ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Nov 15, 2009 12:12 pm



แบ่งแยกภาคใต้

กัมพูชา(เขมร)

ลาว(เพิ่งประท้วงไปหยกๆ)

พม่า(เกาะพิพาท ณ ปัจจุบัน)

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Nov 15, 2009 12:42 pm

แถมยังมีศึกภายในที่กำลังก่อรวมตัวกันกระจายทั่วประเทศ รวมถึงนักโทษเรือนจำตามจุดต่างๆ

หรือนี่คือสาเหตุหนึ่งที่ต้องมีการไล่ล่ากำจัดใครต่อใคร

ที่รู้ทันกระบวนการทำลายล้างประเทศไทยและเปลี่ยนคนไทยให้เป็นทาส

เราคือประชาชนคนไทย เกิดบนผืนแผ่นดินไทย โตมาเป็นคนได้ทุกวันนี้ก็เพราะประเทศไทย

ขอทำหน้าที่ในการเป็นคนไทย จวบจนสิ้นลมหายใจ

สิ่งที่คนไทยทุกคนพึงคำนึงถึงให้มั่นคือ ประเทศชาติประกอบด้วย ๓ สถาบันหลักคือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

คุณจะทำเช่นไร เมื่อคุณรู้ว่า บ้านที่คุณอยู่กำลังจะถูกทำลายโดยทุกวิถีทาง

เมื่อตัวคุณเองยังไม่ริเริ่มที่จะกระทำการใดๆเพื่อปกป้องบ้านของคุณ

หากเวลานั้นมาถึง มันก็สายเกินไปที่จะมานั่งคิดหาวิธีการรับมือและแก้ปัญหา

จงเรียนรู้ที่จะเป็นคนที่ระวังตัว หาใช่ระแวงไม่

จงเรียนรู้ที่จะป้องกัน และรับมือ หาใช่แก้ปัญหาไม่

แต่ขอให้รู้ไว้ว่า ปัญหาเป็นตัวทำให้เราฉลาดมากขึ้น

เราจะเรียนรู้คุณค่าของชีวิตก็ต่อเมื่อเราผ่านพ้นปัญหานั้นมาได้

แต่ไม่มีใครที่อยากจะเจอปัญหาตลอดเวลา หรือว่าไม่จริง...

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 16, 2009 9:55 pm

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นสภาวะที่ประเทศไทยถูกบีบเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าครอบครองของประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา

เมื่อประเทศไทยไม่มีทางเลือก เราก็จะเห็นผู้นำประเทศของเราเริ่มเชื้อเชิญให้ประเทศต่างๆเข้ามาเป็นกาวใจ

ศึกภายนอกไม่รุนแรงเท่ากับศึกภายในประเทศ

สัญญาณการเคลื่อนตัวของศึกภายในที่ดูท่าทางจะไม่จบง่ายๆ

เพราะแค่เริ่มเปิดตัวก็เอาชีวิตคนมาเป็นเครื่องมือหากินแล้ว

ปีหน้าศึกต่างๆจะเริ่มร้อนระอุ และรุนแรงมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว

เราเตือนคุณแล้วนะ........

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 16, 2009 10:06 pm

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=9&PHPSESSID=4c1d39e493303347


ถ้ากองทัพยึดอำนาจจะถูกถล่มด้วยองค์กรเหล่านี้ และกองทัพไทยจะพัง
ไม่มีอำนาจต่อรองเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ให้ไทยได้อีก
เป้าหมายอีกอย่างคือการยืมมือกองทัพไทยกดดันพม่า
ถ้าภายในกองทัพระส่ำระสายเหมือนช่วงพฤษภา 35
ที่หลังจากนั้นรัฐมนตรีกลาโหมชื่อ ชวน และ ...

http://www.khunnamob.info/board/show.php?Category=khunnamob&No=625&forum=6&page=6&PHPSESSID=4c1d39e493303347

หน่วยเฉพาะกิจ 399 หรือฉก. 399 คือ “ข้อมูล”, “หลักฐาน” และ “ใบเสร็จ”
ที่แสดงให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาคือตัวการสำคัญที่ทำให้รัฐบาลพม่าไม่ไว้วางใจ
และหวาดระแวงไทย เป็น “มูลเหตุพื้นฐาน” ของความตึงเครียดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2544 และเมษายน 2545

การเผชิญหน้ากันระหว่างไทย-พม่าและการใช้นโยบายทางทหารอย่างแข็งกร้าวภายใต้การนำของแม่ทัพภาคที่ 3
ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการประกาศปิดด่านแม่สายตั้งแต่ต้นปี 2544, การห้ามไม่ให้ส่งออกยุทธปัจจัย 4 ประเภทเข้าพม่า
ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ยารักษาโรค ยานยนต์ ข้าวสาร, การกักไม่ให้ขบวนรถบรรทุกอุปกรณ์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าท่าขี้เหล็ก
ผ่านด่านแม่สาย ตลอดจนการปะทะกันด้วยกำลังทหารตามแนวชายแดน เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการปรากฏตัวของหน่วยงาน
ด้านความมั่นคงของไทยหน่วยงานหนึ่ง “หน่วยเฉพาะกิจ 399” -“ฉก. 399” เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงที่กองทัพบก(ทบ.)
ก่อตั้งขึ้นภายใต้การสนับสนุนของกองทัพสหรัฐอเมริกา

แม้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ.ในขณะนั้น จะลงนามในคำสั่งก่อตั้งเมื่อปลายเดือนเมษายน 2544
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ฉก. 399 เริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่ปลายปี 2543 ในยุครัฐบาลชวน หลีกภัยแล้ว
ฉก.399 ตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยกำลังพล 4 กองร้อย มาจากกรมทหารราบที่ 7 จำนวน 2 กองร้อย กองพลรบพิเศษที่ 2 จำนวน 2 กองร้อย และตชด.อีก 1 กองร้อย กองทัพสหรัฐส่งหน่วยรบพิเศษที่ประจำการในภาคพื้นแปซิฟิค
ณ เกาะกวม เข้ามาทำหน้าที่ช่วยฝึกสอนงานด้านการข่าวและการปฏิบัติการต่อเป้าหมาย วัตถุประสงค์ – อ้างว่าเพื่อสกัดกั้น
และปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดโดยเฉพาะ กำลังพลที่ได้รับการบรรจุเข้าฉก. 399 จะได้รับการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยง
จากทางการสหรัฐวันละประมาณ 500-600 บาท/คน ได้รับการสนับสนุนเครื่องมือที่ทันสมัย และยานพาหนะต่าง ๆ
จากสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังจะได้รับเงินพิเศษช่วยรบ (พศร.) ปีละ 1 ขั้น
เงิน พศร.นี้จะติดตัวกำลังพลไปจนกว่าจะเสียชีวิต พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ อดีตแม่ทัพกองทัพภาคที่ 3
เคยระบุไว้ว่า การตั้งฉก. 399 ขึ้นมามีเป้าหมายที่การสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติดโดยเฉพาะ
แต่จะไม่มีการรุกล้ำอาณาเขตของประเทศเพื่อนบ้าน และ.... การเข้ามาช่วยเหลือของกองทัพสหรัฐอเมริกา
เป็นไปในลักษณะเดียวกับที่เคยช่วยเหลือรัฐบาลโคลัมเบียปราบปรามโคเคน ! แต่แม้จะยืนยันหนักแน่นอย่างนั้น
ความเป็นจริงของปฏิบัติการในพื้นที่กลับเป็นไปในลักษณะ.....“มะกันหนุน-ไทยคุม-กะเหรี่ยง(คริสต์)ลงมือ”
การช่วยเหลือของกองทัพสหรัฐต่อฉก. 399 อยู่ที่การช่วยเหลือด้านเทคนิคเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอ่านภาพ
จากดาวเทียมหาจุดที่ตั้งโรงงานยาเสพติด, การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการปราบปรามยาเสพติด รวมไปถึง
ถ่ายทอด Know-how ที่จำเป็นผ่านชุดการฝึก “การปฏิบัติการต่อเป้าหมาย” ให้ เช่น การฝึกจู่โจมทางเฮลิคอปเตอร์
ในเวลากลางคืน

มีนายทหารสหรัฐเข้ามาทำหน้าที่ในแผ่นดินภายใต้อธิปไตยของราชอาณาจักรไทยระหว่าง 12-30 นาย
ส่วน “การปฏิบัติการต่อเป้าหมาย” เป็นหน้าที่ของกำลังพลฝ่ายไทย โดยมีชนกลุ่มน้อยที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลพม่า
เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย ! ฉก. 399 เริ่มวางโครงร่างของหน่วยงานมาตั้งแต่กลางปี 2543 เริ่มฝึกเต็มอัตรา
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2544 ฉก. 399 มีลักษณะเดียวกันกับหน่วยงานในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.)
หมายเลข 514 และ 311 ในอดีต เพียงแต่ภารกิจแตกต่างกัน โครงการ 514 ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการโต้ตอบ
กองกำลังของขุนส่าในอดีต ขณะที่โครงการ 311 ก่อตั้งขึ้นมาปฏิบัติงานด้านการข่าวพื้นที่ชายแดนไทย-พม่าโดยเฉพาะ
และเสร็จสิ้นภารกิจไปเมื่อเดือนตุลาคม 2543 หลังจากนั้นจึงมีฉก. 399 ขึ้นมาทดแทน
เป็นที่รับรู้และพิจารณากันมาแต่ต้นแล้วว่าฉก. 399 คือ ความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ความสัมพันธ์ไทย-พม่าเลวร้ายลงไป
เพราะนี่คือช่องทางในการส่งผ่านความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกเข้าไปยังชนกลุ่มน้อยที่เป็น
ปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลพม่า ทั้งด้านเงินทุนและอื่น ๆ รวมทั้งเป็นการรื้อฟื้นสถานภาพความเป็น Buffer State ของประเทศไทย
ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้วัตถุประสงค์อ้างอิงใหม่ –สกัดกั้นยาเสพติดจากแหล่งผลิตในประเทศพม่า

เหตุการณ์หลายครั้งที่ผ่านมาในช่วงปี 2543 – 2544 บ่งชี้ให้เห็นว่าชนกลุ่มน้อยในพม่าเป็นผู้นำกำลังเข้าปะทะกับ
คาราวานยาเสพติด แล้วนำยาเสพติด ยาบ้า ที่ยึดได้มามอบให้กับทางการไทย ตัวอย่างที่ “บอกเล่า” ได้ดีคือ
กรณียาบ้า 13 ล้านเม็ดเมื่อเดือนเมษายน 2544 ! ยาบ้าของกลางที่กองกำลังนเรศวรตรวจยึดได้ 2 ครั้งใหญ่
เมื่อวันที่ 16 และ 24 เมษายน 2544 รวมกว่า 13 ล้านเม็ดนั้น....

ครั้งแรก 7 ล้านเม็ด พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ มทภ. 3 ในขณะนั้นบอกว่ากองกำลังกะเหรี่ยงคริสต์ (KNU)
ยึดได้หลังปะทะกับคาราวานขนยาเสพติดของกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA) ในฝั่งพม่าแล้วนำมามอบให้
กองกำลังนเรศวร ข่าวในพื้นที่บอกเล่าว่าเมื่อคืนวันที่ 14 เมษายน 2544 มีขบวนรถของเจ้าหน้าที่ทหารไทย
ลำเลียงกำลังทหารในสังกัด KNU จำนวน 7 คันรถไปปล่อยบริเวณโรงสูบน้ำประปาแม่สอด
เพื่อให้ข้ามแม่น้ำเมยไปยังฝั่งพม่า แล้วรับกลับมาในคืนเดียวกัน ต่อมาอีก 1 วัน KNU ก็นำยาบ้า 7 ล้านกว่าเม็ด
มามอบให้ทางการไทย

ครั้งที่ 2 มีรายงานว่า ฉก.ร. 4ตรวจยึดได้หลังเกิดปะทะกับ DKBA บริเวณชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก
แต่หน่วยงานอื่น ๆ ในพื้นที่ไม่มีรายงานเหตุการณ์ปะทะ ชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มในพม่าหันมาให้ความร่วมมือ
ในการปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติด-ยาบ้าที่มีแหล่งผลิตตามแนวชายแดนประเทศพม่า เริ่มจากกองกำลัง SSA
ของพ.อ.ยอดศึก รวมไปถึง KNU, กองทัพกะเหรี่ยงคะยา(KNPP) ปะล่อง ปะโอ แม้แต่กลุ่มมอญเองก็เริ่มมีท่าที
ที่จะเข้าร่วมกับแนวทางนี้มากขึ้น
ถือเป็นแนวทางแสวงหาความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาและโลกตะวันตกของชนกลุ่มน้อยที่ต่อต้านรัฐบาลพม่า
อีกแนวทางหนึ่ง เป็นแนวทางที่ประเมินว่าน่าจะเห็นผลเร็วกว่าการชูธงเรียกร้องประชาธิปไตยเพียงธงเดียว !

เพราะปัญหายาเสพติดไม่เพียงแต่เป็นปัญหาใหญ่ของไทยเท่านั้น ยังเป็นภัยคุกคามต่อประชาคมโลก
เมื่อชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ประกาศเจตนารมณ์สกัดกั้นขบวนการผลิต-ค้ายาเสพติด ความช่วยเหลือจากภายนอก
ก็จะมีเข้ามามากและเร็วขึ้นแน่นอน การผลักดันให้ชนกลุ่มน้อยในพม่าเข้าร่วมการปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติด
เข้าประเทศไทยนี้ย่อมมีแรงหนุนจากสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน โดยมีหน่วยงานในสังกัดกองทัพบกไทยเป็นผู้ควบคุม
และชนกลุ่มน้อยในพม่าเป็นผู้ปฏิบัติงาน !
หลังการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านยาเสพติดของบรรดาชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ในพม่า มีเม็ดเงินสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา
และประเทศตะวันตกเข้ามาค่อนข้างมาก รวมทั้งอาวุธด้วย แน่นอน – ทุกอย่างผ่านประเทศไทยทั้งสิ้น !
รัฐบาลพม่าแสดงท่าทีไม่พอใจต่อการกำเนิดของฉก. 399 มาตั้งแต่ต้น ผ่านข่าวและบทความในหนังสือ The Mirror
โดยตั้งธงไว้ว่ารัฐบาลไทยสมคบสหรัฐอเมริกาสนับสนุนกบฏชนกลุ่มน้อยมีอยู่บทความหนึ่งลงตีพิมพ์
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2544 ตั้งชื่อเลียนแบบสุภาษิตไทยว่า.... “ช้างตายทั้งตัวเอาหนังแพะไปปิดไม่มิด”
เนื้อหาเป็นการลงบันทึกความเคลื่อนไหวหน่วยรบพิเศษไทยละเอียดยิบโดยมุ่งเน้นไปที่กำลังผสมไทย-สหรัฐ
อเมริกาเข้าไปให้การสนับสนุนชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้สวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลพม่า
กองทัพบก และรัฐบาลไทยยุคชวน หลีกภัยออกมาปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นการให้การสนับสนุน
กองกำลังชนกลุ่มน้อยในพม่าหรือการเปิดพื้นที่ให้ผู้นำชนกลุ่มน้อยเข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย

พร้อมกันนั้นนายทหารระดับสูงของไทยหลายนาย โดยเฉพาะในระดับกองทัพภาคที่ 3
ก็ออกมาระบุหลายครั้งว่าทางการพม่าไม่ให้ความร่วมมือต่อการปราบปรามยาเสพติดเท่าที่ควร
งบประมาณในการป้องกันและปราบปรามยาเสพย์ติดแต่ละปีของสำนักคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
อยู่ในราว 1,600-1,900 ล้านบาท

นอกเหนือจากจะได้รับสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลแล้ว ป.ป.ส.ยังได้รับงบสนับสนุนเพิ่มเติม
มาจากองค์การสหประชาชาติอีกเป็นวงเงินประมาณ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,250 ล้านบาท
แต่หลายปีที่ผ่านมาผลงานของป.ป.ส.ดูจะไม่ค่อยเข้าตาสหประชาชาติเท่าที่ควร สหประชาชาติจึงเปลี่ยนการจัดสรร
งบประมาณในการปราบปรามยาเสพย์ติดส่วนใหญ่มาให้กับ “หน่วยปฏิบัติ” -- คือกองทัพบก -- โดยตรง แทนที่
จะส่งผ่านให้ป.ป.ส. ตัวเลขงบประมาณจากสหประชาชาติในปีหนึ่ง ๆ ตกราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ
ประมาณ 8,000 ล้านบาท

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากนั้นคือไทยต้องทำสงครามรอบด้านโดยอเมริกาสนับสนุน
เหมือนสงครามเวียดนาม

เคยโพสท์ไว้นานแล้ว เอามาให้ดูใหม่
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 16, 2009 10:13 pm

สวัสดี น้องตองเอ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 16, 2009 10:17 pm

att พิมพ์ว่า:สวัสดี น้องตองเอ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

ใช่ aaa คนเดิมรึเปล่าก็ไม่รู้

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 16, 2009 10:22 pm

sunny พิมพ์ว่า:
att พิมพ์ว่า:สวัสดี น้องตองเอ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

ใช่ aaa คนเดิมรึเปล่าก็ไม่รู้

ไม่เป็นไรหรอก ถือว่าผูกมิตรไว้ก่อน ถ้าไม่ใช่จะได้ไม่เกรียน อิอิ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  Meo on Thu Dec 24, 2009 3:09 pm



สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 9 คน ได้ส่งจดหมายฉบับหนึ่ง ลงวันที่ 17 ธันวาคม
ถึงนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะของไทย เพื่อประท้วงที่ไทยอาจจะขับชนกลุ่มน้อยชาวม้งมากกว่า 4000 คน
กลับไปยังประเทศลาว ที่ซึ่งพวกเขาอาจจะถูกลงโทษ ซึ่งมีขึ้น
หลังจากไทยแถลงยืนยันเมื่อวันพุธว่า จะดำเนินการดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้แม้
จะมีเสียงคัดค้านอย่างรุนแรงจากนานาชาติ

ชาวม้งกลุ่มนี้ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ค่ายผู้อพยพห้วยน้ำขาวในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางภาคเหนือของไทย
และพวกเขากำลังขอลี้ภัยทางการเมืองโดยอ้างเหตุผลว่าอาจถูกทางการลาวลงโทษ
พราะพวกเขาเคยสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารอเมริกันในสมัยสงครามเวียดนาม

จดหมายฉบับดังกล่าวระบุว่า พวกตนตระหนักดีว่าราชอาณาจักรไทยต้องแบกรับ
ภาระเรื่องผู้อพยพจำนวนมากบนแผ่น ดินไทย แต่ก็ขอสนับสนุนไม่ให้ดำเนินการส่ง
กลับผู้ใดแม้แต่เพียงผู้เดียว ไปยังลาวในช่วงนี้

ผู้ลงนามในจดหมายประกอบด้วยวุฒิสมาชิก เดโมแครต 7 คน คือ รัสส์ ไฟโกลด์,แพทริค เลียฮี่,
บาบาร่า บ็อกเซอร์ ,เชลดอน ไวท์เฮาส์ ,มาร์ค บีกิช, เอมี่ โคลบูชาร์ ,อัล แฟรงเคน
กับอีก 2 คนจากรีพับลิกัน คือ ริชาร์ด ลูการ์ กับลิซา เมอร์คอฟสกี้

จดหมายได้ตำหนิรัฐบาลไทยว่า"ขาดความโปร่งใส" ในการกลั่นกรองผู้ลี้ภัย
โดยระบุว่า พวกตนเชื่อว่า การขาดความโปร่งใสในการกลั่นกรองและกระบวนการส่งกลับประเทศ
ยิ่งทำให้ชีวิตของชาวม้งเหล่านี้ยากลำบากมากขึ้น และเพิ่ม
ความวิตกให้กับนานาชาติเกี่ยวกับชาวม้งเหล่านี้พวกเขาเรียกร้องให้ ไทยทำงาน
ร่วมกับกลุ่มที่สามซึ่งเป็นคณะทำงานอิสระเพื่อให้มีกระบวนการกลั่นกรองที่โปร่งใส
สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ ด้วย

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=423361〈=T&cat=
avatar
Meo

จำนวนข้อความ : 64
Registration date : 13/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 3:58 pm

http://www.komchadluek.net/detail/20091229/43107/UNHCR%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7.html

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2552

UNHCRเผยไทยละเมิดกมหมายสากลส่งม้งกลับลาว

คมชัดลึก :สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติหรือ UNHCR ระบุวันนี้ว่า
ประเทศไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยบังคับให้ผู้ลี้ภัยชาวม้ง 158 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก
กลับประเทศลาวร่วมกับผู้ขอลี้ภัยอีกหลายพันคน


เพราะผู้ลี้ภัย 158 คนนี้ ซึ่งอยู่ที่ศูนย์กักกันบริเวณชายแดนจังหวัดหนองคายของไทยมานาน 3 ปี
เป็นกลุ่มที่ได้รับข้อเสนอให้ไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่ 3 ได้ ด้วยเหตุผลว่า พวกเขาอาจถูกลงโทษ
ถ้าถูกส่งกลับประเทศลาว โฆษกของ UNHCR แสดงความผิดหวังต่อเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า
UNHCR ได้รับรองให้ชาวม้ง 158 คนนี้เป็นผู้ลี้ภัย ซึ่งในจำนวนนี้เกือบ 90 คนเป็นเด็ก เหตุการณ์นี้
ถือเป็นตัวอย่างที่น่าเศร้าในระดับสากลที่พวกเขาต้องจากประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศสำคัญ
ในภูมิภาคที่ได้ให้ที่ลี้ภัยและได้ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมาอย่างยาวนาน

ด้านพลโทนิพัธ ทองเล็กแห่งกองทัพบกไทยระบุว่า ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ได้เดินทางไปยังลาวด้วยความสมัครใจ
เมื่อคืนวันจันทร์ พร้อมกับผู้ขอลี้ภัยชาวม้งอีกกว่า 4 พันคน จากค่ายอีกแห่งในจังหวัดเพชรบูรณ์
ตอนเหนือของประเทศ พร้อมว่า ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ต้องกลับประเทศลาว ก่อนที่จะได้ไปตั้งถิ่นฐาน
ในประเทศตะวันตกอื่นๆ ด้านกลุ่มผู้ขอลี้ภัยอ้างว่า พวกเขาจะถูกทางการลาวจับตัวมาลงโทษ
จากความผิดที่ต่อสู้ร่วมกับกองทัพสหรัฐในสงครามเวียดนาม แต่ทางการไทยระบุว่า
พวกเขาเป็นผู้ขอลี้ภัยด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและไม่ได้อนุญาตให้ UNHCR เข้าตรวจสอบว่า
พวกเขาเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262014645&grpid=03&catid=19

วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 21:37:11 น.
มติชนออนไลน์



รัฐบาลไทยส่งกลับกลุ่มชาวม้งเชื้อสายลาวที่ ศูนย์พักพิงบ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
ทั้งที่สมัครใจและไม่เต็มใจ จำนวน 4,371 คน กลับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนชาว (สปปล.)
โดยใช้รถยีเอ็มซี ขนย้ายเป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมง







ไทยส่งม้งลาว 4,371 กลับบ้านราบรื่น "โฆษกลาว"พร้อมให้นานาชาติสอบ

รัฐบาลไทยส่งกลับกลุ่มชาวม้งเชื้อสายลาวที่ศูนย์พักพิงบ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
ทั้งที่สมัครใจและไม่เต็มใจ จำนวน 4,371 คน กลับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนชาว (สปปล.) เป็นไปอย่างเรียบร้อย
ตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม โดยใช้กำลังทหารและรถยีเอ็มซีบรรทุกจากศูนย์พักพิงบ้านห้วยน้ำขาว
ใช้เส้นทางบ้านเข็กน้อย-บ้านห้วยน้ำขาว ขนย้ายเป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมง เพื่อส่งกลับประเทศโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างขบวนรถบรรทุกทหารส่งกลับเคลื่อนออกจากศูนย์วิ่งผ่านหมู่บ้านเข็กน้อย
ปรากฏว่าตามริมถนนสองฟากทาง มีชาวม้งเชื้อสายไทยมายืนรอส่งพี่น้องร่วมชาติพันธุ์จำนวนมาก
และต่างโบกมืออำลาอาลัยให้แก่กันและกัน ซึ่งชุดสุดท้ายจำนวน 608 คน ที่เคลื่อนออกจากศูนย์พักพิงบ้านห้วยน้ำขาว
เวลาประมาณ 16.00 น. ซึ่งถือเป็นการปิดภารกิจลงด้วยความราบรื่น ในโอกาสนี้แกนนำ 12 หมู่บ้านของ ต.เข็กน้อย
นำช่อดอกไม้มามอบให้คณะเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ มี พล.ต.สาธิต พิธรัตน์ เสนาธิการกองทัพภาค 3 เป็นตัวแทนรับมอบ

ข่าวแจ้งว่าขณะดำเนินการส่งกลับนั้น ปรากฏว่ามีหญิงชาวม้งตั้งครรภ์ 2 ราย เกิดอาการปวดท้องคลอดอย่างกะทันหัน
ทำให้แพทย์พยาบาลทหารต้องช่วยทำคลอด สุดท้ายทั้งแม่และลูกต่างปลอดภัย และยังมีอุบัติเหตุรถบรรทุกชาวม้ง
วิ่งแหกโค้งชนเสาไฟฟ้าข้างทางเป็นเหตุให้ ร.ต.ท.ภูมิใจ ทิพย์สาลี รอง สว.ป.สภ.หล่มเก่า นั่งท้ายรถกระเด็นตกลงมา
ได้รับบาดเจ็บ พ.อ.ธนา จารุวัต ผู้ประสานงาน ศูนย์ อก.กอ.รมน.ภาค 3 แถลงว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี
ส่วนพื้นที่ควบคุมจะมีการส่งมอบคืนให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์และสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสมบัติของกองทัพบก
ก็จะมีการรื้อถอนกลับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การส่งกลับม้งลาวเรียบร้อยดี ไม่มีรายงานจะขัดขืน
ดังนั้น เป้าหมายของไทยคือ จะส่งกลับทั้งหมด เพราะไทยได้รับคำยืนยันจาก สปป.ลาว ว่าคนเหล่านี้
จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่วนกลุ่มคนที่มีสถานภาพน่ากังวลในเรื่องความปลอดภัย (พีโอซี)
ที่พักพิงอยู่ใน จ. หนองคาย กว่า 100 คน ทางองค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์)
ได้ส่งผู้แทนเข้าไปสัมภาษณ์และไปประสานแล้ว ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ในลาวขณะนี้ไม่ได้มีการสู้รบ และ สปป.ลาว
ก็ยินดีติดต่อกับองค์กรต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ส่วนกรณีสหรัฐบอกไปแล้วว่าถ้าประสงค์จะรับ ก็ขอให้ไปรับจากทางฝั่งลาว
ซึ่ง สปป.ลาว ก็ไม่ได้ขัดข้อง

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายเอียน เคลลี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์
เป็นลายลักษณ์อักษรแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการที่ทางการ ไทยเริ่มกระบวนการส่งชาวลาวเชื้อสายม้งกลับประเทศ
และเรียกร้องให้ไทยระงับสิ่งซึ่งทางการอเมริกันเห็นว่าเป็น �การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง� ในทันที

และยังตั้งข้อสังเกตไว้ในแถลงการณ์ครั้งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ชาวม้งที่พำนักอยู่ในค่ายจำนวนหนึ่งเคย
ได้รับการพิจารณาแล้ว ลงความเห็นตรงกันทั้งจากทางการไทย ทางยูเอ็นเอชซีอาร์และสหรัฐอเมริกา
ว่าเป็นบุคคลลี้ภัยที่จำเป็นต้องได้รับความคุ้มครองเพราะภัยคุกคามที่อาจได้รับภายในลาว


นอกเหนือจากเรียกร้องต่อทางการไทยแล้วถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ
ยังเรียกร้องไปยังทางการลาวด้วยว่า ขอให้ปฏิบัติต่อชาวม้งที่เดินทางกลับประเทศอย่างมีมนุษยธรรม
เปิดโอกาสให้ผู้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์จากนานาชาติได้เข้าถึงกลุ่มม้งเหล่านี้
และสหรัฐอเมริกาจะยังคงติดตามเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญทางมนุษยชนนี้ต่อไป

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายเคนทอง นวนทะสิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศลาว แถลงในวันเดียวกันนี้ว่า
ความกังวลของนานาชาติเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของม้งในลาวนั้นไม่เป็นไปตามนั้นแน่นอน
รัฐบาลลาวมีแนวนโยบายด้านมนุษยธรรมอย่างชัดเจนและพร้อมที่จะให้โอกาสทุกคน
ตั้งถิ่นฐานใหม่ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายดังกล่าว

นายเคนทองยังกล่าวว่า ชาวม้งเหล่านี้จะถูกนำตัวไปยังที่พักพิงชั่วคราว จากนั้นก็จะได้รับที่พักอาศัยใน
�หมู่บ้านเพื่อการพัฒนา� 2 แห่ง ในเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ และในพื้นที่แขวงเวียงจันทน์
แต่ละครอบครัวจะได้รับบ้านหนึ่งหลัง พร้อมที่ดินทำกินอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์จากนานาชาติ
จะสามารถเดินทางไปเยี่ยมเยียนชาวลาวเชื้อสายม้ง เหล่านี้ได้ในทันทีที่การตั้งหลักแหล่งใหม่แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเอพีตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่าก่อนหน้านี้ทางการลาวไม่เคยยอมรับชาวม้ง เหล่านี้เป็นพลเมืองลาว
นายเคนทองกล่าวว่า ไม่เป็นความจริงความเห็นดังกล่าวถือเป็นความเห็นส่วนบุคคล
ม่ใช่นโยบายของประเทศแต่อย่างใด


ด้านสวีเดนในฐานะประธานสหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังที่รัฐบาลไทยตัดสินใจ
ส่งชนกลุ่มน้อยชาวม้งกลับลาว และยังระบุเตือนด้วยว่ายังอาจเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ว่าด้วยหลักการไม่ส่งผู้ลี้ภัยกลับไปยังดินแดนที่ชีวิตและเสรีภาพของพวกเขาจะถูกคุกคามด้วย
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยมีศัตรูรอบด้าน

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 16, 2010 12:42 am

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000156019

งามหน้า! หางแดงกาญจน์ขึ้นป้ายหน้าศาลากลางเชิญ “ต่างด้าว” ร่วมงาน “คริสต์แม้ว”

21 ธันวาคม 2552 14:31 น.



ป้ายโฆษณางานChristmas Red Fair ของกลุ่มคนเสื้อแดงกาญจนบุรี
ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีรูป ทักษิณ ชินวัตร
นักโทษหนีคุก อยู่บนป้ายพร้อมทั้งมีภาษาของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเชิญชวนแรงงานต่างด้าวในพื้นที่
เข้าร่วมงานอีกด้วยชาวกาญจนบุรีทนไม่ได้กับป้ายโฆษณาอันไม่เหมาะสมดังกล่าว
และรู้สึกอเนจนาถใจต่อผู้ว่าราชการจังหวัดที่ปล่อยปละละเลยให้มีการติดตั้งป้ายนี้หน้าศาลากลาง
จึงส่งภาพนี้มายัง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ

รัฐบาลเผด็จการพม่านับถือคริสต์ด้วย เพิ่งรู้แฮะ ข้อมูลใหม่
เคยรู้แต่กะเหรี่ยง knu ที่นับถือคริสต์
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ