สองประการ บันดาลให้เป็นสุข

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สองประการ บันดาลให้เป็นสุข

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Sep 18, 2009 9:57 am

เพียงสี่คำ จำง่ายจริง ยิ่งกว่าง่าย
สะดวกดาย ขอ"แค่ดี" ก็มีสุข
จักจับจ่ายใช้ " แค่มี" มิมีทุกข์
ไร้ภาวะฉุกเฉิน จำเริญใจ

สี่คำ คือ แค่ดี กับ แค่มี เท่านั้นเองแหละ

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สองประการ บันดาลให้เป็นสุข

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Sep 18, 2009 4:59 pm

ได้หนังสือมาเล่มหนึ่งจาก เพื่อนที่ทำงาน เป็นหนังสือจัดพิมพ์แจกในงานฌาปนกิจศพ คุณพ่อของเขา เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ในนั้นก็เป็นถ้อยคำธรรมดา แล้วก็ ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่พบเห็นแล้วก็สัมผัสมาชั่วชีวิต แต่ได้นั่งอ่านนิ่งๆ ฆ่าเวลา ในระหว่างการรอคอยการเดินทาง

ตรงหนึ่งในนั้นบอกว่า คนทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ที่กล่าวอย่างนี้ไม่ได้จะไปพิจารณาถึงด้านกฎหมาย เจ้าคำว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามระบุใน รธน. หรอกนะ

คนเท่ากัน เพราะเกิดครั้งเดียว ตายก็ครั้งเดียว เมื่อเกิดมามาโดยลำพัง เวลาตายก็ไปโดยลำพัง กลุ่มก๊วนที่ยกยอปอปั้น เราตอนที่ยังฟังได้ยินนั้น มิอาจตามไปด้วยได้

เวลาที่อยู่บนโลก มีไม่มากนัก โอกาสจะเกินร้อยปี เป็นไปได้ยาก ดังนั้นเมื่อยู่บนโลก ต้องรู้จักถนอมเวลา ใช้ให้คุ้มค่า และ สร้างคุณค่าที่สุด เท่าที่คนจะสร้างได้

การที่คนเราเท่าเทียมกัน ก็จะไม่เกิดอาการเบ่งจนเกินขนาด ในบางคน บางคนเต็มไปด้วยอัตตา ให้ความสำคัญกับยศตำแหน่งหน้าที่การงาน เสียยิ่งกว่าค่าของตัวเอง

ตัวอย่างเช่น สมมติ ดิฉันเรียนจบปริญญาเอก เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เป็นนักวิชาการ ที่มีงานวิจัยจนได้เป็น ศ. ศาตราจารย์ค่ะ มิใช่ ศาสนา นอกธรรมมาสน์ แบบที่มีคนพยายามจะตะแบงเป็น ในลักษณะ เป็นพระนอกเครื่องแบบ แปลว่า อ้างว่าเป็นพระ แต่ใช้จีวรที่มิใช่พระ เพราะโดนคำสั่งศาล ห้ามห่ม ..... ฮัดเช้ย.....!

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สองประการ บันดาลให้เป็นสุข

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Sep 19, 2009 7:50 am

จินตนาการต่อไป ตอนที่แล้วบอกว่า กรณีที่เกิดดิฉันประสบความสำเร็จทางการเรียนในสถาบันการศึกษา ได้ระดับปริญญาเอก จากนั้นทำงานวิจัยจนได้เป็น ศาสตราจารย์ จนกระทั่งไปยึดติดสิ่งที่ได้รับมา เพราะว่า มีน้อยคนซึ่งจะทำได้ ดิฉันก็กลายเป็นมองว่าสิ่งที่ได้มาสำคัญกว่าตัวจริงไปเสียนี่ เวลาแนะนำตัวกับใครดิฉันก็ดันไป นับเจ้าตำแหน่งนี้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด

สวัสดีค่ะ ดิฉัน ศาสตราจารย์ ด๊อกเตอร์ เอ็มไอ . รองหัวหน้าสถาบันการศึกษา พรรคจรัส (เม้งก่า) สาขาประเทศไทย และ นี่ หลานชายของดิฉัน ผู้มีความสามารถในด้านการเขียนข้อมูล ปล่อยข่าว ลงในเน็ต ทั่วราชอาณาจักร จนขณะนี้ได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ฮาซะไม่มี จ้างให้ไปเรียนเพื่อจะดับความซ่าของ หลานชายดิฉันชั่วคราว และมีแผนว่าจะเรียนต่อจนระดับสูงสุด นั่นคือ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการฮา ระหว่างประเทศ ......

คนฟังอาจอ้าปากค้างว่า สรุป คุณชื่ออะไร แล้ว หลานชื่ออะไร ละคะ

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สองประการ บันดาลให้เป็นสุข

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Sep 19, 2009 2:02 pm

คนที่ฉลาดทึ่สุด หลงตัวเองที่สุด อีโก้สูงที่สุด จะโดนหลอกได้บ้างไหม ?

คำตอบก็คือ ได้อย่างแน่นอน คนๆ นั้นก็คือ คนที่โง่ที่สุด

เรื่องนี้มีปรากฎแล้วในหนังสือชื่อ The Man Who Never Was

แผนทหารอังกฤษ ใช้ศพ ส่งสารปลอม หลอกฮิตเลอร์ แผ่นการนี้ แม้แต่วินสตัน เชอร์ชิล ยังขำกลิ้งบอกว่า คนที่โง่ที่สุดในอังกฤษ ยังไม่เชื่อเลย

ปรากฎว่าหลอกฮิตเลอร์ได้สำเร็จ

เป็นอุทาหรณ์ สำหรับ คนที่อัตตาสูงๆ แล้วก็คิดว่าตัวเองแน่

คนที่แน่จริงนั้น มีอยู่กรณีเดียวก็คือ แน่ที่ไม่แน่ เพราะคนเหล่านี้จะมีความระวังตัว และ ไม่ประมาท เนื่องจากเขาไม่แน่ยังไงล่ะ

ผิดกับคนที่คิดว่าตัวเองแน่ ที่คิดไปเอง จะด้วยตัวเองคิด หรือ คนยกยอปอปั้น ให้คิดและเชื่อก็ตาม

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ที่ขอไม่ควร ที่ควรไม่ขอ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Sep 22, 2009 7:19 am

ที่ขอไม่ควร ที่ควรไม่ขอ
ไม่เคยรีรอ ขอให้สมใจ

ที่ควรคิดขอ ขอหยุดอยากได้
ขอความพึงใจ งดได้ใคร่มี

ที่ควรขอเวลาไหว้พระก็คือให้ละกิเลส และ นิวรณ์ รวมทั้งไม่คิดจะขออะไรแล้วต่างหาก
จึงถือว่าที่สุดที่พึงปรารถนา เพราะการละสิ้นกิเลสและนิวรณ์ เป็นการหมดสิ้นความทุกข์
เป็นจุดเริ่มต้นของวงเวียนการเวียนว่ายตายเกิด จริงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ เขียนแบบที่คิดว่ามันน่าจะใช่

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สองประการ บันดาลให้เป็นสุข

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Sep 22, 2009 7:23 am

ความอยากทั้งหลายเกิดจากอะไร
เกิดจากตาคู่นี้ ตาที่เขาอยากให้เรามองเห็นธรรม เพื่อเข้าใจธรรม เรากลับไปมองสิ่งเร้าเสียได้
มองของคนอื่น แล้วก็อยากมีอย่างเขา จากนั้นมันก็เลยฟุ้งซ่าน แล้วสร้างให้ตนเองเป็นทุกข์

คนมาอ่านแล้วอาจคิดว่า ทำไมเว่อร์อย่างนี้ ไม่ได้เว่อร์เลย แต่ลองกลับไปคิดดูแล้วก็พิจารณา
จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องจริง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อส่วนรวมหรือเพื่อส่วนตัว หากเราคิดว่าเราทำดีที่สุด ด้วยความตั้งใจและแน่วแน่ในความดี ไม่ว่อกแว่กที่จะเข้าเส้นทางที่ไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้ออกมา เราต้องยอมรับโดยไม่เป็นทุกข์
ทำได้อย่างนั้นเมื่อไหร่ จะเข้าใจว่าสิ่งที่พระพุทธศาสนาท่านต้องการให้เราเข้าใจคือสิ่งใด

แบบนี้น่าจะเป็นขั้นสามัญ หรือ เบื้องต้นของการฝึกปฏิบัติเลยก็ว่าได้ เขียนตามความเข้าใจ เพราะตัวเอง ไม่เป็นนักปฏิบัติ และ มีการบำเพ็ญภาวนาน้อยมาก เท่ากับศูนย์ก็ไม่ผิด

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ