สันติบาลตั้งแผนกพิเศษจับผู้แอบอ้างเป็นพระภิกษุ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สันติบาลตั้งแผนกพิเศษจับผู้แอบอ้างเป็นพระภิกษุ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Oct 09, 2009 8:18 am



ตำรวจสันติบาลตั้งหน่วยงานปกป้องพุทธศาสนา กำจัด "มารผ้าเหลือง" บิณฑบาตขาดความสำรวม เรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต เที่ยวเร่ร่อนเพื่อหาลาภสักการะ พักค้างแรมตามบ้านเรือน..

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า จากการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) พล.ต.ท. ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าถวายสักการะคณะกรรมการมหาเถรฯ พร้อมทั้งแจ้งให้ที่ประชุมมหาเถรฯ ทราบว่าตามที่มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. ทำให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีการจัดส่วนราชการใหม่ และมีหน่วยงานในสังกัดที่รับผิดชอบความมั่นคงเกี่ยวกับศาสนา เพราะเห็นว่าปัจจุบันมีบุคคล หรือกลุ่มบุคคลได้ร่วมกันกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับศาสนาโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งกับศาสนาพุทธเป็นจำนวนมาก ซึ่งการแบ่งส่วนราชการดังกล่าวมีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. และต้องการขอความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เพื่อดำเนินการกับบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นายอำนาจ กล่าวต่อว่า การที่ทางกองบัญชาการตำรวจสันติบาลตั้งหน่วยงานที่เข้ามาดูเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะนั้น เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้สามารถสืบข้อมูลเชิงลึกเพื่อดำเนินการกับบุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าวได้มากขึ้น

ด้านพระรัตนเมธี เจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี กทม. ในฐานะหัวหน้าพระวินยาธิการ (ตร.พระ) ในเขต กทม. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีสำหรับงานของพระวินยาธิการในการจัดการพระที่ประพฤติปฏิบัติตนไม่เหมาะสมกับสมณสารูป ขาดความสำรวม หรือกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวอาศัยผ้าเหลืองหากิน และเชื่อว่าจะทำให้พวกมิจฉาชีพที่แฝงเข้ามาหาผลประโยชน์จากพระลดลงไปด้วย ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันปัญหาพระสงฆ์มีมาก โดยเฉพาะเรื่องของการบิณฑบาตขาดความสำรวม เรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต เที่ยวเร่ร่อนเพื่อหาลาภสักการะ พักค้างแรมตามบ้านเรือน ปักกลดในย่านชุมชน นุ่งห่มไม่เรียบร้อย เข้าร่วมพิธีสงฆ์โดยไม่ได้รับฎีกา กล่าวถ้อยคำไม่เหมาะสม ตั้งสำนักทรง พักอาศัยอยู่ในที่อโคจร เล่นการพนัน เสพยาเสพติด ดื่มสุรา ก่อความวุ่นวายในสถานที่ราชการ

พระรัตนเมธีกล่าวด้วยว่า ยอมรับว่าเพียงการปฏิบัติหน้าที่ของพระวินยาธิการยังไม่ทั่วถึง แต่เมื่อมีหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองที่ดูแลความสงบและ มีกฎหมายให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ เชื่อว่าจะทำให้กลุ่มมิจฉาชีพเกิดความเกรงกลัว และพระวินยาธิการ พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานใหม่ที่ตำรวจสันติบาลจัดตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดความสงบแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา

avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สันติบาลตั้งแผนกพิเศษจับผู้แอบอ้างเป็นพระภิกษุ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Oct 09, 2009 8:20 am

สันติบาลอาจต้องเริ่มจาก กรณีนี้หรือเปล่าหนอ...?
จาก เว็บอะลิตเติลบุดดา ฯ...
'พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ ครูบาพันเทวา อายุ 72 ปี
เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ตัวอย่างของเดียรถีย์ในคราบผ้าเหลือง
ไม่ใช้พุทธธรรม แต่หันไปอ้างอิงเอาลัทธินอกศาสนามาใช้
ชาวเชียงใหม่ได้ยินล้วนแต่อดสูใจ แถมยังใช้คำว่า "ครูบา" เรียกพระโง่ๆ อีก เป็นไปได้

ขอเตือนเดียรถีย์ตนนี้ว่า อย่าอุตริทำอะไรที่ผิดทำนองคลองธรรม
โดยอ้างสถาบันของชาติ เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกเลย

สื่อคือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ควรหยุดเสนอข่าวพระโง่ๆ รูปนี้ได้แล้ว
อย่าอ้างว่าเป็นครูบาล้านนาเลย ล้านนาไทยไม่เคยมีครูบาโง่เง่าเช่นนี้"


เนื้อความที่เป็นข่าวจาก นสพ ไทยรัฐ .....

ครูบาชื่อดังล้านนา ทำพิธีนั่งเพ่งพระอาทิตย์ บูชาสุริยเทพ นาน 30 นาที เพื่อขออำนาจบารมีแสงสูรย์ ถวายในหลวง เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ต.ค. พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ ครูบาพันเทวา อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้ทำพิธีนั่งเพ่งดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าเพื่อขออำนาจบารมีแห่งแสงสุริยเทพดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หายจากอาการพระประชวร โดยได้ทำพิธีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระสงฆ์จำนวน 5 รูปเข้าร่วมพิธี โดยก่อนพิธีทางพระครูสุเทพฯได้ทำการจุดเทียนเล่มใหญ่ถวายต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในเวลานั้นพระอาทิตย์ส่องแสงสว่างร้อนแรงมาก พระครูสุเทพฯ ได้เริ่มนั่งเพ่งดวงตะวันด้วยตาเปล่าและปากก็สวดมนต์ พร้อมทั้งพระภิกษุ 5 รูปที่นั่งอยู่ใกล้ แต่ทั้ง 5 รูปไม่สามารถมองพระอาทิตย์ และบางรูปต้องเข้าไปอยู่ในที่ร่ม พระครูสุเทพฯได้นั่งเงยหน้าทำมุมเกือบ 90 องศาเพ่งมองอย่างไม่กระพริบตานานร่วม 30 นาทีเต็มท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุจากนั้นจึงได้ยุติพร้อมทั้งนำสวดมนต์ถวายแด่ในหลวงพร้อมทั้งขอให้ประเทศชาติกลับคืนสู่ความสงบร่มเย็น

โดยพระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ ครูบาพันเทวา เปิดเผยถึงการประกอบพิธีในครั้งนี้ว่า เป็นการอัญเชิญมหาเทพทั้งหลายมาร่วมในการถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการเพ่งมองดวงอาทิตย์ นั้น เป็นการขอพรสุริยเทพ ที่มีแสงร้อนแรงให้ช่วยขจัดปัดเป่าโรคาพยาธิ ที่มารบกวนพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยนอกจากจะทำพิธีถวายองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังได้ขอให้บ้านเมืองอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขสมบูรณ์ตลอดไป

“อาตมาก็เหมือนกับชาวไทยทั้งประเทศที่ปรารถนาดีมีความจงรักษ์ภักดีติอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยากให้พระเจ้าอยู่หัวหายจากอาการพระประชวรเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประเทศไทยตลอดไป เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาและตั้งจิตอธิษฐานตลอดมา ไม่ว่าประเทศชาติในปัจจุบันนี้จะเป็นอย่างไรก็ขอให้ยึดมั่นต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นทีพึ่งเป็นพระบรมโพธิสมภารของปวงชาวไทยต่อไป”

ส่วนเรื่องการเพ่งดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าเป็นเวลานานหลายครั้ง จะทำให้มีปัญหาเรื่องสายตาหรือไม่นั้น พระครูสุเทพฯตอบว่าไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆในทางพุทธศาสนาเรียกเป็นเพ่งกษินไฟ กษินลมแต่ทุกคนก็คงไม่สามารถทำได้ แต่ตนขอบอกว่าตนเป็นศิษย์ของหลวงพ่อโอภาสี ที่บูชาไฟ จึงมีจิตผูกพันกับท่านมาตลอด การที่จะทำได้ต้องมีจิตแรงกล้า ไม่มีจิตที่คิดมุ่งร้าย ประกอบแต่กรรมดี เรียกว่ามีจิตกุศล ก็สามารถทำได้ ซึ่งตนได้ทำหลายครั้งไม่เคยมีปัญหาในเรื่องสายตาใดๆ ซึ่งก็ได้มีจักษุแพทย์หลายคนได้เตือนไม่ให้ทำเพราะจะทำให้มีผลร้ายต่อตา แต่ตนเอง ทำด้วยจิตบริสุทธิ์เมื่อทำแล้วก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนที่คงพูดอะไรไม่ได้ แต่ให้คิดเป็นนามธรรม รูปธรรม เท่านั้น เพราะทำเพื่อให้บ้านเมืองอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขก็สบายใจแล้วที่ได้ทำและทำมาตลอด
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สันติบาลตั้งแผนกพิเศษจับผู้แอบอ้างเป็นพระภิกษุ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Oct 09, 2009 8:27 am

ภาพในความเห็นที่ ๒ ค่ะ .... แต่เป็นห่วงสายตาของท่าน กรณีที่เพ่งดวงอาทิตย์ ซึ่งในยามนี้ ตอนเที่ยงๆ นั้น ร้อนสุดๆ ทีเดียวเชียว
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สันติบาลตั้งแผนกพิเศษจับผู้แอบอ้างเป็นพระภิกษุ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Oct 13, 2009 3:43 pm

ครูบา คือตำแหน่งของพระของทางประเทศพม่า(เท่าที่พอจะรู้มานะคะ)

และต้องได้รับการแต่งตั้งจากเหล่าคณะสงฆ์ของประเทศพม่า

การที่จะได้ตำแหน่งครูบามานั้น มิใช่ได้มาง่ายนัก ต้องสร้างสมบุญบารมีกันพอดู

อีกทั้งยังต้องมีคณะศรัทธาของชาวบ้านกันอย่างเหนียวแน่น

เช่นนี้เอง ที่ทำให้พระสงฆ์จากที่ต่างๆ เข้าไปสร้างสมบุญบารมีกันที่ประเทศพม่า เพื่อให้ได้ตำแหน่งครูบามาประดับนำหน้าชื่อ

จากที่เคยสอบถามทั้งวงการพระสงฆ์ และวงสังคมทั่วไปเกี่ยวกับครูบาในประเทศไทย

ขณะที่ในปัจจุบัน ครูบาในประเทศไทยนั้นมีมากมาย

แต่ที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นครูบาจริงๆ ที่สั่งสมบุญญาบารมีด้วยการปฏิบัตินั้น กลับพบว่ามีเพียง ครูบาศรีวิชัย เท่านั้น

จริงๆแล้ว ครูบาจริงๆเช่นครูบาศรีวิชัยนั้น คงมีอยู่ในประเทศไทยเหมือนกัน หากแต่คงยังเป็นที่รู้จักกันในสังคมวงแคบๆ

ส่วนที่รู้จักกันในสังคมกว้างๆ(เช่นตามร้านหนังสือ) จะพบว่า ครูบาเหล่านั้น ล้วนสร้างสมบุญบารมีด้วยการสร้างถาวรวัตถุในประเทศพม่าทั้งสิ้น(แต่กลับไม่ยอมสร้างในประเทศไทย)

เฮ้อ!!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สันติบาลตั้งแผนกพิเศษจับผู้แอบอ้างเป็นพระภิกษุ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Oct 13, 2009 3:50 pm

ความคิดเห็นที่กล่าวออกมา มิได้กล่าวโจมตีใครนะ



สำหรับ ท่านครูบาพันเทวา นั้น ก็ขออนุโมทนาในกุศลผลบุญที่ท่านได้คิดและกระทำให้กับประเทศชาติ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สันติบาลตั้งแผนกพิเศษจับผู้แอบอ้างเป็นพระภิกษุ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Oct 13, 2009 8:34 pm

การอ่านข่าวลักษณะแบบนี้ ทำให้อดนึกถึง การมองภาพ กระดาษขาว ที่มีจุดสีอื่นๆ ในกระดาษแผ่นนั้นไม่ได้ แม้ว่าพื้นที่ซึ่งเป็นสีขาวสะอาดจะมีมากกว่า บริเวณที่เป็นตำหนิ มากไม่รู้ว่ากี่เท่า แต่คนก็ยังอุตส่าห์มองไปเห็นจุดนั้นจนได้

คนทั่วไปจะวิจารณ์การกระทำ ว่าไม่เหมาะ ในแง่ วิทยาศาสตร์ คือ เพ่งมองวัตถุที่มีแสงจ้ามากๆ เป็นตรายต่อสายตา บางคนอาจจะวิจารณ์ไปไกลกว่านั้น เป็นการทำเพื่อหวังผล แต่จะมีสักกี่คนที่มองถึงสิ่งหนึ่งที่พระรูปนี้ ท่านได้กล่าวกับสื่อ ตรงที่ท่านว่า ท่านมีความจงรักภักดีกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ หวังดีกับบ้านเมือง อยากให้สงบสุข

โดยมากแวะหยุดตรงที่การเพ่งดวงอาทิตย์ แล้วก็จบตรงนั้น ไม่คิดว่า เราสามารถมีความคิดในเรื่องทำเพื่อชาติบ้านเมืองกันได้เท่าไหร่บ้าง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ที่ผู้ปฏิบัติท่านใช้ แต่สิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความคิดของท่านหรือไม่ ก็คือ สิ่งที่ต้องรู้จักทำเพื่อชาติบ้านเมือง ต่างหากที่คนไทยทุกคนควรนำมาคิด ส่วนวิธีการที่จะทำนั้น ก็ต่างกันไป แต่ต้องเน้นเรื่องนี้ กลับปล่อยให้ประเด็นปลีกย่อยมาทำลายส่วนสำคัญของเรื่องไปเสียได้

อาการแบบนี้ระบาดมากในเว็บไซด์ต่างๆ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ