หลาน "อภิสิทธิ์" ค้ำถ่อ ขึ้น ผบ.พัน คุมกำลังรถถังปฏิวัติ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

หลาน "อภิสิทธิ์" ค้ำถ่อ ขึ้น ผบ.พัน คุมกำลังรถถังปฏิวัติ

ตั้งหัวข้อ  Meo on Fri Dec 18, 2009 8:50 am

รายการ "คุณ (มาร์ค) ขอมา" ดัน พ.ท.พงศ์ณุภา เวชชาชีวะ
หลานชายตัวเองขึ้น เป็น ผบ.ม.พัน 11 รอ. คุมกำลังรถถึงปฏิวัติ ของ พล.ม.2 รอ. ที่สระบุรี จนสำเร็จ

ข่าวแจ้งว่า รายการคุณขอมานี้กระทำผ่าน "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใน
ฐานะประธานพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายทหารระดับผู้บังคับกองพัน แต่ท้ายสุดก็ต้องให้ "บิ๊กป๊อก" ลงนามอยู่ดี

ตอนแรกมีเสียคัดค้านหนาหู เพราะ พ.ท.พงศ์ณุภา หรือ "เสธ.แก๊ก" ยังเป็น "ละ
อ่อน" อยู่มาก แค่เตรียมทหารรุ่น 33 ในขณะที่ ผบ.พันทหารม้าอื่นๆ ส่วนมากจะเป็นรุ่น 27-29

และจากคำขอจะล่อชิ้นปลามัน เป็น ผบ.ม.พัน 1 รอ. คุมกำลังหลักใน กทม. กันเลยทีเดียว

แต่ถ้าหากให้ไปตามนั้น ก็คงดูน่าเกลียดน่าชัง พิลึก

จึงต้องแก้เกี้ยวให้ไปอยู่ ม.พัน 11 รอ.แทน แล้วโยก พ.ท.ชัย
ยันต์ ปรีชา ตท.26 จาก ม.พัน 11 รอ. มาเป็น ผบ.ม.พัน1 รอ. เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

และว่ากันว่า บิ๊กป๊อกก็ไม่ค่อยแฮปปี้กับคำขอนี้นัก หากแต่ เทพเทือก ผู้
เป็นเหมือนกัลยาณมิตร ออกแรงเอ่ยปากขอด้วยตัวเอง บิ๊กป๊อก จึงยอมโอนอ่อนผ่อนตามดังกล่าว

เรียบร้อยโรงเรียนมาร์ค และเทพเทือก ไปอีกราย

http://board.sae-dang.com/ReadTopic.php?no=35497
avatar
Meo

จำนวนข้อความ : 64
Registration date : 13/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อภิสิทธิ์..ถึงเวลานับถอยหลังแล้ว..10..9..8..7.............

ตั้งหัวข้อ  Meo on Fri Dec 18, 2009 8:55 am

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

คนที่ถูกมองว่า เก่งแต่เกาะโพเดียมปาฐกถา

แม้แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลยังแอบนินทากันลับหลัง ตั้งแต่เล่นการเมืองมา
เสียใจที่สุดก็คือตัดสินใจโหวตให้ "อภิสิทธิ์" เป็นนายกฯ เสียดายโอกาสผ่านไปครบ 1 ปี ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

นั่นก็เพราะยี่ห้อ "อภิสิทธิ์" ไม่เคยตัดสินใจ ไม่เคยฟันธง ยกตัวอย่างกรณี
ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เปิดเกมยื้อกันจนต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

คิวตั้ง ผบ.ตร.ที่ทุลักทุเลที่สุด

แต่ก็ไม่ได้รู้สึกรู้สา ไม่สนว่าจะเสียระบบการบริหารราชการแผ่นดิน "อภิสิทธิ์" ยังเน้นไปที่งานถนัด
เดินสายเกาะโพเดียมปาฐกถาไปวันๆ จัดลำดับความสำคัญให้กับคิวถ่ายรูปกับเด็ก จ้อกับเยาวชน มากกว่างานบริหาร

งานในโปรแกรมที่ควรจะเดินหน้า เลยหยุดกึกอยู่กับที่

อะไรไม่แสบเท่ากับว่า ถ้าให้คิดเองก็ทำไม่เป็น แต่พอพรรคร่วมรัฐบาลจะเดิน
หน้าโปรเจกต์ของกระทรวงในโควตา ก็โดนเตะตัดขา "อภิสิทธิ์" เหยียบตีนกับคนประชาธิปัตย์

สกัดหัวทิ่มหัวตำ

เหยียบบ่าเพื่อนตีกินกระแส รำไปวันๆ

อย่าว่าแต่คนนอกเลย แม้แต่คนในประชาธิปัตย์ด้วยกันยังเบื่อเต็มทน ไม่อย่าง
นั้นคงไม่มีข่าวปล่อยออกมา "เขี่ยลูก" แซะเก้าอี้ โดยยกจอมเก๋ายี่ห้อ "ชวน หลีกภัย" เชนคัมแบ็ก
นั่งเป็นนายกรัฐมนตรีแทนศิษย์เอก

ตามสัญญาณที่พวกมวยเฒ่าในประชาธิปัตย์ก็อยากโดดขึ้นเวทีแย่งเก้าอี้คืนจากพวกเด็กๆที่ได้โอกาสแล้วทำเสียของ

"พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล-สัมพันธ์ ทองสมัคร-อาคม เอ่งฉ้วน-นิพนธ์ บุญญามณี ฯลฯ" ไปถามดูได้ คันไม้คันมือเต็มแก่

วงในประชาธิปัตย์รับมุกเล่นกระแสกับวงนอกที่ไม่เชื่อมือผู้นำเด็ก

แบะท่าให้เทิร์นกับยี่ห้อ "ชวน"

และเท่าที่เช็กสัญญาณได้ ไม่ใช่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลที่รวมหัวกัน
หมั่นไส้ ไม่ใช่แค่พวกมวยเฒ่าประชาธิปัตย์จ้องผสมโรงโละทิ้งทีมผู้นำเด็ก
แว่วๆเสียงฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย ก็เซ็งเต็มทีกับยี่ห้อ "เด็กดื้อ"

แต่ยังหาตัว "หล่อๆ" เสียบแทน "อภิสิทธิ์" ไม่ได้

เอาเป็นว่า โดยสถานการณ์ขึงอยู่บนเส้นด้าย

ยี่ห้อ "อภิสิทธิ์" ลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงาย

คนในด้วยกันรุมเขม่น ผสมโรงกับสงครามภายนอก ทัพของ "นายใหญ่" รอสัญญาณบุกทุกทิศทุกทางในห้วง
"Fubruary crisis" วิกฤติเดือนกุมภาพันธ์

เปิดเกมเชือดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา

ปลุกกองกำลังเสื้อแดงกดดันบนท้องถนน

ไล่บี้ไล่ต้อน เผด็จศึกผู้นำเด็กที่กำลังเผชิญภาวะ "ภูมิคุ้มกันบกพร่อง"

แต่อีกมุมหนึ่ง ในอารมณ์ของเด็ก ยิ่งทำตัวอ่อนแอ ก็ยิ่งมีคนช่วยอุ้ม

"อภิสิทธิ์" คิดแบบนี้อยู่หรือเปล่า.

ข่าวจากไทยรัฐ..17/12/52
avatar
Meo

จำนวนข้อความ : 64
Registration date : 13/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลาน "อภิสิทธิ์" ค้ำถ่อ ขึ้น ผบ.พัน คุมกำลังรถถังปฏิวัติ

ตั้งหัวข้อ  Meo on Fri Dec 18, 2009 8:58 am

อังคาร รหัสเกียกกาย 8106

สิ่งที่สะใจมากที่สุดก็คือ "เสียใจที่สุดก็คือตัดสินใจโหวตให้ "อภิสิทธิ์" เป็นนายกฯ".......
นี่แหละครับ สุภาษิตไทยจึงบอกว่า..คบเด็กสร้างบ้าน
คบหัวล้านสร้างเมือง" หมายความว่า ....
ทำอะไรร่วมกับเด็ก หรือคนหัวล้านมักไม่เป็นผล
เพราะเด็กชอบเล่น คิดอะไรไม่รอบคอบ คิดเป็นเหมือนเล่นขายของ เอาง่ายเอามันส์เข้าว่า
ส่วนคนหัวล้านก็ใจน้อย จะทำอะไรก็มัวแต่กังวลว่าจะกระทบศีรษะตนเอง
ทำงานใหญ่ต้องระวังว่า คนที่เรากำลังทำงานด้วยนั้น เป็นเด็ก หรือ หัวล้าน หรือไม่ ....

เด็กน่ะ...เจ้ามาร์ค...

หัวล้านน่ะ...เจ้าป๊อก.....

เห็นมั๊ย...เจ๊งทั้งคู่..เฮ้อ..ประเทศไทย คนเก่งไม่ได้เป็นผู้นำ...ผู้นำ
ไม่จำเป็นต้องเก่ง...คนที่คิดแบบนี้ พาบ้านเมืองล่มจมมาเยอะ และสุดท้ายตัว
ปัญหาของบ้านเมืองจริง ๆ ก็คือ "ขันทีเฒ่า" นั่นเอง

http://board.sae-dang.com/ReadTopic.php?no=35496
avatar
Meo

จำนวนข้อความ : 64
Registration date : 13/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลาน "อภิสิทธิ์" ค้ำถ่อ ขึ้น ผบ.พัน คุมกำลังรถถังปฏิวัติ

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Dec 21, 2009 8:55 pm

http://www.komchadluek.net/detail/20091221/42245/%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%9A.%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E111%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97..%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99.html


วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2552

ป๋าเปรมควงผบ.เหล่าทัพ-111ทรท..มอบทุน

คมชัดลึก :
“ป๋าเปรม” ควงผบ.เหล่าทัพ - 111ทรท. - รมต. ร่วมงานมอบทุนมูลนิธิรัฐบุรุษสอนเด็กเป็นคนดี
รู้จักให้ ตอบแทนคุณแผ่นดินเชื่อพระสยามเทวาธิราชคุ้มครองคนดี

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 21 ธ.ค.ที่โรงแรมดุสิตธานี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เป็นประธานพิธีมอบทุน และประมูลจัดหาทุนส่งเสริมการศึกษา การสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ
โดยมีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก
พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
เดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีเหล่าบรรดานักการเมืองเข้ามาร่วมงานด้วย อาทิ นายพินิจ จารุสมบัติ
นายสนธยา คุณปลื้ม อดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายนิกร จำนง อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
โดยพล.อ.เปรม มีการมอบทุนให้กับนักเรียนจำนวน 52 ทุน จากการคัดเลือกนักศึกษาทั้งหมด 207 คน

พล.อ.เปรม กล่าวภายหลังมอบทุนให้กับนิสิตว่า ขอให้นิสิตนักศึกษาทั้งหมดเป็นคนดีของบิดามาดา
เป็นคนดีของสถาบันและของชาติบ้านเมืองของเรา พวกนิสิตต้องคิดและตรึกตรองว่า
จะทำอย่างไรให้เป็นผู้ให้ที่ดี เพราะการให้ถือเป็นสิ่งที่ดี นิสิตต้องเป็นผู้ให้ ซึ่งวันนี้เป็นนิสิตผู้รับ
แต่ต่อจากนี้ไปจะต้องเป็นผู้ให้ เกิดมาต้องรู้จักให้ และตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
ซึ่งพระสยามเทวาธิราชจะปกป้องทุกคนที่เป็นคนดี
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลาน "อภิสิทธิ์" ค้ำถ่อ ขึ้น ผบ.พัน คุมกำลังรถถังปฏิวัติ

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Dec 28, 2009 11:10 am

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20091228/92997/%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.html

วันที่ 28 ธันวาคม 2552 11:04

ป๋าเปรมเปิดบ้าน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์



พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เปิดบ้านพักสี่เสาเทเวศร์
ให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าอวยพรปีใหม่ประจำปี 2553

http://www.komchadluek.net/detail/20091228/42920/%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B6%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87.html

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2552

'ป๋า'ย้ำให้เหล่าทัพยึดพระราชดำรัสในหลวง

คมชัดลึก :"ป๋าเปรม"ย้ำให้ผบ.เหล่าทัพยึดพระราชดำรัสในหลวง เห็นแก่ส่วนรวม ประเทศชาติสงบ (28ธ.ค.)
ผู้สื่อข่ารายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำผบ.เหล่าทัพ
เข้าอวยพรปีใหม่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์
ในโอกาสนี้พลเอกเปรมได้ อวยพรผบ.เหล่าทัพ บอกให้ยึดพระราชดำรัสในหลวง ให้มีสติปัญญาเห็นแก่ส่วนรวม
ยึดสงบสันติประเทศชาติจะสงบเรียบร้อย และขอบคุณพล.อ.ประวิตร ที่นำผบ.เหล่าทัพมาอวยพร
ทางด้านพลเอกประวิตร กล่าวว่า ตนภูมิใจในอุดมการณ์ พล.อ.เปรม ที่เสียสละ อดทน และอดกลั้น
เพื่อชาติบ้านเมือง ตนพร้อมจะปฎิบัติตาม "เกิดมาต้องแทนคุณแผ่นดิน"

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000159232

มูลนิธิรัฐบุรุษอวยพรปีใหม่"ป๋าเปรม"

28 ธันวาคม 2552 10:33 น.

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นำคณะกรรมการมูลนิธิรัฐบุรุษและมูลนิธิรักเมืองไทย
เข้าอวยพรและขอพรปีใหม่จาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=82728

ข่าว กทม.เลื่อนงานพระเจ้าตากฯ ยังปรับปรุงวงเวียนใหญ่ไม่เสร็จ

วันที่ 2009-12-18 20:59:17 โดย มติชน - 72.8727035522461

กทม.เลื่อนงานพระเจ้าตากฯ ยังปรับปรุงวงเวียนใหญ่ไม่เสร็จ

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ม.ล.วิณา สุบรรณ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี เปิดเผยว่า
ตามที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และสำนักงานเขตธนบุรี มีกำหนดจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
บริเวณวงเวียนใหญ่ อย่างยิ่งใหญ่ภายหลังบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบวงเวียนใหญ่แล้วเสร็จนั้น คาดว่าปีนี้
อาจต้องเลื่อนการจัดงานเฉลิมฉลองออกไปเป็นปี 2553 เนื่องจากต้องการเก็บรายละเอียดของพื้นที่ให้เรียบร้อย สวยงาม
อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 27-28 ธันวาคมนี้ ยังคงมีกิจกรรมรำลึกสมเด็จพระเจ้าตากฯ เหมือนที่ดำเนินการต่อเนื่องทุกปี
และว่าวันที่ 25 ธันวาคมนี้ กทม.จะเปิดให้ประชาชนใช้อุโมงค์ทางเดินลอดวงเวียนใหญ่ อย่างเป็นทางการด้วย

กทม.กำหนดจัดงานรำลึกพระเจ้าตากสิน 27-28 ธ.ค.52

วันที่ 2009-12-21 17:43:50 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - 26.46852684021

นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์
โฆษกกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงข่าวการจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชว่า
เนื่องในวันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
กทม.จึงถือเอาฤกษ์มงคลดังกล่าว จัดงานเทิดพระเกียรติขึ้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ทั้งในส่วนของการจัดกิจกรรมครั้งนี้กทม.ร่วมกับภาครัฐและเอกชน และประชาชนพร้อมใจกันจัดงานโดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและเป็นการแสดงความจงรักภักดี
ตลอดจนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อชาติไทย ทั้งเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน
และประชาชนที่พร้อมใจกันจัดงานเทิดพระเกียรติ รวมทั้งเป็นการส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน อีกด้วย

ทั้งนี้ กทม. ได้กำหนดจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติฯ ระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค.2552 ตั้งแต่เวลา 08.00-24.00 น.
ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เขตธนบุรี วงเวียนใหญ่
โดยจะจัดให้มีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณฯ ณ วัดอินทารามวรวิหาร เขตธนบุรี
ในวันที่ 27 ธ.ค.2552 เวลา 09.00 น
.

25ธ.ค.เปิดใช้อุโมงค์ลอดวงเวียนใหญ่

วันที่ 2009-12-21 07:23:35 โดย เดลินิวส์ - 16.0314979553223

ม.ล.วิณา สุบรรณ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี เปิดเผยว่าในวันที่ 27-28 ธ.ค. นี้สำนักงานเขตธนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พร้อมที่จะจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณวงเวียนใหญ่เหมือนทุกปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้จะยังไม่ใช่งานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องจากการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์
งานคืบหน้าเพียง 80% เท่านั้นยังคาดว่าภายใน 6 เดือนจะสามารถดำเนินโครงการแล้วเสร็จ ในสำหรับการก่อสร้างอุโมงค์
ทางลอดวงเวียนใหญ่ จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 25 ธ.ค. ซึ่งอุโมงค์ดังกล่าวมีการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด
และมีทหารเวรเฝ้าเพื่อความปลอดภัย และในอนาคตหากมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่แล้วจะเปิดพื้นที่ดังกล่าว
เป็นแผงค้าขายของสำหรับสักการบูชาอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน อนึ่งการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่นั้นภายในปี 2553
จะสามารถจัดได้อย่างแน่นอน.

http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=49036721

ขอ11ล้านติดตั้งน้ำพุ-เพิ่มไฟส่องสว่าง
เลื่อนเปิดลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน


แนวหน้า 25/12/2009

ม.ล.วิณา สุบรรณ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ว่า เดิมการปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านกายภาพได้ดำเนินการเกือบจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
มีการกำหนดวันจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่ในเดือนธันวาคม 2552 นี้ แต่เนื่องจากสำนักงานเขตธนบุรีได้รับการร้องเรียน
จากประชาชนในเรื่องของความปลอดภัย และสภาพภูมิทัศน์ในบริเวณอนุสาวรีย์ฯ ยังดูแห้งแล้ง ต้องการให้เพิ่ม
ไฟส่องสว่างและน้ำพุเพื่อความชุ่มชื่นให้กับประชาชนที่เข้าไปสักการะ ซึ่งเขตได้นำเรื่องเข้าคณะกรรมการปรับปรุงภูมิทัศน์ฯ
พิจารณาเห็นควรกับข้อเสนอดังกล่าว

จึงได้ขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 11 ล้านบาท แบ่งเป็นดำเนินการติดตั้งน้ำพุ ในบริเวณอนุสาวรีย์ฯ
ทั้ง 4 ด้าน จำนวน 9 ล้าน และติดตั้งไฟส่องสว่าง เป็นเสาไฟสูงขนาดใหญ่ ทั้ง 4 ด้าน จำนวน 2 ล้านบาท
นอกจากนี้จะดำเนินการล้างทำความสะอาดบริเวณลานอนุสาวรีย์ฯ และบริเวณโดยรอบใหม่อีกครั้ง
เนื่องจากยังคงมีเศษปูน ฝุ่นจากการก่อสร้างปรับปรุงที่ผ่านมา เพื่อให้บริเวณอนุสาวรีย์ฯ สะอาดหมดจด
และร่มรื่นสวยงามสมพระเกียรติ ซึ่งการดำเนินงานทั้ง 3 รายการข้างต้นจะใช้เวลาดำเนินการ ประมาณ 3-4 เดือน
จึงน่าจะสามารถจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ได้ภายในเดือนเมษายน 2553

ผู้อำนวยการเขตธนบุรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้สำนักงานเขตธนบุรียังได้รับร้องเรียนในเรื่องการจราจรบริเวณโดยรอบ
เนื่องจากการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดเพื่อใช้ข้ามมาสู่บริเวณลานอนุสาวรีย์ฯ ยังไม่แล้วเสร็จเปิดให้ประชาชนใช้บริการ
จึงได้ประสานสำนัการโยธาเร่งรัดให้เปิดใช้อุโมงค์โดยเร็ว ซึ่งสำนักการโยธาได้ทำการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย
ติดกล้อง CCTV เรียบร้อยแล้ว และจะเปิดใช้เป็นทางการในวันที่ 25 ธันวาคม 2552 นี้ คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาการจราจร
ให้แระชาชนสะดวกในการเดินทางเข้าไปสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้

ส่วนงานเทิดพระเกียรติฯ ประจำปีในปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 33 วันที่ 27-28 ธันวาคม 2552 ที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ตั้งแต่เวลา 08.00-24.00 น. เป็นการแสดงความจงรักภักดี
ตลอดจนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อชาติไทย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน
และประชาชนในการส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน มีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณฯ ที่วัดอินทารามวรวิหาร
และวัดอรุณราชวราราม ใส่บาตรพระสงฆ์ 99 รูป การแสดงมหรสพ การแสดงของนักเรียนโรงเรียนสังกัดกทม.
กิจกรรมบนเวทีจากเหล่าดารา นักร้อง นักแสดง และการจำหน่ายสินค้ามากมาย จึงขอเชิญประชาชนร่วมงาน
เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=82728

วันสมเด็จพระเจ้าตากสิน

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 09:54

ผู้ว่าฯกทม.บวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


ภาพ:โกศล นาคาชล

มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากรุงเทพมหานครเป็นประธานพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
และทำบัญตักบาตรพระสงฆ์ โดยมีหน่วยงานราชการ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนร่วมกันถวายพานพุ่มบังคม
พระบรบมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวในสมัยกรุงธนบุรี พระนามเดิมว่า "สิน"
พระราชบิดาเป็นชาวจีนชื่อไหฮอง พระราชชนนีชื่อนางนกเอี้ยง พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ เดือน5 ขึ้น 15 ค่ำ
ปีขาล ฉศก จุลศักราช 1096 ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2277 ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชา ที่ 3
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

ทรงทำพิธีปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ครองกรุงธนบุรี เมื่อวันพุธ เดือนอ้าย แรม 4 ค่ำ จุลศักราช 1130 ปีชวด
สัมฤทธิศก ตรงกับวันที่ 28 เดือนธันวาคม พุทธศักราช2311 ขณะพระชนมายุได้ ๓๔ พรรษา ทรงพระนามว่า
สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ หรือสมเด็จพระบรมราชาที่4 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อแผ่นดินไทยอย่างหาที่สุดมิได้
รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 28ธันวาคม ของทุกปี เป็น "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลาน "อภิสิทธิ์" ค้ำถ่อ ขึ้น ผบ.พัน คุมกำลังรถถังปฏิวัติ

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 12:18 pm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000159715


พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

“ป๋าเปรม” สวมชุดทหาร-สัญญาณรับศึกครั้งสุดท้าย !?


29 ธันวาคม 2552 00:18 น.

"ผ่าประเด็นร้อน"

ถือว่านานๆ ครั้ง หรือว่าในโอกาสพิเศษจริงๆที่จะได้เห็น “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
สวมเครื่องแบบนายทหารบกออกมาต้อนรับแขกเหรื่อหรือให้โอวาทกับใครก็ตาม แต่เมื่อใดก็ตามที่ทำแบบนี้ก็เหมือนกับ
มีวาระพิเศษที่ต้องการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างเช่นเดียวกัน

หากยังจำกันได้เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2549 พล.อ.เปรมได้สวมชุดนายทหารบกไปบรรยายพิเศษให้แก่
นักเรียนนายร้อย จปร.
มีการพูดเปรียบเปรยว่ารัฐบาลเหมือน “จ๊อกกี้” ที่เข้ามาดูแลทหาร ไม่ใช่เจ้าของทหาร
เพราะมาแล้วก็ไป พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า “เจ้าของ” ทหารที่แท้จริงคือ ชาติและ “พระเจ้าอยู่หัว” จากนั้น
พล.อ.เปรม ก็เดินสายไปบรรยายปลุกจิตสำนึกของทหารทั่วทุกเหล่าทัพ

แต่น่าสังเกตก็คือ ในช่วงเวลาดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงที่รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร กำลังท้าทาย
“ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” อยู่พอดี รวมทั้งยังเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
โดย คมช.เมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น


หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้เห็น “ป๋าเปรม” สวมชุดทหารปรากฎตัวให้เห็นอีกเลย ล่าสุดก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (28 ธ.ค.)
ระหว่างที่เปิดบ้านสี่เสา เทเวศร์ รับการตบเท้าเข้าอวยพรปีใหม่ของบรรดาขุนทหารที่นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพิเศษขึ้นไปอีกก็คือในปีนี้มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก
เข้าร่วมพร้อมกัน หลังจากเมื่อปีที่แล้ว “ไม่สะดวก” เนื่องจากติดภารกิจต้องเดินทางไปต่างประเทศ

อีกทั้งยังเป็นการเกิดขึ้นในช่วงที่ฝ่ายของ ทักษิณ ชินวัตร ประกาศทำ “สงครามครั้งสุดท้าย” ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป
พร้อมทั้งประกาศรบขั้นแตกหัก มีการเตรียมกำลังคน เสบียง รวมไปถึงการปลุกระดมกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี
และคาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่อง หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ

น่าสนใจก็คือในเวลาไล่เลี่ยกันปรากฎว่ามีการเคลื่อนไหวของ “ทหารแก่” บางกลุ่ม มีการตบเท้าเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย
กันอย่างคึกคักอย่างผิดสังเกต และที่สำคัญยังมีบางคนถึงกับกล่าวโจมตี พล.อ.เปรม รวมไปถึงการพูดจาแบบหมิ่นเหม่
ซ่อนนัยเหมือนกับจงใจให้กระทบสิ่งที่ “เหนือ” ไปกว่านั้น ดังกรณีคำพูดของ พล.ท.มนัส เปาริก อดีตแม่ทัพภาคที่ 3
ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 10 ของ ทักษิณ

หรือความเคลื่อนไหวของ ทหารนอกแถวอย่าง “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกที่
ประกาศนำกลุ่มทหารพรานออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มเสื้อแดงของทักษิณ ในการล้มรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ในต้นปีหน้า พร้อมทั้งทำนายว่าอาจจะมีการปะทะกันระหว่างทหารหลักกับทหารพรานก็เป็นได้

แต่ที่เป็นการเปิดเผยออกมาแบบชัดเจนไม่อ้อมค้อมก็คือคำพูดของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ย้ำว่าจะนำทัพเสื้อแดง
ชุมนุมแบบแตกหักในต้นปีหน้า โดยระบุเวลาชัดเจนว่าจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องไปจนถึง กุมภาพันธ์
และว่านี่คือ “สงครามครั้งสุดท้าย” ของ ทักษิณ

คำประกาศดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดการนองเลือดขึ้นในบ้านเมือง อีกทั้งยังเป็นช่วงที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับที่โรงพยาบาลศิริราชกำลังทรงพักฟื้นพระวรกายหลังจาก
ทรงหายจากพระอาการประชวร

ที่สำคัญที่สุดก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ทรงมีพระราชดำรัสที่มีความสำคัญตอนหนึ่งว่า
“ความสุขของข้าพเจ้าคือความเป็นปกติสุขของชาติบ้านเมือง” ก็ยิ่งไม่สมควรที่จะก่อกวนหรือสร้างความวุ่นวาย
เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบสุขตามพระราชประสงค์ เพราะทุกคนต่างก็ยืนยันว่าตัวเองมีความจงรักภักดีกันทั้งนั้น

อย่างไรก็ดีสิ่งที่กำลังปรากฎอยู่ในเวลานี้ถือว่าทุกอย่างกำลังเคลื่อนไหวในทางตรงกันข้าม ฝ่ายทักษิณ
กลับไม่ยอมหยุดนิ่ง ส่งสัญญาณเคลื่อนไหวกดดันเข้ามาพร้อมกันทุกทางทั้งในและนอกประเทศ

ในประเทศเริ่มจากเกมโค่นล้มในสภาโดยการสั่งให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ประสานกับมวลชนเสื้อแดงนอกสภา ซึ่งเท่าที่ประเมินกันคร่าวๆ จะมีการผนึกกกำลังกันหลายกลุ่มในลักษณะ
“แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง” ผสานกันเข้ามา และที่น่าจับตาก็คือการเดินเกมมวลชนของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
ที่อุตส่าห์ “สวมหมวกดาวแดง” ลงพื้นที่พบปะกับอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย มันก็ยิ่งทำให้เกิดความหวั่นไหวมากยิ่งขึ้นไปอีก

ประกอบกับภายนอกประเทศ ฮุน เซน ก็เล่นเกมยั่วประสาทหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กลายเป็นว่า
ทุกอย่างประดังเข้ามาทุกทิศทาง

อย่างไรก็ดีหากพิจารณากันในภาพรวมแล้วนาทีนี้เป้าหมายของ ทักษิณ และเครือข่ายที่จ้องโค่นล้ม
ไม่ใช่จะมีแค่รัฐบาลเท่านั้น เพราะเชื่อว่าต้องเหนือกว่านั้นแน่นอน และหากดูตามความหมายแล้วก็ย่อมหมายถึง
“อำมาตย์” และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็ถูกทำให้เป็นสัญญลักษณ์ของ “มหาอำมาตย์”
เพื่อต้องการกระทบชิ่งไปถึงสถาบันเบื้องสูงนั่นเอง

ดังนั้น การที่ “ป๋าเปรม” สวมชุดเครื่องแบบทหารในโอกาสพิเศษแบบนี้ ต่อหน้าขุนทหารที่มากันพร้อมหน้าพร้อม
กำชับให้นึกถึงพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งก็ไล่เลี่ยกับการเคลื่อนไหวของทักษิณ
ที่กำลังจะเปิดศึกใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ท่าทีล่าสุดของประธานองคมนตรี ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามเน้นย้ำให้เป็นหัวหน้าอำมาตย์
ก็แสดงให้เห็นว่า พร้อมจะรับศึกครั้งสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน !?

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-40.htm

.............
ตำแหน่งองคมนตรีนั้นมีกฏหมายชัดเจนระบุไว้ว่า บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้ได้ต้องห้ามยุ่งเกี่ยวกับการบ้านการเมือง
และต้องวางตัวเป็นกลางอย่างที่สุดและต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ พล.อ.เปรม เป็นถึงประธานองคมนตรี
กลับไม่แยแสสนใจ ด้วยการออกเดินสายรณรงค์ให้ผู้คนเกลียด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
เท่านั้นยังไม่พอยังอาศัยสิทธิแห่งความเป็นทหารเก่าสวมเครื่องแบบชุดทหารเต็มยศไปปลุกระดมทหารถึง
โรงเรียนการทัพทั้งสามเหล่าให้กระด้างกระเดื่องและสนับสนุนไม่ให้ทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่เป็นนักการเมือง
ด้วยเหตุผลที่ว่า “รัฐบาลเป็นเพียงจ๊อกกี้ มาแล้วก็ไปไม่ใช่เจ้าของม้า”
โดยไม่คำนึงถึงหลักรัฐศาสตร์ที่ว่าด้วยการปกครอง
ทำให้มีนายทหารกลุ่มหนึ่งแยกตัวเป็นอิสระไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองตามกฎระเบียบของกระทรวงกลาโหม

อันเป็นหน่วยงานต้นสังกัด และเลือกที่จะอาศัยบารมี พล.อ.เปรม ด้วยกันเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษรัฐบาล จนทำให้การบริหาร
ราชการแผ่นดินในส่วนของกระทรวงกลาโหมไม่อาจทำได้ด้วยความราบรื่น พล.อ.เปรม เป็นทหารมาก่อนย่อมต้องทราบดีว่า
การขัดคำสั่งสำหรับทหารนั้นถือว่าเป็นโทษที่ร้ายแรงที่สุด ถ้าเป็นภาวะสงครามผู้บังคับบัญชามีอำนาจถึงขั้นยิงทิ้งได้
โดยปราศจากความผิด

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-20.htm

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=412&page=1

ข้อความ 1

อยากรู้ว่าที่ทรงตรัสว่า ไททานิก จมแล้วทรงหมายความว่าอะไร

ได้ฟังพระราชดำรัสที่ทรงตรัสกับคณะฑูตไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และตอนจบทรงตรัสว่าลูกสาวไปมาแล้วทั่วโลก
กับ ไททานิกจมแล้ว อยากรู้ว่าท่านสุภาพสตรีเจ้าของบอร์ดเข้าใจความหมายว่าอย่างไรเกี่ยวข้องกับ
สถานการณ์ในบ้านเมืองไทยของเราหรือไม่ครับ ?


โดย เทวารัญ [13 ก.ย. 2550 , 22:14:29 น.] ( IP = 117.47.1.219 : : )

ข้อความ 2




เห็น กระทู้ของคุณเทวารัญ แล้วอดไม่ได้จริง ๆ เพราะคุณจี้ถูกจุดคี้มึ้ง(ภาษากำลังภายในเรียกว่า "จุดตาย")
เป็นคำถามสั่น ๆ แต่ลึกมาก ๆ จึงขอฉวยโอกาสอันน้อยนิด แย่งเจ้าของเวปตอบซะก่อน

......ในส่วนของกระแสพระราชดำรัสส่วนนี้ เป็นส่วนที่ประชาชนไทยจะต้องตระหนักในมหาภัยที่พระองค์ท่าน
ได้เปรียบไว้กรณี "ไตตานิกจมแล้ว" ทรงตั้งพระทัยในการสื่อความหมายนี้ต่อพสกนิกรทั้งประเทศ อย่างไร ?

.... เราคงไม่ลืมกันไปว่า เมื่อสองปีที่ผ่านมา พระองค์ท่านได้ทรงพระกระแสว่า ประเทศไทยเหมือน
"...เรือไตนานิกที่กำลังล่ม.." นั่นหมายถึงว่า คนในเรือยังมีโอกาสรอดเพราะเรือกำลังล่ม เรือไตตานิก
ในที่นี้คือประเทศไทย ที่กำลังล่มจมเพราะขาดกัปตันที่มีความสุขุมรอบคอบ ในการพารัฐนาวา(ประเทศไทย)
ไปในทิศทางที่ถูกต้อง จึงพาเรือชนภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งก็หมายถึงปัญหาที่ยิ่งใหญ่ อันทำให้ประชาชนไทย
คือผสกนิกรของพระองค์ต้องเสียงภัยกับความอยู่รอด บางคนก็ตายไป(เพราะหมดตัว เหมือนคนเรือล่มไร้สมบัติ
=แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพอันลึกซึ้งที่ทรง เปรียบเทียบอย่างเห็นภาพได้ชัดต่อชนทุกชั้น) ว่า
คน ๆ เดียว(กัปตันรัฐนาวา) ก็ความล่มจมมาสู่ประเทศได้

ซึ่งแน่ละ ขณะที่ล่มนั้นเรือยังไม่จมทีเดียว ยังพอมีเวลา มีความหวังที่จะอยู่รอดได้บ้าง และสิ่งนั้นคือ
เวลา และ ความหวัง .... ผู้โดยสาร(ประชาชนไทย) โดยหวังจะมีผู้ช่วยเหลือมาปลดเปลี้องทุกข์อันแสนสาหัส
เหมือนกับลอยคอท่ามกลางความมืดมิดจากแสงแห่งความหวัง ความหนาวเหน็บและความทุกข์ทรมาน
ที่ต้องหาทางสร้างฐานะใหม่จากการหมดตัว (จากIMF ยึดทรัพย์ เหมือนเสียทรัพย์ไปกับภัยที่เรือล่ม เอาคืนไม่ได้)
ทุกคนแหงนคอมองฟ้า หาเทวดาขี่ม้าขาวมาช่วย สายตาสอดส่องไปสุดขอบฟ้า เพื่อมองหาแสงไฟจากที่ไหนสักแห่ง
เผื่อว่า ...เผื่อว่า จะมีผู้มีบุญมีจิตเป็นกุศลสักคนมาช่วยเหลือ รัฐนาวา(ประเทศไทย)ให้อยู่รอด

.................

...... แต่ในพระราชกระแสครั้งนี้ พระองค์ทรงตรัสว่า "เรือไตตานิก ...จมแล้ว " นั่นหมายถึงว่า ณ ถึงเวลานี้
หมดหวังแล้วที่จะกู้ไตตานิกได้ เพราะได้จมลงสู่ความลึกล้ำแห่งห้วงมหาสมุทรแล้ว ก็คือ บัดนี้ รัฐนาวา(ประเทศไทย)
หมดหวังที่จะกู้กลับคืน แม้เพียงพลิกคืนสู่สภาพเดิมก็ไม่มีทางเป็นไปได้ นอกจากจะจมดิ่ง ลึกลงไป....ลึกลงไป..ลึกลงไป
สู่ก้นสมุทรแห่งความหายนะ พร้อม ๆ กับชีวิตของลูกเรือที่รักไตตานิก(บุคคลที่รักชาติ รักแผ่นดิน ถูกฝังไม่ให้รับหน้าที่
ป้องกันประเทศ หรือสนองคุณแผ่นดินได้ดั่งเฉกเช่นที่ควรเป็น) มันเป็นความสิ้นหวังของคนทั้งชาติ

...... ผู้ที่รอดชีวิตจากเรือไตตานิก มันจะมีประโยชน์อันใด เขามองไตตานิก(ประเทศไทยที่ค่อย ๆ ล่มจมลงสู่ความหายนะ)
ที่จมลงไปอย่างหมดทางช่วยให้พลิกฟื้นคืนสภาพเดิม.... สิ้นแล้ว...สำหรับความสุขสำราณบนนาวาอันแสนหรรษา
เสียงหัวเราะที่มีความสุข เสื้อผ้าอาภรณ์อันแสนวิจิตร ศิลป วัฒนธรรม ลวดลายที่ดวงใจหลายดวงได้ร่วมกันสร้างสลัก
ฝากไว้บนไตตานิก(แผ่นดินไทย) ได้ค่อยๆ...จมหายลงไปในความบ้าคลั่งของคลื่นและพายุแห่งความละโมภ
และความโง่เขลา...

แต่นี้ไป.. นับแต่นี้ไป...ก็จะเหลือเพียงชื่อ...ชื่อความยิ่งใหญ่ของไตตานิก(ประเทศไทย) ว่าครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
มีเรือที่พร้อมสมบูรณ์ด้วยความสุขสำราญนามว่า ไตตานิก ได้ปรากฏขึ้นบนพื้นพิภพ (...เปรียบดั่งความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย
อันสมบูรณ์ไปด้วย ภาษา ศิลป พุทธศาสนา วัฒนธรรม และความสุข) จะมีเหลือเพียงนาม และ รูปที่ปรากฏบนแผ่นกระดาษ
อันเรียกว่า ประวัติศาสตร์เท่านั้นที่ชนยุคต่อไปจะสัมผัสได้เพียงจินตนาการ...ใช่... เพียงจินตนาการเท่านั้น..เท่านั้นเอง...

...... กระแสพระราชดำรัสนี้ ขอให้ทุกท่านที่ยังไม่ได้รับฟังในส่วนนี้ โปรดได้ขอบคุณ " คุณเทวารัญ "
ที่ได้กระซิบเตือนมา และไปหาฟังซะให้ได้

::: ข้อสังเกตุ :::

ทรงมีพระราชดำรัส ภายหลังทรงสดับการแต่งตั้ง ผบ.ทบ. ก็ทรงทราบแล้วว่า เหตุการณ์ประเทศต่อไปนี้
จะเป็นไปในลักษณะใด ? ขอท่านทั้งหลาย โปรดเตรียมตัวเตรียมใจ ที่จะเผชิญกับสถานการณ์เมื่อ
"... เรือไตตานิก จมลงสู่ก้นสมุทร..." ไม่นานเกินรอ..!!!


โดย Ghost Bat [13 ก.ย. 2550 , 22:16:35 น.] ( IP = 117.47.1.219 : : )

ข้อความ 6

..........
หลาย ๆ คนในเมืองไทย คงไม่เคยทันเห็นอนุสาวรีย์ของประธานาธิบดีคนแรกของประเทศไทยซึ่งสร้างที่
จว.ขอนแก่น (ตอนนี้ทุบทิ้งไปแล้ว) และนี่แหละคืออุดมการณ์ที่แท้จริง ของกลุ่มบุคคลหนึ่งที่เสริมสร้างและ
"...ถ่ายทอดพันธุกรรมด้านทราม..." ให้กระจายไปทั่ว ไม่เว้นในทุกระดับ(แถมอายุยืนอีกต่างหาก)
และนี่แหละคือคำตอบว่าทำไม " เจ้าปากจู๋ หนูจ๋า" จึงต้องไปสมัครเป็นผู้แทนภาคอิสาน
แถมยังอาจหาญตั้งสภาเปรซิเดี่ยมเตรียมตั้งระบบประธานาธิบดี

อยู่ยงคงกะพันในแวดวงการเมือง และทำไมต้องมีตำแหน่งคุมทหารได้ทุกที ที่ร้ายอัปรีย์ไปกว่านั้น ก็คือ
"ข้อตกลงระหว่างกลาโหม กับ มหาดไทย " อันเป็นเรื่องอัปยศของทหารอยู่ทุกวันนี้ ที่ให้อำนาจตำรวจ(ข้าราชการพลเรือน)
เข้าไปจับกุมนายทหารยันชั้นนายพลได้ มีประเทศเดียวในโลก เพราะทั่วโลกเขาใช้สารวัตรทหาร
(เรื่องนี้ได้บอกไปกับ หนูจ๋า... แต่มันไม่ฟังดันทุรัง..ถามว่ามันทำไปทำไม)


ที่ยิ่งร้ายคือ ไม่ว่า รมต.กห.กี่คน ผบ.ทบ.กี่คนไม่เห็นมีใครสนใจเรื่องศักดิ์ศรี อย่างน้อยก็ข้อกฏหมาย
เพราะ "ข้อตกลง" มันไม่ใช่ พรบ.ที่ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธย จึงยกเลิกได้ทุกเวลา แม้กระทั่ง
บังเองก็ไม่กล้ายกเลิก เพราะอะไร ? ใครตอบหน่อย ซิ !


..... บุคคล คนนี้ เป็นตัวตั้งตัวตี ในการชักป่าเข้าเมือง ก็เพื่อล้มล้างสถาบันโดยเฉพาะ จนขณะนี้
" เหล่าสหาย " ที่อยู่ป่ากลับมาเป็นเจ้านาย Check Bill กับบุคคลากรในกองทัพถ้วนหน้า จึงเป็นคำถามว่า
"....นับหมื่นศพ ที่ได้พระราชทานเพลิง ณ วัดโสมนัส เป็นวีรบุรุษของชาติ ที่ปกป้องทั้ง 3 สถาบัน...."
วิญญาณจะร่ำไห้ขนาดไหน ถ้ารู้ว่า เขาเสียสละชีพไปอย่างไร้ค่า


โดย Ghost Bat [13 ก.ย. 2550 , 22:24:24 น.] ( IP = 117.47.1.219 : : )

ข้อความ 7

.....
บุคคล คนนี้แหละ คือต้นเหตุของการนำแต่งตั้งลูก ผกค. ให้ข้ามรุ่นถึง 6 รุ่น กระโดดข้ามห้วยมาเป็น ผบ....
ถามว่าจุดประสงค์เพื่ออะไร
หากใครไม่ลืมกระแสพระราชดำรัสเรื่องการแต่งตั้งองคมนตรี ในวันเฉลิมฯ พ.ศ.2546
จะเข้าใจกระจ่าง (ไม่มีไปหามาฟังซะ แล้วจะเข้าใจพระองค์ท่าน) !

..... บุคคล คนนี้แหละที่จะเป็นคนตอบให้ประชาชนไทยทั้งประเทศได้ถึงสาเหตุว่า " ทำไม อดีตประธานองคมนตรี
สัญญา ธรรมศักดิ์" นายกที่ทรงพระราชทานแต่งตั้ง และโปรดเกล้าเป็นประธานองคมนตรีเมื่อสิ้นสมัยนั้น
เหตุใดจึงต้องลาออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และเหตุใดจึงถึงแก่อสัญกรรมโดยไร้ร่องรอย ?


.... และ บุคคลผู้นี้อีกเช่นกัน ที่จะเป็นคำตอบที่เป็นปริศนา การถึงแก่อสัญกรรม อันไม่ธรรมดาของ
ผู้บัญชาการลูกเสือชาวบ้าน ฐานมวลชนหนึ่งเดียวของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในขณะที่ทำการตรวจ
หลักฐานจากหน่วยงานลับพิเศษ ที่สืบสวนกรณีขบวนการล้มล้างสถาบัน อันมีเครือข่ายโยงใยตั้งแต่
นกมีหู หนูมีปีก ไปจนถึงบุคคลคนนี้ที่สนับสนุนเบื้องหลัง (5 ชั่วโมงก่อนถึงอนิจกรรม ได้โทรมาคุยกับผู้เขียน
ซึ่งได้แนะนำให้ออกโรงพยาบาลทันที ท่านบอกว่าพรุ่งนี้เช้าก็ออกได้แล้ว หมอบอกสุขภาพดี
จะนำเอกสารลับขึ้นทูลเกล้าเป็นการส่วนพระองค์แต่สายเกินไป เพราะมีผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้าย
ได้โทรไปที่บ้านท่านและได้รับคำตอบว่าไปตรวจสุขภาพ = ผล เช้าขึ้นมา เดี้ยง...
แต่เอกสารลับที่จะทูลเกล้าฯ หายไปทั้งหมด ??!!)


""""" สิ่งที่ประชาชนไทย ถูกหลอก เหมือนดูหนังผิดม้วน เพราะคนฉายตั้งใจเนื่องจากวิ่งหนังไม่ทัน
ในกรณีปฏิวัติ 19 กันยา 2549 จริงแล้ว บิ๊กบัง ไม่รู้เรื่อง(อันนี้เรื่องจริง) เป็นแผนปิดฟ้าข้ามทะเล ระหว่าง
นกมีหู หนูมีปีก กับ บุคคลคนนี้ ที่ทำเป็นทะเลาะกัน เดินสายด่ากันจะเอาเป็นเอาตาย

แต่โดยเนื้อแท้แล้ว มีเหตุดังนี้

............. เนื่องจากขณะนั้น นกมีหู หนูมีปีก น๊อตหลุดกระทำการละเมิดสถาบันด้วยประการต่าง ๆ เช่นการจัดงานในวัดพระแก้ว
การกล่าวผรุสวาท ฯลฯ อย่างไม่เกรงพระบรมเดชานุภาพ(ก็เนื่องจากมีBack นี่แหละ)

ประกอบกับการโกงเลือกตั้ง 2 เมย.ครั้งมโหฬาร เข้าไปอีก หน่วยวิเคราะห์ หรือเรียกว่า "...คณะผู้เชี่-ย-วชาญในการทำลายชาติ..."
ได้พิจารณาแล้วให้เว้นวรรคทางการเมือง แต่ต้องหาทางออกให้สวย บิ๊กบังก็เลยเป็นตัวเลือก เนื่องจากเป็นคนที่ไม่มีบารมีใด ๆ
ถือว่าเป็นเด็กสร้าง เด็กฝาก ของบริวารนกมีหู หนูมีปีกอีกที ไม่มีพิษมีภัย ควบคุม และกำจัดได้ ดังนั้นจะเห็นว่า
ตอนปฏิวัติใหม่ ๆ มั่วไปหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ผูกผ้ากันเปรอะจะฆ่ากันตาย ก็เพราะ บิ๊กบังไม่มีฐานกำลัง
และไม่มีผลงานใด ๆ (ด้วยเหตุนี้นกมีหู หนูมีปีก จึงตั้งขึ้นมาแล้วไม่กลัวบิ๊กบังจะปฏิวัติ)

ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเว้นวรรค หรือการปฏิวัติตัวเอง เพราะหากไม่หาทางออกยังงี้
เมื่อถึงจุดเดือดเต็มที่ประชาชนรับไม่ได้เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตัวนกมีหู หนูมีปีก จะไม่มีแผ่นดินซุกหัวจริง ๆ
ไม่ว่าที่ใดในโลก เพราะ เจ๊กลิ้ม กับ กลุ่มพันธมิตร เขย่าหนักเกินพิกัด นี่คือเหตุผล


........... เมื่อหาทางออกได้ ตัวเองก็แจ้นไปเมืองนอก ตะแล๊บแก๊บบอก "บุคคลคนนี้" ว่าให้บิ๊กบังปฏิวัติได้เลย
แต่ทุกอย่างต้อง OK เล่นได้เต็มที่ แต่ต้องไม่มีการสูญเสีย(ทรัพย์สิน และ เส้นสายที่นกมีหู หนูมีปีกเลี้ยงไว้)
จึงจะเห็นได้ว่าไม่มีทรัพย์สินใดที่ยึดเข้ารัฐ นอกจากอายัด ในด้านกฏหมายใครก็รู้ว่า "..อายัด.." กับ "..ยึดทรัพย์ ..."
มันต่างกันยังไง ? เล่นละครตบตาประชาชน เพราะ "บุคคลคนนี้" ก็มีเอี่ยวอยู่ใน "King Power" แล้วจะปล่อยให้
คตส.ดำเนินการได้ไง ? ทีมคุณหญิงจารุวรรณฯ จึงร้องจ๊ากกกกกก ไปนอนก่ายหน้าผากต่างประเทศเสียหลายวัน
แล้วตอนนี้ "กุหลาบแก้ว" ไปถึงไหน ? จันทร์ส่องหล้า ได้มายังไง ? ทำไมจึงรอด ? และเหตุผลที่ตอบโลกทั้งโลกนี้ไม่ได้
ก็คือ กรณีหญิงอ้อหอบหิ้วสัมภาระเข้าไปพบ ยังมีหน้ามาพูดว่า เพราะอู๊ด... ถามว่าถ้าลำพังอู๊ดเองจะกล้าเอาหญิงอ้อเข้าบ้านไปไม๊ ....
งานนี้ต้มคนทั้งประเทศ...!!!


..... บทสรุปของเรื่องนี้ ให้ไปอ่านเรื่องขันที ชื่อว่า ยวนสีไข (หยวนซื่อไข่) เหมือนกันทุกบรรทัด
แต่ภาวนาว่าตอนจบที่สิ้นราชวงศ์เช็ง แล้วคนทั้งประเทศแบ่งเป็นฝักฝ่าย ฆ่ากันตายนับร้อยล้านนั้น
ขออย่าให้เกิดขึ้นกับแผ่นดินไทยเลย.....สาธุ


Ps.
ไปหาคำเฉลยเอาเองว่า "บุคคลคนนี้" เป็นใคร ? ขืนบอกไป Web นี้ถูกปิดแน่นอน

****************************

อะจึ๋ยส์...ส์...ส์...

โดย Ghost Bat [13 ก.ย. 2550 , 22:29:58 น.] ( IP = 117.47.1.219 : : )
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หลาน "อภิสิทธิ์" ค้ำถ่อ ขึ้น ผบ.พัน คุมกำลังรถถังปฏิวัติ

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Dec 30, 2009 6:44 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262161433&grpid=00&catid=


พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์


วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15:22:16 น.
มติชนออนไลน์


"ป๋าเปรม" ไม่ตอบสวมเครื่องแบบทหาร เผยไหว้พระสยามเทวาธิราช
ขอ"คนไม่ดี"กลับใจ-อย่ายุ่งกับชาติ


พล.อ.เปรม ลั่นรักอาชีพทหารเป็นชีวิตจิตใจ ลั่นทหารแก่ไม่มีวันตายไม่ตอบสวมเครื่องแบบ
วันผบ.เหล่าทัพเข้าอวยพรปีใหม่ เผยไหว้พระสยามเทวาธิราชทุกวันขอให้คนไม่ดีรู้ตัวและกลับใจ
อย่าปล่อยให้มาดูแลชาติบ้านเมืองชาติ


เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ
รายการ “สนามข่าว 101” สถานีวิทยุเอฟเอ็ม 101 โดยเป็นการบันทึกเทปเพื่อออกอากาศในวันที่ 4 มกราคม 2553

พล.อ.เปรมได้กล่าวตอนหนึ่งถึงการทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติสุขว่า
ให้อ่านพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือทุกคนต้องมีสติรู้ตัวมีปัญญารู้คิด ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสว่าให้ทุกคนเห็นแก่ส่วนร่วมมากกว่าส่วนอื่น ขณะเดียวกัน
ก็ขอให้ยืดมั่นในความดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าทุกคนต้องสร้างความรักชาติให้เกิดขึ้น
รวมถึงสร้างความรักต่อองค์กรที่ตนทำงาน

“ถ้ารักแล้วแน่นอนที่สุดว่าคุณจะไม่ทำร้ายคนอื่น ผมเคยพูดกับข้าราชการไว้ว่าถ้าคุณเป็นครู แล้วคุณไม่รักนักเรียน
ผมเคยบอกไว้ว่าให้ลาออกไป ถ้าไม่รักอาชีพที่ทำก็สมควรลาออก เพราะไม่มีวันเจริญ เช่นเดียวกันถ้าคุณเป็นทหาร
ไม่รักในอาชีพทหารคุณจะเป็นทหารทำไม”
พล.อ. เปรมกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนที่พล.อ. เปรมรักความเป็นทหารใช่หรือไม่ พล.อ. เปรมกล่าวว่า
“รักมากๆ ด้วยชีวิตจิตใจของผม ผมไม่เคยลืมว่าผมเป็นทหาร ถึงเคยพูดว่าทหารแก่ไม่เคยมีวันตาย
ซึ่งไปลอกฝรั่งเขามา ความจริงแล้วในใจก็ยืดถือเช่นนั้น”


เมื่อถามว่า ด้วยเหตุนี้ใช่หรือไม่ที่ทำให้สวมเครื่องแบบทหารในวันที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพมาอวยพรปีใหม่
พล.อ.เปรมกล่าวว่า โปรดอย่าถามคำถามนี้ คนก็เดากันไปต่างๆ นานา ตนคิดว่าสิ่งที่เราควรบอกคนอื่นคือ
การสร้างความรักให้เกิดขึ้นในตัวเรา จะทำอะไรก็ทำจากความรัก ซึ่งมันไม่ยาก โดยสร้างตั้งแต่ครอบครัว
ภรรยา ถ้าสนใจฟุตบอล ก็เคยมีคำพูดจากผู้จัดการทีมอาเซนอลที่พูดไว้ว่า
“คุณจะอยู่ทีมไหนก็ได้ ถ้าคุณรัก
ฟุตบอลซะอย่าง คุณจะเป็นนักฟุตบอลที่ดี ไม่ว่าจะอยู่ทีมแมนยูฯ หรืออะไรพวกนั้น ก็เป็นนักฟุตบอลที่ดีได้”


เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่มักถูกบุคคลอื่นพูดถึงบ่อยครั้ง พล.อ. เปรมกล่าวว่า “ผมไม่ตอบคำถามนี้ ผมไม่แถมให้”

พล.อ. เปรมกล่าวต่อว่า บ้านเมืองยังมีทาง ในการแก้ไข เพียงแต่เรานำมาใช้หรือไม่นำมาใช้เท่านั้น
ตนได้ไหว้ขอพระสยามเทวาธิราชทุกวัน โดยสิ่งที่ขอจากท่านคือขอดลบันดาลให้คนไม่ดี
รู้สึกตัวว่าเป็นคนไม่ดีและพยายามทำตัวเป็นคนดี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในชาติบ้านเมืองปัจจุบัน
โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความเห็นแตกต่างกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร


“คุณเห็นอย่าง ผมเห็นอย่างไม่ตรงกันก็ไม่จำเป็นต้องโกรธกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน
หรือไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน คือไม่จำเป็นที่คุณต้องเกลียดผมผมต้องเกลียดคุณ ไม่ใช่เช่นนั้น
เพียงแต่คุณเห็นอย่างหนึ่ง ผมเห็นอย่างหนึ่งก็โอเค เป็นความเห็นส่วนบุคคลที่เราต้องแยกออกจากกัน
ให้ชัดเจนว่าเมื่อคุณเห็นเช่นนั้น ก็ไม่ใช่ว่าคุณไม่ดีคุณจะว่าผมไม่ดี ก็ไม่ได้เพราะเป็นความเห็นของผม
ถ้าเป็นเช่นนี้จะทำให้คนไม่ดีเป็นคนดีได้ง่ายขึ้น เหมือนกับความปรารถนาดีที่ผมมีต่อคนไม่ดี
สมมติเพื่อนผมไม่ได้ประพฤติเสียหาย ผมก็จะไปช่วย ผมอยากให้ทุกคนที่มีความเห็นแตกต่างกัน
อย่าเอาความแตกต่างมาเป็นเรื่องหมองใจ ต่อสู้กัน เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ถ้าคุณบอกว่าความเห็นของผมไม่ดี
คุณก็ต้องชี้แจงว่าไม่ดีอย่างไร จนผมเข้าใจและยอมรับว่าที่คุณแนะนำถูก ผมก็จะกลายเป็นคนดี”
พล.อ. เปรมกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าคนไม่ดีไม่สามารถสำนึกได้จะมีอะไรดลใจได้หรือไม่ พล.อ. เปรมกล่าวว่า
เรื่องนี้หวังไม่ได้ที่จะให้คนไทยเป็นคนดีทั้งหมด แต่อย่างน้อยจะให้คนไม่ดีมีน้อยที่สุด
และขออย่าให้เขามายุ่งกับเรื่องของชาติบ้านเมือง เขาจะไปไม่ดีที่ไหนก็แล้วแต่เขา แต่อย่าให้มาดูแลชาติบ้านเมือง
อะไรทำนองนั้น มันหวังไม่ได้ที่คนไทยทั้ง 66 ล้านคนจะเป็นคนดีทั้งหมด ไม่มีทางเป็นไปได้
ประเทศที่เจริญอย่างสหรัฐฯ ก็มีคนไม่ดีเป็นล้าน

“ดังนั้นจะมาบอกว่าทำอย่างไร ผมก็บอกว่าก็พยายามอย่าให้เขาเข้ามายุ่งกับสังคมกับส่วนร่วม ให้เขาอยู่ของเขา
ถ้าเราหมดหนทางที่จะทำให้เขาเป็นคนดีแล้ว เราก็เห็นจะต้องทำอย่างที่คุณเรียก ก็อยู่ส่วนของคุณไป อย่างมายุ่งกับผม”
ประธานองคมนตรีกล่าว
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ