รายงานจากหน่วยข่าวลับ

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:23 am

สัญญาน"ผู้ใหญ่"/ยุบสภา-ปลด"จอมบงการ"/เคลียร์"ทักษิณ"/สนธิลิ้มเผ่น/ผวาปฏิวัติซ้อน!!
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์การเมืองการทหาร ห้วงวันครบรอบ ๓ ปี รัฐประหาร ๑๙ ก.ย.๕๒
ที่ผ่านมา ว่า
ได้มีความเคลื่อนไหวของกองกำลังทหารฝ่ายตรงข้าม"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา"
ทั้งก่อนและหลัง การชุมนุมของ"ม็อบเสื้อแดง"โดยเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหว
การชุมนุมของ"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"ภายใต้การนำของ"วีระ
สมความคิด" ที่ยังคงมีติดต่อเชื่อมโยงกับ"พล.อ.สพรั่ง
กัลญานมิตร"อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม
หนึ่งในนายทหารที่มีบทบาทในการปฏิวัติ"ทักษิณ
ชินวัตร"และมีความสนิทสนมกับพันธมิตรฯ...และแกนนำจากสันติอโศกของ"โพธิรักษ์
"โดยมี"พล.ท.ปรีชา"จปร.๗ ที่เคยเป็น"เสนาธิการ"ให้กับ"พล.ต.จำลอง
ศรีเมือง"ในปฏิบัติการขับเคลื่อนมวลชน
ในรูปกองทัพประชาชนหลายต่อหลายครั้งรวมถึงครั้งเข้าร่วมกับพันธมิตรฯ
ที่มีการปะทะกับ"มวลชนจัดดั้ง"ชาวบ้านภูมิซรอล จ.ศรีสะเกษ..
ที่อยู่ในเส้นทางขึ้นสู่เขาพระวิหาร..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การเคลื่อนไหวอันนำไปสู่การปะทะกันของชาวบ้านกับการ์ดพันธมิตร
นักรบศรีวิชัย ในวันที่ ๑๙
ก.ย.มีความต้องการให้เกิดการขยายพื้นที่ความวุ่นวายไปจนถึงแนวชายแดน
จ.บุรีรัมย์
โดยใน"ทางเปิด"เพื่อขยายประเด็นการทวงคืนพื้นที่เขาพระวิหารของพันธมิตรฯ
ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่สามารถขยายผลแนวร่วม"ชาตินิยม"ไปทั่วประเทศโดยสอด
คล้องกับการเริ่มโครงการร้องเพลงชาติทั่วประเทศของรัฐบาลที่เริ่มตั้งแต่วัน
ที่ ๑๘ ก.ย.๕๒
โดยเป้าหมายใน"ทางปิด"นั้นเกี่ยวข้องไปถึงสถานการณ์ที่กรุงเทพฯที่มีการ
ประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ภายใต้การคุมสถานการณ์ของ"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"รองนายกฯ
ที่มีการเคลื่อนไหวเตรียมพร้อมของ"ทหารนอกเครื่องแบบ"จากกองทัพภาคที่ ๓
และกำลังหน่วย กอ.รมน.ที่เคยอยู่ภายใต้การดูแลของ"พล.อ.ประยุทธ์
จันทร์โอชา"รองผบ.ทบ.จำนวนมาก โดยมีกำลังพลของกองทัพภาคที่ ๒
ที่ถือเป็นกำลังของ"พล.อ.อนุพงษ์"ล้อมอยู่ภายนอกเขตเมืองและปริมณฑลกรุงเทพฯ


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
สถานการณ์การปะทะกันของประชาชนที่ชายแดนไทย-เขมร บริเวณเขาพระวิหาร
ตามแผนปฏิบัติการจะทำให้กองทัพต้องส่งกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ ๒
เข้าไปตรึงแนวชายแดน
ในกรณีสถานการณ์ถูกขยายเข้าไปในเขมรและอาจมีการกระทบกระทั่งจนถึงขั้นเข้าใจ
ผิดระหว่างชาวบ้าน ๒ ชาติ
ที่อาจทำให้มีการใช้อาวุธโจมตีและจุดชนวนไปสู่การเปิดแนวรบระหว่างทหาร
ซึ่งหากถึงจุดนั้น
จะทำให้"พล.อ.อนุพงษ์"ต้องสั่งการให้กำลังพลที่ล้อมรอบกรุงเทพของกองทัพภาค
ที่๒ เดินทางไปสมทบที่ชายแดนเขาพระวิหาร
ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯจะมีการเคลื่อนไหวของ"มวลชน"ที่ไม่ใช่"เสื้อแดง"แทรก
ซึมและสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงและวุ่นวายโดยเฉพาะในช่วงที่จะมีการ
เคลื่อนย้ายม็อบ"เสื้แดง"ไปที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ของ"พล.อ.เปรม
ติณสูลานนท์"ตามแผนที่ประกาศไว้..จากนั้นจะมีการเคลื่อนกำลังภายใต้การดูแล
จากทหารสายตรงข้าม"พล.อ.อนุพงษ์"เข้าเคลียร์สถานการณ์
และอาจนำไปสู่สถานการณ์"หักกัน"ระหว่าง"พล.อ.ประยุทธ์"กับ"พล.อ.อนุพงษ์"ใน
ลักษณะ"การเปลี่ยนแปลง"แบบฉับพลันทันที
โดยอ้างเหตุผลสถานการณ์การสูญเสียดินแดน การปะทะกันของคนไทย
และการมุ่งเป้าที่"ขั้วอำนาจสีเขียว"ที่กุมสภาพอำนาจและกำลังพลในกองทัพ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสาเหตุของการเคลื่อนไหวดังกล่าว
มีความเชื่อมโยงกับข่าวความขัดแย้งระหว่าง"ขั้วอำนาจใหม่"สีเขียว-สีน้ำเงิน
กับ"พรรคประชาธิปัตย์"ผ่านท่าทีและปฏิบัติการโดย"นายกอภิสิทธิ์"ที่ทำการ
จัดการกับ"พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ"อดีต
ผบ.ตร.น้องชาย"พล.อ.ประวิตร"ในทุกวิธีภายใต้การยุแกมขู่จาก"สนธิ
ลิ้มทองกุล" จน"พล.ต.อ.พัชรวาท"ตัดสินใจ"ลาออก"ก่อนครบกำหนดอายุราชการ
ซึ่งทำให้"พล.อ.ประวิตร"ไม่พอใจอย่างมาก และมีการส่ง"สัญญาน"นี้ผ่าน"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"รองนายกฯและ"นิพนธ์ พร้อมพันธ์"เลขาธิการนายกฯ
กระทั่งเป็นที่มาของ"สัญญานพิเศษ"ก่อนและหลังการประชุม
กตช.ที่ปรากฎการ"หักหน้า"นายกฯ จนมีการตั้ง"พล.ต.อ.ธานี
สมบูรณ์ทรัพย์"ขึ้นมารักษาการ ผบ.ตร.และเตรียมที่จะสรุปชื่อ
ผบ.ตร.เป็น"พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ"ในการประชุมครั้งต่อมาวันที่ ๑๖
ก.ย.แล้ว แต่ผลที่สุดก็ต้องมีการลงมติเลื่อนการประชุมเสนอชื่อ
ผบ.ตร.ออกไปอีก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
สาเหตุที่"นายกอภิสิทธิ์"ยืนยันในชื่อของ"พล.ต.อ.ปทีป"นั้นมีความเกี่ยวข้อง
กับ"สัญญานพิเศษ"ที่ได้รับผ่าน"ผู้ใหญ่คนหนึ่ง"ที่เคยใช้บ้านเป็นสถานที่
หารือกับ"น.ต.ประสงค์""พล.อ.สุรยุทธ์"และ"พล.อ.พัลลภ"ในการโค่นอำนาจ"ทักษิณ
" โดยหลังจาก"นิพนธ์
พร้อมพันธ์"อ้าง"ข้อมูลใหม่จากเยอรมัน"ที่ทำให้ตนกับ"สุเทพ"ต้องยืนยันใน
ชื่อ"พล.ต.อ.จุมพล
มั่นหมาย"หลังจากนั้น"นายกอภิสิทธิ์"ก็ได้รับคำเชิญเข้าไปพูดคุยที่บ้านหลัง
เดิม
และได้รับคำยืนยันใน"สัญญานพิเศษ"ของ"ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง"ที่ส่งผ่านเจ้า
ของบ้านมา
ทำให้หลังจากวันนั้น"นายกอภิสิทธิ์"มีท่าทีมั่นใจในข้อมูลที่ได้รับมากขึ้น
และกล้าที่จะชนทะลุทะลวง
กับ"ขั้วอำนาจใหม่"ในรัฐบาลภายใต้การนำของ"พล.อ.ประวิตร"..
ภายใต้ความเชื่อที่ว่า"พล.อ.ประยุทธ์"ที่แม้จะถูก"พล.อ.อนุพงษ์"กันออกจาก
ตำแหน่ง"เสธ ทบ."มาเป็น รอง ผบ.ทบ. แต่ก็ยังมีกำลังทหารในมือ
ซึ่งเมื่อรวมกับการสนับสนุนจากขุมกำลัง"บ้านสี่เสาเทเวศร์"และมวลชน
พันธมิตรฯ ก็ยิ่งทำให้"นายกอภิสิทธิ์"มั่นใจ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การจัดการกับ"พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์"โดยอาศัย
ปปช.นั้นเป็นความหวาดระแวง ว่า ขั้วอำนาจของ"พล.อ.ชวลิต"
ที่ยังคงมีบารมีในกองทัพ
ภายใต้การสนับสนุนจาก"ผู้ใหญ่"ที่ให้การสนับสนุนการ
เคลื่อนไหวของมวลชน
"เสื้อแดง"มาตั้งแต่ครั้งเป็น
นปก.โดยเคยส่งกำลังทหารนอกเครื่องแบบเข้ามาคุ้มกันแกนนำม็อบ นปก.
รวมถึง"น.พ.เหวง
โตจิราการ"...จะจับมือกับ"ขั้วอำนาจใหม่"สาย"พล.อ.ประวิตร"และ"พล.อ.อนุพงษ์
" ซึ่งกำลังมีความระแวงกับข่าวรัฐบาลเตรียมดัน"พล.อ.ประยุทธ์"เป็น
ผบ.ทบ.และเด้ง"พล.อ.อนุพงษ์"ไปเป็น ผบ.สส.
ขณะเดียวกันก็จะมีการตั้ง"พล.อ.สพรั่ง"เข้ามาเป็น รมว.กลาโหม
แทน"พล.อ.ประวิตร"เพื่อสลายกำลังขั้วอำนาจนี้
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำให้เกิดแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง
จนถึงขั้นมีข่าวจะมีการทำรัฐประหาร
โดยใช้การชุมนุมของ"คนเสื้อแดง"เป็น"เงื่อนไข"ของการเคลื่อนไหว ในวันที่
๑๙ ก.ย.๕๒

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"ผู้ใหญ่"ที่อยู่ต่างประเทศ
ไม่พอใจในท่าทีของ"อภิสิทธิ์"และมีความพยามที่จะให้นายทหาร
ต่อสายเพื่อให้พูดโดยตรง เกี่ยวกับเรื่อง ผบ.ตร.คนใหม่ แต่"อภิสิทธิ์"
ก็ยังคงมั่นใจในข้อมูลที่ได้รับจาก"ผู้ใหญ่"ที่เป็นเจ้าของบ้านทีใช้วางแผน
๑๙ ก.ย.๔๙ ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
เหตุผลสำคัญของการยืนยันเสนอชื่อ"พล.ต.อ.ปทีป"ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของ
พันธมิตรฯ ที่ไม่ต้องการให้คดีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ
และคดีบุกยึดสนามบินดอนเมืองรวมไปถึงคดีที่ติดค้างต่างๆ
ที่หากคดีหลุดไปอยู่ในมือตำรวจสาย"ทักษิณ"จะเป็นอันตรายกับพันธมิตร
ขณะเดียวกันในส่วนของ
กลุ่มอำนาจที่เคยร่วมกันล้ม"ทักษิณ"ก็เป็นห่วงว่าข้อมูลเหตุการณ์ความรุนแรง
ถึงขั้นชีวิต ที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าพบ"ผู้ใหญ่"ในช่วงคืน ๑๙ ก.ย.๔๙
ของคณะ"พล.อ.สนธิ "จะถูกขยายผล ขณะที่ฝ่ายของ"ผู้ใหญ่"ที่อยู่ต่างประเทศ
ก็ยืนยันว่ารับไมได้ที่จะให้
"พล.อ.ปทีป"เป็นผบ.ตร.เพราะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์วันที่ ๑๙ ก.ย.๔๙ ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
การเสียชีวิตปริศนาของ"พระประเสริฐ"ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นเลขาฯของ"ผู้ใหญ่
"ท่านหนึ่ง
มีความเกี่ยวข้องกับอาการป่วยของ"ผู้ใหญ่"ที่ไม่สบายใจกับสถานการณ์การเมือง
ที่โยงสถาบัน โดยเฉพาะ"
ข้อมูล"ที่"พระประเสริฐ"ได้รับทราบและมีการบอก
กับ"ผู้ใหญ่"ถึงแผนการณ์ในอนาคตเกี่ยวกับการขึ้นสู่อำนาจของ"ผู้ใหญ่อีกท่าน
หนึ่ง"
ซึ่งทำให้ต่อมาภายหลัง"ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง"ทำการสั่งปลดกลางร้านอาหารแห่ง
หนึ่ง..ก่อนที่
จะไปบวช และถูกสังหารหลังจากนั้นเพียง ๕ เดือน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"ผู้ใหญ่ในต่างประเทศ"ได้รับรายงานสาเหตุที่มาของอาการของผู้ใหญ่อีกท่าน
หนึ่ง ว่ามาจากเจตนาของ"ผู้ใหญ่"๒
ท่านที่จะไม่นำ"ผู้ใหญ่"เข้าทำการรักษาตัว ทำให้"ผู้ใหญ่"จากต่างประเทศ
ไม่ไว้ใจ
และให้ผู้ใหญ่อีก ๒ ท่าน คอยดูแลแทน พร้อมทั้งประกาศว่า
ภายในวันที่ ๒๕ ก.ย.จะเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยตามกำหนดในวันที่
๒๘ ก.ย.จะเดินทางไปประกอบพิธีกรรมบางอย่างในพื้นที่ภาคใต้ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"ผู้ใหญ่"ที่อยู่ต่างประเทศได้พยายามให้มีการกดดันรัฐบาลให้ยุบสภา
จากนั้นนำไปสู่การปลด"บุคคลสำคัญ"
ที่"เสื้อแดง"ระบุว่าอยู่เบื้องหลังสถานการณ์ทั้งหมด ให้พ้นจากตำแหน่ง
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้อำนาจเสนอชื่อ"ผู้ใหญ่"อีกท่านขึ้นสู่อำนาจแทน
"ผู้ใหญ่"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ขณะที่"ผู้ใหญ่"มีความต้องการให้สถานการณ์ประเทศคลี่คลายไม่ลุกลามสู่สถาบัน
สูง หลังผิดหวังกับ"รัฐบาลอภิสิทธิ์"
โดยต้องการให้มีการเคลียร์โทษให้กับ"ทักษิณ"
ขณะที่"ผู้ใหญ่"อีกท่านมีการส่งสัญญานผ่านกระบวนการยุติธรรม
และคดีกล้ายางของ"นายเนวิน ชิดชอบ"ที่ส่งผลทำให้"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ออกมาปูดข้อมูลการตัดสินของศาลฎีกา ว่า"เนวิน"จะพ้นผิด
ก่อนที่"สนธิ"จะเดินทางออกไปยังต่างประเทศ โดยไม่เข้าพูดในรายการ ASTV มา
๓ สัปดาห์แล้ว ทั้งที่มีคดีอาญาติดตัวและอยู่ระหว่างประกันตัวในหลายคดี

ทีี่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sunnews

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:25 am

พันธมิตรแนวร่วมใหม่
@@ฝ่าย
ต่อต้านทักษิณ กำลังก่อรูปขบวนใหม่อีกรูปขบวน
เพราะเห็นว่าพันธมิตรยังมีข้อจำกัดอยู่
แต่ไม่ได้มีความเห็นแตกต่างะพันธมิตร
แต่จะเป็นการเคลื่อนไหวอีกขบวนหนึ่งเพื่อทำให้ฝ่ายต่อต้านแข็งแรงขึ้น
เนื่องจากฝ่ายพันธมิตรเดิมมี"จุดอ่อน"ที่
ดูกโจมตีแยะ การจัดรูปองค์กรมีข้อจำกัด
ทำให้การเข้าร่วมขององค์กรมีข้อจำกัด
ขณะนี้มีการประสานเครือข่ายต่างๆเริ่มก่อรูปแล้ว โดยยุทธวิธี"แยกกันเดิม รวมกันตี "รูปแบบองค์กรเป็นแนวร่วมพันธมิตร เปิดให้มีการร่วมขององค์กรต่างๆมากกว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ มีเพียงตัวบุคคล ๕ คน


@@ข่าวลอบสังหาร และ ข่าวจับตัว"ทักษิณ"ที่
แพร่กระจายไป ทำให้นายกฯระมัดระวัง
ข่าวนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งตอนที่ครั้งแรกนายกฯประกาศไปดูบอลและไม่ไป
อันเนื่องมาจากเกรงว่าไปแล้วกลัวจะไม่ได้กลับมาประเทศไทยอีก-ข่าวนี้สอดรับ
กับรายงานจาก"หน่วยข่าวความมั่นคง"ที่รายงานการ"นำเข้า"อาวุธปืนร้ายแรงเจาะเกราะแบบไร้กระสุนแต่สามารถสังหารเหยื่อได้จากระยะไกลโดยไร้หลักฐาน ซึ่งเป็นการนำเข้ามาจากสหรัฐก่อนหน้านี้

@@ชมรม
โหร ๒ แคว(ภาคเหนือตอนล่าง)ค้านสำนักโหรที่ทำนายดวงเมืองย่ำแย่วุ่นวาย
โดยชมรมโหรฯยืนยันว่า ดวงดาวปัจจุบันไม่เหมือนเหตุพฤษภาทมิฬปี ๒๕๓๕,๑๔
ตุลา ๑๖,๖ ตุลา ๑๙,หรือเหตุการณ์ปี ๒๔๗๕ จะไม่มีการปะทะกันนองเลือดในเดือน
กรกฎาคม-สิงหาคม แต่ลักษณะการโคจรของดาวน่าห่วงตรงที่มีลักษณะเหมือน ปี
๒๕๐๖ สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัช ต์ และสมัยปลายรัชสมัยรัชกาลที่ ๓
ที่มีการสูญเสียดินแดนเขาพระวิหาร และดินแดนในพื้นที่ภาคใต้


@@เบื้องลึก"วงใน"ฝ่ายทหารระดับสูง มีการเอ๋ยถึงชื่อ"นายธานินทร์ กรัยวิเชียร"องคมนตรี
อดีตนายกฯและอดีตประธานศาลฎีกา มาเป็น ผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดฝ่ายบริหาร
เพื่อ
แก้ไขรัฐธรรมนูญ..สายข่าวนี้มีการวิเคราะห์ถึงความต้องการให้มีการแก้ไขรัฐ
ธรรมนูญก่อนเลือกตั้ง โดยศาลจะตัดสินให้ ๔ กกต.ติดคุกด้วย

ผบ.ทบ.เรียกเสธแดงพบให้เป็น ผบ.พล.ม.๒
@@ข่าวปลด ผบ.ทบ."พล.อ.สนธิ"สะพัดยิ่ง ถ้อยคำที่เคยได้ยินในหมู่ผู้คนจากปากของ"ทักษิณ"ที่ว่า"ถ้าไม่ย้ายก็โง่เต็มที"เริ่ม
กลับมาดังขึ้นอีกครั้งในห้วงการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งล่าสุดที่ไม่รู้ว่าโผจะ
ไปค้างเติ่งเหมือนปีที่แล้วหรือไม่ เพราะปีที่ผ่านมาผลงานของ
ผบ.ทบ.เป็นที่ประจักษ์ทั่วไป ว่าไม่ได้ยืนอยู่ข้างรัฐบาล
ทั้งยังมีข่าวว่าแนบแน่นกับ"พล.อ.สุรยุทธ"ด้วย

@@ "ผบ.ทบ."เรียก"เสธแดง""พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล"(เตรียมทหารรุ่น๑๑)เข้าพบเมื่อวันที่ ๖ ก.ค.ที่ผ่านมา หารือเตรียมให้มานั่งเก้าอี้ ผบ.พล.ม.๒ คุมสรรพกำลังด้วย"เหตุผลเปิด"ให้ช่วยดับไฟใต้ และ"เหตุผลปิดลับ"ถ่วงดุลความแรงของเตรียมทหารรุ่น ๑๐ รุ่นเพื่อน"ทักษิณ"

@@เพลานี้"เนวิน"นายกฯน้อย เดินขึ้นเดินลงเข้านอกออกในห้องทำงาน"ทักษิณ"บน
ตึกไทยคู่ฟ้าเป็นว่าเล่นต่อวันหลายสิบรอบ
จนถูกแซวว่าสงสัยห้องทำงานไม่มีห้องน้ำในตัวต้องไปยืมใช้ห้องนายกฯ
ความจริงก็คือกำลังเป็นที่โปรดปรานยิ่ง

@@ข่าวลอบสังหาร และ ข่าวจับตัว"ทักษิณ"ที่
แพร่กระจายไป ทำให้นายกฯระมัดระวัง
ข่าวนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งตอนที่ครั้งแรกนายกฯประกาศไปดูบอลและไม่ไป
อันเนื่องมาจากเกรงว่าไปแล้วกลัวจะไม่ได้กลับมาประเทศไทยอีก-ข่าวนี้สอดรับ
กับรายงานจาก"หน่วยข่าวความมั่นคง"ที่รายงานการ"นำเข้า"อาวุธปืนร้ายแรงเจาะเกราะแบบไร้กระสุนแต่สามารถสังหารเหยื่อได้จากระยะไกลโดยไร้หลักฐาน ซึ่งเป็นการนำเข้ามาจากสหรัฐก่อนหน้านี้

http://www.innnews.co.th/innsivenews.php

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:26 am

เบื้องหลัง..บึ้ม..ปฏิวัติซ้อน !!!
@@ ลึกแต่ไม่ลับ...ที่ว่ากันว่า"ปฏิวัติซ้อน"หรือ"ปฏิวัติซ้ำ"นั้น...สายข่าวรายงาน"อาทิตย์"ว่า..แท้จริงแล้ว...มันเป็นเรื่องของ"ผลประโยชน์"ของ"คนมีสี"2ขั้ว..อันเกี่ยวกับ"สนามบินสุวรรณภูมิ" "ฝ่ายหนึ่ง"มีผลประโยชน์อยู่ในสนามบินดอนเมืองมานานนม..ก่อนจะย้ายวิกมาคุมสนามบินสุวรรณภูมิ มีกองกำลังเพียบ ! ขณะที่"อีกฝ่าย"ใน
ฐานะผู้กุมอำนาจทหาร ในรัฐบาลปัจจุบัน
กำลังเข้าไปทลายเครง..ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบหรืออะไร..แต่เพื่อที่จะเอาบริษัท
ยาม...เอาพวกตัวเองเข้าไป..นั้นเอง..

@@งานนี้ก็เลยมีเรื่อง เพราะ"ฝ่ายแรก"ในฐานะ"รุ่นพี่"ทั้ง"บิ๊ก น"และน้องนายทหารชื่อ"ม."ประกาศก้อง จะป่วนเมืองวินาศกรรมให้มันพังไปข้างหนึ่ง...

@@ทีนี้..พอเกิดบึ้ม บึ้ม ! "ฝ่ายหลัง"ก็เลยโยงทันทีว่า"เสธ. อ."เข้ามาเกี่ยวข้อง แถมพ่วงมั่วไปถึง"บิ๊กจิ๋ว"..แต่เอาเข้าจริงเรื่องมัน"ซับซ้อน"ตรงที่"เสธ ม."อีกรายก็มีเรื่องกันอยู่กับ"ฝ่ายแรก".."เสธ ม."ร่วมมือกับ"ฝ่ายหลัง"...

@@เรื่องของเรื่อง ที่โยงไปยัง"เสธ อ."เพราะ..มีเชื่อของ"ผู้กอง จ."ที่หมู่บ้านชัยพฤกษ์ อดีตเป็น"สารวัตรทหาร"ที่โคราช..เป็นลูกน้องของ"เสธ ส."ที่เป็นรุ่นเดียวกับ "พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ.(ตท.7)..."ผู้กอง จ."เป็นกลุ่มทหารอิทธิพล ที่มีอาณาจักรอยู่ย่านฝั่งธนฯสถานบริการอยู่ในความดูแลของเขาคนนี้..และยังเปิดบริษัทยามฯตามสูตรฯ..ซึ่งห้วงที่"เสธ อ."ขึ้นมาใหญ่ "ผู้กอง จ."ก็มาอิงอำนาจของ"เสธ อ."..นี่เป็นเหตุให้"คมช."มีการโยงว่า "เสธ อ."เกี่ยวข้อง..

@@ซึ่งเรื่องนี้มี"อินไซด์"มาว่า "ข้อมูล"เป็นวรรคเป็นเวรที่ มีการออกมาแถลงนั้น ได้มาจาก"กุนซือ"ฝ่ายพันธมิตรฯ

@@ส่วนเรื่องวุ่นๆความขัดแย้งใน คมช.จากปฏิวัติซ้อน-ซ้ำ ที่โฟกัสไปที่"พล.อ.สพรั่ง"นั้น ไม่ใช่ว่าข้อมูลที่ "สนธิ ลิ้มทองกุล"นำมาพูดผ่าน"เอเอสทีวี"ที่ว่า "ขณะ
นี้มีความพยายามทำร้ายทำลาย พล.อ.สพรั่ง ว่า พล.อ.สพรั่ง จะปฏิวัติ
จะทำโน่นทำนี่ เพื่อให้พล.อ.สพรั่ง กลายเป็นรุ่น 7ที่ถูกรุ่น 5 ปราบ
ใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นทหารบ้านนอก เป็นคนมุทะลุ เป็นคนไม่มีปัญหา เอะอะอะไร
จะปฏิวัติซ้อน เป็นกระบวนการล้มล้างพล.อ.สพรั่ง เพราะ พล.อ.สพรั่ง
เป็นประธานการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
กำลังขุดคุ้ยปรากฏว่าเจอเรื่องที่โยงไปถึงทักษิณ โยงไปถึงศรีสุข
โยงถึงญาติพี่น้องไปถึงสุริยะ"
...ไม่ใช่ว่าสิ่งที่"สนธิ"พูด...จะไม่มีมูล..แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ.."ความไว้วางใจ"และ"ความขัดแย้ง"ในคมช...จนมีการพูดถึง"ปฏิวัติซ้อน"นั้นเกิดขึ้นจริง..แน่นอน..

@@โดยเฉพาะที่แน่นอนในปฏิกริยาคือหลังจากที่ มีข่าวว่า"พล.อ.สนธิ"จะให้"พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล"เลขา คมช.(ตท.6)เป็น ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)หลังจากที่ตนเองเกษียณในปีนี้(2550)...หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีชื่อของ"พล.อ.สพรั่ง"และ"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"รวมไป
ถึง"พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์"เสธ ทบ.ที่ก่อนหน้านี้ว่ากันว่าจะเป็น"ม้ามืด"...ว่ากันว่า ข่าวนี้ ทำให้เกิดอาการ"ฟาดงวง ฟาดงา"กันจากนายทหารที่มีชื่อข้างต้น...จนที่สุด"พล.อ.วินัย"ต้องขอ"บาย"เรื่อง"คลื่นลม"จึงสงบ

ปฏิวัติซ้อน-ซ้ำ ใครทำ?
@@เบื้อง
หลังข่าวลือ ปฏิวัติซ้อน - ปฏิวัติซ้ำ คือการเคลื่อนกำลังของกองทัพภาคที่
2 ที่ว่ากันว่า
"บิ๊กจิ๋ว"ยังคงมี"พาวเวอร์"..ขณะที่ข่าวลือในท่วงทำนองเกี่ยวกับ"พล.อ.
สพรั่ง กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ. ว่าจะเป็นผู้ทำการ"ปฏิวัติซ้อน"นั้น
สร้างผลทาง"จิตวิทยา"กับ"บิ๊กบัง""พล.อ.สนธิ
บุญยรัตกลิน"ผบ.ทบ.ประธาน
คมช.ไม่น้อย...ว่ากันว่า ต่างฝ่ายที่ไม่ไว้วางใจ
มีการ"ตรึงกำลัง"กันอยู่..ในหลายค่ายทหารในกรุงเทพและปริมณฑล..ส่วนที่จะเอา
อาวุธหนักมาโชว์"วันเด็ก"นั้นส่วนหนึ่งก็เป็นการแสดงแสนยานุภาพของฝ่ายตน
และส่วนหนึ่งก็เพื่อนำเข้าเพื่อ
เตรียมพร้อมรับมือเหตุ ซ้อน หรือ ซ้ำ


@@สาย
ข่าวรายงานว่า นอกจากการข่าวแบบทหารแล้ว
ทีมงาน"กุนซือ"ของ"พล.อ.สพรั่ง"ยังแน่นปึ้กไปด้วยบรรดา"มือดี"จาก"สื่อมวลชน
"ระดับ"เซียน"ทั้งจาก"ค่ายนสพ.ผู้จัดการ"ของ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"และจากค่ายอื่นๆที่ระดมสรรพกำลังเข้ามาหา"ข่าว"เพื่อตั้งวอร์รูม
ประเมิน
สถานการณ์กันวันต่อวัน นาทีต่อนาที กันทีเดียว

3ก๊ก ปฏิวัติซ้อน-ซ้ำ
@@เบื้องหลังในสถานการณ์..ระหว่างทหารและทหารระดับ"บิ๊กๆ"ใน คมช. ความแตกต่างที่แตกแยกนั้นมีจริง..ฝ่ายหนึ่ง-ย่อมหมายถึง"บิ๊กบัง""พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ผบ.ทบ.ที่กำลังจะเกษียณอายุปีนี้...อีกฝ่ายหนึ่ง-ย่อมหมายถึง"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ......ความแตกแตกแยกและแตกต่างหาใช่เพียง"รุ่น"หากแต่หมายถึง..อาการ"ไม่ปลื้ม"ที่ส่งออกมาจาก"ขุมอำนาจ"..ระดับสูง..ที่ส่งไปยัง"บิ๊กบัง"..ที่เคยรับปากก่อนนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.ทั้งที่มี"แรงเสียดทาน"ไม่เห็นด้วยรอบด้าน..ทั้งข้างบนและข้างล่าง...

@@ จน"ทักษิณ"ต้องใช้เหตุผล...สายเลือดจปร.แท้และการเป็น"ทหาร"ที่ผ่านสนามรบ..และความเป็น ผบ.ทบ.มุสลิม คนแรกของประเทศไทย ยามที่"สงคราม"กำลังจรดจ่อที่แดนใต้ และนานาประเทศมุสลิมกำลังจับจ้องประเทศไทย มาเป็นเหตุผลในการตัด คู่"แคนดิเดต"อย่าง"พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช"ผช.ผบ.ทบ.(2548)ที่จบจาก ร.ร.นายทหารจากสหรัฐ,และ"พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์"เสนาธิการทหาร(2548) ที่จบจาก ร.ร.นายร้อยทหารบกสหรัฐฯ(West Point)..ทั้งที่"เหตุผล"แท้จริง..แล้วก็คือเรื่องของ"มือที่มองไม่เห็น"..ที่ต้องการให้มีการตั้ง"บิ๊กบัง"...อันเป็นที่มาของ"การดองโผทหาร"..ที่ว่ากันว่า..บรู๊ฟลงไปในรายละเอียดกว่านั้น..ในเวลานั้นเป็นหน้าที่ดูอีกครั้งจาก"ป๋าเปรม"ด้วย.

@@ในความแตกปัจจุบันก็คือผลจากอดีต..ที่ใครต่อใครที่เคยสนับสนุน..เริ่ม"ไม่ปลื้ม" และ"ไม่ปลื้ม"มากยิ่งขึ้นจากผลงาน และ"ท่าที"ของ"บิ๊กบัง"ในการคลี่คลายดับ"ไฟใต้"ที่คุโชนกว่าเดิม..แต่"บิ๊กบัง"ก็ยังคงไม่"รุก"ให้เป็นเรื่องเป็นราว อันถือว่าไม่เป็นไปตาม"สัญญา"ที่ให้..

@@แน่นอนการจะปลด"ผบ.ทบ."ที่กุมอำนาจ "ปธ.คมช."ที่สูงไปกว่า"นายกฯ"นั้นไม่ง่าย...ข่าวลือแห่งข่าวลือ"การปฏิวัติซ้อน"ของ"ขุมอำนาจ"ผ่าน"พล.อ.สพรั่ง"และการสนับสนุนอย่างดีจาก"กุนซือ"ค่าย"ผู้จัดการ"จึงเกิดขึ้นเป็นละลอก..ยิ่ง"บิ๊กจิ๋ว"ผู้อ่านขาดออกมา"ยุ"ซ้ำก็ยิ่งไปกันใหญ่...

@@ว่ากันว่างานนี้ใน คมช.อย่าว่าแต่ "ตท.6"เอง ที่"บิ๊กบัง"ก็ไม่กล้าที่จะไว้ใจใครทั้งหมด..บรรดาทหารรุ่นน้อง อย่าง"พล.อ.สพรั่ง""พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"(ตท.10)"บิ๊กบัง"ก็ไม่กล้าที่จะ"คลาดสายตา"...เพราะ"บิ๊กป๊อก"นั้นว่ากันว่า มีสัญญานจากมือที่มองไม่เห็น วางให้"รอ"ดูสถานการณ์..เพื่อซ้อนในซ้อน..หรือซ้อนในซ้ำ..อีกที..

@@ไม่แปลกที่..ในค่ายทหารเกือบทุกค่ายในกรุงเทพฯ หากเข้าไปดู จะเต็มไปด้วย"อาวุธหนัก"(ที่ขนกันเข้ามาตั้งแต่ก่อนวันเสาร์โดยอ้าง"วันเด็ก")และ"กองกำลัง"ของแต่ละ"ฝ่าย"ที่ว่ากันว่า"ตรึง"กันอยู่ 3 ขั้วเวลานี้...สุดแต่ว่า..เมื่อไหร่..จังหวะไหน เท่านั้น ที่จะใช้...

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:27 am

ลึก..รันเวย์ร้าว-เกมผลประโยชน์?
@@เบื้องลึกเบื้องหลัง"แท็กซี่เวย์"สนาม
บินสุวรรณภูมิร้าว..ที่ประโคมข่าวกันเสียใหญ่โต ที่ว่ากันว่า
สร้างผลกระทบอย่างรุนแรง เที่ยวบินหลายประเทศไม่กล้าลงที่สุวรรณภูมิ
ต้องเอาเครื่องไปลงกัวลาลัมเปอร์ และต่อ การบินไทยเข้ามา
จนช่วงวันสองวันมานี้คนที่อยู่ระแวกนั้น
รู้สึกได้ว่า จากเครื่องบินที่เข้ามา ครึ่งนาทีต่อลำ ในช่วงดึก ก็กลายเป็น ครึ่งชั่วโมงต่อลำ...

@@..เอาเข้าจริงไม่ใช่เรื่องแต่ปูมหลังทุจริตกินอิฐกินทรายอะไร..อย่างที่"คมช."โดย"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ให้สื่อเข้า"ตี".... ข้อมูลจาก"สภาวิศวกรรมสถาน" (ข้อ 2) ค่อนข้างชี้ชัดถึงประเด็นน้ำท่วมขังเป็นเวลา 2 เดือน ..โดยไม่ระบายน้ำออกทั้งที่มีระดับวัดอยู่รอบสนามบิน แต่ไม่มีใครถามต่อประเด็นนี้..กับผู้มีอำนาจสูงสุด ที่สั่งการนั้นคือ"พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก"ผบ.ทอ.
ที่ ขณะนั้น ยังสั่งการให้ช่างใหญ่ รองเอาเครื่องบินไปวิ่ง
ทั้งที่เขาเตือนแล้วว่าทรายที่มันอยู่ผิวบนมันยังซึมน้ำที่ท่วมขังนานนับ
เดือน แต่ก็ไม่เชื่อ
พอลองมันก็ปริแตกจริง..หลังจากนั้นจึงยอมที่จะปล่อยน้ำออกที่คลองบางโฉลง..

@@ว่ากันว่าเรื่องนี้ใน"กลุ่มทหารที่รักชาติ" ด่ากันขรม ว่า"มันกำลังทำให้ประเทศไทยฉิบหาย"ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เพียงเพื่อให้เข้าประเด็นทางการเมือง เพื่อเล่น"ทักษิณ"และ"พวก"..ทหารที่รักชาติ บอกว่าทหารช่าง หลายคนก็เตือน วิศวกรก็เตือน แล้วว่าจะต้องไม่ปล่อยให้มีน้ำท่วมขัง แต่"พล.อ.อ.ชลิต"ไม่เคยฟัง แถมยังจะให้ปล่อยน้ำจากข้างนอกเข้ามาในสนามบินอีก ดีที่ทุกฝ่ายช่วยกันห้ามไว้..ทหารที่รักชาติ บอกว่าต้องจี้ให้"พล.อ.อ.ชลิต"ออกมารับผิดชอบเรื่องนี้ และฝากเตือนว่า หากยิ่งเอาหินคลุกเข้าไปก็ยิ่งบานปลายหนักแน่ด้วย.

@@เบื้องลึกเบื้องหลังไปกว่านั้น ก็คือเรื่องที่กำลังมีความพยายามให้กลับไปใช้สนามบินดอนเมืองของ"ทหารอากาศ"ที่ไม่ได้รับผลประโยชน์เหมือนเดิมหลังจากที่ มีสนามบินสุวรรณภูมิ..ดังที่มีข่าวลงไปแล้วใน นสพ.ธุรกิจ หลายฉบับ

@@ไม่
ว่าจะเป็นการ ตั้งข้อสังเกต ว่า
เป็นการกลับมาทวงสิทธิทั้งหมดคืนสู่อำนาจเก่าให้กองทัพอากาศด้วยการฟื้นฟู
ดอนเมืองเป็นสนามบินนานาชาติกรุงเทพฯอีกแห่งที่ทรงพลานุภาพ
สามารถทำรายได้หล่อเลี้ยงชุมชนรอบข้างทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

@@โดย เป็นกลยุทธ์ "วิน วิน" ของกองทัพอากาศ เพราะตามพระราชบัญญัติการบริหารสนามบิน หลังจากย้ายไปสุวรรณภูมิ "กองทัพอากาศ" ก็ไม่มีสิทธิอีกต่อไป (ทั้งที่ทุกภาคส่วนยังติดภาพของการขนส่งทางอากาศเป็นกิจการด้านความมั่นคงของประเทศ) แต่ถ้า
กลับมาดอนเมืองแล้วสามารถสร้างกิจกรรมและรายได้
โดยใช้พื้นที่ร้านค้าเชิงพาณิชย์ ร้านค้า ร้านอาหาร ของที่ระลึก
สร้างเครือข่ายระบบคมนาคมขนส่ง รถลิมูซีน รถขนส่งสาธารณะ
พนักงานรักษาความปลอดภัย


@@อีกทั้งย่อมเป็นการปลุกชีพ "ธุรกิจ" เหล่า
นี้ฟื้นคืนกลับมาในดอนเมืองอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่รับรู้โดยทั่วกันมาตลอดว่า
ธุรกิจส่วนใหญ่ที่ปักหลักในดอนเมืองมายาวนานถึง 92 ปี ล้วนเป็นกิจการที่ "ทหารนอกราชการ"
ดูแลอยู่เกือบทั้งสิ้น
-ธุรกิจเหล่านี้มีอดีตของคนจากกองทัพอากาศล้วนเข้ามามีบทบาทแทบทั้งสิ้น
และ/หรือ หลังย้ายสนามบินจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ
มหาอำนาจทางธุรกิจในสนามบินถูกเปลี่ยนกลุ่มแบบพลิกฝ่ามือขั้วของ"ทหาร"หลุดแทบไม่เหลือ มีเอกชนเพียงไม่กี่รายย้ายตามไปทำมาหากินได้มากกว่าเดิม

@@ด้วยจิ๊กซอว์ที่ติดตาคนมานานว่า "ดอนเมือง" คือ "กองทัพอากาศ" เมื่อมีการแบ่ง "อำนาจ" ระหว่าง"พล.อ.อชลิต พุกผาสุข" อดีตประธานคณะกรรมการพัฒนาการบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ต้องเลือกหมวกเพียงใบเดียว คือ "ประธานบอร์ด" การบินไทย แล้ว
ยกหมวกอีกใบให้ "พลเอกสพรั่ง" เป็นประธาน ทอท.

รายงานคณะผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท)

คณะผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้รับการติดต่อให้เข้าสำรวจสถานที่ที่เกิดรอยแตก (cracks)และร่องล้อ (Rutting) ที่ผิวทาง Taxi Way โดยมีข้อสรุปเบื้องต้น ดังนี้

(1) น้ำที่พบในวัสดุชั้น Asphaltic Concrete Base Course และ ผิวบนของ Cement Treated Base เกิดจากน้ำซึมจากด้านล่าง ถ้า
การควบคุมระดับน้ำและเกณฑ์การออกแบบโครงสร้างผิวทาง ไม่สอดคลัองกัน
ในกรณีนี้ น้ำอาจซึมผ่านชั้น Cement Treated Base
ขึ้นมาจนถึงชั้นAsphaltic Concrete Surface ได้

(2) วัสดุ Asphaltic Concrete ถ้าชุ่มน้ำเป็นเวลานาน อาจสูญเสียกำลังได้

(3)
ตามเกณฑ์ปฎิบัติทั่วไป
ต้องควบคุมระดับน้ำไม่ให้ขึ้นสูงถึงด้านล่างของโครงสร้างผิวทาง (Pavement
Structure) คือ ชั้น Cement Treated Base ในกรณี Taxi Way.

(4) คณะผู้เชี่ยวชาญ แนะนำมาตรการเฉพาะหน้า ดังนี้

ก. ควบคุมระดับน้ำไว้ ตามการออกแบบระบบระบายน้ำในสนามบิน

ข.
ตรวจวัดระดับน้ำในพื้นที่ปูลาดพื้นผิว (Paved Area) ด้วยอุปกรณ์ เช่น
บ่อสังเกตุระดับน้ำ (Observation Well) หรือ
เครื่องวัดแรงดันน้ำ(Piezometer)

ค. ตรวจสอบกำลังรับน้ำหนักซ้ำซ้อน (Repeated Loading) จากล้อเครื่องบินต่อโครงสร้างผิวทาง ในสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน

แนวทางการแก้ไขอย่างถาวร

ต้องควบคุมการใช้งาน (operation) และระดับน้ำอย่างเคร่งครัดตามหลักวิชาการ การเพิ่มของระดับน้ำใต้สนามบิน จะที่ทำให้วัสดุที่ใช้ คือ

Asphaltic Concrete สูญเสียกำลังไป เมื่อต้องรับน้ำหนักตามที่ออกแบบไว้ จึงเกิดการแตกร้าว ณ ตำแหน่งต่างๆ

Taxi
way crack ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เกิดเพราะช่วงน้ำท่วมใหญ่ เจ้าหน้าที่ บทม.
ไม่กล้าปล่อยน้ำออก กลัวชาวบ้านเดือดร้อน น้ำเลยขังเป็นเวลานาน
ความดันน้ำรอบนอก ดันน้ำใต้สนามบิน ซึมไปเจอแอสฟัลท์ ทำให้เสียกำลัง
เลยแตกร้าว


คิดง่ายๆเหมือนเรากดขันน้ำเปล่าๆให้จมลงไปในอ่าง
น้ำ น้ำด้านนอกขันสูงกว่า ก็จะเกิดเป็นแรงดันน้ำที่ก้นขัน
ถ้าขันมีรูเล็กๆที่ก้น ก็จะเกิดแรงดันน้ำเป็นน้ำพุภายในขัน คิดเหมือน Taxi
Way และ Run Way เหมือนพื้นที่ในขัน และน้ำที่สูงรอบๆคือ
ระดับน้ำที่เกิดจากน้ำท่วมในขณะนั้น

ความจริง Runway
ก็อาจจะมีปัญหาเดียวกัน เพียงแต่ โครงสร้างผิวทางของ Runway
จะแข็งแกร่งกว่า และดินใต้ Runway ได้รับการอัดแน่นมาก
น้ำจึงยังซึมไม่ถึงส่วนที่เป็น Asphalt Concrete Base Course
-------------
@@ส่วนการซ่อมง่ายนิดเดียว ที่เมืองนอก crack ที่ Runway ก็เกิดบ่อย และมีวิธีการซ่อมที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว

@@มีการแนะจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะวิศวกร ว่า คมช.ไม่ควร นำ เรื่องทางเทคนิค มาเป็น issue ทางการเมืองโดย ควรปล่อยให้วิศวกรของสนามบิน จัดการเรื่องนี้ไป

@@นี่เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่มีการพูดถึงกัน อย่างแพร่หลายในหมู่วงการ"วิศวกร"และแวดวงการทหาร..(โปรดสังเกต ข้อ 2 และขอให้ย้อนกลับไปดูข่าวช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กรณีน้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิ)

@@รายงานความคืบหน้า สถานการณ์ กำลังทหาร...ที่เคยรายงานไว้แล้วว่า ในค่ายทหารเกือบทุกค่ายในกรุงเทพฯ หากเข้าไปดู จะเต็มไปด้วย"อาวุธหนัก"(ที่ขนมาตั้งแต่ก่อนวันเด็ก)และ"กองกำลัง"ของแต่ละ"ฝ่าย"ที่ว่ากันว่า"ตรึง"กัน
อยู่ 3 ขั้ว..ถึงวันนี้กำลังยังคงอยู่..นอกจากนี้ม็อบเกษตรกร
เมื่อเร็วๆนี้ ก็มีการปะปนของกำลังพลเข้ามาอีกจำนวนมาก
แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายใด...ในคมช.

@@รายงานเพิ่มเติม เกี่ยวกับ โผทหาร ว่ากันว่า"พล.อ.สพรั่ง"นั้นไม่ได้รับการไว้วางใจจาก"ระดับสูง"จนเจ้าตัวชักจะถอดใจเหมือนกัน..ในการที่จะเคลื่อนไหว สาเหตุเพราะ"ระดับสูง"ไม่ไว้วางใจว่าจะคุมได้ จากความเป็นคนโผงผาง ไม่ฟังใคร..และเก็บอาการไม่ได้

@@รายงาน
ปฏิกริยา..ประชาชน จากสถานการณ์การบริหารจัดการของ คมช.-รัฐบาล
เกิดกระแสก่อตัวเป็นความไม่พอใจขยายวงไปค่อนข้างกว้างขวางในหลายระดับ
โดยเฉพาะชนชั้นล่าง
และอดีตผู้"นักศึกษา14ต.ค."ที่รับไม่ได้เมื่อเห็นภาพวันที่ 7 ม.ค.50
การจัดงานดื่มไวน์ เลี้ยงฉลองความสำเร็จ ในการขับไล่"ทุนใหม่"(ทักษิณ) ของ"ราชนิกุล"-"ศักดินา"-"สนธิ ลิ้มทองกุล"และ"พันธมิตร"โดยมี"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ไปร่วมด้วย..

@@มี
การเคลื่อนไหวของอดีตแกนนำเคลื่อนไหวในอดีต..ในการปลุกเร้ากระแส..ประชาชน
ที่รู้สึกผิดปกติจากข้อมูลข่าวในกระแส..และเห็นความผิดปกติจากสถานการณ์การ
ดำเนินการของ คมช. โดยอาจมีการเคลื่อนไหวในแบบป่วนเมือง(เหมือน 31 ธ.ค.2549)เกิดขึ้นได้..โดย
ครั้งนี้อาจเป็นฝีมือของแนวร่วมที่ไม่พอใจ ร่วมกับประชาชนที่รุกฮือ
โดยพร้อมที่จะปะทะกับกำลังทหาร..และจะมี
ทหารบางฝ่ายฉวยโอกาสผสมโรงสถานการณ์ เพื่อ แย่งอำนาจ
ซึ่งอาจรุกลามถึงขั้นจราจล !!

@@รวมไปถึงการติดตามปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งตัว ไปแตะ 33 บาท ไม่กี่วันก่อนนี้(โดยยังไม่มีใครออกมาพูดถึง) มีความกังวลใจว่าจะก่อปัญหาติดตามมาในไม่ช้า..หากมีการเข้ามาโจมตีค่าเงิน

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:28 am

ลับสุรยุทธ์จะลาออกนายกฯ
@@คดียุบพรรค มีการตั้งธง ให้ ยุบทั้ง 2 พรรค ปชป.-ทรท. ไม่กี่วันก่อนหน้าการสืบพยานมีการส่ง"ซิกแนล"จาก คมช.ไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญ ให้เร่งคดีด้วยการ"ตัดพยาน"ในคดี..ซึ่งเป็นพยานที่อยู่ในพรรคเล็ก และมีเอกสารหลักฐานเป็นเช็คธนาคารที่สั่งจ่ายให้กับพรรคเล็ก
ที่
ปชป.(สุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะ)อ้างว่า เป็นการสั่งจ่ายจาก ทรท.
ทั้งยังมีพยานที่ยืนยันการเข้าไปข่มขู่หัวหน้าพรรคเล็ก ของแกนนำปชป.
และส.ส.รวมถึง "ไทกร พลสุวรรณ" ,นอกจากนี้ยังมี หลักฐานเทปการปราศรัยหาเสียงของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"ที่ปราศรัยทางภาคใต้ เรียกร้องให้ประชาชนไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง..ซึ่งเข้าข่ายความผิดถึงขั้น"ยุบพรรค"ด้วย.

@@ นายทหารใน คมช. ผู้นี้ อ้างว่า ต้องการให้มีการตัดสินคดี"ยุบพรรค"โดยเร็วภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้
เพื่อให้จัดการเลือกตั้งใหม่..โดยเร็วที่สุดเนื่องจาก
คมช.กังวลต่อสถานการณ์กระแสความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อ คมช.มากขึ้นๆ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ การบริหารจัดการของ"รัฐบาลสุรยุทธ์" มาตราการต่างๆที่ส่งผลกระทบประชาชนตั้งแต่บนจนถึง"รากหญ้า" อาทิ นักลงทุนใน ตลาดหลักทรัพย์ ชาวนา นักเรียนทุนที่ถูกลอยแพในต่างประเทศ ฯลฯ ทั้งนี้ไม่นับรวมกรณีมติครม.เรื่อง"สนามบินสุวรรณภูมิ"ที่เบื้องหลังมีการสร้างสถานการณ์"รันเวย์ร้าว"เพื่อ
หวังผลประโยชน์แฝงในกองทัพอากาศต่อสนามบินดอนเมือง...
ประกอบกับภาพข่าวหน้าหนึ่งวันก่อน ที่นักธุรกิจใหญ่ฆ่าตัวตายยกครัว
เพราะปัญหาหนี้สินและธุรกิจเจ๊ง..

@@สายข่าวทางธรรม รายงานว่า
ทุกวันนี้ คมช.ยังคงประกอบพิธี ไถ่ชีวิตโค-กระบือ วันละ 9 ตัว
โดยมีกำหนดต้องทำเช่นนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2550
ขณะเดียวกันที่ศาลหลักเมืองก็มีการสวดมนต์ทั้งวันทั้งคืนเพื่อปัดเป่าทุกข์
ภัยให้แก่"บุคคลระดับสูง"ท่านหนึ่ง

@@วันก่อน"สุธรรม แสงประทุม"พร้อมคณะเดินทางไปพบ"หมออีที"ที่
พม่า
มีการทำนายว่า"ทักษิณ"จะได้กลับมาประเทศไทยและยิ่งใหญ่กว่าเดิม..โดยการกลับ
มาครั้งนี้จะมีการ"เอาคืน"บางคน
ในคมช.ที่จ้องเล่นงานมาตลอด.."หมออีที"ทำนายอีกว่า ทักษิณจะกลับมาไม่เกินมีนาคม2550
แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นในประเทศไทยจะเกิดความวุ่นวายจราจลขั้นนองเลือด
(ก.พ.2550)...และมีการทำนายว่า ทรท.ไม่โดยยุบ แต่
ปชป.โดนยุบด้วย...คำทำนายนี้ตรงกับคำทำนายของ"หลวงพ่อคูณ"ที่เพิ่มเติมว่า
คมช.จะลำบากหลังเดือนมีนาคม50

@@เหตุปลด"พล.ต.อ.โกวิท"เป็น
เพราะ"ศึก 2 สี"ฝ่ายตำรวจ จับกุม"พลทหาร"ที่สารภาพ เรื่องเผาโรงเรียน
และวางระเบิด
ว่ามี"บิ๊กคมช."อยู่เบื้องหลัง..เหตุนี้ทำให้"พล.อ.สพรั่ง"ถูกทหารป่าหวาย
ด่า..

@@ส่วนที่เอา"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์"ขึ้นรักษาการ เพราะ
ได้รับความไว้วางใจจาก"เบื้องบน"อีกประการก็เพื่อปกปิดการเตรียมทำรัฐประหาร
ของ"สพรั่ง"..โดยเฉพาะ"ตำรวจ"มีการสืบสวน
และกำลังจะถึงตัว"สพรั่ง"เลยถูกสั่งให้หยุด
และมีการส่งคนเข้าไปคุมการสอบสวนของตำรวจ

@@มีการกล่าวหาใน คมช.ว่า "โกวิท-อชิรวิทย์"อยู่เบื้องหลังปลุกม็อบ"หวยบนดิน"นับแสนคน(ส่วนใหญ่ลูกเมีย ตร.ชั้นผู้น้อย หารายได้พิเศษ)
เพื่อมาล้ม คมช.

@@มีรายงานจากทหารที่ได้รับคำสั่ง จากผู้บังคับบัญชา ว่ามีการเตรียมสร้างสถานการณ์ระเบิดห้างสรรพสินค้า ทั่วประเทศในวันที่ 13 ก.พ.2550 ก่อนวันวาเลนไทน์..ทหารส่วนหนึ่งถูกสั่งให้เตรียมพร้อมในที่ตั้ง รอสถานการณ์ 13-14 ก.พ. เตือนลูกหลานทหารอย่าออกจากบ้าน

@@สายข่าวให้จับตาการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยมีรายงานว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"ถอดใจจะลาออก เพราะ
สถานการณ์ประเทศแย่เกินกว่าที่คิดโดย"บิ๊กบัง"กำลังเล็งที่จะให้"อัคราทร
จุฬารัตน์"ที่เคยมีข่าวเป็น"แคนดิเดตนายกฯ"มาเป็นแทน..อัครทร
มีเชื้อสาย"มุสลิมชีอะห์"สายตระกูล
จุฬาราชมนตรีสายเดียวกับ"บิ๊กบัง"..ว่ากันว่า
แนวทางนี้"เบื้องบน"ไม่เห็นด้วย..มีการต่อรองที่จะให้"ทักษิณ"กลับประเทศ
..โดยให้ คมช.ประสานงาน แต่"บิ๊กบัง"ไม่ยอม..


wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:29 am

17ศพวันปฏิวัติ19ก.ย.
@@มีสัญญานความเคลื่อนไหวที่เริ่มแรงชัดขึ้นทุกขณะกับความขัดแย้งภายในของนายทหารใน คมช. ที่อาจบานปลายไปถึงการใช้กำลัง จนต้องมีการ"นัดเคลียร์"ระหว่าง"บิ๊กบัง"และ"บิ๊กแอ้ด" ยิ่งใกล้ช่วงเวลาของโผแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ที่ว่ากันว่า จะมีปัญหาเกิดขึ้นแน่...

@@ตลอดวันของวันอังคาร(13มี.ค.50) หลังมีการ"จัดตั้ง"โจมตี"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ.อย่างหนักจากหลายฝ่าย เกิดความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติหลายเหตุการณ์ โดยเวลา 16.00น. มี"ข้าราชการ"อาจารย์ในมหาวิทยาลับ ในหลายพื้นที่ทางภาคอีสาน ทั้ง จ.สกลนคร ,อุบล,
นครราชสีมา ได้รับ SMS ส่งมาจากนายทหารในกองทัพ ระบุว่า "4โมงเย็นที่กรุงเทพฯเกิดการปฏิซ้อนแต่ทำไม่สำเร็จ"

@@ขณะเดียวกันในหมู่ทหารระดับสูง มีการแพร่ข่าวทางโทรศัพท์ถึงวันที่มีการปฏิวัติ(19ก.ย.49)ว่ามี "นายทหารเสียชีวิตในวันนั้น 17 ศพ"
ซึ่งกระแสข่าวนี้แรงมากในห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา
โดยส่วนหนึ่งมีการแพร่ข่าวนี้ผ่านทางเวปไซต์ "Hi-Thasksin.net"
ซึ่งเป็นเวปไซต์ที่เชียร์ทักษิณซึ่งเวปนี้ยังมีการออกข่าวว่า วันที่ 4
เม.ย.50 ทักษิณ-พจมาน จะเดินทางกลับมาประเทศไทยด้วย ซึ่ง"ข้อมูล"นี้
มาสอดรับกับข่าวที่"บิ๊กบัง"และแกนนำ คมช.หลายคนเดินทางไปที่เชียงใหม่
เพื่อสะเดาะห์เคราะห์ หลังจากที่หมอดูประจำ
คมช."อ.วารินทร์"ทำนายา"ทักษิณ"จะกลับมาประเทศไทย และจะส่งผลต่อ คมช.

@@รายงาน
จากแหล่งข่าวสายทหาร ระบุว่ากระแสเรื่อง 17 ศพ
จะเป็นกระแสหลักในการโจมตีทำลาย คมช.ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
โดยมีรายงานด้วยว่า"พล.อ.ชวลิต"ที่ถูกระบุว่าอยู่"เบื้องหลัง"ข่าวม็อบ 19 ก.ย.ต้านรัฐประหารที่จะมาชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ ในวันที่ 18มี.ค.50 ได้มีการพบและพูดคุยกับ"พล.อ.เปรม"ที่
โคราช..ท่ามกลางกระแสข่าวลือหลายกระแส ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใน
คมช.และรัฐบาลสุรุยุทธ์ และเกี่ยวกับการเสนอให้กลับมาใช้ รัฐธรรมนูญ 40
และรีบจัดการเลือกตั้ง

@@สำหรับ "พล.อ.เปรม"นั้นกระแสข่าวโจมตี
เกิดขึ้นอย่างหนักผ่านทางเวปไซต์ และใบปลิว
รวมถึงมีข่าวลือว่ามีการจัดทำคัตเอาท์ข้อความโจมตีบริเวณถนนวิภาวดี-รังสิต
ด้วย โดยกระแสนี้ตีคู่ไปกับ ความเคลื่อนไหวของ กลุ่ม 19
ก.ยพ.และกลุ่มอื่นๆที่นัดกันชุมนุมวันที่ 18 มี.ค.50 ขณะที่วันที่ 16-17
มี.ค.จะมีการรวมตัวกันของหลายกลุ่มที่สนามหลวง
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้านรัฐประหาร ด้วย

@@กระแสข่าวขัดแย้งระหว่าง"บิ๊กบัง"และ"บิ๊กแอ้ด"นั้นก่อนทั้ง 2 จะเคลียร์ใจ และออกมาบอกว่าเป็น"คอหอย-ลูกกระเดือก"กันนั้น ถูก
ขยายความไปไกลถึงขั้น ที่มีการปล่อยข่าวออกมาว่าจะมีการปลด"บิ๊กบัง"ไปเป็น"ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก"หรือช่วยราชการสำนักนายกฯซ้ำรอย
เส้นทางของ"พล.ต.อ.โกวิท"

@@ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"นั้น
มีการปล่อยข่าวว่า มีการเดินสายติดต่อหน่วยกำลังหลายฝ่าย ทั้ง ราบ 21 และ
อีกหลายส่วน..ในการเคลื่อนไหว..แต่ก็ไม่มีใครร่วมด้วย แม้แต่เพื่อน ตท.7
ที่ไม่เอาด้วย กับ"พล.อ.สพรั่ง"ที่แสดงความต้องการที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ต่อจาก"บิ๊กบัง"โดยมีเงื่อนไขก่อนจะถึงเดือนกันยายน 2550 คือในห้วง เม.ย.50 ที่มีการจัดดุลกำลังในกองทัพ ในท่ามกลางข่าว"บิ๊กบัง"ต้องการได้ ผบ.ทบ.ที่ไว้วางใจได้ โดยมีการมองที่"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"(ที่ระยะหลังยืนยันว่าจะไม่รอต่อคิวแล้ว)และ"พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์" โดย"รายหลัง"นั้นถือเป็น"เด็กปั้น"ที่"บิ๊กบัง"ให้ความไว้วางใจที่สุดคนหนึ่ง

@@การ
เคลื่อนกำลังทหาร มีรายงานข่าวจากทหารหลายฝ่ายว่า
ล่าสุด(13มี.ค.50)ในกรุงเทพฯมีการเคลื่อนกำลังรถถังจากหลายฝ่ายเข้ามาตรึง
ไว้ในหลายจุด โดยมีการอ้างว่าเพื่อการฝึกที่ จ.กาญจนบุรี
แต่ก็ยังไม่มีใครแน่ชัดว่า กำลังแต่ละจุดเป็นของฝ่ายใด

@@ข่าววางระเบิด 400 จุด ในวันสถาปนา BRN รายงานข่าวจากฝ่ายทหารระบุว่าเป็นการปล่อยข่าวจาก"บิ๊กทหาร"คนหนึ่งในคมช. เช่นเดียวกับกระแสข่าว"ปฏิวัติซ้อน"ผ่าน SMS (13มี.ค.50)ที่สร้างขึ้นเพื่อสกัดความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย

เกมบีบคมช.ให้ จิ๋ว เป็นนายกฯ
@@ความขัดแย้งใน คมช.ไม่ธรรมดา และเกี่ยวกับโผทหารกลางปี(เมษายน50) ตอนนี้แบ่งเป็น 3 ปีก ปีกหนึ่ง"พล.อ.สนธิ"ต้องการที่จะให้"พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์"พาสขึ้นมาเป็น "ผู้บัญชาการทหารบก"ต่อจากตัวเอง ที่จะเกษียณ และคงอยู่แต่ในสถานะ"ประธานคมช."โดยข้ามทั้ง"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"และ"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา"จนเป็นที่มาของข่าวการเคลื่อนกำลังของทหารในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

@@มีรายงานข่าวในกองทัพ ว่ากระแสข่าวการเสียชีวิตของ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 17 คน ในคืนวันที่ 19 ก.ย.49 นั้นกำลังลือสะพัดไปทั่วกองทัพ ขณะที่บางกระแสก็ว่า มีการเสียชีวิตของนายทหารมหาดเล็ก 2 คน ด้วยโรคมะเร็งพร้อมๆกันอย่างแปลกประหลาด ทำให้หลายฝ่ายไม่พอใจ"พล.อ.สนธิ" โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าการเข้ายึดอำนาจ"ทักษิณ"และการเข้าเฝ้า ในคืนนั้น มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่นอน

@@กระแสข่าวการเสียชีวิตของนายทหารคืนวันที่ 19 ก.ย.49 กำลังบานปลาย มีการ"ส่งสัญญาน"จาก"ผู้ใหญ่"ระดับสูง ขอให้ประชาชนชนสู้
ซึ่ง"สัญญาน"นี้เกี่ยวข้องกับ"ม็อบต้านรัฐประหาร"ที่จะมาชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์"(18มี.ค.50)..โดยเชื่อกันว่ามี"พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์"หรือ"บิ๊กจิ๋ว"อยู่เบื้องหลัง

@@ข่าวนี้สอดคล้องกันกับความเคลื่อนไหวของ"บิ๊กจิ๋ว"กับ"พล.อ.เปรม"มีรายงานว่าทั้งสองมีการนัดพบปะกันหลายวันก่อน ที่โคราช เพื่อเสนอ"ข้อต่อรอง"ระหว่างกัน ซึ่งมีข้อเสนอให้"บิ๊กจิ๋ว"กลับมาเป็น"นายกฯ"โดยแลกเปลี่ยนกับการไม่ดำเนินการต่อใน เรื่อง 17 ศพนายทหารที่ยังไม่มีใครออกมาเฉลย..

@@กระแสความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับความกังวลของ"พล.อ.สนธิ"ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 ที่ส่วนใหญ่เป็นนายทหาร ตท.9 ที่มี"พล.อ.วิชิต ยาทิพย์"คนของ"บิ๊กจิ๋ว"ดูแลอยู่โดยภาพรวมๆ ทำให้"พล.อ.สนธิ"ยังลังเลในแผนที่จะให้มาปูพรม ซึ่งเรื่องนี้"พล.อ.อนุพงษ์"เคยคุย
กับนายทหารที่ไว้ใจได้บางคน

@@ที่สำคัญ"พล.อ.อนุพงษ์"นั้นเอาเข้าจริงการทำรัฐประหาร(19ก.ย.)เขาก็เหมือนตกกระไดพลอยโจรต้องเข้าร่วม ทั้งๆที่อยู่ในฝ่ายของกำลัง"ต้านปฏิวัติ"โดยมี"ผู้ใหญ่"โทรศัพท์มาอ้างถึง"ข้างบน" ให้เปลี่ยน"ผ้าพันคอ" และเข้าร่วมในขณะที่เขายกกำลังไปต้านการปฏิวัติ

@@อย่างไรก็ดีสำหรับสภาพการเวลานี้ ว่ากันว่า ในคมช.แตกกันไปคนละทิศคนละทาง ไม่มีใครฟังใคร โดยทุกวันนี้"พล.อ.สนธิ"ก็ไม่สามารถคุมทิศทางในที่ประชุมได้ ต้องอาศัยการ"นอกรอบ" จะมีก็แต่เพื่อน ตท.6 เท่านั้นที่พอจะรับฟัง..

@@อีกกระแสที่"บิ๊กบัง"รู้สึกกดดันนั้น มีรายงานจากสายทหารระบุว่า "ข้างบน"รู้สึกไม่ไว้ใจ"บิ๊กบัง"มานานแล้ว โดยพักหลังมีความต้องการให้"พล.อ.สพรั่ง"หรือ"พล.อ.อนุพงษ์"คุมสภาพกองทัพแทน ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้"พล.อ.สพรั่ง"มีการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน จนมีข่าวลือถึงการทำ"ปฏิวัติซ้อน-ซ้ำ"และมีการกดดันต่อรองกับ"บิ๊กบัง"อย่างหนัก..

@@ประการสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ"พล.อ.สนธิ"คือกรณีสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทวีความรุนแรง ซึ่งผู้เกี่ยวข้องระดับสูงรู้สึกว่าถูก"บิ๊กบัง"หลอก
ในการแต่งตั้งเขาเข้ามาดูแลปัญหาในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ก่อน
เหตุการณ์ปล้นปืน (4ม.ค.47)ทั้งยังอยู่ในเหตุการณ์ ตากใบ กรือเซะ พร้อมๆกับ "พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี" จนตั้งให้เป็น ผบ.ทบ.มุสลิม คนแรกของประเทศไทย เพื่อ"สร้างภาพ"ให้"มุสลิมโลก"ยอมรับ แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต

@@อีกประการสำคัญที่"ข้างบน"สะท้อนความห่วงใยผ่านมายังกองทัพ นั่นคือ มีรายงานข่าวว่า ที่"เบตง"นั้นมีแผนของขบวนการแบ่งแยกดิน
แดนที่มีกองกำลัง กว่า 15,000 คน โดยมีแผนที่จะตัดแบ่งดินแดนจากส่วนนี้ก่อน ซึ่งในทางการทหาร จะล่อให้มีการเข้าทำและ"เข้าจัดการ"โดยเชื่อว่าจะทำให้ปัญหาทุเลาลงได้แน่ทหารข่าว



กำลังสพรั่งเข้ากรุง
@@"หน่วยข่าว"รายงาน ความเคลื่อนไหวกำลังทหาร(19มี.ค.50)ของ"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร" จากกองพลทหารราบที่ 7 จ.แม่ฮ่องสอน โดยการนำของ"พล.ต.สุทัศน์ จารุมณี"มือขวาของ"พล.อ.สพรั่ง"ได้
เคลือนกำลังออกมาจากพื้นที่ มุ่งหน้าเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โดยจะมีการมาฝั่งตัวบริเวณชานเมืองรอบนอก และเปลี่ยนชุด โดยคาดว่าอาจจะมี"สัญญาน"การให้เข้ามาปฏิบัติการ"ยึดอำนาจ"จาก"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ที่อยู่ระหว่างเดินทางไปตรวจพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

@@ ความเคลื่อนไหวนี้ มีขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของ"มวลชน"ฝ่ายต่างๆ(คมช.),เครือข่ายต้านรัฐประหาร จากหลายพื้นที่ เข้ามายังกรุงเทพฯ โดยในการเคลื่อน"มวลชน"ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์(17-18มี.ค.50)เป็นการซักซ้อม ก่อนนัดชุมนุมใหญ่กันอีกครั้งทั่วประเทศที่สนามหลวง ในวันที่ 5 เม.ย.50

ทหารข่าว
@@"หน่วยข่าว"แจ้งว่า การเคลื่อนไหวของ"กลุ่มชมรมคนรู้ใจ"ของ"ชูพงศ์ ถี่ถ้วน"ที่มีวิทยุชุมชนออนไลน์ มีเนื้อหาโจมตี คมช.-
รัฐบาล เช่นกลุ่ม"คนวันเสาร์" และกลุ่มของ"น.พ.เหวง โตจิราการ"ประธานสมาพันธประชาธิปไตย และกลุ่ม"เซย์โน"และ"กลุ่ม พีทีวี."ของ"วีระ มุสิกพงศ์"โดย
มีมวลสมาชิกกว่า 500 คน มาร่วมประชุม
เมื่อวันอาทิตย์(18มี.ค.)ที่ผ่านมานั้น
ก่อนที่กำลังตำรวจจะเข้าไปในช่วงบ่าย
ในช่วงเช้าที่ประชุมสัมนาของกลุ่มดังกล่าว
ได้ถูกกองกำลังทหารนอกเครื่องแบบ ของ"พล.อ.สพรั่ง"เข้าไปขัดขวางที่
โรงแรมแกรนด์ทาวเวอร์อินท์ ถนนพระราม 6 โดยถึงขนาดมีการสั่งตัดไฟ ปิดไมค์
ไม่ให้มีการประชุม ทำให้มีการก่อหวอดไม่พอใจ จนเกือบที่จะมีการปะทะกันของ
2 ฝ่าย

@@รายงานยังแจ้งด้วยว่า ตลอดทั้งวันอาทิตย์(18มี.ค.)มีการส่งสัญญานมาจากฝ่ายทหารว่าจะมีการควบคุมตัว"น.พ.เหวง"ในช่วงเย็น ในฐานะที่เป็น"สัญลักษณ์" ของการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ทำให้มีการส่งกำลังทหารของ"ผู้ใหญ่ระดับสูง"เข้ามาช่วยดูแล"น.พ.
เหวง"
ระหว่าง เข้าร่วมม็อบไปที่บ้านสี่เสาเทเวศน์ด้วย

@@รายงานจากหน่วยข่าว แจ้งด้วยว่าสถานการณ์ของ"บิ๊กบัง"นั้นอยู่ในอาการที่"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ไม่
พอใจในผลงานการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในภาคใต้
ที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งแรงและโหดเหี้ยม
และทั้งๆที่มีการรายงานจากหน่วยข่าวกรองทหาร
แต่ฝ่ายยุทธการไม่ได้เตรียมการป้องกัน ขณะที่ฝ่าย"ยุทธการ"ในพื้นที่นั้น มีการระบุว่าจะอย่างไรก็ตามแต่ แม้ว่าจะต้องสังเวยชีวิตเป็น"เป้านิ่ง"โดยที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็น"ศัตรู" ภายใต้คำสั่งของ"บิ๊กบัง"คือห้ามตอบโต้ ทำให้ แม่ทัพนายกองทหารในพื้นที่อยู่ในอาการเครียดและไม่พอใจ

@@รายงานระบุด้วยว่า กระแสสถานการณ์ใต้ จะบานปลายไปสู่การปะทะกันทางการเมืองใน คมช.-รัฐบาล โดยเฉพาะ การเคลื่อนไหวของ"มวลชน"ลูกเสือชาวบ้าน และอีกหลายฝ่ายที่จะก่อเป็นกระแสที่ไม่เป็นผลดีกับ"บิ๊กบัง"

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:30 am

ทุบบาทต้นเม.ย.-ม็อบบุก
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน ว่าขอให้จับตาความเคลื่อนไหวของ"ลูกเสือชาวบ้าน"ที่
ชุมนุมที่
ตชด.เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา(18มี.ค.)เพื่อประณามความโหดเหี้ยมของโจรใต้..ว่า
จะมีการขยายพื้นที่ออกไปทั่วประเทศ..ไม่แต่ในรูปแบบของ"ม็อบ"แต่จะมีการ"ขยายผล"ผ่านการ"กดดัน"ไปยัง"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ผบ.ทบ.ในฐานะที่รับผิดชอบโดยตรง

@@การเคลื่อนไหวนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่"พล.อ.สนธิ"ออกมาพูดถึงพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถที่ว่า
"ฉันทนไม่ไหวแล้วที่จะปล่อยให้คนบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นพุทธหรือมุสลิมถูกฆ่าตายไปทุกวัน"ตามที่ "พล.อ.ณพล บุญทับ" รองสมุหราชองครักษ์ ออกมาเปิดเผย โดยเฉพาะการที่พระองค์รับสั่งให้มีการฝึกอาวุธเพื่อสู้
"พระองค์ท่านได้รับสั่งว่า ต่อไปนี้ต้องเข้าไปช่วย
ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างต้องทำให้ประชาชนที่เหลืออยู่รอดให้ได้
จำเป็นต้องฝึกก็ต้องฝึก หากต้องติดอาวุธก็ต้องยอม
เพื่อป้องกันตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัย
ฉันไม่ได้สั่งให้ไปติดอาวุธเพื่อที่จะไปไล่ฆ่าใคร
แต่เพื่อต้องการให้ฝึกเพื่อป้องกันตัวเองให้ได้ และที่ผ่านมา
มีโครงการฝึกราษฎรอาสารักษาหมู่บ้านตอนนี้ไปฝึกไปแล้ว 33 กองร้อย"


@@โดย"พล.อ.สนธิ"กล่าวถึงพระราชเสาวนีย์ว่า “ผมมองในแง่ของการติดอาวุธทางความคิดมากกว่า ซึ่งผมไม่ทราบรายละเอียดจะต้องถาม พล.อ.ณพลอีกที ผมไม่ทราบ”

@@ท่าทีดังกล่าวทำให้มีการก่อกระแสไม่พอใจ"พล.อ.สนธิ"เป็นวงกว้างในหมู่ลูกเสือชาวบ้าน โดยมีการเตรียมที่จะเข้าแจ้งความเอาผิดกับ "พล.อ.สนธิ"ผบ.ทบ.ต่อเรื่องดังกล่าว โดยจะมีเดินทางไปแจ้งความตามสถานีตำรวจทั่วประเทศ..พร้อมๆกับจะมีการเรียกร้องต่อ"พล.อ.สุรยุทธ์"ให้ปลด ผบ.ทบ.ด้วย

@@"หน่วยข่าว"รายงานด้วยว่า "พล.อ.สนธิ"เคยเอ่ยพาดพิงถึง"พล.อ.ณพล บุญทับ"กับคนใกล้ชิด ว่าสถานการณ์ภาคใต้ที่ยังไม่สงบที่ผ่านมา เพราะการออกมาให้ข่าวที่ทำให้เกิดความสับสนของ"พล.อ.ณพล"ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ขณะนี้มีการส่งสัญญานภายในกลุ่มนักลงทุนรายย่อย และบรรดาโบรกเกอร์ในตลาดหลักทรัพย์ ว่า "ให้
ทะยอยเทขายหุ้นทั้งระยะสั้นและยาวในมือก่อนถึงวันที่ ๗ เม.ย.๕๐
เพื่อเก็บเงินไว้
เพราะมีข่าวว่าในช่วงวันดังกล่าวจะเกิดอาฟเตอร์ช็อคในตลาดฯ
ทำให้"หุ้น"ร่วงอย่างรุนแรงหลายร้อยจุด โดยอาจจะแรงกว่า
ครั้งที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ 30%ของ"หม่อมอุ๋ย"


@@ข่าวนี้สอดรับกับรายงานอีกชิ้นหนึ่งที่จะบุว่าในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ จะมีการ"แลกเงินบาท"คืน
หลังจากที่ผู้ส่งออก นักลงทุน
มีการนำเงินบาทไปแลกเป็นเงินเยนและยูโรกว่าล้านล้านบาทเพราะไม่มั่นใจ
ดอลลาร์ ทำให้ขณะนี้มีเงินบาทอยู่ในต่างประเทศจำนวนมากและจะมี
การ
แลกกลับ
ซึ่งยังมีความกังวลกันว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เหลือน้อยอาจไม่เพียง
พอต่อการแลกคืน และมีข่าวลือว่าในต้นเดือนเม.ย.ต่างประเทศจะ"ทุบ"บาทไทยโดยเงินบาทจากที่แข็งค่า 34บาท /1ดอลลาร์ อาจจะอ่อนค่าลงไปถึง 50-60บาท/1ดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างรุนแรง

@@สัญญา
นวิกฤติเศรษฐกิจนี้
ถูกส่งออกมาพร้อมกับการกำหนดการชุมนุมใหญ่เพื่อต่อต้านรัฐประหารคัดค้านรัฐ
ธรรมนูญและขับไล่ คมช. อีกครั้งวันพฤหัสที่ 5 เม.ย.50 ของ"ม็อบ"หมอเหวง
คนวันเสาร์,พิราปขาว และกลุ่มอื่นๆ รวมถึงกลุ่มม็อบที่สนับสนุน"ทักษิณ"ที่จะถูกระดมเข้ามาจากต่างจังหวัดไม่เกินเดือนเมษายน ขณะเดียวกันด้าน"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"มีรายงานเช่นกันว่ามีการจัด"ม็อบ"ในจังหวัดภาคเหนือ
รวมถึงกำลังทหารบางส่วนเข้ามาเช่นกัน

@@ กรณี"พันจ่ากระดูกเหล็ก"ที่เสียชีวิต และเพิ่งจะนำศพกลับมาทำพิธีที่ชลบุรี(21มี.ค.50) ก่อปฏิกริยาทำให้ ตำรวจ-ทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ หลายคนที่ “เสี่ยงตาย” ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคเริ่ม“รู้สึกน้อยใจ”และไม่พอใจ รัฐบาล ,ผบ.ทบ.ที่ปรับเปลี่ยนนโยบาย ถอนกำลัง และไม่สู้กับโจร มีคำสั่งให้ชะลอการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และเก็บแฟ้ม “บัญชีดำ” แกนนำกลุ่มโจรเพื่อหวังใช้ยุทธวิธีดึงศัตรูเข้ามาเป็นมิตร?!? ทั้งๆที่มีการสูญเสียและเจ้าหน้าที่ต้องเป็น"เป้านิ่ง"ในพื้นที่ตลอดเวลา.


ทหาร-ม็อบ บุกกรุงผวานองเลือด!!
@@"หน่วยข่าวลับ"ให้จับตาสถานการณ์การระดม"ม็อบจัดตั้ง"มวลชน ของกลุ่มต่างๆ เข้ามายังพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ดี ว่า จะมีผู้ที่พยายามจะสร้าง"เงื่อนไข"ในสถานการณ์ให้นำไปสู่"การใช้กำลัง"ซึ่งมีแนวโน้มอาจจะลุกลามไปสู่การปะทะและนองเลือดได้..โดยเฉพาะหลังจากมีการพบว่า"กลุ่มม็อบ"ที่เข้ามาแฝงอยู่ใน"ม็อบต้านคมช.-รัฐบาล"นั้นมีทั้งผู้ที่ไม่ประสงค์ดีต่อ"ประชาชน"ที่ออกมาต่อต้าน"ฝ่ายรัฐประหาร"รวมอยู่ด้วย...

@@"หน่วยข่าวลับ"ยังรายงานด้วยว่า การจัดตั้ง"ม็อบ"จากพื้นที่ภาคใต้ 60 คันรถบัสขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจ"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์"นั้น ขอให้จับตาความเชื่อมโยงกับม็อบของ"ไทกร"ที่จะมาจากภาคอีสานในช่วงอาทิตย์นี้ และให้จับตาม็อบนับพันคนที่มาอยู่ที่พื้นที่ จ.สระแก้ว
ปราจีนบุรี ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการระดมมวลชน จากพื้นที่ภาคเหนือ เข้ามายังกรุงเทพล่วงหน้าของ"บิ๊กทหาร"ในคมช.บางคนแล้ว..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ด้วยว่า ม็อบที่มาอยู่ที่สนามหลวงนั้นไม่น่าจะเป็นม็อบชาวบ้านธรรมดา
หากแต่คนในม็อบหรือที่ปะปนอยู่ในม็อบน่าจะมีความเชี่ยวชาญด้านยุทธการทหาร
ดังเหตุการณ์การปะทะกันหลายครั้งกับ"เทศกิจเขตพระนคร"ที่ได้รับคำสั่งจาก"อภิรักษ์ โกษะโยธิน"ผู้ว่ากทม.ให้มารื้อเวที และเมื่อเสาร์-อาทิตย์(24-25มี.ค.)ที่ผ่านมา หลังจาก ชุดของ"พีทีวี."เลิก
ในช่วงคืนวันศุกร์ แต่เวทีคนวันเสาร์ยังปราศรัยต่อ
และได้มีการปะทะกับกำลังของฝ่ายอำนาจรัฐ
มีการจับสมาชิกกลุ่มที่พยายามปกป้องเวที ไป 7 คน(ตี3) ก่อนจะปล่อยตัวออกมา
และมีการนำรั้วลวดหนามมาตั้งแนวห้ามไม่ม็อบวันเสาร์-พิราปขาวตั้งเวที
จนมีการปะทะ
และมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เทศกิจสู้ไม่ได้จนต้องวิ่งกระโดดข้ามรั้วหนี

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า คำประกาศที่จะแฉหลักฐาน"การจดทะเบียนสมรสซ้อน"สร้างความกังวลและไม่พอใจให้กับ"พล.อ.สนธิ"..ถึงขนาดให้ฝ่ายเกี่ยวข้องเตรียมเล่นงาน"วีระ มุกสิกพงศ์"ด้วยข้อหา"หมิ่นประมาท"เพราะไม่อาจใช้ประกาศ คปค.15,27 ได้เต็มที่...**แต่ที่น่าจะทำให้"พล.อ.สนธิ"หนักใจไม่น้อย คือเอกสารหลักฐานร้องเรียนการทุจริตในกองทัพบก กรณี"เสื้อหุ้มเกราะ"วงเงิน 1,091 ล้านบาทโดย"วิธีการพิเศษ" ซึ่งสัมพันธ์กับเรื่อง บริษัทค้าอาวุธพาภริยา ครอบครัวนายทหารระดับสูงในทบ.ไปเที่ยวญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2550 ที่ผ่านมา ก่อนจะมีการสั่ง"อนุมัติ"ที่ถูกส่งไปยัง คตส.ถึง"คุณหญิงจารุวรรณ"ที่"รั่วไหล"ออกมาและมี"มือดี"นำมาเผยแพร่..โดยมีการพาดพิงถึง ผบ.ทบ.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า ความกังวลดังกล่าว ออกมาในรูปของการสั่งให้"ทหาร"ไปพบบรรดาสมาชิกที่ร่วมชุมนุมในม็อบแต่ละคนถึงครอบครัวที่บ้านพัก ซึ่งรวมไปถึง"แกนนำ"หลาย
คนที่มีการติดต่อกดดันถึงขนาดมีข่าวว่าจะมีการ"ควบคุมตัว"เพื่อกดดันทางการ
เมือง..แต่ก็ยังมีความกังวลใจว่าอาจจะกลายเป็นเงื่อนไขให้สถานการณ์บานปลาย
ไปถึงสถานการณ์การปะทะระหว่างทหาร-ประชาชน

@@โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ "หน่วยข่าวลับ"มีการรายงานความเคลื่อนไหวของนายทหาร ตท.10 ที่มีการพูดคุยกับ"นักกฎหมาย"หลายคนในการเตรียมร่างประกาศคณะปฎิวัติ แต่ไม่ลงตัวกันเพราะฝ่ายนักกฎหมายขอ"ถอนตัว"เพราะไม่ไว้ใจ"ทหาร"เกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือ..โดยกลุ่มนักกฎหมาย ตกลงใจกันว่า"ประชาชน"จะทำการเคลื่อนไหวกันเองโดยไม่พึ่ง"ทหาร"..โดยรูปแบบการเคลื่อนไหวนั้นเริ่มมีการพูดถึง"สงครามกองโจร" และยุทธิการป่วนเมืองกันบ้างแล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า กระแสข่าวและข้อมูลการโจมตี"พล.อ.สนธิ"ยังลุกลามไปถึงข้อกล่าวหาไปถึงเรื่อง"ที่ดินเขายายเที่ยง" ซึ่งเวปไซต์ต่อต้านรัฐประหาร เริ่มออกมาให้ข้อมูล"การหายตัวไป"อย่างไร้ร่องรอยของ"พยานสำคัญ"คือ"นายนภดล"เจ้าของที่ดินเดิม ที่ซื้อต่อมาจากชาวบ้านและขายต่อให้นายทหาร ก่อนจะโอนให้"พล.อ.สุรยุทธ์" ..โดย"นายนภดล"ไม่ยอมไปขึ้นศาล และไม่มีทนายความมาชี้แจงต่อศาลถึงสาเหตุไม่ไปศาลในคดีฉ้อโกงที่ดินที่ขายใก้กับสวัสดิการทหารบก และพบว่า บ้านพักของ"นายนภดล"ในโคราช มีการติดประกาศขายด่วน

@@"แหล่งข่าวสายทหาร"แจ้งกับ"หน่วยข่าวลับ"ว่าช่วงเย็น-ค่ำวันที่ 26 มี.ค.50 มีความเคลื่อนไหวที่"ไม่ปกติ"ของฝ่ายต่างๆใน"กองทัพ"ที่มี

การ"เคลื่อนกำลัง"กันอย่างคึกคัก โดยมีการเคลื่อนกำลังผ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา(ช่วง 20.27 น.)ซึ่งต่อมาภายหลังทราบว่าเป็นกำลัง "ทหารราบ"จาก จ.สระแก้ว ที่มีการสั่งจาก"พล.อ.สนธิ"ให้เข้ามาสกัด กำลัง"ทหารราบที่ 21"(สายเหยี่ยว)ที่โยงใยไปถึง"พล.อ.สพรั่ง"ซึ่งอ้างคำ

สั่งของ"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ในการเคลื่อนกำลังเข้ากรุงเทพฯเพื่อสมทบกำลังที่เข้ามาก่อนหน้านี้ พร้อมๆกับมีการปล่อยข่าวว่า"พล.อ.สพรั่ง"อยู่ที่หาดใหญ่ ทั้งนี้กำลังล่าสุดของ"พล.อ.สนธิ"ได้อ้างว่าเพื่อนำมาสกัดม็อบที่เคลื่อนเข้ากรุงฯจำนวนมากหลายกลุ่ม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสถานการณ์โจมตี "พล.อ.เปรม","พล.อ.สนธิ"ใน
รูปแบบต่างๆ นอกจากผ่านเวปไซต์เวปบอร์ดดังๆแล้ว
ยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่มีปฏิกริยาจากนายทหารระดับล่าง ขณะที่"ส่วนกลาง"ที่กรุงเทพฯนั้นมีการเขียนข้อความโจมตีในพื้นที่สาธารณะหลายแห่ง อาทิ ตามห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน และบริเวณใกล้หน่วยทหารหลายแห่ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่าสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจ ที่"จุดชนวน"ขึ้นจากผลของการรัฐประหารและการแก้ปัญหาของรัฐบาลปัจจุบัน กำลังลุกลามไปยังหลายฝ่ายไม่แต่เฉพาะ"นักลงทุน""นักธุรกิจ"ระดับสูง "ชนชั้นกลาง" หากแต่ระดับล่างก็เริ่มมีการพูดถึงและกังวลใจกับวิกฤติเศรษฐกิจแบบปี 2540 ยิ่งเมื่อ"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"อดีตนายกฯออกมาสำทับผ่านเวปไซต์ Hi-Thaksin ล่าสุด(26มี.ค.50)ว่าให้ประชาชนลุกขึ้นมาช่วยตัวเอง โดยยึดหลัก"ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"อย่ารอให้ใครมาช่วย ก็ยิ่งจุดอารมณ์ของประชาชนบางส่วนโดยเฉพาะฝ่ายที่ยังสนับสนุน"พ.ต.ท.ทักษิณ"


"บิ๊กบัง"ปฏิวัติซ้ำ"อานันท์"รับเป็นนายกฯกู้ชาติ..ระวัง"สพรั่ง"ซ้อน
@@"หน่วยข่าวลับ"
รายงานความเคลื่อนไหวสถานการณ์ก่อนการชุมนุมใหญ่ของ PTV
ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์(30มี.ค.50)ว่า
ได้มีความเคลื่อนไหวของทหารหลายฝ่าย(ทั้งฝ่ายของ"พล.อ.สพรั่ง"และ"พล.อ.สนธิ"เข้า
มาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นจากกองทัพภาคที่ 3 และกองทัพภาคที่
2
โดยในช่วงเช้า(29มี.ค.)พบความเคลื่อนไหวของทหารจากหลายพื้นที่ภาคเหนือเข้า
มายังพื้นที่ จ.เพชบูรณ์ และมีการเปลี่ยนชุดเป็นประชาชนธรรมดา
ก่อนจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯโดยรถทัวร์โดยไม่มีการติดอาวุธแต่จะเข้ามาเอา
อาวุธในกรุงเทพที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นวิธีการเดิมที่"พล.อ.สพรั่ง"เคยใช้เมื่อช่วงการปฏิวัติ(19 ก.ย.49)

@@รายงานจาก"หน่วยข่าวลับ"แจ้งว่า การเข้ามาจำนวนมากของกำลังทหารไม่ใช่เพื่อมาควบคุมสถานการณ์ม็อบ แต่ต้องการที่จะมาทำการปฏิวัติซ้อนหรือปฏิวัติซ้ำ รัฐบาล"พล.อ.สุรยุทธ์"หลังจากที่ มีการตัดสินใจไม่ประกาศ "ภาวะฉุกเฉิน"ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการดำเนินการก่อนที่ จะมีการเปิดเวทีของม็อบพีทีวี.ในวันศุกร์(30มี.ค.)หรือไม่

@@รายงานแจ้งว่า"พล.อ.สนธิ"ไม่พอใจ"พล.อ.สุรุยุทธ์"ที่ไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการชุมนุมของกลุ่ม พีทีวี.ซึ่งเตรียมที่จะแฉเรื่อง"การจดทะเบียนสมรสซ้อน"และกรณีการ"จัดซื้อวิธีพิเศษ"เสื้อหุ้มเกราะ ของกองทัพบก มูลค่า 1 พันล้าน

@@รายงานแจ้งด้วยว่า ก่อนการเข้าหารือเครียดของ"นายอานันท์ ปันยารชุน"กับ"พล.อ.สุรยุทธ์"ที่ทำเนียบ "พล.อ.สนธิ"ได้ติดต่อทาบทามให้"นายอานันท์"ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน"พล.อ.สุรยุทธ์"หลังจากที่เขาทำการ"ปฏิวัติซ้ำ"แล้ว ทั้งนี้เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาภาคใต้ เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ในสายตาต่างประเทศ ซึ่ง"นายอานันท์"ได้ได้รับปากแล้ว

@@ทั้งนี้"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าก่อนหน้านี้ "พล.อ.สนธิ"ต้องการให้"พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ"อดีต ผบ.ทบ.ผู้ที่เคยสนับสนุนเข้าขึ้นเป็น ผบ.ทบ.มาเป็น"นายกฯ"แต่ด้วยสภาพปัญหาของบ้านเมือง ช่วงหนึ่งได้มีการติดต่อ"นายพลากร สุวรรณรัฐ"ประธานองคมนตรีมาเป็น แต่"นายพลากร"ปฏิเสธ

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานโดยให้จับตา"พล.อ.สพรั่ง"ที่อาจเคลื่อนไหวทำปฏิวัติซ้อน และอาจมีการเสนอ ตัว"นายกฯ"อีกคนขึ้นมาเป็นแทน"พล.อ.สุรยุทธ์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า เบื้องหลังการไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน ตามพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ของ"พล.อ.สุรยุทธ์"เนื่องจากกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะกำหนดที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นของ"พล.อ.สุรยุทธ์"เพื่อเซ็น FTAไทย-ญี่ปุ่น 2-5 เม.ย.ที่มีการนัดหมาย อาจจะเกิดปัญหา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การเซ็นเอฟทีเอ.กับญี่ปุ่นของรัฐบาลไทย นั้น ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการที่จะแก้ไขสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า ก่อนหน้าการตัดสินใจของ"พล.อ.สุรยุทธ์"นั้น "พล.อ.สุรยุทธ์"มีการโทรศัพท์ไปหารือกับ"พล.อ.มงคล อัมพรพิศิษฎ์"ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการประกาศภาวะฉุกเฉิน เพราะจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยที่อยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่"พล.อ.สนธิ"พยายามกดดันให้เขาต้องประกาศให้ได้ ซึ่งทำให้รู้สึกอึดอัด และอาจจะตัดสินใจลาออก หากมีการกดดันให้ประกาศภาวะฉุกเฉินให้ได้ จน"พล.อ.มงคล"ต้องขอร้องว่าไม่ควรลาออกเพราะจะยิ่งเกิดผลกระทบ กระทั่งมีการเข้าไปหารือของ"นายอานันท์"ก่อนจะออกมาว่าไม่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน จนทำให้"พล.อ.สนธิ"ไม่พอใจ ดังกล่าว

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:31 am

ขบวนการปลดป๋า/สุรยุทธ์ไม่กลัวปฏิวัติ/เกิด"ทหารยังเติร์ก"
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานความเคลื่อนไหว การล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกาปลด"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์"ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ล่าสุด"สันติบาล"ออก
มาระบุว่า
ตรวจสอบแล้วเวปไซต์ที่ให้ประชาชนลงชื่อไม่มีข้อความที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี
รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
แต่พฤติกรรมการรวบรวมรายชื่อดังกล่าว
ถือเป็นการกระทำที่ไม่บังควรในแง่ของสังคม
เพราะอาจทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม
นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-5 ปี ก็ให้ความคุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์ พระราชินี
รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เท่านั้น
แต่ไม่ได้คุ้มครองถึงประธานองคมนตรีฯนั้น..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า เรื่องนี้มีการ"ส่งสัญญาน"จาก"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ในเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดย
ในวันพฤหัส(5
เม.ย.50)ขอให้จับตาการเคลื่อนไหวในการนำรายชื่อเข้าถวายฎีกาของกลุ่มมวลชน
ที่เคลื่อนไหวต่อต้าน คมช.-พล.อ.เปรม ให้ดีๆ ว่าจะนำไปสู่สถานการณ์พลิกผัน
บางประการ
..อย่างไรก็ตามมีความกังวลต่อ"ปฏิกริยา"ของเครือข่าย"มวลชน"ฝ่ายที่รัก"พล.อ.เปรม"ที่มีอยู่ทั้งในกองทัพและกลุ่มต่างๆจะถูกปฏิกริยาเร่งเข้ามายังกรุงเทพฯและอาจเกิดการปะทะกับ"ม็อบ"ที่ต่อต้านรัฐประหารได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ปรากฎการณ์นี้อาจสัมพันธ์กับข่าวความเคลื่อนไหว"อินไซด์"ในตลาดหลักทรัพย์เมื่อครึ่งเดือนก่อน(มี.ค.) ที่มีการปล่อยข่าวเป็นละลอกในห้องค้า และโบรกเกอร์ว่าให้"นักลงทุน"ทะยอยเทขายหุ้นก่อนวันที่ 7 เม.ย.50 เพราะอาจเกิดสภาพการณ์"ช็อค"ของตลาดเช่นเมื่อครั้งที่มีการประกาศใช้มาตราการณ์ 30 %ของ"หม่อมอุ๋ย"..โดยหนนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าข่าว"อินไซด์"ที่ว่าหมายถึงประเด็นทางการเมืองหรือประเด็นใด

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆขณะนี้ โดยเฉพาะประเด็นการปลด"พล.อ.เปรม"ที่ จะส่งผลกระทบกับ"พล.อ.สนธิ"และคมช.หากผลออกมาเป็น"ลบ"กับ"พล.อ.เปรม"ดังนั้น หลายฝ่ายจึงมีการระดมมวลชนจำนวนมากเพื่อเคลื่อนไหวขัดขวาง"ม็อบ"ต้านรัฐประหาร..โดยก่อนหน้านี้(31มี.ค.50) มีรายงานจาก"หน่วยข่าวลับ"ว่าหลังม็อบ"พีทีวี."เมื่อ
วันศุกร์(30มี.ค.50)ที่เช้าวันรุ่งขึ้นมีการเข้าไปรื้อเต้นท์ของกลุ่มพิรา
ปขาว ที่สนามหลวง นั้น มีรายงานในวันเดียวกันว่า ได้มีผู้ใกล้ชิดในแกนนำ
13 องค์กรต้านรัฐประหาร ถูกข่มขู่คุก
คาม โดยเฉพาะมีรายงานว่ามีการส่งชายฉกรรจ์ไปคุกคามครอบครัวของพวกเขาหลายคน ขณะเดียวกันก็มีข่าวปล่อยออกมาว่า"แกนนำ"บางรายถูกทำร้ายร่างกายด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"แจ้งว่า ก่อนการเดินทางไปญี่ปุ่นของ"พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์"นายกฯแม้จะมีเสียงลือถึงข่าวการทำ"ปฏิวัติซ้ำ"ระหว่างที่นายกฯไม่อยู่ในประเทศเหมือนเช่น"ทักษิณ"แต่"พล.อ.สุรยุทธ์"ก็ไม่กังวล ทั้งที่ทราบดีว่า ขณะนี้ในกรุงเทพฯมีกำลังทหารของ"บิ๊กทหารคมช."ไม่ต่ำกว่า 3 ฝ่าย จำนวนมากถูกระดมเข้ามา"รวมศูนย์"เตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติการ..โดย"พล.อ.สุรยุทธ์"มีการพูดผ่านไปยัง"บิ๊กคมช."บางรายที่คิดจะทำการยึดอำนาจและให้"นายอานันท์ ปันยารชุน"ขึ้นมาเป็นนายกฯว่า ให้"ปฏิวัติ"ก็ได้หากคิดจะทำจะเกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงกับประเทศชาติ ที่ขณะนี้แทบจะไม่มี"เม็ดเงิน"เหลือในระบบแล้ว โดยเฉพาะยังมีความกังวลกันว่าการจัดเก็บรายได้ที่ไม่ได้ตามเป้าจะไม่พอกับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ

@@ซึ่งการไปญี่ปุ่นของ"พล.อ.สุรยุทธ์"เพื่อเซ็น FTA ภายใน"เงื่อนไข"ที่
เสียเปรียบ ก็เพื่อนำเม็ดเงินจำนวนหนึ่งที่ญี่ปุ่นตกลงให้ยืม
เข้ามาประคองสถานการณ์
เพื่อแก้วิกฤติเศรษฐกิจที่ส่งสัญญานชัดเจนแล้ว...ขณะที่
ทางฝ่าย"บิ๊กคมช."ที่ผ่านมายังเข้าใจว่ารัฐยังมีเงินเหลือในระบบจำนวนมาก
เหมือนเช่นยุค"ทักษิณ"..ดังนั้นแม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้กำลังทหารตรึงพร้อมเต็มพื้นที่แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดกล้าทำ..เพราะเสี่ยงที่จะทำให้ทุกอย่าง"ลงเหววิกฤติ"และทหารรวมถึง"ผู้ทำ"จะตกเป็น"จำเลยสังคม"ในทันที..

@@อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับดุลกำลังในกองทัพนั้น"หน่วยข่าวลับ"อ้างถึงปฏิกริยาภายในที่มีการก่อตัวภายในกองทัพว่า ด้วยเหตุผลที่มีการแตกตัวของ"อำนาจ"ของ"ผู้นำ"กองกำลังภายในกองทัพไม่ต่ำกว่า 4 ฝ่าย ทำให้หลายหน่วยทหารในกองทัพเกิดปรากฎการณ์"สับสน"ใน"คำสั่งของผู้บังคับบัญชาหลายคน"ที่เริ่มเกิดภาพเหล่านี้มากขึ้นๆ อาทิ สถานการณ์ในคืนที่ มีคำสั่งให้รถถังที่ยานเกราะออกมาไม่ได้เพราะมี"คำสั่ง"จาก
ผู้บังคับบัญชาถึง 4 ราย
และเหตุการณ์การให้ทหารออกมาควบคุมพื้นที่ในเส้นทางเสด็จในพื้นที่ 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีทั้งคำสั่งยกเลิกและคำสั่งให้ประจำพื้นที่
จนเกิดความสับสน ซึ่งสภาวะดังกล่าวทำให้ทหารแต่ละหน่วยเกิดสภาพ"ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง"และเริ่มมีสภาพการณ์"เกียร์ว่าง"เกิดขึ้นในหลายหน่วยแล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศและกองทัพ ทำให้กำลังมีการก่อตัวของ"ทหารกลุ่มหนุ่ม"หรือ"ยังเติร์ก"เกิดขึ้นโดยทหารกลุ่มนี้มียศระดับ"นายพัน"ที่บางส่วนผ่านโรงเรียนเสนาธิการทหารมาแล้ว และมีการนัดพูดคุยหารือปัญหาบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะท่าทีที่เริ่มไม่พอใจ"นายทหารระดับสูง"และ"พล.อ.สนธิ"...โดย
มีการระบายความอึดอัดจากภาวะการณ์ของประเทศที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติ
เศรษฐกิจ เพราะได้รับผลจากสภาพการเมือง และที่สุดทหารจะกลายเป็น"จำเลย"..

@@นอก
จากนี้ยังมีการพูดถึง เสียงก่อด่าไม่พอใจที่ลามไปทั่วกองทัพ
โดยเฉพาะจากทหารที่ถูกส่งให้ไปประจำการที่ภาคใต้ 6 เดือน
เพิ่งได้รับเงินเดือน 2 เดือน แต่เงินทั้งหมดถูกเบิกจ่ายไปหมดแล้ว
โดยที่ผู้ควรจะได้รับกลับไม่ได้รับด้วย
โดยปรากฎการณ์ความไม่พอใจเหล่านี้ถูกเขียนระบายผ่านประตูห้องน้ำในหลายค่าย
ทหารในพื้นที่ภาคใต้ และค่ายทหารในกรุงเทพฯ ซึ่งข้อความนอกจากพาดพิงถึง"พล.อ.สนธิ"แล้วยังลามถึง"พล.อ.เปรม"ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ถึง การโยกย้ายทหารซึ่งมีผลไปแล้วในวันที่
1 เมษายน 2550 และ กรณีความขัดแย้งจากการไม่ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ของ"พล.อ.สุรยุทธ์" ที่ทำให้"พล.อ.สนธิ"ไม่พอใจ ด้วยว่า การประกาศกำหนดวันเลือกตั้งออกมา
ชัดเจนของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ส่วนหนึ่งเพื่อทำให้ทหารไม่ว่าฝ่ายใด"หมดเงื่อนไข"ในการปฏิบัติการยึดอำนาจ โดยเฉพาะมีการส่งสัญญานจาก"ผู้ใหญ่ระดับสูง"มายัง"พล.อ.สุรยุทธ์"ทำให้"พล.อ.สุรยุทธ์"ตัดสินใจที่จะ"สู้"และประกาศ"ไม่ลาออก"ตามแรงกดดัน ที่มีความพยายามจะให้"นายอานันท์"หรือ"องคมนตรี"บางท่าน เข้ามาเป็นนายกฯแทน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ช่วงเย็นวันจันทร์(2เม.ย.50)ที่ผ่านมาได้เกิดความสับสนที่สนามบินดอนเมือง โดย
มีกำลังทหารพร้อมอาวุธได้เข้าไปที่สนามบินดอนเมืองจำนวนมาก
ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าไปใช้บริการในสนามบินได้พัดใหญ่
และมีการปล่อยข่าวจากนายทหารหลายฝ่าย โดยเฉพาะในสาย"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ว่า ดอนเมืองถูกยึดแล้ว ขณะที่มีข่าวว่า อาจเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจของกำลังฝ่าย
ใด
ฝ่ายหนึ่ง
เพราะก่อนหน้าในวันเดียวกันมีรายงานว่าได้มีการยึดรถโมบายของสถานีโทรทัศน์
ช่อง 5 ไปที่ บก.ทบ.
แต่ที่สุดก็มีการออกมาระบุว่าเหตุที่ทหารเข้าไปที่ดอนเมืองจำนวนมากเพื่อ
ดูแลบุคคลสำคัญหลายส่วนที่จะเดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินกองทัพอากาศ


จราจลกรุงฯ/ระดมทมิฬอาเจะห์บุก?
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานความเคลื่อนไหวการชุมนุมของม็อบ PTVในวันอาทิตย์(8เมย.50)ว่า ได้มีความเคลื่อนไหวของ"กองกำลัง"กลุ่มต่างๆในกองทัพ เพื่อประเมินสภาพความเคลื่อนไหวของม็อบ "กลุ่มคนวันเสาร์"-"พิราปขาว"และมวลชนกลุ่มอื่นๆ โดยใน"ทางเปิด"มีการ
ออกมาระบุ ว่ามีการ"ต่อท่อน้ำเลี้ยง"มาจากนอกประเทศและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดสภาพบานปลาย ขณะที่ใน"ทางปิด" ปรากฎความพยายามของกลุ่มทหารของ"พล.อ.สนธิ"ในการเข้า"ล็อค"แกนนำของม็อบรายตัว บางรายมีการส่งคนไปคุกคามถึงบ้านเพื่อไม่ให้เข้าร่วมม็อบ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่าเมื่อวันพฤหัส(5 เม.ย.50)มีรายงานว่า "พล.อ.สนธิ"ได้มีการสั่งการให้นำกำลัง"ทหารป่าหวาย"เข้ามา 2 กองพล เพื่อเข้ามาเตรียมพร้อมในกรุงเทพฯ ในท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนักจากม็อบ ที่เตรียมนำข้อมูลการพุ่งเป้าโจมตี"พล.อ.สนธิ","พล.อ.เปรม"และ"พล.อ.สพรั่ง"โดยมีการเปิดเผย"เอกสารลับ"มากมายที่หลุดมาจาก คตส.ที่ทำให้"คุณหญิงจารุวรรณ"ไม่พอใจ และสั่งให้มีการ"สอบ
สวน"เจ้าหน้าที่ภายในที่ปล่อยให้เอกสารรั่วออกมาจากองค์กร...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ปฏิบัติการของ"ม็อบต้านรัฐประหาร" 7 วัน 7 คืน ที่จะดำเนินไปจนถึง 11
เม.ย.50 นั้น มีการแบ่งบทบาทกันอย่างชัดเจน โดยในส่วนของ"ข้อมูล"หลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง"การจดทะเบียนสมรสซ้อน"ของ"พล.อ.สนธิ",กรณีการ
จัดซื้อเสื้อหุ้มเกราะโดยวิธีพิเศษ ของกองทัพบกมูลค่า 1 พันล้าน
,กรณีงบประมาณรัฐ 1 พันล้านที่นำมาใช้ในการปฏิวัติ,กรณี"หลังบ้าน"นายทหาร
ที่เข้าไปเกี่ยว
ข้องกับผู้ผลิตรายการทางโทรทัศน์ช่อง 5 และ กรณีค่าเบี้ยเลี้ยงทหารในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่ล้วนมีเอกสารหลักฐานนั้น ม็อบพีทีวี. โดยอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย จะนำมาเปิดเผยในคืนวันอาทิตย์...

@@ทั้ง
นี้ยังรวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับการเรียกรับเงินของนายทหารในคมช.ต่อบรรดาผู้
ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องในสนามบินสุวรรณภูมิ อันพาดพิงถึง"พล.อ.สพรั่ง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสำหรับข้อมูลเรื่อง ช่อง 5 นั้น มีรายงานว่าผู้ที่ส่งข้อมูลเหล่านี้ออกมาคือ"พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร"โดย
มีหลักฐานจำนวนมากที่โย่งถึงภริยาของ"บิ๊กทหาร"ในคมช.
ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสซ้อน จะมีการเปิดข้อมูล
การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการของกองทัพบอ
ของ"พล.อ.สนธิ"ที่มีการเบิกให้กับภริยา2คนและลูกของภริยาทั้ง 2 คน
โดยใช้เอกสารใบจดทะเบียน 2 ใบ มาโดยตลอด


@@ขณะที่ข้อมูลที่โจมตี
"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์"ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง
และเหตุการณ์การรัฐประหาร(19 ก.ย.49)นั้นโดยหลัก
จะเป็น"หน้าที่"ของ"กลุ่มคนวันเสาร์"และสหพันต้านรัฐประหาร
ที่จะนำมาเป็นประเด็นการเคลื่อนไหว ควบคู่ไปที่ การโจมตี คมช."พล.อ.สนธิ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สิ่งที่เป็นกังวลของทุกฝ่ายคือ แผนการการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดการจราจล และจะกลายเป็นเงื่อนไขในการทำ"รัฐประหารซ้ำ-ซ้อน"ของทหารฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ มีการแบ่งออกเป็น 2-3 กลุ่ม ซึ่งรวมถึง"กลุ่มทหารหนุ่ม"(ยังเติร์ก)ที่มีการรวมตัวกันของนายทหารระดับ พ.อ. จำนวนหนึ่ง ภายใต้การสนับสนุนของ"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง โดยทหารกลุ่มนี้ ให้การดูแล"ม็อบคนวันเสาร์"..ซึ่งทำให้และหลายฝ่ายในกองทัพ กังวลกับการเคลื่อนไหวของ"ทหารยังเติร์ก"กลุ่มนี้ ว่าเท่ากับมีการ"ส่งสัญญาน"มาอีกครั้งของ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้หรือไม่

@@โดยเฉพาะมีรายงานว่า"สัญญาน"นี้มีการส่งไปถึงบรรดา"ข้าราชการระดับสูง"ในส่วนของ"ฝ่ายปกครอง"อาทิ
ผู้ว่า,รองผู้ว่า ซึ่งระยะหลังมีท่าทีที่
คมช.ออกมาตำหนิว่า"เข้าเกียร์ว่าง"..โดยกลุ่มข้าราชการเหล่านี้เริ่มมีอาการ
ต่อ คมช.แล้ว ทั้งนี้รวมถึงท่าทีของ"พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์"ที่แม้จะไล่เช็คบิลตำรวจที่เคยอยู่ในสาย"พ.ต.ท.ทักษิณ"ออกมาให้ "พล.อ.เปรม"ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นประมาทเอง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า แม้จะมีการเคลื่อนไหวกำลังของทหารที่ระบุว่าอยู่ในอาณัติของ"พล.อ.สพรั่ง"ขณะที่ก็มีการเคลื่อนกำลังทหารที่"พล.อ.สนธิ"ไว้
ใจได้เข้ามาในพื้นที่กทม.เช่นกัน
เช่นกันก็มีการเคลื่อนกำลังของทหารอีกกลุ่ม
ที่มีเงาของ"พล.อ.ชวลิต"อยู่ข้างหลัง
แต่ทหารอีกกลุ่มที่เคลื่อนไหวที่ทำให้"พล.อ.สนธิ"หนักใจที่สุดดังกล่าวมา
แล้วข้างต้นคือ "กลุ่มยังเติร์ก"ที่ ณ ปัจจุบัน มีความเชื่อกันในกองทัพว่า
น่าจะกุมสภาพกำลังได้มากที่สุดแล้ว โดยแนวของกลุ่มนี้ ก็คือ
หากมีสถานการณ์เกิดขึ้นในระหว่างนี้เช่นการจราจล
และทหารของ"พล.อ.สนธิ"เข้าปราบ
กำลังทหารกลุ่มนี้ก็จะเข้าดำเนินการ"ซ้ำ"เพื่อ"ยึดอำนาจ"และให้มีการประกาศ
ใช้ รัฐธรรมนูญ 40 พร้อมทั้งเร่งให้มีการเลือกตั้งทันที

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่ามีความเคลื่อนไหวสกัดการรวมตัวกันของม็อบอย่างหนัก
โดยเฉพาะการสกัดการต่อท่อ"น้ำเลี้ยง"(ที่ไม่ใช่หมายถึง"ทักษิณ")ไปยังม็อบ
โดยมีรายงานว่า"นักธุรกิจ"หลายส่วนที่ทราบถึง"ผลกระทบเศรษฐกิจ"ที่เกิดขึ้น
กับประเทศไทยเวลานี้ บางส่วนไม่กล้า
ที่จะให้การช่วยเหลือกับม็อบสนาม
หลวง เพราะถูกขู่ว่าจะให้สรรพากรดำเนินการเรื่องภาษี
โดยกลุ่มที่โดนขู่คือนักธุรกิจกลุ่มสีลม
ที่ภายหลังไม่ได้ใก้การสนับสนุน"พันธมิตร"และคิดจะเข้ามาช่วยด้านทุนทรัพย์
กับม็อบต้านรัฐประหาร โดยผู้ที่เข้าไปพูดกับนักธุรกิจสีลมคือ"ประสาร มฤคพิทักษ์"

@@นอกจากนี้ยังมีในรายของ"เสถียร"เจ้า
ของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงที่ได้รับการติดต่อจากม็อบต้านรัฐประหารเพื่อ
ให้ช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย
แต่ก็ถูกสกัดโดย"พล.อ.สนธิ"โดยใช้เหตุผลเดียวกันที่ให้กับนักธุรกิจสีลมคือ
จะให้สรรพากรตรวจสอบเอาผิดด้านภาษีในกิจการ ซึ่งทำให้ ผู้ประกอบการ
ไม่ต้องการให้ตัวเองได้รับผลกระทบจึงไม่กล้าเคลื่อยไหวสนับสนุน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีข้อมูล"วงใน"จาก
สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ว่ามีการประเมินว่าสถานการณ์รุนแรงจากการปะทะ
ที่มาจากม็อบสนามหลวง ต้านรัฐประหาร อาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 10 เม.ย.50
โดยสมช.ได้รับรายงานว่าได้มีการขนกำลังรบ"ทมิฬอาเจะห์"เข้ามาที่"ส่วนกลาง"เพื่อ
เตรียมสร้างสถานการณ์บางอย่างของกลุ่มกำลังในกองทัพบางข้าง
จากนั้นจะทำการเข้าปราบและยึดอำนาจของกำลังทหารฝ่ายหนึ่ง(ที่กุมอำนาจอยู่ใน
ปัจจุบัน)..ทั้งนี้ยังมีการรายงานถึงการ"ส่งสัญญาน"จากวิทยุชุมชน 92.25 และ 97.75 ที่ว่าอาจจะเกิดกลียุค ว่าอาจจะมีการเตรียมสร้างสถานการณ์เพื่อล้ม"รัฐบาลสุรยุทธ์"ด้วย

"สุรยุทธ์"ตั้งวอร์รูมลับสู้ คมช.จ่อปฏิวัติซ้ำ!

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ระเบิดที่หน้าห้างเมเจอร์รัชโยธิน ช่วง 23.00น.(9 เม.ย.50)ว่า
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุระเบิดมีความเคลื่อนไหวของทหารกันอย่างคึกคักหลายส่วน
พร้อมๆกับการปล่อยข่าวว่าจะมีการเคลื่อนกำลังของฝ่าย"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ.ที่กำลังย่ำแย่จากข้อมูลโจมตีกรณีการจ่างน้องชายทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ คมช. 12 ล้านบาท โดยมีการนำ"เอกสารลับ"ออก
มาเปิดเผยทั้งขั้นตอนวิธีการและผู้เกี่ยวข้อง
ซึ่งจากข้อมูลที่นำมาเปิดดังกล่าว
ทำให้มีกระแสข่าวสะพัดตลอดวัน(9เม.ย.)ว่าใน 1-2 วันจะมีการโยกย้าย"พล.อ.สพรั่ง"ไปประจำกลาโหม หรือ ที่ทำเนียบฯ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข่าวดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสข่าว ว่า มีการสั่งให้ทหารจากกองทัพภาคที่
3 ซึ่งเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯก่อนหน้านี้ เตรียมเคลื่อนกำลังปฏิบัติการ
โดยมีการระบุว่าฤกษ์ปฏิบัติการอยู่ที่ 23.35 น.
ซึ่งข่าวนี้ดูเป็นจริงเป็นจังขึ้นเมื่อมีทหารส่วนหนึ่งส่งซิก
แนลผ่านหลังเวทีม็อบที่ท้องสนามหลวงให้หยุดเวที เพราะทหารจะเคลื่อนกำลัง..และก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า"พล.อ.พรั่ง"มีการประกาศกับกำลังไปที่พิษณุโลกว่า"ต้องมีการหลั่งเลือดอีกครั้ง" ซึ่งท่าทีนี้ สอดรับกับการออกมาของ"พล.อ.บุญรอด สมทัต"ที่กังวลาต่อสถานการณ์ที่จะ
เกิดขึ้นในระดับจราจล

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้น หลังจากที่ในช่วงเช้ามีปฏิกริยาจากข่าวการ"ถอดใจลาออก"ของ"พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์"นายกรัฐมนตรี..โดยเบื้องหลังของข่าวนี้ "หน่วยข่าวทหาร"รายงานว่า มีกระบวนการ"กดดัน"ให้"พล.อ.สุรยุทธ์"ลาออกจริง โดยเฉพาะจากฝ่าย"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"..ซึ่งข้อมูลที่เปิดผ่าน"สำราญ รอดเพชร"สนช.แห่งนสพ.ผู้จัดการซึ่งอ้างถึง"นายธีรภัทร เสรีรังสรรค์"นั้น มีรายงานว่า เป็นข้อมูลที่หลุดมาจากวงพูดคุยที่ภูเก็ต โดยเรื่องนี้มีการ"ส่งสัญญาน"มาจาก"ผู้ใหญ่"

@@ทั้งนี้"หน่วยข่าว"รายงานว่ากระแสกดดัน"พล.อ.สุรยุทธ์"มีมาหลายวันแล้วหลังจากกลับจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะกับท่าทีของ"พล.อ.สนธิ"..

ถึงขนาดมีข่าวลือออกมาช่วงคืนของวันอาทิตย์ที่ 8 เม.ย.50 ว่า "พล.อ.สนธิ"จะ"ทำซ้ำ" โดยมี"ทหารสีม่วง"เข้ามาปฏิบัติการ ซึ่งอีกฝ่ายได้

เตรียมกำลัง"ทหารยังเติร์ก"(ทหารหนุ่ม)เคลื่อนสู้ "พล.อ.สนธิ"จึงขอไปยัง"ผู้ใหญ่"เพื่อยึดอำนาจและปลดนายกฯ..

@@"หน่วยข่าว"รายงานว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"ไม่ได้"ถอดใจ" แต่เป็นเพราะความ"มั่ว"ที่เกิดขึ้นจากหลายฝ่ายทั้งในกองทัพและนอกกองทัพที่

พยายาม"ปิดล้อม"กดดัน โดยเฉพาะการส่งสัญญานจาก"ผู้ใหญ่"b>ลงมา..กระทั่งทำให้ช่วงเช้า(9เม.ย.50)"พล.อ.สุรยุทธ์"จึงได้โทรศัพท์พูดคุยกับ"พล.อ.เปรม" แต่ก็ไม่ได้มีคำแนะนำอะไรในการแก้ปัญหา โดยแนะให้"ลาออก>"..."พล.อ.สุรยุทธ์"จึงประชดด้วยการ"ลาป่วย" ซึ่งในการไปโรงพยาบาลนั้นแท้จริงแค่มีการตรวจสภาพ ร่างกาย แต่กลับมีการระบุว่าต้องพักฟื้น 2-3 วัน

@@"หน่วยข่าว"รายงานว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"ไม่ได้มีการนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่ได้มีการเคลื่อนย้ายไป"กุมสภาพ"สถานการณ์ในวอร์รูม 3 แห่ง ทั้งย่านลาดกระบัง ที่มีรายงานว่าสามารถควบคุมสถานีการสื่อสารไว้ได้หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น

@@"หน่วยข่าวลับ"
รายงานว่า "พล.อ.สนธิ"มีการหารือกับนักศึกษา วปรอ.หลายส่วนที่ไว้ใจได้
โดยยอมรับว่า เขากังวลกับสถานการณ์ถัดไปหลังจากที่มีการเลือกตั้ง
มีรัฐบาลและมีการใช้รัฐธรรมนูญ ว่าจะส่งผลกระทบกับ คมช.
@@"หน่วยข่าว"รายงาน
ว่าสถานการณ์ระเบิดหน้าเมเจอร์
มีความกังวลว่าจะมีการระเบิดอีกหลายจุดและทหารส่วนหนึ่งจะใช้เป็นเงื่อนไขใน
การออกมายึดอำนาจ
ขณะที่ทหารอีกกลุ่มก็จะเคลื่อนออกมาทำซ้ำและอาจเกิดการปะทะกันจนบานปลายได้

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:32 am

ระวังสงกรานต์นองเลือด/คมช.ยึดอำนาจ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานความเคลื่อนไหว ของ"พล.อ.สุรยุทธ์"หลังออกจากโรงพยาบาล ว่า "พล.อ.สุรยุทธ์"ได้ประกาศยืนยันกับหลายฝ่ายว่าจะ"ไม่ลาออก"แน่นอน พร้อมกับยอมรับว่ามีการบีบให้เขาลาออก แต่เขาจะไม่ยอม และใครจะปฏิวัติก็ปฏิวัติไป เพราะก่อนหน้านี้เขาได้รับ"สัญญาน"จาก"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ที่ไม่ใช่"ป๋าเปรม"ให้อยู่สู้เพื่อประเทศชาติต่อ..

@@โดย"พล.อ.สุรยุทธ์"ถือ
ว่าเขาได้ทำประโยชน์ให้กับประชาชนประเทศชาติแล้วด้วยการคัดค้านการใช้พรก
.ฉุกเฉิน ตามคำสั่ง คมช.รวมถึงการที่เขาเดินทางไปญี่ปุ่น
ที่แม้จะไม่ได้รับการตอบรับเรื่องการ"กู้เงิน"แต่ก็สามารถ"เปิดประตู"กับต่างชาติให้เกิดความเชื่อมั่นในรัฐบาลไทยในระดับหนึ่งที่สามารถต่อยอดได้

@@โดย
เฉพาะก่อนหน้านี้ได้มีการชงข้อมูลเรื่องการเสียชีวิตของนายทหารรักษาพระองค์
ที่เป็นมะเร็งเสียชีวิตพร้อมกัน 4 นาย
และรวมถึงข่าวที่กำลังตรวจสอบเรื่องนายทหาร 17นายที่เสียชีวิตในวันที่ 19
ก.ย.49 ซึ่งประเด็นนี้ยังคงมีการพูดถึงกันในกองทัพ และหมู่บุคคลชั้นสูง
ไม่น้อยไปกว่าเรื่องปัญหา"เบี้ยเลี้ยง"ทหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และท่าทีของทหารในกองทัพ ต่อ "พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.เปรม"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสำหรับระเบิดที่เกิดขึ้นหน้าเมเจอร์รัชโยธินเพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ระเบิดในหลายจุดและทำให้เกิดเงื่อนไขการประกาศ"ภาวะฉุกเฉิน"และเข้าควบคุมสถานการณ์ของ คมช.นั้น นอกจากจะมีลักษณะและชนิดเดียวกับระเบิดที่ป้อมยามหน้าบ้าน"พล.อ.เปรม"แล้ว ยังมีลักษณะเดียวกับระเบิดที่สำนักงาน นสพ.ผู้จัดการ โดยมีรายงานจากหน่วยข่าวทางทหารว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือกลุ่มของ"นาย พ."
ซึ่งมีการใช้กลุ่มกำลังจากอดีตคอมมิวนิสต์อีสานใต้
เป้าหมายต้องการทำหลายจุด เพื่อให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
แต่พลาดเพราะทีมงานเข้าใจว่าให้สร้างสถานการณ์เพียงจุดเดียว

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"ได้รับรายงานว่า ในช่วงสงกรานต์ได้มีคำเตือนจาก"หน่วยข่าวทหาร"ว่าอาจจะมีการสร้างสถานการณ์"
ระเบิดป่วนเมือง"
ที่
อาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมากได้
เพราะจะมีลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นกับวันที่ 31 ธันวาคม 2549
คือเกิดขึ้นในหลายจุดที่มีผู้คนจำนวนมากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
และเมืองใหญ่ และอาจจะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยคำสั่งของ"พล.อ.สนธิ"

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"ให้จับตาความเคลื่อนไหวของทหารหนุ่ม"ยังเติร์ก"ซึ่งเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ ว่า ได้มีการสะสมกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมี"ผู้ใหญ่"ให้การสนับสนุน จะออกมาต่อต้านหากเกิดการ"ปฏิวัติซ้ำ"และอาจจะทำการ"ปฏิวัติซ้อน"พร้อมกับให้มีการใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 และจัดการเลือกตั้ง..ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้"พล.อ.สนธิ"ก็ทราบ พันธมิตรก็ทราบ และมีการให้ "นาย ส."หนึ่งในแกนนำพันธมิตรไปทำใบปลิวเพื่อโจมตี"ผู้ใหญ่"ผู้ให้การสนับสนุน"กลุ่มยังเติร์ก"ไปทั่วพื้นที่ภาคอีสาน..หลังจากที่ขณะนี้ได้มีขบวนการทำใบปลิวโจมตี"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ในกองทัพภาคที่ 3ไป แล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ด้วยว่า คมช.ได้ประเมินสถานการณ์ การเลือกตั้งหลังรัฐธรรมนูญ
โดยว่าจ้างให้มีการทำโพลสำรวจความนิยมพรรคการเมือง พบว่ากระแสความนิยม"พ.ต.ท.ทักษิณ"นอกจากจะไม่ตก แต่ยังกลับเพิ่มขึ้น ในหลายภูมิภาคโดยเฉพาะมีการขยายไปในพื้นที่
ภาค
กลาง กรุงเทพฯ อีสาน และใต้ อันเนื่องมาจาก สัญญานวิกฤติเศรษฐกิจ
และภาวะความไม่เชื่อมั่นทางการเมือง รวมถึง สารพัดข้อมูลหลักฐานที่กล่าวหา
แกนนำ คมช.ซึ่งทะยอยออกมาผ่านสื่อและประชาชนรับรู้มากขึ้น
และบางส่วนได้เริ่มกล่าวโทษว่า คมช.และพันธมิตรรวมถึง
รัฐบาลภายใต้
คมช.ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ พร้อมๆกับเริ่มมีผู้โจมตีประเด็น 4 พันธกิจ
ในการรัฐประหารที่ในที่สุดประเด็นหมิ่นปพระบรมเดชานุภาพ อัยการก็ยกฟ้อง"ทักษิณ"
ขณะที่ คมช.ก็ตอบไม่ได้ว่า เหตุผลการปฏิวัติแท้จริงคืออะไร
ซึ่งทำให้เริ่มมีเสียงค่อนขอดว่าเพราะช่วงนั้น ผบ.ทบ.กำลังจะถูกย้าย
และนายทหารหลายคนในคมช.กำลังจะโดน"ทักษิณ"ย้ายจึงต้องทำปฏิวัติโดยดึงเอาเหตุผลจากที่"พันธมิตร"ชงให้มาใช้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้"พล.อ.สนธิ"ไม่สบายใจ ว่าถึงที่สุดจะต้องรับบาปจากสภาพการณ์ในอนาคต ดังนั้นวิธีการ"สร้างเงื่อนไข"ในระยะนี้ จึงเป็น"ทางออกสุดท้าย"ของ คมช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า กรณี ศาลตัดสินลงโทษ"สนธิ ลิ้มทองกุล"จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดี"มนุษยะดอทอม"ที่ไปกล่าวหา"ภูมิธรรม"ซึ่งโยงไปถึง "ปฏิญญาฟินแลนด์" และคดีที่"อัยการ"ยกฟ้อง "ทักษิณ"ในคดี"หมิ่นประบรมเดชานุภาพ 3 คดี นั้นทำให้ พันธมิตร
และ"เครื่อข่าย"เกิดความกังวลใจ ว่าจะเป็น"สัญญาน"เดียวกันกับที่พวกเขาได้รับทราบทางลึกมาก่อนหน้านี้หรือไม่ว่า"ผู้ใหญ่ระดับสูง"สนับสนุน"พล.อ.สุรยุทธ์"ให้ขัดแย้งไม่ตอบสนอง"คมช."ในการจัดการ"ทักษิณ"ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปมีแนวโน้มว่า"ทักษิณ"จะกลับมาใหญ่และเอาพวกเขาถึงตายแน่ นี่จึงเป็นเหตุให้ต้องอกมาแถลงท่าที กดดัน"พล.อ.สุรยุทธ์"(10เม.ย.) ขณะที่ทางด้าน"พล.อ.สนธิ"นั้น ก็ต้องการให้มีการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อเพิ่มอำนาจ คมช.และรวมถึงการให้มีการประกาศนิรโทษกรรม คมช.เพื่อป้องกันการ"เอาคืน"ในอนาคตด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าขณะนี้"เตมูจิน"ที่แตกตัวจาก"พิราปขาว"กำลังกระจายข้อมูลผ่าน"หัวขบวน"ของสื่อต่างๆ เพื่อตอบกับข้อมูลของ คมช.โดยมีการเปิดข้อมูลกลุ่มทันที่ให้การสนับสนุนกลุ่มอำนาจเก่าช่วงเดิน ก.พ.-พ.ค.2550 ว่ามีกลุ่ม บ.ควอลิตี้คอฟฟี่โฟรดักส์ กลุ่มไทยซัมมิต และกลุ่มอิตาเลี่ยนไทย ในจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาท โดยผ่าน"สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ"ลง
ไป โดยกลุ่ม พีทีวี. 400 ล้าน กระจายไปยัง สมาพันธ์ประชาธิปไตย 20 ล้านบาท
กลุ่มพิราบขาว 10 ล้านบาท กลุ่มคนวันเสาร์ 30 ล้านบาท และกลุ่ม 19
กันยาต้านรัฐประหาร 15 ล้านบาท ขณะที่อีก
ปีกหนึ่ง 600 ล้าน
จะผ่านเงินไปยัง อดีตรัฐมนตรี,ส.ส.พรรคไทยรักไทย,อาทิ
สุดารัตน์,ศิธา,ยงยุทธ์ ฯลฯ โดยผ่านหัวคะแนนภาคเหนือ 150 ล้านบาท
กลุ่มแท็กซี่เอื้ออาทร มอเตอร์ไซต์รับจ้าง 50 ล้านบาท
กลุ่มหัวคะแนนภาคอีสาน 200 ล้านบาท และกลุ่มหัวคะแนนภาคกลาง 150 ล้านบาท

@@ทั้ง
นี้โดยมีเป้าหมาย และ ขั้นตอนการปฏิบัติการ คือ ขั้นที่ 1
ทำลายความน่าเชื่อถือและกดดัน(พล.อ.เปรม,คมช.,รัฐบาล) ขั้นที่ 2
ยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
โดยเฉพาะทหารโดยใช้ยุทธวิธี"น้ำผึ้งหยดเดียว"เน้นภาพฝ่ายประชาธิปไตยโดน
ฝ่าย
เผด็จการคุกคาม และกระจายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปยังสำนักข่าวต่างประเทศ
ขั้นที่ 3
เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างมวลชนและข้าราชการฝ่ายอำนาจเก่ากับ
คมช.และรัฐบาล จนมีการแทรกแซงทางการเมืองและการทหารจากต่างชาติ
โดยกลุ่มประเทศที่มีความใกล้
ชิดสนิทสนมกับรัฐบาลที่แล้ว และ ขั้นที่ 4 พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นผู้นำประเทศในระบอบประชาธิปไตย ระบบประธานาธิบดี

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ข้อมูลนี้ ถูกระบุว่ามีทั้งจริงและเท็จ โดยเฉพาะเมื่อพบว่า"เตมูจิน"มีความสัมพันธ์เป็นนอมีนีกับ"ไทกร"ที่เป็นตัวเชื่อมกับ พรรคประชาธิปัตย์ ผ่านทางสาย"สุเทพ เทือกสุบรรณ"..ขณะที่เมื่อตรวจสอบพบว่า"นายสุริยะ"นั้น
ขณะนี้อาการป่วยทรุดหนักจากโรคมะเร็งลำไส้ และรักษาตัวอยู่ที่สหรัฐฯ
ขณะที่กลุ่มคนวันเสาร์ฯนั้น ไม่ได้มีการรับเงินจากฝ่ายใด
โดยเป็นการรวมตัวกันของ อดีตนักศึกษา 14 ตุลา และลูกหลานของพวกเขา
ที่ส่วนใหญ่เรียนอยู่ในต่างประเทศ
ส่วนสมาพันธ์ปชต.ของ"หมอเหวง-สันต์"นั้นมีงบสนับสนุนจากองค์กรประชาธิปไตย
สากลอยู่แล้ว ขณะที่
พีทีวี.นั้นมีการ"ลงขัน"กันของอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย
ขณะที่พรรคไทยรักไทยนั้น ได้มีการตัดท่อน้ำเลี้ยงหลายเดือนแล้ว
โดยเฉพาะหลังจากที่ มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างเข้มงวด ทำให้
เจ้าหน้าที่พรรคระดับสูงบางส่วน ไม่ได้รับเงินเดือนมาหลายเดือนแล้ว

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"ให้
จับตา กลุ่มทุนใหม่ หลายส่วน ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และภาคการผลิต
ที่มีความกังวลในสถานการณ์เศรษฐกิจ
โดยกลุ่มนี้มีการให้ทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของม็อบและกลุ่มการเมืองหลาย
ส่วนในการทำยังไงก็ได้ให้มีการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540
และจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าในคมช.ที่คิดว่า"พล.อ.สนธิ"กับ"พล.อ.วินัย"ไว้ใจกันได้นั้นอาจไม่จริงทั้งหมดเสียแล้ว เพราะมีรายงานว่า"พล.อ.วินัย"เองก็เคลื่อนไหวในส่วนของตัวเองในการต่อท่อสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มเพื่อวางฐานทางการเมือง โดยที่อาจไม่เกี่ยวกับ"พล.อ.สนธิ" ทั้งที่ในระยะถัดไป"พล.อ.สนธิ"เตรียมดันให้"พล.อ.วินัย"เป็น ผบ.ทบ.ต่อจากตัวเองที่จะเกษียณ จากเดิมที่จะดัน"พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์"เพราะเกรงว่าจะไม่ทันกับเกมการเมืองที่จะรุนแรงมากขึ้น แต่ที่สำคัญคือขณะนี้เขายังกังวลว่าถึงที่สุดหาก"พล.อ.สุรยุทธ์"ยังอยู่ จะเสนอ"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา"เป็น ผบ.ทบ.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า สำหรับ"กลุ่มทุน"ที่มีการต่อเชื่อมกับ"พล.อ.สนธิ"ระยะนี้ คือ"นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์"ที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เพื่อป้องกันการกลับมาของ"ทักษิณ"และจะมีการ"เอาคืน" หลังจากที่ก่อนหน้านี้"ประชัย"เองก็ถูกหลอกจากพันธมิตร โดย"สนธิ ลิ้มทองกุล"ในการโค่น"ทักษิณ"เพื่อเอาใจ"กลุ่มทุนศักดินา"เพื่อ
จะยึดคืนกิจการกลับมาจากรัฐบาลยุค"ทักษิณ"และในที่สุด
กลุ่มทุนสายนี้ก็ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพฯได้ประโยชน์จากกิจการ ทีพีไอ.
ซึ่งหนนี้ได้มีการยื่นข้อแลกเปลี่ยน ด้วยการจะตอบแทนด้วย"หุ้น"
ซึ่งการที่รัฐบาล"พล.อ.สุรยุทธ์"ดูเหมือนจะเข้า"เกียร์ว่าง"ทั้ง รัฐมนตรี และ ข้าราชการ ทำให้ หลายฝ่ายกลัวว่าจะไม่ทันการในการจัดการกับ"ทักษิณ"ที่เชื่อว่ากำลังพยายามจะกลับมา"เช็คบิล"พวกเขา

ต่อรอง"บิ๊กบัง"รองนายกฯ/สพรั่งผบ.ทบ./ระวังจราจล
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน ความเคลื่อนไหวระหว่าง"พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์"นายกฯกับ"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ผบ.ทบ.-ประธานคมช.หลังจากที่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับ คมช. กระทั่ง ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา "พล.อ.สุรยุทธ์"ได้เข้าไปรดน้ำ"พล.อ.เปรม" และมีการออกมาเผยจาก"พล.อ.บุญรอด"ว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"พร้อมออกหากควบคุมสถานการณ์ไม่ได้../-"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าตลอดวันหยุด"พล.อ.สุรยุทธ์"ไม่ได้เดินทางไปไหนนอกจาก อยู่ที่บ้านพัก ในสนามกอล์ฟ เดอะรอยัลกอล์ฟ ย่านลาดกระบัง

@@อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้(16เม.ย.50)มีรายงานว่า ได้มีการออกรอบตีกอล์ฟระหว่างคณะของ"พล.อ.สนธิ"กับ"พล.อ.สุรยุทธ์"และมีการพูดคุยถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมือง โดยเฉพาะก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวการ"ปฏิวัติซ้ำ-ซ้อน"ของกองกำลังทหารทั้งฝ่าย"พล.อ.สนธิ"
และ"ทหารหนุ่ม"(ยังเติร์ก)ที่มี"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ท่านหนึ่งสนับสนุน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มี"สัญญาน"ที่ถูกส่งมาจาก"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ถึงสถานการณ์ภาคใต้ที่รุนแรงยากที่จะควบคุม โดยมีการพุ่งเป้ามาที่ความรับผิดชอบของ"ผู้บัญชาการทหารบก"ที่ยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาความรุนแรงแถมยังมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในลักษณะที่บ่ง
ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามอำนาจรัฐ ได้ยึดกุมสภาพ"มวลชน"ไว้
ได้แล้ว และมีการวางระเบิดสะพานรถไฟ,รื้อรางรถไฟ ในเส้นทางยะลา-ปัตตานี
โดยในบางพื้นที่มีการทำลายระบบสายส่งไฟฟ้า-การสื่อสาร เพื่อตัดขาดเมือง
โดยเป้าหมายเพื่อตัดแบ่งพื้นที่ ซึ่งมีการปิดข่าวเหล่านี้

@@ก่อนหน้านี้"ทหารข่าว"เคยรายงานโดยอ้างรายงานจาก"หน่วยข่าวลับ"ไปแล้วว่า สถานการณ์ใต้นั้น ทำให้ทหารชั้นผู้น้อยไม่พอใจ"
พล.อ.สนธิ"
และยังเลยลามไปถึง"พล.อ.เปรม"โดยมีการเขียนด่าว่าร้ายในห้องน้ำสาธารณะทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯใกล้"หน่วยทหาร"และในพื้นที่ โดยเฉพาะใน"ค่ายอิงคยุทธฯ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ความรุนแรงของกระแส ได้ลุกลามไปอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะเมื่อมีการออกมาเปิดเผยข้อมูลหลักฐานโดย นายทหารระดับยศ"พล.อ.ท่านหนึ่ง"ใน
กองทัพ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
ที่ส่อถึงความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์
รวมไปถึงเรื่องของงบประมาณปฏิวัติ และเบี้ยเลี้ยงทหาร ในพื้นที่ 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไม่รับ ..ซึ่งเรื่องเหล่านี้
ถึงขนาดมีการเรียกร้องจากในกองทัพโดยเฉพาะทหารในพื้นที่ให้มีการเปลี่ยนตัว
ผบ.ทบ. และทำให้"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ได้ทราบถึงกระแสดังกล่าว จึงมีการ"ส่งสัญญาน"ผ่าน"
พล.อ.สุรยุทธ์"
และ"พล.อ.เปรม"เกี่ยวกับการจัดการปัญหา"ความมั่นคง"ชายแดนใต้ ที่"พล.อ.สนธิ"รู้สึกกังวลใจ แต่ก็ยังไม่ยอม"ตอบรับ"กับ"
สัญญาน"
ดังกล่าว.. ทั้งยังมีการ"ต่อรอง"กลับ เพื่อแลกเปลี่ยนเงื่อนไขกันด้วย..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การพูดคุยกันที่สนามกอล์ฟ ระหว่าง"พล.อ.สุรยุทธ์"และ"พล.อ.สนธิ"ได้มีการพูดถึง"ทางออก"ในการแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ในการเปลี่ยนตัว"แม่ทัพบก"ด้วยการเสนอให้"พล.อ.สนธิ"เป็น"รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง"และมีอำนาจในการควบคุม"กองทัพ"และให้"พล.อ.สพรั่ง"มาเป็น ผบ.ทบ. แทน ...ซึ่งการเจรจานี้ยังไม่มีข้อยุติใดๆ แต่ส่วนหนึ่งความเคลื่อนไหวนี้มีความเกี่ยวพันกับ
กระแสข่าว"พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์"มานั่งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในการปรับ "ครม.สุรยุทธ์" ครั้งต่อไป

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ในวงสนทนาที่ดูท่าว่าจะไม่มีข้อยุติใน"ทางออก"มีผู้นำแนวทางของ"พันธมิตร"ที่เคยเสนอในประเด็น"สมานฉันท์"กลับมาปัดฝุ่น โดยจะให้เกิดข้อยุติทำนองไม่เอาเรื่องต่อกันทั้งฝ่าย"อำนาจปัจจุบัน"และ"ฝ่ายอำนาจเก่า"หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลาย แต่แนวทางนี้ ยังไม่ได้ข้อยุติใดๆ

@@"หน่วยข่าวลับ" รายงาน
ด้วยว่า
ในสถานการณ์ที่มีการออกมาระบุว่าได้มีม็อบแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ
จำนวนมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่คนเดินทางไปและกลับเข้ากรุงเทพฯนั้น
นอกจากความเคลื่อนไหวของม็อบ13องค์กรต้านรัฐประหาร,กลุ่มคนวันเสาร์,พีทีวี.
ที่มีการอ้างจาก"ข่าวทหาร"ว่ามีได้มีการระดมของ"กลุ่มอำนาจเก่า"(พ.ต.ท.ทักษิณ)เข้ามา แล้ว ยังมีการเคลื่อนไหวของกำลังม็อบจาก"อีสานใต้" ที่มีรายงานว่า มีการเคลื่อนไหวผ่าน"เตมูจิน"-"ไทกร"ที่มีการต่อเชื่อมไปถึงแกนนำพรรคประชาธิปัตย์อย่าง"ส." โดย"เตมูจิน"ได้ออกมาอ้างว่า"กลุ่มอำนาจเก่า"จะฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้15-17 เม.ย.ขนคนจากภาคเหนือและอิสานเข้ามาในกทม.ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน โดยจ้างคนม็อบหัวละ 500 บาท โดยผ่านเครือข่ายหัวคะแนน และเตรียมสร้างสถานการณ์หลังสงกรานต์

@@โดยมีกลุ่มบริษัทซึ่งได้รับผลประโยชน์ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เรืองอำนาจเป็นผู้สนับสนุนทางด้านการเงิน โดยในช่วงระหว่าง 18-27 เมษายน "เตมูจิน"อ้างว่ากลุ่มอำนาจเก่าได้เตรียมระดมมวลชนให้มาร่วมชุนนุมในวันที่27 เมษายน พร้อมแถลงข่าวทำลายความน่าเชื่อถือของ
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ รัฐบาล และประธานองคมนตรี ผ่านทางกลุ่มพีทีวี และเครือข่าย ซึ่งเขาเตรียมนำข้อมูลดังกล่าวมอบให้แก่ "พล.อ.สนธิ"ประธาน คมช.ในวันที่ 18 เมษายนนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานโดยอ้างข้อมูลข่าวจาก"หน่วยข่าวทหาร"ว่า สถานการณ์ขณะนี้มีความกังวลใจจากหลายฝ่าย ถึงความเคลื่อนไหวของ"กลุ่มพรรคคอมมิวนิสต์ใหม่"ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับกลุ่มเดิม(พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พคท.) โดย"คอมมิวนิสต์ใหม่"ซึ่งมีแนวทางการเคลื่อนไหวที่ไม่เห็นด้วยกับ"ผู้ใหญ่"..แถมมีท่วงทำนองที่"ต่อต้าน-ล้มล้าง"ด้วย

@@โดย
หลายฝ่ายกังวลว่า สถานการณ์ช่วงนี้ จากม็อบกลุ่มต่างๆ
ทั้งม็อบพระ,เกษตรกร,ต้านรัฐประหาร,พีทีวี.(กลุ่มอำนาจเก่า)
ที่มีจำนวนมากและหลากหลายซึ่งมารวมตัวกันอยู่ที่"ศูนย์กลางอำนาจรัฐ"ในพื้นที่ สนามหลวง ,ราชดำเนิน ประกอบกับ"กำลังทหาร"หลาย
ฝ่าย
ที่มีการเคลื่อนเข้ามาตรึงกำลังในพื้นที่กรุงเทพฯไม่นับรวมจังหวัดปริมณฑล
ไม่ต่ำกว่าแสนนาย คือครึ่งของกำลังกองทัพฯ หากสถานการณ์ถูก"จุดประทุ"หรือถูกแทรกซ้อน ซึ่งมีข่าวมาแล้วว่าอาจมีจาก"มือที่สาม"ให้สถานการณ์ลุกลามไปสู่"การจราจล"เผาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และการปราบปรามและปะทะทำร้ายฝูงชนของเจ้าหน้าที่ ที่ทางการมีการเตรียมไว้ทั้งแผน"กรกฎ""ปฐพี149"ฯลฯ เมื่อนั้น อาจเกิดความบานปลาย
โดยฝ่าย"คอมมิวนิสต์ใหม่"อาจเข้าร่วมซึ่งสภาพการณ์ที่ออกมาอาจจะร้ายแรงกว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองปกติ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า แนวโน้มความเป็นไปดังกล่าวทำให้หลายฝ่าย พยายาม"บ่งหนอง"โดยมีการถ่ายทอด"สัญญาน"นี้ผ่าน"พล.อ.เปรม""พล.อ.สุรยุทธ์" เพื่อ"ต่อรอง"กับ"พล.อ.สนธิ"ซึ่งรายงานจาก"หน่วยข่าวลับ"ระบุว่า ภายหลังกำลังในกองทัพมีการเคลื่อนตัวกันอย่างสับสน ขณะที่มีรายงานที่ยังไม่เป็นที่ยืนยันว่ากำลังของ"ยังเติร์ก"ที่มีการรวมตัวกันของ"ทหารหนุ่ม"มีการขยายกำลังอย่างกว้างขวางที่สุดแล้วภายในกองทัพฯ โดยกำลังส่วนนี้พร้อมสนธิกำลังเพื่อปฏิบัติการ"ซ้อน"ทันที
หากมีการใช้กำลังทหารยึดอำนาจซ้ำของฝ่ายใดในกองทัพฯ
จากนั้นจะผลักดันให้มีการใช้ รธน.2540 และเลือกตั้งโดยเร็ว
เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมือง และความมั่นใจจากต่างประเทศ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานกรณี"พล.อ.สนธิ"ยืนยันว่าจะไม่เป็น"นายกรัฐมนตรี"(16เม.ย)และเตรียมที่จะเชิญสื่อมวลชน มาพูดคุย โดยอ้างว่า"ไม่อยากเจ็บตัวอีกครั้ง"พร้อมๆกับมีการพูดถึง การจัดตั้งพรรคการเมืองตามที่มีข่าวว่า ต้องใช้เงินมหาศาลนั้น"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าก่อนหน้านี้มีนักธุรกิจหลายส่วนมีการพูดคุยกันถึง การเคลื่อนไหวระดมทุนจาก"กลุ่มอำนาจทหาร"ที่
ตั้งเป้าระดมทุนเป็นเงิยนับหมื่นล้านบาท
เพื่อทำพรรคการเมือง..แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระดมได้เพราะสภาพเศรษฐกิจ
ที่กำลังเข้าสู่จุดวิกฤติ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า จากเรื่องนี้ อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลจาก"กรมการพลังงานทหาร"ที่ว่า ขณะนี้รี้มีขบวนการมีการลำเลียงน้ำมันดิบที่เพิ่งขุดเจาะได้จากแหล่งขุดเจาะใน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งไม่ใช่หลุม"น้ำมันสิริกิตต์"ที่ บ.เชล์ล ได้สัมปทาน แต่หลุมนี้มีการดำเนินการโดยบริษัท
น้ำมัน
จากแคนาดาแห่งหนึ่ง ที่กำลังทำข้อตกลงกับรัฐบาลไทย
โดยน้ำมันที่พบและมีการลำเลียงภายใต้ทหาร มีจำนวนมหาศาล
ได้ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามายังโรงกลั่นของ ปตท.โดยรถไฟของทหาร
โดยมีการให้ข้อมูลว่านำเข้าจากต่างประเทศโดยทางเรือ
ซึ่งข้อมูลนี้กำลังมีการตรวจสอบ
จากหลายฝ่ายอยู่ ว่าจะเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายจัดสรรกำลังทหาร 171 ตำแหน่งที่มีขึ้นเมื่อเร็วๆนี้หรือไม่

กลียุค/บิ๊กบังฉุนสู้/สั่งจับแกนม็อบ
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ในการประชุมร่วมกันระหว่าง"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"เมื่อวันพุธ(18เม.ย.50)ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมี"พล.อ.วินัย" และ"พล.อ.บุญรอด" ร่วมอยู่ด้วย ได้มีการแสดงความไม่พอใจจาก"พล.อ.สนธิ"ถึงขั้นทุบโต๊ะ ..โดยมีรายงานว่า สาเหตุเพราะ"พล.อ.สนธิ"ไม่พอใจเที่"พล.อ.สุรยุทธ์"มีการติดต่อ"ทักษิณ"ก่อน
หน้านี้(ภายหลัง"พล.อ.สุรยุทธ์"ออกมายอมรับว่าการติดต่อกัน 2 ครั้ง )
ที่สำคัญก่อนหน้นี้ในการเจรจากันที่สนามกอล์ฟย่านลาดกระบัง
ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา(16เม.ย.) ไม่สามารถหาข้อยุติได้
ในประเด็นข้อต่อรองการลงจากเก้าอี้ ผบ.ทบ.และไปนั่งในตำแหน่ง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง แต่ยังดูแลทางด้านความมั่นคง กระทั่ง"พล.อ.สุรยุทธ์"ต้องออกมาย้ำในการตัดตำแหน่งดังกล่าวออกไปในการปรับครม.ที่จะมีขึ้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ที่"พล.อ.สนธิ"ไม่พอใจ คือการที่"ผู้ใหญ่"ได้ส่งสัญญานผ่านมายัง"พล.อ.สุรยุทธ์"ตั้งแต่ การให้อย่าถอดใจลาออก ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการกดดันจาก "พล.อ.สนธิ"ให้"ประกาศภาวะฉุกเฉิน" ในช่วงที่"พล.อ.สนธิ"กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก ในประเด็นปัญหา"ทะเบียน
สมรสซ้อน""การจัดซื้อเสื้อหุ้มเกราะของกองทัพบก""เบี้ยงเลี้ยงทหาร 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้"และกรณี"งบรัฐประหาร"และกรณีงบ"12ล้าน
ทำประชาสัมพันธ์เชิงรุก"ที่มี"ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร"น้องชาย"พล.อ.สพรั่ง"ได้
รับการว่าจ้างให้ดำเนินการ
ซึ่งการพบว่าการก่อม็อบหน้าสถานฑูตสิงคโปร์ที่มีการเชื่อมโยงกับ"ม็อบ
พันธมิตร"ของ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ปลุกกระแส"คลั่งชาติ"ห้วงก่อนฟุตบอลไทย-สิงคโปร์
ก็มาจากงบประมาณก้อนนี้ รวมไปถึงมีการโจมตีล่าชื่อถอดถอน"พล.เปรม"โดย 12
องค์กรต้านรัฐประหาร ,กลุ่มคนวันเสาร์,กลุ่มพีทีวี.
โดยในช่วงเวลานั้น "พล.อ.สุรยุทธ์"ได้มีการโทรศัพท์ไปปรึกษาผู้ใหญ่ในกองทัพหลายฝ่ายว่ารู้สึกกดดันและอยากลาออก เพราะ"รับไม่ได้"กับ
สิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะช่วงนั้นมีการอ้างว่า"ผู้ใหญ่"ให้การสนับสนุน"พล.อ.
สพรั่ง"และฝ่าย"พล.อ.สนธิ"ผ่านมายัง"พล.อ.เปรม" ที่เมื่อ"พล.อ.สุรยุทธ์"
โทรศัพท์สอบถามหลังกลับจากญี่ปุ่นกลับไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรกับเขา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า "ผู้ใหญ่"ได้มีกาส่งกำลังเข้ามาดูแล กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ รวมถึง"น.พ.เหวง โตจิราการ"ใน
รูปแบบของทหารนอกเครื่องแบบที่มี"ศักยภาพ"การรบสูง
ซึ่งในแวดวงทหารจะรู้ดีว่าที่เห็นอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมว่าใครเป็นใคร
นี่เป็นอีกเหตุผลที่ทำ
ให้"พล.อ.สนธิ"ไม่พอใจอย่างแรง
และประกาศว่าจะสู้ เพราะถอยไม่ได้เช่นกันเนื่องจากหากมีการใช้รัฐธรรมนูญ
2540 และเลือกตั้ง ตามที่มีการเรียกร้อง จะส่งผลกระทบกับเขา
และคณะรัฐประหาร ที่จะอยู่ในสถานะเป็น"กบฎ"ได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา(19เม.ย.) คมช.ได้มีการเรียกผู้บริหารรวมทั้งกลุ่มทุน(ชิโนไทย)ที่สนับสนุน นสพ.โลกวันนี้ ไปพบ หลังจากที่มีการลงข่าวว่า ได้มีการพบกันระหว่าง"เจ้านายชั้นสูง"ท่านหนึ่ง กับ "พ.ต.ท.ทักษิณ"ที่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งข่าว
นี้
มีการเผยแพร่โดยทั่วผ่านเวปไซต์หลายแห่ง ว่า
มีการพบปะดังกล่าวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยฑูตไทยพยายามขัดขวางอดีตนายกฯด้วย
ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีรายงานว่าสื่อต่างประเทศได้มีลงข่าวด้วย
โดยก่อนหน้านี้ก็มีรายงานข่าวว่า"พล.อ.วินัย"ก็ไปพบ"ทักษิณ"ที่ปารีส ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า ได้มีความเคลื่อนไหวของกำลังทหารฝ่าย"พล.อ.สนธิ"ในการสับเปลี่ยนกำลังและตรึงพื้นที่ยุทธศาสตร์หลายจุดในกรุงเทพฯอย่างคึกคัก โดยมีผู้คนพบเห็นรถยีเอ็มซี.คลุมผ้าใบมิดชิด ขนทหารและยุทโธปกรณ์ วิ่งไปมาหลายจุด บางจุดก็มีการเปิด
ไฟหน้ารถและสวนเลน เพื่อไปยังเป้าหมาย ตลอดทั้งวัน(19เม.ย.) ทั้งนี้รวมถึงความเคลื่อนไหวของทหารที่เข้าออกค่าย ร.1 พัน 4 และความเคลื่อนไหวของกำลังทหารที่ท้องสนามหลวงจำนวนมาก โดย
มีรายงานว่าในบางจุดเช่น ช่อง 5 ,กรมประชาสัมพันธ์,กฟผ.พระราม7 สถานีไทยคม
มีการเข้าไปดูแลของกำลังทหารจำนวนมากหลายกองพัน
และมีการปล่อยข่าวว่าได้มีคำสั่งให้บล็อคตัวบุคคลสำคัญ โดยมีคำเตือนมายัง"น.พ.เหวง"และ แกนนำม็อบหลายส่วนให้ระวังการเข้าล็อค จนมีข่าวลือสะพัดในวงในทหารว่าจะมีการปฏิวัติซ้ำในวันดังกล่าว(19เม.ย.)

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าการเคลื่อนไหวกำลังดังกล่าวเป็นไปตามแผน"พิทักษ์เมือง"เพื่อป้องกันการ"ปฏิวัติซ้อน"
โดยก่อนหน้านี้มีความเคลื่อน

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:34 am

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าการเคลื่อนไหวกำลังดังกล่าวเป็นไปตามแผน"พิทักษ์เมือง"เพื่อป้องกันการ"ปฏิวัติซ้อน"
โดยก่อนหน้านี้มีความเคลื่อนไหวของทหารหลายส่วน
โดยคำสั่งของ"ผู้ใหญ่"ที่ผ่านไปยังผู้บังคับหน่วยโดยตรง
ให้เคลื่อนกำลังพลเข้ามารายงานตัวยัง ร.1พัน 4(คลิ๊กเรื่องประกอบ รูกจัก ม.1 พัน4) http://www.oknation.net/blog/sunzolo/2007/04/21/entry-2 เพื่อหยั่งวัดกำลังทหาร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีการ"ปฏิเสธคำสั่ง"ของ"พล.อ.สนธิ"ของทหารที่ปราจีนบุรี ที่ไม่ยอม
เคลื่อน
กำลังตามคำสั่ง โดยมีรายงานจากหน่วยข่าวทางทหาร ทราบว่า
ก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้เตรียมพร้อมในที่ตั้ง
ไม่ต้องเคลื่อน โดยเบื้องหลังคำสั่งมาจาก"ผู้ใหญ่"ระดับสูง
ซึ่งทำให้"พล.อ.สนธิ"ไม่พอใจ
และเตรียมที่จะลงโทษผู้เกี่ยวข้องผ่านการฟ้องศาลทหารฐานขัดคำสั่ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่ามี
การสั่งกำลังทหารรบพิเศษจู่โจม ที่ถูกฝึกในการเข้าชาร์ท จากค่ายสฤษดิ์เสนา
อ.วังทอง จ.พิษณุโลก รวมถึงทหารจาก ศูนย์สงครามพิเศษ ลพบุรี
เข้ามาที่กรุงเทพ(20เม.ย.)
ตั้งแต่ช่วง 11.00 น. โดยมีรายงานว่า
กำลังทหารส่วนนี้ถูกเรียกมาเพื่อใช้ในภารกิจเข้าจับกุมบุคคลสำคัญ
เหมือนเช่นคืนวันที่ 19 ก.ย.49
ซึ่งได้มีการเตือนไปยังหลายส่วนของแกนนำม็อบให้ระวังการเคลื่อนไหวที่แม้จะ
มีการคุมกันจากทหารที่ถูกส่งมาจาก"ผู้ใหญ่"แต่ก็ห้ามประมาท เพราะหากมีการจับกุมจะเป็นไปอย่างเงียบเชียบแบบที่มีการทำช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่
หนนี้อาจรุนแรงกว่า โดยอาจถึงชีวิต
ในรูปแบบหายสาบสูญ..ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เกิดภาวะคุกคามแกนนำหลายรูปแบบมาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการสงคนไปสอบถามที่บ้าน ครบครัวลูกเมีย
จนแกนนำม็อบบางคนต้องส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ
ขณะเดียวกันก็มีความพยายามกดดันผ่านกลุ่มทุนนักธุรกิจที่เข้าไปร่วมม็อบ
โดยมีการขู่ที่จะให้ตรวจสอบการจ่ายภาษีด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สาเหตุเพราะ"พล.อ.สนธิ"ไม่
พอใจสถานการณ์ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำในด้านกำลัง
และการขัดฝืนคำสั่งที่กำลังขยายวงในกองทัพ
โดยเฉพาะสถานการณ์แบบนี้ขยายตัวจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการเขียนโจมตี"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.เปรม"ในที่สาธารณะหลายแห่งในค่ายทหาร ในประเด็นการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนำมาซึ่งการเรียกร้องให้เปลี่ยน ผบ.ทบ.ที่ปรากฎว่า ก็มีแรงผลักดันเรื่องนี้จากภายใน คมช.ในอีกมุมหนึ่ง เพื่อให้"พล.อ.สนธิ"ลุกจากเก้าอี้ ผบ.ทบ. เพื่อนายทหารบางคนจะได้เป็นแทน โดยเฉพาะถึงขนาดมีการเชียร์ให้"พล.อ.สนธิ"นั่งตำแหน่ง"นายกฯ"เอง เพราะมีข้อโจมตี"พล.อ.สุรยุทธ์"มากมาย ต่อประเด็นการ"ต่อเชื่อม"กับ"ทักษิณ"และท่าทีของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ระยะหลัง โดยมีการใช้สื่อ "นสพ.ผู้จัดการ" เข้าทำ..ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้จึงเป็นที่มาของการออกมาเปิดเผยจาก"พล.อ.บุญรอด"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"ถึง"สัญญา"ที่มีกับ"พล.อ.สนธิ"และรวมถึงความกังวลว่าสถานการณ์อาจนำไปสู่การนองเลือด โดยมี
กลุ่มที่เอา คมช.แต่ไม่เอารัฐบาลพยายามสร้างเงื่อนไขนั้น จนเป็นที่มาของการลงพื้นที่อย่างเข้าถึงประชาชนของ"พล.อ.สุรยุทธ์"เพื่อเปรียบให้เห็นการทำหน้าที่ที่ควรจะเป็นของ ผบ.ทบ.ซึ่ง"พล.อ.สุรยุทธ์"เคยบ่นให้คนใกล้ชิดฟังถึงความอึดอัดใจเรื่องปัญหาภาคใต้ที่ไม่มีการดูแลของฝ่ายทหารมาแล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าด้วยว่า ขณะนี้ได้เกิดความขัดแย้งภายในหมู่ทหารไทยพุทธ กับทหารมุสลิม ส่วนหนึ่งที่"พล.อ.สนธิ"ให้
เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลกำลังในกองทัพ โดยถึงขนาดมีการบอยคอต
และการลาหยุดงานของทหารบางส่วน ที่ไม่พอใจกัน
โดยเแพาะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเข้าไปจัดการสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้
ด้วย


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การเคลื่อนไหวของม็อบต้านรัฐประหารที่จะมีขึ้นร่วมกับ"พีทีวี."และ"ม็อบพุทธศาสนา" (26-27เม.ย.)มีความวิตกกังวลจาก"พล.อ.สนธิ"ว่าจะลุกลามรุนแรง เพราะ "หน่วยข่าวทหาร"มีการรายงานข้อมูลยืนยันว่า เครือ
ข่ายของ"พ.อ.ทองขาว พ่วงรอดพันธ์"จากศ.พิทักษ์พระพุทธศาสนา
สามารถระดมกำลังพระได้ในระดับ 2-3 แสนรูปจริง
ทั้งนี้ยังไม่นับรวมไปถึงการผนึกกับพระจาก"วัดพระธรรมกาย"ที่มีจำนวนมาก
ซึ่งจะมีการรวมตัวกันในพิธีครั้งใหญ่ทั้งพระและฆาราวาส จำนวนหลายแสนคนที่วัดธรรมกาย (22เม.ย.)

@@อย่างไรก็ตามสำหรับม็อบเคลื่อนไหวต้านรัฐประหารนั้น มีรายงานว่ายังไม่ถือว่าอยู่ระหว่างการ"เพาะแกน"อย่าง
ขมักเขม้นโดยมีการจัดเวทีเสวนากันหลายจุด อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง
เพื่อทำความเข้าใจกับชนชั้นกลาง ต่อสถานการณ์การต่อสู้ ที่ไม่เกี่ยวกับ"ทักษิณ" ซึ่ง"หน่วยข่าวกอ.รมน."ก็มีการจัดตาความเคลื่อนไหวนี้ โดยเฉพาะมีแนวโน้มว่า พีทีวี.จะค่อยๆมีบทบาทมากขึ้นในการต่อเชื่อม ฝ่ายที่ไม่เอาคมช.และไม่เอาทักษิณ เข้ากับฝ่ายที่เชียร์ทักษิณ ไม่เอาคมช.

@@โดยเฉพาะที่"พล.อ.สนธิ"และหลายฝ่ายกังวล คือ ขณะนี้ จาก
ผลสำรวจโพลของทหาร ที่สำรวจความนิยมอดีตนายกฯทักษิณ ยังมีอยู่จริงหรือไม่
พบว่า ภาคเหนือ 91 %,ภาคอีสาน 98% กลาง 70 % กรุงเทพ 70 %
และภาคใต้ที่เดิม 20 % ขึ้นเป็นกว่า 30 %
ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจาก
ความน่าเชื่อถือคมช.-รัฐบาล ที่ลดลง จากสภาพวิกฤติการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม ที่เกิดขึ้น

@@โดย
เฉพาะภาพ การโค่นต้นทุเรียน มังคุด ของเกษตรกรชาวสวนจันทบุรี
ที่เกิดขึ้นกำลังจุดชนวนความไม่พอใจมากขึ้นโดยรวม ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ
ปัญหากรจัดเก็บรายได้(ภาษี)ที่มีการยอมรับว่าไม่ถึงเป้ากว่า 5
หมื่นล้านบาท กระทั่งต้องไปรีด
ภาษีกับ"จตุคามรามเทพ" หรือแม้กระทั่งการ"พลิกกลับ"ไปอุดหนุนเศรษฐกิจกำลังการผลิตจากภายในรากหญ้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะ
สภาพปัจจุบันในพื้นที่ชนบทต่างจังหวัด สรรพากร แทบไม่มีงานทำ
ธนาคารก็แทบจะมีธุรกรรมน้อยมาก เพราะการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจไม่คึกคัก
ยิ่ง
มาผนวกเข้ากับข้อเท็จจริงความไม่โปร่งใสจากการทำรัฐประหาร โดย
คมช.แต่ละคนถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง ในเรื่องผลประโยชน์ อำนาจ และเงินตรา ก็ยิ่งทำให้เกิดการสะสมความไม่พอใจและนำไปสู่ความโกรธแค้นของประชาชนจนอาจจะลุกลามรุนแรงได้

@@ยิ่ง
มีการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้จากคนวงในกองทัพเอง(กลุ่มยังเติร์ก
ที่"ผู้ใหญ่"สนับสนุน) ในประด็นต่างๆ ที่มีหลักฐานซึ่งล้วนไม่เป็นผลดีกับ"พล.อ.สนธิ"และคณะทั้งสิ้น หรือจะเป็นเรื่องของการ
ใช้งบประมาณ 500 ล้านในการทำรัฐประหาร การตั้งเงินเดือนของ
คมช.การเพิ่มงบประมาณกระทรวงกลาโหมปี 2550 อีก 34.97 % จาก 8 หมื่นล้าน
เป็น 1.1 แสนล้าน
ทั้งยังมีความพยามให้กำหนดให้มีการสนับสนุนงบประมาณทหารในรัฐธรรมนูญ


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและเสี่ยงต่อการนำไปสู่"การนองเลือด" เพราะ แต่ละฝ่าย ไม่สามารถถอยได้ โดยมีการพบว่าได้มีการ"สะสมอาวุธ"ของทุกฝ่ายเกิดขึ้น ทั้งในกองทัพ และนอกกองทัพ ซึ่งหลายฝ่ายวิตกกังวลถึงอาวุธชนิด"ระเบิดเพลิง"ที่มีอานุภาพร้ายแรง(อุณหภูมิ3,000องศา) ที่อาจถูกนำมาใช้โดยชุดกำลังชุดเดียวกับที่เคยปะทะกับกำลังของ"พล.อ.สพรั่ง"จนต้องล่าถอย บริเวณถนนประดิพัทธ์ ในคืนวันปฏิวัติ(19ก.ย.49) ซึ่งจะเข้าปะปนกับ"ม็อบต้านรัฐประหาร"และมวลชนกลุ่มต่าง และทำการตอบโต้การล้อมจับหรือปราบปราม ของฝ่ายทหารของ"พล.อ.สนธิ" หากมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ทันที

ระเบิดพระ/นองเลือด?
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการประชุมร่วมระหว่าง ครม.และ คมช. ว่า
ได้มีการรับฟังรายงานการเตรียมการรับมือม็อบ จากข้อมูลของทั้งทาง
หน่วยข่าว ทหาร,สันติบาล,สมช.และฝ่ายความมั่นคง

@@ โดย ในส่วนของ ความเคลื่อนไหวที่กำลังถูกจับตา คือความเคลื่อนไหวของม็อบกลุ่มพระสงฆ์ ที่เรียกร้องให้บรรจุ"พระพุทธศาสนา"เป็นศาสนาประจำชาติ ในรัฐธรรมนูญ ที่นัดหมายชุมนุมกันที่หน้ารัฐสภา(25 เม.ย)โดยคาดหมายว่า จะมีพระและฆารวาสมารวมตัวกันประมาณ
200,000 รูป/คน ภายใต้การจัดตั้งดำเนินการของ "กลุ่มองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ"นำโดย"พ.อ.ทองขาว"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีความกังวลจาก"พล.อ.สนธิ"และ
คมช.ว่า ม็อบพระ จะส่งผลกระทบ โดยเฉพาะเมื่อมีการรวมเข้ากับม็อบ
พีทีวี.ที่ยังคงไม่ล้มเลิกความตั้งใจในการเคลื่อนไหว แม้ว่าทาง กทม.จะอ้าง
การจัดคอนเสริต์เทิดไท้องค์ราชัน 7 วัน 7 คืน
และการจัดงานต่อที่ท้องสนามหลวง โดยเมื่อคืน(23เม.ย.)เป็นการจัดงานวันแรก
ที่ปรากฎว่าต้องเลิกกลางครันเพราะมีการกระทบกระทั่งด้านล่างเวทีจนมีการปา
วัตถุสิ่งของขึ้นไปบนเวทีคอนเสิร์ตระหว่างที่มีการแสดง

@@ "หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีการรายงานข่าวนี้ ผ่านทางเวปไซต์ต้านรัฐประหาร หลายแห่ง ว่า
การตั้งเวทีคอนเสิร์ตช่วงเย็น(23 เม.ย.)
คณะผู้จัดได้ตั้งเวทีในบริเวณจุดเดียวกับเวทีของ PTV ที่เคยตั้งมาก่อน
ระหว่างที่มีการเปิดการปราศรัยของม็อบพิราปขาวและคนวันเสาร์
โดยมีมวลชนเข้าร่วมรับฟังราว 1,000 คนเศษ จากนั้น
เมื่อเวทีคอนเสิร์ตเปิดการแสดง
เสียงของเครื่องเสียงได้ดังกลบเสียงการปราศรัยทำให้
กลุ่มคนที่มาฟังการปราศรัย มีปฏิกิริยาไม่พอใจ
เดินไปหลังเวทีคอนเสริต์เพื่อเจรจาขอร้อง แต่ไม่เป็นผล
จึงปาสิ่งของขึ้นไปบนเวทีและมีผู้ตะโกนขู่ว่าจะเผาเวที
และได้เกิดมีความวุ่นวายเกิดขึ้น
เมื่อมีกลุ่มคนเมาและเด็กดมกาวได้เข้ามาก่อกวน จนเกือบมีการปะทะกัน
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระงับเหตุได้
ซึ่งทำให้คณะผู้จัดเวทีตัดสินใจที่จะยกเลิกงาน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่างานดังกล่าวเป็นของ กอ.รมน. ซึ่งมีรายงานว่า
สถานการณ์ที่จะเกือบปะทะกันนั้น มีกำลังทหารของ กอ.รมน.คมช.
และกำลังของฝ่ายทหารที่ถูกส่งมาดูแลม็อบคนวันเสาร์
ดังที่เคยรายงานไปแล้วว่า อยู่ภายใต้"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้
กับ"พล.อ.สนธิ"ถึง
ขนาดมีการพูดขู่ผ่านไปนายทหารระดับสูง ว่า
พร้อมจะปะทะและจัดการ..กับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการต่อต้าน
คมช.และคณะซึ่งขณะนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ระดับสูงกำลังรวบรวมเทปเสียงการพูดดัง
กล่าวรายงานต่อ"ผู้ใหญ่"..

@@โดยรายงานชิ้นนี้สอดคล้องกับรายงานอีกกระแสว่า ท่าทีภายหลัง"พล.อ.สนธิ"เริ่มไม่ไว้วางใจ"พล.อ.อนุพงษ์"มากขึ้น หลังจากทราบชัดว่า ตอบสนองกับ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ และพร้อมที่จะเคลื่อนไหวทันทีที่มีคำสั่งปฏิบัติการ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายกังวลคือ การตัดสินใจล่าสุดของ "พล.อ.สนธิ"ในการเข้าจัดการกับม็อบพระ ในวันที่ 5 เม.ย.โดยปรากฎว่ามีคำเตือนโดยอ้าง"หน่วยข่าวทหาร"ส่งสัญญานไปยัง"พ.อ.ทองขาว"และพระเถระชั้นผู้ใหญ่ บางท่าน โดยอ้างว่า"กลุ่มอำนาจเก่า"จะสร้างสถานการณ์กับม็อบพระ ด้วยการใช้อาวุธระเบิดสังหารพระ ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่าสัญญานดังกล่าวทั้งเป็นการขู่แบบ"ตัดไม้ข่มนาม"กับม็อบกลุ่มต่างๆ ทั้ง พีทีวี.และม็อบ 12 องค์กรต้านรัฐประหาร ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมเอาจริงโดยเตรียมที่จะมีการโยนความผิดให้กับ"กลุ่มอำนาจเก่า" ซึ่ง"สัญญาน"ดัง
กล่าวทำให้ทหารฝ่ายที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
กังวลต่อสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การนองเลือดได้
โดยเฉพาะรายงานชิ้นนี้ได้ถูกต่อเชื่อกับรายงานก่อนหน้านี้กรณีการสั่ง
เคลื่อนทหาร"หมวกแดง"จากพิษณุโลกที่เชี่ยวชาญการบุกเข้าชาร์ทจับกุมบุคคล
สำคัญ
เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯเมื่อหลายวันก่อนประกอบกับมีผู้เห็นความเคลื่อนไหว
ของ กอ.รมน.อย่างผิดปกติในพื้นที่การชุมนุมหลายแห่งด้วย.

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:35 am

บึ้มคลังแสงลบหลักฐาน/30รถถังขู่ม็อบพระ
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวหลังคลังแสงที่ จ.ลพบุรี ระเบิดเมื่อคืนที่ผ่านมา(24เม.ย.)
ว่า จากรายงานที่ได้รับ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ระเบิด
ได้มีคำสั่งลับผ่านไปยัง"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา"ผช.ผบ.ทบ.ในฐานะที่ดูแลกรมสรรพวุธทหาร ให้ทำการตรวจสอบ"บัญชีอาวุธ"ในคลังอาวุธ ที่จ.ลพบุรี ที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า ได้มี"นายทหารผู้ใหญ่"บางท่านในกองทัพ สั่งลักลอบนำอาวุธในคลังแสงไปทำการจัดตั้ง"กองกำลังแฝง"ของตนเองในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นทางการเมืองหลังจากนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ก่อนเหตุการณ์ระเบิด ในวันเดียวกันมีการหารือกันของนายทหารหลายฝ่าย
แสดงความเป็นห่วงว่าจะมีการทำลายหลักฐานด้วยการสร้างสถานการณ์ให้คลังแสง
ระเบิดเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนที่โคราช หลังจากที่มีการตรวจสอบพบว่า มีอาวุธในคลังแสงที่ ลพบุรี หายไปจำนวนมาก ซึ่งปรากฎว่าในช่วงดึกก็เกิดเหตุขึ้นจริง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีข้อน่าสงสัยที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบ ว่า สาเหตุของการระเบิดไม่น่าจะมาจากความร้อนตามที่"พล.อ.สนธิ"อ้าง
เพราะ คลังแสงที่ระเบิด 2 ห้องในพื้นที่ติดกันดังกล่าว
มีรายงานว่าเป็นอาวุธปืน และ คลังกระสุนไม่ใช่ระเบิดขนาดที่มีอานุภาพสูง
ซึ่งกระสุนปืนนั้น จะต้องใช้ความร้อนเผาไหม้สูงจึงจะระเบิด ขณะเดียวกัน
ได้มีการตรวจสอบพบว่า ความจริงคลังเก็บอาวุธปืนจะแยกอยู่อีกที่อาคารหนึ่ง
ไม่ใช่อยู่ห้องติดกันดังกล่าว
ดังนั้นเชื่อว่าอาจจะมีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ดังกล่าวเพื่อ
ทำลายหลักฐาน ที่ทำให้ไม่สามารถตรวจเช็คจำนวนในบัญชีได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า คำสั่งลับ ที่ส่งผ่านมายัง"พล.อ.อนุพงษ์"นั้นเป็นคำสั่งจาก"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งที่เคยสั่งการผ่านผู้บังคับบัญชาให้เคลื่อนย้ายกำลังเข้าไปรายงานตัวใน ร.1 พัน 4 รอ.เพื่อเป็นการเทสต์กำลังทหาร โดยปรากฎผลที่น่าพอใจ ซึ่งในวันเดียวกันนั้นมีการสั่งเคลื่อนกำลังฝ่าย"พล.อ.สนธิ"ด้วย ทำให้"พล.อ.สนธิ"ไม่พอใจ และอีกวันหนึ่งปรากฎว่าได้มีการสั่งเคลื่อนกำลังทหาร"จู่โจม"จาก จ.พิษณุโลก เข้ามากรุงเทพฯ 1กองพัน ..

@@โดยคำสั่งลับนี้เกี่ยวข้องไปถึงความขัดแย้งที่ประทุใน คมช.ระหว่าง"พล.อ.สนธิ"กับ"พล.อ.อนุพงษ์"ที่ในช่วงหลัง เป็นที่รับรู้กันแล้วว่า"พล.อ.สนธิ"เตรียมดัน"พล.อ.วินัย"เป็น ผบ.ทบ. และต่อด้วย"พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์"โดย"พล.อ.อนุพงษ์"อาจ
ถูกโยกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งการโยกย้ายนายทหารระดับ พ.อ.พิเศษ 171
ตำแหน่งช่วงกลางเดือนมี.ค.50 ที่ผ่านมาโดยไม่มีการประกาศออกมาเป็นทางการ
กระทั่งมามีข่าวเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา
ก็เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนี้ด้วย
โดยเฉพาะตำแหน่งที่โยกย้ายส่วนใหญ่เพื่อรองรับการขึ้นมาของ"พล.อ.วินัย"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สิ่งที่ทำให้"พล.อ.อนุพงษ์"เคลื่อนไหวคือ กรณี มีการปล่อยข้อมูลตรวจสอบ"พล.อ.อนุพงษ์"ออกไปแพร่ในเวป
Hi-Thaksin โดยเบื้องหลังของปฏิบัติการนี้ มาจากอีกฝ่ายที่ปักใจเชื่อว่าเอกสารข้อมูล ทุจริต
จัดซื้อเสื้อเกราะ ,12 ล้านประชาสัมพันธ์เชิงรุก,และเรื่องทะเบียนสมรสซ้อน
พร้อมหลักฐานการเบิกจ่ายค่าเล่าเรียนบุตร และค่ารักษาพยาบาล ของภริยา 2 คน
ต่อกองทัพฯของ"พล.อ.สนธิ "
ที่หลุดออกไปก่อนหน้านี้อาจจะมาจากฝ่ายของ"พล.อ.อนุพงษ์" จึงทำการเอาคืนด้วยการปล่อยข้อมูลดังกล่าวออกมาบ้าง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การเคลื่อนไหวอย่างรีบเร่งในการเอาผิดกับ"ยิ่งลักษณ์"น้องสาว"พ.ต.ท.ทักษิณ"และการปล่อยข่าวว่ามีการ"ต่อท่อน้ำเลี้ยง"จากกลุ่มอำนาจเก่าทางภาคเหนือ-อีสาน โดยเชื่อมโยงถึง"เจ๊แดง" รวมถึงเรื่องเงิน 3 ล้าน ผ่าน อดีต ส.ส. และการเร่งการสรุปไปสู่"การยึดทรัพย์"ว่า การปล่อยข่าวดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับ ความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ของ"ผู้ใหญ่"ท่าน
หนึ่ง เบิกถอนเงิน2-3พันล้าน มาใช้ในปฏิบัติด้านกำลังทหาร และม็อบ
การผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ โดยหน่วยข่าวทหาร ของฝ่าย
คมช.ปักใจว่าเม็ดเงินดังกล่าวมาจาก"ทักษิณ"ที่อยู่นอกประเทศ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีการจับสัญญานผ่านความไม่พอใจของ"พายัพ ชินวัตร"ที่ว่าจะเอาคืนทั้งตระกูล กับฝ่ายที่เล่นงานตระกูล"ชินวัตร-ดามาพงษ์"ซึ่งก็หมายถึง"พล.อ.สนธิ"และคณะ ซึ่งความเคลื่อนไหวข้างต้นของ"เงินดังกล่าว"ทำให้ฝ่าย คมช.พยายามสกัด ด้วยการรีบเร่งสรุปเอาผิดเพื่อนำไปสู่การ"ยึดทรัพย์"ดังกล่าว

@@"หน่วยความลับ"รายงานว่า ได้มีการเคลื่อนไหวของกำลังทหารที่ พล.ม.2 สนามเป้าช่อง 5 (25เม.ย.50)โดยสายหนึ่งรายงานว่าช่วงเวลา 13.35 น.มีประชาชนพบเห็นรถหุ้มเกราะสายพานลำเลียง จากนอกถนนหน้าช่อง 5 พร้อมกำลังทหาร เคลื่อนย้ายเข้าไปในพล.ม.2 ขณะที่อีก
สายรายงานว่าได้เห็นรถถังประมาณเกือบ 30 คันภายใน พล.ม.2
อย่างไรก็ตาม"ผู้สื่อข่าว"ที่ติดตามทำข่าว"พล.อ.สนธิ"ซึ่งในวันเดียวกันใน
ช่วงสายขึ้นเครื่องปินเฮลิคอปเตอร์จาก พล.ม.2 ไปตรวจ"คลังแสงระเบิด"ที่ลพบุรี ยืนยันว่าในช่วงสายยังไม่มีใครเห็นการเคลื่อนรถถังออกมาดังกล่าว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า จากการเปิดเผยของนายทหารระดับสูง ว่า การเคลื่อนของรถถังดังกล่าวซึ่งเป็นรุ่น G85 เป็นการฝึกซ้อมตาม"วงรอบ"เพื่อ
เตรียมส่งขึ้นรถไฟไป จ.ลพบุรี
โดยรถถังกลุ่มดังกล่าวเคยกลับเข้ามาที่กรุงเทพจากจ.กาญจนบุรี
และเคลื่อนผ่านสะพานควาย เข้ามาที่สนามเป้าจนผู้คนแตกตื่นมาแล้ว
ซึ่งครั้งนี้ เตรียมที่จะมีการเคลื่อนย้ายกลับไปที่ลพบุรีในอีก 2
วันข้างหน้า(27เม.ย.) ซึ่งจะมีการวิ่งผ่านถนนพหลโยธิน
และผ่านสี่แยกสะพานควายไปยังสถานีรถไฟสามเสน(น่าสังเกตว่าเป็นวันเดียวกับ
ที่จะมีม็อบ พีทีวี.ที่สนามหลวง)

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า แต่จากรายงาน"วงใน"กอง
ทัพ
ระบุว่าการเคลื่อนกำลังดังกล่าวมี"นัยยะ"ของการปรามม็อบพระและม็อบกลุ่ม
ต่างๆ(25-27เม.ย.) ว่าหากยังไม่หยุดเคลื่อนไหวต่อต้านคมช.-รัฐบาล
ทั้งที่ฝ่าย คมช.มีการยอมที่จะถอยด้วยการสนับสนุนประเด็น"พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ"แล้ว ฝ่ายทหารอาจจะมีการทำรัฐประหารซ้ำเพื่อควบคุมสถานการณ์ม็อบที่ถึงที่สุด อาจนำไปสู่การจับกุมแกนนำ และนำมาซึ่งเหตุการณ์"นองเลือด"ตามที่หลายฝ่ายกังวลได้

ปมคลังแสง/จับตาหลัง5พ.ค./น้ำมัน/อานันท์
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวหลังการชุมนุมของม็อบ พระ และม็อบ พีทีวี. 26-27 เม.ย.
ที่ผ่านมา ว่า เนื่องจาก กลุ่ม 12 องค์กรต้านรัฐประหาร ยังไม่สามารถทำให้"มวลชน"ถึงจุด"อิ่มตัว"ในข้อมูลต่างๆ และรวมถึงสภาพของม็อบพระสงฆ์ที่มีกระแสข่าวไม่สู้ดีวาจะมี"มือที่สาม"กอง
กำลังลับไม่ทราบฝ่ายเข้ามาสร้างสถานการณ์
ทำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังบรรเทาท่าทีความเคลื่อนไหวที่กดดันมากกว่านี้
โดยเฉพาะการออกมาแก้เกมของ คมช.รัฐบาล ในการรับปากสนับสนุนให้บรรจุคำว่า"พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ"ในรัฐธรรมนูญ 50 ที่แม้หลายฝ่ายจะทราบดีว่า แนวโน้มของรัฐธรรมนูญ50 จะมีปัญหาและอาจถูกคว่ำค่อนข้างแน่นอนแล้ว

@@ทางด้านความเคลื่อนไหวภายในกองทัพนั้น"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า จากทีมีการ"กุมสภาพ"พื้น
ที และมีการแจ้งกับหลายฝ่ายว่าจะมีการย้ายกำลังจาก พล.ม.2 กลับไปยัง
ลพบุรี หลังจากที่มีการเคลื่อนกำลังดังกล่าวเข้ามาที่ พล.ม.2
ตั้งแต่หลายเดือนก่อน
ทั้งนี้จากที่มีผู้เห็นเหตุการณ์การเคลื่อนกำลังออกมาทดสอบสภาพความพร้อม
เมื่อวันที่ 25 เม.ย. หลังจากที่"พล.อ.สนธิ"ขึ้น
ฮ.ไป ตรวจคลังแสงระเบิด..โดยมีผู้พบเห็นรถสายพานลำเลียงและรถยีเอ็มซี
จำนวนมากกว่า 30 คัน รวมถึงกำลังทหารจำนวนมาก ซึ่งมีรายงานที่ยืนยันจาก
พล.ม.2 อ้างว่า จะมีการเคลื่อนกำลังดังกล่าวกลับในวันที่ 27
เม.ย.โดยผ่านเส้นทางเดิมคือ ถนนพหลโยธิน ไปยังสถานีรถไฟสามเสน
และลำเลียงไปโดยรถไฟ ซึ่งมีการประเมินจากหลายฝ่ายว่า
ไม่น่าจะมีการขนย้ายุทโธปกรณ์ดังกล่าวกลับ
เพราะน่าจะต้องมีการเฝ้าระวังและตรึงกำลังอยู่ต่อไป
เพราะยังมีกำลังของหลายฝ่ายตรึงอยู่ (โดยกำลังที่อยู่ในพล.ม.2
มีรายงานว่าเป็นกำลังของ"พล.อ.สนธิ")ขณะที่กำลังส่วนใหญ่
หลังจากการตรวจเช็กกำลัง โดยมีคำสั่งให้ทหารเข้ารายงานตัว ในร.1 พัน 4
สัปดาห์ก่อน พบว่า "ผู้ใหญ่"ท่านที่"ทหารข่าว"เคยรายงาน สามารถกุมสภาพไว้ได้ผ่าน"พล.อ.อนุพงษ์" ขณะที่กำลังของ"พล.อ.สพรั่ง"นั้นน้อยกว่าเพื่อน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าแม้กระนั้น ในส่วนของกำลังในพล.ม.2ที่มีรายงาข่าวอ้าง"แหล่งข่าวทางทหาร"เปิด
เผยกับผู้สื่อข่าว ว่าจะมีการขนกลับ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าวันที่ 27 เม.ย.
ซึ่งเป็นวันม็อบของพีทีวี.จะมีการเคลื่อนออกมาหรือไม่
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลา วันที่ 27 เม.ย.
ซึ่งม็อบก็เผชิญอุปสรรคธรรมชาติพายุฝน ทำให้ไม่ค่อยมีคนมาฟัง
ขณะที่ทางด้านทหารก็ไม่ได้มีการเคลื่อนกำลังกลับ ลพบุรี แต่อย่างใด

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานโดยให้ติดตามความเคลื่อนไหวกรณี การปรับปรุงอำนาจของ"ศาลทหาร"ให้ดีว่าอาจ
มีนัยยะบางประการถึงสถานการณ์หลังวันที่ 5 พ.ค.50
ที่น่าจะเชื่อมโยงกับกระแสข่าวการแปรพระราชฐานไปยังพระราชวังไกลกังวล
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนหน้านี้
โดยเฉพาะก่อนหน้านี้มีรายงานว่า"ผู้ใหญ่"ได้ส่งสัญญานถึงหลายฝ่ายว่า สถานการณ์หลังวันที่ 5 พ.ค.มีความไม่น่าไว้วางใจ ในความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และเชื่อว่านอกจากสภาพความไม่แน่นอนหากเกิดสถานการณ์แล้ว ยังมีความกังวลต่อความปลอดภัยของ"บุคคลสำคัญ" และกรณีกองกำลัง"หน่วยจู่โจม"ที่"พล.อ.สนธิ"นำเข้าจากพิษณุโลกมา 1 กองพัน เมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย

@@นอกจากนี้ "หน่วยข่าวลับ"ยังให้จับตาความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.อนุพงษ์"ให้ดี โดยเฉพาะกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่า"พล.อ.อนุพงษ์"ได้ให้เจ้ากรมสรรพวุธทหาร ทำการตรวจสอบบัญชีอาวุธ ที่ปรากฎว่าตกบ่ายวันเดียวกัน(4เม.ย.)รายงานทางลับจาก"ข่าวทหาร"ว่า
"พล.อ.สนธิ"ได้มีการเรียกเจ้ากรมสรรพวุธ เข้าพบ
จากนั้นในวันเดียวกันช่วงค่ำได้เกิดเหตุเพลิงไหม้และระเบิดคลังแสง ที่
ลพบุรี ก่อนจะมีกระแสข่าวออกมาจากกองทัพว่า
บัญชีอาวุธในคลังอาวุธที่ใหญ่ที่สุดดังกล่าวอาจ"มีปัญหา"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า กรณีดังกล่าวว(มีความเชื่อมโยงกับ"เอกสารลับ"ที่หลุดออกมาจากกองทัพ กรณี"แม่ทัพภาคที่๑"สั่งการให้เกาะติดความเคลื่อนไหวของม็อบต่างๆอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรณี"เอกสารลับ"ดังกล่าวมีลักษณะไม่ต่างจากกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารเรื่องการทำสปอตรายการวิทยุโทรทัศน์ที่เซ็นคำสั่งโดย"พล.อ.อนุพงษ์"ก่อนหน้านี้ ..ทั้งนี้เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า"พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"นั้นเป็นคนของ"ผู้ใหญ่"ท่านเดียวกับที่"พล.อ.อนุพงษ์"รับคำสั่งในการปฏิบัติการด้านความพร้อมและทดสอบสภาพกำลังทหาร เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งข้อมูลที่รั่วออกมาและไปปรากฎในเวป Hi Thaksin ก่อนจะกระจายผ่านเวปต่างๆ และสื่อกระแสหลัก น่าจะมาจากอีกฝ่ายภายในคมช.เพื่อดิสเครดิต "พล.อ.อนุพงษ์"และ"พล.ท.ประยุทธ์"เพราะระยะหลังสัญญาน ความไม่ไว้วางใจ"พล.อ.อนุพงษ์"จาก"พล.อ.สนธิ"ดังขึ้นเรื่อยๆ พอๆกับที่ไม่พอใจ"พล.อ.สุรยุทธ์"นับตั้งแต่มีข่าวเรื่องเอกสารลับต่างๆรั่วออกมา ซึ่งประเด็นส่วนใหญ่มุ่งถล่ม"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.พรั่ง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสัญญานไม่พอใจดังกล่าว ติดตามมาด้วยกระแสข่าวภายในกองทัพบก ถึงตัว"ผบ.ทบ."ที่แรกๆ"พล.อ.สนธิ"ยังสงวนท่าทีที่จะเลือก 3 แคนดิเดต อย่าง"พล.อ.สพรั่ง""พล.อนุพงษ์""พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์" เพื่อวางทายาทสืบทอดอำนาจที่ไว้วางใจได้ระหว่างที่เขาลงจากเก้าอี้ ผบ.ทบ.ว่าเข้าจะไม่ถูก"เอาคืน"จากกลุ่มอำนาจเก่า โดยชื่อของ"พล.อ.มนตรี"ในระยะแรกดูมาแรง แม้กระแสออกมาจะมองมาที่"พล.อ.สพรั่ง"ที่เหลือเวลาอีก 1 ปี แต่ด้วย"ความช้ำ"จากการออกมา"ชน"และจากบุคลิกทำให้"พล.อ.สนธิ"ไม่แน่ใจว่าจะ"คุม"ได้ ขณะที่ชื่อของ"พล.อ.อนุพงษ์"นั้น
แม้ในระยะแรกจะได้ชื่อว่าเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้การรัฐประหารสำเร็จ
แต่ด้วยอายุราชการ และด้วยความเป็น ตท.10 ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อย"สุงสิง"กับเพื่อน ตท.10 ในยุครุ่งเรือง เท่าไหร่ แต่"พล.อ.สนธิ"ก็ยังไม่ไว้วางใจ เท่ากับชื่อของ"พล.อ.วินัย ภัทยะกุล"ปลัดกระทรวงกลาโหม เลขา คมช. ซึ่งระยะหลัง"พล.อ.สนธิ"ไว้ใจทั้งในฐานะ ตท.6 ที่ร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกัน ทั้งในฐานะที่"พล.อ.วินัย"ดูจะนิ่งและลึกกว่าใคร

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า จากโผการวางทายาทดังกล่าว มีผลให้"พล.อ.อนุพงษ์"ต้องคิดหนัก โดยเฉพาะกับข่าวที่จะโยกเขาไปเป็น"ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก"เพื่อให้ห่างจากไลน์สายกำลังรบ และเพื่อเป็นการ"ตัดตอน"การเชื่อมต่อกำลังของ"ผู้ใหญ่"กับกองทัพ ในการดุลสภาพอำนาจ และกำลังการขับเคลื่อน

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานความเคลื่อนไหวอีกความเคลื่อนไหวที่ควรจับตาคือการเข้ามาของกลุ่ม"นายอานันท์ ปันยารชุน"อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเครือข่ายเอ็นจีโอ.อยู่ในมือจำนวนมาก ที่ต่อเชื่อมกับ"พล.อ.สนธิ"
โดยเฉพาะบรรดา เอ็นจีโอ.,สื่อ,นักวิชาการ สายราชนิกุล
ในการยึดองค์กรต่างๆโดยรอบ ซึ่งกรณี อส.มท.และ ทีไอทีวี.นั้น
มีการวิเคราะห์กันว่าเป็นชัยชนะของ"สนธิ ลิ้มทองกุล" และ"พล.อ.สนธิ" ซึ่งก่อนหน้านี้มีความพยายามผลักดัน"นายอานันท์"กลับมาเป็นนายกฯมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่"พล.อ.สนธิ"ขัดแย้งอย่างหนักกับ"พล.อ.สุรยุทธ์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า กรณีดังกล่าว จะต่อเชื่อมกับเรื่องราวสถานการณ์ปัญหา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะขณะนี้มีการพบ"สัญญาลับ"ที่สมัยรัฐบาล"อานันท์"เคยไปทำไว้ กรณีแหล่งก๊าสธรรมชาติ ที่ด้านล่างเป็นน้ำมันมหาศาล(แต่ไม่มีการรายงานเปิดเผย)ในพื้นที่น่านน้ำมาเลย์ไทย ที่
หากกรณีไฟใต้ลุกลามไปสู่การแบ่งแยกดินแดนจริง กรณีนี้จะประทุขึ้นมา
เพราะเป็นผลประโยชน์ระหว่าง มาเลย์,สหรัฐ,เวียดนาม
ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจบานปลายและนำมาสู่การแทรกแซงกิจการภายในประเทศ

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:35 am

เกมถล่มมทภ.๑/ขู่อุ้มลูก-เมียทักษิณ/ยุบปชป.ทรท.ไม่โดน/ไอ้แหลมอาละวาด/ระวังนองเลือด
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน"ข้อมูลใหม่"กรณีก่อนหน้านี้รายงานเกี่ยวกับ"เอกสารลับมาก"ที่ออกมาโจมตี"พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"แม่ทัพภาคที่ ๑ ซึ่ง"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"เป็นที่ทราบกันดีว่า"พล.ท.ประยุทธ์"เป็นคนของ"ผู้ใหญ่"ท่านเดียวกับที่"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา"ผช.ผบ.ทบ.รับคำสั่งในการปฏิบัติการ ความพร้อม แ ละทดสอบกำลัง ที่ ร.๑ พัน ๔ เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน"นั้น..ปรากฎว่ามีรายงานจาก"การข่าวทหาร"แย้งเข้ามา และให้ข้อมูลใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ผบ.ทบ.ประธานคมช.

@@โดย"ข้อมูลใหม่"ที่รายงานผ่าน"หน่วยข่าวลับ"เข้ามานั้น ระบุว่า "พล.ท.ประยุทธ์"ที่กำลังถูกเวป Hi Thaksin แฉ"เอกสารลับ"ใน
การสั่งปฏิบัติการจากกองทัพภาคที่ ๑
ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ทีผ่านมา(๓๐เม.ย.๕๐)ในเอกสารลับชุดใหม่ ๔ ฉบับ ที่
เวปไฮทักษิณ นำมาตีแผ่คือ...

ฉบับที่ 1
หนังสือที่ กห.0481(กร.)/04 ลงวันที่ 8 ม.ค.50 พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม่ทัพภาคที่ 1 อนุมัติให้กองทัพภาคที่ 1 ปฏิบัติการดังนี้

3.1.11 ประเด็น ความละเว้น เฉื่อยชาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ต่อกรณีเหตุระเบิด วันที่ 31 ธันวาคม 2549)

3.1.1.1 ให้ กขว.ทภ.1 ติดตามในรายละเอียดในประเด็น แล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยตรง

3.1.1.2 ให้กยก.ทภ.1 ใช้กำลังหน่วยเกาะติด ตรวจสอบ สังเกต
จดบันทึกห้วงเวลา โดยการดำเนินการทางลับ และใช้กำลังหน่วยเกาะติด
(นอกเครื่องแบบ) พูดคุย
สอบถามเพื่อรับทราบความคิดเห็นและทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับต่างๆ
เกี่ยวกับสถาน การณ์บ้านเมืองทั่วไป เหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นตามห้วงเวลา แล้วรายงานผู้บังคับบัญชาทราบทุกวัน

3.1.1.3 ให้กกร.ทภ.1
ใช้สื่อในความรับผิดชอบปชส.เผยแพร่ข่าวที่เน้นประเด็นความร่วมมือร่วมใจของ
ทุกภาคส่วนในการดำเนินการใดๆ ที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย
โดยเฉพาะเป็นปีมหามงคล
และเน้นการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ในพื้นที่
ได้แก่การจัดสายตรวจร่วม ฯลฯ เป็นตัวอย่างของความร่วมมือ
โดยประเด็นที่เน้น เพื่อลดความคลางแคลงใจขององค์กรและประชาชนทั่วไป

3.1.2 ประเด็นที่ดินเขายายเที่ยง จว.นม. ให้กขว.ทภ.1 และกกร.ทภ.1 ติดตาม
วิเคราะห์ วิธีการ เป้าหมายบุคคล ข้อเท็จจริงที่นำมากล่าวอ้าง
ของกลุ่มผู้ที่กระทำ และแนวทางการตอบโต้ของผู้ถูกกระทำ ทั้งนี้
ให้ตรวจสอบกระแสความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปด้วย

ฉบับที่ 2 หนังสือที่ กห.0481(กร.)/018 ลงวันที่ 25 ม.ค.50 พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อนุมัติให้ กองทัพภาคที่ 1 ปฏิบัติการดังนี้

3.1.1 ประเด็นการตอบโต้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ของ นรม.(พล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์) ต่อกรณีการให้สัมภาษณ์นักข่าวสำนักข่าวญี่ปุ่น
โจมตีประเทศไทยภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบัน และ คมช.
ว่าไม่มีความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะต่อนักลงทุน
โดยนรม.เน้นหลักธรรมาภิบาลในการบริหารบ้านเมือง :
ให้กกร.ทภ.1.ใช้คำสัมภาษณ์ ข้อความจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ทำการเผยแพร่ซ้ำ
โดยอ้างที่มาของสื่อประเภทนั้นๆ

3.1.2 ประเด็น
ข่าวสารที่เกิดขึ้นกับสนามบินสุวรรณภูมิ
ในห้วงเวลาที่บ่งชี้นัยของการทุจริตคอรัปชั่นของ รบ.(รัฐบาล)ที่ผ่านมา
ได้แก่ ระบบการบริการสาธารณะขนส่งมวลชนเข้า-ออกของผู้โดยสาร
ป้ายบอกทางต่างๆ ที่ไม่ชัดเจน ห้องน้ำบางจุดมีไม่เพียงพอต่อให้บริการ
การอำนวยความสะดวกต่างๆที่ยังไม่ลงตัว โครงเหล็กหลังคา
มีการเชื่อมแค่ด้านล่าง ไม่ได้เชื่อมด้านบน ทางวิ่งทางขับ หรือแท็กซี่เวย์
ร้าวหลุดล่อน ช่วงรอยต่อจากแท็กซี่เวย์เข้าสู่รันเวย์ มีการหลุดล่อน
ให้ดำเนินการดังนี้

3.1.2.1 ให้กกร.ทภ.1 นำข้อมูลจากสื่อต่างๆ
ม่าเผยแพร่ซ้ำ
แต่ให้หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่ปลอดภัยของสนามบินกรณี
แท็กซี่เวย์และรันเวย์
เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนที่อาจจะกระทบกับความเชื่อมั่นของ
นานาชาติ และชื่อเสียงของประ เทศได้

3.1.2.2 ให้คขส.ทภ.1 นำไปเป็นกระทู้ทางเครือข่ายปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

ฉบับที่ 3. หนังสือที่ กห.0481 (กร.)/020 ลงวันที่ 26 ม.ค.50
พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อนุมัติให้ กองทัพภาคที่ 1 ปฏิบัติการ 2 ข้อ คือ


3.1.1 ขยายผลสวนดุสิตโพลล์
ที่ระบุว่าในห้วงการบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบัน
ข้าราชการไทยมีขวัญกำลังใจดีขึ้นกว่าในห้วงการบริหารงานของรัฐบาลก่อน

3.1.2 ลดความน่าเชื่อถือของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 5 หัวข้อ คือ 1.
พ.ต.ท.ทักษิณ ผูกใจคนไม่ได้ 2. กระทำผิดกฎหมาย มีคดีความต่างๆ มากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีทุจริตการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ 3.
กรณีพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค 4.
กฎแห่งกรรมเชื่อว่าผู้ใดคบคิดกับคนต่างชาติดำเนินการขายชาติ
ย่อมได้รับผลกรรมตอบสนอง เช่น พระยาจักรีในสมัยเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่
1 เป็นต้น และ 5. พ.ต.ท.ทักษิณฯ ในปัจจุบัน ไม่เหลือภาวะผู้นำอีกแล้ว
เพราะถ้ากลับมาสู่การเมือง
ก็จะเป็นผู้ทำให้เกิดความแตกแยกของประชาชนในชาติ

3.1.2.1 ให้กกร.ทภ.1 จัดทำบทความตามหัวข้อดังกล่าว เพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป

3.1.2.2 ให้นำไปเผยแพร่ทางเครือข่ายปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

ฉบับที่ 4. หนังสือที่ กห.0481 (กร.) / 28 วันที่ 1 ก.พ.50 พล.ท.ประยุทธ์
จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 อนุมัติให้กองทัพภาคที่ 1 ปฏิบัติการ 2 ข้อ คือ

2.1.1 ให้เผยแพร่ข่าวสารที่สื่อสิ่งพิมพ์มีอยู่แล้ว
ขยายผลเพื่อชี้ให้เห็นว่ากลุ่มอำนาจเก่า
กำลังเข้าครอบงำกระบวนการประชาธิปไตย ในมร.(มหาวิทยาลัยรามคำแหง)
เพื่อหวังผลทางการเมืองในการใช้นักศึกษา มร. ต่อต้านรบ. (รัฐบาล) และ คมช.

2.1.2 ให้กขว.ทภ.1 /กอ.รมน.ภาค 1 และเครือข่ายปฏิบัติการคอมเพิวเตอร์ ดำเนินการทางลับเพื่อสร้างภาพลบให้กับกลุ่มอำนาจเก่า



@@ทั้งนี้"หน่วยข่าวลับ"รานงานว่า แท้จริงแล้ว"พล.ท.ประยุทธ์"นั้นมี"ญาติผู้ใหญ่"ที่รับใช้ใกล้ชิด"ผู้ใหญ่ระดับสูง"อีกท่านหนึ่ง ซึ่ง"พล.ท.ประยุทธ์"ที่ได้รับความไว้วางใจจาก"พล.อ.สนธิ"อย่างมาก เพราะเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันชื่อของ"พล.อ.สนธิ"ขึ้นเป็นผบ.ทบ.ผ่าน"ญาติผู้ใหญ่"ไปยัง"ผู้ใหญ่ระดับสูง" แม้กระทั่งมีการติดต่อผ่านไปยัง"พล.อ.เปรม"และมีการอ้างถึง"ผู้ใหญ่ระดับสูง"อีกท่าน กระทั่ง"พล.อ.สนธิ"ได้รับการพิจารณาจาก"ทักษิณ"ให้เป็น ผบ.ทบ.ทั้งที่ยังมี"แคนดิเดต"ผบ.ทบ.อีก ๒-๓ คนขณะนั้น และต่อมา"พ.ต.ท.ทักษิณ"หลังจากรับทราบ ว่ามี"ขบวนการ"ทำเรื่องนี้ จึงพยายามที่จะ"เปลี่ยนแปลง"ตัวผบ.ทบ.โดยอ้างถึงการไม่สามารถแก้ไขปัญหาสถานการณ์ ๓จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ"พล.อ.สนธิ "ที่ลงไปในพื้นที่ตั้งแต่สมัยยังไม่เป็นผบ.ทบ. จนเป็นที่มาของความไม่พอใจที่เกิดขึ้นระหว่าง"ผู้ใหญ่"ท่านนี้กับ"ทักษิณ"และขณะเดียวกัน"พล.อ.สนธิ"ก็ไม่พอใจ"ทักษิณ"กระทั่ง
เป็นที่มาของการ"รัฐประหาร"ก่อนที่จะมีการปลด
ผบ.ทบ.(๑๙ก.ย.๔๙)โดยอ้างเหตุผลที่ปะเหมาะกับ"ม็อบพันธมิตร"จะชุมนุม ๒๐
ก.ย.๔๙ กองทัพเกรงจะ"นองเลือด"มาเป็น"ข้ออ้าง"การ"เข้าทำ"ของคณะรัฐประหาร

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า เพราะเหตุนี้ ทำให้"ผู้ใหญ่"อีกท่าน ที่"พล.อ.อนุพงษ์"ปฏิบัติการด้านกำลังให้ "ไมพอใจ"ใน"พล.ท.ประยุทธ์"โดยเฉพาะมีการพบว่า ในวันที่มีการทดสอบกำลัง โดยมีการเรียกผู้บังคับหน่วยต่างๆให้ไปรายงานตัวที่ ร.๑พัน๔ ปรากฎว่ามีเพียงกำลังในสังกัดของ"พล.ท.ประยุทธ์"ที่ประจำที่ พล.ม.๒ ไม่ยอมไปรายงานตัว ทั้งยังไม่ยอมถอนกำลังออกจากการเตรียมพร้อมซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของ"พล.อ.สนธิ"ก่อนหน้านี้.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานอีกว่า สาเหตุที่"เอกสารลับ"ในกองทัพภาคที่ ๑ หลุดรั่วออกมา นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ "ผู้ใหญ่"ท่านที่สั่งให้"วัดสอบกำลัง"ทราบว่ามีความเคลื่อนไหวจากฝั่งของ"พล.อ.เปรม"ในการออกข่าวว่า"ผู้ใหญ่"ท่านนี้จะดำเนินแผน"มือทีสาม"เข้าทำร้ายผู้นำม็อบต่างๆที่ชุมนุมต้านรัฐประหาร รวมไปถึงม็อบพระ ดังนั้น"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ จึงสั่งให้มีการนำแผนการอง"กองทัพภาคที่๑"ในเรื่อง"การดำเนินการทางลับกับแกนนำม็อบ" รวมถึงแผนที่อาจมีการทำร้ายประชาชน เพื่อนำไปสู่สถานการณ์"นองเลือด"การ
ปะทะกัน เพื่อควบคุมสถานการณ์โดยทหาร มาเปิดเผยต่อสาธารณชน
ก่อนจะติดตามมาด้วยเอกสารลับ อีก ๔ ฉบับข้างต้น...ทั้งนี้เพราะก่อนหน้านี้"พล.อ.ประยุทธ์"ก็เคยทดลองเคลื่อนกำลัง ตามแผน"ปฐพี ๑๔๙"โดยมีการอ้างถึงสถานการณ์ใต้ที่ลุกลามเข้ามายังกรุงเทพฯ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่ามีรายงานข่าวกรองทางทหารที่สอดรับกับความเคลื่อนไหวข้างต้น เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง"พล.อ.สนธิ"กับ"พล.อ.ประยุทธ์"ที่มีการพูดถึง"พลังเงียบ"นับแสนคนซึ่งมาจากการรวมของ กอ.รมน.ทั่ว
ประเทศ โดยมีรายงานความเคลื่อนไหวของ"ปรีชา จันทร์โอชา"น้องชายของ"พล.อ.ประยุทธ์"ในการระดมมวลชนจาก ภาคเหนือ,อีสาน,ใต้เข้ามารวมกับ"พันธมิตรฯ"ในวันที่ ๒ พ.ค.ซึ่งหากมีการกระทบกระทั่งและเกิดการสร้างสถานการณ์ก็อาจรุกลามได้เช่นกัน

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานล่าสุดถึงความสัมพันธ์ภายในของ คมช. ว่า ขณะนี้"พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก"ผบ.ทอ.ก็เริ่มที่จะเฟดตัวถอยห่างออกจากมาจาก"ศูนย์กลางอำนาจ"ของประธาน คมช.บ้างแล้ว หลังจากที่พบว่ากระแสความไม่พอใจ"พล.อ.สนธิ"เริ่มดังมากขึ้นจากทั้งภายในกองทัพ และนอกกองทัพ ทั้งนี้จากข้อมูลการโจมตีต่างๆที่ออกมามากมาย โดยที่"พล.อ.สนธิ"ยังไม่เคยชี้แจงได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทะเบียนสมรสซ้อน,การจัดซื้อ
เสื้อหุ้มเกราะ โดยขณะนี้ การประชุม คมช.แต่ละครั้งการตัดสินใจหรือหารือทางการเมืองส่วนใหญ่จะมีเพียง"พล.อ.สนธิ"กับ"พล.อ.วินัย"และ"พล.อ.สพรั่ง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานเพิ่มเติมถึงความเคลือนไหวในปีกของ"นายอานันท์ ปันยารชุน"ที่ก่อนหน้านี้"พล.อ.สนธิ"เคยมีความคิดให้มานั่งเป็น"นายกรัฐมนตรี"แทน"พล.อ.สุรยุทธ์"ในช่วงที่ทั้งคู่มีปัญหาความขัดแย้งกรณีการประกาศ"สถานการณ์ฉุกเฉิน"..โดยมีรายงานอีกสายข่าวหนึ่งแจ้งว่า การได้รับการคัดเลือกเป็นผอ.อส.มท. ของ"วสันต์ ภัยหลีกลี้"มี
การต่อเชื่อมกับ ค่าย นสพ.ผู้จัดการ พันธมิตร และ
กลุ่มนักวิชาการ,เอ็นจีโอ.สาย"นายอานันท์"โดยเฉพาะกำลังมีการจับตาการ
เคลื่อนไหวของ"ณรงค์ โชควัฒนา"แห่ง
เครือสหพัฒน์ ที่ลาออกจาก กรรมการบอร์ด อส.มท.หลังจากที่"วสันต์"ได้นั่ง
ผอ.อส.มท.โดยเชื่อกันว่า กลุ่มทุน สายนี้ จะกลับเข้ามาใน
อส.มท.ในรูปแบบของการ"ซื้อหุ้น"

@@ขณะเดียวกัน"หน่วยข่าวลับ"ก็ให้จับตาความเคลื่อนไหวต่อเนื่องของ"เครือนสพ.ผู้จัดการ"ในการกดดัน "พล.อ.สุรยุทธ์"ให้
ลาออกจากตำแหน่ง และรวมถึงความเคลื่อนไหวอย่าง"กดดัน"จากคมช.ล่าสุด
ในการประชุม คมช.วันจันทร์(๓๐เม.ย.) และ นำเรื่องเข้าครม.วันอังคาร
ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีการปฏิบัติเช่นนี้ต่อไปเพื่อบีบ"พล.อ.สุรยุทธ์"ให้ลาออก ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต่อเนื่องในการสนับสนุน"นายอานันท์"

@@ทั้งนี้"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าการเคลื่อนไหวในด้านของ"นายอานันท์"ที่เริ่มเด่นชัดขึ้นนั้นเนื่องจากสถานการณ์เริ่มปรากฎชัดว่ากำลังของ"พล.อ.สนธิ"เริ่มถูกริดรอนไปเรื่อยๆจากทั้ง"ผู้ใหญ่"และจากทั้ง"ความน่าเชื่อถือ"และ"ความไม่พอใจ"ในกองทัพโดยเฉพาะครอบครัวทหารที่สามีต้องไปรบในพื้นที่ภาคใต้ ...โดย"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สถานการณ์ขณะนี้"สุ่มเสี่ยง"ต่อ
การปะทะ
ของกำลังหลายฝ่ายที่ต่างมีสภาพไม่ต่างไปจากการถือปืนที่มีกระสุนและเล็งใส่
กันเพียงแต่ใครจะยิงก่อนและอีกฝ่ายจะยิงสวน นำไปสู่การนองเลือดทันที

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า กำลังมีความพยายามสร้างสถานการณ์บางอย่างก่อนวันที่ ๕ พ.ค.หลังจากที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า เหตุที่"พายัพ ชินวัตร"ออกมาโวยว่าพร้อมจะเอาคืนกับ คมช.ทั้งตระกูล นั้น เพราะ"พายัพ"ทราบจาก"พี่ชาย"ของเขาคือ"พ.ต.ท.ทักษิณ"ว่า มีผู้ข่มขู่ไปยัง"ทักษิณ"ว่าจะจัดการกับ"ลูก-เมีย"ที่อยู่ในประเทศไทย โดยมีการ"ขู่"ว่าจะ อุ้ม ซึ่งนี่เป็นสาเหตุข่าว"ทักษิณ"ร้องไห้..และ
เป็นที่มาของการ"สู้"อีกครั้ง..ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประกาศว่าจะไม่สู้
โดยเขาประกาศกับคนใกล้ชิดว่า พร้อมกับมาสู้ทุกคดีที่มีการกล่าวหาเขา
และพร้อมที่จะถูกขังคุกหรือถูกยิง ขณะที่"พายัพ"ก็แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่พี่น้องหลายคนรวมถึงญาติๆถูกคุกคามด้วย.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน ที่มาแห่งการเคลื่อนไหวที่"แหลมคม"และ
อาจปะทุในวันที่ ๒ พ.ค. ว่ามาจากการประชุมพบปะกันของ นักศึกษา
วป.รอ.รุ่นหนึ่งซึ่งมีตุลาการรัฐธรรมนูญหลายคนเรียน ที่ รพ.ยันฮี
(๒๘เม.ย.)ซึ่งในนั้นก็มี"พายัพ"ร่วมอยู่ด้วย โดยมีการถามถึงเรื่องคดียุบพรรค ซึ่งพบว่า"เสียงส่วนใหญ่"เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความผิดจริงและให้"ยุบพรรค"ส่วนพรรคไทยรักไทย รวมถึงพรรคเล็ก นั้นไม่มีความผิด อย่างไรก็ตามผลดังกล่าวได้ทำให้มีแรงกดดันจาก"ผู้ใหญ่"หลายส่วน โดยท่านหนึ่ง ยืนยันว่าต้องให้ยุบพรรคไทยรักไทย หรือหากปชป.ผิดจริง ก็ควรยุบต้องยุบทั้ง ๒ พรรค อย่างไรก็ตาม"ผู้ใหญ่"อีก
ท่านกลับเห็นว่า
ควรให้เป็นไปตามกระบวนการที่ศาลมีหลักฐานใครผิดก็ว่าไปตามผิด
..ซึ่งเรื่องนี้นำมาซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในคมช.โดยเฉพาะ"พล.อ.สนธิ"ที่ก่อนหน้านี้มีการตั้งธงว่าจะให้มีการ"ยุบพรรคไทยรักไทย" ซึ่งเรื่องนี้ก็นำมาซึงความพยายามเคลื่อนไหวก่อนวันที่ ๕ พ.ค.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้มีกระแสข่าวออกมาว่า
ศาลอาจตัดสินใจที่จะประกาศคำพิพากษาก่อนกำหนดวันที่ ๓๐พ.ค.๕๐
ทั้งนี้เพื่อคลี่คลายสถานการณ์
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ก็ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจโดยเฉพาะการนำกำลังเข้ามาใน
พืนที่กรุงเทพฯของหลายฝ่าย ที่เป็นทั้งทหาร,มวลชน
ดังนั้นลักษณะการประกาศคำพิพากษาของศาลอาจทำอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้
เกิดการสร้างสถานการณ์ของพรรคการเมืองบางพรรคด้วย

@@อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวหนึ่งที่เป็น"สัญญาน"ของสถานการณ์ทีอาจนำไปสู่ความรุนแรง"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ในช่วงนี้ "ไอ้แหลม"ได้เริ่มออกอาละวาดก่อกวนคลื่นสัญญานวิทยุทหาร และตำรวจ นับตั้งแต่คืนวันที่ ๒๗ เม.ย.ที่เป็นวันเดียวกับที่มีการสั่งการให้เตรียมกำลังทหารในที่ตั้งของหลายค่ายทหารในกรุงเทพฯ โดย"ไอ้แหลม"ที่ว่านั้นมักออกมาในช่วงที่ก่อนจะเกิดสถานการณ์ นับตั้งแต่เหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ ถึง พ.ค.๓๕ มาแล้ว

@@อย่าง
ไรก็ตามประเด็นหนึ่งที่มีการวิเคราะห์ในหมู่ทหารในกองทัพว่าอาจกลายเป็น
ประเด็นที่ทำให้เกิดสถานการณ์คือ ควมเคลื่อนไหวล่ารายชื่อถอดถอน"พล.อ.เปรม"ที่ขณะนี้บรรดาม็อบต้านรัฐประหารล่ารายชื่อได้ ๔๕,๐๐๐
คน
แล้ว โดยมีการตั้งเป้าที่ ๕ หมื่นรายชื่อก่อนนำไปถวายฎีกา
ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้น่าจะถูกตอบโต้แน่นอน
ซึ่งการตอบโต้ดังกล่าวอาจนำไปสู่ชนวนความรุนแรงได้.

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:36 am

บึ้มข้างสวนจิตร/ปลดสพรั่ง/๑๗คุณหญิงแค้นบิ๊กบัง/บีบสุรยุทธ์
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์เบื้องหลังเหตุระเบิดที่บริเวณปากซอยราชวิถี ๒๔
มุ่งหน้าสวนจิตรลดา ใกล้บริเวณมูลนิธิไทยคม และ
เขตพะราชฐานพระราชวังสวนจิตรลดา เมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๒๓น.(๐๕พ.ค.๕๐)ว่า
ระเบิดดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่กำลังอึมครึมใน คมช.กับ รัฐบาล ..โดยมีสัญญานความเคลื่อนไหววันก่อน(๔พ.ค.๕๐)จาก"พล.อ.สพรั่ง"และ"พล.อ.สนธิ"ที่ออกมาระบุก่อนหน้านี้ ๒ วันว่า ในวันเสาร์จะมี"ข่าวใหญ่"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ผลการแต่งตั้ง"คุณหญิง"และ"ท่านผู้หญิง"ประจำปีนี้ ซึ่งมีเพียง"
คุณหญิงจิตราวดี จุลานนท์"
ภริยาของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็น"ท่านผู้หญิง"แต่ปรากฎว่า ไม่มีรายชื่อของบรรดา
ภริยาของนายทหารใน คมช.โดยเฉพาะ ภริยาของ"ผู้บัญชาการทหารบก""พล.อ.สนธิ"ขึ้นเป็น"คุณหญิง"เช่นบรรดา"แม่ทัพบก"ที่ผ่านมา ได้สร้างความไมพอใจ และไม่สบายใจให้กับ"พล.อ.สนธิ"อย่างมาก โดยเฉพาะมีความกังวลถึงสถานการณ์ที่เชื่อมต่อถึง"ผู้ใหญ่"ท่านที่ ออกคำสั่งผ่าน"พล.อ.อนุพงษ์"
ผ่านไปยังแม่ทัพนายกอง ให้นำ"ผู้บังคับหน่วย"เข้ารายงานตัว ที่ ร.๑ พัน ๔ เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน..ที่ปรากฎว่าขณะนี้"กำลังทหาร"ส่วนใหญ่ ถูกยึดกุมสภาพ
โดย"ผู้ใหญ่"ท่านนี้แล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าก่อนเกิดเหตุระเบิดที่ ราชวิถี ๒๔ ในช่วงหัวค่ำ(๕พ.ค.) มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายส่วนที่นัดพบกัน ที่สนามกอล์ฟกองทัพบก บางเขน...ทั้งนี้"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"สัญญาน"ที่ ถูกส่งออกมาในวันนี้ ต่อกรณีตำแหน่ง"คุณหญิง" ๑๗ ท่าน นั้น มีการวิเคราะห์กันในหมู่นายทหารว่า เป็น"สัญญาน"บางอย่างที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ"สัญญาน"นี้มีความเกี่ยวของกับกระแสข่าวการแปรพระราชฐานวันที่ ๕พ.ค.ไปยังพระราชวังไกลกังวล
ภายใต้การถวายคำแนะนำจากหลายฝ่าย
หลังจากที่มีการรายงานสถานการณ์อันไม่น่าไว้วางใจที่อาจจะเกิดขึ้นใน
กรุงเทพฯหลังวันที่ ๕ - ๑๐ พ.ค.ให้กับ"ผู้ใหญ่"ทราบ..โดยเฉพาะมีการรายงานผนวกเข้ากับความเคลื่อนไหวอันไม่ปกติของกองกำลังทหารนอกประจำการ และ"ทหารหน่วยจู่โจม" ๒ กองพัน ที่ถูก"นำเข้า"จาก"พิษณุโลก" และรวมถึงกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ ๓ จำนว ๒ กองพัน ที่เข้ามาล่าสุดและอยู่ที่ ราบ ๑๑ เมื่อวันพุธ(๒พ.ค.๕๐)ซึ่งปรากฎว่ากำลัง
ส่วนนี้ ได้ถูกเรียกเข้าไปรายงานตัวต่อ"ผู้ใหญ่"และภายหลัง กำลังส่วนนี้ก็ไม่ขึ้นกับการสั่งการของ"พล.อ.สพรั่ง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สำหรับ"พล.อ.สพรั่ง"นั้นกำลังเครียดอย่างหนักจากทั้ง ข้อมูลการโจมตีเขาทั้งบนดินและใต้ดิน โดยมีการเปิดเอกสารรวมถึงพฤติกรรมของเขาและผู้แวดล้อมมากมายโดยเฉพาะกรณีการเข้าไปเป็น
บอร์ดในรัฐวิสาหกิจ ที่ข้อมูลล่าสุดมีการโจมตีเขาเกี่ยวกับ"เบี้ยประชุม"จำนวนมหาศาลของบอร์ด ทอท.ที่กระจายไปสู่เขาและบรรดาเครือข่ายรอบตัว..ยิ่งการเคลื่อนไหวของ แกนนำ "พีทีวี."ล่าสุด(๕พ.ค.)ที่เดินไปยังสถานฑูตอังกฤษ และถามเอกอัคราชฑูตอังกฤษต่อกรณี ข่าวที่"พล.อ.สพรั่ง"ออก
มาระบุ่าตำรวจอังกฤษพบแผนวินาศกรรมกรุงเทพในแฟลตแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน
ที่ปรากฎว่า
ฑูตอังกฤษปฏิเสธว่าไม่ได้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแต่อย่างใด ทำ
ให้ทั้ง คมช. และรัฐบาล รวมถึง"พล.อ.สพรั่ง"ต้องออก
มาปัดเป็นพัลวน ว่าเป็นเรื่องเก่าที่มีมานานแล้ว
..ทั้งที่ก่อนหน้านี้"พล.อ.สพรั่ง"เป็นผู้ออกมายืนยันข่าวนี้ด้วยตัวเองหลาย
ต่อหลายครั้ง โดยพยายามโยงกลุ่มอำนาจเก่า

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สำหรับ"พล.อ.สพรั่ง"ที่ออกมาเคลื่อนไหวในระยะหลังนั้น เพราะก่อนหน้านี้ช่วงสัปดาห์ก่อนมีรายงานว่า ด้วย"บทบาท"ความเคลื่อนไหวของเขา ที่ยังมีหลายประเด็นที่ยังไม่สามารถชี้แจงได้ รวมทั้งกรณี"ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร"กับงบประมาณ ๑๒ ล้าน ในการทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกของ คมช. ที่ปรากฎว่ามี"แผนการ"ชาตินิยม ด้วยการจัดม็อบไปประท้วงหน้าสถานฑูตสิงคโปร ซึ่งมีผู้พบเห็นว่าม็อบดังกล่าวเป็นม็อบกลุ่มเดียวกันกับที่"สนธิ ลิ้มทองกุล"ใช้ในการเคลื่อนไหวไล่

  • "พ.ต.ท.ทักษิณ"
ที่
ห้างเซ็นทรัลเวิล์ด..ซึ่งปรากฎว่า
กรณีเคลื่อนไหวต่อต้านสิงคโปร์และบอยคอตสินค้า
นั้นได้สร้างความไม่พอใจและไม่สบายใจทาการฑูตให้กับรัฐบาลสิงคโปร์
ที่ปรากฎต่อมาภายหลัง คือการเสด็จเยือนสิงคโปร์ของ"สมเด็จพระเทพฯ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สถานการณ์ต่อเนื่อง คือการปลุกกระแสชาตินิยม ที่ยังคงมีการทำอย่างต่อเนื่องผ่าน"กองทัพภาคที่๑"โดย"พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"ผู้ที่มีความใกล้ชิด และได้รับความไว้วางใจจาก"พล.อ.สนธิ"ซึ่งปรากฎว่าก็ถูกมือดี นำเอกสารมาเปิดเผยต่อสาธารณะถึงแผนการต่างๆในการจัดการกับ
แกน
นำม็อบ และกลุ่มอำนาจเก่า ผ่านกระบวนการทางลับ
รวมถึงวิธีการที่จะดิสเครดิต และทำลาย โดยใช้กลไกชาตินิยมที่ต่อยอดกัน
ซึ่งภายหลังมีการ"ผูก"เข้ากับกรณี"สิทธิบัตรยาเอดส์"และCLของไทย
ซึ่งสหรัฐมีท่าที จะตัด"จีเอสพี"สินค้าไทย
ขณะที่ฝ่ายคมช.ยังพยายามปลุกกระแสว่า"ทักษิณ"อยู่เบื้องหลังผ่านบริษัท
ล็อบบี้ยิสต์..ซึ่งกระแสความเคลื่อนไหวนี้ถูกต่อเชื่อม
เข้ากับความ
เคลื่อนไหวของม็อบคณะรัฐประหาร คมช.ที่หน้าสถานฑูตไทยในกรุงลอนดอน
(๔พ.ค.)โดยมีรายงานว่า ประเด็นที่สหรัฐกัวลต่อไปในการตัดสิน
ไม่ใช่เรื่องของผลประโยชน์"สิทธิบัตรยา"แต่เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยว
ข้องกับควาทมมั่นใจในทางการเมือง โดเฉพาะกรณีการยังมีอยู่ของ"คณะรัฐประหาร"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า หลายกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้มีข่าวในห้วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า "พล.อ.สุรยุทธ์"เตรียมที่จะให้กระทรวงกลาโหมทำการย้าย"พล.อ.สพรั่ง"จากตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ. ซึ่งข่าวนี้ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว
ของ"พล.อ.สพรั่ง"กระทั่งมีการ นำข้อมูล ที่ได้รับจาก"เอกยุทธ์ อัญชันบุตร"กรณี
ความเคลื่อนไหวป่วนกรุงฯที่มีการอ้างว่าได้มาจากกรุงลอนดอน
มาเปิดเผยอย่างเอิกเกริกผ่านงานแถลงร่วมกับ
กทม.โดยก่อนหน้านั้นมีรายงานว่าได้มีการเคลื่อนกำลังพลจากกองทัพภาคที่ ๓
เข้ามาเตรียมพร้อมที่ ราบ ๑๑
ก่อนที่ต่อมาจะถูกกำลังของ"ผู้ใหญ่"ประกบและกลืนสภาพสำเร็จ ทำให้"พล.อ.สพรั่ง"ไม่มีกำลังเหลืออยู่อีก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงงานว่า กรณี"สนธิ ลิ้มทองกุล"ที่มีความกับ"ราชเลขาธิการ"นั้นปรากฎว่า ยังไม่มีควมเคลื่อนไหวจาก"สนธิ"ในการที่จะชี้แจงใดๆ ขณะที่ในทางลับ นั้น มีรายงานว่ามีความพยายามวิ่งเต้นผ่าน"คำนูน สิทธิสมาน"สมาชิก สนช.แห่ง นสพ.ผู้จัดการ ที่มีบิดา-มารดา ทำงานรับใช้อยู่ในราชสำนัก และรู้จักกับ"มารดา"ของ"พล.ท.ประยุทธ์"ที่
ก็ทำงานในราชสำนักเช่นกัน..อย่างไรก็ตาม
เหตุเพราะการเคลื่อนไหวในเนื้อหาของ ASTV และ คลื่น วิทยุ ๙๒.๒๕
ซึ่งมักมีเนื้อหาที่กล่าวหาและขับไล่"พล.อ.สุรยุทธ์"ออก
จากตำแหน่ง นายกฯ ทำให้ มีข่าวว่า
ในการคุ้มครองโดยคำสั่งของศาลปกครองกับการออกอากาศของ
ASTV.ที่จะครบกำหนดในเดือนนี้
อาจจะไม่ได้รับอนุญาตจากศาลในการต่อการคุ้มครองการออกอากาศ และรวมถึง
๙๒.๒๕
ที่มีการพบว่าใช้กำลังส่งเพิ่มขึ้นอย่างผิดกฎกมายที่สำคัญมีเนื้อหาที่
หมิ่นเหม่ด้วยก็อาจถูกคำสั่งให้ยุติการออกอากศเพื่อป้องกันการยุยงปลุก
ปั่นให้เกิดความขัดแย้งต่อไป

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศไทยที่ขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ๓-๔
ครั้งในห้วง สัปดาห์ที่ผ่านมา
อันสวนทางกับตลาดน้ำมันโลกที่กำลังลดลงและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นอันเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองของ"กลุ่มทุนอนุรักษ์"ที่นำโดย"นายอานันท์ ปันยารชุน"ที่มีสัมพันธ์ในฐานะนักบริหาร บ.ยูโนแคล ที่มีสัมพันธ์อันเชือมโยงกับ"ประชัย เลี่ยวไพรัช"มานานผ่านบริษัทน้ำมัน ทีพีไอ.ซึ่ง
คืนวาน(๔พ.ค.)ที่ผ่านมาในการออกรายงานของ"ประชัย"มีการโจมตีและขับไล่"พล.อ.สุรยุทธ์"ในฐานะที่ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ โดยเรียกร้องให้"พล.อ.สนธิ"ใช้อำนาจ"ประธานคมช."ทำการปลด นายกฯ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า แนวทางนี้ไม่ใช่ว่า"พล.อ.สนธิ"จะไม่สนใจ โดยปรากฎว่า ในวันที่ ๕พ.ค."พล.อ.สนธิ"พยายามที่จะติดต่อหน่วยงานในราชสำนักเพื่อขอเข้าเฝ้า แต่ไม่ได้รับอนุญาต...ซึ่งในหมู่นายทหารชั้นผู้ใหญที่
ติดตามเหตุการณ์ วิเคราะห์ว่า "พล.อ.สนธิ"อาจต้องการที่จะปลด"พล.อ.สุรยุทธ์"และ
กำลังชั่งใจกับการขึ้นเป็น"นายกฯ"เอง
หรือให้ใครเป็น..ซึ่งใครในที่นี้อาจหมายถึง"นายอานันท์
ปันยารชุน"อดีตนายกฯ..ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็มีการเคลื่อนไหวองเขาในทางด้าน
กำลัง โดยหลังจากที่มีข่าวเรื่อง"สุวรรณภูมิ"มีปัญหาจากการปล่อยน้ำเข้าสนามบิน...ทำให้"พล.อ.ชลิต"เริ่มทิ้งระยะห่างกับ คมช. และรวมถึงบรรดา ตท.๖ ก็เริ่ม"ทิ้งระยะห่าง"กับ"พล.อ.สนธิ"กับ"พล.อ.วินัย"หลังจากที่พบแนวทางการเคลื่อนไหวบางอย่าง..ทำให้ขณะนี้เหมือนกับ"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.วินัย"ถูกโดดเดี๋ยวจากหลายฝ่าย ทำให้มีการดิ้นรน โดยมีรายงานว่าการเคลื่อนกำลังมีการปล่อยข่าวจาก"พล.อ.สนธิ"ออกไปยัง"สารวัตรทหาร"ว่า"ผู้ใหญ่"ได้ให้การสนับสนุนเขาแล้ว

@@อย่างไรก็ตามสำหรับ"พล.อ.สพรั่ง"ก่อนหน้านี้"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"พล.อ.เปรม"ที่มีข่าวการระดมกำลังทหารมาปิดล้อมระวังม็อบที่จะบุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ เมื่อวันศุกร์(๔ พ.ค.)เนื่องจากก่อนหน้านนี้ มีรายงานว่าม็อบ"๑๙ก.ย.ต้านรัฐประหาร"จะมาที่บ้าน"พล.อ.เปรม"ในวันศุกร์(๔พ.ค.)เพื่อกดดันประเด็นการเข้าชื่อถวายฎีกาถอดถอน ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงาน ว่า"พล.อ.เปรม"ก็มีทีท่าที่เชื่อ คมช.และพยายามที่จะติดต่อให้"พล.อ.สุรยุทธ์"ลาออก แต่"พล.อ.สุรยุทธ์"ไม่ได้ตอบรับกับข้อเสนอด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าไว้วางใจกับการเดินเกมใต้ดินของกองกำลังจากกองทัพ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ"ผู้อำนวยการอาวุโส"บริษัท
เอสซีแอ็กเซส ในเครือชินคอร์ป นั้นมีรายงานว่า"ผู้ตาย"ไม่ได้ถูกงูกัด
แต่เพราะหัวใจล้มเหลวนั้นก่อนมาเสียชีวิต ได้ถูกกดดันอย่างหนักจาก"อำนาจรัฐ"ผ่าน
กองกำลังชุดหนึ่ง ที่ใช้เพื่อการนี้
โดยผู้ที่ให้ข้อมูลเรื่องนี้ก็เป็นผู้หนึ่งที่ถูกตามตัว ระบุว่าขณะนี้
ได้มีการคุกคามติดตาม ผู้เกี่ยวข้องในบริษัทเครือชินคอร์ป
เพื่อพยายามที่จะเข้าไปตรวจรายละเอียดต่างๆโดยเฉพาะ"เม็ดเงิน"ที่อาจเชื่อมโยงกับ"ทักษิณ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ได้มีการต่อเชื่อมข้อมูลชุดนี้เข้ากับ ความเคลื่อนไหวของกำลัง"หน่วยข่าว"กอ.รมน.ที่
ถูกใช้งานเต็มที่ในช่วงนี้ ในการเข้าประกบแกนนำกลุ่มต่างๆ
โดยเฉพาะกลุ่มม็อบ
โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าได้มีการส่งคนไปข่มขู่ครอบครัวของแกนนำม็อบหลาย
ส่วน อาทิ "เหวง โตจิราการ"ที่ต้อง
ให้ลูกไปเรียนต่างประเทศ เพื่อหนีการคุกคามจากทหาร
ขณะที่ตัวเขาเองก็ต้องเปลี่ยนที่นอนและมีการ์ดดูแลทุกวัน
หลังจากที่มีข่าวว่าจะมีการ"อุ้ม"เขาให้หายสาบสูญ..พราะส่วนหนึ่งเขาเป็นตัว
ตั้งตัวตีในการนำเข้าชื่อถวายฎีกาเพื่อถอดถอน"พล.อ.เปรม"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สำหรับ"ทักษิณ"นั้น มีรายงานว่าการเคลื่อนไหวที่จะให้เป็น"นายกสมาคมต่างๆนั้น"ไม่ธรรมดา"หากแต่มี"นัยยะแฝง"ต่อ
การที่หลายฝ่ายหลายองค์กรให้ความไว้วางใจให้"ทักษิณ"กลับมา
ดู"มวลชน"องค์กรของเขา
ไม่ว่าจะเป็น"สมาคมกอล์ฟ""ไร่อ้อย","แท็กซี่",ฯลฯ..ซึ่งหน่วยข่าวทหาร
ได้ให้จับตาความเคลื่อนไหวของ"มวลชน"กลุ่ม
ต่างๆในระยะนี้ให้ดี
โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวที่แสดงสัญญานการสู้ของ"ทักษิณ"โดย มีรายงานว่า
ได้เริ่มมีการติดใบปลิวขนาด A4 มีข้อความ "ไอแคนรีเทิร์น"
เต็มไปหมดในหลายพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก นครสวรรค์ ฯลฯ ..ทั้งนี้มีรายงานว่า "ทักษิณ"ได้สั่งสู้ ในแนวทาง"ป่าล้อมเมือง"มี"มวลชน"อยู่รายรอบกรุงเทพฯและในกรุงเทพฯปริมณฑล

เบื้องหลังไชยวัฒน์/อานันท์-สนธิ/จับตาพัลลภ/จับตา๑๕พ.ค./บิ๊กบัง/สพรั่ง
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ และเบื้องหลังความเคลื่อนไหวของทหาร
หลังมีการเคลื่อนกำลังออกมาจากที่ตั้งต่อเนื่องในช่วงต้นถึงปลายสัปดาห์ที่
ผ่านมา
โดยเฉพาะในช่วงวันพฤหัสและศุกร์(๑๐-๑๑พ.ค.๕๐)ที่มีการเคลื่อนกำลังทหารออกมา
หลายส่วน และมีการเคลื่อนรถถัง ๔๐ คัน จากย่านสะพานควายไปยัง พล.ม.๒
สนามเป้า ว่า เบื้องหลังการเคลื่อนกำลังดังกล่าว
มีผลต่อเนื่องเชื่อมโยงมาจาก สถานการณ์ความขัดแย้งครั้งล่าสุดระหว่าง"พล.อ.สุรยุทธ์"นายกฯกับ "พล.อ.สนธิ"ประธานคมช.ผบ.ทบ. โดยมี"พล.อ.เปรม" ,"พล.อ.สพรั่ง" และ"พล.อ.อนุพงศ์"เป็น"ตัวแปร"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าก่อนหน้าที่จะมีการเคลื่อนกำลังอย่างชัดเจนของทหาร
โดยอ้างว่ากลับจากการฝึกเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา
มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาเป็น"นัยยะ"ไม่แต่เฉพาะความเคลื่อนไหวของ"ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์"ที่เข้ายื่นหนังสือต่อ"พล.อ.สนธิ"ขอให้ปลด"พล.อ.สุรยุทธ์"หากแต่ในความเคลื่อนไหวของ"สื่อพันธมิตร"ก็มีการเคลื่อนตัวกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะ"สนธิ ลิ้มทองกุล"ที่มีการต่อเชื่อมรายการ"ยามเฝ้าแผ่นดิน"ทาง ASTV เข้ากับวิทยุ คลื่น ๙๒.๒๕ ของ"ประชัย เลี่ยวไพรัตน์"(ที่
ก่อนหน้านี้ช่วง ๒ สัปดาห์ก่อน
"ประชัย"ประกาศผ่านรายการกลางดึกหลายคืนไล่"พล.อ.สุรยุทธ์"หลังจากที่
ไม่ยอมขายหุ้มคืนให้เขา) เพื่อลิงก์ไปยังสถานีวิทยุชุมชนอีก ๒๐๐ แห่ง
หลังจากที่"สนธิ"พักการจัดไประยะหนึ่ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสำหรับ"ไชยวัฒน์"นั้นจากการติดตามเบื้องหลังการเคลื่อนไหวภายใต้กลุ่มอีสานใต้ของพวกเขานั้นพบว่ามีการเชื่อมโยงกับ"พล.อ.สพรั่ง"และสายพันธมิตร โดยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่าง"พล.ต.จำลอง"กับ"ไชยวัฒน์"ยังดีอยู่ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ของ"ไชยวัฒน์"มีการต่อเชื่อมกับ ความเคลื่อนไหวของ"น.ต.ประสงค์"และ
บรรดา"ที่ปรึกษาพันธมิตร"อย่าง"ไพศาล พืชมงคล""ประพันธ
คูณมี"และอีกหลายๆคนที่เชียงใหม่
ในห้วงวันก่อนที่จะมีการเคลื่อนกำลังของทหารจากภาคเหนือ(กองทัพภาคที่๓)ที่
ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อม ขณะที่"ผู้บังคับบัญชา"เดิน
ทางไปประชุมลับกันที่เชียงใหม่(๙
พ.ค.)(ในวันเดียวกันนีมีการรายงานจากหลายพื้นรอบกรุงเทพฯที่ว่าพบเห็นการ
เคลื่อนกำลังทหาร) โดยเฉพาะในช่วงวันที่ ๘ พ.ค.มผู้พบเห็นกำลังทหาร ๒ หมู่
เข้าไปปักหลักตรึงพื้นที่บริเวณด่านเข้ากรุงเทพ
ภายในหน่วยงานของกรมทางหลวง ข้างร้านเจ้เล้ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ในหมู่ทหารชั้นผู้ใหญ่ รวมถึง"ผู้ใหญ่ระดับสูง"มีความกังวลใจกับสถานการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นที่บริเวณปากซอยราชวิถี ๒๔ (๕ พ.ค.๕๐)ซึ่งอยู่ด้านหน้าพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน สถานทีประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทั้งนี้มีการวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวว่าต่อเชื่อมกับ ความไม่พอใจของ"พล.อ.สนธิ""พล.อ.สพรั่ง"ต่อ ปฏิบัติการ"กลืนกำลัง"ของ"ผู้ใหญ่"ผ่าน"พล.อ.อนุพงศ์"ในช่วง ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่แม้ว่า"พล.อ.สนธิ"จะมีความพยายามสลายกำลัง เปลี่ยนแปลงดุลสภาพทหาร ในจุดต่างๆจนถือว่า"ยึดกุมสภาพ"ไว้
ได้แล้ว(โยกย้ายนายพันระดับคุมกำลัง ๑๗๑ ตำแหน่ง
ที่หนังสือลงไว้กลางเดือนมีนาคม๒๕๕๐
แต่มีการประกาศผ่านสื่อสารณะช่วงเม.ย.)แต่ก็ถูกแผน"ตัดสภาพกำลัง"ของ"ผู้ใหญ่"ที่ให้"ผู้บังคับหน่วย"แต่ละหน่วย เข้ารายงานตัวกับ"ผู้ใหญ่"ภายใน ร.๑พัน ๔ ดังที่"หน่วยข่าวลับ"เคยรายงานไปแล้ว โดยปรากฎว่ามีเพียง"พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"แม่ทัพภาคที่ ๑ เท่านั้นที่ไม่ยอมนำกำลังที่มีอยู่ใน "พล.ม.๒"เข้ารายงานตัว ซึ่งเป็นที่มาของภาพรถถังและยุทโธปกรณ์จำนวนมากใน พล.ม.๒ ที่แพร่ออกมาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ความกังวลนี้ เชื่อมโยงกับแผน"ปฐพี ๑๔๙"และแผนการจัดกำลังของกองทัพภาคที่ ๑ ซึ่งเคยนำมาใช้ในการ"รัฐประหาร"(๑๙ก.ย
.๔๙)ที่ปรากฎมีการตรึงกำลังในจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลายจุดตามแผน"การปฏิบัติ
การของกำลังระลอกแรก"(จุดศูนย์ดุลและที่หมายสำคัญตอนเหนือ)ที่มีผู้นำมาเปิด
เผยภายหลัง ระบุโค้ดว่า เป็น พื้นที่CG มีหน่วย ม.พัน๔ รอ.สมทบ ป.พัน๑ รอ.
และ ร้อย.ม.ลว.๑ รอ. ปฏิบัติภารกิจ -ควบคุมพื้นที่หน้าพล ๑ รอ.,,แยก พล.๑
รอ. - ถ.ศรีอยุธยา ,ถ.พิษณุโลก,สถาบันราชภัฎสวนดุสิต ลานพระบรมรูป ร.๕
,แยกวัดเบญจมบพิตร-หน้าทำเนียบรัฐบาล หน่วย ของ ร.๒ พัน๓
รอ.ควบคุมพื้นที่สำคัญบริเวณทำเนียบรัฐบาลหน่วย ร้อย
ตถ.๒พล.ร.๒-รปภ.,ลานพระราชวังดุสิต,UN,บ้านสี่เสาเทเวศร์หน่วย พัน สห.๑๑
รักษาความปลอดภัย บก.กองทัพภาคที่ ๑ และหน่วยข่าว ร.๒๑ รอ. ดูและ
พระตำหนักจิตรลดา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า สำหรับบริเวณ บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ"พล.อ.เปรม"ภาย
หลังสถานกาณ์ที่มีการระดมกำลังมาจำนวนมาเพื่อสกัดม็อบที่มีข่าวว่าจะบุก
ปรากฎว่า
ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของกำลังทหาร
มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ โดยช่วงกลางคืนรอบบริเวณบ้านสี่เสา
ได้มีการนำตาข่ายดักอาวุธหนัก มากางรอบบริเวณบ้านด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า กลุ่มทหารเก่า กลุ่มผลประโยชน์ ที่"พล.อ.สุรยุทธ์"กล่าวถึงในรายการเปิดบ้านพิษณุโลก(๑๒พ.ค.๕๐)ว่าอยู่เบื้องหลังการ"ขับไล่เขา"หลังจากที่เขาได้ถามกลับ"พล.อ.สนธิ"กลางวงประชุม(๙พ.ค.)ว่าจะปลดเขาไปแล้ว ก็คือ"ตัวละคร"ข้างต้น ที่ยังมีองค์ประกอบจากปีกของ"ทุนอนุรักษ์"ซึ่งนำโดย"อานันท์ ปันยารชุน"เข้าร่วมด้วย ที่"อรวรรณ กลิ่มวิรัตนกุล"ประธานสหภาพพนักงาน อส.มท.กล่าวถึงในรายการของเธอ ว่า"พวกทุนอนุรักษ์ใช้จังหวะนี้เข้ายึดกุมสภาพ อส.มท."โดย"หน่วยข่าวลับ"ได้เคยรายงานไปแล้วว่า มีการเชื่อมต่อภาพนี้ผ่าน"วสันต์ ภัยหลีกลี้"อดีตผู้บริหารข่าววิทยุผู้จัดการ ที่หลายฝ่ายเข้าใจว่ามีความขัดแย้งกับ"จิตนาถ ลิ้มทองกุล"ลูกของ"สนธิ"แต่กับ"พ่อ"นั้นยังดีกันอยู่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ๒๐๐ สถานีวิทยุชุมชนที่จะมาต่อเชื่อมกับวิทยุของ"ประชัย"(ก่อนหน้านี้ตามแผนปฏิบัติการของ"พล.ท.ประยุทธ์"และตามแพลนของ"ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร"น้องชายของ"พล.อ.สพรั่ง"ต้อง
การให้มีการลิงก์สัญญานรายการของ"สนธิ"ผ่านรายการของกองทัพที่ถ่ายทอดผ่าน
สถานีวิทยุทั่วประเทศเวลา ๑๘.๐๐น.ด้วย) นั้นอยู่ภายใต้การสนับสนุนของ Zip
ซึ่งเป็นทุนที่ไหลผ่านมาจากต่างประเทศผ่าน"อานันท์"ไปยัง เอ็นจีโอ.ต่างๆ
ที่แต่เดิมมีการบริหารจัดการผ่าน"สภากระจก"หรือ"สภาที่ปรึกษาฯ"ยุคแรกที่
"อานันท์"เป็นประธานฯ โดยสามารถยึดฐาน"มวลชน"ที่ขึ้นอยู่กับแกนนำ NGO
กลุ่มต่างๆในประเทศไทยไว้ได้หมด แต่เพราะเกิดปัญหาภายใน"สมาชิก สสร."ยุคนั้น ทำให้ไม่ปรากฎผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่ากระแส"ปฏิวัติซ้อน"และ"ปฏิวัติซ้ำ"มี
การไถถามจนลือและลุกลามไปทั่ว ตามออฟฟิศเอกชน
และบรรดานักธุรกิจตั้งแต่เปิดวันทำการในวันอังคาร(๘พ.ค.๕๐)แม้กระทั่งใน
ทำเนียบรัฐบาลในวันที่มีการรายงานข่าวการเปลี่ยนรถในขบวนรักษาความปลอดภัย"พล.อ.สุรยุทธ์"ที่มี"ตัวตัดสัญญานวิทยุบังคับ"ทีอาจจะมีผู้วางระเบิด และรวมถึงรถป้องกันการวางระเบิดและจรวดอาพีจี. ที่"พ.ต.ท.ทักษิณ"เคย
ใช้ และสามารถตัดสัญญานระเบิดที่ กลุ่มทหาร"คาร์บ๊องค์"ทำได้
โดยเจ้าหน้าที่หลายส่วนในทำเนียบ มีการเตือนในเรื่องของการเก็บรักษาอาหาร
และเตรียมพร้อมหากกรณีมีการปิดล้อมสถานที่ราชการ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ประเด็นสถานการณระเบิดหน้าสวนจิตร ในวันฉัตรมงคล
มีหลายฝ่ายในกองทัพไม่พอใจท่าทีของ ประธานคมช.
และรวมถึงผู้มีหน้าที่รักษาพื้นที่อย่าง ม่ทัพภาคที่ ๑
ยิ่งเหตุการณ์วางระเบิด ๗ ศพทหารที่ภาคใต้
ก็ยิ่งทำให้กระแสนี้ลุกลามไปมากขึ้นในหมู่ทหาร โดยมีรายงานว่า
การไปร่องเรือของ"พล.อ.สนธิ"เพื่อทำให้เห็นว่า ตท.๖ ยังมีเอกภาพ
ทั้งที่แท้จริงขณะนี้หลายฝ่ายเริ่มถอยฉากจาก"พล.อ.สนธิ"แม้แต่"พล.อ.อ.ชลิต
"จะมีก็เพียง"พล.อ.วินัย"ที่ยังช่วยอยู่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า กรณีฟ้าผ่ายอดอุโบสถวัดกัลยาณมิตร ซึ่งเป็นอารามหลวง และเป็นวัดของตระกูล"กัลยาณมิตร"ของ"พล.อ.สพรั่ง"สร้างความไม่สบายใจให้กับหลายฝ่ายไม่แต่เฉพาะ"พล.อ.สพรั่ง"เท่า
นั้น โดยมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง
หลังจากที่มีความพยายามขอพระราชทานกราบบังคมทูลให้มีการแปรพระราชฐานก่อนวัน
ที่ ๑๐ พ.ค.๕๐ แล้ว

@@อย่างไรก็ตามมีทหารผู้ใหญ่หลายส่วน โดยเฉพาะใน ตท.๗ แจ้งว่าได้รับการชักชวนจาก"พล.อ.สพรั่ง"ให้เข้าร่วมดำเนินการบางอย่าง โดยมีการระบุว่าจะให้ ตท.๗ ขึ้นมามีบทบาทแทน ตท.๖ แต่พวกเขาปฏิเสธ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าเบื้องหลัง ที่"พล.อ.พัลลภ "อ้างว่าได้รับคำชักชวนจาก""ให้เข้ามาช่วยงาน กอ.รมน.ต่อไป นั้น แท้ที่จริงก่อนหน้านี้"พล.อ.สพรั่ง"เป็นผู้ไปคุยกับ"พล.อ.พัลลภ"ก่อนที่จะชงให้"พล.อ.สนธิ"ชักชวน โดยใช้เหตุผลอ้างว่าให้มาช่วยในสถานการณ์ใต้ที่รุนแรง โดยให้ไปปฏิบัติการ"จรยุทธ์"ตามที่"พล.อ.พัลลภ"ถนัด แต่แท้จริงแล้วลึกๆ ต้องการให้เข้าปฏิบัติการในพื้นที่กรุงเทพฯกรณีดุลสภาพกำลังมีปัญหาและจำต้องพึ่งกำลัง"มวลชน"ซึ่งมีลักษณะคล้าย"จรยุทธ์"เผาสถานที่ราชการที่เคยเกิดขึ้นในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ทั้งนี้เพราะก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า "พล.อ.สพรั่ง"ได้สั่งเคลื่อนกำลังจาก เพชรบูรณ์ เข้ามา ๒ กองพัน แต่ถูก"ผู้ใหญ่"สั่งกำลังของ"พล.อ.อนุพงศ์"เข้า
สกัดได้ที่ นครสวรรค์
ทั้งนี้มีรายงานว่าขณะนี้"พล.อ.สพรั่ง"ใช้กำลังผ่าน"มือขวา"ของเขาคือ"พล.ต.
สุทัศน์ จารุมณี"ราว ๑๐ กองพัน (การรัฐประหารที่ผ่านมาใช้ทหารประมาณ ๓๐
กองพัน,เมษาฮาวาย ๕๔ กองพัน)

@@"หน่วยข่าวลับ"ยังขอให้จับตา
การประชุม OIC ที่จะมีขึ้น ๑๕-๑๖ พ.ค.
ซึ่งมีรายงานว่าอาจจะมีการเสนอของบางฝ่ายให้ ๓
จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเป็น"เขตปกครองพิเศษ"ก่อนจะแยกตัวเป็นอิสระ
ซึ่งรายงานข่าวนี้มาจากนาทหารชั้นผู้ใหญ่ และในวันดังกล่าว
มีรายงานว่าสถานการณ์"ส่วนกลาง"ก็อาจมีการผันแปรโดย"พล.อ.สนธิ"ด้วย โดย
มีรายงานว่าเขาตั้งใจจะให้มีการดุลสภาพต่อไปอีก ๒ ปี
เพื่อไม่ให้กลุ่มอำนาจเก่ากลับมาเล่นงานได้ ซึ่งกรณีนี้"วีระ
มุกสิกพงษ์"มีการวิเคราะห์กับหลายส่วนว่า
ในห้วงเวลาดังกล่าว"พล.อ.สนธิ"อาจทำรัฐประหารตัวเอง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ขณะนี้บุคคลสำคัญหลายส่วนใน คมช.มีความหลาดระแวงต่อกัน โดยเฉพาะ"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สพรั่ง"แม้
ภาพที่ปรากฎจะมีความร่วมมือแต่
เบื้องหลังมีข่าวว่าต่างก็ไม่แน่ใจความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย
ซึ่งเป็นที่มาของการ เตรียมการรับมือด้วยรถกันระเบิด
และการเคลื่อนไหวที่ปิดลับหมายของ"พล.อ.สนธิ"ในบางครั้ง
ซึ่งข่าวที่มีการรายงาน
ว่ามีการลอบยิงรถของ"พล.อ.สพรั่ง"ขณะออกมาจาก"สวนมิกวัน"เมื่อไม่กี่วันก่อน
(๑๑พ.ค.๕๐ เวลา ๒๑.๐๐น.)นั้นมีมูล และมีการวิเคราะห์กันไปต่างๆนาๆ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในคืนวันที่ ๑๑ ที่ปรากฎการเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก
ทั้งที่ประชาชนเห็นและไม่เห็นนั้น
ปรากฎว่ามีการประจันหน้ากันระหว่างกำลังของ"พล.อ.สนธิ"กับ"พล.อ.สพรั่ง"ที่
ไทยคม และ
กระทรวงไอซีที.หลังจากทีมีการพบว่า"พล.อ.สพรั่ง"ได้ยึดกุม"หัวใจ"ในการ
เปลี่ยนแปลง แบบ"เมษาฮาวาย"นั่นคือ"ข่ายการสื่อสาร"ทั้งหมด ไว้
อย่างไรก็ตามสถานการณ์จบลงได้ โดย"พล.อ.สนธิ"สามารถกุมสภาพในที่สุด

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:37 am

เกมซ้อนปฏิวัติซ้ำบิ๊กบัง/เบื้องหลังโจ้/สุรยุทธ์/ทักษิณสู้
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวทางด้านกำลังทหารของฝ่ายต่างๆในช่วงค่ำวันศุกร์(๑๗พ.ค.๕๐)ที่
ผ่านมาว่า ได้มีการเคลื่อนไหวของ"นายทหารชั้นผู้ใหญ่"หลายฝ่าย
โดยเฉพาะในส่วนของ"พล.อ.สนธิ"มีรายงานจาก"
วงในข่าวทหาร"ว่าได้เดินทาง
เข้าไปยังพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเพื่อเข้าเฝ้าฯพร้อมกับ"พล.อ.สุรยุทธ์"
หลังจากมีข่าวสะพัดตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเดียวกันว่า
อาจจะเกิดการ"ปฏิวัติซ้อน"โดย"คนใกล้ชิด"พล.อ.สุรยุทธ์
บอกกับอดีตนักข่าวสายทหาร รายหนึ่ง
ก่อนที่"พล.อ.สุรยุทธ์"จะไปพูดบนเวทีช่วงบ่าย ว่า
"พล.อ.สุรยุทธ์"ต้องการจะให้เลื่อนการเลือกตั้งข้นมาเร็วขึ้นอีก ๑ เดือน
ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเดือนใด แต่จะต้อง"มีเงื่อนไข"ของสถานการณ์

@@ขณะเดียวกัน"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในช่วงบ่าย ได้มีความเคลื่อนไหวของทหารจากราบ๑๒
แบ่งกระจายกำลังไปตามสถานีตำรวจนครบาลทุกโรงพักๆละ ๑
หมู่ทั่วกรุงเทพฯทั้งนี้โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติตามแผน"สนธิกำลังร่วม
"เพื่อป้องกันเหตุ ระหว่าง ตำรวจนครบาล ทหาร และกรุงเทพมหานครฯ
ซึ่งทำให้"พล.ท.ประยุทธ์"รีบออกมาปฏิเสธผ่านสื่อว่า ไม่มีอะไร
นอกจากการ"สับเปลี่ยนกำลัง"ตามแผนสนธิกำลังดูแล กทม.

@@อย่างไรก็
ตามความเคลื่อนไหวนี้นำมาสู่การวิเคราะห์ในหมู่นายทหารระดับสูงกลุ่มหนึ่ง
ว่า กำลังของ ราบ๑๒
ที่เป็นของ"พล.อ.อนุพงศ์"ซึ่งมี"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งให้การสนับสนุน
และระยะหลัง ที่ความสัมพันธ์ระหว่าง"พล.อ.สุ
รยุทธ์"ไม่เป็นที่"ปลื้ม
"สำหรับ"พล.อ.เปรม"กำลังส่วนนี้ก็หันมาให้การสนับสนุนฝ่ายของ"พล.อ.สุรยุทธ์
"ด้วยนั้น จะเกี่ยวกับกระแสข่าว"การปฏิวัติซ้อน"หรือไม่
ทั้งนี้ในวงการวิเคราะห์ไม่ได้ให้น้ำหนักกับ"พล.อ.สพรั่ง"เพราะจาก
กรณี
"โจ้ พาวเวอร์เจล"แห่งพันธมิตรฯ และกรณีพบระเบิดจำนวนมากที่บริษัทปูน
ย่านสระบุรี ทำให้"พล.อ.สพรั่ง"ระวังตัวเองมาก
โดยทหารระดับ"พล.อ."หลายท่านที่ติดตามสถานการณ์การเมือประเมินว่า
ได้มีการเคลื่อนกำลังของทั้งฝ่าย"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.อนุพงศ์"มาก่อนหน้านี้
หลายวันแล้ว
โดยเฉพาะการที่มีผู้ไปพบเห็นยุทโธปกรณ์ของทหารตาม"จุดยุทธศาสตร์"หลายแห่ง
และรวมถึงการที่มีการระดมกำลังทหารจากหลายจังหวัด
เข้ามาในกรุงเทพฯโดยมาพักกับ"ลูกเมียและญาติ"ตามสถานที่ต่างๆ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า นอกเหนือไปจากความเคลื่อนไหวดังกล่าว แล้ว ในช่วงค่ำราว ๒๑.๐๐น.
มีรายงานว่า ได้มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพบก
สั่งการไปยังนายทหารระดับ"คุมกำลัง"ยศ
พ.อ.ให้ทำการเข้ากรมกองเพื่อเตรียมพร้อมกำลังในที่ตั้งหน่วย อย่างไรก็ตาม
ต่อมาได้มีคำสั่งตรงจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง
เป็นนายทหารยศพล.อ.ได้สื่อสารไปยังบรรดา
"ผู้บังคับหน่วย"ต่างๆที่มีการเตรียมพร้อมกำลัง ว่า
"พล.อ.สุรยุทธ์"ได้เตรียมเซ็นต์คำสั่ง ปลด"พล.อ.สนธิ"จากตำแหน่ง
ผบ.ทบ.แล้ว ดังนั้น ไม่จำเป็นที่"ผู้บังคับหน่วย"ที่คุมกำลังดังกล่าว
จะต้องเชื่อฟังคำสั่งของ"พล.อ.สนธิ"และขอให้ยกเลิกการ"เตรียมพร้อมกำลัง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว
ทำให้สถานการณ์ระหว่าง"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สุรยุทธ์""เขม็งเกลียว"มากยิ่ง
ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสข่าวลือสะพัดตลอดวัน ว่า
จะมีการเลือกตั้งเร็วขึ้น ๑ เดือน
และก่อนที่จะมีการเลื่อนการเลือกตั้งขึ้นมา
จะมีเหตุการณ์บางอย่างที่เป็น"เงื่อนไข"ของสถานการณ์เกิดขึ้น(ตามรายงานข้าง
ต้นที่คนสนิทพล.อ.สุรยุทธ์คุยกับอดีตนักข่าวสายทหารเช้าวันเดียวกัน)
ซึ่งรายงานนี้สอดคล้องกับ"แหล่งข่าวทางทหาร"ที่รายงานว่า"พล.อ.อนุพงศ์"มี
ความเคลื่อนไหว โดยได้มีการพูดกับคนใกล้ชิดเมื่อเร็วๆนี้
ถึงสถานการณ์ที่อาจจะเกิดการปฏิวัติขึ้นเพื่อนำรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ มาใช้
และจัดการเลือกตั้งทันที เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาของบ้านเมือง
โดยข่าวนี้สะพัดไปทั่วในหมู่นักการเมืองต่างจังหวัดที่สั่งหัวคะแนนเตรียม
การสำหรับเลือกตั้งที่จะมีเร็ววันนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์ที่บีบรัด
"พล.อ.สุรยุทธ์"ทำให้เกิดปรากฎการณ์"ตอบโต้"ระหว่างกัน
โดยเหตุการณ์การจับกุม"โจ้"หลานของ"เพียร
ยงหนู"ก็เป็นส่วนหนึ่งของ"หมากการเมือง"เช่นเดียวกับการพบระเบิดพาวเวอร์เจ
ลจำนวนมหาศาล ที่บริษัทปูน จ.สระบุรี อันเชื่อมโยงกับ ทีพีไอ.ของ"ประชัย
เลี่ยวไพรัตน์"ที่มีรายงานว่า ยังคงมีความพยายามที่จะทวงคืนกิจการ
ทีพีไอ.จากกระทรวงการคลัง กระทั่งเป็นที่มาของข่าวการให้"น.ต.
ประสงค์
"และ"ทหารเก่า"ใน
สนช.ทำการติดต่อประสานกับ"พล.อ.สุรยุทธ์"เพื่อให้"ประชัย"ได้คุยกับ"สุ
รยุทธ์"โดยมีตัวเลขเงิน ๒๐ ล้าน เป็น"ตัวตั้ง"หากใครประสานได้
และยิ่งเมื่อเจรจาสำเร็จได้กิจการคืน จำมีการจ่ายเงินให้กับผู้
เกี่ยวข้องอีก ๒,๐๐๐ล้าน

@@ทั้งนี้"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสำหรับ"โจ้"หลานของ"เพียร ยงหนู"นั้น มีรายงานจาก"หน่วยข่าวทหาร"ว่า
เป็นหนึ่งในชุดการ์ด รปภ.พันธมิตร
ภายใต้การดูแลของ"หน่อง"ซึ่งเป็นน้องชายของ"ไพศาล พืชมงคล"กุนซือสำคัญ
ของ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"แห่งพันธมิตรฯ
โดย"โจ้"นั้นถูกติดตามร่องรอยมาตั้งแต่เมื่อครั้งเหตุการณ์ระเบิด ๙
จุดในกรุงเทพฯ
ว่าอาจจะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ระเบิดที่ปากซอยราชวิถีตรงข้าม
วังสวนจิตรฯ ซึ่งในวันดัง
กล่าวมีรายงานจากทหารหลายส่วนตรงกันว่า
จะมีการเคลื่อนกำลังของฝ่าย"พล.อ.สพรั่ง" แต่ได้ถูกกำลังของอีกฝ่ายสกัด
ที่หลังจากนั้นมีรายงานว่ารถของ"พล.อ.สพรั่ง"ถูกลอบยิงระหว่างออกมาจาก"สวน
มิกสวัน"กระทั่งเป็นเหตุให้ระยะหลังมีข่าวการเคลื่อนกำลังในการกุมสภาพกัน
ของกำลังหลายฝ่าย รวมถึงการเพิ่มกำลังอารักขา พระตำหนักจิตรลดาลโหฐาน
หลังจากที่"ผู้ใหญ่"และนายทหารระดับ"พล.อ."หลายส่วน
พยายามกราบบังคมทูลเสนอเรื่องการแปรพระราชฐานก่อนวันที่ ๑๐ พ.ค.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ฝ่ายของ"เพียร ยงหนู"เริ่มลังเลที่จะให้"โจ้"เข้ามามอบตัวตามหมาย
เพราะไม่มั่นใจการใน"รีดเค้น"ของตำรวจ
ที่อาจทำให้ประเด็นกระจายไปกว่าที่จะ"ควบคุม"ทำให้มีการนำเรื่องนี้เข้าไป
ยังรรมาธิการตำรวจที่มี"ไพศาล"กุมสภาพอยู่...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักของทหาร
โดยมีการนำรถสายพานลำเลียง(ขนาดเล็ก) และรถฮัมวี่
ไปจอดคลุมผ้าใบในหลายจุดตั้งแต่วันพฤหัส(๑๗พ.ค.)อาทิ หน้ากองทัพภาคที่ ๑
ใน พาณิชยการพระนครข้างทำเนียบฯ บริเวณช่อง ๙ อส.มท. กรมประชาสัมพันธ์
ซอยอารีย์ โดยมีการกันเชือกไม่ให้เข้า แต่มีผู้แอบเข้าไปเปิดผ้าใบดู
พบว่าเป็นรถของทหารจริง..ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นที่มาของข่าวลือว่า
จะมีการ"ปฎิวัติซ้อน"ตลอดวัน
ซึ่งกระแสข่าวของวันศุกร์แรงมากถึงขนาดมีรายงานว่า รัฐมนตรีหลายส่วนทราบ
และบางรายเก็บข้าวของแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้น
ช่วงเที่ยงคืนวันพฤหัส(๑๗พ.ค.)"พล.อ.สุรยุทธ์"ได้เข้าไปยังทำเนียบเพื่อ
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการส่วนตัวด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าการเคลื่อนในช่วงวันศุกร์
มีรายงานว่า"พล.อ.สนธิ"จะชิงประกาศซ้ำก่อนที่"พล.อ.สุรยุทธ์"จะประกาศปลด
ผบ.ทบ.โดยนายทหารระดับ"พล.อ."หลายนายได้รับการติดต่อจาก"พล.อ.สนธิ"ที่อ้าง
ว่าจะทำการรัฐประหารซ้ำ เพื่อใช้รัฐธรรมนูญ ๔๐ และเร่งให้มีการเลือกตั้ง
แต่ยังมีอีกเงื่อนไขคือจะคืน ทีพีไอ.ให้"ประชัย"ด้วย
อย่างไรก็ตามเงื่อนไขอันสำคัญคือท่าทีและกระแสความไม่พอใจของ"พล.อ.สุรยุทธ์
"ที่ส่งผ่าน
สนช.บางส่วนที่แอบมีการเข้าชื่อกันอย่างลับๆในการที่จะเสนออภิปรายนายกฯโดย
ไม่ลงมติ โดยท่าทีนี้ส่งผ่านไปยัง"พล.อ.สนธิ"และคมช.
ซึ่งข้อมูลนี้มาผนวกเข้ากับ
การเคลื่อนไหวของ"มวลชน"หลายส่วนที่ได้รับ"สัญญา"จาก"ทักษิณ"รวมไปถึงการส่ง
สัญญานผ่าน"ต่อพงศ์
ชัยสาสน์"การพบกับคนไทยในอังกฤษและโฟนอินเสียงผ่านวิทยุชุมชน ๓ แห่ง
รวมไปถึงการส่งสัญญานมาเป็นละลอกเตือน คมช.ให้ระวังว่า"มวลชน"จะไม่พอใจ
ทั้งนี้ไม่นับรวมถึงการเซ็นต์ซื้อ"แมนซิตี้"และข่าวการกลับประเทศไทยวันที่
๒๙ พ.ค.๕๐ ซึ่งบ่งบอกได้ชัดเจนว่า
"ทักษิณ"พร้อมแล้วกับการ"สู้"และอาจมีสัญญานบางอย่างให้กลับมาต่อสู้คด
ผ่านกระบวนการศาล หลังจากที่ คตส.ตัดสิใจ ส่ง"คุณหญิงพจมาน"ฟ้องศาล
และหลายต่อหลายคนมีการส่งสัญญาณถึงปรากฎการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังมีการตัดสิน
คดียุบพรรค เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ"ม็อบ"ต่างๆ
ที่ทำให้"พล.อ.สนธิ"ก็ไม่แน่ใจในสถานการณ์ และกำลังที่จะควบคุม
อีกทั้ง"พล.อ.สนธิ"ก็
ยังอ้างกับหลายส่วนว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ น้ำมัน และรัฐธรรมนูญที่มีแนวโน้มจะไม่ผ่านแน่นอน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสถานการณ์ข่าวปลด"พล.อ.สนธิ"ที่ดังขึ้นทำให้เกิดการเจรจาดังกล่าว
หลังจากนั้นคาดว่าจะมีการเคลียร์กันได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงกับหมดสิ้นจ้อ
คาใจระหว่างกัน
โดย"พล.อ.สนธิ"ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อที่โทรศัพท์สอบถามไปในช่วงเกือบเที่ยง
คืน(๑๘พ.ค.)ว่า
"สถานการณ์ยังปกติ"ไม่มีการปฏิวัติซ้อน..โดยก่อนหน้าช่วงหัวค่ำมีข่าวสะพัด
ไปทั่วว่าจะมีการประกาศสถานการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ
ทำให้สื่อหลายสำนักสั่งสแตนบาย"นักข่าว"ด้วย

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
เพิ่มเติมเข้ามาว่า
ในการเข้าเฝ้าของทั้ง"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"มีผลออกมาที่ทำให้ฝ่าย
"พล.อ.สนธิ"ไม่สบายใจโดยเฉพาะ การได้รับ"สัญญาน"ที่สอดคล้องกับ
ท่าทีของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ในช่วงเช้าวันนั้น นั่นคือ
การที่ในราชสำนักต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
และให้มีการดำเนินการต่อรัฐธรรมนูญออกมาตามกระบวนการ
โดยมี"สัญญาน"ออกมาอย่างชัดแจ้งแล้วว่าหากมีการปฏิวัติซ้ำเกิดขึ้น
คณะนายทหาร หรือนายกฯจะไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯแน่นอน
ซึ่ง"สัญญาน"นี้ได้ถูกส่งต่อเป็นที่รับทราบของหมู่นายทหารระดับสูงแล้ว

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
อีกว่า ส่วนหนึ่งที่"พล.อ.สนธิ"หนักใจคือ ขณะนี้"ดุลกำลัง"ในกองทัพ
ถูกแบ่งแยกออกเป็นหลายส่วน ซึ่งหลังจากคืนวันที่ ๑๘ พ.ค.
ทำให้"พล.อ.สนธิ"ได้เห็นอย่างชัดเจน
ว่า"พล.อ.อนุพงศ์"นั้นพร้อมที่จะเคลื่อนหากได้รับคำสั่งจาก"ผู้ใหญ่"ในการ
เข้าปฏิบัติการซ้อน และยึดกุมสภาพทันที
หากมีการสร้างสถานการณ์และเข้ากระทำของฝ่ายใด
ไม่ว่าจะเป็นของ"พล.อ.สพรั่ง"หรือ"พล.อ.สนธิ"ซึ่ง"พล.อ.สนธิ"เอง
ก็ยัง
ไม่มั่นใจว่ากำลังปัจจุบันเป็นอย่างไร
โดยเฉพาะขณะที่เขาทราบว่ามีการบั่นทอนกำลังของเขาตลอดเวลา
และมีการประกาศออกมาจากฝ่ายของ"ผู้ใหญ่"แล้วว่า กำลังในกองทัพขณะนี้
อยู่ทางฟากของ"พล.อ.อนุพงศ์"เป็นส่วนใหญ่
ซึ่งเรื่องนี้เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้"พล.อ.สนธิ"หันมาให้ความสำคัญกับ"มวลชน
"ที่ขยายผ่านงานด้านจิตวิทยามวลชน ของกอ.รมน.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สำหรับการให้"พล.อ.พัลลภ"เข้ามาใน กอ.รมน.นั้น
มีรายงานความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมว่า
ได้มีการเคลื่อนไหวของ"พล.อ.พัลลภ"ในการไปติดต่อกับบรรดากองกำลังที่มีส่วน
ในคกี"ลอบฆ่าทักษิณ"รวมไปถึง"กลุ่มไล่ล่า"ชุดของ"พี่ชาย"ของ"เพียร
ยงหนู"(มีความเชี่ยวชาญการวางระเบิด)ประมาณ ๒๐ คน ให้เข้ามาร่วม
ทั้งนี้รวมไปถึง"กองกำลัง"ประมาณ ๓๐๐ คน ที่"พล.อ.พัลลภ"ดูแล
โดยมีการติดต่อประสานขอกำลังเหล่านี้ไปยัง หาดใหญ่ จ.สงขลา
และเตรียมมอบหมายงานบางอย่างให้ทำ ทั้งนี้มีรายงานว่าแผนที่ได้รับคือ
การ"หักหลัง"พันธมิตร และนำไปสู่การ"ลอบสังหาร"
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เป็นที่มาของการช่วย"โจ้"หลาน"เพียร"โดยใช้กรรมาธิการ
ตำรวจที่"ไพศาล"ดูแล เข้าจัดการกับกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินอยู่
ในการกัดไม่ให้มีการ"มอบตัว"เพราะกลัวการ"เค้น"และอาจเชื่อมโยงกับแกนนำหลาย
ส่วนที่ดูแลด้านการ รปภ.พันธมิตร
ซึ่งกำลังถูกเชื่อมโยงคดีพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การเคลื่อนกำลัง
ของ"พล.อ.สพรั่ง"หลายต่อหลายครั้ง

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:38 am

ยุบปชป./จับตาสพรั่ง/ปฏิวัติก่อนตัดสิน
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานความเคลื่อนไหวพลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสต่อคณะศาลปกครองของ"นายอัคราทร จุฬารัตน์"ที่
อยู่ในฐานะ"รองประธานคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ"ด้วยอีกตำแหน่ง ว่า
พระราชดำรัสดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มการเมืองหลายฝ่าย โดยในส่วนของ
คมช.นั้น "นายทหาร"ที่ใกล้ชิดกับนายทหารใน ตท.๖ ยืนยันว่า
มีความไม่สบายใจของ"พล.อ.สนธิ"ถึงขนาดมีความพยายามติดต่อพูดคุยกับเพื่อ
ตท.๖ หลายคน เพื่อหารือถึงการกำหนดท่าทีต่อไป
รวมถึงการเตรียมที่จะหา"เหตุผล"ในการ"ขยายเวลา"การ"ควบคุมสถานการณ์"ของ
คมช.ออกไปอีก ๒ ปี

@@ทั้งนี้ข้อหารือของ"พล.อ.สนธิ"กับ
บรรดาเพื่อน ตท.๖ คือการที่จะให้หลายคนมีงานมีรายได้รองรับหลังเกษียณ
โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการเชื่อมโยงกับ"กองทัพบก"ที่ขณะนี้บางส่วนก็มีการ
ดำเนินการไปแล้วบ้าง อาทิ
บริษัทรับเหมาก่อสร้าง(ที่บางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ
ภาคหลัง)
บริษัทน้ำตาลวังขนายที่กลุ่มทหารเข้าไปมีบทบาทหลังจากช่วงการรัฐประหาร
และยังมีความพยายามขยายตัวต่อไป

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
เมื่อคืนวันศุกร์(๒๕พ.ค.๕๐)ที่ผ่านมาได้มีความเคลื่อนไหวของกำลังทหารจากกอง
พลที่ ๒ ปราจีนบุรี เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวนหลายกองพัน
โดยมีรายงานว่ากำลังทหารส่วนนี้อาจเป็นกำลังของ"พล.อ.สพรั่ง"หลังจากมีการพบว่า"พล.ต.สุทัศน์ จารุมณี"นายทหารคนสนิท ที่รับรู้กันว่าเป็น"มือขวา"ของ"พล.อ.สพรั่ง"ได้
เข้าไปบัญชาการที่ศูนย์บัญชาการ ที่ พล.ม.๒
ซึ่งถึงปัจจุบันยังคงมีการหลบซ่อนอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้เป็นจำนวนมาก
โดยมีข่าวว่า อาจมีการปฏิบัติการในวันเสาร์(๒๖พ.ค.)
หรือคืนวันอังคาร(๒๙พ.ค.)ซึ่งรายงานความเคลื่อนไหวจากข่าวชุดนี้ตรงกับ
รายงานก่อนหน้านี้ ว่า อาจจะมีการปฏิวัติซ้ำ-ซ้อน ในวันที่ ๒๘ หรือ ๒๙
พ.ค. ก่อนที่จะมีข้อสรุป"คดียุบพรรค"ของ"ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ"(คำ
วินิจฉัยส่วนตัว)ที่จะมีการแถลงในวันที่ ๓๐ พ.ค.โดยมีแนวโน้มว่า
อาจจะมีการยุบพรรคการเมือง ๑ ใน ๒ พรรค ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับ
พรรคไทยรักไทย ซึ่งตรงกันข้ามกับข่าวที่ออกมาจากหลายฝ่ายว่า"ไม่ยุบทั้งสองพรรค"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าว่ามีการวิเคราะห์กันจากหลายฝ่ายทั้งในส่วนของนายทหารผู้มีความจงรัก
ภักดี และ"ผู้ใหญ่"หลายส่วน ต่อผลสรุปที่จะออกมาในคดียุบพรรค
โดยเฉพาะหลังจากกระแสพระราชดำรัส โดย นายทหารส่วนหนึ่งเห็นว่า
หากไม่มีการยุบพรรคทั้ง ๒ พรรค สถานการณ์จะยังไม่จบเช่นเดิม
ขณะที่หากยุบทั้ง ๒ พรค ก็จะส่งผลกระทบกับบ้านเมืองจาก"มวลชน"ของทั้ง ๒
พรรคการเมืองใหญ่ แต่หากยุบพรรคใดพรรคหนึ่งระหว่าง ประชาธิปัตย์ กับ
พรรคไทยรักไทย ก็จะเกิดผลกระทบที่แตกต่างโดยหากมีการยุบประชาธิปัตย์
ซึ่งจากแนวโน้มมีข้อมูลหลายส่วนที่
ตุลาการบางส่วนเคยนำไปพูดคุยหารือกับเพื่อ วป.รอ.เดือนก่อน ว่า
มีข้อมูลหลายส่วนที่เป็น"ลบ"กับ ประชาธิปัตย์
โดยเฉพาะประเด็นการ"ล่อซื้อ"ที่มีการไปว่าจ้างพรรคเล็กเข้าปฏิบัติการ
ที่ต่อมาภายหลังมีพยานหลายส่วนในพรรคเล็กกลับคำให้การเป็น"คุณ"กับไทยรักไทย
แต่เป็น"โทษ"กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีการคาดการณ์จาก"ผู้ใหญ่"และ นายทหารระดับสูง ว่า หากมีการ"ยุบพรรคประชาธิปัตย์"จะส่งผลกระทบ"ระยะสั้น"โดยอาจมีการเคลื่อนไหวของ"มวลชน"ของพรรคที่ไม่พอใจในช่วงหนึ่ง แต่ในส่วนของไทยรักไทยนั้น หากผลออกมาให้"ยุบ
พรรค"อาจมีผลกระทบในระยะยาวจาก"มวลชน"โดยเฉพาะ จะมีผลต่อ สถาบันศาล และสถาบันทางสังคม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีการส่งสัญญานจาก"ผู้ใหญ่ระดับสูง"เพื่อสกัดความคิดของ"พล.อ.สนธิ"ที่
ต้องการเคลื่อนไหวบางอย่างก่อนหน้านี้
โดยมีการพูดถึงสภาพการที่จะแตกต่างไปจากคืนวันที่ ๑๙ก.ย.๔๙
ที่หากมีการทำรัฐประหาร หนนี้ อาจถูกขัดขวางจากหลายฝ่าย
รวมไปถึงภายในราชสำนัก ที่อาจส่งผลกระทบกับขั้นตอนกระบวนการ
การโปรดเกล้านายกรัฐมนตรี คนต่อไป ซึ่ง"ข้อมูลชุดนี้"ได้ทำให้"พล.อ.สนธิ"มีท่าทีลังเล แต่ทั้งนี้หลายฝ่ายได้ทำการจับตาท่าทีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ซึ่งมีรายงานว่าอาจมการเชื่อมโยงกับ"พล.อ.สนธิ"โดย"พล.อ.สพรั่ง"จะเป็นผู้ปฏิบัติการ และ ให้"พล.อ.สนธิ"เป็น ประธาน คมช.ต่อไป ส่วนเขาจะขึ้นเป็น"ผบ.ทบ."จากเดิมที่"พล.อ.สนธิ"มองที่"พล.อ.มนตรี"และ"พล.อ.วินัย"แต่ด้วยสถานการณ์อาจทำให้เขาต้องตัดสินใจที่จะร่วมกับ"พล.อ.สพรั่ง"ที่มีกลุ่มทุนของ"ประชัย"ยังคงให้การสนับสนุน รวมไปถึง"กลุ่มทุนเก่า"และ"ทุนอนุรักษ์"บางส่วน

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า จากดุลกำลังในกองทัพเวลานี้ พบว่า กำลังส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่กับฝ่าย"พล.อ.สนธิ"หรือ"พล.อ.สพรั่ง"โดยกำลังส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การกุมสภาพของ"ผู้ใหญ่"ผ่าน"พล.อ.อนุพงศ์"อย่าง
ไรก็ตามในส่วนของกำลังที่เคลื่อนเข้ามาล่าสุดหลายกองพัน จากกองพลที่ ๒
นั้น สายข่าวทางทหารยังไม่ยืนยันว่า กำลังทั้งหมดจะอยู่ฝ่ายใด
เพราะกำลังส่วนดังกล่าวตลอดระยะเวลาหลายเดือมีการการเข้ากุมสภาพจากหลายฝ่าย
ซึ่งรวมถึงฝ่าย"ผู้ใหญ่"ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ผลจากพระราชดำรัส
เมื่อค่ำวันพฤหัส(๒๔พ.ค.)ที่ทรงให้ผู้พิพากษา"ทำอย่างตรงไปตรงมา"นั้น
มีรายงานว่าได้เกิปฏิกริยาขึ้นในบรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์
และพรรคไทยรักไทย โดยในส่วน
ของพรรคไทยรักไทย
มีการให้แกนนำของพรรคออกมาแสดงความมั่นใจกับหลายฝ่าย
ทั้งต่อสาธารณะผ่าน"จาตุรนต์ ฉายแสง"ว่า
ในทางการต่อสู้ตามกฎหมายพรรคจะไม่ถูกยุบแน่นอน แต่ในทางการเมือง
ที่คมช.และรัฐบาลปัจจุบันแสดงท่าทีต้องการ"ยุบพรรคไทยรักไทย"นั้น
ยังไม่แน่...ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์
มีท่าทีจากหลายส่วนโดยเฉพาะปีกของ"สุเทพ เทือกสุบรรณ"มีการประกาศว่า
ถ้าพรรคถูกยุบเขาจะเลิกเล่นการเมือง ขณะเดียวกัน ซึ่งมีรายงานว่า
"นายสุเทพ"ได้เตรียมเคลื่อนมวลชนจากภาคใต้ตอนบน จ.ชุมพร สุราษฎร์
นครฯเข้ามาจำนวนมาก สำหรับวันที่ ๓๐ พ.ค.ที่จะมีคำตัดสิน

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวทางทหาร" รายงานว่าสำหรับ"โจ้ พาวเวอร์เจล"แห่งพันธมิตรฯ นั้น ได้ส่งผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวของแกนนำพันธมิตร หลายส่วน รวมถึง"เพียร ยงหนู"และ"ไพศาล พืชมงคล"และพันธมิตรสาย สนช."ประพันธ์ คูณมี" "น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ"ที่เชื่อมโยงกับพรรคประชาธิปัตย์ รวมไปถึงความเคลื่อนไหวของ"เสธแดง"ในคืนที่มีการเคลื่อนกำลังสัปดาห์ก่อน ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า"เสธแดง" อาจเข้าร่วมในปฏิบัติการฝ่าย"พล.อ.สพรั่ง"ทั้งนี้โดยมีการต่อเชื่อมความสัมพันธ์ของเขาเข้ากับ"ไตรรงค์ สุวรรณคีรี"แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่อาจได้รับผลกระทบในคดียุบพรรคด้วย ซึ่งกรณี"พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์"ที่ฟ้องร้อง"เสธแดง"และศาลให้มีการออกหการมายเรียกนั้น อาจเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ การสกัดด้วย

@@นอกจากนี้ยังมีการให้จับตาความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.พัลลภ"ที่มีรายงานการเชื่อมโยง เหตุการณ์ระเบิด ๙ จุด และ"คาร์บ๊องค์"ลอบสังหาร"ทักษิณ"เข้าด้วยกันกับ ความเคลื่อนไหวของ"โจ้"และกลุ่ม"จรยุทธ์"ราว ๒๐๐ คน ในช่วงการเคลื่อนไหวของ"พันธมิตร"โดย
มีการติดต่อลับๆกลับไปยังบรรดาแกนนำที่เข้าร่วมปฏิบัติการจรยุทธ
และมีความเชี่ยวชาญด้านการทหาร ให้เข้ามาร่วมปฏิบัติการ
แต่บางส่วน"ปฎิเสธ"ทำให้เหลือผู้ปฏิบัติการราว ๑๐๐ คน


ยุบพรรคทรท./ระวังบึ้ม/สร้างสถานการณ์

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานสถานการณ์หลังมีคำตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิ์ กรรมการบริหารพรรค ๑๑๑ คน ที่ทำให้เกิดปฏิกริยาจาก"จาตุรนต์ ฉายแสง"และบรรดาสมาชิกรวมถึง"มวลชน"ของพรรคไทยรักไทย "หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า จากผลคำวินิจฉัย ตั้งแต่ช่วงที่มีการตัดสินพรรคประชาธิปัตย์
บรรดาแกนนำพรรคไทยรักไทย ก็เริ่มรับรู้แล้วว่า
สถานการณ์มีความไม่น่าไว้วางใจ
โดยเฉพาะคำแถลงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีข้อความเนื้อหา
มุ่งโจมตี
"พ.ต.ท.ทักษิณ"อย่างหนัก ทั้งวาทกรรม และเนื้อหา ที่สอดรับกับ
พรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตร จนหลายฝ่ายเริ่มมีการวิจารณ์
ซึ่งประเด็นคำวินิจฉัยนี้"จาตุรนต์"ยืนยันว่าเขารับไม่ได้
และเตรียมที่จะแถลงข่าวอีกครั้งเพื่อวิเคราะห์คำวินิจฉัยของศาล
ในวันพรุ่งขึ้น(๓๑พ.ค.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ผลคำตัดสินครั้งนี้กระทบนักการเมืองหลายฝ่าย ไทยรักไทย โดยเฉพาะ บรรดากลุ่มการเมืองที่ย้ายออกไปจากไทยรักไทย อย่างกลุ่มของ"สมศักดิ์ เทพสุทิน"หรือ"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์""พินิจ จารุสมบัติ"ฯลฯ
ซึ่งมีการวิเคราะห์กันในหมู่นายทหารว่า กลุ่มการเมืองเหล่านี้
ทีแรกมีทีท่าจะสมานฉันท์ทางการเมืองกับ คมช.
แต่นาทีนี้อาจนำมวลชนเข้ามาผสมโรง
เพราะแต่ละคนเป็นนักการเมืองระดับที่มี"มวลชน"ในมือจำนวนมาก

@@อย่าง
ไรก็ตามก่อนหน้าคำตัดสิน นี้ เมื่อเวลา ๒๑.๓๐น.
"หน่วยข่าวลับ"รายงาน(เฉพาะกิจ)
ถึงสถานการณ์การพิจารณาคดียุบพรรค(๓๐พ.ค.๕๐)หลังจากที่ศาลมีมติยกคำร้องพรรค
ประชาธิปัตย์ โดยมีรายงานว่า ตุลาการมีมติ
เอกฉันท์ไม่ยุบพรรคประชาธิปัต
ย์ ๙ ต่อ ๐ มติยุบพรรค ประชาธิปไตยก้าวหน้า ๖ ต่อ ๓
โดยมีรายงานจาก"ข่าวกรองทหาร"ระหว่างมีการอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคใน"กลุ่ม
ที่๒"ที่มีพรรคไทยรักไทย ร่วมอยู่ด้วย ว่า
จะมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค"ไทยรักไทย"ค่อนข้างแน่นอน
และรวมถึงการตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคของพรรคไทยรักไทยด้วย
โดยรายงานชิ้นนี้ระบุว่า ตามแผนปฏิบัติการ"พิทักษ์๑"ที่"พล.ท.ประยุทธ์
จันทร์โอชา"แม่ทัพภาคที่ ๑
ได้ส่งกำลังกุมสภาพพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯโดยเฉพาะ สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง
และ สถานีไทยคม (โดยน่าสังเกตว่าสถานีโทรทัศน์ทุกช่องรวมถึงเนชั่น
ถ่ายทอดการแถลงของตุลาการรัฐธรรมนูญมีลักษณะเหมือนกันเกือบทุกช่อง)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ม็อบกลุ่มวันเสาร์ ได้เลิกเวทีสลายการชุมนุมก่อนช่วง ๔ ทุ่ม
หลังจากมีข่าวว่า
อาจจะมีการเข้าเคลียร์กลุ่มผู้ชุมนุมโดยกำลังที่วางอยู่ตามสถานที่ต่างๆของ
ทหาร โดยมีรายงานว่า เมื่อศาลมีคำตัดสินว่าให้"
ยุบพรคไทยรักไทย"ในคืน
นี้ อาจเกิด"สถานการณ์ไม่เรียบร้อย"ในหลายพื้นที่สำคัญเกิดขึ้นทันที
จากนั้น อาจมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ว่าม"กลุ่มอำนาจเก่า"ไม่พอใจผลคำตัดสิน
และทำการสร้างสถานการณ์(หลังจากที่ก่อน
หน้านี้"ไทกร"ออกมาปูดข่าวไว้
แล้วว่าจะมี"หน่วยจรยุทธ์"ของ"กลุ่มอำนาจเก่า"ออกปฏิบัติการ )
และกำลังทหารจะเข้าจับแกนนำพรรคไทยรักไทย
และแกนนำม็อบหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมต้านรัฐประหาร
โดยจะมีการระบุว่าสถานที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือของ"กลุ่มอำนาจเก่า"(เมื่อช่วง
เช้า"พล.อ.สพรั่ง"ยืนยันกับสื่อหลายสำนักว่าเขาได้สั่งให้มาร์คตัว"แกนนำ
"ที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังม็อบหลายคนไว้แล้ว
และพร้อมเข้าควบคุมตัวได้ทันทีเมื่อเกิด

สถานการณ์-ซึ่งในช่วงบ่าย
ได้มีการประชุมระหว่าง"พล.อ.สุรยุทธ์"กับ"พล.อ.สนธิ"และคมช.
เพื่อพร้อมรับมือสถานการณ์
โดยเฉพาะการที่นายกฯจะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ)

@@อย่าง
ไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า
ก่อนหน้าที่จะมีคำตัดสิน"คดียุบพรรค"ตลอด ๔ ชั่วโมงกว่า
ตลอดคืนที่ผ่านมา(๒๙พ.ค.)มีการเจรจาต่อรองของหลายฝ่ายโดยเฉพาะ
คมช.โดย"พล.อ.สนธิ"ที่เข้าไปบัญชาการอยู่ที่"พล.๑"โดยรายงานจากหน่วย
ข่าวกรองทหาร ระบุว่า การเจรจาต่อรองคดียุบพรรค ได้ยุติลงเมื่อเวลา
๐๘.๐๐น.ของวันนี้(๓๐พ.ค.)โดยได้ข้อสรุป
คือ"ไม่ยุบทั้งสองพรรค"และให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อกรรมการบริหารพรรคของ
ทั้งสองพรรคที่ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็น "นายสุเทพ
เทือกสุบรรณ""นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"ของพรรคประชาธิปัตย์ หรือ"พล.อ.ธรรมรักษ์ อิสรางกูร ณอยุธยา"และ"นายพงษ์ศักดิ์ รัตพงศ์ไพศาล"

@@อย่างไรก็ตามข้อตกลงดังกล่าว มีปัจจัยแทรกซ้อน และเปลี่ยนแปลง ในห้วงบ่าย โดย "หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การเจรจาต่อรอง ตลอดคืนที่ผ่านมาจนถึง ๘ โมงเช้า มีการตกลงกันที่
คำตัดสินในวันนี้ของ ตุลาการทั้ง ๙ จะออกมาในรูปแบบการหาทางออก ว่า
กฎหมายไม่สามารถมีผลย้อนหลัง
เนื่องจากที่มาของตุลาการรัฐธรรมนูญมาจากการแต่งตั้งของ คมช.
ไม่ได้เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐
ที่มาจากกระบวนการปกติในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้ง กฎหมายพรรคการเมือง
ตามที่ประกาศคปค. อ้างถึง ก็ถือเป็นการให้คุณให้โทษทางกฎหมายย้อนหลัง
ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรคหรือในประเด็นการลงโทษตัดสิทธิ์นักการเมือง ๕ ปี
ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นกรณีความผิดของ"บุคคล"ไม่ใช่พรรค
ดังนั้นในชั้นนี้ ทำให้ตุลาการรัฐธรรมนูญอาจไม่มีอำนาจ ในการวินิจฉัย
แต่แนวทางดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับจาก"ผู้ใหญ่"ที่ต้องการให้เป็นไปตามพระ
ราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ทรงต้องการให้ทุกอย่างดำเนินการไปตามกฎหมาย ตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง
ซึ่ง"สัญญาน"นี้ได้รับการตอบรับจาก ตุลาการทั้ง ๙ ทำให้สถานการณ์ หลัง ๘
โมงเช้า มีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะ
สัญญานจาก"บ้านสี่เสาฯ"และ"ผู้ใหญ่"อีกท่าน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ผลจากข้อตกลงที่เปลี่ยนแปลง
ได้ก่อให้เกิดความไม่สบายใจของ"พล.อ.สนธิ"และได้เกิดแรงกดดันไปยังตุลาการ
รัฐธรรมนูญอีกครั้งในช่วงบ่าย (๓๐พ.ค.)ซึ่งแรงกดดันดังกล่าว ทำให้สถานการณ์
เปลี่ยน
ไป โดยจาก"ผล"คดีของพรรคประชาธิปัตย์
และการตัดสินยุบพรรคเล็กประชาธิปไตยก้าวหน้าโดย"ตัดสิทธิ์"กรรมการบริหาร
พรรค ๕ ปี ทำให้"สัญญาน"ในทาง"ลบ"กับพรรคไทยรักไทย มีความชัดเจนมากขึ้น
และมีการต่อเชื่อมกับกระแสข่าวลือรวมถึงใบปลิวโจมตี
"พล.อ.สนธิ"ก่อนหน้านี้(๒๙พ.ค.)รวมไปถึงกระแสข่าวจากผู้ใกล้ชิดนักการเมือง
ระดับ"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งที่ใกล้ชิดฝ่ายพันธมิตร
ที่เตือนลูกเมียของคนใกล้ชิด
ว่าอย่าเดินทางไปต่างจังหวัดในวันพรุ่งนี้(๓๑พ.ค.)เพราะอาจจะกลับเข้ามา
กรุงเทพฯไม่ได้ เนื่องจากสถานการณ์อาจเกิดความรุนแรง
โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างทหารที่ไม่น่าไว้วางใจ
ซึ่งข่าวนี้ตรงกับความเคลื่อนไหวของกำลังทหารฝ่าย"ผู้ใหญ่"ที่เตรียมพร้อม
ปฏิบัติการเช่นกันหากมีการเคลื่อนไหวของกำลัง"พล.อ.สนธิ"ในการซ้ำหรือซ้อน
โดย"พล.อ.สพรั่ง"..สถานการณ์ดังกล่าวจึงทำให้หลายฝ่ายกังวลใจต่อการปะทะกัน
ที่อาจเกิดขึ้นหากมีการสร้างสถานการณ์เกิดขึ้นจริง.

@@อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้(๒๙พ.ค.)"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวก่อนการตัดสินคดียุบพรรค(๓๐พ.ค.๕๐)ว่า
ตลอดทั้งวันของวันที่ ๒๙ พ.ค.๕๐
นอกจากกระแสข่าว"การปฏิวัติ"และข่าวปล่อยทางอีเมล์
อินเตอร์เน็ต
เกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของ พล.อ.สนธิ"ต่ออำนาจฝ่ายการเมือง
ได้มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของหลายฝ่ายเพื่อเจรจาต่อรอง
โดยเฉพาะในส่วนของ คมช.มีรายงานว่า
นับตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้า(๒๙พ.ค.๕๐)
มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สนธิ
"พร้อมๆกับความเคลื่อนไหวของกำลังทหารที่เข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวนมาก
ทั้งจาก ราบ ๒๑ ,กองทัพภาคที่ ๒,๓ กองพลที่ ๙ ฯลฯ
ตาม"แผนพิทักษ์๑"โดยอ้างว่าเพื่อมาสกัดม็อบของฝ่ายต่างๆที่เตรียมเคลื่อนไหว
หลังผลคำตัดสินคดียุบพรรค โดยเฉพาะ"มวลชน"ของทั้งพรรคประชาธิปัตย์
และไทยรักไทย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"พล.อ.สนธิ"ได้ตั้งศูนย์บัญชาการที่ พล๑
รอ.ส่วนที่"พล.ม.๒"มีการให้กำลังของ"พล.อ.สพรั่ง"ดูแล ซึ่งรวมถึงกองพล
ปตอ.และ บริเวณท่าอากาศยานต่างๆ รวมไปถึงสถานีดาวเทียมไทยคม
และตลอดทั้งคืนได้มีการเจรจาต่อรอง เกี่ยวกับคดียุบพรรค
โดยมีการเจรจาต่อรอง
ที่จะ"ไม่ยุบทั้งสองพรรค"แต่จะเอาผิดกรรมการบริหารพรรคฝั่งละ
๑คน(ซึ่งก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาลอีก) คือ"นายสุเทพ
เทือกสุบรรณ"ของพรรคประชาธิปัตย์ และ"พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ
อยุธยา"กรรมการบริหารของไทยรักไทย โดยข้อเสนอนี้
มีรายงานว่าตัวแทนฝ่ายตุลาการได้มีการนำกลับไปพิจารณา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
เมื่อเวลา ๑๘.๐๐น.(๒๙พ.ค.๕๐)ว่า มีรายงานออกมาจากฝ่ายทหารอ้างคำสั่งของ
คมช.โดย"พล.อ.สนธิ"ให้สแตนบายตามสถานีโทรทัศน์ และมีรายงานที่ไม่ยืนยันว่า
อาจจะมีการประกาศบางอย่างผ่านสถานีโทรทัศน์ในช่วงเวลา
๑๙.๐๐น.(แต่พอถึงเวลาก็ไม่มเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อเจรจาต่อรองที่มีการเจรจากันในระดับสูง ๒ ข้อ(ช่วงก่อนวันที่
๒๙พ.ค.) คือ ๑.ตัดสินไม่ยุบพรรคทั้ง ๒ พรรค
ลงโทษกรรมการบริหารพรรคฝ่ายละคน และ ๒.ให้"พล.อ.สุรยุทธ์"ลาออก หลัง
จากกลับจากเยือนจีน ซึ่งข้อนี้มีรายงานว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"พร้อมที่จะลาออกแต่ถูกักท้วงจาก"ผู้ใหญ่"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
การเจรจาที่ไม่สามารถตกตลงกันได้เป็นที่มาของการระดมกำลังเข้าพื้นที่
กรุงเทพฯ ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า เมื่อช่วงเย็น(๒๘พ.ค.)คณะ"วอร์รูม"ของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ที่มี"พล.อ.วัฒนชัย ฉายเหมือนวงศ์"เป็น
หัวหน้าคณะ ที่เพิ่งเข้าไปตั้งศูนย์วอร์รูม
ได้ทำการขนของเข้าไปในที่ทำงานในทำเนียบ
และสวนทางกับคณะของรัฐมนตรีหลายรายที่ขนของออกจากทำเนียบฯ
ทั้งนี้มีรายงานว่าขณะนี้ มีวอร์รูมอยู่ ๒ คณะ คณะหนึ่งเป็นของ"นายธีรภัทร
เสรีรังสรรค์"รมต.ประจำสำนักนายฯ ที่มี"นายประสาน
มฤคพิทักษ์"เป็นหัวหน้าคณะ
ขณะที่อีกชุดที่ขึ้นกับ"พล.อ.สุรยุทธ์"เพิ่งตั้งวานนี้ (๒๘พ.ค.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสถานการณ์ตลอดวันของวันที่ ๒๙ พ.ค. นอกจาก
ข่าวการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวในหลายจุด
และการประกาศหยุดเรียนของโรงเรียนราชินี ในวันที่ ๓๐ พ.ค.
ยังมีกระแสข่าวลือการปฏิวัติไปตาม

ออฟฟิศต่างๆทั้งผ่าน SMS
และอีกเมล์ รวมไปถึงใบปลิวโจมตี"พล.อ.สนธิ"นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าว
การคุมกำลังบริเวณสนามบินทุกจุดของ"พล.อ.สพรั่ง"และข่าวอาจจะมีการควบคุม
"พล.อ.สุรยุทธ์"ขณะลงเครื่องจากการกลับจาก

จีน
และประกาศควบคุมสถานการณ์ของ คมช. โดยสัญญานขณะนี้
ในส่วนของแกนนำพีทีวี.มีหลายคน
หลบไปตามเซฟเฮาท์ต่างๆเพราะไม่แน่ใจในสถานการณ์ ด้วย


@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่า มีสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ
โดยเฉพาะ"ปรากฎการณ์จากข้อสรุปของศาล ที่เปลี่ยนไป ในช่วงบ่าย
ที่มีกระแสข่าว"วงใน"ว่า"พล.อ.เปรม"และ"ผู้ใหญ่อีกท่าน"ซึ่งอาจอยู่เบื้อง
หลัง"ความเปลี่ยนแปลง"นี้

ซึ่งสถานการณ์หลังจากวันตัดสิน(๓๐พ.ค.)นี้ไป สถานการณ์ยังคงไม่เป็นที่น่าไว้วางใจต่อการสร้างสถานการณ์ของหลายฝ่าย

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:40 am

สัญญานผ่านพจมาน๑๙มิ.ย./มวลชนทรท.เคลื่อน/ระวังนองเลือด/สพรั่งอ่วมญี่ปุ่นฟ้อง/ใต้อันตราย/ระแวงบิ๊กบัง
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวการชุมนุมทางการเมืองและควมเคลื่อนไหวของทหารในระยะ
หลังจากที่"ตุลาการรัฐธรรมนูญ"มีคำวินิจฉัย
ให้"ยุบพรรคไทยรักไทย"และตัดสิทธิ์ทางการเมือง ๑๑๑
กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ๕ ปี แต่"ไม่สั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์"ว่า
สถานการณ์นับจากนั้นได้มีการส่ง"สัญญาน"จาก"พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร"อดีตหัวหน้าพรรค ให้แกนนำ สมาชิก หลายฝ่าย
เตรียมแผนเดิมที่เคยเตรียมนำมาใช้เมื่อครั้งก่อนการถูก"ยึดอำนาจ"นั่นคือ
"แผนระดมมวลชน"ของพรรคไทยรักไทย ที่สามารถจัดตั้งได้ไม่ต่ำกว่า ๑-๒
ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งสอดรับกับที่"น.พ.วิชัย
ชัยจิตวนิชกุล"อดีตส.ส.ระบุว่าจะสามารถระดมคนได้ถึง ๑๕ ล้านคนทั่วประเทศ
ภายใต้ยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง
ในขณะที่บรรดาสมาชิกได้ทำการตั้งกลุ่ม"คนรักทักษิณ
ต้านเผด็จการ"เพื่อเป็นการประกาศตัวชัดว่าจะต่อต้าน คมช.
หลังจากที่ก่อนหน้ามีเพียงการเคลื่อนไหวของ ๑๒
องค์กรต้านรัฐประหารที่ขับเคลื่อนโดย"น.พ.เหวง โตจิราการ""น.พ.สันต์
หัตถีรัตน์"และ"นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ"แห่งสมาพันธ์ประชาธิปไตย
กลุ่มคนวันเสาร์ และกลุ่ม ๑๙ กันยาต้านรัฐประหารของ"อ.ใจ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ตามแผนที่ว่านั้น จะให้อดีต ส.สแต่ละจังหวัดของพรรคไทยรักไทย
ที่แม้จะกระจัดกระจายไปตามกลุ่มต่างๆเช่น มัชฌิมา กลุ่มสมานฉันท์ ฯลฯ
บ้างแล้ว ทำการจัดตั้งมวลชน ผ่านหัวคะแนนให้ได้
ตามเป้าหมายที่เคยมีการทดลองมาแล้ว
ทั้งนี้"สัญญาน"การสู้ของ"ทักษิณ"สะท้อนผ่านการขอเลื่อนคดีไปศาลของ"คุณหญิง
พจมาน ชินวัตร"ที่ คตส.ฟ้อง ไปวันที่ ๑๙ มิ.ย.
เพราะสถานการณ์ระหว่างนี้ไมน่าไว้วางใจโดยเฉพาะ แม้จนถึงวันนี้
ยังคงมีการตรึงกำลังทหาร ไว้ทั่วกรุงเทพฯโดยอยู่ตามค่ายทหาร
รวมถึงรอบๆบริเวณของพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
ที่มีการเพิ่มกำลังทั้งอาวุธยุทโธกกรณ์ และกำลังพล ที่มีการตั้งเตนท์ทหาร
ไม่เพียงแค่การรักษาความปลอดภัยโดยรอบของรั้วอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ด้วยว่า ฝ่ายทหารภายใต้การกำกับดูแลของประธานคมช. ผ่านไปยัง
"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"แม่ทัพภาคที่ ๑ และ"พล.อ.สพรั่ง
กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ.ได้เคยซักซ้อม ทดสอบการเคลื่อนกำลังปฏิบัติการ
ในสถานการณ์วิกฤติ ตามแผน"พิทักษ์๑"เมื่อครั้งวันที่ ๒๙ ต่อเนื่องวันที่
๓๐ พ.ค.๕๐
ที่มีการตัดสินคดีของ"ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ"โดยมีการเคลื่อนกำลังเข้าประจำ
จุดยุทธศาสตร์ สถานีโทรทัศน์ และสถานที่ราชการสำคัญ
พร้อมทั้งให้แต่ละสถานีทั้งฟรีทีวี ๓ -๕-๗-๙-๑๑ ไอทวี -เนชั่นทีวี ยูบีซี
มีการถ่ายทอดสัญญานการวินิจฉัยคดี ตลอดกว่า ๑๐ ชั่วโมง
รวมทั้งมีการบล็อกสัญญานเวปไซต์การเมืองหลายแห่ง โดยเฉพาะเวปไซต์พันทิพ
ที่ฝ่ายเคลื่อนไหวใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารระดมคนชั้นกลางไปชุมนุม
เพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถกุมสภาพการสื่อสาร และควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด
ขณะเดียวกันในส่วนของแกนนำพรรค อดีตส.ส.ก็ถูกสั่งประกบ ๕ ต่อ ๑ ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้
มีสัญญานจากการที่"พล.อ.สุรยุทธ์"เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อ ๒ วันก่อน ซึ่งสัญญานนี้มีควมเกี่ยวพันไปถึงการไม่ยกเลิกประกาศ
คปค.ฉบับที่ ๒๗ มีเพียงการแก้ไข ประกาศคปค.ฉบับที่ ๑๕
ที่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้เท่านั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"ขอ
ให้จับตาสถานการณ์ที่กำลังนำไปสู่เหตุการณ์คล้ายกับเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๑๖
ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อชนชั้นปกครองยุคสมัยนั้น
มีการใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ
ที่จะทำให้สถานการณ์ดำเนินไปสู่สภาพการณ์"นองเลือด"โดยข้อมูลนี้
กำลังเป็นที่กังวลของนายทหารระดับสูงในกองทัพ
เพราะสภาพเหตุการณ์การชุมนุมของ พีทีวี.ที่แปรรูปขบวนเป็น
ม็อบต้านรัฐประหารเต็มรูปแบบ
ได้รับการสนับสนุนจาก"กลุ่มทุนใหม่"หลายส่วนในการส่งกำลังบำรุง
ที่ไม่ได้มีแต่เพียงท่อน้ำเลี้ยงจาก"พ.ต.ท.ทักษิณ"เท่านั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า จากผลคำตัดสินของ"ตุลาการรัฐธรรมนูญ"ที่กำลังมีการขยายผลจาก
นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา
และกลุ่มนักศึกษานิติศาสตร์หลายมหาวิทยาลัย
มีการต่อเชื่อมไปยังเครือข่ายนักกฎหมาย และองค์กรด้านกฎหมาย
รวมถึงสถาบันวิชาการในต่างประเทศ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อแวดวงกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมของไทย
ที่ถูกลากดึงเชื่อมโยงมาสู่เกมการเมืองของกลุ่มอำนาจ
ที่ปรากฎว่าได้เริ่มมีองค์กรระดับโลกหลายแห่งส่งสัญญานบางอย่างผ่าน ฑูตไทย
มายังกระทรวงการต่างประเทศจำนวนมาก ที่แม้ไทยจะมีการจัดชี้แจงโดยให้"จรัญ
ภักดีธนากุล"ไปชี้แจงแต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น
ทั้งนี้เพราะมีการติดภาพว่ารัฐบาลปัจจุบันยังไม่เป็นประชาธิปไตย
และคณะตุลาการ ยังคงอยู่ภายใต้ คมช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าการเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ที่ว่าจะมีการเปลี่ยนบอร์ดการท่าอากาศยาน
(ทอท.)หรือแม้กระทั่งการลาออกจากบอร์ดของเขานั้น
ไม่ใช่มีผลจากเพียงการฟ้องร้อง๗ หมื่นล้าน ของ"คิงพาวเวอร์"หากแต่
ขณะมีได้มี เจ้าหน้าที่ และ
นักธุรกิจหลายส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการที่ทหารเข้ามาดูแลผลประโยชน์ใน
บอร์ดทอท.เริ่มแสดงปฏิกริยา
และที่น่าจะเป็นประเด็นทีจะเป็นเรื่องใหญ่เร็วๆนี้ คือ
การเตรียมเคลื่อนไหวฟ้องร้องการท่าอากาศยานไทย และรัฐบาลไทย
ต่อศาลประเทศญี่ปุ่น ของกลุ่มธุรกิจก่อสร้างบริษัทโคบายาชิ
ที่ร่วมกับอิตาเลียนไทย ก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ
ซึ่งหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นประเทศไทยจะได้รับความเสียหาย
ในด้านความน่าเชื่อถือ และต้องเสียค่าปรับมหาศาล
โดยประเด็นที่เป็น"จุดตัด"คือ กรณีที่ฝ่ายบอร์ด ภายใต้การดูแลของทหาร
จะให้บริษัทผู้ทำการก่อสร้างรับผิดชอบทำการซ่อมแซมสนามบินที่มีรอยร้าว
โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ซึ่งปรากฎว่าฝ่ายวิศวกรของบริษัทตรวจพบหลักฐาน"อันเชื่อได้ว่า"ในช่วงเกิด
สถานการณ์น้ำท่วม(หลังจากมีการรัฐประหาร ๑๙ก.ย.๔๙ไปแล้วหลายเดือน)
ได้มีขบวนการลักลอบปล่อยน้ำจากภายนอกเข้ามาท่วมแท็กซี่เวย์ของสนามบิน
โดยมีหวังผลทางการเมือง และผลประโยชน์
ในการจัดการกับกลุ่มอำนาจเก่า(รัฐบาลเก่า)และผลประโยชน์จากการย้ายสนามบินใน
ประเทศไปยังดอนเมือง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อมูลและความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้มีนายทหารหลายนายที่อยู่ในบอร์ด
ยื่นใบลาออกอย่างเงียบๆจำนวนมาก เพราะหวั่นเกรงว่าจะกระทบถึงพวกตน
เมื่อมีการฟ้องร้องต่อศาลญี่ปุ่น
ที่นอกจากจะต้องมีการตั้ง"อัยการ"ไปว่าความที่ขณะนี้ยังไม่มีใครรับอาสา
แล้วอาจจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนไปถึงบรรดาผู้เกี่ยวข้อง
ระหว่างที่เกิดน้ำท่วมทั้งหมด ซึ่ง"หน่วยข่าวลับ"เคยรายงานไปแล้วว่า
คณะนายทหารที่เข้ามาเป็นบอร์ดหลายท่าน รวมไปถึงคณะบุคคลหลายฝ่าย
เกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้
โดยเฉพาะก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะหาผู้รับเหมาใหม่เข้าไปซ่อมแซมโดยใช้
งบประมาณรัฐบาล แต่ถูกทักท้วงว่า
ควรจะให้บริษัทญี่ปุ่นที่ก่อสร้างรับผิดชอบซึ่งเมื่อมีการมาเรียกร้องกดดัน
ต่อบริษัทญี่ปุ่น จึงทำให้เกิดความไม่พอใจจาก"เจบิก"รวมถึงรัฐบาลญี่ปุ่น
ต่อรัฐบาลไทย
อันทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ก่อนหน้านี้ไม่ประสบผลอะไร
เป็นชิ้นเป็นอัน
ในขณะที่"พ.ต.ท.ทักษิณ"กลับมีการเคลื่อนตัวสานสัมพันธ์กับรัฐบาลญี่ปุ่น
อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสัญญานความเสียหายต่อประเทศหลายด้านจากทั้งภายใน(กรณีปัญหา ๓
จังหวัดชายแดนภาคใต้) และภายนอก ทำให้"ผู้ใหญ่"และบรรดานายทหารระดับสูง
หลายฝ่ายไม่สบายใจ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่"ผู้ใหญ่"ระดับสูง
เป็นห่วงอย่างมากคือ สถานการณ์ภาคใต้
ที่มีการกระจายตัวของ"มวลชน"ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม"อำนาจรัฐ"ไปเป็นวงกว้าง
จนหลายพื้นที่กลายเป็น"พื้นที่สีแดง"และกำลัง"ตีโอบ"การปฏิบัติการ
และการสร้างสถานการณ์ เข้ามาในเมือง ผ่านสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
ที่พบว่ามีนักศึกษามุสลิมทั้งจาก ม.รามคำแหง และ มอ.
รวมไปถึงสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอิสลาม
เข้าร่วมในการปฏิบัติการชุมนุม กดดันขับไล่เจ้าหน้าที่รัฐ
ทหารออกจากพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์ที่ไม่สงบในพื้นที่ ๓
จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประเด็นที่"ผู้ใหญ่"แสดงความกังวลกับ"พล.อ.สุรยุทธ์
"ถึงขนาดมีการระบุว่า หากไม่เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเปลี่ยนตัว
ผบ.ทบ."พล.อ.สนธิ"จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ซึ่งก่อนหน้านี้"พล.อ.สุรยุทธ์"ก็เคยพยายามที่จะส่งสัญญานนี้ให้กับ"พล.อ.
สนธิ"ทราบแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด
จนเป็นที่วิพากษวิจารณ์ว่า"พล.อ.สนธิ"ให้ความสำคัญกับกาต่อสู้ทางการเมือง
กับกลุ่มอำนาจเก่า"ทักษิณ"มากกว่า การลงไปดูสถานการณ์ใต้
ซึ่งเป็นที่มาของกระแสข่าว"ปลด ผบ.ทบ."ประกอบกับ
มีการแสดงท่าทีเกาเหลาเกิดขึ้นระหว่าง"พล.อ.สนธิ"กับ"พล.อ.สุรยุทธ์"เมื่อ
หลายเดือนก่อน ที่ทำให้เกิดข่าวว่าประธานคมช.เตรียม”ปลด นายกฯ”เช่นกันด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสาเหตุที่ทำให้"ผู้ใหญ่"ไม่ไว้วางใจว่า"พล.อ.สนธิ"จะจัดการกับปัญหาความ
รุนแรง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ นอกจาก
คำร้องเรียนจากบรรดานายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายนายที่ได้รับการร้องเรียนจากนาย
ทหารชั้นผู้น้อยนับตั้งแต่เรื่องการถูกหักค่าเบี้ยเลี้ยงสงคราม
ความล่าช้าในการเบิกจ่าย
รวมไปถึง"ความไม่เป็นธรรม"ของทหารหลายหน่วยที่ถูกโยกไปประจำการในพื้นที่
เกือบทั้งหน่วย
เพราะเหตุว่ากำลังของหน่วยนั้นขึ้นตรงต่อ"พล.อ.อนุพงศ์"โดยตัวอย่างที่เกิด
ขึ้นชัดเจนคือ การย้ายทหารทั้งกรมจาก ราบ๑๑ ลงไปในพื้นที่ และนำทหาร
รบพิเศษ เข้ามาแทน เพื่อตรึงสภาพกำลังในกรุงเทพฯ
ขณะที่"พล.อ.สนธิ"มีการย้ายบ้านเข้าไปอยู่ใน ราบ ๑๑ และไม่ค่อยจะลงพื้นที่
๓ จังหวัดภาคใต้มากไปกว่าการเดินสายพบปะกับ"มวลชน"ของ
กอ.รมน.ที่จัดตั้งในพื้นที่ ภาคอีสาน เหนือ
และรวมถึงการให้ความสนใจภัยจาก"ทักษิณ"มากกว่าภัยจากความรุนแรงในพื้นที่ภาค
ใต้ ที่มีทหาร พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า นอกจากเรื่องนี้ แล้ว
ประเด็นที่"พล.อ.ณพล"เคยมีการหารือกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายส่วน คือ
ความกังวลที่ทุกฝ่ายมีต่อทีมงานของ"พล.อ.สนธิ"โดยเฉพาะ คณะที่ปรึกษาที่ ๓
ใน ๔ ส่วนเป็นชาวมุสลิม โดยมี"อิสมาแอลรุซฟีร์
จาปากียา"อธิการบดีวิทยาลัยอิสลามยะลา เป็นหนึ่งในคณะ
ซึ่งเกี่ยวกับ"นายอิสมาแอล"ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับความเชื่อถือจากนักวิชาการ
ด้านอิสลามหลายฝ่ายในภาคใต้ และในภูมิภาคเอเซียนั้น จากรายงานลับ ของ
“หน่วยข่าวกรอง” ที่เคยทำงานให้กับ"พล.อ.ชวลิต"เคยรายงานไว้เมื่อปี ๔๗ ว่า
อาจมีการเชื่อมต่อกับฐานฝึกกำลังที่บ้านบาโอ
และอาจโยงเชื่อมต่อกับ"อิสลามบริสุทธิ์"(วาหะบีย์)
ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงในภูมิภาคนี้ โดยเชื่อมกับขบวนการมุสลิมใน
อินโดนิเซีย มาเลเซีย และยังต่อเชื่อมกับคนไทย
ที่เป็นตัวแทนฝ่าย"ทุนอนุรักษ์"ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้บริหารในรัฐบาล
ผ่าน"กองทุน"บางกองทุน
ซึ่งขบวนการชั้นบนนี้"หน่วยข่าวกรองทางทหาร"เคยติดตามความเคลื่อนไหวและต่อ
เชื่อมกับ ขบวนการแบ่งแเยกดินแดน ที่แตกตัวเป็นกลุ่มเล็กๆ
ที่บางส่วนรับงานจากนักการเมือง ทหาร ตำรวจ ผู้มีอิทธิพล
ปฏิบัติการในพื้นที่มาช้านาน จนบางส่วนมีการ"เพาะกำลัง"ผ่านงบประมาณจากรัฐ
โดยมีภารกิจ"สร้างสถานการณ์"เพื่อให้เกิดการเพิ่มงบประมาณในแต่ละปี
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ได้พัฒนาเลยมาจากจุดนั้นแล้ว
ซึ่ง"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าด้วยว่า ข้อมูลหลายส่วน
มีการ"ต่อเชื่อม"กับเอกสารลึกลับ
ที่ถูกปล่อยออกมาโจมตี"พล.อ.สนธิ"ซึ่งกระจายไปตามชนชั้นกลาง
และแหล่งชุมชนต่างๆ เมื่อไม่นานมานี้ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า "พล.อ.สนธิ"ไม่ได้เกรงกลัวต่อ"ผู้ใหญ่"และพร้อมที่จะสู้อย่างแตกหัก
ทำให้ระยะหลังมีการส่งสัญญานจาก"ผู้ใหญ่"ไปถึง"พล.อ.ชวลิต"ให้เข้ามาช่วยจัด
กำลังนอกรูปแบบเพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยมีฉากหน้าว่า
"พล.อ.ชวลิต"เคลื่อนไหวทางการเมืองโดยมี"ร.ต.อ.เฉลิม"สนับสนุนให้มีการรวม
ศูนย์ฝ่ายการเมืองต่างๆเข้ามาตั้งพรรคการเมือง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าการ
ยืนยันขอลี้ภัยทางการเมืองของ"ทักษิณ"และขอตั้ง"รัฐบาลพลัดถิ่น"ในต่าง
ประเทศ นั้นเป็นเรื่องจริง
ซึ่งกระบวนการดำเนินการดังกล่าวจะต้องมีการยื่นคำร้องต่อองค์กรสหประชาชาติ
อธิบายถึงเหตุผล และสถานการณ์ที่เป็นเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในประเทศ
ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดปฏิกริยาไปยังรัฐบาลหลายประเทศ ทั้งอเมริกา
ญี่ปุ่น อังกฤษ แม้กระทั่งหลายประเทศใน อียู
ซึ่งกรณีดังกล่าวสอดรับกับการที่ล่าสุด
อียู.ได้ออกมาแสดงท่าทีต่อคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ว่าอยู่ภายใต้
คมช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ตัวแทนจากเยอรมันนี ที่ทำหน้าที่ประธาน EU ได้
ออกมาประณามและประท้วงการตัดสินของเก้าตุลาการรัฐธรรมนูญที่ออกคำสั่งยุบ
พรรคไทยรักไทย
โดยสหภาพยุโรปได้เชิญทูตไทยในประเทศต่างๆเพื่อประท้วงคำวินิจฉัยของตุลาการ
รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา
และแสดงความผิดหวังกับท่าทีของไทยที่บอกว่าจะพัฒนาประชาธิปไตยแต่กำลังทำ
สิ่งที่ตรงข้าม กำจัดคู่แข่งทางการเมือง 111 คนซึ่งเป็น สส.
สำคัญของประเทศ ทำให้การแข่งขันในระบอบประชาธิปไตยของไทยไม่มีความเป็นธรรม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การจัดตั้งกองกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.ที่กระจายไปยังจังหวัด
ของ"พล.อ.สนธิ"สามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปใน ตำบล และหมู่บ้าน
ในหลายพื้นที่แล้ว
ซึ่งกำลังส่วนนี้นี่เองที่นอกจากจะใช้สกัด"มวลชน"ของพรรคไทยรักไทย แล้ว
ยังจะสามารถขยายฐานทางการเมืองให้กับ"พล.อ.สนธิ"ในอนาคตได้ด้วย

@@อย่าง
ไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"ให้จับตาความเคลื่อนไหวของ"องค์กรครู"ที่ยืนยันการ
เข้าร่วมกิจกรรมการเคลื่อนไหวกับฝ่ายต้านรัฐหารแล้ว โดยเร็วๆนี้
จะมีการแสดงปฏิกริยาในรูปแบบของการ"หยุดสอน"เดินขบวนใหญ่เพื่อขับไล่เผด็จ
การ ทั้งภาคเหนือ อีสาน และกลาง ขณะที่เครือข่ายโรงงาน
ที่มีการรวม"มวล"ได้เริ่มเตรียมที่จะหยุดการผลิต และเดินขบวน
โดยจะกระจายความเคลื่อนไหวไปทั่ว
ในรูปแบบเดียวกับที่"พันธมิตร"เคยทำเมื่อครั้งไล่"ทักษิณ"ซึ่งสถานการณ์
เหล่านี้จะเกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่นี้ไปจนถึงวันที่ ๑๙ มิ.ย.

ข่าวลือปฏิวัติซ้อน/สลายม็อบจับแกนนำ/จับตาสพรั่ง-อนุพงศ์/อียู-ยูเอ็นบีบไทย
17.15น.
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลือนไหวทางด้านทหาร
และการชุมนุมของมวลชนต่อต้านเผด็จการ(๑๓มิ.ย.)(17.15น.)ว่าสถานการณ์ในช่วง
เย็นวันนี้ไม่น่าไว้วางใจอย่างยิ่ง กับ"สัญญาน"ความเคลื่อนไหวของหลายฝ่าย
ไม่แต่เฉพาะ"สัญญาน"จาก"ประธานคมช.-นายกฯ"ตั้งแต่ช่วงเช้า และรวมถึง
กระแสข่าวลือตลอดทั้งวัน ถึงการจะมีการปฏิวัติซ้อนเกิดขึ้นในค่ำคืนวันนี้
โดยผู้ที่จะเข้าทำครั้งนี้คือ"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ.
ขณะเดียวกันได้มีการปล่อยข่าว ว่า"พล.อ.สพรั่ง"ถูกลอบยิง
ขณะลงรถในสนามบินสุวรรณภูมิด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวที่มีการเชื่อมต่อกัน คือ ช่วงเวลา ๑๖.๕๐น.
ได้มีคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงใน สถานีโทรทัศน์ช่อง ๕
ที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร
ให้ทำการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์การถ่ายทอด รวมไปถึงอุปกรณ์สำคัญต่างๆและ
รถยนต์ ทรัพย์สินของ ช่อง ๕ เข้าไปเก็บรักษาไว้ใน พล.ม.๒
โดยให้เหตุผลกับเจ้าหน้าที่ และพนักงานข่าวของช่อง ๕ ว่า
เนื่องจาก"การข่าวทหาร"ได้รับรายงานว่า จะมีม็อบบุกเข้ามาที่ช่อง ๕
ในคืนนี้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย
และไม่ให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินของทางราชการ
จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายทรัพย์สินอุปกรณ์ต่างๆ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์ในวันนี้มีความตึงเครียด
โดยมีข่าวว่าจะมีการจับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะเดียวกัน
โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งได้ถูกสั่งให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์
โดยโรงพยาบาลรัฐบางแห่งได้มีการสอบถามายังสื่อมวลชน
เกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุม
และจำนวนผู้ชุมนุมที่ท้องสนามหลวงในวันนี้ว่ามีจำนวนมากหรือไม่ในช่วงเย็น
ด้วย..ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงจุดยุทธศาสตร์ได้มี
การสั่งให้นักเรียนกลับบ้านเร็ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อมูลที่สอดรับกับความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"คือ
การนำกำลังทหารเข้ามาในพื้นที่รอบนอก และในกรุงเทพฯเมื่อคืนวาน
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา ๑๘.๐๐น.มีรายงานว่า
ได้มีการเคลื่อนไหวของกำลังทหารในหลายจุด เข้าไปตามหน่วยราชการหลายแห่ง
ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล หรือสถานีโทรทัศน์

@@ทั้งนี้"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ก่อนหน้านี้ "พล.อ.สพรั่ง"ได้สั่งให้ "พล.อ.สุทัศน์
จารุมณี"เข้าบัญชาการกำลังที่ พล.ม.๒ ซึ่งการเคลื่อนย้ายของ ช่อง ๕
ดังกล่าว
ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะมีการสร้างสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นบริเวณนั้นหรือ
ไม่ โดยเฉพาะ รายงานที่ออกมาในช่วงวันนี้ ว่า แกนนำกลุ่มม็อบ
ได้เตรียมที่จะปักหลักที่ท้องสนามหลวง และให้"มวลชน"เป็นเกราะกำบัง
หากมีการเข้าจับแกนนำจะให้มีการเข้าไปจับบนเวที
และประชาชนจะเคลื่อนล้อมทหารอีกชั้น ซึ่งสถานการณ์อาจนำไปสู่การปะทะกันได้
อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณคนที่มาชุมนุมด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ด้วยว่า แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมตกลง จะไม่เคลื่อนม็อบวันนี้
เพราะเกรงว่าจะเข้าทางของฝ่ายอำนาจรัฐ
ที่อาจมีการสรัางสถานการณ์ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ
และเข้าจับกุมล้อมปราบ โดยกลุ่มผู้ชุมนุม
ยังยืนยันที่จะเคลื่อนไหวในวันศุกร์ และเสาร์
ซึ่งมีเป้าว่าจะระดมคนให้ได้อย่างน้อย ๑ แสนคน และอย่างมาก ๒ แสนคน
และจะมีการเคลื่อนไปยัง บก.ทบ.และ บ้าน"พล.อ.เปรม"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า
คืนที่ผ่านมา(๑๒มิ.ย.)มีความพยายามที่จะเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ของ"พล.อ.สนธิ"เพื่อกราบบังคมทูลถึงสถานการณ์ แต่ก็ไม่ได้มีการเข้าเฝ้า
โดยมีรายงานว่า"พล.อ.สนธิ"มีความต้องการที่จะทำการปฏิวัติซ้ำ
ซึ่งรายงานนี้สอดรับกับการ เคลื่อนกำลังทหาร ๕ กองพันจากชัยบาดาล
และจากหลายพื้นที่เขามากรุงเทพฯ รวมถึงกำลังทหารจากเพชรบูรณ์
และหลายพื้นที่เข้ามาเมื่อตอนบ่ายโมง(๑๓มิ.ย.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
กระแสข่าว"ปฏิวัติซ้อน"มีการไถ่ถามกันไปทั่วในหมู่พนักงานออฟฟิศรวมถึงบรรดา
ข้าราชการ ที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ โดยมีการส่งอีเมล์ และSMS
สอบถามข่าวนี้ตลอดช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม "หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
ฝ่ายที่จะททำการปฏิวัติซ้อนนั้น มีการระบุจาก"แหล่งข่าวในแวดวงทหาร"ว่า มี
๒ กลุ่ม คือ ๑.กลุ่มของ"พล.อ.สพรั่ง"ที่ตั้งใจทำปฏิวัติซ้อน
โดยมี"พล.อ.สนธิ"พร้อมให้การสนับสนุน กับ๒.กลุ่มของเตรียมทหารรุ่น ๑๐
โดยการนำของ"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"ผช.ผบ.ทบ.และบรรดาทหารเพื่อนทักษิณ
ซึ่งมีรายงานการเคลื่อนไหวพูดคุยกันมาหลายเดือนแล้ว
ซึ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้
บางรายงานระบุว่าได้รับการสนุบสนุนอย่างเปิดเผยจาก"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง
ที่"หน่วยข่าวลับ"เคยรายงานไปแล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ถึงเบื้องลึกสาเหตุที่ฝ่าย คมช.ต้องเร่งทำการปฏิวัติ
เพราะหลังจากปฏิบัติการ"อายัดทรัพย์สิน"ของ"พ.ต.ท.ทักษิณ"โดย
คตส.ได้กลายเป็นปฏิกริยาเร่ง ให้"ทักษิณ"สู้
โดยมีการประสานติดต่อไปทั่วโลก โดยฉเพาะในกลุ่มประเทศยุโรป (อียู)๒๐
ประเทศ ที่"ทักษิณ"รู้จักและมีความสัมพันธ์
รวมไปถึงบรรดานักธุรกิจที่มีบทบาทในอียู ให้เคลื่อนไหวกดดันให้
อียู.ทำการกดดันไปยัง ยูเอ็น.อีกที เพื่อส่งสัญญาน"บอยคอต"ประเทศไทย
โดยเฉพาะกรณี คตส.ที่อยู่ในอำนาจของ คมช.ทำการอายัดทรัพย์
ที่ได้มาจาก"ตลาดทุน"ซึ่ง ประเด็นนี้ ประเทศในกลุ่ม
อียู.ได้มีการส่งสัญญานที่จะลดระดับความสัมพันธ์ทางการฑูตกับไทย
จากเอกอัคราชฑูตเหลือเพียงระดับ"อุปฑูต" ขณะที่ ยูเอ็น.เตรียมที่จะกดดัน
ด้วยการขอเข้ามาร่วมตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ โดยแรงบีบที่มาจาก
องค์กรตลาดหลักทรัพย์ ในหลายประเทศ
ที่ตั้งเงื่อนไขกับไทยว่าหากไม่สามารถชี้แจงได้จะมีการบอยคอตตลาดทุนไทยที่
เป็นหนึ่งในสมาชิกตลาดทุนโลกด้วย

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:41 am

เบื้องหลังม็อบไม่บุกทบ./บังต่อรอง/ผวาพัลลภ/ระวังสพรั่งซ้อน
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์เบื้องหลัง ม็อบต้านรัฐประหาร
ที่ยุติลงอย่างรวดเร็ว(๒๒.๑๐น.)ในช่วงคืนที่ผ่านมา
หลังจากที่เกิดฝนตกอย่างหนักช่วงหัวค่ำ และมีประชาชนทะยอยกลับบ้านจนทำให้"มวลชน"ลด
ลงเหลือประมาณ ๕ พันคน ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์จากหลายฝ่าย
รวมถึงกำหนดการเดิมของม็อบที่เป็นมติของแกนนำว่าในวันนี้(๑๖มิ.ย.๕๐)จะมีการ
เคลื่อนขบวนประชาชนที่ชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง ไปยังกองบัญชาการทหารบก
และ บ้านสี่เสาเทเวศน์ ของ"พล.อ.เปรม"เพื่อกดดัน คมช.ให้ลาออก หลังจากที่วานนี้(๑๕มิ.ย.๕๐)สามารถระดมวลชนได้นับแสนคน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าว"การปฏิวัติซ้อน"ที่จะถูกดำเนินการโดย"พล.อ.สพรั่ง
"โดยรายงานชิ้นนี้ มีการยืนยันจาก"อดีตนายทหารระดับสูง"ท่านหนึ่ง
ซึ่งมีการพาดพิงไปถึง"นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์"อีกครั้ง
โดยครั้งนี้มีการอ้างว่า มีข้อตกลงที่ให้นายทหารกลุ่มหนึ่ง
ในคมช.ทำการปฏิวัติซ้อน"พล.อ.สนธิ"และนายทหารท่านนี้
จะได้เป็น"ผบ.ทบ."ซึ่งปฎิบัติการนี้ถูกกำหนดให้เกิดขึ้นในวันนี้หลังจากที่
ม็อบเดินขบวนไปยังกองบัญชาการกองทัพบก และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หรือ"หน่วยจรยุทธ์"ที่มีรายงานว่า อยู่ในการดูแลของ"พล.อ.พัลลภ
ปิ่นมณี"ซึ่งบัญชาการอยู่ที่"สวนรื่น"ที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ(๑๓มิ.
ย.๕๐)ซึ่งมีกระแสข่าว การประกาศเคอร์ฟิวส์ เพื่อควบคุมสถานการณ์
ท่ามกลางข่าวลือ ม็อบมอเตอร์ไซต์เตรียมเผาเมือง
ข่าวการลอบสังหารบุคคลสำคัญในคมช.-รัฐบาล ฯลฯ มีรายงานว่า
มีความเคลื่อนไหวที่สวนรื่นอย่างคึกคัก ของ"หน่วยจรยุทธ์"แต่มีรายงานว่า
หน่วยปฏิบัติการราว ๕๐๐ คน ไม่สามารถออกจากที่ตั้งได้
เพราะมีการส่ง"หน่วยแม่นปืน"จากฝ่ายกำลังที่สนับสนุน"พล.อ.สุรยุทธ์"เข้าควบ
คุมความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.พัลลถ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า รายงานนี้ มีความสอดคล้องกับปรากฎการณ์เมื่อวานนี้(๑๕
มิ.ย.๕๐)ที่มีการส่งคนที่ไม่ใช่ผู้เข้ามาร่วมชุมุม
ออกทำการกว้านซื้อเสื้อยืดที่ระลึกที่สกรีนว่าเป็นกลุ่มรักทักษิณ
ต้านเผด็จการ
ที่มีการจำหน่ายบริเวณรอบๆสนามหลวงไปกว่าพันตัวโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์
ทำให้ หลายฝ่ายกังวลว่าในวันนี้
จะมีการสร้างสถานการณ์และซัดทอดให้กลุ่มผู้ชุมนุม
ว่าเป็นผู้สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของทางราชการ
ซึ่งรายงานนี้สอดรับกับคำประกาศเตือน
เกี่ยวกับการที่อาจจะมีกลุ่มบุคคลจะสร้างความวุ่นวายด้วยการใช้ผ้าชุบขวด
น้ำมันก๊าซจุดไฟและขว้างปาเข้าใส่สถานที่ราชการสำคัญบนถนนราชดำเนิน..ในช่วง
คืนวันนี้ ซึ่งก็สอดรับกับการรายงานผ่านเวปไซต์ของเครือข่ายต้านรัฐประหาร
เตือนหลายฝ่ายในม็อบไม่แต่เฉพาะ ๗ แกนนำ ว่าให้ระวังการเคลื่อนไหวมวลชน
ที่อาจตกเป็น"เหยื่อ"ของสถานการณ์ได้ เพราะมีการแจ้งว่า
เมื่อวันศุกร์(๑๕มิ.ย.๕๐)มีคำสั่งด่วนจากส่วนราชการต่างๆ
ที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ ห้ามไม่ให้ข้าราชการ พนักงาน
ที่มีเวรทำงานเสาร์-อาทิตย์ เข้ามาทำงานในวันเสาร์-อาทิตย์
(๑๖-๑๗มิ.ย.)นี้โดยเด็ดขาด

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า เบื้องหลังสถานการณ์การชุมนุมที่ไม่เคลื่อนพลบุก
บก.ทบ.ไม่ใช่เป็นเพราะฝนตกหนัก หรือเพราะ"มวลชน"มีจำนวนไม่มากพออย่างเดียว
หากแต่มาจากความเคลื่อนไหวที่ไม่น่าไว้วางใจของฝ่ายทหารคมช.โดยเฉพาะ
มีรายงานตลอดวันว่า
ฝ่ายทหารได้เตรียมสถานที่ควบคุมผู้กระทำผิดไว้จำนวนมากที่กรมสารวัตรทหาร
,โรงเรียนพลตำรวจบางเขน และอีกหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็มีระแสข่าวว่า
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า"พล.อ.สนธิ"ต้องการให้"พล.อ.มนตรี
สังขทรัพย์"เป็นผบ.ทบ.ต่อจากตนเอง
ไม่ใช่"พล.อ.สพรั่ง"หรือ"พล.อ.อนุพงศ์"ซึ่งข้อมูลแน่ชัดดังกล่าวทำให้"พล.อ.
สพรั่ง"ไม่พอใจ ซึ่งเป็นที่มาของกระแสข่าวเงิน ๕ พันล้าน ที่ถูกเตรียม
สำหรับการปฎิวัติ โดยแบ่งออกมาเป็น ๒ พันล้านสำหรับใช้ในการปฏิวัติ ๒
พันล้านสำหรับ"นายทหารระดับสูง"ในคมช.ที่ไม่ใช่"พล.อ.สนธิ"และอีก ๑
พันล้าน สำหรับ"พล.อ."ท่านหนึ่ง ที่มี"หน่วยจรยุทธ์"ราว ๕๐๐ คน
ที่พร้อมสำหรับการ"สร้างสถานการณ์"เพื่อกล่าวโทษม็อบก่อความวุ่นวายเผาเมือง

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่า
ความเคลื่อนไหวนี้ถูกรับรู้โดย"นายทหารระดับสูง"ท่านหนึ่งที่ส่งสัญญานไปยัง
"ม็อบต้านรัฐประหาร"ขณะที่นายทหารท่านนี้
ก็กระจายข่าวนี้ผ่านไปยังนายทหารในคมช.ด้วย
ทั้งนี้มีรายงานที่ค่อนข้าวงสอดคล้องจาก"หน่วยข่าวทหาร"ว่า
ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวปลุกเร้าทหารในกองทัพบก เพื่อตีคู่ไปกับ
ความไม่พอใจ"พล.อ.สนธิ"ในการปฏิบัติต่อทหาร
โดยเฉพาะการลักลั่นระหว่าง"ทหารมุสลิม"และ"ทหารพุทธ"ที่เกิดขึ้น และรวมถึง
กรณีการดูแลทหารที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่ล่าสุดมีนายทหารถูกลอบทำร้ายเสียชีวิตพร้อมกัน๗ศพที่อ.บันนังสตา จ.ยะลา
ซึ่งกลายเป็นเหตุการปกติไปแล้วสำหรับการเสียชีวิตของทหารในพื้นที่ทั้งที่
เป็นข่าวแล้วไม่เป็นข่าว ยิ่งมาผนวกกับท่าทีการให้สัมภาษณ์ของ
ผบ.ทบ.ที่เปรียบเทียบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเหมือนขา ขณะที่กรุงเทพ
เหมือนหัวใจ
ดังนั้นต้องรักษาหัวใจก่อนที่จะรักษาขาที่แม้กระทั่งอาจต้องยอมตัดขา
ซึ่งถูกนำไปแปลความว่าไทยอาจเสียดินแดนทางใต้
และนายทหารส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับท่าทีดังกล่าว
โดยมองว่า"พล.อ.สนธิ"ให้ความสนใจ"การเมือง"มากกว่าการทำหน้าที่รักษาความ
มั่นคง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
กระแสความไม่พอใจ"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สพรั่ง"ในกองทัพนั้นไม่ธรรดา
และน่าจับตาว่าจะเป็น"ตัวแปรของสถานการณ์"โดยเฉพาะกระแสความไม่พอใจที่
คุกรุ่นมาตั้งแต่ครั้งที่นายทหารยศ"พ.อ."ที่ฆ่าตัวตายพร้อมทิ้งจดหมายลาตาย
กับลูกเมีย สั่งเสียไม่ให้ลูกเป็นทหาร และระบุถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรม
เหตุเพราะมีความระแวงจากผู้บังคับบัญชาว่าเขาโตมาจากสายทหารของ"ทักษิณ"ทำ
ให้เขาถูกย้ายจากงานสั่งการควบคุมหน่วย ไปทำงาน"ธุรการ"
ซึ่งมีรายงานว่าจดหมายดังกล่าว ถูกกระจายเผยแพร่เป็นวงกว้างในกองทัพ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ๓เบื้องหลังม็อบไม่บุกทบ./บังต่อรอง/ผวาพัลลภ/ระวังสพรั่งซ้อน
-๔วันก่อน(๑๓มิ.ย.) มีกระแสข่าวการเข้าควบคุมตัวนายทหารระดับ"นายพล"ของ"กองทัพอากาศ" ๒ ท่าน คือ "พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณฑัต"(ตท.๑๐)นายทหารผู้ทรงคุณวุฒิ(อดีตเสนาธิการทหารอากาศ)และ"พล.อ.ท.สุเมธ โพธิมณี"นาย
ทหารผู้ทรงคุณวุฒิฯ(อดีต ผบ.อากาศโยธิน) โดยรายงานจากกองทัพอากาศแจ้งว่า
มีการอ้างจาก"พล.อ.สพรั่ง"ที่ในวันเดียวกันมีกระแสข่าวว่าจะทำการปฏิวัติ
ซ้อน โดยมีการเคลื่อนกำลังเข้ามารอบๆกรุงเทพไม่ต่ำกว่า ๕ กองพัน
เพื่อมทบกับกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ใน พล.ม.๒
ซึ่งมีรายงานในช่วงเย็นว่า(๑๓มิ.ย.)ว่ามีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์การทำ
รายการโทรทัศน์ทั้งหมดจากห้องส่งของสถานี เข้าไปที่
พล.ม.๒
โดยผู้บังคับบัญชาระดับสูงอ้างว่าเพื่อป้องกันม็อบต้านรัฐประหารบุก
โดยรายงานว่าได้มีการแจงของ"พล.อ.สพรั่ง"ว่าที่เคลื่อนกำลังออกมาจำนวนมาก
เพื่อป้องกันสถานการณ์ โดยได้รับรายงานว่า ๒ นายพล
ที่ล้วนแล้วแต่เป็น"ตท.๑๐"เตรียมที่จะเคลื่อนไหว
ถึงขนาดใช้เครื่องบินยิงถล่ม กองบัญชาการกองทัพบก "หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
รายงานข้างต้นสอดรับกับรายงานอีกชิ้นในวันรุ่งขึ้น(๑๔มิ.ย.)ทีว่ามีการควบ
คุม นายทหารนักบินของกองทัพอากาศ ๓ นายที่ทำการฝึกบินเครื่องบินขับไล่
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวติดตามมาด้วยการส่งกำลังเข้าไปควบคุมการบินของทอ.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่ากรณีดังกล่าวทำให้ ทหารอากาศ เริ่มไม่พอใจ
เหตการณ์ที่เกิดขึ้นกับกองทัพอากาศ ซึ่งสัญญานนี้สอดรับกับ คืนวันที่
๑๓มิ.ย. ที่มีการส่งนายทหารของ
ทอ.จำนวนมากเข้าไปช่วยกุมสภาพหลังเวทีม็อบต้านรัฐประหารที่มีรายงานว่าเป็น
คำสั่งของ"ผู้ใหญ่"ที่ไม่ว้วางใจว่า
สถานการณ์ในคืนนั้น(๑๓มิ.ย.)จะมีการเข้าจับแกนนำม็อบและอาจนำมาซึ่งความ
วุ่นวายหรือไม่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าช่วงคืนวันที่ ๑๓ มิ.ย.มีการเคลื่อนไหวอย่างมากที่สำนักกฎหมายธรรมนิติ
ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่ม"ไพศาล พืชมงคล"มีลักษณะเป้าหมายและภารกิจ
คล้ายเมื่อครั้ง ๑๙ ก.ย.๔๙ ขณะที่ที่สวนรื่น
ก็มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.พัลลภ"เช่นกัน
ท่ามกลางกระแสข่าวลือการปฏิวัติที่จะเกิดขึ้นในเวลา
๒๓.๐๐น.และกระแสข่าวว่า"พล.อ.อนุพงศ์"จะเข้าซ้อนกับคณะที่จะประกาศบางอย่าง
ในช่วงเวลา๕ทุ่ม ซึ่งในวันดังกล่าวมีรายงานว่ามีการเบิกอาวุธประจำกาย M16
ออกจากคลังอาวุธจำนวนมาก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน ว่าสถานการณ์การชุมนุมวันศุกร์เกือบจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะ การเปิดสายให้"ทักษิณ"พูด
กับผู้ชุมนุม ที่ปรากฎว่า ผลที่สุดกลายเป็นเทปภาพเสียง
ที่เนื้อหาเป็นภาพรวมการตอบโต้ คมช.-รัฐบาล
แต่ไม่ได้มีการแฉเบื้องหลังอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์
ซึ่งมีรายงานแจ้งว่าจะมีการบล็อคสัญญานหาก"พ.ต.ท.ทักษิณ"จะถ่ายทอดสด
ขณะเดียวกันสำหรับเทปที่นำมาออกนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาที่ไม่
"แตกหัก"ทั้งนี้เนื่องจาก แกนนำม็อบต้านรัฐประหาร ทราบว่า
อาจเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายได้
โดยมีรายงานว่าก่อนหน้านี้ทางแกนนำตั้งใจจะนำเทปอีกชุดฉายขึ้นโปรเจ็กเตอร์
ซึ่งมีเนื้อหาประกาศอิสรภาพ และเรียกร้องให้ประชาชนขับไล่ คมช.
แต่ก็ไม่ได้มีการฉายเทปดังกล่าว
เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าหลังฉายเสร็จจะมีการเข้าสลายการชุมนุมและจับแกนนำ
ทันที

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในวันเดียวกันนั้น มีกระแสข่าวลือ ว่า เวลาประมาณ
๑๓.๐๐น.(๑๓มิ.ย.)"ทักษิณ"ได้ขึ้นเครื่องบินจากไหหลำ
พร้อมกับ"ผู้ใหญ่"และบุคคล อีกท่าน
เดินทางเข้ามาบริเวณใกล้ชายแดนประเทศไทยด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"พล.อ.สนธิ"ได้
สั่งให้ทหารเฝ้าระวังการกว้านซื้อยางรถยนต์จำนวนมากจากร้านปะยาง อู่ซ่อนรถ
หลังจากมีข่าวมีการกว้านซื้อยางรถยนต์จำนวนมากอย่างผิดปกติในช่วงสัปดาห์
กระทั่งมีการสืบทราบว่า
เพื่อนำมาใช้เผาสร้างสถานการณ์ตามถนนต่างๆเพื่อนำไปสู่การประกาศภวะฉุกเฉิน
และการเข้าควบคุมสถานการณ์ของทหาร ซึ่ง"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า
ในวันดังกล่าวมีการล่อให้ฝ่าย"พล.อ.สนธิ"เข้าทำซ้ำ
และจากนั้นจะมีอีกฝ่าย"ซ้อน"
ซึ่งสัญญานเหล่านี้มีการส่งผ่านสื่อของ"นสพ.ผู้จัดการ "และ วิทยุ 92.95
ทั้งนี้"อมร อมรัตนานนท์"ได้ส่งสัญญานผ่านรายการของเขา ว่า
"ในคืนนีจะมีข่าวดี"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าเบื้องหลังการยุติลงของม็อบต้านรัฐประหารในเวลา
๒๒.๐๐น.(๑๖มิ.ย.)มีรายงานว่าราว
๒๐.๐๐น."พล.อ.สนธิ"ได้ติดต่อมายังแกนนำต้านรัฐประหาร
ทั้ง"น.พ.เหวง"และ"นายวีระ"ขอร้องว่าในวันนี้อย่าได้มีการเดินขบวน
เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือในสถานการณ์ที่ ทหารขัดแย้งกัน
โดย"พล.อ.สพรั่ง"เตรียมที่จะ"ซ้อน"
หลังจากมีการสร้างสถานการณ์กับสถานที่ราชการต่างๆตลอดรายทาง
ทั้งนี้มีการยื่นเงื่อนไขว่า จะนิรโทษกรรม ๑๑๑ กรรมการบริหารพรรค
โดยในส่วนของผู้ที่มีความผิดชัดเจน จะให้กระบวนการของศาลตัดสินต่อไป
นอกจากนี้ ยังขอให้ใน ๓ วันอย่าได้มีการเดินขบวน
เพื่อจำกัดเงื่อนไขการอาศัยสถานการณ์ทำรัฐประหารซ้อน
ปมนปก.แผ่ว/เกมเล่นป๋า/จับตานิธินำทัพน.ศ../บี้ไทยรัฐ/2ก.ค.ทีวีใหม่ไล่คมช.
เรียนมิตรรักแฟนเพลง"ข่าวลับ"

"กรม
หมื่นข่าว" ผู้เป็น"ทหารข่าว"ที่ประกาศตัวรับใช้ประชาชน
และสภาบันอันเป็นที่รัก... ต้องขออภัยมิตรรักแฟนเพลง
ที่หยุดกิจการนำเสนอ"ข่าวลับ"มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
เพราะด้วยเหตุผลหลายประการอันเกี่ยวข้องกับ"แหล่งข่าว"ใน"หน่วยข่าวลับ"ที่
ให้ข้อมูล
มีความยากลำบากมากขึ้นกับสภาพการณ์ในสภาวะที่ประเทศชาติอยู่ในระหว่าง"รอย
ต่อ"การพลิกผันอันสำคัญ..

แต่นับแต่วินาทีนีไป"กรมหมื่นข่าว"หรือ"
ทหารข่าว"จะกลับมารับใช้"มิตรรักแฟนเพลง"ประเภท"ฮาร์ทคอร์การเมือง"อีกครั้ง
...อย่างต่อเนื่อง(ในจังหวะอันเหมาะสมของแต่ละปรากฎการณ์)..

ส่วนผู้
ที่ต่อว่าต่อขานว่าเป็น"ข่าวไม่ได้กรอง"หรือ"มั่ว"นั้น
ไม่ขอเถียงหรือชี้แจงอันใด
นอกจากจะขอได้โปรดกลับไปพิเคราะห์ให้ดีว่าสถานการณ์ที่ผ่านมากับ"ข่าวลับ
"ของ"หน่วยข่าวลับ"นั้น"สอดคล้องกัน"ในลักษณะ
ใด และ"เชื่อมโยง"กับ"ตัวละคร"ที่อยู่ในชั้นบนของ"อำนาจรัฐ"ในปัจจุบันนี้อย่างไร...?..\

ที่
สำคัญอย่าลืมว่า"ปรากฎการณ์"นั้นเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผู้ที่ต้องการให้เกิด
"ปรากฎการณ์"กำหนดได้เสมอ จะด้วยเพราะมีคนรู้ก่อนดักคอ หรือจะด้วยเพราะ
มีข้อผิดพลาด หรือมีภาวะที่มิอาจบรรลุผล ฯลฯ ดังนั้น
สิ่งที่คุณๆได้จาก"ข่าวลับ"ที่"กรมหมื่นข่าว"นำมารายงานนั้น
ขอบอกว่าเป็นข้อมูล"ชั้นในสุด"ของข่าวระดับลึกจริงๆ ไม่ได้โม้...

และ
ที่สำคัญอีกเรื่องคือ ขอใหสังเกตให้ดีว่า
แต่ละครั้งในการนำเสนอข้อมูล"กรมหมื่น"ไม่เคยมีการ"ใช้ความเห็นส่วนตน"ใน
ทางอคติเข้ามาครอบงำทางความคิด แม้แต่ครั้งเดียว สิ่งที่นำมา
จึงเป็น"ข้อมูลลับ"ล้วนๆโดยส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ได้มาจาก"หน่วยข่าวลับ"ที่
ทำงานเชิงจรยุทธในแต่ละอณูของ"อำนาจ"ตั้งแต่ทหารระดับสูง,ตำรวจ,นักวิชาการ
,อดีตนักเคลื่อนไหว,อดีตแกนนำ น.ศ.เดือนตุลา,อดีต ทปท.,พคท.,นักการเมือง
ฯลฯ ที่ล้วนมีจิตใจปรารถนาดีต่อประเทศชาติ เพียงแต่คนเหล่านี้
ยังไม่เปิดเผยตัวเองในสถานะ"ปฏิปักษ์"กับ"อำนาจรัฐ"ปัจจุบัน
ในขณะนี้เท่านั้น

ด้วยจิตคารวะ...และด้วยรักซึ่ง แผ่นดินไทย -ประชาชน-ประชาธิปไตย
**********

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวของม็อบ
นปก.ตามแผน"ดาวกระจาย"ที่จะปฏิบัติการ(๓๐มิ.ย.๕๐)ที่สยามพารากอนและในหลาย
จุดชานเมืองและหัวเมืองต่างจังหวัด ว่า สถานการณ์ของ"ม็อบ นปก."ขณะนี้
อยู่
ในสภาพกระปลดกระเปลี้ย ดังที่มีการวิเคราะห์จาก
คมช."พล.อ.สนธิ"และทีมงาน"วอร์รูม"ของรัฐบาล"พล.อ.สุรยุทธ์"จริง
แต่ทั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสภาพการถูก"ตัดท่อน้ำเลี้ยง"จาก"ทักษิณ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
"ท่อน้ำเลี้ยง"ดังกล่าวแต่เดิมทีนั้นผู้ที่ส่งผ่านหลักคือ"เนสกาแฟ
"ของ"ประยุทธ์"ต่อเมื่อมีการประกาศชัดจาก คมช.ผ่านไปยัง
คตส.ที่จะให้"อายัดทรัพย์"ของ"กลุ่มทุน"ที่ทำตัวเป็น"เจ้าภาพ"(แทน)"ทักษิณ
"และรวมถึงบรรดาอดีต"แกนนำ"ของพรรคที่อยู่"วงรอบชั้นใน"ของ"บ้านจันทร์ส่อง
หล้า"อย่าง"น.พ.สุรพงศ์""เนวิน ชิดชอบ""เยาวภา วงศ์สวัสดิ์""สุดารัตน์
เกยราพันธ์"เบ็ดเสร็จที่ส่งสัญญานเตือนออกมาจาก
คมช.ส่งตรงถึง"นักการเมือง"ที่เคลื่อนไหว มีทั้งสิ้น ๑๗ คน
ที่จะเป็น"รายต่อไป"
ซึ่งการประกาศดังกล่าวทำให้"ประยุทธ์"และ"ทุน"อีกหลายส่วน
ต้องออกมามาแสดงตัวว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ"ม็อบ"

@@ขณะเดียว
กันก็ส่งผลกระทบกับการเคลื่อนไหวของ"คุณหญิงสุดารัตน์"กับ"เยาวภา"ที่ใช้
จังหวะที่ คมช.เริ่มคลายสภาพประกาศ
คปค.ที่เกี่ยวกับ"นักการเมือง"และเป็นจังหวะหลังจากคำวินิจฉัยของ"ตุลาการ
รัฐธรรมนูญ"ที่ให้"ยุบพรรคไทยรักไทย"และ"ตัดสิทธิ์"๑๑๑ กรรมการบริหารพรรค
โดย"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
มีความเคลื่อนไหวของ"คุณหญิงสุดารัตน์"และ"เยาวภา"ในการใช้กระสุนดินดำและ
เสบียงกรังที่มีกว้านซื้อ อดีต ส.ส.ของพรรคไทยรักไทย
ที่ไหลออกไปกับกลุ่มของ"สมศักดิ์
เทพสุทิน"นับร้อยๆชีวิตให้กลับมาสู่ไทยรักไทย
ด้วยค่าตัวที่เหนือกว่าที่"สมศักดิ์"ให้..

@@ดังนั้นปรากฎการณ์ของ
"ไทร"กับ"มัชฌิมา"และ"พรรครวมใจไทย"และ"รักชาติ"จึงเกิดขึ้น
ภายใต้"เงื่อนไข"บางอย่าง..ที่เกี่ยวข้องไปยังความต้องการของ"พล.อ.สนธิ"ใน
การที่จะลงสู่สนามการเมืองเต็มตัวหลังเกษียณ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้
สอดรับกับความเคลื่อนไหวของ"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"ที่เตรียมจะดันตัวเองขึ้นมาสู่การเป็น"หัวหน้าพรรค
"แทน"อภิสิทธิ์"ที่อาจมีปัญหาจากข้อมูลที่ นปก.นำมาโจมตี
และกำลังมีขบวนการจัดตั้งนำไปเป็นประเด็นทางกฎหมาย
เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ความกระปลดกระเปลี้ยของ"ม็อบนปก."เกิดจากสาเหตุของการบริหารจัดการภายใน
โดยเฉพาะการที่งบประมาณการจัดม็อบซึ่งมีการบริจาด"ลงขัน"จาก"ทุนใหม่"และ
อดีตนักการเมือง ที่จะผ่านมาทาง"พีทีวี."
ขณะที่แนวร่วมอื่นๆอย่าง"หมอเหวง"และกลุ่มต่างๆที่ไม่ใช่พีทีวี.ที่ตอนแรกจะ
ถูกชูร่วมกับ"มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ"แต่ระยะหลังเกิดปัญหา
ในการบริหารจัดการที่ไม่มี"เซ็นเตอร์"ที่จะตัดสินใจได้เด็ดขาด
เพราะส่วนใหญ่ของผู้จัดการ"ม็อบ นปก."ไม่ว่าจะเป็น ทางฝั่ง
พีทีวี.ที่มี"วีระ มุกสิกพงศ์","จตุพร""ณัฐวุฒิ" หรือ
ฝั่งองค์กรแนวร่วม"สมาพันธ์ปชต."ที่มี"น.พ.เหวง""น.พ.สันต์"และ"ครูประทีป"
ส่วนใหญ่
ไม่ใช่"นักจัดการม็อบ"ที่สามารถกำหนดยุทธศาสตร์หรือวางแผนการจัดการทั้งหมด
ได้ หากแต่เป็น"นักไฮปาร์ค"ถนัดแต่การปราศรัยตรึงคน
ทำให้หลายครั้งที่ม็อบพลาดในการ"จุดติด"ประชาชน
จนกระทั่งมาสู่ยุทธวิธี"ดาวกระจาย"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า จุดสำคัญที่ทำให้ระยะหลังม็อบ
นปก.แผ่วลงไปทั้งที่มีประเด็นที่สามารถ"จุดติด"ประชาชนกับ
ข้อพิรุธการทุจริตของ คมช.-รัฐบาลสุรยุทธ์
และยังสามารถเชื่อมโยงเรื่องเทปลับ ไปยัง"พล.อ.เปรม"
เพราะตั้งแต่ช่วงครั้งก่อนที่มีข่าวจะมีการสลายม็อบจับแกนนำ
"ผู้ใหญ่"ได้มีการส่งกำลังทหารนอกเครื่องแบบเข้ามาดูแลความปลอดภัยหลังเวที
แทนทหารนอกเครื่องแบบของ ตท.๑๐ ซึ่งจุดนี้เป็นที่ทราบของฝ่าย
คมช.โดยเฉพาะ"พล.อ.สนธิ" ดังนั้นสถานการณ์ของม็อบจึงสามารถดำเนินมาได้
ทั้งที่มีความตั้งใจที่จะเข้าจัดการโดยใช้กำลังจากฝ่าย"พล.อ.สพรั่ง"และ"พล
.ท.ประยุทธ์"(มทภ.๑)ในหลายต่อหลายครั้งนับตั้งแต่ก่อนที่ม็อบจะสามารถระดม
"มวลชน"ได้เรือนแสน ซึ่งคมช.ทำได้แค่เพียงการสกัดใน"ชั้นนอก ๒-๓
ชั้นจากรอบสนามหลวง รอบกรุงเทพ ปริมณฑล
และบางจังหวัดที่มีการเคลื่อน"มวลชน" เท่านั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า แผนสกัด"มวลชน"ที่รักทักษิณ เข้ามายังส่วนกลางกรุงเทพ ของ คมช.
ดำเนินไปอยางเข้มข้น โดยบล็อคตัวอดีต ส.ส. "หัวคะแนน"และแกนนำชุมชน
ผ่านไปยัง อบต.โดยใช้
กอ.รมน.ที่มีการใช้งบประมาณขยายกำลังเข้าแทรกซึมลงไปในระดับ อำเภอ
จนถึงตำบล โดยหากมีความเคลื่อนไหวจะเข้าบล็อคที่แกนจัดตั้งทันที
และวิธีการเข้าหาก็ไม่ใช่วิธีการปกติ แต่มีลักษณะที่"คุกคาม"ถึงครอบครัว
ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าร่วมจัดตั้ง
และส่งผลให้มวลชนไม่สามารถจัดตั้งในต่างจังหวัดได้ด้วยตัวเอง จน
นปก.ต้องใช้แผน"ดาวกระจาย"ลงไปจัดตั้งนำ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
กำลังทหารของ"ผู้ใหญ่"ได้ก่อปัญหาให้กับการจัดการม็อบของ"นปก."โดยเฉพาะการ
กระทบกระทั่งกับ"นักข่าว"เนื่องจาก ทหารที่มาทำหน้าที่
รปภ.เวทีไม่สนใจสิ่งอื่นนอกจากการ รปภ.และแม้แต่
แกนนำหรือทีมงานที่เข้า
ไปหลังเวทีก็ยังมีปัญหากระทบกระทั่ง เนื่องจาก
ทหารเหล่านี้มีความเข้มงวดในการรปภ.ระดับสูงเพราะมีข่าวตลอดระยะเวลาว่าจะมี
การนำกำลังของอีกฝ่าย(คมช.)เข้าจัดการ
เพราะทุกวันมีการแทรกซึมม็อบผ่านมวลชน และ สื่อมวลชนบางค่าย ตลอดเวลา
โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่มีการนำภาพการแจกเงินหลังเวที
ก็มาจากการแทรกซึมของหน่วยจิตวิทยา ของ ฝ่าย คมช.เพื่อดิสเครดิตม็อบ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
โดยให้ตั้งข้อสังเกตว่าทำไม ม็อบนปก.ระยะหลัง
มีการมุ่งไปที่"พล.อ.เปรม"นอกจากแกนนำ
คมช.โดยถือเป็นประวัติศาสตร์ว่า"พล.อ.เปรม"ถูกโจมตีอย่างหนักทั้งบนเวที
ผ่านสื่อของ นปก.และสื่อกระแสหลักประปราย
แต่ทางการหรือฝ่ายทหาร(คมช.)ยังรีรอเข้าจัดการกับผู้ที่กล่าวพาดพิง"พล.อ.
เปรม"บนเวที
ทั้งที่ก็มีบรรดานายทหาร"ลูกป๋า"แอบไปสังเกตการณ์และฟังการปราศรัยของ
นปก.ที่โจมตี"พล.อ.เปรม"เกือบทุกวันเพื่อรายงานไปยัง"พล.อ.เปรม"กระทั่ง
เรื่องราวบานปลายไปถึงขั้นมีการบุกบ้านสี่เสาตะโดนขับไล่เมื่อหลายวันที่
ผ่านมา และรวมถึงการไปแจ้งความดำเนินคดี"พล.อ.เปรม"
ทั้งนี้เพราะ"พล.อ.เปรม"ทราบดีว่า ขณะนี้ม็อบ
นปก.มี"ผู้ใหญ่"ท่าหนึ่งเข้ามาหนุนหลัง
และมีความพยายามที่จะให้สถานการณ์กดดันไปสู่การปลดเขาออกจากตำแหน่ง"ประธาน
องคมนตรี"ให้ได้โดยใช้การหล่อเลี้ยงของม็อบนปก.กดดัน(โดยไม่สนว่าจะมีปริมาณ
แค่ใดขอให้เลี้ยงกระแสเป็นเงื่อนไขไว้ก็พอ)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"พล.อ.เปรม"มีการพูดถึง"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ในทางไม่ดีต่อนายทหารใกล้ชิดและ
พร้อมจะสู้
โดยใช้วิธี"สงบสยบความเคลื่อนไหว"แต่ในส่วนของ"พล.อ.สนธิ"ก็ยังลังเลที่จะ
ให้มีการใช้กำลังเข้าปะทะกับกำลังของ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้
เพราะยังไม่แน่ใจบางอย่าง
ซึ่งการพูดดังกล่าวทำให้"ผู้ใหญ่"โกรธอย่างมากและนำมาสู่การสั่งการอันเป็น
"ปฏิปักษ์"กับ"พล.อ.เปรม"เต็มที่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ถึง"เทปลับ"ที่มีการเชื่อมโยงสู่"พล.อ.เปรม"และผู้พิพากษาที่ใกล้ชิดอดีต
ประธานศาลฎีกา ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนนำไปสู่การทำรัฐประหาร
ภายใต้การใช้กำลังของ"พล.อ.สนธิ"และการเข้า
ร่วมตั้งรัฐบาลของ"พล.อ.สุ
รยุทธ์"เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์หลังการทำรัฐประหาร
ไม่"บังเอิญ"หรือมีเหตุผลอย่างที่ คปค.อ้าง
หากแต่มาจาก"ผลประโยชน์"ของกลุ่ม"ทุนศักดินา"(ทุนเก่า)ที่ต้องการโค่นล้ม
"ทุนใหม่"ฝั่ง"ทักษิณ"โดย"ทุนเก่ามี"พล.อ.เปรม"เป็นแกน
เชื่อผ่านบรรดา"ลูกป๋า"ที่ยังมีอิทธิพลในกองทัพ
ผนวกเข้ากับนายทหารระดับสูงที่ไม่ใช่รุ่น๑๐ที่อึดอัด
และได้รับผลกระทบจากการแต่งตั้งโยกย้าย
โดยเฉพาะ"พล.อ.สนธิ"ในขณะนั้นกำลังถูก"พ.ต.ท.ทักษิณ"ย้ายจาก
ผบ.ทบ.เนื่องจากไม่สามารถจัดการปัญหาภาคใต้ได้ทั้งที่ไปอยู่ตั้งแต่สมัยเป็น
ผช.ผบ.ทบ.และทั้งที่เป็น ผบ.ทบ.มุสลิม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า คณะนายทหารทั้งใน คมช.และรัฐบาล
จึงเป็นกลุ่มศัตรูเก่าของ"ทักษิณ"ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น"พล.อ.สุรยุทธ์"ที่
เคยถูก"ทักษิณ"ย้ายจาก ผบ.ทบ.ไปเป็น
ผบ.สส.หรือแม้แต่"พล.อ.สพรั่ง"ที่กำลังถูกย้ายจากแม่ทัพภาคที่๓(เวลานั้น
)และ"พล.อ.สนธิ"
ซึ่งสถานการณ์ในกองทัพดังกล่าวทำให้"พล.อ.เปรม"กลายเป็นแม่เหล็กในการประกาศ
สู้กับฝ่ายการเมือง
จนนำมาสู่การปลุกความฮึกเหิมของทหารให้อย่ายอมกับนักการเมือง
ซึ่งขณะที่มีการเคลื่อนไหวของกระแสในกองทัพเวลานั้น ตท.๑๐
กลับชะล่าใจว่ากุมกำลังไว้หมดไม่น่าจะมีเหตุการณ์ปฏิวัติตามที่มีการลือ
แต่ด้วยการสนับสนุนเข้ามาจาก"ทุน"(ปฏิปักษ์)ที่ได้รับความเจ็บแค้นนจาก
"ทักษิณ"อย่าง"ประชัย"และ กลุ่มทุนธนาคาร(เก่า)บางส่วน
ทำให้กลุ่มทหารมีการก่อตัวและทำการปฏิวัติอย่างฉับพลันระหว่างที่"ทักษิณ"ไป
ต่างประเทศ(๑๙ก.ย.๔๙)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าในเทปลับ"พ.ต.อ.พีรพันธ์"(ขรก.ซี๑๑)พยายามที่จะถามฝ่ายเลขานุการศาลฎีกา
ถึงการเข้าเฝ้าของประธานศาลฎีกาที่มีการออกมาให้ข่าวในช่วงนั้น
และการพูดถึง"พล.อ.เปรม"ที่ขณะนั้นมีข่าวรายงานว่าเป็นผู้ที่อ้างว่าเข้า
เฝ้าในหลวงและมีรับสั่งต่างๆ
โดยนปก.พยายามจะชี้ให้เห็นว่า"พล.อ.เปรม"ที่มีสถานะ"ประธานองคมนตรี"อาจใช้
สถานะ นำไปสู่การกำหนดสถานการณ์โดยที่ไม่เคยมีความทราบถึงเบื้องบนตามอ้าง
โดยเชื่อมโยงถึงการที่
คมช.ต้องเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษที่ระบุว่าภายใต้พระมหากษัตริย์ออกเพื่อไม่
ให้ต่างประเทศเข้าใจผิดในสถาบันกษัตริย์ของไทย

@@"หน่วยข่าวลับ"ขอ
ให้จับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในวงการยุติธรรมไทยโดยเฉพาะใน"ศาล"ที่ปรากฎท่า
ที่ของ"ประธานศาลฎีกา"คนปัจจุบัน"ปัญญา ถนอมรอด"กับฝ่ายของ"จรัญ
ภักดีธนากุล"ในปีของ"อดีตประธานศาล
ฎีกา"ชาญชัย"ที่ดำรงตำแหน่ง
รมว.ยุติธรรมปัจจุบัน โดยเฉพาะให้จับตา
กรณีการที่ประธานศาลฎีกาเป็น"ตุลาการเสียงข้างน้อย"คดี"ยุบพรรค-ตัดสิทธิ์กก
.บริหารพรรค" และกรณี การระบุให้อัยการส่งที่อยู่เป็นหลักแหล่งของ"
ทักษิณ
"ก่อนจึงจะฟ้องได้
ซึ่งปฏิกริยานี้มีส่วนสัมพันธ์กรณีการออกมาแฉว่ามีการให้"สินบน"ในศาล
ของ"จรัญ"และมีความเกี่ยวพันไปถึง"ขั้วอำนาจ"ในศาล
ระหว่างผู้พิพากษาสาย"ประมาณ ชันซื่อ"กับสาย"ประภาศน์
อวยชัย"ที่เคยมีความขัดแย้งกันในอดีต โดยเฉพาะมีการเชื่อมโยงมาถึงปัจจุบัน
ที่นับตั้งแต่"ศึก กต."เมื่อปี ๒๕๓๔ มา
ผู้พิพากษาสาย"ประมาณ"ได้ดีเป็นใหญ่ ขณะที่สาย"อ.ประภาศน์"ถูกบอนไซ
กระทั่งมาถึงยุคของ"มธ.๐๙"ซึ่งเป็นรุ่นที่เป็นลูกศิษย์ของ"ประภาศน์"โดยมี
"สมชาย วงศ์สวัสดิ์"อยู่ในนั้นด้วย ผงาดขึ้นยุคหลัง ก่อนจะมีการปฏิวัติ
ที่ทำให้ประทุความขัดแย้งในอดีตถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในทางลึกจากข่าวทหารมีการรายงานว่า ในวันที่ ๒ ก.ค.๕๐ ทีจะถึงนี้
ฝ่ายม็อบ
นปก.เตรียมที่จะเปิดตัวสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่มีการยิงสัญญานมาจากซาน
ฟานซิสโก สหรัฐ และจะมีการขายจานรับสัญญานเหมือน เอเอสทีวี.,DMC
ที่จะทำให้เนื้อหาของม็อบ
นปก.ที่กำลังมีการปรับวิธีการนำเสนอไม่ให้ซ้ำหลังถูกวิจารณ์อย่างมากจากหลาย
ฝ่าย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ฝ่ายทหาร คมช.กำลังจับตา"นิธิ
เอียวศรีวงศ์"และเครือข่ายอาจารย์มหาวิทยาลัย ราว ๓๐๐ คน
ที่กำลังรวมตัวและเตรียมประกาศตัวแยกต่างหากจาก
นปก.ในการเคลื่อนไหวต่อต้านคณะรัฐประหารอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้
โดยการเคลื่อนไหวของ นศ.ธรรมศาสตร์"โดมแสบ"และ"น.ศ.จุฬา"ก็มาจากกลุ่มนี้
ที่กำลังมีการกระจายไปยังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
ในช่วงที่มีการประชามติรัฐธรรมนูญ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าขณะนี้ ทีมสกัดสื่อของ คมช.ดำเนินการอย่างเข้มข้น
มีการส่งกำลังทหารเข้าตรวจสอบข่าวโทรทัศน์ วิทยุ ที่อยู่ในกำกับ
แม้กระทั่ง นสพ.หลายแห่งก็มีการเข้าไปกดดัน โดยมีรายงานว่า นสพ.ไทยรัฐ
บรรณาธิการ
ต้องส่งต้นฉบับข่าวที่รายงานเกี่ยวกับ ม็อบ และ คมช.ให้ฝ่ายทหารตรวจด้วย
ขณะที่บางสื่อมวลชนที่เป็นวิทยุ
ได้ถูกหนังสือเตือนจากทหารต้นสังกัดเจ้าของสถานีให้ระงับการเสนอข่าวการด่า
คมช. ของแกนนำ
นปก.โดยมีการตรวจสอบข่าวจากนายทหารระดับผู้ใหญ่ด้วยตัวเองทุกวันเพื่อรายงาน
ต่อ คมช.

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:42 am

จับ๒แกนนำนปก.บาน/"บิ๊กบัง"รุก/บึ้มลพบุรีทหารแตก/ซ้อมรปภ.เขตราชฐาน/ระวังรธน.๕๐
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง-การทหารว่า ในช่วงระยะหลังจากวันที่ ๖ ก.ค.เป็นต้นมา สถานการณ์ถูกกำหนดให้เดินไปสู่ภาวะ"สุกงอม"โดยเฉพาะเหตุการณ์การจับแกนนำ"สมบัติ บุงามอนงค์"หรือ"บก.ลายจุด"แกนนำ"กลุ่ม๑๙ก.ย.ต้านรัฐประหาร"ที่ บขส. จ.เชียงราย ขณะกำลังไฮปาร์คโจมตี"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.
ทบ.(๖ก.ค.)ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก พร้อมควบคุมตัวไปที่ค่ายพญาเม็งราย
ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงของกลุ่มญาติและมีการส่งข่าวไปตามเน็ตเวปบอร์ด
เพื่อให้มีการไปชุมนุมกดดันทหารที่หน้าค่ายพญาเม็งราย
ซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าวติดตามด้วยด้วยการออกแถลงการณ์ของ"กลุ่ม๑๙ก.ย."และติดตามมาด้วยการเคลื่อนไหวเป็นวงกว้างของแนวร่วมต้านรัฐประหาร โดยเฉพาะ"ยุทธการดาวกระจาย"ที่มีการส่งข่าวต่อเชื่อมแต่ละเวทีการปราศรัยทั้งที่ท้องสนามหลวง และตามหัวเมืองจังหวัดทางภาคอีสานและเหนือ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สถานการณ์การจับกุม"บก.ลายจุด"ได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวของหลายส่วนใน นปก. ที่ส่งสัญญาน"ความรุนแรง"ทีจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้กับฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยเฉพาะ"ทหาร" ทั้งนี้"นายทหารระดับ"สูงมีการวิเคราะห์ปรากฎการณ์เมื่อวันเสาร์(๗ ก.ค.)ที่"สุชาติ นาคบางไซ"แกนนำ"กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ"บุกเดี่ยวเข้าไปใน บก.ทบ.และถูกทหาร สห.ชาร์ทจับกุมตัวส่งตำรวจดำเนินคดีฐานบุกรุกสถานที่ราชการว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมี"นัยยะสำคัญ"ที่"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ผบ.ทบ.ประธานคมช.ต้องการส่งสัญญานถึง"ผู้ใหญ่"ท่านที่"หน่วยข่าวลับ"เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ ว่า เข้ามามีส่วนสำคัญในการจัดองค์ประกอบกำลังในกองทัพ
ที่
ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหารแต่ละหน่วยนอกกรมกอง
(เช่นการเคลื่อนรถถังจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งให้ประชาชนเห็นหลายครั้ง)
อย่างเห็นได้ชัด ในระยะ ๒ เดือนที่แล้วผ่าน"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่า
จินดา"
ผช.ผบ.ทบ. ขณะที่"พล.อ.สพรั่ง"เองก็มีความเคลื่อนไหวกำลังของตนในพื้นที่ กองทัพภาคที่๓ ที่ทำให้เกิดกระแสข่าว"ปฏิวัติซ้อน-ซ้ำ"ในคราวเดียวกัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สถานการณ์การดุลกำลังในกองทัพ ขณะนี้ แตกต่างจากเมื่อ ๒ เดือนก่อน เพราะ"พล.อ.สนธิ"มี
การเข้าไปคุมอย่างใกล้ชิดทุกรายละเอียด ทุกความเคลื่อนไหว
ซึ่งมีการวิเคราะห์จากภายในหน่วยของบก.ทบ.ในชั้นนายทหารระดับสูง ว่า
เหตุการณ์ระเบิดทีเอ็นที.ที่หน้า"ศูนย์สงครามพิเศษ"จ.ลพบุรี สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่"พล.อ.สนธิ"เดินทางไปพบปะกับผู้นำหน่วยเป็น"การลับ"ที่นั่น ก็มี"นัยยะแฝง"จาก"ฝ่ายปฏิปักษ์"ของ"คมช."และ"พล.อ.สนธิ"เช่นกัน และเหตุการณ์นี้ มีการวิเคราะห์กันว่า อาจเกี่ยวข้องกับมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในกองทัพ โดยเฉพาะในเรื่องของการ"จับตา"ผู้บังคับหน่วยที่มีทีท่า"ตรงกันข้าม"กับ"พล.อ.สนธิ"และคมช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมาในกองทัพ มีการโยกย้ายผู้บังคับหน่วยในระดับ"นายพัน"หลายต่อหลายครั้ง หลายส่วน ซึ่งเป็นการย้ายโดยที่ไม่มีข่าวออกมาให้เป็นที่ทราบในสาธารณะ และย้ายทันทีที่หากว่า"ผู้บังคับหน่วย"นั้นๆมีพฤติกรรมที่เอื้อหรือเป็นประโยชน์ หรือมีท่าทีที่ส่งผลกระทบกับ"อำนาจ"ของกองทัพ ในการดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะ"พล.อ.สนธิ"ได้รบรายงานจาก"หน่วยข่าวทหาร"และทีมกุน
ซือ ว่า มีความเคลื่อนไหวในกองทัพอย่างผิดปกติในการ"เชื่อมโยง"กับ ตท.๑๐ ที่พยายาม"โลว์โบไฟร์"บทบาท
ในกองทัพ และในทุกสัปดาห์มีการไปตั้งวอร์รูมในต่างจังหวัด
เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ และกำหนดยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวบางอย่าง
มาเป็นเวลาอย่างน้อย ๓-๔เดือนแล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ในส่วนที่"พล.อ.สนธิ"กังวล และเป็นที่มาของการ"ตอบโต้"ด้วยยุทธการสับเปลี่ยนกำลังตลอดเวลารวมไปถึงการ"เอาจริง"กับ"ผู้บังคับหน่วย"ในหลายส่วน เป็นเพราะการเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ที่ในห้วง ๑ เดือนที่ผ่านมาเปิด"เกมรุก"หลายระลอกเข้าใส่คมช.และ"พล.อ.เปรม"ผ่านม็อบ นปก. ซึ่งการที่"พล.อ.สนธิ"ให้ คตส.ออกข่าวติดตามเงินอีก ๒ หมื่นล้านบาทของ"ทักษิณ"ที่หายไปนั้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อส่ง"สัญญาน"ถึง"ผู้ใหญ่"คน
ดังกล่าว ที่จากการข่าวทหาร และการติดตามเส้นทางการเงิน เชื่อว่า
จะมีส่วนในการนำเงินดังกล่าวมาใช้เตรียมการในการปฏิบัติการบางอย่างผ่าน"กอง
กำลังแฝงในอำนาจรัฐ"(กองทัพ)


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"ผู้ใหญ่"คน
ดังกล่าวถูกจับตาความเคลื่อนไหวเข้าออกนอกประเทศไปยังอังกฤษและหลายสถานที่
ไต้หวัน จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ทั้งที่ข่าวออกมาว่าไปอีกประเทศทางยุโรป โดย"หน่วยข่าวทหาร"ได้รายงานเรื่องนี้กับฝ่าย คมช.ซึ่งเชื่อว่า"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ มีการไปพบปะกับ"พ.ต.ท.ทักษิณ"ในหลายสถานที่ ซึ่งความเคลื่อนไหวเหล่านี้สัมพันธ์กับความเป็นไปของ ม็อบนปก.และการเคลื่อนไหวของ"กลุ่มคนวันเสาร์"ที่ทราบกันดีอยู่ในระดับ
แกนนำว่ามี"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ให้การสนับสนุน และมักมีการส่งกำลังทหารเข้ามาดูแลม็อบ ที่ทำให้"พล.อ.สพรั่ง"หรือเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงกำลังของกองทัพภาคที่๑ของ"พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ไม่กล้าผลีผลามเข้าจัดการม็อบนี้ ทั้งที่มีการโจมตี"พล.อ.เปรม"อย่าง
หนักหน่วง และถึงขนาดบุกไปที่บ้านสี่เสาเทเวศน์หลายครั้ง
...ที่ในขณะเดียวกันการใช้"การ์ด"ที่เป็นทหารนอกเครื่องแบบเข้ามาปะปน
ก็ทำให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับ"สื่อมวลชน"(ดังที่"หน่วยข่าวลับ"รายงานไปแล้วครั้งก่อน) ที่นอกจากนั้นยังกะทบกระเทือนต่อ"ยุทธศาสตร์"การขับเคลื่อนของ"ม็อบนปก."เองด้วยเพราะ"ผู้ใหญ่"ต้องการให้ชูประเด็นโจมตี"พล.อ.เปรม"และ"พล.อ.สนธิ"รวมถึง"พล.อ.สุรยุทธ์"เป็นประเด็นหลักในทุกครั้งทุกวัน แต่แกนนำหลายส่วนกลับเห็นว่า ควรโจมตีโดยเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับ"รัฐธรรมนูญ"และการตรวจสอบจับผิดการยึดอำนาจ รวมไปถึงพฤติกรรมพฤติการของนายทหารในคมช.ในห้วง๘-๙ เดือนที่ผ่านมาซึ่งความขัดแย้งนี้ได้นำไปสู่การ"แยกวง"ของนปก.บางส่วน และทำให้กลุ่มของ"อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์"ไม่เข้ามาร่วมกับ นปก.ในการรณรงค์ไม่เอารัฐธรรมนูญ ๕๐

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สถานการณ์ระเบิดที่ค่ายทหาร จ.ลพบุรี นั้น ในวันเกิดเหตุระเบิดที่หน้าประตูค่าย"พล.อ.สนธิ"ยังอยู่ในค่ายทหาร และกำลังจะเดินทางกลับ ซึ่งทำให้ต้องเลื่อนเวลาเดินทางกลับ หลังจากให้"หน่วยเก็บกู้"ออกมาตรวจสอบ และถ่ายภาพหลักฐาน ซึ่ง"พล.อ.สนธิ"ก็
ไม่ได้เข้าไปดูที่เกิดเหตุเพราะเกรงว่าจะมีการซุ่มโจมตี
ซึ่งต่อมาได้มีการวิเคราะห์ในหมู่ทหารชั้นสูง
ว่าสถานการณ์ดังกล่าวน่าจะเกี่ยวข้องกับทหารในกองทัพที่ไม่พอใจ
สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับกองทัพ
และอาจเกี่ยวข้องกับท่าทีความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ในระยะหลัง ซึ่งข้อวิเคราะห์นี้ตามมาด้วยข้อสรุปของ"พล.อ.สนธิ"๒ประเด็นของผู้อยู่เบื้องหลังคือ ๑.เกี่ยวข้องกับ"ทักษิณ" และ ๒.เป็นการทำของทหารของ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสถานการณ์ระเบิดดังกล่าว
ถูกวิเคราะห์จากทหารว่าอาจเชื่อมโยงกับความไม่พอใจที่เกิดขึ้นต่อกรณีการฝึก
ซ้อมทางอากาศการให้การอารักขาในเขตพระราชฐานในระยะนี้
ซึ่งข่าวนี้มีความสอดคล้อง
กับการเพิ่มกำลังการอารักขาความปลอดภัยเป็น ๓ ชั้น โดยชั้นนอกเป็นกำลังของ"พล.อ.สนธิ"ส่วนชั้นที่ ๒ เป็นของ"พล.อ.เปรม"ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับ"การข่าวทหาร"ที่รายงาน"พล.อ.สนธิ"ก่อนหน้านี้ว่าม็อบพยายามเคลื่อนตัวไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อยึดกุมสภาพบริเวณนั้นตามแผนของ"ผู้ใหญ่"ที่ต่อมาภายหลัง จึงมีคำสั่งให้สกัดกั้นและห้ามใช้ลานพระบรมรูปเป็นที่ชุมนุม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า รายงานชิ้นนี้
สอดรับกับรายงานจากกองทัพเรือที่ส่งนายทหารระดับสูงไปในพื้นที่ จ.ประจวบ
บริเวณจุดสำคัญร่องเรือน้ำลึกหลายแห่งเพื่อสำรวจและวางกำลังในพื้นที่
โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ ต.แม่
รำพึง อ.บางสะพาน เมื่อสัปดาห์ทีผ่านมาด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ด้วยว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่มีการจับแกนนำม็อบทั้งกลุ่มคนวันเสาร์ และ
กลุ่ม๑๙ก.ย. เพราะขณะนี้ม็อบดาวกระจาย
ได้ส่งผลกระทบกับ"กองทัพ"โดยเฉพาะจากรายงานที่"พล.อ.สนธิ"ได้รับจากหน่วย
ข่าว กอ.รมน.ในพื้นที่ ภาคอีสาน และภาคเหนือ
ทั้งในพื้นที่ที่ไม่มีการประกาศกฎอัยการศึก
และพื้นที่จังหวัดที่มีการประกาศกฎอัยการศึก
มีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักของแกนนำ ที่มีการระดมมวลชนเคลื่อนไหว
ซึ่งจากภาพที่ปรากฎของ"มวลชน"ราว ๕ หมื่นคน ในจ.กาฬสินธุ์ และ
จ.ยโสธร ที่เดินเท้าฝ่าแนวกั้นของทหาร ไปยังจุดชุมนุม
ทำให้หลายฝ่ายในคมช.หนักใจ โดยฉพาะกับแผนการเคลื่อนไหวของม็อบ
นปก.ที่กำลังจะชุมนุมที่ จ.พะเยา ต่อไปเร็วๆนี้ และมีการแจกจ่ายซีดี
เปิดเผยข้อเท็จจริงการรัฐประหารไปทั่ว โดยป้าหมายในระยะอันใกล้
นปก.จะลงพื้นที่ภาคใต้ ที่มีฐานของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้การสนับสนุน
คมช.โดยประเด็นม็อบที่"นิพิษฎ์"แห่งปชป.นำม็อบบุกล้อมบ้าน"วีระ มุกสิกพงศ์"กำลังจะถูกขยายผลต่อการเชื่อมโยงพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับ"มวลชน"ของคมช.ผ่าน กอ.รมน.ในแต่ละพื้นที่ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังจับตาประเด็นเนื้อหาของ รัฐธรรมนูญ๕๐
ในหมวดพระมหากษัตริย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดบางส่วน ในบางมาตรา
ที่แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ๔๐ ว่าอาจจะเป็น
ประเด็นที่นำมาซึ่งการออกมา
เคลื่อนไหวของม็อบอีกส่วนหนึ่ง โดยผู้ที่จะจุดปะเด็นข้อสังเกตุเหล่านี้
คือฝ่ายม็อบ นปก.ซึ่งในเรื่องนี้ ฝ่ายทหารก็กำลังจับตาอยู่เช่นกัน

เบื้องหลังข่าวลือ/จับตา"บิ๊กบัง"-"ป๋า"/ส.ค.รู้ใครทายาท/ม็อบนปก.พิทักษ์สถาบัน/สลายม็อบ/ทักษิณเข้าไทย
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวการเมือง-กองทัพ กรณีเบื้องหลังสถานการณ์"ข่าวลือ"เกี่ยว
กับ"เจ้านายชั้นผู้ใหญ่"ในห้วง๕-๖วันที่ผ่านมา ว่า
มีความเกี่ยวข้องกับควมเคลื่อนไหวอัน"ผิดปกติ"ที่กองทัพอากาศ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(๒๐.ก.ค.๕๐)โดยในเวลา ๑๘.๐๐น.ของวันดังกล่าว
มีรายงานว่า ได้มีผู้พบเห็นการนำรถถังจำนวนหนึ่งเข้าไปยังกองทัพอากาศ
ซึ่งเดิมที่บริเวณดังกล่าวด้านถนนพหลโยธินขาเข้าได้มีการตั้งจุดตรวจการของ
ทหารอยู่แล้ว ทั้งนี้กระแสข่าวครั้งแรกมีการรายงานว่าเป็นกองกำลังของ"ผู้ใหญ่"ท่านที่"หน่วยข่าวลับ"เคย
รายงานไปก่อนหน้านี้
แต่ต่อมาภายหลังมีการรายงานว่ากองกำลังดังกล่าวเป็นกำลังของ"พล.อ.สนธิ"ที่
เข้ามาควบคุมพื้นที่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้
มีการรายงานสถานการณ์ข่าวลือขยายไปทั่วทั้งในกองทัพ
และแม้แต่ในแวดวงของประชาชนคนำงาน และผู้คนทั่วไป ขณะที่มีกระแสข่าวว่า
จะมีการเดินทางกลับมายังประเทศไทยของ"เจ้านายชั้นผู้ใหญ่"ในวันที่ ๒๖
ก.ค.๕๐ เพื่อร่วมพิธีการตามหมายกำหนดการหลายหมายด้วยกัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความขัดแย้งระหว่าง"ผู้ใหญ่"กับ"พล.อ.สนธิ"ทวีความรุนแรง ถึงขึ้นที่
"พล.อ.สนธิ"มีการพูดผ่านไปยัง นายทหารที่ใกล้ชิดกับ"ผู้ใหญ่"ว่าหากผู้ใหญ่
เข้ามาในประเทศไทยจะไม่รับรองความปลอดภัย
โดยเฉพาะหากมีการเข้าทางเครื่องบินอาจถูกเข้าจัดการจากเครื่องบินของกองทัพ
อากาศ ซึ่งกระแสข่าวนี้กระจายไปในหมู่นายทหารในกองทัพ ทำให้หลายฝ่ายไม่พอใจ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ท่าที"แตกหัก"ของ"พล.อ.สนธิ"มีสาเหตุจากข่าวความเคลื่อนไหวสถานการณ์ใต้
ที่ในช่วงที่ข่าวของ"ผู้ใหญ่"ไม่ปรากฎความเคลื่อนไหวในทางเปิด แต่ในทางปิด
ในขณะที่"พล.อ.สนธิ"หันมาสนใจ
ในพื้นที่กรุงเทพส่วนกลาง
ในการสับเปลี่ยนกำลังกลับคืนหลังจากที่ถูก"ผู้ใหญ่"เข้ามาจัดการกำลัง
ในทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้"ผู้ใหญ่"ได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง
และเข้าจัดการกับสถานการณ์ ซึ่งทำให้ห้วงสัปดาห์ที่แล้ว มีการจับ
กุม
ขบวนการก่อการร้ายได้กว่าร้อยคน ที่ต่อมา"พล.อ.สุรยุทธ์"ลงไปในพื้นที่
และต่อมา"พล.อ.สนธิ"มีการสั่งการให้มีการโยกย้ายสลับสับเปลี่ยนหน่วยงาน"จร
ยุทธ์ข่าวทหาร"ในค่ายองคยุทธบริหารครั้งใหญ่
และมีการตำหนิ"แม่ทัพภาคที่๔"ต่อการใช้"หน่วยข่าว"รีดเร้นเค้นความลับจาก
บรรดา"ขบวนการ"ที่ถูกจับกุม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การโยกย้ายสลับสับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในฝ่ายปฏิบัติ
กระทบถึง"สายข่าว"ของผู้ใหญ่ ที่แทรกซึมอยู่ในพื้นที่
ที่ปรากฎต่อมามีการไล่ล่าฆ่า"สายข่าว"ที่เป็นทั้ง
"อุซตาส"และกองกำลังบางส่วนอย่างหนัก
ในพื้นที่
และก่อนจะติดตามมาด้วยการต่อต้านอย่างหนัก
รวมถึงเหตุการณ์ระเบิดที่ยะลาที่มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต
เป็นเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติการกู้ระเบิด

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ให้จับตาปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ
จะเป็น"ชนวน"ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจมาถึงก่อนกำหนด
ที่ปรากฎการเคลื่อนตัวของหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชนชั้นบน
ที่เป็น"นักธุรกิจ"ฝั่ง"ทุน
ใหม่"ที่ไดรับผลกระทบจากภาวะ
และฝ่ายของ"ขบวนการประชาชน"ที่เป็น"ฐานจัดการ"จากอดีตผู้เคยร่วมในขบวนการ
ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ทั้ง พคท.และ
ทปท.ที่ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวจัดกำลังทางยุทธวิธีอย่างหนัก
โดยมีรายงานทางลับจากฝ่ายทหารว่า
อาวุธจำนวนมากจากสมัยการต่อสู้ของกองทัพปลดแอก
ยังคงถูกซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ของประเทศไทยหลายแห่ง
และกำลังมีการเตรียมเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่เร็วๆนี้ หากสถานการณ์"สุกงอม"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าการข่าวทหาร กังวลต่อข่าวที่ได้รับ
กับความพยายามทำให้ประชาชนไม่พอใจทหาร
และอาจลุกลามถึงการแอนตี้โดยใช้"พล.อ.สพรั่ง"และ"พล.อ.สนธิ"เป็น"เงื่อนไข
"ซึ่งแนวทางยุทธวิธีนี้กำลังขยายตัวลุกลามทางภาคเหนือ-อีสาน
จนทำให้"พล.อ.สนธิ"ในสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องลงพื้นที่ภาคอีสานเพื่อหยั่งวัด
"มวลชน"ที่กอ.รมน.เข้าไปกุมสภาพ ในการเตรียมรับมือสถานการณ์


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในขณะที่มีกระแส"พล.อ.สนธิ"ลงเล่นการเมืองนั้น
มีความเคลื่อนไหวในกองทัพอย่างคึกคักกับการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร
โดยเฉพาะตำแหน่งโฟกัส"ผู้บัญชาการทหารบก"ที่จะมาแทน "พล.อ.
สนธิ"ซึงจะ
เกษียณอายุปลายเดือนกันยายนนี้ ที่จะทราบผลว่าจะเป็นใคร
ภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีรายงานว่ามีคำสั่งจาก
ผบ.ทบ.ให้ทุกหน่วยที่ข้าราชการเตรียมจะลาออกส่งความจำนงค์มายังกองทัพบกก่อน
วันที่ ๔ ส.ค.ซึ่งทำให้คาดหมายว่าโผชื่อของ
ผบ.ทบ.จะชัดเจนในวันดังกล่าวด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"โดยในงานวันเกิดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความใกล้ชิด"พล.อ.สพรั่ง"ได้ประกาศกลางงานว่าทหารทุก
หน่วยจะให้การสนับสนุน"พล.อ.สพรั่ง"
พ้อมกันนี้ยังขู่ว่าหากม็อบ
นปก.ยังคงเคลื่อนไหวในรูปแบบดาวกระจายกดดันทหาร คมช.ต่อไป
อาจต้องใช้วิธีการทางทหาร โดยมีการพูดถึงการใช้ M79
ซึ่งข่าวนี้สอดรับกับเหตุการณ์ระเบิดประทัดที่เกิดขึ้นใกล้ม็อบ
นปก.เมื่อ๒-๓
วันที่ผ่านมา และสอดรับกับที่มีรายงานจาก"ข่าววงในทหาร"ว่า"พล.อ.สพรั่ง"เสนอให้ใช้แผน"ดาวกระจุย"เข้าจัดการกับม็อบ"ดาวกระจาย"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ม็อบ นปก.หลายหมื่นคน(๒๒ก.ค.๕๐)ที่ชุมนุมที่สนามหลวง
และมุ่งไปที่ บก.ทบ.และบ้าน"พล.อ.เปรม"ว่า
เป็นปฎิกริยาที่มาจาก"ผู้ใหญ่"ที่ต้องการให้ตอบโต้ฝ่ายของ"พล.อ.สนธิ"และ
"พล.อ.เปรม"โดยเฉพาะ การที่มีม็อบเชลียร์"พล.อ.เปรม"ที่สวนลุมวันเดียวกัน
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการระบุจาก"วงใน"ของม็อบ
นปก.ที่ทราบจากรายงานของทหารระดับสูงว่า
เกมปล่อย"ข่าวลือ"ในระยะนี้เกี่ยวข้องกับท่าทีของ"พล.อ.เปรม"และ"พล.อ.
สนธิ"ที่มีต่อ"ผู้ใหญ่"...ซึ่งท่าทีนี้เกี่ยวข้องไปถึงการประกาศของม็อบ
นปก.เมื่อวันศุกร์-เสาร์(๒๐-๒๑ก.ค.)ว่าจะให้ทุกคนแสดงความจงรักภักดีต่อพระ
บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสวมเสื้อเหลืองมาร่วมชุมนุม
ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ มีการพูดถึงในข้าราชการทั้งทหาร
และหลายฝ่ายที่ติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะหลายฝ่ายกำลังศึกษารัฐธรรมนูญ๕๐
ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการประชามติ
ว่าอาจมีการซ่อนเร้นประเด็นสำคัญบางประการที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์"ข่าว
ลือ"ระยะสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
เพิ่มเติม(๒๑.๓๐น. วันที่ ๒๒
ก.ค.๕๐)กรณีเบื้องหลังเหตุการณ์การตัดสินใจใช้กำเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบ
จราจลเข้าสลายการชุมนุมของม็อบ
นปก.ที่ชุมนุมอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ โดยมีการใช้แก๊สน้ำตา
และพยายามจับแกนนำ นปก.ที่ปราศรัยโจมตี"พล.อ.เปรม" ว่า เบื้องหลังคำสั่ง
ของ"พล.อ.สนธิ"ไปยัง ตำรวจนครบาล"พล.ต.อ.อดิศร
นนทรีย์"ผบ.ชน.ตามแผนพิทักษ์๑ ขั้นที่ ๓ นั้น
เป็นเพราะมีรายงานข่าวทางการทหารเชื่อว่า
"ผู้ใหญ่"และ"พ.ต.ท.ทักษิณ"ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้ว
และมีการบัญชาการสถานการณ์ในประเทศ
ซึ่งการที่กลุ่มผู้ชุมนุมตัดสินใจบุกฝ่าแนวกั้นของตำรวจจากสะพานมัควาน
ผ่านทางหน้าบก.ทบ.จนถึงบ้านสี่เสาเทเวศน์
เพราะมีการส่งสัญญานจาก"ผู้ใหญ่"อีกท่านหนึ่ง
ที่ทำให้มีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักจาก"พล.อ.เปรม"และ"พล.อ.สนธิ"โดยเฉพาะ
ได้มีข้อเสนอออกมาให้"เลือกข้าง"เกิดขึ้นโดยข้อเสนอนี้ถูกยื่นผ่านาภายในกอง
ทัพ ทำให้แนวทางความคิดของทหารในกองทัพแตกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง
พร้อมสนับสนุน"ผู้ใหญ่"อีกฝ่ายสนับสนุน"ผู้ใหญ่"อีกท่านหนึ่ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า หลังสถานการณ์ปะทะที่หน้าบ้านสี่เสาสงบลง
มีรายงานความเคลื่อนไหวของผู้นำเหล่าทัพ
และในส่วนของกองทัพภาคที่๑ที่มีการประชุมหารือกับการใช้แผนควบคุมสถานการณ์
ขณะทีมีรายงานความเลื่อนไหวที่สื่อไปทำนอง
การเตรียมสร้างสถานการณ์เพื่อขยายไปสู่เงื่อนไขการ"ปฏิวัติซ้อน"ของกำลังอีก
ฝ่าย อย่างไรก็ตาม
ขณะรายงานสถานการณ์ยังไม่เป็นที่แน่ชัดถึงการเคลื่อนกำลังทั้งหน่วยจรยุทธ์
ของฝ่าย
คมช.และฝ่ายจรยุทธ์ของม็อบนปก.กับการสร้างเงื่อนไขของสถานการณ์ที่ไม่สงบไป
จนถึงวันจันทร์(๒๓ก.ค.)

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:42 am

จับตา"สพรั่ง"อกหัก/หึ่งอีกซ้อน-ซ้ำก่อน๑๙ส.ค./"สมัคร-พปช."ขวา-ซ้าย เป้า"ป๋า"/จับตากลุ่ม๑๙ก.ย.รุกคมช.
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมือง-การทหาร ว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ.หลังจากได้รับรายงานแล้วว่าจะไม่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.สืบต่อจาก"พล.อ.สนธิ"แน่นอน เพราะ"พล.อ.สนธิ"ก็ไม่ไว้ใจว่าจะควบคุม"พล.อ.สพรั่ง"ได้หากปล่อยให้ขึ้นสู่ตำแหน่ง"คุมกำลัง"ที่แน่นอนจะมีผลต่อสถานะของ"พล.อ.สนธิ"ที่จะดำรงตำแหน่ง ประธานคมช.เพียงตำแหน่งเดียว..โดยผู้ที่"พล.อ.สนธิ"ไว้ใจและมีการกล่าวถึงมากที่สุดผ่านสื่อคือ"พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์"ที่ถือว่าใกล้ชิดเสมือนญาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีชื่อของ"พล.อ.วินัย"และ"พล.อ.บุญสร้าง"ขึ้นมาให้หลายฝ่ายเสนอต่อ"พล.อ.สนธิ"โดยเแพาะ"พล.อ.วินัย"นั้นเป็นเพื่อนรักที่ไว้ใจได้ที่สุด..ขณะที่"พล.อ.บุญสร้าง"ก็มีผู้เสนอว่าดู"กลางๆ"ที่จะมานั่งเก้าอี้ผบ.ทบ.และให้"พล.อ.สพรั่ง"ไปนั่ง ผบ.สส. อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ก็ถูกจับตาจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะความพยายามต่อเชื่อมกับกำลังของฝ่าย"ผู้ใหญ่"ที่"พล.อ.สนธิ"เพิ่งประกาศความขัดแย้งไปก่อนหน้านี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ที่ต่อเชื่อมกับ"ผู้ใหญ่"เป็นการต่อเชื่อมผ่านนายทหารระดับสูง ทั้งนี้สาเหตุสำคัญมาจากการที่"พล.อ.สพรั่ง"ได้รับทราบรายงานอีกชิ้นต่อกรณีปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิที่เกิดปัญหา"แท็กซี่เวย์"ร้าว ที่มีรายงานผลทางวิศวกรรมจากหลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศที่เข้าไปตรวจสอบ ว่าเกิดจากน้ำท่วมขังในระยะเวลานาน ซึ่งมีรายงาน"ทางลับ"ทาง"วงในทหาร"ว่าสาเหตุของน้ำท่วมขังอาจเกี่ยวพันถึงกรณีพิพาท และความขัดแย้ง"ผลประโยชน์"ของกลุ่มนายทหารใน ทอท.-สนช.พันธมิตร-ทหาร(กมธ.ตรวจสอบ)ที่โยงใยกับนายทหารใน คมช.ที่ในขณะนั้นมีการพาดพิง"พล.อ.สพรั่ง"ที่เข้ามารับบทบาทสำคัญในทอท. ทำให้"พล.อ.สพรั่ง"ไม่พอใจ นายทหารระดับสูงบางราย ทีเหมือนจะโยนบาปให้เขา เพราะช่วงนั้นเขาออกมา"ชน"และเป็นข่าวในการสัปยุทธ์กับฝ่าย"อำนาจเก่า"อย่างหนัก จึงกลายเป็น"เป้า"ที่ต้องรับผิดชอบในทุกอย่างที่เกิดขึ้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า จาก การรายงานการสืบสวนสาเหตุ"ทางลับ"ระบุว่า ก่อนหน้าที่จะมีการออกข่าว"รันเวย์ร้าว"จนกระทั่งนำไปสู่โครงการย้ายสนามบินในประเทศบางส่วนไปที่ดอนเมือง นั้น มีการแจ้งจาก"พยาน"หลาย
ส่วนว่ามีการปล่อยน้ำเข้าไปในสนามบินสุวรรณภูมิ
โดยใช้รถน้ำของหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
ในช่วงเวลาขณะนั้น(หลังรัฐประหาร ๑๙
ก.ย.๕๐-น้ำเหนือจ่อกรุงจากลาดกระบัง)และ"พยาน"ยังพบเห็นว่าระหว่าง
นั้นมีการควบคุมพื้นที่จากกองกำลังของทางการบิเวณคูน้ำล้อมรอบสนามบิน
สุวรรณภูมิ ที่ก่อนหน้านี้เป็นปริศนาว่าทำไมหากน้ำเข้าท่วมสนามบินระบบ"เซ็นเซอร์ระดับน้ำ"ถึง
ไม่แจ้งเตือนและตัดสัญญานให้มีการถ่ายน้ำออก..แต่กลับปล่อยให้น้ำเข้าท่วม
และละเลยเป็นเวลานับเดือนกระทั่งส่งผลกระทบต่อพื้นผิวสนามบิน
และกลายเป็นที่มาของการตั้ง"ธง"ให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็น"หลุมฝังศพทักษิณ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า จากรายงานชิ้นล่าสุดที่ต่อเชื่อมกัน ยังมีรายงานอีกชิ้นที่"พล.อ.สพรั่ง"เพิ่ง
ได้รับทราบ กรณี ข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี๒๕๔๙
(ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ๑๙ก.ย.๔๙-ขณะที่ ตท.๑๐
(เพื่อนทักษิณ)มีบทบาทในกองทัพ)ที่มีข่าวลือสะพัดในการย้าย"พล.อ.สนธิ"และก่อนหน้านี้มีการย้าย"พล.อ.สพรั่ง"จาก"แม่ทัพภาคที่๓"ไปเป็น"ผู้ทรงคุณกองทัพบก" ซึ่งมีการระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็น"สาเหตุสำคัญ"อันหนึ่งที่เกิดการ"รัฐประหาร"นั้น..."หน่วยข่าวลับ"รายงานว่ามีการรายงานให้"พล.อ.สพรั่ง"ทราบเมื่อเร็วๆนี้ว่าเป้าหมายของ"พ.ต.ท.ทักษิณ"ในขณะนั้นที่ไม่พอใจการแก้ปัญหา"๓จว.ชายแดนใต้"ของ"พล.อ.สนธิ"ต้องการที่จะเปลี่ยนให้"พล.อ.สพรั่ง"ลงไปเป็น"แม่ทัพภาคที่๔"เพื่อดูแลปัญหาภาคใต้ ซึ่งข้อมูลนี้สอดรับกับ"ท่าที"ของ"ทักษิณ"ที่พูดถึง"พล.อ.สพรั่ง"ในหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คที่ทำโดย ร.ท.หญิง ของกองทัพบก ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาขณะนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ในการวางแผนสั่งการให้ยึด"จุดยุทธศาสตร์สำคัญ"ใน
พื้นที่ภาคเหนือ-อีสานและใต้ โดยเมื่อวันพุธที่ ๒๕ก.ค.๕๐
ที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวในหมู่นายทหารว่ากำลังทหารของ"ผู้ใหญ่"ได้เข้ายึด
จุดยุทธศาสตร์ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก
ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า"ผู้ใหญ่"ได้สั่งให้จัดการกับคณะที่ทำรัฐประหาร
เมื่อ ๑๙ก.ย.๔๙ อย่างเด็ดขาด...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ต่อมาวันศุกร์ที่ ๒๗ก.ค.๕๐ ได้มีรายงานการเคลื่อนกำลังทหารในพื้นที่
อีสาน และภาคเหนือ โดยมีลักษณะเป็นการทดสอบกำลังซึ่งปรากฎมีการพบว่า
ได้มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ในกองทัพ
ฝ่าย"พล.อ.สนธิ"ทำการดึงกำลังของฝ่าย"ผู้ใหญ่" โดยเจาะไปที่"ผู้บังคับหน่วย"ที่คุมกำลัง ให้ไปปฏิบัติภารกิจที่สวนจิตฯเพื่อเป็นการ"ตัดกำลัง"..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่ามีการจับตาการเก็บเนื้อเก็บตัวของ"พล.อ.สพรั่ง"ในระยะนี้(การเป็นข่าว)กับการเคลื่อนไหวเชื่อมต่อกำลังส่วนต่างๆของบางฝ่าย ท่ามกลางกระแสข่าวการ"ปฏิวัติซ้อน-ซ้ำ"ที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้งในกองทัพทั้งนี้ส่วนหนึ่งได้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของ"ผู้ใหญ่"(การวัดสอบกำลัง)และรวมถึงการเคลื่อนไหวต่างๆของ"พล.อ.เปรม"ในระยะนี้..ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการหยั่งความคิดเห็นของนายทหารในกองทัพต่อสถานการณ์"ข่าวลือ"เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนด้วย.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีการส่งสัญญานมาจาก"ผู้ใหญ่"อีกท่านให้"ผู้ใหญ่"ท่านที่เป็น"ปฏิปักษ์"กับฝ่าย"พล.อ.สนธิ"รวมถึง ๙ แกนนำม็อบ นปก.ขอโทษ"พล.อ.เปรม"แต่ไม่มีใครยอม ซึ่งเป็นที่มาของเหตุการณ์ที่"พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์"ซ้อน
เกมด้วยการให้พนักงานสอบสวนยื่นขอหมายศาลและทำการควบคุม ๙ แกนนำ
นปก.กลางศาล(๒๗ก.ค.)ทีต่อมาก็มีอีกเงื่อนไข
คือหากปล่อยตัวแล้วห้ามไม่ให้มีการชุมนุมอีก ซึ่ง ๙ แกนนำ นปก.ก็ไม่ยอม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า เบื้องหลังที่ ๘ แกนนำ นปก.ยอมนอนคุกคลองเปรม เพราะเพื่อส่งสัญญานไปยังสำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะก่อนหน้านี้ "น.พ.เหวง"โดย
ภริยาของเขาก็เตรียมหลักทรัพย์มาประกันตัวแล้ว ๒ แสน
แต่เขาไม่ยอมให้ประกันโดยจะขอต่อสู้ เพื่อประจานภาพแกนนำ นปก.ติดคุก
โดยกระบวนการยุติธรรมของไทย ออกไปยังต่างประเทศ และองค์กรของสหประชาชาติ
ที่จะมีผลต่อรัฐธรรมนูญ และต่อการเลือกตั้ง รวมไปถึงคณะ
คมช.และรัฐบาลปัจจุบัน
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสถานฑูตหลายแห่งในประเทศไทย อาทิ อเมริกา
ญี่ปุ่น
ก็ได้มีการประสานและพร้อมจะให้แกนนำนปก.ขอความช่วยเหลือในกรณีเกิดสถานการณ์
รุนแรงและมีการไล่ล่าแกนนำ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า เบื้องหลังสถานการณ์วันม็อบนปก.บุกบ้านสี่เสาฯนั้น มีรายงานอีกสายหนึ่งว่าแท้จริงแล้ว"พล.อ.เปรม"ไม่ได้อยู่ในบ้านพัก แต่ไปอยู่ที่บ้านรับรองใน กรมทหารราบที่ ๑๑ ที่เป็นสถานที่ที่"พล.อ.
สนธิ"ใช้เป็นที่พักและบัญชาการสถานการณ์ ทั้งนี้เพราะทางการข่าวทหารมีการรายงานสถานการณ์ต่อ"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.เปรม"อยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงบรรดานายทหารคนสนิท ที่ไม่ไว้วางใจว่าจะมีการสร้างสถานการณ์บุกเข้าไปในบ้านสี่เสาฯหรือไม่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่ากรณีของ"พรรคพลังประชาชน"นั้นเป็นการั้งขึ้นเพื่อรองรับ"แผนสอง"ของ"กลุ่มไทยรักไทย"ภาย
ใต้ความเชื่อ(ตามที่"พล.อ.สนธิ"ระบุ)ที่ว่าไม่ว่ารัฐธรรมนูญ๕๐
จะเกิดขึ้นหรือไม่
หรือจะมีการใช้รัฐธรรมนูญ๔๐ก็ยังจะมีการเลือกตั้ง...ซึ่งการตั้งพรรคดัง
กล่าว และดึง"นายสมัคร"และอาจรวมถึง"พล.อ.ชวลิต"เข้ามาร่วมนั้น
เป็นแผนการทางการเมือง"รักษากำลัง-ตีโต้"ที่ถูกดำเนินการโดย"สายตรง
"จาก"บ้านจันทร์ส่องหล้า"ผ่าน"
แกน"อย่าง"เยาวภา-สุดารัตน์-หมอมิ้ง-หมอ
เลี๊ยบ"
โดยเป็นการแตะสลับมือกับ"จาตุรนต์"มีมีภาพบทบาทนำในการผนึกกำลังสู้ครั้งแรก
กับฝ่ายทหาร
ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำความมั่นใจของ"ทุนสนับสนุน"และบรรดา"ลูกพรรคทรท.เดิม"ที่
กระจัด
กระจายให้"ไหลกลับ"...ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการ"ตีกัน"ความเคลื่อนไหวทางการ
เมืองของ"พรรคทหาร"และ"พล.อ.สนธิ"ที่กำลังเชื่อมโยงหลายกลุ่มการเมือง
ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ส่งผลถึงกำลังของ"สมศกดิ์
เทพสุทิน"ที่หวังจะใช้"ชัยอนันต์ สมุทรวณิช"มาช่วย
และส่งผลกระทบกับกลุ่ม"พินิจ-สุวัจน์-ปรีชา"โดยพบว่ามีสมาชิก
อดีตส.ส.จำนวนไม่น้อยที่ไหลออกจากกลุ่มเหล่านี้กลับไปยัง พรรคพลังประชาชน
ที่ทำให้"กกต."ต้องออกมา"สกัด"โดยชี้ถึงกติกาการตั้งพรรคการเมือง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การดึง"สมัคร"มาของพรรคพลังประชาชน
เพื่อปูภาพของ"ความจงรักภักดี"กับสถาบันฯแต่เป็นปฏิปักษ์กับ"พล.อ.เปรม"
ขณะเดียวกันก็เป็นการเสริมฐานทางการเมือง
เพื่อรับกับการเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.-และเขตทหาร
ซึ่งจะผนึกเข้ากับพื้นที่ภาคอีสาน-เหนือ
ของ"บิ๊กจิ๋ว"..ที่แม้ฝ่ายคมช.-พันธมิตรฯ
จะออกมาแฉว่าเป็นการพลิก"อุดมการณ์"ของ"ฝ่ายซ้าย" แต่แกนนำ
ที่เคยเป็น"ฝ่ายซ้าย"ใน พปช.ก็ยังยืนยันเดินหน้า
หนุนให้"สมัคร"เข้ามาเปิดเกม"รุก"ตีโต้
โดยเฉพาะจะมีการ"แยกภาพ"นักการเมืองฝ่าย"อำนาจเก่า" ออกจาก
"กลุ่มพลัง"ที่"ต่อต้านคมช.-รัฐบาล"บางส่วนใน นปก. อย่าง"กลุ่ม
๑๙ก.ย."ที่กำลังเป็นที่"จับตา"ในบทบาทการเคลื่อนไหวหลังจากนี้กับการผนึกกับ
"นักวิชาการอาจารย์มหาวิทยาลัย"ที่นำโดย"มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน"ของ"นิธิ
เอียวศรีวงศ์",จุฬา,ธรรมศาสตร์ และบรรดาองค์กรนักศึกษา
ที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวในทางวิชาการที่แหลมคมมากขึ้นเรื่อยๆผ่านประเด็นการ
ไม่รับกระบวนการประชามติ"รัฐธรรมนูญ๕๐"(๑๙ส.ค.๕๐)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ด้วยว่า กระแสเคลื่อนไหวในหมู่นักวิชาการ อาจารย์
ในส่วนของมหาวิทยาลัยหลายแห่งรวมถึงนักศึกษาที่มี จุฬา-ธรรมศาสตร์
เป็นแกนหลักๆโดยเฉพาะบรรดานักศึกษาที่เป็นลูกหลานของ นปก.ต่อกรณี
การ
ควบคุมตัว นปก.แต่ทั้งนี้
จะมีการเคลื่อนไหวในลักษณะ"แยกกันเดิน-ร่วมกันตี"ที่มีการประสานกับ"องค์กร
สิทธิมนุษยชน"ในต่างประเทศ
โดยเชื่อมโยงกับประเด็นเนื้อหา"บางประเด็น"ในรัฐธรรมนูญ๕๐
โดยเมื่อวันศุกร์ที่
ผ่านมามีการประชุมของอาจารย์หลายฝ่าย
ที่ส่วนใหญ่มีบทบาทสมัย ๑๔ตุลา๒๕๑๖-๑๙
โดยเฉพาะบรรดา"อดีตกรรมการศูนย์นิสิต"เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวใน
สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า แนวทางของ กลุ่มนักวิชาการ-นิสิตนักศึกษา
ที่ก่อตัวรวมมวลและเคลื่อนไหวกันในทางวิชาการต่อเชื่อมแต่ละสถาบันและเตรียม
เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ก่อนถึงวาระประชามติรัฐธรรมนูญ
ที่นอกจากจะรณรงค์"ไม่ไปลงประชามติ"แล้วยังรณรงค์ให้"ไม่รับ"รัฐธรรมนูญ
และเรียกร้องหากว่าต้องเอารัฐธรรมนูญ ๔๐ มาใช้
ก็ขอให้"ประชาชน"เป็นผู้แก้ไข ไม่ใช่ คมช.ดำเนินการ
โดยให้มีการเลือกตั้งผ่านไปก่อนและให้มาแก้ไข...อย่าง
ไรก็ตามมี
การวิเคราห์ในหมู่"นักวิชาการฝ่ายซ้าย(ในอดีต)"ว่า
สถานการณ์ที่แหลมคมมากขึ้นเรื่อยๆอาจจะมีความพลิกผันบางอย่างที่เกิดจาก
"ทหาร"ก่อนจะถึงวันที่มีการลงประชามติก็ได้...

สรุป"มนตรี"ผบ.ทบ./จับตา"สพรั่ง"/รักชาติระดมทุน/เบื้องหลังล้มนปก.๑/หมอมิ้งปักหลักออสเตรเลีย
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวทางการเมือง-การทหาร
ช่วงก่อนถึงวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ๕๐ ในวันที่ ๑๙ส.ค.๕๐ (อีกราว ๑
สัปดาห์)ว่า สถานการณ์ขณะนี้ มีความเข้มข้นแหลมคม ทุกแนวรบ โดยเฉพาะแนว
รบ
ด้าน"ทหาร"ที่มีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยเฉพาะมีสัญญานจากวงประชุมนายทหารระดับสูงใน
บก.ทบ.ที่ให้คำปรึกษากับ"พล.อ.สนธิ"ต่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสืบต่อใน
ตำแหน่ง ผู้
บัญชาการทหารบก ที่ระยะหลัง
มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ผ่านไปยัง"ผู้ใหญ่"บางท่าน
และแม้แต่ที่บ้านสี่เสาเทเวศน์ของ"พล.อ.เปรม"
แต่"พล.อ.สนธิ"ก็ยังไม่ยอมแสดงท่าทีใดๆผ่านนายทหารคนสนิทหรือใครแม้กระทั่ง
ผู้ใหญ่ที่เขาให้ความนับถือ ซึ่งเป็นที่มาของข่าวที่ว่า ในวันที่ ๑๕
ส.ค.๕๐ ที่เบื้องแรกมีการกำหนดจากกระทรวงกลาโหม
ว่าทุกเหล่าทัพจะต้องส่งโผบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีให้
กับปลัดกระทรวงกลาโหม
ก็อาจจะยังไม่มีการนำเสนอรายชื่อในระดับ"ผู้บัญชาการทหารบก"และตำแหน่งลด
หลั่นลงไป แต่อาจจะมีการส่งบางส่วนไปก่อนเพื่อพิจารณา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า วงหารือในทหารระดับสูงของ บก.ทบ.สรุปตรงกันว่า ผบ.ทบ.คนใหม่
ที่"พล.อ.สนธิ"ควรพิจารณาคือ"พล.อ.มนตรี
สังขทรัพย์"เสธ.ทบ.ที่"พล.อ.สนธิ"น่าจะไว้ใจได้มากกว่า"พล.อ.สพรั่ง"ที่หลาย
คนให้ความเห็นว่า ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อย
คือ"พล.อ.สพรั่ง"จะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นผบ.ทบ.
ก็จะไม่เป็นผลดีกับ"พล.อ.สนธิ"เพราะด้วยเหตุผลเดิมคือ"ยากที่จะควบคุม"แม้
ว่า
ระยะหลัง"พล.อ.สพรั่ง"จะพยายาม"เก็บตัว"ไม่เป็นข่าวเพื่อถนอมตัวไม่ให้เกิด
การปะทะจนช้ำโดยไม่จำเป็นแล้วก็ตาม
ทั้งนี้โดยเหตุผลที่อาจจะนำมาเป็นข้ออ้างคือการที่กองทัพต้องการมี
ผบ.ทบ.ที่อยู่ในตำแหน่งต่อเนื่อง ซึ่ง"พล.อ.สพรั่ง"จะเหลือเวลาประมาณ ๑ ปี
ขณะที่"ตัวเลือกอื่น"ที่"พล.อ.สนธิ"จะเลือก
มีอายุเวลาการอยู่ในตำแหน่งได้นานและต่อเนื่องไม่เกิดช่องว่างช่องโหว่การ
เชื่อมต่องานกองทัพ
ขณะที่"พล.อ.มนตรี"นั้นนอกจากมีฐานะเป็น"ญาติ"กับ"พล.อ.สนธิ"ยังถือว่าอยู่
กลางๆที่"พล.อ.สนธิ"จะต่อเชื่อมในการ"กุมสภาพ"กองทัพจาก"ภายนอก"ได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
การเก็บเนื้อเก็บตัวของ"พล.อ.สพรั่ง"ที่ทำถึงขนาดให้มีการกั้นเชือกนักข่าวๆ
ไม่ให้เข้าใกล้ในรัศมีประชิด ที่
ทอท.และออกกฎที่จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องงานในฐาประธานบอร์ด
ทอท.เท่านั้น โดย
ห้ามถามประเด็นทางการเมือง...แต่ในขณะเดียวกันก็มี
รายงานการเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ในการขอให้"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งเจรจากับ
"พล.อ.สนธิ"โดยมีความพยายามนัดหมายกันเมื่อช่วงประมาณก่อนวันที่ ๓
ส.ค.๕๐ที่ผ่านมา ที่"พล.อ.สพรั่ง"ก็เข้าไปพบกับ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ด้วย
แต่"พล.อ.สนธิ"ไม่ยอมไป..นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ใน
การประสานผ่าน"ผู้ใหญ่"อีกท่านหนึ่ง ผ่านนายทหารผู้ใกล้ชิด
โดยมีการนัดหมายเจอกันหลายครั้งเพื่อยื่นข้อเสนอเงื่อนไขหลายประการต่อกัน..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกี่ยวข้องไปถึงเบื้องหลังการที่"พล.อ.สพรั่ง"ได้รับ
มอบหมายให้ลงไปในพื้นที่ ๓
จังหวัดชายแดนภาคใต้...ทั้งนี้มีรายงานจากนายทหารระดับสูงว่า
มีความพยายามจากหลายฝ่าย
ที่ไม่ใช่จากฝ่ายของ"พล.อ.สนธิ"ในการผลักดัน
"พล.อ.สพรั่ง"ทุกวิถีทางแม้แต่วิธีการ"เปลี่ยนโผ"ในบางขั้นตอนที่พ้อนจากการ
ควบคุมของกองทัพไปแล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์ก่อนจะสรุปโผกองทัพ
เป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์ความขัดแย้งที่ส่งผ่านข่าวด้าน"ลบ"ของ"พล.อ.
สนธิ"ในระยะนี้ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สนธิ"ในการปูพื้นสำหรับลง
เล่น
การเมือง
ที่เริ่มมีการส่ง"สัญญาน"จากขั้วภายในกองทัพที่มี"ผลประโยชน์"ต่อการแต่ง
ตั้งโยกย้าย ผ่านไปยัง"สื่อ"ในสังกัดที่เคยร่วมงานกันมา ให้นำเสนอข่าว
บทความ ในทางไม่เห็นด้วยที่"พล.อ.สนธิ"จะลงเล่นการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นข่าวปัญหาการจัดซื้อ"รถหุ้มเกราะ"จากยูเครน รัสเซีย
หรือจะเป็นกรณีข่าวของพรรครักชาติ ที่ปรากฎ"พล.อ.พัลลภ
ปิ่นมณี"ยอมรับว่า"พล.อ.สนธิ"มีความสนใจในพรรคนี้ที่มี"ร.อ.ขจิต"ผู้ที่สนิท
กับ"พล.อ.วินัย ภัทยะกุล"เป็นแกนนำ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า กระแสข่าวการโจมตี"พล.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน"กมธ.คมนาคม จาก
สนช.หลังจากมีหนังสือเตือนจาก"ฝ่ายบริหาร"โดย"พล.อ.สุรยุทธ์"ถึงการทำงานที่
ก้าวล่วงฝ่ายบริหาร ก็เป็นส่วนหนึ่งของ"เกม"
ความขัดแย้งภายในที่เกิด
ขึ้นในกองทัพ..ทั้งนี้เพราะทราบกันดีอยู่ว่า"พล.อ.บรรณวิทย์"นั้นเป็นเพื่อน
สนิทกับ"พล.อ.สพรั่ง"และเคยมีบทบาทร่วมกันหลายต่หลายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
หลายกรณีสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกรณีสนามบินสุวรรณภูมิร้าว
กรณีผลประโยชน์ที่ดินการรถไฟที่ห้างเซ็นทรัลเช่าระยะยาว

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีรายงานอีกกระแสว่
ความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.บรรณวิทย์"นั้นไม่ธรรมดาในความสัมพันธ์ทางอ้อมกับ
"พล.อ.สนธิ"โดยเฉพาะกับกระแสข่าวที่มีการประสานเจรจากับทางเซ็นทรัล
ผ่านนายทหารใน ตท.๖ ที่ใกล้ชิดกับผู้บริหารเซ็นทรัล
ที่เป็นที่มาของการที่เซ็นทรัลอาจเป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนทุนของพรรค
การเมืองบางพรรคอย่าง"รักชาติ"
ขณะที่อีกกระแสมีการระบุว่าผู้บริหารระดับสูงมีการเคลื่อนไหว
ผ่าน"พล.อ.วินัย"ในฐานะที่มีความสัมพันธ์ และผ่านทาง"ผู้ใหญ่"ที่ทำให้"พล.อ.บรรณวิทย์"ต้องเฟดถอยไปตั้งหลัก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าขณะนี้ในแวดวงทหารเริ่มมีการพูดถึงไทม์มิ่งนับถอยหลังของสถานการณ์แตกหัก
ทางการเมืองในห้วงก่อนถึงวัน"ลงประชามติ"(๑๙ส.ค.)ว่าอาจจะเกิดสถานการณ์ที่
บานปลายได้หาก มีการเคลื่อนไหว
ของบางฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับ"คมช".ตาม
แผน"ยึดเมือง"ก่อนการลงประชามติ โดยแผนของกลุ่มนี้
ต้องการให้มีการเลือกตั้งภายใน ๑ เดือน
พร้อมๆกับปฏิบัติการปราบฝ่ายที่เคยร่วมกันทำรัฐประหาร..โดยรายงานนี้สอดรับ
กับท่าทีของ"พ.ต.ท.ทักษิณ"หลังจากที่มีการส่งสัญญานที่จะจัดการกับ"คุณหญิง
พจมาน"ด้วยการออก"หมายจับ"หากไม่ไปรายงานตัวตาม"หมายเรียก"ของเจ้าหน้าที่
ในคดีที่ดินรัชดา ในวันที่
๑๗ส.ค.ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกี่ยวข้องกับการออกมาของ"วีระ
สมความคิด"ในการจี้ให้มีการดำเนินคดีกับ"พ.ต.อ.ชาญชัย"ที่ถูกระบุว่าเป็น
"ม้าใช้"วิ่งเต้น"สินบนตุลาการ"ในคดียุบพรรคไทยรักไทย ที่"จรัญ
ภักดีธนากุล"เป็นผู้เปิดเรื่องนี้เป็นคนแรกเมื่อราวกลางเดือนมิถุนายนที่
ผ่านมา..ขณะเดียวกันมีรายงานอีกชุดระบุว่า
"พ.ต.อ.ชาญชัย"อาจเป็น"เครื่องมือ"ในการขยายประเด็นเข้าจัดการกับ"คุณหญิง
พจมาน"ที่นอกเหนือไปจากประเด็น ฆ่าตัดตอน ๒ พันศพ
ที่มีความพยายามโยง"พ.ต.ท.ทักษิณ"ให้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงในทางคดี
เพื่อกระจายการลดความน่าเชื่อถือไปยังต่างประเทศที่"พ.ต.ท.ทักษิณ"มีความ
สัมพันธ์..ซึ่งกรณี"พ.ต.อ.ชาญชัย"มีรายงานว่าสร้างความไม่พอใจให้กับ"พ.ต.ท
.ทักษิณ"อย่างมาก เพราะมีการโยงผ่าน"นิติมธ.๐๙"และเชื่อมโยง"สมชาย
วงศ์สวัสดิ์"และ"เยาวภา
วงศ์สวัสดิ์"ขณะที่ก็เป็นการเชื่อมโยงตุลาการฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับสายของ
"ประมาณ ชันซื่อ"อดีตประธานศาลฎีกา ที่กำลังมีบทบาทในปัจจุบัน
เพราะสาย"นิติ
มธ.๐๙"ทราบกันในวงการนักกฎหมายว่าเป็นสายของบรรดาลูกศิษย์ของ"ประภาส
อวยชัย"ที่เคยมีปัญหากับ"ประมาณ"สมัยวิกฤติตุลาการในอดีต...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณี"วีระ สมความคิด"ว่า วันที่ ๖ ส.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายคนเดือนตุลา
ราว๒๐๐คนมีการนัดประชุมกันที่ คณะนิติศาสตร์ มธ.
และมีมติเรียกร้องให้มีการสลายกลุ่มนเดือนตุลา เพราะถูกหลายฝ่ายนำไปอ้าง
สร้าง
ความชอบธรรม
ซึ่งในวงประชุมได้มีการจี้ถาม"นายวีระ"ที่เข้าไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ
"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สพรั่ง"ในหลายกรณีด้วย
ขณะเดียวกันในที่ประชุมก็มีสมาชิกที่เป็นสาย"คอมฯใหม่"ไม่เห็นด้วยที่จะสลาย
บทบาทของคนเดือนตุลา
โดยต้องการที่จะให้เกิดเงื่อนไขบางประการ(รุนแรง)ในสถานการณ์หลังวันลง
ประชามติรัฐธรรมนูญ

@@"หน่วนข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวจากทหารกลุ่ม ตท.๖
อย่างคึกคักโดยเฉพาะกลุ่มนายทหารที่จะลงเล่นการเมืองที่ถูกมอบหมายให้"ระดม
ทุน"หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าว่าบางพรรคการเมืองที่จะมารอง
รับกลุ่มทหาร มีการระดมทุนได้หลายพันล้าน และอยู่ในขั้นตอนการหาคนมาลงสมัคร ส.ส.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
เบื้องหลังการสลายการชุมนุมหน้าบ้าน"พล.อ.เปรม"(๒๒ก.ค.๕๐)กระทั่งนำมาสู่เกม
จัดการกับ "นปก.๑" ทางคดี นั้นมีรายงานว่าล่าสุดว่า มีการางแผนไว้ล่วงหน้า
และเป็นที่แน่ชัดว่า มีการเดินเกม
จาก"ผู้ใหญ่"(อีกท่านหนึ่ง)ทั้งนี้โดย
ผ่านคำสั่งจาก"บ้านสี่เสาฯ"ที่มีอิทธิพลต่อ"นายทหารคนสนิท"ของ"ผู้ใหญ่"ที่
ส่งมาให้การดูแลแกนนำ
นปก.(๑)โดยเฉพาะ"น.พ.เหวง"โดยได้มีการสับเปลี่ยนนายทหาร
และถือเอาจังหวะอ้างถึง"
ผู้ใหญ่"ในการเสนอให้ทำการบุกไปยังบ้านสี่เสาเท
เวศน์ ก่อนจะถูกปิดล้อมและ ดำเนินคดีเพื่อจัดการกับ แกนนำ นปก.๑
ให้สิ้นสภาพการนำ...ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้เพราะ"ผู้ใหญ่"เดิน
ทางไปต่างประเทศ
โดยมีการลวงว่าแผนบุกบ้านสี่เสาเป็นความต้องการของ"ผู้ใหญ่"จากนั้นก็มีการ
ซ้อนให้"กองกำลังลึกลับ ๖นาย"แฝงเข้าไปอยู่ในกลุ่มนำขบวนฝ่าแนวกั้น
ปะทะกับตำรวจ
และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ(ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่ากำลังทหาร
๖นายถูกจับกุมได้และถูกปล่อยไป)ทั้งนี้โดยมีเป้าเพื่อทำลาย"นปก.๑"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวของบรรดาผู้ใกล้ชิดกับ"พ.ต.ท.ทักษิณ"ว่า
ในส่วนของ"น.พ.พรหมมินทร์"ได้แจ้งกับบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายแล้วว่าจะเลิก
เล่นการเมืองแน่นอนแล้ว โดยได้เตรียมนำเงินเก็บที่มี
ประมาณ ๑๕
ล้านบาทไปซื้อบ้านที่
ออสเตรเลียและปักหลักอยู่ที่นั่นโดยจะไปทำกิจการโรงพยาบาลเอกชนและหันหลัง
ให้กับการเมืองอย่างถาร
เพราะรับไม่ได้และรู้สึกผิดหวังกับสภาการเมืองประเทศไทย
ที่ทำให้บ้านเมืองยากที่จะฟื้นในระยะอันสั้นนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความคืบหน้า กรณีความพยายามเคลื่อนไหวของ
นปก.และเหล่าบรรดานักวิชาการหลายส่วนที่เข้าชื่อยื่นถวายฎีกาปลด"พล.อ.
เปรม"ออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี และองคมนตรี
ว่ากรณีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า
เพราะก่อนหน้านี้มีความพยายามติดต่อประสานงานไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
แต่ไม่มีใครกล้าดำเนินการ
เนื่องจาก"ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง"ยอมรับว่า"ไม่กล้า"เพราะยังมีความเชื่อ
ว่า"พล.อ.เปรม"ยังมีบทบาทอย่างสูงในบรรดาหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับขบวน
การดังกล่าว
ถึงขนาดเอ่ยปากว่า"ไม่กล้าเพราะกลัว"โดยปัดให้ผู้ที่ต้องการยื่นฎีกาไปยื่น
ผ่าน"พล.อ.เปรม"เอง

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:43 am

ไพ่ไฟ/โพลกอ.รมน."ไม่ผ่าน"/"สพรั่ง"รุกถาม"บิ๊กบัง"/"อนุพงศ์"ขวาง"มนตรี/ดึง"จิ๋ว"สัปยุทธ์/รักชาติแตก
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การออกมาของ"น.ต.ประสงค์"เพื่อ
แฉกรณี เสื้อแดง และการแจกเงินเพื่อล้ม รัฐธรรมนูญ ๕๐
เพราะส่วนหนึ่งจากผลสำรวจโพลหลายสำนัก ไม่ว่าจะทั้งจากโพลของ
กอ.รมน.ที่เป็นที่เปิดเผยในหมู่ทหารระดับสูง รวมถึง"พล.อ.สนธิ"พบว่า ส่วนใหญ่"ไม่รับ"รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่เป็นที่มาให้"พล.อ.สนธิ"ต้องพยายามออกมาส่ง"สัญญาน"ไป
ยังผู้บังคับหน่วยในเหล่าทัพ และฝ่ายรัฐบาลเพื่อกระจายไปยังบรรดาข้าราชการ
ว่า ผลการลงประชามติที่เขามั่นใจคือ ๖๐-๗๐
เปอร์เซ็นต์ในการที่ประชาชนจะให้รัฐธรรมนูญ๕๐ ผ่าน
เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ทั้งนี้เพราะเขาหวั่นวิตกจากผลสำรวจที่ออกมา
และทั้งยังทราบถึงผลโพลของหลายพรรคการเมืองรวมถึงพรรคพลังประชาชน
ที่ก็สรุปผลตรงกันว่าประชาชนจะ"ไม่รับ"มากกว่ารับ
และก็ยังไม่แน่ว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักวิชาการที่มี ม.เที่ยงคืน
เป็นแกนนำการเคลื่อนไหวที่ จ.เชียงใหม่ ขยายเข้าสถาบันราชภัฎ ๓๖ แห่ง
และกระจายสู่กรุงเทพผ่านเครือข่ายของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรม
ศาสตร์-จุฬา
ที่รณรงค์ไม่ให้ประชาชนไป"ลงคะแนน"จะทำให้ยอดการไปใช้สิทธิ์ถึง ๕๐
เปอร์เซ็นต์หรือไม่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า จากผลโพลสำรวจ ที่ทำให้ "พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"ต้อง
เร่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำการรณงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อของรัฐ
และพยายามที่จะให้มีเวทีดีเบตในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อให้เกิดความชอบธรรมมาก
ขึ้น และก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้"จาตุรนต์ ฉายแสง"ออกมา"ดักคอ"ฝ่าย คมช. และฝ่ายราชการ ในการที่จะทำให้วันที่ ๑๙ ส.ค.มีเหตุ"ผิดปกติ"ทั้งรูปแบบของ บัตรผี,การเวียนเทียน,ไพ่ไฟ และไฟฟ้าขัดข้องฯลฯ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรายงาน ว่าได้มีคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูง ให้ทำการสั่งพิมพ์บัตรลงประชามติเพิ่มจากโรงพิมพ์จำนวนมาก เพราะหวั่นเกรงว่ากระบวนการประชามติครั้งนี้หาก"ไม่ผ่าน"จะ
สร้างปัญหาให้กับ คมช.-รัฐบาล โดยเฉพาะไม่ว่าจะอย่างไร
คมช.ก็ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดความพึงพอใจในการหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดมาปรับ
แก้เพื่อประกาศใช้ได้ อีกทั้งจะเป็นการ"วัดผล"ถึงการดำเนินการที่ผ่านมาของ คมช.-รัฐบาล นับตั้งแต่ ๑๙ก.ย.๔๙ ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สถานการณ์การประชามติรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเดิมพันสูงสำหรับหลายฝ่ายไม่แต่เฉพาะในส่วนของ คมช.-รัฐบาล หากแต่ในส่วนของ"ผู้ใหญ่"เองก็กังวลต่อ"ผล"ที่จะออกมาไม่น้อย โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ"หน่วยงานองค์กรระดับสูง"บางหน่วย..ทีจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหากรัฐธรรมนูญ๕๐ผ่านประชามติ..ที่เป็นที่มาใน"เงื่อนไข"ที่"ผู้ใหญ่"พูดคุยกับ"พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์"ในการเข้ามาช่วยวางหมากเกมการสัปยุทธ์ โดยมีการรื้อฟื้นถึงตะเข็บความขัดแย้งลึกๆที่"พล.อ.ชวลิต"ไม่พอใจ ที่"พล.อ.เปรม"เคยขวางไม่ให้เขาเป็น"องคมนตรี" ที่จนถึงขณะนี้ในด้าน"กองกำลัง"แม้
จะยังเป็นรอง แต่ก็เริ่มมีเหล่าทัพที่ไม่ใช่
ทบ.หันมาให้การสนับสนุนฝ่ายผู้ใหญ่
ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการเก็บเกี่ยวความขัดแย้งกรณีการตั้ง ผบ.ทบ. ที่"พล.อ.อนุพงศ์"และ"พล.อ.สพรั่ง"อาจถูกบีบให้เข้าไปอยู่ฝ่าย"ผู้ใหญ่"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ช่วงต้นสัปดาห์(๑๔ส.ค.๕๐) ก่อนที่"พล.อ.สพรั่ง"จะออกมาพูดเรื่อง"ถ้าน้องเป็นผบ.พี่ต้องลาออก"(๑๖ส.ค.๕๐)และก่อนที่"พล.อ.อนุพงศ์"จะออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่าไม่ได้ขัดแย้ง"พล.อ.สพรั่ง"รวมถึงพร้อมหนุน"พล.อ.สพรั่ง"เป็นผบ.ทบ. มีรายงานความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ที่บุกเข้าพบ"พล.อ.สนธิ"และถามตรงๆว่า"พี่จะเอายังไง"ซึ่ง"พล.อ.สนธิ"ก็บอกว่า"ให้ใจเย็นๆพี่กำลังดูอยู่" ขณะเดียวกันฝ่าย"พล.อ.อนุพงศ์"ก็ประกาศต่อหน้า ตท.๑๐ หลายคนในวงสนทนา ว่าหาก"พล.อ.สพรั่ง"เป็นผบ.ทบ.เขาพอรับได้ แต่หากมีการให้"พล.อ.มนตรี"เป็นเขารับไม่ได้..ทั้งนี้เพราะตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้านั้น มีข่าวว่า"พล.อ.สนธิ"ตัดสินใจแล้วว่าจะให้"พล.อ.มนตรี"เป็นผบ.ทบ.ต่อจากเขา เพราะยังไงเขาก็ไม่แน่ใจหรือไว้ใจใน"พล.อ.สพรั่ง"ที่
มีท่าทีหลายครั้งว่าเป็นคนที่ยากจะควบคุมได้..ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นที่มาใน
การที่"พล.อ.สนธิ"ตั้งใจจะไม่ส่งโผแต่งตั้งโยกย้ายตามกำหนดของกระทรวง
กลาโหม( ๑๕ ส.ค.๕๐)แต่จะเลื่อนไปจนถึงกลางเดือนกันยายน ๒๕๕๐
ขณะที่ก็มีรายงานทางลับมาว่า "พล.อ.สนธิ"อาจถอยเวลาไปถึงก่อนวันมีผลเกษียณของเขาเพียง ๑-๒วัน(๓๐ก.ย.๕๐)ซึ่งจุดนี้เป็นเหตุให้มีการปล่อยข่าวเรื่องการ"ต่ออายุ ผบ.ทบ."ของ"พล.อ.สนธิ"ออกมาเป็นละลอกในระยะสัปดาห์ที่ผ่านมา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีความเคลื่อนไหวจาก สนช.สายพันธมิตรที่สนิทสนมกับ"พล.อ.สพรั่ง"พยายาม ลุ้นให้เขาเป็นผบ.ทบ.ให้ได้ โดยมีความพยายามก่อกระแสให้"พล.อ.สนธิ"หนักใจว่าหาก"พล.อ.สพรั่ง"ไม่ได้เป็นผบ.ทบ.กลุ่ม"พันธมิตรฯ"จะออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนอีกครั้งเพราะไม่เชื่อว่าหากเป็นคนอื่นขึ้นมาจะคุมสถานการณ์หรือสู้กับ"กลุ่มอำนาจเก่า"ของ"ทักษิณ"ได้ อีกทั้งพวกเขาก็ไม่ไว้ใจ"พล.อ.วินัย"ที่เคยมีการเชื่อมต่อกับ"ทักษิณ" ซึ่งความพยายามนี้มีถึงระดับขั้นที่พวกเขาหลายคนในหมู่นายทหารเชื่อว่าจะชักนำสถานการณ์ไปสู่เงื่อนไขการปฏิวัติซ้อนขึ้นได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีกระแสต้าน"คนนอก"ที่จะมาเป็นผบ.ทบ.ตามที่"พล.อ.สนธิ"ออกมาหยั่งกระแส อย่าง"พล.อ.วินัย"อย่างหนัก แต่จากเมื่อ ๒ วันก่อนปรากฎว่ามีการเจรจากันในระดับหนึ่ง "พล.อ.วินัย"ตกลงที่จะลาออก และไปลงลุยพรรคการเมืองอย่างเต็มตัวแล้ว และมีแนวโน้มว่าสามารถคลี่คลายความขัดแย้งโดยจะให้"พล.อ.สพรั่ง"ไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมโดย"พล.อ.มนตรี"ยังคงมานั่ง ผบ.ทบ.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า "บรรหาร ศิลปอาชา" มีการโทรศัพท์ไปหา"ทักษิณ"เมื่อเร็วๆนี้ และมีการพูดถึงแกนนำการจัดตั้งแนวร่วมพรรครัฐบาล โดยระบุว่าถ้าเป็น"สมัคร"มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน(พปช.)เขาจะรับได้มากกว่าการที่"อภิสิทธิ์"จะมาเป็นแกนนำ เพราะ"อภิสิทธิ์"ยังมือไม่ถึง...และเขาไม่เชื่อว่าจะนำพาไปได้.....ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการประเมินหยั่งเสียงและจำนวนอดีตส.ส.ของ"ไทยรักไทย"ที่ถูก"ดูดกลับ"และนวณจาก"หัวคะแนน"และ"โพล"แล้วว่าจะทำให้ไทยรักไทยตั้งเป้าว่าจะได้ ส.ส.ถึง ๑๘๐ เสียง โดยเฉพาะในพื้นที่อีกสานที่ยัง"กุมสภาพ"ได้และภาคเหนือที่แม้จะถูกรุกอย่างหนักจาก คมช.-รัฐบาลก็ตาม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ เพราะมี"คนชั้นกลาง"ที่มีผลต่อการชี้นำทางความคิด ก็มีความกังวลจากหลายฝ่ายกับบทบาทความเคลื่อนไหวอง"นายสมัคร"มาก
ว่าจะส่งผลกระทบกับพรรคประชาธิปัตย์ และส่งผลกระทบกับ คมช.-รัฐบาล
หรือแม้กระทั่งกลุ่มการเมืองของทหาร ยิ่งเมื่อผนวกกับในพื้นที่ภาคอีสาน
ตอนนี้ ก็มีความกังวลจากเงาของ"พล.อ.ชวลิต"ที่บรรดานายทหารใกล้ชิดของเขามีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึดคัก หลังจากี่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า"ผู้ใหญ่"ได้พบกับ"พล.อ.ชวลิต"และ
ขอให้ช่วยเหลือโดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน
เพราะหลายพื้นที่มีการยอมรับจากฝ่ายทหารว่าเข้าไม่ถึงประชาชน
เพราะไม่ได้รับความร่วมมือ แม้กระทั่ง แม่ทัพภาคที่ ๒
ที่ไปรณรงค์รัฐธรรมนูญก็เข้าพื้นที่ได้เฉพาะบางตำบลรอบนอก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีความพยายามเสนอทางออกของสถานการณ์ทางการเมือง โดยให้"อภิสิทธิ์"เสียสละโดยทำเซอร์ไพร์สด้วยการประกาศยกเก้าอี้ผู้นำรัฐบาล นายกฯให้กับ"ชวน หลีกภัย"ที่
ประชาชน และรวมถึงบรรดาพรรคร่วมฯ จะรับได้มากกว่า จากนั้นค่อยขึ้นมาอีก ๒
ปี เพื่อทำให้รู้สึกว่าอภิสิทธิ์มีความเป็นผู้ใหญ่
หลังจากที่หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คของเขาเปิดไต๋ไปแล้วว่าช่วง ๑๕
ปีนี้เขาเดิมพันกับการขึ้นสู่จุดสูงสุดทางการเมือง ที่ถ้าไม่ได้ก็จะ"ปิดฉาก"ทางการเมือง ขณะที่ก็ยังไม่มีท่าทีอย่างไรจาก"อภิสิทธิ์"แต่
ในขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวของ"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์
แล้วหลายประการ
แม้กระทั่งการเตรียมนำผู้สื่อข่าวของพรรคเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเร็วๆนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน ความเคลื่อนไหวเป็นไปของพรรครักชาติ ว่า ขณะนี้ภาพของพรรคเกิดความขัดแย้งอย่างหนัก จนทำให้"พล.ต.มนูญกฤติ"และ"พล.อ.พัลลภ"ถอยฉากออก ทั้งนี้เพราะส่วนหนึ่งจากการที่"ร.อ.ขจิต"มีกระแสข่าวหนึ่งว่า เป็นเพื่อนสนิทของ"พิเชษฐ์ สถิรชวาล"ซึ่งมีความพยายามเชื่อมโยง"ทักษิณ" หลังจากที่ก่อนหน้านี้อีกระแสระบุว่า"ร.อ.ขจิต"มีความใกล้ชิดกับอดีตผอ.สนามบินสุราษฎร์ธานี ที่มีความสนิทสนมกับ"สุเทพ เทือกสุบรรณ"ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ก็ผูกโยงเข้ากับ"พล.อ.วินัย"ผ่าน"ร.อ.ขจิต"แต่ที่เป็นประเด็นคือ การที่"ร.อ.ขจิต"ถูกมองว่าไม่ค่อยฟังใครเพราะถือว่าเป็นฝ่ายจัดหา"ทุน" จนทำให้เกิดความขัดแย้งใน"
พรรครักชาติ"


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มีประเด็นความขัดแย้งในบริษัท ทศท.ที่"พล.อ.สพรั่ง"เป็นประธานบอร์ด ที่กำลังถูกเชื่อมโยงไปสู่ประเด็นการสกัดการขึ้นสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ.ของ"พล.อ.สพรั่ง" โดยเฉพาะมีการจับตาว่ากำลังมีการเตรียมปลด ผอ.ทศท."นายสมควร"ออกจากตำแหน่ง โดยอ้างคำสั่งของศาลปกครองฯซึ่งเรื่องนี้อาจมีการนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.อังคารหน้า และจะทำให้"นายสมควร"จำเป็นต้องฟ้องร้อง ทศท.และบอร์ด ที่รวมถึง"พล.อ.สพรั่ง"ซึ่งประเด็นนี้ก็จะถูกขยายไปสู่การที่"พล.อ.สพรั่ง"ไม่สามารถบริหารจัดการความขัดแย้งได้ จนส่งผลกระทบความเหมาะสมต่อเก้าอี้ ผบ.ทบ.
ผบ.ทบ.บาน/"บัง-สพรั่ง"ขู่"สุรยุทธ์"/ปฏิวัติซ้ำ/"อนุพงศ์"ยังเป็นต่อ/"จิ๋ว"จำใจ/โดดเดี่ยวทักษิณ
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง-การทหาร ถึงเบื้องหลังกรณี"พล.อ.ชวลิต"ออกมาแถลงท่าทีทางการเมืองในการเป็น"โซ่กลาง"ระหว่าง"ความขัดแย้ง"ของคมช.-รัฐบาล กับ"กลุ่มอำนาจเก่า"ของ"พ.ต.ท.ทักษิณ"(๒๒ส.ค.๕๐)ว่า ปรากฎการณ์นี้มีการเชื่อมต่อกับสถานการณ์ทางการเมืองหลังผล"การประชามติ"รัฐธรรมนูญ๕๐ และสถานการณ์ความขัดแย้งไม่ลงตัวในกองทัพ กับกรณีตำแหน่ง ผบ.ทบ.ที่จะมาสืบทอดต่อจาก"พล.อ.สนธิ" ที่ยังทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ถนัด

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การตัดสินใจของ"พล.อ.ชวลิต"ใน
การพร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือการประสานสมานฉันท์ระหว่าง ๒ ขั้วอำนาจ
เก่า-ใหม่ ภายใต้การผนึกของพรรคเล็กพรรคน้อยราว ๑๐ พรรค นั้น
เบื้องหลังไม่กี่วันที่ผ่านมา "พล.อ.ชวลิต"ได้โทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับ"ทักษิณ"ไปแล้วว่า เขาไม่สามารถช่วยเหลือ"ทักษิณ"ได้ตามที่เคย"ตกลงกัน"ไว้ ที่จะให้เข้ามาช่วยในส่วนของพรรคพลังประชาชน(พปช.)โดยตามแพลนเดิมนั้น "ทักษิณ"และ"บิ๊กจิ๋ว"ตั้งใจให้"สมัคร สุนทรเวช"ออกมา"ล่อเป้า"ก่อน(ก่อนจะถูกคดีขยะ) จากนั้นค่อยเป็น"คิว"ของ"บิ๊กจิ๋ว"ที่จะออกมานำ ภายใต้ความเชื่อใน"สมการ"ทางการเมืองหลัง จากที่ทราบผล"ประชามติ"ที่ปรากฎว่าใน"ทางลับ"ของผลสำรวจของ พรรคไทยรักไทย นั้นพบว่า ๑๙ ล้านเสียงที่"ไม่มาใช้สิทธิ์"นั้นน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวเลขการ"ไม่เห็นชอบ"ของคนอีสาน และเหนือ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน ว่าสาเหตุที่"บิ๊กจิ๋ว"ไม่ดำเนินตามแผนที่มีการพูดคุยตกลงกับ"ทักษิณ"มาหลายครั้ง เพรา ะมีแรงกดดันจาก"พล.อ.เปรม"ที่มีการเชื่อมสัญญานผ่านไปยัง ปปช.และต่อมามีการตั้ง"คณิต ณ นคร"ขึ้นมาเป็นประธานในการสาวคดี"ฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ศพ"ที่ในสมัยรัฐบาลทักษิณ "บิ๊กจิ๋ว"นั่ง
เก้าอี้รองนายกฯความมั่นคงรับผิดชอบ
และประเด็นนี้กำลังถูกขยายต่อจากการที่
ครม.มีมติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา(๑๔ส.ค.๕๐)กรณีอนุสัญญาคอรัปชั่นที่มีการ
ทำไว้กับUN เพื่อเตรียมจัดการกับ"ทักษิณ"ในต่างแดน..ขณะเดียวกันในส่วนของคดีฆ่าตัดตอนก็จะถูกผลักดันสู่"ศาลโลก"และ"บิ๊กจิ๋ว"ก็ไม่ปรารถนาจะมีชะตากรรมแบบ"นายพลพอลพต"ที่ต้องถูกศาลโลกดำเนินคดี ซึ่งกรณีนี้กลายเป็น"เงื่อนไข"ที่ทำให้"บิ๊กจิ๋ว"ต้องเปลี่ยนยุทธวิธีในแผน"โซ่ข้อกลาง"จากเดิมที่จะไปที่ พปช.เปลี่ยนมาที่การสนับสนุน"รวมใจไทย-มัชฌิมา"และกลุ่มพรรคเล็กในการเป็นพรรค ระหว่างกลางข้อต่อ...ที่"บิ๊กจิ๋ว"สามารถเชื่อมต่อได้ทุกส่วน โดยเฉพาะระหว่าง"รวมใจไทย"กับ"สมานฉันท์"ที่ไม่สามารถ"เข้ากันได้"(เนื่องจากทั้ง ๒ กลุ่มต่างมีแกนที่ศักดิ์ศรีทางการเมืองพอๆกัน)หากไม่มี"ข้อต่อกลาง"ที่เป็น"ผู้ใหญ่"มาเชื่อม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าก่อนหน้าการออกมาแถลงท่าทีทางการเมืองของ"บิ๊กจิ๋ว"(๒๒ส.ค.๕๐)หลายวันก่อนหน้านี้"คุณหญิงพันเครือ"ได้พา"บิ๊กจิ๋ว"ไป
ที่วัดแห่งหนึ่งที่ จ.นนทบุรี
ซึ่งเป็นวัดที่ทหารคนดังหลายคนมักชอบไปสะเดาะเคราะห์ที่นั่น
ซึ่งได้มีการถามความเห็นจากหลวงพ่อของวัดดังกล่าวว่า
เขาจะเป็นหัวหน้าพรรคได้ไหม เพราะมีคนโทรมาเชิญหลายคน
ซึ่งหลวงพ่อท่านนี้ก็แนะนำว่าเป็นได้แต่จะได้แค่ไม่เกิน ๑ ปี
เพราะจะเกิดกระแสความวุ่นวายในบ้านเมือง
และมีการระบุด้วยว่ามีความพยายามในการทำปฏิวัติของนายทหาร
เพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญของบ้านเมือง
แต่จะทำไม่สำเร็จเพราะขัดแย้งภายในกันเอง
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงโอกาสที่จะเป็นนายกฯหลวงพ่อท่านนี้บอกว่ายังมีโอกาส


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
แนวทางนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าจัดการกับ
พปช.โดยจัดการกับบรรดาแกนนำด้วยคดต่างๆใน คตส.,ปปช.,สตง.,ศาล
และทำการ"ดูด"อดีตส.ส.จาก พปช. เพื่อไม่ให้"ทักษิณ"สามารถใช้ พปช.ดำเนินการทางการเมือง ก่อนหลังการเลือกตั้ง โดยแนวทางนี้ของ"พล.อ.เปรม"มีแผนที่จะทำให้ ความต่อเชื่อมระหว่าง"บิ๊กจิ๋ว"กับ"ทักษิณ"หลุดจากกัน และจะส่งผลให้"ผู้ใหญ่"ที่ก่อนหน้านี้ไปขอให้"บิ๊กจิ๋ว"มาช่วยก็จำต้องละเลิกการติดต่อร่วมมือกับ"ทักษิณ" ซึ่งก็เท่ากับทำให้"ทักษิณ"โดดเดี่ยว และรอคอยเพียงการถูกจัดการ จากคมช.-รัฐบาล

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สำหรับตำแหน่ง ผบ.ทบ.ผู้จะมาสืบทอดต่อจาก"พล.อ.สนธิ"ที่อยู่ระหว่างเดินสายอำลาตำแหน่งนั้น มีรายงานว่า เมื่อวันพุธ(๒๒ส.ค.๕๐)สามารถบรรลุข้อสรุปในระดับหนึ่ง ที่"พล.อ.สพรั่ง"ยอมรับได้แล้ว(หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า "พล.อ.สพรั่ง"พูดกลางวงเพื่อร่วมรุ่น ตท.๙ ว่า หากไม่ได้เป็น ผบ.ทบ. แผ่นดินจะเดือดแน่...)ทั้งนี้โดยปรากฎว่างานนี้มี"พล.อ.เปรม"เข้ามาเป็นตัวกลางในการหาทางออกผ่าน"พล.อ.มงคล อัมพรพิสิษฎ์"(บิ๊กหมง) โดย จากที่"พล.อ.สนธิ"แน่วแน่ที่จะยืนยันให้"พล.อ.มนตรี"เป็นผบ.ทบ.เพื่อ"กุมสภาพกำลัง"และทำให้เขาลงจากเก้าอี้อย่างสบายใจ..อีกทั้ง"พล.อ.มนตรี"ก็ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข ตามที่"พล.อ.บุญรอด","พล.อ.สุรยุทธ์"ตั้งไว้ที่ว่า ผบ.ทบ.ควรจะมีอายุราชการเหลืออย่างน้อย ๒ ปี เพื่อสกัดทาง"พล.อ.สพรั่ง"ที่เหลืออายุ ๑ ปี ซึ่งทุกคนก็ตอบรับกับ"ทางออก"ที่ทุกฝ่ายไม่ตะขิดตะขวงใจ โดยทั้ง"พล.อ.เปรม"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"เห็นพ้องที่จะให้"พล.อ.อนุพงศ์"ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.และให้"พล.อ.มนตรี"เป็นรอง ผบ.ทบ.โดยให้คุมกำลังเป็นหลัก...ขณะที่"พล.อ.วินัย"จะ
ลุกจากเก้าอี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม
เพื่อลงเล่นการเมืองเต็มตัวในพรรครวมใจไทย
เพื่อเป็น"กลุ่มพรรคการเมืองกลาง"(ตามสูตรที่"บิ๊กจิ๋ว"ออกมาพูด) และให้ "พล.อ.บุญสร้าง"ผบ.สส.ไปกินอัตรา"จอมพล"ในเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหมแทน โดยให้"พล.อ.สพรั่ง"มานั่งตำแหน่ง ผบ.สส.แทน ส่วน"พล.อ.สนธิ"นั้นหลายฝ่ายเห็นพ้องตรงกันว่าไม่ควรจะลงมาเล่นการเมืองขณะนี้ โดยมีการเตรียมตำแหน่ง รมว.กลาโหม ให้"พล.อ.สนธิ"มานั่งหลังจากที่ รวมใจไทยและพันธมิตรพรรคการเมืองกลุ่มโซ่กลาง สามารถผ่านการเลือกตั้ง และ เข้าร่วมตั้งรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อ"พล.อ.สนธิ"ยัง
อุ่นใจได้ว่าสามารถต่องานเดิมเสริมงานใหม่จาก ประธานคมช.สู่รัฐมนตรีทหาร
และกุมสภาพอำนาจในกองทัพได้
โดยเฉพาะในระยะต้นที่จะมีตัวแทนฝ่ายทหารเข้ามานั่งในระดับบริหารเพื่อ
พายายามให้มีการผลักดัน พรบ.ความมั่นคง เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคง
โดยเฉพาะกับการจัดการกับกลุ่มอำนาจเก่า...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า แนวทางนี้ภายนอก ดูเหมือนจะได้รับการยอมรับ แต่ภายใน แต่ละฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ ยังคงไม่พอใจ โดยเฉพาะ"พล.อ.สนธิ"หรือแม้กระทั่งฝ่ายของ"พันธมิตร"และในส่วนของ"น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ" ที่เห็นว่า ผู้นำกองทัพบก ที่จะขึ้นมาต้องเข้มแข็งในการต่อสู้กับกลุ่มอำนาจเก่าได้ โดยเฉพาะต้องมีภาพชัดเจนของการอยู่"ฝ่ายตรงข้าม"กับ"ทักษิณ"ที่สายนี้ยังมองว่า"พล.อ.สพรั่ง"เหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด โดยเฉพาะหลังจากการเลือกตั้ง จะต้องมีการแทรกแซงจากหลายฝ่าย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า นี่จึงเป็นที่มาของ"ข่าวลือ"๒ชุด ที่หลายฝ่ายออกมา"ส่งสัญญาน"ทั้งข่าว"ปฏิวัติซ้ำ"ที่"พล.อ.สนธิ"หรือ"พล.อ.บุญรอด"ต่างยอมรับว่า ว่ามีกระแสนี้จริง ที่อาจจะมาจากปัจจัยจาก"ภายในกองทัพ"การแต่งตั้งโยกย้ายทหารหนนี้ ที่อาจจะทำให้เกิด"อุบัติเหตุทางการเมือง"ได้..ที่ก่อนหน้านี้"พล.อ.สนธิ"ก็
เคยหลุดว่าจะมีสถานการณ์เหตุการณ์สำคัญก่อนจะมีการเลือกตั้งและอาจทำให้ต้อง
เลื่อนการเลือกตั้งออกไป จนหลายฝ่ายสงสัยในนัยยะสัญญานนี้
ก่อนที่เขาจะแก้ว่าเป็นงานเฉลิมพระชนมพรรษาและซีเกมส์
แต่"พล.อ.สนธิ"ก็ยังส่งสัญญานต่อเนื่องอีก ที่แม้จะปฏิเสธว่าไม่มีปฏิวัติ
แต่ก็ยอมรับว่า
การแต่งตั้งโยกย้ายอาจทำให้เกิดปัจจัยนำไปสู่ความเคลื่อนไหวที่มีความหมาย
คล้ายกันกับการ"ปฏิวัติ"เกิดขึ้น จากในกองทัพ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ข่าวลืออีกชุด ที่"พล.อ.บุญรอด"(๒๓ส.ค.๕๐)พยายามส่งสัญญานให้นักข่าวไปถาม"พล.อ.สนธิ"เองว่าจะมีการปฏิวัติหรือไม่ คือ ข่าวลือเกี่ยวกับสถานการณ์"อุบัติเหตุไฟฟ้าดับ ๓ วันในกรุงเทพฯ"ที่กำลังมีผู้ที่คิดจะสร้างสถานการณ์นี้ เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย และนำไปสู่การเข้าควบคุมสถานการณ์ของกองทัพ ของ"พล.อ.สนธิ"โดยฝ่าย คมช.ยังคงต้องการเวลาอีก ๑ ปี (ต่ออายุราชการ ผบ.ทบ.)ในการจัดการกับ"กลุ่มอำนาจเก่า"
ที่มีการเตรียมพร้อมเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง
และนำมาสู่การเช็คบิลพวกเขา โดยข้อมูลชิ้นนี้
สัมพันธ์กับความเคลื่อนไหวของฝ่าย"น.ต.ประสงค์"และ"พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี"ก่อนหน้านี้ โดยที่มีรายงานจากบรรดา"ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย"(พคท.)หลายส่วน ที่ได้รับการติดต่อจาก "นายทหารใหญ่"ที่หวังใช้กำลังของ อดีต ทปท.(กองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทย)มาดำเนินการบางประการ ซึ่งแนวทางนี้ถูกขัดขวางจาก"พล.อ.สุรยุทธ์"และ"พล.อ.บุญรอด"ที่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ทั้งหมด..และ"พล.อ.สุรยุทธ์"จะกลับไปเป็น"องคมนตรี"

@@อย่างไรก็ตาม"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าล่าสุด ว่า ความขัดแย้งในประเด็นระหว่างการให้"พล.อ.มนตรี"เป็นผบ.ทบ. ที่เป็นความต้องการของ"พล.อ.สนธิ"กับ การให้"พล.อ.อนุพงศ์"เป็นผบ.ทบ.ตามแนวทางของ"พล.อ.สุรยุทธ์"และ"ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง"นั้นกำลังบานปลายและไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ที่ส่งผลให้จากที่จะมีการให้"พล.อ.สพรั่ง"ไปนั่ง ผบ.สส.ถูกเปลี่ยน โดย"พล.อ.สุรยุทธ์"ที่สั่งให้เปลี่ยนเป็นแค่"รอง ผบ.สส."เพราะมีการต่อรองมากเกินไป อีกทั้งยังทราบว่า มีความพยายามของ"พล.อ.สพรั่ง"ในการจับมือกับ"พล.อ.สนธิ"ในการเคลื่อนไหว..โดย"พล.อ.สุรยุทธ์"ยังจะให้"พล.อ.บุญสร้าง"นั่งผบ.สส.ต่อไป ส่วน"พล.อ.วินัย"ก็ยังไม่ลาออกเพราะเหลืออายุราชการอีก ๒ ปี โดยเหตุผลที่ว่าหาก"พล.อ.วินัย"ออกมาจะมีกระแสต่อต้าน คมช.มากกว่าเดิม..ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับ"พล.อ.สนธิ"อย่าง
มากทั้งนี้ภายใต้การวิเคราะห์ว่า
รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาจะมีหน้าที่หลักคือการแก้รัฐธรรมนูญในห้วง ๑ ปีถัดไป
และความไม่พอใจจากความไม่ลงตัวดัง กล่าวจึงเป็นที่มาของคำขู่
และการส่งสัญญาน ว่าอาจจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นจากฝ่าย"พล.อ.สนธิ" ที่"พล.อ.สุรยุทธ์"ก็ยังยืนยันว่าจะไม่ยอมเปลี่ยนใจ

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:43 am

"อนุพงศ์"ผบ.ทบ./คลายปมขัดแย้งชาติ/๒๕ส.ค.คืนป่วนปฏิวัติ"สุรยุทธ์"ยังระแวง/บิ๊กบัง-สพรั่งยังไม่จบ
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร กรณีโผแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร
โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บัญชาหารทหารบก ที่มีปัญหา ว่า
ก่อนการเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อร่วมงาน"วันชาติมาเลเซีย"ของ"พล.อ.สุรยุทธ์"มีการสรุปกันร่วมกับ"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.บุญรอด"แล้วว่าจะให้"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"จะเป็น ผบ.ทบ.โดยมี"พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์"เป็น เสธ ทบ.เหมือนเดิม แต่ให้คุม กอ.รมน.แทน"พล.อ.สนธิ"ที่จะเกษียณอายุราชการ ๓๐ ก.ย.๕๐ ส่วน"พล.อ.สพรั่ง"จะ
ไปเป็น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
โดยจะมีการส่งรายชื่อในช่วงต้นสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน
และนำความกราบบังคมทูล ก่อนที่จะประกาศได้ภายในก่อนวันที่ ๒๐ ก.ย.๕๐

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ข้อสรุปนี้เกิดขึ้นภายใต้"ข้อตกลงลูกผู้ชาย"ว่า หากเป็นผบ.ทบ."พล.อ.อนุพงศ์"รับปากจะดูแลไม่ให้"พ.ต.ท.ทักษิณ"กลับมา"เอาคืน"หรือ"เช็คบิล"กับ"พล.อ.สนธิ"ทั้งนี้โดย"พล.อ.อนุพงศ์"ได้มีการประสานกับนายทหาร"ตท.๑๐"บางรายที่สามารถติดต่อกับ"ทักษิณ"ประสานไปยัง"พ.ต.ท.ทักษิณ"ที่ได้มีการตั้ง"เงื่อนไข"กลับมาเช่นกันว่า "พล.อ.สนธิ"หรือ"คตส."และทุกฝ่ายที่อยู่ในอำนาจ จะต้องหยุดทำร้าย ลูก-เมียและตัวเขา โดยเขารับปากที่จะไม่เคลื่อนไหวเพื่อ"เอาคืน"กับบรรดานายทหารที่ทำ"รัฐประหาร"เขา และเขาจะหยุดความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหมด แต่ในส่วนที่เขาได้ฟ้องร้องดำเนินคดี คตส.ไปก่อนหน้านี้จะดำเนินต่อไป

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน ว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ ๒๕ ส.ค.๕๐ ที่ตลาดหลักทรัพย์ดัชนีดิ่งเพราะตื่นข่าว"ปฏิวัติ"
เนื่องจากทราบว่า มีความเคลื่อนไหวกำลังจากหลายฝ่าย
โดยสื่อในประเทศไทยไม่ได้ออกข่าว มีเพียง
สำนักข่าวรอยเตอร์ที่มีการรายงานข่าวนี้ โดยมีการสัมภาษณ์นายทหาร
ที่ยอมรับว่า ได้มีการเคลื่อนกำลังจากลพบุรี
เข้ามายังกรุงเทพฯและเข้าไปยัง พล.ม.๒ ขณะที่"พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด"โฆษก
คมช.ปฏิเสธว่าไม่มีการเคลื่อนกำลังของทหาร
ทั้งนี้"หน่วยข่าวลับ"รายงานถึงการเคลื่อนกำลังดังกล่าวว่า
อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับท่าทีความเคลื่อนไหวของทหาร

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าก่อนหน้านี้"พล.อ.สุรยุทธ์"ยอม
รับกับคนใกล้ชิดว่าทราบว่าอาจจะมีการเคลื่อนไหวกำลังเพื่อทำรัฐประหารซ้ำจาก
ผู้นำเหล่าทัพของราย หลังจากที่ทราบว่ามีความเคลื่อนไหวของทั้ง"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สพรั่ง"นับตั้งแต่การเดินทางไปยังพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ของ"พล.อ.สนธิ"ที่ปรากฎความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ในการเชื่อมต่อกับนายทหารหลายส่วน ทั้งนี้"พล.อสุรยุทธ์"มีการวิเคราะห์กับนายทหารผู้ใกล้ชิดว่า ท่าทีที่มีการเสนอให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งโดย"พล.อ.สนธิ"เคยมาพูดคุยหารือนั้นอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การเคลื่อนกำลังที่มาจากกองทัพภาคที่ ๒ -๓ และการเคลื่อนไหวกำลังในพื้นที่กรุงเทพฯมหานคร ในส่วนของ"พล.อ.อนุพงศ์"ในวันดังกล่าว(๒๕ส.ค.)มีความสัมพันธ์กับความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ที่ทราบว่ามีความพยายามจำ"รัฐประหารซ้ำ"ในห้วงระยะเวลาหลังจากที่"พล.อ.สุรยุทธ์"ยืนยันว่าจะให้มีการเลือกตั้งในวันที่ ๒๓ ธ.ค.๕๐ ขณะที่ฝ่าย"พันธมิตรฯ"และฝ่าย คมช.โดยเฉพาะในส่วนของ"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สพรั่ง"ไม่ต้องการที่จะให้มีการเลือกตั้งวันดังกล่าว เพราะจากผลของการประชามติทำให้เห็นว่า "กลุ่มอำนาจเก่า"จะกลับมาภายใต้การเมืองในระบบ ที่อาจนำมาซึ่งการจัดการ"เช็คบิล"กับ คมช.และผู้เกี่ยวข้องในขบวนการล้มทักษิณ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ในวันดังกล่าว(๒๕ส.ค.)กำลังของ"พล.อ.อนุพงศ์"ที่
มีอยู่ในกรุงเทพฯได้เคลื่อนไหวสกัดการออกมาจากกรมกองของทหารฝ่ายที่จะ
ปฏิบัติการ และได้มีการสกัดการเข้ามายังรอบๆกรุงเทพฯของกำลังที่มาจาก
จ.เพชรบูรณ์-พิษณุโลก
และอีกหลายส่วน(โดยไม่มีการปะทะกัน)จนสามารถยึดกุมสภาพทั้งหมดไว้ได้ในช่วง
ค่ำ ซึ่งมีรายงานว่า"พล.อ.สนธิ"ได้เดินทางด่วนไปที่ รบพิเศษ ที่ จ .ลพบุรี และได้มีการ"ต่อสาย"รายงานตัวกับ"พล.อ.สุรยุทธ์"(๒๒.๓๐น.)ซึ่ง"พล.อ.สุรยุทธ์"ได้สอบถามว่า ทราบหรือเปล่าว่ามีการเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ซึ่ง"พล.อ.สนธิ"ได้ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง เช่นเดียวกับ"พล.อ.มนตรี"ก็มีการรายงานตัวโดยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวดังกล่าว อย่างไรก็ตามตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าไม่ใครสามารถติดต่อ"พล.อ.สพรั่ง"ได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหวดังกล่าว มีรายงานว่า
ในการไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่"สถานตากอากาศบางปู"จ.สมุทรปราการ(๒๔ส.ค
.๕๐)ของ"พล.อ.สนธิ"กับนายทหารใน คมช.ซึ่งมีรายงานว่าในวันดังกล่าวมีการพูดคุยหารือบางอย่างกับผู้นำเหล่าทัพบางท่านกับนายทหารระดับ"คุมกำลัง"..ขณะที่ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน"พล.อ.สนธิ"ได้พูดถึงการที่"พล.อ.บุญรอด สมทัศน์"รม
ว.กลาโหมออกมาระบุว่าจะมี"อุบัติเหตุการเมือง"อันเกิดจากผลการแต่งตั้งโยก
ย้ายนายทหารครั้งนี้ ว่าไม่ได้หมายถึงการปฏิวัติ
พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการปฏิวัติเกิดขึ้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวของทหาร
ถัดจากวันเสาร์(๒๕ส.ค.)ยังคงมีอย่างต่อเนื่องโดยในวันจันทร์(๒๗ส.ค.๕๐)มี
รายงานว่ามีผู้พบเห็นขบวนรถไฟวิ่งมาจากภาคอีสาน
ขนยุทโธปกรณ์การรบเข้ามาจำนวนมากโดยมาลงที่สถานีรถไฟบางซื่อ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ห้วงเวลาดังกล่าวมีกระแสข่าวลือหลายกระแสว่า"นายอานันท์ ปันยารชุน"ถูกทาบทามให้เข้ามาเป็นนายกฯใน"รัฐบาลพิเศษ"ทั้งนี้ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่"สนธิ ลิ้มทองกุล"มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ โดยรณรงค์ให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป และมีการระบุถึงบรรดา"ตัวละคร"ที่เกี่ยวข้องมากมายตั้งแต่"ราชนิกุล"นักการเมือง สนช. ยันสื่อ ที่เข้าร่วมในขบวนการ"ขับไล่ทักษิณ"โดยใช้"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"เป็นตัว"ขับเคลื่อน"มวลชน กระทั่งถึงเหตุการณ์"รัฐประหาร"( ๑๙ก.ย.๔๙)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"สนธิ ลิ้มทองกุล"ยังมีการพูดถึง"ท่านผู้หญิงบุษบา"ที่เป็นราชนิกุล ที่มี"บทบาทสำคัญ"ในการเชื่อมกับฝ่ายต่างๆผนึกกำลังโค่นล้ม"ระบอบทักษิณ"ลงได้ โดย..ในปัจจุบัน"ท่านผู้หญิงบุษบา"ก็ยังมีบทบาทในการสนับสนุนพรรคการเมืองอย่าง"พรรคประชาธิปัตย์"ให้ฟื้นตัวขึ้นมาจากเงินบริจาดจากหลายกลุ่มทุนในการขึ้นมา"กุมสภาพ"และสกัดไม่ให้"อำนาจเก่า"กลับมา..ทั้งนี้การออกมาพูดข้อูลความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งหมด ทำให้หลายฝ่ายที่เคยอยู่ร่วมขบวนการ"ไม่พอใจ"ด้วยเพราะเหมือนกับถูก"ผูกโยง"ให้ต้องร่วมกับฝ่ายพันธมิตร ที่เตรียมที่จะออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"ต้องการที่จะผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วหลังจากทีรัฐธรรมนูญผ่าน"ประชามติ"และเข้าสู่กระบวนการของ"กฎหมายลูก" เพราะสภาพเศรษฐกิจ"ขาลง"ของโลกขณะนี้มีความน่าเป็นห่วงกับสภาพของประเทศไทย ที่ยังคงต้องพึ่งพา"ปัจจัยภายใน"ในการกระตุ้น"นักลงทุน"ทั้งในและต่างประเทศ ให้ลงทุนและ"ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ"ใน
สภาพรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและมีความเป็นประชาธิปไตย..ขณะที่ฝ่าย
พันธมิตรฯทั้งใน สนช.-สื่อ -ทหาร
ยังคง"รับไม่ได้"กับการที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะประเมินแล้วว่า
หากมีการเลือกตั้งจะแพ้ และอำนาจเก่าจะกลับมาแน่
ดังนั้นในห้วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
จึงเกิดข้อเสนอที่จะให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก ๒ ปี
ตั้งรัฐบาลแบบพิเศษขึ้น ซึ่งได้มีผู้เสนอให้"อานันท์ ปันยารชุน"เป็นนายกฯอีกครั้ง..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการปฏิเสธจาก"นายอานันท์"แล้วเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แม้ว่า"พล.ร.ท.พจุณท์ ตามประทีป"นายทหารคนสนิท"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์"จะออกมาระบุแล้วว่าจะไม่มีการ"ซักฟอก"รัฐบาล แต่ก็ยังคงมีการเคลื่อนไหวของ"พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน"ในการล่าชื่อเพื่ออภิปรายการทำงานของรัฐบาลโดยเฉพาะใน่วนของ ทศท.(TOT) เพื่อเชื่อมโยงไปถึงภาพรวมรัฐบาล"พล.อ.สุรยุทธ์"ทั้งนี้เพื่อจะนำไปสู่กระบวนการพิเศษ ที่มีการระบุถึงอำนาจของ"๗อรหันต์"ในการที่จะใช้วิธีการพิเศษบางอย่าง ที่จะทำให้มีการ"ลาออก"ไปเองของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ก่อนจะนำไปสูการใช้"อำนาจ"ของประธานคมช.ในการปลดนายกฯ หรือมีการตั้ง"นายก"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การเคลื่อนไหวแนวนี้ ได้มีการติดต่อ"พล.อ.มงคล อัมพรพิสิษฎ์"เพื่อมารองรับการเป็น"ผู้นำรัฐบาล" และ"พล.อ.สนธิ"จะเป็นรองนายฯฝ่ายความมั่นคงเพื่อคุมการเลือกตั้ง ขณะที่ในสูตรนี้จะให้"พล.อ.มนตรี"มาเป็น ผบ.ทบ. หลังจากที่ก่อนหน้านี้"พล.อ.สนธิ"เองก็ถูกวิจารณ์ตั้ง
ข้อสังเกตว่ามีส่วนสำคัญในการเสนอให้มีการขยับผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี
ที่รู้จักสนิทสนมกับตนเอง ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
เพื่อคุมการลงประชามติรัฐธรรมนูญที่ได้ผลในระดับที่น่าพอใจ
กระทั่งล่าสุดในการโยกย้ายข้าราชการเมื่อสัปดาห์ก่อน
มีการให้"ผู้ว่าเชียงใหม่"คนดังกล่าว มาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง
ที่จะคุมผู้ว่าฯทั่วประเทศและคุมการเลือกตั้งทั้งหมดทั่วประเทศ


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์วันที่ ๒๕ ส.ค.ไม่บานปลาย และเป็นไปอย่างเงียบเชียบเพราะมีการประสานกันได้ในระดับหนึ่งของ"ผู้ใหญ่"กับ"พล.อ.อนุพงศ์"ที่สามารถกุมสภาพกำลังในพื้นที่กรุงเทพฯหลังจากที่ก่อนหน้านี้กำลังส่วนใหญ่ถูกดึงไปอยู่กับฝ่าย"พล.อ.สนธิ"แต่ต่อมาภายหลังที่ความขัดแย้งระหว่าง คมช.กับ รัฐบาลเริ่มทวีความเข้มข้นมากขึ้น ในขณะที่"พล.อ.สนธิ"ได้มีการขยับสับบเปลี่ยนกำลังหลายต่อหลายครั้ง ทำให้เกิดการรวมตัวของนายทหารที่"ไม่พอใจ"ที่ถูกโยกย้ายหลายส่วน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การประสานระหว่าง"พล.อ.สุรยุทธ์"พล.อ.บุญรอด"และ"พล.อ.อนุพงศ์"นั้นมีมาอย่างต่อเนื่องแล้ว เพราะ"พล.อ.สุรยุทธ์"เองก็เห็นถึงความสามารถและความเหมาะสมของ"พล.อ.อนุพงศ์"ในการขึ้นมาเป็นผบ.ทบ.ในสถานการณ์ที่ประเทศยังอยู่ในภาวะ"หน้าสิ่วหน้าขวาน"ทั้ง
ศึกภายในและภายนอก
ในขณะที่รัฐบาลก็ต้องพยายามสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศ
และแสดงให้เห็นถึงการที่กองทัพจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในรัฐบาลต่อ
ไป รวมไปถึงการที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ยามที่มีวิกฤติ
และการที่สามารถประสาน"ความขัดแย้ง"ของฝ่ายต่างๆได้ ซึ่ง"พล.อ.อนุพงศ์"มีคุณสมบัติดังกล่าวครบ อีกทั้งก็ยังได้รับการยอมรับจาก"พล.อ.เปรม"ที่แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความพยายามของ"พล.อ.สพรั่ง"ในการประสานผ่านผู้ใหญ่หลายส่วนไปยัง"พล.อ.เปรม"แต่ถึงที่สุด"พล.อ.อนุพงศ์"ก็
ยังได้รับการยอมรับมากกว่าว่าจะควบคุมสถานการณ์การเผชิญหน้าในอนาคตได้
และได้รับความไว้วางใจจากหลายฝ่าย แม้กระทั่งเขายังสามารถประสาน"ทักษิณ"ผ่าน ตท.๑๐ เพื่อนร่วมรุ่นเพื่อเคลียร์"ความขัดแย้ง"ได้ ขณะเดียวกันเขาก็ยังได้รับความเชื่อมั่นจากในกองทัพว่าจะไม่ทำให้กองทัพตกต่ำหรือถูก"จำกัดพื้นที่-บทบาท"การยอมรับจากประชาชน หากมีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งในอนาคตด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าแม้ว่าจะมีข้อตกลงกันแล้วเกี่ยวกับเรื่อง"ผบ.ทบ."แต่ฝ่ายของรัฐบาลโดย"พล.อ.สุรยุทธ์"ก็ยังไม่ไว้วางใจการเคลื่อนไหวของ"พันธมิตร"ที่เริ่มตั้งแต่การเดินสาย"นายสนธิ"โจมตีรัฐบาลและ"พล.อ.สุรยุทธ์"ทั้ง
ยังเสนอแนวทางต่างๆที่จะไม่นำไปสู่การเลือกตั้ง..และในบางเนื้อหายังแฝงการ
เปิดเผยเบื้องหน้าเบื้องหลังของใครต่อใครที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์
๑๙ก.ย.๔๙ ที่ไม่เว้นแม้แต่"เจ้านายชั้นสูง"ที่ถูก"สนธิ ลิ้มทองกุล"นำเสนอ เพื่อทำให้ทุกฝ่ายที่เคยร่วมมือไม่อาจ"ตีจาก"และต้องร่วมมือกันต่อไปในการสกัด"ทักษิณ"ที่เขาเชื่อว่าหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ ๒๓ ธ.ค."กลุ่มอำนาจเก่า"จะกลับมาแน่นอน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าผลจากการนำเสนอของ"นายสนธิ"ที่
ลั่นวาจาว่าเขาจะบวชตลอดชีวิต (โดยจะบวชในวันที่ ๘ พ.ย.๕๐)
หากรัฐบาลสุรยุทธ์ ยังยืนยันที่จะดำเนินไปในลักษณะที่เป็นอยู่ และทำให้
กลุ่มอำนาจเก่ากลับมา...ซึ่งท่าทีนี้
ส่งผลถึงการเคลื่อนตัวอย่างรุนแรงในบรรดา"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ที่ไม่พอใจ และรวมถึงความไม่พอใจที่เกิดขึ้นในกองทัพ ขณะเดียวกันข้อมูลที่"นายสนธิ"นำเสนอได้กระจายไปเป็นวงกว้างทำให้เกิดการพลิกกลับในกองทัพ...ที่เป็นผลสืบต่อมาในการที่"ผู้ใหญ่"สามารถยึดกุมสภาพพื้นที่ที่เคย"เป็นห่วง"ไว้ได้..ส่วน"พล.อ.อนุพงศ์"ก็สามารถ"ยึดกุมสภาพ"กำลังในพื้นที่กทม.ไว้ได้ และเป็นที่มาของการประกาศยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ ๒๓
ธ.ค.๕๐ แม้จะมีเสียงค้านจาก สนช."ประสงค์ สุ่นศิริ"ที่ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สนธิ"-"พล.อ.สพรั่ง"และ"พล.อ.มนตรี"...หลังจากที่มีความพยายาม"ต่อรอง"กันกับฝ่ายรัฐบาล กระทั่งออกมาเป็นปฏิกริยาผ่านสาธารณะจาก"พล.อ.บุญรอด"ที่พูดถึง"อุบัติเหตุทางการเมือง"ที่จะเกิดขึ้นจากการแต่งตั้งโยกย้าย...อันเป็นที่มาของกระแสข่าว"รัฐประหารซ้ำ"ที่
ทำให้ ตลาดหลักทรัพย์ ดูดซับสัญญานนี้กระทั่งวันที่ ๒๕
ส.ค.ที่ผ่านมาดัชนีหลักทรัพย์ร่วงไปนับสิบจุด...ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีสัญญา
นดีจากการประกาศวันเลือกตั้งของรัฐบาล-กกต.แล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า แม้ว่าจะมีการยึดกุมสภาพไว้ได้ แต่"พล.อ.สุรยุทธ์"ก็ยังไม่ไว้วางใจ"ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง"ในระหว่างที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ขั้นตอนของการเลือกตั้ง ทำให้เขาต้องรีบประกาศวันรับสมัครและวันเลือกตั้งล่วงหน้า และรวมถึงการ"ขีดเส้น"กำหนด
ที่จะต้องส่งบัญชีโยกย้ายทหารในต้นเดือนกันยายน
และนำทูลเกล้าประกาศไม่เกินวันที่ ๒๐ก.ย.ภายใต้"๓เป้า"
๓ทำให้การเมืองคลี้คลายความขัดแย้งและมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาล
ทำให้ต่างประเทศรับได้ ๒.แก้ไขปัญหาสถานการณ์ใต้โดยสันติวิธี และ
๓.เรื่องของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็พยายามย้ำหลายครั้งว่า ผบ.ทบ.ใน ๓
คนที่เป็นแคนดิเดตแม้จะผ่านการพิจารณาของ"พล.อ.สนธิ"มาแล้วแต่ก็ยังต้องการมีการพิจารณาจาก"พล.อ.บุญรอด"และตนก่อนถึงความเหมาะสมก่อนที่จะนำขึ้นกราบบังคมทูลโดยตนมีสิทธิ์ที่จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งจะคุยกับ เฉพาะ รมว.กลาโหมเท่านั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานด้วยว่า "พล.อ.สุรยุทธ์"ได้พยายามที่จะ"ส่งสัญญาน"ความขัดแย้งระหว่างคมช.-รัฐบาล แม้กระทั่งกรณีการยกประเด็น"ไก่ตรุษจีนในเล้าจิกตีกันเอง"ที่ต้องการบอกถึงฝ่ายที่ต้องการ"ดิสเครดิต"เขา
ว่า เป้าหมายใหญ่ ของทุกฝ่ายคือชาติบ้านเมืองที่กำลังวิกฤติ
แต่ยังมีบางฝ่าย ไม่มองภายนอกมองแต่ภายใน
ยึดถือแต่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง สกัดขัดขวางการนำไปสู่การเลือกตั้ง
ให้มี"รัฐบาลปกติ"ทั้งที่ก็รู้ว่าสถานการณ์ภายนอกประเทศนั้นทำให้ทุกคนที่
กำลังทะเลาะกันอยู่ในสภาพเหมือน"ไก่ตรุษจีน"ที่อยู่ในสุ่มเดียวกันและจิกตีกันเอง ทั้งที่กำลังะถูกนำไปเชือดได้ทุกเมื่อ

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:44 am

"อนุพงศ์"ยิ้มออกโผไม่พลิก/"มนตรี"รองผบ.ทบ./"สพรั่ง"รองผบ.สส./๕เสือทบ.มาจากใต้อีก๓
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวทางการเมือง-การทหาร ว่า
หลังจากที่"พล.อ.สนธิ"ส่งโผโยกย้ายนายทหารประจำปี 50 และชื่อผบ.ทบ.คนใหม่
ให้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) และรมว.กลาโหมแล้ว(๑๑ก.ย.๕๐)โดยระบุ
คุณสมบัติของผบ.ทบ.คนใหม่ เป็นผู้ที่มีทั้งบู๊และบุ๋น และดีมาก่อนเก่ง
ส่วนหัวใจสำคัญที่ทำให้เลือกคนนี้
เพราะมั่นใจว่าจะทำให้กองทัพเข้มแข็งได้นั้น"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
สำหรับบัญชีรายชื่อที่"พล.อ.สนธิ"เสนอนั้น
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า"ผู้บัญชาทหารบกคนใหม่"คือ"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"
โดย"พล.อ.มนตรี"เป็น รอง ผบ.ทบ. และมีนายทหารระดับสูงที่ปฏิบัติหน้าที่ใน
๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกเสนอชื่อใน ๕ เสือ ทบ.จำนวน ๓
คนด้วยส่วน"พล.อ.สพรั่ง"ไปเป็น รองผบ.สส.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
โดย"พล.อ.อนุพงศ์"ได้มีการโทรศัพท์แจ้งเรื่องนี้กับนายทหารที่ใกล้ชิดอย่าง
อารมณ์ดีในช่วงบ่าย(๑๑ก.ย.ฉว่า"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว"
ส่วน"พล.อ.มนตรี"นั้นก็พอใจในตำแหน่งรอง ผบ.ทบ.ที่จะมีบทบาทในการคุมกำลัง
ทั้งนี้เพราะก่อนหน้านี้ฝ่าย"พล.อ.สุรยุทธ์"และ"พล.อ.บุญรอด"รวมถึง"พล.อ.
อนุพงศ์"
ต้องการให้"พล.อ.มนตรี"ไปเป็นรองผบ.สส.เช่นเดียวกับ"พล.อ.สพรั่ง"แต่"พล
.อ.สนธิ"ได้ขอต่อรอง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า บัญชีรายชื่อดังกล่าว
ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชะเอียดจาก"พล.อ.บุญรอด"โดยหารือกับ"พล.อ.
อนุพงศ์"หลังจากที่พบว่า"พล.อ.สนธิ"มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงนายทหารระดับคุม
กำลัง ทั้งระดับผู้การกรม และผู้บังคับกองพันจำนวนมาก
ทั้งนี้รวมถึงการแต่งตั้ง นายทหาร ตท.๙ เข้ามาคุมกำลังจำนวนมาก
โดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่คาดการณ์ว่าจะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าและสามารถประกาศออกมา
ได้ในวันศุกร์(๑๔ก.ย.)เพื่อให้สถานการณ์เรียบร้อยและนำไปสู่การเลือกตั้งต่อ
ไป

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
ข้อสรุปนี้เป็นข้อสรุป
ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหลังจากปรากฎการณ์การ
เคลื่อนไหวของกำลังทหารเมื่อวันที่ ๒๕ส.ค. ภายใต้"ข้อตกลงลูกผู้ชาย"ว่า
หาก"พล.อ.อนุพงศ์"ได้เป็นผบ.ทบ."พล.อ.อนุพงศ์"รับปากจะดูแลไม่ให้"พ.ต.ท
.ทักษิณ"กลับมา"เอาคืน"หรือ"เช็คบิล"กับ"พล.อ.สนธิ"ทั้งนี้โดยขณะนั้น"พล.อ.
อนุพงศ์"ได้มีการประสานกับนายทหาร"ตท.๑๐"บางรายที่สามารถติดต่อกับ"ทักษิณ
"ประสานไปยัง"พ.ต.ท.ทักษิณ"ที่ได้มีการตั้ง"เงื่อนไข"กลับมาเช่นกันว่า
"พล.อ.สนธิ"หรือ"คตส."และทุกฝ่ายที่อยู่ในอำนาจ จะต้องหยุดทำร้าย
ลูก-เมียและตัวเขา
โดยเขารับปากที่จะไม่เคลื่อนไหวเพื่อ"เอาคืน"กับบรรดานายทหารที่ทำ"รัฐ
ประหาร"เขา และเขาจะหยุดความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหมด
แต่ในส่วนที่เขาได้ฟ้องร้องดำเนินคดี
คตส.ไปก่อนหน้านี้จะดำเนินต่อไป..อย่างไรก็ตามในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ปรากฎความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สนธิ"ในการ
แสดงความไม่เห็นด้วยกับ"ข้อตกลงเดิม"ดังกล่าว ทำให้มีความตงเครียดเกิดขึ้นในกองทัพ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความตึงเครียดดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับท่าทีของ
คตส.และการดำเนินการกับ"ทักษิณ"ใน"คดีซุกหุ้น๒"ซึ่งต่อยอดมาจากกรณีข่าวการ
อายัดเงินของ"ทักษิณ"ที่แบงค์สวิสฯ ที่"นายแก้วสรร
อติโพธิ"ระบุกรณีแรก(ซุกหุ้น๒)ว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"เพิกเฉยเมื่อเขาเข้าไป
รายงานเรื่องนี้ให้ทราบที่ทำเนียบฯวันก่อน..ทั้งนี้ปรากฎการณ์นี้มี"ผู้ใหญ่
"ระดับสูงท่านหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง
อันเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของ"นายสุรเกียรติ
เสถียรไทย"ในความพยายามติดต่อกับ"นายศุภชัย
พานิชภักดิ์"ให้เข้ามาเป็นแกนนำในพรรคพลังแผ่นดิน..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า กรณี"ซุกหุ้น๒"นั้นมีการผลักดันมาจากสายของ"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง
ที่ต้องการให้จัดการยึดทรัพย์ของ"ทักษิณ"ในประเทศไทยทั้งหมด
และรวมถึงการกดดันไปยังต่างประเทศ
ทั้งนี้เพื่อสกัดการเติบโตของ"พรรคพลังประชาชน"(พปช.)ที่มี"สมัคร
สุนทรเวช"กุมสภาพการเคลื่อนไหวเชิงรุก..ใขณะที่สภาพกำลังอดีตส.ส.นักการ
เมือง,มวลชนของพปช.อยู่ในสภาพ"นิ่ง"และพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง
แต่กลุ่มพรรคเล็กๆยังไม่สามารถรวมตัวกันได้เพราะขาด"แกนนำ"ที่แม้แต่"พล.อ.
ชวลิต"ที่ออกมาแสดงท่าทีสนับสนุน"รวมใจไทย" แต่แท้จริงแล้ว
มีแนวทางที่จะไปเป็น ที่ปรึกษา"พปช."ที่จะมีการเปิดท่าทีนี้หลังวันที่
๑๙ก.ย.ที่จะถึงนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ก่อนที่โผจะลงตัวภายใต้ความไม่เห็นด้วยของ"พล.อ.สนธิ"นั้น
มีการประสานระหว่าง"พล.อ.สุรยุทธ์"พล.อ.บุญรอด"และ"พล.อ.อนุพงศ์"มาอย่างต่อ
เนื่องแล้ว
เพราะ"พล.อ.สุรยุทธ์"เองก็เห็นถึงความสามารถและความเหมาะสมของ"พล.อ.อนุพงศ์
"ในการขึ้นมาเป็นผบ.ทบ.ในสถานการณ์ที่ประเทศยังอยู่ในภาวะ"หน้าสิ่วหน้าขวาน
"ทั้งศึกภายในและภายนอก
ในขณะที่รัฐบาลก็ต้องพยายามสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศ
และแสดงให้เห็นถึงการที่กองทัพจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในรัฐบาลต่อ
ไป รวมไปถึงการที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ยามที่มีวิกฤติ
และการที่สามารถประสาน"ความขัดแย้ง"ของฝ่ายต่างๆได้
ซึ่ง"พล.อ.อนุพงศ์"มีคุณสมบัติดังกล่าวครบ
อีกทั้งก็ยังได้รับการยอมรับจาก"พล.อ.เปรม"ที่แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความ
พยายามของ"พล.อ.สพรั่ง"ในการประสานผ่านผู้ใหญ่หลายส่วนไปยัง"พล.อ.เปรม"
และรวมถึงความพยายามจาก"ผู้ใหญ่"หลายส่วนรวมถึง"พล.อ.
สนธิ"ในการเสนอ
"พล.อ.มนตรี"ให้"พล.อ.เปรม"พิจารณ
แต่ถึงที่สุด"พล.อ.อนุพงศ์"ก็ยังได้รับการยอมรับด้วยเหตุผล
ว่าจะควบคุมสถานการณ์การเผชิญหน้าในอนาคตได้
และได้รับความไว้วางใจจากหลายฝ่าย
แม้กระทั่งเขายังสามารถประสาน"ทักษิณ"ผ่าน ตท.๑๐
เพื่อนร่วมรุ่นเพื่อเคลียร์"ความขัดแย้ง"ได้
ขณะเดียวกันเขาก็ยังได้รับความเชื่อมั่นจากในกองทัพว่าจะไม่ทำให้กองทัพตก
ต่ำหรือถูก"จำกัดพื้นที่-บทบาท"การยอมรับจากประชาชน
หากมีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งในอนาคตด้วย

"สุรยุทธ์"สกัดเกมเตะตัดขา"อนุพงศ์"/"สพรั่ง"ขู่ออก/หน."เพื่อแผ่นดิน"/"สมศักดิ์"กลับพปช./"จิ๋ว"มาแล้ว
"สุ
รยุทธ์"เร่งทูลเกล้าโผ/สกัดเกมแค้นเตะตัดขา"อนุพงศ์"/"สพรั่ง"ขู่ออกลงการ
เมือง/"เพื่อแผ่นดิน"วงแตก/"สมศักดิ์"กลับพปช./จับตา"บิ๊กจิ๋ว"รีเทิร์น


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหว การเมือง การทหาร ว่า หลังจากที่เป็นที่แน่ชัดว่า
ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ที่ถูกเสนอชื่อโดย"พล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์"นายกรัฐมนตรี หลังจากที่ได้รับ บัญชีรายชื่อจาก"พล.อ.บุญรอด
สมทัศน์"โดยมีการส่งโผดังกล่าวไปทำการตรวจสอบในส่วนของนายทหารระดับผู้
บังคับหน่วยลงมา
ที่พบว่ามีรายชื่อนายทหารจำนวนมากโดยเฉพาะในส่วนของ"กองทัพบก"มี"ความไม่
ปกติ"ในการก้าวกระโดดขึ้นมาในตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง
โดยหลายรายมีลักษณะคล้ายเส้นทางของ"พล.อ.มนตรี
สังขทรัพย์"เสธ.ผบ.ทบ.ที่มีระยะการเปลี่ยนผ่านตำแหน่ง"พล.ต."มา"พล.ท."และ
"พล.อ."ในช่วงสั้นๆ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า โผในส่วนของกองทัพบกแม้ว่าในส่วนของ"๕เสือ
ทบ."จะลงตัวแล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง
กัลยาณมิตร"ผช.ผบ.ทบ.ที่ตามโผที่กำลังนำขึ้นทูลเกล้า จะไปนั่งตำแหน่ง
รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะที่"พล.อ.มนตรี"จะไปนั่ง รองผบ.สส.
โดยเมื่อวันศุกร์(๑๔ก.ย.๕๐)"พล.อ.สพรั่ง"ได้ประกาศกับ"พล.อ.สนธิ"ว่า
ถ้าเขาถูกโยกไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม หรือแม้แต่ รอง ผบ.สส.เขาจะลาออก
นอกเสียจากให้เขายังอยู่ในสังกัดของกองบัญชาการทหารบกเหมือนเดิม
โดยเขารับได้ที่ไม่ได้ขึ้นตำแหน่ง ผบ.ทบ.แต่รับไม่ได้ที่จะถูกย้ายจาก
ทบ.ไปบก.สส.หรือสำนักปลัด เพราะถือว่าขาเป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญ
เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ในการทำ"รัฐประหาร ๑๙ก.ย.๔๙"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"สอดรับกับความเคลื่อนไหวของ
ม็อบในส่วนของ"พันธิมิตร"ที่เตรียมออกมาแสดงท่าทีกดดันกองทัพ
ให้เลือก"พล.อ.สพรั่ง"เป็นผบ.ทบ.
และการกระจายข่าวเร่งเร้าสนับสนุน"พล.อ.สพรั่ง"ของคลื่นวิทยุ ๙๒.๒๕ MHz
และ การเดินสายอภิปรายโจมตีรัฐบาล
และแฉความเป็นไปของบรรดานายทหารระดับสูงในคมช.
และผู้เกี่ยวข้องในขบวนการ"ล้มทักษิณ"ในต่างประเทศ ของ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ผ่าน ASTV ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในช่วงกลางดึกของวันพฤหัส(๑๓ก.ย.๕๐)มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.อนุพงศ์
เผ่าจินดา"ผช.ผบ.ทบ. หลังจากที่ได้รับทราบว่ามีการเซ็นต์คำสั่ง ๓ ฉบับ
ตั้งกรรมการสอบ
กรณีการซื้อ"รถหุ้มเกราะ"จาก"ยูเครน"และกรณีปัญหาบางกรณีในกองทัพ
ที่"พล.อ.อนุพงศ์"ถูกกล่าวหา ทั้งนี้โดยปรากฎว่ามีการส่งหนังสือ ๓
ฉบับที่ลงนามคำสั่งโดย"พล.อ.สนธิ"ไปยัง"สภากลาโหม"ในเช้าวันที่๑๔
ก.ย.เพื่อนำเข้าเป็น"วาระ"การพิจารณาควบคู่กับวาระเรื่องงบประมาณ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
กรณีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ"พล.อ.อนุพงศ์"ที่เชื่อว่าเรื่องดัง
กล่าวมีขบวนการสกัดเขาสู่เก้าอี้"ผบ.ทบ."ในนาทีสุดท้าย
เพราะวิธีการแบบนี้เคยเกิดขึ้นในยุคการแต่งตั้ง
ผบ.เหล่าทัพสมัย"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"นายกรัฐมนตรี ที่เกิดกรณี
คำสั่งตั้งกรรมการสอบ"แคนดิเดต
ผบ.ทอ."ท่านหนึ่งที่ชื่อถูกนำเสนอสู่การพิจารณาแล้ว
แต่ปรากฎว่าถูกสั่งตั้งกรรมการสอบเสียก่อน ทำให้ ผบ.ทอ.กลายเป็นอีกคนหนึ่ง
เนื่องจากมีระเบียบของกระทรวงกลาโหมที่ว่า นายทหารที่ถูกตั้งกรรมการสอบ
หรืออยู่ระหว่างการถูกตั้งกรรมการสอบ
จะต้องถูกดึงชื่อออกจากการพิจารณาแต่งตั้งเพื่อตรวจสอบและผ่านกระบวนการสอบ
สวนไปเสียก่อน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ความเคลื่อนไหวนี้ถูกต่อเชื่อมกับท่าทีของ"พล.อ.สนธิ"ที่ต้องการให้"พล.อ.
มนตรี"เป็นผบ.ทบ.แต่ต้องจำนนต่อ"เหตุผล"เพื่อบ้านเมืองของ"ผู้ใหญ่"หลายท่าน
ต่อเมื่อ"พล.อ.สนธิ"เดินทางกลับจากเวียดนาม
และแสดงท่าทีทางการเมืองว่าจะ"ลงเล่นการเมือง"ในแนว"เหมาเจ๋อตุง"ก็มี
ผู้ใหญ่หลายฝ่าย"ไม่สบายใจ"ถึงท่าทีดังกล่าว
เพราะแนวทางของ"เหมา"เป็นแนวทางแบบ"คอมมิวนิสต์"ที่เป็น"ปฏิปักษ์
"กับ"ศักดินา-ฝ่ายเจ้า"และมีคการวิเคราะห์ถึงท่าทีดังกล่าวว่าอาจเป็นการส่ง
สัญญาน"ความไม่พอใจ"ของ"พล.อ.สนธิ"หลังจากที่ทราบว่า โผบัญชีรายชื่อของ
ทบ.ที่ถูกนำเสนอไป
และเขาก็เข้มงวดกับการ"หลุดรั่ว"ออกไปมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ถูก
ส่งกลับลงมา และขอให้มีการ"เปลี่ยนแปลง"ในระดับ"ผู้บังคับหน่วย"ลงมา
โดยที่ไม่ผ่านลงมาถึง
ผบ.ทบ.แต่เป็นการพิจารณาของ"พล.อ.บุญรอด-พล.อ.สุรยุทธ์"ภายใต้การปรึกษา
"พล.อ.อนุพงศ์" ที่พบว่ามีการสับเปลี่ยนกำลังจำนวนมาก
แม้แต่ผู้บังคับหน่วยที่เป็นกำลังของ"พล.อ.อนุพงศ์"ในพื้นที่กองทัพภาคที่
๑ ก็ถูกเปลี่ยนแปลง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ท่าทีดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการเซ็นต์คำสั่งกรณี"รถหุ้มเกราะ"และพยายาม
เสนอเรื่องนี้สู่สภากลาโหม ในห้วงที่โผทหารกำลังจะถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯ
อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวถูก"ยับยั้ง"ไว้โดย"พล.อ.บุญรอด"ที่วินิจฉัยว่า
คำสั่งดังกล่าว"ผิดระเบียบ"
เพราะ"พล.อ.สนธิ"ไม่มีอำนาจเซ็นคำสั่งตั้งกรรมการสอบนายทหารระดับ
ผช.ผบ.ทบ.ได้ เพราะ ผบ.ทบ.มีอำนาจเพียงสั่งตั้งกรรมการสอบในระดับกองพล
ผู้บังคับการกรม และนายทหารระดับ"พ.อ."ลงไป ไม่ถึงระดับ"เสธ.ทบ."หรือ
ผช.ผบ.ทบ. ที่ต้องให้ รมว.กลาโหม เป็นผู้ลงนามในคำสั่ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า โดยการหารือกับ"พล.อ.มงคล
อัมพรพิสิษฎ์"ก่อนจะมีการเข้าพบ"พล.อ.เปรม"(๑๔ก.ย.)หลายฝ่ายเห็นพ้องว่า
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยาก จะรีบนำรายชื่อทูลเกล้า
โดย"พล.อ.สุรยุทธ์"เป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าโดยตรง(โดยมีรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำ
ของวันศุกร์(๑๔ก.ย.)พล.อ.สุรยุทธ์ ได้เดินทางเข้าเฝ้าพร้อมกับราชเลขาธิการ
ที่มีการคาดกันว่าอาจจะประมาณต้นสัปดาห์ถัดไปที่โผทหารจะออกมาอย่างเป็นทาง
การ)
หลังจากที่มีการเซ็นต์ของนายกฯโดยไม่สนใจความพยายาม"ปล่อยข่าว"ที่สอดรับกัน
กับคำสั่งตั้งกรรมการสอบ
ที่ปรากฎการปล่อยใบปลิวโจมตี"พล.อ.อนุพงศ์"กรณีดังกล่าว
ไปยังกองทัพภาคและหน่วยทหารต่างๆ
ขณะเดียวกันก็มีการนำข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา"รถหุ้มเกราะ"มาโจมตีผ่านวิทยุ
๙๒.๒๕ ของ"ประชัย เลี่ยวไพรัตน"เป็นระยะๆด้วย..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สาเหตุที่ มีการเปลี่ยนแปลงโผ
ที่ทำให้"พล.อ.มนตรี"และ"พล.อ.สพรั่ง"ต้องถูกโยกไปยัง บก.สส.และ
สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม มีความเกี่ยวพันกับ
ความเคลื่อนไหวกำลังพลเมื่อวันที่ ๒๕ ส.ค.ที่ผ่านมา
ที่ในช่วงกลางดึก"พล.อ.สนธิ"ต้องรีบไปที่ ค่ายรบพิเศษฯ จ.ลพบุรี ขณะที่
ไม่มีใครสามารถติดต่อกับ"พล.อ.สพรั่ง"ได้ในห้วง ๑-๒วันนั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าให้จับตาความเคลื่อนไหวของ"สมักดิ์ เทพสุทิน"แกนนำกลุ่มมัชฌิมา ในระยะ
๒-๓วันนี้...
ให้ดีว่าอาจจะมีการกลับเข้าสู่พรรคพลังประชาชน(พปช.)ภายใต้การนำของ"สมัคร
สุนทรเวช"โดยมีรายงานว่า"สมศักดิ์"มีการติดต่ออย่างลับๆกับแกนนำ
พปช.เพื่อขอย้ายเข้าสังกัด โดยจะนำ อดีตส.ส.ในสังกัดที่เหลือ
๒๐กว่าคนเข้าไปด้วย
ทั้งนี้โดยสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงสำคัญในพรรคเพื่อแผ่นดิน
ที่แม้จะเปิดตัวไปแล้วแต่ยังไม่นิ่งและล่าสุดเมื่อวันศุกร์๑๔ก.ย.เกิดการ
กระเพื่อมอย่างแรง
จากการที่มีข่าวคอนเฟิร์มจากสายพันธมิตรว่า"พล.อ.สพรั่ง"จะลาออกจาก
รองปลัดกระทรวงกลาโหม หลังจากนี้ และจะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน
ทั้งนี้โดยที่"ผู้ใหญ่"ที่ให้การสนับสนุน"พล.อ.สพรั่ง"
ต้องการใช้อิทธิพลของ"พล.อ.สพรั่ง"ที่ยังมีอยู่ในกองทัพดำเนินการการทางการ
เมือง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ตามแผนของ"ผู้ใหญ่ระดับสูง"ต้องการให้"พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา"มาเป็นพรรค
"ข้อต่อ"โดย"พล.อ.ชวลิต"จะมาเป็น"ที่ปรึกษา"โดยที่มีการมองเกมการเลือกตั้ง
ว่า ใน ๒ ขั้ว ระหว่าง "ประชาธิปัตย์"กับ"พรรคพลังประชาชน"นั้น
พรรค"รวมใจไทยชาติพัฒนา"จะเป็น"ตัวแปรสำคัญ"สุดท้าย
หลังการ"จับขั้ว"ที่"พรรคเพื่อแผ่นดิน"จะเข้ากับฝ่าย
"ปชป."เพื่อจัดตั้งรัฐบาล
ขณะที่"รวมใจไทยชาติพัฒนา"ที่แม้จะยังหา"หัว"ไม่ได้
แต่จะมีจำนวนส.ส.พอที่จะต้องทำให้ฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล โดย
พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอม ให้เป็นแกนนำ
เพื่อไม่ให้"พรรคพลังประชาชน"ที่ความจริงตั้งใจเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว
ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงที่มากกว่าหาก"รวมใจไทยชาติพัฒนา"ไม่ไปรวม
และที่สุด"พล.อ.ชวิต"จะมีบทบาท ในการเป็น"ผู้นำรัฐบาล"ในระยะ ๑ ปี
เพื่อจัดองค์ประกอบของประเทศใหม่ทั้งหมด
ทั้ง"การแก้ไขรัฐธรรมนูญ"การนิรโทษกรรม ๑๑๑ นักการเมือง
การปรับปรุงฝ่ายบริหาร การจัดรูปกองทัพที่ต้องกลับเข้ากรมกอง
การสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ที่จะสั่งผลโดยสภาพกับเศรษฐกิจ
ที่แนวทางนี้ เป็นที่รับทราบกันดีว่า
ชนชั้นสูงในสังคมจะยังประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ชนชั้นกลาง-ล่าง
จะยังลำบากอีก ๑-๒ปี เพราะในห้วง ๑ ปีที่ผ่านมา
ระบบเศรษฐกิจฐานรากถูกทำลาย ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลก
และสหรัฐฯอยู่ในช่วง"ขาลง"ด้วย

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:45 am

เกมบีบ"สุรยุทธ์"ออก/ตั้งครม.พันธมิตร/เลื่อนล.ต./ทวงทีพีไอ.
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวทางการเมือง การทหาร ต่อสถานการณ์การปรับคณะรัฐมนตรี
หลังรัฐมนตรี ๓
ราย"สิทธิชัย-อรนุช-อารีย์"ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกกับ"พล.อ.สุรยุทธ์"หลัง
จากที่มีการเปิดประเด็นการถือหุ้นของรัฐมนตรี
ออกมาจากฝ่าย"พันธมิตร"โดยมี"วีระ
สมความคิด"เป็นตัวปฏิบัติการภาคสนาม"กระทุ้งซ้ำ"ใหกระแสสังคมกดดันจน"นายอา
รีย์"ต้องแถลงลาออก
(๒๖ก.ย.๕๐)ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีให้"พล.อ.สนธิ"ที่จะเกษียณ
อายุราชการ(๓๐ก.ย.)และจะมานั่งในตำแหน่ง รองนายกฯดูแลด้านความมั่นคง ควบ
รมว.มหาดไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการส่งสัญญานชัดๆจาก"พล.อ.บุญรอด
สมทัศน์"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"ว่าจะเปิดเก้าอี้ "รองนายกฯ"ไว้รอ "พล.อ.สนธิ"..
ที่
ทำให้หลายฝ่ายครั้งแรกเชื่อว่า
การออกมาเปิด"ข้อมูล"ปัญหา"คุณสมบัติ"ของ"รัฐมนตรี"ทีถือหุ้นเกิน
มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับการ"สืบทอดอำนาจ"ของ"พล.อ.สนธิ"ที่
จะไม่มีกำลังอยู่ใน
มือ หลังวันที่ ๓๐ก.ย.เป็นต้นไป โดยจะเหลือเพียงตำแหน่ง"ประธานคมช."เพียงอย่างเดียว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ปฏิบัติการที่นำมาสู่การ"ลาออก"ของ ๓ รัฐมนตรี
ที่กำลังติดตามมาด้วยลูกพ่วงกรณี"นายวิจิตร ศรีสะอ้าน"
และมีที่ท่าว่าจะลุกลามไปถึงตัว"พล.อ.สุรยุทธ์"ผ่านกระบวนการ"ขับเคลื่อน
"อย่างเป็นระบบจาก"น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ","ธีรภัทธ์ เสรีรังสรรค์","สนธิ
ลิ้มทองกุล" ฯลฯ รวมไปถึงการเคลื่อนตัวของ"พันธมิตร"และ
สนช.เพื่อขับไล่"นายกรัฐมนตรี""พล.อ.สุรยุทธ์" นั้นไม่ธรรมดา ในที่มาที่ไป
โดยเฉพาะ"เบื้องหลัง"ที่มี"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์กับ"ผู้ใหญ่
ระดับสูง" ที่เคยให้การสนับสนุน"นายสนธิ"มาตั้งแต่ก่อรูป"พันธมิตรฯ"
ลงมา"ขับเคลื่อน"ด้วยตัวเอง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"ผู้ใหญ่"รายดังกล่าวมีสายสัมพันธ์กับ"นายสนธิ ลิ้มทองกุล"ผ่านบุตรสาว
โดยเป็นที่รับรู้กันในหมู่ชนชั้นสูง
ในขณะที่บุตรเขยที่เป็นอดีตรัฐมนตรีนั้นก็มีบทบาทสำคัญในการโค่นล้มรัฐบาล
"ทักษิณ"โดยประสานในทางลับกับ"พันธมิตร" ซึ่งสายสัมพันธ์ลับๆดังกล่าว
ทำให้"นายสนธิ"กล้าที่จะออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะที่ไม่กลัวผู้ใด
โดยเฉพาะเมื่อประสานกับ"พล.อ.สพรั่ง
กัลญานมิตร"แต่ในขณะเดียวกันก็ประสานกับ"พล.อ.สนธิ"แม้ว่าในระยะที่ผ่านมาจะ
แสร้ง"ขัดแย้ง"ด้วยการออกมา"แฉ"กรณี"นายพล"ไปรับเงิน"สุริยะ
จึงรุ่งเรืองกิจ"ที่ลพบุรีก็ตาม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ให้จับตาการเคลื่อนไหวของ"พันธมิตร" การเคลื่อนไหวของสนช.สายสื่อ
ทีมี"น.ต.ประสงค์"เป็นแกนนำ
การขยับของ"พล.อ.สพรั่ง"และกลุ่มทหารที่พลาดหวังจากการแต่งตั้งโยกย้ายครั้ง
ล่าสุด
ที่กำลังเคลื่อนขบวนการทางการเมืองนำมาสู่"ความขัดแย้ง"กับฝ่ายรัฐบาล
ในรูปแบบ"ตัวละคร"ที่คล้ายเมื่อครั้งมีการเคลื่อนตัวห้วงที่"พล.อ.สุรยุทธ์
"ทาบทาม"นายสมคิด"เข้ามาร่วมรัฐบาล

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ตลอดวันของวันพฤหัส(๒๗ก.ย.๕๐)มีความเคลื่อนไหวกดดันและต่อรองกับ"พล.อ.สุ
รยุทธ์"ที่อยู่ระหว่างการประชุมในต่างประเทศ
จนทำให้เกิดกระแสข่าวลือว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"จะลาออกจากตำแหน่งนายกฯ
ที่ทำให้"นายไพบูลย์"ซึ่งรักษาการนายกฯต้องยกหูโทรศัพท์สอบถาม
และต้องรีบออกมาแถลงข่าวปฏิเสธถึงกระแสข่าวลือดังกล่าว
ซึ่งเบื้องหลังของข่าวนี้
มาจากการเคลื่อนไหวจากการประสานระหว่าง"นายสนธิ","น.ต.ประสงค์"และ"พล
.อ.สพรั่ง"โดย"ต่อยอด"จากประเด็น"นายอารีย์"ที่จำต้องแถลงข่าว"ลาออก"เพราะ
ถูกกดดันจากสังคม...โดยมีการปล่อยข่าวว่ามการเตรียมที่จะแฉกรณีปัญหาที่ดิน
"เขายายเที่ยง"ของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ผ่านรายการโทรทัศน์ของ"นายสนธิ"และผ่าน
วิทยุFM๙๒.๒๕ เครือข่ายของ"นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์" จากนั้น
จะมีการให้"นายวีระ สมความคิด"ออกมาเปิดข้อมูล และผลักดันเรื่องนี้กับปปช.
ขณะที่"น.ต.ประสงค์"ก็จะนำเรื่องนี้ ผนวก
รวมเข้ากับกรณี ๓ รัฐมนตรี เข้าชื่ออภิปรายรัฐบาล

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การผนึกตัวเคลื่อนไหวของกลุ่มคนดังกล่าว
มีความเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้
โดยเชื่อมโยงมาจากความไม่พอใจทีเกิดขึ้นจากผลของโผโยกย้ายกองทัพที่ผ่านมา
...ที่"พล.อ.สพรั่ง"ถูกโยกไปอยู่ในตำแหน่ง"รองปลัดกระทรวงกลาโหม"
ในขณะที่นายทหารระดับ"คุมกำลัง"หลายส่วนถูกกุมสภาพโดย"พล.อ.สนธิ" โดยเฉพาะ
ในส่วนของ"พล.อ.สพรั่ง"ถือเป็นกำลังอันสำคัญของฝ่าย"พันธมิตร"ซึ่งหลังจากโผ
ได้รับการโปรดเกล้าลงมา
มีความเคลื่อนไหวแสดงถึงความไม่พอใจออกมาหลายละลอกจาก"พันธมิตร"ผ่านท่าที
ของหลายฝ่ายโดยตรง และผ่านสื่อของพันธมิตรทั้งASTVโดย"นายสนธิ"หรือ วิทยุ
๙๒.๒๕เครือข่ายของ"นายประชัย"โดยมีการโจมตี"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สุรยุทธ์
"อย่างรุนแรง และรวมไปถึงขั้นที่จะมีการก่อม็อบให้กำลังใจ"พล.อ.สพรั่ง"
ขณะเดียวกันก็ประกาศเป็น"ศัตรู"กับ"พล.อ.สนธิ"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"และมีการ
ให้"พล.อ.บรรณวิทย์"ออกมาแฉความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายโดยการซัด
ผ่าน"พล.อ.วินัย"
ที่เป็นที่มาของการ"โต้กลับ"จากนายทหารของ"พล.อ.วินัย"และเป็นที่มาของการ
"สาวไส้ไกันเองของทหารที่ร่วมกันยึดอำนาจ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
"ผลประโยชน์"อันสำคัญที่เป็นบาดแผลลึกที่"ประชัย"และรวมถึง"นายสนธิ","น.ต
.ประสงค์"และ"พล.อ.สพรั่ง"รวมไปถึง"พล.อ.บรรณวิทย์"ไม่พอใจ"พล.อ.สุรยุทธ์
"เกี่ยวข้องเชื่อมโยงไปถึงครั้งเมื่อ
มีความพยายามที่จะ"ทวงคืน"กิจการของ"ทีพีไอ."กลับคืนหลังจากที่คณะรัฐประหาร
เข้ายึดอำนาจ และเพิ่งตั้งนายกฯชื่อ"พล.อ.สุรยุทธ์"ใหม่ๆ
ด้วยเพราะ"นายประชัย"เชื่อว่าคณะนายทหารจะช่วย"จัดการ"เรื่องนี้ให้
แต่ก็ต้องผิดหวัง จนมีข่าวการประกาศพร้อมจ่ายให้"๒พันล้าน"หากใครสามารถ
ทำให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้ได้..ที่เป็นที่มาของ
การเคลื่อนไหวของนายทหารหลายส่วนในการประสานทั้งในระดับบน(บ้านสี่เสา)และ
ล่างที่ใกล้ชิด"พล.อ.สุรยุทธ์"ในการเชื่อมต่อ"พล.อ.สุรยุทธ์"เพื่อให้มีผล
ต่อกระทรวงการคลัง
ซึ่งมีอำนาจจัดการในฐานะ"ผู้ถือหุ้น"ในไออาร์พีซี.หรือทีพีไอ.
โดยขณะนั้นมีการเคลื่อนไหวของ"พล.อ.บรรณวิทย์"ในการพา"นายประชัย"ไปดักรอ
"พล.อ.สุรยุทธ์"ที่บ้านพักย่านลาดกระบัง แต่"พล.อ.สุรยุทธ์"ไม่ยอมพบ
เพราะทราบว่าจะมีการขอร้องในเรื่องดังกล่าว
ซึ่งส่วนหนึ่งจะเกี่ยวพันไปถึง"พล.อ.มงคล
อัมพรพิสิษฎ์"หรือ"บิ๊กหมง"ที่ดูแล"ไออาร์พีซี."และลุกลามไปถึง"พล.อ.เปรม"
ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นขัดใจที่ลุกลามต่อมาจนถึงกรณีการออกมาขัดขวาง
การเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรี หรือที่ปรึกษารัฐบาลของ"นายสมคิด
จาตุศรีพิทักษ์"(ซึ่งเป็นแนวทางความต้องการของ พล.อ.สุรยุทธ์
ที่ต่อเชื่อมกับดร.สม รัฐมนตรีที่เคย
อยู่ในรัฐบาลพล.อ.เปรม)โดยมี"นายธีรภัทร"เคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของ"พันธมิตร"และเครือข่ายใน สนช.ของพันธมิตร

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การเคลื่อนไหวของ"พันธมิตร"ผ่านเครือข่ายสื่อ
และสนช.รวมถึงนายทหารในคมช. ล่าสุด
มีการวิเคราะห์เชื่อมโยงไปถึงกระแสข่าวและความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ของ
"น.ต.ประสงค์"ที่ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดวันเลือกตั้งในห้วงปลายปีนี้...ที่
เป็นที่มาของความกังวลในกฎหมายลูก ๓ ฉบับ
ว่าจะมีการซ่อนเร้นที่ทำให้ต้องเกิดการ"ตีความ"ในห้วงเวลาสำคัญ
และจะทำให้เกิดปัญหาสำหรับการเลือกตั้ง
โดยมีการเชื่อมโยงถึง"ข้อต่อรอง"ที่ฝ่ายพันธมิตรต้องการส่งคนเข้าไป"กุมสภาพ
"ในคณะรัฐบาลมากกว่านี้ ผ่านจังหวะที่รัฐบาลต้องมีการปรับ
ครม.เพื่อให้"พล.อ.สนธิ"เข้าไปนั่ง รองนายกฯ
ซึ่งในจังหวะนี้มีชื่อตัวละครหลายคนถูกนำเสนอเข้ามาจากหลายฝ่ายในการเข้ามา
นั่งเก้าอี้ มท.๑ ไม่ว่าจะเป็น"บัญญัติ จันทร์เสนะ""ธีรวุฒิ
บุตรศรีภูมิ","พลากร สุวรรณรัฐ""พล.ต.อ.วรรณรัตน์ คชรักษ์""พล.อ.สพรั่ง
กัลญาณมิตร""พล.อ.สนธิ"หรือแม้กระทั่งการควบเองของ"พล.อ.สุรยุทธ์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การเคลื่อนไหวกดดัน"พล.อ.สุรยุทธ์"ให้ลาออก
นั้นมีการเชื่อมต่อจาก"ผู้ใหญ่"ที่อยู่ฝ่ายเดียวกับ"นายสนธิ"ที่ก่อนหน้านี้
มีความพยายามพูดคุยกับ"พล.อ.อนุพงศ์"ในห้วงที่ยังคลุมเครือว่าใครจะเป็นผบ
.ทบ.ระหว่าง ๓ แคนดิเดต
"พล.อ.มนตรี","พล.อ.อนุพงศ์","พล.อ.สพรั่ง"..กระทั่งเกิดกรณีการปล่อยข่าว
ดิสเครดิต กรณีการจัดซื้อ"รถหุ้มเกราะ"
ทีเป็นที่มาของ"ข้อตกลง"และ"สัญญาลูกผู้ชายชาติทหาร"ระหว่าง"พล.อ.อนุพงศ์
"กับ"พล.อ.สนธิ"ที่ความจริงแล้วตั้งใจที่จะเสนอชื่อของ"พล.อ.มนตรี"ให้เป็น
ผบ.ทบ. แต่กรณีดังกล่าวซึ่งก็มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"รวมอยู่ด้วย
ท่ามกลางกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของทหาร
ได้ทำให้"ผู้ใหญ่"อีกท่านตัดสินใจโดยเชื่อมผ่าน"พล.อ.สุรยุทธ์"ให้จัดการโผ
ในระดับ ๕ เสือออกมาให้ลักษณะที่เห็น
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในระยะเวลา"เปลี่ยนผ่าน"ระหว่างการเลือกตั้ง
โดยเชื่อมั่นว่า"พล.อ.อนุพงศ์"จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

สุรยุทธ์-ประสงค์/ปมขัดใจ"ป๋า"/"อนุพงศ์"ผวาบึ้มป่วน/เลื่อนเลือกตั้ง/จับตา"พล.อ.พ."
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมือง-การทหาร ว่า
เบื้องหลังความขัดแย้งระหว่าง"น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ" กับ"พล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์"มีความบานปลายมาจากท่าทีอันแข็งกร้าวของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ในการให้
"พล.อ.บุญรอด"และ"พล.อ.วินัย"จัดการกับ"พล.ร.อ.บรรณวิทย์
เก่งเรียน"ที่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนัก กรณีโผทหารประจำปี
โดยวิพากษ์วิจารณ์"พล.อ.วินัย"กรณีตำแหน่งในกระทรวงกลาโหมทั้งที่เป้าหมาย
เพื่อแสดงความไม่พอใจมาจากกรณีการโยก"พล.อ.สพรั่ง
กัลยาณมิตร"ไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม
ที่ก่อนหน้านี้ปรากฎปฎิกริยาจาก"พันธมิตร"พร้อมๆกับข่าว"พล.อ.สพรั่ง"จะลา
ออกจากตำแหน่งรองปลัดฯ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
สาเหตุสำคัญจากปฏิกริยาของ"น.ต.ประสงค์"มีการส่งสัญญานมาจากบ้านสี่เสาฯด้วย
ส่วนหนึ่ง
โดยเป็นผลพวงจากท่าทีของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ในการประสานงาน"ตรง"กับเจ้านายในราช
สำนัก โดยไม่ผ่านทาง"พล.อ.เปรม"อย่างเคย ซึ่งเป็นผลให้"โผทหาร"ที่ผ่านมา
ลงเอยในลักษณะดังกล่าว
โดยมีการแสดงท่าทีของ"พล.อ.สุรยุทธ์"และ"พล.อ.บุญรอด"อย่างชัดเจนในการสนับ
สนุน"พล.อ.อนุพงศ์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ปรากฎการณ์ที่ถูกวางอย่างมีระบบ
ในช่วงที่"พล.อ.สนธิ"จะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง
ประธานคมช.หลังจากเกษียณอายุในตำแหน่ง"ผบ.ทบ."(๓๐ก.ย.๕๐)
โดยมีการแพลมข้อมูลออกมาจาก ปปช.เกี่ยวกับ"รัฐมนตรี"ที่ถือหุ้นเกิน ๕ %
ที่ติดตามมาด้วยการลาออกของรัฐมนตรีหลายคน และเป็นที่มาของกระแสข่าว
การตั้งรัฐมนตรีจากบุคคลต่างๆในพันธมิตรฯ คมช.
โดยเฉพาะ"พล.อ.สนธิ"ที่มีผู้ปล่อยข่าวว่าจะมาเป็นรองนายกฯด้านความมั่นคงควบ
มท.๑ เพื่อคุมเลือกตั้ง ก่อนที่จะลงเอยที่"พล.อ.สุรยุทธ์"
ทั้งๆที่"ผู้ใหญ่"ในราชสำนักต้องการดัน"นายบัญญัติ
จันทร์เสนะ"รมช.เป็นมท.๑เพื่อคุมสภาพการเลือกตั้ง โดยพยายามผลักดันผ่าน
บ้านสี่เสาฯแต่"พล.อ.สุรยุทธ์"กลับควบตำแหน่งนี้เสียเอง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ท่าทีต่อมาคือการที่"ผู้ใหญ่"และ บ้านสี่เสาฯ
พยายามที่จะเคลื่อนตัวผ่าน กกต. ในประเด็นที่กกต.ออกมาแสดงความกังวล
กับการตั้ง กกต.จังหวัด เขต ที่มีปัญหา ไม่เรียบร้อย
ในขณะประเด็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ ก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ของสนช.(ขณะนั้น) ซึ่งมีแนวโน้มว่า
อาจส่งผลต่อกำหนดวันเลือกตั้ง(๒๓ธ.ค.๕๐)ที่กกต.อาจต้องเลื่อนออกไป...ตามที่
สนช.สายพันธมิตร ออกมาแสดงความเห็น ซึ่งท่าทีความเคลื่อนไหวดังกล่าว
"พล.อ.สุรยุทธ์"ได้บุกไปที่
กกต.เป็นครั้งแรก(๔ต.ค.๕๐)ก่อนจะเปิดแถลงข่าวร่วม เพื่อกดดันให้กกต.รับปาก
ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งตามกำหนดดังกล่าว
ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าการดำเนินการของ"พล.อ.สรยุทธ์"หลังจากกลับจาก
เวทียูเอ็น มีการจัดการกับ"ข่าว"ได้อย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่เกิดกระแสข่าวลือระหว่างที่เขาอยู่ในต่างประเทศเกือบ๑๐ วัน
แต่ปรากฎว่า"พล.อ.สุรยุทธ์"ยังสามารถบริหารจัดการกับข่าวความขัดแย้ง
และกลับมาจัดการกับสถานการณ์ได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
การปะทะกันในโครงสร้างชั้นบน ขณะนี้เป็นไปอย่างรุนแรงระหว่าง
บ้านสี่เสาฯกับ"ผู้ใหญ่" ถึงขั้นที่มีความพยายามเปลี่ยนกำลังทหาร
ที่ดูแล"ผู้ใหญ่"แต่ ถูกขวางจาก"ผู้ใหญ่"อีกท่าน
ที่กำลังตกเป็นเป้าถล่มผ่านเครื่องมือตรวจสอบ"ทักษิณ"ไม่ว่าจะเป็นกรณี
กุหลายแก้ว หรือ กรณีปรับสัญญาบริษัทยามของบ.ล็อกเลย์
ที่ดูแลสนามบินสุวรรณภูมิ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า "บ้านสี่เสาฯ"และ"ผู้ใหญ่"พยามถึง"พล.อ.อนุพงศ์"มาเข้าฝ่ายตน
แต่"พล.อ.อนุพงศ์"มีความเกรงใจ"พล.อ.สุรยุทธ์"อย่างมาก
ที่ช่วยเสนอชื่อของเขา ทั้งที่ถูกขัดขวาง
และมีขบวนการเตะตัดขา(บัตรสนเทห์,หนังสือสั่งตั้งกรรมการสอบ
กรณีรถหุ้มเกราะ(ที่ลงนามคำสั่งโดย"พล.อ.สนธิ")ก่อนหน้าการพิจารณาโผไม่กี่
วัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
ในห้วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา
"ผู้ใหญ่"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"มีความต้องการให้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือก
ตั้งก่อนถึงวันที่ ๑๐ ต.ค.
เพื่อที่จะทำให้สถานะรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลรักษาการ
และมีผลต่อกระบวนการ"ซักฟอก"ของสนช. อย่างไรก็ตาม
แมว่าจะมีการอภิปรายเรื่องเขายายเที่ยงอย่างไร
"พล.อ.สุรยุทธ์"ก็ยังจะอยู่ต่อจนถึงการประกาศพระราชกฤฎีกาเลือกตั้ง(ราว
๑๖ต.ค.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้มีการสั่งการจาก"พล.อ.อนุพงศ์"ไปยังหน่วยคุมกำลังทุกหน่วย
ให้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมในที่ตั้ง ๑๐๐%
หลังจากที่ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวเตรียมกำลังของนายทหารบางท่านใน
คมช.ในพื้นที่ภาคเหนือ (กองทัพภาคที่ ๓)ขณะเดียวกัน
การเขย่าเปลี่ยนกำลังระดับผบ.พัน กว่า ๒๐๐ คน ในส่วนของกองทัพภาคที่๑-๒
โดย"พล.อ.อนุพงศ์"ได้ส่งผลสะเทือนกับขุมกำลังที่นายทหารระดับสูงซึ่ง
สัมพันธ์กับ"บ้านสี่เสา"วางไว้ก่อน"พล.อ.สนธิ"จะเกษียณ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้"พล.อ.อนุพงศ์"อยู่ระหว่างการพิจารณานายทหารระดับ"พ.ท."หลายส่วน
เพื่อเตรียมปรับขยับใหม่ หลังจากที่โผที่ออกมา
พบว่ามีการวางขุมกำลังของบางฝ่ายในกองทัพ อันจะเชื่อมโยงไปถึงการทำงานของ
เครือข่าย กอ.รมน.ที่ฝ่าย
คมช.(พล.อ.สนธิ)วางไว้สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สิ่งที่"พล.อ.อนุพงศ์"กังวลอย่างมากในขณะนี้
นอกเหนือไปจากการเขย่ากำลัง แล้ว ก็คือ การสร้างสถานการณ์ระเบิด
ที่พบว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติของ"ทีมระเบิด"ของ"นายพล
พ."ซึ่งเชื่อมโยงกับ"พล.อ.ส.เสือ"และ"พล.อ.ป.ปลา"รวมถึง"พล.ต."ม.ม้า"
โดยขณะนี้ทีมหาข่าวสามารถเชื่อมโยงชนิดระเบิดและผู้ก่อการ ที่ จ.สงขลา
เมื่อเร็วๆนี้ เข้ากับระเบิดข้าง
บก.ทบ.และรวมไปถึงเหตุการณ์ช่วงต้นปี(เคาน์ดาวน์)...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณีการพบระเบิดที่ หาดใหญ่ จ.สงขลา
ที่ครั้งแรกมีการออกข่าวว่ามีจำนวนกว่า ๒๐ลูก แต่ตอนหลังระบุว่า ๕ ลูก ว่า
จากการตรวจสอบของฝ่ายเกี่ยวข้องพบว่าระเบิดดังกล่าวมีวิธีการประกอบเหมือน
กับระเบิดที่พบด้านหน้า โรงเรียนแผนที่ทหาร ข้าง บก.ทบ.(๓๐ก.ย.๕๐)
และยังพบว่ามีการเชื่อมโยง ไปถึงระเบิดที่หน้าเมเจอร์ และหน้าซอยราชวิถี
ตรงข้าม สวนจิตรฯ โดยเมื่อมีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ
ทำให้"พล.อ.อนุพงศ์"ไม่สบายใจกับ ความพยายามของฝ่ายเสียประโยชน์
ที่เตรียมสร้างสถานการณ์"วางระเบิด"ในสถานที่สาธารณะ เช่นห้างสรรพสินค้า
และตลาด เหมือนอย่างที่เคยทำห้วงปีใหม่
โดยพบว่ามีบางฝ่ายต้องการสร้าง"เงื่อนไข"ของสถานการณ์
เพื่อทำให้เกิดความวุ่นวายและตามมาด้วยความเปลี่ยนแปลง
และส่งผลให้ต้องชะลอการเลือกตั้งออกไปอีก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความกังวลที่พบ คือระเบิดที่พบที่หาดใหญ่ พบว่ามีการผลิตจากกรุงเทพฯ
ซึ่งทำให้ฝ่ายความมั่นคงกังวลว่าจากหาดใหญ่จะลามเข้ากรุงเทพฯ
เพราะระเบิดมีลักษณะที่"ซับซ้อน"กว่าระเบิดแสวงเครื่องทั่วไป
เนื่องจากมีการประกอบอุปกรณ์จุดชนวน รวมถึงสวิชต์เชื่อมต่อถึง ๓ ชั้น
ยากต่อการเก็บกู้ ซึ่งหากมีการวางพร้อมกันหลายๆจุด
และหากมีการเข้าไปเก็บกู้อาจเกิดความผิดพลาดเหมือนกรณีที่หน้า
ร.ร.แผนที่ทหารได้
ซึ่งการประกอบระเบิดชนิดนี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดอย่างสูง
ที่มีแต่ในแวดวงทหารเท่านั้นที่จะทำได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ด้วยว่า ขอให้จับตาในห้วงวันที่ ๑๐ ต.ค. ที่นอกจากกฎหมายหวย
และการขออภิปราย"นายกฯ"แล้ว อาจจะมีการ"ลักไก่"เข็นพรบ.ความมั่นคง
ที่หลายฝ่ายคัดค้าน ผ่าน สภานิติบัญญัติฯ ๓ วาระรวด
ทั้งนี้โดยอาศัยเสียงของ สนช.สายพันธมิตร และสายบ้านสี่เสาฯ
ทั้งนี้จะไม่รอถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
โดยต้องการนำมาเป็นเครื่องมือรับมือกับ"อำนาจเก่า"
ซึ่งเรื่องนี้มีการส่ง"สัญญาน"มาจาก"ผู้ใหญ่"ผ่านไปยัง แกนนำ
นปช.ว่ากำลังมีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้กันอย่างชัดเจน

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:46 am

ยุบพปช.หลังวันสมัคร/ผวา"ทักษิณ"กลับ/ปม"สุรยุทธ์-ประสงค์"บาน/"บรรณวิทย์"ไม่เลิก/"สพรั่ง"เช็ง
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองการทหาร ว่า
ความขัดแย้งระหว่าง"น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ"กับ"พล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์"นายกฯได้ขยายลุกลามเป็นความขัดแย้งทั้งระหว่างรัฐบาลกับพันธมิตร
ระหว่างทหาร ๒ ฝ่ายในกองทัพ
และแม้แต่ภายใน"พันธมิตร"โดย"สัญญาน"นี้ถูกส่งผ่านออกมาจาก"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ผ่านรายการ"ยามเฝ้าแผ่นดิน"ของเขา..หรือแม้กระทั่ง"ดร.เจิม
ศักดิ์
ปิ่นทอง"..ที่อาจทำให้"อำนาจเก่า"(ทักษิณ)กลับเข้ามาได้เร็วขึ้นและอาจส่งผล
กระทบกับพวกเขาในเร็วๆนี้ ...โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มี"ตัวแปร"ที่ถูกระบุว่าเป็น"ความพลิกผัน"คือ"พล.อ.บรรณวิทย์"และ"พล
.อ.สพรั่ง"รวมถึง"ประชัย
เลี่ยวไพรัตน์"ที่มีการเคลื่อนไหวทั้งเข้าปะทะเป็น"ฝ่ายกระทำ"และ"ถูกตีโต้
กลายเป็น"ฝ่ายถูกกระทำ"ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในส่วนของ"พล.อ.บรรณวิทย์"ขอตีโต้ความไม่ชอบมาพากล
กรณีการเข้าไปบริหารจนกิจการขาดทุนย่อยยับจนอยู่ในสภาพย่ำแย่ของ"องค์กร
แบตเตอรี่"ได้ส่งผลสะเทือนกับเขาอย่างรุนแรง
เพราะมีข้อมูลหลายส่วนที่มีการเปิดออกมาจากฝ่ายทหารด้วยกันเอง
กับปัญหาการทุจริต ที่เกิดขึ้นในกิจการทหาร
ทั้งนี้เป็นการออกมาให้ข้อมูลตีโตกลับของทหารฝ่ายที่ไม่พอใจ"พล.อ.บรรณวิทย์
"และ"พล.อ.สพรั่ง"..ขณะเดียวกันก็มีการประสานจาก"สื่อ"(โพสต์ทูเดย์)ของฝ่าย
ทุนเอกชน(เซ็นทรัล)ที่ถูกฝ่ายทหารของ"พล.อ.บรรณวิทย์"เข้ากระทำจนต้องอยู่ใน
สภาพ"อึดอัด"ให้ห้วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้"พล.อ.บรรณวิทย์"และ"นายสนธิ"พยายามที่จะส่งสัญญานออก
มา ว่า มีการเคลื่อนตัวของ"เซ็นทรัล"เพื่อจัดการกับ"พวกเขา"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า กรณี"เซ็นทรัล"ที่มีปัญหากรณีสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟ
จากห้วงปลายรัฐบาลทักษิณ
โดยการเข้าไปต่อรองของ"นักการเมือง"บางส่วนในฝ่ายอำนาจเก่า
ในขณะที่ก็มี"ผลประโยชน์ซ้อน"อยู่กับ"ทหารอิทธิพล"บางกลุ่ม
ซึ่งทำให้"เซ็นทรัล"เองก็เป็น"กลุ่มทุน"ที่ได้รับผลกระทบจาก"รัฐบาลทักษิณ"
แต่เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง(รัฐประหาร)กลับยังถูกกลุ่มทหารอีก
ส่วน เข้าไป"จัดการ"ในสภาพ"ต่อรอง"ผลประโยชน์ซ้ำอีก
ผ่านเครื่องมือ"อำนาจ"ที่ทำให้"กลุ่มทุน"กลุ่มนี้ ไม่พอใจ
ก่อนจะแสดงออกมาในรูปแบบการ"ตีโต้"กลุ่มทหาร
ที่เข้าไปต่อรอง"ผลประโยชน์"กับเขา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ไม่ใช่ มีแต่กรณี"เซ็นทรัลเท่านั้นที่ไม่พอใจ
แต่ยังมี"นักลงทุน"หลายส่วนทั้งในและต่างประเทศ
ที่เข้ามาลงทุนใหม่ประเทศไทย
ไม่พอใจ"กลุ่มทหาร"(บางส่วน)ที่"ฉวยโอกาส"ใช้"ข้ออ้าง"ว่า ธุรกิจของพวกเขา
อาจมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับกิจการของ"กลุ่มอำนาจเก่า"(ทักษิณ
ชินวัตร)เข้าไป"ตรวจสอบ"กดดัน ทั้งการสร้างข่าว และการใช้อำนาจ ของ
สนช.ผ่าน กรรมาธิการหลายชุด เข้าไป"ทุบ"เพื่อ"ต่อรอง"ผลประโยชน์
ในระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา ..ซึ่งความกดดันเหล่านี้
ถูกระบุว่าได้กลายเป็น"ตัวแปรสำคัญ"ที่จะทำให้"สถานการณ์เปลี่ยน"โดยเฉพาะใน
เร็วๆนี้
จะมีปรากฎการณ์เปิด"ประเด็น"การเข้าไปแสวงหาประโยชน์ของ"กลุ่มทหาร"บางส่วน
ในห้วง ๑ ปีที่ผ่านมา เพิ่มเติม โดยบางเรื่องอาจส่งผลสะเทือนถึง นายทหารใน
คมช.บางท่าน..ทั้งนี้โดยผ่านภาพที่ปรากฎ จากที่"พล.อ.สุรยุทธ์"ให้รัฐมนตรี
และสนช.บางส่วน เปิดข้อมูลเพื่อ"สะกด"ความเคลื่อนไหวของ สนช.พันธมิตร-ทหาร
บางราย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า กรณีที่"พล.อ.บรรณวิทย์"ถูกแฉกลางสภา ในการอภิปรายรัฐบาลวันก่อน
มีการยอมรับจากนายทหารหลายส่วน ว่า
กรณี"องค์กรแบตเตอรี่"สร้างผลกระทบกับ"พล.อ.บรรณวิทย์"ถึงขนาดทหารบางส่วน
วิจารณ์ว่า
หมากนี้ของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ตีโต้ฝ่ายตรงข้ามได้ตรงจุดทำให้"พล.อ.บรรณวิทย์
"ต้องกลับไป"เลียแผล"...และได้มีการส่ง"สัญญาน"จากฝ่ายของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ไป
แล้วว่า หาก ยังไม่มีการหยุดเคลื่อนไหวกระทำกับรัฐบาล จะมีอีกหลายเรื่อง
ที่เกี่ยวข้องกับ"พฤติกรรม"ที่ฝ่าย"พล.อ.สุรยุทธ์"ถือว่า
มีผู้กระทำคือฝ่าย"ทหารฝ่ายพันธมิตร"ได้เข้าไปกระทำ มีหลักฐาน-พยาน
ที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวโยงไปถึงกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ
ที่ส่งผลกระทบเป็น"คดีความ"โดยฝ่ายรัฐไทยถูกฟ้องร้องจากเอกชนผู้รับเหมาจาก
ประเทศญี่ปุ่น หรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับหลายองค์กรรัฐวิสาหกิจ
และองค์กรธุรกิจ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สพรั่ง"ที่ยอมรับกับเพื่อน ตท.๗
หลายส่วนที่ไม่ค่อยพอใจเขาก่อนหน้านี้ ว่า
มีความผิดพลาดจากการเข้าไปดำเนินการของหารบางส่วนที่มเบื้องหลังของผล
ประโยชน์ตั้งแต่กรณี"สุวรรณภูมิ"ที่เขามีความเข้าใจผิด นายทหารอีกท่าน
ที่กล่าวหาเขาว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกรณีความเสียหายของแท็กซี่เวย์
แต่เพิ่งมาทราบว่า
มีนายทหารอีกส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิ
อย่างไรก็ตามที่"พล.อ.สพรั่ง"กังวล และทำให้เขาพยายามเฟด"บทบาท"ลง
คือความห่วงต่อการกลับมาของ"อำนาจเก่า"ที่จะกลับมาเอาคืนเขาเช่นกัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้กลุ่มทุนใหม่ หลายส่วนมีการเกาะเกี่ยวกันอย่างหนาแน่น
โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มทุนที่ได้รับผลกระทบ
จากฝ่าย"อำนาจปัจจุบัน"ที่มี"กลุ่มทุนเก่า"(ฝ่ายอำนาจปัจจุบัน-ทุนศักดินา
)สนับสนุนที่ทำให้ทุนกลุ่มนี้(ใหม่-ไม่ใช่"ทักษิณ")จากเดิมที่
เข้าร่วมกระทำกับ"อำนาจรัฐ"ยุค"ทักษิณ"แตกตัวออกจากฝ่ายเดิม(ฝ่ายปฏิวัติ
)โดยเบื้องแรกก่อนหน้านี้
ทุนกลุ่มนี้พยายามเข้าไปสนับสนุนบางพรรคการเมือง(ใหม่)ขึ้นมาเพื่อ"บาลานท์
"กับฝ่ายการเมืองที่มี"ทุนเก่า-อำนาจรัฐ"สนับสนุน
ให้เป็น"รัฐบาล"หลังเลือกตั้ง(ครั้งต่อไป)..แต่พบว่า
"ฝ่ายอำนาจรัฐ"(ปัจจุบัน)มีความพยายามเคลื่อนตัวเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออก
ไป ซึ่งทำให้"ฝ่ายทุนใหม่"เหล่านี้ ไม่พอใจ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
และสภาพความเป็นไปของประเทศไทย ไม่สามารถรอได้ถึงตอนนั้น
"ทุนใหม่"กลุ่มนี้
จึงพยายามเคลื่อนไหวกดดันผ่าน"พล.อ.สุรยุทธ์"ที่เป็นที่มาทำให้"พล.อ.สุ
รยุทธ์"ต้องประกาศย้ำถึงการเลือกตั้งในวันที่ ๒๓ ธ.ค.๕๐

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
ของ"พล.อ.สนธิ"ที่ประสานผ่านไปยัง"คณะกรรมการการเลือกตั้ง"(กกต.)ในการหา
ช่องทางกฎหมาย
เพื่อเตรียมให้มีผู้เสนอให้"ยุบพรรคพลังประชาชน"(พปช.)หลังจากปิดรับสมัคร
รับเลือกตั้งแล้ว ซึ่งจะมีเวลาเหลือที่จะถึงกำหนดวันเลือกตั้งเพียงไม่ถึง
๑ เดือน ที่จะเป็นการ"ตัดสิทธิ์"ในการลงสมัครเลือกตั้ง
ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยความเคลื่อนไหวนี้
มีการสนับสนุนอย่างลับๆจาก"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง ที่สนับสนุน"ฝ่ายพันธมิตร"
เพราะทราบดีจากผลสำรวจ และการลงพื้นที่ ว่า หากมีการเลือกตั้ง
โดยพรรคพลังประชาชน ลงเลือกตั้ง ในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน
ที่เป็นพื้นที่ที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด มีแนวโน้มว่า
พปช.ได้คะแนนเสียงมากที่สุดกว่าทุกพรรค

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวนี้ ที่ทำให้"พล.อ.สุรยุทธ์"ต้องประสานกับ
กกต.และกดดันผ่านการ"บุก"ไปยัง กกต.เพื่อทำให้เป็นข่าวไปทั่วโลกว่า
ไทยเตรียมสู่การเลือกตั้ง เพื่อเป็นการผูกมัด กกต.ทั้ง ๕ เข้ากับกระแสโลก
กระแสสังคม ในการที่หากจะมีสถานการณ์แทรกซ้อน
เพื่อสกัดให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป...จากอีกฝ่ายหนึ่ง...ซึ่งความ
เคลื่อนไหวของ"พล.อ.สุรยุทธ์"ดังกล่าวทำให้มีความขัดแย้งระหว่าง"รัฐบาล
"กับ"พันธมิตร"และ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้
ที่แปรผ่านการสั่งเดินหน้าแฉ"พล.อ.สุรยุทธ์"กรณี"เขายายเที่ยง"อย่างหนัก
หน่วงทั้งนอก-ในสภา โดยเฉพาะในสภา
"พล.อ.บรรณวิทย์"จะยังไม่หยุดล่ารายชื่อเพื่ออภิปรายต่อไปในสัปดาห์หน้า

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวนี้ สอดรับกับท่าทีของ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ที่เสนอผ่านสื่อของเขา
หลังจากที่ส่งสัญญานว่าต่อไปจะขออยู่เฉยๆแบบ"ตัวใครตัวมัน"เตือนไปถึงผู้
เกี่ยวข้องที่กำลังปะทะกัน
และขู่ไปถึง"ทักษิณ"ว่าถ้ากลับเข้ามาอย่ามายุ่งกับเขา
ไม่งั้นเขาจะออกมาสู้อีก
และเขาจะเปิดหนังสือพิมพ์หัวสีคือ"ยามเฝ้าแผ่นดิน"ขึ้นมา
พร้อมกันนี้เขาก็เสนอฝ่าย"อำนาจ"(ปัจจุบัน)เข้าจัดการกับพรรค
พปช.ก่อนการเลือกตั้ง เพราะหากปล่อยไปจะเกิดผลกระทบระยะยาว
กับ"คณะผู้ก่อการ"ยึดอำนาจ ๑๙ก.ย.๔๙ แน่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนนี้ ทำให้เกิดปรากฎการณ์ การออกมาของ"พล.อ.ชวลิต
ยงใจยุทธ์"และ"ร.ต.อ.เฉลิม
อยู่บำรุง"(๑๒ต.ค.)ที่เตรียมเดินหน้าตั้ง"พรรคเล็ก"ขึ้นมา"รองรับ"สถานการณ์
ที่อาจพลิกผัน โดย"พล.อ.ชวลิต"เตรียมที่จะกระจายความเสี่ยง
ส.ส.อีสาน-เหนือ-ใต้ จำนวนหนึ่งมายังพรรคขนาดย่อม
เพื่อที่ว่าหากเกิดสถานการณ์ที่ทำให้"พปช."มีอันเป็นไป
จะมีพรรคนี้เป็นอีก"ตัวแปร"ทางการเมือง..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์การแตะขั้วกัน
ภายในของ"กลุ่มอำนาจใหม่"(ฝ่ายรัฐ-ทหาร-พันธมิตร)โดยเฉพาะในส่วนของการตั้ง
พรรคการเมือง"ตัวแทนอำนาจ"หลังการเลือกตั้ง เป็นไปได้อย่างยากลำบากมากขึ้น
เมื่อ"พรรคเพื่อแผ่นดิน"ของ"สุรเกียรติ
เสถียรไทย"ที่มีการสนับสนุนจาก"ผู้ใหญ่"อีกท่านหนึ่ง
ประสบปัญหา"การไม่ได้รับการยอมรับ"จากฝ่ายการเมือง-ราชนิกุล-ศักดินา
หลายส่วน หลังจากที่มีการเปิดตัวไป ๒ สัปดาห์ก่อน ที่ปรากฎภาพของ"วัฒนา
อัศวเหม"เข้ามาเป็น"แบล็กอัฟทุน"ที่ทำให้เกิดความไม่เห็นด้วยจากในฝ่าย
ราชนิกุลหลายส่วน และส่งผลกระทบต่อท่าที
เพราะโรงแรมที่ไปแถลงก็เป็นโรงแรมของ"วัฒนา"ที่ยังคงติดภาพ"สีเทา"ในอดีต
...อีกทั้งก่อนหน้านี้
ได้มีการ"ปล่อยข่าว"โจมตี"นายสุรเกียรติ"อย่างหนักหน่วงจาก"ผู้ใหญ่"อีกท่าน
หนึ่ง โดยเป็นการปล่อยข่าวโจมตีผ่านสื่อหลายแขนงในต่างประเทศ
และข่าวนี้ได้กระจายสู่คนไทย และบุคคลชั้นสูงทั้งในและต่างประเทศ
ถึงภาพความสัมพันธ์ของ"สุรเกียรติ"กับเจ้านายชั้นสูงที่ถูกนำมาเอ่ยอ้างถึง
การสนับสนุนให้เกิดพรรคการเมืองโดยเจ้านายชั้นสูง
ซึ่งกรณีดังกล่าวถูกนำมากล่าวอ้าง
ในการไล่ต้อน"นักการเมือง"เข้าร่วมสังกัด ในห้วง ๒เดือนที่ผ่านมา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
กระณีการอ้างเจ้านายชั้นสูงเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้"ผู้ใหญ่"หลายส่วนไม่สบาย
ใจ โดยเฉพาะ ได้พบว่าเริ่มมีการเชื่อมภาพ"ตัวละคร"แต่ละบุคคล
ที่ก่อนหน้านี้ พยายามอ้างว่ามีเจ้านายผู้ใหญ่
อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพวกเขา
ไม่ว่าจะเป็น"ทหาร-พันธมิตร"หรือ"นักการเมือง"เพราะ
หากข้อมูลเหล่านี้ออกมาเปิดทางสาธารณะบ่อยและถี่มากขึ้น
จะทำให้ส่งผลกระทบต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพของคนไทยได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ
และเฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ที่ กองบิน ๗๑ จ.สุราษฎร์ธานี
โดยประสานงานกับนายทหารจากกองทัพอากาศ๒-๓นาย ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวในทางลับ
ว่า ถูก"พล.อ.สนธิ"สั่งให้"ควบคุมตัว"หลัง รัฐประหาร
และหลังจากนั้นมีกระแสความเคลื่อนไหวของ"นักบินรบ"ในสังกัดของ"ผู้ใหญ่"ท่าน
นี้
ในห้วงที่มีการเคลื่อนไหวจาก"พล.อ.เปรม"ที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยและขัดแย้งกับ
"ผู้ใหญ่"ท่านนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.อนุพงศ์"ว่า
กำลังหนักใจกับการกำหนดพื้นที่การยืนของเขา
โดยเฉพาะกับการที่มี"ผู้ใหญ่"ทั้ง ๒
ท่าน(ที่ต่างความเห็น)พยายามให้เขาสนับสนุน
ขณะเดียวกันจากท่าทีของเขาเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ในการไม่ไปร่วมงาน
ครบรอบการรำลึกของเพื่อน"ตท.๑๐"ที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่ง ตท.จัดขึ้นทุกปี
ก็เพราะ ยังมีความคาใจในตัว"พล.อ.อนุพงศ์"จากเพื่อน ตท.๑๐
ที่เข้าใจผิดและไม่พอใจ"พล.อ.อนุพงศ์"ที่เข้าร่วมกับคณะรัฐประหาร
และทำให้เพื่อน ตท.๑๐ หลายคนเดือดร้อน
ทั้งที่เคยมีการรับปากว่าจะไม่มีใครได้รับผลกระทบจากการแต่งตั้งโยกย้าย
..หลังจากที่ในคืนวันปฏิวัติ(๑๙ก.ย.๔๙)ในหัวค่ำกำลังของ"พล.อ.อนุงพงศ์"จาก
กองทัพภาคที่ ๑ ออกมาเพื่อต้านการรัฐประหาร
แต่ต่อมามีการส่งสัญญานจาก"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งที่อ้างถึง"ผู้ใหญ่"อีกท่าน
ส่งผ่าน"พล.อ.เปรม"โดยตรงไปยัง"พล.อ.อนุพงศ์"ที่ทำให้กำลังของ"พล.อ.อนุพงศ์
"ต้องเปลี่ยนผ้าพันคอ
และเข้าร่วมปฏิบัติการกับฝ่ายของ"พล.อ.สนธิ"ที่เรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่
ทำให้
"พล.อ.สนธิ"และคณะเองลึกๆเองก็ยังไม่สนิทใจกับ"พล.อ.อนุพงศ์"มาโดยตลอด
ซึ่งท่าทีนี้ แสดงผ่านการจัดดุลกำลัง และเขย่ากำลังระดับ ผบ.พัน ตลอดห้วง
๑ ปี หลายครั้งทั้งที่เปิด และที่เป็นไปอย่างเงียบๆ
โดยเฉพาะ"พล.อ.สนธิ"ก็ทราบดีว่า
"พล.อ.อนุพงศ์"มีการติดต่อประสานกับ"ผู้ใหญ่"ผู้อยู่เบื้องหลังการสนับสนุน
ม็อบ นปก.ในการเล่นงาน"พล.อ.เปรม"อีกท่านตลอดเวลา


ปมเอกสารลับเหี้ยม/ซุ้มมือปืนพิจิตรฆ่านายกฯอบจ.แพร่/ทหารใหญ่เตือน"ประชัย"/วิทยุชุมชนปลุกระดม
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง-การทหาร
กรณีเบื้องหลัง"เอกสารลับ"ที่"สมัคร สุนทรเวช"นำมาแถลง
หลังเวปไซต์"ไฮทักษิณ"โดย"ประดาบ"นำมาเปิดเผยโดยอ้างว่าได้มาจาก"พันเอก
"ท่านหนึ่งในกองทัพ
ที่เป็น"พันเอก"คนเดียวกับที่เคยให้ข้อมูล"ประดาบ"เมื่อครั้ง
มีการเปิดข้อมูลกรณี"เชียรช่วง กัลยาณมิตร"น้อง"พล.อ.สพรั่ง
กัลยาณมิตร"ที่ได้รับงบ10ล้านบาท
ในการดำเนินแผนประชาสัมพันธ์ของ"คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ"(คมช.)ที่มีการ
ต่อเชื่อมกับ
แผนขั้นตอนการจัดการกับ"กลุ่มอำนาจเก่า"ตามเอกสารลับของกองทัพบก
ที่ในขณะนั้นยังอยู่ในห้วงที่
คมช.ยังสามัคคีกับ"ฝ่ายพันธมิตร"ผ่าน"พล.อ.สพรั่ง"(ที่ภายหลังขัดแย้งไม่พอ
ใจกรณีโผ ผบ.ทบ.ไปออกที่"พล.อ.อนุพงศ์")
และมีการเดินหน้านำไปสู่กระบวนการประชามติ"รัฐธรรมนูญ50"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าแผนปฏิบัติการทีมีการนำมาเปิดล่าสุดดังกล่าว เป็นเพราะยังถือว่า
เวลานั้น(ก่อน ๓๐.ก.ย.๕๐-แผนนี้ลงนามคำสั่งประมาณกลางเดือนกันยายน 2550)
ผบ.ทบ.คนเดิมในฐานะ ประธานคมช.
คือ"พล.อ.สนธิ"(เกษียณ-ลาออก)ยังคงดูแล"ภาพรวม"ของ
คมช.และถือว่ามีความรับผิดชอบกับปฏิบัติการที่ถูกส่งผ่านลงไปใน กอ.รมน.
หรือเครือข่ายสายข่าว และฝ่ายปฏิบัติการ"จรยุทธ์"ของกองทัพ
ที่ขณะนั้น"ดุลกำลัง"ในกองทัพมีการเคลื่อนขยับตามข่าว"ปฏิวัติซ้ำ-ซ้อน"อยู่
ตลอดเวลา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
การที่"เอกสารลับ"(ของจริง)ชุดนี้ถูกนำมาเปิดอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในระยะ
นี้ ส่วนหนึ่งเพราะมีคดีการฆ่าหัวคะแนน
แกนนำทางการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน
ที่ส่วนใหญ่เป็นคนของ"ไทยรักไทย"ในอดีต(ปัจจุบัน-พรรคพลังประชาชน)หลายคดี
โดยเฉพาะขณะนี้กำลังมีการ"โฟกัส"ที่คดีการลอบสังหาร"นายแพทย์ชาญชัย
ศิลปะอวยชัย" นายก อบจ.แพร่ (22 ต.ค.50)
ซึ่งตำรวจมุ่งประเด็นการเมืองเป็นประเด็นหลัก
โดยทราบกันดีอยู่ว่าได้เกิดควมขัดแย้งภายในกลุ่มการเมืองท้องถิ่น
ที่มีนายแพทย์ชาญชัย ศิลปะอวยชัย เป็นหัวหน้าทีมคือ “กลุ่มฮักเมืองแป้”
อันประกอบด้วยแกนนำคนสำคัญๆของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ "นายพงษ์สวัสดิ์
ศุภศิริ" น้องชายของ"แม่เลี้ยงตี๊ก"-"นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู"
ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่, "นายประสงค์
ชุ่มเชย" เลขานุการนายก อบจ.แพร่ เป็นต้น
ได้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในกรณีของการกู้เงิน 120 ล้านของ อบจ.แพร่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"น.พ.ชาญชัย"อดีตหมอจุฬา นักพัฒนาคนสำคัญของถาคเหนือ
ที่ถือว่าเป็นผู้ที่เป็น"แม่เหล็ก"สำคัญที่ดึงดูด"ความนิยม"ในพื้นที่ภาค
เหนือเพราะไม่ว่าสนับสนุนหาเสียงให้ใครคนนั้นหรือพรรคใดก็จะได้รับการเลือก
ตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.แพร่ นั้นถือว่า มีการแข่งขันรุนแรงระหว่าง
ไทยรักไทย-ประชาธิปัตย์ เดิม
ซึ่ง"น.พ.ชาญชัย"นั้นยังคงเคลื่อนไหวเพื่อฝ่ายพรรคพลังประชาชน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าการตายของ"น.พ.ชาญชัย"มีการต่อเชื่อมกับการออกมาเปิดข้อมูล"เอกสารลับ
"ของ คมช. (เร็วๆนี้
ฝ่ายพรรคพลังประชาชนจะออกมาเปิดข้อมูลซุ้มมือปืนที่เกี่ยวโยงการสังหารอัน
เชื่อมโยงกับทั้งฝ่ายการเมืองและทการ) หลังจากที่ตำรวจพอได้เบาะแสแล้วว่า
มือปืนที่ถูกส่งไปนั้นถูกส่งมาจาก"หน่วยงานลับ"ที่เกี่ยวกับความมั่นคง
เป็นมือปืนของหน่วยงานที่ไม่ใช่สีเขียว มาจาก ต.หนองเต่า อ.บางบุนนาค
จ.พิจิตร และมีการเชื่อมโยงกับนักการเมือรายหนึ่งใน จ.พิจิตร

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อมูลนี้ มีการทราบถึงในกองทัพภาคที่ 3
ถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของเรื่องนี้ ว่ามาจากสาเหตุใด
และใครเป็นสะพานในการต่อเชื่อมนำมาสู่การสังหาร"นายกฯอบจ.แพร่"ดังกล่าว
ทั้งนี้โดยข้อมูลในเอกสารของ"พ.อ."มีการเชื่อมโยงกับข้อมูลที่"หน่วยข่าวลับ
"ได้รับจากเพื่อนผู้ใกล้ชิดกับ
"น.พ.ชาญชัย"ที่รู้จักนายทหารในกองทัพภาคที่ 3 ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีเมื่อเร็วๆนี้
คำเตือนจากนายทหารระดับสูงเตือนอัน"หนักหน่วง"จากนายทหารท่านหนึ่ง
ไปยัง"นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์"ให้เลิกคิด
และหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดมิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหากับเขาได้
กับความตั้งใจของเขาในการทวงคืน
ทีพีไอ.โดยการที่เขาจะเข้ามาเล่นการเมืองด้วยตัวเอง
และที่ผ่านมากลุ่มคนทั้งฝ่ายการเมือง-นายทหาร หลายส่วนไหลเข้าไปหาเขา
ในการผลักดันตั้งพรรคการเมือง
ด้วยหวังว่าจะสามารถเข้าไปมีบทบาทใน"อำนาจรัฐ"เพื่อแก้ไขความไม่ชอบธรรม
ที่เขาได้รับจาก"กลุ่มทุน"บางกลุ่ม ที่กระทำต่อเขา แต่คำเตือนดังกล่าว
ไม่เป็นผลกับ"นายประชัย"ที่ยังคงเดินหน้าสู้กับอำนาจที่มองไม่เห็น
ภายใต้"กลุ่มทุน"บางกลุ่มต่อไป
ซึ่งที่ผ่านมาของสถานการณ์บ้านเมืองที่นำมาสู่การ"รัฐประหาร" ส่วนหนึ่ง
เป็นที่รับทราบกันว่ามีการเชื่อมโยงถึงตัวละครการเมืองปัจจุบัน
ที่รวมถึง"นายประชัย"ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
การปั่นป่วนไม่ลงตัวทางการเมืองของกลุ่มการเมืองของ"ชฌิมาธิปไตย"หรือกลุ่ม
การเมืองอื่นๆที่"ประชัย"เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นเพราะ
หลายคนต่างเซฟตัวเองในการใช้เงินสำหรับการเลือกตั้งหนนี้
ทำให้ต่างไหลเข้าหา"ประชัย"แต่เขาก็เขี้ยวพอ(เนื่องจากที่ผ่านมาเขารู้สึก
ว่าถูกฝ่ายการเมืองหลอกหลายครั้ง)ในการให้บรรดาอดีตส.ส.ที่จะสมัครต้องทำ
"สัญญาเงินกู้"กับเขา โดยเบื้องแรก 3 แสน
ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งและมีการลงสมัครแล้ว
จะมีกระสุนดินดำอีกคนละ 2-3 ล้านบาท ที่ส่วนหนึ่งก็ทำให้มี นักการเมือง
ไหลเข้ามามากมาย แต่ก็ไหลผ่านออกไปเช่นกันเพราะความไม่ลงตัว
อีกทั้งด้วยเนื้อหาในการประกาศนโยบาย"ประชานิยม"แบบ"
ทักษิณ"ที่ทำให้"พันธมิตร"บางส่วนที่เข้ามาเกดอาการอิหลักอิเหลื่อ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้ในหมู่ชนชั้นนำ ทั้งในฝ่ายศักดินา รัฐบาล ประชาชน กองทัพ
เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ที่หลายฝ่ายกังวล สถานการณ์เฉพาะหน้า
หากเกิดเหตุการณ์บางอย่าง อันนำมาซึ่งการแย่งชิงอำนาจอย่าง

รุนแรง
ของโครงสร้างชั้นบน ที่อาจลุกลามกลายเป็น"สงครามจรยุทธ์"ในเมือง
ที่อาจลุกลามไปสู่การล่มสลายทางสังคมได้ ทั้งนี้เพราะขณะนี้
มีความพยายามช่วงชิง"กองทัพ"จากชนชั้นบน 2-3 ฝ่าย
ที่ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเพื่อรักษา"ผลประโยชน์-อำนาจ"ของฝ่ายตน
ที่ทำให้"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"ผบ.ทบ.ลำบากใจ
ในสถานการณ์ที่คนไทยขัดแย้งกันเอง...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ขณะนี้หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงกับ ปรากฎการณ์
ที่อาจนำไปสู่วามแตกแยกทางสังคม และนำไปสู่เหตุการณ์ไม่พึงปรารถนา
โดยพบว่าขณะนี้ได้มีการปฏิบัติการด้านจิตวิทยา อย่างหนักหน่วงจาก
ฝ่ายความมั่นคง ผ่านไปยัง
กอ.รมน.ที่ต่อเชื่อมไปยัง"สื่อวิทยุชุมชน"ผ่าน"สมาคมวิทยุชุมชน"โดยเฉพาะ
พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯและตามหัวเมืองทั่วประเทศ
มีการนำเสนอเนื้อหาลักษระ"ปลุกระดม"ทางความคิด โดยมีการให้ข้อมูล
สาเหตุของการ"รัฐประหาร"วันที่ ๑๙ ก.ย.๔๙ เพราะวันที่ ๒๐ ก.ย.๔๙
ถ้าทหารไม่ยึดอำนาจ จะมีเหตุการณ์จราจลปะทะกันและจะมีคนตาย
ก่อนจะสอดแทรกเนื้อหาโจมตี"กลุ่มอำนาจเก่า"ที่พยายามกลับเข้ามาสู่อำนาจ
ว่า ควรช่วยกันป้องกัน เพราะถ้ากลับเข้ามาจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง
และนำไปสู่การรัฐประหารอีก


เบื้องหลัง"บิ๊กบัง"วืดลงส.ส./"ผู้ใหญ่"สั่ง"อนุพงศ์"สกัด/คำสั่งลับ"จัดการผบ."/โพลกอ.รมน.พปช.ลิ่ว๒๘๑
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร ว่า
มีปรากฎการณ์ที่แสดงถึงความเคลื่อนไหวตาม"สัญญาน"ที่ถูกส่งออกมาจาก"ผู้ใหญ่
"หลายละลอกก่อนหน้านี้ ทั้ง"ทางเปิด" และ"ทางปิด"
รวมไปถึงปรากฎการณ์ที่แสดงออกผ่านสาธารณะอันเป็นการเสริมความเข้มแข็งเชื่อ
มั่นให้กับกองกำลังของ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้
ที่ประสบผลต่อทั้ง"กองทัพ"และซีกการเมือง โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อ
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของ"ฝ่ายตรงข้าม"กับ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
เบื้องหลัง ที่"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ออกมาแก้เก้อ
เช้าวันที่มีการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั่วประเทศ(๑๒พ.ย.๕๐)ว่า
ไม่เคยคิดลงสมัครส.ส. ทั้งที่ก่อนหน้านี้
มีการแสดงออกว่าจะลงสมัครเลือกตั้งในเขตพื้นที่ กรุงเทพ หรือ จ.ลพบุรี
ที่เป็นพื้นที่ทางทหารเดิม(ศูนย์สงครามพิเศษ พลร่มป่าหวาย)...ว่า
แท้จริงแล้วก่อนหน้าจนถึงก่นวันสมัครเลือกตั้ง
"พล.อ.สนธิ"มีการติดต่อกับหลายพรรคการเมืองเพื่อที่แสดงความประสงค์จะลง
สมัคร ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อ กับ"นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ"ด้วยตัวเอง
ซึ่ง"สุวัจน์"ก็สนใจ แต่ติดที่เสียงคัดค้านภายในพรรค
ที่กลัวกระทบจากภาพที่"พล.อ.สนธิ"เป็นผู้นำการทำ"รัฐประหาร"
จนต้องไปติดต่อกับ"พรรคมัฌชิมาธิปไตย"และ"พรรคประชาราช"ของ"เสนาะ
เทียนทอง" ที่หลายพรรคดังกล่าว ก็ติดที่เงื่อนไขที่แกนนำหลายส่วน
เห็นว่าไม่เหมาะสม
แม้กระทั่ง"พรรคเพื่อแผ่นดิน"ที่"พล.อ.สนธิ"เองก็มีส่วนร่วมผลักดันก่อนหน้า
นี้ ก็ขอปฏิเสธ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า เบื้องหลังของเรื่องนี้
อยู่ที่การเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ที่เดินสายบีบไปยังหลายส่วน
รวมถึงในกองทัพ ที่มีการส่ง"พล.อ.อนุพงศ์
เผ่าจินดา"ผบ.ทบ.ให้เรียก"หน่วยรบพิเศษ"ของ"กองพลรบพิเศษ ป่าหวาย"มาสอบถาม
ถึง"ข้อมูลบางอย่าง"รวมไปถึงกระแสข่าวก่อนหน้านี้
ที่มีนายทหารระดับสูงบางราย
สั่งการไปยัง"หน่วยพิเศษ"ให้จับตาความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.อนุพงศ์"อย่างใกล้
ชิด
โดยหน่วยข่าวรายงานถึงการจับตาการเคลื่อนไหวดังกล่าวว่าอยู่ในลักษณะพร้อม
ปฏิบัติการแบบ"ไม่ประสงค์ดี"..ทำให้"พล.อ.อนุพงศ์"เรียกผู้บังคับหน่วยดัง
กล่าว ระดับ ผบ.พล มาสอบโดยบุกเข้าไปที่กองพลรบพิเศษด้วยตัวเอง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า หลังจากนั้น "ผู้ใหญ่"รายดังกล่าว
ได้มีการเรียกพบปะกำลังผลที่"กองรบพิเศษ"และมีการให้ข้อมูลอีกด้านต่อ
สถานการณ์ของบ้านเมือง พร้อมทั้งมีการพูดถึง
เบื้องหลังของการทำรัฐประหาร(๑๙ก.ย.๔๙)ด้วยว่า
มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับ"ขุนนาง-ขุนศึก-ราชนิกูล"ระดับสูง
บางรายที่เสียประโยชน์ทางอำนาจ และ เศรษฐกิจ
จากการครองอำนาจระยะยาวของ"ทักษิณ"
อีกทั้งยังมี"อดีตขุนศึก"บางรายยังพยายามทำร้าย"ผู้ใหญ่"โดยร่วมมือกับอดีต
นายทหารยศ พล.อ. ที่เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดใน บก.ทบ.รายหนึ่ง
ที่ทำให้"ผู้ใหญ่"รายนี้ไม่สามารถกลับเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลาหนึ่ง
เพราะแม้กระทั่งนายทหารนักบินผู้ใต้บังคับบัญชาของ"ผู้ใหญ่"ก็ถูก
อดีตนายทหารยศ พล.อ. รายดังกล่าวสั่งควบคุมตัวไว้
ทั้งยังมีการพูดกันในหมู่นายทหารระดับสูงว่า หาก"ผู้ใหญ่"รายนี้
บินเข้ามาจะสอยให้ร่วงด้วย ซึ่งทำให้"ผู้ใหญ่"รายนี้ไม่พอใจอย่างรุนแรง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"รายดังกล่าว ทำให้"พล.อ.สนธิ"ต้องถอย
โดยเฉพาะเมื่อทราบว่า พื้นที่เลือกตั้ง จ.ลพบุรี จะถูกขวางอย่างหนัก
โดยเฉพาะใน"ศูนย์สงครามพิเศษ"ที่สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว
เมื่อ"ผู้ใหญ่"รายดังกล่าวเข้าไปกุมสภาพกำลังพลด้วยตัวเอง
ผ่าน"พล.อ.อนุพงศ์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
กำลังพลหน่วยต่อไปที่มีความภักดีกับ"พล.อ.สนธิ"และ"อดีตขุนศึก"กำลังถูกเข้า
เปลี่ยนแปลงโดย"พล.อ.อนุพงศ์"และ"ผู้ใหญ่"เพื่อดึงกำลังพล กลับสู่ที่ตั้ง
โดย"ผู้ใหญ่"ได้เข้าไปทำความเข้าใจกับกำลังพลด้วยตัวเอง ด้วยการเรียก
ผู้บังคับบัญชาระดับกองพลเข้าพบ
และทำความเข้าใจกับสถานการณ์โดยรวมของประเทศ
รวมถึงสถานการณ์ที่ผ่านมาจากเหตุการณ์ ๑๙ก.ย.๔๙ ที่มีการรัฐประหาร
และลุกลามไปในหมู่ศักดินาชั้นสูง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าความเคลื่อนไหวของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ปีนขึ้นไปเผาสิ่งของบนพานรัฐธรรมนูญ
ที่มีการอ้างกับตำรวจว่าเป็น"กลุ่มคนวันเสาร์" เมื่อหลายวันก่อน
มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มของ"นายสมาน ศรีงาม"นักเคลื่อนไหว
โดยมีความพยายามก่อกระแสให้เกิดความเข้าใจผิดว่า"ผู้ใหญ่"ที่อยู่เบื้องหลัง
"กลุ่มคนวันเสาร์"และเป็น"ปฏิปักษ์"กับฝ่ายของ"พล.อ.เปรม"หลังจากที่มีการอ
อก"สมุดปกม่วง"ออกมาก่อนหน้านี้
โดยเป้าประสงค์ของการเคลื่อนไหวของ"กลุ่มสมาน"มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหมู่ชนชั้นสูงทางการเมือง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณี พรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า ก่อนหน้าวันรับสมัครส.ส.แบบสัดส่วน
มี"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งนัดพบปะกับ"นายพินิจ
จารุสมบัติ"และมีการมอบเงินสนับสนุนจำนวน ๓๕๐ ล้านบาทให้กับพรรคนี้
โดยที่มีรายงานว่าหลังจากที่มีการมอบเงิน ปรากฎว่า"ผู้ใหญ่"รายดังกล่าว
เกิดอาการประหลาด ล้มลงและพูดจาอย่างกับไม่ใช่ตัวเอง
จนเป็นที่วิจารณ์ในหมู่ทหารที่ติดตามไปด้วย
จนต้องการมีการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้น ๒-๓วัน และผู้ใกล้ดชิด
มีการไปพึ่งพาทางไสยศาสตร์มาช่วยดูอาการด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สำหรับพรรคเพื่อแผ่นดิน
นั้นยังคงมีการสนับสนุนจาก"ท่านผู้หญิงบุษบา"และ"อดีตขุนศึก"แต่ในส่วนของ
"ผู้ใหญ่อีกท่าน"ที่เคยสนับสนุน
ได้หันไปสนับสนุน"ผู้ใหญ่"ท่านก่อนหน้านี้แล้ว
และที่"พล.อ.สนธิ"ไม่สามารถเข้ามาสมัครผ่านพรรคนี้ได้
ทั้งที่เคยร่วมสนับสนุนมาด้วยกัน ก็เพราะสถานการณ์มีแนวโน้มที่เปลี่ยนไป
โดย"อดีตขุนศึก"ได้หันไปสนับสนุน"พรรคประชาธิปัตย์"และพยายามชูบทบาทของ"ชวน
หลีกภัย"ขึ้น ที่มีแนวโน้มว่าเร็วๆนี้
จะมีการพลิกบทบาทของ"ชวน"ขึ้นมาเพื่อเรียกกระแสในห้วง ๑ เดือนที่เหลือนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าขณะนี้มีการสั่งการผ่านไปยัง"เครื่องมือ"ที่เคยใช้จัดการกับ"ทักษิณ"ไม่
ว่าจะเป็น
คตส.,ปปช.,และหน่วยงานเกี่ยวข้องที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของ"คมช."เพื่อ
สกัดการ"โต"ของพรรคพล

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:47 am

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าขณะนี้มีการสั่งการผ่านไปยัง"เครื่องมือ"ที่เคยใช้จัดการกับ"ทักษิณ"ไม่
ว่าจะเป็น
คตส.,ปปช.,และหน่วยงานเกี่ยวข้องที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของ"คมช."เพื่อ
สกัดการ"โต"ของพรรคพลังประชาชน
โดยเฉพาะ"จุดโฟกัส"ของปฏิบัติการอยู่ที่อดีต ๑๑๑ กก.บริหารพรรคไทยรักไทย
และตัว"สมัคร สุนทรเวช" ดังการเรียกสอบคดีรถดับเพลิง
และการเตรียมจัดการกรณี"เอกสารลับ"
ทั้งนี้เพื่อดำเนินคดีอาญากับ"นายสมัคร"ขณะเดียวกัน ๑๑๑ กก.บริหารพรรค
ก็อาจถูกเข้าจัดการ เพื่อเตะตัดขา และเชื่อมโยง โดยเป้าหมายสูงสุด
อยู่ที่การ"ยุบพรรคพลังประชาชน"ให้ได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สาเหตุของการเคลื่อนตัวอย่างหนักของฝ่ายตรงข้าม"พปช."เพราะ โพลล่าสุด
ของทั้ง กอ.รมน. และ ที่"อดีตขุนศึก"สั่งให้"นายทหารยศ
พล.อ.ท่านหนึ่ง"ทำการสำรวจซ้ำอีกทาง และตรงกัน สรุปออกมาแล้ว(๑๓
พ.ย.๕๐)ว่า พปช.จะได้ส.ส.แบบแบ่งเขต ๒๓๘-๒๔๐ คน ส.ส.สัดส่วน ๔๑ คน รวม
๒๗๙-๒๘๑ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส.ส.แบ่งเขต ๙๘-๑๐๐ คน ส.ส.สัดส่วน ๒๕ คน
ชาติไทย ส.ส.แบ่งเขต ๓๑ คน แบบสัดส่วน ๔ คนเพื่อแผ่นดิน แบ่งเขต ๙ คน
สัดส่วน ๕ คน รวมใจไทย แบ่งเขต ๑๑ คน สัดส่วน ๒ คน มัฌชิมาแบ่งเขต ๘ คน
สัดส่วน ๓ คน และประชาราช แบบแบ่งเขตได้ ๓ คน แบบสัดส่วนไม่ได้สักคน
ซึ่งจากผลดังกล่าว ทำให้มีคำสั่งจาก"พล.อ.สนธิ"ไปยังระดับผบ.พล
ในการให้กำลังพลในกองทัพหนุนช่วยพรรคประชาธิปัตย์
ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ให้มีการหนุนช่วย พปช.เช่นกัน.


นายพล"ส."ปลอมเอกสารลับ/อนุพงศ์เครียดลาม/"เติ้ง"แกล้งมีกิ๊ก/เกมยุบพปช./ผวาจราจล
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร ว่า เบื้องหลัง
กรณี"เอกสารลับ"ที่เตรียมมีการสรุปว่าเป็น"ของจริง"หรือ"ของปลอม"โดยเฉพาะ
ที่มีการระบุว่าเอกสารลับ ที่"สมัครสุนทรเวช"นำมาเปิดเป็นเอกสารปลอม
ว่าในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานการประชุมหารือของผู้บัญชาการเหล่าทัพ
ถึงเรื่องดังกล่าว หลังจากที่พบว่าเอกสารชุดที่
พรรคพลังประชาชน(พปช.)นำไปเปิดนั้น
เป็น"ของจริง"แต่มีนายทหารยศ"พล.อ."รายหนึ่งในคมช.ชื่อ
"ส."นำไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้แตกต่างจาก"เอกสารลับ"ที่มีการนำมาเผยแพร่ผ่าน
เวปไซต์"ไฮทักษิณ"ก่อนที่"สมัคร"จะนำมาเปิดข่าวต่อ"สื่อกระแสหลัก"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ผลการหารือของผู้นำเหล่าทัพ ออกมาในลักษณะ
ให้"ผู้ใหญ่"เข้ามาเป็น"ตัวกลาง"การตัดสินเรื่องนี้