ตายน้ำตื้น

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ตายน้ำตื้น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Jul 14, 2009 7:38 pm

ความสับสนเรื่องไข้หวัด ชนิดใหม่ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ตามหน้า นสพ. แล้วยังมีการปล่อยข่าวเรื่องนี้ในการส่งข้อความ ชนิดส่งต่อ

มีทั้งการให้ข้อมูลเชิงวิชาการ ทั้งขู่ทั้งปลอบ

โดยมากตำหนิว่า ประเทศเรามีการควบคุมไม่ดีพอ เปรียบเทียบกับเม็กซิโก ซึ่งมีการระบาดก่อนใครแต่คุมโรคได้รวดเร็ว เพราะที่นั่นประกาศหยุดงาน หยุดเรียนเป็นสัปดาห์ เพื่อควบคุมโรคให้ได้เร็วที่สุด

มีความรู้สึกว่า เชื้อโรคชนิดนี้เหมือนมีการจัดให้ จะว่าคิดมากไปก็คงได้ แต่มีเหตุผลประกอบอยู่ค่ะ

ประการแรกก็คือ ไวรัส หวัดระบาดที่เม็กซิโกก่อน
จากนั้นก็ไปทั่วๆ แต่ในที่สุดกลับเป็นเมืองไทยที่ ดูเหมือนว่าอาการหนักที่สุด คือ มีคนติดมาก แต่การรายงานข้อมูลควรรายงานข้อมูลที่ เป็นสถานะที่แท้จริง

ยอดยกมา + เป็นเพิ่ม - หาย - ตาย = คงเหลือที่ยังเป็นอยู่

ที่สงสัยว่าเป็นโรคจัดให้เพราะว่า จู่ๆ ทำไมมาที่เราได้ แล้วก็กลายพันธ์เสียอีก ถ้าเริ่มต้นจากเชื้อที่เม็กซิโก ในตัวเดียวกัน ทำไมการกลายพันธุ์ทำได้เร็วขนาดนี้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ตายน้ำตื้น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Jul 15, 2009 8:09 am

ประการที่สอง ถ้าเชื้อนี้ระบาดได้เองในเมืองไทย (ถ้ามีจริง) ทำไมไม่เกิดพร้อมกับเม็กซิโก หากเกิดเพราะเชื้อจากเม็กซิโก แล้วการควบคุมการเดินทางของคนข้ามประเทศ มีการคุมเข้มหรือไม่ ตอนแรกก็มีข่าวการคุมเข้ม

ถ้าเกิดเพราะการระบาดข้ามเขตแดน ทำไมไม่มีข่าวการระบาดของเพื้อนบ้าน ที่มีชายแดนติดกันก่อน

สรุปว่ามันอะไรกันนี่

ที่รู้ๆ ก็คือว่า ไวรัส ยังคงเป็น agent เป็นสารปนเปือน ฝังตัวในเซลสิ่งมีชีวิต แล้วก็สุบเลือดสูบเนื้อ หากินไปวันๆ กินแบบไร้วัตถุประสงค์ และ ไม่มีสมอง มันก็เลยโง่ เพราะมันคิดจะทำลายล้างอย่างเดียว ทำไมจึงว่ามันโง่ เนื่องจากมันจะกัดกินจนกระทั่งเหยื่อหมดแรงต้าน และตายไปเอง เมื่อเราตายมันก็ตายด้วย หรือไม่ก็หาทางแพร่ไปกับสิ่งที่เหยื่อไปสัมผัสก่อนตาย พฤติกรรมแบบนี้คุ้นเคยมาก เหมือนเห็นที่ไหนสักที่หนึ่ง เพียงแต่สิ่งที่ว่าตัวโตกว่าไวรัสมากมาย

การป้องกัน ทางการ กับ นักวิชาการว่ากันไป แต่สำหรับตัวเราเอง มีประสบการณ์สดๆ ร้อนๆ ก็คือ ที่ทำงานมีคนหนึ่ง เขาไปรับยาให้แม่ที่ รพ. พอกลับมาเขาก็มีน้ำมูก เจ็บคอ แล้วก็เลยต้องไปหาหมอ หมอสั่งพักสองวัน

ทีนี้เราก็มีความจำเป็นต้องไปสัมผัสกับเอกสารของเขา เพราะงานต่อเนื่อง ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ยังคงดูถูก โรคหวัด ว่ามันเป็นโรคที่ไม่ควรจะทำให้คนตระหนกได้ขนาดนี้ สมัยก่อนต้องเป็นอหิวาห์ หรือ วัณโรค จึงตายได้ แล้วก็ต้องระวัง แต่ตอนนี้ ไข้หวัด ก็ทำให้พวกเราตายได้ง่ายๆ

หลังจากนั้นสักสองชั่วโมง ก็เจ็บคอ รู้สึกเหมือนมีไข้ กับท่าว่าจะมีน้ำมูกไหล ก็เลยรีบกินยาพารา สกัดไว้ก่อน กับกินน้ำอุ่น อย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนจะมีอาการเจ็บคอเพิ่มขึ้น ทีนี้เราก็คิดว่า ไอ้ไวรัสตัวนี้ (ต้องเรียกจิกและก็ประมาณว่ามันเป็นเพศชาย) มันจะเข้าไปกับเส้นทางหายใจ แล้วข่าวใหม่บอกว่า หากเข้าถึงปอด ทำให้ปอดพังได้จริงๆ ช่างร้ายเหลือ เราก็เลยใช้วิธีการที่บ้าๆ และไม่แนะนำให้ใครทำตาม สูดลมหายใจเข้าแบบเบาๆ แต่เวลาปล่อยลมออกมา ก็ปล่อยแรงๆ กะให้มันออกมาด้วย (เป็นความคิดที่โง่เขลา แต่ไม่มีทางเลือกก็เลยทำ ) เพื่อให้มันผิดไปจากวงจรที่ไอ้ไวรัสพวกนี้มันเคยพบในเหยื่อทั่วไป แล้วก็มีการกลั้นหายใจไว้สลับกันไป กะให้มันขาดอากาศ คือให้เชื้อสับสนพฤติกรรมเหยื่อนั่นเอง

กลับบ้านก็รีบนอน ห่มผ้า ให้ร่างกายอบอุ่น

พอเช้านี้ก็ดีขึ้น แล้วก็รีบกินน้ำมากๆ กาแฟ งดค่ะ ขอบอกว่าถ้าใครมีอาการไข้ ต้องงดกาแฟ หากจะดื่มก็ต้องอ่อนมากๆ ย้ำ ต้องงดกาแฟ เพราะกาแฟกับยาที่กินแก้ไข้ จะไปตีกัน มันจะทำให้ยาแก้ไขไร้ผลนะคะ กินโอวัลตินแทน (แต่ก็แอบผสมกาแฟเล็กน้อย) จากนั้นกินแอ๊ปเปิ้ล เพื่อให้วิตามินซีไปช่วยร่างกาย กินกล้วยน้ำว้าไม่สุกมาก ๑ ผล กล้วยเป็นยาอายุวัฒนะ ไวรัสไม่ใช่พวกมังสวิรัติค่ะ มันเป็นพวกกินเนื้อ ดังนั้นมันไม่ชอบ กินขนมปังโฮลวีตผสมธัญพืช (whole wheat + cerial ซึ่งไม่ใช่ whole หวีด กินแล้วสยอง) ในสูตรของคนกินผัก ก็คือ ไม่ใช้แยม แต่นำ strawberry มาฝานเป็นชิ้นบาง แล้ววางแทนการทาแยม หรือ เนย สูตรนี้แนะนำเลย เพราะจะทำให้เราได้วิตามินซี และประโยชน์จาก สตรอฯ ได้พลังงานจากแป้งขนมปัง และไม่ต้องพบกับภาวะน้ำตาลมากเกินควรจากแยม ไม่ได้ไขมันเกินจำเป็นจาก เนยเทียม (margarine) หรือ เนยแท้ (butter)

กินขนาดนี้เพื่ออะไร ตอนนี้ชีวิตต้องสู้ กับไอ้ไวรัสที่คิดจะมาฝังตัวหากินในร่างกายของเรา เมื่อเราจะสู้กับมันทั้งที ไม่กินให้มีแรงแล้วจะเอาอะไรไปสู้

ทางเลือกที่จะไปตายที่โรงพยาบาล ให้คนที่ไม่รู้จักเราดีเท่าเรา จัดยาให้ คงเป็นทางสุดท้าย

โรคหวัดยุคนี้มีดีอยู่อย่างหนึ่ง คือ เป็นแล้วตายง่ายดี การทรมานก็น้อยเสียด้วย ผ่านพุทธกาลมาสองพันห้าร้อยปี หรือจะถึงกาลที่โลกจะทำการ reset สักครั้งหนึ่ง ก็ไม่รู้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

วิธ๊การง่ายๆ แต่คนมักมองข้าม

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Jul 15, 2009 8:44 am

ผู้ที่ยังไม่มีอาการ ก็ควรป้องกันไว้ การป้องกินมิใช่กินยา หาหมอฉ๊ดวัคซีน

แต่ใช้อาหาร เป็นยารักษาโรค กินผักผลไม้ที่ล้างสะอาด หากผัดผักก็ไม่ต้องใส่น้ำมันมากนัก
กินข้าวในบ้านเป็นดีที่สุด

ผักมีวิตามินซี โดยเฉพาะผักใบเขียว ซึ่งมีอย่างอื่นด้วย เส้นใย ฯลฯ ผลไม้แนะนำ ก็คือ ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ ฝรั่งไม่สุก (ถ้าสุกจะมีน้ำตาลมาก วิตามินซีลดลง) แอ๊ปเปิลเขียว หรือ แดง ที่ไม่เน้นความสุก ผลไม้สุกทุกชนิดจะมีน้ำตาลมาก อาการสุกของพืชผักผลไม้ แปลว่า ข้างในนั้นเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชั่น ที่เรียกว่า browning reaction ตัวที่ทำให้น้ำส้มที่คั้นแล้วทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ดื่มทันที มีรสขมหรือกลิ่นไหม้ และมีสีคล้ำในคอขวดของพวกซอสมะเขือเทศ นั่นคือเกิดปฎิกิริยานี้มาแล้ว

มันเป็นสารที่ไม่ค่อยจะดีเพราะก่อมะเร็งได้ ถ้าสะสมมากๆ

สตรอเบอร์รี่ (ไทยก็มีนะ ไม่ใช่มีแต่นอก) ส้มที่ไม่หวานจัด ส้มที่สุกจัดจนนิ่มทิ้งได้เลย เพราะกินแล้วให้โทษมากกว่าให้คุณ

กินผลไม้พวกนี้มากๆ ในระยะนี้ เพราะว่ามันจะช่วยป้องกันตัวเองได้ระดับหนึ่ง
และ ต้องดืมน้ำสะอาดมากๆ ด้วย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ