ระดับราคาพืชผลเกษตร ต้องใช้เงินพยุงราคาจริงหรือ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ระดับราคาพืชผลเกษตร ต้องใช้เงินพยุงราคาจริงหรือ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Jun 18, 2009 5:56 pm

ไม้เด็ด ไม้ตายของ ภาคการเมือง ที่งัดออกมาใช้ได้สำเร็จ ทุกครั้งที่มีการประท้วงเรื่องราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ก็คือ การประกาศนโยบายประกันราคา ใช้เงินซื้อพืชผล เก็บในคลังของภาครัฐบาล แล้วก็ขายออกมา

ทุกคนดูเหมือนจะพอใจแค่ผลของการพยุงระดับราคา เพื่อให้ได้ดังใจในเวลาหนึ่ง แล้วเมื่อมีการขายออกแล้วส่งผลขาดทุน มักจะไม่มีใครออกมาหาสาเหตุที่แท้จริง ว่าเกิดจากอะไร การขาดทุน นอกจากจะเกิดจากราคาขายต่ำกว่าราคาที่รับซื้อไว้ ยังต้องประสบปัญหา ของหายอีกด้วย

คนที่เป็นเหยื่อทุกเหตุการณ์ ลำดับแรก ข้าราชการประจำ โดยกล่าวหาว่า ทำงานไม่เป็น ค้าขายไม่เก่ง แต่ที่เป็นเหยื่อถาวรก็คือ กลุ่มเกษตรกรที่เป็นรากฐานของการผลิตสินค้าในประเทศ เขาเรียกท่านเหล่านั้นว่า ชาวนา

ทำไมต้องแยกกลุ่ม เพราะว่า ไม่ใช่คนทำอาชีพเกษตรกรรมทุกคนจะต้องยากจนเหมือนกับคนปลูกข้าว สินค้าที่คู่บ้านคู่เมืองมาเป็นหลายร้อยปี

เกษตรกรในบางกล่มรวยจะตายไป มีที่ดินตั้งมากมาย มีเสียงที่ดังสนั่นจนกระทั่งนักการเมืองต้องหันมาฟัง เขาไม่ได้ขาดทุนจริงๆ แต่อาจขาดทุนกำไร บางปีเสมอตัว แต่ก็ไม่ได้ติดลบตลอกศก แบบชาวนา หรือ พืชผลอื่นๆ ที่ดูท่าว่าคนจะอาศัยเป็นฐานเสียง และมีจำนวนมากกว่ากลุ่มอื่นก็ตาม

แต่คนเหล่านี้ไม่มีเสียงที่ดังกังวานเหมือนกับบางกลุ่ม อาจเป็นเพราะว่า นักการเมืองไม่มีธุรกิจทำนาก็ได้ เขาปลูกอย่างอื่น แต่ไม่ยอมปลูกข้าว แต่ถนัดจะค้ากำไรจากข้าว มากกว่า คนปลูก
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ระดับราคาพืชผลเกษตร ต้องใช้เงินพยุงราคาจริงหรือ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jun 19, 2009 3:37 pm

หวังว่าในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยผู้ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งออกข้าว รายใหญ่ของโลก ณ ปัจจุบัน

ต้องกลายเป็นผู้ที่ต้องนำเข้าข้าว เนื่องจากประเทศไทยไร้ซึ่งชาวนา

หรือไม่ เราอาจได้เห็น "คน" ไถนาแทน "ควาย" ก็เป็นได้ ใครจะรู้ Neutral Neutral

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ระดับราคาพืชผลเกษตร ต้องใช้เงินพยุงราคาจริงหรือ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Jun 19, 2009 6:00 pm

ลักษณะสินค้าพืชผลเกษตร ที่อยู่ในกลุ่มสินค้าจำพวก commodities เหมือนกับแร่ธาตุ เช่นทองคำ ดีบุก น้ำมันเชื้อเพลิง การขึ้นลงของราคา มิได้อาศัยหลักความต้องการใช้ กับปริมาณที่หาได้ในตลาด ตามหลักธรรมชาติเสมอไป หากแต่ปัจจุบันนี้ เนื่องจากโลกเปิดกว้าง การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล ซึ่งเป็นข่าวจริง และ ลวง ปะปนกัน ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น จึงทำให้เกิดผลกระทบในแง่จิตวิทยามาเกี่ยวข้องด้วย

กระแสพลังงานชีวภาพในปัจจุบัน ทำให้ราคาพืชผลเกษตรหลายชนิดไปผูกติดกับราคาน้ำมันปิโตรเลียม อย่างหนีไม่พ้น อ้อย ข้าวโพ และในบ้านเรา ก็คือ ปาล์มน้ำมัน

รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน อย่างต่อเนื่อง และมีกฎระเบียบภาคบังคับในการใช้น้ำมัน Biodiesel ที่เป็นรูปธรรมเห็นผลดีกว่าประเทศมาเลเซีย ซึ่งท่าดีทีเหลว คือ เริ่มต้นก่อนเรา แต่ตอนนี้กลับอยู่ข้างหลังไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาคบังคับในการใช้ b2 b5 ฯลฯ

หันไปดูประวัติราคาพืชผลเกษตรกันสักนิดหนึ่งจะดีกว่า ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นปีที่ผลผลิตทางเกษตรทั่วโลก มีมาก ผลิตได้เยอะจริงๆ ในรอบห้าสิบปี ทำให้ราคาพืชผลโดยมาก ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ตอนนั้นทักษิณ ซึ่งผ่านด่าน ผิดโดยสุจริตใจ หมาดๆ เพิ่งมารับตำแหน่ง

เป็นธรรมดา อะไรที่มันตกต่ำสุดๆ แล้ว จะต้องมีการปรับตัวดีขึ้น โดยลำดับ จากนั้นราคาพืชผลก็ค่อยๆ ขยับตัวขึ้น จนกระทั่งมีหลายต่อหลายคนแอบอ้างผลงานว่า รัฐบาลทักษิณ ทำงานเก่งมากๆ ทำให้พืชผลต่างๆ ขยับราคาขึ้น แต่ก็มีเหมือนกันที่พืชผลบางอย่างราคาตก หอม กระเทียม ช่วงปี ๒๕๔๘ แถวๆ นั้น ยังจำได้ว่า เมื่อเกษตรร้องว่าราคาต่ำจนทนไม่ไหวแล้ว รมต หน้าด้าน เอ๊ย หน้าเด้ง คนหนึ่ง หล่อนก็บอกว่า ถ้าต่ำก็ไม่รู้จะปลูกไปทำไม นำเข้ามาจะเหมาะกว่า

ในระยะนั้นมีเรื่องเขตการค้าเสรี ระหว่างไทยกับ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่เราไปปลูกพืชผลเกษตรบนที่ดินของเขา ลาว เขมร พม่า เวียดนาม แล้วก็นำเข้าผลผลิตต่างๆ ที่อยู่ในรายชื่อ เข้ามาในประเทศได้ รวมทั้งปาล์มน้ำมัน ซึ่งปกติ เป็นสินค้าหวงห้าม หวงแหนของนักการเมือง พรรคหนึ่งสุดๆ เพราะฐานเสียง และฐานทรัพย์ (เขามีสวนเองนี่คะ) อยู่ตรงนั้น การนำเข้าเริ่มในวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ทำได้โดยประกาศ กท. อะไรไม่รู้ ลืมไปแล้ว

ก็มีข่าวว่า นักการเมืองไปซื้อไปเช่าที่แบบระยะยาวที่ลาว เขมรกันยกใหญ่ เพื่อปลูกสินค้าขายดีเหล่านี้เพื่อนำเข้ามาในเวลาที่เหมาะสม การปลูกปาล์มนั้นกว่าจะได้ผลต้องใช้เวลาประมาณ สามถึงห้าปี แต่ยิ่งนานๆ จะทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูง รวมทั้งยังได้สัดส่วนน้ำมันสูงอีกด้วย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ประกันราคาแบบไม่ต้องควักกระเป๋า

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Jun 20, 2009 9:07 am

ต้นปีนี้ ราคาผลปาล์ม ลดต่ำกว่าที่เคยได้ในปีที่แล้ว ปี ๕๑ อันเป็นปีทองของราคาพืชผลเกษตร เพราะกระแสพลังงานทดแทนโดยแท้ ข้าวก็ได้ราคา ข้าวโพดก็ได้ราคา อ้อยก็มีราคาดี พวกสินค้าเหล่านี้สามารถใช้เป็นวัตถุดิบผลิต พลังงานทดแทน ไบโอดีเซล เอทานอล ได้

แต่เมื่อราคาน้ำมันปิโตรเลียมเริ่มลดลง เพราะว่าเป็นหลักธรรมชาติเช่นกัน เมื่อขึ้นไปสูงแล้วย่อมไร้เสถียร อยากให้เสถียรเป็นดาวค้างฟ้า จะต้องหาแรงดึงดูดมาคงมันไว้ แบบที่ ระบบสุริยะของเรามีดวงอาทิตย์เป็นตัวให้พลังงาน อยากให้สูงต้องอัดฉีดราคาด้วยกรรมวิธีการตลาดต่างๆ ซึ่งต้องเปลืองเงิน

แต่หากปล่อยเป็นธรรมชาติ ระดับราคาจะค่อยๆ ลดต่ำลงมาเอง แล้วตลาด ซึ่งหมายถึงทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ผู้ผลิต ผู้ขาย และ ผู้บริโภค จะปรับตัวกันไปตามสภาพ

แต่ในเมื่อพืชผลเกษตรหลายอย่างของเมืองไทยเป็นเรื่องการเมือง อาการฝืนธรรมชาติจึงมิอาจเลี่ยงได้ จะเห็นว่ารัฐบาลทุกสมัย ไม่ว่าจะมี นายก รมต กระทรวงเกี่ยวกับปากท้อง หรือ นักวิชาการเรียกกระทรวงเศรษฐกิจ จะจบมาจากสถาบันที่สูงส่งเพียงใด จะใช้วิธีเดียวกันคือ อัดเงิน หรือ ประกันราคา

ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ทำได้ง่ายที่สุด แต่ไม่ได้มีการรับประกันผลที่ได้ว่าจะได้ดีที่สุด

รัฐบาลมักจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเฉพาะกิจ กำหนดมาตรการวิธีการปฏิบัติในสิ่งที่ต้องการประกันราคา เพื่อให้ทุกภาคที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม

ที่แทบจะท่องได้ก็คือ รัฐบาลกำหนดราคาขั้นต่ำสุดไว้ ว่าห้ามรับซื้อเท่านั้นเท่านี้ หน่วยงานของรัฐบาลจะเข้ามารับซื้อ ในปริมาณเท่านี้ จำนวนเงินเท่านี้ ซึ่งจะเป็นการคำนวณเพื่อให้ได้ตามงบประมาณที่ฉวยมาได้

ภาพที่เรามองเห็นก็ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร แต่ความเป็นจริงจะเป็นเช่นไร ในเมื่อ รูปแบบของการรับซื้อ ใครดำเนินการ ในเมื่อหน่วยงานของรัฐบาลเอง มีกำลังคนไม่เพียงพอ ขาดความชำนาญในภาคปฎิบัติ

เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็อาจเกิดอาการส้มหล่นใส่ผู้ที่จะเข้ามาจัดการเรื่องนี้ ได้แก่ภาคเอกชน ผู้จะต้องรับหน้าที่ในการเป็นตัวผลักดันกลไก เช่น รัฐบาลกำหนดราคารับซื้อพืชผลไว้อย่างหนึ่ง โดยจะเก็บที่คลังสินค้าที่ว่ารัฐบาลเป็นผู้กำกับ แล้วรัฐบาลมีที่ทางมีบริเวณสำหรับเก็บสต็อคพืชผลเกษตร ทั่วประเทศหรือไม่ ? คำตอบคือ ไม่มี

ดังนั้นจึงต้องมีการ เช่าคลังเก็บของเหล่านั้น และมีสัญญาต่างๆ ในการกำหนดเงื่อนไข รัฐบาลจะควบคุมให้ รัฐไม่เสียเปรียบได้หรือไม่ พืชผลเกษตร มีปัญหาเรื่องการเก็บสต็อค เพราะมันเป็นสินค้าที่เน่าเสียได้ มีการสูญหาย สูญเสีย ในหลายลักษณะ เช่น ความชื้น สิ่งเจือปน แมลงกัดกิน เป็นรา แล้วก็อะไรอีก ที่จะทำให้ ปริมาณที่เก็บตอนแรก กับปริมาณที่เบิกในตอนสิ้นสุดสัญญา ต่างกันไป ซึ่งยังไม่ได้รวมเรื่องการขโมย หน้าด้านๆ อีกด้วย

ทุกครั้งที่รัฐบาลประกาศมาตรการต่างๆ ราคาพืชผลจะขยับตัวทันที เพราะทุกคนอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น โดยที่รัฐบาลยังไม่ได้ควักกระเป๋าสักสตางค์เดียว
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ