เนวิน นายกตัวจริง

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เนวิน นายกตัวจริง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Nov 13, 2009 7:22 am

มหาดไทยเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษาตลอดทั้งปีมหาดไทย 11 พ.ย. – กระทรวงมหาดไทยเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 อย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศตลอดทั้งปี เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความจงรักภักดี
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ที่ กระทรวงมหาดไทย มี นายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายชวรัตน์ กล่าวว่า งานนี้ตั้งงบดำเนินการไว้ประมาณ 150 ล้านบาท คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมกิจกรรมไม่ต่ำว่า 4 ล้านคน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยภายในงานอย่างเต็มที่ เวลานี้การเตรียมการมีความคืบหน้าไปมาก นอกจากนี้ นายชวรัตน์ ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นายดิสธร วัชโรทัย และ นายรัตนาวุธ วัชโรทัย เป็นที่ปรึกษา และนายเนวิน เป็นประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ
ด้านนายเนวิน ชี้แจงว่า การจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งนี้ จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ภายใต้ชื่อโครงการ "พ่อ... The Greatest of The King The Greetings of The Land" โดยส่วนกลางจัด ณ พระลานพระราชวังดุสิต ระหว่างวันที่ 5 – 13 ธันวาคม 2552 รวม 9 วัน จากนั้นจะกระจายไปตามภูมิภาคต่าง ๆ รวม 30 จังหวัด ในระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2552 – 5 ธันวาคม 2553 เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วน จะได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้
"ขณะนี้การเตรียมงานเรียบร้อยไปมากกว่า ร้อยละ 90 แล้ว ตั้งเป้าว่าจะมีประชาชนมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" นายเนวิน กล่าว และว่า จะมีการแถลงการจัดกิจกรรมครั้งนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 พ.ย. นี้ เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมพระราชวังดุสิต -สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2009-11-11 15:48:13
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เนวิน นายกตัวจริง

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Nov 13, 2009 7:24 am

นายกเงา กับ รองนายกเงา คงยังยุ่งอยู่ เลยต้องให้ นายกตัวจริงออกหน้า

คนประเทศนี้เป็นอะไรกันไปหมด

พวกที่ไปสุมหัว กับ นักโทษหนีคดี ก็ยังไปมาได้อย่างปกติ

ส่วนคนสุจริต ต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ภาษาบู๊ลิ้มเขาบอกว่า มารดามันเถอะ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เนวิน นายกตัวจริง

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Nov 15, 2009 2:17 pm

อดีตนายทหารคนสนิทอนุพงษ์เปิดตัวเข้าภท.


คมชัดลึก :ประชุมพรรค ภท. ย้ำต้องทำประชามติแก้ รธน. วัดใจ ประชาชน ไม่ใช่การเมืองคิดเอง
ยัน ภท. ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน พร้อมให้แก้ที่มา ส.ส. ขณะที่ “อดีตนายทหารคนสนิทอนุพงษ์”
เปิดตัวเข้าภูมิใจไทย เตรียมลงสมัคร ส.ส.สระบุรี

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2552

ที่พรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน วันที่ 20 ต.ค.52 เวลา 16.00 น. นางศุภมาส อิศรภักดี รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย
แถลงภายหลังการประชุมพรรคถึงจุดยืนของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า
พรรคยังยืนยันจุดเดิมต้องมีการทำประชามติก่อนโดยทำครั้งเดียวใน 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ
เสนอเพราะหากไม่ทำก็ไม่รู้ว่าควรแก้หรือไม่ ซึ่งพรรคจะเดินหน้าทำประชามติ
เพราะเราตอบแทนประชาชนไม่ได้ว่าต้องการแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ
ท้ายที่สุดถ้าประชาชนเห็นว่าไม่ควรแก้เราก็เคารพ อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน
“เวลานี้แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะแก้หรือไม่แก้
ขณะที่พรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะไม่แก้รัฐธรรมนูญ
แต่พรรคเราก็ยืนยันเหมือนเดิมว่าขอให้เป็นไปตามเสียงประชามติ
หรือเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมรัฐบาลเราไม่มีปัญหา ” รองโฆษกพรรค กล่าวและว่า
พรรคอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะเรื่องเขตเลือกตั้งที่ควรกลับมาใช้
แบบเดิม คือเขตเดียวเบอร์เดียว เพื่อให้ประชาชน ส.ส. มีความใกล้ชิดกัน
เมื่อถามว่า ที่ประชุมพรรคมีการพูดถึงกรณีนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10
เข้าไปสังกัดพรรคเพื่อไทยหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ไม่ได้พูดกันอย่างเป็นทางการ
แต่ยอมรับว่ามีการจับกลุ่มคุยกันว่าการที่คนมียศ มีสี
เข้าไปในพรรคเพื่อไทยจำนวนมากเช่นนี้จะมีการจัดสรรตำแหน่งในพรรคกันอย่างไร
และไม่รู้ว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะมีความรู้สึกอย่างไร
เพราะคนเหล่านี้ไม่ใช่นักการเมือง
ภายหลังการแถลงข่าว ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี พรรคเพื่อไทย สังกัดพรรคภูมิใจไทย
ได้นำ พล.อ.ดุสิต เครือใย อดีตหัวหน้าศูนย์ประสานงานประเทศเพื่อนบ้านกองทัพบก
ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 7 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม
(อดีต ฝ่ายเสธ. หน้าห้อง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.) ว่าที่ ผู้สมัครส.ส.สระบุรี มาเปิดตัวกับผู้สื่อข่าว
พล.อ.ดุสิต กล่าวถึงเหตุผลที่เข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ว่า
ตอนรับราชการตนก็ทำงานเพื่อประเทศชาติ เวลานี้ ทหารก็ยังมีความเข้มแข็ง
มีทั้งกำลังกายและกำลังใจ จึงอยากจะมาทำงาน เพื่อประเทศชาติต่อไป
ส่วนสาเหตุที่ตนจะลงเลือกตั้ง จ.สระบุรี
เพราะในอดีตรับราชการและทำงานร่วมกับเกษตรกร ในพื้นที่
ขณะที่อนาคตอาจจะมีนายทหารคนอื่นๆเข้ามาพรรคภูมิใจไทยอีก
เมื่อถามว่า ที่เข้าพรรคภูมิใจไทย เนื่องจาก
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ขอร้องไม่ให้ไปอยู่พรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่
พล.อ.ดุสิต กล่าวปฏิเสธว่า ที่มาพรรคนี้เพราะสนิทสนมกับร.ต.ปรพล
เมื่อถามย้ำว่า เพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.อ.สพรั่ง
ไม่ชวนไปอยู่พรรคการเมืองใหม่หรือ พล.อ.ดุสิต กล่าวว่า ก็มีชวน
แต่ตนตัดสินใจแล้วที่จะมาอยู่พรรคนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากการประชุมพรรคแล้ว ในวันนี้ เวลา 18.00น. พรรคภูมิใจไทย
เตรียมจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ส.ส. ประจำเดือน ต.ค. เพื่อให้ผู้บริหารพรรค
รัฐมนตรี ส.ส. และ ว่าที่ผู้สมัครฯ ได้พบปะ สังสรรค์
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนายเนวิน
ชิดชอบ ครูใหญ่ เป็นแกนนำในการจัดงานสังสรรค์ดังกล่าว


http://www.oknation.net/blog/nity/2008/08/06/entry-2


เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉ.845 เข้มข้นหลายประเด็นร้อนเหมือนเดิม!!

-วิเคราะห์ 'สนธิ'ทำไมต้องแบรนด์'ลูกจีนรักชาติ'ดึงกลุ่มเป้าหมาย ผู้อุปถัมภ์รายใหญ่-'หมัก' เดินเกมรุก
สลายพันธมิตรฯ เบรก นปก.สายเหยี่ยว สมานฉันท์ใต้ร่มพระบารมี
-เปลือย 'แก๊ง ออฟ โฟร์' ที่แท้ก็ 'แก๊ง 2 ป.'
สร้างฐานอำนาจใหม่
หลังสิ้นระบอบทักษิณ
-สัมภาษณ์พิเศษเรืองไกร ลีกิจวัฒนะฮีโร่ผู้พิชิต 'นางพญา
แห่งวังจันทร์ส่องหล้า
-เปิดหัวใจใสๆดาวรุ่ง ปชป. 'บุรณัชย์ สมุทรักษ์' โฆษกติด 'อ่ำ..'-เปิดใจครั้งแรก!'
สิริปปกรณ์ วงศ์จริยวัตร'
ผู้กำกับหนังคุณภาพ'
หนึ่งใจ..เดียวกัน'





























ติดตามอ่านเต็มอิ่ม "เนชั่นสุดสัปดาห์" ฉบับนี้!!

ซึ่งถ้าไม่สะดวกแวะแผงหนังสือใกล้บ้าน ขอแนะนำว่า สมัครเป็นสมัครสมาชิกเวบ "เนชั่นสุดสัปดาห์ ออนไลน์" www.nationweekend.com
ที่ประกอบด้วยเนชั่นสุดฯฉบับพริ้นท์เอดิชั่นอันมีไฟท์ PDF เต็มเล่มให้อ่านทุกสัปดาห์ จะทำให้เต็มอิ่มด้วยข้อมูลสาระ
ข่าวเด่นประเด็นข่าวประจำวัน ทุกแวดวงจากนักข่าวมืออาชีพเครือเนชั่น และคอลัมนิสต์ชั้นนำมากมาย..!!
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เนวิน นายกตัวจริง

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Nov 15, 2009 2:46 pm

https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=25&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=430100http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pol01010552&sectionid=0133&day=2009-05-01

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11374 มติชนรายวัน

เปิดแผน"เสื้อน้ำเงิน" ระดม3แสนร่วม"ฉัตรมงคล"

ต้องยอมรับว่า การชุมนุมของ "คนเสื้อน้ำเงิน" ในวันที่ 5 พฤษภาคมที่ท้องสนามหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี
เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล เป็น "วาระ" ที่กระทรวงมหาดไทย เตรียมจัดวางไว้ก่อนที่จะเกิดวิกฤตสงกรานต์วิปโยค
ในเดือนเมษายน

เป็นการจัดวางที่สอดรับกับคอนเซ็ปท์พรรคภูมิใจไทย ที่มี "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" ที่นั่งเป็นทั้งหัวหน้าพรรค และ รมว.มหาดไทย

สังคมรู้ดีว่า พรรคภูมิใจไทย พยายามหา "จุดต่าง" ทางการเมืองในเรื่องของ "สี" เพื่อสร้างความได้เปรียบ และเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ท่ามกลางความขัดแย้งของ "เสื้อแดง-เสื้อเหลือง"

จะเห็นได้จากทุกอย่างในพรรค ไม่ว่าจะเป็นโลโก้, เสื้อ, สีประจำพรรค ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาเป็น "สีน้ำเงิน" ทั้งสิ้น

แต่ในที่สุด ภาพสีน้ำเงิน ก็ไม่ใช่ภาพแห่งความสมานฉันท์อีกต่อไป เมื่อพบว่า "สีน้ำเงิน" ถูกระดมพลไปรวมตัวกัน
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อป้องกันเพราะกลัวว่ากลุ่มคนเสื้อแดง บุกยึดสนามบิน

เมื่อพบว่า"คนเสื้อสีน้ำเงิน" กลายเป็น "กองกำลังนอกระบบ" ที่ถูกนำมาต่อกรกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะบุกเข้าไป
ป่วนการประชุมผู้นำอาเซียน ที่พัทยา จ.ชลบุรี

ทำให้คอนเซ็ปท์ "สมานฉันท์" ของ "กลุ่มเสื้อน้ำเงิน" ถูกมองบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนไป

แต่เบื้องหลังการสั่งระดมคนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
ของกระทรวงมหาดไทย กว่า 3 แสนคน ไม่ได้ถูกยกเลิก เพียงแต่ปรับเปลี่ยน "คอนเซ็ปท์"

แทนที่จะใส่ "สีน้ำเงิน" มาเต็มท้องสนามหลวง

จึงเปลี่ยนให้ "สีน้ำเงิน" กลายเป็น "สีหนึ่ง" ในการร่วมแสดงความจงรักภักดีกับอีก "หลากหลายสี"

เพราะถูก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ออกอาการติติงถึงความเหมาะสม..?

คงต้องยอมรับว่า "เสื้อสีน้ำเงิน" เป็นแนวคิดที่หวังผลทางการเมือง

เพราะหากย้อนกลับไปที่คำพูดของ "ชวรัตน์" ที่ระบุถึงเจตนารมณ์ท่ามกลางวิกฤตชัดๆ
ว่า "สีน้ำเงินเป็นสีของพระมหากษัตริย์ ถ้าคุณเอาสีน้ำเงินออกจากธงชาติไทย ธงนั้นก็จะกลายเป็น
ธงชาติอินโดนีเซียทันที แม้จะมีปัญหาก็จะไม่มีการเปลี่ยนสี แล้วทำไมต้องรังเกียจสีน้ำเงินด้วย"

บวกกับสถานการณ์ร้อนที่พลพรรคเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกโรงโจมตี
บรรดา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และองคมนตรีอีกหลายคน

จึงถือเป็นโอกาสที่พรรคภูมิใจไทย จะแสดงเจตนารมณ์ปกป้อง ปกปักสถาบันหลักของชาติ

ก่อนที่ "เนวิน ชิดชอบ" ผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย จะออกมา "ตัดญาติขาดมิตร"
กับ พ.ต.ท.ทักษิณ "อดีตนายที่เคยรัก" แบบไม่เหลือเยื่อใย

แนวคิดการจัดงานวันที่ 5 พฤษภาคม จึงถูกมองได้สองมุม

มุมหนึ่ง เป็นการแสดงความจงรักภักดี เพื่อสร้างความสามัคคีให้กับคนในชาติ หลังต้องเผชิญวิกฤตทางการเมือง
มาตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า

มุมหนึ่ง เพื่อต้องการหวังผลทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ที่ต่อมาต้องใส่คอนเซ็ปท์การ "แสดงพลัง"
เพื่อต่อต้านกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประกาศจะชุมนุมในวันที่ 5 พฤษภาคม เข้าไปด้วย

การจัดงานดังกล่าวเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ จะมีการปิดถนนราชดำเนินช่วงเย็น ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า
จนถึงท้องสนามหลวง เพื่อให้มีการจัดเวทีคอนเสิร์ต 9 เวที

เดิมงานนี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับ
จะเป็นการ "สุมไฟ" ให้ปัญหาไม่จบสิ้น

แต่ปรากฏว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ยอม

จึงต้องส่ง "ทูตผิวดำ" อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ไปเจรจา

แต่แทนที่งานจะล้มเลิก กลับกลายเป็นว่า มีการสั่งระดมคนเพิ่มจากเดิมที่กำหนดให้ผู้ว่าฯ 75 จังหวัด
ระดมคนไว้จังหวัดละ 2,000 คน ก็ราว 2 แสนคน

ยอดคนเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 แสนคน เพียงแต่ให้คนมาร่วมงานใส่เสื้อหลากหลายสีเท่านั้น

หน้า 11

http://www.nocoup.org/newwebboard/main.php?board=009623&topboard=1

แง้มแผนการใหญ่ ประวิตร-อนุพงษ์ ปลดแอก! ทักษิณ-ป๋าเปรม



ความสบายใจของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ถูกกลุ่มพันธมิตร
ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ย่างรุนแรง และในบางครั้งถึงกับด่าอย่างสาดเสียเทเสีย
กับท่าทีแทงกั๊ก ที่ไม่ออกมาช่วยพันธมิตรฯในช่วงเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.51 ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์
ตัดสินใจที่ไม่เลือกฝ่ายไหน โดยเฉพาะพันธมิตรฯ เพราะส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า “เสียความรู้สึก” และ
ไม่อยากอยู่ภายใต้การกดดันหรือบงการของแกนนำพันธมิตรฯ

การประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยมีผู้บังคับกองพันทั่วประเทศ มาร่วมรับฟังนโยบาย
ที่หอประชุมกิตติขจร สิ่งหนึ่งที่ พล.อ.อนุพงษ์ เน้นย้ำ คือไม่ยอมให้ทั้งสองฝ่ายดึงสถาบัน
ลงมาเกี่ยวข้องทางการเมือง โดยกองทัพจะยึดสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ
โดยหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่าเป็นกลาง

ท่าทีเหล่านี้ สะท้อนว่า พล.อ.อนุพงษ์ เองก็ไม่อยากให้กองทัพถูกจัดวางไว้เป็นพวกหนุนพันธมิตรฯ
ส่วนหนึ่งมาจากข้อมูลที่ได้รับฟังจากเอเอสทีวี และฝ่ายอำนวยการ ที่ต้องยอมรับว่าในยุคนี้
บางห้องทำงานภายในกองบัญชาการกองทัพบก “บอยคอต” เอเอสทีวี ไม่มีการเปิดสถานีรับฟัง
และติดตามสถานการณ์อย่างเช่นเคย แม้กระทั่งการรวบรวมข่าวสารจากฝ่ายอำนวยการที่เริ่มเบื่อหน่าย
การด่าทอ และงัดสารพัดข้อมูลที่มีทั้งจริง และเท็จขึ้นมากล่าวบนเวที ก็จะใช้ทัศนคติส่วนตัว
ในการนำเสนอข้อมูล ที่ทำให้ ผบ.ทบ.เองก็ได้รับรายงานไม่ครบถ้วน

แต่เหนืออื่นใด พล.อ.อนุพงษ์ ก็รู้ดีว่า ม็อบพันธมิตรฯ มีแบ็กอัพที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ นายสนธิ ลิ้มทองกุล
แกนนำคนสำคัญฯ ก็มี “แหล่งข่าว” ส่วนตัวถึง 3 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคลที่เป็น “สายแข็ง” และเข้า
ถึง “วงใน” อย่างแท้จริง

ส่วนสายของ พล.อ.อนุพงษ์ นั้น อาจถือได้ ว่าเป็น “สายรอง” ที่ตีคู่การทำงานมากับสายแรก
แต่ความ”ปึ้ก” นั้น ต้องยอมรับว่ายังห่างอยู่หนึ่งระยะ

สายสัมพันธ์ของ พล.อ.อนุพงษ์ น่าจะจัดได้ว่าเป็น “ขุมอำนาจใหม่” แต่การเชื่อมต่อกับวงใน
ยังต้องผ่าน agent อีกทอด

ที่แน่นอนว่า ในเป้าหมายของทุกเครือข่ายมีเป้าหมายเดียวกันคือการรักษาสถาบันฯ
หากแต่มีแม่น้ำแยกเป็นหลายสาย เพราะสมาชิกของแต่ละสายนั้น มีเรื่องราว ความรัก ความแค้น
ในกองทัพอดีตฝังใจกันมา

หากแกะรอยจากมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ที่เคยแจกรางวัล “คนดีมูลนิธิรัฐบุรุษ” โดยครั้งนั้นมี “ลูกป๋า”
และอดีตนายทหารที่ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท ได้รับรางวัลหลายคน ซึ่งแต่ละคนต่างมีประวัติศาสตร์
ให้ต้องรำลึกถึงกันทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยเฉพาะในด้านลบที่มีบางเหตุการณ์ได้สร้าง “บาดแผล”
ฝากฝังไว้ระหว่างกันพอสมควร

ไล่ตั้งแต่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ซึ่งถือเป็นสายตรงของ “ป๋าเปรม” และ พล.อ.สุรยุทธ์
ก็ได้เป็นประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ขณะนี้มีชื่อย่อติดที่หน้าประตูทางเข้าnว่า “มรป.”


นอกจากนั้น ยังมี พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราช องครักษ์ ที่ทรงถวายงานโครงการพระราชดำริ
ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งเป็นผู้ผลักดันโครงการอาสาสมัครรักษาและป้องกันหมู่บ้าน อรป.
โดยให้ไทยพุทธได้ฝึกอาวุธป้องกันตัวเอง โดยไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์
เมื่อครั้งที่เป็นนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโดยใช้การเจรจา

และยังมีอีกสายที่กำลังเติบโตโดยมีมูลนิธิที่ทำโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นเครือข่ายสำคัญ
นั่นคือมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ซึ่งล้วนแต่มีอดีตนายทหารที่เติบโตมาใรสายของ “นักรบบูรพา”
และ “ทหารเสือพระราชินี” ลูกหม้อสายตรงของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ค่ายนวมินทร์ฯ จ.ชลบุรี
เป็นแกนหลักในการดำเนินการ

โดยผู้จุดประกายโครงการในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธารคือ “บิ๊กฮวบ” พล.อ.นิพนธ์ ภารัญนิตย์
อดีต ผช.ผบ.ทบ. และเป็นทหารเสือราชินีหัวใจสีม่วงของแท้ ซึ่งหากผลิกดูประวัติในอดีตแล้ว
เป็นแม่น้ำคนละสายกับ พล.อ. ณพล

แต่สายของ “บิ๊กฮวบ” นั้น คนที่ “เวิร์กงาน” และมีเครือข่ายที่ทรงพลัง คือน้องรัก อย่าง “บิ๊กป้อม”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ประธานรุ่นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 17
ตลอดกาล และถือเป็น “บิ๊กเบิ้ม” มาตั้งแต่เรียนเตรียมทหารรุ่น 6 หรือที่เรียกกันว่ารุ่น “ฝนแรก”
เพราะเพื่อนให้การยอมรับ และเป็นลูกของนายทหารชั้นผู้ใหญ่


เส้นทางรับราชการที่พลิกผันได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในยุคที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร
ดำรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขาต้องเจอกับ “บาดแผล” ในชีวิตรับราชการครั้งสำคัญ
จากมือของ “ลูกป๋า” อย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ โดยย้ายเข้ากรุประจำ ก่อนที่จะส่งไปเป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก
พร้อมให้เหตุผลว่า “เร็วเกินไป”

ที่ในครั้งนั้น เขามองว่า พล.อ.สุรยุทธ์ “เอาคืน” จากครั้งที่นายเก่า อย่าง “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา เคยย้าย
พล.อ.สุรยุทธ์ ออกมาประก่อนที่ นายชวน หลีกภัย รมว. กลาโหมพลเรือนจะฝ่าประเพณีกองทัพ ดึง พล.อ.สุรยุทธ์
จากกรุขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารบก

แต่ด้วย “โปรไฟล์” และ “นายเก่า” ก็ทำให้ “บิ๊กป้อม” ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ได้ ซึ่งเป็น 1 ปีของผบ.ทบ.ที่เพลย์เซฟที่สุด
เพราะนอกจากต้องเกรงใจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว ในรัฐบาลยังมี นายเสนาะ เทียนทอง รวมถึง
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน

หลังเกษียณ “บิ๊กป้อม” ไม่มีข่าว แต่ก็ทำงานบุกเบิกมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง
จนเมื่อ พล.อ.อนุพงษ์ ได้เป็น ผบ.ทบ.มูลนิธิ ได้เปิดตัวสถานที่ทำงานอย่างเป็นทางการในกรมทหารราบที่ 1
รักษาพระองค์ ทั้งนี้ การทำงานของมูลนิธิได้รับการสนับสนุนจากกองทัพบกอย่างดีเยี่ยม

และยิ่งเมื่อเข้าไปดูองค์ประกอบของคณะกรรมการ แล้วก็ยิ่งทำให้เห็นว่าเครือข่าย
ของมูลนิธินี้ไม่ธรรมดา ไล่ตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร ที่นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะ

ตามมาด้วย “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีต รมว.คลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
และ “บิ๊กเขียว” พล.อ.พัฒฑะนะ พุฑานานนท์ อดีต รอง ผบ. ทบ. ปัจจุบันเป็นบิ๊กของงานประชาสัมพันธ์ของเบียร์ช้าง
โดยทั้งคู่นั่งเป็นรองประธานคณะกรรมการ

ทั้งนี้ กรรมการประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. นายสถิตย์ สวินทร์ อดีตอธิบดีกรมป่าไม้
นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนเวนต์คาเบรียล ของบิ๊กป้อม และเป็นหนึ่งใน “บิ๊กคอมลิงค์” นายจรูญ จันทร์จำรัสแสง
นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนายทุนเก่าพรรคทานตะวัน ตามมาด้วย นายกมล เอี้ยวศิวะกุล นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนา


ยังมี อดีตนายทหาร ทั้งในและนอกราชการอีกหลายคน ไล่ตั้งแต่ พล.อ.ไพศาล กตัญญู อดีตรองผบ.ทบ.
พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่โดนพล.อ.สุรยุทธ์ เด้งประจำ จากกรณี “กอล์ฟคุนหมิง” พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสรรค์ เพื่อน ตท.6
และอดีตผอ.ททบ.5 พล.อ.อภิชัย ทรงศิลป์ อดีตปลัด บัญชีทหารบก ตท.10 ที่กระเด็นกระดอนหลังปฏิวัติ 19 ก.ย. 49

และคนสำคัญที่สุดคือ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก

ในระดับโครงการสำคัญฯที่จัดขึ้น ผบ.หน่วยในพื้นที่ก็จะมาร่วมประชุมด้วย เช่น พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1
อดีตผบ.พล.2 รอ. และ พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.2 รอ. คนปัจจุบัน

โดยนายทหารที่ยังอยู่ในราชการทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นผู้คุมกำลังในกองทัพอยู่ในขณะนี้และได้รับ
การจับตามองจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง ยิ่งเมือผนึกกำลังกับกลุ่มทุน ที่เข้ามาสนับสนุน
และบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง “หม่อมอุ๋ย” ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ใครๆ ก็อยากเข้ามาอยู่ในเครือข่ายนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายที่เคยอกหักจากสาย “ลูกป๋า” มาก่อน หรือแม้กระทั่งกลุ่มที่อยู่ในเครือข่ายของ “ขั้วทักษิณ” เดิม
ก็พยายามมาเชื่อมสัญญาณต่อเอาไว้ โดยหวังผลในทางการเมืองในวันข้างหน้า เพราะทราบดีว่าขุมอำนาจและพลังที่เกิดขึ้น
แม้จะมาจากต้นน้ำสายเดียวกันที่มุ่งรับใช้สถาบัน และสนองงานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แต่ทั้งมูลนิธิรัฐบุรุษฯ และมูลนิธิอนุรักษืป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ต่างมาจาก
สายที่มี “บาดแผล” ซึ่งกันและกันมาแล้ว

ในขณะนี้ชื่อของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร จึงถูกจับตามองเป็นอย่างมาก แน่นอนว่า พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์
ต่างเกรงใจเขา เพราะเป็น “นายเก่า” และ “พี่เลิฟ” ที่นอนบ้านเดียวกันมาตั้งแต่รับราชการที่ ร.21 รอ. ไม่นับรวม
“น้องป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.น้องชายแท้ๆ ที่ต้องประสานงาน


ยังไม่นับสารพัดเครือข่ายในสายการเมือง-ธุรกิจ เลยไปถึงสายสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านทาง
คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่มีคนใกล้ใจ เป็นตัวเชื่อมในฐานะเพื่อนของคุณหญิงอ้อ

ซึ่งนั่นเป็นเหตุที่มีชื่อพล.อ.ประวิตร ในการปรับครม.ทุกครั้งตั้งแต่รัฐบาล สมัคร สุนทรเวชา ถึงรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์
ทว่า พล.อ.อนุพงษ์ ทราบดีว่า เป็นเกมของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ต้องการสร้างให้เกิดการแยกขั้วมากขึ้น
โดยใช้ภาพ “บิ๊กป้อม” แหย่พันธมิตรฯ ให้โจมตี “บิ๊กป๊อก” มากขึ้น ประกอบกับข้อมูลที่มาจาก “สายตรงข้าม”
ที่เป็นแหล่งข่าวของ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่มักใส่ข้อมูลทางลบ


นี่เป็นเกมที่ ทักษิณ-พจมาน เล่นมาอย่างคุ้นเคย ไม่เช่นนั้น คงไม่เกิดประเด็นการให้ข้อมูล
การ “จ่ายเงินซื้อ-ถุงขนม 2 ล้านบาท” เลยไปถึงการสร้างภาพ เข้าหา-กราบกราน “ป๋าเปรม”
ไม่นับรวมของกำนัลที่ส่งถึง บิ๊กๆ อาวุโสทางการเมืองหรือแม้กระทั่งการที่ คุณหญิงอ้อ ยอมมุดบ้านปิ่นประภาคม
ลงทุนปลอกมะม่วงอกร่องให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กินกับข้าวเหนียวมูนมาแล้ว


แต่สำหรับตัว พล.อ.ประวิตร ในเวลานี้ “การหารผลประโยชน์ร่วมกัน” ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เพราะจากเครือข่าย
ที่แข็งแกร่ง ภายใต้การชู พล.อ.อนุพงษ์ เป็นแกนหลักนั้น กำลังคิด “แผนงานใหญ่” ระดับชาติด้วยปลดแอกจาก
“สายทักษิณ-และสายป๋าเปรม” อย่างสิ้นเชิง ซึ่งต้องรอสถานการณ์และจังหวะเวลาเท่านั้น


เป็นแผนที่เหนือกว่าการ “ปฏิวัติรัฐประหาร” หรือการ “หยุดอำนาจ”
จากนิตยสาร "Vote" คับ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ