ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 23, 2009 8:04 pm

การที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จัดทำโครงการปลดหนี้ให้กับประชาชนนั้น

สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่เป็นหนี้

จะต้องรีบเฮ และนับวันเวลารอให้ถึงวันที่กำหนดการได้ระบุไว้

แต่หารู้ไม่ว่า พวกเขาเหล่านั้นกำลังแบกภาระหนี้สินของตนเอง ไปโยนทิ้งให้เป็นภาระหนี้สินของประเทศชาติ

สถานการณ์การเมืองที่ง่อนแง่น

สถานการณ์ต่างๆกับประเทศเพื่อนบ้านก็กำลังร้อนระอุ โดยที่ทุกประเทศล้วนหันหน้าเบือนหนีจากประเทศไทย

สถานการณ์เศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะลูกผีลูกคน

แล้วยังต้องมาแบกภาระหนี้สินของคนในประเทศ

โดยเฉพาะธนาคารที่เข้ามาแบกรับคือ ธกส.และออมสิน ซึ่งถือว่าเป็นธนาคารหลักของประเทศ

ท้ายที่สุด ประเทศไทยก็ไม่ต่างอะไรกับประเทศที่ล้มละลาย เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้

ไม่ต่างอะไรกับลูกนกที่รอแม่นกหาอาหารมาให้กิน

แต่เผอิญว่าแม่นกที่จะมา ดันเป็นองค์กรต่างชาติ แถมยังเอาอาหารแบบผสมยาพิษมาป้อนให้กินทีละน้อยๆ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 23, 2009 8:14 pm

เข้าใจดีสำหรับคนที่เป็นลูกหนี้ ทางไหนก็ได้ที่จะได้เงินมาคืนหนี้เก่า

ทำได้ทั้งนั้น ส่วนวันข้างหน้าค่อยว่ากันใหม่

แต่อย่าลืมว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้น มันส่งผลต่อความเป็นไปของประเทศชาติ บ้านเมือง

หรือคุณจะยอมให้ประเทศชาติ ตกอยู่ในสภาวะล้มละลาย.....อย่างที่คาดการณ์ไว้

พวกคุณคิดบ้างหรือเปล่า ว่าเงินที่ไหนเอามาใช้ปลดหนี้ของพวกคุณ

แม้แต่ตอนนี้ โครงการต่างๆในประเทศ ก็เป็นเงินที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์กู้มาทั้งนั้น

เออ...ถ้าประเทศไทยขุดเจอบ่อน้ำมันบ่อใหญ่ ทำให้มีรายได้เข้าประเทศก็ว่ากันไป

เฮ้อ...เฮ้อ...เฮ้อ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Dec 14, 2009 8:17 am

อย่าโกหกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นคอลัมน์ ไทยรู้ทัน โดย ทองคำ

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์คุยโวว่าในปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว 2 – 3 % ซึ่งขอวิเคราะห์ว่าเป็นไปได้ยากด้วยเหตุผลดังนี้

1. พธม.ปิดสนามบิน 4 แห่ง หาดใหญ่ ภูเก็ต ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ 7
วัน ผู้โดยสารถูกกักเป็นตัวประกันกว่า 350,000 คน
ไม่นับผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
รวมทั้งคนไทยที่ตกค้างอยู่ในต่างแดน 7 วัน เป็นแสนคน
ความเชื่อถือของนักท่องเที่ยวจะไม่กลับมา ฤดูท่องเที่ยว (High Season)
ปีนี้ นักท่องเที่ยวไปเที่ยวเวียดนาม เขมร ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ กันแน่น
(จากปากคำของคนไทยที่ไปในประเทศดังกล่าว)
รัฐบาลไม่กล้าแสดงตัวเลขการท่องเที่ยวเลย
จนบัดนี้ผู้ก่อการร้ายปิดสนามบินไม่เคยถูกลงโทษ
แสดงว่ามีอำนาจมืดที่ใหญ่กว่าตำรวจ ศาล ทหาร สั่งการอยู่เบื้องหลัง
คนไทยรู้ทันแต่พูดไม่ได้
การปิดสนามบินนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปิดประเทศไทย
ที่ถูกกำหนดจากจากผู้มีอำนาจมืดดังกล่าวมาตั้งแต่ก่อนเดือนมิถุนายน 2549

2. การที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้ระงับโครงการมาบตาพุด 65
โครงการ มีมูลค่ารวมกันกว่า 2.3 แสนล้านบาท
ที่ลงทุนไปแล้วจากมูลค่าทั้งหมด 2.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 80%
ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด ซึ่งเท่ากับ 2.5 ของ GDP ชาติ จะเป็นเหตุทำให้
GDP ลดน้อยลง 0.27 ต่อปี การจ้างงานทั้งประเทศลดลง 6.6 หมื่นคน
และหากกระทบอย่างรุนแรงในปีต่อไป GDP จะลดลงประมาณ 0.5 %
และการจ้างงานทั้งประเทศจะลดลง 1.93 แสนคน

เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
เริ่มส่อเค้าในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ จะโยนความรับผิดชอบไม่ได้
เริ่มตั้งแต่มีชาวบ้านเดือดร้อนรวมกลุ่มกันร้องเรียนต่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์
และร้องเรียนผ่านคณะกรรมการควบคุมมลพิษของกระทรวงทรัพยากร
แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้ดำเนินการให้เห็นผลทางปฏิบัติจริง
จนที่สุดศาลปกครองสูงสุดที่มีนายอักขราทร จุฬารัตน์ เป็นประธาน
ซึ่งจำได้ว่านายอักขราทรผู้นี้คือหนึ่งในเจ็ดคน
ที่ไปสุมหัวคุยกันที่บ้านนายปีร์ มาลากุล ตามที่พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี
ออกมาเปิดเผยว่า กลุ่มคนทั้ง 7 หารือกันที่จะล้มล้างรัฐบาลนายกฯทักษิณ
และจะทำอย่างไรให้ชื่อนายกฯทักษิณหายไปจากโลกนี้
ถ้าไม่เป็นความจริงทำไมทั้ง 7 คนจึงยังไม่ฟ้องพลเอกพัลลภ ปิ่นมณีอีกเล่า

ผลการตัดสินของศาลปกครองให้ชะลอ 65 โครงการในมาบตาพุด
เป็นเหตุให้นักลงทุนต่างชาติ.......ประเทศไทย ให้เขามาลงทุนไปกว่า 2.3
แสนล้านบาท เท่ากับ 80% ของมูลค่าทั้งสิ้น 2.9 แสนล้านบาท
แล้วไปสั่งระงับดื้อๆ
แม้จะอ้างว่าเป็นการชะลอให้หามาตรการแก้ไขสิ่งแวดล้อม
ทั้งๆที่โรงงานยังไม่ได้เปิดทำการเลย
และผู้ลงทุนก็ได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้วจึงได้มาลงทุน
เป็นเหตุให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่นประเทศไทยอย่างแน่นอนและตลอดไป

ขอให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายจะปิดประเทศไทยของผู้มีอำนาจ
มืด ใช่หรือไม่ ? จงอย่าเชื่อในบทความนี้
ขอให้ทุคนใช้วิจารณญาณต่อจิ๊กซอว์ภาพประกอบจากข้อ 1 มาสู่ข้อที่ 2
แล้ววิเคราะห์พิจารณาด้วยตนเอง

3. รัฐบาลอภิสิทธิ์อนุมัติให้กองทัพทั้ง บก เรือ อากาศ
ซื้ออาวุธมาสะสมไว้ เป็นอาวุธสำหรับทำสงครามใหญ่ในเชิงรุกมากกว่าตั้งรับ
งบประมาณมหาศาลในการซื้ออาวุธจากอเมริกา ทำให้ CIA
อเมริกาปกป้องโอบอุ้มนโยบายปิดประเทศเพราะขายอาวุธได้มาก

นโยบายปิดประเทศด้วยการทะเลาะกับเพื่อนบ้านเริ่มที่ กัมพูชา นายกษิต
ภิรมย์ ด่าฮุนเซนว่าเป็นกุ๊ย
แต่นายอภิสิทธิ์กลับตั้งให้เป็นรมว.ต่างประเทศ เท่ากับตบหน้าสมเด็จฮุนเซน
จากนั้นก็อภิปรายในสภาคัดค้านกรณีกัมพูชา
จะขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก
เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้านโรดมสีหมุนี
มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรี พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร
เป็นที่ปรึกษารัฐบาลสมเด็จฮุนเซน
แทนที่จะแสดงความยินดีกลับอิจฉาและกล่าวหาว่า
ทรยศชาติตัวเป็นไทยใจเป็นเขมร
เรียกทูตไทยกลับเป็นการเปิดฉากชวนกัมพูชาทะเลาะก่อน

วันที่ 13 -14 พ.ย. 52 เมื่อนายกฯทักษิณ
เดินทางไปกัมพูชาก็เกิดเหตุการณ์ นายคำรบ ปาลวัฒน์วิชัย
เลขานุการเอกสถานทูตไทยในกัมพุชา ได้โทรศัพท์ใช้ให้นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์
วิศวกรไทยประจำบริษัทกัมพูชาแอร์ แทรฟฟิก เซอร์วิส
ซึ่งเป็นบริษัทควบคุมการจราจรทางอากาศกัมพูชา
ให้ขโมยตารางการบินของนายกฯทักษิณ ส่งแฟกซ์ไปยังสถานทูตไทยในกัมพูชา
จนกัมพูชาจับได้และขับนายคำรบ ปาลวัฒน์วิชัย ออกนอกประเทศกัมพูชา
อันนี้ศาลกัมพูชาตัดสินลงโทษนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ จำคุก 7 ปี ปรับเป็นเงิน
10 ล้านเรียล (ประมาณแปดหมื่นห้าพันบาท) เหตุการณ์นี้นายกษิต ภิรมย์
รมว.ต่างประเทศและนายอภิสิทธิ์จะต้องรับผิดชอบ แต่สื่อมวลชนแกล้งโง่
ไม่สืบลึกถึงต้นตอของสาเหตุที่ทำให้สัมพันธไมตรีระหว่างประเทศร้าวฉาน
แต่ร่วมกันเห่าหอนเป็นเสียงเดียวกันเพื่อปลุกกระแสคลั่งชาติ
ตามเจตนารมณ์ของผู้มีอำนาจมืดที่ต้องการปิดประเทศ
และสร้างกระแสชาตินิยมคลั่งชาติ

ไม่รวมถึงกรณีลาวไม่รับความช่วยเหลือจากไทยในการจัดซีเกมส์ ,
กรณีพม่าไม่ต้อนรับนายอภิสิทธิ์ไปเยือนพม่า ทั้งๆที่เป็นนายกรัฐมนตรีมา 1
ปีแล้ว ทั้งนี้เพราะรัฐบาลนายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคปชป.เก่า
และพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เคยสร้างบาดแผลกับพม่าไว้มาก

จากเหตุผลทั้ง 3 ประการนี้ ก็นับว่ามีน้ำหนักเพียงพอที่จะตอบโจทย์ว่า เศรษฐกิจประเทศไทยจะฟื้นได้จริงหรือ

ยังไม่นับภาวะเศรษฐกิจโลก เช่น อเมริกาผู้ค้ารายใหญ่ของไทย
ก็ยังไม่สามารถแก้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำได้
ยังมีบริษัทใหญ่ต้องเลิกจ้างคนงานเป็นจำนวนมาก
และมีบริษัทที่ล้มละลายถูกควบรวมกันอีกมาก ประเทศดูไบก็ฟองสบู่แตก
ประเทศเวียดนามลดค่าเงินดอง เพราะเศรษฐกิจฟองสบู่เหมือนไทยปี 2540
ซึ่งก็กระทบประเทศในเอเชียถ้วนหน้า มีหรือประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบนี้
การส่งออกข้าวไทยก็สูญเสียแชมป์ให้แก่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ไม่ซื้อข้าวไทย
รัฐบาลไม่กล้าแสดงผลงานว่าขายข้าวได้ราคาสูงกว่าเกวียนละ 14,000.- บาท
ถามพ่อค้าแม่ค้าในตลาดว่าค้าขายดีหรือไม่ คนรากหญ้าเดือดร้อนกันทั่ว
เงินช่วยเหลือคนชราเดือนละ 500 บาท บัดนี้ก็ไม่ได้รับเงินนี้ทั้งประเทศ
หรือไม่จริง..... ให้ไปถามคนแก่ดู ไม่ทราบว่าเอาเงินของคนแก่ไปทำอะไร
คนเขารู้ทันนะ ปิดไม่มิดหรอกว่าเม็ดเงินก้อนนี้ถูกดึงไปใช้ทำอะไร

http://www.norporchorusa.com/index.php?option=com_fireboard&Itemid=67&func=view&catid=2&id=569

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jan 22, 2010 8:51 pm

ธกส.อ่วมแบกหนี้นอกระบบ

นาย พงษ์เทพ ฐิถาพันธ์ กรรมการและเลขานุการ ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมาหลังจากที่ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งตัวเลขยอดลงทะเบียนสิ้นเดือน ธ.ค. 52 ไปให้กรมบัญชีกลางคัดกรองหนี้แล้ว ได้เลือกลูกหนี้ที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 50,000 บาทออกมาก่อนซึ่งมี 25% หรือกว่า 200,000 ราย ส่งให้ออมสินกับธ.ก.ส.นำไปเร่งเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ คาดว่าจนถึงขณะนี้น่าจะเจรจาได้หลายพันรายแล้ว เพราะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจาประนอมหนี้ของคณะกรรมการระดับจังหวัด

ส่วนการกดปุ่มโอนเงินใช้หนี้ให้เจ้าหนี้ หรือดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบก้อนแรกที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังเดินทางไปจ.ศรีสะเกษ ถือเป็นจังหวัดที่มียอดลงทะเบียนอันดับ 4 ของประเทศและอุบลราชธานี ที่ อยู่อันดับ 5 โดยทั้ง 2 จััดนี้เป็นโครงการนำร่อง ที่พร้อมในด้านการบริหารจัดการ และทั้ง 2 ธนาคารได้เตรียมโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าหนี้แล้วหลายล้านบาท ลูกหนี้หลายร้อยคน ส่วนใหญ่มีหนี้ตั้งแต่ 20,000-30,000 บาท รายที่มีหนี้ถึง 50,000 บาทนั้นมีไม่มากนัก

รายงานข่าวกล่าวว่าในส่วนของธ.ก.ส. นั้นจะช่วยเหลือลูกหนี้เกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ โดยจะโอนหนี้นอกระบบเข้ามาในระบบได้จำนวน 117 ราย รวมมูลหนี้ 5 ล้านบาท ส่วนทั่วประเทศขณะนี้ เจรจาประนอมหนี้เรียบร้อยแล้วกว่า 3,000 รายซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหนี้ไม่เกิน 50,000 บาท ส่วนธนาคารออมสินจะโอนหนี้ที่จ.อุบลฯ 4,400 ราย มูลหนี้ 166 ล้านบาท และที่ศรีสะเกษอีก 3,300 ราย 125 ล้านบาท

สำหรับยอดลูกหนี้เกษตรกรที่ธ.ก.ส. ต้องรับผิดชอบหลังจากผ่านการคัดกรองจาก กรมบัญชีกลางแล้วมี 504,000 ราย มูลหนี้รวม 50,000 ล้านบาท ซึ่งมากที่สุดจากผู้ลงทะเบียนรอบแรก 990,000 ราย รวมมูลหนี้ 104,000 ล้านบาท แต่ที่นำมาดำเนินการได้ก่อนมี 956,000 รายมูลหนี้ 102,000 ล้านบาท ส่วนอีกกว่า 20,000 รายต้องแยกออกมาก่อน เพราะข้อมูลไม่สมบูรณ์ รองลงมาธนาคารออมสินรับผิดชอบประชาชนทั่วไป 330,000 รายมูลหนี้ 35,000 ล้านบาท อันดับ 3 ธนาคารกรุงไทยรับผิดชอบลูกหนี้ ข้าราชการ 48,000 ราย มูลหนี้ 5,000 ล้านบาท อันดับ 4 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย รับผิดชอบ 28,000 รายมูลหนี้ 3,100 ล้านบาท 5. ธนาคารอิสลามลูกหนี้ 28,300 รายวงเงิน 1,800 ล้านบาทและ 6. ธนาคารอาคารสงเคราะห์จำนวน 14,000 ราย วงเงิน 1,600 ล้านบาท.

ที่มา

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Feb 05, 2010 8:55 pm

"สมคิด" หวั่งภาพลักษณ์ปท.จะค่อยๆ ล้มละลาย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ศาสตราภิชาน สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนา "มองข้างหน้า เพื่ออนาคต" จัดโดยหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยวันนี้ ยืนอยู่ในจุดที่พลิกผันได้ง่าย มองไปข้างหน้าเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของประเทศ เหมือนเป็นทางสองแพร่ง โดยบรรยากาศภายในประเทศกลับไม่เอื้ออำนวย จากปัญหาเก่าหมักหมมที่สะสมมา อีกทั้งเงื่อนไขใหม่ที่กำลังจะก่อตัวขึ้น ดังนั้น คนไทยต้องใช้ความระมัดระวังในการก้าวเดิน หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะทำให้ไทยกลับเข้าสู่ช่วงวิกฤติปี 2540 โดยขณะนี้มีตัวแปรหลายประการที่ต้องให้ความสำคัญ ตัวแปรหนึ่งคือความน่าเชื่อถือของประเทศ ที่ในช่วงหลังการปฎิวัติที่ผ่านมา ได้เคยเตือนไว้แล้ว

"วันนี้ภาพประเทศไทย กลายเป็นภาพที่คนในชาติมีแต่ความขัดแย้ง สังคมขาดระเบียบ กติกา ภาพลักษณ์อ่อนแอ ขาดเสถียรภาพ กลายเป็นประเทศที่พร้อมจะปะทุความรุนแรงได้ตลอดเวลา ทั้งกรณีความรุนแรงต่อเนื่องในภาคใต้ การยึดสนามบิน การจลาจลที่พัทยา แม้แต่กรณีการข่มขู่ผบ.ทบ. กรณีมีข่าวปฎิวัติทุกวัน ซึ่งเป็นเพียงตัวเองของอีกหลายตัวอย่างที่อาจจะติดตามมา จะจริงหรือเท็จ แต่เป็นอาการของประเทศที่ค่อยๆเข้าใกล้จุดที่การบริหาร การปกครองไม่ค่อยสามารถทำได้ หากปล่อยไว้ ภาพลักษณ์ของประเทศจะค่อยๆล้มละลาย ส่งผลต่อเสถียรภาพความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเมือง การแก้ไขปัญหาคือ เราต้องพยายามรักษาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ระเบียบกติกาอย่างเที่ยงธรรมตามหลักธรรมาภิบาล คณะผู้บริหารของประเทศจะต้องน่าเชื่อถือ สร้างความอุ่นใจ ในช่วงที่บ้านเมืองมีความไม่แน่นอน การทำงานจะต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทำทุกอย่างให้ลุล่วง ไม่ใช่แค่พูดเพียงอย่างเดียว” นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหาเรื่องมาบตาพุดว่า เป็นเรื่องที่ชี้ให้เห็นชัดเจนถึงความบกพร่องของระบบการเมืองไทย ในการแต่งตั้งบุคคลเข้ามารับผิดชอบ ควรดูจากความสามารถ ไม่ใช่แต่งตั้งใครหรือนอมินีใครเข้ามา ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนตัวแปรอีกเรื่องคือการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาค่อนข้างห่างกัน ทั้งจีน ญี่ปุ่น สหรัฐ เป็นต้น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Feb 05, 2010 8:58 pm

ล้มประเทศชาติไม่พอ ยังต้องทำให้ละลายให้ไม่เหลือซาก


ล้มประเทศชาติยังพอที่จะลุกได้ แต่ละลายประเทศชาติจะเอาที่ไหนมาลุก

ผ่าแผน...ความวุ่นวายในประเทศ(แบบชาวบ้าน)

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Feb 09, 2010 6:55 pm

"มาร์ค"ทุ่มงบ8แสนล.เอาใจคนกรุง เร่งสร้างรถไฟฟ้า6สายรวด-การันตีปี"62ได้นั่งแน่

วันที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7012 ข่าวสดรายวัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/53 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกในรอบ 5 ปีนับจากปี"47 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนแม่บทขนส่งมวลชนทางรางในกทม.และปริมณฑล ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการในระยะ 10 ปี โดยเปิดให้บริการใน 6 สาย ภายในปี"62 และให้ศึกษาเพิ่มในโครงการสร้างแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เส้นทางหมอชิตเชื่อมสนามบินดอนเมือง เพื่อรองรับการเปิดใช้งานของสนามบินดอนเมือง

สำหรับรถไฟฟ้า 6 สาย ที่จะเปิดให้บริการภายในปี"62 ประกอบด้วย 1.สายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี ระยะทาง 36 ก.ม. 2.สายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ 17.5 ก.ม. และช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ-มีนบุรี 20 ก.ม. 3.สายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ 19.8 ก.ม. 4.สายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-คูคต 7 ก.ม. และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-ยศเส 1 ก.ม. 5.สายสีแดงเข้ม ช่วงหัวลำโพง-บางบอน 18 ก.ม. สายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา 14 ก.ม. และสายแอร์พอร์ต ลิงก์ช่วงบางซื่อ-พญาไท 7.9 ก.ม.

พร้อมกันนี้ ยังเห็นชอบในหลักการต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม จากช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 11.4 ก.ม. เป็นหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 18.4 ก.ม. และยกเลิกศูนย์ซ่อมบำรุง บริเวณด้านทิศใต้ของสนามบินดอนเมือง โดยให้ใช้ศูนย์ซ่อมบำรุงบริเวณคูคต จ.ปทุมธานีแทน และเห็นชอบหลักการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง

นอกจากนี้ ยังรับทราบความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 ก.ม. ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการเดือนส.ค.57 สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และช่วงหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 27 ก.ม. อยู่ระหว่างการยื่นซองประกวดราคา คาดว่าจะเปิดให้บริการก.พ.59 สายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 ก.ม.อยู่ระหว่างจัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิเคราะห์ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน และสายสีเขียวอ่อน ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 ก.ม. อยู่ระหว่างจัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิเคราะห์ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน คาดว่าจะเปิดบริการเม.ย.58

สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 ก.ม. อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มสถานีบางกรวย โดยจะเสนอ ครม.ต่อไป สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 ก.ม. อยู่ระหว่างการศึกษาโครงการส่วนต่อขยายช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 10 ก.ม. และพิจารณาเพิ่มเติมสถานี ม.กรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก ระยะทาง 19 ก.ม. อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอครม. อนุมัติต่อไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เส้นทางทั้งหมดตั้งงบประมาณไว้ 8 แสนล้านบาท ซึ่งมีหลายเส้นทางจะเร่งให้เสร็จในปี"57-59 และยังอนุมัติให้ตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ดูในส่วนสายสีเขียวและสีส้มที่มีปัญหาการบริหารจัดการทั้งระบบให้ไปดูว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)หรือกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดูแล โดยให้เวลาศึกษา 1 เดือน

หน้า 8

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย...!!!!

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Feb 10, 2010 12:03 am

http://www.intell.rtaf.mi.th/newsdetail.asp?id=51764

งานวันเกิด ไตรรงค์ 65 ปี ภราดรภาพคือทางรอด


โดย MCOT (25 มิถุนายน 2552, 11:12:31)



ไตรรงค์ จัดงานวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 65 ปี
โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ 24 มิ.ย. - “ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” จัดงานวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 65 ปี
ถือโอกาสสร้างความสมานฉันท์ในหมู่นักการเมือง โดยใช้ชื่องาน “ภราดรภาพคือทางรอด”
มีบรรดานักการเมืองร่วมงานเป็นจำนวนมาก ชี้เป็นเรื่องธรรมดาของการทำงานร่วมกัน
ที่ต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในพรรคร่วม เชื่อไม่เป็นปัญหาบานปลาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 มิ.ย.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดสวน พรรคประชาธิปัตย์
จัดงานครบรอบวันคล้ายวันเกิด 65 ปี และวันคล้ายวันเกิด นางนุช สุวรรณคีรี ภริยา ครบรอบ 60 ปี
ในวันที่ 2 กรกฎาคม รวมถึงถือโอกาสนี้สร้างความสมานฉันท์ในหมู่นักการเมือง
โดยใช้ชื่องานว่า “ภราดรภาพคือทางรอด” ณ ห้องแกรนด์บอลรรูม โรงแรมดิเอมเมอรัลด์
ซึ่งมีนักการเมืองทยอยมาร่วมงาน อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
/ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรัฐมนตรีของพรรค นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน
ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ บุตรชาย ซึ่งมาในนามตัวแทนพรรคภูมิใจไทย นายประสพสุข บุญเดช
ประธานวุฒิสภา นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสาน (วิป) ฝ่ายค้าน
ทั้งนี้ นายชัย ได้อวยพร นายไตรรงค์ ว่า ในนามของพรรคภูมิใจไทย จะขอผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์
และให้ นายไตรรงค์ เป็นรัฐมนตรีในครั้งหน้า นายไตรรงค์ กล่าวว่า งานเลี้ยงวันนี้จะช่วยสร้างความสมานฉันท์
ทั้งในพรรคร่วมรัฐบาลและเพื่อนนักการเมือง เพราะตนเชิญทุกพรรค รู้จักทุกคน เป็นคนเพื่อนมาก
มีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ซึ่งได้เชิญมาทั้งหมด รวมทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาอะไร แต่เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา
ที่ทำงานร่วมกัน ต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้น จึงต้องการให้นำเหตุผลมาคุยกัน เชื่อว่าน่าจะคลี่คลาย
และการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการกระชับความรู้สึกที่ดี มีประโยชน์กับทุกฝ่ายผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า
เวลาประมาณ 19.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์จากประเทศจีนมาอวยพร
นายไตรรงค์ โดยขอให้ นายไตรรงค์ สุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ เป็นหนุ่มเหมือนเดิม ขณะที่ นายไตรรงค์
ได้บอกนายกรัฐมนตรีว่า ประชุมพรรควันนี้ (24 มิ.ย.) ไม่มีปัญหา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ พรรคชาติไทยพัฒนาได้ส่งตัวแทนมาร่วมอวยพรวันเกิด นายไตรรงค์ เนื่องจากแกนนำ
พรรคชาติไทยพัฒนาได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส. จ.ศรีสะเกษ จึงไม่สามารถมาร่วมงานในวันนี้ได้.

- สำนักข่าวไทย
25/06/2009
More Thai News: http://www.intell.rtaf.mi.th/page.asp?gid=1&cid=1

ไทยโดนยึดหมดแล้ว
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ