระไชยราชาธิราชเจ้าเสร็จ
ฝ่ายพระเทียรราชา ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์สมเด็จพระไชยราชาธิราชเจ้านั้นจึงดำริว่า

ครั้นจะอยู่ในฆราวาส บัดนี้เห็นภัยจะบังเกิดมีเป็นมั่นคง ไม่เห็นสิ่งใดจะเป็นที่พึ่งได้้
เห็นแต่พระพุทธศาสนาและผ้ากาสาวพัสตร์ อันเป็นธงชัยแห่งพระอรหันต จะเป็นที่พึ่งพำนัก
พ้นภัยอุปัทวันตราย ครั้นดำริแล้วก็ออกไปอุปสมบทเป็นภิกขุภาวะอยู่ในวัดราชประดิษฐาน...
"

http://desktop.kratookfilm.com/displayimage.php?album=2&pos=0









แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sun May 17, 2009 12:39 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศา โค่นสุพรรณภูมิ ฤาจะฟื้นละโว้ อโยธยา (ราชวงศ์อู่ทอง)

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 4:48 pm

แต่ขุนวรวงศาและท้าวศรีสุดาจันทร์อยู่ในอำนาจเพียง ๔๒ วัน ก็ถูกโค่นอำนาจลง
โดยขุนนางและเชื้อพระวงศ์สุโขทัย อันมีพระยาพิชัย พระยาสวรรคโลก ขุนอินทรเทพ
หมื่นราชเสน่หานอกราชการ หลวงศรียศ บ้านอยู่ลานตากฟ้า โดยมี ขุนพิเรนทรเทพ เป็นหัวหน้า
วางแผนให้ขุนวรวงศาออกไปจับช้าง

หมื่นราชเสน่หาถือปืนไฟแอบซุ่มยิงนายจันเป็นน้องชายของขุนวรวงศา มีตำแหน่งเป็นอุปราช
จะขึ้นช้างไปเพนียด หมื่นราชเสน่หาก็ยิงถูกพระมหาอุปราชตกช้างลงตาย ครั้นเช้าตรู่ได้จับ
ขุนวรวงศาธิราชและกับแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์และราชบุตร ซึ่งเกิดด้วยกันฆ่าเสีย
แล้วให้เอาศพเสียบประจานไว้ที่วัดแร้ง แต่พระศรีศิลป์นั้นให้เอาไว้

ที่กล่าวมาข้างต้นคือประวัติศาสตร์คร่าวๆ ที่กล่าวถึงท้าวศรีสุดาจันทร์อันมีลักษณะกล่าวหา
ว่านางคบชู้ฆ่าลูกฆ่าผัว (คือสมเด็จพระไชยราชาธิราช ด้วยการวางยาพิษ) เป็นผู้หญิง
ที่หลงในราคะ ย่ำยีราชบัลลังก์ ซึ่งบรรดานักประวัติศาสตร์รุ่นหลังๆ ไม่ยอมรับว่่าน่าจะไม่ใช่ทั้งหมด
แต่เป็นการโค่นอำนาจราชวงศ์เก่าโดยผู้หญิงคนหนึ่งต่างหาก
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศา โค่นสุพรรณภูมิ ฤาจะฟื้นละโว้ อโยธยา (ราชวงศ์อู่ทอง)

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 11:23 pm

เรื่องนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงให้ความเห็นว่า
"ข้าพเจ้าเชื่อตามฉบับหลวงประเสริฐว่า สมเด็จพระไชยราชาธิราชเสด็จกลับมาถึงพระนคร
แล้วจึงประชวรสวรรคต และเชื่อว่าเวลานั้นยังไม่มีเหตุเรื่องท้าวศรีสุดาจันทร์คบชู้
เหตุนั้นจะเกิดเมื่อท้าวศรีสุดาจันทร์ได้ว่าราชการแผ่นดินในรัชกาลของสมเด็จพระยอดฟ้า...
ควรเข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องแบ่งเหตุการณ์เป็น ๒ ตอน..."

ตอนแรกท้าวศรีสุดาจันทร์ไปเห็นพันบุตรศรีเทพที่หอพระมีความปฏิพัทธ์จึงให้ย้ายไปเป็น
ขุนชินราชพนักงานรักษาหอพระข้างใน และท้าวศรีสุดาจันทร์ลอบเป็นชู้กับขุนชินราช
ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงเห็นว่าตอนนี้เป็นแต่การลอบคบชู้เห็นว่าจะไม่ตั้งใจ
ให้เกี่ยวข้องกับราชการบ้านเมือง ท้าวศรีสุดาจันทร์กับขุนชินราช คงลอบเป็นชู้กันอยู่ปีกว่าๆ
แต่ปกปิดความชั่วมิดชิด ไม่มีใครรู้แพร่หลาย การบ้านเมืองจึงเรียบร้อยปกติ

ตอนที่สองที่จะเกิดเหตุใหญ่โตนั้นคงเริ่มจากท้าวศรีสุดาจันทร์มีครรภ์ขึ้นมา
เห็นว่าจะปิดความชั่วไว้ไม่มิด เกรงภัยอันตราย จึงคิดอุบายแก้ไขไปถึงราชการ
เลื่อนขุนชินราชให้เป็น ขุนวรวงศาธิราช (อันเป็นตำแหน่งราชนิกุล)
ตำแหน่งขุนวรวงศาธิราชจะอยู่ในกรมไหนไม่ปรากฏ เข้าใจว่าเห็นจะเป็นสนมกรมวัง
เอาไว้ในที่ใกล้ชิดสำหรับใช้สอยต่างหูต่างตา ที่ว่าปลูกจวนให้อยู่ริมศาลาสารบัญชีนั้น
ก็แปลว่าขุนวรวงศาไม่มีบ้านเรือน จึงให้ปลูกเรือนให้อยู่แห่งหนึ่งอยู่ใกล้ๆ กำแพงวัง
ซึ่งไม่เป็นการอัศจรรย์อันใดในครั้งนั้น คงจะยังไม่มีใครสงสัยสนเท่ห์นัก
แล้วให้ขุนวรวงศาธิราช พิจารณา เลกสมสังกัดพรรค์ คือเป็นพนักงาน ชะรำ
เรียกคนเข้ารับราชการทหาร...
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศา โค่นสุพรรณภูมิ ฤาจะฟื้นละโว้ อโยธยา (ราชวงศ์อู่ทอง)

ตั้งหัวข้อ  att on Sat May 16, 2009 11:53 pm

(ซึ่งตรงนี้เปิดช่องให้ขุนวรวงศาซ่องสุมกำลังคน โดยไปดึงนายจัน น้องชายอยู่บ้านมหาโลก
บริเวณลุ่มน้ำลพบุรี ป่าสัก ซึ่งปัจจุับันคืออำเภอท่าลาน สระบุรี กลุ่มคนที่นี่มีอาชีพตีเหล็ก
ทำมีดดาบที่เก่งลือชื่อ และที่อยุธยายังมีชุมชนมหาโลกและวัดมหาโลกเช่นเดียวกัน
เชื่อว่าชาวบ้านมหาโลกเดิมย้ายถิ่นฐานตามขุนวรวงศาธิราชและนายจันผู้น้องเข้ามารับราชการ
ในกรุงศรีอยุธยา...ผู้เขียน)

การที่ท้าวศรีสุดาจันทร์ให้ขุนวรวงศาธิราชพิจารณา เลกสมสังกัดพรรค์ ความข้อนี้
ในจดหมายเหตุของปินโต โปรตุเกสบันทึกว่า ท้าวศรีสุดาจันทร์อ้างว่าพระเจ้าแผ่นดิน
ยังทรงพระเยาว์เกรงภัยอันตราย จึงเกณฑ์ทหารมาล้อมวงประจำซองไว้เป็นอันมาก
บางทีความจะตรงกับที่หนังสือพระราชพงศาวดารก็ว่าตรงกันว่า ท้าวศรีสุดาจันทร์
จะอ้างเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งเกณฑ์ทหารมาไว้เป็นอันมาก และให้ขุนวรวงศาธิราช
เป็นผู้บังคับบัญชาเป็นกำลังรักษาตัว

ต่อมาเห็นจะเป็นเมื่อท้าวศรีสุดาจันทร์มีครรภ์ขึ้น จะออกหน้าว่าราชการเสมอดั่งแต่ก่อนไม่ถนัด
จึงให้ขุนวรวงศาธิราชซึ่งเป็นผู้บังคับทหารอยู่แล้ว เข้ามาอยู่ที่จวนในวังที่ริมตันหมันและให้รับคำสั่ง
ไปสั่งราชการแทนตัว ความสงสัยและเสียงที่โจษจันซุบซิบจะมีขึ้นมากในเวลานี้ เมื่อกิตติศัพท์
แพร่หลายรู้กันเป็นแน่ว่า ท้าวศรีสุดาจันทร์มีชู้แล้วเอาชู้ขึ้นว่าราชการแผ่นดิน น่าจะมีข้าราชการ
ที่จะคิดกำจัดขุนวรวงศา ไม่แต่พวกขุนพิเรนทรเทพพวกเีดียว พระยามหาเสนา ก็น่าจะอยู่ในพวก
ที่จะคิดกำจัดขุนวรวงศาธิราชคนหนึ่ง ท้าวศรีสุดาจันทร์จึงให้แทงเสีย
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศา โค่นสุพรรณภูมิ ฤาจะฟื้นละโว้ อโยธยา (ราชวงศ์อู่ทอง)

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 11:00 am

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงให้ความเห็นต่อไปอีกว่า
ถึงสมเด็จพระยอดฟ้าที่ถูกปลงพระชนม์นั้นก็อาจจะเป็นด้วยคิดอ่านกับข้าราชการ
ที่มีความสัตย์ซื่อจะกำจัดขุนวรวงศาธิราช ขุนวรวงศาฯ จึงชิงปลงพระชนม์เสีย
(อุปนิสัยของสมเด็จพระยอดฟ้า ในพงศาวดารนั้นคล้ายพระไชยราชาธิราช
ชอบล่าสัตว์ ฝึกยุทธหัตถี ขี่ม้า มีจิตใจเด็ดเี่ดี่ยว) การคงจะจวนจลาจลเต็มที
ท้าวศรีสุดาจันทร์เห็นจะแก้ไขด้วยอุบายอย่างอื่นไม่ได้ เชื่อว่าขุนวรวงศา
มีกำลังทแกล้วจำนวนมากจึงออกหน้ากันไปตามเลย...

นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์อย่างเช่น อาจารย์ ศรี วัลลิโภดม อาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์
และคุณ สุจิตต์ วงษ์เทศ ให้ความเห็นที่คล้ายคลึงกันว่า ท้าวศรีสุดาจันทร์นั้นมิใช่สตรีธรรมดา
อย่างแน่นอน ที่จะทำให้ขุนวรวงศามีอำนาจในชั่วพริบตาภายในเวลา ๒ ปีเศษๆ ชี้ให้เห็นว่า
พระนางน่าจะได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลสูง คงไม่ใช่ผู้หญิงระดับต่ำที่ขึ้นมาได้ดี
แต่เป็นสตรีที่ได้รับการสั่งสอนจากตระกูลสูง

เมื่อค้นคว้าลงไปในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาและบันทึกของชาวต่างชาติ มีแต่กล่าวถึง
พระชายาของพระไชยราชาธิราชเพียงพระนามเดียวคือ แม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์
ซึ่งความจริงแล้วในหนังสือกฏหมายตราสามดวง ระบุตำแหน่งพระสนมเอกมีอยู่ ๔ พระองค์
คือ ท้าวศรีสุดาจันทร์ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ท้าวอินทรเทวี ท้าวอินทรสุเรนทร์

http://desktop.kratookfilm.com/displayimage.php?album=2&pos=3

คาดว่าในสมัยนั้นยังไม่มีตำแหน่งมเหสี ชื่อที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตำแหน่งสนมเอก
หรือมีลักษณะพระชายา ต่อเมื่อมีโอรสกับพระนางองค์ใดองค์หนึ่ง จึงได้รับการยกขึ้นเป็นกษัตริย์
พระนางผู้เป็นพระราชมารดาของกษัตริย์ก็จะมีฐานะสูงขึ้นกว่าพระชายาองค์อื่นๆ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศา โค่นสุพรรณภูมิ ฤาจะฟื้นละโว้ อโยธยา (ราชวงศ์อู่ทอง)

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 12:09 pm

อีกอย่างหนึ่งพระชายาทั้ง ๔ นี้ มาจากแนวความคิดจากสตรีสูงศักดิ์
จากการรวมดินแดนสี่ส่วนของประเทศเข้าด้วยกันกล่าวคือ
ชื่อตำแหน่งศรีจุฬาลักษณ์ ในศิลาจารึกของสุโขทัย เป็นตำแหน่งพระชายา
ที่มีเชื้อพระวงศ์สุโขทัย

ตำแหน่งอินทรสุเรนทร์เป็นชื่อแพร่หลายทางแคว้นสุพรรณภูมิ อยู่ในตระกูล "อินทร์"
เช่น เมืองอินทรบุรี รวมถึงกษัตริย์องค์สำคัญของกรุงศรีอยุธยาที่มาจากเมืองสุพรรณบุรี
คือ อินทราชาธิราช หรือ "พระนครอินทร์" เป็นต้น

ตำแหน่งอินทรเทวีจากพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาบันทึกว่า
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิโปรดให้ขุนอินทรเทพได้เป็น
เจ้าพระยาศรีธรรมโศกราช เป็นร่องรอยที่แสดงว่าชื่อตำแหน่ง "อินทรเทพ"
เกี่ยวข้องกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งถูกจัดเป็นกลุ่ม "สยาม" หรือตระกูลอินทร์

http://desktop.kratookfilm.com/displayimage.php?album=2&pos=10

เช่นเดียวกับดินแดนแคว้นสุพรรณภูมิ ดังนั้นชื่อสนมเอกว่าอินทรเทวี จึงน่าจะเป็น
เชื้อสายเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช อันเป็นแคว้นใหญ่ทางดินแดนภาคใต้

ตำแหน่งศรีสุดาจันทร์จึงน่าเชื่อว่าเป็นเชื้อสายของราชวงศ์ ละโว้-อโยธยา
ที่หลงเหลืออยู่ในราชวงศ์สุพรรณภูมิ และมีตำแหน่งใหญ่ในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา
ยิ่งพระเทียรราชาทรงตัดสินใจออกบวช อำนาจเบื้องหลังราชบัลลังก์สมเด็จพระยอดฟ้า
จึงตกอยู่กับแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์

ยิ่งท้าวศรีสุดาจันทร์มีสัมพันธ์กับพันบุตรศรีเทพ ถึงกับมีพระราชเสาวนีย์กับพระยาราชภักดีว่า
"พันบุตรศรีเทพนี้ เป็นข้าหลวงเดิมในพระองค์" ในปลายรัชกาลสมเด็จพระยอดฟ้าจึงได้รับ
การเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนวรวงศาธิราช" อันเป็นนามพระราชนิกุลมีความหมายว่า
พระญาติของพระเจ้าแผ่นดิน
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศา โค่นสุพรรณภูมิ ฤาจะฟื้นละโว้ อโยธยา (ราชวงศ์อู่ทอง)

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 3:29 pm

นักประวัติศาสตร์ได้ให้ข้อสังเกตว่าพันบุตรศรีเทพหรือขุนวรวงศานี้ประวัติความเป็นมา
ยังคลุมเครือ บ้างก็ว่าเป็นผู้ดูแลหอพระข้างหน้า (ฝ่ายหน้า) ต่อมาท้าวศรีสุดาจันทร์
ให้เอาเข้ามาเป็นที่ "ขุนชินราช" ดูแลหอพระข้างใน (ฝ่ายใน) บ้างก็ว่าขุนชินราช
เดิมเป็นมหาดเล็ก มีหน้าที่ร้องรำขับกล่อมนิทานถวายแก่พระมหากษัตริย์ บ้างก็ว่า
มีตำแหน่งพราหมณ์ประจำราชสำนักในพิธีกรรมต่างๆ

ที่น่าสังเกตมากคือตำแหน่ง "พันบุตรศรีเทพ" อันเป็นตำแหน่งเดิมของออกขุนชินราช
มีปรากฏในพระราชพงศาวดารฯ ฉบับพันจันทนุมาศกล่าวถึง "เมืองศรีเทพ" อยู่ริมแม่น้ำป่าสัก
จังหวัดเพชรบูรณ์ อันเป็นดินแดนเก่าของแคว้นละโว้-อโยธยา จึงสันนิษฐานว่าพันบุตรศรีเทพ
น่าจะสืบเชื้อสายจากราชวงศ์อู่ทองของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ จึงมีสิทธิ์เข้าไปอยู่ในราชสำนัก
ในอโยธยา และรู้จักพระราชพิธีโบราณซึ่งมีมาตั้งแต่ตั้งกรุงศรีอยุธยา

ประกอบกับเมื่อท้าวศรีสุดาจันทร์และขุนชินราชได้อาศัยกองกำลังของนายจัน น้องชาย
ซึ่งเป็นคนบ้านมหาโลก อันเป็นกลุ่มคนเชื้อสายเขมร (อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ของกรุงศรีอยุธยา อยู่บริเวณใกล้ตลาดท่าลาน จังหวัดสระบุรี ในปัจจุบัน) ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้
อยู่ดินแดนในเขตอิทธิพลเดิมราชวงศ์ละโว้-อโยธยา มีฝีมือในด้านตีดาบและทำอาวุธ
ซึ่งในช่วงเวลานั้นเทคโนโลยีการผลิตเครื่องมือเหล็กต้องอาศัยผู้ชำนาญการและ
มีเชื้อสายด้านนี้ ซึ่งในอดีตอาณาจักรละโว้มีความชำนาญด้านวิทยาการ เหล็กอย่างดีเยี่ยม

จากข้อสมมุติฐานของนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ดังกล่าว อันน่าจะเป็นไปได้ว่า
ขุนวรวงศาธิราช แม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ และนายจันบ้านมหาโลก เป็นเหล่าเชื้อของราชวงศ์
ละโว้-อโยธยา ที่พยายามกลับมามีอำนาจในราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 4:13 pm

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

การขึ้นเสวยราชสมบัติของขุนวรวงศาธิราช สร้างความไม่พอใจในกลุ่มขุนนางเก่าของ
สุพรรณภูมิและสุโขทัย อย่างกรณีพระยามหาเสนาที่คอยคัดค้านท้าวศรีสุดาจันทร์
จนเป็นเหตุให้ถูกลอบแทงจนเสียชีวิต ก็ยังมีกลุ่มของขุนพิเรนทรเทพอีกพวกหนึ่งที่ไม่พอใจ

ชื่อของ ขุนพิเรนทรเทพ ปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ ก็เมื่อคราวสมเด็จพระไชยราชาธิราช
เสด็จลงมาจากเมืองพิษณุโลกพร้อมขุนนางในราชวงศ์สุโขทัย และมีขุนพิเรนทรเทพผู้ทำหน้าที่
ในตำแหน่งตำรวจราชองครักษ์ใกล้ชิด แต่ขณะนั้นยังไม่มีบทบาทมากนัก

และมาปรากฏชื่ออีกครั้งหนึ่ง เมื่อไม่พอใจที่ขุนวรวงศาธิราชได้ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์
ดังความในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวถึงว่า "บัดนี้ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยชังเราบ้าง หัวเมืองเหนือ
ทั้งปวงก็ยังกระด้างอยู่ เราจำจะให้หาลงมาผลัดเปลี่ยนเสียใหม่ จึงจะจงรักภักดีต่อเรา นางพระยาก็เห็นด้วย
ครั้นรุ่งขึ้นเสด็จออกขุนนางสั่งสมุหนายก มีตราขึ้นไปหาเมืองเหนือเจ็ดเมืองลงมา..."

จากข้อความพงศาวดารตอนนี้จะเห็นว่าขุนวรวงศาธิราชมีอุปสรรคในการปกครองประเทศ
โดยเฉพาะบรรดาหัวเมืองฝ่ายเหนือ จึงคิดขจัดอิทธิพลเชื้อพระวงศ์สุโขทัยที่แฝงอยู่ในรูปแบบ
ขุนนางทั้งในราชสำนักและหัวเมืองฝ่ายเหนือออกไปให้หมด จึงได้มีการโยกย้ายสับเปลี่ยน
เอาเจ้าเมืองของหัวเมืองเหนือทั้งเจ็ดลงมายังกรุงศรีอยุธยา อันได้แก่เมืองพิษณุโลก
สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร ทุ่งยั้ง ปากยม และพระบาง (นครสวรรค์)
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 5:08 pm

เหตุการณ์นี้จึงทำให้เกิดการแตกหักระหว่างขุนวรวงศาธิราชและขุนนางราชวงศ์สุโขทัย
โดยมี ขุนพิเรนทรเทพ ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ฝ่ายเมืองเหนือ เป็นหัวหน้าก่อการร่วมมือกับ
ขุนอินทรเทพ อันเป็นขุนนางเชื้อพระวงศ์เมืองนครศรีธรรมราช หมื่นราชเสน่หา ในตำแหน่ง
ขุนนางกรุงศรีอยุธยา แล้วก็ หลวงศรียศ บ้านลานตากฟ้า

http://desktop.kratookfilm.com/displayimage.php?album=2&pos=2


นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมก่อการที่ยังเป็นกองกำลังหนุนฝ่ายขุนพิเรนทรเทพอีก ได้แก่
หมื่นราชเสน่หา นอกราชการ (คือผู้ที่ในอดีตเคยรับราชการเป็นหมื่นราชเสน่หา)

http://desktop.kratookfilm.com/displayimage.php?album=2&pos=4


พระยาพิชัย และ พระยาสวรรคโลก จะเห็นว่าพวกลงมือก่อการมีเจ็ดคน
มีกองกำลังทางภาคเหนือเสีย ๔ คน
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 8:38 pm

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะทางกลุ่มราชวงศ์สุโขทัยต้องการทวงคืนสิทธิ์การมีอำนาจของตนที่เคยมีมา
ในอดีต แต่ถูกทางกษัตริย์สายสุพรรณภูมิลิดรอนมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
แต่ไม่สามารถจะกระทำได้ทั้งหมด ถึงอย่างไรก็ต้องหวังพึ่งอำนาจทางขุนนางกรุงศรีอยุธยาด้วย
โดยมีเหตุผลที่ตรงกันก็คือ ขจัดขุนวรวงศาธิราชนั่นเอง โดยวางแผนว่า...

สมุหนายกเข้ารายงานต่อขุนวรวงศาธิราชว่ามีช้างพลายลักษณะดีติดโขลงที่ต้อนมาจาก
เมืองลพบุรีเข้ามายังเพนียดนอกเมือง ขุนวรวงศาฯ จึงคิดจะออกไปจับช้างลักษณะดีดังกล่าว
โดยพระองค์พร้อมแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ พระศรีศิลป์ ผู้เป็นพระอนุชาพระยอดฟ้า และเป็น
พระโอรสของสมเด็จพระไชยราชาธิราชและราชบุตรีที่เกิดจากขุนวรวงศาฯ ลงเรือออกจาก
เมืองไปทางคลองด้านทิศเหนือ ส่วนนายจันพระมหาอุปราชทรงช้างเสด็จจากวังหน้า

ขุนพิเรนทรเทพได้วางแผนให้หมื่นราชเสน่หานอกราชการ ไปดักยิงพระมหาอุปราชระหว่างทรง
ส่วนขุนพิเรนทรเทพ ขุนอินทรเทพ พระยาพิชัย พระยาสวรรคโลก หลวงศรียศ บ้านลานตากฟ้า
หมื่นราชเสน่หาในราชการ ลงเรือเข้ารายล้อมรุมฆ่าขุนวรวงศาธิราช แม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์
กับราชบุตรีเสียชีวิต ส่วนพระศรีศิลป์นั้นเว้นชีวิตไว้
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 9:10 pm

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่หวังสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จากนั้นคณะผู้ก่อการจึงไปทูลเชิญ
พระเทียรราชา ซึ่งขณะนั้นผนวชอยู่ที่วัดราชประดิษฐานให้ลาผนวชมาเสวยราชสมบัติ
เป็นกษัตริย์พระนาม "พระมหาจักรพรรดิ" (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
เชื่อตามหลักฐานของโปรตุเกสว่า พระเทียรราชาน่าจะเป็นพระอนุชาต่างมารดากับ
สมเด็จพระไชยราชาธิราช)

เมื่อได้เสวยราชสมบัติแล้ว พระมหาจักรพรรดิทรงตอบแทนคุณความดีของคณะผู้ก่อการทั้งหลาย
เช่น ขุนอินทรเทพได้รับบำเหน็จความชอบเป็นเจ้าพระยาศรีธรรมโศกราช ครองเมืองนครศรีธรรมราช
คงความอิสระในระดับหนึ่งในการปกครองบ้านเมืองของตน

สำหรับขุนพิเรนทรเทพนั้นได้รับการตอบแทนมากกว่าผู้อื่น ในฐานะต้นคิดมีบทบาท
ในการก่อการมากที่สุด ได้รับปูนบำเหน็จสูงสุดคือ ได้เป็น พระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า
กลับไปครองพิษณุโลก พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพระราชหัตถเลขา
กล่าวถึงการปูนบำเหน็จจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิว่า

"...ตรัสเรียกพระเจ้าลูกเธอพระสวัสดิราช ถวายพระนาม พระวิสุทธิกษัตรี เป็นตำแหน่ง
พระอัครมเหสี เมืองพิษณุโลก พระราชทานเครื่องราชบริโภค ให้ตำแหน่งศักดิ์ทหารพลเรือน
เรือชัยพื้นดำแดงคู่หนึ่ง และเครื่องราชกุธภัณฑ์ ให้สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า ทรงขึ้นไป..."
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 9:50 pm

http://movie.sanook.com/drama/drama_06128.php?page=75

อาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ให้ข้อสังเกตไว้ว่า ขุนพิเรนทรเทพเหมือนกับ
พระมหากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งซึ่งคุมอำนาจเบ็ดเสร็จทางหัวเมืองฝ่ายเหนือ
ในตำแหน่งพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้าที่ได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการ
พระองค์จึงมีอำนาจที่อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยาได้อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้
ส่งผลยุ่งยากทางการเมืองกรุงศรีอยุธยาในกาลต่อมา เมื่อพม่ากรีฑาทัพมา
กรุงศรีอยุธยาดังจะกล่าวต่อไปนี้...

ระหว่างที่พระมหาธรรมราชาธิราชขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลกยังไม่ทันถึงปี (พ.ศ. ๒๐๙๑)
พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ยกทัพข้ามด่านกาญจนบุรี อันมีสาเหตุการกระทบกระทั่งเรื่อง
เมืองมอญชายแดน
ที่ต่างฝ่ายก็อ้างอำนาจการครอบครอง สงครามครั้งนี้ฝ่ายไทย
ต้องสูญเสียพระสุริโยไท ที่สิ้นพระชนม์บนคอช้าง กองทัพพระมหาจักรพรรดิต้องถอย
เข้าตั้งในเขตพระนคร จนถึงฤดูฝนน้ำหลากเริ่มมา กองทัพพม่าจึงต้องถอยทัพเพราะ
หนีน้ำท่วม พม่าจึงเดินทัพกลับทางภาคเหนือ ผ่านกำแพงเพชรเพื่อเข้าเขตพม่า
ทางแม่สอด จังหวัดตาก

ขณะนั้นพระมหาธรรมราชาได้ร่วมมือกับกองทัพอยุธยาช่วยเข้าตีกระหนาบกองทัพพม่า
แต่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ มีกลที่ชำนาญ กองทัพเมืองเหนือเสียที (รวมทั้งกองทัพอยุธยาด้วย)
พระมหาธรรมราชา และพระราเมศวร โอรสองค์โตของพระมหาจักรพรรดิถูกกองทัพพม่า
จับตัวได้ สมเด็จพระจักรพรรดิต้องเจรจาเอาช้างชั้นดี ๒ เชือก แลกตัวพระมหาธรรมราชา
กับพระราเมศวรกลับคืนมาได้
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 10:26 pm

http://202.143.148.60/myscrapbook/index.php?section=82&page=9

มีข้อน่าสังเกตว่า กองทัพพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่เป็นเวลานาน แต่กองทัพเมืองเหนือ
ของพระมหาธรรมราชาก็มิได้ยกลงมาตีกระหนาบไล่กองทัพพม่าแม้แต่น้อย
กองทัพเมืองเหนือได้ปะทะกองทัพพม่าก็เมื่อพม่าได้ล่าถอยเข้าสู่เขตแดนเหนือแล้ว
และเมื่อทั้ง พระราเมศวรและพระมหาธรรมราชา ถูกจับเป็นเชลยในกองทัพพม่า
แม้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน ก็น่าจะทำให้พม่าเห็นความเปราะบางของกลไกที่ผูกพัน
บ้านเมืองทั้งสองแคว้นได้ดี (พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ : พระมหาธรรมราชาธิราช...อำนาจเดิม
ที่กลับมาของราชวงศ์สุโขทัย : ศิลปวัฒนธรรม มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖)


ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๑๐๖ พม่ายกทัพเข้าสู่อาณาจักรอยุธยาโดยมีพระเจ้าบุเรงนอง
กษัตริย์องค์ใหม่อันเป็นโอรสของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ที่สวรรคตลงไป หลังจากพระเจ้าบุเรงนอง
ทำสงครามรวมบ้านเมืองขึ้นมาใหม่แล้ว ยังแผ่พระราชอำนาจเข้าดินแดนสยาม เช่น
ดินแดนไทยใหญ่ทางเหนือ ล้านนา แล้วค่อยขยายเข้าเขตทางเหนือ ซึ่งบางเมือง
ได้ตกเป็นของพม่าแล้ว เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ สนับสนุนเสบียงอาหาร เพื่อเตรียมการบุกกรุงศรีอยุธยา
มีเพียงเมืองพิษณุโลกของพระมหาธรรมราชาต่อสู้ป้องกันเมืองนิดหน่อยก็ยอมแพ้แก่กองทัพพม่า

พงศาวดารช่วงนี้ดูสับสนว่าเหตุใดหัวเมืองเหนือจึงเข้ากับพม่า อย่างมหาราชวงศ์พงศาวดารพม่า
บอกว่าต้องใช้กำลังกับทุกเมือง ส่วนฉบับของวันวลิต ชาวฮอลันดา ถึงกับกล่าวว่า พระมหาธรรมราชา
ได้ยุยงให้พระเจ้าบุเรงนองยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา
แต่ถึงที่สุดเอกสารทางประวัติศาสตร์
มีความตรงกันว่า กองทัพบุเรงนองที่ยกเข้าประชิดกรุงศรีอยุธยาครั้งนี้ มีพระมหาธรรมราชา
คุมกำลังเมืองเหนือร่วมมาอยู่ด้วย
และเหตุผลที่พระเจ้าบุเรงนองยกทัพมาครั้งนี้อ้างเหตุผล
ขอแบ่งช้างเผือกเพื่อประดับบารมี ในครั้งแรกพระมหาจักรพรรดิทรงไม่ยอม
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 11:26 pm

แต่ด้วยกองทัพพม่ารวมกับกองทัพล้านช้าง กองทัพฝ่ายเหนือรวมกันกลายเป็นกองทัพมหาศาล
คงจะทำความย่อยยับกับกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจรจาอ่อนน้อมกับพระเจ้าบุเรงนอง
ซึ่งสยามต้องมอบ พระราเมศวรโอรสองค์โต พร้อมช้างเผือก ๔ เชือก และขุนนางฝ่ายต่อต้านพม่าคือ
พระยาจักรีและพระสุนทรสงคราม ให้แก่พระเจ้าบุเรงนองไป

(แต่ในมหาราชวงศ์พงศาวดารพม่ากล่าวว่า พระเจ้าบุเรงนองนำสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ไปกรุงหงสาวดีด้วย แต่พงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงสละราชสมบัติ
ให้โอรสองค์รองคือ สมเด็จพระมหินทราธิราช แล้วพระองค์ออกบวชอยู่วัดสวนหลวงสบสวรรค์)

http://202.143.148.60/myscrapbook/index.php?section=82&page=11

กรุงศรีอยุธยาในช่วงนี้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของพม่า โดยผ่านทางพระมหาธรรมราชาที่พิษณุโลก
กำกับดูแลต่างพระเนตรพระกรรณของพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องนี้สร้างความโกรธเคืองแก่ทาง
กรุงศรีอยุธยา ระบบเครือญาติของสองราชวงศ์ได้มาถึงจุดเสื่อมทรามลงอย่างมาก
แม้ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวแสดงความคับข้องใจของสมเด็จพระมหินทราธิราชว่า

"...ครั้งนั้นเมืองเหนือทั้งปวงเป็นสิทธิแก่พระมหาธรรมราชาเจ้า อนึ่งการแผ่นดิน
ในกรุงพระมหานครศรีอยุธยา พระมหาธรรมราชาบังคับบัญชาลงมาประการใด
สมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าแผ่นดินต้องทำตามทุกประการก็ขุ่นเคืองพระหฤทัย...
"
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การก้าวสู่อำนาจของราชวงศ์สุโขทัยและความเสื่อมของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun May 17, 2009 11:52 pm

ด้วยเหตุนี้สมเด็จพระมหินทราธิราชจึงมีความคิดจะโค่นล้มพระมหาธรรมราชาให้จงได้โดยหันไปผูกพัน
กับอาณาจักรล้านช้างอันมีพระไชยเชษฐาเป็นกษัตริย์ครอบครองอยู่ ทางพระไชยเชษฐาได้มีการสู่ขอ
พระเทพกษัตรีพระราชธิดาของพระสุริโยไทกับพระมหาจักรพรรดิ

แต่ความนี้ล่วงรู้ถึงพระมหาธรรมราชาจึงแจ้งไปทางหงสาวดี ทางพม่าจึงจัดทัพมาแอบซุ่มชิงตัว
พระเทพกษัตรีระหว่างเสด็จไปล้านช้าง และได้นำตัวพระเทพกษัตรีไปถวายพระเจ้าบุเรงนอง
ยิ่งสร้างความแค้นเคืองให้กับพระมหินทราธิราชยิ่งขึ้น พระองค์จึงตกลงกับพระไชยเชษฐา
ให้ยกมาตีเมืองพิษณุโลก โดยอ้างว่าจะยกทัพไปช่วยกรุงศรีอยุธยารบกับพม่า

ส่วนพระมหินทราธิราชจะยกกองทัพเรือจากกรุงศรีอยุธยาไปโอบล้อมกระหนาบตีพิษณุโลก
เพื่อจับตัวพระมหาธรรมราชา แต่ความครั้งนี้ก็รั่วไหลถึงพระมหาธรรมราชา พระองค์ขอกำลัง
ของพม่ามาสมทบช่วยป้องกันเมือง ตีกองทัพพระไชยเชษฐาและของสมเด็จพระมหินทราธิราช
แตกพ่ายไป

หมดศึกครั้งนี้พระมหาธรรมราชาพร้อมพระนเรศวรโอรสได้เสด็จไปกรุงหงสาวดีแจ้งเหตุให้ทราบ

และคาดว่าพระองค์คงเพ็ดทูลให้พระเจ้าบุเรงนองปราบปรามกรุงศรีอยุธยาให้แตกหัก
เพื่อปกครองให้ง่ายขึ้น
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ