บทสรุปของเหลือง-แดง สุดท้ายคือสมานฉันท์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

บทสรุปของเหลือง-แดง สุดท้ายคือสมานฉันท์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Nov 22, 2009 9:03 am

เคยบอกกล่าวไว้ตั้งนานแล้ว ว่าการทำงานของกลุ่มเหลือง กลุ่มแดง หรือกลุ่มสีอะไรอีกก็ตาม

แท้จริงแล้วคือแผนการดำเนินงานแบบ แยกกันโต...ร่วมกันตี

หากอยากรู้ว่าใช่หรือไม่ ก็ดูเส้นทางการเดินของเงินสิ แล้วจะรู้ว่าจริงๆแล้วมันก็มาจากกระเป๋าเดียวกัน

ว่าไปแล้ว คนไทยเป็นคนฉลาด และตาสว่าง

แต่ด้วยความฉลาดเกินไป กลัวเกินไป ทำให้ต้องใส่หมวกกันน๊อคบ้าง แว่นตาดำบ้าง

ฮิตมากๆช่วงนี้ ก็ปิดปาก ปิดจมูก

ประเทศไทยก็เลยกลายสภาพแบบที่เห็นในปัจจุบัน

เฮ้อ...พวกเบี้ยใบ้รายทาง ตายเรียบ แต่ไอ้พวกข้างบนก็รับเงิน กินเงินแบบสบายไปชั่วชีวิต

อย่างมากก็หนีไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแซ่ เปลี่ยนสัญชาติ

ปล่อยให้สังคมรุมประณามสักพัก แต่ก็ไม่เข้าหูพวกมันเพราะไม่เคยฟัง

หรือว่าบางทีก็ฟังนะ แต่ด้วยความเคยชิน เลยไม่สะเทือนระบบประสาทของพวกมัน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: บทสรุปของเหลือง-แดง สุดท้ายคือสมานฉันท์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Nov 22, 2009 9:28 am

บางคนอาจมีคำถามว่า ประเทศไทยไม่เห็นย่ำแย่อย่างที่กล่าวไว้เลย

นั่นคือภาพที่พวกคุณได้มองเห็น และถูกจำกัดให้รับรู้

จะมีใครสักกี่คนที่จะรับรู้และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ

ประเทศชาติประกอบด้วยสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

พระมหากษัตริย์ ทรงใช้พระราชอำนาจผ่านทางตุลาการหรือศาล

ปัจจุบัน ตุลาการถูกทำลายความศักดิ์สิทธิ์ ถูกทำลายความเชื่อมั่น โดยกลไกทางการเมืองและผู้มีอำนาจหน้าที่

สถาบันทหาร เป็นสถาบันที่เปี่ยมไปด้วย ศักดิ์ศรี เกียรติยศและความภาคภูมิใจ

กลับถูกทำลายชนิดที่ว่าขึ้นรถเมล์ที ก็ระแวงว่าจะมีใครมาถีบตกรถหรือเปล่า

สถาบันศาสนาก็ถูกทำลายความศรัทธา โดยการจ้างคนมาปลอมบวช แล้วก่อเรื่องราวอันจะพบเห็นได้ตามสื่อต่างๆ

ทำลายหลักธรรม คำสอน ปรัชญา ด้วยการใช้ตัวหนังสือหรือน้ำเสียง ปรับจูนคลื่นความถี่ของสมองคนให้ไปในทิศทางเดียวกัน

อย่าลืมว่า!!! ศาสนาเป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะทำให้สิ้นชาติ

เพราะนี่คือแหล่งเดียวที่จะหล่อหลอมความเป็นหนึ่งของความเป็นชาติ

ชาติเกิดขึ้นได้ด้วย กลุ่มคนที่มีอุดมการณ์และความเชื่อเดียวกัน เกาะกลุ่มรวมตัวกันแล้วจึงมีผู้นำ

จากสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน อยากถามคนไทยหลายๆคนว่า

ท่านคิดว่าในขณะนี้ "ชาติไทย" มีสภาพเป็นเช่นไร (ไม่ใช่พรรคชาติไทยนะคะ)

***ไม่มีประเทศไหนในโลกหรอกนะ ที่แช่งประเทศตัวเอง

โดยการร้องเพลงชาติ ตอนลดธงชาติลงจากยอดเสา***

.............................................................

แต่ทั้งหมดทั้งมวลทีเกิดขึ้น เกิดจากอีตาหมอผียี้ห้อย(หมอผีเขมร) ขนาดยกศิวลึงค์ไปทิ้งยังทำได้

อีกอย่างการที่จะทำลายชาติ ต้องทำลายที่สัญลักษณ์ของความเป็นชาติ นั่นก็คือ ธงชาติ

หากอยากให้ชาติเจริญขึ้น ต้องทำตอนยกธงขึ้นเสา ไม่ใช่ตอนลดธงลงจากยอดเสา

ง่ายๆเลย เวลาพวกคุณดีใจ ประสบความสำเร็จ คุณก็ร้องไชโยใช่ป่ะ

แต่นี่อะไรให้คนไทยทั้งประเทศมาร้องไชโยพร้อมๆกัน

ตอนลดธงลงจากเสาธงเนี่ยนะ ต่างอะไรกับการสาปแช่งประเทศตัวเอง

ไม่น่าล่ะ อยู่ดีๆ ประเทศไทยถึงต้องรบกับเขมร

ดีที่ยังไม่จุดเทียนชัยไปด้วย ไม่งั้นคงถึงกับเผาบ้าน เผาเมืองกันเลยทีเดียว

แนวโน้มที่จะเป็นแผนของอีตาหมอผียี้ห้อยที่เป็นไปได้สูงนั่นคือ เพราะว่ามันพูดภาษาเขมรได้

อีกทั้งยังมีสัมพันธ์ใกล้ชิดส่วนตัวกับฮุนเซน ถ้าไม่ใช่มันทักษิณก็เข้าประเทศนั้นไม่ได้...จริงป่ะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: บทสรุปของเหลือง-แดง สุดท้ายคือสมานฉันท์

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Nov 22, 2009 10:08 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1258808526&grpid=00&catid=

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 21:25:36 น.
มติชนออนไลน์


"บิ๊กจิ๋ว"จวกคมช.ปฏิวัติไม่สมบูรณ์ ทำสถาบันทหารล้มเหลว หวังสิ่งมหัศจรรย์เกิดทำบ้านเมืองดีขึ้น

"บิ๊กจิ๋ว"ออกโรงซัดคมช.ทำสถานบันทหารล้มเหลวด้วยการทำรัฐประหารที่ไม่สมบูรณ์
ทั้งที่ประชาชนเห็นด้วย แต่แก้ปัญหาต่างๆไม่ได้ หวังอีกไม่กี่วันจะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ทำให้ประเทศดีขึ้น


“บิ๊กจิ๋ว”อัดคมช.ปฏิวัติล้มเหลว

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย
กล่าวบรรยายพิเศษในการอบรมหลักสูตรผู้นำพัฒนาประชาธิปไตย รุ่น 3 มีเครือข่ายเสื้อแดงกว่า 100 คน
ร่วมฟังตอนหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงในระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2475 ถึงปัจจุบัน
แต่ละช่วงจะเป็นความขัดแย้งของสังคมจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งมาถึง
ความขัดแย้งระหว่างคนสองสี เป็นเหตุให้เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19
กันยายน 2549 แต่ก็เป็นการรัฐประหารที่ไม่สมบูรณ์
เป็นความล้มเหลวของสถาบันทหารที่ไม่ประสบความสำเร็จ
แม้ประชาชนจะนำดอกไม้ไปให้ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้
แต่ละรัฐบาลที่เข้ามาแก้ปัญหาประเทศเฉพาะหน้าเท่านั้น
แต่ไม่แก้ปัญหาพื้นฐาน รวมถึงพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้เดินหน้า
ดังนั้นหากไม่ทำสองอย่างนี้ไปด้วยกัน ในอนาคตต้องเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก
รอเวลามาถึง 4 ปี ยังไม่เห็นใครที่จะเข้ามาแก้ปัญหาของชาติได้
จึงต้องตัดสินใจเข้ามา เพราะไม่เห็นใครจริงๆ

อ้างคนใต้ไม่เอาปชป.แล้ว

“ก่อนหน้านี้ไปต่างจังหวัด ไม่ว่าเป็นภาคอีสาน หรือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ก็ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาความยากจนเหมือนรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บอกว่าไม่เอาแล้วพรรคประชาธิปัตย์
ไม่เอาจริงๆ เพราะไม่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาได้ มีแต่เอาโครงการไปลง”พล.อ.ชวลิตกล่าว

พล.อ.ชวลิต กล่าวต่อไปว่า เมื่อเข้าร่วมพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศจะทำเรื่องใหญ่ๆให้ปรากฏ คือ
1.พิสูจน์ว่าพรรคนี้มีความจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมืองภารกิจนี้ได้เริ่มทำแล้ว
2.ต้องการให้สังคมเกิดความสมานสามัคคี
รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย สิ่งที่เสนอเรื่อง "นครปัตตานี" เป็นขั้นตอนแรกในการแก้ปัญหาพื้นที่
ถือว่าได้เริ่มและสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือแต่การผลักดันให้เต็มรูปแบบเท่านั้น

สำหรับที่สถาบันวิจัยหลายสำนักระบุว่า คนภาคใต้มองปัญหาในพื้นที่เป็นเรื่องแบ่งแยกดินแดน
ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ ต้องมองเข้าไปถึงหัวใจของพวกเขา อะไรที่จะกระทบจิตใจก็ไม่ควรทำ

ส่วนที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. และว่าที่หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ระบุให้ตั้งทบวง
เพื่อแก้ปัญหาภาคใต้โดยเฉพาะนั้น อยากกระซิบบอก "บิ๊กบัง" แต่ยังไม่มีโอกาสว่า คนภาคใต้บอกว่า
เอาอีกแล้วไหนบอกว่าเป็นมุสลิมด้วยกัน แต่ทำไมถึงพูดแต่เรื่องการปกครอง แต่ไม่พูดเรื่องผู้ใต้ปกครอง
เหมือนพรรคประชาธิปัตย์เสนอตั้งสำนักบริหารชายแดนภาคใต้ (สบ.ชต.)
ซึ่งก็พูดแต่เรื่องการบริหารงานปีละ 67,000 ล้านบาท ไม่เคยพูดถึงเป้าหมายในการลงไปดำเนินการ

บอกพรรคแล้วไม่ขอเป็นนายกฯ

“ผมบอกได้เลยว่าไม่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะจะเป็นเมื่อไรก็เป็นได้ ได้บอกกับพรรคไปแล้วว่าให้หาคนดีๆ เด็กๆ
ที่สามารถมาเป็นได้ ผมจะคอยยืนอยู่ข้างหลังคอยช่วยดีกว่า สิ่งที่ผมคิดไว้คืออยากให้ทุกพรรคมารวมกัน
ร่วมกันทำงานเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล จะมีฝ่ายค้านเพียง 1-2 คน ก็ไม่เป็นไร หากทุกพรรคมารวมกันก็คิดว่า
สามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ความรุนแรงจะไม่เกิด ทั้งนี้ หวังว่าอีกไม่กี่วันอาจจะมีสิ่งมหัศจรรย์
ทำให้บ้านเมืองเราดีขึ้น”พล.อ.ชวลิตกล่าวและว่า ยังมีอีกหลายประเทศเชิญให้ไปพบ แต่ไม่อยากไปช่วงนี้
ขอเวลาก่อน เพราะเวลาไปไหนก็จะดังเป็นเดือนๆ เหมือนที่ไปกัมพูชา จึงรู้สึกเหนื่อย ขอเพลาๆก่อน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระสยามฯ คงอยากจะบ่นออกมาดังๆ ว่า
กูก็เหนื่อยเป็นโว๊ย มันฉิบหายกันทุกวันนี้
ก็พวกมึงทั้งนั้นแหละ
ยังมีหน้ามาขอสิ่งมหัศจรรย์ให้ช่วยอีก
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ