แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Aug 18, 2009 10:39 am

เพราะ.....
พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ
เครื่องมือชิ้นใหม่ที่เลวร้ายกว่ากฎหมายขายชาติ 11 ฉบับรวมกับ FTA
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Aug 18, 2009 10:40 am

จากเมื่อ 8 ปีก่อน ( พ.ศ. 2540 ) เมื่อไทยตกอยู่ในภาวะล่มสลายทางเศรษฐกิจ เปิดช่องให้ทุนครอบโลกอาศัยไอเอ็มเอฟมากดขี่เอาเรียบคนไทย โดยบังคับและอาศัยการสมยอมของกลุ่มปกครองที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของนายทุนการเงิน-ธนาคาร-ขุนนางนายหน้า ออกกฎหมายที่กล่าวขวัญกันว่าเป็น “ กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ” มาเอารัดเอาเปรียบคนไทยทั้งชาติอย่างมากมาย

มาปัจจุบันแม้ว่ากลุ่มกุมอำนาจปกครองจะเปลี่ยนจากกลุ่มนายทุนการเงิน-ธนาคาร-ขุนนางนายหน้า มาเป็นกลุ่มทุนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและบริการก็ตาม แต่พวกเขาก้ไม่สามารถนำพาประเทศให้พ้นไปจากการครอบงำของทุนครอบโลกได้ ประเทศไทยได้กลายเป็น “ ประเทศทุนนิยมบริวาร ” ไปโดยสมบูรณ์ ดังนั้นการดำเนินนโยบายทุกอย่างของประเทศไทยต้องเป็นไปในทิศทางที่ทุนครอบโลกชี้นำสั่งการมา ซึ่งคนไทยทั้งประเทศจะเห็นได้อย่างชัดเจนในการเร่งดำเนินนโยบาย “ เขตการค้าเสรี ” ซึ่งอันที่จริงแล้วเกิดขึ้น เนื่องจากทุนครอบโลกล้มเหลวในการจัดการประชุม “ การค้าโลกรอบแคนคูน ” เพราะการต่อสู้ของประเทศที่ยากจนทั่วโลกรวมตัวกันอย่างมีพลัง ทำให้กลุ่มทุนครอบโลกเปลี่ยนวิธีการใหม่ในการกดขี่เอารัดเอาเปรียบมาในรูปของ “ การค้าเสรี ”

กรณีของประเทศไทยเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อคราวที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน ประธานาธิบดีจอร์จดับเบิ้ลยูบุชของสหรัฐอเมริกาถึงกลับลงทุนเดินทางมาประเทศไทยด้วยงบตัวเอง เพื่อบงการให้ไทยเร่งรีบดำเนินการในเรื่องเอฟทีเออย่างร้อนรน

ในขณะนี้กลุ่มปกครองไทยกำลังก่อกำเนิดเครื่องมืออันใหม่ในการแย่งยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชนให้แก่ตนและกลุ่มทุนครอบโลกอ่างทรงพลังเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างยิ่ง เครื่องมืออันนั้นคือ
“ พระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ ” ทั้งนี้เนื่องจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้อำนาจแก่กลุ่มที่กุมอำนาจการปกครองมีอำนาจทั้ง ทางนิติบัญญัติ-บริหาร-ตุลากร อย่างครบถ้วนในอาณาบริเวณที่เรียกว่า “ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ” กล่าวคือ

avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Aug 18, 2009 10:41 am

1. ผู้ที่ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัตินี้คือ “ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ” ( ซึ่งจะขอเรียกย่อ ๆ ในบทความนี้ว่า กนศศ.) ซึ่งประกอบไปด้วย นายกรับมนตรีเนประธาน รองนายกรับมนตรีที่นายกมอบหมายคนหนึ่งเป็นรองประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (รวมทั้งหมด 7 คน จากการแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรี) และผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ไม่เกิน 10 คน เป็นกรรมการ (รวมทั้งสองส่วนเป็นจำนวน 14- 17 คน ซึ่งลวนแต่เนการแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น จึงเท่ากับว่า กนศศ.เป็นคนที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งทั้งหมดนั่นเอง

2. เมื่อ กนศศ. หรือที่จริงคือนายกรับมนตรีเห็นว่าบริเวณไหนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเขตป่าเขาต้นน้ำสำคัญของประเทศไทย อาทิ ทุ่งใหญ่นเรศวร หรือเขตสำนักสงฆ์ที่ดินสงฆ์ หรือกระทั่งน่านน้ำทะเลไทยตรงไหน ที่ควรจะประกาศจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา เพราะทำได้โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาทันทีเพียงแต่แจ้งให้รับสภารับทราบเท่านั้น มิหนำซ้ำยังสามารถถมทะเลบริเวณที่ต้องการเพื่อก่อสร้างเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมาได้ โดยใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นไปตามมาตรา 16 29 30 31 ของกฎหมายดังกล่าว
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Aug 18, 2009 10:42 am

3. ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการบริหาร ซึ่งก็คือในท้ายที่สุดแล้วนายกรัฐมนตรีนั่นเอง เป็นผู้ตั้งคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งคณะกรรมการเศรษฐกิจพิเศษที่ตั้งดดยนายกรัฐมนตรีมีอำนาจมากมายดังต่อไปนี้

3.1 อนุญาตให้เช่าได้เกิน 50 ปีถึง 99 ปี ให้เช่าช่วงและใช้ประโยชน์อื่นนอกเหนือพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมได้ การเช่าหรือเช่าช่วงเกิน 100 ไร่ (ไม่จำกัดจำนวนไว้อาจจะเป็นพันหรือหมื่นหรือแสนหรือล้านหรือกว่าล้านไร่ได้) โดยไม่ต้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมที่ดิน หมายความว่าเมื่อนายกรับมนตรีต้องการให้เช่าหรือให้เช่าช่วงสักห้าล้านไร่ ก็ทำได้เลยและไม่ต้องมีจุดมุ่งหมายทางพาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรมก็ทำได้เลยเช่นกัน

3.2 การวางผังเมือง คณะกรรมการบริหารเขต ฯ ก็ทำได้ตามใจชอบไม่ต้องคำนึงถึงแผนใหญ่ของผังเมือง ไม่ว่าระดับจังหวัดหรือประเทศ

3.3 ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องปรับยุทธศาสตร์ของตนเองในการบริหารบ้านเมืองให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการของเขตเศรษฐกิจพิเศษ

3.4 การจัดทำไฟฟ้า ประปา เทคโนโลยีสารสนเทศ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น การขนส่ง การชลประทาน การควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นเอกเทศแยกอิสระจากสังคมไทยทั้งหมดโดยสิ้นเชิง

3.5 การจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือมหาชนจำกัด การกู้ยืมเงินการออกพันธบัตรตราสารหนี้อื่นใดเพื่อการลงทุน ที่สำคัญการดำเนินการอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องหรือเป็นการส่งเสริมหรือเป็นการสนับสนุนกิจการของเขตเศรษฐกิจพิเศษให้ทำได้โดยเอกเทศ เท่ากับเป็นบริเวณที่มีอธิปไตยของตนเองนอกเหนือต่างหากไปจากประเทศไทยไปโดยสิ้นเชิงตามมาตรา 50 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว

3.6 อำนาจทั้งหมดขององค์กรอำนาจรัฐ ทั้งอำนาจทางการปกครอง อำนาจทางการบริหารจัดการ ถูก พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษริบไปหมด เพื่อมอบให้แก่คระกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ จนหมดสิ้น โดยมาตรา 55 “ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น แล้วบรรดาอำนาจการอนุมัติอนุญาตออกใบอนุญาตให้ความเห็นชอบรับจดทะเบียน หรือรับแจ้งที่มีกฎหมายระเบียบข้อบังคับคำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ถือว่ากฎหมายระเบียบข้อบังคับคำสั่งหรือมติรับมนตรีในเรื่องนั้นกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารด้วย... ”

3.7 ในเขตเศรษฐกิจพิเศษประชาชนไทยที่เป็นเจ้าของเดิม อาจจะถูกรื้อไล่ร้องฟ้องอย่างไร้ศักดิ์ศรี และอาจจะต้องถูกบังคับให้จ่ายค่ารื้อถอนเองด้วย แต่ในขระที่คนต่างด้าวหรือผู้ลงทุนในเขตดังกล่าวกลับได้รับการต้อนรับอย่างสูงเลิศยิ่งด้วยอภิสิทธิ์มากมาย อาทิเช่น สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อ่นของคนต่างด้าว สิทธิในการการนำคนหรือส่งเงินออกนอกราชอาราจักร สิทธิในการได้รับการได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการลงทุน สิทธิในการถือครองหรือเปิดบัญชีเงินฝากเป็นเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงิน สิทธิที่จะได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากร คนต่างด้าวได้รับอภิสิทธิ์เหนือกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด ดดยคณะกรรมการบริหารจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ และการจำหน่ายที่ดินดังกล่าวของคนต่างด้าวอย่างไรก็ได้ตามมาตรา 60 61 62 64 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว

คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษปลอดพ้นจากการตรวจสอบโดยสิ้นเชิงจากกระบวนการทางยุติธรรมทั้งหลายไม่มีบทบัญญัติใด ๆ ใน พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดไว้ให้ กนศศ.ต้องได้รับการตรวจสอบจากกระบวนการยุติธรรมใด ๆ ไม่มีบทบัญญัติใด ๆ ให้องค์กรอิสระทั้งหมดตามรัฐธรรนูญตรวจสอบ กนศศ.

โดยสรุปก็คือ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นรัฐใหม่ซึ่งซ้อนอยู่ภายในรัฐเดิมคือประเทศไทย แต่มีอำนาจมากกว่ารัฐไทยเพราะคร่อมอยู่เหนือรัฐไทย กฎหมายใด ๆ ระเบียบบริหารแผ่นดินใด ๆ ของรัฐไทยถูกริบหรือยกเลิกหรือจำกัดโดย พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษโดยสิ้นเชิง เมื่อคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเห็นว่าบริเวณใดควรกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็ลงมือทำเลยและได้อำนาจอธิปไตยโดยสิ้นเชิงทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการภายในเขตนั้น

เมื่อพิจารณาจากความเป็นจริงที่ประเทศไทยมีทรัพยากรอันสำคัญยิ่งในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำลำธาร มานุษยวิทยา โบราณวิทยา วิทยาศาตร์ธรรมชาติ-พันธุ์พืชพันธ์สัตวืที่หายาก ชายทะเล ปะการัง ทรัพยากรใต้ดินอันทรงค่ามหาศาล เช่น แร่โปรแตสที่ดีที่สุดของโลกจำนวนมหาศาล น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติใต้อ่าวไทย และ ฯลฯ แต่ พ.ร.บ.นี้จะให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียวที่จะกำหนดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วนายกรัฐมนตรีก็บริหารจัดการได้ทุกอย่างตามอำเภอใจ ไม่มีการควบคุมตรวจสอบใดจากประชาชนไทย หรือกลไลอำนาจรัฐไทยเลยแม้แต่น้อย แล้วผลประโยชน์ที่คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ไปเล่าจะได้แก่ใครนอกจากนายกรัฐมนตรี บริษัทบริวารนายกฯ และต่างชาตี่บังคับบงการนายกรัฐมนตรีได้เท่านั้น แล้วผลเสียเกิดแก่ใครกันเล่า ก็แน่นอนก็ต้องตกอยู่กับประชาชนไทยทั่วทั้งประเทศอย่างแน่นอน

เช่นนี้แล้วระชาชนไทยจะยังนิ่งนอนใจให้ พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านรัฐสภา เพื่อบังคับกับประชาชนไทยทุกคนอยู่อีกหรือ เครื่องมือชิ้นนี้เลวร้ายยิ่งกว่ากฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ และการเจรจาทวิภาคีเอฟทีเออีกมากมาย เพราะทั้งสองอย่างไม่ได้ทำลายอธิปไตยของประเทศและประชาชนลงไปอย่างสิ้นเชิง แต่ พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษได้แย่งยึดเอาอธิปไตยของประเทศและประชาชนไทยไปอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรีคนเดียว และมีความเป็นไปได้สูงที่นายกรัฐมนตรีจะเฉือนเอาส่วนที่ดีสุดในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดของประเทศไทยไปประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมา แล้วประเทศไทยจะเหลืออะไร แล้วประชาชนชาวไทยจะเหลือความเป็นมนุษย์อยู่มากน้อยเท่าใด คงจะเหลือเป็นเพียงทาสของระบบทุนนิยมบริวารเท่านั้น ซึ่งอาจจะเลวร้ายไปกว่าระบบทาสในสมัยอดีตกาลของมนุษยชาติก็เป็นไปได้

พ.ร.บ.นี้จะให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียวที่จะกำหนดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วนายกรัฐมนตรีก็บริหารจัดการได้ทุกอย่างตามอำเภอใจ ไม่มีการควบคุมตรวจสอบใดจากประชาชนไทย หรือกลไลอำนาจรัฐไทยเลยแม้แต่น้อย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Aug 18, 2009 10:44 am

คนยกประเด็น เรื่องนี้ ชื่อ เหวง เขียนปี 2006 หรือ 2549

ที่ลอกมา ไม่ได้ด้วยความนิยมในตัวคนที่ยกประเด็น เป็นการส่วนตัว แล้วก็ค่อนข้างจะรู้สึกสงสัยว่า
เขารักษาโรคอะไรก็ไม่รู้

เพียงแต่ว่า มันมีประเด็นเรื่องแม่สอด กำลังจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ตรงนั้นเป็นชายแดน หรือว่าจะช่วย ตานฉ่วย ขยายเขตการค้า? ก็ไม่รู้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Aug 18, 2009 11:02 am

ทุกวันนี้การค้าชายแดนแม่สอดก็ไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องให้รัฐบาลกำหนดเรื่องเขตพิเศษอยู่แล้ว
หรือว่า รัฐบาลนี้มาทำงานต่อให้เสร็จ จากปี 40 ที่รัฐบาลชวนหลีกภัย เขียนชงรอไว้


งานบางอย่าง สิบปีนับว่าไม่นานจริงๆ

แต่บางอย่างไม่ต้องถึงสิบปี เช่น เรื่องกรรมเวร เพราะตอนนี้ใครบางคนอาจรับรู้ได้แล้วว่า
กรรมมีจริง

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเชื้อชาติอะไร หากอาศัยแผ่นดินไทย เป็นแผ่นดินที่หล่อเลี้ยงชีพ
ก็อย่าคิดว่าจะเนรคุณแผ่นดินให้ได้ทุกรูปแบบเลย เพราะจุดจบของคนที่ขายแผ่นดินที่เป็นร่มเงาให้อาศัยนั้น มันหนักหนาสาหัสกว่าบาปทุกชนิดก็ว่าได้
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Aug 22, 2009 8:20 pm

เพิ่งไปแม่สอดมาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สถานการณ์เงียบมากๆ คนส่วนใหญ่ที่นั่นก็เป็นคนพม่า
อาหารการกินก็หายากมาก(หรือเราเรื่องมากก็ไม่รู้)

ขนาดวัดชุมพลคีรี ที่มีคำกล่าวว่า คนเกิดปีมะเมียจะต้องไปกราบไหว้ หากไม่สามารถไปชเวดากองได้
เพราะที่วัดนี้ได้มีการจำลองพระธาตุมาไว้ แต่พอไปถึงกลับไม่มีคนเลย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แม่สอด กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ....

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sun Aug 23, 2009 4:01 pm

ทุกๆ ปี แม่สอดจะมีปัญหาการค้าเงียบเหงา เนื่องจากปัญหาการเมืองภายในเมียนมาร์ เรื่องการพิจารณา อิสรภาพของ นางซูจี ประมาณเดือน สิงหาคม ถึง ตุลาคม ปีที่เรามี ๑๙ กันยายน เมียนมาร์ก็มี กันยาโกลาหลเหมือนกัน

ชาวบ้านแถบชายแดนแม่สอด พม่า ต่างก็รู้กันว่า เป็นช่วงนาทีทองของ ผู้คุ้มกฎ ฝั่งพม่า เพราะว่าสินค้าชายแดน เกือบหมดที่เป็นสินค้าห้ามนำเข้าพม่า แต่ก็ทำได้ในลักษณะที่หลับตาข้างหนึ่งของเจ้าหน้าที่ฝั่งพม่า สินค้าในพม่าจะต้องจดทะเบียนนำเข้าโดยผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีขาเข้าไม่แพง แต่แพงค่าจดทะเบียน และ เป็นอะไรที่เงินซื้อไม่ได้ ได้ด้วยความสัมพันธ์ เพราะคนได้ใบอนุญาต คือ คนใน spdc หรือ ภาครัฐบาลนั่นเอง

แต่ภาวะปกติ แม่สอดคึกคักมาก แม่ค้าส่งออกชายแดนไทยพม่า พูดพม่าได้คล่อง และมีลูกจ้างในร้านเป็นพม่า หรือ ที่เรียกว่ามุหน่อ ทั้งนั้น

พวกนี้ บทจะทำก็ทำ บทจะออก เช่น จะไปหาสามี ก็ไปดื้อๆ บางคนบทโหดก็มี เพราะเกิดเห็นว่านายจ้างมีทรัพย์ ฆ่าปาดคอเอาดื้อๆ ถ้าขัดขืน มีคนโดนมาแล้ว

ที่น่าห่วงก็คือ อนาคต คนไทยจะเหลือสักกี่คน เพราะจะกลายเป็นพม่า เขมร ครองเมืองเสียก็ไม่รู้
หากคนไทยยังถนอมตัว รักษาแรงไม่ทำงานหนัก เลือกงาน แม้ว่าในบางกรณีจะไม่มีคุณสมบัติที่จะเลือกเลยก็ตาม
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ