เรื่องปวดใจของรุ่นใหญ่ญญญญญญญ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เรื่องปวดใจของรุ่นใหญ่ญญญญญญญ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Oct 16, 2009 9:41 pm

"ป๋าเปรม" เปิดใจ ไม่เคยรู้ "จิ๋ว" เคยขอลาบวช ลั่นไม่เคยว่าเป็นคนทรยศต่อชาติ เผยสิ่งที่พูดได้แต่เตือน "จิ๋ว" ในฐานะเพื่อนว่าคิดทำอะไรไตร่ตรองให้รอบคอบ ถ้าไม่งั้นจะกลายเป็นการทรยศชาติ ชี้สิ่งที่พูดไม่ได้กล่าวหาว่าเป็นคนไม่ดี ทรยศชาติ ชี้ตอนนี้ "จิ๋ว" เป็นนักการเมืองแล้ว ไม่เหมาะที่จะมาคุยกัน
(15 ต.ค.) ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี เวลา 13.00 น. พล.อ.เปรมติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เปิดใจ ถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ กล่าวพาดพิงถึงตัว พล.อ.เปรม ว่า
จิ๋วกับผม เป็นเพื่อนรักกันมานานหลายปีแล้ว และต่างคนก็ต่างทำงานให้กันและกันมา ดังนั้นความเป็นเพื่อนระหว่าง ผมกับจิ๋วคงยังอยู่ ฉะนั้นที่มีคนพูดว่า ผมก็ไม่รู้ว่าใครพูดซึ่งก็ไม่ทราบ อาจจะเป็นจิ๋วพูดเองก็ได้ ว่าเขาไปลาบวช แล้วผมก็ไม่ให้ลา ซึ่งอันนี้มันไม่ใช่เพื่อนแล้วหละ เมื่อเพื่อนเขาจะไปลาบวชก็จะต้องให้อโหสิกรรม ซึ่งเรื่องจริงๆ ผมไม่ทราบ ว่าเขาจะบวชจนบัดนี้ผมยังไม่รู้ว่า เขาบวชที่ไหนเมื่อไหร่
ดังนั้น ผมขอจะเรียนความจริงให้ทราบว่า เรื่องมันเป็นแบบนี้ ส่วนเรื่องที่มีคนไปเขียนลงในหนังสือพิมพ์ในทำนองว่า ผมไปว่าเขาเป็นคนทรยศต่อชาติ ซึ่งอันนี้มันก็ไม่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ถูกต้องคือ วันนั้นก่อนที่จิ๋วจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยผมก็ให้คนไปบอกเขาว่าจะทำอะไรก็ขอให้คิดให้รอบคอบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ ซึ่งผมใช้คำว่าไตร่ตรองให้รอบคอบ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นการกระทำที่เป็นการทรยศต่อชาติ นี่เป็นข้อความที่ผมสื่อไป ไปถึงจิ๋วในตอนเช้าวันนั้น ซึ่งผู้สื่อข่าวนี้ เขาก็มายืนยันว่าเขาสื่ออย่างที่ผมพูด เพราะว่าเขาจดที่ผมขอให้เขาสื่อ เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้กล่าวหาว่า เขาเป็นคนไม่ดี ทรยศต่อชาติบ้านเมือง มันไม่ใช่
พล.อ.เปรม กล่าวอีกว่า มีเรื่องที่เกี่ยวกับจิ๋ว ที่สำคัญมีอยู่แค่นี้ ผมขอย้ำว่า ความเป็นเพื่อนมันยังเป็นอยู่ตลอดไป คุณ(สื่อมวลชน) เข้าใจของความเป็นเพื่อนแค่ไหน ก็โปรดคิดเอาเอง เราเป็นเพื่อนกัน เคยทำงานด้วยกัน งานสำคัญๆ ก็เคยทำด้วยกัน และก็จบจากสถาบันเดียวกัน ที่เคยให้คำสัตย์ปฏิญาณเหมือนกันด้วย เมื่อเพื่อนจะทำอะไรผมก็เตือน เพราะผมคิดว่ามีสิทธิ์ที่จะเตือนได้ ก็เตือนเขาไปด้วยความเป็นเพื่อน ด้วยความปรารถนาดี ไม่ได้มีความต้องการที่ตำหนิจิ๋วเลย ซึ่งวันนี้ผมอยากพูดแค่นี้
เมื่อถามว่า ถ้า พล.อ.ชวลิต จะขอเข้าพบ และขอโทษ หรือเข้ามาคารวะ จะยินดีหรือไม่
พล.อ.เปรม กล่าวว่า เขาเคยติดต่อมา ซึ่งก่อนวันที่ 7 ตุลาคม และวันเกิดจิ๋ว ผมก็โทรศัพท์ไปอวยพร โดยเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ผมก็โทรศัพท์ไปอวยพรเขา และเราก็คุยกันดีเหมือนเพื่อน และถ้าเขาต้องการ มาพบผมก็ได้ แต่ตอนนี้คิดว่า เมื่อเขาเป็นนักการเมืองแล้ว มาพบผมก็ไม่น่าจะสมควร
เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าเมื่อมาพบ และมาคุยเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่มีทางเป็นไปได้ใช่หรือไม่
พล.อ.เปรม กล่าวว่า ก็ดีเพราะผมไม่มีสิทธิ์ที่จะคุยเรื่องการเมือง ผมจะไม่พูดเรื่องการเมือง และผมจะไม่วิจารณ์การเมือง และผมจะไม่ทำอะไรเรื่องการเมืองทั้งนั้น การเมืองก็ปล่อยเป็นเรื่องของผู้ที่มีความรับผิดชอบทางการเมืองแก้ไข
เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ชวลิต มาพบในฐานะเพื่อน และมาพูดคุยกันสามารถเข้ามาพบได้ ใช่หรือไม่
พล.อ.เปรม กล่าวอย่างอารมณ์ดี ว่า "อ้าว ! ได้แน่นอน แต่ต้องเวลาที่เหมาะ และต้องไม่พูดเรื่องการเมือง เพราะผมจะไม่พูดเรื่องการเมือง"
เมื่อถามว่า ในฐานะเพื่อน ผิดหวังกับการเลือกทางเดินของ พล.อ.ชวลิต หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า เพื่อนก็คือเพื่อน เขาทำอะไรผิดหรือถูก ผมก็ชี้ไม่ได้ว่า เขาทำผิดหรือทำถูกซึ่งผมไม่ได้เป็นคนตัดสิน แต่ความเป็นเพื่อนก็ต้องเตือนกัน ถ้าเห็นว่าทำอะไรไม่ดี
เมื่อถามต่อว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่อาจจะได้รับข้อมูลที่จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง จนทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน
พล.อ.เปรม ย้อนถามสื่อมวลชนว่า สำหรับผมใช่หรือไม่ ข้อมูลที่เกี่ยวกับผมใช่หรือไม่
สื่อมวลชนตอบว่า ใช่
พล.อ.เปรม จึงกล่าวย้ำว่า ก็มีเรื่องที่เกี่ยวกับท่านทั้งหลายพูดว่าเขามาลาบวช แล้วผมไม่ให้ลาบวช และเรื่องที่ว่าเขาเป็นคนไม่ดี ทรยศต่อชาติ ซึ่งมันไม่ใช่
เมื่อถามต่อไปว่า สรุปแล้ว เป็นการเข้าใจที่คาดเคลื่อนของทั้ง 2 ฝ่าย หรือเปล่า
พล.อ.เปรม กล่าวว่า "ไม่ ฝ่ายเขาฝ่ายเดียว ผมไม่คาดเคลื่อน"
เมื่อถามว่า คาดหวังหรือไม่ การเข้าสู่การเมืองของ พล.อ.ชวลิต จะทำให้บ้านเมืองมีขึ้นหรือไม่ หรือจะแย่ไปกว่าเดิม
พล.อ.เปรม หยุดคิดและตอบว่า คุณเชื่อในพระสยามเทวาธิราชหรือไม่ ซึ่งพระสยามเทวาธิราชจะคอยดูว่าพวกเราทำอะไรกัน ถ้าใครทำไม่ดีต่อชาติบ้านเมือง ก็จะถูกท่านลงโทษ เอาแค่นี้ก็แล้วกัน

เมื่อถามว่า อยากให้ พล.อ.
เปรม ให้คำนิยามเกี่ยวกับ "เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด" โดยเฉพาะการเตือนพล.อ.ชวลิต ก่อนลงเล่นการเมืองอีกครั้ง โดยที่ พล.อ.ชวลิต ไม่ฟัง
พล.อ.เปรม กล่าวว่า "ผมไม่ได้พูดนะ ว่าเพื่อนไม่ฟัง คุณพูดเอง ผมพูดแต่ผมเตือน แต่ผมไม่ได้พูดว่าคุณชวลิตไม่ฟัง สื่อเป็นคนพูดเอง"
เมื่อถามย้ำว่า ความเป็นเพื่อนระหว่าง พล.อ.เปรม กับ พล.อ.ชวลิต จะมีวันสิ้นสุดหรือไม่ และด้วยสาเหตุใด
พล.อ.เปรม กล่าวว่า "ไม่มีหรอกครับ ๆเป็นเพื่อนก็ต้องเป็นเพื่อนต่อไป"
เมื่อถามว่า วันนี้ พล.อ.ชวลิต เดินไปฝั่งตรงข้าม และห่างจากตัว พล.อ.เปรม ขึ้นทุกวันหรือไม่
พล.อ.เปรม กล่าวว่า ผมไม่มีขอวิจารณ์เรื่องนั้น ผมเตือนเขาเท่านั้นเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดใจของ พล.อ.เปรมในครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า มีเหล่าบรรดานายทหารระดับสูงยืนเป็นแบ็คกราวด์อยู่ด้านหลัง ทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกฯ พล.อ.พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด รวมถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทั้ง พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.อิทพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ชวลิต ได้เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในประเด็นนี้ด้วยตัวเอง โดยหลังจากผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ชวลิต ว่า จะเข้าไปมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่
พล.อ.ชวลิต ได้ตอบว่า "ที่บ้านสี่เสาผมยังไม่มีโอกาสเข้าไปกราบท่านเลย จะไปขออโหสิกรรมเมื่อครั้งที่ผมบวชก็ยังไม่ให้เข้าเลย ซึ่งอาจจะเข้าใจผิดกันในบางเรื่องแต่ก็ต้องเข้าใจท่าน ท่านเป็นผู้ใหญ่เราเป็นเด็กสังคมไทยต้องให้ความเคารพซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ขนาดคนเอาปืนมาจะยิงกันตายยังคุยกันได้ นี่ก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่อาจจะต้องใช้เวลามากบ้างน้อยบ้าง และเมื่อวันนี้จำเป็นต้องไปกราบไปพบท่านก็ต้องไป ให้ความรักความเคารพท่านเหมือนเดิม"





ข่าว : เนชั่น
15 ตุลาคม 2552
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ