ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Nov 10, 2009 7:21 pm

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปจ.ภูเก็ต เพื่อร่วมงานศพมารดานางอัญชลี วานิช เทพ บุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่า ผลการประชุมครม.วันนี้ในกรณีที่เกี่ยวข้อกับกัมพูชานั้นคือ 1 .หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางไปถึงกัมพูชานั้นจะดำเนินการทำหนังสือขอตัวตามสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำ เนินการ
2.MOU ไทย-กัมพูชาตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอให้ครม.พิจารณานั้น ครม.เห็นว่ามอบให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการตามกระบวนการในการยกเลิก MOU ไทย - กัมพูชา และต้องเสนอเข้าที่ประชุมรัฐสภา และระหว่างนี้จะไม่มีการเจรจาและดำเนินการใด ๆ โดยต้องดำเนินการไปตามกระบวนการเพราะเห็นว่ามันเกิดจากการที่ข้อตกลงนี้มีสภาพเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นคือ พ.ต.ท.ทักษิณไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กัมพูชาและการเจรจาตาม MOU ในหลายปีที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรและไม่ครอบคลุมประเด็นที่อยู่ใน MOU ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า MOUต้องรอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบในการยกเลิกตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หรือไม่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ครับ ต้องรอให้รัฐสภาเห็นชอบ เพราะเห็นว่าข้อตกลงเป็นการเจรจาที่มีผลเกี่ยวกับเขตแดนด้วย เมื่อจะยกเลิกนั้นควรใช้แนวทางเดียวกัน”
เมื่อถามว่า จะแจ้งมตินี้ให้กัมพูชารับทราบท่าทีเรื่องนี้ของไทยอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กัมพูชาทราบแล้ว แต่ไม่มีปัญหาอะไรและจะชี้แจงไป และตอนนี้กัมพูชากำลังให้ข่าวจนทำให้คนสับสนมาก เช่นไปพูดถึงบันทึกข้อตกลงอะไรต่างๆเยอะแยะไปหมดรวมถึงเรื่องพรมแดน เพราะตอนนี้รัฐบาลไทยไม่ได้ทำอะไร ก็อยากให้ช่วยกันให้ข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการนั้นมีอะไรบ้างและอยู่บนเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงจากการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นหลัก
ต่อข้อถามที่ว่า เรื่องนี้จะเกี่ยวกับข้อพิพาทเขาพระวิหารด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าไม่เกี่ยว เพราะอันนี้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงแจ้งให้ทราบหรือไม่ว่า ตอนนี้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้ากัมพูชาแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังให้หน่วยงานขอตัวไป
เมื่อถามว่า การเดินทางไปกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้จะสร้างความยุ่งยากให้สองประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ไม่มีอะ ไรเปลี่ยนแปลงไปจากเจตนาที่เขาแสดงออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราก็เดินตามขั้นตอนของเรา”
เมื่อถามว่าหากกัมพูชาไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ไทยนั้นจะทำอย่างไรต่อไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ตอนนี้จะเห็นวิธีที่รัฐบาลได้กระทำคือ เมื่อสิ่งที่เขากระทำมากระทบกับความสัมพันธ์ในเรื่องใด เราต้องมาทบทวนตามความเหมาะสม เช่น การตั้งเป็นที่ปรึกษาฯต้องไปดูเรื่องบันทึกข้อตกลง และมีเรื่องที่ตอนนี้เอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศกัมพูชาก็อยู่ในประเทศไทยเพื่อหารือข้อราชการและรับนโยบาย ตอนนี้ก็ต้องดูขั้นต่อไปเพราะผมกำลังเร่งให้หน่วยงานทำหนังสือไปแต่ไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่ที่ใดและนานเท่าใด”
ต่อข้อถามที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณมักจะเดินทางไปประเทศต่างๆ และไม่พำนักในประเทศใดนาน ๆ นั้น จะจัดการอย่างไรและเป็นอุปสรรคในการส่งตัวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องในทางปฏิบัติ แต่จะเร่งทำหนังสือไปเพราะโดยหลักการนั้นต้องมีการระบุที่อยู่ที่ชัดแจ้งไป
ถามว่า จะระบุให้ชัดเจนหรือไม่ว่าต้องการให้กัมพูชากระทำสิ่งใด เพื่อให้ความสัมพันธ์กลับมาดังเดิม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กัมพูชาต้องคิดว่าทำให้เกิดสถานการณ์ที่มีผลประโยชน์ขัดกันแบบนี้ เรื่องการเจรจาต้องกลับมาตั้งต้นใหม่หมดนั้น มันเพื่ออะไรและการแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมไทยนั้น เหมาะสมหรือไม่ มันมีแค่นี้ และคิดง่าย ๆ คือย้อนกลับไปเมื่อสามสัปดาห์ที่แล้วทุกอย่างก็เรียบร้อยดี
เมื่อถามว่า จะให้กัมพูชาขอโทษหรือเปลี่ยนท่าทีอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ”ให้เขาพิจารณา อย่าไปพูด เดี๋ยวจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ”
ส่วนหากกัมพูชาไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ไทยนั้น มาตรการต่อไปคืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลา ของแบบนี้ไม่พูดล่วงหน้า
ถามว่า หากมีความจำเป็นจะยกระดับมาตรการตอบโต้กัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ ต้องรอดูว่าเขาจะทำอะไร ”
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Nov 10, 2009 7:22 pm

เมื่อถามว่า การยกเลิก MOU นั้นต้องเร่งเรื่องนี้เข้ารัฐสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องทำให้รัดกุม เพราะการไปแสดงเจตนายกเลิกใดๆนั้นต้องกระทำให้รัดกุมเพราะอาจโดนโต้แย้ง และมอบให้กระทรวงการต่างประเทศไปดูให้ครบถ้วน
เมื่อถามว่า มาตรการเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณในนิตยสารไทมส์ ออนไลน์นั้นจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือชี้แจงไปแล้วและกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ เมื่อถามว่า บทสัมภาษณ์ดังกล่าวจะฟ้องพ.ต.ท.ทักษิณในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ไม่ตอบคำถามนี้และขึ้นรถทันที
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจ ( MOU ) ว่าด้วยเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ เสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม. ซึ่งไทยทำร่วมกับกัมพูชาว่า หลักการเบื่องต้นครม.เห็นชอบ ตามที่กระทรวงต่างประเทศเสนอ คือ ให้ยุติการเจรจาไว้ก่อนแล้วกลับไปพิจารณา ถ้าจะมีการดำเนินการยกเลิกก็ต้องมีการเสนอรัฐสภาต่อไป เบื้องต้นยุติการเจรจาและดำเนินการเรื่องนี้เอาไว้ก่อนเป็นการแสดงเจตนาของฝ่ายไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชะลอตรงนี้จะไปถึงช่วงเวลาไหนจึงนำเข้าสู่สภาเพื่อยกเลิก รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศจะรับมติครม.ไปพิจารณาร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงต่างประเทศได้มาการพิจารณาค่อนข้างละเอียดถึงผล ดีผลเสีย โดยเห็นว่าเนื้อหาของ MOU เป็นเรื่องของการตกลงเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ มากว่าที่จะคำนึงถึงเรื่องอื่นที่มีความละเอียดอ่อนซับซ้อนมากว่านั้น เช่น กรณีเรื่องของพื้นที่ ดังนั้นกระทรวงต่างประเทศจึงให้ชะลอหรือยุติเรื่องไว้ก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ากัมพูชามีท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไป การชะลอตรงนี้จะยุติหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กระทรวงต่างประเทศจะพิจารณา
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Nov 10, 2009 7:25 pm

ฝ่ายเขมรมีสหรัฐ กับ EU หนุนหลัง ขณะที่ไทยไม่มีใครหนุน (มีแค่หมอนหนุนตอนขับรถ)

สงสัยเหลือเกินว่า นักวิชาการเมืองไทยก็มีมาก ไปเรียนอะไรกันมาก็ไม่รู้ จึงไม่ค่อยรู้เท่าทันคนอื่นเขาเลย

เป็นการมีความรู้จากระบบการเรียนการสอน แต่มิใช่เป็นความรอบรู้ที่มองทะลุปรุโปร่งในประเด็นต่างๆ
โดยเฉพาะ กรณีที่จะรักษาสิทธิของประเทศตัวเอง
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Nov 10, 2009 7:28 pm

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมครม.ที่วันนี้เลื่อนการประชุมเร็วขึ้นจากเดิม 1 ชั่วโมง โดยเริ่มประชุมเวลา 08.00 น. โดยมีวาระสำคัญ เรื่องการพิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่าง รัฐ บาลไทยและกัมพูชา ฉบับปี 2544 เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลอ่าวไทย ที่ทำขึ้นสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงกรณีที่เกี่ยวเนื่องอื่น เช่น มาตรการเพิ่มเติมต่อกัมพูชา
จากนั้นในเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรี จะร่วมในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ต่อจากเมื่อวานที่พักการประชุม หลังนายกรัฐมนตรี เสนอถอนร่างบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา หรือ JBC ออกไปก่อน
ด้านนายธานี ภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการตอบโต้ทางการทูตต่อกัมพูชาว่า ฝ่ายไทยพิจารณาและเห็นสมควรแล้วว่า กัมพูชาดำเนินการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ทั้งในแง่แทรกแซงกิจการภายในของไทย และไม่เคารพระบบยุติธรรมไทย จึงเรียกทูตไทยกลับประเทศ หลังจากเชิญทูตกัมพูชา มารับทราบข้อประท้วงแล้ว แต่ทูตกัมพูชาไม่ได้มา และไม่ได้ส่งผู้แทนมาด้วย ส่วนจะดำ เนินการอย่างไรต่อไปนั้น จะพิจารณาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาทบทวนข้อตกลงและความร่วมมือ ที่ไทยมีต่อกัมพูชา จำนวน 31 ฉบับว่าจะชะลอ หรือคงไว้อย่างไร
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า ถ้าปิดด่านจริง จะส่งผลกระทบต่อการค้าขาย ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้สถานการณ์ปกติ แต่พร้อมถ้าจำเป็นต้องปิดด่าน และในทางกลับกันกัมพูชาก็พึ่งพาไทยมาก ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องอุปโภค บริโภค วัตถุก่อสร้าง ดังนั้น จึงคิดว่ากัมพูชาคงไม่กล้า เพราะยังไม่หันไปนำเข้าสินค้าจากจีนและเวียดนาม
งนี้ กัมพูชานำสินค้าเข้าจากไทย ไปใช้ในประเทศตัวเองเพียง 30 % อีก 70 % นำไปขายให้เวียดนาม เพราะคุณภาพสินค้าของไทย ได้รับการยอมรับเป็นอันดับ 1 ในกัมพูชา เห็นได้จากคราวที่แล้ว ที่ปิดด่านหลายสัปดาห์เมื่อเปิดด่าน ไทยยังเข้าไปยึดครองตลาดได้เหมือนเดิม เพราะเวียดนามต้องพึ่งพาสินค้าจากไทยผ่านกัมพูชา และขณะนี้ นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ถอนทหารออกไปจากจุดที่มีปัญหาแล้ว เพราะกลัวไทยจะเอาจริง
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Nov 10, 2009 8:28 pm

เอ็มโอยูดังกล่าวทำขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย.2544 ในสมัยนายสุรเกียรติ เสถียรไทย ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ เป็นกรอบการเจรจาเขตไหล่ทวีปทับซ้อนระหว่างกัน เพื่อหาข้อยุติเรื่องการแบ่งปันพื้นที่ปิโตรเลียมเหมือนกับพื้นที่ทับซ้อนไทย-เวียดนาม หรืออาจใช้วิธีการแบ่งปันผลประโยชน์เหมือนกับแหล่งเจดีเอ ไทย-มาเลเซีย โดยที่ผ่านมาคณะเจรจาจะมีรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นประธาน แต่ในสมัยรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจาก รมว.ต่างประเทศ เป็นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในขณะที่อนุกรรมการเจรจาไม่มีการหารือเรื่องนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว

สำหรับพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา มีพื้นที่รวม 26,000 ตารางกิโลเมตร โดยทั้ง 2 ฝ่ายให้ สิทธิสำรวจแก่ภาคเอกชน โดยมีเงื่อนไขว่าจะเข้าสำรวจได้ก็ต่อเมื่อไทย-กัมพูชามีข้อยุติเรื่องแหล่งทับซ้อนแล้ว โดยทางฝ่ายไทยได้ให้สัมปทานสำรวจแก่เอกชน ประกอบไปด้วย เชฟรอน และ IDEMMITZU ได้สิทธิในแปลง 5, 6 บริติชแก๊สและเชฟรอน ได้สิทธิในแปลง 7,8,9 ส่วน ปตท.สผ. ได้สิทธิในแปลง จี 9/43 (หรือแปลง 12,13) ส่วนฝั่งกัมพูชาให้สัมปทาน 3 แปลง ได้แก่ IDEMMITZU และ โคโนโคฟิลฟิปส์ ในพื้นที่ 1 (ตรงกับแปลง5, 6 ของไทย) และพื้นที่ 2 (ตรงกับแปลง7, 8, 9 ของไทย) ส่วนโททาลได้สิทธิในพื้นที่ 3 (ตรงกับแปลง 10, 11) และพื้นที่ 4 (ตรงกับแปลง 12, 13 ของไทย).


-สำนักข่าวไทย
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Nov 11, 2009 8:36 am

การยกเลิก MOU โดยไม่มีคนหนุนหลัง หรือ ความพร้อม ก็เหมือนกับ คุณคิดจะตีกับ เด็กเจ้าพ่อ แล้วคุณเป็นแค่โนเนม ใครจะเป็นคนคุ้มกันกรณีที่สู้กัน มันแพ้ตั้งแต่ในมุ้ง

โดยเฉพาะประเทศที่มีคนในซึ่งพร้อมจะเข้าข้างฝ่ายตรงข้ามแบบเรา

วิญญาณปู่ คงร้องไห้จนเหือดแห้งแล้ว เพราะคนยุคนี้ช่างทำกันได้ลงคอ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Nov 12, 2009 4:28 pm

ยกเลิกพื้นที่ทับซ้อน จะได้แบ่งผลประโยชน์ให้เข้ากระเป๋าได้เต็มๆ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Nov 17, 2009 3:31 pm

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000138895

จี้รัฐล้ม MOU พระวิหารปี 43 ล้างไพ่ข้อผูกพันไทย-เขมร

17 พฤศจิกายน 2552 13:17 น.


ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์(แฟ้มภาพ)

นักวิชาการจี้ “มาร์ค” ล้ม MOU ปี 43 ล้างไพ่ข้อผูกพันไทย-เขมร ชี้เลิก MOU ปี 44 สมัย “นช.แม้ว”
ไม่มีผลเพราะเป็นหางของ ปี 43 ระบุหากรัฐยังเมิน เสี่ยงทำไทยเสียพื้นที่มากกว่า 4.6 ตร.กม.
แนะประกาศยกเลิกได้เลยไม่ต้องผ่านสภา


วานนี้ (16 พ.ย.) ที่สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร
นำโดย ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ สถาบันไทยคดีศึกษา พร้อมด้วย ศ.สมปอง สุจริตกุล
รักษาการคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ นายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยรักชาติ นายสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายเทพมนตรี ลิมปพยอม ฯลฯ
ร่วมหารือกรณีที่รัฐบาลไทยจะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2544 ซึ่งลงนามในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

ม.ล.วัลย์วิภา กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลไทยและกัมพูชาลดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศลง จนเป็นเหตุให้มีการทบทวนว่า
จะมีการยกเลิก MOU 2544 ระหว่างไทย-กัมพูชานั้น ตนถือว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่นอกจาก MOU 44 ที่รัฐบาล
จะยกเลิกแล้ว นักวิชาการพบว่ายังมี MOU 43 ที่สมควรยกเลิกอีกหนึ่งฉบับ โดยในบันทึกความเข้าใจได้อ้างอิงถึง
แผนที่ 1:200,000 เท่ากับเป็นการยอมรับแผนที่ของฝรั่งเศสโดยปริยาย ซึ่งจะส่งผลต่อการปักปันเขตแดนพื้นที่
โดยรอบปราสาทพระวิหารด้วย นับเป็นจุดผิดพลาดของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ในขณะนั้นอย่างมาก ดังนั้น
การยกเลิกเพียง MOU44 จะไม่มีผลต่อพื้นที่ทางบกของไทยแต่อย่างใด

พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลเสียหากไม่มีการยกเลิก MOU 43 คืออาจกระทบต่อการปักปันเขตแดน
ระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ตามมา เช่น ประเทศมาเลเซีย พม่า และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ซึ่งไม่เพียงแต่จะสูญเสียพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่เป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาเท่านั้น
แต่จะขยายวงกว้างมากขึ้น คาดการณ์ว่าแค่เฉพาะพื้นที่ทางบกจะกินพื้นที่ถึงกว่า 2 หมื่นไร่
ซึ่งยังไม่รวมถึงพื้นที่ทางทะเลที่ไทยจะเสียให้กัมพูชา

ด้าน นายเทพมนตรีกล่าวว่า ก่อนจะมีการยกเลิกMOU43 นั้น รัฐบาลควรยกเลิกคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาด้วย
เนื่องจากในแถลงการณ์ร่วมมีการอ้างถึงแผนที่ 1: 200,000 ด้วย อย่างไรก็ตามหากมีการยกเลิกข้อตกลงระหว่างประเทศ
ทั้ง 2 ฉบับ จะส่งผลต่อการแต่งตั้งประธาน JBC ด้วย เท่ากับว่าหากไทยสามารถยกเลิก MOU43 ได้เมื่อไหร่
ทุกอย่างจะกลับไปเริ่มต้นที่ศูนย์ใหม่ ข้อผูกพันระหว่างไทย-กัมพูชาเรื่องปราสาทพระวิหารก็เท่ากับศูนย์

“MOU 44 เป็นผลที่ทักษิณเห็นจาก MOU 43 ว่าถ้าทำดักไว้ก่อนเมื่อคณะกรรมการJBCเรียบร้อย
ถึงจะมาแบ่งผลประโยชน์ทางทะเล จึงเร่งให้มีการตั้งคณะกรรมการ JBC ให้เสร็จในรัฐบาลสมชาย
เพื่อให้การปักปันเขตแดนสมบูรณ์ แต่ก็มีอันต้องล่มเสียก่อน ตอนนี้ยกเลิก MOU44 แล้วก็ต้องยกเลิก MOU 43 ด้วย
เพื่อล้างไพ่ใหม่ แต่ฮุนเซนดักรอล่วงหน้า คือให้ วธ.เขมรกับสำนักฝรั่งเศสปรายบูรพาทิศ จัดทำแผนที่สองฉบับ
ว่าด้วยปราสาทพระวิหาร และปราสาทตาเมือนธม โดยสัดส่วน 1:200,000 และเผยแพร่ทั่วยุโรปและปั๊มตรายูเนสโก
ตั้งแต่ปี 2007 ผ่านมา 2 ปีแล้ว ไทยก็ทำอะไรไม่ได้ วันนี้ทำได้อย่างเดียวคือยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 43”
นายเทพมนตรีกล่าว

ศ.ดร.สมปอง กล่าวว่า ตามหลักเบื้องต้นกฎหมายระหว่างประเทศนั้น การที่รัฐบาลไทยทำสนธิสัญญาหรือ
ข้อตกลงระหว่างประเทศกับต่างประเทศ เรื่องจะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
แต่สำหรับการยกเลิกนั้นสามารถบอกเลิกโดยการประกาศได้เลยไม่ต้องให้รัฐสภาเห็นชอบ ตนจึงไม่เข้าใจว่า
เหตุใดรัฐบาลไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งที่กัมพูชามีปฏิกิริยาต่อรัฐบาลไทยอย่างรุนแรง
ทำให้รู้สึกว่าเพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้ประเทศไทยเสียดินแดนโดยใช่เหตุ

ขณะที่ นายวีระกล่าวว่า ปัญหานี้ไม่ได้มีความสลับซับซ้อน แต่ขึ้นอยู่ที่รัฐบาลว่าจะยกเลิกหรือไม่
รัฐบาลสามารถยกเลิกได้ในทันที ประเด็นสำคัญคือการทำ MOU 43 ซึ่งถือเป็นสนธิสัญญา
แต่ไม่ผ่านรัฐสภาในขณะนั้นก็เท่ากับข้อตกลงนั้นไม่มีผลทางกฎหมายหรือเป็น โมฆะ เช่นเดียวกันกับครั้งที่
นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลสมัคร ออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ตนจึงเห็นว่า
หากประกาศยกเลิกในทันทีก็ไม่ส่งผลเสียต่อรัฐบาล และการแก้ปัญหาอื่นๆ เช่น การปักปันเขตแดน
หรือการผลักดันทหารออกจากพื้นที่ย่อมทำได้หลังจากนี้

ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร ได้ออกแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ
ขั้นเด็ดขาดกับกัมพูชา เพื่อรักษาอธิปไตย บูรณภาพเหนือดินแดน และผลประโยชน์ของชาติ ดังนี้

1.ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2543 ระหว่างไทย-กัมพูชา ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2543 ซึ่งอ้างอิงแผนที่ 1:200,000
โดยสำคัญว่าเป็นแผนที่ซึ่งจัดทำขึ้นตามผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ระหว่างสยามกับอินโดจีน
ปรากฎตามบันทึกของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2543 ลงนามโดย
นายวรากรณ์ สามโกเศศ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
และอนุมัติโดยนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น


2.กรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551
เนื่องจากในเอกสารประกอบการชี้แจงวาระดังกล่าวปรากฏว่ามีแผนที่ 1 : 200,000 เป็นตัวอย่างแผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงาน
การปกปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน

3.ร่างข้อตกลงชั่วคราวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ว่าด้วยปัญหาชายแดนในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ตามหนังสือนายกรัฐมนตรี ที่ นร 0503/11564 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2551
กราบเรียนประธานรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ

4.คำแถลงการณ์ร่วมในโอกาสการเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ
ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2544
เนื่องจากเป็นการยืนยันการอนุมัติ MOU 2544 ระหว่างไทยกับกัมพูชา ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2544
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ฟังทัศนะ คนที่ไปลงนามดูบ้าง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Nov 17, 2009 6:51 pm

ลอกมาฝาก ให้อ่านและพิจารณากันเอง (เราคิดไม่ออก เพราะตอนนี้มีเรื่องคิดหลายด้าน แล้วเรื่องนี้ก็ยากเสียด้วย)

คำสัมภาษณ์ นาย สุรเกียรติ เสถียรไทย กรณีรัฐบาลอภิสิทธิ์จะยกเลิก MOU

ผมไม่ได้ขัดข้องอะไรหากรัฐบาลจะยกเลิก MOU ดังกล่าว แต่มีข้อสังเกต ถ้าเราจะยกเลิกสังคมไทยต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เรายกเลิกคืออะไร เวลานี้เราพูดกันเหมือนกับว่า MOU อันนี้เป็นบันทึกช่วยจำว่าด้วยการแบ่งผลประโยชน์ทางทะเลตกลงกันแล้วว่าถ้าไทย กัมพูชา จะแบ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างไร และ MOU นี้ แบ่งไปในลักษณะที่ไทยเสียเปรียบ ถ้ายกเลิกเสีย เราจะได้ทรัพย์สินกลับมา ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะตอนนี้ เป็ฯ agreement to talk เป็นความตกลงว่า เราจะเริ่มเจรจากัน ความจริงความคิดนี้มาตั้งแต่สมัย พล.อ ชาติชาย ชุณหวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งสมัยนั้นไทยได้ไปลงนาม กับประเทศมาเลเซีย พล.อ. ชาติชาย มีความเห็นว่า ทำไมไม่ทำแบบนี้กับประเทศเวียดนาม และกัมพูชาบ้าง
เมื่อถึงจุดหนึ่ง ท่านได้คุยกับ สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งได้ลองขอคุยกับกัมพูชา คิดอ่านอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเริ่มเจรจา รมต. สุรินทร์ก็ตอบว่า ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด (พล.อ. มงคล อมรพิสิษฐ์) ก็ไปเจรจาก็แล้วกัน ผมรับทราบแต่ถือว่าผมไม่รับรู้ จะยังไม่เป็นทางการ จากนั้น พล.อ. มงคล ก็ได้มาคุยกับผม ขณะนั้นเป็นประธาน ปตท.สผ. ได้มีการคุยนอกรอบ เชิญเขามาเล่นกอล์ฟ ที่นี่บ้าง เชิญมาทานข้าว ก็เริ่มรู้สึกว่าเขาเห็นด้วยก็ร่วมมือกัน แต่ก็ยังไม่มีอะไร ระหว่างนั้น กระทรวงการต่างประเทศก็ทำงานมาตลอดว่ามีอะไรควรบ้าง ต้องระวังบ้าง กระทั่งผมมารับตำแหน่ง รมต. กระทรวงต่างประเทศ ในปี 2544 ทางการกัมพูชาก็บอกว่า เราเคยคุยกันมา จะเริ่มเจรจากันไหม ทาง กระทรวงต่างประเทศ ถ้าเช่นนั้นเรามาความตกลงกันหน่อย ถ้าจะเจรจาใช้หลักอะไรก็ นำมาสู่ MOU อันนี้ มีการลงนามว่า จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเจรจา 2 ชุด คือ คณะกรรมการชุดหนึ่ง ว่าด้วยการเจรจา เส้นเขตแดนทางทะเล มีคุณ กฤษณ์ กาญจนกุญชร อธิบดีกรมสนธิสัญญา และกฎหมาย ฯ ในขณะนั้นเป็นประธาน อีกชุดหนึ่งว่าด้วยการพัฒนาร่วมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ใน MOU ดังกล่าว มีข้อดีที่ไทยได้มา 4 ประการ คือ
1. เราบอกไว้ว่าเราต้องมีการเจรจาเรื่องกำหนดเขตแดนทางทะเล พร้อม ๆ กับการเจรจาการพัฒนาร่วม ต้องไปด้วยกัน โดยใช้คำว่า The invisible pagage ซึ่งแปลว่า แบ่งแยกไม่ได้ อันนี้คือสิ่งสำคัญ ถ้าเรารู้ว่ากัมพูชาอยากได้ เรื่องการแข่งขันผลประโยชน์เรื่องการพัฒนาร่วม แต่เราอยากได้เรื่องเขตแดนแล้วเอามาผูกกันไว้ เราสามารถเอาที่เขาอยากได้มาดัน ขณะนั้นตามรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กำหนดให้นำเรื่องเขตแดนและการเปลี่ยนแปลงอาณาเชตเข้ารัฐสภาเท่านั้น ส่วนเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร ลึก ๆ ในใจกลัวว่า ถ้าใครเข้ามาเป็นรัฐบาล เกิดอยากจะตกลงเฉพาะเรื่องประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเดียวแล้ว ถ้าเซ็นกันไปได้เลย เราอาจเสียผลประโยชน์เรื่องเขตแดนได้ เพราะไม่เหลืออะไรให้ต่อรอง จึงมาเขียนตรงนี้มัดไว้ 2 ส่วน ต้องไปที่รัฐสภา นี่คือข้อดีที่เราเก็บใส่กระเป๋าไว้ แล้วเราก็ดีใจที่ทางการกัมพูชา เขายอมทั้งที่เป็นเพียง agreement to talk
2. การกำหนดเขตทางทะเลไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
3. การเจรจาทั้วหมดที่ทำในอนาคตจะไม่กระทบต่อข้อเรียกร้องทางทะเล ซึ่งเท่ากับเป็นการทำให้กัมพูชายอมรับเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไทยมีข้อเรียกร้องเขตแดนทางทะเล
4.แผนผังที่อยู่ด้านหลัง MOU นี้ได้ในสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องการ
.
ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า หากยกเลิก MOU อันนี้ ความว่ามันมีประโยชน์อะไร ถ้าเราไม่อยากเจรจา เราก็ไม่ต้องเรียกประชุม เราก็ประกาศสิว่า ตอนนี้เราประท้วงหรือหยุดการเจรจาก็แสดงเจตนารมณ์ ไปว่า ไม่ต้องยกเลิก MOU

ซึ่งความจริงไม่ต้องมีการเจรจามา 2 ปีแล้ว เพราะไม่ถูกกัน และ 8 ปี ที่ผ่านมายังตกลงกันไม่ได้เลย

ยกเว้นเรื่องสำคัญที่ผมไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน เพราะกัมพูชาเขาขอเอาไว้


สมมติ ว่าตรงนี้เป็นเกาะกูด เดิมเส้นเขตแดนทางทะเลที่กัมพูชาเคลมมิ่งมันวิ่งเกาะกรูดมา ผมก็ล้อเขาว่า เออแปลกดีนะคนไทยขึ้นเกาะกูดมา พอจะลงไปเล่นน้ำอีกฟาก ต้องถือพาสปอร์ตซึ่งมันตลกมาก หลังจากเจรจากันไปมา ท่านฮุนเซนบอกผมว่า ตกลงอธิปไตยบนเกาะกูด ยอมรับว่าเป็นของไทย ยอมปลดข้อเรียกร้องจากนั้นก็สั่งแผนที่มาลากเส้นใหม่ เพราะว่า เดี๋ยวผู้ใหญ่ฝ่ายเขาไม่พอใจเอาให้การเจรจาจบก่อนค่อยประกาศดังนั้น การยกเลิก MOU นั้นทำให้ของดี ของเรา 3-4 ข้อ มันหายไปด้วย ซึ่งกว่าจะได้มามันแทบแย่

ถามว่าเราดูกันรอบคอบแล้วหรือ จู่ ๆ จะเอาประโยชน์ของเราทิ้งน้ำไปทำไม เพราะถ้าเราทำอย่างนั้นก็เท่ากับ เป็นการปลดล็อคกัมพูชาเขาก็ แฮปปี้ ผมจึงอยากตั้งคำถาม ว่า ได้พิจารณากันดีหรือยัง เป็นการตอบโต้กัมพูชาในสิ่งที่ทำให้เราเสียประโยชน์เองหรือเปล่า ...

ส่วนกัมพูชาไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วย มันมีเรื่องที่จะตอบโต้อีกตั้งเยอะ ส่วนที่รัฐบาลให้เหตุผลว่า พ.ต.ท. ทักษิณ เคยเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยล่วงรู้ความลับต่าง ๆ หมดแล้ว
หากย้ายไปเป็นที่ปรึกษาทางการกัมพูชาจะทำให้ไทยเสียเปรียบนั้น ความจริงคือ พ.ต.ท. ทักษิณไม่ใช่หัวหน้าคณะเจรจา คนที่เจรจาทั้ง สองเรื่อง คือเจ้าหน้าที่ เรื่องเขตแดน นายก ฯ หรือ รมต. จะไปสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ และมันมีแผนที่ มีกฎหมายชัดเจน และผมเชื่อความเป็นมืออาชีพ ของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และ MOU นี้

นี่เป็นการถอดเทป การให้สัมภาษณ์ โดย คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อเป็นผู้อ่านในรายการ ความจริงวันนี้ วันที่ 12 พ.ย. 2552


avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Nov 18, 2009 7:13 am

เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณสุรเกียรติ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 23, 2009 12:11 pm

att พิมพ์ว่า:

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_53_%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
คณะรัฐมนตรีคณะที่ 53 ของไทย


คณะรัฐมนตรีคณะที่ 53 (14 พฤศจิกายน 2540 - 9 พฤศจิกายน 2543)
นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2540 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000120118
แผนที่ 1 : 200,000 ปีศาจร้ายจากปี 2505 ถึงปี 2552 !
โดย คำนูณ สิทธิสมาน

10 ตุลาคม 2552 15:34 น.

กรณีพฤติกรรมของรัฐบาลที่อาจทำให้ไทยเสียดินแดนให้กัมพูชานั้น มีข้อมูลใหม่ประเด็นใหม่ที่ ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์
ได้เปิดมาทาง ASTV รายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2551 และในนสพ. ASTV
ผู้จัดการรายวันฉบับเช้าวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2551 ที่พาดหัวว่า
“แฉรัฐบาลน้องเขยแม้วสอดไส้แผนที่เขมรผ่านสภา” นั้นคนไทยทุกคนต้องรับรู้ร่วมกัน

เพราะถ้าไม่ร่วมกันแก้ไข เราอาจจะเสียดินแดนให้กัมพูชามากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ตัวปราสาทพระวิหารที่เสียไปแล้ว
เมื่อปี 2505 ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่วันนี้กัมพูชาสร้างวัดสร้างถนนมีชุมชน
และไม่ใช่ทั้งหมดของ 4.6 ตารางกิโลเมตร

แต่อาจจะมากกว่านั้นมหาศาล – ตามแผนที่ฝรั่งเศส 1 : 200,000 ที่เราไม่ยอมรับมาตลอด !

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการรณรงค์ครั้งนี้ ที่ต้องเริ่มต้นให้รัฐสภาลงมติไม่เห็นชอบกับบันทึกการประชุม
คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) รวม 3 ฉบับ ที่จะเข้าสู่การประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ภายในไม่ช้าไม่นานนี้

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 รัฐสภาทำผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยการอนุมติกรอบการเจรจา
ไทย-กัมพูชา ด้วยคะแนนเสียง 409 ต่อ 7 งดออกเสียง 1 และ 406 ต่อ 8 งดออกเสียง 2

แน่นอนครับ – ผมเป็นเสียงหนึ่งใน 7 และ 8 เสียงที่คัดค้านนั้น !

เพื่อนสมาชิกรัฐสภาท่านอื่นที่คัดค้านล้วนเป็นส.ว.ทั้งสิ้น คือ พ.ท.กมล ประจวบเหมาะ, พล.ต.ต.เกริก กัลยาณมิตร,
คุณรสนา โตสิตระกูล, คุณวรินทร์ เทียมจรัส, คุณสมชาย แสวงการ, คุณสุรจิต ชิรเวทย์ และท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน
(เฉพาะกรอบหลัง) โดยท่านที่งดออกเสียงทั้ง 2 กรอบคือท่านประธานวุฒิสภาอาจารย์ประสพสุข บุญเดช
และคุณหมออนุศักดิ์ คงมาลัยงดออกเสียงเฉพาะกรอบหลัง

ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์โหวต “เห็นด้วย” กับทั้ง 2 กรอบ !!
แต่นั่นก็เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 ที่สมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลทั้งหมด

กรอบทั้ง 2 กรอบที่รัฐสภาอนุมติไปเมื่อเกือบ 1 ปีที่แล้วไม่ดีอะไรหรือ ?

นอกเหนือจากประเด็นถอนทหารทั้ง 2 ฝ่ายออกจากบริเวณวัดแก้วสิขาคีรีสะวาราซึ่งเป็นดินแดนไทย
อันดูเหมือนดี แต่จะเป็นผลให้ไทยต้องถอนทหาร แต่กัมพูชาแม้ถอนทหารก็ยังมีวัด ชุมชนและทหาร คงอยู่แล้ว
ก็คือประเด็นการจัดทำหลักเขตแดนภายใต้สิ่งที่เรียกในกรอบ 1 ว่า “แผนแม่บท...” และในกรอบ 2
ให้เป็นไปตามแนวทางเอกสาร 3 รายการ คือ สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1904, สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907
และ....ตรงนี้สำคัญครับ.....

“แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยาม
กับอินโดจีน ที่จัดทำขึ้นตามอนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1907 กับเอกสารอื่น
ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้อนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1907 ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส”


อย่าลืมขีดเส้นใต้ตรงคำว่า “แผนที่” นะ !

แผนที่ที่ว่านี้ผมเข้าใจว่ามี 11 ระวาง หรือ 11 แผ่น เป็นแผนที่อัตราส่วน 1 : 200,000 ที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้นในปี ค.ศ. 1908
ในระวางหนึ่งที่รู้จักกันต่อมาในชั้นการพิจารณาของศาลโลกระหว่างปี 2502 –2505 ในนาม “ภาคผนวก 1” หรือ
“ANNEX 1” นี่แหละที่มาผนวกเอาปราสาทพระวิหารไปไว้ในดินแดนกัมพูชา อันเป็นผลให้ไทยแพ้คดีเสียปราสาทพระวิหาร
ให้กัมพูชาเพราะหลัก “กฎหมายปิดปาก” เพราะศาลโลกพิจารณาเห็นว่าไทยมีโอกาสที่จะคัดค้านแผนที่ที่ว่านี้ในหลายกรรม
หลายวาระแต่ไม่ได้คัดค้าน

ท่านอาจารย์ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์บอกว่าเรายอมรับแผนที่ ANNEX 1 ที่ทำให้เราเจ็บปวดทั้งประเทศมาแล้วในปี 2505
ก่อนหน้านั้นแล้วในแผนแม่บทและ TOR ปี 2546 (2003) สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นเอกสารประอบหมายเลข 4
เป็นภาษาอังกฤษ แจกจ่ายในวันที่ 28 ตุลาคม 2551 โดยในเอกสารนี้ที่ผมยังเก็บไว้ถึงขนาดมีวงเล็บไว้ด้วยว่าแผนที่นี้คืออะไร
...เขาวงเล็บไว้ในข้อ 1.1.3 ว่า....

“...hereinafter referred to as the Maps of 1 : 200,000”


จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องของพ.ต.ต.ทักษิณ ชินวัตรที่ทำขึ้นในปี 2546 และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
(โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศในขณะนั้น) นำมาเสนอเป็นกรอบเจรจาต่อรัฐสภา
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 หรอกครับ


มันเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยตั้งแต่ปี 2543 โน่น !


เพราะแผนแม่บทและ TOR ปี 2546 (2003) ที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า “Terms of Reference and Master Plan for
the Joint Survey and Demarcation of Land Boundary between the Kingdom of Thailand and
the Kingdom of Cambodia” ที่มีระบุประโยคเชิงยอมรับ “the Maps of 1 : 200,000”
ไม่ได้ลอยลงมาจากฟากฟ้าหรือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรคิดขึ้นมาเองหรอก


มันมาจากเอกสารชื่อเต็ม “บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่ง
ราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก”
ที่เรียกย่อ ๆ ว่า MOU ปี 2000 ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ทำกับกัมพูชาในปี 2543 !

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 23, 2009 12:12 pm

att พิมพ์ว่า:เพื่อความเข้าใจง่าย ๆ อยากให้จำเอกสารชิ้นนี้ในนาม MOU 2000 และจำเอกสารปี 2546 ในนาม TOR 2003
เพราะในการต่อสู้กรณีนี้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีข้อมูลและมีเหตุมีผล

ใน MOU 2000 ที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรขณะดำรงตำแหน่งรมช.ต่างประเทศลงนามร่วมกับนายวาร์ คิม ฮง
ของกัมพูชาเมื่อปี 2543 นั้นจำไว้ให้แม่นเลยนะครับว่า “ข้อ 1 (ค)” หรือในภาษาอังกฤษก็เป็น “Article 1 (c)”

นั่นแหละที่เป็นปัญหาใหญ่

ข้อความในฉบับภาษาไทยก็เป็นข้อความเดียวกับในข้อ 3 ของกรอบที่ 2 ที่รัฐสภาอนุมติไป
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 เป๊ะ


“แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยาม
กับอินโดจีน ที่จัดทำขึ้นตามอนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1907 กับเอกสารอื่น
ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้อนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1907 ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส”


มีต่างกันคำเดียวแค่คำว่า “ที่” ที่ใน MOU 2000 ข้อ 1 (ค) ใช้คำว่า “ซึ่ง” เท่านั้น
หันไปดูข้อความในฉบับภาษาอังกฤษ Article 1 (c) ของ MOU 2000 ก็จะพบข้อความที่เหมือนกันเป๊ะกับ TOR 2003
ข้อ 1.1.3 ซึ่งก็เป็นคำแปลมาจากภาษาไทยข้างต้น

แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ตรงที่ใน TOR 2003 ก่อนประโยค “, and other documents relating to the...”
(แปลมาจาก “...กับเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง...”) ทะลึ่งใส่วงเล็บแทรกไว้ให้ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์จับได้...

“...(hereinafter referred to as the Maps of 1 : 200,000)...”

ถ้าเราเห็นว่าการเขียนข้อตกลงกับกัมพูชาในเชิงยอมรับแผนที่ 1 : 200,000 (หรือ ANNEX 1) นี้ผิด ไม่อาจยอมรับได้

มันก็ไม่ได้ผิดแค่รัฐบาลน้องเขยแม้วที่เสนอ 2 กรอบต่อรัฐสภาเมื่อ 28 ตุลาคม 2551 เท่านั้น

แต่มันต้องผิดมาตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2543 ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
ยุคท่านชวน หลีกภัย – โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร – ไปทำ MOU 2000
กับกัมพูชาแล้ว !


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000120120

แผนที่ 1 : 200,000 ปีศาจร้ายจากปี 2505 ถึงปี 2552 ! (ตอนที่ 2)

เพราะมันคือขบวนการ CIA ไทยรบเขมร คิดว่าใครเสียเปรียบ
ไส้ศึกเต็มเมืองไทย!!!
ไทยรบกับเขมรตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจาก ช่องบก และ ร่มเกล้า
แต่สถานการณ์ต่างกันที่ ชนะจะถูกบังคับให้สูญเสียดินแดนโดยกองกำลังของอเมริกา
ในนาม UN เข้ามาควบคุม ถ้าแพ้กองทัพไทยจะสาบสูญไปจากโลกนี้
รวมถึงสถาบันสำคัญ


ฉบับไหนเบื้องหลังก็กลุ่มเดียวกัน

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-20.htm

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยกเลิก MOU = ยกดินแดนให้เขมรฟรีๆ เป็นละครที่ แม้ว - มาร์ค ร่วมกันเล่น

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Nov 24, 2009 1:09 am

เตือนรัฐ ยกเลิกMOUทางทะเล อาจเข้าทางกัมพูชา (ไทยรัฐ)

อดีต ส.ว. เตือนรัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยูทางทะเล อาจเข้าทางกัมพูชาให้สามารถดูดก๊าซธรรมชาติได้อย่างสะดวก...

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดเสวนา เรื่อง "ยกเลิกเอ็มโอยูกัมพูชา - ไทยได้อะไร-เสียอะไร" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฉลองโอกาสครบรอบหนึ่งทศวรรษโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา โดยในตอนหนึ่งของการเสวนา นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีต ส.ว.ตาก กล่าวว่า เมื่อ ค.ร.ม.มีมติให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา แล้ว ตามความเห็นของตนคิดว่าควรจะต้องนำมาขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ด้วย

เพราะการจะยกเลิกสัญญาใดจะต้องเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย โดยต้องทำสัญญาเพื่อยกเลิกสัญญานั้นนั่นเอง เมื่อได้ศึกษารายละเอียดต่าง ๆ แล้วรู้สึกเป็นห่วงว่าการยกเลิกครั้งนี้อาจเข้าทางกัมพูชา ที่อาจสำรวจจนมั่นใจแล้วว่าพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลช่วงดังกล่าวมีก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาล และเตรียมให้สิทธิเอกชนเข้าไปขุดเจาะก๊าซบริเวณดังกล่าวได้อย่างสะดวกจนอาจทำให้ท้ายสุดเขาก็สามารถสูบก๊าซบริเวณรอบ ๆ ไปได้จนหมด

ทั้งนี้จากการศึกษาเห็นว่าบันทึกข้อตกลงที่รัฐบาลไทยควรจะยกเลิกกับรัฐบาลกัมพูชา บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ. 2543 ที่ลงนามไว้ในสมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร รมช.ต่างประเทศในขณะนั้น เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้ทำผิดข้อตกลงไปแล้วโดยละเมิดสร้างถนนขึ้นปราสาทพระวิหารในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากฝ่ายไทยก่อน

ด้าน นายกวีพล สว่างแผ้ว นักวิชาการด้านกิจการการขนส่ง มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า เมื่อพิจารณาบันทึกความเข้าใจพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย - กัมพูชา ปี 2544 แล้วรู้สึกหนักใจ เนื่องจากเนื้อหาได้กล่าวถึง "ไหล่ทวีป" ซึ่งความหมายกว้างมาก ส่วนคำว่า "พื้นที่ทับซ้อน" ก็หมายถึงกรณีที่มีพื้นที่ประชิดติดกัน ทำให้ต้องแก้ไขปัญหา ทางออกเรื่องนี้เมื่อพิจารณาอนุสัญญาเจนีวา และอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลของสหประชาชาติ ได้กำหนดวิธีการไกล่เกลี่ยด้วยการเจรจา หากเจรจากันไม่ได้ให้หาวิธีอื่นที่เป็นวิธีการทางกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาจะใช้วิธีการเจรจา แต่สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องผลประโยชน์ของทรัพยากรที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อน ขอชี้แจงว่าผลประโยชน์ที่ระบุว่ามีมากถึง 5 ล้านล้านบาทนั้น เป็นตัวเลขที่เกิดจากการประเมิน ซึ่งตราบใดที่ทั้งสองประเทศยังตกลงกันไม่ได้ก็ย่อมไม่มีประเทศใดที่มีสิทธิเข้าไปสำรวจในพื้นที่นั้น ๆ

ด้านนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยอมรับว่าอยู่ในสถานะที่ลำบาก ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดคลั่งชาติที่พยายามปั่นให้ประชาชนของสองประเทศขัดแย้งกันโดยใช้เหตุผลเรื่องพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร หรือเรื่องข้อตกลงทางทะเล ยกมาเป็นประเด็น เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ในเชิงความขัดแย้งและการพึ่งพิงกันทั้งมิติของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การสร้างความเกลียดชังต่อตัวผู้นำกัมพูชาและประชาชนกัมพูชาโดยไม่แยกแยะจะทำให้เกิดความหายนะ เพราะชาวบ้านที่อยู่ตามแนวชายแดนล้วนไม่ต้องการความรุนแรง จึงเป็นเรื่องที่ไทยต้องจัดการโดยสันติวิธี มิเช่นนั้นจะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการค้าบริเวณพรมแดนซึ่งไทยมีผลประโยชน์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 จากการส่งออก ยังไม่รวมถึงธุรกิจ บ่อนกาสิโน โรงแรมและสถานีโทรทัศน์ที่คนไทยเป็นเจ้าของด้วย

http://hilight.kapook.com/view/43817

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ