สัมมนาภาษาบาลี

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สัมมนาภาษาบาลี

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Sep 26, 2009 12:57 pm

บาลีเป็นภาษาที่ตายแล้ว นักศึกษาภาษาบาลีท่องจำกันอยู่อย่างนี้มานานหลายร้อยปีแล้ว นับตั้งแต่มีภาษาบาลีสอนในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ หมายถึงว่า ไม่เคยมีใครใช้ภาษาบาลีในการพูด อ่าน เขียน ในกิจวัตรประจำวันเลย แม้แต่มหาเปรียญก็ไม่เคย
แต่สำหรับปีนี้มีข่าวใหม่ว่า ทางมหาวิทยาลัยสงฆ์ มมร. ประกาศจะจัดสัมมนา โดยให้ผู้ที่เข้าสัมมนาจะต้อง "พูดภาษาบาลี" งานนี้จึงถือเป็นครั้งแรกของโลกด้วย
แต่การสัมมนาด้วยภาษาบาลีครั้งนี้จะมีผลดีดังหวังหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ เพราะนอกจากผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเข้าสัมมนานั้นจะไม่เคยใช้ภาษาบาลีในชีวิตประจำวันแล้ว หากนำภาษาบาลีมาพูดในวงสัมมนาแบบว่าสไตล์ใครสไตล์มัน นอกจากจะทำให้การการสื่อสารระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังไม่ได้ผลแล้ว ก็ยังอาจจะเป็นการนำเอาภาษาบาลีมาพูดในสำนวนใหม่ ถ้าไม่ส่งเสริมก็อาจจะซ้ำเติมภาษาบาลีให้วิปริตผิดไปจากเดิม หรืออย่างเช่น การออกเสียงภาษาบาลีของคณะสงฆ์ไทยระหว่างค่ายมหานิกายกับค่ายธรรมยุตนั้นก็ต่างกันไกล เช่น

อักษรมหานิกายออกเสียงธรรมยุตออกเสียง
คะก๊ะ
ชะจ๊ะ
พะบะ
ทะดะ
ขนาดไปสวดมนต์ด้วยกัน งานไหนงานนั้น ถ้าธรรมยุตนั่งคู่กับมหานิกายแล้วเป็นวงแตกทุกครั้งไป เพราะการออกเสียงภาษาบาลีไม่เหมือนกันนี่แหละ
แถมครั้งนี้ยังมีการนิมนต์/เชิญ ผู้รู้ภาษาบาลีจากต่างประเทศ มาพูดภาษาบาลีแข่งกันอีก ก็ยิ่งทำให้งานสัมมนาครั้งนี้มีสีสันต์ที่สุด ใครพลาดโอกาสทองแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดมาอีกสักกี่ชาติจึงจะพบโอกาสทองเช่นนี้
นั่นยังแค่ผู้พูดนะ ถ้าลองไปนั่งเป็นผู้ฟังดูมั่ง คนที่ไม่เคยฟังภาษาบาลีมาก่อนเลยในชีวิตนั้น ก็คงจะตื่นตาตื่นใจ แต่ไม่เข้าใจ ซึ่งการตื่นตาตื่นใจนี้จะตื่นได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น เพราะถ้าไม่เข้าใจแล้ว ไม่เกินห้านาทีก็จะหมดความสนใจ เข้าในสำนวน สีซอให้ควายฟัง ยิ่งเอาคนที่ไม่เข้าขากันมาพูด ก็ยิ่งจะพูดขัดกัน เหมือนเอาแขกหนึ่ง จีนหนึ่ง ไทยหนึ่ง มานั่งเถียงกัน คงหน้าดำหน้าแดง
การจัดสัมมนาโดยการใช้ภาษาบาลีเป็นสื่อของ มมร. ในครั้งนี้ จึงมีคำถามว่า จัดเพื่อโก้ หรือว่าหวังผลในทางวิชาการกันแน่ มันจะได้อะไรถ้าไม่เกิดความเข้าใจ แค่ มจร. จัดประชุมพุทธศาสนาอินเตอร์ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อก็ยังล้มระเนระนาด แล้วนี่จัดสัมมนาโดยใช้ภาษาบาลี จะมิยิ่งกว่าดอกหรือ ?
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัมมนาภาษาบาลี

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Sep 26, 2009 12:57 pm

มมร.จัดสัมมนาอินเตอร์ 3 ภาษา

บาลี - ไทย - อังกฤษ
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช



เมื่อวันที่ 23 กันยายน พระเทพปริยัติวิมล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) เปิดเผยว่า ในวโรกาสที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 96 ปี ครบ 8 รอบในวันที่ 3 ตุลาคมนี้
ในส่วนของ มมร. ทางวัดบวรนิเวศวิหารได้มอบหมายให้ดำเนินการจัดประชุมวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติเทิดพระเกียรติ งานฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระสังฆราช หัวข้อ พระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่ ระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคมนี้ ณ ห้องประชุม มมร. โดยแบ่งหัวข้อการประชุมออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
1. พระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่ (ภาคภาษาบาลี)
2. Buddhism in the New Century (ภาคภาษาอังกฤษ) และ
3. พระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่ (ภาคภาษาไทย)
ทั้งนี้การประชุมวิชาการครั้งนี้จะมีนักวิชาการทางพระพุทธศาสนาจากประเทศต่างๆ กว่า1, 000 รูป/คน จาก 8 ประเทศเข้าร่วม อาทิ ศ.พระกุมารภิวังสะ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ ITMBU เมียนมาร์ ศ.ริจชาร์ด กอมบริดจ์ อดีตประธานสมาคมบาลีปกรณ์และผู้ก่อตั้งศูนย์พุทธศาสน์ศึกษาออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร พระญาณสมิลังการะ มหาวิทยาลัยเกลาเนีย ประเทศศรีลังกา และ ดร.เจนี่ เควก วิทยาลัยพระพุทธศาสนาและบาลี ประเทศสิงคโปร์

พระเทพปริยัติวิมล กล่าวว่า การประชุมวิชาการครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการใช้ภาษาบาลีในการประชุม ทั้งนี้เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระสังฆราช และเป็นโอกาสดีที่จะให้นักวิชาการทางพระพุทธศาสนาแต่ละประเทศได้พบปะและแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องพระพุทธศาสนา นอกจากนี้เพื่อให้นานาชาติได้รู้จักพระประวัติ พระเกียรติคุณของพระองค์มากขึ้น ที่สำคัญต้องการให้พะสงฆ์และนักวิชาการเข้าใจทิศทางของพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบันและสู่ศตวรรษใหม่

นอกจากนี้ มมร. ยังได้จัดพิมพ์หนังสือ 2 เล่มคือ พระของประชาชน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จำนวน 5, 000 เล่ม และ พระผู้เจริญพร้อม 7,000 เล่ม เพื่อเผยแพร่พระประวัติ พระศาสนา พระเกียรติคุณ และพระจริยาวัตรของพระองค์ โดยจะแจกไปตามห้องสมุดสถานศึกษา ห้องสมุดสถาบันสงฆ์ ห้องสมุดหน่วยงาน ทั่วประเทศให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาด้วย

ข่าว : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
26 กันยายน 2552
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ศาสดาลิ้ม เห็นจะต้องม้วนเสื่อแล้ว

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Sep 26, 2009 12:58 pm

พระธรรมคุณาภรณ์
(เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ.9 Ph.D)
เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะภาค 14

หลังจากถูกย้ายจาก "รองเจ้าคณะภาค 1" ไปเป็น "เจ้าคณะภาค 14" เมื่อหลายปีก่อน พระธรรมคุณาภรณ์ก็หมดบทบาทและเงียบหายไปนาน เพิ่งมีปีนี้ที่ออกมาพูดบ่อย เช่น เดือนก่อน ตอน ส.ส. ในสภาแจกของลับกันนั้น พระธรรมคุณาภรณ์ได้ออกมาเทศนาว่า "สภาเดี๋ยวนี้ไม่มีบัณฑิตแล้ว" และวันนี้ก็มีข่าวอีก ซึ่งการให้ข่าวในช่วงหลังนี้นับว่ามีประเด็นเหมาะสมสำหรับบ้านเมือง ถ้าพูดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ พระธรรมคุณาภรณ์ก็น่าจะเป็นดาวดวงใหม่ในคณะสงฆ์ไทย หลังจาก..สูญเสียบทบาทไปนานเพราะ..กรณีธรรมกาย จึงควรจับตาดูบทบาทของพระธรรมคุณาภรณ์รูปนี้เอาไว้ให้ดี อย่าลืมว่าท่านเป็นทายาทของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นปรมาจารย์ไฮปาร์คของประเทศไทย สมัย พ.ศ.2500 วัดสามพระยาเปิดศาลาอบรมสงฆ์ให้เป็นสถานที่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งงานศาสนาและการเมือง ลือเลื่องยิ่งกว่ารายการเมืองไทยรายสัปดาห์เสียอีก




เผยขนาดของบประมาณสนับสนุนการศึกษาอบจ.ยังอ้างไม่มีนโยบายสนับสนุนเรื่องนี้ ย้ำพระสังฆาธิการรวมกลุ่มกันทำงาน และให้คิดว่างานของคณะสงฆ์เป็นเรื่องใหญ่ อย่าคิดว่างานส่วนตัวสำคัญกว่า ไม่เช่นนั้นคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนาคงเจ๊ง....

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2552 ที่วัดสามพระยา มีการประชุมสัมมนาพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะเขต/อำเภอ เจ้าคณะแขวง/ตำบล เลขานุการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 1 (กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ) โดยมี
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมทั้งกล่าวเปิดการประชุมว่า พระสังฆาธิการจะมีระเบียบ กฎ ที่คอยควบคุมอยู่อย่างชัดเจนแล้ว ก็อยากให้ปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันงานพระวินยาธิการ(ตร.พระ) ในพื้นที่ต่างๆก็มีส่วนช่วยงานของพระสังฆาธิการในแต่ละพื้นที่ได้มาก ทำให้เกิดความเรียบร้อย แต่ตำแหน่งพระวินยาธิการ ยังไม่มีสถานภาพรองรับ เป็นเพียงตำแหน่งลอยๆ จึงอยากให้พระสังฆาธิการให้ความสำคัญ และตั้งใจทำงานเกี่ยวกัยพระวินยาธิการให้มาก

เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า การทำงานของพระวินยาธิการเกิดผลอย่างชัดเจน โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาปัญหาการออกเรี่ยไรเงินของทั้งพระจริง และพระปลอมลดลงไปจนแทบไม่มี เพราะรู้ว่าพระวินยาธิการในแต่ละพื้นที่เอาจริง แต่เมื่อประมาณ 10 วันก่อน ได้เห็นมากับตา แถวย่านบางลำภู พบพระสงฆ์นั่งท้ายรถปิ๊คอัพออกเรี่ยไรเงินอีก จึงให้คนไปบอกว่าผิดกฎหมาย พระรูปดังกล่าวจึงกลับไป ที่เล่าให้ฟังเพราะอยากให้พระสังฆาธิการหากพบเรื่องที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามให้รีบทำทันที

ด้าน
พระธรรมคุณาภรณ์ เจ้าคณะภาค 14 (เจ้าอาวาสวัดสามพระยา) กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาที่กระทบต่อพระพุทธศาสนา เริ่มมีมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ตามชายแดน ขณะที่นักการเมืองไทยแม้ส่วนใหญ่แม้จะนับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่ทำงานเพื่อศาสนาพุทธ การขออนุญาตสร้างวัดแต่ละครั้งก็ยากมาก ส่วนตัวเคยของบประมาณเพื่อสนับสนุนการศึกษาของพระ เณร ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ก็ไม่ได้รับการสนับสนุน โดยอ้างว่ายังไม่มีนโยบายสนับสนุนเรื่องนี้ จึงอยากให้พระสังฆาธิการรวมกลุ่มกันทำงาน และให้คิดว่างานของคณะสงฆ์เป็นเรื่องใหญ่ อย่าคิดว่างานส่วนตัวสำคัญกว่า ไม่เช่นนั้นคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนาคงเจ๊ง.


ข่าว : ไทยรัฐ
25 กันยายน 2552
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ