รวบรวม...น่่าสนใจ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

รวบรวม...น่่าสนใจ

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Nov 11, 2009 5:57 pm

http://www.thaiblognews.com/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%81-100-%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99/
แบ่งเค้กลงตัวโยก 100 กว่านายพลตำรวจ “เด็กแม้ว”ยังผงาด!

July 3, 2009

บิ๊กตร.แบ่งเค้กลงตัวส่งเด็กสนง.ยึดเก้าอี้ใหญ่ โยก ผบช.ภ.2 นั่นผบช.กำลังพล ดัน ตชด.คุมพื้นที่ มีผล 16 สค.
พร้อมส่งสัญญาณแต่งตั้งรองผบก-ประทวน แฉ”สุชาติ เหมือนแก้ว” ขอกลับบช.น.ไม่ได้ เหตุ”วรพงษ์”
ขอผบ.ตร.ทำงานต่อ เผยแต่งตั้งครั้งนี้ อยู่นอกเหนือกฏก.ตร. เพราะเป็นการแต่งตั้งพิเสษเพื่อปรับโครงสร้าง
ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นทักษิณ “สุรสิทธิ์ สังขพงศ์” ออกจากกรุเป็นรองสันติบาล “วินัย ทองสอง” คว้ารองผบช.ก.
ขณะที่ผู้การ 191โยกคุมศูนย์สืบนครบาล ส่วน”ปรีชา ธิมามนตรี”ขยับใหญ่ขึ้นเป็น ผู้การศูนย์สืบสตม.


วันนี้( 3 ก.ค.)เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ชั้น 7 อาคาร 1
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ
พิจารณาคุณสมบัติผู้ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย หรือบอร์ดกลั่นกรอง ซึ่งมีรองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ
ร่วมประชุม ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ
ข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ในวาระการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย โดยมี ผบ.ตร. รองผบ.ตร. จตช.และคณะกรรรมการ
ก.ตร. ร่มประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. โฆษกตร. กล่าวว่า ที่ประชุมก.ตร.ได้พิจารณา
แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในตำแหน่งผู้บังคับการ(ผบก.)ถึงผู้บัญชาการ(ผบช.) เพื่อปรับเกลี่ยลงใน
โครงสร้างใหม่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ซึ่งจะให้มีผลใช้บังคับในวันที่ 16 สิงหาคม 2552 โดยจากนี้จะมีการแต่งตั้ง
ระดับรองผบก.ถึง ผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่)ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และจะให้มีผลพร้อมกัน ทั้งโครงสร้าง
การแต่งตั้งทุกระดับ

รองผบ.ตร. กล่าวว่าการแต่งตั้งในครั้งนี้ตำแหน่งผบช.หลักๆแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีบางตำแหน่ง
ที่ปรับตามความเหมาะสม แต่หลักๆคือการเกลี่ยผู้บัญชาการประจำสำนักงานผบ.ตร.(ผบช.ประจำ.สง.ผบ.ตร.)
มาเป็น ผบช.หน่วยใหม่ 4 ตำแหน่ง

”การแต่งตั้งครั้งนี้ หน่วยหลักมากกว่า 95 % หรือ 246 ราย อยู่ในตำแหน่งเดิม ส่วนตำแหน่งที่ปรับเปลี่ยนมี 42 ราย
ซึ่งในนี้บางส่วนแค่เปลี่ยนชื่อหน่วยตามโครงสร้างใหม่ ไม่เปลี่ยนตัวบุคคล ที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายขึ้นบ้าง
มีเพียงตำแหน่งผู้บังคับศูนย์สืบสวนสอบสวน ของกองบัญชาการต่างๆ 10 ตำแหน่ง ยึดหลักเอารองรองผบก.
ที่มีประสบการณ์ในงาน ขึ้นมา ถ้าเห็นชื่อก็ทราบว่าเหมาะสม ชื่อชั้นได้รับการยอมรับ ทั้งนี้ตำแหน่งที่ปรับเปลี่ยนนั้น
พิจารณาด้วยเหตุผล ความจำเป็น ซึ่งในที่ประชุมก็มีการถกกันบ้าง แต่สุดท้ายก็เห็นด้วยตามที่ ตร.เสนอไป ก็ต้องบอกว่า
บางตำแหน่งอาจยังไม่เหมาะสม100 % ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ในการแต่งตั้งวาระประจำปีในอีก 1 เดือนข้างหน้า”
โฆษกตร. กล่าว

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า สำหรับการแต่งตั้งระดับรองผบก.ลงมา นั้น ก.ตร.อนุมัติให้ในมาตรา 56 พระราชบัญญัติ
ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 โดยให้อำนาจ ผบ.ตร.และรองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิจารณา โดยทั้งนี้
ให้อำนาจผู้บังบัญชาการและผู้บังคับการหน่วยในการเสนอความเห็นประกอบการแต่งตั้ง โดยการแต่งตั้งครั้งนี้
เป็นการแต่งตั้งกรณีพิเศษเพื่อปรับโครงสร้าง จึงให้ยกเว้นหลักเกณฑ์ ตามกฎก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งบางข้อ
เช่นต้องอยู่ในหน่วยครบปี ถึงจะออกนอกหน่วยได้ เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.ภ.4 ได้แจ้งความประสงค์ไปยังพล.ต.อ.พัชรวาท
เพื่อจะขอกลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง ผบช.น.อีกครั้ง เนื่องจากมีข่าวว่า นายสุเทพไม่พอใจผลงานการควบคุม
ดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงของ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.คนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หลังจาก
กระแสข่าว พล.ต.ท.สุชาติ จะขอกลับมายัง บช.น.เป็นข่าวออกไป ทาง พล.ต.ท.วรพงษ์ ได้เดินทางเข้าพบ
พล.ต.อ.พัชรวาท ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 2 ก.ค. จนกระทั่งดึก ซึ่งมีรายงานระบุว่า พล.ต.ท.วรพงษ์
ได้ขอพล.ต.อ.พัชรวาท ให้โอกาสในการทำงานในนครบาลต่อ จนกระทั่งการพิจารณาแต่งตั้งในครั้งนี้ ก.ตร.
มีมติให้ผบช.น. ผบช.ก. ผบช.สตม. อยู่ในตำแหน่งเดิม

ส่วนตำแหน่งอื่นๆ โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบช.หน่วยงานใหม่ทั้ง 4 หน่วยงานสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มีรายงานรายชื่อนายตำรวจที่คาดว่าจะได้รับการคาดหมายให้ไปดำรงตำแหน่งประกอบด้วย
พล.ต.ท.สุรชัย สุขพันธ์โพธาราม ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.ส่งกำลังบำรุง
พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ
พล.ต.ท.พล.ต.ท.ธีรวุฒิ กิตติวัฒน์ จเรตำรวจ (สบ เป็น ผบช.สำนักงานงบประมาณและการเงิน
และพล.ต.ท.อัศวัน ณรงค์พันธุ์ ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.สำนักงานกำลังพล

นอกจากนี้ ยังมี พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ตชด.เป็น ผบช.ภ.2
พล.ต.ท.ณรงค์ ศิริสุนทร ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.เป็น ผบช.ตชด.
พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.ตชด.
พล.ต.ต.จิรโรจน์ กี่ศิริ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ประจำสำนักงาน พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์)เป็นรอง ผบช.กพ.
พล.ต.ต.วรินทร์ บุญเกียรติ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.ยศ.
พล.ต.ต.ชัยยง กีรติขจร รอง ผบช.ภ.6 เป็น รองผบช.ก.ตร.
พล.ต.ต.อรรถพร อุทยานานนท์ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รองผบช.ภ.6
พล.ต.ต.เกษียณ วรศิริ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.น.
พล.ต.ต.พิสุทธิ์ พุ่มพิเชษฐ์ รองผบช.ประจำส.ผบ.ตร.(ประจำสำนักงาน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ) เป็น รอง จเร (สบ.7)

พล.ต.ต.มณสัณ สุขกนิษฐ์ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.( ประจำสำนักงานพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ )
เป็น รองจเรตำรวจ(สบ7)
พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 เป็น ผบก.จร.
พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.ประจำส.ผบ.ตร.(ประจำสนง.พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ )เป็น ผบก.น.4
พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เป็น ผบก.น.9
พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.(ประจำสนง.พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง หน.นรป.) เป็น ผบก.ภ.จ.ปัตตานี
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.(ประจำสนง.พล.ต.ท.ชลอ ชูวงษ์ ผู้ช่วยผบ.ตร.) เป็น ผบก.จ.สมุทรสงคราม
พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.อำนาจเจริญ เป็น ผบก.จ.สระแก้ว
พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จ.น่าน เป็น ผบก.ภ.จ.ตราด

พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.อก.บช.น. เป็น ผบก.น.3
พ.ต.อ.นิคม เฉิดฉาย รองผบก.จว.บุรีรัมย์ ขึ้นเป็นผบก.ศสส.ภ.3
พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.จร. เป็นผบก.อก.บช.น.
พล.ต.ต.ณชนนต์ สิงหรา ณ อยุธยา ผบก.น.3 เป็น ผบก.น.8
พล.ต.ต.ภักดี จิรางกูร ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. (ประจำสนง. พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง.ผบ.ตร. เป็นผบก.ฝอร.ภ.7
พล.ต.ต.เรืองชัย วัจนะพุกกะ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.(ประจำสนง.พล.ต.อ.จุมพล) เป็น รองผบช.ศ.
พล.ต.ต.วีระพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.ประจำสำนักงานรองผบ.ตร.(ประจำสนง.พล.ต.อ.วิรจน์) เป็นรองผบช.สกบ.
พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.(ประจำสนง.พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา สบ.10)
เป็น ผบก.อารักขาและควบคุมฝูงชน
พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายยุกต์ ผบก.จว.สมุทรสงครามเป็น ผบก.ยศ.

พล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.(ประจำสนง.พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์)ผบก.ศฝร.ภ.4
พ.ต.อ.จตุพล ปานรักษา รองผบก.ศสส. เป็นผบก.ศสส.ภ.4
พล.ต.ต.ยุทธนา ปาละติเสนา ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็น ผบก.ยศ.ภ.4
พล.ต.ต.สุพันธ์ ประเสริฐสม ผบก.อก.ภ.4 เป็นผบก.หนองบัวลำภู
พล.ต.ต.กำพล ทับทิมไทย ผบก.หนองบัวลำภู เป็น ผบก.ศฝร.ภ.2
พ.ต.อ.เพชรรัตน์ แสงไชย รองผบก.ศสส.ภ.1 เป็น ผบก.ศสส.ภ.1
พล.ต.ต.ญาณไชย แกล้วเขตต์การ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. (ประจำสนง.พล.ต.อ.ปทีป )เป็นผบก.จรต.(สบ 6)
พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ศฝร.ภ.6
พล.ต.ต.ภูมิรา วัชรปราณีกุล รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.ก.
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญญโญ ผบก.จ.สระแก้ว ผบก.ภ.จ.จันทบุรี
พล.ต.ต.ธเนตร พิณเมืองงาม ผบก.ภ.จ.จันทบุรี เป็นผบก.ภ.จ.ชลบุรี
พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.(ประจำสนง.พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง) เป็นผบก.ศฝร.ภ.1

พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.สตม.ภาคกลาง
พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ ผบก.ประจำสง.ผช.ผบ.ตร.เป็นผบก.สตม.ภาคใต้
พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รองผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.เป็นรองผบช.น.
พล.ต.ต.ดำริ โชติเศรษฐ์ รองผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รองผบช.น.
พล.ต.ต.ประพันธ์ พานิคม รองผบช.ภ.5 เป็นรองผบช.ก.

พล.ต.ต.กิตติ รุ่งเรืองวงษ์ ผบก.อุทัยธานี เป็นผบก.ลพบุรี
พล.ต.ต.สักกฉัฐ กิตติขจร ผบก.น.9 เป็น ผบก.อก.สกบ.
พล.ต.ต.สุรพล ธนโกเศศ รองผบช.น.เป็นรองผบช.สตม.
พล.ต.ต.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รองผบช.ประจำสง.รองผบ.ตร.เป็นรองผบช.ก.ตร
พล.ต.ต.(ญ.)สร้อยสุรางค์ ศิริณรงค์ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ประจำ บช.ส.

พล.ต.ต.พิสัณฑ์ จุลดิลก รองผบช.ภ.8 เป็นรองผบช.ภ.9
พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.ก.
พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็น รองผบช.ยศ.
พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รองผบก.ศสส.บช.น. เป็นผบก.ศสส.สตม.
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ตปพ (191) เป็นผบก.ศสส.บช.น.
พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นผบก.ตปพ
พล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เป็นผบก.ยศ.
พล.ต.ต.วรัญวัช การุณยะทัต ผบก.น.8 เป็นผบก.ยศ.บช.น.
พล.ต.ต.สถิตย์ ต้นสงวน ผบก.ภ.จ.ลพบุรี เป็นผบก.ตม.5

พล.ต.ต.จิตต์เจริญ เวลาดีวงษ์ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.
พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงษ์ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.ส.
พล.ต.ต.วิรัตน์ เกษตรสุวรรณ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.ตชด.
พล.ต.ต.ชวน วรวานิช รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.สพฐ.
พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.วิบูลย์ ปรองดอง รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.กฎหมายและคดี
พล.ต.ต.สุทิน เขียวรัตน์ รองผบช.ภ.3 เป็นรองผบช.ตชด.
พล.ต.ต.ลัทธสัญญา เพียรสมภาร รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็น รองผบช.ภ.3
พล.ต.ต.สมโชค เจริญพร รองผบช.ก.ตร. เป็นรองผบช.สกพ.
พล.ต.ต.ยงยศ นาคเฉลิม รองจตร.(สบ 7) เป็นรองผบช.สกพ.
พล.ต.ต.สันติ วิจักขณา รองผบช.ภ.6 เป็นรองผบช.ตส.
พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รองผบช.ภ.9 เป็นรองผบช.ภ.8
ทำเนียบรุ่น นร


พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็นผบก.ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
พล.ต.ต.วิชัย รัตนยศ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็นผบก.มน.
พล.ต.ต.ครรชิต วงศ์ใหญ่(พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์) ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นผบก.ประจำบช.ปส.
พล.ต.ต.โรจนฤทธิ์ สถานานนท์ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.(พล.ต.อ.วัชรพล) เป็นผบก.ประจำสตม.
พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันท์ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.(พล.ต.อ.จงรัก) เป็น ผบก.ตม.7

พล.ต.ต.วีรศักดิ์ ชลายนคุปต์ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ศสส.ภ.6
พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ รักษาสัตย์ ผบก.ประจำ ตร. เป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม ภ.3
พล.ต.ต.วิศนุ ม่วงแพรศรี ผบก.ประจำ ตร. เป็น ผบก.ประจำ ภ.8
พล.ต.ต.สงกรานต์ สังขกร ผบก.ประจำจเร เป็น ผบก.ประจำ ภ.6
พล.ต.ต.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ผบก.ประจำ ตร. เป็น ผบก.ประจำ บช.ก.
พล.ต.ต.ชนาภัทร เชยสมบัติ ผบก.กพ. เป็น ผบก.ตม.6
พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวัธนะ ผบก.ตราด เป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม ภ.2
พ.ต.อ.อรรถชัย ดวงอัมพร รอง ผบก.ศูนย์ข่าวกรอง เป็น ผบก.ส.4

พ.ต.อ.วีระศักดิ์ มีนะวณิชย์ รอง ผบก.จเร เป็น ผบก.ศสส.ภ.8
พ.ต.อ.กิตติพงศ์ เงามุข รอง ผบก.ศสส.ภ.2 เป็น ผบก.ศสส.ภ.2
พ.ต.อ.สุธีระ ปุณณะบุตร รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็น ผบก.ศสส.ภ.5
พ.ต.อ.วรภัทร์ วัฒนวิศาล รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ เป็น ผบก.ศสส.ภ.7
พ.ต.อ.ดำรง วัฒโนดร รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา เป็น ผบก.ศสส.ภ.9
พ.ต.อ.ชนสิทธิ์ วัฒนาวรางกูร รอง ผบก.ป. เป็น รรท.ผบก.กพ.

สำหรับพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ อดีต ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล(กองสลาก) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น
นรต.26 ของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นบุคคลที่พ.ต.ท.ทักษิณให้ความไว้วางใจมาก
เพื่อให้เข้ามาคุมถุงเงิน
นอกงบประมาณ เพื่อมาดูแลผลประโยชน์ในการดึง หวยใต้ดินที่บรรดาผู้มีอิทธิพลทั้งหลายใช้เป็นช่องทาง
ในการทำมาหากิน มาไว้ บนดิน และดูแลผลประโยชน์โดยตรงให้กับรัฐบาลทักษิณ ในการเล่นบท พี่มีแต่ให้
เพราะกลไกที่ถูกวางไว้แยบยล โดยให้ “คน” ที่ถูกวางไว้และวางใจได้ นำเงินกำไรที่ได้จากหวยบนดิน
แต่กลับไม่ได้ถูกส่งเข้าไปสมทบเป็นงบประมาณแผ่นดินสักบาทเดียว แถมยังเบิกจ่ายเงินด้วยคนไม่กี่คน


โดยพล.ต.ต.สุรสิทธิ์นั้นเคยเป็นถึงผู้บังคับการกองปราบปรามที่โด่งดัง
โดยเฉพาะการท้าทายกับ สถาบันทหาร
ด้วยการนำทีมบุกล็อคตัว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง
กลางโรงแรมดัง ดิ เอมเมอรัล หลังจากที่ออกมาต่อกรกับพล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร.ในขณะนั้น

ส่วนพล.ต.ต.วินัย ทองสอง อดีต ผบก.ป. (ผู้บังคับการกองปราบปราม)
ซึ่งถือว่าเป็น ผบ.ตร.น้อย เพราะมีอำนาจในการจับกุมทั่วประเทศ

และเป็นตำแหน่งที่พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เคยนั่งอยู่มาก่อน โดยพล.ต.ต.วินัยจบจากนรต.32
มีเพื่อนร่วมรุ่นคนดังคือ พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น ผบก.ทท.และเป็นถึงหลานเขยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ที่ถูกส่งตรงมาจากบ้านจันทร์ส่องหล้าให้มารับผิดชอบในเก้าอี้สำคัญนี้



http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000132414

ตร.เร่งสาวต้นตอตัวการใหญ่สั่งโพสต์มิบังควรทุบหุ้น จ่อจับเพิ่ม!

4 พฤศจิกายน 2552 15:06 น.

ตำรวจเค้นสอบมือโพสต์ข้อความมิบังควรทุบหุ้นไม่พบความเชื่อมโยงรู้จักกันเป็นการส่วนตัว
กับผู้ต้องหา 2 รายที่ถูกจับก่อนหน้านี้ เร่งสาวถึงต้นตอเพราะข้อความถูกปล่อยจากหลายจุด
ก่อนถูกโพสต์ในเว็บไซต์ “ประชาไท” เตรียมออกหมายจับเพิ่มเพื่อนร่วมขบวนการชั่ว


วันนี้ (4 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.)
เข้าร่วมสอบปากคำ นายสมเจตน์ อิทธิวรกุล อายุ 38 ปี เจ้าของโต๊ะสนุกเกอร์ ใน จ.ชลบุรี
ผู้ต้องหาโพสต์ข้อความไม่เป็นมงคลลงในเว็บไซต์ประชาไท เป็นสาเหตุทำให้หุ้นตก
ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)

พล.ต.ท.ไถง กล่าวว่า ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ โดยยอมรับบางส่วนและปฏิเสธบางส่วน
แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่สามารถนำไปขยายผลต่อได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของผู้ต้องหามาตรวจสอบว่า
ข้อความดังกล่าวถูกส่งไปที่ใดบ้าง ซึ่งจาการถอดข้อความยังไม่สามารถบอกได้ว่า
ข้อความที่ถูกโพสต์ลงในเว็บไซต์ประชาไท เป็นสาเหตุทำให้หุ้นตกซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบว่า
ข้อความถูกปล่อยมาจากหลายจุดก่อนถูกนำไปโพสต์ในเว็บไซต์ประชาไท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบความเชื่อมโยงว่านายสมเจตน์กับผู้ต้องหา
ที่ถูกจับกุมได้ 2 คนก่อนหน้านี้
รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่อาจรู้จักกันผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว
ซึ่งการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนจะเป็นใคร
จำนวนเท่าใด ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้อง
ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และอยู่ระหว่างญาติยื่นขอประกันตัว
ด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000135446

ตร.เตรียมออกหมายจับแก๊งปล่อยข่าวอัปมงคลทุบหุ้นเพิ่ม

10 พฤศจิกายน 2552 16:53 น.


ตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมปล่อยข่าวอัปมงคลทุบหุ้นร่วงกราดรุดอีก 1-2 คน
โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับวงการหุ้นหรือไม่


วันนี้ (10 พ.ย.) พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก.กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามตัวผู้ต้องหา
เผยแพร่ข่าวลืออันไม่เป็นมงคล ทำให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตก ว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนกำลังอยู่
ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษตรวจสอบคอมพิวเตอร์
ที่เป็นของกลางที่ยึดจากผู้ต้องหาที่จับกุมได้ก่อนหน้าที่มาแล้ว 3 ราย
ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวอันไม่เป็นมงคลดังกล่าวอีก
ประมาณ 1-2 ราย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบพยานหลักฐานชัดเจน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวลือนั้น
ก็จะทำการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลอาญาต่อไป

พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ
ผู้ต้องหาอีก 1-2 รายดังกล่าว ตามความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยคาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้
ภายในสัปดาห์นี้และหากตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของกลาง พบว่า มีบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหา
ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ และหรือมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า เป็นผู้เผยแพร่ข่าวลือดังกล่าว
ก็จะขออนุมัติออกหมายจับมาดำเนินคดีทันที

อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบ พบว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหาไปเกี่ยวข้องกับการที่ทำให้หุ้น
ในตลาดหลักทรัพย์ตก ก็ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งจะส่งเรื่องให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินคดีต่อไป


http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01jud30080352&sectionid=0117&day=2009-03-08
วันที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11320 มติชนรายวัน

ก้นบึ่ง "ไถง ปราศจากศัตรู" เจ้าพ่อสอบสวนกลางคนใหม่ เขาหาว่าผมเป็นผู้มีอิทธิพล

โดย จันทรพร กุลโชติ

"ตอนเป็นผู้กำกับการที่ จ.อุตรดิตถ์ เป็นนายตำรวจมนุษย์สัมพันธ์ดีเด่นของประเทศไทย
มารับโล่ที่กรมตำรวจ เขาเชิดชูว่าเป็นตำรวจที่ดีมากประชาชนรักใคร่ รับโล่ให้สัมภาษณ์ใหญ่โต
พอปีถัดมาภรรยาลงผู้แทนฯเท่านั้นแหละ ผมเป็นผู้มีอิทธิพลถูกตั้งกรรมการเลย"

การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ชื่อที่หวือหวาและถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด

เห็นจะหนีไม่พ้น "พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู" ที่ลุกจากเก้าอี้ จเรตำรวจ (สบ Coolมานั่งเก้าอี้
"ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) " มีอำนาจสืบสวนจับกุมทั่วประเทศ

เหตุที่หวือหวาอาจเป็นเพราะ "พล.ต.ท.ไถง" ถูกพ่วงท้ายคุณสมบัติเด่นว่าเป็น "สามีแม่เลี้ยงติ๊ก"
นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เลขานุการรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข
มีเพาเวอร์สูงคนหนึ่งในพรรคประชาธิปัตย์


จึงถูกมองว่าเป็นปัจจัยหนุนให้ "พล.ต.ท.ไถง" ได้ครองเก้าอี้สำคัญ..?!

"มติชน" สัมภาษณ์พิเศษ "พล.ต.ท.ไถง" ถึงกระแสเสียงที่เกิดขึ้นตลอดจนแนวทางการบริหาร
บช.ก.หน่วยปฏิบัติการสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีสาระสำคัญดังนี้

มีแนวนโยบายบริหารอย่างไร

-ที่มอบไป บช.ก.ต้องเป็นหน่วยสนับสนุน นครบาลและภูธร อย่างแท้จริง ไม่ใช่หน่วยที่เป็นภาระแก่เขา
เพราะฉะนั้นการใดเรื่องใดที่เกินความสามารถของหน่วยพื้นที่ เช่น คนร้ายข้ามชาติ
ข้ามจังหวัด เพราะเรามีเวลามากกว่า เครื่องไม้เครื่องมือมากกว่า จึงเป็นหน่วยสนับสนุนตำรวจท้องที่
เพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดตามนโยบายของ ตร.

ส่วนวิธีทำงานให้ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ใช้หลักนิติธรรมพูดง่ายๆ ว่าต้องทำงานภายใต้
กรอบรัฐธรรมนูญ ปัญหาที่ผ่านมา ตำรวจทำงานโดยหวังผลมากเกินไป ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพ
ขั้นพื้นฐานของประชาชน บางครั้งอาจไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เป็นภาระกับท้องที่หมายความว่าอย่างไร

-ผมสัมผัสจากที่อยู่ในภูธรมานาน จะลักษณะแย่งกันทำงาน บางครั้งขีดความสามารถภูธรทำได้
แต่ บช.ก. เข้าไปทำงานล้ำหน้าเขาแทนที่จะไปสนับสนุน ดันไปแข่งกันทำงาน ลักษณะอย่างนี้
ผมจึงอยากดึงให้มาทำงานใหญ่พวกคนร้ายข้ามชาติ เอาเด็กเขมรมาค้ามนุษย์
ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน วางกรอบไว้ชัด

อยากทำอะไรมากที่สุดในตำแหน่ง ผบช.ก.

-(หัวเราะ) บช.ก. นี่ผมเคยอยู่มาก่อนนะ ตอนเป็น ร.ต.อ.เคยเป็นรองสารวัตรกองปราบฯ
แล้วออกไปเพราะคิดว่าหน่วยงานนี้ต้องอาศัยกลุ่มบุคคล ต้องมีเครือข่ายพอสมควร
แต่ผมไม่มีเครือข่าย ไม่มีเส้น (หัวเราะ) เวลาทำงานมันไม่เวิร์กคนอื่นเขามีกลุ่ม เราคนนอกกลุ่ม
เพราะเราแบบตรงๆ เป็นคนที่ทำงานแล้วต้องยึดหลักกฎหมาย ต้องเคร่งครัด เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว
รู้สึกว่ากองปราบฯเป็นดินแดนที่ไม่น่าอยู่ แต่พอเติบโตขึ้นมาถึงรู้ว่า กองปราบฯ บช.ก. เป็นหน่วยงาน
คานอำนาจ ถ้าตัวคานมันเอียงจะเกิดปัญหาหลายเรื่อง ตรงนี้แหละคือฝันของผม
ที่จะจัดตรงนี้ให้เป็นตัวคานอำนาจ ตัวเราต้องตรง ต้องเป็นหลัก ให้กับหน่วยปฏิบัติ ทำแล้วให้คนเชื่อถือ
สิ่งหนึ่งที่ฝังใจมากในช่วง 7-8 ปีของผมคือ ตำรวจทำอะไรแล้วคนไม่เชื่อ พิสูจน์ศพเขาก็ไม่เชื่อ
ตัดสินใจทุกเรื่องสั่งฟ้อง คนก็ไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะทำให้องค์กรของเราเชื่อถือได้
นี่คือความฝันของผม วิธีที่จะทำให้เชื่อถือได้ คือต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทำตามกฎหมาย
โดยเคร่งครัดไม่พลิกแพลง ผมตั้งใจไว้เลยต้องตรงๆ ตัดสินใจอย่างตรงไปตรงมา

มีวิธีการอย่างไรจะเดินสู่เป้าหมายนั้น

-ต้องทำงานให้หนัก ลงไปดูอย่างใกล้ชิด ใช้ประสบการณ์ที่อยู่โรงพักอยู่ภูธรมาก่อน ลงไปกวดขัน
อย่างเข้มงวด ถ้าอยู่ข้างบนแล้วไม่ลงไป ข้างล่างทำอะไรไม่รู้ หลายเรื่องที่ทำให้องค์กรตำรวจ
ทั้งองค์กรเสียหาย เพราะสารวัตรคนเดียว ที่ตัดสินใจเพราะขาดประสบการณ์
จนเกิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเ พราะไปแข่งกันทำงาน ผมต้องมาจัดระดับกันว่าเรื่องไหน ใครทำอะไรได้

ผู้บังคับการใน บช.ก.ต่างคนต่างมีพลังเยอะ จะบังคับบัญชาแบบไหน

-ผมแค่หนึ่งเซลล์ ไม่ใช่เจ้าขององค์กร ที่นี่เป็นส่วนรวมทุกคนต้องทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด
ผมจะพยายามให้ทุกคนเข้ามาอยู่ในกรอบกฎหมาย ทุกคนไม่อยากทำเลวหรอก
ผมคิดว่าด้วยสิ่งต่างๆ ด้วยสิ่งแวดล้อมของผม คงจะสามารถเป็นหลักประกันให้เขาได้ว่า
ควรทำตัวอย่างไรปฏิบัติอย่างไรกับประชาชน

ผมรับราชการมาหลายหน่วย จะใช้คนในหน่วยนั่นแหละทำงาน จะเกิดผลดีหรือไม่ดีก็เป็นผลส่วนรวม
ผมเป็นเพียงหนึ่งเซลล์ที่มานั่งบริหาร ไม่เปลี่ยนใคร ไว้ใจทุกคนในสภาพอย่างนี้ เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่ง
ในองค์กรพวกเขาอยู่มาก่อนผมอีก

มอบนโยบายอะไรให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ

-ผมมาแบบนอกวาระ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ก. คนเก่าให้นโยบายไปหมดแล้ว
ที่ท่านให้ไว้ดีมากเลย ผมเพิ่มเล็กน้อย คือเรื่องทำงานภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ เพราะแต่ก่อน
ไม่ค่อยพูดเรื่องนี้ พูดแต่ประสิทธิภาพการจับกุม ซึ่งอันนั้นทำอยู่แล้ว แต่ผมมองว่า ณ วันนี้
ต้องถอยกลับมาพัฒนามุมมองเรื่องสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ผมจะไม่เก่งฉกาจเป็นผู้วิเศษที่ทำได้ทุก เรื่องโดยใช้วิธีพิเศษพิสดาร การปราบปรามจับกุม
ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและเด็ดขาด เพื่อประชาชนจะได้อุ่นใจว่า บช.ก.มีแนวทางอย่างนี้
เราไปทำงานเขาจะได้มั่นใจ ไม่ใช่กองปราบฯไปจับมาหน้าเละมาเลย เขาก็ไม่เชื่อ พอถึงอัยการ
ศาล ต่อสู้เมื่อไหร่ก็แพ้ แต่เดี๋ยวนี้ยอมรับว่าศักยภาพของหน่วยสูง มีเครื่องมือเทคโนโลยีเยอะมาก

ศักยภาพพร้อมรับอาชญากรรมใหญ่ๆ

-มีรอง ผบช.ก.มือดีหลายคน ผบก.รอง ผบก.ในกองปราบฯ เก่งๆทั้งนั้น ตอนนี้ผมขอตัว
พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รอง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. อดีตผู้การกองปราบปราม มาช่วยอีกคน

ไม่กลัวถูกมองว่าเอาคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาใช้หรือ

-นั่นคนอื่นมอง ผมต้องบอกว่า ผมโปรโมตทุกคนดีหมด เอาคนเก่งๆ มาใช้งานเพราะเสียดาย
ผมเคยมีประสบการณ์กับตัวเอง ในวันที่ผมคิดว่าผมมีความสามารถแต่ผมไม่มีโอกาสแสดงออก 10 ปี
ที่ผมเติบโตแบบไม่มีโอกาส เพราะไม่มีคนยื่นให้ อีก 2-3 ปี เกษียณแล้ว พวกเขาคือคนใหม่
ต้องให้โอกาสคนทำงานที่มีฝีมือ

แต่ผมไม่เป็นคนทะเยอ ทะยานในเรื่องอย่างนี้ ผมรู้สึกว่าไม่มีอะไร เป็นผู้ตรวจ เป็น รองจเรตำรวจก็เป็น
(หัวเราะ) ทำงานให้ดีที่สุด วันหนึ่งผู้บังคับบัญชาก็เห็น ถ้าตามประวัติจะเห็นว่าผมไม่เคยถูกแป้กนะ
ผมเลื่อนตำแหน่งไปเรื่อย สมัยท่านทักษิณก็เลื่อน ท่านสมัคร (นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี)
ก็เลื่อนตำแหน่ง แม้เป็นหน่วยที่ไม่มีบทบาทนั่นเพราะจังหวะ

บช.ก.มีอำนาจจับกุมทั่วประเทศ หวั่นหรือไม่ระหว่างเลือกตั้งจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ

-อยู่ที่วิธีการใช้คนคือวิธีคิดผม การเลือกตั้งใช้อำนาจไม่ได้หรอก หมดสมัยแล้ว คนที่อำนาจมากที่สุด
ยังหาที่ยืนไม่ได้ ไม่ใช่หรือ แต่คนก็ยังไม่หมดไปกับภาพนี้ ตำรวจทุกคนทราบดีอยู่แล้ว
ว่าหากข้างบนไม่สั่งการทุกคนก็รักษาหน้าที่ปกติ แต่ที่ผิดเพี้ยนไปเพราะมีการสั่งการที่ไม่ชอบเกิดขึ้น
ไม่ใช่ตำรวจไปทำ ไม่มีใครอยากทำหรอก แค่อยากรักษาสภาพ รักษาความสงบเรียบร้อยไว้อย่างนี้
ให้นักการเมืองแข่งขันกันไม่ดีกว่าหรือ ได้รัฐบาลมาคนก็เชื่อถือด้วย เอาอำนาจไปกดดันเลือกตั้ง
ได้มาคนก็ไม่เชื่อถือก็ขับไล่อยู่ดี

เพราะฉะนั้นตำรวจทุกคนรู้อยู่แล้วว่าควรวางตัวอย่างไร เว้นเสียแต่วันหนึ่งเราได้ผู้ปกครองที่ไม่เป็นธรรม
มาสั่งถ้าอย่างนั้นตำรวจลำบาก แต่ตำรวจที่อารยะขัดขืนคงมี แต่ยังไม่แสดงตัว พวกที่เห็นด้วยช่วยกัน
ไปหลงไปบ้างก็คงมี แล้ววันหนึ่งก็โดนเอง

มานั่งตำแหน่งนี้ เพราะได้รับแรงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์และภรรยา

-อธิบายยากมากเลย ถ้าดูประวัติ ผมเติบโตเหมือนคนอื่นจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 27
เป็นหัวหน้าตอน หัวหน้าชั้น จบปริญญาโทสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มานาน
เป็นสารวัตรใหญ่คนแรกของรุ่น อยู่ภูธรก็เติบโตมาตลอด ผมเป็นคนตั้งใจทำงาน

เคยรับโล่ด้วย แต่เป็นเรื่องที่ขำมากตอนเป็นผู้กำกับการที่ จ.อุตรดิตถ์ เป็นนายตำรวจมนุษย์สัมพันธ์ดีเด่น
ของประเทศไทย มารับโล่ที่กรมตำรวจ เขาเชิดชูว่าเป็นตำรวจที่ดีมากประชาชนรักใคร่ รับโล่ให้สัมภาษณ์ใหญ่โต
พอปีถัดมาภรรยาลงผู้แทนฯเท่านั้นแหละ ผมเป็นผู้มีอิทธิพลถูกตั้งกรรมการ (หัวเราะ)

พอภรรยาเล่นการเมืองส่งผลกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่เลยหรือ

-ผมไม่ได้ยึดติด ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้ทะเยอทะยานอะไรขนาดนั้น
ทำงานไป ไม่มีผิดหวัง ไม่ท้อแท้ ไม่คิดอย่างนั้น

พอมาวันนี้ว่าผมมาเพราะมีคนสนับสนุน วันที่ไม่มีใครสนับสนุนก็มีระหว่างที่ไม่มีใครสนับสนุน
ก็ทำงานมาโดยตลอดเพียงแต่ไม่ได้อยู่ในจังหวะที่ดีเท่านั้นแหละ แต่ผมไม่เคยถูกประจำนะ
เป็นจเร เป็นผู้ตรวจ เป็นครูบาอาจารย์

หลักง่ายๆ เหมือนกับว่าวันหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง ต้องใช้คนที่เรารู้ฝีมือ ถ้าคำตอบว่าตอนเลือกตั้งเป็นอย่างไร
ถามผมเป็นยังไง ผมเป็นคนอย่างนี้ (ยกมือไว้ตรงกลางอก) ทุกคนสบายใจไหม ผมเป็นคนอย่างนี้
(ยังยกมือตั้งตรงไว้ตรงกลางอก) ผมไม่มีอะไร แต่ผมอาจไปเยี่ยมภรรยาบ้างก็ต้องให้อภัย
ก็ภรรยานี่นะต้องให้กำลังใจกันบ้าง

ถ้าการเมืองเปลี่ยนต้องถูกย้ายอีก อาจเป็นจเรตำรวจอีกครั้ง

-ผมพร้อมจะทำงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบให้ ผมไม่มีหวั่นไหวอยู่แล้วเป็นรูปแบบราชการทั่วไป
ผมเคยเป็น ผบก.ภ.จว.น่าน พอเปลี่ยนรัฐบาลอยู่ได้ 7-8 เดือน ถูกย้ายเป็น ผบก.อำนวยการก็ทำงานไป
ก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นการย้ายเชิงสัญลักษณ์ เอาเสียหน่อย เดี๋ยวพรรคพวกจะว่าเอาได้

แต่ถ้ามองในแง่ดี หลายคนไม่ได้ถูกย้ายเพราะการเมืองหรอก มีเหตุผลแต่เราไม่รู้
พอย้ายปุ๊บก็โยงการเมืองทุกที ของผมเพราะภรรยาเล่นการเมืองต้องมองอย่างนั้นอยู่แล้ว
ถ้าภรรยาเป็นเจ้ามือหวยค่อยน่ารังเกียจหน่อย นี่นักการเมือง
ทำงานให้บ้านเมืองเหมือนกันไม่ได้เป็นเจ้ามือหวย ไม่น่าจะรังเกียจเรานะ

ช่วงโยกย้ายถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก ภรรยาว่าอย่างไร

-(หัวเราะ) ชิน จริงๆโชคดีนะที่ไม่มีใครว่าเรื่องอะไรผมเลย ทุกคนพูดประโยคเดียว
ผมเป็นสามีแม่เลี้ยงติ๊ก ไม่มีหรอกจะว่าประวัติเลวร้ายไม่ได้เรื่อง

เจอมาบ่อยจนชินแล้วและเป็นคนที่ไม่โกรธใครอยู่แล้ว..!!


หน้า 12

http://www.thaipost.net/node/13321

แม้วให้ร้ายในหลวง โจมตีเครือข่ายวังผ่าน'ไทมส์''อภิสิทธิ์'สั่งฝ่ายกฎหมายฟัน

10 พฤศจิกายน 2552 - 00:00


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Nov 17, 2009 12:16 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวบรวม...น่่าสนใจ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Nov 11, 2009 6:46 pm

ทำไมมันเล็กไม่เห็นเลย

avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวบรวม...น่่าสนใจ

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Nov 17, 2009 11:31 pm

https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&forum=4&No=788&picfolder=mXT0HkNN&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm#top

https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=652&forum=9&page=9&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.bangkokbiznews.com/2008/02/28/WW10_WW10_news.php?newsid=234046

รองผบ.ตร.ปฏิเสธปืนซุ่มยิงระยะไกลหาย ย้ำเจ้าหน้าที่เตรียมกำลังพร้อม


รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธกระแสข่าวปืนซุ่มยิงระยะไกลกองทัพบกหาย
ย้ำเจ้าหน้าที่เตรียมกำลังรักษาพื้นที่อย่างเต็มที่


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า
ไม่กังวลเกี่ยวกับการเดินทางมาสนับสนุนการเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เพราะเชื่อว่าจะไม่มีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้สนับสนุนหรือผู้คัดค้าน ซึ่งขณะนี้ได้ประเมินตัวเลขของประชาชน
ที่เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 3,000 คน ขณะที่เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ 600 นาย


ด้านพล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวปืนซุ่มยิงระยะไกลของกองทัพบก
จำนวน 3 กระบอก ได้หายไปว่า ไม่เป็นความจริง เพราะแต่ละจุด เจ้าหน้าที่ได้เตรียมกำลังในการรักษาพื้นที่อย่างเต็มที่


http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000024551

ทีม รปภ.“แม้ว” ผวา!! ตร.ปูดข่าว ปืนซุ่มยิงล่องหนจากคลัง 3 กระบอก

“พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง” มั่นใจรักษาความปลอดภัย ให้ “พ.ต.ท.ทักษิณ” สั่งรื้อทีม รปภ.ชุดเดิม 20 นาย
อารักขาเต็มที่ พร้อมเช็กข่าวปืนซุ่มยิงระยะไกลหายจากคลังอาวุธ 3 กระบอก

วานนี้ (27 ก.พ.) มีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายกิจการพิเศษ
อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
ได้เข้ารายงานเตรียมความพร้อม
การอารักขาและดูแลความปลอดภัยให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะเดินทางกลับไทยในวันนี้
ต่อ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงว่า
ขณะนี้ตำรวจมีความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบแล้ว โดย ตร.ได้มอบหมายให้
พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้บังคับการสถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ อดีตผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3
หัวหน้าทีมอารักขา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าทีมอารักขาดูแลความปลอดภัย พ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้
โดยกำหนดชุดรักษาความปลอดภัยรอบตัว พ.ต.ท.ทักษิณ 20 นาย ทั้งชั้นในที่ประชิดตัว และส่วนรอบนอกรวมถึง
พลขับซึ่งการแผนการทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม แม้การเตรียมการทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ พล.ต.อ.ปรุง ได้รายงานข้อกังวลอย่างหนึ่ง
ที่หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกตรวจสอบคลังอาวุธของทหาร ตำรวจตามแผนรักษาความปลอดภัยการกลับมา
ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้พบว่ามีอาวุธปืนซุ่มยิงระยะไกลอานุภาพสูงหายไปจากคลังอาวุธของหน่วยทหารบกหน่วยหนึ่ง
โดยปืนดังกล่าวเป็นปืนซุ่มยิงระยะไกลจำนวน 3 กระบอก ยี่ห้อ SIG 3000 ขนาด 7.62 มม. ระยะหวังผล 600 เมตร
ซึ่งมีไว้ในครอบครองและจัดหาได้เฉพาะแค่หน่วยทหาร ตำรวจเท่านั้น โดยได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้วว่าหายไปไหน
ใครเป็นผู้เบิกออกจากคลัง แต่ยังไม่มีรายงานผลเข้ามา

ทั้งนี้ หลังรับรายงาน พล.ต.ท.ชัจจ์ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ปรุง ไปกำหนดแผนการเพิ่มเติมและเพิ่มความเข้ม
และวงรอบการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น ให้ตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดและให้ขยายรัศมีพื้นที่
รักษาความปลอดภัยออกไปอีก เพื่อป้องกันการใช้ปืนดังกล่าวก่อเหตุร้ายต่ออดีตนายกรัฐมนตรี






ซีไอเอเล็งไทยสู้ภัยก่อการร้าย ทุ่ม100ล.หนุนตั้งโรงเรียนด้านการข่าว

โดย ผู้จัดการรายวัน 28 ตุลาคม 2547 08:16 น.

ผู้จัดการรายวัน - ซีไอเอ ทุ่ม 100 ล้านบาท ช่วยไทยตั้งโรงเรียนด้านการข่าว หลังเล็งเห็นไทยอยู่ในภูมิภาค
ที่เริ่มมีภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ขณะที่ไทยเอง ก็ต้องการยกระดับงานด้านการข่าวให้เทียบเท่าระดับสากล
โดยมีกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นแม่งานใหญ่

วานนี้ (27 ต.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล พล.ต.ท.ปรุง บุญผดุง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.)
เปิดเผยถึงการปรับปรุงการบริหารจัดการของ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ว่าตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่จะให้สันติบาลเป็นแม่แบบในการดำเนินงาน
การด้านข่าวกรอง โดยมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพด้านการข่าวของตำรวจ แบบบูรณาการ

ดังนั้นจึงได้จัดตั้งโรงเรียนด้านการข่าวขึ้นมาเป็นการเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ
การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการข่าว และการนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาฝึกอบรมและสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ของเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความทัดเทียมกับระดับสากล

"โรงเรียนการข่าวที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างนั้น จะประกอบไปด้วยพื้นที่ฝึกซ้อมการปฏิบัติการ
ทั้งการรักษาความปลอดภัย การเจรจาต่อรอง การต่อต้านข่าวกรอง และการอบรมด้านการข่าว ซึ่งไม่เพียงแต่
จะจัดอบรมให้ตำรวจสันติบาลเท่านั้น แต่พร้อมจะสนับสนุนหน่วยงานอื่นด้วย โดยได้รับการสนับสนุน ด้านงบประมาณ
ทั้งการออกแบบและปลูกสร้าง จากมิตรประเทศ โดยไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกันก็ได้รับอนุมัติที่ดินจากราชพัสดุ
จำนวน 80ไร่ บริเวณริมถนนศรีสมาน-ปากเกร็ด จ"นนทบุรี ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน ปีหน้า"

ส่วนการข่าวด้านความมั่นคง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุ ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยเฉพาะการสลายม็อบหน้า สภ.อ.ตากใบ จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
พล.ต.ท.ปรุง กล่าวว่า จากการข่าวเหตุการณ์ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ โดยมีเฉพาะในพื้นที่ จ.นราธิวาส
ที่ได้รับรายงานว่า มีการเคลื่อนไหว ของกลุ่มนักศึกษา กลุ่มองค์กรอิสระ และญาติของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
ที่พยายามออกมาเคลื่อนไหวเพื่อหวังตอบโต้เจ้าหน้าที่ แต่เพื่อความไม่ประมาท ทางสันติบาล
ได้ติดตามข่าวการก่อเหตุร้ายอย่างใกล้ชิดต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ พล.ต.ท.ปรุง ได้เคยสนทนากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ซีไอเอ ที่ประจำการ
อยู่ในประเทศไทยและได้เล่าให้ฟังถึงโครงการจัดตั้งโรงเรียนการข่าว ทำให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเกิดความสนใจ
และเสนอของบสนับสนุนไปยังสำนักงานใหญ่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์ ก็ได้รับการอนุมัติ
เงินงบประมาณสนับสนุน 100 ล้านบาท


สำหรับการสนับสนุนงบประมาณ ซีไอเอ ให้เหตุผลว่า เนื่องจากประเทศไทย อยู่ในภูมิภาคที่เริ่มมีภัยจาก
การก่อการร้ายสากลซึ่งถือเป็นภัยที่คุกคามประชาคมโลก ไม่เฉพาะแต่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้น
การพัฒนาขีดความสามารถด้านการข่าวจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ไทยสามารถรับมือกับการก่อการร้ายสากล
ได้เป็นอย่างดี อันจะช่วยให้เกิดความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้อีกทางหนึ่งด้วย

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9470000073293

http://thaienews.blogspot.com/2008/01/cia.html

บทความทวีวุฒิ: CIA เตือนไว้แล้ว

โดย คุณทวีวุฒิ จุลวัจนะ
ที่มา
Thai Journalist Democratic Front
5 มกราคม 2551

เมื่อสักห้าเดือนที่แล้ว ตอนที่คนไทยกำลังถกเถียงกันอย่างรุนแรงเรื่องรธน.50 ก็มีนักข่าวเก่า สายความมั่นคงของกรุงเทพธุรกิจ
จับมือคนในแวดวงราชการลับ รวมถึง CIA มานั่งถกกันถึงรธน.40 และ 50 ทาง CIA ก็พูดตรงๆชัดๆ ว่า ปี 40 มันดีตรงที่
อย่างที่นักเลงเขาคุยกัน “มันเห็นชัดๆว่าหมัดมาจากไหน ใครปล่อยหมัดอะไร ใครเป็นศัตรูใคร”
เขากล่าวว่ารธน.40 เป็นรธน.
ของคนสมัยใหม่ที่นิยมความโปร่งใสและการตรวจสอบ แต่ในทางกลับกันรธน.50 นั้น ออกมาทำลายระบบที่นำความโปร่งใสนั้นลง แล้วแทนที่เข้ามาด้วย “ความสัมพันธ์ส่วนตัว”ที่ทำให้ลำบากมากที่จะเห็นว่าใครทำอะไร
เพราะจะไม่มีร่องรอยอะไรให้ตามมากนัก คนคุมประเทศที่แท้จริง “จะกลายเป็นคนหลังฉาก” เหมือน Godfather คอย “ชักใย”
อยู่เงียบๆในเบื้องหลัง มาวันนี้เราก็เห็น


Reuters


สำนักข่าวที่สำคัญที่สุดบนโลก เขียนไปแล้วว่า “Stealth Coup” หรือ ปฏิวัติเงียบ ได้เกิดขึ้นแล้วในไทย คือ Godfather
กำลังปล้นอำนาจบริหารประเทศไป“ซึ่งๆหน้า” และในบทความอีกมากมายในแนวนี้ จากสำนักข่าวต่างประเทศแทบทุกอัน
คำว่า “Invisible Hand” หรือ มือที่แอบ กำลังชักใย กกต. คตส. และ ระบบตุลาการและผู้พิพากษาศาล ในไทย
อย่าง“ขะมักเขม้น”

นักข่าวที่ผมกล่าวถึง ไม่สำคัญว่าคือใคร แต่จากที่ผมทราบมา เว็ปข่าวของเขา “เรตติ้งกระฉูด” เมื่อข่าวนี้ออกไป
มีคนนำไปลงต่อในพันทิป แต่ปัญหาคือ ไม่มีสื่อของฝ่ายประชาธิปไตย “นำไปลงต่อให้เกิดกระแสอะไร” ข่าวการพูดคุยนั้น
ก็มาและก็หายไปจำกันได้ในคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้น นักวิชาการด้านประชาธิปไตย ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็น
จะนอกหรือในการโต้วาที ระหว่างฝ่ายสนับสนุน รธน.50 หรือฝ่ายต่อต้าน มันเหมือนไม่เป็นประเด็นที่จริงๆแล้ว สิ่งนี้ ระหว่าง
สิ่งที่ทักษิณ ทำในการบริหารประเทศ และสิ่งที่คนที่เอาทักษิณออก ทำในการบริหารประเทศ สิ่งแตกต่างนี้ มีประเด็นมากจริงๆ

คือเรา จะฝ่ายใดก็ตาม สามารถเกาะติดและตามและขัดขวางหรือแนะนำทักษิณได้ เพราะเห็นกันตรงๆว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในไทย และตรงกันข้าม ที่ CIA เตือนไว้ คือ ของ ปี 50 ทุกคน ไม่ว่าฝ่ายใด จะตกอยู่ในความ “ไม่รู้” เพราะสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
มันคือสายสัมพันธ์ส่วนตัวที่ไม่มีระบบตรวจสอบอะไรมารองรับ หรือเป็นมาตรฐานให้ต้องตามรอยเส้นโปร่งใสต่างๆ
ที่มีอยู่เต็มไปหมด ในปี 40 และนี่ก็คือแก่นแท้ของระบอบอำมาตรย์ คือในที่สุดแล้ว ไม่ใช่ประชาธิปไตยและซ้ำร้าย
ยังตรวจสอบไม่ได้เสียอีก มันเป็นอำนาจของผู้มีบารมี“ล้วนๆ” ที่เราต่อต้านกันยากมาก เพราะเราไม่เห็นว่ามันทำอะไร
“แม้แต่เงา” การใช้อำนาจนอกรธน. นอกประชาธิปไตย ยังยากที่จะเห็น

ก็ไม่ต้องบอกว่ากำลังพูดถึงอะไร นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถึงขนาดนักข่าวคนนั้น ถาม CIA ว่าจะทำอย่างไรในไทย
CIA กลับตอบตรงๆ “ไปดึงเอาสายลับจากเวียดนามและมาเลเซียและอินโดนิเซียมาเสริมในไทย

เพราะไทยนั้นจะมีปัญหาไปอีกนานและต้องใช้กำลังคนมากขึ้นในการติดตามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
แต่ในสามประเทศนั้นการเมืองมั่นคงขึ้นตลอดเวลา จนไม่ต้องใช้คนมากมายนัก” และนี่ก็คือจุดเริ่มต้น
อย่างที่ใครก็ตามในสายประชาธิปไตยจะสรุปกันลงไปแล้ว อำนาจนอกรธน.ก็คือ “ป๋า” นั่นเอง “ได้ล้วงลึกไปยัง กกต.
และ ระบบตุลาการไทย” เพื่อหยุด พปช. และ ทักษิณ ให้ได้ เราเห็นเงาของสิ่งนี้มาสักพักแล้ว คือโกงเลือกตั้ง กทม.
และ โกง “ออกใบแดง” ที่กำลังจะมา และสุดท้าย ด่านสุดท้าย ของพวกอำมาตรย์ ถ้าเอา พปช. ไม่อยู่ “ก็คือยุบพรรค พปช.”

พลพรรคนักประชาธิปไตยทั้งประเทศ ออกมาเตือนว่าระวังว่าไทยจะลุกเป็นไฟ แต่แน่นอน วลี “อำตะ” ของบังนั้น
ครอบจักรวาล คือถ้าจำกันได้ บังบอกว่า “จลาจลวันประท้วงหน้าบ้านป๋า ทำให้เห็นความจำเป็นของพรบ.ความมั่นคงฉบับใหม่”
พูดง่ายๆ วันนั้นก็คือ “Practice” หรือ “ฝึก” ไว้สำหรับวันข้างหน้านั่นเอง และสิ่งที่นักประชาธิปไตยควรกังวลไว้ ก็คือ
“สื่อกระแสหลัก” วันนั้น ช่วงนั้น ออกมาบิดเบือนสิ่งที่เกิดขึ้น ให้ “กระแสลบ” มันพัดเข้าใส่ นปก. และก็แน่นอนว่า
สิ่งนี้ “ก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง” ถ้ามีการประท้วงและปะทะใหญ่เกิดขึ้น

มีคนถามผมว่าทางออกคืออะไร ผมก็ได้เขียนเตือนฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะพลพรรคพปช.ไปแล้ว
ว่าเพื่อนที่ CIA บอกว่า “เสริมกำลังพล” ทำสงครามใต้ดินให้เต็มที่
เพราะศึกในวันข้างหน้า มันจะอยู่ใต้ดิน
ใครชนะใต้ดิน จะชนะบนดินและเพียงสามสี่วันหลังจากนั่น ทักษิณก็ได้เจอกับเฉลิม “จอม Blackmail”
ผู้คุ้นเคยกับ “Black Operation” หรือสงครามมืด ชนิดไม่เป็นรองใคร แต่ผมต้องรายงานด้วยความผิดหวังว่า
CIA กล่าวว่า เฉลิม ถูกเอาไปใช้ผิดด้าน คือเอามาหาเสียง กระตุ้นเรติ้ง ในขณะที่อำมาตรย์กำลังวางหมาก
และลงลึกด้วยสงครามใต้ดินที่ไม่มีใครในฝ่ายประชาธิปไตย “ออกไปต่อกรด้วยเลย”

มาวันนี้ ผมถามเพื่อน CIA ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เอาง่ายๆตรงๆ CIA ประเมินว่า “ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล” จะต้องเผชิญกับ
สิ่งเดียวกับ พปช. คือถ้าเป็นปชป. ก็จะแทบไม่มีอำนาจเลย เพราะจะอ่อนปวกเปียกจนแทบไม่มีอำนาจหรือเอกภาพ
และต้องเดินตาม “ขุนพลนอก รธน.” อย่างเดียว ส่วนพปช. ถ้า“ดิ้นจนหลุดแหของอำมาตรย์ออกมาเป็นรัฐบาลได้”
ยังจะต้องเจอกับ “ความพยายามไม่รู้จบ ที่จะทำลายพปช.และทักษิณลง” และเพราะงานนี้มันไม่มีระบบ
แต่เรื่องของความสัมพันธ์ส่วนตัว และ ระบบมันถูกทำให้อ่อนมาก ด้วยการที่ ส.สซ ไม่ต้องทำตามมติพรรค
“อย่างที่เขาพูดนะถูกแล้ว” CIA สรุปว่า “ซื้อรัฐบาลสมัยนี้ซื้อนโยบายสมัยนี้ ซื้อรัฐมนตรีสมัยนี้ ซื้อคนไทยสมัยนี้”
มันถูกแสนถูก
ถ้าไม่เข้าใจผมจะสรุปให้
CIA เขาบอกว่า “ประเทศไทยหาเอกภาพแทบไม่ได้อีกแล้ว คือ แทรกแซงง่าย”


ฉบับ 40 หรือ 50 ก็ CIA ร่างทั้งนั้นแหละ เฮ้อ คนไทย
ที่
CIA สรุปน่ะถูกต้องเลย เพราะ CIA มันซื้อมาตั้งนานแล้วไง
ไม่งั้นไทยก็คงไม่วุ่นวายจนถึงวันนี้หรอก
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวบรวม...น่่าสนใจ

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Nov 18, 2009 10:55 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1258551109&grpid=03&catid=

วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 20:31:34 น.
มติชนออนไลน์


ตร.จับเพิ่มอีก"แพทย์หญิง" รพ.ดัง ร่วมแพร่ข่าวลือ"ทุบหุ้น"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 พฤศจิกายน พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ
ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รอง ผบก.ปอท. นำกำลังจับกุม แพทย์หญิง (พญ.) ทัศพร รัตนวงศา อายุ 42 ปี
แพทย์ประจำโรงพยาบาลธนบุรี ขณะเข้าเวรที่โรงพยาบาล ภายหลังร่วมกับ น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน
อดีตผู้บริหารบริษัท หลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด นายคธา ปาจริยพงษ์
พนักงานบริษัทหลักทรัพย์ เคที ซิมิโก้ จำกัด (มหาชน) และนายสมเจตน์ อิทธิวรกุล ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้
ฐานปล่อยข่าวลืออัปมงคลส่งผลให้ราคาหุ้นตก พร้อมแจ้งข้อหานำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของชาติ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

จากนั้นนำตัวมาให้ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น
รอง ผบช.ก.สอบปากคำ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า พญ.ทัศพรเป็นผู้ร่วมขบวนการปล่อยข่าวทุบหุ้นจนส่งผลให้เป็น
บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศชาติ จากนั้นนำตัวไปค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านพักย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ


อืม...แล้วญาติท่านเข้าข่ายอะไรดีล่ะ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวบรวม...น่่าสนใจ

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Nov 19, 2009 4:53 pm

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000140167

ให้ประกัน “หมอทัศพร” จ่อคิวจับพระวัดดังร่วมทุบหุ้น

19 พฤศจิกายน 2552 15:42 น.

ตำรวจให้ประกันหลักทรัพย์ 1 แสน “หมอทัศพร” รับสารภาพโพสต์ข้อความมิบังควรปั่นหุ้น
เร่งรวบรวมหลักฐานไล่บี้จับพระวัดดังร่วมขบวนการชั่วต่อไป


วันนี้(19 พ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.
กล่าวถึงการจับกุมตัวพญ.ทัศพร รัตนวงศา ผู้ต้องหารายที่ 4 ในคดีโพสต์ข้อความอัปมงคลว่า
ผู้ต้องหารายนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายที่1-3 ที่จับกุมก่อนหน้านี้ แต่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ประชาไท
เช่นเดียวกันและทำให้คนในเว็บเชื่อถือได้เนื่องจากเป็นแพทย์ ส่วนสำนวนคดีจะสรุปได้ต้องรอการตรวจสอบ
คำพูดและการส่งข้อความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาทุกราย ซึ่งขณะนี้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงไอซีที
ส่วนความเชื่อมโยงกับการเมืองนั้นขณะนี้ยังไม่ปรากฎ

ด้านพ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยี(รองผบก.ปอท.) เปิดเผยความคืบหน้าจับกุมแพทย์หญิง(พญ.)ทัศพร รัตนวงศา อายุ 42 ปี
แพทย์ประจำโรงพยาบาลธนบุรี ข้อหานำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของชาติ ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โทษจำคุก 5 ปี
ปรับ 1 แสนบาท ว่าสอบสวนแพทย์หญิง(พญ.)ทัศพร ให้การรับสารภาพ จากนั้นผู้ต้องหาได้ใช้หลักทรัพย์
เงินสด 100,000 บาทประกันตัวออกไป

ส่วนการสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการปล่อยข่าวทุบหุ้นจนส่งผลให้เป็น
บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ
อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย
เป็นพระภิกษุวัดดังแห่งหนึ่ง


กำลังจะประกาศสงครามครูเสดหรือ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวบรวม...น่่าสนใจ

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Nov 19, 2009 4:59 pm

avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวบรวม...น่่าสนใจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Nov 20, 2009 1:15 pm

ข่าวโดย Nation Channel วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552

เตรียมจับผู้ต้องหาปล่อยข่าวทุบหุ้นรายที่ 5

พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองผู้บัญชาการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี พูดถึง ความคืบหน้าคดีปล่อยข่าวลือทุบหุ้นว่า ขณะนี้มีหลักฐานค่อนข้างแน่นหนา ที่จะขยายไปถึงผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมก่อเหตุอีก 1 ราย รอแต่เพียงหลักฐานเอกสารสำคัญ จากบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต ในวันนี้ก็จะขออนุมัติหมายจับ ได้ในวันนี้และเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุทันที เพราะเวลานี้ชุดสืบสวนได้เฝ้าประกบอย่างใกล้ชิด

http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=66131

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวบรวม...น่่าสนใจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Nov 22, 2009 4:05 am

การเมืองเป็นสงครามที่ไร้การหลั่งเลือด
บางกอกกอสซิบ กุหลาบพิษ

เหมา เจ๋อ ตุง พูดไว้ให้คิด? การเมืองเป็นสงครามที่ไร้การหลั่งเลือด ขณะที่สงครามเป็นการเมืองที่ชโลมเลือด!!... “กุหลาบพิษ” รายงานข่าวสังคม BANGKOK GOSSIP หนังสือพิมพ์รายวัน บางกอกทูเดย์ ในมือท่านฉบับนี้ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2552.....

●นกหนูหมูแมวจะตายสักสองสามตัวก็พอปิดมิด? แต่ช้างตายทั้งตัว อย่าหวังว่าใบบัวมันจะปิดได้? ความแตกร้าวที่ถือเป็น “ร้าวลึก” ในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีทางที่จะปิดสำเร็จ!!.....

● เพราะ “วันนี้” นายกรัฐมนตรี ต้องการแสดง“ภาวะการเป็นผู้นำ” และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องการแก้ปัญหาในพรรค เพื่อลบภาพ “ถูกครอบงำ ”จาก ขบวนการ “กฐินสามัคคี” ที่ช่วยกันตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ถือเป็น “แผลเป็น” ที่ปวดแสบ!!......

● ความขัดแย้งในพรรค ปชป.เริ่มจากความต้องการ “ปั้นดาวคนละดวง” ในการเสนอชื่อบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ กลายเป็น “จุดเริ่มต้น” ที่ มาร์ค อภิสิทธิ์ ไร้ทั้งมิตร-ขาดทั้งเพื่อน!!.........

● และ ว่ากันว่า ถ้าจะปรับใครออกอีกสักคนตอนนี้ หวยจะออกที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ทั้งผลักทั้งดันให้ “มารค์ เด็กดื้อ” เป็นผู้นำประเทศก่อนเวลาอันควรได้สำเร็จ...คนนั้นแหละ!! .....

● ก็อย่าแปลกใจไป?? ทำไมจนป่านนี้ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี จึงยังสวมบท“พ่อสายบัว” แต่งตัวค้างในการเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ แทน กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ที่เลื่อนชั้นลงเป็นเลขาธิการนายกฯ.....

“กุหลาบพิษ” ชี้ให้เห็นกันชัดๆทุกวันนี้ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ มีปัญหารอบเอว โดยเฉพาะเรื่อง “ชุมชนพอเพียง” แต่ยังนั่งควบ “สองเก้าอี้ใหญ่”เพราะใคร?? และเหตุใด??.....

● สภากาแฟในพรรคประชาธิปัตย์ลือกันแซ่ด?? หนึ่งในจำนวนเหตุผล...เพราะ“มาร์ค” เชื่อสนิทใจ คนอย่าง “กอร์ปศักดิ์” ไม่คิด“วัดรอยเท้า” เหมือน “รุ่นพี่บางคน”?? เรื่องมันก็แค่นี้แหละโยม?? ....

● กลายเป็นประโยคที่ผู้คนทั้งประเทศขบขันและไม่มีใครเชื่อถือมากที่สุด ตั้งแต่มีประเทศไทยมา! นั่นคือคำว่า “ทรยศชาติ”!! เพราะถึงวันนี้ พรรคเพื่อไทย ต้องทำงานหนักอีก 10 เท่าในการ “รับสมาชิกใหม่” ระดับเป้งๆ โดยเฉพาะ “บิ๊กทหาร” และข้าราชการระดับ “อธิบดี” ที่แห่เข้าไปร่วมชายคาพรรคกันเหมือนนํ้าเหนือบ่า?? .....

● ด้วยมาดนิ่ง ของ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ และ ศักยภาพทางการเมืองระดับ “ขงเบ้ง”ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่นานจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ “ยิ่งใหญ่ที่สุด” ของชาติ เลือกตั้งกันเมื่อไรก็ชนะ “ถล่มทลาย” เมื่อนั้น!! ......

● มันก็ตลก!!และชวนท้าทาย การเข้าไปสังกัดพรรคเพื่อไทยมันจะ “ทรยศชาติ” ได้อย่างไร?? ก็ในเมื่อพรรคการเมืองนี้มี ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 ในสภาผู้แทน และเป็นพรรคที่มี “สมาชิกพรรค” นับสิบๆ ล้านทั่วประเทศ.....

พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี เพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 รุ่นเดียวกับ “ทักษิณ ชินวัตร” เข้าร่วมพรรคเพื่อไทยอีกคนเพราะ “ทนไม่ได้ที่บ้านเมืองไร้ทิศทาง”.... “กุหลาบพิษ”ขอเสนอ..น่าจะลองชวน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนมาร่วมวงซะด้วยให้มันรู้แล้วรู้แร่ด!!....●

http://www.bangkok-today.com/node/2937

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ