หลวงพระบาง เมืองแห่งพระพุทธศาสนา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

หลวงพระบาง เมืองแห่งพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Dec 09, 2009 2:49 pm

ตามปรกติเวลาไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัดในประเทศไทย
มีใครเคยสังเกตุหรือเปล่าว่า มักจะมี คัมภีร์ไบเบิ้ล วางไว้ไม่บนโต๊ะก็ในลิ้นชัก

บางทีก็เห็น คัมภีร์กุรอาน อีกต่างหากเท่าที่เคยเจอมา


แต่ที่หลวงพระบางนี่ เมื่อไปพักตามเกสท์เฮาส์ กลับเจอแบบนี้






สมกับเป็นเมืองแห่งพระพุุทธศาสนา และ มีวัดเยอะมากจริงๆ

และตอนเช้าก็จะเห็นเณรเดินไปแบบนี้





แต่ในอนาคตเมื่อลาวต้อนรับชาวต่างชาติมากขึ้น จะกลายเป็นแบบไทยหรือเปล่า?

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลวงพระบาง เมืองแห่งพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Dec 11, 2009 10:49 am

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/travel/20091210/89553/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B5...-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%8C.html

วันที่ 10 ธันวาคม 2552 01:00

สะบายดี... เวียงจันทน์

โดย : มานพ จันทรฯ

ระหว่างนี้ "นครเวียงจันทน์" เมืองหลวงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เป็นเจ้าภาพครั้งแรก ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25

เวียงจันทน์ในยามนี้จึงคลาคล่ำด้วยผู้คนมากกว่าปกติ ในอดีตลาวตกอยู่ภายใต้การครอบครองของ
อาณาจักรน่านเจ้าและต่อมาได้เกิดการแย่งชิงอำนาจของกษัตริย์ ทำให้ลาวต้องตกอยู่ภายใต้การปกครอง
ของอาณาจักรสยาม อย่างไรก็ตามฝรั่งเศสได้เข้ามามีอิทธิพลต่ออินโดจีน ความขัดแย้งระหว่างไทยกับฝรั่งเศส
ทำให้ไทยต้องยกดินแดนให้ฝรั่งเศสและลาวได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสใน ปี พ.ศ. 2518 สถาปนาขึ้นเป็น
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การเดินทางไปเวียงจันทน์ทำได้ง่ายมาก ทั้งทางเครื่องบินตรงสู่นครเวียงจันทน์ และทางรถยนต์
ผ่านจังหวัดหนองคาย เข้าสู่ประเทศลาวด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว หากไม่มีหนังสือเดินทางก็สามารถ
ทำหนังสือผ่านแดนก่อนเข้าเวียงจันทน์ ได้เช่นกัน

แม้ลาวในปัจจุบันจะเปิดตัวต่อโลกภายนอกและรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกมากขึ้น
แต่ชาวลาวยังรักษาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติอย่างเข้มแข็ง สังเกตได้จากการแต่งกายของ
ผู้หญิงลาวที่ยังนุ่งซิ่น มากกว่าการแต่งกายแบบตะวันตก และชาวลาวส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นในศาสนาพุทธ
มีประเพณีทางศาสนาไม่ต่างจากชาวไทย



พระธาตุหลวงสัญลักษณ์ประเทศ

สถานที่สำคัญที่บ่งบอกว่าชาวลาวยังให้ความศรัทธาในศาสนาพุทธ และผู้มาเยือนมักจะไม่พลาด ได้แก่
พระธาตุหลวง หรือ "พระเจดีย์โลกะจุฬามณี" ปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวงเวียงจันทน์
และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ มีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกัน
พระธาตุพนมของไทยและพระธาตุหลวงยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศลาว ปรากฏอยู่ในตราแผ่นดินของลาว
ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้อีกด้วย



พระพุทธรูปศิลปะลานช้างบริเวณระเบียงหอพระแก้ว

สถานที่อีกแห่งหนึ่งก็คือ หอพระแก้ว ตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ติดกับทำเนียบประธานประเทศ
เดิมเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระเชษฐาธิราชมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2108
เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากล้านนา เมื่อกลับมาครองราชบัลลังก์ล้านช้าง
หลังจากที่พระราชบิดาสิ้นพระชนม์ลงในการทำศึกสงครามกับอาณาจักรสยาม เมื่อปี พ.ศ.2322
ในคราวนั้นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ที่กรุงเทพฯเหลือเพียง
พระแท่นที่ประดิษฐานเท่านั้น

ปัจจุบันหอพระแก้วไม่ได้เป็นวัดแต่ก็เป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาชม เพราะยังมีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์
จัดแสดงพระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฎกภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว
รอบหอพระแก้วมีพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างตั้งเรียงรายบริเวณระเบียง และยังพบไหขนาดกลางจากทุ่งไหหิน
ในเชียงขวางวางตั้งอยู่ ส่วนวัดศรีเมืองในเส้นเดียวกันเป็นวัดที่ประชาชนลาวเดินทางไปสักการบูชา
แต่ละวันเป็นจำนวนมาก ภายในวัดศรีเมืองเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำนครเวียงจันทน์
ภายในวัดศรีเมืองมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมาย ด้านตะวันออกของวัดศรีเมืองมีสวนสาธารณะเล็กๆ
มีพระบรมรูปของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ตั้งอยู่บนแท่นสูงกลางสวนสาธารณะ พระหัตถ์ทรงถือสมุดใบลาน
ที่จารึกประมวลกฎหมายฉบับแรกของลาวไว้ พระบรมรูปเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์นี้เป็นของขวัญ
ที่ทางสหภาพโซเวียตมอบให้


ประตูชัย



อีกจุดหนึ่งคือ ประตูชัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2512 เป็นอนุสรณ์สถาน
ที่ได้รับอิทธิพลมาจากประตูชัยของฝรั่งเศสเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้า
การปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ หากจะสัมผัสประเทศลาวอย่างใกล้ชิดก็ควรใช้เวลาในช่วงเช้าดูชีวิตผู้คน
อาจตื่นขึ้นมาตักบาตรข้าวเหนียวเหมือนที่ ชาวลาวปฏิบัติกันหรือไม่ก็เดินทอดน่องชม "ตลาดเช้า" ก่อนถึงประตูชัย
เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง สินค้าที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่ "ตลาดจีน" ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ
ของนครเวียงจันทน์ ก็มีสินค้าจากจีนให้เลือกซื้อตามอัธยาศัย

The Betrayal หรือ "เนรคุณ" หนังสารคดีขนาดยาวที่ได้รับการเสนอชื่อบนเวทีการประกวด
ภาพยนตร์ออสการ์ ปี 2009 เป็นผลงานการทำงานร่วมกันของ ทวีสุข พระสวัสดิ์ ชาวลาวอพยพในสหรัฐ
และ เอลเลน คูราส เล่าเรื่องความลำบากยากแค้นของครอบครัวในประเทศลาว เมื่อปี 1973 ช่วงสงครามเวียดนาม
สหรัฐใช้ลาว เป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้กับเวียดนามเหนือ แต่หลังจากแพ้สงครามเวียดนาม สหรัฐถอนกำลังออกจากลาว
ปล่อยให้เจ้าของประเทศเผชิญกับชะตากรรมเอาเอง พร้อมๆ กับการเปลี่ยนอำนาจทางการเมืองในประเทศ
จากประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์มาสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ หลายครอบครัวต้องหลบหนีการเข่นฆ่า
แตกกระเซ็นไปคนละทางบางคนอพยพย้ายหนีไปยังสหรัฐอเมริกา รวมทั้งทวีสุขที่หลบหนีการจับกุมและ
การทำร้ายทารุณครอบครัวของเขายังดีกว่าหลายครอบครัวที่มีโอกาสได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง
และตัดสินใจย้ายมาเผชิญชีวิตใหม่ในนิวยอร์ก แม้ภาพยนตร์ไม่ได้ใช้ลาวเป็นสถานที่หลักในการเล่าเรื่อง
แต่ก็อดทำให้นึกถึงผู้คนและประเทศนี้ไม่ได้เลย ประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเปี่ยมด้วยมิตรภาพ
และมีวัฒนธรรมอันงดงาม
...................................
Country : Lao People's Democratic Republic
Capital : Vientiane
Population : 6,320,000
Film : The Betrayal - Nerakhoon (2008)
Director : Ellen Kuras, Thavisouk Phrasavath
Cast : Thavisouk Phrasavath...Narrator, Boualay Vannalith, Nhot
Khamphrasavath, Chaiphet Phrasavath, Keoduangchai Phrasavath, Bounnhou
Khamphrasavath, Nhok Khaphrasavath, Vansy Khamphrasavath, Thar
Phrasavath

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลวงพระบาง เมืองแห่งพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 03, 2010 11:42 am

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20100103/93619/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B2-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3.html

Life Style

วันที่ 3 มกราคม 2553 11:25


ซาราโปวา ตักบาตร


โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

มาเรีย ชาราโปวา นักเทนนิสสาวรัสเซีย เข้าธรรมเนียมพุทธ ตักบาตรสิริมงคล ที่ชายหาด
รร.อินเตอร์คอนติแนลตัล หัวหิน หลังจบแข่งเทนนิสหัวหิน 100ปี

http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9520000161497

“มาเรีย” ปลื้มตักบาตรไทยประสบการณ์ยิ่งใหญ่

3 มกราคม 2553 10:12 น.

มาเรีย ชาราโปวา อดีตนักเทนนิสมือ 1 โลกชาวรัสเซียทำบุญตักบาตรบริเวณชายหาด หัวหิน
พร้อมแสดงความปลื้มปีติว่านี่คือประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต

หลังเอาชนะ วีนัส วิลเลียมส์ ในการแข่งขันเทนนิสแมตช์พิเศษ “หัวหิน เซนเทนเนียล อินวิเตชัน” เมื่อวันที่ 2 ม.ค.
มาเรียมุ่งมุ่นจะซึมซับวัฒนธรรมไทยให้ได้มากที่สุด โดยเมื่อเช้าวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา “นางฟ้า”
ตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตรเป็นสิริมงคลชีวิตในวาระขึ้นปีใหม่ 2553

เมื่อเวลา 07.40 น.ของวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม มาเรียได้ลงมาตักบาตรข้าวสวย พร้อมถวายน้ำส้ม นมกล่อง และดอกไม้
แด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป ณ บริเวณชายหาดโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จังหวัดประจวบขีรีขันธ์
โดย อดีตแชมป์แกรนด์สแลม 3 สมัย กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ตั้งใจจะตักบาตรตั้งแต่มาถึงเมืองไทย
ในที่สุดก็สมปรารถนาสักที วันนี้รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นมากหลังจากซ้อมท่าทางและการวางตัวให้เหมาะ
สมภายในห้องพักเมื่อคืนที่ผ่านมา นับเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และคุ้มค่ามาก”

ทีมข่าว MGR Sport เก็บภาพประทับใจมาฝากแฟนๆ เช่นเคย สำหรับ มาเรีย จะอยู่พักผ่อนและฝึกซ้อมที่หิวหิน
อีก 1 คืน (3 ม.ค.) ก่อนที่เธอและ วีนัส วิลเลียมส์ จะออกเดินทางไป ฮ่องกง เพื่อลงแข่งขันเทนนิสแมตช์พิเศษต่อไป


มาเรีย คุกเข่ารับพรจากพระสงฆ์


พี่ๆ ติวเข้มกันเต็มที่





อินเตอร์คอนติเนนตัล จัดสถานที่


เด็กน้อยดีใจได้ลายเซ็น

http://www.thaipost.net/news/040110/15840

โปรดรัดเข็มขัด"ยานสู่อนาคตไทย"จะออกแล้ว

เปลว สีเงิน

4 มกราคม 2553 - 00:00

วันนี้-วันจันทร์ที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๓ เป็นวันประเดิม "ชีวิตการงานใหม่"
ในศักราชใหม่ ตั้งอก-ตั้งใจกันให้ดีนะครับ เพราะถ้าตั้งใจดี
หมั่นประกอบภารกิจการงานในวันนี้ด้วยทัศนคติที่ดี ก็เป็นนิมิตหมายว่า
"ชีวิตตลอดทั้งปี" ต้องดีแน่นอน เจอหน้าใครก็ใช้ปิยวาจาทักทายกัน
ยิ้มเข้าหากัน กับคนที่เคยขุ่นข้องหมองใจถึงขั้นอาฆาตแค้นว่า
"จะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้" ก็จงลืมมันไป เจอหน้าปุ๊บก็ยิ้มทักทาย
สวัสดีปีใหม่ครับ..สวัสดีปีใหม่ค่ะ..ให้กัน ทำอย่างนี้ได้ โลกในปีใหม่
ก็จะเป็นโลกสีสัน "สู่อนาคตใหม่" ที่ดีของท่าน

และผมมั่นใจว่า ประเทศไทย-คนไทยในปี พ.ศ.๒๕๕๓ นี้
ต้องดีกว่าปีเก่าแน่นอน เพราะเท่าที่ดูจากข่าวคราว
และตระเวนไปสัมผัสด้วยตัวเอง คนไทยทุกเพศ-ทุกวัย "ปีใหม่เข้าวัดขอพรพระ"
มากหน้าหลายตากว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา กระทั่งต่างจังหวัดในแต่ละจังหวัด

หลายคนไม่เพียงเข้าวัด-ไหว้พระเท่านั้น
ยังพาจิต-พาตัวเข้าถึงธรรมด้วย คือไปถือศีลอุโบสถ
ฝึกสติด้วยวิปัสสนากรรมฐานทั้งชาวไทยและชาวเทศ ไม่ว่าที่สำนักวัดมหาธาตุฯ
ใกล้ๆ สนามหลวง หรือที่สำนักวัดอรุณราชวรารามฯ คณะ ๖ จนเรียกว่า "ล้น"
สถานที่ปฏิบัติกันเลยทีเดียว!

ก็สาธุกับทุกท่านครับ....!

เมื่อคนไทยจิตใจมีทุกข์แล้วรู้จักเข้าหาธรรมเพื่อปลดเปลื้องตัวเองออกจาก
ทุกข์อย่างนี้ ประเทศไทย-คนไทยจะวิบัติและตกต่ำได้อย่างไรกัน เพราะ ธัมโม
ห เว รักขติ ธัมมจาริง...ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

ฉะนั้น อย่าไปหวั่นไหวกับคำพูด "คนนอกธรรม" ฟังได้ แต่อย่าไปเชื่อ
กับคำทำนายทายทักครอบจักรวาลต่างๆ นานาว่า ปีนี้ประเทศไทย-คนไทยจะ
"ทุกข์ซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น" เข่นฆ่ากันเองชนิดเลือดท่วมท้องช้าง

ที่ผมพูดนี่ ไม่ได้หมายความว่า จะมีเหตุหรือไม่มีเหตุอะไร
แต่พูดในความหมายว่า "ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย" ไม่มีเหตุร้าย-ก็ดี
แต่ถ้ามี-ก็ดี

ดีตรงที่ว่า เมื่อมีเหตุปัจจัยนำไปสู่การฆ่า ก็ฆ่าๆ แกงๆ
กันซะให้มันจบๆ เรื่องไป ประเทศไทย สังคมไทยที่เหลือ
จะได้เดินหน้าปกติต่อไปตามเหตุปัจจัยใหม่ๆ ของมัน!

แต่...ก็ดูซี พวกเราคนไทยจะห่างธรรม ห่างศาสนาฆ่าแกงกันเองได้อย่างไร
ขนาดแฟนผม "มาเรีย ชาราโปวา" มาแข่งเทนนิสนัดพิเศษที่หัวหินเมื่อ ๒
ม.ค.ยังขอทำบุญใส่บาตรพระตอนเช้าที่ชายหาดหน้าโรงแรมที่พัก
"อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท" เธอตักบาตรก็น่ารักแบบศรัทธาถึง
พนมมือไหว้พระก็น่ารักแบบใจถึง

แล้วอย่างนี้ "หญิงไทย" ไม่ว่าวัยรุ่น-วัยร่วง
จะทิ้งวัฒนธรรมประเพณีอันมีเอกลักษณ์เลิศของเราไปได้อย่างไร
เพราะพระ-วัด-การทำบุญ ในพระพุทธศาสนา เป็นภาพสะท้อน "ความเป็นไทย"
แข็งแกร่งที่กำลังแซงเรตติ้งวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้นทุกที
เพราะมีแต่วัฒนธรรมไทยเช่นนี้แหละที่สะท้อนถึง

กายงาม-วาจางาม-ใจงาม ที่จะนำไปสู่คำว่า สังคมงาม โลกทั้งผอง พี่น้องกัน!

คนเห็นก็ชื่นใจ คนปฏิบัติก็สุขใจ นี่แหละคือ "พระพุทธศาสนา"
อันเป็นศาสนาแห่งศานติธรรม เป็นศาสนาสากล พ้นกรอบจำกัด
ความเป็นเรา-ความเป็นเขา เข้าสู่มิติ
"ความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติและจักรวาล"!

ต้องขอบคุณ "คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ" เขานะครับ ผมดูข่าวเขาบอกว่า
เป็นผู้ขมีขมันจัดการให้เป็นไปตามจิตรปรารถนาของนักเทนนิสหญิงมือ ๑
ของโลกผู้นี้ ปีนี้ดูคุณสุวัจน์ใจจะมั่นสร้างบุญ-สร้างกุศลเป็นพิเศษ
ปลายปี-สัปดาห์ก่อนก็จูงมือ "คุณแม่จรัสศรี ลิปตพัลลภ"
ไปรับซ่อม-สร้างโบสถ์หลวงพ่อตามใจ ที่วัดพญาไม้ ราชบุรี
ในส่วนที่ยังขาดเจ้าภาพทั้งหมดให้เสร็จสมบูรณ์

พอต้นปี-พานางฟ้าชาราโปวามาทำบุญ-ตักบาตรหน้าชายหาดหัวหินให้เป็นภาพงามเผย
แพร่ไปทั่วโลก ก็ขอให้บุญทาน และความดีงามรักษา จงสำเร็จ
และจงสมหวังในสิ่งปรารถนาโดยธรรมตลอดเถิด

พูดถึงเรื่องนี้ ก็มีคนโทรศัพท์มาจากหัวหิน ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ
เป็น "อาจารย์ดวงใจ ภรณวลัย" ปรมาจารย์ศาสตร์ยิปซีของผมนั่นเอง
ท่านก็เป็นแฟนเทนนิสเหมือนผม ปรากฏว่า เมื่อชาราโปวามาตีโชว์กับวีนัส
วิลเลียมส์ อาจารย์ดวงใจก็แหวกคาราวานรถที่ยาวเหยียดไปดูถึงหัวหินเหมือนกัน

ไปถึงแล้วหาซื้อตั๋วไม่ได้
ดั้นด้นอีท่าไหนก็ไม่ทราบจนได้พบกับประธานจัดงานคือคุณสุวัจน์
และไปพูดกันอีท่าไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน ทั้งที่ไม่มีใครรู้จักใครมาก่อน
คุณสุวัจน์ใจอ่อนเจียดตั๋วให้มา ๑ ใบ อาจารย์ก็เลยดีอก-ดีใจซะไม่มี
โทรมาสวัสดีปีใหม่ผมแล้ว ก็ฝากขอบอก-ขอบใจคุณสุวัจน์เรื่องตั๋วด้วย

พานยังไม่กลับกรุงเทพฯ สงสัยจะตามไปดูชาราโปวาแข่งกะวีนัส วิลเลียมส์
ต่อถึงฮ่องกงซะละมั้ง คนที่จองคิวกับอาจารย์ไว้แต่ปลายปี
คงต้องอดใจรอไปจนถึงวันจันทร์หน้าโน่นแหละ!

พูดถึงเรื่อง "สวัสดีปีใหม่"
ผมต้อง....สวัสดีปีใหม่....กับทุกท่านที่เขียนคำอวยพรผ่านเข้ามาทางโทรศัพท์
ด้วย ก็มีไม่กี่ท่านหรอกครับ แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องขอตอบ "สวัสดีปีใหม่"
ผ่านตรงนี้ด้วยความซาบซึ้งใจจริงๆ

เหตุผลก็คือ
๑.ผมปรารถนาตอบสนองพรให้ท่านมีความสุขปีใหม่ด้วยเช่นกันจริงๆ
๒.ผมส่งข้อความทางโทรศัพท์ไม่เป็น จึงตอบกลับไม่ได้ และ ๓.ด้วยเหตุนั้น
ผมจึงขอ "สวัสดีปีใหม่"
ตรงนี้แทนการส่งข้อความอวยพรปีใหม่ตอบกลับยังทุกท่าน

ก็จบไปอีกเรื่อง แต่ยังไม่จบเรื่องอวยพรปีใหม่ในส่วนของผม
ในจำนวนผู้คนมากหลายที่จะพบกับความสุข-ประเสริฐในปีใหม่นี้เป็นพิเศษ
เห็นจะมี "คุณบรรพต หงษ์ทอง" อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ รวมอยู่ด้วย
เพราะหลังจากท่านเกษียณมา ๒-๓ ปี ก็ไม่มีโอกาสได้พบกันเลย

จู่ๆ ในวันศุกร์ที่ ๒๕ ธ.ค. ขณะผมกราบหลวงปู่ทวด ที่วัดช้างให้
ปัตตานี และจุดประทัดไป ๓๐,๐๐๐ ดอกเสร็จ ออกจากวัดโทรศัพท์ผมก็ดัง
เมื่อรับ
ปรากฏว่าเป็นคุณบรรพตโทรมากล่าวคำมงคลในวาระเทศกาลปีใหม่พอดิบ-พอดี
แสดงว่าปีใหม่นี้ บารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครองรักษา
และเป็นมหาบารมีไปถึงคุณบรรพตด้วยเป็นคนแรก!

พูดถึงหลวงปู่ทวด ปีนี้-หลวงปู่ทวดจะมาแรง ผมดูข่าวโทรทัศน์
เขารายงานว่า ผู้คนทั้งไทยและมาเลย์เดินทางไปกราบไหว้บูชา
อธิษฐานขอพรจากหลวงปู่ทวด ที่วัดช้างให้ และที่ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ปัตตานี กันเนืองแน่นเป็นพิเศษ

ก็ดีใจครับ....ใครไปไหว้หลวงปู่ทวดแล้ว
อย่าลืมไปที่ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวด้วย เข้าไปเถอะครับ
เมื่อเข้าไปแล้วท่านจะพบ และจะรู้อะไรๆ บางประการที่ต้องรู้ด้วยตัวท่านเอง
ผมบอกได้เท่านี้!?

เอ้า...ใครที่ตอนวันปีใหม่มัวแต่เคาต์ดาวน์จมขวด-จมแก้ว-จมผับอยู่
ยังมีเวลาและโอกาสให้ไขว่คว้ามงคลชีวิตประเสริฐนะครับ
ผมดูจากข่าวอีกเหมือนกัน เขาบอกว่าทาง ททท.ของ "คุณสุรพล เศวตเศรณี"
ซึ่งขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯ ททท.คนใหม่หมาดๆ เขาจัดทัวร์ไหว้พระ ๙ วัด
รอบกรุงรัตนโกสินทร์

ตอนวันปีใหม่ คิวยาวยิ่งกว่าบุญชู สระอู ย้าวยาวซะอีก!

ดูเหมือนว่าร่วมกับ กทม.ของคุณชายสุขุมพันธุ์ "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์
บริพัตร" ผู้เป็นผู้ว่าฯ มีรถราบริการพร้อม ถ้าผมฟังไม่ผิด
จะมีไปถึงวันที่ ๙ ม.ค. ฉะนั้น ถ้าปรารถนาจะเข้าวัด-เข้าวาแบบได้ทั้งบุญใจ
ได้ทั้งบุญปัญญา จากคำอธิบายในแต่ละวัดที่ไป ก็อย่ามัวบิดตะกูดอยู่
จงรีบไปจองคิว พลาดจากช่วงนี้ก็คงต้องรอไปปีหน้าโน่น

พูดถึงบ้านเมืองไทยของเรานั้น จริงๆ แล้ว
ไม่มีอะไรเลวร้ายอย่างที่กินไม่ได้-นอนไม่หลับกันอยู่ขณะนี้ ถ้าจะว่ามี
ก็แสดงว่าท่าน "ดูข่าวโทรทัศน์-อ่านหนังสือพิมพ์-ฟังหมอดู" มากไป

ประเทศไทยที่มัน "จมหล่มสี" อยู่ทุกวันนี้
ส่วนหนึ่งเพราะสถาบัน-องค์กรสื่อ เอาแต่คำว่า "สิทธิเสรีภาพ" และคำว่า
"สื่อสารเสรี" ในการเสนอข่าว โดยไม่มีวิญญาณสื่อในจิตสำนึก
เหมือนนักการเมืองที่ใช้คำว่า "ประชาธิปไตย"
คืออะไรที่ทำให้พวกกูได้อย่างใจ นั่นแหละคือประชาธิปไตย

ไม่มีคำว่า "รับผิดชอบต่อสถานการณ์และสังคมรวม"!

ทำไมจึงไม่มี?

คำตอบง่ายที่สุด แต่ตรงเป้าที่สุดสำหรับสื่อ คือ สื่อทุกวันนี้
"เพื่อธุรกิจ" ที่มีผลกำไรเป็นเครื่องตอบสนองความสำเร็จของคนทำ และนายทุน
มากกว่าเน้นข่าวสารและทัศนะตอบสนองความสำเร็จของคนอ่านและสังคมชาติอันเป็น
ส่วนรวม

สื่อ-(รวมทั้งผมด้วย) มักจะอ้างแบบกำปั้นทุบดินเสมอว่า
"เสนอข่าวเป็นกลาง" บ้าง "เสนอข่าวสองด้าน" บ้าง
ซึ่งในโลกของความเป็นจริงนั้น ความเป็นกลางนั้น-มี และข่าวสองด้านนั้น-มี

แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า คำว่า "เป็นกลาง" นั้น
ไม่ได้หมายถึงการไม่เข้าข้างใครแบบภาวะ "สากกะเบือ" ที่ไม่รู้จืด-รู้เผ็ด
แต่ "ความเป็นกลาง" ในความหมายแท้จริงนั้น คือ
การยืนหยัดอยู่กับสิ่งที่ชอบ-กอปรด้วยธรรม และตามกระบวนการกฎหมายบ้านเมือง
ตราบใดที่สิ่งชอบ-กอปรด้วยธรรม และกฎหมายบ้านเมือง
ถูกบิดให้คลาดเคลื่อนไปสู่คำว่า "เห็นผิดเป็นชอบ-เห็นชอบเป็นผิด"

สื่อต้องโดดเข้าทำหน้าที่ "เป็นกลาง"
ด้วยการยืนหยัดอยู่กับสิ่งชอบ-กอปรด้วยธรรม และกฎหมาย และ
"เสนอข่าวสองด้าน" ด้วยการใช้สัจจะและปัญญาสัตย์ ชี้สิ่งไหนชอบ
สิ่งไหนไม่ชอบ สิ่งไหนกอปรด้วยธรรม และสิ่งไหนไม่กอปรด้วยธรรมบนฐานกฎหมาย
ให้สังคมและประชาชนเห็น

"การเสนอข่าวสองด้าน" ไม่ใช่เสนอแบบ "นับบรรทัด" เขียนข่าว
เขียนสคริปต์ เหลือง ๑๐ บรรทัด แดง ๑๐ บรรทัด น้ำเงิน ๑๐ บรรทัด ขาว ๑๐
บรรทัด รัฐบาล ๑๐ บรรทัด ฝ่ายค้าน ๑๐ บรรทัด แล้วบอกว่า

"นี่ไง ข่าวสองด้าน ข่าวที่เสนอแบบเป็นกลาง!?"

ผมเคยบอกแล้วมิใช่หรือว่า สังคมเข้าสู่รอบ "กรรมเช็กบิล" ฉะนั้น
ปีใหม่นี้ "ไม่ต้องกลัว" ใครประกอบกรรมดี ต้องดี
ส่วนใครหยาบช้าต่อบ้านเมือง ต้องวิบัติ
นี่คือหน้าที่ของดาวเสาร์ในเรือนพุธยามเล็งกับดาวอนาคตคือมฤตยู
และดาวพฤหัสคือดาวคุณธรรม ลดความสนใจการเมืองเพื่ออำนาจ
การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ลงเสียบ้าง
แล้วประพฤติปฏิบัติด้วยสัตย์ซื่อต่อบ้านเมืองกันให้มากๆ เข้าไว้

ยานลำนี้-คือประเทศไทย
ตั้งเข็มเดินหน้าสู่มิติสังคมชาติที่จะมีแต่คนคิดดี-ทำดีต่อชาติ-ศาสนา-พระ
มหากษัตริย์แล้ว คนคิดไม่ดี-ทำไม่ดี จะไม่มีที่นั่งในยานลำนี้
เมื่อทราบแล้ว "โปรดรัดเข็มขัด" เพราะยานลำนี้ ถ้าจะเคลื่อนที่
ไม่พิรี้พิไร...ไปเลย.

Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลวงพระบาง เมืองแห่งพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Jan 27, 2010 2:58 pm

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9530000011681

ลาวขยายวีซ่าเป็น 9 เดือน ดึงลาวนอกลงทุนบ้านเกิด

26 มกราคม 2553 23:55 น.


ร้านค้าปลอดภาษีของกลุ่มดาวเฮืองที่ด่านสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว อาจเป็นตัวอย่างความสำเร็จการลงทุนในบ้านเกิด
โดยชาวลาวที่อาศัยทำกินในต่างแดน ปัจจุบันบริษัทดาวเฮืองขยายกิจการออกไปอย่างกว้างขวาง ทั้งนำเข้า-ส่งออก
และก่อสร้าง นอกจากนั้นยังเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วย ทางการลาวกำลังแก้ไขกฎหมาย
และร่างกฎระเบียบต่างๆ เพื่อจูงใจให้ชาวลาวในต่างแดนกลับไปลงทุนในประเทศ

ASTVผู้จัดการรายวัน--ทางการลาวกำลังจะอนุญาตให้ชาวลาวที่อาศัยทำกินในโพ้นทะเล
สามารถพำนักในบ้านเกิดได้นานขึ้นเป็นเวลา 9 เดือน แทน 30 วันที่อนุญาตให้ได้ในปัจจุบัน
โดยขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว ทั้งนี้เป็นมาตรการหนึ่งในแผนการดึงดูดชาวลาวในต่างแดน
ให้กลับไปลงทุนในบ้านเกิด


ตามรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว ฝ่ายกิจการความสัมพันธ์กับโพ้นทะเล กระทรวงการต่างประทศ
กำลังดำเนินการเรื่องนี้เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้เพื่อให้ชาวลาวในต่างประเทศมีส่วนร่วม
ในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนมากยิ่งขึ้น

นอกจากมาตรการวีซ่าเข้าเมืองที่จะสามารถพำนักในลาวได้นานขึ้นแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมี
อีกหลายมาตรการ ในการดึงดูดการลงทุนจากชาวลาวโพ้นทะเล ซึ่งปัจจุบันอาศัยในประเทศ
และดินแดนต่างๆ ทั่วโลกราว 60,000 คน ขปล.กล่าว

ชาวลาวส่วนใหญ่ได้หลบหนีออกนอกประเทศด้วยความตื่นตระหนก หลังเกิดการเปลี่ยนแปลง
การปกครองในเดือน ธ.ค.2518 ขณะที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์กำลังแผ่อิทธิพลเข้าสู่คาบสมุทรอินโดจีน
อีกจำนวนหนึ่ง เพิ่งจะมีโอกาสได้ออกจากค่ายผู้อพยพในประเทศแถบนี้ เดินทาง
ไปยังประเทศที่สามในอีกกว่า 10 ปีต่อมา

สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปเมื่อพรรคประชาชนปฏิวัติลาวหันมารับเอา เศรษฐกิจแบบตลาด
ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า "จินตนาการใหม่" ที่นำโดยอดีตเลขาธิการใหญ่พรรค
และนายกรัฐมนตรี ไกสอน พมวิหาน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่สหภาพโซเวียต ผู้นำโลกคอมมิวนิสต์
ประกาศนโยบายเปเรสตรอยก้า (Perestroika) หรือ "การเปลี่ยนใหม่"


มาตรการอื่นๆ ยังประกอบด้วยการดำเนินการเพื่อให้ชาวลาวจากโพ้นทะเล สามารถเป็นเจ้าของที่ดิน
ลดขั้นตอนให้ชาวลาวเหล่านี้สามารถแต่งงานกับชาวลาวในประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น

ภายใต้กฎระเบียบใหม่ที่กำลังมีการยกร่างในขณะนี้ ชาวลาวโพ้นทะเลยังจะได้รับสิทธิประโยชน์
การลดหย่อนภาษีเมื่อเข้าลงทุนในประเทศอีกด้วย ขปล.กล่าว

เมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการประจำสภาแห่งชาติ (National Assembly) ได้ผ่านร่างกฎหมายการลงทุนฉบับหนึ่ง
แก้ไขกฎหมายการลงทุนฉบับปี 2552 ระบุให้ชาวลาวโพ้นทะเลลงทุนในประเทศ 300,000 ดอลลาร์ขึ้นไป
แทน 500,000 ดอลลาร์เมื่อก่อนนี้ เพื่อให้มีสิทธิ์ซื้อบ้านและที่ดินในลาวได้

เชื่อกันว่าเมื่อกฎหมายที่ได้รับการแก้ไขได้รับอนุมัติผ่านจากที่ ประชุมรัฐสภาสมัยต้นปีนี้ และ
ประธานประเทศให้การรับรองเพื่อให้มีผลบังคับ จะช่วยกระตุ้นธุรกิจและการลงทุนด้าน
พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของลาวให้คึกคักยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
ให้พ้นจากการเป็นประเทศยากจนในปี 2563 ขปล.กล่าว

ตามรายงานของสื่อทางการปีงบประมาณ 2551-2552 ที่ผ่านมา ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ
หรือจีดีพีขยายตัวถึง 7.6%

คาดว่าปีงบประมาณ 2552-2553 ที่จะสิ้นสุดลงในเดือน มี.ค.ศกนี้ จะขยายตัวราว 7.5% ต่ำกว่าเป้าหมาย
ที่ตั้งไว้แต่เดิม 8.0% เนื่องจาก 6 เดือนที่ผ่านมาต้องเผชิญปัญหาสำคัญจำนวนหนึ่ง รวมทั้งภัยธรรมชาติ
จากพายุเกดสะหนา ที่ทำลายล้าง 3แขวงภาคใต้ในช่วงปลายเดือน ก.ย.ด้วย สำนักข่าวทางการกล่าว.

Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลวงพระบาง เมืองแห่งพระพุทธศาสนา

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Sat Feb 20, 2010 11:22 am

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9530000024389

หลวงพระบางได้แชมป์คืน คว่ำเกียวโตสุดยอดปลายทางเที่ยว

19 กุมภาพันธ์ 2553 17:01 น.


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกกลุ่มใหญ่กำลังเที่ยวชมวัดเชียงทองราชวรวิหาร
พระอารามคู่องค์มหาราชาแห่งล้านช้างเมื่อก่อนนี้ เมืองหลวงพระบางยังมีเสน่ห์อย่างแรง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีให้พ้นจากป่าคอนกรีตกับแสงสีและเสียง
ดังแสดงอึกทึกครึกโครมในยามราตรี ที่นั่นมีความเงียบสงบและสันติชดเชยให้

เวียงจันทน์ไทมส์/ASTVผู้จัดการออนไลน์-- หลวงพระบางได้กลับไปอยู่ในอันดับแรกสุดของ
จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในปี 2553 จากการจัดอันดับโดยนิตยสารท่องเที่ยว
Wanderlust Travel ขณะที่เมืองเกียวโตของญี่ปุ่นร่วมไปอยู่อันดับ 5

นิตยสารฉบับนี้ได้จัดการประกาศรางวัล Wanderlust Travel Award เป็นประจำทุกปี โดยในปี 2553
เมืองหลวงพระบาง ได้รับตำแหน่งปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ด้วยคะแนน 94.75% ตามด้วย
เมืองเซียนา ประเทศอิตาลี ที่คะแนน 94.67% และกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ด้วยคะแนน 94.15%

เมืองหลวงเก่าเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้อันดับ 1 ในปี 2552 ที่ผ่านมา ได้รับคะแนน 93.33%
เป็นลำดับที่ 5 ในปีนี้

เมืองหลวงพระบาง ครองอันดับ 1 มาตลอดตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2551 ก่อนจะเสียตำแหน่ง
เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดร่วงไปอยู่อันดับที่ 7 ในปี 2552 ที่ผ่านมา เนื่องจากเมืองไม่สามารถ
รักษาความสวยงาม ความน่าดึงดูดใจ และความสะอาดไว้ได้เช่นเดิม นายคำตัน สมพันวิไล
รองหัวหน้าสำนักงานการท่องเที่ยวแขวงหลวงพระบาง กล่าวกับเวียงจันทน์ไทมส์

"เราได้รับเสียงโหวตให้กลับมาอยู่ในอันดับ 1 ปีนี้ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆได้ทำงานร่วมกัน
อย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับการพื้นที่อนุรักษ์ของเมืองตามที่ยูเนสโกระบุไว้" นายคำตันกล่าว

การจัดประกวดปี 2553 นี้จะอยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2552
และผลการตัดสินมาจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปในแต่ละเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

ผู้อ่านนิตยสารจะต้องทำการจัดอันดับให้เมืองท่องเที่ยว 4 เมืองจากรายการ และให้คะแนน
แต่ละเมืองตามความคิดของตัวเอง โดยเมืองที่เข้ารอบสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับคะแนนเฉลี่ย
มากกว่าจำนวนเสียงที่ได้รับ


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกคนนี้ปั่นจักรยานผ่านอาคารอนุรักษ์หลังหนึ่งริมถนน
กิลินทะลาด ในยามเช้าตรู่ ใต้บรรยายกาศสลัวๆ เย็นสบาย เมืองหลวงพระบางมีความร่วมเย็นให้กับทุกคน


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 พระสงฆ์ทยอยออกจากวัดแสนสุขาราม ถนนกิลินทะลาด เพื่อบินฑบาตร
อันเป็นวัตรปฏิบัติประจำวัน ประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้กลับมีร่มเงาพระพุทธศาสนาให้ร่มเย็น
และเป็นเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบาง


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 เหมือนน้ำขึ้นต้องรีบตัก เงินทุนหลั่งไหลเข้าไป สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่งดงาม
กำลังเปลี่ยนรูปแปลงโฉมไปด้วยสถาปัตยกรรมต่างยุค แต่ขณะนี้ทางการเมืองและแขวง เคร่งครัดมากขึ้น
ในการพิจารณาออกใบอนุญาต การก่อสร้าง ทั้งนี้เพื่อรักษาบรรยากาศเก่าๆ เมื่อ 100 ปีก่อนเอาไว้ให้ได้นานที่สุด


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 รถสกายแล็บแล่นผ่านเลยหน้าร้านกินดื่มแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเงียบสงบ
ในยามเช้าตรู่ เสน่ห์ของหลวงพระบางคือ ความเงียบสงบและชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน แต่สิ่งต่งๆ เริ่มเปลี่ยนไป
ยามค่ำคืนที่นั่นมีเสียงอึกทึกมากขึ้น


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 พระสงฆ์ทยอยออกจากวัดแสนสุขาราม ถนนกิลินทะลาด เพื่อบินฑบาตร
อันเป็นวัตรปฏิบัติประจำวัน ประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้กลับมีร่มเงาพระพุทธศาสนาให้ร่มเย็น
และเป็นเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบาง


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 ใช่ว่าจะมีแต่นักท่องเที่ยวจากโลกตะวันตกเท่านั้นที่ไปเที่ยวหลวงพระบาง
ชาวตะวันกลุ่มนี้ปรากฏตัวในยามเช้าที่ริมถนนกิลินทะลาด ใกล้กับวัดแสนสุขาราม เพื่อไปดูการตักบาตรข้าวเหนียว


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 ตลาดสดในยามเช้าของเมืองหลวง เป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยว
นิยมไปเยี่ยมเยือน ที่นั่นสะท้อนถึงชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้คนได้ดีที่สุด


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 นักท่องเที่ยวแวะซื้ออาหารที่แผงริมถนนใกล้ตลาดเช้า
ที่นั่นมีอะไรบางอย่างที่สามารถเชื่อมต่อโลกตะวันกับโลกตะวันออกได้ดีอย่างบังเอิญ


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 นักท่องเที่ยวเดินผ่านแผงขายหนังสือ โปสการ์ดกับของที่ระลึก ภายในวัดวิซุนนะลาด
หรือ วัดพระธาตุหมากโมที่เชิงภูสี วัดวาอารามเก่าแก่เป็นเสน่ห์ดึงดูดสำคัญของเมืองมรดกโลกแห่งนี้


ภาพแฟ้มเดือน มี.ค.2550 นักท่องเที่ยวจากแดนไกล นั่งพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์
ภายในบริเวณวัดพระธาตุหมากโม ทุกๆ ที่มีความปลอดภัยในหลวงพระบาง

"การเป็นผู้ชนะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การรักษาอันดับไว้เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า ดังนั้นหน่วยงานภาคต่างๆ
ต้องกำหนดแผนการพัฒนาและอนุรักษ์ระยะยาว" นายคำตันกล่าว

เมืองหลวงพระบางได้รับเลือกให้เป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ในปี 2538
เดิมเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรล้านช้าง ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของภูมิภาคที่เต็มไปด้วย
วัดโบราณสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและอารยะธรรมที่รุ่งเรืองในอดีต

ตามรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาวปี 2552 มีนักท่องเที่ยวไปเยือนเมืองหลวงเก่าของลาว
กว่า 400,000 คน คาดว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายเฉลี่ย 70 ดอลลาร์ต่อคนต่อวัน
และนักท่องเที่ยวท้องถิ่นวันละ 15 ดอลลาร์

ทางการเมืองมรดกโลกได้รณรงค์อย่างหนักให้ชาวเมืองและฝ่ายต่างๆ ช่วยกันธำรงรักษาเมืองเก่า
ให้อยู่ในสภาพดั้งเดิมมากที่สุด ในขณะที่ธุรกิจและบริการต่าง หลั่งไหลเข้าไป รวมทั้ง
จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ปีนี้ได้เพิ่มมาตรการที่เข้มงวดในการพิจารณา
อนุญาตสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมทั้งโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็นในหลายปีมานี้.

eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

21 Millionaire สร้างรายได้ 50,000 บาท/เดือน ภายใน 1 ปี (ธุรกิจผ่านอินเตอร์เนต ทั้งหมด!) ไม่ต้องขาย ไม่มีอบรม

ตั้งหัวข้อ  facup on Sun Feb 21, 2010 4:11 am

21 Millionaire สร้างรายได้ 50,000 บาท/เดือน ภายใน 1 ปี (ธุรกิจผ่านอินเตอร์เนต ทั้งหมด!) ไม่ต้องขาย
ไม่มีอบรม

www.facup.ws

ข่าวดีสำหรับคนที่อยากทำงานผ่านหน้าคอม ไม่อยากขายอะไร
ไม่อยากไปอบรมที่ไหน ใช้คอมกับเนต ช่วยหาเงิน
งานนี้แหละค่ะใช่เลย งานใหม่ จากอเมริกา เปิดให้คนทำได้ทั่วโลก
คุณสามารถเริ่มทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ ทันทีที่พร้อม
เริ่มต้นทำเงินได้แทบจะทันที รายได้ดีมาก สามารถทำเงินเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัด (18,000บาท )
ใครสนใจอยากเป็นนักธุรกิจออนไลน์ ระดับ international ก็ลองดูได้เลยครับ
งานนี้ รับเงินเป็นดอลล่าร์
ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง
ไม่ใช่งานคลิกแบนเนอร์ คลิกโฆษณา เปิดคอมทิ้งไว้นะครับ

ย้ำกันตรงนี้เลย ถูกกฎหมาย
"ร้อยล้านเปอร์เซ็นต์"
ครับ
เพราะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ มีชื่อเสียง เชิดหน้าชูตาอยู่ในอเมริกา ขณะนี้ มี intel
เป็นหุ้นส่วน (และอีกหลายๆบริษัทยักษ์ใหญ่)
สามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทได้ค่ะ ดังนั้น
ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนหลอก หรือเสียตังค์ฟรี
เงินอยู่ตรงหน้าแล้ว ตอนนี้ขอแค่ลงมือทำเท่านั้นครับ

อ่านรายละเอียดธุรกิจได้เลยครับ>>> http://www.facup.ws
ก่อนตัดสินใจทำงานค่ะ งานนี้ ทุกคนเริ่มจากศูนย์ค่ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะทำไม่ได้
แค่ทำตามคำชี้แนะ ก็ได้ตังค์แล้วครับ
แล้วพบกันนะครับ





>>>>>!!
ส่วนรายละเอียดทุกเรื่องที่ท่านอยากทราบเพื่มเติม !!<<<<<

http://www.facup.ws

facup

จำนวนข้อความ : 1
Registration date : 21/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ