รายงานจากหน่วยข่าวลับ

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:48 am

"อนุพงศ์"สกัดรัฐประหาร/โพลกอ.รมน.พปช๓๓๐/ยุบพรรค-เลื่อนเลือกตั้ง-โดดเดี่ยว"ทักษิณ"
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร กรณีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของกำลังทหาร
ขณะมีม็อบคัดค้านการทำหน้าที่และการออกกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สน
ช.)เมื่อวันพุธสัปดาห์ก่อน(๑๒ธ.ค.๕๐) ที่มีข่าวการพบระเบิดในบางจุด
และมีความพยายาม"ปล่อยข่าว"ซัดทอดเชื่อมโยงไปที่"พล.ต.ขัตติยะ
สวัสดิผล"หรือ"เสธแดง"ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับมือวางระเบิดทั้งที่"เสธแดง
"ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวก่อนหน้านั้น มีกระแสข่าวออกมาในหมู่นายทหารระดับสูง
ว่า มีอดีตนายทหารระดับสูง ต้องการเคลื่อนกำลัง
โดยอาศัยสถานการณ์บางอย่างก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง( ๒๓ ธ.ค.๕๐)
โดย"สายข่าว"มีการรายงานถึงการโหลดน้ำมันรถยีเอ็มซี. รถถัง
พร้อมที่จะเคลื่อนกำลัง
ทั้งนี้รายงานนี้เกิดขึ้นก่อนที่"พล.อ.สนธิ"จะย้ายจากบ้านเกษะโกมล
เข้าไปอยู่ใน ราบ๑๑ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ก่อนหน้าวันที่ ๑๒ ธ.ค.ที่ผ่านมา
มีการเคลื่อนไหวของ"พล.อ.อนุพงศ์"ในการสกัดการเคลื่อนไหวของทหารบางส่วนที่
ร่วมกับ"อดีต"ขุนศึก" อดีตนายทหารระดับสูง เตรียมเคลื่อนไหว บางอย่าง
ทั้งนี้ มีการถอดอะไหล่บางอย่างของ"รถถัง"ที่ทำให้ฝ่ายที่เตรียมก่อการ
ไม่สามารถเคลื่อนกำลังได้...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีการคอนเฟิร์ม มาจากนักวิชาการหลายส่วน ว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ ๑
สัปดาห์
ก่อนจะมีการวินิจฉัยในคดี"เอกสารลับ"มีความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.เปรม"ในการ
พบปะกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวเหล่านี้
มีการต่อเชื่อมกับผลสำรวจ(โพล)กอ.รมน.ที่ออกมาล่าสุด ว่า พรรคพลังประชาชน
ยังคงมีคะแนนนำเหนือกว่าพรรคอื่นโดยรายละเอียดของโพลนี้ระบุ
พรรคพลังประชาชนจะได้ที่นั่ง ส.ส.ทั้ง ๒ ระบบ ถึง ๓๓๐ ที่นั่ง
แยกเป็นแบบแบ่งเขต ๒๗๗ แบบสัดส่วน ๕๓ ที่นั่ง ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้
๘๙ ที่นั่งแยกเป็นส.ส.แบ่งเขต ๗๒ สัดส่วน ๑๗ ชาติไทย ๒๖ แยกเป็น
ส.ส.แบ่งเขต ๒๒ สัดส่วน ๔ รวมใจไทยชาติพัฒนา ๒๑ แยกเป็นแบ่งเขต ๑๗ สัดส่วน
๔ เพื่อแผ่นดิน ๗ แยกเป็นแบางเขต ๑๗ สัดส่วน ๒ มัชฌิมา ๔ ประชาราช ๓
ที่นั่ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า โพลสำรวจดังกล่าว ยังได้แยกรายละเอียดของคะแนน โดยแบ่งพื้นที่
ออกเป็นกลุ่มจังหวัด และภาค โดยกลุ่มจังหวัดที่ ๑ ภาคเหนือตอนบน
พปช.ได้ส.ส.เขต ๔๕ สัดส่วน ๙ ปชป.ส.ส.เขต ๒ สัดส่วน ๑ กลุ่มจังหวัดที่ ๒
ภาคเหนือตอนล่าง พปช.ได้ส.ส.เขต ๓๘ สัดส่วน ๗ ปชป.ได้ส.ส.เขต ๑ สัดส่วน ๑
ชาติไทยได้ส.ส.เขต ๕ สัดส่วน ๑ เพื่อแผ่นดินได้ส.ส.เขต ๑
รวมใจไทยชาติพัฒนาได้ ส.ส.เขต๕ สัดส่วน ๑ กลุ่มจังหวัดที่ ๓ ภาคอีสานเหนือ
พปช.ได้ส.ส.เขต ๕๐ สัดส่วน ๙ เพื่อแผ่นดินได้ส.ส.สัดส่วน ๑
ส.ส.กลุ่มจังหวัดที่ ๔ ภาคอีสานใต้ พปช.ได้ส.ส.เขต ๔๙ สัดส่วน ๙
เพื่อแผ่นดิน ได้ส.ส.เขต ๑ สัดส่วน ๑ มัชฌิมาได้ส.ส.เขต ๑ กลุ่มจังหวัดที่
๕ ภาคตะวันออก พปช.ได้ส.ส.เขต ๒๓ สัดส่วน ๕ ปชป.ได้ส.ส.เขต ๖ สัดส่วน ๑
ชาติไทยได้ส.ส.เขต ๗ สัดส่วน ๑ รช.ได้ส.ส.เขต ๑๑ สัดส่วน ๓ ประชาราช
ได้ส.ส.เขต ๓ กลุ่มจังหวัดที่ ๖ กทม.ปริมณฑล พปช.ได้ส.ส.เขต ๔๑ สัดส่วน ๗
ปชป.ได้ส.ส.เขต ๗ สัดส่วน ๓ เพื่อแผ่นดินได้ส.ส.เขต ๑ กลุ่มจังหวัดที่ ๗
ภาคใต้ตอนบน พปช.ได้ส.ส.เขต ๓๐ สัดส่วน ๖ ปชป.ได้ส.ส.เขต ๑๐ สัดส่วน ๒
ชาติไทยได้ส.ส.เขต ๘ สัดส่วน ๒ ภาคใต้ พปช.ได้ส.ส.เขต ๑ สัดส่วน ๑
ประชาธิปัตย์ ได้ส.ส.เขต ๔๙ สัดส่วน ๘-๙ ชาติไทยได้ส.ส.เขต ๒ เพื่อแผ่นดิน
ได้ส.ส.เขต ๒ รวมใจไทยชาติพัฒนาได้ส.ส.เขต ๑

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ผลโพลดังกล่าวทำให้"สมัคร สุนทรเวช"หันมาทุ่มกับการหาเสียงในพื้นที่
กรุงเทพฯมากขึ้น โดยโพลของ พปช.มีการประเมินที่สอดรับกัน ว่า
ในพื้นที่กรุงเทพ พปช.จะได้ส.ส.ราว ๖๐ เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ยังทำให้มีการเคลื่อนตัวของ"พล.ต.สนั่น"รวมถึงการเคลื่อนตัวของ
พรรคเล็กบางพรรค กับท่าทีที่มีต่อ พปช. นอกจากนี้ จากโพลนี้
มีการวิเคราะห์ว่า ประชาชนจะเลือกผู้สมัครเป็นกลุ่ม ไม่ได้เลือกบุคคล
โดยมีการแบ่งข้างกันอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
วิกฤติสังคมที่ทำให้กระแสไม่เอา คมช.ไม่เอาพรรคการเมืองบางพรรคจุดติดขึ้น
ซึ่งสถานการณ์นี้ ทำให้ ปชป.อยู่ในสถานการณ์ลำบาก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ปฏิกริยาเชื่อมจากสถานการณ์ดังกล่าว
ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวบางอย่างเพื่อนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงโดยวิธีพิเศษ
อีกละลอก(รัฐประหาร)ที่ทำให้"พล.อ.อนุพงศ์"มีการสั่งการให้สกัดความเคลื่อน
ไหวของทหารบางฝ่าย ด้วยการถอด"ไดตาร์ท"ของรถถัง
ก่อนที่จะเกิดเหตุวันล้อมรัฐสภาของกลุ่มม็อบ"จอน
อึ๊งภากร"ที่ยอมรับต่อมาภายหลังว่า"ถูกลวง"จาก
นักเคลื่อนไหวระดับแกนนำคนหนึ่งใน"พันธมิตร"ให้นำม็อบมายังรัฐสภาเพื่อจี้
สนช.ยุติบทบาท ก่อนที่จะมีฝ่ายสร้างสถานการณ์ระเบิด และ
เตรียมที่จะให้มีการเคลื่อนกำลังออกมาควบคุมสถานการณ์

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า กระแสพระราชดำรัสของในหลวงที่พระราชทานล่าสุด(๑๗ธ.ค.)ต่อคณะตุลาการ
ศาลทหารที่ยังทรงเน้นย้ำต่อเรื่องการ"ลดอคติ"นั้น
สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ของ"นายธนินทร์ กรัยวิเชียร"องคมนตรี
ที่เรียก กรรมการกกต.เข้าพบและขอให้จัดการเลือกตั้งให้สุจริต
อันเป็นการเรียกพบหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวการพบกกต.ของ"พล.อ.เปรม"


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
ก่อนที่จะทราบผลของโพลนี้ หลังมีความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ในการเรียก
กกต.เข้าพบ
แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวด้วยความพยายามของ"อดีตขุนศึก"ในการใช้กกต.เป็น"
เครื่องมือ"เพื่อจัดการกับ พปช.โดยเฉพาะแนวทางที่นำไปสูการ"ยุบพรรค"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ว่าข้อมูลนี้ มีการต่อเชื่อมกับรายงาน
ที่มีการระบุถึงเป้าหมายที่นำไปสู่การ"ยุบพรรค"พปช. ที่กำหนดขั้นตอน คือ
๑. ยุบพรรคพลังประชาชน หลังเลือกตั้ง ๒.นิรโทษกรรม ๑๑๑ อดีต
กก.บริหารพรรคทร.ทั้งหมด ยกเว้น
"ทักษิณ","ธรรมรักษ์","พงษ์ศักดิ์","สุริยะ","สุดารัตน์" ๓.
ให้เลือกตั้งซ่อม และให้"นายสุรเกียรติ" ลงเลือกตั้ง ๔. ผลักดัน
นายสุรเกียรติ เป็นนายกรัฐมนตรี๕. ผลักดัน ลูกพรรค พปช.
ส่วนที่จากการแจกใบแดงประมาณ ๑๕๐– ๑๖๐คน มาอยู่ในพรรคแนวร่วมของ
"นายสุรเกียรติ" ๖. รัฐบาลมีที่เป็นแกนนำจะมี ๓ พรรค คือ ปชป. พรรคชาติไทย
และพรรคเพื่อแผ่นดิน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ต่อมาแนวทางข้างต้นนี้ถูกยับยั้งเพราะพบว่า
หากมีการดำเนินการไปสู่การ"ยุบพรรค"โดยวิธีการ
ของ"เอกสารลับ"และกรณี"นายสิทธิชัย"ของ พรรคเพื่อแผ่นดิน
จะเกิดกระแสความเคลื่อนไหวของประชาชนจำนวนมาก
และอาจลุกลามไปถึงการไม่ยอมรับในผลการเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองที่จะเข้ามา
ตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม แนวทางที่อาจมีการนำมาใช้กับ พปช.คือการ
ออกใบเหลือง-แดง หรือการทำให้ผลการเลือกตั้งขาดองค์ประกอบครบถ้วนในจำนวน
ส.ส. และทำให้เกิดการเลื่อนการเลือกตั้ง ออกไป
และระหว่างรอยต่อของสถานการณ์ที่ย่อมเกิดความเคลื่อนไหวของฝ่าย พปช.
อาจจะมีการสร้างสถานการณ์บางอย่าง
เพื่อให้ฝ่ายกองทัพเข้ามาควบคุมกลไกด้านความมั่นคงของบ้านเมือง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อมูลดังกล่าว สอดรับกับ ความเคลื่อนไหวของ"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"
รองนายกฯ.ที่เข้าหารือกับ"อภิชาต สุขัคคานนท์ "ประธาน กกต.และ สดศรี
สัตยธรรม.(๑๖ธ.ค.)ท่ามกลางกระแส การเลื่อนวันเลือกตั้ง ที่ติดตามมา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าความพยายามของฝ่าย"อดีตขุนศึก"ยังมีความพยายามวางกำลังเข้าแทรกซึมเข้าไป
ในหน่วยงานองค์กรอิสระ เพื่อป้องกันผลสะท้อนกลับเข้าหาฝ่ายตน หากว่า
พปช.ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง และสามาถจัดตั้งรัฐบาล
ทำให้"ทักษิณ"กลับมา"เอาคืน"...โดยมีรายงานความเคลื่อนไหวที่ต่อเชื่อมของ
"เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง"ที่กำลังถูกเสนอให้เข้าไปเป็นผู้บริหารระดับสูงใน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แทน"นายปราโมทย์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำให้
พปช.เปลี่ยนแนวจากเดิมที่จะเป็นเพียงฝ่ายค้านเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่าย
"อำนาจใหม่"ว่ามีชนักและบาดแผลรวมถึงพฤติกรรมอย่างไร
แต่เป็นความต้องการของ"ผู้ใหญ่"ที่มีการติดต่อประสานกับ"ทักษิณ"ให้พปช.ทำ
การตั้งรัฐบาล เพื่อปฏิบัติภารกิจแก้รัฐธรรมนูญ
ในบางประเด็นที่มีส่วนสำคัญต่อความเปลี่ยนแปลงของสถาบันระดับสูง
ด้วยเหตุที่"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ ยอมรับว่า
สาเหตุของความวุ่นวายของบ้านเมืองเกิดขึ้นจากความขัดแย้งของ"ชนชั้นบน"ระดับ
สูง ซึ่งภายหลังได้มีการเข้าไปจัดการ
และเตรียมที่จะส่ง"ผู้ใหญ่"บางรายรวมถึงผู้เกี่ยวข้อง ที่ก่อนหน้านี้"สนธิ
ลิ้มทองกุล"เคยพูดถึง ไปต่างประเทศในเร็วๆนี้
ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบจาก"ผู้ใหญ่"อีกท่านแล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า แนวทางของ"สมัคร"ที่ประกาศว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรม ๑๑๑ อดีต
กก.บริหารพรรค ทรท. ลดอำนาจ คตส. ลงโทษ คมช. ด้วยการยกเลิก ม.๓๐๙
ไม่ให้การคุ้มครอง(คุ้มครองเฉพาะช่วงรัฐประหาร) ซึ่งแนวนี้
จะมาต่อเชื่อมกับแนวคิดที่"อดีตขุนศึก"เห็นว่าไม่สามารถผลักดัน ปชป.ได้
จึงพยายาม ฉุดให้ พด.ขึ้นมาเพื่อมารวมกับปชป.โดยจะมีการดึงสายของ"บัญญัติ
บรรทัดฐาน"เข้ามาบริหารพรรคแทน"อภิสิทธิ์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในวันที่มีการเคลื่อนไหวที่รัฐสภา
และมีการเคลื่อนไหวของทหารบางส่วนนั้น
ได้มีการควบคุมตัวนายทหารบางรายที่เกี่ยวข้องไว้ได้
และได้ถูกนำตัวไปควบคุมในสถานที่เดียวกันกับ"นายพลทหาร"รายหนึ่งที่เคย
รายงานไปก่อนหน้านี้ว่า
เกี่ยวข้องกับการเป็น"ผู้ทรยศ"ต่อ"ผู้ใหญ่"คอยส่งข่าวให้"อดีตขุนศึก"และมี
การวางแผนการลอบทำร้ายด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สาเหตุที่"อดีตขุนศึก"ระงับแผน"ยุบพรรค"เพราะพบว่า
กระบวนการจะถูกสกัดในชั้น"อัยการ"เนื่องจาก"ผู้ใหญ่"ได้มีการเข้าไปทำความ
เข้าใจกับฝ่ายอัยการถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากจากนี้"ผู้ใหญ่"อีกท่าน
ยังได้มีการติดต่อกับองค์กรต่างประเทศ
ที่ล่าสุดเข้ามาสงเกตการการเลือกตั้งในประเทศไทยหลายองค์กร
ในการดูแลสภาพการณ์อีกชั้นหนึ่ง
ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นจะถูกปฏิกริยา"แอนตี้"จากนานาประเทศทันที

พปช.เจรจาสำเร็จพรรคเล็ก/เกมบีบ"สุริยะ"/วอร์รูม"ฮ่องกง"ตั้งครม./"รหัสแดง"ทหารเคลื่อนกำลัง
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวการเมือง-การทหาร กรณีผลการเลือกตั้ง(๒๓ธ.ค.๕๐)ที่
พปช.(๒๓๒)ได้รับชัยชนะ โดยมี ปชป.(๑๖๕เสียง)เป็นอันดับ๒ (รายงานของ กกต.
๒๔ธ.ค.๕๐)และมีการเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งรัฐบาลของ พรรคปชป.
โดยยึดเอาพรรคชาติไทย-เพื่อแผ่นดิน เป็นพันธมิตรเบื้องต้น
ด้วยการเปิดเกมเปิดแถลงข่าวที่บ้านพัก"วัฒนา อัศวเหม"ของ"บรรหาร
ศิลปอาชา"หัวหน้าพรรคชาติไทย(๒๓ธ.ค.)


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีความเคลื่อนไหวต่อรองการตั้งรัฐบาลของบรรดาพรรคเล็ก
ยกเว้น"พรรคชาติไทย"โดย พปช.มีการประสาน"สมศักดิ์
เทพสุทิน"ในส่วนของ"มัชฌิมาฯ
ขณะที่มีการประสานกับรวมใจไทยชาติพัฒนาของ"สุวัจน์"และ"ประชาราช"
ทำให้"น.พ.สุรพงษ์"ออกมาแถลง(๒๔ธ.ค.)ว่ามีการติดต่อพรรคเล็กในระดับที่ทำให้
พปช.สามารถตั้งรัฐบาลได้แล้ว
และกำลังทำให้มีสภาพความเป็น"เสถียรทางการเมือง"ด้วยการติดต่ออีกพรรคการ
เมืองหนึ่งเพื่อให้ได้ตัวเลข ๒๗๐-๒๘๐ ที่นั่ง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สาเหตุของการเลื่อนการแถลงข่าวของ"สุวิทย์
คุณกิตติ"ออกไปเป็นอีกวัน(๒๕ธ.ค.)เวลา ๑๑.๐๐น. เหตุเพราะ
มีการต่อรองกันอย่างหนัก จากปีกของ"อดีตขุนศึก"ที่กดดันโดยตรงไปยัง"สุริยะ
จึงรุ่งเรืองกิจ"ที่ถือเป็น"แหล่งทุน"ร่วมกับ"กลุ่มเบียร์ช้าง"ของ"เจริญ
ศิริวัฒนภักดี"ที่สนับสนุนผู้สมัครส.ส.ในส่วนการดูแลของ"สุวิทย์"ซึ่งได้รับ
การเลือกเข้ามาเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ในปีกของ"วัฒนา
อัศวเหม"นั้นมี"กลุ่มทุน"ที่ต่อท่อผ่าน"อดีตขุนศึก"เข้ามาราว ๒ พันล้านบาท
แต่ปรากฎว่า"วัฒนา"ไม่สามารถทำแต้มได้ตามเป้า

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ปรากฎการณ์ที่บ้านของ"นายวัฒนา"(๒๓ธ.ค.)กลุ่มของ"นายสุวิทย์"ไม่เห็นด้วยและ
มีการแสดงท่าทีต่อมาในวันรุ่งขึ้น ด้วยการนัดแถลงในช่วงบ่าย
แต่ต้องเลื่อนออกไป..ทั้งนี้
มีการแจ้งจาก"นายสุริยะ"ว่า"มีปัญหาบางประการ"จากแรงกดดันและต่อรองจาก"อดีต
ขุนศึก"ที่ส่งกำลังทหารเข้าไปหาถึงบ้านพัก และมีการต่อรองไปถึง
ความเป็นอยู่ของ"คนใกล้ชิด"ของ"นายสุริยะ"ที่ทำให้"นายสุริยะ"ไม่กล้าตัดสิน
ใจ..ทั้งที่มีการพูดคุยในระดับหนึ่งกับ"ทักษิณ"ที่ได้มีการตั้ง"วอร์รูม
"เพื่อฟอร์มทีมตั้งคณะรัฐมนตรี รัฐบาลใหม่
กันแล้วที่"ฮ่องกง"ในวันถัดจากการเลือก
ตั้ง(๒๔ธ.ค.)ที่ปรากฎต่อมาเป็น
๓ วาระเร่งด่วน ที่แถลงผ่าน"น.พ.สุรพงษ์"คือ ความปรองดอง สามัคคี
สร้างความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาเศรษฐกิจ (๒๔ธ.ค.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การติดต่อประสานงานที่"ลงตัว"ของ
พปช.ทำให้เกิดปฏิกริยาจาก"อดีตขุนศึก"ที่ส่งถ่ายปฏิกริยาไปยัง"หน่วยกำลัง
"ของกองทัพภาคที่ ๑ โดยเฉพาะในอาณัติพื้นที่ของ ราบ ๑๑ รอ.(บางเขน)
โดยมีการสั่งการให้เข้าทำการ"มาร์คตัว"แกนนำ"พรรคเล็ก"โดยเฉพาะในส่วนของ
"พรรคตัวแปร"ไม่เว้นแม้แต่"นายสุวิทย์
คุณกิตติ"ที่ต้องขอความช่วยเหลือไปยัง"ผู้ใหญ่"ในการส่งกำลังมาดูแล
หลังจากที่"อดีตขุนศึก"เตรียมใช้วิธีการเดียวกับที่เคยทำกับ"นายมนตรี
พงศ์พานิช"ในการร่วมรัฐบาล

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าผลความระส่ำที่เกิดขึ้นกับแกนนำพรรคเล็ก
ที่ถูกข่มขู่ต่อรองจากฝ่าย"อดีตขุนศึก"ในการไม่ให้สนับสนุนการตั้งรัฐบาลของ
พปช.ทำให้"ผู้ใหญ่"มีการส่งกำลังเข้าคุ้มครองบรรดา"พรรคเล็ก"เพื่อสริมความ
มั่นใจ และส่งสัญญานผ่านไปยัง พปช.ให้ทำการตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเล็ก
และทำการบอยคอต
ปชป.กับพรรคชาติไทย..โดยความเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับการเคลื่อนตัวของ"เส
ธ.หนั่น"ที่เข้าต่อรองกับ รช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ผลการเคลื่อนกำลังกระจายภายใต้"อดีตขุนศึก"ทำให้"ผู้ใหญ่"มีคำสั่งผ่านไปยัง
"พล.อ.อนุพงศ์"ให้ส่งสัญญานเตือน"ระดับแดง"ไปยังทุกหน่วย ในวันเดียวกัน
ซึ่ง"
สัญญาน"นี้สอดรับกับ ประกาศแจ้งจาก "กองทัพภาคที่ 1"
ที่มีออกมาในช่วงบ่าย(๒๔ธ.ค.) ที่ว่า ในวันนี้จะทำการเคลื่อนย้าย
กำลังหน่วยทหารออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อกลับ
ยังที่ตั้งหน่วยปกติในเขตจังหวัดปราจีนบุรีลพบุรี และกาญจนบุรี
โดยจะเคลื่อนย้าย กำลังดังกล่าว ตั้งแต่วันเวลา 20.00
น.เป็นต้นไปโดยเริ่มจากจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ( ร.11 รอ.
)เขตบางเขนไปยังจังหวัดปราจีนบุรี ใช้เส้นทางถนนรังสิตนครนายก -
จังหวัดปราจีนบุรี ,จากบริเวณพื้นที่เขตดุสิต ไปจังหวัดลพบุรี
ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต - ถนนพหลโยธิน - จังหวัดสระบุรี -
จังหวัดลพบุรี,จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปจังหวัดชลบุรี ใช้เส้นทาง
ถนนมอเตอร์เวย์ - จังหวัดชลบุรี,จากบริเวณพื้นที่เขตพระนคร และเขตบางพลัด
ไปจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เส้นทางถนนพุทธมณฑล - ถนน
เพชรเกษม -
จังหวัดกาญจนบุรี,จากอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
ไปจังหวัดกาญจนบุรีใช้เส้นทาง ถนนพุทธมณฑล - จังหวัดนครปฐม -
จังหวัดกาญจนบุรี

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีการประมาณการกำลัง ที่มีการเคลื่อนกำลัง ว่า มีจากกองพลที่ ๑ ,ราบ
๑๑ (๓กองพัน) โดยมีคำสั่งจาก"ผู้ใหญ่"ว่าให้เตรียมพร้อมในจุดสำคัญ
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า"อดีตขุนศึก"ได้เคลื่อนไหวช่วงชิงกำลังด้วยตนเอง
โดยมีการติดต่อประสานไปยัง"หน่วยกำลัง"หลายหน่วยเพื่อชักชวนให้เข้าร่วม
ในขณะที่ฝ่าย"ผู้ใหญ่"ก็มีการเคลื่อนผ่าน"พล.อ.อนุพงศ์"เช่นกัน.

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:48 am

"ผู้ใหญ่"เคลียร์"พจมาน"กลับ/ทุนใหม่พลิกหนุนพปช./เผาตึกอิโตคิวขู่เบียร์ช้าง/"อดีตขุนศึก"ประกาศสู้ตาย
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหว การเมืองการทหาร กรณี
ข่าวความเคลื่อนไหวของ"คุณหญิงพจมาน"เข้าพบ"พล.อ.เปรม"หลังเดินทางกลับจาก
ฮ่องกง เพื่อต่อสู้คดีที่ดินรัชดา
ท่ามกลางกระแสข่าวหลายสายที่"ไม่ตรงกัน"โดยทางหนึ่ง ระบุว่า
มีการเข้าพบไปแล้วในวันเดียวกับที่เดินทางกลับ
และ"พล.อ.เปรม"ได้ขอให้"พ.ต.ท.ทักษิณ"หยุดความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่าง
แท้จริง..ไม่ใช่เพียงแค่การออกมาประกาศผ่านสื่อแต่ยังเคลื่อนไหวอยู่เบื้อง
หลัง
พรรคพลังประชาชน...ขณะที่อีกกระแสรายงาน"พ.ต.ท.ทักษิณ"มีการติดต่อผ่านนาย
ทหาร ตท.๑๐ และเชื่อมผ่านมายัง"พล.อ.อู้ด เบื้องบน"
ซึ่งเคยประสานการเข้าพบของ"คุณหญิงพจมาน"ก่อนหน้านี้มาแล้ว...โดยมีการนำ
กระเช้าปีใหม่มอบให้"พล.อ.เปรม"..ขณะที่สายข่าวที่ใกล้ชิด"คุณหญิงพจมาน
"ระบุ
มีความพยายามติดต่อประสานจาก"พล.อ.อู้ด"มายัง"คุณหญิงพจมาน"โดยอ้างคำสั่ง
ของ"พล.อ.เปรม"เจรจาตำแหน่ง รมว.กลาโหม หาก พปช.จัดตั้งรัฐบาลได้
ซึ่งได้รับคำตอบจาก"คุณหญิงพจมาน"ว่าเธอไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชาชน
และไม่มีอำนาจ รวมถึงไม่อยากยุ่งการเมืองด้วย..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
การเข้ามาของ"คุณหญิงพจมาน"ว่าไม่เพียงแต่ ๓เงื่อนไข
ที่"พ.ต.ท.ทักษิณ"อ้าง หากแต่เพราะ
มีการเคลียร์พื้นที่ในระดับที่ทำให้"พ.ต.ท.ทักษิณ"มั่นใจได้ถึง"ความปลอดภัย
"ของ"คุณหญิงพจมาน"ในการเข้ามา"เจรจาตกลง"ในระดับที่ต้องการ"ผู้มีอำนาจ
ตัดสินใจที่แท้จริง"ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย
นับตั้งแต่ผลการเลือกตั้ง(๒๓ธ.ค.๕๐)ออกมา และมีกระบวนการ
ติดต่อประสานการจัดตั้งรัฐบาล กับบรรดาพรรคเล็ก..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ก่อนหน้านี้มีการประสานงานของ"คนใกล้ชิด"ของ"คุณหญิงพจมาน"กับกลุ่มการเมือง
ต่างๆ รวมถึงบรรดา"กลุ่มทุน"ทั้งกลุ่มทุนใหม่(เดิม)และ กลุ่มทุน
ที่ผิดหวังและเจ็บแค้นกับ "คมช.-สนช."ในห้วง ๑ ปีที่ผ่านมา
โดยมีการเคลื่อนไหวประสานงานภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนผ่านจาก"สัญญาน"ที่
ถูกส่งออกมาจาก"ผู้ใหญ่" ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ มีการยึดเอา
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงตรัสกับหลายคณะบุคคล
โดยทรงเน้นย้ำถึง การให้ทุกฝ่าย รวมถึงทั้งทหารในกองทัพ ให้ ลดอคติ
สามัคคีปรองดอง..เป็นหลัก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า แม้มีคำขอร้องจาก"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง ไปยังฝ่ายต่างๆ
แต่"อดีตขุนศึก"ที่ถือเป็น"ตัวแปรสำคัญ"ฝ่ายอำนาจรัฐปัจจุบัน
ยังยืนยันที่จะเคลื่อนไหวต่อไป
ทั้งนี้มีรายงานถึงสาเหตุ"ความขัดแย้ง"ระหว่าง"ผู้ใหญ่"กับ"อดีตขุนศึก"ท่าน
นี้
ว่าถึงขั้นมีการข่มขู่ระหว่างกัน...และมีรายงานถึงคำขอของ"ผู้ใหญ่"ไปยัง
"ผู้ใหญ่อีกท่าน"ให้ปลด"อดีตขุนศึก"ท่านนี้ออกจากตำแหน่ง..ซึ่งมีรายงานว่า
"สัญญาน"ดังกล่าวทำให้"อดีตขุนศึก"ท่านนี้
ไม่พอใจ..และทำให้เกิดปรากฎการณ์แสดงปฏิกริยา"คัดง้าง"ออกมาหลายละลอก..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า เหตุเพลิงไหม้ตึกโตคิว รัชดา(๙ม.ค.๕๑)
ที่แหล่งข่าวบางส่วนรายงานว่าเป็นการต้อนรับการกลับมาประเทศไทยของ"คุณหญิง
พจมาน"ด้วยการ"ลอบวางเพลิง"ตึกดังกล่าวที่ใกล้จะเสร็จและเปิดเป็นศูนย์กลาง
ไอที.และการช็อปปิ้ง ย่านรัชดา ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกันในระดับ
ที่"คุณหญิงพจมาน"เคยเป็น"เจ้าของร่วม"ก่อนที่จะมีการขายให้กับ"นายเจริญ
ศิริวัฒนภักดี"แห่งเบียร์ช้าง..ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานการสนับสนุนทั้ง"ทาง
เปิด"และ"ทางปิด"ให้กับคณะทหารใน คมช. ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า
เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเชื่อมโยงไปถึงท่าทีระยะหลังของ"นายเจริญ"ที่ก่อนหน้า
นี้(พ.ศ.๒๕๕๐)มีเสียงบ่นผ่านคนใกล้ชิดในลักษณะไม่พอใจ และ
รับไม่ได้กับแรงบีบจากนายทหารในคมช.
ให้สนับสนุน"ท่อน้ำเลี้ยง"บ่อยครั้ง..และมีรายงานบางกระแสเกี่ยวกับการให้
การสนับสนุนกลุ่มการเมืองที่ไม่ใช่ฝ่าย คมช.ในระยะหลัง...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตึกโตคิวเดิม
ที่เป็นธุรกิจที่เหลือในการลงทุนในประเทศไทย
อีกเพียงไม่กี่แห่งของ"นายเจริญ" มีลักษณะการก่อเหตุ
คล้ายกับเหตุการณ์ไฟไหม้ห้างสรรสินค้าใหญ่รายหนึ่ง
ที่ในห้วงเวลาก่อนหน้านั้น มีภาพวีดีโอลับ
ระหว่างนายทหารคนดังกับอดีตนางงามคนหนึ่ง แพร่กระจายเป็นข่าวใหญ่
..โดยในรายของนายเจริญ ระยะหลังได้ขนงินลงทุนไปลงทุนในประเทศจีน
และประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก
เพราะไม่ไว้วางใจสภานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และต้องการหลีกเลี่ยง
กลุ่มอำนาจ
ที่พยายามติดต่อให้"สนับสนุน"ทางด้าน"เสบียงกรัง"โดยในระยะหลังก่อนการเลือก
ตั้งมีการเปลี่ยนจากเงินสดเป็น ทองคำแท่ง...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ท่าทีของ"นายเจริญ"มีลักษณะเดียวกับท่าทีของกลุ่มทุน"จิราธิวัฒน์"แห่ง"
เซ็นทรัล"ที่ปรากฎตามรายงาน(กกต.)การบริจาดเงินเข้าพรรคการเมือง
ให้การสนับสนุนพรรคพลังประชาชน(พปช.)หลังจากที่ก่อนหน้านี้
มีรายงานความอึดอัดใจของผู้บริหารหลายส่วนในเครือธุรกิจเซ็นทรัล ต่อกรณี
การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารที่กดดันให้"ยอมรับที่จะสนับสนุน"เพื่อให้
กรณีผลประโยชน์ ที่ดินการรถไฟ ผ่านไปได้ด้วยดี ในห้วง ปีที่ผ่านมา

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
มีความพยายามอาศัยช่องว่างระหว่างกระบวนการ"นับคะแนน"ที่ทอดระยะเวลาการนับ
การรายงาน และรับรองผล อย่างเป็นทางการ ออกมาจนถึงต้นเดือนมกราคม ๒๕๕๑
เพื่อเป็นประโยชน์ ในการจัดการการ"ต่อรอง"ทางการเมือง โดยเฉพาะ
ความเคลื่อนไหวตามแผน"ใบแดง-ใบเหลือง-ยุบพรรค"...กับ"ตัวเลข"จำนวน ส.ส.
ที่ไม่นิ่งของแต่ละพรรคโดยเฉพาะฝ่าย พปช.และ ๔ พรรคพันธมิตร...
และข้อมูลหลักฐานต่างๆ....รวมไปถึงตัวเลข ๔๕๖
ที่หมายถึงการรับรองส.ส.ให้ได้ถึง ๙๕% จากจำนวนเต็ม ๔๘๐ ที่นั่ง
เพื่อสามารถเปิดประชุมสภาวันที่ ๒๒ ม.ค.๕๑ ขณะที่จำนวนของ
ส.ส.พปช.และพันธมิตรรวมกันเบื้องต้น ๒๕๔ ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งมาเพียง ๑๔
ที่นั่ง ทำให้มี"ความเสี่ยง"ต่อการขึ้นลงของตัวเลข ใบเหลือง-ใบแดง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีความพยายามจากฝ่าย"อดีตขุนศึก"ผ่านไปยัง คมช. สู่
กกต.ในการลากดึงสถานการณ์ออกไป ต่อ เมื่อมี"สัญญาน"จาก"ผู้ใหญ่"ข้างต้น
(รวมถึงเคยมีการเรียก
กกต.เข้าพบ"ผู้ใหญ่"บางท่าน)ที่ทำให้หลายฝ่ายมีการลดท่าทีบางอย่างลง...โดย
มี"สัญญาน"ที่ชัดเจนแล้วว่า
การเจรจาในระดับสำคัญโดยมี"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งเป็นผู้เดินเกมด้วยตัวเอง..มี
ผลต่อ"ตัวชี้วัด"และทำให้เริ่มมีการ"เปลี่ยนท่าที"จากข้าราชการบางส่วน..และ
ส่งผลให้"พ.ต.ท.ทักษิณ"กล้าวางใจที่ให้"คุณหญิงพจมาน"กลับเข้ามาประเทศไทย
ก่อน ทั้งที่ก่อนหน้า"ทักษิณ"มีความต้องการเดินทางกลับมาพร้อมภริยา
โดยอาศัยช่วงเวลาแห่งความเศร้าสลด
จากการสวรรคตของ"พระพี่นาง"เพื่อร่วมไว้อาลัย
โดยมีการประสานงานกันในระดับหนึ่งแล้ว
แต่จากที่มีท่าทีจากฝ่าย"อำนาจรัฐ"และกองทัพ
ต่อกรณีเหตุการณ์"ระเบิดพลีชีพ"นางบุตโต"และรวมถึง
ท่าทีที่สอดรับกันระหว่าง"พล.อ.บุญรอด สมทัศน์"รมว.กลาโหม และ"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"ต่อความมั่นใจบางอย่างในการที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสจะตั้ง
รัฐบาล รวมถึง ตัวเลขของ พปช.ที่จะถูก"แขวนลอย"ถึง ๖๐ ที่นั่ง
...ทำให้"ทักษิณ"ล้มเลิกความคิดดังกล่าว..แต่เพื่อให้สถานการณ์เดินไปข้าง
หน้า
ผ่านท่าทีการประนีประนอม"สมานฉันท์"ที่จำเป็นต้องให้"คุณหญิงพจมาน"เข้ามา
จัดการ คลี่คลาย
ประกอบกับคำรับรองความปลอดภัยจาก"ผู้ใหญ่"รวมถึง"พล.อ.อนุพงศ์
เผ่าจินดา"ผบ.ทบ.ที่มีความใกล้ชิดกับ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้
รวมถึงสถานการณ์การช่วงชิงกำลังในกองทัพ ที่เริ่มเข้าสู่สภาวะ"นิ่ง"จาก
บทบาทการ"วางตัว"ของ"พล.อ.อนุพงศ์"
....จึงเป็นที่มาของการเดินทางกลับมาก่อนของ"คุณหญิงพจมาน"


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สำหรับกรณี"ยงยุทธ ติยะไพรัช"นั้นเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่
ตอนแรก"ทักษิณ"ไม่ต้องการให้มีการ"ตอบโต้"หรือขยายความอีก
แต่สถานการณ์การ"รุก"จากฝ่ายอำนาจยังคงไม่ไว้วางใจ"ยงยุทธ์"และต้องการสกัด
เขาออกจาก"แกนอำนาจ"โดยเฉพาะ
บทบาทของ"ขุนพลภาคเหนือ"ที่เป็น"ฐานที่มั่น"ของ"ทักษิณ"นอกเหนือไปจาก"อีสาน
"ที่"เนวิน ชิดชอบ"ถูกสกัดไปแล้วในกลุ่ม "บ้านเลขที่
๑๑๑"เช่นเดียวกับ"สุดารัตน์
เกยุราพันธ์"ที่ปัจจุบันส่งทีมงานประชาสัมพันธ์เข้าไปช่วยงานของ"ผู้ใหญ่
"..อีกทั้ง ทีม"จรยุทธ์"ของ
พปช.ยังได้"ข้อมูล"หลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับการร่วมกันกระทำความผิดระหว่าง
เจ้าหน้าที่รัฐ กับ พรรคการเมือง และ ฝ่ายกุมสภาพการจัดการเลือกตั้ง
รวมถึง เจ้าหน้าที่บางส่วนจาก สตช.และกองทัพฯ
โดยมีหลักฐานหลายส่วนที่สามารถโยงไปยัง"ผู้สั่งการ"ซึ่ง
พปช.เตรียมนำข้อมูลนี้มาเปิดหลังการตั้งรัฐบาลแล้ว
ที่จะส่งผลกระทบกับ"คะแนนใน กทม."ที่
พรรคประชาธิปัตย์ได้รับ..นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการวางตัวไม่เป็น
กลาง ของข้าราชการ ซึ่งข้อมูลนี้จะสอดรับกับ
ความเคลื่อนไหวของ"พนาเจือเพชร กฤษณราช" สมาชิกพรรคพลังประชาชน
แจ้งความที่สน.ดุสิต(๑๑ม.ค.๕๑)ให้ดำเนิน คดี ผู้พัน ร.1 พัน 3
ข้อหาวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง ขณะที่"ยงยุทธ"เข้าแจ้งกองปราบ
ดำเนินคดีกับ นายวิจิตร ยอดสุวรรณ ผู้สมัครส.ส. จังหวัดเชียงราย เขต 3
พรรคชาติไทย ในข้อหาแจ้งความเท็จ กรณี ร้องเรียน กกต.อ้างว่า นายยงยุทธ
ได้นัดกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเชียงราย
ให้มาพบที่กรุงเทพมหานครเพื่อให้ช่วยหาเสียง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
เบื้องหลัง กรณีดังกล่าว ว่ามี สัญญานส่งผ่านมาจากหลายฝ่ายไม่แต่เฉพาะจาก
คมช. หากแต่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่คาดหวังให้กับ ผู้สมัครบางราย
ที่ใกล้ชิด "พล.ต.สนั่น
ขจรประศาสน์"ที่จะได้ประโยชน์จากการถูก"ใบแดง"ของ"ยงยุทธ"
โดยเฉพาะกรณีดังกล่าวถูกเชื่อมโยงไปถึง
กรณีการออกมาแฉของ"ยงยุทธ"เมื่อปลายเดือนพ.ย.๕๐
ที่ระบุถึงการเคลื่อนไหวในพื้นที่ของ ๒ พี่น้อง "พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม"
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกระทรวงกลาโหม
และหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และ
"พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม" ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
มีความเคลื่อนไหวทางการทหารในระดับ"เตรียมพร้อม"ของแต่ละฝ่ายจากห้วงสัปดาห์
ที่ผ่านมาถึงสัปดาห์นี้...หลังจากหลายวันก่อน(๔ม.ค.๕๑)"ผู้ใหญ่"มีการเดิน
ทางไปกระชับกำลังที่กองทัพอากาศ..ขณะเดียวกันก็ส่งจดหมายถึง"อดีตขุนศึก"ให้
หยุดการเคลื่อนไหว..ซึ่งได้รับ"คำตอบ"จากท่าที ผ่าน"นายทหารคนสนิท"ว่า
"ขอยอมตายในสนามรบ"ดีกว่ายอมจำนนรับความพ่ายแพ้อย่างไม่มีศักดิ์ศรีทหาร
และยืนยันว่าสิ่งที่ทำมาเป็นการทำเพื่อประเทศชาติไม่ใช่เพื่อใครคนใดคน
หนึ่ง...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ถึงเบื้องหลังท่าทีของ"บรรหาร ศิลปอาชา"
ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน
พร้อมกับพรรคเพื่อแผ่นดิน,มัชฌิมาธิปไตย,รวมใจไทยชาติพัฒนาฯลฯ ว่ามาจาก
"สัญญาน"ที่ถูกส่งผ่านมาโดย"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง
ที่ส่งตรงลงมาให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งทั้งปวง
...โดยเบื้องหลังก่อนมี"สัญญาน"นี้ มีแรงกดดันหลายกระแสจากต่างประเทศ
โดยเฉพาะปฏิกริยาล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จาก อียู. และสหรัฐอเมริกา
ที่เรียกร้องให้ไทยเร่งจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งโดยเร็ว
หลังจากพบว่าฝ่ายการเมืองมีการเดินเกมยืดเยื้อ และอาจผลกระทบ โดยมีคำเตือน
ว่าหากสถานการณ์ยังไม่เรียบร้อยหรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นอีก
จะมีการขยายระยะเวลาการตัดสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนออกไปอีก..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์ที่ถูกจับจ้องจากต่างประเทศ
ที่ทำให้"ผู้ใหญ่"ต้องติดต่อไปยังฝ่ายต่างที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง ทำให้
มีการถอยท่าทีของหลายฝ่ายรวมถึง"พรรคประชาธิปัตย์"ผ่านการออกมาให้"ไชยวัฒน์
สินสุวงศ์"ถอนกรณีร้องศาลฎีกาฯให้เพิกถอนการเลือกตั้ง
แต่ยังคงไว้ซึ่งการฟ้อง"ยุบพรรค
พปช."...ขณะที่"นายบรรหาร"ก็ยอมที่จะร่วมแถลงเป็นพันธมิตรฝ่าย พปช.
ขณะที่"อดีตขุนศึก"ได้ให้"คนสนิท"พยายามติดต่อผ่านไปยัง"สมัคร
สุนทรเวช"หัวหน้า พปช.เสนอขอให้"นายสมัคร"นั่งควบ รมว.กลาโหม
เพื่อขวางการเข้ามาจัดการขุมกำลังกองทัพของ"พล.อ.เรืองโรจน์"ที่ได้รับ
"สัญญาน"จาก"ผู้ใหญ่"ให้ทำการจัดดุลกำลังกองทัพ
และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการ"รัฐประหาร"ขึ้นอีก ..นอกจากนี้
ยังมีการติดต่อ"คุณหญิงพจมาน"เกี่ยวกับผลคดีต่างๆด้วย.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า พปช.มีความกังวลต่อเกมสกัดการจัดตั้งรัฐบาล
ที่ยังคงมีการเคลื่อนไหวผ่าน"อดีตขุนศึก"และ
"อดีตกลุ่มพันธมิตรฯ"ทั้งกรณีการเชื่อมโยงนายตำรวจที่มีความใกล้ชิดกับ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ซึ่งเกี่ยวพันถึงกรณี VCD"สันติบาล"
ที่"ยงยุทธ"เตรียมให้ผู้เชี่ยวชาญสรุปถึง"ความผิดปกติ"...รวมไปถึงท่าทีของ
"บรรหาร"ที่ยังคงมีการติดต่อกับ"อดีตขุนศึก"โดยแกนนำ พปช.ยังไม่ไว้วางใจ
และเตรียมการป้องกันการต่อรองเก้าอี้ ประธานสภาฯของพรรคชาติไทย
เพราะหวั่นเกรงว่าจะอาจนำไปสู่เหตุการณ์คล้ายกรณี"พล.อ.อ.สมบุญ
ระหงษ์"ที่แต่งชุดขาวรอเก้อ

มือที่มองไม่เห็นชักใย/สมัครผวา๖ต.ค./ไฮทักษิณส่งสัญญานร้าวพปช."เนวิน"/ทักษิณยังไม่กลับรอ๒๐เม.ย.
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวทางการเมือง การทหาร ว่า
ขณะนี้ยังคงมีการเคลื่อนไหวของนายทหารระดับสูงที่มีบทบาทในกระทรวงกลาโหมคน
หนึ่งยศ"พล.อ."ชื่อย่อ"ส."ผู้เคยมีความสัมพันธ์กับ"อดีตขุนศึก"และ"พล
.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"อดีตผบ.ทบ. และ อดีตประธาน
คมช.ในห้วงหลังมีการรัฐประหาร โดย"พลเอก ส."ท่านนี้
มีความพยายามส่ง"สัญญาน"ที่ไม่ปกติของกองทัพ ไปยังรัฐบาล ผ่านการนัดประชุม
แม่ทัพนายกอง ที่กระทรวงกลาโหม เพื่อแสดงความเข้มแข็ง
และมีการกระจายสัญญานเหล่านี้ไปยังเหล่านายทหารหลายส่วน
ทุกวันพุธเว้นพุธ...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวที่ต่อเชื่อมกับการออกมาระบุถึง"มือที่มองไม่เห็น"หนล่าสุด
ของ"สมัคร สุนทรเวช"ว่าสอดรับกับ
รายงานความเคลื่อนไหวของ"อดีตขุนศึก"ที่ไม่พอใจ"ผู้ใหญ่"ที่ต้องการ"ปลด"ตน
ออกจากตำแหน่งสำคัญ
กระทั่งเกิดกระแสข่าวในทาง"ลบ"แต่เพราะตำแหน่งนี้มี"รัฐสภา"คุ้มกันอีกชั้น
ตามรัฐธรรมนูญ
ทำให้สัญญานของ"ผู้ใหญ่"ถูกเมินเฉยจาก"อดีตขุนศึก"..โดยมีรายงานว่า"อดีตขุน
ศึก"ยังคงสั่งให้บรรดา"นายทหาร"ที่ยังคงดูแลกันอยู่
รวมถึงบุคคลในแวดวง"เทคโนแครต"เข้ากดดันไปในหลายส่วน
นับตั้งแต่ช่วงการหาตัว"รัฐมนตรีคนนอก"รวมถึงคณะที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ
ที่มีหลายฝ่ายสนใจเข้าร่วมกับรัฐบาล"สมัคร๑"
แต่ถูกกดดันบีบบังคับจากกลุ่มคนของ"อดีตขุนศึก"..โดยบางรายถูกข่มขู่ใน
เรื่องของคดีความ บางรายถูกข่มขู่ในเรื่องของธุรกิจครอบครัว
และการถือหุ้นในบริษัทต่างๆ (ตามรัฐธรรมนูญ๒๕๕๐ที่ห้ามถือหุ้นฯลฯ)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ที่อาจบานปลายไปสู่ประเด็นการออกมาของทหารตามที่มีความพยายามของ
นายทหารในคณะ คมช.เดิม ผ่าน"พลเอก ส."ที่ทำให้ ๒-๓ วันก่อน
มีการถูกถึงประเด็นความพยายามดึงสถานการณ์ไปสู่"เงื่อนไข"อีกครั้ง
เพื่อทำให้เกิดการ"รัฐประหาร"
แม้ว่าข่าวนี้จะถูกปฏิเสธถึง"ความเป็นไปได้"จากหลายฝ่ายทางการเมืองโดยเฉพาะ
ในพรรคพลังประชาชน(พปช.)แต่กระแสข่าวนี้
กลับมีการต่อเชื่อมผ่านเข้าไปในพรรคประชาธิปัตย์
ในเงื่อนไขการจัดองค์ประกอบทางการเมืองในระยะเดือน มี.ค.-เม.ย.๕๑
ของ"อดีตขุนศึก"โดยมี"สัญญาน"จากคดี"ยุบพรรค"ของพรรค"ชาติไทย-มัชฌิมาธิปไตย
"และ"พปช."ผ่านกลไกที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมบางส่วนของ"อดีตขุนศึก"โดย
ตามแพลน จะทำให้ ปชป.มีเสียงเกินครึ่ง และให้"อภิสิทธิ์"เป็นนายกฯ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีความไม่พอใจภายในพรรคพลังประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของ"เนวิน
ชิดชอบ"ขุนพลอีสาน
ของ"ทักษิณ"ที่ไม่พอใจ"นายกสมัคร"และ"ร.ต.อ.เฉลิม"โดย"สัญญาน"นี้สะท้อนผ่าน
ท่าทีของเวปไซต์"ไฮทักษิณ"ในห้วงหลายวันที่ผ่านมา ต่อกรณีการได้รับตำแหน่ง
มท.๑ ของ"ร.ต.อ.เฉลิม"และ กรณีมีชื่อบุตรชาย
ได้รับตำแหน่งเลขารัฐมนตรีในบางกระทรวง
จนเป็นเหตุให้"สมัคร"ต้องออกมา"ทบทวน"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความไม่พอใจ"สมัคร"ส่วนหนึ่ง
มีความรู้สึกว่า"ไม่ใช่เลือดแท้"เช่นเดียวกับ"ร.ต.อ.เฉลิม"ที่เข้ามาใน
ตำแหน่งสำคัญโดยไม่มีส.ส. ทั้งที่ก่อนหน้านี้
"ร.ต.อ.เฉลิม"จะส่งบุตรชายลงสมัครยังถูกขัดขวาง...ขณะเดียวกันในการเลือก
ตั้งซ่อม และการเลือกตั้งที่ จ.บุรีรัมย์ ปรากฎว่า ยังคงมีอุปสรรค
จากท่าทีของประธาน กกต.รวมถึงเจ้าหน้าที่ กกต.ในพื้นที่
ซึ่งมีการเก็บพยานหลักฐานเหล่านี้ประสานให้"สมัคร"ในฐานะ"หัวหน้าพรรค"และ
นายกฯผู้กุมสภาพอำนาจรัฐจัดการ แต่ได้รับการเพิกเฉยไม่จัดการทำให้
เกิดปัญหาสำหรับการเลือกตั้งทุกระดับในพื้นที่บุรีรัมย์
..ดังนั้นจึงทำให้ท่าทีไม่พอใจ ขยายวง
เพราะบางส่วนก็ไม่พอใจ"สมัคร"อยู่แล้วจากการไม่ยอมรับฟังความเห็น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ปัญหาความขัดแย้ง ในพปช.
กำลังถูกจับตาจากหลายฝ่ายทางการเมืองรวมถึงในกองทัพ
ที่ต้องการแยกสลายขั้วการเมืองในปีก พปช.ที่ก่อนหน้านี้มีรายงาน
หากมีการยุบ "มัชฌิมา-ชท."จะมีส.ส.ส่วนหนึ่งไหลเข้ามาร่วมกับ พปช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าความเคลื่อนไหวในปีกทหาร นั้น
มีความพยายมของ"ผู้ใหญ่"ที่จะเปลี่ยนให้นายทหาร ตท.๑๑
ขึ้นมามีบทบาทในกองทัพ แทน ตท.๑๐ ทั้งนี้เพื่อลดภาพความขัดแย้ง
และสามารถดุลกำลัง ขณะเดียวกันก็สามารถจัดการกับกองทัพได้ในภาพรวมโดยเฉพาะ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวที่ คตส.สัปดาห์ที่แล้ว
ที่มีปฏิกริยาว่าไม่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ และกำลังจะถูกยุบ ว่า
มีความเคลื่อนไหวการสั่งถอนกำลังทหารที่มาดูแล คตส.กลับกรมกอง
จาก"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"ผบ.ทบ.ทำให้ คตส.หลายคนกังวล

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ก่อนหน้านี้สถานการณ์จะบานปลายจน"อดิศร เพียงเกตุ"หรือ"จาตุรนต์
ฉายแสง"คนเดือนตุลา จะออกมา..แกนนำหลายส่วนใน
พปช.พยายามเตือน"สมัคร"ต่อกรณีการให้สัมภาษณ์ CNN ยืนยัน
มีผู้เสียชีวิตเพียง ๑ คนในเหตุการณ์ ๖ ต.ค.๒๕๑๙
ที่ก่อนหน้านี้เคยมีความพยายามขยายผลในเรื่องนี้จาก
หลายส่วนทั้งใน"ทางปิด"และ"ทางเปิด"โดยมีการโยงไปที่แกนนำจากพรรค
"ประชาธิปัตย์"โดยมีการประเมินว่าประเด็นดังกล่าวจะทำให้อายุการเป็น"นายกฯ
"ของ"สมัคร"สั้นลงกว่ากำหนด..โดยได้มีผู้เสนอให้"สมัคร"ใช้เวทีในวันอาทิตย์
หรือเวทีของการแถลงนโยบายรัฐบาล กล่าวขอโทษ
ซึ่งข้อเสนอนี้เกิดขึ้นจากทีม"คนเดือนตุลา"ที่อยู่ในพรรค พปช.
แต่"สมัคร"ไม่ยอม จนพรรคฝ่านค้านนำมาขยายผ่าน"อภิสิทธิ์"และ"ชวน"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าจะยังคงมีการกดดัน"สมัคร"ให้"ขอโทษ"กับการออกมาระบุว่ามีผู้เสียชีวิตใน
เหตุการณ์ ๖ ต.ค.๑๙ เพียง ๑ คน
โดยระแสนี้กดดันเข้ามาในพรรคพลังประชาชนก่อนหน้านี้
ซึ่งหาก"สมัคร"ยอมจะถูก"รุก"ต่อโดยไปสู่กระบวนการชำระประวัติศาสตร์
และถึงที่สุดจะมีผลกระทบต่อไปยัง"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"(ซึ่งเคยช่วยเหลือกลุ่ม
พันธมิตรฯในการไล่ทักษิณและอยู่เบื้องหลังคำสั่งลับการเคลื่อนกำลังคืนวัน
ที่ ๑๙ก.ย.๔๙ ทำการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ)ที่
"อดีตคนเดือนตุลา"ส่วนใหญ่ปักใจเชื่อว่าเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์
ด้วยความเชื่อบางอย่างในการจัดการกับ คอมมิวนิสต์
โดยจัดการกับขบวนการนักศึกษาขณะนั้น
และ"ผู้ใหญ่"รายนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จในการคลี่คลายสถานการณ์"คอมมิวนิสต์
"เวลานั้นจากตนเองมาโดยตลอด..ที่ทำให้สถานการณ์นี้หากมีการรื้อฟื้นขึ้นมา
อาจมีผลกระทบกับข้อเท็จจริงบางประการอันสอดรับกับ
เอกสารหนังสือภาษาอังกฤษของ"อ.ใจ อึ๊งภากรณ์"บุตรชาย"ดร.ป๋วย
อึ๊งภากรณ์"ที่นำเผยแพร่ข้อเท็จจริงและบรรดาผู้อยู่เบื้องหลัง
ซึ่งอาจถูกตีความถึงผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ในประเทศไทย
ที่ทำให้"สมัคร"กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับกรณีนี้
จนต้องประกาศหยุดพูดเรื่องนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณีคดี"ยงยุทธ์ ติยะไพรัช"ประธานสภาฯ
ที่มีรายงานคณะอนุกรรมการชุด"สุวิทย์
ธีรพงศ์"สรุปว่ามีความผิดถึงขั้น"ใบแดง"ว่า
ประมาณต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา(๑๑ก.พ.)มีการส่งผลของอนุกรรมการชุดดังกล่าวให้
กกต.ชุดใหญ่
ซึ่งไม่พบว่ามีข้อสรุปให้"ใบแดง"..ที่ต่อมามีการพูดคุยกันของบรรดาผู้
พิพากษาที่เรียน วปอ.ว่า ยังคงมีแรงกดดันจาก"อดีตขุนศึก"มาที่
กกต.และถึงแม้จะรู้ว่า เมื่อกระบวนการขึ้นสู่การพิสูจน์ในชั้นศาลฎีกา
จะไม่สามารถโยงไปสู่การเอาผิด"ยุบพรรคพปช."ได้"อดีตขุนศึก"ยังไม่ละความ
พยายาม ในการสั่งการให้"สื่อ"ในสังกัด ทำการออกข่าวกดดันการทำงานของ กกต.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่ากรณีดังกล่าวสร้างความอึดอัดให้กับกกต.ที่กังวัลว่าจะถูกฟ้องว่าละเว้น
การตรวจสอบข้อเท็จจริงบางอย่าง เพราะเบื้องหลังของเรื่องนี้แท้จริงแล้ว
มีเพียงกำนัน ๑ คน จากจำนวน ๑๐ คน ที่เป็นคนของ"พลตรี
ส.เสือ"นักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นมีความต้องการเข้าพรรคประชาธิปัตย์
และมีการร่วมมือกับ"ไทกร"ในการเดินเรื่องนี้ อ้างว่ามีการรับเงิน
นอกนั้นไม่มีใคระบุ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของ"ทักษิณ"ในการเดินทางมาที่เขมรและจะพบกับ
"สมัคร"ว่า
เป็นเพียงการปล่อยข่าวเพื่อเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของ"มวลชน"ในหลายส่วน
โดย"ทักษิณ"จะยังคงมีการเคลื่อนอยู่ในประเทศจีน-ฮ่องกง
แต่จะกลับไทยจริงๆหลังวันที่ ๒๐ เม.ย.๕๑ เพราะเชื่อตามที่หมอดูระบุว่า
"ราหู"จะออกจากดวงของเขา ซึ่งจะทำให้เขาปลอดภัย และอาจกลับมาสู่อำนาจได้
แต่ที่ข่าวออกมาเพราะฝ่ายกฎหมายเสนอให้เขากลับมาสู้
หลังมีการแถลงนโยบายเรียบร้อยของ"สมัคร"ทั้งนี้เพื่อไม่ให้สถานการณ์ยืดยาว
โดยเฉพาะหากมีการแยกสำนวนคดีที่ดินรัชดาของทักษิณ-พจมาน ออกจากกัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าขณะนี้ในคตส.มีเสียงแตก ๓ ส่วน
อันมาจากปรากฎการณ์คดี"รถดับเพลิง"ที่คตส.ชุดใหญ่มีการตีกลับสำนวนคดีนี้
ไปที่ อนุกรรมการฯที่มี"นาม ยิ้มแย้ม"เป็นประธาน
โดยไม่เห็นด้วยที่มีการกัน"อภิรักษ์ โกษะโยธิน"ผู้ว่า กทม.ออกจากคดีนี้
เพราะเป็นผู้ที่กำหนดการเปลี่ยนสเป็ค โดยสั่งการผ่าน"คุณหญิงณัฐนนท์
ทวีสิน"อดีตปลัด กทม.ขณะที่สมัครเป็นเพียงผู้เปิด LC โดย
คตส.บางส่วนเกรงว่าอาจจะมีการฟ้องร้องกลับได้หากผลคดีขึ้นสู่ชั้นอัยการ
และศาล
เนื่องจากข้อเท็จจริงบางส่วนอาจเข้าตัวพวกเขาที่มีการเร่งคดีในห้วงก่อนหน้า
นี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
เบื้องหลังท่าทีต่อนโยบายกันสำรอง
๓๐%ที่ติดพ่วงมาจากรัฐบาล"พล.อ.สุรยุทธ์"
ของ"หมอเลี๊ยบ"(รมว.คลัง)และ"สมัคร"ที่ยังไม่มีความชัดเจนต่อการยกเลิก
มาตรการดังกล่าวทั้งที่เคยเป็นหนึ่งในความต้องการของ พปช.ที่จะยกเลิก
..โดยรายงานแจ้งว่า สาเหตุที่ยังเลิกไม่ได้ทั้งที่ไม่เห็นด้วย เพราะ
ในห้วงเวลา ๑
ปีเศษของ"คมช.รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์"ในระหว่างการลดความเข้มของมาตรการ
มีการออกพันธบัตรออกมาหวังพยุง
ซึ่งในที่สุดทำให้มีปัญหาตัวเลขเม็ดเงินที่หายไป ๒.๒ ล้านล้านบาท
ซึ่งหากมีการเลิกมาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อตัวเลขหนี้ดังกล่าว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณีความขัดแย้งในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
กรณีโรงถลุงเหล็กสหวิริยา ว่า มีเบื้องหลังการสกัด
๒ชั้นจาก"ทุนข้ามชาติ"ผ่านอดีตนายกฯคนหนึ่ง
ซึ่งอยู่ฝ่าย"ทุนอนุรักษ์"และเชื่อมกับ"ทุนศักดินา"..โดยใช้เครือข่ายการ
เชื่อมกับ NGO
ทั้งหมดในประเทศไทยที่มีอยู่(และเคยมีผลงานสมัยโรงไฟฟ้าบ่อนอก-หินกรูด)
แสดงปรากฎการณ์ขวางการลงทุน"เมกะโปรเจ็กต์"แสนล้าน ที่รัฐบาล
พปช.ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นในระยะการฟื้นสภาพหลังช่วงรัฐบาลทหาร
..ขณะเดียวกันก็เป็นการเอื้อต่อ"ทุนข้ามชาติ"ที่จะเข้ามาลงทุนโรงถลุงเหล็ก
ในไทย
ทั้งนี้พราะโรงถลุงสหวิริยาจะมีโรงไฟฟ้าที่จะกลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญต่อ
"ทุน๒กลุ่มนี้"..โดยครั้งนี้เป็นการจับมือกันหลายส่วนเพื่อสกัด"ทุนภายใน
"แต่ในทางลึกกลับเป็นการหนุนต่อทุนนอกประเทศ
ที่เชื่อมโยงผ่านอดีตนายกฯรายนี้

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:49 am

ทักษิณผวา/ลอบสังหาร/ปม๒๐๐ท.ป่าหวายหาย/ฟื้นพันธมิตร/รถถังบุก/ใบแดงยงยุทธ์/"อดีตขุนศึก"เหี้ยม
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร
กรณีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยของ"พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร"(๒๘ก.พ.๕๑)ว่าอาจมีความพลิกผันเปลี่ยนแปลงกำหนดการและสถานที่
จากผลกระทบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจาก"สัญญาน"ที่ถูกส่งผ่านโดยเจตนาหลาย
เหตุการณ์
จาก"ฝ่ายปฏิปักษ์"โดยเฉพาะ"อดีตขุนศึก"ที่ก่อนหน้านี้ยังคงมีความเคลื่อนไหว
ลับๆผ่านบรรดา"นายทหาร"ที่ใกล้ชิด อย่างต่อเนื่อง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
สาเหตุสำคัญที่ทำให้"ทักษิณ"ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนดเดิมที่
ตั้งไว้ตามที่หมอดูที่ไว้ใจ ทำนายคือหลัง ๒๐ เม.ย.๕๑ มาเป็น ๒๘ ก.พ.๕๑
เป็นเพราะได้รับการขอร้องจาก"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งที่ต้องการให้กลับมาช่วยรับ
มือกับสถานการณ์การณ์"ตีโต้"ของฝ่าย"อดีตขุนศึก"ที่ยังคงไม่ยอมหยุดความ
เคลื่อนไหว ตามที่มการปรามจาก"ผู้ใหญ่"อีกท่านก่อนหน้านี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า จุดพลิกผันหลายประการของสถานการณ์ในสัปดาห์นี้
ในลักษณะ"สัญญาน"การ"สู้"ของ"อดีตขุนศึก"ผ่าน"เครื่องมือ"(บุคคล-องค์กร
ต่างๆ)ที่เคยใช้ในห้วงก่อนและหลัง ๑๙ ก.ย.๔๙ (รัฐประหาร)คือ
การพบปะกันในกลุ่มคนผู้อยู่เบื้องหลังการโค่นอำนาจ"ทักษิณ"ประกอบด้วย
"ผู้ใหญ่"อีกท่านหนึ่ง กับญาติสนิท (ที่เคยถูกระบุว่าให้การช่วยเหลือ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ในม็อบพันธมิตรปี๔๘
และรวมถึงเป็น"ตัวแปร"สำคัญที่ทำให้มีความพลิกผันบางประการในระหว่างคืนวัน
ยึดอำนาจในส่วนของกองทัพ), ...อดีตขุนศึก,นายทหารใหญ่ใน คมช.และ บุคคลใน
คณะ กกต.หลายท่าน เมื่อวันมาฆบูชา(๒๑ก.พ.๕๑) ที่วัดชนะสงคราม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้"ทักษิณ"ได้รับการร้องขอจาก"ผู้ใหญ่"ให้กลับมาโดยเร็ว
ก่อนกำหนดนั้น เกี่ยวข้องกับปัจจัยความเป็นไปในกองทัพ
ในห้วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้กับการโยกย้ายนายทหาร
ภายใต้กฎเกณฑ์ตามกฎหมายหมายใหม่ ซึ่งให้อำนาจกับ ๘ อรหันต์ ในการพิจารณา
ที่มีการทำไว้โดย คมช.ยุค"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ประธาน คมช.
ภายใต้การสนับสนุนจากทั้งภายใน ครม.และสนช.ในห้วง ๑ ปีของรัฐบาล คมช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ภายใต้ดุลกำลังในกองทัพ แม้ว่า"ผู้ใหญ่"จะเข้ามาจัดการโดยตรง
ผ่าน"พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"ผบ.ทบ.ที่ดูเหมือนจะกุมสภาพได้ในทุกส่วน
แต่ก็ยังไม่ถือว่าทั้งหมด โดยเฉพาะยังมีบางส่วนที่
ในทางแฝงขึ้นตรงต่ออำนาจของ"อดีตขุนศึก"ผ่าน
กองกำลังเดิมของ"พล.อ.สนธิ"ที่รับรู้ว่าจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
ทำให้ กองกำลังส่วนนี้ ยังคงมีการติดต่อเชื่อมโยงกับ"อำนานแฝง"นอกกองทัพ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ที่เป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งทำให้"ทักษิณ"ไม่ไว้วางใจจะเดินทางกลับประเทศ
คือเรื่องความปลอดภัย(มีความพยายามใช้สงครามจิตวิทยาปล่อยข่าว
การตั้งทีมลอบสังหาร
ทักษิณทั้งก่อนและหลังรัฐบาล"พล.อ.สุรยุทธ์")
ที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจะวางใจได้
หลังจากที่"รัฐบาลสมัคร"ปรับสภาพในการเข้ามาบริหารประเทศ
ได้ในระดับที่ได้รับการยอมรับ
และมีการเข้าไปจัดการในทุกปริมณฑลของ"อำนาจแฝง"ที่ซ่อนเร้นในแต่ละกรมกองภาย
ในกองทัพ ที่
การออกมาประกาศเป็น"นโยบายไม่ให้ทหารยุ่งการเมือง"ของ"พล.อ.อนุพงศ์"ก็เป็น
ส่วนหนึ่งของการ"เข้าจัดการ"ในที่จังหวะเหมาะสม
ด้วยการ"ดึง"ทหารออกมาจาก"วงในความขัดแย้ง"ทางการเมือง
ภายหลังสถานการณ์การเมืองเข้าสู่"รูปแบบ"รัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง
ของประชาชน จริงๆ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า เหตุผลสำคัญในเรื่อง"ความปลอดภัย"ถูกเชื่อมโยงเข้ากับ
ปรากฎการณ์ในห้วงที่"พล.อ.สนธิ"ปฏิบัติการยึดอำนาจ(๑๙ก.ย.๔๙)
และมีการส่งกำลังทหารทีฝึกฝนเป็นอย่างดี จาก"หน่วยรบพิเศษ"ป่าหวาย ๓๕๐ นาย
เข้าไปทำงาน"บางอย่าง"
และรวมถึงเพื่อดูแล"อดีตขุนศึก"โดยแฝงตัวอยู่ภายในบ้านพิษณุโลก
...ที่ปรากฎว่าเมื่อ"พล.อ.อนุพงศ์"ขึ้นมาเป็น
ผบ.ทบ.และมีนโยบายเรียกทหารกลับเข้ากรมกอง ในจำนวนนายทหารกลุ่มนี้
มีการเข้ารายงานตัวเพียง ๑๐๐ กว่าคน ที่เหลือ ๒๐๐ กว่านาย
ไม่สามารถติดต่อได้
จนต่อมาได้มีการแทงออกจากรายชื่อในการที่จะได้รับค่าตอบแทนเงินเดือน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"ผู้ใหญ่"มีความกังวลต่อ"กองกำลัง"ดังกล่าว
ที่ภายหลัง"หน่วยข่าวทหาร"รายงานผ่าน"พล.อ.อนุพงศ์"ให้ทราบว่า กองกำลัง
กลุ่มนี้
อยู่ภายใต้การดูแลของ"อดีตขุนศึก"เพื่อไว้ใช้ในปฎิบัติการบางประการ
โดยเฉพาะมีการเชื่อมโยงมาสู่การลอบทำร้ายบุคคลสำคัญไม่เว้นแม้แต่"ผู้ใหญ่
"ที่เคยถูก"อดีตขุนศึก"รายนี้"หมายชีวิต"มาแล้วในระหว่างที่ คมช.มีอำนาจ
และ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ ถูกสกัดทุกวิถีทางในการเดินทางเข้าประเทศ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การสะสมกำลังลับ ที่มีศักยภาพการรบนอกแบบสูง
ของ"อดีตขุนศึก"ทำให้"ผู้ใหญ่"ไม่พอใจ
และเป็นที่มาของการ"ตีโต้"อย่างดุดัน ในความพยายาม"จัดการ"กับ"อดีต
ขุนศึก"ให้หลุดจาก"อำนาจ"เช่นกัน จนห้วงนั้นเกิดกระแสข่าวลือมากมาย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าเหตุผลสำคัญอีกประการของสถานการณ์ต่างๆในห้วงสัปดาห์นี้
คือ"ผู้ใหญ่"อีกท่าน ได้ส่ง"สัญญาน"ให้"ผู้ใหญ่"ท่านนี้
สามารถจัดการกับเรื่องราวความวุ่นวายของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นจาก"อดีตขุนศึก
"และ"ผู้ใหญ่"อีกท่าน รวมถึงญาติ และบรรดาบุคคลในขบวนการที่รวมไปถึง แกนนำ
ในกลุ่มพันธมิตรฯ หลังวันที่ ๕ เม.ย.๕๐

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ปรากฎการณ์ตั้งแต่การออกมาเพื่อฟื้นสภาพของ"พันธมิตร"ทั้งที่หลายคนในกลุ่ม
ยอมรับว่า"ยังไม่ได้จังหวะ"
มีปัจจัย"ตัวแปร"จากการส่ง"สัญญาน"ตรงของ"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง(ที่อยู่เบื้อง
หลัง ๑๙.ก.ย.๔๙)ถึงบรรดาแกนนำพันธมิตร โดยเฉพาะ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"และ"พล.ต.จำลอง
ศรีเมือง"(ที่ก่อนหน้านี้มี"สัญญาน"จากคำพิพากษาให้จำคุกโดยไม่รอลงอาญา ๓
ปี จากคดี"หมิ่นประมาท พ.ต.ท.ทักษิณ"ที่ มีการระบุว่าเหตุการณ์ความวุนวาย
ปี๔๘ ส่วนหนึ่งมาจากการให้ข้อมูลบิดเบือน อ้างเบื้องสูงของ"สนธิ"
ซึ่ง"จิ๊กซอร์"นี้ได้ถูกต่อเชื่อมกับ"คำอ้าง"ในการ"รัฐประหาร"ของ"พล.อ.สนธิ
"และคณะ คปค.,ขณะที่กรณีของ"พล.ต.จำลอง นั้น มีบางกรณีจากบาดแผลในอดีต
ที่ถูกระบุว่าจะมีการรื้อฟื้นกลับมา
โดยเฉพาะเบื้องหลังการเข้าสู่การเป็นนักเรียนนายร้อยจปร.(รุ่น๗)ที่อาจมี
ปัญหาในเรื่อง"สัญชาติ"ของพล.ต.จำลอง
ที่มี"พล.อ.เปรม"ให้การช่วยเหลือและถือเป็นบุญคุณมาโดยตลอด)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ปรากฎการณ์กรณี"ใบแดง"ยงยุทธ์"ในสัดส่วน ๓ : ๑ : ๑ ของ กกต.นั้น
มีส่วนสำคัญมาจากคืนวันที่ ๒๑ ก.พ.๕๑ ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเชื่อมกับ"
ความสัมพันธ์"ในฐานะ"เพื่อนอัยการเก่า"ระหว่าง กกต.ท่านหนึ่ง
กับตัวละครอีกรายอย่าง "นายส.เสือ"มือกฎหมายคนสำคัญ
ของแกนนำพรรคฝ่ายค้านท่านหนึ่ง ที่ถูกระบุว่าจากสายข่าวว่า
อยู่เบื้องหลังการต่อเชื่อมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามที่
"ยงยุทธ์"แถลง(๒๖ก.พ.๕๑)ซึ่งมีการพูดถึงนายทหารและนายตำรวจ ๒ พี่น้อง
"พล.ต.อ.สมคิด บุญถนอม"และ"พล.อ.สมเจตน์
บุญถนอม"ที่มีบทบาทในคดีของ"ยงยุทธ์"หลายคดี ทั้งนี้โดยมีการต่อเชื่อมกับ
"นักการเมืองใหญ่"ที่ปัจจุบันเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พปช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณี ความเคลื่อนไหวของทหาร โดยการเคลื่อนย้ายกำลังยุทโธปกรณ์(รถถัง
๒๐คันทางรถไฟ)
ในห้วงวัน(๒๖ก.พ.๕๑)โดยมีผู้พบเห็นขณะกำลังมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ
บริเวณ
จุดตัดของเส้นทางรถไฟ กับ ถนนสายท่าเรือ – ภาชี ใกล้สถานีรถไฟบ้านปากแรด
ต.หนองขนาก ในเขต ต. อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่ง "พ.อ.ธนาธิป
สว่างแสง"โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) อ้าง
การเคลื่อนย้ายรถถังครั้งนี้เป็นการเคลื่อนย้ายเพื่อตรวจสภาพ
ตามนโยบายสับเปลี่ยนตามแผนการสับเปลี่ยนกำลังพล ขณะที่ "พ.อ.วัชระ
สัตยวงศ์ทิพย์" ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรี ปฏิเสธ
ว่ารถถังดังกล่าวไม่ได้มาจากจังหวัดทหารบกสระบุรี
ถึงแม้ว่าเส้นทางรถไฟจะอยู่ใกล้กับ จ.สระบุรี นั้น ...มีความเชื่อมโยงกับ
ความเคลื่อนไหวในคืนวันที่ ๒๑ ก.พ.เช่นกัน
และยังมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของกองกำลังทหารป่าหวาย
๒๐๐กว่านายที่หายไป ที่มีรายงานว่าอยู่ในการดูแลของ"อดีตขุนศึก"ที่โคราช
เพราะขบวนรถดังกล่าวเคลื่อนมาจากจังหวัดในภาคอีสาน
ขณะที่ตลอดคืนของวันเดียวกัน มีรายงาน ว่า
นายทหารที่ใกล้ชิดกับ"อดีตขุนศึก"มีการพูดคุยโทรศัพท์สั่งการ
ประสานงานตลอดเวลาด้วย ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มีการตั้งข้อสังเกต การเคลื่อนยุทโธปกรณ์ครั้งนี้
ว่า"ไม่ปกติ"เพราะเกิดขึ้นระหว่างการไม่อยู่ของ"พล.อ.อนุพงศ์"ที่เดินทางไป
เยือนกัมพูชาในเช้าวันเดียวกัน ซึ่งปรากฎการณ์เหล่านี้
มีการวิเคราะห์ในหมู่นายทหารว่า มีความเชื่อมโยงกันทั้ง ๓
ปรากฎการณ์(พันธมิตร-ใบแดงยงยุทธ์-เคลื่อนรถถัง) โดยมีโฟกัสที่
การเดินทางกลับของ"ทักษิณ"ในวันที่ ๒๘ ก.พ. โดยเฉพาะรายงานต่อมาที่ระบุว่า
"พล.อ.อนุพงศ์"เองก็ไม่เห็นด้วยกับ
คำสั่งแทรกเข้ามาในกองทัพ(แม้แต่กรณีนี้)ของ"อำนาจแฝง"ผ่าน"อดีตขุนศึก"
ที่สายข่าว รายงานว่า
มีเป้าประสงค์บางประการในการส่ง"สัญญาน"ให้เกิดความลังเล
ในการเดินทางกลับของ"ทักษิณ"..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า "สัญญาน"การแทรกซ้อนในกองทัพจาก"อดีตขุนศึก"ดังกล่าว ทำให้
หลายกลุ่มที่คิดจะเคลื่อนไหวออกมาสกัดตอบโต้"พันธมิตร"รวมถึงการแสดงท่าที
ต่อหลายกรณีขององค์กรที่ถูกระบุว่ายังเป็น"เครื่องมือ"ให้กับ"อดีตขุนศึก"
ไม่แสดงท่าที
โดยเฉพาะในส่วนของ"กลุ่มคนวันเสาร์"ที่มีรายงานจะนำพวงหรีดไปวางที่หน้า
กกต.แต่เมื่อได้รับคำเตือนว่า อาจเข้าเกมของ"อดีตขุนศึก"ในการลากเกมไปสู่
ความวุ่นวาย และการออกมาของทหารอีกส่วนหนึ่ง
ที่อาจส่งผลกระทบกับ"ทักษิณ"ในระยะยาว ทำให้
กลุ่มเหล่านี้ระงับการแสดงออก..



"อดีตขุนศึก"ไม่หยุด/ตท.๑๑ขัดตท.๑๒/สัญญานนองเลือดพันธมิตรหลังสงกรานต์/ทหารตรึงกรุง/ผวาโจรใต้บุก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร กรณีสัญญาน"ความขัดแย้ง
"จากประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.237,309
ความเคลื่อนไหวของ"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"และเครือข่ายNGOกระทรวง
สาธารณสุข..ที่กระจายไปสู่การสร้าง"เงื่อนไข"ให้มีทิศทางเดียวกันคือการเข้า
จัดการกับ"พรรคพลังประชาชน"และ"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"อดีตนายกฯ
..โดยมีผู้ร่วมเข้าดำเนินการเป็น"กลุ่มเดิม"ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหว
ขับไล่"ทักษิณ"ในห้วงปี ๒๕๔๘
ที่นำโดยญาติใกล้ชิดของ"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่ง..หลังจากที่มีความเคลื่อนไหวของ
กลุ่มนี้ในการ่วมกันหารือที่วัดชนะสงคราม
และมีการเดินสายทำพิธีตามความเชื่อในหลายพื้นที่

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณีการกลับคืนสู่ตำแหน่ง"องคมนตรี"ของ"พล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์"อดีตนายกฯ(พ.ศ.2549-50)พร้อมมีกับชื่อของ"ศุภชัย
ภู่งาม"(อดีตประธานศาลฎีกา)และ"ชาญชัย
ลิขิตจิตถะ"(อดีตประธานศาลฎีกา)...โดยมีการลงนามรับสนองพระบรมราชโองการโดย
"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์"ประธานองคมนตรี(9เม.ย.2551)
มีความต่อเชื่อมกับสถานการณ์ที่ผ่านมาโดยเฉพาะ"นายชาญชัย"เป็นผู้มี"บทบาท
สำคัญ"ในการผลักดันแนวทาง"ตุลาการภิวัฒน์"ร่วมกับ"นายจรัล
ภักดีธนากุล"ปลัดกระทรวงยุติธรรม..ในการเดินหน้าบทบาทของ"ศาล"เข้าจัดการกับ
ฝ่ายการเมือง
แต่ที่สุดก็มีการ"เร่งเร้าสถานการณ์"โดยรีบเข้าจัดการกับ"รัฐบาลทักษิณ"ผ่าน
การเคลื่อนไหวของ"พันธมิตร"และ"พล.อ.สนธิ
บุญยรัตกลิน"(ที่ในระยะหนึ่งนอกจาก"พล.อ.สพรั่ง
กัลยาณมิตร"แล้วยังมีผู้พบเห็น"พล.อ.สนธิ"พบกับ"สนธิ ลิ้มทองกุล"ที่
สำนักงานของเขาย่านท่าพระอาทิตย์ด้วย )ผบ.ทบ.ขณะนั้น
ที่ทำการ"รัฐประหาร"ยึดอำนาจ"ทักษิณ"(๑๙ก.ย.๔๙)ก่อนวันชุมนุมใหญ่ของ
"พันธมิตร(๒๐ก.ย.๔๙)โดยอ้างการข่าวกรองทหาร-สันติบาล ที่รายงาน
จะมีการจัดม็อบชนม็อบก่อเป็นสถานการณ์"นองเลือด-จราจล"ระหว่างประชาชน ๒
ฝ่าย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
มีการเคลื่อนตัวของญาติของ"ผู้ใหญ่"ท่านที่เคยสนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อ
ประชาธิปไตย กระทั่งสนับสนุนนายทหารในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)
รวมถึงฝ่าย"ขุนศึก"ที่เร่งเร้าสถานการณ์ความขัดแย้งเพื่อดึงรัฐบาล"สมัคร
"และพรรคร่วมรัฐบาล เข้าสู่"กับดัก"การแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้
ที่มีการวางยาเข้าไป"ภายใน"ของพรรคพลังประชาชน
โดยเฉพาะมี"ตัวเชื่อม"ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปยัง"ทักษิณ"และ"คุณหญิง
พจมาน" ทำให้เกิดความขัดแย้ง
โดยเฉพาะมีการให้ข่าว"วงใน"อ้างคำพูดจากคนใกล้ชิดของ"ทักษิณ"ที่พูดถึง
"สมัคร"ทำนอง"เริ่มพูดไม่ฟัง"
ที่ทำให้มีการ"กระจาย"ต่อไปเป็นความขัดแย้งระหว่างอดีตนายกฯ"ทักษิณ"ผู้เป็น
อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กับ"นายกสมัคร"หัวหน้าพรรคพลังประชาชน
ทั้งนี้เพราะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบ"โฟกัส"ทั้งที่ประเด็นการแก้ไขรัฐ
ธรรมนูญ เคยมีกระบวนการขับเคลื่อน"ร่วมกัน"ของ
นปก.กับพปช.โดยการ"ชูธง"สกัดขัดขวางรัฐธรรมนูญ๕๐ที่ได้มาโดย"คมช."

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความขัดแย้ง ใน พปช.นับแต่การออกมาของ"ร.ท.กุเทพ
ใสกระจ่าง"โฆษกฯและบรรดาสมาชิกหลายส่วนที่เดินเกมการเมืองกล่าวตำหนิ"นาย
สมัคร" เพื่อ"ส่งสัญญาน"ความไม่พอใจ ได้ส่งผลกระทบทำให้เสียรูปขบวน
จากประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ
และทำให้"พันธมิตร"นำไป"ขยายผล"การเคลื่อน"มวลชน"ที่จัดตั้ง
เพื่อจุดชนวนไปสู่การดึงดูด"มวลชน"เข้ารวมศูนย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พร้อมๆกับจุดประเด็น"นองเลือด"ที่จะเกิดขึ้นตามคำทำนายของ"หมอวารินทร์"โหร
คมช. จนมีการให้"จตุพร
พรหมพันธ์"ออกมา"ส่งสัญญาน"การแก้ไขรัฐธรรมนูญ"ทั้งฉบับ"จากฝั่งของ
นปก.ที่อยู่ใน
พปช.ที่นำเสนอความคิดเหล่านี้ส่งผ่านไปยัง"คุณหญิงพจมาน"เพื่อกลับไปสู่รัฐ
ธรรมนูญที่มาโดยกระบวนการถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย
โดยไม่ยึดติดเงื่อนไขของ"เวลา"และเงื่อนไขรายจำเพาะมาตรา(ทั้งที่ประเด็น
หลักแล้ว ๒ แนวทางไม่แตกต่างทั้งเงื่อนเวลาและเนื้อหา)ที่เป็นไปตามแนวของ
พปช.ห้วงที่"จาตุรนต์ ฉายแสง"ร่วมเคลื่อนไหว..ทั้งนี้เพื่อสกัดเกมของฝ่าย
ขุนศึก-คมช.-พันธมิตร ที่ใช้สื่อกระแสหลัก มุ่งโจมตี ๒ มิติประเด็น คือ
๑.การแก้ไขมาตรา ๒๓๗ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคพลังประชาชน
ในการหนีตาย"ยุบพรรค พปช.ที่กำลังเป็นคดีในกรณีใบแดง"ยงยุทธ ติยะไพรัช
"(ที่กรณีนี้มีการส่งสัญญาานผ่านมติ กกต.ให้ ยุบพรรคชาติไทย-มัชฌิมาฯแล้ว)
๒.การแก้ไข ม.๓๐๙ เพื่อผลประโยชน์"ทักษิณ"ในการให้
การดำเนินการตรวจสอบเอาผิดที่ทำโดย
คตส.เป็นโมฆะ..และพ่วงท้ายในมาตราเดียวกัน(๓๐๙)เพื่อให้เกิด"แนวร่วม"คือ..
เจตนาการ"เช็คบิล"เอาคืน คมช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
หลังความพยามแก้เกม
และมีการพูดคุยกันจนเป็นที่เข้าใจระหว่าง"สมัคร"โดยการเชื่อมของสาย"คุณหญิง
พจมาน"ทำให้มีการป่อนท่าทีของพลพรรคพลังประชาชนโดย"ร.ท.กุเทพ"ยอมที่จะเข้า
"ขอโทษ""นายสมัคร" และ พรรคพลังประชาชน (พปช.)เริ่มรวมตัวกันสู้
หลังแน่ชัดว่า อีกฝ่ายที่นำโดย"ผู้ใหญ่"อีกท่านกับญาติ
และ"อดีตขุนศึก"ไม่หยุด
และส่งสัญญานแรงมากขึ้นเรื่อยๆผ่าน"ความขัดแย้ง"ทั้งภายในกองทัพและในพรรค
ร่วมรัฐบาลที่พยายามดึง"พรรคเพื่อแผ่นดิน"กลับสู่ท่าที"คลุมเครือ"เช่นก่อน
การรวมพรรคร่วมรัฐบาล...ขณะที่มีความพยายามเจรจาระหว่างกันกับ"พรรคมัชฌิมา
"และ"พรรคชาติไทย"ในระดับ"ประสานงาน"แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ
จนเป็นที่มาที่บุตรชาย"นายบรรหาร
ศิลปอาชา"พูดกับคนใกล้ชิดก่อนหน้าผลคำตัดสิน กกต.ให้ยุบพรรคชาติไทย
ทำนองรู้ชะตากรรม เพาะเหตุผล ว่า
ระหว่าง"ป๋า"กับ"บรรหาร"ไม่ได้คุยกันนานแล้ว..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า "พล.อ.เปรม"ส่งสัญญานไม่พอใจนักการเมือง
อย่างเด่นชัดในห้วงวันสงกรานต์กับปรากฎการณ์การเปิดบ้านให้นายทหารเข้ารดน้ำ
อวยพรที่บ้านสี่เสาเทเวศน์และปฏิเสธที่จะให้นักการเมืองเข้าบ้าน
หลังมีหนังสือ"ลับลวงพราง"(เขียนโดย วาสนา นาน่วม-ผสข.สายทหาร
บางกอกโพสต์)ที่เท่ากับเปิดหน้า"ตัวละคร"ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ
คมช.ในการเคลื่อนไหวนำไปสู่การรัฐประหาร"ทักษิณ"(๑๙ก.ย.๔๙)..ที่ยิ่ง"ร.ต.อ
.เฉลิม อยู่บำรุง"รมว.มหาดไทย
ตอกย้ำประเด็นที่จะรับในการนำข้าราชการเข้าอวยพร..จนเป็นที่มาของข่าวการ
ปฏิเสธจากบ้านสี่เสาฯก็ยิ่งทำให้"สัญญาน"นี้ชัดเจน..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สาเหตุที่นำไปสู่"สัญญานเร้า"จากฝ่าย"อดีตขุนศึก"ในการเดินหน้าเข้าจัดการ
กับ"รัฐบาลสมัคร"พรรคพลังประชาชน
และ"ทักษิณ"เกิดจากการเข้ารุกพื้นที่ของ"อำนาจเก่า"โดย"รัฐบาลสมัคร"โดย
รัฐมนตรีสายพรรคไทยรักไทยเดิม
เช่นการรุกเข้าไปจัดการกับอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
และจัดการกุมสภาพ"สื่อรัฐ"ในส่วนของทีวี"ช่อง๑๑"และการส่งสัญญานจัดการกับ
"วสันต์ ภัยหลีกลี้"แห่ง อส.มท.ที่ถูกระบุเป็นคนของ"พันธมิตร"เครือ
ผู้จัดการ ที่เข้ามาในห้วงรัฐบาล"คมช." ...การเดินหน้าปะทะกับ"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"เลขา
ปชป.โดย"ร.ต.อ.เฉลิม"กรณีที่ดิน"ศรีสุบรรณฟาร์ม",กรณีให้ดีเอสไอ.รื้อคดี
เพชรซาอุฯขึ้นมาสางใหม่...กรณีโยกย้ายข้าราชการ
กรณีย้าย"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์
เตมียาเวส"..กรณีการโยกย้ายนายทหารระดับคุมกำลัง
และย่อยละเอียดลงไปถึงระดับกองร้อย
ในอีกหลายละลอกแบบเขย่ากำลังเดิมของ"พล.อ.สนธิ"ทั้งที่อยู่ในกองทัพ และ
ที่ฝั่งตัวใน
กอ.รมน.จนกำลังทำให้สถานการณ์ภาคใต้บานปลายหลังมีการพบว่ามี"ข้าราชการส่วน
ภูมิภาคระดับสูง"ในสามจังหวัดเป็น"สาย"ให้กับฝ่ายก่อการ(ที่ภายหลัง"สมัคร
"ให้"พล.อ.อนุพงศ์"เข้าคุมในฐานะ
ผอ.กอ.รมน.อีกชั้น)กระทั่งมีการเคลื่อนไหวของทหารหลายส่วนในห้วง ๒
เดือนที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของ ร.๑๑
และในส่วนของการเคลื่อนยุทโธปรกรณ์มาจากจังหวัดรอบกรุงฯหลายครั้งเพื่อแสดง
กำลังของฝ่ายที่ไม่พอใจ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถาการณ์"ตีโต้"ที่นำไปสู่การปะทะกันของ ๒ ฝ่าย
ที่มี"ผู้ใหญ่"หนุนทั้ง๒ข้าง
ทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่"ไม่สมควร"เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งที่ จ.สุโขทัย
และ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้
เป็นผลจาก"ความขัดแย้ง"ที่มีผู้ให้ข้อมูลว่า
สถานการณ์ทั้งหมดเป็นเพราะ"ชนชั้นบน"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่ามีความพยายามสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในห้วงหลังวันสงกรานต์
โดยเชื่อมโยงกับสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
และทำให้มีลักษณะเหมือนสถานการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น ๙ จุดในกรุงเทพมหานคร
โดยสายข่าว ๒ สาย รายงานตรงกันว่า
มีการกำหนดวันในการสร้างสถานการณ์แบบเดียวกันในวันที่ ๑๔-๑๕
เม.ย.โดยมุ่งสถานที่ที่มีประชาชนจำนวนมาก โดยไม่เน้นที่กรุงเทพฯแห่งเดียว
ขณะที่อีกสายระบุ มุ่งสถานที่สำคัญทางทหาร โดยรายงานอีกชิ้นระบุ
ในระหว่างช่วงวันหยุดจะมีการ"เจรจา"ระดับสำคัญของ"คู่ขัดแย้ง"ซึ่งผลที่ออก
มาหากเป็นไปในทางไม่สามารถตกลงกันได้ จะแสดงผลในวันที่ ๑๗ หรือ ๑๘
เม.ย.ผ่านเหตุการณ์บางอย่างแบบเดียวกับปลายเดือนธันวาคม ๒๕๔๙ ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า รายงานนี้สอดรับกับข่าววงในบรรดานายแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่ ๓
จังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่ระบุถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติคล้ายการเตรียมการก่อสร้างสถานการณ์ใหญ่
ในอดีต..นั่นคือการระดมกำลัง..และมีการสั่งซ้อ"ยาแก้ไอ"เป็นจำนวนมากจากตาม
โรงพยาบาลของบรรดาวัยรุ่น
ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้(๑๐เม.ย.)มีรายงานผู้พบเห็นการเคลื่อนไหวกำลังรวมถึง
ยุทโธปกรณ์จากทางด้านสระบุรีช่วงกลางวัน
และช่วงค่ำวันเดียวกันจากกาญจนบุรี โดยมีรายงานถึงความขัดแย้งระหว่าง
ตท.๑๑ และ ตท.๑๒ ที่ทำให้มีการแสดงกำลัง
แต่ก็มีคำขู่จาก"พล.อ.อนุพงศ์"ว่าจะเอาจริงอย่างเด็ดขาดกับ"ทหาร"ที่คิด
สร้างสถานการณ์ ทำให้ยังมีการดูเชิง
พร้อมๆกับความพยายามดึงทหารในระดับบัญชาการเข้าไปพบ"ผู้ใหญ่"อีกท่านโดย
"ญาติใกล้ชิด"เป็นผู้ดำเนินการ
กระทั่งเป็นที่มาของข่าวการพยายามดึง"สมัคร"ให้เข้าพวกเป็นฝ่าย"ปฎิปักษ์
"กับ"ทักษิณ"และ"ผู้ใหญ่"ก่อนหน้านี้ด้วย.

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:50 am

"ผู้ใหญ่"เครียด/กล่อมอนุพงศ์/เกมบีบผบ.ตร./พันธมิตรลุย/ดีเดย์6มิ.ย./ผวาจราจล/สู่ปฏิวัติ
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร กรณี การเคลื่อนตัวก่อม็อบของ
"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"(๒๕พ.ค.๕๑)โดยชูประเด็น
การคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลสมัคร เดินใน ๒ ทิศทาง คือ
๑.การทำประชามติ กับ ๒.ส.ส.-สว.เข้าชื่อ เสนอญัตติต่อรัฐสภา โดย"ชัย
ชิดชอบ"ประธานรัฐสภา เป็นผู้ยืนยันให้กระบวนการนี้ดำเนินไปแม้ว่า
"สมัคร"จะส่งสัญญาน ให้มีการทำประชามติ
เพื่อหักกลบลบกระแสการสร้างเงื่อนไขของสถานการณ์แล้วก็ตาม..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์การเคลื่อนตัวของม็อบพันธมิตร
มาจาก"สัญญานไม่สู้ดี"บางอย่างที่ถูกส่งออกมาจาก"ผู้ใหญ่"ที่มีการเปลี่ยน
ท่าทีต่อ"ผู้ใหญ่"ที่เคยให้การสนับสนุน กลุ่ม นปก. โดยท่าทีเหล่านี้
ต่อเนื่องมาจากห้วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนจาก"พล.ท.ประยุทธ จันทร์โอชา"มทภ.๑
ในการสั่งตรวจสอบรายละเอียดฐานข้อมูลของ
สมาชิกพรรคพลังประชาชน(พปช.)...ขณะที่ก็มีความเคลื่อนไหวของ"พ.ต.ท.ทักษิณ
ชิณวัตร"อดีตนายกฯต่อการหยั่งเช็คกำลังมวลชนที่ยังคงให้การสนับสนุน..
เช่น
เดียวกับ ความเคลื่อนไหวของ"นักการเมืองใหญ่"ฝ่ายค้าน ทางภาคใต้
ที่มีการระดมกำลังมวลชน ผ่านหัวคะแนน และสื่อวิทยุชุมชน
ที่ให้การสนับสนุนสถานีละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในการโจมตีรัฐบาลสมัคร
ไปทั่วพื้นที่ภาคใต้ ภายใต้คำขวัญที่กระจายไปพร้อมสติ๊กเกอร์ว่า
"เอาทักษิณออกไป
เอาประเทศไทยคืนมา"..ขณะเดียวกันทางด้านความเคลื่อนไหวในอินเตอร์เน็ต
"ผู้ใหญ่"ท่านที่เคยสนับสนุนม็อบนปก.ขับไล่ คมช. ได้ให้
"กลุ่มคนวันเสาร์"ปฏิบัติการปูพรมในพื้นที่อินเตอร์เน็ตถล่มข้อมูลทางลบของ
"อดีตขุนศึก"อย่างหนักหน่วง..พร้อมๆกับคำประกาศกร้าวว่า"อดีตขุนศึก"ไม่
สามารถอยู่ร่วมกันได้...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นที่มาของการเคลื่อนตัวภายในกองทัพ
โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวในลักษณะการ"เช็คกำลัง"ภายใต้กระแสข่าวการปฏิวัติรัฐ
ประหาร ที่อาจจะเกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2551 จนถึงต้นเดือน
พฤษภาคม 2551 ซึ่งปรากฎว่ามีข้อสรุปจากฝ่ายเกี่ยวข้องว่า
ด้วยสภาพกำลังในกองทัพปัจจุบัน จะไม่มีใครสามารถทำการรัฐประหารได้
เพราะกำลังส่วนใหญ่ขึ้นตรงกับ "พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา"ผบ.ทบ.
ซึ่งเป็นที่มาของข่าวการ"ผู้ใหญ่"อีกท่านหนึ่งพยายามเรียก
"พล.อ.อนุพงศ์"เข้าพบ
เพื่อเกลี้ยกล่อม หลังจากนั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์ในห้วงต้นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน
เริ่มส่ง"สัญญาน"ความพลิกผัน
โดย"ผู้ใหญ่"ได้มีการพูดคุยกับ"อดีตขุนศึก"ว่าให้อดทน
และหากเข้าพบอีกครั้งให้เอา"อวัยวะ"ของคนบางคนมาให้ด้วย..เพราะ
ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า ยังคงมีการเคลื่อนไหวของ "คนบางคน"
ที่ทำให้สถานการณ์อาจบานปลายถึง"ผู้ใหญ่"โดยเฉพาะปรากฎการณ์ที่ทำให้
"ผู้ใหญ่"ไม่สบายใจ
ต่อความไม่เคารพในสถาบันเบื้องสูงที่เกิดขึ้นอย่างมีขบวนการ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าก่อนข่าว"ปฏิวัติ"ที่ลือหนักเป็นจริงเป็นจัง(๒๒พ.ค.)และต่อๆมาไม่ว่าจะ
เป็นการออกมาให้ข่าวของ
ผบ.สส."พล.อ.บุญสร้าง"หรือ"พล.อ.อ.ชลิต"และการต้องคอยตอบคำถามถึงข่าวลือของ
"พล.อ.อนุพงศ์"นั้น ...ก่อนหน้านั้นวันที่
๒๑พ.ค.ที่ผ่านมา"ผู้ใหญ่"ได้เปลี่ยนท่าที จะไม่เข้าข้าง
และไม่เอาด้วยกับ"ผู้ใหญ่อีกท่าน"..ภายใต้ความเชื่อจากการให้คำปรึกษาของ
"อดีตขุนศึก"ว่า
"ผู้ใหญ่อีกท่าน"จะทำการบางอย่างที่ส่งผลกระทบกับ"ผู้ใหญ่"และครอบครัว
ที่มีโอกาสเช่นกัน...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้"ผู้ใหญ่"เชื่อการให้คำแนะนำของ"อดีตขุนศึก"...ถึง
ขนาดพร้อมที่จะให้มีการจัดการกับ"ผู้ใหญ่"อีกท่านหนึ่งที่เคยให้การสนับสนุน
"นปก."..ซึ่งต่อมา"สัญญาน"นี้ถูกส่งผ่านท่าทีของ"พันธมิตร"ในการออกมา
เคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง
โดยวางจังหวะการเคลื่อนผ่านประเด็น"การแก้ไขรัฐธรรมนูญ"ผสมกับประเด็น"การ
จาบจ้วงเบื้องสูง"ของ"จักรภพ เพ็ญแข"ทั้งที่เป้าหมายของพันธมิตร
เพื่อสกัดการกลับมา"เติบโต"ของบรรดาเครือข่าย"ทักษิณ"
ที่กำลังซึมซับเป็นวงกว้าง..โดยเฉพาะที่ทำให้ต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างรวด
เร็วแม้ว่า"เงื่อนไข"จะยังไม่ทัน"สุกงอม"เป็นเหตุเป็นผลในการเคลื่อนไหว
..คือประเด็นของ"การหมดอายุของคตส."ในปลายเดือนมิถุนายนนี้
ที่ต้องโอนคดีทั้งหมดให้กับ ปปช.โดยเฉพาะก่อนหน้านี้
ที่มีการยื่นให้ตีความการขาดสภาพของ คตส.หลังมีการตั้งโดยรประกาศ คปค.
ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาต่อการทำงานตรวจสอบที่
ผ่านมา อาจกลายเป็นโมฆะ
และจะส่งผลกระทบต่อ คณะกรรมการ คตส.โดยรวม
..ซึ่งเงื่อนไขนี้เองทำให้ทางหนึ่งต้องมีการเร่งสรุปคดีส่งทุกเรื่องที่
เกี่ยวข้องกับ"ทักษิณ"สู่กระบวนการโดยเร็ว..ของ คตส.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆดังกล่าว
รวมถึงท่าทีของ"ผู้ใหญ่"ที่มีต่อ"ผู้ใหญ่อีกท่าน"ทำให้
ผู้ใหญ่ที่เคยให้การสนับสนุน"พล.อ.อนุพงศ์"ได้เคลื่อนไหว
โดยให้มีการเคลื่อนกำลัง ร.1พัน4 เข้าคุมสภาพพื้นที่สำคัญแห่งหนึ่ง
เพื่อคุมสภาพ"ผู้ใหญ่"2ท่าน และ ใช้กำลังพลร่มจากหัวหิน
เข้าคุมสภาพ"ผู้ใหญ่"อีกท่าน ที่"อดีตขุนศึก"ให้การสนับสนุน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณี
ตำรวจมีข้อสรุปในเนื้อหาคำแปลการปาฐกถาของ"จักรภพ"ว่ามีความผิดเข้าข่ายก้าว
ล่วงจริงนั้น
เป็น"สัญญาน"ที่เชื่อมโยงกับแรงกดดันไปที่"พล.ต.อ.พัชรวาท"ผบ.ตร.ก่อนหน้า
นี้ กรณี การยื่นข้อต่อรองแลกเปลี่ยน
ในการเข้าจัดการสลาย"ม็อบพันธมิตร"หลังจากคืนวันที่ ๒๕ พ.ค. ที่มี ประชาชน
ฝ่ายที่"ไม่เห็นด้วย"กับ"พันธมิตร"ถูกลูกหลงจากการทำร้ายของ
"การ์ดพันธมิตร"ซึ่งมีการดูแลโดยตรงจาก"พล.ต.จำลอง
ศรีเมือง"...โดยมีกำลังจากหลายส่วนเข้าร่วม..และเชื่อมโยงถึงกองกำลังของ
"พล.ต.มนูญกฤติ"รวม
ถึงกำลังของเจ้าของพื้นที่"ทุ่งสังหารดอนเมือง"..ที่
เคยถูกทีมสอบสวนกรณีเหตุเครื่องบินระเบิดที่ดอนเมืองพูดถึง..และรวมถึงกำลัง
ที่จัดโดยผู้ใกล้ชิด"ไพศาล พืชมงคล"ที่"คำนูน สิทธิสมาน"เคยอ้างว่า
เขาเป็นคนสำคัญที่ร่างประกาศคณะปฎิวัติ ในห้วง ๑๙ ก.ย.๔๙ ให้กับฝ่ายทหาร
คปค. โดยกำลังที่จัดมีประมาณ 200 คน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การตั้งกำลังรับรุก อย่างมีรูปแบบของทหาร ของพันธมิตร และมีการปะทะ
กับ"ฝ่ายต้านพันธมิตร" ปรากฎว่ามี"ฝ่ายต้าน"ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธ
ไม้หน้าสาม กระบองซ่อนมีด เหล็กกุนชาร์ป ก้อนอิฐ และระเบิดควันแก๊สน้ำตา
ราว 20 คน ซึ่งเป็นที่มาของ การเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกองปราบ
และสถานีตำรวจหลายแห่ง จากบรรดาผู้ค้าขาย ซึ่งบางส่วน ได้รับผลกระทบ
รวมถึงบรรดาญาติของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเป็นแรงบีบอีกชั้นไปที่
ผบ.ตร.ในการให้เข้าจัดการกับม็อบพันธมิตร
และดำเนินคดีกับแกนนำโดยมีรายงานว่าเร็วๆนี้จะมีผู้เสียหายไปร้องกับ
ผบ.ตร.และร้องต่อนายกฯให้ปลด ผบ.ตร.
ดังที่ปรากฎข่าวลือก่อนหน้านั้นว่าจะมีการเข้าจับแกนนำ
หรือมีข่าวการสลายม็อบ ในช่วงคืนวันที่ ๒๙ -๓๐ พ.ค.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อต่อรองระหว่างรัฐบาล"สมัคร"กับ"รักษาการ ผบ.ตร."คือการเสนอให้เป็น
ผบ.ตร.หากมีการดำเนินการกับพันธมิตรตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่ทำให้"พล.ต.อ.พัชรวาท"ลำบากใจ และยังไม่กล้าตัดสินใจทำอะไร เพราะ
"ผู้ใหญ่"ท่านที่เคยเข้าไปร่วมหารือกับ"อดีตขุนศึก"และแกนนำพันธมิตรบางราย
ส่ง"สัญญาน"คัดค้าน.. ซึ่งเป็นที่มาของข่าวการสลาย
และการพลิกไปพลิกมาของท่าทีฝ่ายตำรวจ
โดยเฉพาะห้วงที่เกิดการกระทบกระทั่งกับม็อบพันธมิตร หลังจากที่ กลุ่ม
คนวันเสาร์ ประกาศยุติความเคลื่อนไหวไปก่อนหน้านั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ถึงท่าทีแปลกๆของพรรคชาติไทย โดย"นายบรรหาร ศิลปอาชา"หัวหน้าพรรค ระยะหลัง
ว่า
มีส่วนเกี่ยวข้องกับแรงกดดันบางอย่างจาก"ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง"(ท่านเดียวกับ
ที่เข้าไปร่วมหารือกับคณะอดีตผู้ทำการรัฐประหาร ๑๙ ก.ย.๔๙ ณ
บริเวณวัดชนะสงคราม) ผ่านมายัง"นายบรรหาร"
โดยทำให้พรรคชาติไทยดำเนินไปสู่"แผน"การ"ถอนตัว"ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล
เพื่อให้พรรคแกนนำอีกข้างอย่างพรรคประชาธิปัตย์ สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
ที่ทำให้เกิดท่าที ของ"สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล"รมว.เกษตร
ที่คัดค้านการพานักลงทุนจากอาหรับเข้ามาดูการปลูกข้าวและจะลงทุนเรื่องนา
ข้าว โดย"ทักษิณ"
และติดตามมาด้วยท่าทีแข็งกร้าวแปลกแยกสิ้นเชิงของ"ณัฐวุฒิ
ประเสริฐสุวรรณ"สมาชิกพรรคชาติไทย ในการออกมาไล่"จักรภพ เพ็ญแข"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวในส่วนของกองทัพ ว่า ตลอดระยะเวลา
๒-๓สัปดาห์ติดต่อกันนับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน จนถึงห้วงปลายเดือนพฤษภาคม
มีความเคลื่อนไหวของทหารจาก ๒ ขั้ว
ด้านหนึ่งมีนายทหารคุมกำลังหลักพื้นที่ส่วนกลางเป็นแกนโดยมีอดีตนายทหาร
คมช.หลายคน รวมถึง"อดีตขุนศึก"ให้การสนุบสนุน..อีกฝ่าย
มี"ผบ.ทบ.""พล.อ.อนุพงศ์ เผ่านจินดา"คอยกุมสภาพสถานการณ์ โดยมีนายทหาร
ตท.๑๐ หลายคน ที่เคยพลาดหวังห้วง คมช.เรืองอำนาจ คอยหยั่งวัดสถานการณ์
ซึ่งเป็นที่มาของข่าวกำหนดวันดีเดย์การเคลื่อนกำลังทำรัฐประหาร
หลังการฝึกคอบบร้าโกล์กสิ้นสุดลง ขณะที่บางกระแสกำหนดให้จับตาวันที่ ๒๑
มิ.ย.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า วัน ว.เวลา ณ ที่ "สนธิ ลิ้มทองกุล"ได้รับธง
และกำหนดไว้ตามที่มีการไปปรึกษาโหราจารย์บางท่านที่ไม่ใช่"โหรคมช."นั้นระบุ
ตัวเลขวันของเดือนมิถุนายน คือ วันที่ ๖ หรือ ๒๑ หรือหากไม่ประสบผลใด
อาจเป็นวันที่ ๒๑ ก.ค.
ที่จะปรากฎการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามดวงเมืองที่หลายคนเชื่อ(ซึ่งทำให้วัน
ดังกล่าวเป็นดีเดย์ของทั้ง2ฝ่าย ในการชิงเคลื่อนไหว)
ดังนั้นลักษณะการเคลื่อนตัวของพันธมิตรถูกประเมินจากฝ่ายความมั่นคงที่ทราบ
ข่าวกำหนดการนี้ ว่า จะประคองสถานการณ์ ประเด็น ไปจนถึงวันที่ ๖ มิ.ย.
ดังปรากฎการณ์การเปลี่ยน"เงื่อนไข"จากคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ..ที่ส.ส.พลัง
ประชาชน แก้เกม ด้วยการยอมถอนญัตติออก..เพื่อปลดเงื่อนไขพันธมิตร
มาเป็น"เงื่อนไขใหม่"ในการเคลื่อนไหว
นั่นคือการ"ขับไล่นายกฯสมัคร"และคณะรัฐมนตรี
(๒๘พ.ค.)..โดยสภาพการประเมินของ"หน่วยข่าว"ต่างๆเชื่อว่า
จะมีการสร้างสถานการณ์ให้นำไปสู่การจราจล และ ทำให้รัฐบาลต้องสั่งให้ตำรวจ
ปราบจราจล เข้าสลาย และจะไม่สามารถควบคุมได้
จนทำให้ต้องมีการให้ฝ่ายทหารออกมาควบคุมสถานการณ์
และจะเข้าสู่เงื่อนไขการใช้กำลังของฝ่ายอำนาจรัฐ กองทัพ
ที่จะนำไปสู่การออกมาของกองกำลังอีกข้างในกองทัพ
เพื่อจัดการสถานการณ์ของประเทศ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"ความเชื่อ"ดังกล่าวมีควมเชื่อมโยงกับเหตุการณ์การทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ของเขมร "ศิวลึงศ์"ที่บุรีรัมย์ โดยก่อนหน้านี้
มีการเคลื่อนไหวของบุคคลระดับสูงของทั้ง ๒ ฝ่ายที่มีความขัดแย้งกัน
ในการเดินทางไปทำพิธีกรรมไสยศาสตร์
ในสถานที่ที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่นครศรีธรรมราช
หรือที่ จ.เชียงราย และที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี หรือแม้กระทั่งในกรุงเทพฯ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ปรากฎการณ์การใช้จังหวะงานศพของมารดา"พล.อ.อนุพงศ์"เข้าพบพูดคุยสั้นๆกับ
"พล.อ.เปรม"และ"พล.อ.สุรยุทธ์"ของ"พ.ต.ท.ทักษิณ"(๒๙พ.ค.)เป็นเพียงภาพภายนอก
เพื่อแสดงให้เห็นถึง"สัญญาน"บางอย่าง..โดยความพยายามเชื่อมโยงกับเบื้องหลัง
ก่อนหน้านั้นประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น มีผู้พบเห็น"พ.ต.ท.ทักษิณ"พบกับ
1 ใน 2 คนข้างต้นที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งในลอนดอนประเทศอังกฤษ
และรวมถึงการต่อเชื่อมเข้ากับ
การพบและร่วมรับประทานอาหารระหว่าง"ทักษิณ"กับ"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"(21พ.
ค.)ที่ไม่ใช่"ผู้ใหญ่"ที่"ทักษิณ"พบเป็นประจำอยู่แล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สัญญานความขัดแย้ง
ที่พร้อมถึงจุดแตกหักรุนแรงได้ตลอดเวลาดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจให้กับ
หลายฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่เฝ้ามองสถานการณ์ซึ่งอยู่ใน๒ ฝ่าย
โดยเฉพาะความกังวลต่อความเคลื่อนไหวของอดีตแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง
ประเทศไทย ที่เตรียมฟื้นสมัชชาฯขึ้นมาในเดือนตุลาคมปีนี้
หลังจากที่มีรายงานว่ามีความ
เคลื่อนไหวอย่างผิดปกติของ อดีต พคท.และ
ทปท.ที่ทางการที่เคยเข้าจัดการพูดคุยในอดีตทราบดีว่า
กองกำลังเหล่านี้มีอยู่จริง และมีอาวุธเก็บไว้จำนวนมาก
ซึ่งการที่มีบุคคลในอดีตเข้าร่วมในม็อบ ๒ ข้างที่มีความเห็นต่างกัน
และสถานการณ์ที่กำลังมีการลากดึงสถาบาบันเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองทำให้
มีความกังวลว่าจะเป็นเงื่อนไขให้ กลุ่มอุดมการณ์เหล่านี้จะออก
มาเคลื่อนไหวแทรกซ้อนกับสถานการณ์หากเกิดความรุนแรง

จับตาหลัง๖ก.ค./ระวังจปร.๗/"อดีตขุนศึก"ขยายผล/เขาพระวิหารบาน/พันธมิตรกรอบ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร..กรณีปัญหาเขาพระวิหาร..ว่าประเด็นดังกล่าว
จะถูกขยายผลเพื่อนำไปสู่"เงื่อนไข"การขับไล่รัฐบาล"สมัคร
สุนทรเวช"อย่างมีพลัง..และนำไปสู่เงื่อนไขที่ถูกตั้งและผูกโยงไว้สำหรับรอง
รับรูปแบบ"การเมืองใหม่"(๗๐:๓๐)โดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)
โดยเฉพาะหากในเวทียูเนสโกที่แคนาดามีข้อสรุปการให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก
..โดยกัมพูชาเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ประเด็นเขาพระวิหารเป็นประเด็นจุดติดที่"อดีตขุนศึก"ทราบดีว่า"ผู้ใหญ่"ที่
ไม่เคยเห็นด้วยและสนับสนุน..จะร่วมมือ..โดยเฉพาะกับความต้องการของ"ผู้ใหญ่
"ที่ต้องการให้ดินแดนเขาพระวิหาร..กลับมาเป็นของประเทศไทย..เพื่อลบล้างความ
รู้สึกผิด ที่หลังจากการัดสินคดีความดังกล่าวเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว
ฝ่ายไทยไม่ได้มีการแสดงออกและดำเนินการอย่างจริงจังว่าเขาพระวิหารเป็นของ
ไทย..นอกจากอาศัยจังหวะโอกาสบางครั้งผ่านรัฐบาลทหาร..โดยเฉพาะสิ่งที่เป็น
ประเด็นสำคัญคือ"ประวัติศาสตร์"ที่ถูกขัดขวางไม่ให้ย้อนหลังไปกว่า ๗๐๐ ปี
เพราะมีผลกระทบกับสถาบันฯที่ทำให้ประเทศไทย"เสียเปรียบ"และรัฐบาลที่ผ่านมา
ไม่สามารถจัดการได้ในเชิงการอ้างอิงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร
ในดินแดนแถบนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
"อดีตขุนศึก"ที่ยังไม่ยอมพ่ายแพ้จนกว่าตัวจะตาย..ยังคงบัญชาการอยู่เบื้อง
หลังของสถานการณ์
และยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อ"ผู้ใหญ่"ท่านที่เคยเป็น"ปฏิปักษ์"กับตนไม่อยู่ใน
ประเทศ..อีกทั้ง"ผู้ใหญ่"ที่เคยไม่เห็นด้วย
ก็หันกลับมาเห็นด้วยตามข้อเสนอของ"อดีตขุนศึก"ที่จะให้"ผู้ใหญ่"อีกท่าน
หนึ่งได้รับความไว้วางใจดูแลกิจการต่างๆแทน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ท่าทีของ"ผู้ใหญ่"ดังกล่าวทำให้
"อดีตขุนศึก"เดินหน้าสิ่งต่างๆเต็มที่มากขึ้น..โดยเฉพาะในการเชื่อมโยงกับ
"พันธมิตรฯ"และกลุ่มอดีตนายทหาร-นักวิชาการ สายของ"พล.ต.จำลอง
ศรีเมือง"และอดีตนายทหารยังเติร์ก จปร.๗ ที่มีรายงานว่า
ยังคงมีกองกำลังแฝง ที่เป็นอดีตนายทหาร
ซึ่งให้สนับสนุนอดีตทหารยังเติร์กในรูปแบบที่กระจายตัวไปในอาชีพต่างๆ
เช่นยาม รปภ. ฯลฯมากกว่า ๒ หมื่นคน
ที่พร้อมสำหรับการสร้างสถานการณ์แบบเดียวกับที่เคยเกิดเมื่อปีพ.ศ.๒๕๓๕
..ซึ่งกองกำลังส่วนนี้กำลังถูกจับตาความเคลื่อนไหวจาก"พล.อ.อนุพงศ์
เผ่นจินดา"ผบ.ทบ.ตามคำสั่งของ"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งที่ทราบว่า"อดีตขุนศึก"อยู่
เบื้องหลังการสั่งเตรียมครั้งนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า กำหนดการที่แกนนำพันธมิตรท่านหนึ่งเคยเดินทางไปที่จ.เพชรบูรณ์
และได้รับคำแนะนำจากหมอดูที่เชื่อถือว่า วันที่ ๖ ก.ค.๕๑
จะเป็นวันที่"ดวงเมือง"มีความผันแปรและจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก..ในระดับ
พลิกแพ้เป็นชนะ..ดังนั้นกำหนดวันดังกล่าว
จึงเป็นเสมือน"วันดีเดย์"ในปฏิบัติการบางอย่าง..ของฝ่ายตรงข้าม"อำนาจรัฐ
"ปัจจุบัน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณี"ไชยวัฒน์
สินสุวงศ์"หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯที่ใกล้ชิด"พล.ต.จำลอง"ออกมาระบุว่ารัฐบาล
จะปฏิวัติตัวเอง(๕ก.ค.๕๑)นั้น..มีความเกี่ยวโยงกับการออกมาปูดข้อมูลของ
"สมัคร
สุนทรเวช"ขณะอยู่ที่ประเทศจีน(๔ก.ค.)ว่าจะมีการจับตัวเขาที่สนามบิน..ซึ่ง
ข้อมูลดังกล่าวมีการส่งสัญญานจาก"ฝ่ายข่าวทหาร"ไปยัง"สมัคร"ถึงความเคลื่อน
ไหว
ของนายทหารระดับ"พล.อ."ท่านหนึ่งที่เคยร่วมใน คมช.
ซึ่งกุมสภาพพื้นที่..เตรียมการที่จะปฎิบัติการบางอย่าง..ตามคำสั่งที่ได้รับ
จาก"อดีตขุนศึก"..แต่ความเคลื่อนไหวนี้
ได้มีสายของ"ผู้ใหญ่"รายงานให้กับ"สมัคร"ทราบ..จึงมีการสั่ง"บล็อก"สกัดความ
เคลื่อนไหวของกองกำลังที่เตรียมการในรูปแบบคล้ายกับสมัย"ทักษิณ"ที่เกือบโดน
ปฏิบัติการ"ทุ่งสังหารดอนเมือง"โดยฝีมือของกลุ่มเดียวกัน
ก่อนจะติดตามมาด้วยการออกมา"ให้ข่าว"ของ"สมัคร"ในเชิงปรามฝ่ายตรงข้าม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นทางด้านกำลัง
ขณะนี้มีความเชื่อมโยงถึงปรากฎการณ์"ตุลาการภิวัฒน์"และเชื่อมโยงกับคำสั่ง
ไม่อนุญาตให้"ทักษิณ"เดินทางออกนอกประเทศ..ซึ่ง"ทักษิณ"ทราบดีถึงความไปสู่
ข้อสรุป ในการดำเนินคดีกับเขาในระดับให้ต้องถูกลงโทษจำคุกที่
มีผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันเชื่อมโยงไปถึง"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งที่"สนธิ
ลิ้มทองกุล"เคยพูดถึงว่าเป็นผู้เชื่อมโยงไปถึง"ผู้ใหญ่"อีกท่าน..ในการให้
การสนับสนุนเขาเพื่อเคลื่อนไหวขับไล่"ทักษิณ"เมื่อปี ๒๕๔๘

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า "ผู้ใหญ่"อีกท่านหนึ่ง
ยังคงให้การสนับสนุน"ทักษิณ"โดยเฉพาะในด้านกองกำลัง..ซึ่งขณะนี้ในกองทัพถูก
แบ่งเป็น ๒-๓ ฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งมีจำนวนมากสุดที่มีการระบุว่าอยู่ภายใต้การกุมสภาพของ"พล.อ.
อนุพงศ์" ฝ่ายหนึ่ง ถูกระบุว่ามีการดูแลโดย"พล.อ.ประยุทธ์
จันทร์โอชา"มทภ.๑
และอีกส่วนหนึ่งเป็น"ทหารหนุ่ม"ที่ไม่เห็นด้วยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและ
ยังไม่ตัดสินใจที่จะสนับสนุนฝ่ายใด..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า "ทักษิณ"พยายามที่จะดิ้นสู้กับความพยายามของ"อดีตขุนศึก"ที่ต้องการ"ปิดเกมส์"นี้โดยจัดการกับ"ทักษิณ"อย่างเด็ดขาด...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มตรงข้ามกับ"อำนาจรัฐ"ในการยึดอำนาจหลาย
ครั้ง
แต่ยังไม่กล้ากระทำอย่างเด็ดขาดเพราะเงื่อนไขที่ยังไม่สุกงอม..ประกอบกับยัง
มี"แรงต้าน"ที่ได้รับผลจากปฏิกริยาหลังการรัฐประหาร ๑๙ก.ย.๔๙
รวมไปถึงแรงต้านที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของม็อบพันธมิตร จากกรณี
ศาลแพ่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้พันธมิตรส่งเสียงรบกวน ครู-นักเรียน
โรงเรียนราชวินิต และพันธมิตรได้โจมตีครูนักเรียน
และร้องต่อศาลรวมถึงให้ตีความคำสั่งศาลแพ่ง..และรวมถึงสถานการณ์ที่บานปลาย
ในหลายกรณีจากพันธมิตร .. ดังนั้น เหตุผลที่จะเป็นเงื่อนไขสู่ความสุกงอม
คือประเด็นข้อสรุป"เขาพระวิหาร"...ที่จะทำให้ฝ่ายเคลื่อนไหวคัดค้าน"รัฐบาล
สมัคร"ได้รับความชอบธรรม..หากมีข้อสรุปไม่ว่าบวกหรือลบกับประเทศไทย..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าความเคลื่อนไหวของกองกำลังตามแนวชายแดนำไทย-กัมพูชา
ทั้งในส่วนของกัมพูชา ที่ส่งทหารเพิ่มเข้าตรึงกำลังจำนวนมากไม่ต่ำกว่า
๔กองร้อย และฝ่ายไทย ที่กองกำลังจากค่ายสุรนารี
ได้เสริมกำลังเข้าเตรียมพร้อมนั้นเพราะขณะนี้มีกระแสข่าวลือทั้งผ่านจาก
ราษฎรตามแนวชายแดนและจากชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาในเขตไทยรวมถึงจากสื่อ
มวลชนกัมพูชา ว่า กำลังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม"ชาตินิยม"ในกัมพูชา
แสดงปฏิกริยากับเรื่องเขาพระวิหาร...ซึ่งปฏิกริยาดังกล่าวทำให้สถานฑูตไทยใน
กรุงพนมเปญ
อยู่ในภาวะตึกเครียดอีกครั้งหลังจากเคยเผชิญสถานการณ์การก่อจราจลของชาว
กัมพูชาที่ไม่พอใจการแสดงความเห็นของดาราสาวชาวไทย"กบ สุวนันท์
คงยิ่ง"ที่มีการเผาผลาญสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ โรงแรมของคนไทยอย่าง รอยัล
พนมเปญ, รีเจ้นท์ ปาร์ค และจูเลียน่า ไปจนถึงอาคารของ สามารถ เทเลคอม,
ซีพี และชินวัตร เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในช่วง"รัฐบาลทักษิณ"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
มีความเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม"อดีตขุนศึก"ต่อ
สถานการณ์ดังกล่าว
โดยเฉพาะหลังจากผลข้อสรุปปรากฎผ่านเวทีที่แคนาดาที่"นพดล
ปัทมะ"เดินทางไปร่วม(๕ก.ค.)..โดยมีรายงานความเคลื่อนไหวของทหารหน่วย"รบ
พิเศษ"ของ"พล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์"ชุดที่เคยร่วมปฏิบัติตามแผน"โปเชนตง๑"การช่วยเหลือคนไทยในกัมพูชา
ที่มีการร่วมมือระหว่างกองทัพบก-เรือ-อากาศ ขณะนั้น...("พล.อ.สุรยุทธ์"
ได้เลือกให้หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว (RDF-rapid deployment
forces)ซึ่งเป็น "ทหารรบพิเศษหมวกแดง"ของ ร.31 รอ.ลพบุรี
นำโดย"พ.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์" ผบ.ร.31 รอ.นำกำลังหน่วยรบพิเศษแทรกซึม จำนวน
30 คน และรถลาดตระเวน ฮัมวี่ 4 คัน และรถมอเตอร์ไซค์ยุทธวิธี 2 คัน
...แฝงเข้าไปปฏิบัติการในกัมพูชา...และสามารถปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยกลับ
บ้านได้สำเร็จ)..ซึ่งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีการส่งกำลังของ"รบพิเศษ"หน่วยนี้เข้าไปเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนร่วมกับกอง
กำลังสุรนารี..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
การเคลื่อนไหวของหน่วยรบดังกล่าว..ถูกระบุว่าอาจเชื่อมโยงกับคำสั่งการของ
"อดีตขุนศึก"ที่ต้องการให้เกิดสถานการณ์การเผชิญหน้าและการปะทะเกิดขึ้น
เพื่อทำลายความชอบธรรมของ"อำนาจรัฐ"..โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวนี้ต่อเชื่อม
กับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม"ธรรมยาตรา"ที่นำโดย"สมาน
ศรีงาม"กลุ่มประชาธิปไตยคลื่น
๙๒.๒๕
ที่เคยเคลื่อนไหวร่วมกับ"พันธมิตร"..นักธุรกิจ..และแกนนำพรรคการเมืองใหญ่
โค่นล้ม"ทักษิณ"..ซึ่งล่าสุดยังคงปักหลักอยู่บริเวณใกล้เคียงเขาพระวิหาร
..โดยกลุ่มนี้เดินหน้าสร้างแรงกดดัน
สร้างเงื่อนไขในประเด็นเขาพระวิหาร..ในเชิง"ชาตินิยม"ให้ตึงเครียด
ด้วยการขับไล่ชาวกัมพูชาที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเขตแดนประเทศไทยออกจาก
พื้นที่...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"ท่านหนึ่งที่ "สนธิ
ลิ้มทองกุล"เคยอ้างยังไม่หยุด..โดยยังคงต่อเชื่อมกับ"อดีตขุนศึก"ในการ
เคลื่อนตัวทั้งในประเด็นสถาบันเบื้องสูง และสถาบันชาติ..โดยล่าสุด
มีการเชื่อมโยงผ่านเข้าไปยังสถาบันไทยคดี..ที่ต่อเชื่อมกับนักประวัติศาสตร์
นักวิชาการฝ่ายขวา..ทำการเคลื่อนไหวเรื่องนี้กับกลุ่มชนชั้นสูงหลาย
ส่วน...
โดยพยายามกดดันนักประวัติศาสตร์โบราณคดี หลายสำนัก
รวมทั้งในส่วนของ"สื่อ"ให้ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นเขาพระวิหารในทิศทาง
เดียวกัน..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวของม็อบพันธมิตร ว่า
กำลังอยู่ในภาวะต้องตัดสินใจกับสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ ๖ ก.ค.
ในการเคลื่อนไหวอย่างเด็ดขาด...เพราะ..ขณะนี้สถานการณ์ใน"ปัจจัยงบประมาณ
"ที่ถูกส่งเข้าไปช่วยเหลือจาก"ทุนใหญ่"อยู่ในสภาพน่าเป็นห่วง
หลังจากที่ต้องลากยาวสถานการณ์มาเป็นเวลากว่า ๑ เดือน
โดยล่าสุด..งบประมาณที่ได้รับจากกลุ่ม"๕เสือ"ที่เกี่ยวข้องกับภาคการส่งออก
สินค้าเกษตร..ถูกชะลอการให้การสนับสนุน
หลังเกิดแรงบีบเข้าไปยังธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง..โดยการเข้าจัดการของ"อดีตขุน
ศึก"..โดยสภาพกานี้เริ่มปรากฎผ่านอาการกระท่อนกระแท่นของเม็ดเงินที่ใช้จ่าย
ในม็อบและการดูแลผู้เกี่ยวข้อง..โดยมีรายงานว่า
ขณะนี้..ประสบปัญหาไม่สามารถจ่ายค่าเช่าโรงแรมรัตนโกสินทร์ที่ใช้เป็นที่พัก
ของแกนนำ และ ผู้เกี่ยวข้องหลายคน ได้..

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:50 am

รัฐจัดงานคนไทยสามัคคี/ผวา๙ส.ค.อันตราย/อดีตทปท.ใต้เคลื่อน/ระวังบึ้มกรุง
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร..กรณี"นายกสมัคร"ระบุในรายการสนทนาประสา
สมัคร(๓ส.ค.๕๑)ว่าจะมีการจัดงาน"จากวันแม่ถึงวันพ่อ"เพื่อสร้างความสามัคคี
ของคนไทยในชาติ..ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ส.ค.ไปจนถึงวันที่ ๕ ธันวาคม
โดยให้มีการเดินวิ่งเทิดพระเกียรติของประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อถวายความจง
รักภักดีโดยให้รู้รักสามัคคีทั่วประเทศ..ซึ่งงานดังกล่าวมี"สมเด็จพระบรมโอ
รสสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร"เป็นประธานในพิธีมอบธงสัญลักษณ์สมเด็จพระนาง
เจ้าพระบรมราชินีนาถ
และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯพร้อมมีการจัดทำสายลิสแบรนด์ไขว้สัญลักษณ์
พ่อ-แม่ของแผ่นดิน..นั้นมีความเชื่อมโยงกับปรากฎการณ์การปรับคณะรัฐมนตรี
ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา(๒ส.ค.)ท่ามกลางข่าวลือว่ามีปัญหาตีกลับ
เพราะชื่อของ"พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ"อดีต
ผบ.ตร.และรวมถึงปรากฎการณ์การเคลื่อนไหวของพันธมิตรตั้งแต่วันศุกร์(๑ส.ค.)
ที่พยายามกดดันฝ่ายนิติบัญญัติในวันเปิดสภาไม่ให้นำวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เข้าพิจารณา..ที่รัฐบาลแก้เกมด้วยการเลื่อนไปวันที่ ๑๘ส.ค.๕๑ ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"สมัคร"พยายามทำลายความชอบธรรมของพันธมิตร ด้วยการแฉผ่านรายการ ว่า
ประเด็นการออกมาขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มุ่งเฉพาะมาตรา ๒๓๗,๓๙๐
หากแต่มุ่งขัดขวาง ม.๖๓
ที่มีการระบุถึงการให้สิทธิเสรีภาพการชุมนุม..ซึ่งเชื่อมโยงไปถึง..กระบวน
การคำตัดสินของศาลในคดีที่ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการไปร้องต่อศาล
ในลักษณะเดียวกับที่
ครูอาจารย์โรงเรียนราชวินิตไปร้องขอความคุ้มครองจากศาลกรณี"ม็อบพันธมิตร
"สร้างความเดือดร้อนรำคาญและส่งผลกระทบกับพวกเขา..โดยการที่"นายสมัคร
"พยายามชูประเด็นนี้เพื่อเชื่อมโยงถึงการชุมนุมของพันธมิตรที่"ขีดเส้นตาย
"ประจัญบาน รัฐบาลภายใน ๗ วัน กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สมัคร ทราบดีว่า อีกฝ่ายพยายาม ทำลายฐานความเชื่อมั่น
ในการเข้าถึงราชสำนักของตน..ซึ่งการปล่อยข่าวลือจากพันธมิตร
และสื่อในสังกัดเพื่อทำให้หลายฝ่ายที่ให้การสนับสนุนอย่างลับๆกับ"สมัคร
"ลังเลในการเลือกข้าง..โดยเฉพาะกรณี"พล.ต.อ.โกวิท"นั้น
มีความสำคัญเชื่อมโยงไปถึง"ตท.๖"รุ่นของนายทหารที่ร่วมกันทำรัฐประหาร
(๑๙ก.ย.๔๙)ภายใต้การนำของ"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ผบ.ทบ.ขณะนั้น
รวมถึง"พล.อ.อ.ชลิต
พุกผาสุก"ผบ.ทอ.ที่มีบทบาทเด่นชัด..และยังคงบทบาทคัดค้านไม่เห็นด้วยกับ
รัฐบาลปัจจุบัน
ในท่ามกลางถูกโจมตีในหลายประเด็นจาก"สื่อฝ่ายตรงข้าม"อย่างประชาทรรศน์,โลก
วันนี้,บางกอกทูเดย์ฯลฯ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า การจัดงานเทิดพระเกียรติในหลวง-ราชินีฯ
ด้วยการรณรงค์ไปทั่วประเทศให้คนไทยสามัคคี
ของรัฐบาลโดยมี"สมัคร"เป็นผู้อำนวยการจัดงาน
เพื่อลบภาพความแตกแยกบาดหมางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงในระดับที่ยากควบคุม
ภายใต้การประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงกองทัพ
และ"หน่วยข่าว"ที่ได้รับรายงานตรงกันว่า
เป้าหมายของผู้ที่อยู่"เบื้องหลัง"ของสถานการณ์ความขัดแย้ง
จากการแบ่งขั้วแยกฝ่าย
ที่จุดประทุอีกครั้งผ่านการเคลื่อนไหวของ"พันธมิตรประชาชนเพื่อ
ประชาธิปไตย"ใน พ.ศ.๒๕๕๑ นั้น มีการบริหารจัดการอย่างมีระบบ
และมีกำหนดไว้แล้วว่า จะมีการสร้างสถานการณ์บางอย่างที่รุนแรงในวันที่ ๙
ส.ค.๕๑ โดยกลุ่มก่อการและผู้เกี่ยวข้องเชื่อว่า
จะเกิดความวุ่นวายจนถึงวันที่ ๑๒ ส.ค.และพวกเขาจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ภายใต้การสูญเสีย"ความชอบธรรม"ในการบริหารประเทศของรัฐบาล"สมัคร"

@@"หน่วยข่าวลับ" รายงาน
ว่าขณะนี้ได้มีความเคลื่อนไหวของกองกำลังของนักการใหญ่ชื่อ"ส."ที่ส่วนใหญ่
เป็นอดีต ทปท. และทหารรับจ้าง ซึ่งถูกใช้ปฏิบัติการในพื้นที่ ๓
จังหวัดชายแดนภาคใต้..โดยระดับแกนนำสั่งการอยู่ใน จ.สตูล ได้เงินเดือนๆละ
๕ หมื่นบาท..มาเป็นเวลา ๓
ปีแล้ว..เตรียมระดับกำลังหน่วยจรยุทธที่เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด..และการ
สร้างสถานการณ์..ขึ้นมาปฏิบัติการในพื้นที่"ศูนย์กลางอำนาจรัฐ"ที่กรุงเทพฯ
..โดยกองกำลังดังกล่าวถูกระบุจากสายข่าวระดับสูง ว่า
มีความเชื่อมโยงกับ"บิ๊ก คมช."ท่านหนึ่งที่เมื่อเร็วๆนี้ได้เดินทางลงไปที่
จ.สตูล ในห้วงที่มีการจัดประชุมวางแผนของกลุ่มดังกล่าว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อมูลนี้สอดคล้องกับแหล่งข่าวด้านความมั่นคง
ที่รายงานการเคลื่อนไหวระดมอาวุธของกลุ่มต่างๆที่มีความเชื่อมโยง
พคท.ในอดีต...ในหลายพื้นที่..ซึ่งปรากฎการณ์การจับกุม"หนุ่มใหญ่"ที่ขับรถ
พุ่งเข้าชนรั้วกั้นของพันธมิตร
และพบอาวุธจำนวนมากนั้น..มีนัยยะของการส่งสัญญานจากบางฝ่าย
ว่าขณะนี้"อดีตนายทหาร"ที่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับนายทหาร จปร.๗
ในพันธมิตรฯกำลังดำเนินการบางอย่างผ่านกองกำลังทหารของพวกเขาที่มีจำนวนมาก
..ทั้งที่อยู่ในราชการและนอกราชการ..ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าว
มีความเชื่อมโยงถึงกองกำลังจากอีสานใต้ภายใต้การควบคุมของ"พ."น้องชายของ
"พ."ที่
คมช.เคยใช้งานช่วงการทำรัฐประหารด้วย..นอกจากนี้กลุ่มคนดังกล่าวยังมีความ
เชื่อมโยงกับสถานการณ์ระเบิด ๙ จุดที่เกิดขึ้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
และห้างต่างๆคืนวันที่
๓๑ธ.ค.๔๙ด้วย..ซึ่งประเด็นนี้มีการเชื่อมโยงกับความพยายามสกัดขัดขวางไม่ให้
"พล.ต.อ.โกวิท"ที่ทราบถึงเบื้องลึกในเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามาเป็นรองนายกฯ
ด้านความมั่นคงในรัฐบาล"สมัคร"เพราะอาจนำไปสู่การรื้อเรื่องดังกล่าวขึ้นมา
จัดการกับกลุ่มขบวนการและอาจโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังระดับสูงได้...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อมูลความเคลื่อนไหวข้างต้น สอดรับกับรายงานของหน่วยข่าว
ห้วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ว่า ได้มีการประชุมของกลุ่มการเมือง
ที่เชื่อมโยงกับ กลุ่มพันธมิตร สายพรรคการเมืองใหญ่ ในพื้นที่ภาคใต้
มีแกนนำจากจังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานีและสงขลา(หาดใหญ่) โดยมี นาย"ช."อดีต
เลขา นาย"ต."และคนสนิทของ"นาย ส." เป็นแกนนำ
มีสมาชิกคนสำคัญของพรรคการเมืองใหญ่,
อดีตแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ภาคใต้
และอดีตแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์มลายา
เข้าร่วมประชุมสัมนาและวางแผนโค่นล้ม"รัฐบาลสมัคร"ของพรรคพลังประชาชนกัน
ใหม่อีกครั้ง
โดยจะใช้การเคลื่อนไหวจากภาคใต้และกรุงเทพเป็นศูนย์กลางสัญจรไปยังภาคกลาง
-อีสานและภาคเหนือเพื่อก่อกวนให้รัฐบาลพรรคพลังประชาชนต้องลาออกแล้วให้พรรค
ประชาธิปัตย์ เข้าทำหน้าที่แทนเหมือนยุครัฐบาล"พลเอกชวลิต
ยงใจยุทธ"..รายงานชิ้นนี้ ยังพาดพิงถึง "นาย พ."
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของแกนนำพันธมิตรท่านหนึ่ง ว่า
มีความเกี่ยวข้องกับกรณี"คาร์บอมบ์"ที่จรัญสนิทวงศ์
ซึ่งถูกเชื่อมโยงพยานหลักฐานว่าเกี่ยวข้อง
ทำให้ต้องหนีไปติดต่อพรรคคอมมิวนิสต์มลายาให้ช่วยติดต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เพื่อจะขอลี้ภัยการเมืองไปประเทศจีน แต่ได้รับการปฏิเสธ
จึงขออาศัยหลบภัยแถวชายแดนไทย-มาเลย์และประเทศมาเลเซียแทน
โดยขณะอยู่ที่นั่น ได้มีการรื้อฟื้นกองกำลังติดอาวุธ
เตรียมระดมคนฝึกอาวุธขึ้นมาจำนวนหนึ่งด้วย...

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สาเหตุที่"พล.อ.อนุพงศ์"ส่ง"สารวัตรทหาร"เข้าไปดูแลพันธมิตรฯนั้น
นอกจากเพื่อป้องกันสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดแทรกซ้อนโดยบุคคลที่สาม
แล้ว สาเหตุหลักมีความเชื่อมโยงกับข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองทางทหาร
ที่ระบุตรงกับข้ออ้างของแกนนำพันธมิตร และ"พล.อ.ปฐมพงศ์
เกสรศุกร์"ที่ปรึกษา บก.สส.ว่ามีทหารจำนวนมากให้การสนับสนุนพันธมิตร
และเข้ามาร่วมชุมนุมโดยไม่เปิดเผยตัว..ซึ่งรายงานนี้
สอดรับกับรายงานก่อนหน้านี้ว่ามีการจัดกำลังทหารจำนวนมากเข้ามาแทรกซึมอยู่
ในพันธมิตรโดยเฉพาะในส่วนของ"การ์ดพันธมิตร"ที่เคยปะทะกับ"แนวร่วมต้านรัฐ
ประหาร"นปก.นั้นหลายคนถูกระบุว่ามีสังกัด..ซึ่งการให้
"ส.ห."เข้าปฏิบัติการนั้นเป็นการปรามอยู่ในทีสำหรับกองกำลังที่อยู่ในราชการ
..ในการที่จะคิดสร้างสถานการณ์ความรุนแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง..โดยผู้บังคับ
บัญชาระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคง..มีการเฝ้าระวังและจับตา"พล.อ.พัลลภ"
อดีตนายทหาร จปร.๗
เป็นพิเศษเพราะเคยอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการเผาโรงพักนางเลิ้ง
ในเหตุการณ์นองเลือด "พฤษภาทมิฬ"เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๓๕
ในขณะที่ครั้งนั้นมี"พล.ต.จำลอง ศรีเมือง"อดีตทหาร
จปร.๗เป็นแกนนำประชาชนในการต่อต้านรัฐบาล"พล.อ.สุจินดา"มาแล้วเช่นกัน..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
สถานการณ์กำลังทางทหารว่า
ขณะนี้กำลังของฝ่าย"พล.อ.อนุพงศ์"ภายใต้การให้การสนับสนุนจาก"ผู้ใหญ่"ยังคง
มีจำนวนมากว่าอีกฝ่าย..ทำให้มีความพยายามลากดึงให้"พล.อ.อนุพงศ์"เข้ามาสนับ
สนุนพันธมิตรในทางภาพภายนอก..ในหลายมิติไม่ว่าจะเป็น สถาบันชาติ
สถาบันพระมหากษัตริย์..แต่"พล.อ.อนุพงศ์"ยังสามารถรักษาจุดยืนไม่สนับสนุน
แนวทางการ"รัฐประหาร"อย่างหนักแน่นและพยายามไม่แสดงความเห็นใดซึ่งแตกต่าง
จาก"พล.อ.อ.ชลิต"ที่มีการออกมาให้ข่าวดังกล่าว..ซึ่งท่าทีดังกล่าวทำให้
"ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง"ติดต่อผ่านบุคคลระดับสูงให้เข้าพบ
แต่"พล.อ.อนุพงศ์"ยังคงยืนยันจุดยืน..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณีคดี"คุณหญิงนัทนนท์
ทวีสินธ์"อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร..ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกรณีการ
จัดซื้อเรือ-รถดับเพลิง
และกำลังถูกดำเนินคดี..นั้นมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการที่"คุณหญิงนัท
นนท์"เป็น"กุญแจสำคัญ"ที่มีหลักฐานและล่วงรู้ถึงปฎิบัติการบางอย่างเกี่ยว
กับการเลือกตั้งทั่วไป (ช่วงรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
อันอยู่ในช่วงหลังรัฐประหารที่มี
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติกุมสภาพ...)ในส่วนของผู้สมัคร
ส.ส.กรุงเทพมหานคร ที่ผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ระบุตรงในทุกจังหวัด
แต่ในกรุงเทพมหานครกลับพลิกไปจากผลสำรวจทีจากเดิมพรรคพลังประชาชนจะได้ที่
นั่งมากกว่า กลายเป็นพรรคประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งมากกว่า
..โดยกรณีดังกล่าวมีหลายฝ่ายได้ร้องเรียนไปยัง
กกต.แล้ว..แต่ยังไม่มีการตรวจสอบในระดับลึก..ขณะที่มีรายงานจาก"วงใน"
กรุงเทพฯมหานคร แจ้งว่า
มีผู้พบเห็นการขนหีบบัตรและบัตรลงคะแนนจำนวนมากไปไว้ที่สนามกีฬานางเลิ้งและ
เตรียมที่จะทำการเผาทำลาย...


หลังตี2 ดีเดย์พันธมิตร?/คำสั่งระดมแพทย์/ทหารพรึ่บ/ป่าหวายมาแล้ว
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานสถานการณ์พิเศษความ
เคลื่อนไหวทางการเมือง การทหาร
กรณีสถานการณ์ม็อบ"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"(พธม.)
หลังถูกศาลออกหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตร ในข้อหา"เป็นกบฎ"และ
ถูกเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลฟ้องละเมิด
และร้องต่อศาลเพื่อคุ้มครองชั่วคราว โดยศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
ให้พันธมิตรเคลื่อนย้ายเวทีและมวลชนออกไปจากพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า นอกจาก"สัญญาณ"ที่ถูกส่งผ่าน ผบ.เหล่าทัพ และส่งผ่านนายทหารหลายส่วน
รวมไปถึง"สัญญาณ"จากฝ่ายตำรวจ
ที่มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจลพร้อมอุปกรณ์
และรถยนต์จำนวนหลายร้อยคันมาจอดไว้บริเวณรอบจุดยุทธศาสตร์ทำเนียบรัฐบาล
หลัง ตี๓
(๒๗ส.ค.๕๑)มีการระดมกำลังตำรวจพันนายบุกเข้าทำเนียบจนมีการปะทะทำให้การ์ด
พันธมิตรไดรับบาดเจ็บนับสิบราย และระดมกำลังตำรวจนับพันนายละลอกสอง
เข้าทำเนียบในห้วงเช้า..

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ห้วง ๒๒.๐๐น.ที่มีการประกาศจากแกนนำพันธมิตร ว่าอาจมีการบุกจับ ๙
แกนนำพันธมิตร เวลา ๒๓.๐๐น.
ขณะที่แกนนำได้สั่งให้ประชาชนผู้หญิงและเด็กเป็น"กำแพงมนุษย์"ให้แกนนำนั้น
มีรายงานว่าได้มีคำสั่งจากกระทรวงสาธารณสุข
สั่งการไปยังแพทย์พยาบาลและหน่วยกู้ชีวิตจากหลายจังหวัดพื้นที่
ให้ระดมกำลังเข้ามายังพื้นที่ส่วนกลางที่กรุงเทพฯ
เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือประชาชน กรณีได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้
มีรายงานจาก"หน่วยข่าวทหาร"แจ้งเข้ามาว่านอกจากกำลัง"ตำรวจตะเวนชายแดน"จาก
พื้นที่ต่างๆ
ยังได้มีการระดมกำลัง"ทหารป่าหวาย"เข้ามาเสริมสำหรับปฏิบัติการชั้นนอก
พื้นที่ปะทะด้วย...โดยขณะนี้กำลังส่วนนี้อยู่ในที่ลับแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่ฐาน
ทหาร

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สำหรับช่วงเวลาที่ หลายฝ่ายได้รับรายงานในการเตรียมพร้อมในที่ตั้ง
สำหรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นคือ ตั้งแต่เวลา ๐๒.๐๐น.ของวันที่ ๒๘ ส.ค.๕๑
เป็นต้นไป

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ในคืนนี้มี"สัญญาณ"ความเคลื่อนไหวของกำลังพลทหารหลายส่วน
โดยเฉพาะในส่วนของกองทัพภาคที่๑-๒
โดยมีความแตกต่างจากคืนวาน(๒๗ส.ค.)ที่มีการเคลื่อนไหวเฉพาะ"หน่วยข่าวทหาร
"และ"ตำรวจ"ที่ปะปนในฝูงชน และรวมถึงการเคลื่อนของกำลังตำรวจปราบจราจล
โดยมีรายงานว่าแกนนำพันธมิตรได้รับทราบความเคลื่อนไหวทางทหารผ่านทหารอีก
ข้าง ภายใต้การประสานของ"พล.อ.ปฐมพงษ์
เกสรสุข"ที่ปรากฎเคลื่อนไหวในทางเปิด และรวมถึงการเคลื่อนไหวทางปิดของ
อดีตยังเติร์ก จปร.๗ อย่าง"พล.อ.พัลลภ","พล.ต.มนูญกฤต
รูปขจร","พล.อ.อ.มนัส","พล.อ.ปรีชา"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าในคืน
นี้มีมีความต้องการจากฝ่ายรัฐบาลที่ต้องการเข้าสลายการชุมนุม ๒ ละลอก
ทั้งการจู่โจมจับแกนนำตามหมายศาล
และการเข้าดำเนินการเคลียร์พื้นที่ทำเนียบรัฐบาล
หลังจากที่รัฐบาลได้อาศัยความชอบธรรมผ่านคำตัดสินของศาล
และผ่านโพลต่างๆที่สำรวจความเห็นของประชาชนต่อการชุมนุมของพันธมิตร
โดย"ความชอบธรรม"ดังกล่าวจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลปากคำของ"ผู้ต้องหา
"บุกรุกNBTที่ถูกจับกุม
ที่ถูกระบุว่าส่วนใหญ่มาจากนักศึกษาภาคใต้ที่อาศัยอยู่หน้ามหาวิทยาลัยราม
คำแหง ที่จะเชื่อมโยงไปถึงผูเกี่ยวข้อง

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:51 am

ระเบิดปิงปองบาน/พธม.ผวาสัญญานฆ่าโค/ตร.ตื่นขู่บึ้มร.พ./"ผู้ใหญ่"สั่งยุติสงคราม
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ความเคลื่อนไหวการเมือง-การทหาร
กับสถานการณ์หลังเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างม็อบพันธมิตรฯกับกำลังของเจ้า
หน้าที่ตำรวจปราบจราจล(๗ต.ค.๕๑)ว่า
ภายหลังสถานการณ์ดังกล่าวที่ดูเหมือนรัฐบาลตกเป็น"ฝ่ายรับ"กับสภาพ"ผล"ที่
เกิดขึ้นที่มีผู้คนบาดเจ็บและเสียชีวิต..โดย"พันธมิตร"ได้หยิบผลดังกล่าวมา
"ขยาย"เพื่อทำลาย"ความชอบธรรม"ของรัฐบาล"สมชาย
วงศ์สวัสดิ์"....แต่ในมิติทาง"ลึก"กำลังมีการเดินหน้าจากฝ่ายรัฐทาง"ลึก"ใน
การคลี่คลาย"ข้อเท็จจริง"ในเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้วยการเชื่อมโยง"บุคคล"เข้ากับ"หลักฐาน"และที่มาของ"ผู้สนับสนุน"หรือ"ตัว
การ" โดยเฉพาะกับ"ข้อกล่าวหา"ตำรวจสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิต
บาดเจ็บ ที่ในทางสากลหรือรัฐบาลในอดีตแล้วจะสูญสภาพ"
ความชอบธรรม
"และ"นายกฯ"ต้องตัดสินใจทางการเมืองด้วยการ"ลาออก"หรือ"ยุบสภา"เพื่อปลด
ระบาย"ความอึดอัด"ของประชาชน..เช่นครั้ง"พล.อ.สุจินดา
คราประยูร"แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความแตกต่างที่"ที่มา"ของสถานการณ์"ความ
รุนแรงและ"ผู้อยู่เบื้องหลัง"ความขัดแย้งที่
มีการให้"ข้อมูลความรู้"เหล่านี้เป็นวงกว้างกับประชาชนระดับ"กลาง-ล่าง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"ผลการตรวจสอบหลักฐาน๓๐๐รายการ"หลังสถานการณ์การปะทะกันโดยเฉพาะการ
พิสูจน์ผลทางวิทยาศาสตร์ที่พบ"สารระเบิด"จำนวนมาก
ที่แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่มีแต่เพียง"แก๊สน้ำตา"และกำลังมีการ"จำลองสถานกรณ์
"ในที่เกิดเหตุจริงเพื่อพสูจน์ทราบ โดยทีมงานของ"พ.ญ.พรทิพย์
โรจนสุนันท์"นั้นได้สร้างความหวั่นไหวให้กับ"บางฝ่าย"ที่อยู่เบื้องหลังการ
สร้างสถานการณ์นำไปสู่การปะทะ
ระหว่าง"พธม."กับ"ตำรวจ"ที่ขยายผลมาสู่ความหมาย"การสลายการชุมนุม"ของตำรวจ
โดยมี"นักวิชาการ"บางท่านที่อยู่ฝ่าย
พธม.ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะ"ไม่ไว้วางใจ"การทำงานของ"พ.ญ.พรทิพย์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ข้อมูลหลักฐานที่ปรากฎผ่านทางภาพถ่ายของสื่อมวลชน-หน่วยข่าวตำรวจ-ทหาร
และ
กล้องวงจรปิดบางจุดที่ไม่ได้ถูกพันธมิตรทำลายการมองเห็นในขณะเคลื่อนม็อบไป
ยังหน้ารัฐสภาช่วงค่ำ(๖ต.ค.)กำลังถูกรวบรวมเพื่อ"ตอบโจทย์"เหตุการณ์ที่มี
ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ โดยเฉพาะกรณี"น้องโบว์"นั้นจากสภาพศพ
ที่ซี่โครงถูกทำลายไปทั้งแถบนั้นถูกระบุว่าเกิดจาก"ระเบิด"
เช่นเดียวกับกรณีของ"ผู้พันจ๊าบ"หัวหน้าการ์ด พธม.และน้องเขย"การุญ
ใสงาม"ที่มีการต่อเชื่อมกับ"เจ้าของรถจี๊บเชอเรอกี"ที่เป็นสมาชิกคนสำคัญของ
"สันติอโศก"ที่มีการให้ข่าวจากตำรวจว่ามีการขนระเบิดเพื่อทำ"คาร์บอมบ์
"บริเวณฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทย
ซึ่งติดกับรั้วของสถานที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของ"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่ากรณีของ"น้องโบว์"นั้น
ในระดับชั้นการสืบสวนสอบสวนทางลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร
มีการระบุถึงเชื้อประทุระเบิดที่มีปริมาณพอสมควร..ซึ่ง"ข้อมูล"นี้มีการ
เชื่อมโยงไปถึง"การ์ดพธม."ในแผนการยุทธการก่อนเช้าวันที่ ๗ ต.ค.
ที่มีการแจกจ่าย"ระเบิดปิงปอง"ให้กับ"การ์ดอาสา"และมีการ"ฝากของ"ใส่กระเป๋า
หรือเป้ของ"ผู้หญิง"ในหลายส่วนเพื่อป้องกัน"การตรวจค้น-จับกุม"จากเจ้า
หน้าที่
โดยเตรียมกระจายการปฏิบัติการ"ตอบโต้"หากมีสถานกรณ์"สลายการชุมนุม"เกิดขึ้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า สถานการณ์ในเช้าวันที่ ๗ ต.ค.
เป็นสิ่งที่ฝ่าย"พันธมิตร"และการ์ดคาดไม่ถึงว่า
เจ้าหน้าที่จะทำการเจาะพื้นที่"เปิดทาง"บริเวณด้านถนนพิชัยและรุกเข้ามาที่
ถนนอู่ทองเพื่อ"ตีร่น"ขยายพื้นที่ให้ ครม.สมชาย และสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล
รวมถึง ส.ส.และ
ส.ว.เข้าสภาเพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯโดยใช้"แก๊สน้ำตา"จำนวนมาก..ที่ทำให้
เกิด
มีเหตุ"ระเบิด"ในหลายจุดจากผลความชุลมุนวุ่นวาย..ซึ่งในเบื้องต้นมีความ
พยายามระบุว่าผู้ที่"ขาขาด-แขนขาด"นั้นมาจากอานุภาพของ ปืนยิงแก๊สน้ำตา
และระเบิดแก๊สน้ำตา แต่ต่อมามีการยืนยันจากหลายฝ่ายว่ามี"ระเบิดปิงปอง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าจาก"ข้อมูล"การข่าวของฝ่ายรัฐ มีการระบุ ว่า
ภายในการ์ดได้มีการแจกจ่าย"ระเบิดปิงปอง"ให้กับบางหน่วยใช้ในกรณีสถานการณ์
ปะทะและถอยร่น เพื่อสร้างความเสียหายให้กับฝ่ายตำรวจ
โดยมีอดีตแกนนำเดือนตุลาบางท่านใช้โมเดลเหตุการณ์ในอดีต
ที่มีการใช้"น.ศ.ช่างกล"ปฏิบัติการนี้ในฝูงชนมาใช้
โดยแกนนำรายนี้ได้ขอ"งบประมาณ"ไปทางบริษัทเอกชนรายใหญ่"ส."
และสั่งทำ"ระเบิดปิงปอง"เพื่อแจกจ่ายไปยัง"หน่วยรบ"ภายในการ์ด
ซึ่งจากเหตุการณ์การตีร่นและความตกใจกลัวของผู้ที่ไปร่วมชุมนุมที่มีทั้ง
ประชาชนทั่วไป และการ์ด
ซึ่งได้รับพิษของ"แก๊สน้ำตา"ทำให้มีการวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลาน
จนทำให้"ระเบิดปิงปอง"ไม่ได้ถูกใช้แต่ได่เกิดการกระแทกและระเบิดขึ้นโดยมี
รัศมีการทำลายเฉพาะจุด ที่ทำให้หลายคนขาขาด-แขนขาด
ขณะที่รายที่จะถึงแก่ชีวิตคือมีรายที่มีการเก็บไว้ในเป้หรือย่ามและสะพายติด
กับหน้าอก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มือที่๓ ของสถานการณ์ มีอยู่หลายฝ่าย
ทั้งที่แทรกซึมอยู่ภายในพันธมิตรและนอกพันธมิตร
เพื่อกระตุ้นให้สถานการณ์รุนแรงปะทุ โดยมีลักษณะกระทำยั่วยุให้ทั้ง ๒ฝ่าย
ระหว่างพันธมิตรฯ ตำรวจปจ.เผชิญหน้าโกรธแค้นและปะทะ
โดยวิธีของฝ่ายนี้คือการส่งมือปืนแทรกซึมในฝูงชนและยิงเข้าไปในฝูงชนหรือ
ฝ่ายตำรวจ หรือยิ่งสุ่มทั้ง๒ ฝ่าย
และรวมถึงการปฏิบัติการเป็นแบบอย่างให้ม็อบที่กำลังโกรธแค้น ดังกรณี
รถโฟร์วิล
ของ"นายปรีชา"หนึ่งในพธม.ที่มีผู้ขับพุ่งเข้าชนตำรวจและถอยเหยียบซ้ำ
ที่มีรายงานว่าผู้ที่เป็นคนขับไม่ใช่"นายปรีชา"แต่เป็น"คนในเครื่องแบบ"ที่
ไม่ใช่ตำรวจ ซึ่งถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการจาก"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ปฏิกริยาของ"ตำรวจ"เริ่มมีการขยายวงความไม่พอใจ
ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวโดยในหลายโรงพักมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ใน
หมู่นายตำรวจและผู้ต้องหาหรือประชาชนผู้ไปติดต่อกับโรงพักว่า
สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ทำให้เกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมกว่า ๒-๓ปีที่แล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
กรณี"พล.ต.อ.สล้าง
บุญนาค"(ที่มีสัญลักษณ์ชัดเจนในการทำหน้าที่"เก็บงาน"ของ"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
"นับตั้งแต่เหตุการณ์ในอดีต)เตรียมนำกำลัง"ตำรวจเก่า"ออกมายึดทำเนียบคืน
คือ"สัญญาน"ที่สอดคล้องกับ"สัญญาน"จากข่าวของเอพี.ที่ลงคำสัมภาษณ์ของ
"สมเด็จพระเทพฯ"ที่ทรงตรัสแสดงความเห็นถึงการชุมนุมของพันธมิตรฯ
โดยป็น"สัญญาน"ที่มีการส่งไปยังหมู่ราชนิกุล
รวมถึงบรรดาเจ้าหน้าที่ในโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริ
ที่เข้าร่วมชุมนุมที่ทำเนียบให้เฟดตัวออกจาก"พันธมิตรฯ"โดย"สัญญาน"นี้ถูก
ส่งออกมาหลังจากที่"พล.ต.จำลอง"ออกมา"ตัดสัญญาน(๑๐ต.ค.)การเจรจา"ที่"พล
.อ.ชวลิต"เชื่อมต่อผ่าน"เสธหมึก"เพื่อนจปร.๗ของ"พล.ต.จำลอง"ก่อนหน้านั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
"สัญญาน"ที่ถูกส่งผ่านจาก"ผู้ใหญ่"นั้นมีความชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องการให้
สถานการณ์บานปลาย เพราะมีการวิเคราะห์จากการข่าว ระบุว่า
สถานการณ์จะไม่สามารถควบคุมได้หากประเด็น"ความขัดแย้ง"ขยายวงมาสู่สถาบันฯ
กว่านี้
ดังนั้นจึงมีการลงความเห็นให้มีการ"ยุติความขัดแย้ง"โดยเปิดทางให้"พันธมิตร
"ลงหลัง"รัฐบาลสมชาย"เสียสภาพจากเหตุการณ์"สลายการชุมนุม"แล้ว..ดังการเลิก
ข้อหา"กบฎ"และ"หมายจับ" ๙ แกนนำพธม.แต่กลับไม่มีการ"ตอบรับ"จากพธม.
ซึ่งเป็นที่มาของข่าวการ"ลอบสังหาร"ที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงข่าวการเตรียมสลาย
การชุมนุมช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่ถูกลือในวันศุกร์(๑๐ต.ค.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า มี"สัญญาน"ออกมายืนยันตรงกันของ ๒ แหล่งข่าวทางด้านความมั่นคง ว่า
เตรียมที่จะมีการการใช้แผน"เสร็จนาฆ่าโค"เข้าปฏิบัติการในสถานการณ์แล้ว
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่งความเคลื่อนไหวของฝ่ายตุลาการ
ที่"ผู้ใหญ่"เรียกเข้าหารือโดยเตรียมที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทางกฎหมาย
กับ"แกนนำ พธม." หลังวันที่ ๑๓ต.ค.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ได้มีคำสั่งจาก
สตช.ให้คุมเข้มโรงพยาบาลตำรวจ(๑๒ต.ค.)หลังจากมีผู้ขู่วางระเบิดสถานที่ดัง
กล่าว..โดยรายงานนี้ถูกต่อเชื่อมสัญญานผ่าน"ไอ้แหลม"(ซึ่งเคยเคลื่อนไหวบอก
ข่าวห้วงเหตุการณ์พ.ค.ทมิฬเปิดแผนของพล.ต.จำลองขณะนั้น)ที่ก่อกวนสัญญา
นวิทยุตำรวจ ตลอดเย็นถึงค่ำ(๑๑ต.ค.)


ผวาแดงคอมมิวนิสต์-ศก./"ผู้ใหญ่"ส่งสัญญาน/"ชวน"เจรจารัฐบาลแห่งชาติ/"สุเทพ"ไม่ถอย
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงาน
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองการทหาร หลังรัฐบาล"อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ"นายกรัฐมนตรี ภายใต้การกำกับของ"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง บริหารประเทศมาได้ ๒ เดือน
และกำลังจะมีการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (๒๗
ก.พ.)ขณะที่กำลังมีความเคลื่อนไหวของม็อบต่อต้านฝ่าย"เสื้อแดง"(๒๔ก.พ.)ที่
ขู่จะปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล พร้อมๆกับมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่
จ.ประจวบฯ ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มส.ส.พรรคเพื่อไทย
ที่เดินทางไปพบกับ"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง ว่า
มีความเคลื่อนไหวจากผลการส่ง"สัญญาณ"จาก"ผู้ใหญ่"คนสำคัญผ่าน"ผู้ใหญ่"ระดับ
สูงในคณะองคมนตรี ไปยัง"ชวน หลีกภัย"ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์
ที่นำมาซึ่งการพบปะพูดคุยระหว่าง"ผู้ใหญ่"ในพรรคประชาธิปัตย์
กับ"ร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ"แห่งพรรคเพื่อไทย
ก่อนมีการออกมาระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์
เตรียมพลิกเกมด้วยการหันมาจับตัวกับพรรคเพื่อไทย
ในการตั้งรัฐบาลหลังจากนี้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
"ผู้ใหญ่"มีความต้องการสกัดไม่ให้สถานการณ์ที่กำลังกัดเซาะทำลายสถาบันระดับ
สูงของประเทศลุกลามต่อไป หลังจากมีรายงานความเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคเหนือ
และอีสาน รวมถึงภาคใต้ตอนบน
กับการจัดตั้งกองกำลังของอดีตแนวร่วม"พรรคคอมมิวนิสต์"เดิม
โดยใช้ฐานมวลชนของกลุ่ม"เสื้อแดง"ที่เริ่มมีการเกาะตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งฝ่ายซ้ายวิชาการ
ที่มีแนวทางตรงข้ามกับ"ซ้ายศักดินา"ที่พร้อมผนึกตัวกับ"ฝ่ายเสื้อแดง"อีก
ส่วนหนึ่งที่มีแนวทางการต่อสู้ด้วยเหตุผลการสนับสนุน"ทักษิณ"
โดยเนื้อหาสำคัญของการเคลื่อนไหวมีข้อตกลงที่แตกต่างไปจากการเคลื่อนไหว
เมื่อครั้งหลัง ๑๙ก.ย.๔๙
ที่มี"ทักษิณ"เข้ามาเป็น"ตัวแปรสนับสนุน"ในด้าน"ทุน"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ไม่ใช่มีเพียงแต่มวลชนที่อยู่นอกอำนาจรัฐ
ที่เป็นประชาชนรากหญ้า และปัญญาชน
หากแต่ยังมีการเคลื่อนไหวในหมู่นายทหารในกองทัพจำนวนไม่น้อย
ภายใต้การเคลื่อนไหวของ ตท.๑๐ และ ทหารที่ได้รับผลกระทบจากการโยกย้าย
รวมถึงที่ได้รับ"อิทธิพล"จาก"ข้อมูล"เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในโครงสร้างอำนาจ
และสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยที่อยู่ภายใต้"อำนาจ"เหนือ"อำนาจ
"ที่กำลังทำให้ผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจของโลกที่กำลังเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๒
มีความรุนแรงมากขึ้นและยากควบคุม
ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้รับความเดือดร้อนไปด้วย
และรวมถึงกลุ่มนายทหารที่ไม่พอใจกับภาพความตกต่ำเสื่อมเสียของกองทัพจาก
พฤติกรรมของนายทหารบางส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผลกระโยชน์ทางการเมืองและ
มีพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่ต่อการทุจริตเรียกรับประโยชน์ ในห้วง คมช.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า"ผู้ใหญ่"มีความกังวลอย่างมากกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่อาจลุกลามไปยัง
ประชาชนในประเทศและอาจพาลมาสู่สถาบันระดับสูงที่ในระยะหลัง ๑๙ก.ย.๔๙
มีการใส่ข้อมูลด้านลบให้กับประชาชน
ทำให้"ผู้ใหญ่"มีการรื้อแนวความคิดเดิมที่จะให้มี"รัฐบาลแห่งชาติ"เกิดขึ้น
โดยยังคงมี"กองทัพ"เป็นแบ็คอัพในด้านความมั่นคง
ขณะที่มีการเตรียมดึง"เกจิด้านเศรษฐกิจ"ที่เป็น"คนกลาง"ในการเข้าร่วมกันแก้
วิกฤติเศรษฐกิจ
ที่มีการประเมินแล้วว่ายอดเงินคงคลังที่แท้จริงที่เหลืออยู่นั้นน่าเป็นห่วง
โดยเฉพาะเป็นที่แน่ชัดว่าประมาณการจัดเก็บรายได้(ภาษี)จะลดลง
ซึ่ง"สัญญาณ"เหล่านี้ทำให้"ผู้ใหญ่"ไม่มั่นใจว่า"อภิสิทธิ์"หรือ"กรณ์
จาติกวณิชย์"รมว.คลัง จะรับมือได้
ซึ่งท่าทีนี้ถูกส่งผ่าน"นายชวน"รวมถึง"พล.อ.ชวลิต
ยงใจยุทธ"ที่ถูกระบุให้เป็น"ผู้ประสาน"การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
ที่มีการส่งสัญญาณเหล่านี้ไปยังแกนนำของพรรคหลายๆคนรวมทั้ง"สุเทพ"
โดยมีการระบุว่าสถานการณ์หนักหน่วงเกินไปที่จะให้พรรคประชาธิปัตย์มาแบกรับ
โดยเฉพาะประมาณเดือนมิ.ย.๕๒ ที่จะปรากฎภาพที่ชัดเจนในสถานการณ์วิกฤติ
ที่ทำให้ในการเดินทางไปเจรจาขอกู้เงิน ๗.๒แสนล้านจากญี่ปุ่น
มีข้อสรุปที่รัฐบาลไทยยอมกู้ในอัตราดอกเบี้ย ๓.๗-๓.๘ %
ทั้งที่ประเทศอื่นๆกู้เพียงอัตรา ๐.๕-๐.๗ %

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า นอกจากแรงกระเพื่อมที่ทำท่าว่าจะบานปลายดังกล่าวแล้ว
"ผู้ใหญ่"ยังมีความกังวลกับข่าวการดำเนินคดีกับบรรดาผู้ที่เผยแพร่ข้อมูล
ข่าวสารที่มีเนื้อหาหมิ่นต่อสถาบันระดับสูงในห้วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา
นับตั้งแต่"ดา ตอปิโด"ไล่มาจนถึง"ใจ อึ๊งภากรณ์"ลูกชายของ"ดร.ป๋วย
อึ๊งภากรณ์"และลามเลยไปถึงสื่อมวลชนต่างประเทศในประเทศไทย
โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับ"นายนิโครลายส์"นักเขียนชายออสเตรเลีย
ที่ถูกจับกุมและต้องโทษหมิ่นสถาบัน
ที่ทำให้เกิดกระแสโจมตีกระบวนการยุติธรรมของไทยไปทั่วในต่างประเทศโดยเฉพาะ
ในออสเตรเลียและบรรดาประเทศต่างๆรวมถึงส่งผลกระทบต่อทัศนคติของสื่อต่าง
ประเทศต่อสถาบันในประเทศ..โดย
เฉพาะยิ่งมีการเคลื่อนไหวทั้งในและนอก
ประเทศไทยต่อกฎหมายหมิ่นสถาบันในรัฐธรรมนูญผ่าน"ใจ อึ๊งภากรณ์"
ซึ่งความกังวลาดังกล่าวนำมาสู่ความเคลื่อนไหวของ"ผู้ใหญ่"สอดรับกันล่าสุด
กับข่าวการได้รับพระราช
ทานอภัยโทษของ"นิโครลายส์"(๑๙ก.พ.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าเบื้องหลังกรณีดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการเตรียมจัดประชุมอาเซียน
ซัมมิทที่หัวหิน(๒๗ก.พ.)และรวมถึงท่าทีจากการเดินทางมาเยือน ๔
ประเทศในอาเซียนของ"ฮิลลาลี คลินตัน"รมว.ต่างประเทศสหรัฐ
ที่ไม่มีประเทศไทยอยู่ในรายการเยือน ที่แม้จะมีการประสานจาก"สุรินทร์
พิศสุวรรณ"ในฐานะเลขาธิการอาเซียน
ในการพบปะกับ"ฮิลลาลี"ที่พยายามให้"อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ"นายกรัฐมนตรีของไทยมีโอกาสเดินทางไปในที่อินโดนิเซียในช่วงการ
เยือน แต่ก็ยังมีแรงเสียดทานผ่านท่าทีของฑูตสหรัฐประจำประเทศไทย
ที่เข้าพบ"นายชวน
หลีกภัย"ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์แทนที่จะพบ"อภิสิทธิ์"เมื่อ
๒-๓สัปดาห์ก่อน

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าประเด็นที่สหรัฐไม่พอใจประเทศไทย
และอาจทำให้ประเทศไทยโดยรัฐบาลปัจจุบัน(อภิสิทธิ์)ต้องพยายามเคลียร์กรณีคดี
ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง และกรณียึดทำเนียบรัฐบาล พร้อมๆกับกรณี
เหตุการณ์ตำรวจสลายการชุมนุม ๗ ตุลาคม
ในห้วงเวลาที่มีการประชุมอาเซียนซัมมิท คือ
กรณีที่ในช่วงที่มีการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ
มีการยึดเครื่องบินสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ของสหรัฐจำนวนหลายลำเพื่อเป็น
ประกันกับสหรัฐในห้วงเวลานั้น
ที่ทำให้ช่วงเวลานั้นทำให้"ประธานาธิบดีบุช"ไม่พอใจ
และกองทัพสหรัฐเตรียมที่จะเคลื่อนกองเรือที่ ๗
เข้ามาในประเทศไทยเพื่อกดดัน
ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวนำมาซึ่งความกังวลของ"ผู้ใหญ่"และเป็นสาเหตุต่อ
มาที่ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีการตัดสินคดียุบพรรคพลังประชาชนอย่างทุลักทุเลจน
ถูกวิจารณ์อย่างหนัก
ทั้งนี้เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความวุ่นวายโดยอาศัยกระบวนการยุติธรรม
เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่งห้วงเวลานั้นสื่อสัญชาติสหรัฐมีการเคลื่อน
ไหวโจมตีประเทศไทยอย่างหนัก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
แม้กระนั้นข้อหารือใน"สัญญาณ"จาก"ผู้ใหญ่"ที่ส่งผ่านไปยัง"ชวน"และ"บัญญัติ
บรรทัดฐาน"ก็เห็นด้วย
ในการให้รัฐบาลถอยฉากออกจากการรับหน้าเสื่อการแก้วิกฤติเศรษฐกิจโดยให้มี"คน
อื่น"(
คนนอก)มาคั่นก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
ถูกปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามจาก"สุเทพ"ที่มี"ผู้ใหญ่"อีกท่านให้การสนับสนุนมา
ตั้งแต่ต้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่าประเด็น เงินบริจาดให้พรรคประชาธิปัตย์ ๒๕๐ ล้านของ"ประชัย
เลี่ยวไพรัช"แห่งทีพีไอ.นั้นเป็นเรื่องจริงที่รับรู้กันในหมู่แกนนำพรรค
โดยเป็นการส่งผ่าน"นิพนธ์ บุญยามณี"รองเลขาธิการพรรค
แต่ที่เรื่องนี้แดงออกมาเพราะ
มีการเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของทีพีไอ.และพบว่ามีการปลอมเอกสารภาษี
กรณีการจ้างบริษัทโฆษณาเมสไซอะของ"สุชาติ
สังข์ขาว"ซึ่งเคยร่วมทำธุรกรรมกับ"สุพัฒน์ ธรรมเพชร"และ"ไทกร
พลสุวรรณ"มือไม้ของ"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"ที่ภายหลังม็อบ"ชมรมคนรู้ทันทักษิณ"ที่มี"น.ต.ประสงค์
สุ่นศิริ"และกลุ่มมือไม้ของ"เสธหนั่น"..เครือข่ายของ"สุเทพ"มีความเชื่อมโยง
กับ"ประชัย"มากขึ้นผ่านคอนเนคชั่นในกองทัพโดยเฉพาะมีการเชื่อมผ่านไปยัง
เครือข่ายของทหารบ้านสี่เสาฯ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่ากรณีเงินดังกล่าวเป็นส่วนผสมระหว่างเรื่องเก่ากับเรื่องใหม่
ที่ทำให้"ประชัย"เองก็ยอมรับกับสื่อว่าเขาเคยบริจาดให้กับพรรคประชาธิปัตย์
แต่เป็นห้วงที่รัฐธรรมนูญ ๔๐ บังคับใช้ซึ่งยังทำได้
แต่ความจริงจากหลักฐานของ ดีเอสไอ.ที่พบคือเส้นทางของเงินซึ่งมีมากกว่า
๒๕๐ ล้าน อาจถึงหลัก ๒-๓,๐๐๐ล้าน ที่มีการเคลื่อนไหวในระยะปี ๒๕๔๘-๕๐
ไม่ได้ไปที่ปลายทางเฉพาะกลุ่มธุรกิจโฆษณาที่ทำโฆษณาให้พรรคประชาธิปัตย์
หากแต่มีการโอนไปยังปลายทางบริษัทขนส่ง
ที่ไปสอดรับกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดคนเข้ามาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล
และสนามบินสุวรรณภูมิ ในเครือข่ายของ"สุเทพ"ห้วงรัฐบาล"สมัคร"และ"สมชาย"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน
ว่า
เริ่มมีท่าทีความไม่พอใจจากบรรดาแกนนำในปีกของ"สุเทพ"ที่เคยร่วมแรงร่วมใจ
กันในห้วงสถานการณ์ต่อสู้กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
โดยเฉพาะมีท่าทีจาก"ชำนิ ศักดิเศรษฐ"ที่เป็น
หนึ่งในกำลังสำคัญที่ระดมคน
ไปช่วยแต่ผลสุดท้ายเมื่อมีการตั้งรัฐบาลทั้งที่"สุเทพ"เป็นผู้จัดการ
ทุกอย่างกลับไม่จัดตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ให้กับ"ชำนิ"ตามที่เขาคาดหมาย
มีเพียง"วิทยา แก้วภราดัย"ซึ่งก็เป็นอีกหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ
ที่ได้รับการตอบแทน
ทำให้มีกระแสจากคนใกล้ชิด"ชำนิ"ว่าเขาไม่พอใจอย่างมากและกำลังตัดสินใจที่จะ
ย้ายสังกัดไปอยู่กับ"เสธหนั่น"ต้นสังกัดเดิมของ"บ้านสนามบินน้ำ"ที่พรรคชาติ
ไทย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า
สถานการณ์โดยรวมที่ประเมินแล้วว่าไม่สามารถควบคุมได้กับวิกฤติเศรษฐกิจ
ที่มีผลพวงจาก ๒ ปีก่อนซ้ำกับสถานการณ์โลก
ทำให้แกนนำระดับอาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้มีการ"ยุบสภา"หลังจาก
ผลักดันนโยบายประชานิยมได้ผลในระดับต้นๆแล้วโดยอาจใช้สถานการณ์การชุมนุมของ
ม็อบเสื้อแดงและพันธมิตรที่อาจถูกทำให้สถานการณ์บานปลาย
เป็นประเด็นอ้างที่ล้างไพ่

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:51 am

ผวาแดงนองเลือดสงกรานต์/ป๋าชิ่งโคราช/ฑูตมะกันขู่/ศึกเขมรลึกลาม/เปลี่ยนCIAไทย-มาเลย์
@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวการเมืองการทหารและมวลชน...ว่า
สถานการณ์"ดีเดย์"วันที่ ๘ เม.ย.๕๒ ของ
"กลุ่มคนเสื้อแดง"นั้นหนนี้"ไม่ธรรมดา"และมีผลในทางลึกกับฝ่าย"อำนาจรัฐ"และ
อำนาจที่เหนือกว่าอำนาจรัฐและมีแนวโน้มไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงในระดับที่
สังคมไทยไม่เคยสัมผัสมาก่อน(แรงและลึกในระดับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
มากกว่า ตุลา ๒๕๑๖-๑๙ และ พ.ค.๒๕๓๕ และอาจมากกว่า การ
เปลี่ยนแปลงการ
ปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕) ทั้งในกระบวนการขับเคลื่อนของทั้ง ๒
ฝ่ายคู่"ปฏิปักษ์"ทางการเมือง...โดยเฉพาะในด้าน"ยุทธการ"ยุทธวิธี
ทั้งทางเปิดและปิด..ทุกมิติไม่ว่าจะเป็นด้าน"มวลชน".."ข่าวสาร","ทุน","กอง
กำลัง"
และ"อำนาจรัฐ"ทั้งนี้โดยมีแนวทางยุทธวิธีการขับเคลื่อนในรูปแบบเดียวกับที่
"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"ปฏิบัติการเมื่อปี ๒๕๔๘-๕๑

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่า
การประกาศ"ปฏิวัติประชาชน"ระดมมวลชนนับแสนคนมาขับไล่รัฐบาลโดย"พ.ต.ท.ทักษิณ
" ชินวัตร"นั้น
ส่งสัญญาณตรงถึง"คำตอบ"ในท่าทีการ"แตกหัก"กับฝ่ายตรงข้าม...ขณะเดียวกันก็
เป็นการ"ส่งสัญญาณ"เหมือนเป็นการ"ยืนยัน"ให้มั่นใจ
ไปยัง"แนวร่วม"ภายใน"กลุ่มเสื้อแดง"(ที่ไม่ใช่กลุ่มคนรักทักษิณที่เป็นมวลชน
จัดตั้งทางการเมืองของพรรคพลังประชาชนหรือพรรคไทยรักไทยเดิม)ที่ล่าสุดมีการ
ยืนยันเป็นการ"ภายใน"ของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)และรวม
ถึงฝ่ายรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แล้วว่า
"แนวร่วม"ที่เกิดขึ้นภายใน"ม็อบเสื้อแดง"ครั้งนี้"จริงจัง"ใน"เป้าหมาย"ใน
เชิงอุดมการณ์ที่เป็น"ปฏิปักษ์"กับ"สถาบันฯ"ที่พวกเขาสรุปมานานแล้วว่าเป็น
"อุปสรรค"ต่อกระบวนการประชาธิปไตยและการพัฒนาประเทศทุกมิติ การเมือง
เศรษฐกิจ สังคม ดังที่"จักรภพ
เพ็ญแข"พยายามย้ำตลอดบนเวทีเสื้อแดงโดยใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐
เป็น"รูปธรรมตัวอย่าง"ของการเรียกร้องทวง"สิทธิเสรีภาพ"
และ"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"จากฝ่ายตรงข้ามที่เขากำลังต่อสู้และใช้สรรพนาม
แทนฝ่าย"ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย"ที่เขาพยายามอธิบายให้ชนชั้นล่างและชนชั้นกลาง
ที่เข้ารวมเข้าใจว่าหมายถึง"พล.อ.เปรม
ติณสูลานนท์"ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษและพวก

@@"หน่วยข่าวลับ
"รายงานว่า"สัญญาณแตกหัก"ของ"ทักษิณ"ก่อนหน้านี้ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจจาก
"แนวร่วม"กระทั่งเข้าเปิดแนวรบตรงกับ"พล.อ.เปรม"ในฐานะ"ผู้มีบารมีนอกรัฐ
ธรรมนูญ"และการให้"พล.อ.พัลลภ
ปิ่นมณี"เป็น"พยานปากสำคัญ"ในการแฉเบื้องลึกเบื้องหลังการนัดประชุมหารือกัน
ที่บ้านของ"ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา"ของ"พล.อ.สุรยุทธ์
จลานนท์"และบุคคลระดับสูงในแวดวงตุลาการอย่าง"อัคราทร
จุฬาลักษณ์"ฯลฯเพื่อตอกย้ำกับ"ข้อมูล"ที่เขาเคยระบุว่าถูก"ลอบสังหาร"ในห้วง
เป็นนายกรัฐมนตรีหลายต่อหลายครั้ง..ที่ไม่เคยมีใครเชื่อ..โดยครั้งนี้เขาได้
ขยายความทันทีว่า จากบ้านของ"ปีย์" เกิดกระบวนการหลายอย่าง
ที่เกี่ยวข้องกับ"การลอบสังหาร"ตน ตั้งแต่การเดินทางไปเชียงใหม่
และที่สนามหลวง ที่มีการตั้งปืนที่ธรรมศาสตร์ และ เรื่องคาร์บอมบ์
ที่ดักแยกซังฮี้ ในที่สุดจับผู้ต้องหาได้
ซึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังสั่งการชื่อ"นายบัง"
(พล.อ.สนธิ)..ทั้งนี้"ข้อมูลนี้"สอดรับกับปากคำของ"พล.อ.พัลลภ"ที่ระบุว่า
"นายปีย์"เคยเปรยกับตัวเองว่าให้"จัดการกับทักษิณ"อย่างใดอย่างหนึ่ง

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่า
ผลจากการเปิดเบื้องหลังการพูดคุยกันที่บ้านของ"นายปีย์"และบุคคลในวงสนทนา
ต่างออกมายอมรับว่ามีการคุยกันจริงแต่ปฏิเสธว่าเป็นการวางแผนยึดนาจ"ทักษิณ
"ทำให้ส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงกับความเชื่อถือของ"ชนชั้นกลาง"ที่สะท้อน
ผ่านภาพการมี"คนชั้นกลาง"เข้าไปร่วมกับ"ม็อบคนเสื้อแดง"มากขึ้นเรื่อยๆ
โดย"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ได้พยายามเตือนเรื่องนี้ผ่านASTVของเขาไปยังรัฐบาลมานานแล้วว่า
ให้ระมัดระวังการเข้าร่วมของ"ชนชั้นกลาง"ที่จะเป็น"ตัวตัดสิน"ว่าฝ่ายใดจะ
เป็นฝ่ายชนะ..ทั้งนี้มีการสรุปกันใน"วอร์รูม"หลายคณะแล้วว่า
ประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็น"จุดติด"ที่ทำให้สถานการณ์นำไปสู่ปฏิบัติการ
"ปฏิวัติประชาชน"ดังที่"ทักษิณ"ประกาศมีความเป็นไปได้สูงมากยิ่งขึ้น

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่า"สัญญาณ"แตกหักที่มีแนวโน้มความรุนแรงไปสู่การนองเลือด
ดังกล่าวเป็นที่ไม่สบายใจของ"ผู้ใหญ่"..โดยเฉพาะความไม่สบายใจที่การแตกหัก
ดังกล่าวจะนำไปสู่ผลสะเทือนครั้งใหญ่กับ"สถาบันฯ"
ซึ่งมีผู้ให้คำแนะนำ
กับ"ผู้ใหญ่"ท่านนี้ถึงการจัดการปัญหานี้ด้วย"การเจรจา"กับ"ทักษิณ"ซึ่งเป็น
ที่มาของการออกมาให้ข่าวจาก"ชัย ชิดชอบ"ประธานรัฐสภาบิดาของ"เนวิน
ชิดชอบ"แกนนำ"พรรคภูมิใจไทย" และท่าทีของ"สุเทพ
เทือกสุบรรณ"รองนายกฯด้านความมั่นคงในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ดูเหมือนจะ
พร้อมเปิดทางเจรรจา แต่ตั้งเงื่อนไขห้ามนิรโทษกรรม
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่สน"ทักษิณ" แต่กลับมีการตั้ง"วอร์รูม สื่อ"และทำ
การบล๊อกสัญญาณดาวเทียม ของ"ทักษิณ"ทางดีทีวี. -
รวมไปถึงความเคลื่อนไหวของ"เนวิน"ที่เข้าพบ"ป๋าเหนาะ"ในงานวันเกิดที่มีการ
ระบุว่าเป็นการขอให้ช่วยคุมสถานการณ์บางจุดที่ทางกลุ่มของเขาไม่สามารถควบ
คุมแต่"ป๋าเหนาะ"ที่ยังคงมีจุดยืนในเรื่อง"รัฐบาลแห่งชาติ"ปฏิเสธ

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่าสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของ"ม็อบเสื้อแดง"ที่ในทางการข่าว
ของฝ่ายความมั่นคง
รวมถึงในทางการวางยุทธศาสตร์ม็อบสรุปตรงกันว่า"จุดติด"นั้น
ได้ตีคู่ขนานไปกับการเคลื่อนตัวของม็อบเสื้อ
แดงตามต่างจังหวัดกว่า ๔๐
จังหวัดทั่วประเทศ
ที่ทำให้"สุเทพ"และรวมถึงทีมงาน"บ้านป๋า"ต้องกลับมาประเมินอีกครั้งจากที่
เตรียมใช้วิธีการ"แข็งกร้าว"จากกำลังทหารที่ใช้โดย"อำนาจรัฐ"..

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่า"สัญญาณ"ที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มข้างต้นได้เกิดขึ้นใน
ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตั้งแต่การย้ายที่พำนักจากบ้านสี่เสาเทเวศน์ไปยัง"บ้านไร้กังวล"ในกองทัพภาค
ที่๒
ที่จ.นครราชสีมาและการพยายามปลุกกระแสมวลชนในหลายพื้นที่หลายกลุ่มสังคม
เพื่อให้กำลังใจ(ศิษย์เก่ามหาวิชิราวุธ,ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ(นำโดยวิเชียร,วี
ระ),สมาคม อปท,อบต.ของพรรคปชป.,สมาคมคนใต้,สงขลาฯลฯ)
รวมไปถึงการออกมาปฏิเสธว่าเป็น"ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"และบงการการรัฐ
ประหาร
ของ"พล.อ.เปรม"และการออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านสื่อมวลชนของ
"องคมนตรี"หลายท่าน อาทิ
"พล.อ.พิจิตร"(บิ๊กเสือ)ที่ถือเป็น"มือขวา"ของ"พล.อ.เปรม"ตั้งแต่ยุคในอดีต
และ "นายอำพล เสนาณรงค์"รวมถึงความเคลื่อนไหวออกมาชี้แจงของ"พล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์"องคมนตรี
และ"นายปีย์"และรวมถึง"ตัวละคร"ในตุลาการอย่าง"อัคราทร"ก่อนหน้านี้

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่า ความเคลื่อนไหวและท่าทีนี้สอดรับกับการเคลื่อนไหว
เมื่อห้วงปลายสัปดาห์(ปลายเดือนมี.ค.๕๒)มีรายงานทางลับ ว่า
มีการพูดคุยกันระหว่าง"ลูกป๋า"ในระดับแกนนำพันธมิตรที่เป็น"นายทหาร"ยศ
นาย
พล
ที่เคยมีบทบาทอย่างสูงใน"การนำ"ในเหตุการณ์"จลาจล"ที่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย
จำนวนมากในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ กับ
"ลูกป๋า"ในบ้านสี่เสาฯถึงทางออกในการใช้"มวลชนสู้มวลชน"โดย"ทหารลูกป๋า"
ที่มี
บทบาทในบ้าน ได้เตรียมประสานเชื่อมโยงระหว่าง"สุเทพ"กับ"สนธิ
ลิ้มทองกุล"ในการใช้นำมวลชนของ"พรรคประชาธิปัตย์"และ"พันธมิตร"ที่มีอยู่มา
ใช้ในแผนการนี้ ที่ทำให้มีการประเมินจากฝ่าย"เสื้อแดง"ว่า"ป๋าเปรม"ได้เข้า
เล่น
กับสถานการณ์นี้แล้วอย่างตั้งใจ
ซึ่งยิ่งทำให้ประเด็นนี้ถูกขยายผลไปถึงสถานการณ์ในอดีตที่"อดีตนายทหารยศพล
ตรี"รายนี้เข้าไปมีส่วนสำคัญในฐานะ"ลูกป๋า"ที่มีความใกล้ชิดและมีเพื่อนเป็น
"ยังเติร์ก"ในกองทัพเป็นกำลัง
สำคัญในการปฏิบัติการตั้งแต่
กรณีเหตุการณ์เดือนตุลาคม ๒๕๑๖-๑๙ จนถึง พ.ค.๒๕๓๕
และยิ่งเป็นการ"จุดชนวน"ให้"แอคตี้วิทต์"จำนวนหลายคนที่เคยเข้าร่วมวางแผน
การขับไล่ล้มอำนาจ"ทักษิณ"หันมาเข้าร่วมกับฝ่าย"เสื้อ
แดง"พร้อมกับมีการชักชวน"ชนชั้นกลาง"ที่เคยเป็นกำลังสำคัญให้พันธมิตรฯมาเข้าร่วมด้วย

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่าสถานการณ์ที่ลุกลามและมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายกับพรรค
ประชาธิปัตย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนในหลายประเด็นที่เกิดขึ้นทำ
ให้"ชวน หลีกภัย"ต้องออกมาเตือน"สุเทพ"และ"อภิสิทธิ์"อย่าง
แรงเป็นครั้ง
แรกว่า มีการไปทำอะไรโดยไม่มีการหารือ"ผู้ใหญ่"ของพรรค ทำให้พรรคเสียหาย
ซึ่งเรื่องนี้"บัญญัติ
บรรทัดฐาน"เองก็เคยมีการหารือกันในวงหารือระดับผู้ใหญ่ของพรรคแล้วว่า
สถานการณ์นี้อันตรายกับพรรคประ
ชาธิปัตย์
และไม่เห็นด้วยกับวิธีการของ"สุเทพ"ที่นำพรรคถลำเข้าไปลึกกับการร่วมเกมเป็น
"รัฐบาล"ต่อจาก"รัฐบาลสมชาย"โดย"หักดิบ"และไม่สง่างาม

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่า
การออกมาพูดแรงของ"พล.อ.พิจิตร"โดยเฉพาะในประเด็น"เกาะเคย์แมน"ซึ่งพาดพิง
ระบุถึง"ลาฟวอยส์"ฑูตสหรัฐคนเก่าว่าเป็นคนเปิดข้อมูลว่า
มีการนำเงินไปซุกที่"เคแมน"ของ"ทักษิณ"และ"ผู้นำอิตาลี"
นั้นมีความเชื่อมโยงกับ
กรณีการเข้าพบ"ป๋าเปรม"ของ"ฑูตสหรัฐ"คนใหม่(ที่ทำให้ป๋าเปรมต้องยอมเลิกหมาย
นัดกับศิษย์เก่าสวนกุหลาบ)โดยประเด็นการคุยกันมี ๒ ข้อ
ข้อหนึ่งเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่ถูกระบุว่าป๋าและกอง
ทัพมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์รวมไปถึงการรัฐประหาร ๑๙ก.ย.
และรวมถึงการให้ขอให้ไทยคลี่คลายปัญหานี้โดยไม่ใช้วิธีการรุนแรง
ขณะเดียวกันก็มีการแจ้งถึงความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างขององค์กรสืบ
ราชการลับของสหรัฐในประเทศไทย CIA
ที่มีการเปลี่ยนแปลงในระดับ"หัวหน้า"ระหว่าง มาเลเซียกับไทย
ซึ่งข่าวนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับ"ผู้ใหญ่"ด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ
"รายงานว่า
สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาขณะนี้มีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การ
ปะทะกันระหว่างอำนาจภายในประเทศไทย
และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงในระดับเสียเลือดเนื้อระยะยาว..โดยจะมีความสัมพันธ์
กับสถานการณ์ภายในประเทศไทย..ตั้งแต่เรื่อง"กษิต
ภิรมณ์"ไปจนถึงสถานการณ์ความขัดแย้งภายใน"องคมนตรี"ทั้งนี้จาก"การข่าว"มี
การเตือนจากฝั่งเขมรถึงเพื่อน-ญาติของพวกเขาว่า สถานการณ์จะรุนแรง
และครั้งนี้ทหารเขมรเอาจริงตามคำสั่งของ"ฮุนเซน"นายกฯของพวกเขา
โดยมีการสั่งการให้ชุดกองกำลัง"มือหนึ่ง"ที่เคยปราบ"นายพลตาม็อก"และเคยรบ
กับไทยที่"ช่องบก"เข้ามาตรึงกำลังบริเวณเขาพระวิหารด้วย
ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวมีการประเมินจาก"หน่วยข่าว"ว่าอาจเกี่ยวข้องกับ
"ทักษิณ"และอาจเกี่ยวข้องกับแผนการดึงความสนใจของกองทัพ โดยภาค ๑
ของ"พล.อ.ประยุทธ"นั้นถูกทิ้งไว้ที่ส่วนกลางและจะเผชิญกับ"มวลชน"ภาค๔
เผชิญกับสถานการณ์ ใต้ ภาค ๓ ถูกกลืนกับฝ่ายแดง ส่วนภาค๒
ที่"ป๋าเปรม"เข้าไปหลบในที่กำบังนั้นจะถูกล่อให้รบกับเขมรจนไม่สามารถแบ่ง
กำลังเข้าไปช่วยส่วนกลางได้..ซึ่งการประเมินดังกล่าวเป็นที่มาของการปล่อย
ข่าวว่า"ทักษิณ"อยู่ในเขมรที่บ้านของ"ฮุนเซน"ของ"สนธิ ลิ้มทองกุล"

@@"หน่วย
ข่าวลับ"รายงานว่าการประเมินของ"หน่วยข่าว"มีการระบุว่าหลังวันที่ ๙
เม.ย.ไปจนถึงช่วงสงกรานต์(ที่มีรายงานเบื้องต้นว่าด้วยสถานการณ์ที่จุดติด
เสื้อดงจะไม่หยุดวันสงกรานต์เหมือนพันธมิตร)สถานการณ์จะชัดเจน
ว่าการ
เจรจาระหว่าง ๒ ขั้วอำนาจ
จะ"จบลง"อย่างไร(ซึ่งมีรายงานทางลับว่า"ผู้ใหญ่"กำลังตัดสินใจกับการคงไว้
ซึ่งบทบาทของคณะองคมนตรีชุดปัจจุบัน) โดยเฉพาะการ"ยกระดับ"ของความรุนแรง
ที่มีลักษณะ"ตัวเปิด"และ"ตัวปิด"ที่จะมีการกระจายไปในหลายจุดในลักษณะก่อ
ความวุ่นวาย..โดยมีอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย.

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รายงานจากหน่วยข่าวลับ

ตั้งหัวข้อ  wincha on Thu Dec 17, 2009 1:52 am

ขอบคุณรายงานข่าวลับทั้งหมดจากเวป http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sunnews

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ