เอะอะ... ก็ตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เอะอะ... ก็ตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 22, 2009 10:29 pm



อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


อภิสิทธิ์ ครับข้อเสนอ ตั้งเขตพิเศษแก้ไข มาบตาพุด (ไทยรัฐ)

"สันติ วิลาสศักดานนท์" เผยนายกฯ รับข้อเสนอ กรอ. 5 แนวทางแก้ปัญหามาบตาพุด ตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ด้าน "อภิสิทธิ์" ยืนยันจะไม่ออก พรก.อุ้ม 76 โครงการมาบตาพุด เชื่อเอกชนเข้าใจ..

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า นายกรัฐมนตรีรับข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่เสนอ 5 แนวทางแก้ปัญหามาบตาพุด ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตและระดับสาธารณูปโภคให้กับประชาชนในมาบตาพุดมากขึ้น โดยเสนอให้ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (สเปเชียล อีโคโนมิค โซน) ซึ่งจะมีการจัดการระบบสาธารณูปโภค และชำระภาษีในพื้นที่มาบตาพุด รวมทั้งให้แรงงานในมาบตาพุดที่เป็นประชากรแฝง หรือยังไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดระยองให้ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในระยอง เพื่อลดปัญหาประชากรแฝง

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยืนยันจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม เป็นอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจ และภาคเอกชน พร้อมจัดสรรงบลงทุนตามแผนลดมลพิษมาบตาพุด 17,000 ล้านบาท เพื่อให้มีการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยืนยันว่าโครงการลงทุนในมาบตาพุด 76 โครงการ จะทำให้ลดมลพิษในพื้นที่ตามหลักเกณฑ์ลดมลพิษตามเกณฑ์ 80 - 20 และสนับสนุนให้เกิดเขตอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ และสนับสนุนการดำเนินการแก้ปัญหาของภาครัฐอย่างเร่งด่วน

ประธาน ส.อ.ท. กล่าวต่อว่า ภาคเอกชนยังเสนอให้ภาครัฐลดราคาน้ำตาลทรายลง ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอให้ชำระหนี้ของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายแล้วเสร็จก่อนในปี 2553 จากนั้นจึงจะมีการปรับโครงสร้างน้ำตาลทรายต่อไป ขณะเดียวกันกกร.ยังเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำอัดลม ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รับเรื่องไปพิจารณา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาโครงการอุตสาหกรรมมาบตาพุด 76 โครงการที่ศาลปกครองกลางสั่งระงับว่า ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่ากฎหมายที่แก้ไขในใน เรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกำลังส่งไปพิจารณาที่รัฐสภา และระหว่างนี้จะให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประชุมวันที่ 2 พ.ย. เพื่อให้ได้ตัวร่างประกาศตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน ให้ครอบคลุมทุกเรื่อง วันนี้ในที่ประชุม กรอ.ได้สอบถามซึ่งได้ทำความเข้าใจในข้อกฎหมายทั้งหมด โดยจะไม่มีการเสนอออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ใด ๆ เพราะเรายังคิดว่าน่าจะใช้วิธีของการใช้กฎหมายระเบียบที่มีอยู่ ภาคเอกชนก็เข้าใจเพราะหลายคนเข้าไปร่วมในการอุทธรณ์


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอะอะ... ก็ตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 22, 2009 10:46 pm

ตั้งกันเข้าไป เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีกี่แห่งทั่วประเทศแล้วเนี่ย

อะไรๆก็เขตพิเศษ อันนี้ก็พิเศษ อันนั้นก็พิเศษ

อีกหน่อยใครคิดอยากจะทำให้พื้นที่ตัวเองเป็นเขตพิเศษบ้าง ก็สร้างปัญหาขึ้นมา

สุดท้ายแล้ว ประเทศไทยก็จะถูกหั่นออกเป็นเสี่ยงๆ ยิบย่อยยิ่งกว่าที่เคยออกมาป่าวประกาศว่าประเทศไทยจะถูกแบ่งเป็น5ซีก

มิน่าล่ะ เดี๋ยวนี้ คนเราไม่ค่อยเกรงกลัวกฎหมาย

แต่ที่กลัวเหลือเกิน แบบว่ากลัวกันจริง กลัวกันจัง กลัวจะไม่ได้ตังค์ มาไว้ แ-ด-ก กิน

หนำซ้ำ ยัง แ-ด-ก แบบโจ่งแจ้ง ชนิดที่คนที่ได้รับรู้ หรือพบเห็น กลับเป็นฝ่ายอายแทน

ก็เข้าใจอ่ะนะ ว่าเดี๋ยวนี้ เงินสามารถซื้อได้หลายๆอย่าง แม้กระทั่งเวลา

แต่ก็อย่าลืมนะ เวลาจะตายขึ้นมา ต่อให้รวยล้นฟ้า เวลาแค่วินาทีเดียว เงินก็ซื้อไม่ได้

หัดเรียนรู้บ้างสิ การทำบุญ การทำความดี อย่างน้อยชาตินี้เกิดมา จะได้พูดได้เด็มปากว่าเกิดมาเป็นคน

แต่นี่อาราย มือไม่พาย ยังเสือกเอาเท้าราน้ำอยู่ได้

เฮ้อ...

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอะอะ... ก็ตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Oct 23, 2009 3:26 pm

มันพิเศษก็ต้องที่ ซื้อง่ายขายคล่อง ยังไงล่ะ เป็นสิ่งที่อยู่ใต้อำนาจการตัดสินใจของนายก ใช่หรือไม่ เหมือนกับกรณีแม่สอด ที่เคยตั้งกระทู้ไปแล้ว

พวกนักวิเคราะห์ทั้งหลาย ไม่ยักกะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง วันๆ ห่วงแต่เศรษฐกิจ กลัวต่างประเทศจะไม่มาเมืองไทย แล้วก็ชูเวียดนาม ลาว เขมรขึ้นมาขู่ฟ่อๆ ทั้งๆ ที่ประเทศเหล่านั้นไม่มีอะไรที่น่าอยู่ น่าลงทุนเหมือนเมืองไทย

ปัญหาการเมืองคือเรื่องที่ต่างชาติมองเป็นเรื่องสำคัญ นั่นถูกต้อง แต่สิ่งที่ต่างชาติมอง และ รับรู้ข้อเท็จจริงของการเมืองไทย มันคนละอย่างกับที่ประชาชนคนทั่วไปในชาติไทยรับรู้ เขารับรู้จากข้อมูลของรัฐบาลของเขา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับโดยตรงจากภาคการเมืองไทย และคงจะตอบได้ว่า ใครเสนอประโยชน์สูงสุดให้ภาคการเมืองไทย ซึ่งไม่มีพรรค แต่เป็นพวกเดียวกันทั้งฝูง ผู้นั้นจะได้ทำทุกอย่างตามที่ปรารถนาในแผ่นดินนี้ และอย่ากลัวเรื่องข้อกฎหมาย การเมืองพร้อมจะปลดล็อคให้คุณ ขอเพียงเงินถึงเท่านั้น
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอะอะ... ก็ตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 24, 2009 8:27 am

เขตเศรษฐกิจพิเศษ อยู่ใต้กฏหมาย “ พระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ ” ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้อำนาจแก่กลุ่มที่กุมอำนาจการปกครองมีอำนาจทั้ง ทางนิติบัญญัติ-บริหาร-ตุลากร อย่างครบถ้วนในอาณาบริเวณที่เรียกว่า “ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ” กล่าวคือ

1. ผู้ที่ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัตินี้คือ “ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ” ( ซึ่งจะขอเรียกย่อ ๆ ในบทความนี้ว่า กนศศ.) ซึ่งประกอบไปด้วย นายกรับมนตรีเนประธาน รองนายกรับมนตรีที่นายกมอบหมายคนหนึ่งเป็นรองประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (รวมทั้งหมด 7 คน จากการแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรี) และผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ไม่เกิน 10 คน เป็นกรรมการ (รวมทั้งสองส่วนเป็นจำนวน 14- 17 คน ซึ่งลวนแต่เนการแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น จึงเท่ากับว่า กนศศ.เป็นคนที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งทั้งหมดนั่นเอง

2. เมื่อ กนศศ. หรือที่จริงคือนายกรับมนตรีเห็นว่าบริเวณไหนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเขตป่าเขาต้นน้ำสำคัญของประเทศไทย อาทิ ทุ่งใหญ่นเรศวร หรือเขตสำนักสงฆ์ที่ดินสงฆ์ หรือกระทั่งน่านน้ำทะเลไทยตรงไหน ที่ควรจะประกาศจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา เพราะทำได้โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาทันทีเพียงแต่แจ้งให้รับสภารับทราบเท่านั้น มิหนำซ้ำยังสามารถถมทะเลบริเวณที่ต้องการเพื่อก่อสร้างเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมาได้ โดยใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นไปตามมาตรา 16 29 30 31 ของกฎหมายดังกล่าว


3. ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการบริหาร ซึ่งก็คือในท้ายที่สุดแล้วนายกรัฐมนตรีนั่นเอง เป็นผู้ตั้งคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งคณะกรรมการเศรษฐกิจพิเศษที่ตั้งดดยนายกรัฐมนตรีมีอำนาจมากมายดังต่อไปนี้

3.1 อนุญาตให้เช่าได้เกิน 50 ปีถึง 99 ปี ให้เช่าช่วงและใช้ประโยชน์อื่นนอกเหนือพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมได้ การเช่าหรือเช่าช่วงเกิน 100 ไร่ (ไม่จำกัดจำนวนไว้อาจจะเป็นพันหรือหมื่นหรือแสนหรือล้านหรือกว่าล้านไร่ได้) โดยไม่ต้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมที่ดิน หมายความว่าเมื่อนายกรับมนตรีต้องการให้เช่าหรือให้เช่าช่วงสักห้าล้านไร่ ก็ทำได้เลยและไม่ต้องมีจุดมุ่งหมายทางพาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรมก็ทำได้เลยเช่นกัน

3.2 การวางผังเมือง คณะกรรมการบริหารเขต ฯ ก็ทำได้ตามใจชอบไม่ต้องคำนึงถึงแผนใหญ่ของผังเมือง ไม่ว่าระดับจังหวัดหรือประเทศ

3.3 ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องปรับยุทธศาสตร์ของตนเองในการบริหารบ้านเมืองให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการของเขตเศรษฐกิจพิเศษ

3.4 การจัดทำไฟฟ้า ประปา เทคโนโลยีสารสนเทศ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น การขนส่ง การชลประทาน การควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นเอกเทศแยกอิสระจากสังคมไทยทั้งหมดโดยสิ้นเชิง

3.5 การจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือมหาชนจำกัด การกู้ยืมเงินการออกพันธบัตรตราสารหนี้อื่นใดเพื่อการลงทุน ที่สำคัญการดำเนินการอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องหรือเป็นการส่งเสริมหรือเป็นการสนับสนุนกิจการของเขตเศรษฐกิจพิเศษให้ทำได้โดยเอกเทศ เท่ากับเป็นบริเวณที่มีอธิปไตยของตนเองนอกเหนือต่างหากไปจากประเทศไทยไปโดยสิ้นเชิงตามมาตรา 50 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว

3.6 อำนาจทั้งหมดขององค์กรอำนาจรัฐ ทั้งอำนาจทางการปกครอง อำนาจทางการบริหารจัดการ ถูก พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษริบไปหมด เพื่อมอบให้แก่คระกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ จนหมดสิ้น โดยมาตรา 55 “ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น แล้วบรรดาอำนาจการอนุมัติอนุญาตออกใบอนุญาตให้ความเห็นชอบรับจดทะเบียน หรือรับแจ้งที่มีกฎหมายระเบียบข้อบังคับคำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ถือว่ากฎหมายระเบียบข้อบังคับคำสั่งหรือมติรับมนตรีในเรื่องนั้นกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารด้วย... ”

3.7 ในเขตเศรษฐกิจพิเศษประชาชนไทยที่เป็นเจ้าของเดิม อาจจะถูกรื้อไล่ร้องฟ้องอย่างไร้ศักดิ์ศรี และอาจจะต้องถูกบังคับให้จ่ายค่ารื้อถอนเองด้วย แต่ในขระที่คนต่างด้าวหรือผู้ลงทุนในเขตดังกล่าวกลับได้รับการต้อนรับอย่างสูงเลิศยิ่งด้วยอภิสิทธิ์มากมาย อาทิเช่น สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อ่นของคนต่างด้าว สิทธิในการการนำคนหรือส่งเงินออกนอกราชอาราจักร สิทธิในการได้รับการได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการลงทุน สิทธิในการถือครองหรือเปิดบัญชีเงินฝากเป็นเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงิน สิทธิที่จะได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากร คนต่างด้าวได้รับอภิสิทธิ์เหนือกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด ดดยคณะกรรมการบริหารจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ และการจำหน่ายที่ดินดังกล่าวของคนต่างด้าวอย่างไรก็ได้ตามมาตรา 60 61 62 64 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว

คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษปลอดพ้นจากการตรวจสอบโดยสิ้นเชิงจากกระบวนการทางยุติธรรมทั้งหลายไม่มีบทบัญญัติใด ๆ ใน พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดไว้ให้ กนศศ.ต้องได้รับการตรวจสอบจากกระบวนการยุติธรรมใด ๆ ไม่มีบทบัญญัติใด ๆ ให้องค์กรอิสระทั้งหมดตามรัฐธรรนูญตรวจสอบ กนศศ.

โดยสรุปก็คือ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นรัฐใหม่ซึ่งซ้อนอยู่ภายในรัฐเดิมคือประเทศไทย แต่มีอำนาจมากกว่ารัฐไทยเพราะคร่อมอยู่เหนือรัฐไทย กฎหมายใด ๆ ระเบียบบริหารแผ่นดินใด ๆ ของรัฐไทยถูกริบหรือยกเลิกหรือจำกัดโดย พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษโดยสิ้นเชิง เมื่อคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเห็นว่าบริเวณใดควรกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็ลงมือทำเลยและได้อำนาจอธิปไตยโดยสิ้นเชิงทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการภายในเขตนั้น
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอะอะ... ก็ตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 24, 2009 8:33 am

มันเป็นรูปแบบที่คิดแล้วเหมือนกับ ลอกกันมากับระบบกฎหมายสหรัฐ ในการแบ่งออกเป็นรัฐ เพื่อใช้กฎหมายเฉพาะสำหรับรัฐ ในด้านการเก็บภาษี การจัดสรรงบประมาณ เป็นเขตการปกครองอิสระ เหมือนกับการแบ่งประเทศเราดีๆ นี่เอง

เข้าข่ายผิด มาตรที่ ๑ แห่ง รัฐธรรมนูญในทุกๆ ฉบับ ที่จะต้องมีเป็นอันดับแรกคือ ประเทศไทยจักแบ่งแยกมิได้ หรือไม่ นักกฎหมาย ที่ไม่นิยมกฎหมู่ และยึดเจตนารมณ์แห่งตัวบท มากกว่าตัวอักษร น่าจะพิจารณาความกันออก

สรุปแล้วเราเป็นเมืองขึ้นของสหรัฐไปแล้ว อย่างที่ไม่ได้มีการต่อสู้ป้องกันตัวเลย
เพราะคนในประเทศมัวแต่ทะเลาะกันเองเรื่องสีเสื้อ จนลืมประเด็นสำคัญว่า ทุกสีจะต้องมุ่งให้
ประเทศไทยอยู่ได้ โดยไม่สนใจว่าคนสีเสื้อต่างรสนิยมกัน จะเป็นใคร แต่หากมุ่งสิ่งเดียวกัน สีเสื้อไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่อย่างไร

คนที่อยู่นอกบ้านแล้วคอยยุให้เขากัดกันเอง จะไปใส่ใจมันทำไม
รวมทั้ง เจ้าไม่มีศาล ข้างบ้าน ซมเด๊จฮุนเซน นั่นด้วย
ข่าวว่าจะสร้างบันไดลิงสามพันขั้น เพื่อขึนปราสาทพระวิหาร ตรงนี้น่าจะเป็นประเด็นให้ การพิจารณาปราสาทเป็นมรดกโลกตกไปได้แล้ว เพราะมันฟ้องชัดๆ ว่า สถานที่นั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความขัดแย้ง เป็นเครื่องมือที่คนการเมืองทุกชาติที่จะเข้ามาเอี่ยวผลประโยชน์ ใช้มัน แบบนี้ไม่ควรได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลก แต่เป็นมรดกเลือดละก้อ พอไหว

คนไทยควรจะรู้จักรักและปกป้องชาติบ้านเมืองของตัวเองได้แล้ว
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ