“ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

“ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

ตั้งหัวข้อ  devil on Thu Dec 10, 2009 3:27 pm

“ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

Tue, 2009-12-01 23:21

คนบ้างปาง

77 ปี ที่ระบอบประชาธิปไตยได้สถาปนาขึ้นในประเทศนี้ ผ่านประสบการณ์ความเลวร้ายมาทุกรูปแบบ แต่ไม่เคยมีครั้งใด ที่รัฐบาลภายใต้ผู้นำที่ได้ประกาศชัดเจนว่าเขาเป็น “นักประชาธิปไตย” (นายอภิสิทธิ์เปิดใจในเว็บไซต์ของเขา และปาฐกถาที่ St. John’s College Oxford, หัวข้อ "Taking on the Challenges of Democracy" ว่าเขาสนใจการเมืองตั้งแต่อายุ 9 ขวบ - เขาประทับใจในเหตุการณ์ 14 ตุลา...รัฐบาลของเขาจะเคารพในหลักการว่าด้วยเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน) แต่วันนี้ รัฐบาลของเขากลับใช้วิธีการ ”สมรู้ร่วมคิดกันทำลายชาติ” ด้วยการ “ปิดกั้นเสรีภาพ - บิดเบือนการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และครอบงำประชาชน” ชัดเจนที่สุดคือรายการวิจารณ์การเมืองบนสื่อโทรทัศน์ (โดยเฉพาะช่องหอยม่วง) ทั้งผู้ดำเนินรายการ – ผู้ร่วมรายการ ล้วนมาจากขบวนการ “พันธมิตรสื่อกู้ชาติ”, โดยมีผลตอบแทนเป็นการเพิกเฉย – ซื้อเวลาใน “คดีเสื้อเหลือง” และ “งบประมาณค่าโฆษณา” โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล.?

ถ้าวันนี้สังคมยังไม่เลอะเลือน ย่อมรู้ว่า ตลอดเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา ขบวนการพันธมิตรสื่อกู้ชาติ ได้ทำให้วิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองขยายวงออกไป จนเป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรงได้ตลอดเวลา แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์กลับตอกย้ำขั้วความขัดแย้งให้ร้าวลึกหนักขึ้นไปอีก โดยสมคบคิดกับสื่อล้างสมอง - ขบวนการพันธมิตรสื่อกู้ชาติ จนมองเป็นอื่นไม่ได้ว่า “รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็คือเนื้อเดียวกับ พันธมิตรสื่อกู้ชาติ” นั้นเอง.!!!

ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของคนในชาติ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในยุคของ “สีเหลือง - สีแดง”, แต่มันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้วในอดีต แต่มันเป็น (เพียง) ความขัดแย้งระหว่างระบอบเผด็จการ กับระบอบประชาธิปไตย, เป็น (เพียง) ความขัดแย้งระหว่างทุนนิยม กับคอมมิวนิสต์ และเป็น (เพียง) ความขัดแย้งระหว่างความเชื่อ ที่แตกต่างกัน.

“จุดเปราะบางที่สุด” ของสังคมไทย คือ “ความเชื่อ - สองขั้วแนวคิด” ที่แตกต่างกัน ; ขั้วแรกเป็น ความเชื่อแบบงมงาย จากความไม่รู้ กลายเป็นความกลัว พัฒนาการเป็นความเชื่อ, ขั้วที่สองเป็นความเชื่อแบบ ใช้หลักเหตุผล มีอิสระที่จะคิดได้ด้วยตนเอง แต่ตลอดเวลาทั้งสองความเชื่อต่างพยายามปรับตัว เข้าหากัน - ตั้งอยู่บนจิตเจตนาอดทนอดกลั้น และการประนีประนอม (อาจเป็นเพราะความเป็นพุทธศาสนิกชน.?) มากกว่าจะพยายามกำจัดความเชื่อที่ต่างกันออกไป, เพราะทั้ง 2 ด้านของความเชื่อ นั้น - ตั้งอยู่บน “ความเป็นจริง” ของเรื่องเดียวกัน.

“ความขัดแย้ง” ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้ - เกิดจากการรวมหัวกันสร้าง “ทฤษฎีสมคบคิด” (Conspiracy Theory) โดยมี “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ร่วมกับ “นักวิชาการ”(บางส่วน) ร่วมกันออกอุบาย โดยนำเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ มาแต่งเติมปะติดปะต่อกัน โดยมีเป้าหมายเดียว คือ เพื่อโจมตีให้ร้าย “ทักษิณ” และฝ่ายคนเสื้อแดง - เริ่มจาก “ทำบุญประเทศไทย - ทำบุญวัดพระแก้ว” – “ถวายฎีกาขอนายกฯ พระราชทาน” – “เรียกร้องให้ทหารยึดอำนาจ” – “ปฏิญญาฟินแลนด์” - “ระบอบทักษิณ – ทุนสามานย์” – “รัฐบาลหุ่นเชิด ขายชาติ” - “ลูกจีนกู้ชาติ” – “กรณีเขาพระวิหาร”...สุดท้ายผู้คนจำนวนหนึ่งกลายเป็นเหยื่อของธุรกิจสื่อกู้ ชาติ และกลายเป็นเหยื่อ - หลงเชื่อแบบงมงาย.!!!

แม้แต่ “คำสอนในพระพุทธศาสนา” ยังถูกยกมาแอบอ้างอวดอ้าง ว่าตนเองเป็นผู้ยึดมั่นในหลักธรรม มีธรรมเป็นใหญ่ – มีธรรมนำหน้า, เพื่อสนับสนุน “วาทกรรม” ของตัวเองให้ดูน่าเลื่อมใส – น่าเชื่อถือ พร้อมกับให้ร้ายฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นฝ่ายอธรรม เป็นพวกมารร้าย.

“สถาบันพระมหากษัตริย์” ถูกดึงมากล่าวแอบอ้างพาดพิง ถูกโยงเข้าหาทุกเรื่อง เช่นกรณีถวายฎีกาขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7, กระทั่งยุให้ทหารทำการรัฐประหารก็ยังอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อพิทักษ์สถาบัน พระมหากษัตริย์, โจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าไม่จงรักภักดี ถึงขนาดป้ายสีว่า “ทักษิณ” จะสถาปนาตั้งราชวงศ์ใหม่ ก็ยังกล้ากล่าวถึง (หนังสือ “ขบวนการล้มเจ้า” คือ ผลงานล่าสุด).

แกนนำ “พันธมิตรสื่อกู้ชาติ” อ้างหลักการว่า : “...ใคร ๆ พูดว่า “สื่อ” เปรียบเสมือน “กระจกเงา” ที่สะท้อนภาพสังคม แต่สำหรับผมไม่ใช่ – “สื่อของผม” เปรียบดังตะเกียงที่ส่องสว่างอยู่ในสังคมที่มืดมิด..ให้เห็น ความชั่วร้ายในสังคม” แต่ตะเกียงที่ส่องสว่างกลับกลายเป็นการบิดเบือน โจมตี (พูดคำโกหกคำ) ทุกวัน (ทุกชั่วโมง) โดยผ่านสื่อเครือข่าย – ผู้บริโภคย่อมเชื่อไปตามนั้น โดยไม่คิดที่จะตั้งคำถาม หรือหาคำตอบ ว่าเป็นอย่างไร เพราะได้เสพสิ่งเสพติดล้างสมองไปเรียบร้อยแล้ว.

การ “สมคบคิดกัน” วางแผน เพื่อสร้างความขัดแย้งขึ้นในชาติ – โดยการเอาเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของชาติมาเป็นองค์ประกอบแห่งความขัดแย้ง มันเป็นการสร้างหายนะให้กับชาติของตัวเอง มันเป็นเจตนาที่เลวร้าย - ชั่วร้ายสุดสุด.!!!

เหล่านักฉวยโอกาส (รัฐบาลอภิสิทธิ์ กับสื่อกู้ชาติ) ได้ใช้ “ทฤษฎีสมคบคิด” ทำลายเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของชาติ เอาความเชื่อเรื่องอุดมการณ์รักชาติ, เอาความศรัทธาในพระพุทธศาสนา, เอาความเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์ “มาปั้นแต่งสร้างเรื่องบิดเบือน จนทำให้จิตสำนึกความรักชาติ กลายเป็นความคลั่งชาติ ในที่สุด. การดึงเอาสถาบันหลักของชาติ มาผูกโยง - บิดเบือน คือความจงใจทำให้สังคมขาดสติ หลงทาง อยู่ในวังวนแห่งความไม่รู้ จนกลายเป็นความขัดแย้งในทุกมิติของสังคม.

ความเป็น “ชาติไทย” ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ
1) ชาติ ; พื้นที่, อธิปไตย, ประชาชน
2) ศาสนา ; หลักศีลธรรม – จริยธรรม
3) พระมหากษัตริย์ ; ประมุขของรัฐชาติ

สามสถาบันของความเป็นชาติไทย จะธำรงอยู่ได้ ต้องมีความสัมพันธ์ - เกื้อกูลกันอย่างไร?
“ขอบเขตความศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละสถาบัน” อยู่ตรงไหน?
“ลำดับความสำคัญของแต่ละสถาบัน” คืออะไร?

สังคมไทยต้องใช้ “สติปัญญา” แยกแยะให้ออก (หยุดหลงเชื่อนักฉวยโอกาส) หนุนเนื่องให้สถาบันหลัก ของชาติ ธำรงอยู่ด้วยเกียรติ และศักดิ์ศรี นั่นคือภารกิจที่แท้จริง - ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของชนชาติไทย.

http://www.prachatai.com/journal/2009/12/26841
avatar
devil

จำนวนข้อความ : 69
Registration date : 29/11/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: “ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

ตั้งหัวข้อ  devil on Thu Dec 10, 2009 3:31 pm

#266443 » ความคิดเห็นของ สะท้อน (visitor) (127.0.0.1 125.27.172.36) .. Thu, 2009-12-03 13:28

ความจริงมีว่า..

๑.ขณะนี้ ประเทศไทย เป็นประเทศอยู่ใน "ระบบโจราธิปัตย์" ซึ่งพัฒนาต่อมาจาก"ระบบรัฏฐาธิปัตย์" ประเทศไม่

ได้อยู่ใน"ระบบประชาธิปไตย"กฏที่เราใช้อยู่ในขณะนี้ เรียกว่า"กฏโจร" ที่เขียนโดยผู้ปล้นประชาธิปไตย ซึ่ง ไม่

ใช่"กฏหมาย"

๒.ไม่มีความยุติธรรมในประเทศ เพราะมีผู้พิพากษาบางนาย รับประโยชน์จากผู้ยึดอำนาจให้ประเทศตกอยู่ใน"

ระบบรัฏฐาธิปัตย์"

๓.รัฐบาลปชป.นี้ จัดตั้งขึ้น จากใช้อำนาจทหาร บีบนักการเมืองกลุ่มนายเนวินและพวกให้มาสนับสนุนปชป. ใน

ค่ายทหาร

๔.หลายโครงการของรัฐบาลปชป. จึงมีเรื่องราวของ"การฉ้อฉลกลโกง"เช่น ปลากระป๋องเน่า ข้าวสารเน่า การเช่ารถ

เมล์ โครงการแจกสองพันบาท โครงการไทยเข้มแข็ง ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งมีคนหลายกลุ่ม รวมหัว“สมคบคิดกัน”
avatar
devil

จำนวนข้อความ : 69
Registration date : 29/11/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: “ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

ตั้งหัวข้อ  devil on Thu Dec 10, 2009 3:34 pm

#265957 » ความคิดเห็นของ อภิศรี ณ ฮิต (visitor) (127.0.0.1 124.120.122.18) .. Wed, 2009-12-02 07:41

ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ สร้างภาพบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ร่วมกันทำลายกระบวนการยุติธรรม

พวกที่มีครองอำนาจปัจจุบันสมคบกันทำลายบ้านเมืองไปเพื่ออะไร โยนขี้ใส่ทักษิณและพวกพ้อง จงใจจ้องทำลายล้างให้สิ้นซาสิ้นแผ่นดินเจ็ดชั่วโคดตะระ ไม่มีที่จะอยู่ จะยืน บนผืนดินไทย ไม่ให้ได้ผุดได้เกิด รวมทั้งพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน

พวกมารได้สำแดงพลังให้เห็นว่ามันไม่อินังขังขอบต่อสถาบันชาติ -ศาสน์-กษัตริย์-รัฐธรรมนูญ-ประชาธิปไตย.มันไม่ได้เห็นความสำคัญของวันเฉลิม ฉลองวันครองราชย์ 60 ปีของในหลวง ปี 2549 วันเฉลิมพระชนม์ทั้งปี 2549 /2551/2552 มันแอบอ้างว่าจงรักภักดีต่อสถาบันฯ มันเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นอาวุธในการทำร้ายคนอื่น(ที่ได้ผล) กล่าวหาว่าพูดจาจาบจ้วงล่วงเกิน หมิ่นพระราชอำนาจ มันบังอาจแอยอ้าง ว่ามันก่อการชุมนุมปิดถนนปิดสะพานกีดขวางการจราจร ปิดสนามบิน/ยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นที่บัญชาการบังคับขับไล่รัฐบาลสมัคร-สมชาย ขัดขวางการเข้าประชุมรัฐสภา บอยคอตการเลือกตั้ง บอยคอตการประชุมรัฐสภา

มีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนใดออกมาห้ามปรามการชุมนุมการยึดทำเนียบ รัฐบาล การยึดรัฐสภา การยึดสนามบิน การทำรัฐประหารบ้าง ..พล.อ.เปรม-พล.อ.สุรยุทธ์-พล.อ.พิจิตร-พล.อ.สุจินดา-นายประเวศ-นายอานันท์ -นายชัยอนันต์-นายระพี-นายมีชัย -ประธานกกต./ปปช./สตง./ศาล.

มีสื่อสารใดไม่ว่า หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ออกมาคัดค้าน ขัดขวาง การกระทำอันชั่วร้าย ของเหล่าเผด็จการมารสังคม ที่พากันเหยียบย่ำกฎหมายบ้านเมือง ทำลายกระบวนการยุติธรรม ก่อกบฏ ก่อการร้าย ทำรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง รัฐาธิปัตย์ ทั้งเปิดเผยโจ่งแจ้ง และจำบังซ่อนรูปแอบแฝง ..ดูดู่มันช่างทำได้ไม่อายผู้คนผีสางประชาคมทั่วโลก ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเกิดขึ้นซ้ำซาก เพราะตัณหาตัวเดียว อวิชชาบังตา อุปาทานยึดมั่น ทั้งที่เป็นเพียงมายา เป็นเรื่องสมมติ ..

.โอ้โอ๋ โลกธรรมแปดประการ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข-เสื่อมลาภ เสื่อมลาภ นินทา ทุกข์ ยังเป็นความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย .ไม่มีทางลด ละ เลิก ความละโมบโลภมาก ความอยากได้อำนาจ ทรัพย์ศฤงคาร ผลประโยชน์ เกียรติยศชื่อเสียง การน้อมนบเคารพกราบไหว้ ของเฒ่ากาลีกาลกิณี อัป๋ปรี๋ย์จรรไร จัณฑาลสันดานหยาบ จิตใจต่ำลามก สกปรกโสโครกโสมม อั้งยี่ผีบุญเจ๊กลิ้มเจ๊กลองเจ๊กชวน-พันธมิตร เอ็นจีโอ ประชาธิปัตย์ หอการค้า เซ็นทรัล ซีพี โรงแรมดุสิตฯ คมชัดลึก แนวหน้า ไทยโพสต์ เนชั่น ผู้จัดการ เจิมศักดิ์ เสรี สาทิตย์ ปองพล ประสงค์ ประสาร คำนูณ ประเวศ วิษณุ ปณิธาณ บวรศักดิ์ ปนัดดา นาม สัก จรัญ กล้านรงค์ วิชา ประทิน จรัส คมสัน เทพชัย สุทธิชัย พวกนี้มันพวกลวงโลก พวกที่ทำลายชาติอย่างแท้จริง ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่รู้ไม่เท่าทันมัน ปล่อยให้พวกหมานยึดอำนาจครองเมืองมานาแสนนาน ปล่อยให้มันสร้างงนิยายประโลมโลกหลอกลวงกันต่อไป.
avatar
devil

จำนวนข้อความ : 69
Registration date : 29/11/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: “ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

ตั้งหัวข้อ  devil on Thu Dec 10, 2009 3:36 pm

#266177 » ความคิดเห็นของ ว ณ ปากนัง (visitor) (127.0.0.1 125.24.11.123) .. Wed, 2009-12-02 11:17


*พันธมิตร ประชาวิบัติ รัฐบาลอภิสิทธิ์
สมคบคิด ทำลายชาติ บทบาทบ้า
เพื่อธำรง รักษ์ระบอบ อำมาตยา
ต่างพึงพา เพื่อประโยชน์ ของตนเอง

*ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก แยกแผ่นดิน
ทั้งหยามหมิ่น ประชาชน ล้นข่มเหง
ทั้งปิดกั้น เสรีภาพ บาปมิเกรง
มีแต่เก่ง พรบ. ความมั่นคง

*สมคบคิด บิดเบือน ข้อมูลข่าวสาร
ก่นประจาน คนคิดต่าง สร้างความหลง
สื่อครอบงำ ประชาชน รณรงค์
มุ่งประสงค์ ความมั่นคง ของตนเอง

*แอบอ้างชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เพื่อกำจัด ประชาชน ล้นข่มเหง
พาชาติด้อย ถอยหลัง สุดวังเวง
เหมือนร้องเพลง เห็นประจักษ์ ชักธงลง
avatar
devil

จำนวนข้อความ : 69
Registration date : 29/11/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: “ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

ตั้งหัวข้อ  devil on Thu Dec 10, 2009 3:41 pm

#266272 » ความคิดเห็นของ คนบ้านปาง (visitor) (127.0.0.1 118.172.108.12) .. Wed, 2009-12-02 19:13
ตอบ คุณ doctor

ตอบ คุณ doctor J
“…เห็นอย่างไรกับแนวคิดชาติประกอบด้วยสามสถาบันหลัก…อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสามสถาบัน?”

3 สถาบันหลัก – ถูกดึงมาโยงกันไว้ เพราะมันเป็นผลประโยชน์กับ “จารีตนิยม”
พูดถึงสถาบันหนึ่ง ก็จะเอาเรื่องของอีกสถาบันหนึ่งมาอ้างอิง - โยงเข้าหากัน
เช่นเรื่องศาสนา โยงกับสถาบันกษัตริย์, เรื่องสถาบันกษัตริย์ โยงกับรัฐชาติ
(ในบริบทการเมือง)
เรื่องการเมืองโยงกับเรื่องศาสนา (เช่นกรณีเรื่องบรรจุพระพุทธศาสนาในรัฐธรรมนูญ)

ผมคงไม่วิพากษ์แก่นกลางแนวคิดของจารีตนิยม - ในเรื่อง 3 สถาบัน
เพราะเป็นเรื่องยาว (ผมกำลังเขียนเรื่องนี้อยู่ครับ)

แต่ตอบได้ว่า “อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสามสถาบัน”
ผมจะเรียงลำดับความสำคัญตามนี้ครับ (จริง ๆ แล้วก็ตามลำดับที่มีอยู่เดิมแล้ว)
- ชาติ มาอันดับแรก
- ศาสนา ลำดับต่อมา (ต้องตรวจสอบว่าไม่ถูกนำไปครอบสถาบันแรก)
- สถาบันพระมหากษัตริย์ คือส่วนที่อยู่เหนือ 2 สถาบันแรก ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง(เพราะวันนี้เราอยู่ระบอบประชาธิปไตย)
- ผมฝันถึงสถาบันที่ 4 คือ “รัฐธรรมนูญ”
(ชาติ – ศาสนา - พระมหากษัตริย์ – รัฐธรรมนูญ) เท่ห์น่าดู.!!!

แต่ประเด็นสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่การจัดอันดับความสำคัญ – แต่อยู่ที่ “ขอบเขต” ของแต่ละสถาบัน
ถ้าพูดให้เห็นภาพ ; 3 สี, แดง ขาว น้ำเงิน
เมื่อทั้ง 3 สี ผสมกัน – ความเป็นเอกภาพของทั้ง 3 สี ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้
แต่การจะแยก 3 สี ให้เข้มข้น – สดใส – ชัดเจน เป็นเรื่องยาก และท้าทายสติปัญญา.

แต่ถ้าเมื่อไร “แยกได้” กรอบความคิดในการแก้ปัญหา ก็จะชัดเจนขึ้น พอจะเห็นหลัก.

(ต้องขอโทษ ที่ตอบคำถาม ช้าไปหน่อย.)
avatar
devil

จำนวนข้อความ : 69
Registration date : 29/11/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: “ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

ตั้งหัวข้อ  devil on Thu Dec 10, 2009 3:41 pm

#266411 » ความคิดเห็นของ doctor J (visitor) (127.0.0.1 58.8.84.82) .. Thu, 2009-12-03 11:18
ขอบคุณครับที่กรุณามาเสวนาด้วย

ขอบคุณครับที่กรุณามาเสวนาด้วยกับผู้อ่านอย่างผม

อันที่จริงแนวคิดเรื่องชาติ – ศาสนา - พระมหากษัตริย์ – รัฐธรรมนูญ นั้น มีอยู่ตั้งแต่สมัย แปลก-ปรีดีแล้ว แต่ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก และนำเอาoriginal versionยุคก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองมาใช้แทน

โดยส่วนตัว ผมคิดว่ารัฐชาติในปัจจุบันมันเบลอไปจากเดิมมากแล้ว ดูตัวอย่างEUโน่นซิครับ เขาไป่ไกลถึงขนาดเป็นmultinational states กันแล้ว มีความพยายามจะมีรัฐธรรมนูญของEUกันแล้ว แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่ideaอันนี้เป็นที่ยอมรับกันส่วนใหญ่ในEUกันแล้ว สิ่งเดียวที่พวกเขาคำนึงถึงกันก็คือ ประชาชนทั้งหมดที่อยู่ในEU ประโยชน์สุขที่คนทั้งหมดจะได้รับ โดยไม่สนใจแล้วว่าคุณคืออังกฤษ คือฝรั่งเศส เยอรมัน หรือ สแปนนิช ฯลฯ

ผมเคยเห็นcommentอันหนึ่งในประชาไทเมื่อเร็วๆนี้(ขอโทษ ที่จำไม่ได้ว่าในthreadอันไหน ใครpost) เขาเขียนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดมีอย่างเดียวคือ ประชาชน ผมเห็นด้วยครับ ชาติจะมีความหมายอะไร ถ้าไม่มุ่งเน้นประโยชน์สุขของประชาชน ที่เหลือเป็นเพียงส่วนประกอบ ไม่ไช่แก่นกลางของชาติ

ถ้ายังเข้าไม่ถึงแก่นกลางของstate คุณก็อาจจะหลงกล ตกอยู่ในวงเวียนวทากรรมของพวกแนวชาตินิยม จารีตนิยม จนถึงคลั่งฯ โดยไม่เคยคิดย้อนกลับไปว่า เหตุผลที่เขาคิดว่าชาติประกอบด้วย ......เพราะอะไร ปัจจุบัน มันยังอธิบายความเป็นชาติได้ดีอยู่หรือ? (ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า มันเคยอธิบายความเป็นชาติในอดีตได้ดี?)

เลยมีคนที่อ้างตัวเป็นลูกเจ๊กลูกจีน มาโหวกเหวกเผาบ้านเผาเมืองอยู่ทุกวันนี้ ปากก็ตะโกนว่า"กู้ชาติ" ชาติมันเป็นอะไรนักหนา ถึงต้องให้ไอ้คนบ้าคนนี้มาเผา ถึงชาติจะมีปัญหาก็ไม่มีเหตุผลใดให้ใครมาเผา นี่เป็นแค่ตัวอย่างของวาทกรรม"ชาติ"แบบจารีตนิยม คุณว่ามันสอดคล้องกับใคร หรือรับใช้ใครกันแน่?
avatar
devil

จำนวนข้อความ : 69
Registration date : 29/11/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ