เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 7:46 am

สถานการณ์ ณ ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเรากำลังถูกบีบให้เข้าสู่ภาวะปิดประเทศเข้าไปทุกขณะ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาเพื่อนบ้านรอบๆประเทศ

ปัญหาคนในประเทศที่แตกความสามัคคี

ปัญหาการเมืองไทย ที่ไร้ข้อยุติ

ปัญหามาบตาพุด ที่เป็นจุดชนวนให้ต่างชาติหอบเงินหนีไปเป็นล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพราะไม่กล้าเข้ามาลงทุน

เรามันก็แค่ประชาชนเดินดิน กินข้าวแกงไปวันๆ หาเช้ากินค่ำ ไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น

จึงต้องได้แต่เตรียมตัวต้อนรับสถานการณ์ที่ใกล้จะเกิดขึ้น

เมื่อคำถามเกิดขึ้นว่า....ประเทศไทยปิดประเทศแล้ว ผลกระทบต่อคนในประเทศจะเป็นเช่นไร???

น่ากลัวมากไหม...???

คนในประเทศจะยากจนข้นแค้น...จริงหรือไม่???

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 7:58 am

หลายต่อหลายคนมองว่า ความคิดเรื่องการปิดประเทศเป็นความคิดที่สุดโต่ง และยังความเสียหายต่อคนในชาติเป็นอย่างมาก

เราจะมายกตัวอย่างประเทศที่ปิดประเทศตัวเอง เช่น ราชอาณาจักรภูฏาน

ภูฎาน เป็นประเทศ Land Lock ไม่มีทางออกทางทะเล ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม แต่พวกเขากลับอยู่ได้

ภูฎาน เป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจเช่นเดียวกับประเทศไทย

มีศาสนาพุทธ(มหายาน) เป็นศาสนาประจำชาติ

ภูฎาน ยังคงรักษารูปแบบทางวัฒนธรรมของตัวเองไว้ได้อย่างดีจนถึงปัจจุบัน

คนในประเทศภูฎาน ส่วนใหญ่มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ประเทศภูฎาน แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่บริสุทธิ์ อันนำมาซึ่งศักยภาพที่ดีในการท่องเที่ยว

ที่สำคัญ ภูฎาน ยังเป็นประเทศที่รักษาอธิปไตยของตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น





แก้ไขล่าสุดโดย ฅนไท เมื่อ Tue Dec 22, 2009 8:14 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 8:13 am

ตามเกณฑ์สากลที่ใช้วัดระดับ "ความเจริญ" ภูฎานเป็นหนึ่งใน 40 ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

ทั้งประเทศมีทางหลวงเพียงหนึ่งเส้น ว่ากันว่ารถที่วิ่งในภูฎานต้องหักเลี้ยวในทุกๆ 6 วินาที

แต่ในทางตรงกันข้าม หากเทียบวัดระดับ "ความเจริญทางด้านจิตใจและวัฒนธรรม ธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์"

เชื่อว่า ภูฎานต้องเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศอันดับต้นๆของโลก ที่มีความเจริญทางด้านจิตใจและวัฒนธรรม

เราจะสังเกตเห็นอิทธิพลของศาสนาและวัฒนธรรม ที่ไม่สามารถแยกจากวิถีชีวิตของชาวภูฎานได้

เพราะธรรมชาติอยู่ท่ามกลาง แวดล้อมด้วยหมู่บ้าน วัดวาอาราม ธงภาวนา และกงล้อภาวนาจำนวนนับไม่ถ้วน





ราชอาณาจักรภูฎาน เพิ่งเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเมื่อปี พ.ศ.2517 ปัจจุบันเก็บภาษีนักท่องเที่ยวถึง 200 U$ ต่อคนต่อวัน

และใช้โควต้าจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปี

ด้วยเหตุผลที่ว่าการไหลบ่าของนักท่องเที่ยวจะทำลายสภาพแวดล้อมของประเทศ

นี่ย่อมหมายถึง ภูฎาน เป็นประเทศที่ไม่ได้ง้อนักท่องเที่ยว แว่วๆมาว่า หากใครจะไปภูฎาน นอกจากต้องแข่งขันในการ

เข้าไปเป็นหนึ่งในจำนวนโควต้าของนักท่องเที่ยวที่ได้กำหนดไว้ ยังต้องนำเงินสดไปฝากไว้ล่วงหน้าเป็นปีๆ

แน่จริงๆ

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 8:32 am

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2548 ซึ่งเป็นวันชาติภูฏาน

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุกประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ

และได้ประกาศจะสละราชบัลลังก์ให้กับมกุฎราชกุมารจิกมี เคซอร์ นัมเกล วังชุก ในปี 2551

ซึ่งการประกาศสละราชบัลลังก์ได้สร้างความตกตะลึงให้กับชาวภูฏานเป็นอย่างมาก

เนื่องจากชาวภูฏานยังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในระบบกษัตริย์และยังต้องการให้ภูฏานปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ต่อไป

เพราะเกรงว่าระบอบประชาธิปไตยอาจก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวาย

และการฉ้อราษฎร์บังหลวงภายในประเทศเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน

- สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ทรงริเริ่มปรัชญาในการพัฒนาประเทศที่เรียกว่า “ความสุขมวลรวมประชาชาติ”

โดยความคิดดังกล่าวเน้นการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนมีความสุขและความพึงพอใจ

มากกว่าวัดการพัฒนาด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ

ทั้งนี้ พระองค์ได้ข้อสรุปจากบทเรียนความผิดพลาดในการพัฒนาของโลกในรอบ 50ปีที่ผ่านมา

และเห็นว่าประเทศจำนวนมากเข้าใจว่าการพัฒนา คือ การแสวงหาความสำเร็จทางวัตถุเพียงอย่างเดียว

ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้แลกความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจกับการสูญเสียวัฒนธรรม

สิ่งแวดล้อมที่ดีทางธรรมชาติ และเอกลักษณ์ของชาติ

ซึ่งหลายประเทศได้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนไม่ได้มีความสุขที่แท้จริง

- อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีความสุขมวลรวมประชาชาติก็มิได้ปฏิเสธการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

แต่การพัฒนาด้านต่างๆ จะต้องสมดุลกันโดยรัฐบาลภูฏานได้พยายามสร้างสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ประชาชน

ได้ถูกบรรจุอยู่ในนโยบายและแผนงานของรัฐบาลทุกด้าน

- ในทางปฏิบัติภูฏานได้บรรจุแนวคิดนี้ให้อยู่ในแผนพัฒสามารถแสวงหาและได้รับความสุข

โดยยึดหลักแนวคิดดังกล่าวเป็นพื้นฐานเพื่อให้สามารถรับมือกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองต่อสิ่งท้าทายของโลก

โดยมีหลักสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

1) การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

2) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

3) การส่งเสริมวัฒนธรรม และ

4) ธรรมรัฐ ซึ่งหลักการนี้ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาประเทศระยะ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2542

(แผนพัฒนาประเทศ (5 ปี) ฉบับที่ 1 เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2504)

โดยเน้นการพัฒนาในทุกสาขาของสังคมอย่างรอบด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญด้านสาธารณสุข

การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน การขจัดปัญหาสังคมและความยากจน

พร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมดั้งเดิม รวมทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยทั้งหมดจะดำรงอยู่ด้วยกันในลักษณะกลมกลืนตามหลักพุทธศาสนามหายาน

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 9:00 am

แล้วเมื่อประเทศไทย ต้องถึงวันที่เข้าสู่สภาวะที่ต้องปิดประเทศ...

- เชื่อว่าเราคงได้วัฒนธรรมไทยของเราคืนมา

- เชื่อว่าคนไทยมีกิน เพราะประเทศไทยเรามีพื้นที่ในการเกษตรมากมาย

ผลหมากรากไม้ทุกฤดูกาลกินได้ทั้งปีไม่มีหมด(จนต้องหอบไปขายต่างประเทศ มิหนำซ้ำ ผลไม้ที่ปลูกในเมืองไทย

บางอย่าง คนไทยแท้ๆยังไม่ได้เคยเห็น หรือลิ้มรส เพราะต่างชาติเข้ามาลงทุนปลูกในเมืองไทยแล้วส่งกลับประเทศตัวเอง)

- แม้ว่าอาจมีการจัดระเบียบสังคมในประเทศใหม่ เชื่อว่าสิ่งนั้นจะทำให้สภาพสังคมภายในมีความมั่นคงและแข็งแรง

ไม่ห้ำหั่น บ้าเลือด เฉกเช่นที่เห็นในปัจจุบัน

- การดูแลประชาชนคนไทยในประเทศ จะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง (เพราะไม่ต้องไปดูแลคนต่างชาติ)

- ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสัตว์นานาชนิด ก็จะได้รับการฟื้นฟู เนื่องจากไม่ถูกลอบทำลายเช่นปัจจุบัน

ฯลฯ

เมื่อเราเปิดประเทศอีกครั้ง ประชาชนคนไทยจะต้องภาคภูมิใจในประเทศของตัวเองอีกครั้ง

และยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่าผ่าเผย

ประเทศเราเป็น ไท มิใช่ ทาส

ประเทศไทยเป็น ราชอาณาจักร

ชนชาติไท มีความแข็งแกร่งในชนชาติมานานนับหลายพัน หลายหมื่นล้านปี

ชนชาติไท เป็นเผ่าพันธุ์ของผู้กล้า มีพลังและความแข็งแกร่งที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณ

จงภาคภูมิใจในการที่เกิดมาเป็นคนไท ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเรายังคงเป็นคนไท

และไม่มีใคร ต่อให้เป็นมหาอำนาจใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่สามารถดึงความเป็นคนไท ไปจากตัวเราได้

ไม่มีวัน...

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 10:58 am

สำหรับคนที่มีความคิดในการต่อต้านความรักชาติ

อยากถามกลับไปว่า คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า

หากคุณคิดว่าคุณเป็นคนไทย ลองย้อนไปดูโคตรเหง้าของคุณ เชื่อว่าไม่ใช่คนไทยแน่ๆ

คุณเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า ต้องใช้เวลากี่หมื่น กี่แสน กี่ล้านๆปี กว่าจะมีคำว่า "ชาติ" มาให้เราจนถึงวันนี้

ดีแค่ไหนแล้ว ที่เรามีวันชาติไว้ฉลอง มีภาษาประจำชาติไว้ใช้เป็นภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง นั่นคือภาษาไทยของเรา

มีหลายๆประเทศทั่วโลก ที่เขาอยากมีความภาคภูมิใจในชนชาติของเขาเช่นเรา แต่กลับทำไม่ได้

ลองไปย้อนดูประวัติบุคคลต่างๆที่ออกมาประกาศปาวๆว่า ความรักชาติเป็นความคิดสุดโต่ง

ย้อนดูดีๆ คนพวกนั้นไม่ใช่คนไทย อพยพมาจากที่อื่นทั้งนั้น

อพยพมาอาศัยบนผืนแผ่นดินไทยไม่พอ ยังมายุยงให้คนไทย ไม่ภาคภูมิใจในความเป็นชนชาติของไทยเราเอง

เปรียบเหมือนคนจำพวกที่มาอาศัยบ้านของคนอื่นอยู่ แล้วยังยุยงให้เจ้าของบ้านเผาบ้านตัวเองทิ้ง

เมื่อบ้านถูกเผา คนจำพวกนั้นก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะบ้านไม่ใช่ของตัวเอง

อย่างมากก็เร่ร่อนไปอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ ปล่อยให้เจ้าของบ้านเผชิญชะตากรรมของตัวเองแบบไร้ที่พึ่ง

พอกันที...สังคมไทยทุกวันนี้ โดยเฉพาะพวกนักวิชาการ วิชาเกินทั้งหลายแหล่

จบซักที กับพวกพฤติกรรม โกหก ตอแหล ปลิ้นปล้อน หลอกลวง เห็นแก่ตัว เอาตัวรอดไปวันๆ จนทำให้ประเทศชาติฉิบหาย

เลิกกันซักที คำพูดที่ว่า สมานฉันท์

ใครจะพูดยังไง ไม่สนทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกที่บอกว่า ประเทศชาติจะเป็นยังไงก็ช่าง ไม่มีเราคนเดียว มันคงไม่พังหรอก

ไม่ว่าใครก็ตาม ต่อให้รักและเคารพมากขนาดไหน

แต่ในเมื่อคนๆนั้น มองเห็นความสำคัญของตัวเองเป็นเรื่องใหญ่กว่าเรื่องของประเทศชาติ

เราก็จำต้องเดินคนละเส้นทาง เราต้องแยกแยะ และจดจำสิ่งที่ดีๆ ที่เคยร่วมกันมา

แม้ว่าใครคนนั้นจะโกรธ เกลียดเราก็ตาม เราก็จะยังคงเก็บภาพความทรงจำดีๆไว้เช่นเดิม

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Dec 24, 2009 7:48 am

ปิดประเทศก็ดีนะ คงได้เวลาทำความสะอาดประเทศ
รู้สึกขยะสังคมล้นประเทศมากขึ้นทุกที

Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Dec 27, 2009 12:58 am

เอาล่ะสิ มีพรายกระซิบ(กระซิบจริงๆนะ) มาบอกว่า ช่วงนี้ sunny หายไปไหน

ไม่ได้หายไปไหนหรอกเจ้าค่ะ วนไปเวียนมาแถวนี้แหละ

ขอบคุณสำหรับท่านผู้อ่านทุกท่าน(โดยเฉพาะผู้ไม่นิยมในการเปิดเผยตัว)

แต่ก็ดีใจนะ(ปลื้มจนหน้าบานเลยแหละ) ที่รู้ว่ามีคนคอยติดตามอ่านอยู่

อิอิ ดีใจจัง มีแฟนคลับกะเค้าด้วย(เข้าข้างตัวเองไว้ก่อน)


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Dec 27, 2009 11:31 am

http://www.thaipost.net/news/261209/15535

"ปฏิวัติ"ในสถานการณ์ "มิคสัญญี" ไม่มีใครอยากให้เกิดในบ้านเมือง

บทบรรณาธิการ

26 ธันวาคม 2552 - 00:00

การปลุกระดมในการให้มวลหมู่สมาชิกเสื้อแดง ให้ไปบุกหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรม บ้านพักตุลาการ สถานที่สำคัญ
รวมถึงสถานีโทรทัศน์หลายช่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายของการต่อสู้ ดูเหมือนว่ายิ่งทำให้เห็นแนวโน้มความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น
ในบ้านเมืองในเวลาอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างประเด็นอื่นเพื่อนำไปสู่การปลุกระดมให้กลุ่มเสื้อแดงไม่แผ่วปลาย
และพร้อมจะทำสงความครั้งใหญ่ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดียึดทรัพย์


ไม่นับรวมประเด็นอ่อนไหวอันเกิดจากความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีเกมปูกระแสมาร่วมสองเดือน
ก่อนที่จะมีคำประกาศกร้าวของ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ผ่านทางสำนักข่าวต่างประเทศ ในทำนองว่า
ได้เห็นเอกสารลับของไทยที่วางแผนจะก่อการรัฐประหาร ที่แสดงให้เห็นถึงความเลวร้ายของบรรดาผู้นำ
ในประเทศเพื่อนบ้าน และจะได้นำเอกสารลับ

ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายกษัตริย์นโรดม สีหนุ น่าจะกลายเป็นประเด็นเลี้ยงไข้อีกประเด็นที่กลุ่มต่อสู้เพื่อทักษิณ
และกลุ่มเสื้อแดง ใช้เป็นประเด็นในการชุมนุมที่จะมีขึ้นในไม่ช้านี้ ซึ่งแน่นอนว่าปมประเด็นดังกล่าวจะสร้างแรง
สั่นสะเทือนให้การเมืองระหว่างประเทศไม่มากก็น้อย

รวมไปถึงความพยายามที่จะหาทางออกจากหลายฝ่าย แต่ทว่ายังไม่มีสัญญาณใดที่เป็นบวก
แต่ยิ่งนานวันกลับยิ่งดูจะตึงเครียดกว่าเมื่อก่อนมากนัก ฝ่ายเสื้อแดงก็รุกหนัก เพิ่มเงื่อนไข เติมเชื้อไฟ
โดยไร้การคำนึงถึงผลเสีย ไม่ได้คำนึงถึงแม้ศักดิ์ศรี เกียรติยศ แห่งประเทศชาติ ทุกอย่างถูกจับลงโต๊ะ
ตั้งเป็นโจทย์ ตั้งเป็นเกม โดยอาศัยการใช้เหตุผลที่ทักษิณที่ถูกกระทำมาใช้รองรับเหตุผล ในการใช้เรื่องผลประโยชน์ของชาติมาเป็นเกมต่อรองโดยไม่ตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย

กระนั้น น่าสนใจว่าหากสถานการณ์ต้องนำไปสู่ความรุนแรงจริงดังที่เสื้อแดงพุ่งเป้าไว้ โอกาสที่องค์กรหรือ
สถาบันใดจะต้องขยับเข้ามาแก้ไขสถานการณ์อาจมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น หรืออาจมีการรัฐประหาร ยึดอำนาจเกิดขึ้นได้
เพราะไม่เช่นนั้นสถานการณ์อาจนำไปสู่การลุกฮือของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกปลุกปั่น ให้เกิดความเกลียดชังจนได้ที่
ก็จะเร่งเร้าให้เกิดการเผชิญหน้าถึงขั้นนองเลือด หรือแม้กระทั่งว่ามีการขู่ที่จะนำตุลาการหรือบุคคลสำคัญที่เขามองว่า
รังแกทักษิณมาแขวนคอลากทำลายกันอย่างน่าสยดสยอง

ทว่า น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าในเหตุการณ์ที่กำลังจะเข้าใกล้จุดเดือดนั้น จะมีใครที่จะหาทางออกให้กับบ้านเมืองได้
มองไปซ้ายขวาก็ดูเหมือนว่าจะหมดหนทาง เพราะใครที่ลุกขึ้นมาเจรจา ไกล่เกลี่ย เป็นคนกลาง ก็ดูเหมือนว่า
จะถูกแต่ละฝ่ายผลักไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม การเจรจาจึงดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากยิ่ง ยิ่งนานวันฝ่ายเสื้อแดงยิ่งรุกหนัก
ยิ่งตอกลิ่มความขัดแย้งในขณะที่เสื้อเหลืองเองก็ได้รับการปฏิบัติ ที่ได้รับการยกเว้น ช่วยเหลือ ยิ่งเพิ่มพลังแค้น
ให้พวกเสื้อแดงทบเท่าทวีคูณ

ในสถานการณ์ที่หัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ จึงไม่แปลกถ้าจะมีการวิเคราะห์ไปถึงการนำกำลังทหารออกมา
ทำการรัฐประหารยึดอำนาจอีกครั้ง โดยคิดว่าผู้นำทางทหารจะไม่ยอมปล่อยให้เกิดมิคสัญญี
คนไทยลุกขึ้นมาจับอาวุธเข่นฆ่ากันเองอย่างโหดเหี้ยม แต่ทว่าพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก
ได้ประกาศแล้วว่าไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ที่ทำให้ประตูในการยึดอำนาจเกือบปิดตาย
เพราะประสบการณ์การยึดอำนาจที่ผ่านมาก็เละ และสะบักสะบอมไปเกือบทุกองค์กร แต่ก็ใช่ว่าถึงที่สุดแล้ว
การปฏิวัติอาจเป็นโจทย์ที่หลีกเลี่ยงได้ยากในเหตุกการณ์ที่ไร้การควบคุม.

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Dec 27, 2009 1:05 pm

พี่ att คะ ประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันคิด ไม่ใช่เรื่องปฏิวัติหรือไม่

หากแต่เป็นเรื่องที่ว่า ทำอย่างไร เราจะประครองประเทศชาติให้ดำเนินต่อไปได้ โดยที่ไม่เป็นเครื่องมือให้ใครมาควบคุม

จริงๆแล้ว หากเราจะกระทำแข็งขืน ชนกันจังๆแบบซึ่งๆหน้า เชื่อว่าเราคงไม่อาจต้านทานกำลังของข้าศึกศัตรูได้

ทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อมีจุดแข็ง ก็ย่อมต้องมีจุดอ่อน

ทำไมเราถึงไม่ใช้จุดอ่อนของเขา(แต่เป็นจุดแข็งโป๊กของเรา) เป็นเครื่องมือหรือกลไกในการต่อรองเพื่อขับเคลื่อนประเทศชาติ

อย่างน้อยๆ เราก็จะไม่ได้คล้ายกับอยู่ภายใต้การควบคุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเช่นปัจจุบันนี้

ประเทศชาติในปัจจุบันนี้ ได้ถูกกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนที่ตัดสินใจและกระทำการอย่างบ้าอำนาจ

นำประเทศชาติเป็นสนามทดสอบความสามารถในการทำลายประเทศชาติของตน

ยังมีประชาชนอีกนับล้านๆคน ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ยังมีประชาชนอีกนับล้านๆคน ที่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง

พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้โง่ พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ต้องการตกเป็นเครื่องมือของใคร

หรือแม้แต่พวกเขาเหล่านั้นมิได้ต้องการที่จะทำลายประเทศชาติ

เพียงแต่พวกเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาส หรือได้เดินเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง

ตอนนี้สิ่งที่ประเทศชาติ ต้องการมากที่สุดและต้องการมาโดยตลอดก็คือ

คนที่พร้อมจะเสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ รวมถึงพลังความสามารถทั้งหมดที่มีเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีของประเทศชาติ

การปฏิวัติ ณ วันนี้ เราต้องมองถึงการปฏิวัติระบบของประเทศชาติ

มิใช่แค่การปฏิวัติ หรือรัฐประหารเพื่อเปลี่ยนแปลงแค่ระบบการเมือง

แต่ก่อนที่มองการณ์ใหญ่ ถึงระบบประเทศ

ต้องถามตัวเราเองก่อนว่า ณ วันนี้ เราพร้อมที่จะปฏิวัติระบบความคิดทางสมองของเราหรือยัง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Dec 27, 2009 1:51 pm

จุดแข็งของเรา แต่ก็มีจุดอ่อนจากภายในของเราเองด้วยเหมือนกัน
คือ การใช้จุดแข็งต่อรองเพื่อผลประโยชน์ให้กลุ่มของตนเอง

ในสถานการณ์ที่เขาควบคุมเกือบทุกส่วนภายในของเรา
เป็นการยากที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ภายในประเทศ คิดตามสิ่งที่ควรจะเป็น
เพราะยังมีคนในระดับสูงๆ ต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของเขาเองอยู่่

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Dec 27, 2009 3:26 pm

จริงๆแล้ว คนทุกคน ย่อมต้องหาผลประโยชน์ใส่ตนเองทั้งสิ้น ตราบใดที่ยังต้องมีค่าใช้จ่าย ต้องอยู่ ต้องกินอยู่ทุกวัน

แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าการกระทำนั้นได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างสูงให้กับสังคมและส่วนรวมหรือไม่

เทียบระดับประเทศก็คือ การกระทำนั้นได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนและประเทศชาติหรือไม่

อาจารย์เรามักจะกล่าวเสมอว่า "การกระทำที่เรียกว่าเป็นการทำดี ย่อมต้องส่งผลดีต่อ ๓ ฝ่ายคือ เรา เขา และสังคม

หากขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง องค์ประกอบที่เรียกว่าเป็นการทำดี ก็ไม่สมบูรณ์"


การอยู่ร่วมกันในสังคม สังคมนั้นจะเจริญและดำเนินต่อไปได้ดี ก็ต่อเมื่อบุคคลที่อยู่ในสังคมนั้น ต่างฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์

ในจุดที่ตนเองพึงพอใจร่วมกัน ไม่มีฝ่ายใดหรือบุคคลใดถูกละเลย ทอดทิ้ง หรือได้รับความเดือดร้อน

แต่หากเมื่อใด ที่ฝ่ายใดหรือบุคคลใดในสังคม มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ถูกกระทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี หรือกำลังได้รับเดือดร้อน

สังคมนั้นก็ย่อมเกิดปัญหา จะเล็กหรือใหญ่ก็ว่ากันไปตามสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น

นี่คือหลักทั่วไปของการดำเนินไปในทุกสังคม เท่านั้นเอง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Sun Dec 27, 2009 3:40 pm

ง่า....แต่ว่า บางสถานการณ์ คนที่หลงกระทำผิดไป เขาไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรมากนักกับเหตุบ้านการเมือง
แต่โดน Information Operation ปลุกระดม จนไปร่วมด้วยช่วยก่อการ ก็มีนะคะ

เพราะฉนั้น ต้องกำจัด ตัวพ่อ (ตัวแกนนำปลุกระดม) ให้หมดความสามารถในการชักจูงคนอื่นไปในทางที่ผิดซะ
จะจบงานได้ง่าย Very Happy

พีพีเคยไปม็อบเพราะหลงไปตามเว็บปลุกระดมด้วยหล่ะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกะเค้าด้วยเล้ย
แค่อยากไปดูบรรยากาศ Neutral ตอนนั้นโง่อ่ะ...ตามไม่ทัน เกมเค้า

พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Sun Dec 27, 2009 3:52 pm

att พิมพ์ว่า:จุดแข็งของเรา แต่ก็มีจุดอ่อนจากภายในของเราเองด้วยเหมือนกัน
คือ การใช้จุดแข็งต่อรองเพื่อผลประโยชน์ให้กลุ่มของตนเอง

ในสถานการณ์ที่เขาควบคุมเกือบทุกส่วนภายในของเรา
เป็นการยากที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ภายในประเทศ คิดตามสิ่งที่ควรจะเป็น
เพราะยังมีคนในระดับสูงๆ ต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของเขาเองอยู่่
ระดับล่างๆ ก็เป็นฮะ พีพี ยังนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าไม่ใช้ โปรแกรมของอเมริกา ไม่เข้าเวบ CG Tutor ของซีกโลกตะวันตก (ถึงเจ้าของเวบอยู่ออสเตรเลีย แต่ก็เคยขึ้นกับอังกฤษ นิ) ถ้าเราจะไปเรียนรู้ Open source มันก็ยากเกิน เสียเวลามาก แล้วจะหาข้อมูลได้จากเวบประเทศไหนล่ะ ฯลฯ....ยังไง พีพีก็ต้องเป็นทาสเค้าฮะ No
แต่ พีพี ไม่เคยหลงใหล สตาร์วอร์ นะ อิอิ Very Happy

หรือถ้าไทยจะไม่ขายข้าวให้เค้า เค้าก็ผลิต Jassman rice แข่งกะ ข้าวหอมมะลิแล้วนะเดี๋ยวนี้ Suspect

พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Dec 27, 2009 5:21 pm

การใช้เครื่องมือเทคโนโลยี หรือช่องทางใดๆของใครๆก็ตามแต่

ไม่ได้หมายความว่า เราต้องเป็นทาสเขา มิใช่หรือเจ้าคะ

ยังไงๆก็นั่งยัน นอนยัน ยืนยัน ว่า ไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นทาสใครหรอกค่ะ

แต่หากใครคนไหน สมัครใจที่ยอมเป็นทาสเขา ก็ไม่ขัดศรัทธาค่ะ

สำหรับเรื่อง สตาร์วอร์ นอกจากเราจะไม่คลั่งไคล้แล้ว ยังไม่ชอบดูอีกต่างหากค่ะ

ดีแล้วที่พวกเขาหันไปกินข้าว Jassman rice

ยังไงๆข้าวของไทยก็อร่อยกว่า แถมยังไม่โดนตัดต่อพันธุกรรมอีกต่างหาก

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Sun Dec 27, 2009 5:49 pm

ก็ไม่ได้สมัครใจหรอกนะ แต่บางอย่างมันต้องจำยอม นี่สิ พีพีไม่เก่งพอที่จะเป็นไทเอง ในบางเรื่องน่ะสิ Surprised
ฝีมือยังไม่แก่กล้า ก็ต้องง้อเค้าไปก่อนน่ะ

พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Dec 27, 2009 9:44 pm

พีพี พิมพ์ว่า:
att พิมพ์ว่า:จุดแข็งของเรา แต่ก็มีจุดอ่อนจากภายในของเราเองด้วยเหมือนกัน
คือ การใช้จุดแข็งต่อรองเพื่อผลประโยชน์ให้กลุ่มของตนเอง

ในสถานการณ์ที่เขาควบคุมเกือบทุกส่วนภายในของเรา
เป็นการยากที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ภายในประเทศ คิดตามสิ่งที่ควรจะเป็น
เพราะยังมีคนในระดับสูงๆ ต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของเขาเองอยู่่
ระดับล่างๆ ก็เป็นฮะ พีพี ยังนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าไม่ใช้ โปรแกรมของอเมริกา ไม่เข้าเวบ CG Tutor ของซีกโลกตะวันตก (ถึงเจ้าของเวบอยู่ออสเตรเลีย แต่ก็เคยขึ้นกับอังกฤษ นิ) ถ้าเราจะไปเรียนรู้ Open source มันก็ยากเกิน เสียเวลามาก แล้วจะหาข้อมูลได้จากเวบประเทศไหนล่ะ ฯลฯ....ยังไง พีพีก็ต้องเป็นทาสเค้าฮะ No
แต่ พีพี ไม่เคยหลงใหล สตาร์วอร์ นะ อิอิ Very Happy

หรือถ้าไทยจะไม่ขายข้าวให้เค้า เค้าก็ผลิต Jassman rice แข่งกะ ข้าวหอมมะลิแล้วนะเดี๋ยวนี้ Suspect

พีพี ทำเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์กราฟฟิค หรือเปล่า คุ้นๆ ว่าใกล้ตัวเราแฮะ
รู้ว่าเราชอบ สตาร์วอร์ อีกต่างหาก พลังจงอยู่กับคุณ force may be with you

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Mon Jan 04, 2010 9:01 pm

att พิมพ์ว่า:จุดแข็งของเรา แต่ก็มีจุดอ่อนจากภายในของเราเองด้วยเหมือนกัน
คือ
การใช้จุดแข็งต่อรองเพื่อผลประโยชน์ให้กลุ่มของตนเอง

ในสถานการณ์ที่เขาควบคุมเกือบทุกส่วนภายในของเรา
เป็นการยากที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ภายในประเทศ คิดตามสิ่งที่ควรจะเป็น
เพราะยังมีคนในระดับสูงๆ ต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของเขาเองอยู่่


Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 10, 2010 10:04 am

ญี่ปุ่นโอดโดนพิษมาบตาพุด แหล่งทุนตปท.ชะลอปล่อยกู้ วอนรัฐบาลช่วยคุยสถาบันการเงินไทยช่วย

ปธ. เจโทรนำทีมเข้าพบกอร์ปศักดิ์โดนพิษมาบตาพุดเล่นงานส่งผลกระทบอย่างหนัก แหล่งเงินทุนตปท.และญี่ปุ่นชะลอปล่อยกู้ใน ไม่ขยายเวลาชำระหนี้ ขณะที่บริษัทแม่หยุดให้เงินเพิ่ม วอนรัฐบาลมาร์คคุยสถาบันการเงินช่วยด้วย

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายมุเนโนริ ยามาดะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นำคณะผู้บริหารเข้าพบ เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ทางเจโทรมาหารือเกี่ยวกับปัญหาด้านการเงินในการลงทุนของโครงการในนิคม อุตสาหกรรมมาบตาพุด เพราะขณะนี้สถาบันการเงินหลายแห่งที่เป็นแหล่งเงินทุนในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง เริ่มชะลอการปล่อยกู้ในโครงการดังกล่าวแล้ว ขณะที่สถาบันการเงินในต่างประเทศก็ไม่ปล่อยกู้ร่วม(ซินดิเคทโลน)ให้เช่น เดียวกัน และจะไม่ยืดเวลาการชำระหนี้ให้ด้วย เนื่องจากสภาพปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศของตัวเอง ขณะที่บริษัทแม่ในต่างประเทศก็ไม่สามารถนำเงินมาลงทุนได้ เนื่องจากกังวลว่าจะถูกผู้ถือหุ้นเล่นงาน เพราะมองว่าโครงการในมาบตาพุดมีปัญหา ไม่ควรเอาเงินทุนมาใส่เพิ่มเติม

"ทางเจโทรฯจึงมาขอความช่วยเหลือให้รัฐบาลเจรจากับสถาบันการเงินใน ไทยปล่อยกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ โดยผมยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยดูแลอยู่แล้ว และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าไปดูแลแล้ว ส่วนจะเป็นสถาบันการเงินใดนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ แต่อาจจะเป็นสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทย เป็นต้น"นายกอร์ปศักดิ์กล่าวและว่าสำหรับวงเงินที่บริษัทญี่ปุ่นต้องการได้ รับการช่วยเหลือเท่าใดนั้น ยังไม่ได้มีการพูดถึง เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนว่า ท้ายที่สุดจะมีความเสียหายเกิดขึ้นหรือไม่ โครงการที่ถูกระงับจะได้เดินหน้าต่อหรือไม่ หากสามารถเดินหน้าต่อได้ ความเสียหายก็มีไม่มาก

นายกอร์ปศักด์กล่าวว่า นายยามาดะยังได้สอบถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามาบตาพุด จึงได้อธิบายไปว่าตอนนี้คืบหน้าไปมาก ทั้งกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ(เอชไอเอ) ได้ดำเนินการจัดทำเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจัดตั้งองค์กรอิสระจะแล้วเสร็จภายใน 60 วัน และหลักเกณฑ์ในการดำเนินการก็สอดคล้องกับกฎหมายทุกประการ และยืนยันว่าจะไม่ล่าช้ากว่านี้แน่นอน และยังได้ย้ำด้วยว่ากระบวนการที่ยื่นต่อศาลเพื่อขอผ่อนผันโครงการที่ ถูกระงับการก่อสร้างและการดำเนินการ รัฐบาลก็จะสนับสนุนเรื่องข้อมูลให้ แต่ควรจะเป็นหน้าที่ของเอกชนจะต้องรีบไปยื่น เพราะว่าบางโครงการก็ยื่นไปแล้ว แต่บางโครงการก็ยังไม่ได้ยื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่าทางประธานเจโทรได้ชี้แจงข้อมูลที่ออกมาระบุว่าจะ ย้ายฐานการลงทุนจากไทยหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ยืนยันว่า ไม่เคยพูดว่าจะย้ายฐานการลงทุนจากไทย ส่วนที่ระบุว่าไทยไม่ใช่ประเทศที่น่าลงทุนอันดับ 1 ในเอเชียอีกต่อไป เป็นการพูดอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า หากกระบวนจัดการปัญหาโดยภาพรวมของรัฐบาลไม่มีความชัดเจน เรื่องการลงทุนก็จะมีปัญหาเกิดขึ้น และไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องมาบตาพุดเพียงอย่างเดียว

"อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสิ่งที่ได้ชี้แจงไป ทำให้เจโทรมีความเข้าใจมากขึ้น และพอใจกับข้อมูล โดยในสัปดาห์หน้าจะมีนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาเข้าพบ ก็จะทยอยชี้แจงกับนักลงทุนทุกประเทศ ส่วนการชี้แจงกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคงดูแลเรื่องนี้อยู่"นายกอร์ปศักดิ์ ระบุ

ด้าน นายประสบศิลป์ โชติมงคล รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการที่ถูกคำสั่งศาลปกครอง ระงับการก่อสร้างหรือการดำเนินกิจกรรม จำนวน 64 โครงการในพื้นที่มาบตาพุด ในส่วนที่กนอ.ดูแลอยู่ ว่า ขณะนี้มี 5 โครงการติดต่อขอความช่วยเหลือจากกนอ. ประกอบด้วยกลุ่มโครงการที่มีเหตุผลเพียงพอในการขอผ่อนผันการคุ้มครองชั่ว คราวซึ่งมีทั้งสิ้น 26 โครงการ ได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการผลิตสารฟีนอล บริษัท พีทีที ฟีนอล จำกัด 2.โครงการโรงงานผลิตอีพอกซี่ เรซิน(ส่วนขยาย) บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมิคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด อีพอกซี่ ดีวิชั่น และ3. การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการติดตั้ง DME Removal Unit และ Hydrocarbon Scrubber บริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ จำกัด

" ส่วนโครงการที่อยู่ในโครงการที่ต้องหาเหตุผลอื่นๆสนับสนุนในการขอผ่อนผันจาก ทั้งสิ้น 19 โครงการ คือ 1.โครงการเปลี่ยนแปลงขนาดพื้นที่โครงการผลิตเหล็กแผนรีดเย็น เหล็กแผ่นเคลือบโลหะ และเหล็กแผ่นเคลือบสี บริษัท บลูสโคป สตีล(ประเทศไทย) จำกัด 2.โครงการโรงงานผลิตแผนเหล็กเคลือบผิวส่วนขยาย บริษัท สยามแผนเหล็กวิลาส จำกัด และอีก 1 โครงการซึ่งอยู่นอกพื้นที่นิคมฯ คือ โครงการโรงงาน ผลิตเหล็กเส้น(ส่วนขยาย) บริษัท บี อาร์ พี สตีล จำกัด ที่จะยื่นต่อศาลเพื่อขอผ่อนผันให้ดำเนินโครงการต่อในวันที่ 13 มกราคมนี้"รองผู้ว่ากนอ.ระบุ

ด้านนางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่าได้ตรวจสอบโรงงานในพื้นที่นิคมเอเชีย ระยองเบื้องต้น 17 โรงงาน ตรวจสอบพบว่า บริษัทอินโดรามา ปิโตรเคมี จำกัด มีปัญหาเรื่องกลิ่นและการปล่อยสารที่เกินมาตรฐานจึงสั่งระงับกิจการบางส่วน ชั่วคราวแล้ว

นายวีระพงษ์ ไชยเพิ่ม รองผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ.ได้ตรวจสอบบริษัทอินโดรามา ปิโตรเคมฯ พบว่ามีร่องรอยการรั่วของสารเคมีมีลักษณะเป็นคราบสีขาวบริเวณตามข้อต่อต่างๆ ที่ปล่องระบายมลพิษทางอากาศพบไอน้ำจำนวนมากมีหยดน้ำขนาดเล็กจากปล่องระบายตก สู่พื้นมีกลิ่นรบกวนคล้ายกลิ่นน้ำส้มสายชู ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศพบว่าที่เครื่องเทอร์มอล ออกซิไดเซอร์ มีค่าออกไซด์ของไนโตรเจนเท่ากับ 86 พีพีเอ็ม และเครื่องเวนท์ สครับเบอร์ มีคาร์บอนมอนอกไซด์ เท่ากับ 478 พีพีเอ็ม ซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนดในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)

“จากกลิ่นและค่าที่เกินมาตรฐาน กนอ.ได้สั่งระงับการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เครื่อง เทอร์มอล ออกซิไดเซอร์ ซึ่งจะมีผลทันทีที่บริษัทได้รับหนังสือ และให้ดำเนินการปรับปรุงระบบขจัดมลพิษทางอากาศให้มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ในอีไอเอ กำหนดระยะเวลาปรับปรุงถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553”รองผู้ว่าฯกนอ.ระบุ

นายวีระพงษ์กล่าวว่าสำหรับกรณีก๊าซรั่วบริเวณท่าเรือมาบตาพุด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ขณะนี้บริษัทมาบตาพุด แท็งค์ เทอร์มินอลได้ดำเนินการเยียวยาครบถ้วน และมีการปรับปรุงแผนโต้ตอบภาวะฉุกเฉินและอุบัติภัย และระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพชัดเจนแล้ว กนอ.จึงอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการขนถ่ายสินค้าเหลวต่อไปได้ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา

วันเดียวกัน ที่บ้านเลขที่ 25 ถนนชลประทานคลองน้ำหู เทศบาลเมืองมาบตาพุด นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายสมพงษ์ โสภณ นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ไปร่วมงานทำบุญ 100 วัน อุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ได้แก่นายแหล่ - นางบาง ใจตั้ง นางเปลี่ยน ประจง นายสังเวียน ตั้งจิตต์ นางเต็ม ใจตั้ง นางเสียบ ใจตั้ง และ นายสุขดี ภัทราจารยางค์กูร ญาติของนายน้อย ใจตั้ง อายุ 70 ปี เป็น 1 ใน 42 ผู้ร่วมฟ้องศาลปกครอง ท่ามกลางญาติ และสมาชิกเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายสยุมพร กล่าวว่า กรณีมีคนนำเอกสารมาให้ผู้ร่วมฟ้องศาลปกครองหลายคนเซ็นชื่อเพื่อถอนฟ้องคดี โดยจะให้เงินรายละ 3,000 บาทนั้น ถ้าสามารถชี้ตัวได้ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหลอกลวง เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายน้อย กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกรณีมีใบปลิวโจมตีคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ที่ระบุว่าไม่เอาคนมาบตาพุดร่วมเป็นคณะกรรมการการแก้ไขปัญหามาบตาพุด เพราะยามคนมาบตาพุดตกทุกข์ได้ยาก เหตุใดไม่เสนอตัวเข้ามาช่วย แต่เมื่อรู้ว่ารัฐบาลให้งบประมาณจำนวนมากช่วยเหลือบรรเทาทุกข์คนมาบตาพุด กลับมาพูดว่าไม่มีส่วนร่วมได้เสียเลย

" รู้สึกสังเวชใจกรณีวัดหนองแฟบ และโรงเรียนบ้านหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ที่นายกอร์ปศักดิ์ ลงพื้นที่มาบตาพุด อาจารย์โรงเรียนบ้านหนองแฟบเอ่ยปากขอ แอร์ติดตามห้องเรียน แต่นายกอร์ปศักดิ์ไม่เห็นด้วย แต่มองเห็นว่าอนาคตโรงเรียนบ้านหนองแฟบอาจต้องย้ายหนี ถ้าย้ายโรงเรียนหนีชาวบ้านและวัดจะอยู่กันอย่างไร"นายน้อยระบุ


วันที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 22:00:45 น. มติชนออนไลน์

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 10, 2010 10:12 am

sunny พิมพ์ว่า:ญี่ปุ่นโอดโดนพิษมาบตาพุด แหล่งทุนตปท.ชะลอปล่อยกู้ วอนรัฐบาลช่วยคุยสถาบันการเงินไทยช่วย

ถ้ารัฐบาลดัน"สะเออะ"ทำหน้าใหญ่ไปช่วยคุยสถาบันการเงินไทยเพื่อช่วยต่างประเทศ(ญี่ปุ่น)

คงไม่ต้องมีคำพูดใดๆมาอธิบาย

เลิกเอาภาพนักลงทุนต่างชาติมาร้องโอดโอยผ่านทางหน้าสื่อซักที เข้าใจไหมคำว่า"ลงทุน"

ทุกการลงทุน ย่อมอยู่บนพื้นฐานของความเสี่ยง

คนไทยในประเทศเองก็ร่อแร่อยู่แล้ว ต่างชาติจะเป็นจะตายก็ช่างมัน

เอาคนไทยในประเทศให้อยู่รอด อยู่ดีกินดี มีความสุขถ้วนหน้าก็พอแล้ว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงวัน...ที่ประเทศไทยต้องปิดประเทศ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Sat Jun 05, 2010 10:12 am

แม้ตอนนี้ไม่ประกาศเต็มตัวว่าปิดประเทศ แต่สถานการณ์กับคลับคล้ายกัน

ล่าสุดเมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามกับนายสุเทพเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า การคง พ.ร.ก.ก็จะไม่มีคนกล้าเข้ามาลงทุน

นายสุเทพ ได้ย้อนกลับทันทีว่า “คนไม่เข้าดีกว่า ปล่อยให้ล่มจม”

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ