มารศาสนา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

มารศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Jun 04, 2009 6:56 am

รัฐบาลถังแตก หั่นเงินนิตยภัตพระสงฆ์ลง 31 ล้าน
สำนักพุทธฯหวั่นกระทบพระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ พระเปรียญ กว่า 20,000 รูป นโยบาย รัดเข็มขัดของรัฐบาลที่ให้แต่ละหน่วยงานปรับลดงบประมาณประจำปี 2553 ส่งผลกระทบไปยังงบฯอุดหนุนพระสงฆ์ด้วย

วานนี้ (13 พ.ค.) นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้แต่ละหน่วยงานปรับลดงบประมาณประจำปี 2553 ลงนั้น ทางสำนักงบประมาณ ได้เสนอมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ถึงงบฯที่จะถูกปรับลดโดยในงบฯที่จะถูกปรับลดลงนั้นมีงบฯของเงินอุดหนุน อุปถัมภ์นิตยภัตพระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ และพระเปรียญ รวมอยู่ด้วย ซึ่งจะถูกปรับลดลงจากเดิมที่เคยได้รับเมื่องบประมาณประจำปี 2552 จำนวน 945,830,400 บาท เหลือ 914,598,100 บาท ถูกปรับลดลง 31,232,300 บาท

อย่างไรก็ตาม นายอำนาจกล่าวเพิ่มว่า เข้าใจว่าที่สำนักงบฯ เสนอให้ลดงบฯ ในส่วนนี้ลงนั้น เพราะเห็นว่าในแต่ละปีจะมีพระสังฆาธิการที่ได้รับเงินนิตยภัตมรณภาพลงทุกปี แต่ต้องอย่าลืมว่าในแต่ละปีทางมหาเถรสมาคม(มส.) ก็มีการแต่งตั้งพระสังฆาธิการเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน ดังนั้นทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จึงจะต้องทำเรื่องแจ้งกลับไปยังสำนักงบฯ และทางรัฐบาล ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เข้าใจถึงสาเหตุที่รัฐบาลจะต้องให้ตัดงบฯ แต่งบฯอุดหนุนเงินนิตยภัตก็มีความจำเป็นเช่นกัน โดยจะมีทั้งพระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ และพระเปรียญ ที่จะได้รับเงินนิตยภัตในแต่ละปีประมาณกว่า 20,000 รูป

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวว่า งบฯประจำปี 2553 ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ขณะนี้ผ่านการพิจารณาระดับอนุกรรมการของ สำนักงบฯแล้ว โดยในภาพรวมสำนักงานพระพุทธศาสนาฯจะได้รับงบฯมากกว่างบประจำปี 2552 จำนวน 41,313,00 บาท ซึ่งงบฯในส่วนของการศึกษาสงฆ์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา จะไม่โดนตัด แต่จะโดนปรับลดในส่วนของงบฯการจัดการประชุมต่างๆ หากมีโครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมให้มีรายได้ หรือส่งเสริมคุณภาพชีวิต สามารถเสนอของบฯเพิ่มเติมผ่านรัฐมนตรีที่กำกับดูแลได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับงบฯ ประจำปีของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ นอกจากเงินอุดหนุนอุปถัมภ์นิตยภัตพระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ และพระเปรียญ ที่จะโดนปรับลดลงแล้วยังมีในส่วนของ เงินอุดหนุนการฝึกอบรมพระสังฆาธิการปรับลด 1,277,000 บาท เงินอุดหนุนการประชุมพระสังฆาธิการประจำปี ปรับลด 4,067,000 บาท เงินอุดหนุนการดำเนินงานพระธรรมทูตในต่างประเทศ ปรับลด 7,900,000 บาท เงินอุดหนุนการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ปรับลด 2,707,500 บาท เงินอุดหนุนการฝึกอบรมพระธรรมทูตในประเทศ ปรับลด 2,185,000 บาท เงินอุดหนุนการฝึกอบรมพระนักเทศน์ ปรับลด 2,517,500 บาท


ข่าว : ไทยรัฐ
16 พฤษภาคม 2552
[color:371f=#000]
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ภัยที่ร้ายที่สุดคือ ภัยจากคนด้วยกัน

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Jun 04, 2009 7:07 am

พระโมคคัลลานะ เป็นพระภิกษุอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า เป็นพระอสีติมหาสาวกผู้เป็นเอตทัคคะในด้านผู้มีฤทธิ์ แต่ในบั้นปลายแห่งชีวิต ยอมให้โจรทุบก่อนจะนิพพาน....

วันเวลาผ่านไปตามลำดับ เข้าสู่ปัจฉิมโพธิกาล ขณะที่ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระพักอยู่ที่กาฬศิลา ในมคธชนบทนั้นพวกเดียรถีย์ ทั้งหลาย มีความโกรธแค้นพระมหาโมคคัลลานเถระ เป็นอย่างมาก

เพราะความที่ท่านมีฤทธานุภาพมาก สามารถกระทำอิทธิฤทธิ์ ไปเยี่ยมชมสวรรค์และนรกได้ แล้วนำข่าวสารมาบอกแก่ญาติมิตรของผู้ไปเกิดในสวรรค์และนรกให้ได้ทราบประชาชนทั้งหลายจึงพา กันเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาทำให้พวกเดียรถีย์ ต้องเสื่อมคลายความเคารพนับถือจากประชาชน ลาภสักการะก็เสื่อมลง ความเป็นอยู่ก็ลำบากฝืดเคือง

จึงปรึกษากันแล้วมีความเห็นอันเดียวกันว่า “ต้องกำจัดพระมหาโมคคัลลานะ เพื่อตัดปัญหา” ตกลงกันแล้ว ก็เรี่ยไรเงินทุนจากบรรดาศิษย์ และอุปัฏฐากของตนเมื่อได้เงินมาพอแก่ความต้องการแล้ว ได้ติดต่อจ้างโจรให้ฆ่าพระเถระ

พวกโจรใจบาป ได้รับเงินสินบนแล้วพากันไปล้อมจับพระเถระถึงที่พัก แต่พระเถระรู้ตัวและหลบหนีไปได้ถึง 2 ครั้ง

ในครั้งที่ 3 พระเถระได้พิจารณาเห็นกรรมเก่า ที่ตนเคยทำไว้ในอดีตชาติติดตามมา และเห็นว่ากรรมเก่านั้นทำอย่างไรก็หนีไม่พ้น จึงยอมให้พวกโจรจับอย่างง่ายดาย และถูกพวกโจรทุบตีจนกระดูกแตกแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี พวกโจรแน่ใจว่าท่านตายแล้ว จึงนำร่างของท่านไปทิ้งใน ป่าแห่งหนึ่ง แล้วพากันหลบหนีไป

พระมหาโมคคัลลานเถระ คิดว่า “เราควรไปกราบทูลลาพระผู้มีพระภาค ก่อนจึงนิพพาน” ดังนี้แล้วก็เรียบเรียงสรีรกายประสานกระดูกด้วยกำลังฌานฤทธิ์ เหาะมาเฝ้าพระบรมศาสดา

ถวายบังคมแล้วกราบทูลลานิพพาน

พระพุทธองค์ตรัสถามว่า “โมคคัลลานะ เธอจะนิพพาน ที่ไหน เมื่อไร ?”

“ข้าพระองค์ จะนิพพานที่กาฬศิลาในวันนี้ พระเจ้าข้า”

“โมคคัลลานะ ถ้าอย่างนั้น เธอจงแสดงธรรมแก่ตถาคตก่อน ด้วยว่าการได้เห็นพระเถระเช่นเธอนี้ จะไม่มีอีกแล้ว”

พระเถระได้รับพระพุทธบัญชาเช่นนั้นจึงทำปาฏิหาริย์เหาะขึ้นไปบนอากาศแสดงพระธรรมเทศนาแล้วลงมาถวายอภิวาทกราบทูลลาไปยังกาฬศิลา และปรินิพพาน ณ ที่นั้น ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 หลังจากพระสารีบุตรนิพพานได้ 15 วัน

พระผู้มีพระภาค เสด็จไปพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ทรงเป็นองค์ประธานจุดเพลิงฌาปนกิจศพให้ท่าน ขณะนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์ตกลงมาโดยรอบบริเวณ มหาชนพากันประชุมทำ สักการะอัฐิธาตุตลอด 7 วัน พระพุทธองค์โปรดให้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ ณ ที่ใกล้ซุ้มประตูแห่งพระเชตะวันมหาวิหารนั้น

....อนิจจา โลกไม่เปลี่ยน แต่คนเปลี่ยน โจรสมัยก่อน กระทำการแบบหยายช้า แต่สมัยปัจุจุบัน ทำแบบหยาบด่วน คือ เลวได้ทุกขณะ พระศาสนาจึงมีแต่จะถูกทำลายลงไปทุกๆ วัน ไม่ส่งเสริม แต่ยังคิดจะหน่วงเหนี่ยวทำลาย และมองไม่เห็นคุณค่า

โจรสมัยก่อนทำลายพระพุทธศาสนา เพื่อเห็นแก่ลาภยศในวงจำกัด
แต่โจรสมัยโลกวิบัติ จ้องทำลาย เพราะถือว่าเป็นแหล่งความรู้ไร้ขีดจำกัดที่จะสร้างความเป็นคนให้เกิดแก่มนุษยชาติ อะไรมันจะเลวร้ายไปกว่านี้เห็นจะไม่มี
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

แผนที่ชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Jun 12, 2009 7:30 am

avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ