"ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

"ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Dec 02, 2009 2:06 pm



น้อมมโน ศิระกราน ใต้ฝ่าพระบาทฯ
วโรกาส วันเฉลิมพระชนม์พรรษา
ถวายพระพรชัยมงคล องค์ราชา
ธ ประสงค์ สิ่งใด สัมฤทธิ์พลัน

น้อมระลึกคุณพระไตรรัตนะ
อภิบาล บำรุง พระมิ่งขวัญ
ขอทรงพระสุขเกษม เริงสราญ
“ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน” นิรันดร์เทอญ



ทูลเกล้าฯ ถวายพระพร เนื่องในวโรกาส มหามงคล วันเฉลิมพระชนม์พรรษา
๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒



แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Wed Dec 02, 2009 2:09 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : ปรับขนาดตัวอักษร)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Dec 03, 2009 7:33 am

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพในวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๐ พระนาม “ ภูมิพลอดุลยเดช ” นั้น พระบรมราชชนนีได้รับพระราชทานทางโทรเสขจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗ ) เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ โดยทรงกำกับตัวสะกดเป็นอักษรโรมันว่า ‘ Bhumibala Aduladeja’

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตรัสถึง พระราชดำรัสของสมเด็จพระบรมราชชนนี เกี่ยวกับความหมายแห่งพระนามนี้ว่า

“ ‘ เธอชื่อว่า ภูมิพล แปลว่ากำลังของแผ่นดิน แม่ก็อยากจะให้เธอ อยู่ติดดิน’ … เมื่อฟังคำพูดนั้นแล้ว ก็คิดว่าแม่จะสอนเราและมีจุดมุ่งหมายที่อยากจะให้เราติดดิน ”

พระองค์ จึงทรงเป็นกำลังของแผ่นดิน สมตามพระนามว่า ภูมิพล อย่างแท้จริง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์บันทึกประจำวัน ใน
ไดอารี่ ส่วนพระองค์ ข้อความหนึ่งที่พระราชทานแก่หนังสือ วงวรรณคดี เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ ก่อนเสด็จกลับไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเล่าว่า


“ รถแล่นฝ่าฝูงชนไปได้อย่างช้าที่สุด ถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้นบ้าง ตามทางที่ผ่านมาได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้นมาดังๆ ว่า “ อย่าละทิ้งประชาชน” อยากจะร้องบอกเขาลงไปว่า ถ้าประชาชนไม่ทิ้ง ข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะ ละทิ้ง ได้อย่างไร ”

จากวันนั้น จนวันนี้ พสกนิกรคนไทย ต่างประจักษ์และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ …ในหลวงของพวกเรา… ว่าทรงรักษาคำมั่น และพระราชปณิธาน ในขณะนั้น ในหลวงไม่เคยร้างห่างแผ่นดินไทย และ ไม่เคยละจากประชาชนบนแผ่นดินนี้ไปเลยสักคราเดียว

จากวันนั้น วารผ่านวน จนวันนี้
มิมีเลย ที่พระองค์ ทรงพักผ่อน
ธ ทรงงาน เพื่อปวงพสกนิกร
ทรงอาทร ห่วงใย ไทยทั่วกัน...


แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Thu Dec 03, 2009 8:03 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Dec 03, 2009 7:59 am

วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีขึ้น ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง เฉลิมพระบรมนามาภิไธย ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฎว่า

‘พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร’

พร้อมทั้งพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า

‘ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ’

ในการนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

ทศพิธราชธรรม สิบประการที่ทรงยึดถือเป็นหลักประกอบด้วย การให้ทาน รักษาศีล บริจาค /เสียสละ ซื่อตรง ความอ่อนโยน ตบะ ไม่โกรธ ไม่เบียดเบียนหรืออหิงสา ขันติ และ…ความเที่ยงธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และยังทรงปฏิบัติตามประเพณีชาวพุทธ โดยทรงผนวช ในระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีพระสมณนามว่า “ ภูมิพโลภิกขุ ” เสด็จจำพรรษา ณ พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Dec 03, 2009 8:09 am




เกือบห้าสิบที่ผ่านมา ในหลวงทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่บุคคล คณะบุคคลต่างๆ หลากหลายระดับ รวมทั้งบัณฑิตใหม่จากมหาวิทยาลัยต่างๆ นับแต่ปี ๒๔๙๓ ถึง ๒๕๔๑ รวมแล้วเป็นเวลาถึง ๔๘ ปี ที่ทรงพระราชทานปริญญาบัตรกว่า ห้าแสนฉบับ ในเวลากว่าสองหมื่นชั่วโมง เคยมีผู้ประมาณการว่า คิดเป็นนน. รวมแล้วราว ๒๒๐ ตัน ( ๒๒๐,๐๐๐ กก ) ทรงเล็งเห็นความสำคัญในพระราชพิธีนี้ เนื่องจากทุกๆ ปี จะทรงมีพระบรมราโชวาท พระราชทานแก่บัณฑิตใหม่ ทรงต้องการให้เขาเหล่านั้น เป็นคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต ซื่อตรง รับผิดชอบ ละอายต่อบาป และทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ในเวลาที่เขาจะต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ในหลวงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและ ในด้านหนึ่งที่เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไป นอกจากทรงมีพระบรมราโชวาทที่พระราชทาน อันทรงคุณค่า เต็มไปด้วยแง่คิดแก่ผู้รับพระราชทานแล้ว ยังทรงมีบทเพลงพระราชนิพนธ์อันหลากหลายแนวทาง หนึ่งในนั้น คือ เพลง ‘ เราสู้ ’ หลายคนอาจเคยได้รับฟังมา แต่อาจยังไม่รู้และเข้าใจในความหมายที่แท้จริงแห่งบทเพลง และ ถ้อยวจีว่า ‘ เราสู้ ’ ที่พระองค์ทรงมุ่งถึง ทรงพระราชทานพระบรมราชาธิบาย เกี่ยวกับความหมายคำนี้ ในโอกาสที่ นายอารมณ์ รัตนพันธุ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันจันทร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ว่า

“ …. เราสู้ในทางกาย เราสู้อยู่ตรงนี้ หมายความว่า เราไม่ยอมถอยไปทางไหน ใครจะมาไล่เราไม่ได้ เป็นสิทธิของเราที่อยู่ที่นี่ แต่ในทางใจนั้นสำคัญกว่า ในทางใจนั้นเราสู้ที่นี่ สู้ตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่า เราจะไปคว้าเอาปืนหรือลูกระเบิดมาขว้างใส่คนอื่น สู้ด้วยใจนี้สำคัญ คือ สู้ด้วยความใจเย็น ใจที่หนักแน่น สู้ที่นี่สู้ตรงนี้ ถ้ามีอันตรายเข้ามาถึงเรา เราจะตัดสินใจได้ถูก อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ…”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงสนับสนุนให้มีการสู้โดยปราศจากเหตุผล จะต้องมีสติในการพิจารณา ไม่ใช่ทำตามคำยั่วยุหรือชักชวนของคนอื่น

“…บางทีมีอะไรมาท้าทาย เราก็บอกสู้ เดินขบวนชุมนุมประท้วง ไม่ได้ผลอะไร ตรงข้ามกลับเป็นผลเสีย เพราะว่าเหนื่อยสิ้นเปลือง และไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่ถ้าใจสู้และจิตใจให้อยู่ตรงนี้ก่อน หมายความว่าถ้าอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น แล้วก็คิดดีๆ ปรึกษากันดีๆ ก็จะเห็นว่าอันตรายมาจากที่ไหน ถ้าใครมาแหย่นิดหนึ่งแล้วกระตุกว่า เราสู้ ถ้าไม่รู้ว่าสู้อะไรเราจะกลายเป็นเครื่องมือเขา…”


แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Thu Dec 03, 2009 8:10 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : ปรับระยะห่างระหว่างย่อหน้า)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Dec 03, 2009 8:20 am

ในการบำรุงพระพุทธศาสนา โปรดเกล้าให้สร้างวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ด้วยหลักพุทธศาสนา คือ ความเรียบง่าย และประหยัด ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เล่าว่า “ ครั้งหนึ่ง รับสั่งให้สร้างวัดพระราม ๙ ทั้งวัด ตั้งแต่โบสถ์ วิหาร กุฏิ ภูมิทัศน์ทั้งหมด พวกเราก็กราบบังคมทูลเกี่ยวกับงบประมาณค่าก่อสร้างทั้งหมดซึ่งคิดเป็นเงิน ๑๓๐ ล้านบาท ปรากฏว่าทรงตัดศูนย์ออก เหลือ ๑๓ ล้านบาท ทรงตัดฉับออกไปเลย แต่ก็สร้างได้สำเร็จ พระองค์ท่านทรงสร้างวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกให้เป็นวัดแนวพอเพียง เพื่อเป็นแบบอย่างในการก่อสร้างวัดที่มีขนาดเล็ก เน้นความประหยัด เรียบง่าย มีโบสถ์เล็กๆ กุฏิเล็กๆ ครบเครื่อง แล้วก็ยังทำหน้าที่ได้อยู่ตามเดิม เพราะโบสถ์บางแห่ง พันล้านยังเอาไม่อยู่ ”

ด้วยพื้นที่ก่อสร้างวัดมีสภาพไม่เหมาะที่จะสร้างเป็นวัดใหญ่ จึงทรงเน้นว่าให้มีวัดเพื่อให้มีพระไว้สั่งสอนชาวบ้านในบริเวณนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นวัดใหญ่โต เน้นให้สามารถเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนได้เป็นสำคัญ อีกทั้งให้ยึดหลักแห่งความประหยัด เรียบง่าย และ เกิดประโยชน์สูงสุด
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Dec 03, 2009 8:37 am

แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน จะทรงศึกษาในต่างประเทศเป็นเวลานาน แต่ยังทรงรักษาและทรงภาคภูมิความเป็นไทย ดังเหตุการณ์ที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงบรรยายไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในครั้งนั้นมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งแสดงกิริยาในเชิงลบหลู่พระเกียรติต่อพระองค์ และยังดูแคลนเกียรติภูมิของชาติไทยเป็นอย่างมากอีกด้วย

“… ต่อจากนั้นก็ถึงเวลาที่พระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปพระราชทานพระราชดำรัสที่เครื่องขยายเสียงกลางเวที ยังไม่ทันจะอะไรก็มีเสียงโห่ปนฮาดังขึ้นมาจากกลุ่มปัญญาชนข้างนอกอีกแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามือเย็นเฉียบ หัวใจก็หวิวๆ อย่างไรพิกล รู้สึกสงสารพระเจ้าอยู่หัวจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะมองขึ้นดูพระพักตร์ท่านด้วยความสงสารและเห็นพระทัย
ในที่สุดก็มองขึ้นไปเพื่อถวายกำลังพระทัย แต่แล้วข้าพเจ้านั้นเองแหละที่เป็นผู้ได้รับกำลังใจกลับคืนมา เพราะมองดูท่านขณะดำเนินไปกลางเวที เห็นพระพักตร์สงบเฉย ทันใดนั้นเองที่คนที่อยู่ในหอประชุมทั้งหมดก็ปรมมือเสียงสนั่นหวั่นไหว คล้ายจะถวายกำลังพระทัยท่าน
พอเสียงปรมมือเงียบลง คราวนี้ข้าพเจ้ามองขึ้นไปบนเวทีอีกก็เห็นพระเจ้าอยู่หัวเปิดพระมาลาที่ทรงคู่กับฉลองพระองค์ครุย แล้วหันพระองค์ไปโค้งคำนับกลุ่มที่ส่งเสียงเอะอะอยู่ข้างนอกอย่างงามและน่าดูที่สุด พระพักตร์ยิ้มนิดๆ แต่พระสุรเสียงราบเรียบยิ่งนัก
......‘ ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอันมากในการต้อนรับอันอบอุ่นและสุภาพเรียบร้อยที่ท่านแสดงต่อแขกเมืองของท่าน ’...... รับสั่งเพียงเท่านั้นองแล้วก็หันพระองค์มารับสั่งต่อกับผู้ที่นั่งฟังอยู่ในหอประชุม เสียงฮานั้นเงียบลงทันทีราวกับปิดสวิตซ์ แล้วตั้งแต่นั้นก็ไม่มีอีกเลย ทุกคนข้างนอกข้างในต่างก็นั่งฟังพระราชดำรัสเฉย ท่าทางดูขบคิด ข้าพเจ้าเห็นว่าพระราชดำรัสวันนั้นดีมาก รับสั่งสดๆ โดยไม่ทรงใช้กระดาษเลย

ทรงเล่าถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของไทยเราว่า เรามีเอกราช มีภาษาของตนเอง มีตัวหนังสือที่คิดค้นขึ้นใช้เอง เราตั้งบทกฎหมายปกครองของเราเอง ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมา ๗๐๐ ปีกว่ามาแล้ว ทรงทำท่าเหมือนนึกออก ทรงโค้งให้อย่างสุภาพเมื่อตรัสว่า ขอโทษทีลืมไป ตอนนั้นยังไม่มีประเทศออสเตรเลียเลย แล้วทรงเล่าต่อไปว่า แต่ไหนแต่ไรมาคนไทยเรามีน้ำใจกว้างขวางพร้อมที่จะให้โอกาสคนอื่นและฟังความคิดเห็นของเขา เพราะเรามักใช้ปัญญาขบคิดไตร่ตรองหาเหตุผลก่อน จึงตัดสินใจว่าสิ่งไรเป็นอย่างไร ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าตัดสินอะไรตามใจชอบโดยไม่ใช้เหตุผล…”


แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Thu Dec 03, 2009 11:43 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง (Reason for editing : ปรับระยะห่างระหว่างย่อหน้า)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ธ ประทานมาให้ยล เพื่อดลใจ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Dec 03, 2009 9:02 am





ธ ประทาน มาให้ยล เพื่อดลใจ...

ยาสีฟันหลอดนี้มีข้อคิด
ปลุกปลอบจิตคิดประหยัดหัดนิสัย
ธ ประทานมาให้ยล เพื่อดลใจ
ให้ผองไทยมัธยัสถ์ประหยัดตาม
เศรษฐกิจบ้านเมืองอันเคืองเข็ญ
กลับร่มเย็นเป็นสุขทุกเขตขาม
หากดำเนินตามรอยองค์พระทรงนาม
เมืองสยามจักอยู่รอดและปลอดภัย

ในส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นั้น ทรงประหยัดอย่างยิ่ง ซึ่งตรงข้ามกับพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่พระราชทานเพื่อราษฎรผู้ยากไร้ อยู่เป็นนิตย์ พระจริยาวัตรของพระองค์ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดถึงพระวิริยะ อุตสาหะ ตลอดจนความรู้จักใช้ของอย่างคุ้มค่าที่สุด

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่เริ่มแพร่หลายในไม่กี่ปีมานี้นั้น ทรงมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ แล้ว ดังนี้

“ …คนอื่นเขาจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งใหม่ แต่เราอยู่อย่างพอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ ช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ที่พอสมควร ขอย้ำพอควร พออยู่พอกิน มีความสงบ ไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้ไปจากเราได้ ..”

และเมื่อเราประสบวิกฤติทางการเงินในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ทรงมีพระราชดำรัสในวันที่ ๔ ธันวาคม ในปีนั้นว่า..

“ การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง ”


แก้ไขล่าสุดโดย MI-6 เมื่อ Thu Dec 03, 2009 9:05 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : ปรับระยะห่างระหว่างย่อหน้า)
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Dec 03, 2009 9:41 am



ธ ประสงค์ใด

จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย

ดุจถวายชัย ชโย



...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน...
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sat Dec 05, 2009 11:11 am

"ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ฯ

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ตั้งหัวข้อ  bebo on Sun Dec 06, 2009 10:17 am



ร่วมกันเทิดทูลสถาบัน

1.พระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดิน
2.พระองค์คือพ่อของแผ่นดินไทย ที่คนไทยรักและเคารพ
3.พระองค์ คือผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ
4.พระองค์คือกษัตริย์ผู้ครองราชย์ที่ยาวนานที่สุดในโลก
5.พระองค์ทรงแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประเทศไทย ให้ได้รอดพ้นจากเหตุการณ์ต่างๆมากมาย ทำให้ประเทศไทยร่มเย็นเป็นสุข
6.ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
7.พระองค์ทรงพระราชทานฝนเทียมให้แก่พสกนิกรชาวนาผู้ยากไร้ ให้สามารถดำรงวิถีชิวิตอยู่ได้อย่างผาสุก เปรียบเสมือนองค์เทวดาที่เสด็จจากฟ้าลงมาแก้ปัญหาชาวดิน
8.พระองค์ทรงปกครองประเทศชาติด้วยทศพิธราชธรรม ซึ่งประชาชนชาวไทยทุกคนควรที่จะยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต
9.พระองค์ทรงแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยสามารถเห็นได้จากการก่อตั้งโครงการหลวงต่างๆ ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของปวงชาวไทย
10.พระองค์คือพ่อ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่คอยชี้นำแนวทางต่างๆให้ประชาชนประพฤติปฏิบัติ ซึ่งล้วนแต่เป็นแนวทาง คำสอนที่ดี ซึ่งปฏิบัติแล้วก่อให้เกิดผลในทางที่ดีทั้งหมด อย่างหาที่เปรียบไม่ได้
11.พระองค์ คือ ต้นแบบแห่งความพอเพียง ที่เป็นแบบอย่างให้ประชาชนคอยปฏิบัติตาม และเป็นต้นแบบให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างราบรื่น พอเพียง
12.พระองค์ได้ทรงพระอุตสาหะวิริยะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วทุกภูมิภาคมิได้ทรงว่างเว้น
13.พระองค์ทรงทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า รุ่งเรือง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ การเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาติ
14. พระองค์ทรงแผ่พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ให้พสกนิกรและผู้เข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภาร มีความร่มเย็นเป็นสุข
15.พระองค์ทรงขจัดปัดเป่าภัยพิบัติต่างๆด้วยพระบรมเดชานุภาพ อาณาประชาราษฎร์จึงสามารถดำรงชีวิตประกอบสัมมาอาชีวะ
16.พระองค์นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติตลอดมา
17. พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมาย ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของพสกนิกร
18.พระองค์เสด็จเยี่ยมเยียนทุกข์สุข ของราษฎรทั่วทุกภาคของประเทศ
19.พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้อาณาประชาราษฎร์ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด โดยมิได้ทรงถือพระองค์
20. พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ไม่ว่า ณ ที่ไหน เวลาใด ประชาชนจะเฝ้ารับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น
21. ยามใดที่บ้านเมืองเกิดทุกข์เข็ญราษฎรไม่เป็นสุข พระองค์ก็ทรงเป็นธารน้ำใสที่ดับไฟร้อนให้สงบ
22.พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของชาวไทยโดยแท้
23.ในโลกนี้คงมีแต่ผืนแผ่นดินไทยเท่านั้น ที่เป็นแห่งเดียวในโลก ซึ่งองค์เหนือหัวจะเสด็จไปเยี่ยมราษฎรถึงเรือนชานบ้านช่อง เพื่อรับทราบและทรงแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากทั้งปวงของพสกนิกรด้วยพระองค์เอง
24.พระบรมราโชวาทที่ตรัสไว้ในวโรกาสต่างๆล้วนแสดงถึงพระปรีชาสามารถ
25.สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยให้ประเทศไทยอยู่เป็นเอกราชมานานนับร้อย ๆ ปี
26.พระมหากษัตริย์คือศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งปวง ดั้งนั้นถ้าใครลบหลู่ ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่อมพบแต่ความพินาศในชีวิต
27. เราคนไทยพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
28.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
29. ทุกโครงการพระองค์ท่าน ล้วนแต่นำมาแก้ไขให้ทันกับสภาวะในปัจจุบัน
30. “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักวิชาการที่แยบยล เมื่อปฏิบัติตามแล้วได้ผลโดยไม่ต้องพึงต่างประเทศ
31.พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
32. เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึงของเกษตรกรคนไทย
33. เราคนไทยจงภูมิใจที่มี “พ่อหลวง” เป็นที่รู้จักทั่วโลก
34. พระองค์ฯ ทรงสละเวลา เพื่อพบปะประชาราษฎร์ ทุกหนทุกแห่งที่ประสบภัย
35. ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
36.พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
37. “๕ ธันวามหาราช” เราคนไทยร่วมทำความดี เพื่อถวายในหลวง
38.พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
39.เนื่องในวัน “๕ ธันวามหาราช” ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
40.เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ
41.ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยงจิตใจของเราชาวไทยตลอดไป
42.เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป
43.เรายึดมั่นใน “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวง
44.กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
45.โครงการพระราชดำริช่วยแก้ปัญหาให้ราษฎรที่ยากจน
46.ร่วมกันต่อต้านยาเสพติดเพื่อถวายแด่ ในหลวงของเรา
47.พระองค์ทรงให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ด้วยทุนพระองค์เอง
48.พระองค์ทรงแผ่พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ให้พสกนิกรและผู้เข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารมีความร่มเย็นเป็นสุข
49.ใน ๕ ธันวามหาราช เราคนไทยร่วมทำบุญตักบาตรถวายแด่ในหลวง
50.พระองค์ฯ ทรงเป็นผู้ทรงคุณธรรมอย่างแท้จริง เพื่อแผ่นดินชาวสยาม
51.พระองค์ฯ ทรงช่วยเหลือและรับคนป่วยไว้ในพระราชอุปถัมภ์
52. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงก่อตั้งโครงการหน่วยแพทย์ พระราชทานขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐
53.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาช่วยเหลือให้ประชาชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
54.พระองค์ทรงพระราชทานฝนเทียมให้แก่พสกนิกรชาวนาผู้ยากไร้ ให้สามารถดำรงวิถีชิวิตอยู่ได้อย่างผาสุก
55.พระองค์ทรงปกครองประเทศชาติด้วยทศพิธราชธรรม
56.พระองค์ทรงแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
57.พระองค์คือพ่อ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า
58. พระองค์ คือ ต้นแบบแห่งความพอเพียง
59. พระองค์ได้ทรงพระอุตสาหะวิริยะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์
60.พระองค์ทรงทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า รุ่งเรือง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง

bebo

จำนวนข้อความ : 1
Registration date : 23/11/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ