ตำนานลอยกระทงกับพระพุทธศาสนา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ตำนานลอยกระทงกับพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 31, 2009 11:31 am

คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้

1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา

2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร

3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา

4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ

5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า

6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก

7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ตำนานลอยกระทงกับพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 31, 2009 11:35 am


MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ตำนานลอยกระทงกับพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 31, 2009 11:36 am

การลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท

รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ที่ไปปรากฏอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ คือ ครั้งหนึ่งพญานาคทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ พญานาคทูลขออนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลายได้สักการะ บูชา
(อรรถกถาปุณโณวาทสูตร)

ตำนานการลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี

เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกจากพระนครกบิลพัสดุ์ในเวลากลางคืนด้วยม้ากัณฐกะ พร้อมนายฉันทะมหาดเล็กผู้ตามเสด็จ ครั้นรุ่งอรุณก็ถึงฝั่งแม่น้ำอโนมานที เจ้าชายทรงขับม้ากัณฐกะกระโจนข้ามแม่น้ำไปโดยสวัสดี

เมื่อทรงทราบว่าพ้นเขตกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว เจ้าชายสิทธัตถะจึงเสด็จลงประทับเหนือหาดทรายขาวสะอาด ตรัสให้นายฉันทะนำเครื่องประดับและม้ากัณฐกะกลับพระนคร ทรงตั้งพระทัยปรารภจะบรรพชา โดยเปล่งวาจา "สาธุ โข ปพฺพชฺชา" แล้ว จึงทรงจับพระเมาลีด้วยพระหัตถ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ตัดพระเมาลี แล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ พระอินทร์ได้นำผอบทองมารองรับพระเมาลีไว้ และนำไปบรรจุยังพระจุฬามณีเจดียสถานในเทวโลก

พระจุฬามณีตามปกติมีเทวดาเหาะมาบูชาเป็นประจำแม้พระศรีอริยเมตไตรยเทวโพธิสัตว์ซึ่งในอนาคต จะมาจุติบนโลกและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งก็ยังเสด็จมาไหว้ การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี จึงถือเป็นการไหว้บูชาพระศรีอริยไตรยด้วย

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ตำนานลอยกระทงกับพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 31, 2009 11:37 am

การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ( พระบัวเข็ม)
ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล

กาลครั้งนั้นพระเจ้าอโศกมหาราชทรงดำริว่า จะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในพระเจดีย์ ๘๔,๐๐๐ องค์ที่สร้างไว้นั้น เพื่อจะได้เป็นที่สักการบูชาแห่งทวยเทพ และมวนมนุษย์ทั่วทุกประเทศพระพุทธศาสนาจะได้แผ่ไปอย่างกว้างขวางและวัฒนาสถาพรสืบต่อไป และพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์จะกระทำ มหกรรม คือการฉลองใหญ่พระเจดีย์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ องค์ทุก ๆ พระนครทั่วสกลชมพูทวีปกับพระมหาสถูปนั้นด้วย พระองค์จึงทรงดำริว่า
“ เราจะกระทำการฉลองพระสถูปเจดีย์ทั้งหลาย ทั้งจะกระทำมหาสักการบูชาให้ครบกำหนด ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน จึงจะสมควรกับศรัทธาปสาทะของเรา ทำอย่างไรจึงจักไม่มีอันตรายในการบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ เราควรถามพระอริยสงฆ์ดีกว่า ว่าจะช่วยกันคิดหาทางป้องกันประการใด ”

พระองค์ทรงเสด็จไปสู่พระวิหาร พร้อมด้วยหมู่อำมาตย์ เมื่อทรงนมัสการพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายแล้วประทับ ณ สถานที่อันควร จึงตรัสกับพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระว่า

“ ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ พระคุณเจ้าจงช่วยค้นหาพระภิกษุผู้มี มหิทธานุภาพมาเพื่อป้องกันอันตรายในงานมหกรรม คือการบุชา เพื่อฉลองพระสถูปเจดีย์ของโยมที่จะจัดให้มีขึ้นถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน ในครั้งนี้แก่โยมด้วยเถิด ”

พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระได้ฟังพระราชดำรัสแล้ว ถวายพระพรว่า
“ ขอถวายพระพระบรมบพิตรพระราชสมภาร พระราชปริวิตกของพระมหาบพิตรนี้ อาตมาภาพจะขอรับภารธุระแสวงหาและเลือกพระภิกษุผู้ทรง อิทธิฤทธิ์ มาช่วยการกระทำมหากรรมในครั้งนี้ ขอถวายพระพร ”

พระเจ้าอโศกมหาราชทรงโสมนัสอย่างยิ่งต่อถ่อยคำรับรองของพระเถระแล้วทรงนมัสการลาเสด็จกลับพระราชนิเวศน์

พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระและพระภิกษุสงฆ์ทั้งหมด ได้ช่วยกันพิจารณาหาเหตุแห่งอันตรายในการบำเพ็ญพระราชกุศลของพระเจ้าอโศกมหาราช ก็ได้เห็นอันตรายแน่ชัดนั้นว่า จะมีพระยามารมาทำลายพิธีกรรมในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในครั้งนี้อย่างแน่นอน จึงได้ปรึกษากันว่า ผู้มีฤทธิ์เดชที่จะสามารถต่อสู้ป้องกันภัยพิบัติอันตรายจากพระยามารในครั้งนี้ได้

ครั้นรุ่งขึ้นได้สองวันแล้วก็ยังหาผู้ที่มีความสามารถที่จะปราบพระยามารในครั้งนี้ไม่ได้ ในขณะนั้นเอง ได้มีพญานาคตัวหนึ่งได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนามจึงได้ขึ้นมาจากนาคพิภพเพื่อจะนมัสการพระภิกษุสงฆ์ทั้งปวง ในเวลาที่พญานาคได้ถวายวันทนาการพระภิกษุสงฆ์อยู่นั้นก็พอดีมีพญาครุฑตัวหนึ่งบินผ่านมาได้เหลือบแลลงมาเห็นพญานาคเข้า ก็คิดว่าวันนี้ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้อาหารอันโอชะเป็นเลิศช่างเป็นลาภปากของแท้ ๆ ที่บินผ่านมาที่นี้ ว่าแล้วก็บินโฉบลงมาเสียงลมปีกกระพือตัดอากาศเสียงดังสนันหวั่นไหว

ฝ่ายพญานาคได้ยินเสียงนั้น ก็รู้ได้ในทันทีถึงอันตราย ด้วยสัญชาตญาณว่า นั้นคือเสียงลมปีกกระพือของพญาคุรฑ ถึงกับสะดุ้งตกใจกลัวจนตัวสั่น จะชำแรกแทรงแผ่นดินหนีลงไปก็ไม่ทันกาลเสียแล้ว จึงได้เข้าไปหลบอยู่ในระหว่างเท้าของพระสังฆ์เถระทั้งหลายและได้ร้องวิงวอนขอร้องว่า “ ขอพระคุณเจ้าจงช่วยป้องกันชีวิตของข้าพระเจ้าด้วยเถิด ”

พระสังฆเถระเหล่านั้นได้กล่าวกับพญานาคว่า “ อาตมาไม่อาจช่วยป้องกันชีวิตของท่านได้หรอก พญานาค ”

ในที่สังฆสันนิบาตนั้น ( ประชมสงฆ์ ) ได้มีสามเณรอาคันตุกะรูปหนึ่ง อายุประมาณ ๗ ขวบ นั่งอยู่ข้างหน้าอาสนของพระสงฆ์ ๆ เห็นเหตุร้ายจะเกิดขึ้นเช่นนั้น จึงกล่าวกับสามเณรน้อยรูปนั้นว่า

“ ดูก่อนสามเณร เธอจะช่วยป้องกันอัตราย ให้พญานาคได้รอดพ้นจากการเบียดเบียนของพญาครุฑได้หรือไม่ ”

สามเณรน้อยกล่าวออกตัวแกมปฏิเสธว่า “ ข้าแต่พระเดชพระคุณทั้งหลายผู้เจริญ พระเดชพระคุณท่านทั้งหลายเป็นผู้ใหญ่ยังมิอาจป้องกันภยันตรายให้แก่พญานาคได้ ส่วนกระผมเป็นสามเณรเล็กเป็นเด็ก เหตุไฉนเลยจะสามารถคุมครองป้องกันภยันตรายได้เล่า ขอรับ ”

พระภิกษุทั้งหลายจึงได้ช่วยกันปลอบประโลมขอร้องให้สามเณร จงช่วยป้องกันชีวิตของพญานาคนี้ด้วยเถิด “ ตกลงขอรับกระผมจะช่วยป้องกันอันตรายให้แก่พญานาคในครั้งนี้ กระผมจะไล่ให้พญาครุฑปลิวไปประดุจปุยนุ่นไปในอากาศเลยขอรับ ”

ครั้นพญาครุฑบินโฉบต่ำลงมาสูงเกือบเท่าคนยืน แต่สามเณรน้อยก็ยังคงยืนนิ่งเฉยอยู่ พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายจึงได้ร้องเตือนสามเณรว่า “ ดูก่อนสามเณร เธอจงไล่ครุฑโดยเร็วเถิด ”

สามเณรก็เข้าฌานสมาบัติโดยฉับพลัน อธิษฐานให้บังเกิดลมพายุอันร้ายแรงเหมือนลมยุคันตวาด ( หมายถึงลมที่ มาทำลายโลกเมื่อสิ้นยุค ) พัดพญาครุฑให้ปลิวหนีหายไป ประดุจปุยนุ่นถูกลมพายุใหญ่พัดพาไป ฉนั้น
“ ดูก่อนสามเณรเหตุโฉนเธอจึงได้ประฏิเสธในตอนแรก รู้ไหมว่ากระทำการอย่างนี้ไม่สมควร เอาล่ะอาตมาพร้อมทั้งพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายที่อยู่ในที่นี่จะลง ทัณฑกรรม เธอ”

สามเณรน้อยจึงได้กราบเรียนว่าถามว่า “ พระเดชพระคุณทั้งหลายจะลงทัฑกรรมแก่กระผมประการใด ขอรับ ”

“ ดูก่อนสามเณร บัดนี้พระเจ้าอโศกมหาราชจะทรงกระทำมหกรรมคือการฉลองพระมหาสถปเจดีย์โดยมีกำหนดนานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน เกรงว่าพระยามารจะการะทำอันตรายในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เธอจงมาช่วยป้องกันอันตรายของพระยามารในครั้งนี่ กิจอันนี้แหละเป็นทัณฑกรรมที่พระภิกษุสงฆ์จะลงโทษแก่เธอ ”

“ ข้าแต่พระเดชพระคุณเจ้าผู้เจริญทั้งหลาย กระผมเป็นเพียงสามเณรทั้งอายุและฤทธิ์ก็ยังน้อยนิด ไม่สามารถจะป้องกันของพระยามารได้ กระผมเห็นจะมีแต่พระนาคอุปคุตตเถระ ที่มีมหิทธิฤทธิ์ภานุภาพยิ่งล้น และจะทรมานพระยามารให้ปราชัยได้ ขอรับ ”

“ ดูก่อนสามเณร พระอุปคุตตเถระผู้มีอนุภาพมากกว่าเธอรูปนั้น ท่านอยู่ที่ไหน ”

“ ข้าแต่พระเดชพระคุณผู้เจริญ พระอุปคุตตเถระ ท่านได้ทำลายอุทกขันธ์ลงไปเนรมิตปราสาทแก้ว ๗ ประการ จำพรรษาอยุ่ในท้องมหาสมุท ( ที่สะดือทะเล ) เพื่อหลบหนีความวุ่นวายสับสนอลหม่าน ท่านนั่งเข้าฌานสมาบัติอยู่บนรัตนบัลลังก์ ในท่ามกลางปราสาทแก้วนั้น ไม่ได้ฉันภัตตาหารมาเป็นเวลานาน ถ้าท่านได้มาสู่สังฆสมาคมนี้ ก็สามารถทรมานพระยามารผู้มีใจบาปให้พ่ายแพ้ด้วยฤทธิ์เดชอันยิ่งใหญ่ของท่านได้ “

ขอบคุณแหล่งข้อมูล ที่ท่านติดตามต่อได้เนื่องจากเรื่องราวยังมีต่ออีกมากอ่านต่อได้ที่นี่
http://www.dhammathai.org/webboard/view.php?No=5358&visitOK=1

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ตำนานลอยกระทงกับพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 31, 2009 11:46 am



เดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง
เหล่าชาย หญิง เด็กผู้ใหญ่ ให้หรรษา
นำกระทง ลอยตามลำนาวา
กราบสักการะบูชาคุณพุทธองค์

ธรรมเนียมไทย ใช้กระทง จากพรรณไม้
มาจัดให้ สวยสด เพื่อน้อมส่ง
ตั้งจิตอันเป็นกุศล บนกระทง
แล้ววางลงแม่คงคานำพาไป

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ตำนานลอยกระทงกับพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Mon Nov 02, 2009 7:59 am

จุดโคมไฟ ให้ลอยล่อง ท่องสวรรค์
บังคมคัล พระจุฬามณีที่ชั้นฟ้า
น้อมถวายสักการะพระศาสดา
กราบบูชาคุณพระรัตนตรัย

เป็นปัญญาแห่งพุทธบริษัท
ส่งประทีปเจิดจรัส สว่างไสว
อาศัยพระพายพัดพาโคมไฟ
เฉกเทียนไข จุดบูชา พระสัมมาฯ

....ฝรั่งมีบอลลูนเพื่อใช้ขึ้นไป นั่นอาจเป็นเพราะรู้ว่า ชาวพุทธรู้จักใช้อุบายในการส่งโคมไฟ ขึ้นแทนตน ในการกราบสักการะ พระพุทธองค์ ก็ได้ เนื่องจากเราคนเดินดิน มิอาจก้าวล่วงขึ้นไปในแดนสรวง จึงใช้โคมไฟ ส่งขึ้นไปแทนตน

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ตำนานลอยกระทงกับพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 02, 2009 2:33 pm

ขอขอบคุณ ข้อมูลความรู้ดีๆค่ะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ