Changeling...สู้เพื่อลูก

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Changeling...สู้เพื่อลูก

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Mon May 18, 2009 8:45 am



แม้ลูกเหลือ เพียงเถ้าถ่าน ปานธุลี
มารดานี้ จักมิมี ที่เลือนเจ้า
รูปนิมิต ผิดแผกไป ไม้คงเค้า
แต่สองเรา ปลูกสายใย ในผูกพัน

เขาบอกว่า ส่งลูกคืน ยื่นตรงหน้า
แต่แม่ว่า นี่มิใช่ ลูกของฉัน
เขาส่งผล พิสูจน์ค่า มายืนยัน
แต่สัมพันธ์ แห่งแม่ลูก ผูกด้วยใจ

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย มีนาคม ปี ค.ศ. ๑๙๒๘ วอลเตอร์ คอลลินส์ บุตรชายวัย ๙ ปี ของคริสติน คอลลินส์ หายตัวไปจากบ้าน ทันทีที่หาลูกไม่พบ หาทั้งบ้าน และ ตามละแวกบ้าน เธอตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งความกับตำรวจลอสแอนเจลิส ว่าลูกหาย

ตำรวจรับ แอล เอ รับแจ้งความ แล้วก็ทำงานได้ไวเหมือนสายฟ้าแลบ อีกห้าเดือนต่อมา ตำรวจพาเด็กผู้ชายวัยเก้าปีคนหนึ่งมาให้ แล้วบอกว่า นี่คือลูกชายของเธอ

ทำงานดีแบบนี้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา


แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Mon May 18, 2009 8:46 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : จัดวางระยะของข้อความไม่เหมาะสม คือมีที่ว่างด้านล่างมากไปค่ะ)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

แม่ย่อมรู้จักลูกดีกว่าใคร

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Mon May 18, 2009 12:18 pm



เรื่องที่ว่า เเป็นเรื่องจริง แล้วเขานำมาสร้างหนัง ชื่อภาษาอังกฤษว่า Changeling โดยคลิ้นท์ อีสต์วูด ตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ ยังไม่ได้อ่านชื่อคนสร้าง และ กำกับ แต่พอตอนจบ ถึงรู้ว่า เป็นหนังของคลิ้นท์ อีสต์วูด นั่นเอง เลยไม่แปลกใจที่คำสร้างหนัง สามารถนำแง่มุมที่ล้ำลึก เป็นเรื่องที่ไม่แปลกใจ พบในยุคนั้น ปี 28 จน ปี 09 ก็ยังมีเรื่องทำนองเดียวกันนี้อยู่

ตำรวจคนที่ว่านั้นก็คือ คนในภาพนี้ เป็นตำรวจทำคดีเด็กหาย ซึ่งแม่เด็ก คือ คริสติน คอลลินส์ (โจลี ) มาแจ้งความ แล้วก็พาลูกใครมาคืนให้เธอ

คริสตินยืนกรานว่านี่มิใช่ลูกของเธอ เขาบอกว่า เวลาห้าเดือน เด็กต้องไปตกระกำลำบาก จึงเป็นเรื่องปกติ ที่ทำให้ โครงสร้างทางกายภาพ ของเขาเปลี่ยนไป รูปเปลี่ยน แต่คนเป็นแม่ย่อมรู้ดีว่า รูปเปลี่ยน แต่ความผูกพัน จิตใจที่ส่งผ่านกันระหว่างแม่ลูก มันเปลี่ยนไม่ได้

เมื่อมองตาก็รู้ว่า เด็กคนนี้มิใช่ลูกของเธอ

แต่ตำรวจยังยืนยันว่า เธอเพี้ยน และต้องรับลูกชายตัวเองกลับไปเสียดีๆ เขาจะปิดคดีนี้แล้ว

ในหนังได้สะท้อนให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของการประชาสัมพันธ์ ในยุคนั้น ตอนที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ภาพลักษณ์ของตำรวจ แอล เอ มิได้เป็นที่ประทับใจของผู้คนเท่าไหร่นัก เพราะปรากฎภาพของการทำงานแบบฉาบฉวย อะไรก็ได้เพื่อปิดคดีให้เสร็จๆ ไป ไม่ได้ให้ความสำคัญของการสืบหาข้อเท็จจริง

เมื่อเป็นดังนั้น ในเวลาที่คลี่คลายคดีใดๆ ได้สักคดีหนึ่ง ก็ต้องมีการชงเรื่องผ่านสื่อมวลชน ประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ว่า ตำรวจมิใช่มีแต่ภาพลบเท่านั้น เรื่องดีๆ ก็ทำเป็นเหมือนกัน

ในตอนที่ตำรวจนำเด็กชาย วอลเตอร์ ที่ตำรวจว่าใช่ มาคืน ครีสติน ผู้กำกับ ตร.ใน แอล เอ ถึงกับเป็นผู้นำสื่อมวลชนทำข่าว ถ่ายภาพแม่ลูกด้วยตนเอง แล้วก็เป็นผู้บรรยายความว่า ในที่สุดแม่ลูกก็ได้พบกันหลังจากจากกันห้าเดือน โดยมีตำรวจเป็นผู้พาเด็กชายคืนให้แม่ ตำรวจแอลเอก็มีเรื่องดีให้คุณเหมือนกัน หากคุณคิดจะประนามเรื่องเลวของตำรวจแอล เอ ก็ขอให้ความเป็นธรรม มองเรื่องดีของตำรวจให้มากเหมือนกับมองจุดบกพร่องด้วย

เป็นการร้องขอมาตรฐานเดียวกัน ว่างั้นเถอะ !
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หลักของเหตุ และ ปัจจัย ต้องแก้ให้ภูกจุด

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Mon May 18, 2009 12:50 pm

คริสติน พยายามติดต่อกับตำรวจ เจ้าของคดี หลายครั้ง เพื่อยืนว่าเด็กไม่ใช่ลูกของเธอ เบื้องต้นพยายามยืนยันข้อมูลทางกายภาพของเด็กก่อน เช่น เด็กคนนี้ เตี้ยลงไป 3 นิ้ว ทราบได้เพราะเธอขีดเส้นระดับความสูงของลูกไว้ที่กำแพงบ้าน เด็กคนนี้ขลิบอวัยวะเพศด้วย ฯลฯ

แต่ตำรวจก็พยายามสร้างความมั่นใจให้โดย นำ จิตแพทย์คนหนึ่งมาพบเธอ บอกว่าการเตี้ยของเด็กเกิดจากกระดูกสันหลังหดตัว ซึ่งมันเป็นไปได้ ในกรณีที่บุคคลผ่านเหตุการณ์อันเลวร้าย และให้เธอยอมรับความจริง

ข่าวเรื่อง คริสติน ได้คืนลูกที่มิใช่ลูกตัว แพร่ไปในหนังสือพิมพ์ จนเข้าหูนักสอนศาสนาชื่อ กุสตาฟ บริเกล็บ ซึ่งให้ความสนใจเรื่องที่ ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม อยู่แล้ว บริเกล็บ ได้ติดต่อกับ คริสติน และบอกว่า เขาจะต่อสู้เรื่องนี้ร่วมกับเธอ ลำดับแรก จะนำเธอมาเป็นแขกรับเชิญในรายการวิทยุ ที่เขาจัดขึ้นเสียก่อน

เรื่องการมั่วนิ่มของตำรวจที่ตีพิมพ์ใน LA TImes ทำให้ผู้บัญชา ตำรวจ L.A. และ นายกเทศมนตรี ไม่พอใจอย่างยิ่ง แล้วตำรวจเจ้าของคดี ก็ตัดสินใจยุติปัญหานี้ แบบไม่ยากเย็นอะไร

....หากถามเราว่า ทางออกของเรื่องนี้ทำอย่างไรบ้าง ลองมาคิดกันเล่นๆ ดีไหมว่า มันทำได้ไงบ้าง

๑ ยอมรับว่า ทำงานชุ่ย แล้วขอตามหาตัวเด็กเสียใหม่ ขอโทษผ่านสื่อ ด้วยเหตุผลใด ๆก็ตาม ให้เสียหายน้อยที่สุด
๒ นิ่งไว้ ในที่สุดเรื่องก็จบไปเอง
๓ ติดต่อแม่เด็กบอกว่า จะทำเรื่องต่อให้ใหม่ แต่อย่าเพิ่งโวยวายอะไร เผื่อว่าเธอเลิกราไปเอง
๔ จัดการปัญหา ต้องแก้ที่เหตุ ตามหลักเหตุปัจจัย ก็ขจัดหล่อนให้พ้นทางเสียก็สิ้นเรื่อง

คิดว่าข้อไหนที่ ตำรวจ แอล เอ เลือก ละคะ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ข้อหารหัส 12

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Mon May 18, 2009 7:08 pm

ตำรวจแอล เอ ในยุคนั้น กับ ยุคนี้อาจคิดไม่ต่างกันเท่าไหร่ J.J.Jones ตำรวจผู้ทำคดีนี้ ก็ตัดปัญหาที่สาเหตุ แต่ว่าปัญหาที่เขากำจัดนั้น มิใช่ เหตุที่แท้จริง ของปัญหานี้

ในเมื่อสาธูคุณ ผู้เป็นนักเผยแพร่ศาสนา เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จะนำ คริสตินไปออกรายการวิทยุ สาธุคุณได้วางแผนการให้คริสติน หาทางพิสูจน์เรื่องนี้ ก่อนที่เธอกับเขาจะร่วมกันเปิดโปง การทำงานของตำรวจ เขาให้เธอไปพบกับทันตแพทย์ ที่เคยรักษา วอลเตอร์มากอ่น ซึ่งโครงสร้างฟันของเด็กสองคนต่างกันอย่างสิ้นเชิง วอลเตอร์ไม่มีฟันหน้าที่ห่าง เหมือนเด็กคนใหม่นี้ ซึ่งอาการฟันหน้าห่างเกิดจากเนื้อเยื่อในปากที่มีเกิน ซึ่งเป็นได้ทั้งจากที่มาเองโดยกำเนิด หรือ มีการผ่าตัด ซึ่งหมอฟันบอกว่า เขาตรวจแล้ว เด็กไม่เคยได้รับการผ่าตัดมาก่อน ประเด็นนี้ก็บอกได้ว่า เด็กมิใช่วอลเตอร์ คอลลินส์ นอกจากทางกายภาพ เธอยังไปหาครูที่สอนวอลเตอร์ เด็กบอกว่าจำชื่อครูไม่ได้ แต่จำได้ว่าเป็นครู ครั้งครูบอกให้กลับไปนั่งที่ เด็กก็จำไม่ได้ ว่าที่นั่งเขาอยู่ตรงไหน จนครูบอกว่า ถ้าเธอเป็นวอลเตอร์ เธอจะต้องจำที่นั่งของตัวเองได้แน่ เพราะนั่งตรงนั้นมาเป็นปีแล้ว

เจเจ ต้องชิงลงมือก่อนที่ คริสตินจะไปออกอากาศ เขามีคำสั่งให้ ผู้ใต้บังคับบัญชา ไปนำตัวคริสติน จากที่บ้าน ในข้อหาว่าวิกลจริต ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ส่งเธอไป รพ. รักษาคนป่วยทางจิต หรือ คนบ้า ด้วยข้อหารหัส สิบสอง

ที่บอกว่า เขาแก้ปัญหาของเขา แต่มิใช่ที่ต้นตอของปัญหาก็เพราะว่า เรื่องนี้เกิดจากการทำหน้าที่ของตำรวจแอลเอในตอนนั้น บกพร่อง ตำรวจไม่ทำงานตามกระบวนการที่ควรทำ แต่เร่งทำเพื่อปิดคดี ซึ่งอาจมีผลข้างเคียง ต่อเนื่องไปยังเรื่องที่ใหญ่กว่าก็ได้ การพูดแบบนี้ เหมือนกับมองโลกในแง่ร้าย หรือ มองข้ามช็อตเกินไป อะไรมันจะขนาดนั้น

คริสติน โดนนำตัวไปที่ รพ. ให้อยู่ร่วมกับคนป่วยโรคจิตจริงๆ เธอจะได้รับการตรวจจจากแพทย์ ประจำ รพ. ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเธอหวังว่าเขาจะเป็นคนช่วยเธอออกไปจากที่นี่ได้

แต่คริสติน เข้าใจผิดถนัด รพ. นี้มีการประสานงานอย่างดีกับ สถานีตำรวจแอล เอ ดังนั้นทั้งหมอ และ พยาบาล จึงพร้อมที่จะสนองตอบคำขอจาก สถานี ที่มีมาถึง

ที่ รพ. มีผู้หญิงจำนวนมาก ที่มีปัญหากับตำรวจ แล้วส่งตัวมานี่ ด้วยข้อหารหัสสิบสอง

สำหรับคริสติน เรื่องของเธอไม่ยากอะไรนัก หมอจะเรียกเธอไปวินิจฉัยเป็นระยะ หากอยากออกไปจากที่นี่ก็ไม่ยาก แค่เซ็นรับในเอกสารว่า เด็กเป็นลูกของเธอ และ ที่ผ่านมาเธอเข้าใจตำรวจผิดไป ลงนามแล้วก็จะกลายเป้นคนปกติ ในทันที แต่คริสตินไม่ยอมเซ็น

เธอเคยสอนลูกชายว่า อย่าทำตัวเป็นปัญหากับใคร แต่หากโดนรังแกต้องต่อสู้ ดังนั้นคริสตินจึงไม่ยอมลงนาม

ในเมื่อมีอาการแข็งข้อ แปลว่าอาการกำเริบ ต้องรับการบำบัดที่แรงขึ้นเพื่อให้อาการทุเลาเร็ว ด้วยการรักษาระดับ 8 นั่นคือ การช็อตด้วยไฟฟ้า คริสตินเคยรับรู้มาก่อน และรู้ด้วยว่ามันคงทรมานมาก รวมทั้งยังอาจทำให้คนปกติ กลายเป็นบ้าไปได้ แต่เธอคิดว่า คนเราหากมีศรัทธาและความมุ่งมั่นที่กล้าแกร่งแล้ว อะไรก็มาเปลี่ยนมันไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงไม่รู้สึกกลัวการลงทัณฑ์ในระดับแปดเลยแม้แต่นิดเดียว
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ต้องลุกขึ้นสู้ มิได้ใช่เพื่อทำลาย หากแต่เพื่อสร้างสรรค์

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Mon May 18, 2009 7:19 pm

หากบอกว่า สวรรค์มักจะส่งบททดสอบแรง ๆ ให้คนเพื่อวัดใจว่าจะฝ่าไปได้ไหม หากใจสู้ก็ผ่านไปได้ แม้จะปางตาย หรือ ร่อแร่ ก็ตาม

สาธุคุณ บริเกล็บ เริ่มหาทางติดต่อกับคริสติน เพราะว่ารอข่าวเธออยู่หลายวัน เขาก็เลยไปสอบถามที่บ้าน กับ เพือ่นบ้าน แล้วทุกคนก็เล่าว่า มีตำรวจมากุมตัวเธอไป เมื่อรู้อย่างนั้น ก็เลยต้องมาหา JJ ที่โรงพัก

JJ ไม่เสียทีที่เป็น ตำรวจ แอล เอ ผู้มีประสบการณ์ เขารีบให้ลูกน้องติดต่อที่ รพ เพื่อปล่อยตัวคริสติน ก่อนจะไปรับหน้า สาธุคุณ ที่มาพร้อมกับอาการสาธุ ของคนดูหนัง เพราะได้มาช่วยให้คริสตินรอดจาก การโดนรักษา ด้วย มาตรา 8 ได้ทันเวลา

ทาง รพ รีบปล่อยตัว คริสติน โดยยังไม่ได้โดนการช็อตไฟฟ้า แบบฉิวเฉียดจริงๆ ระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน เธอแทบเข่าอ่อน เมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ ประจำวันลงข่าวว่า มีตำรวจพบคดีอาชญากรรมครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ คดีฆ่าเด็ก ๒๐ ศพ โดย Gordon Stewart Northcott ที่เมือง Wineville และหนึ่งในนั้น คือ วอลเตอร์ คอลลินส์ ลูกชายของ คริสติน คอลลินส์ แม่ผู้โด่งดัง ในการต่อกรกับ ตำรวจแอลเอ ว่าทำงานบกพร่อง ส่งเด็กที่ไม่ใช่ลูกมายัดเยียดให้เธอ

คอลลินส์ ถึงกับเข่าอ่อน เป็นลมอยู่ตรงนั้น และบังเอิญที่สาธุคุณ บริเกล็บมารับร่างเธอไว้พอดี
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Changeling...สู้เพื่อลูก

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Mon May 18, 2009 7:39 pm


คดีที่ว่านี้ เกิดขึ้นจากความบังเอิญโดยแท้ ตำรวจแอล เอ ไปที่ เมือง Wineville เพื่อตามคดีอื่น (แต่ลืมแล้วค่ะว่าเรื่องอะไร ) ในฟาร์มร้างแห่งหนึ่งของเมืองนั้น แล้วเขาก็ไปพบ เด็กชายชาวแคนาดา วัยสิบสามสิบสี่ปี เห็นจะได้ ออกมาจากที่ซ่อนเพื่อทำร้ายตำรวจ เขาพาเด็กคนนั้นกลับไปที่ สถานีตำรวจในเมือง เพื่อส่งเด็กกลับแคนาดา

ในระหว่างนั่งรอตำรวจ จู่ๆ เด็กเกิดอาการเครียด เมื่อเห็นเด็กที่นั่งในเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เคาะไม้บรรทัดในมือ เป็นจังหวะเหมือนกับสับมืด หรือ ขวาน เขาตะโกนให้เด็กคนนั้นหยุดมือ แล้วก็วิ่งเข้าไปหาตำรวจ จากนั้นก็เล่าเรื่องราวของ กอร์ดอน (ผู้ชายคนในภาพแรก ) เขาบอกว่า ชายคนนั้นเป็นโรคจิต จับเด็กที่หลงทาง เด็กที่ไม่ได้อยู่กับ่พ่อแม่ เดินข้างถนน แล้วก็นำมาขังไว้ที่ฟาร์มในเมือง Northville จากนั้นก็ค่อยๆ ฆ่าเด็ก ด้วยขวาน เด็กสองคนสุดท้าย กอร์ดอน สั่งให้เด็กแคนาเดียน ลงมือ เขาเองเสียใจและไม่อยากทำเช่นนั้น แต่ถ้าไม่ทำก็ต้องตาย

ตำรวจจึงบอกใหเขาพาไปที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพเด็กๆ ไว้ที่นั่นด้วย จึงได้พบโครงกระดูกของเด็กๆ ที่ตายไปในนั้นจริงๆ

ตำรวจคนนี้ได้แจ้งไปยัง JJ Jones ที่อยู่ L.A. แล้วยังบอกว่า ในบรรดารูปของเด็กๆ ที่หายไปนั้น มีหลายคนโดน กอร์ดอนจับ แล้วสังหารไปแล้ว รวมทั้ง วอลเตอร์ คอลลินส์ด้วย

เมื่อ JJ Jones รู้เข้าก็รีบสั่งให้ ตำรวจ ลูกน้องพาเด็กชาย แคนาเดียน กลับมาที่สถานีโดยด่วน ปิดปากเงียบห้ามพูดกับใครทั้งสิ้น

ในขณะที่สื่อตีข่าว ตำรวจ แอล เอ ทำงามหน้า หาตัวเด็กผิด ซึ่งในที่สุดก็เลยได้รู้ตัวพ่อแม่เด็ก จริงๆ มารับลุกกลับไป หน้าตาเฉย และ หัวหน้าสถานี ก็ทำการ ปชส แบบเดิมๆ คือ ถ่ายรูปพ่อแม่จริงกับเด็กที่รับสมอ้าง และ ปิดท้ายว่า ...ให้ความเป็นธรรมกับตำรวจแอลเอด้วย ตำรวจแอลเอก็มีบทดี ดังนั้นคุณต้องให้น้ำหนักมันพอๆ กับ ตอนที่คุณจะติเดียนในส่วนเสียของเรา...

ตำรวจแอลเอ ก็ทำอะไรได้ทุกอย่างภายในดวงตะวันนี้เช่นกัน
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

แก้ที่เหตุนั้นชอบแล้ว เพียงแต่ต้องหาเหตุที่แท้จริง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue May 19, 2009 1:03 pm

การแก้ปัญหาที่สาเหตุ ฟังดูก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่ว่าต้องหาสาเหตุที่แท้จริงให้ถูกเท่านั้น เกาให้ถูกที่คัน

อย่าให้เหมือนกับ ตำรวจแอลเอ แก้ไข ซึ่งเหมือนว่าจะใช่ แต่กลับเป็นการเพิ่มปัญหา

ผู้กำกับ ประจำสถานี ได้รับ ใบสั่งจากนายกเทศมนตรี มาว่าให้จัดการเรื่องนี้อย่างดีที่สุด
ซึ่งหากพิจารณาแล้วมีสองทางที่เป็นไปได้

ทางแรก หาก JJ Jones ไม่ยอมรับว่าพาเด็กผิดมาให้ คริสติน แล้วก็ผลักเธอเข้า รพ.บ้า สื่อจะตีไปเรื่อยๆ ทางนี้เลือกไม่ได้

แต่ทางที่สอง ดูจะสดใสกว่า นั่นคือ Jones ต้องยอมรับว่า เขาทำงานผิด กรณีส่งเด็กผิดคนมาให้แม่ แล้วจากนั้น ก็หันไปใช้คดีฆาตกรรมโหด ๒๐ ราย ว่า วอลเตอร์ เป็นหนึ่งในเด็กที่ตายด้วย นั่นก็จะทำให้ทุกคนหมดข้อสงสัย เพราะเด็กตายแล้ว ตำรวจไม่ต้องวิ่งหาตัวเด็กอีกต่อไป

ทั้งสองเลือก Jones ก็ยังผิดอยู่ดี แต่ผิดแบบทางที่สองน่าจะเป็นทางออกที่ดีต่อทุกฝ่าย เขาจะโดนพักงาน แต่ตำรวจทั้งสถานีแอลเอ และ เก้าอี้การเมืองของ นายก ฯ ยังอยู่ดี ตัดแขนขา เพื่อรักษาชีวิต

Jones จำเป็นต้องเลือกทางนั้น เขาสั่งให้ ตำรวจลูกน้องพาเด็กแคนาเดียน กลับไปประเทศ แล้วก็ปิดคดี ให้เร็วที่สุด และให้ออกหมายจับ Northcott ฆาตกรวิปริต

แต่เรื่องใดก็ตามหากไปถึงสื่อ และยังมีเจ้าทุกข์แบบคริสติน เรื่องนั้นคงเล่นยากเสียแล้ว เมื่อมีการพิจารณาคดี จึงพบว่าเรื่องไม่ได้ง่าย แบบสั่งได้ อย่างที่ ผู้กำกับคิดเลย

เพราะ ฆาตกร บอกว่า เขาไม่ได้ฆ่าวอลเตอร์ เพราะวอลเตอร์เป็นเด็กนิสัยดี เขาไม่ได้ฆ่าเด็ก

ในที่สุด Jones และ ผู้กำกับ โดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และ ต้องขึ้นศาล โดยมีคริสติน เป็นโจทย์ฟ้องร้อง เธอได้ทนายความมือดีที่สุดในตอนนั้น (ขอเวลาไปค้นชื่อ ในหนังไม่เอ่ยชัดๆ) เขาว่าความชนะทางการมาโดยตลอด ค่าตัวแพงมาก แต่คดีนี้ สาธุคุณ บริเกล็บ บอกว่า เขาว่าการให้เปล่าๆ

ตอนหนึ่งที่ทนายซัก Jones ในฐานะจำเลย คำถามหนึ่งถามเกี่ยวกับ พฤติกรรมที่ Jones ทำกับคริสติน ไม่คิดจะทำงานอย่างจริงจัง นำเด็กผิดมาส่งให้ และ ยังยัดเยียดว่าเธอเป็นคนบ้า ทนายปิดคำถามว่า คุณทำผิดหรือไม่ ?

ดิฉันชอบใจคำตอบของ Jones ซึ่งยังไม่ทราบว่าภาษาอังกฤษ ใช้คำว่าอะไร แต่ในภาษาไทยที่แปลบทหนังมา ตอบได้สะใจดีมาก

เขาไม่ได้ตอบทันที นิ่งสัก 5-6 วินาที แล้วก็บอกว่า " ผิดในหลักการ แต่ในเวลาอย่างนั้น สถานะการณ์ทำให้คิดว่า แม่ที่ได้รับการกดดัน เสียใจในเรื่องลูกตัว จนกลายเป็นบ้า จำลูกไม่ได้ เป็นใครก็ต้องตัดสินใจเช่นเดียว ผมถูกเหตุการณ์บังคับให้ต้องตัดสินใจ "

ดังนั้น คำพูดว่าที่ว่า ผิดโดยสุจริตใจ ก็เลยกลายเป็นเชย ไปในทันทีค่ะ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หาเหตุที่แท้จริงนั้นยากยิ่ง แต่ก็ยังง่ายกว่าการยอมรับ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue May 19, 2009 6:24 pm

ในที่สุด ตำรวจระดับสูง ของสถานีตำรวจแอลเอ ถูกกรรมการตัดสินให้พ้นหน้าที่ ทั้ง JJ JONES และ ผู้กำกับ นายกเทศมนตรี ยุติการเล่นการเมือง หลังคดีอื้อฉาว ที่เชื่อมโยงมายังเรื่องคีดเด็กหาย

การหาเหตุที่แท้จริงอาจเป็นเรื่องยาก แต่ก็ยังง่ายกว่าเมื่อพบเหตุแล้ว จะยอมรับ และแก้ไข โดยเฉพาะเมื่อเราเองเป็นหนึ่งในสาเหตุนั้น

ผู้กำกับ แนะนำให้ Jones ยอมรับว่านำเด็กมาผิดคน โดยเปลี่ยนประเด็นไปว่าเด็กตัวจริงตายเพราะโดนฆ่า ซึ่งก็ยังคงใช้วิธีบิดเบือนอยู่เช่นเดิม ตำรวจยังไม่ได้ทำการสันนิษฐาน หาร่างของเด็ก ไม่เคยมีใครพบศพ วอลเตอร์ คอลลินส์ แล้วจะยืนยันว่าเขาตายได้อย่างไร เป็นการแก้ปัญหาแบบลูกหน้าปะจมูก วิธีการตบตาง่ายๆ แบบนี้ ยังไม่เคยเลือนไป อาจแฝงอยู่ในทุกจุดที่มีปัญหามากมาย ยิ่งปมซับซ้อนเท่าไหร่ โดยเฉพาะ เรื่องที่ไม่อยู่ในความสนใจของผู้คน

Northcott ฆาตกรโรคจิต ถูกตัดสินประหารชีวิต สองปีหลังจากจำคุกไว้ นับว่าเป็นวิธีการที่ทรมานจิตใจดีไม่น้อย ให้รอความตายถึงสองปี แล้ววิธีการประหารในยุคปี 1930 ก็คือ แขวนคอ

หลายปีจากนั้น ตำรวจตามตัวเด้กที่หายไปอีกคนหนึ่งพบ เด็กเล่าว่า เขากับวอลเตอร์ และเด็กอีกคนหนึ่งหนีมาได้ ตอนแรกตัวเขาติดที่รั้ว ของฟาร์ม แต่วอลเตอร์มาช่วยเขา แล้วจากนั้นทั้งหมดก็ไม่เคยพบหน้ากันอีก เขาไม่รู้ชะตากรรมของวอลเตอร์ และที่หายไปก็เพราะไม่กล้ากลับมาที่บ้าน กลัวว่าฆาตกรจะมาทำร้ายพ่อแม่ แต่ที่ต้องกลับมาแจ้งตำรวจ เพราะเขาคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อและแม่

การกลับมาของเด็กคนนี้ ทำให้คริสติน มีกำลังใจในการมีชีวิตต่อ เธอไม่ยอมหยุดที่จะตามหาลูกชาย และไม่ยอมสิ้นหวังว่า สักวันหนึ่งเขาจะกลับมา

แต่ในที่สุด เธอก็ไม่ได้พบกับวอลเตอร์อีกเลย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ