"AVATAR"โลกเหนือจินตนาการโดย เจมส์ คาเมรอน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

"AVATAR"โลกเหนือจินตนาการโดย เจมส์ คาเมรอน

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Dec 20, 2009 11:09 am

http://www.komchadluek.net/detail/20091220/41641/AVATAR%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%99.html







วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2552

"AVATAR"โลกเหนือจินตนาการโดย เจมส์ คาเมรอน

คมชัดลึก :ภาพยนตร์ ฟอร์มยักษ์ปิดท้ายปีเรื่อง "AVATAR" จะพาเราเข้าไปสู่โลกเหนือจินตนาการที่
ซึ่งฮีโร่จำเป็นตัดสินใจเข้าร่วมการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ นำไปสู่การต่อสู้เพื่อปกป้องโลกต่างพิภพ
ที่กลายเป็นบ้านหลังใหม่อีกแห่งของเขาไปในที่สุด กลั่นจากความคิดและจินตนาการของผู้กำกับเงินล้าน เจมส์ คาเมรอน
ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ จาก "Titanic" ที่ริเริ่มโครงการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "AVATAR" ตั้งแต่ 15 ปีก่อน
ในยุคที่เทคโนโลยีด้านภาพยังไม่อาจถ่ายทอดแนวคิดของเขาให้เป็นจริง ขึ้นมาได้ หลังจาก 4 ปี "AVATAR"
ที่อาศัยทั้งคนแสดงจริงและผนวกเข้ากับสเปเชียลเอฟเฟกท์ล้ำยุค พร้อมที่จะสร้างประสบการณ์แปลกใหม่
บนจอภาพยนตร์แล้ว ผู้ชมจะก้าวเข้าสู่โลกต่างพิภพผ่านมุมมองของเจค ซัลลี อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่ต้องนั่งรถเข็น
แม้ร่างกายจะพิการแต่หัวใจยังเปี่ยมล้นไปด้วยเลือดนักรบ เขาได้รับเลือกให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังมนุษยชาติ
ที่จะเดินทางข้ามปีแสงไปยังสถานีอวกาศบนดาวแพนดอร่าซึ่งมีบริษัทหลายแห่งกำลังขุดเจาะแร่ธาตุหายาก
เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงานของโลกมนุษย์ แต่เนื่องด้วยชั้นบรรยากาศของดาวแพนดอร่าเต็มไปด้วยสารพิษ
พวกเขาจึงริเริ่มโครงการ "Avatar Program" ที่อาศัยมนุษย์เป็นๆ เป็น “ตัวขับเคลื่อน” ใช้สติสัมปชัญญะของคน
เชื่อมเข้ากับร่างอวตาร ซึ่งเป็นกายหยาบที่จะถูกควบคุมโดยมนุษย์จากระยะใกล้ และสามารถดำรงอยู่
ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายได้ ร่างอวตารเหล่านี้เกิดขึ้นจากการผสมผสานดีเอ็นเอของมนุษย์เข้ากับดีเอ็นเอ
ของชนเผ่าพื้นเมืองบนดาวแพนดอร่าที่เรียกกันว่า เผ่านาวี เมื่อลุกขึ้นมาเดินเหินได้อีกครั้งในร่างอวตาร
เจค ก็ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจเจาะเข้าล้วงลึกเผ่านาวี ซึ่งกลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญในการขุดเหมือง
หาสายแร่มูลค่ามหาศาล แต่เมื่อ เนย์ทีรี สาวงามแห่งเผ่านาวีเข้าช่วยชีวิตของเจคไว้ เขาค่อยๆ เรียนรู้จนกลมกลืน
เข้ากับชนเผ่านาวีเต็มตัว ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง เจค ผู้เป็นศิษย์ กับ เนย์ทีรี ครูจำเป็นลึกซึ้งขึ้นทุกที
เจค ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบขั้นสุดยอดเมื่อเขาจะต้องนำทัพเข้าสู่สงครามที่มี ชะตากรรมของโลกเป็นเดิมพัน
สองตัวละครเอกรับบทโดยสองนักแสดง แซม เวอร์ธิงตัน และโซ ซาลดานา "เราค้นพบ แซม ราวหกเดือนก่อน
จะเริ่มวางแผนถ่ายทำ" ผู้กำกับคนเก่งที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องให้สัมภาษณ์ "เขาเข้ามาอ่านบทและผมรู้เลยว่า
ต้องเป็นเขา เหมือน รัสเซล โครว์ ที่รับบทแกลดิเอเตอร์นั่นล่ะครับที่นักแสดงต้องสามารถทำให้ผู้ชมเชื่อว่าตัว
ละครอื่นๆ จะยินดีเดินตามเขาลงนรกไปด้วย แซม มีบุคลิกแบบนั้นอยู่ และเป็นสิ่งที่ตัวละครของเขาต้องการ"
การนำเอาเรื่องของสงครามกู้โลกมาผนวกกับแนวความคิดซับซ้อนของอวตารใน หนังกึ่งแอนิเมชั่นเป็นเรื่องยาก
และนับว่าเสี่ยงไม่น้อย แต่นั่นคือความท้าทายในแบบของ เจมส์ คาเมรอน " มันจะกลายเป็นแบรนด์ครับ
" เจมส์พูดถึง "AVATAR" ในแง่ของการจดจำและอิทธิพลต่อผู้ชม "ฟังครั้งแรกมันอาจไม่มีความหมายอะไร
เกินไปกว่าการคาดเดาพื้นๆ ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง แต่มันซับซ้อนและมีมิติมากกว่านั้น เหมือน "Matrix" ไงครับ
ในชั้นเรียนเรารู้ว่าเลขเมทริกซ์คืออะไรแต่มันดูน่าฉงนเมื่อกลายเป็นชื่อ หนัง ตอนนี้มันกลายเป็นแบรนด์ไปแล้ว
นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะสร้าง" "AVATAR" เข้าฉายแล้วในโรงภาพยนตร์

เรื่อง: มันตา คลังบุญครอง

http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9530000005216

CNN รายงาน"อวตาร์"ทำคนฆ่าตัวตาย

13 มกราคม 2553 23:22 น.





มีหลายเสียงทีเดียวที่กล่าวว่าหลังจากชมภาพยนตร์ อวตาร์ ( Avatar ) เรียบร้อยแล้ว
ความรู้สึกบางอย่างยังคงวนเวียนและนึกถึงเรื่องราวของภาพยนตร์ติดตามมา
ซึ่งCNNได้รายงานถึงเรื่องนี้ว่า มีบางคนถึงขั้นเกิดอาการหดหู่
และคิดที่จะฆ่าตัวตาย เพราะอยากไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งเช่นเดียวกับในภาพยนตร์


ตามรายงานระบุว่าในบอร์ดแสดงความเห็นของแฟนๆภาพยนตร์เรื่อง อวตาร์ ได้มีหัวข้อหนึ่งแสดงถึงวิธีการรับมือ
กับความฝันถึงแพนโดราโลกที่ไม่สามารถ จับต้องได้ ซึ่งมีแฟนหนังโพสท์ข้อความกว่าพันครั้งตอบกระทู้ว่า
เคยมีประสบการณ์เช่นเดียวกันและเคยมีความรู้สึกหดหู่จนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตายมาแล้ว
ซึ่งแฟนหนังบางส่วนก็มาช่วยตอบกระทู้เพื่อให้คำแนะนำในการช่วยผู้อื่นที่มีความรู้สึกแบบเดียวกันด้วย

โดยมีข้อความบางส่วนระบุว่า

- "ตั้งแต่ที่ได้ดูเรื่อง อวตาร์ ก็เคยมีความรู้สึกหดหู่ พอได้เห็นโลกที่สวยงามอย่างแพนโดรา
และเหล่าทหารที่ได้ไปที่นั่น มันทำให้ผมอยากจะเป็นหนึ่งในพวกเขา ผมไม่สามารถหยุดคิดถึงเรื่องราวทั้งหมด
ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ รวมถึงน้ำตา และความสั่นกลัวที่ได้รับจาการชมภาพยนตร์ ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตาย
ถ้าผมทำเช่นนั้น ผมอาจจะได้ไปเกิดใหม่ในโลกที่เป็นเหมือนแพนโดราและมีทุกสิ่งเหมือนใน "อวตาร์""

- "ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้ หลังจากที่ดูเรื่อง อวตาร์ ไปเมื่อวาน โลกทั้งโลกของฉันมันกลายเป็นสีเทา
มันเหมือนกับว่าสิ่งที่ฉันทำมาทั้งหมดในชีวิต รวมถึงเรื่องงาน มันไม่มีความหมายเลย ไม่มีเลยสักนิด
ฉันยังไม่เห็นเหตุผลเลยจริงๆว่าควรจะรักษาของเหล่านั้น ...หรือทำสิ่งเหล่านั้นต่อไป
ฉันกำลังอยู่ในโลกแห่งความตาย"


- "มันยากสำหรับฉัจริงๆที่ไม่สารถบังคับตัวเองให้คิดว่านั่นเป็นเพียงแค่ ภาพยนตร์ และก็ลืมๆมันไปซะ
การใช้ชีวิตอย่างทหารพวกนั้นมันไม่มีทางจะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน"

เรียกได้ว่ากระแสภาพยนตร์เรื่อง อวตาร์ นี้ยังคงเป็นที่ถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันต่อเนื่องทั้งในเรื่องของเนื้อหา
การผลิต รวมถึงโปรดักชั่นใหญ่ยักษ์ ซึ่งแม้จะมีการวิจารณ์ว่าเนื้อหานั้นมีส่วนคล้ายคลึงกับภาพยนตร์หลายๆเรื่อง
แต่ความรู้สึกของผู้คนมากมายที่กล่าวหลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้่างพูดเป็น เสียงเดียวกันว่า "หนังจบ คนไม่จบ"
เพราะเนื้อหาบางอย่างยังคงวนเวียนอยู่ในหัวพวกเขาให้เอากลับมาคิดอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=427789

แฟนหนังชาวจีนเดือดรัฐบาลจีนจำกัดโรงฉายอวตาร

20 มค. 2553 15:43 น.

บรรดาผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีนต่างอยู่ในอาการเป็นเดือดเป็นแค้นในวันนี้
จากข่าวที่ว่า รัฐบาลจีนจะจำกัดโรงฉาย " อวตาร" ภาพยนตร์สุดยอดสเปเชียลแอฟเฟ็ค
โดยอนุญาตให้ฉายเฉพาะในโรงหนังระบบสามมิติที่มีอยู่เพียง 700 แห่งทั่วประเทศ
หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของโรงหนังทั้งหมด 4,600 โรง และให้นำเรื่อง คอนฟิวเชียส
ซึ่งเป็นหนังชีวิประวัติของ ขงจื้อ ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 60 ปีของการก่อตั้งประเทศ

โดยมีโจวหวินฟะนำแสดงมาฉายแทนในโรงหนังระบบธรรมดา ข้อความแสดงความโกรธแค้น
ปรากฎอยู่ในไป่ตู้ และไชน่า ดอตคอม เว็บท่าที่มีคนนิยมใช้มากที่สุดของจีน บ้างแสดงความเห็นว่า
การกำจัดโรงฉายก็เพื่อเปิดทางให้ภาพยนตร์เรื่อง คอนฟิวเชียส เพราะหากปล่อยให้โรงหนัง
ระบบธรรมดาฉายเรื่องอวตารต่อไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนก็จะทำให้หนังจีนไม่ทำรายได้
บางคนบอกว่าตั้งใจจะไปดูเรื่องคอนฟิวเชียสอยู่แล้ว แต่การกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องน่าอาย
และจะไม่ไปดูหนังเรื่องนี้

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "AVATAR"โลกเหนือจินตนาการโดย เจมส์ คาเมรอน

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Jan 27, 2010 2:12 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264418325&grpid=&catid=02

วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 18:30:44 น.
มติชนออนไลน์

จีนเปลี่ยนชื่อขุนเขาอิงกระแสอวตาร ชี้ทีมงานหนังดังเคยมาถ่ายรูป
ก่อนนำไปเนรมิตรเป็นภูเขาลอยฟ้า


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มภูเขาที่มีชื่อว่า "เซาเธิร์น สกาย คอลัมน์" หรือ
"เสาหินแห่งฟากฟ้าแดนใต้" ในเมืองจางเจียเจี้ย ทางตอนใต้ของมณฑลหูหนาน ประเทศจีน
ได้ถูกประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น "อวตาร ฮัลเลลูยาห์ เมาเท่น" หรือ "ภูเขาฮัลเลลูยาห์ในอวตาร"
จากคำแถลงผ่านทางเว็บไซต์ของรัฐบาลท้องถิ่นเมืองประจำเมือง

รัฐบาลท้องถิ่นของเมืองจางเจียเจี้ยแถลงต่อว่า กลุ่มภูเขาลอยฟ้าที่ชื่อว่า "ภูเขาฮัลเลลูยาห์"
ในภาพยนตร์เรื่องอวตารนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มขุนเขาชื่อดังประจำเมืองแห่งนี้
เพราะช่างภาพจากฮอลลีวู้ดได้เดินทางมาบันทึกภาพขุนเขาดังกล่าวในช่วงสองปีก่อน


(รูปภาพ "เสาหินแห่งฟากฟ้าแดนใต้" ในเมืองจางเจียเจี้ย)

"รูปภาพที่เขาถ่ายไปกลายเป็นต้นแบบขององค์ประกอบหลายต่อหลายอย่างในหนังเรื่องอวตาร
รวมถึงภูเขาลอยฟ้าฮัลเลลูยาห์ด้วย"
รัฐบาลท้องถิ่นของเมืองจางเจียเจี้ยชี้แจง


(รูปภาพ ภูเขาลอยฟ้า "ฮัลเลลูยาห์" ในอวตาร)

ดังนั้น เมืองแห่งนี้จึงแอบอิงตนเองเข้ากับการประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในระดับโลก
รวมทั้งประเทศจีนของหนังเรื่องอวตาร เพื่อหวังกอบโกยรายได้จากนักท่องเที่ยวนานาชาติ

"นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วม ′ทัวร์มหัศจรรย์สู่ดินแดนแพนดอร่าในอวตาร′ หรือ
′ทัวร์มหัศจรรย์สู่ภูเขาลอยฟ้าในอวตาร′"
บริษัทท่องเที่ยวนานาชาติของประเทศจีน
สาขา จางเจียเจี้ย ประชาสัมพันธ์ในเว็บไซต์ของตนเอง

เช่นเดียวกันกับรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองจางเจียเจี้ยที่ประชาสัมพันธ์ว่า
"แม้ดินแดนแพนดอร่าจะอยู่ไกล แต่จางเจียเจี้ยกลับอยู่ใกล้พวกคุณ
ขอยินดีต้อนรับสู่เมืองแห่งนี้ ซึ่งพวกคุณจะได้พบกับกลุ่มภูเขาฮัลเลลูยาห์
ในหนังเรื่องอวตารและค้นพบโลกที่แท้จริงของดินแดนแพนดอร่า"


"เซาเธิร์น สกาย คอลัมน์"


ภูเขาลอยได้ "ฮัลเลลูยาห์"

http://www.oknation.net/blog/bible/2007/04/21/entry-1


Posted by ธิดายอห์น , ผู้อ่าน : 227, 22:57:24 น.

ความหมายของคำ.."อัลเลลูยา"

อัลเลลูยา ภาษาไทยทับศัพท์คำละติน Alleluia ซึ่งแผลงมาจากคำกรีก Halleluiah (ฮัลเลลูยาห์)
เป็นคำเลียนเสียงภาษาฮีบรูในพระธรรมเดิม ชาวยิวชอบตะโกนคำนี้เวลาดีใจ เหมือนที่เราชอบตะโกน
“ไชโย” ความหมายตามรากศัพท์แปลว่า “จงสรรเสริญพระเจ้า”
ชาวยิวปฏิบัติกันเคย ชินเรื่อยมาก
จนทุกวันนี้ว่าเมื่อมีอะไรถูกใจ ก็ถือว่าพระเจ้าประทานให้ เขารู้สึกขอบคุณพระเจ้าและจะเปล่งเสียงออกมา
โดยอัตโนมัติว่า “อัลเลลูยา” เราไม่ตะโกนไชโยในวัด แต่ชาวยิวจะตะโกนอัลเลลูยาได้ทุกแห่งที่เขาดีใจ
ไม่ว่าในวัด ในบ้าน ถนน ทุ่ง ฯลฯ


พระศาสนจักรถือว่า คำนี้แสดงความขอบคุณพระเจ้าด้วยความรู้สึกยินดี จึงกำหนดให้ร้องคำนี้
ในวันพระเยซูทรงกลับคืนชีพโดยเฉพาะ และอนุญาตให้ร้องในมิสซาหรือพิธีอื่นๆได้ ยกเว้น
ในบรรยากาศโศกเศร้า อย่างวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์และมิสซาผู้ตาย ในบรรยากาศเศร้า
หากต้องการสรรเสริญพระเจ้าก็ให้ใช้คำอื่นแทน


**************************************
เก็บมาฝากจาก http://www.issara.com ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "AVATAR"โลกเหนือจินตนาการโดย เจมส์ คาเมรอน

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Jan 27, 2010 2:14 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264558504&grpid=01&catid=

วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:14:23 น.
มติชนออนไลน์

"อวตาร"ทุบสถิติแล้ว โค่น"ไททานิค"ทำรายได้รวมทั่วโลก
สูงสุด1,859ล้านเหรียญสหรัฐ


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทเว็นตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อก วันที่ 26 มกราคมว่า
อวตาร ภาพยนตร์ภายใต้การผู้กำกับของ เจมส์ คาเมรอน สามารถทำรายได้จากการฉายทั่วโลก
ผ่านตัวเลขสถิติเดิมของหนังไททานิคได้สำเร็จ โดยวันที่ 25 มกราคม อวตาร สามารถเก็บเงิน
ไปได้ทั้งสิ้น 1,859 พันล้านเหรียญสหรัฐ เอาชนะตัวเลขที่ไททานิคออกฉาย ปี1997 เคยทำได้
ที่ 1,843 พันล้านเหรียญ

อย่างไรก็ตาม สถิติรายได้สูงสุดในสหรัฐฯ ไททานิค ยังครองเอาไว้ด้วยตัวเลข 600.8 ล้านเหรียญฯ
ซึ่งคาดการณ์กันว่าอวตาร ที่ทำเงินในประเทศบ้านเกิดเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันมา 6 สัปดาห์
ก็น่าจะทำลายสถิติตัวเลขนี้ได้เช่นเดียวกัน โดยขณะนี้หนังทำเงินในสหรัฐฯไปแล้วทั้งสิ้น
554.9 ล้านเหรียญฯ ขณะที่นอกสหรัฐฯ หนังทำรายได้ไปแล้ว 1.3 พันล้านเหรียญ

อีวี ดอทคอม ยังให้ข้อมูลว่าความสำเร็จส่วนหนึ่ง ต้องให้เครดิตไปที่การฉายในระบบ 3 มิติ
โดยเฉพาะในการฉายในประเทศบ้านเกิด ที่รายได้จากโรง 3-D เก็บเงินได้ร้อยละ 80 ของ
รายได้ทั้งหมด ทั้งนี้ อวตาร ต้องการอีก 45 ล้านเหรียญสถิติรายได้ในประเทศที่ไททานิก
ครองมา 12 ปีก็จะถูกทำลายลง และน่าจะเป็นเรื่องไม่ยากเย็นนัก เพราะหนังทำรายได้ตกลง
แค่สัปดาห์ละประมาณ 20% ซึ่งเป็นตัวเลขการลดลงที่น้อยมาก แสดงให้เห็นว่าหนังยังเป็น
ที่สนใจอีกมาก และคงจะยืนโรงฉายไปอีกระยะเวลานานพอสมควร

Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ