เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 9:24 am


ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 9:43 am

- จากข่าวเรื่องเครื่องบินขนอาวุธ อาจเป็นเหตุให้ทาง CIA ยกขบวนแห่เข้ามาในไทย เพื่อแทรกแซงกระบวนการต่างๆ

โดยอ้างการก่อการร้ายสากล

- เมื่อขบวนแห่ของ CIA ยกขบวนเข้ามาในไทย ทีมผู้เชี่ยวชาญในการทำลายชาติ ก็จะดำเนินแผนงานได้อย่างเต็มสตรีม

เพราะผู้สนับสนุนได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแนะนำ ช่วยเหลือและชี้แนะได้อย่างทันทีทันใด

- แผนในการดำเนินงาน นั่นคือ ทำลายสถาบันหลักต่างๆในประเทศไทยให้หมดสิ้น

โดยเน้นการทำลายที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึก(ด้านจิตวิทยา) มากกว่า รูปธรรม

เพื่อทำลายศรัทธา และหลักที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจให้หมดสิ้น

พร้อมทั้งปลุกระดม ปั่นข่าว ให้เกิดพลังการต่อต้านอย่างรุนแรงอันส่งผลให้เกิดการทำลายสถาบันต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Dec 22, 2009 10:01 am

กระบวนการต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว สดๆร้อนๆที่ประเทศเนปาล

องค์กรที่เข้าไปแทรกแซงประเทศเนปาล ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล คือ CIA นั่นเอง

แผนเดียวกัน รูปแบบการดำเนินการในทางเดียวกัน ถูกนำมาใช้ในประเทศไทยอีกครั้ง

ในขณะที่ หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง คร่ำเคร่งกับการเรียนรู้ทฤษฏี หลักการเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้าย

หลักสูตรก็ไม่ได้ลอก หรือเรียนรู้มาจากใครอื่นไกล ก็ อเมริกา กับ CIA ทั้งนั้นที่นำเข้ามาเรียนรู้และฝึกสอน

รวมถึงการแทรกซึมและครอบงำ ทั้งทางความคิดและการปฏิบัติงาน

ทำให้เราไม่สามารถแยกแยะ คิดนอกกรอบ และปฏิบัติได้กับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย

ในทุกหน่วยงาน แม้กระทั่งงานสายข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวกรอง หรือต่อต้านข่าวกรอง ก็มีแต่คนของ CIA แทรกซึมอยู่ทุกจุด

คนทั่วไป ไม่เข้าใจสถานการณ์ ปากก็ว่าด่าทอผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีหน้าที่ ว่าไม่ทำอะไรบ้างเลย

หารู้ไม่ว่า บางคนทำแทบตาย แต่พอส่งงานเข้าไปกลับถูกโยนทิ้งลงในถังขยะซะงั้น

ซ้ำร้าย หนักหน่อยก็โดนเด้งไป เด้งมา จนต้องสำรอกออกมาเป็นเลือดก็มี

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Feb 11, 2010 10:08 am

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9530000019941
“หม่อมเก๊” ยันหัวชนฝาเป็นราชนิกุล ตร.หิ้วฝากขังค้านประกัน!
11 กุมภาพันธ์ 2553 16:32 น.

พนักงานสอบสวน สน.บางเขน หิ้ว “หม่อมเก๊” ปลอมลายพระหัตถ์ราชนิกุลชั้นสูง
ไปฝากขังพร้อมค้านประกันตัว เจ้าตัวยังยันหัวชนฝาเป็นราชนิกุลจริง
เผยสัปดาห์ที่แล้วเพิ่งถูกจับขายกระเป๋าละเมิดลิขสิทธิ์
แต่ถูกถอนแจ้งความไปเพราะอ้างตัวเป็นราชนิกุลเช่นเดียวกัน


วันนี้ (11 ก.พ.) พ.ต.ท.แบ็งค์ บัวนวล พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.บางเขน ควบคุมตัว
น.ส.จุฬาลักษณ์ ฟอสเตอร์ อายุ 28 ปี และนายปิญช์ มาลากุล ณ อยุธยา อายุ 42 ปี
สองผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็นราชนิกุล เข้ามาขอไม่ให้ตำรวดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับ
การขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ไปฝากขังผลัดแรกที่ศาลแขวงพระนครเหนือแล้ว
โดยศาลคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนีหรือก่อเหตุซ้ำอีก

พ.ต.ท.แบ็งค์ กล่าวว่า น.ส.จุฬาลักษณ์ยังคงยืนยันอยู่ตลอดว่าเป็นราชนิกุลจริงๆ
และขอไม่ให้การใดๆ ทำให้ไม่สามารถสืบสวนขยายผลไปถึงผู้ที่ร่วมขบวนการแอบอ้าง
และปลอมแปลงเอกสาร ส่วนผู้ที่เสียหายคือ ม.จ.หญิงกิติปปียา กิติยากร ที่ผู้ต้องหาทั้งสองคน
นำชื่อไปจัดตั้งเป็นมูลนิธิที่สำนักงานเขตบางเขน เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น
พนักงานสอบสวนจะไม่เรียกมาสอบปากคำ เพราะได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเอกสารปลอม
หากสำนักงานเขตบางเขนแจ้งความเอาผิดก็ต้องดำเนินคดีเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตรวจสอบพบว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น.ส.จุฬาลักษณ์
ถูกตำรวจและเจ้าหน้าที่ทรัพย์สินทางปัญญาจับกุมเนื่องจากขายกระเป๋าละเมิดลิขสิทธิ์
ที่ลานเปิดท้ายขายของห้างโลตัส สาขาหลักสี่ ซึ่งได้มีการถอนแจ้งความ
เพราะอ้างตัวเป็นราชนิกุลเช่นเดียวกัน

จับ “หม่อมเก๊” คาโรงพักปลอมลายพระหัตถ์หลอกตำรวจ!

รวบสาววัย28ปลอมเป็นราชนิกุลชั้นสูง

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553










คมชัดลึก :จับสาววัย28ปลอมเป็นราชนิกุลชื่อ "หม่อมอุ๋มอิ๋ม" บุกโรงพักบางเขน ขอพบผู้กำกับ
ยื่นเอกสารอย่ายึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ตำรวจไม่หลงกล วางแผนจับพร้อมหนุ่มใหญ่สกุลดัง
อ้างเป็นเลขาฯ เผยพฤติกรรม เปลี่ยนชื่อนำหน้าจาก "น.ส." เป็น "ม.ล."

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)
พร้อมด้วย พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) และ พ.ต.อ.พัฒนา เพศยนาวิน
ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.บางเขน ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งแอบอ้างเป็นราชนิกุลชั้นสูง คือ
นายปิญช์ มาลากุล ณ อยุธยา อายุ 42 ปี และ น.ส.จุฬาลักษณ์ ฟอสเตอร์ หรือ “หม่อมอุ๋มอิ๋ม” อายุ 28 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 35/76 หมู่ 3 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ พร้อมของกลางซองเอกสารสีน้ำตาล 1 ซอง
และเอกสารที่มีตราประทับประจำราชสกุลกิติยากร เลขที่ ม.ญ.จ. 51-1/53 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 อีก 1 ฉบับ
โดยจับกุมได้ที่ สน.บางเขน ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งทำให้ประชาชน
หรือผู้อื่นได้รับความเสียหาย และใช้เอกสารปลอม พ.ต.อ.พัฒนา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
น.ส.จุฬาลักษณ์มาขอพบ แต่ตนติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ฟูสินไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน
เป็นผู้ดำเนินการแทน โดย น.ส.จุฬาลักษณ์ได้ยื่นเอกสาร 1 ชุด มีข้อความสำคัญที่เข้าข่ายอ้างถึง
ราชสกุล “กิติยากร”
ระบุว่า “ขอไม่ให้ดำเนินการในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ และขอความร่วมมือกับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องห้ามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์เข้าไปในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ทุกท่านควรปกป้อง
และ
ควรดูแลบุคคลสำคัญในราชนิกุลชั้นสูง" ซึ่งเอกสารดังกล่าวมีการปลอมแปลงลายพระนาม
และตราประทับราชสกุลกิติยากร เมื่อ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ เห็นเอกสารดังกล่าว จึงแนะนำ น.ส.จุฬาลักษณ์
มาพบตนอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น “ในช่วงค่ำวันเดียวกัน นายปิญช์ มาลากุล ณ อยุธยา อ้างว่าเป็นเลขาฯ
ของ น.ส.จุฬาลักษณ์ ได้นำเอกสารชุดเดิมมายื่นผมอีกครั้ง ด้วยความไม่แน่ใจ กลัวจะมีการแอบอ้าง
ผมจึงประสานไปยัง พล.ต.ท.ไตรรัตน์ อมาตยกุล ผู้บัญชาการสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ
เพื่อตรวจสอบเอกสารดังกล่าวว่าเป็นของจริงหรือไม่ เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเอกสารเป็นของปลอม
จึงควบคุมตัวนายปิญช์ไว้สอบปากคำเพิ่มเติม" พ.ต.อ.พัฒนากล่าว จากการตรวจสอบประวัติ
น.ส.จุฬาลักษณ์ พบว่าเคยต้องคดีอาญาที่ สน.บางชัน ในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร
ศาลตัดสินจำคุกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 และตรวจสอบชื่อกับสำนักงานทะเบียนราษฎร
พบว่าเปลื่ยนชื่อในบัตรประชาชน จากชื่อเดิมมาเป็น “ม.ล.จุฬาลักษณ์ กิติยากร”
นอกจากนี้ยังพบนามบัตรและเอกสารจัดตั้งมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงกิติปปิยา กิติยากร เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
เพื่อนำเงินที่ได้รับการบริจาคมาใช้ส่วนตัว จากกรณีที่ถูกจับดังกล่าว เนื่องจากตรวจสอบพบว่า
ผู้ต้องหามักจะทำตัวเป็นหัวคิวลิขสิทธิ์ ที่ตลาดนัดหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ล่าสุดพบว่า
เปลี่ยนคำนำหน้าของลูกเป็น “หม่อมหลวง” ด้วย

มาเป็นขบวนการเหมือนนัดกัน
ช่วงนี้อเมริกากำลังเล่นเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์ด้วยสิ
ดูเหมือนพยายามทำให้คนเข้าใจว่า
สถาบันอยู่เบื้องหลังการละเมิดลิขสิทธิ์ไปด้วย
แปลกใจกรมการปกครองฯ ยอมให้เปลี่ยนนามสกุลได้ยังไง?
แสดงว่าพนักงานของรัฐ โคตรชุ่ย หรือไม่ก็ ตั้งใจเปลี่ยนให้
เสื้อแดงได้มุกเอาไปเล่นอีกแล้ว ต่อจากเรื่องซาอุฯ


การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

หรือว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้...เพราะได้รับ sign บางอย่างมา...ในเรื่อง unhappy ของ
บุคคลที่มีบารมีพิเศษ...ถึงขนาดมีข่าวว่าโปรโมเตอร์หัวเถิก
(คนที่ “จมูกบานปากมาก” ให้นิยามเอาไว้) ซึ่งก่อนหน้านี้ถนัดเล่นบท “แต่งแต้มสี”
แต่รอบนี้เปลี่ยนมาเล่นบทบาทใหม่ ออกเดินเกม สลายสีด้วยตัวเองอีกครั้ง

http://tnews.teenee.com/politic/22762.html

สมัครฉุนถูกไอ้หัวเถิกเล่นงาน



เมื่อช่วงเช้า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กล่าวในรายการ 'สนทนาประสาสมัคร' เมื่อวันที่ 27 เมษายน


มีการวิจารณ์ว่า นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี ที่ดูแลช่อง 11 หรือเอ็นบีที
เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการประท้วงที่ประเทศเนปาล ที่ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์
แล้วมีการเลือกตั้งแล้วนั้น
ได้ตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นข่าวต่างประเทศที่ไม่ได้ผลิตขึ้น
โดยสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถูกตั้งข้อกล่าวหา เรื่องการเอาข่าวนี้มาเล่นแล้วก็กล่าวหามาถึงตน
หาว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 นายจักรภพไม่จงรักภักดี

'มีนายคนหนึ่งเดือดร้อนเรื่องนี้ มีเรื่องการโยกย้ายกรรมการตรงโน้นเสียหาย
ไอ้หัวเถิกนั่น
จนกลายเป็นว่าสถานีโทรทัศน์ช่องนี้ไม่จงรักภักดี นายจักรภพก็โดนคดี
ที่ตำรวจไปแจ้งความที่ไปพูดจาในการปาฐกถา ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไร เพราะผมอ่านแล้วไม่มีอะไร
ไอ้หัวเถิกเนี่ยเป็นคนจัดการซอกแซก แต่ก่อนนายกฯทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี) ถูกกล่าวหาไม่จงรักภักดี เดี๋ยวนี้ผมโดนไปด้วย
ไอ้สถานีนี้แหละ เอเอสทีวีเนี่ย รวบหัวรวบหางเหมาเอาไปด้วย

เพราะผมช่วยดูแลนายกฯทักษิณ ถามกันมาเลยว่า เลือดสีน้ำเงินจริงหรือเปล่า มันจะอะไรกันหนักกันหนา
ฆ่ากันไม่ตายขายกันไม่ขาด จะเอาผมด้วย ไอ้เจ้าหัวเถิกนั่นแหละครับแส่ไปถามโน่นถามนี่ว่า
นายสมัครไม่จงรักภักดี จะให้ผมท้าทายขนาดไหน ก็ขอให้ลองดูว่า คนอย่างผมหรือไม่จงรักภักดี
และขอให้คนที่ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ไปส่องกระจกดูตัวเองบ้างว่า ทำให้เกิดความเสียหาย
เพราะผลประโยชน์ส่วนตัวมาเท่าไร' นายสมัครกล่าว

นอกจากนี้ ยังตอบคำถามที่ประชาชนให้แสดงความคิดเห็น
เรื่องการปะทะกันของประชาชน


ที่สนับสนุนกับกลุ่มที่ต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา โดยนายสมัครกล่าวว่า
ไม่อยากแสดงความคิดเห็น แต่คนที่ออกไปเย้วๆ อยู่ ถ้าเป็น ส.ส.ก็ขอให้ดำเนินการกันเอง

รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็ควรดำเนินการกับ ส.ส.ที่ไปขึ้นเวทีพันธมิตรด้วย
'พูดกันง่ายๆ คือ ต้องการจะจุดชนวนกันอีก คิดว่าจะรวมกันที่จุดนั้นแล้วทหารจะทำปฏิวัติอีก ซึ่งก็คิดกันได้
แต่ผมบอกไว้เลยว่าคงยาก เพราะมันไม่มีเหตุ เนื่องจากบ้านเมืองเรียบร้อยแล้ว'
นายสมัครกล่าว และว่า
ขณะนี้คดียุบพรรคที่กำลังดำเนินการกันอยู่นั้น ได้มีนายทหารยศ พล.อ.คนหนึ่ง ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ
การเลือกตั้งเลยไปฟ้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ข้อหาว่านายยงยุทธ ติยะไพรัช
ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปปราศรัยพาดพิงทหารว่าไปบุกค้นบ้านประชาชนใน จ.เชียงราย
ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการลงคะแนน ซึ่งเป็นการเตรียมการเพื่อให้นายยงยุทธโดนใบแดง
ใบที่ 2 ทั้งๆ ที่ กกต.เคยไปตรวจสอบกรณีทหารบุกบ้านประชาชนใน จ.เชียงราย แล้วว่า
เป็นความจริง นายยงยุทธจึงเอาข้อมูลมาปราศรัย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน 2551 เวลา 11:15 น.

http://arayachon.org/article/20090403/1215

เปิดปูม "ปีย์ มาลากุล" เจ้าบ้านวงดินเนอร์ กับข่าววางแผนโค่นล้มรัฐบาล"ทักษิณ" ???

โดย: กองบรรณาธิการ มติชน



นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา เกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2480 เป็นบุตรของ ม.ล.ปีกทิพย์
และนางชนัฎ มาลากุล ณ อยุธยา จบชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน
ก่อนที่จะไปศึกษาต่อด้านการธนาคาร ณ ประเทศอังกฤษ และต่อมา เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2537
ก็ได้รับพระราชทานปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

งานปัจจุบัน ของนายปีย์

- ประธานกรรมการ บริษัท แอ็ดวานซพับลิชชิ่ง จำกัด ดำเนินกิจการผลิตนิตยสาร "ดิฉัน"
- ประธานกรรมการ บริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ดำเนินกิจการผลิตรายการข่าวสาร
ด้านการจราจรทาง สถานีวิทยุ จส.100
- ประธานกรรมการ บริษัท แปซิฟิค อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ดำเนินกิจการผลิตสารคดีพิเศษ
เฉลิมพระเกียรติ ในราชวงศ์ และผลิตสารคดีต่างๆ ทาง สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ

- ประธานกรรมการร่วม บริษัท แปซิฟิคเฮิร์ท จำกัด ผู้ผลิตนิตยสาร "คอสโมโพลิแทน" ฉบับภาษาไทย
- ประธานบริษัท เกรนโดเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
- อุปนายกของสมาคมสโมสรการบินพลเรือน
- สมาชิกชมรมอนุรักษ์อากาศยานไทย

- กรรมการในคณะกรรมการก่อตั้งมูลนิธิสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2529
- ผู้ก่อตั้งศูนย์แพทย์อาสา จส.100 ดูแลผู้เจ็บป่วยและให้คำปรึกษา ตั้งแต่ พ.ศ. 2537
- ผู้ก่อตั้งโครงการนภาแพทย์ เพื่อรับผู้ป่วย เพื่อนำมาโรงพยาบาล จากทั่วประเทศ โดยอากาศยาน พ.ศ. 2539
- ผู้ก่อตั้ง "กองทุนบริจาคเงินเพื่อซื้อลิ้นหัวใจกับ จส.100" ตั้งแต่ พ.ศ. 2537

- สมาชิกหอการค้าไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2533
- กรรมการบริหาร ของมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตั้งแต่ พ.ศ. 2535
- กรรมการบริหารและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิโรคไต แห่งประเทศไทย
ตั้งแต่ พ.ศ.2536

- ที่ปรึกษาคณะกรรมการปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติ ของคณะกรรมการปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติ
สภาความมั่นคงแห่งชาติ กองบัญชาทหารสูงสุด ตั้งแต่ พ.ศ. 2540
- ที่ปรึกษาคณะกรรมการการจัดงานฉลองแม่โจ้ 60 ปี และที่ปรึกษาคณะอำนวยการ และคณะกรรมการดำเนินงาน

โครงการคืนชีวิตกล้วยไม้สู่ป่าของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2537
- กรรมการของมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2537
- กรรมการฝ่ายจัดงาน ของคณะกรรมการจัดงาน "วันสายใจไทย" มูลนิธิสายใจไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2538
- กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ในคณะกรรมการชมรมผู้บริจาคโลหิต 100 ครั้ง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ
สภากาชาดไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2538

- ที่ปรึกษา กรมตำรวจ ตั้งแต่ พ.ศ.2541
- ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ของสมาคมศิษย์เก่าการเรือน-สวนดุสิต ตั้งแต่ พ.ศ.2545
- ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ในโครงการจัดสร้างพระบรมราชาอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พ.ศ. 2545
- กรรมการอำนวยการโครงการเปลี่ยนไตถวายเป็นพระกุศล 80 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 2545

- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตรวจสอบ และติดตามการบริหารงาน ตำรวจแห่งชาติ (กต.ตร)
สาขาสื่อสารมวลชน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2545
- ประธานคณะอนุกรรมการ กต.ตร.เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2545

- ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ "ใครงการวิจัยเพื่อจัดทำรายงานการดำเนินงานวิจัยประจำปี 2545 สำนักงาน
คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ" มหาวิทยาลัยมหิดล
- ที่ปรึกษาพิเศษปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติ ของคณะกรรมการปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติ
สภาความมั่นคงแห่งชาติ กองบัญชาทหารสูงสุด ตั้งแต่ พ.ศ. 2548

ทั้งนี้ นายปีย์ ถือเป็นผู้ปฏิวัติวงการข่าวโทรทัศน์ไทย เมื่อปี 2527 โดยผลงานที่โดดเด่นคือ
การทำวิทยุจราจร จส. 100 ในปี 2534 ภายใต้การบริหารของบริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด
มีนายปีย์ เป็นเจ้าของ ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของวิทยุเพื่อมวลชน ทั้งนี้ นายคำนูณ สิทธิสมาน
สมาชิกวุฒิสภา เคยระบุไว้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า นาย ปีย์เป็นคหบดีที่รักชาติรักบ้านเมือง
และสถาบันมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ชอบอยู่เงียบ ๆ จนมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อมีชื่อปรากฏ
ในหนังสือเรื่อง “พระราชอำนาจ” ที่นายประมวล รุจนเสรี เป็นคนเขียน

โดยนายปีย์นั้นเป็นคนอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับหนังสือดังกล่าวว่า
“เราอ่านแล้ว เราชอบมาก เขียนได้ดี เขียนได้ถูกต้อง ให้ไปบอกเขาว่า เราชอบมาก
ไปบอกนายประมวล


แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Thu Feb 11, 2010 6:01 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Feb 11, 2010 10:36 am

http://downmerng.blogspot.com/2009/04/independent.html

Thursday, April 23, 2009

The Independent : ประเทศไทยควรจดจำบทเรียนของเนปาล

ที่มา ประชาไท


กิจกรรมนี้เกิดขึ้นจากทีมนักแปลอาสาสมัครที่อยากให้สาธารณชนได้บริโภคข่าวสารอย่าง
รอบด้าน เนื่องเพราะเห็นว่าสื่อสารมวลชนของไทยมีปัญหาเรื่องการทำงานในสถานการณ์
วิกฤตินี้ เราจึงเลือกแปลข่าวของสื่อต่างชาติที่ยังสามารถทำงานตามหลักการวิชาชีพได้
โดยไม่มีอคติต่อฝ่ายใด และไม่มีอำนาจรัฐมาครอบงำ
ทีมแปลข่าวเฉพาะกิจ
ที่มา: แปลจาก “Thailand should remember Nepal”, The Independent’s Leading article, Monday, 13 April 2009
http://www.independent.co.uk/opinion/leading-articles/leading-article-thailand-should-remember-nepal-1668035.html

สถานการณ์อลหม่านในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยซึ่งรัฐบาลได้ประกาศ
พระราชกำหนดบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินภายหลังการประท้วงที่ทำให้
ต้องยกเลิกการประชุมสุดยอดอาเซียน จะนำไปสู่การเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในประเทศเนปาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่ประเทศเนปาล รัฐบาลอนุรักษ์นิยมกษัตริย์
ที่ถูกโจมตี ค่อยๆ ถูกดูดกลืนโดยการประท้วงของประชาชน ส่งผลให้เกิดการปฏิวัติเหมาอิสต์
และการล้มระบอบกษัตริย์


ในประเทศไทย สถาบันกษัตริย์ได้รับความนิยมมากกว่า ขณะที่การปฏิวัติของประชาชน
กระจัดกระจายไม่เป็นเนื้อเดียวกันมากกว่า อย่างไรก็ตาม มีการนำมาเปรียบเทียบกัน อย่างแรกคือ
ผู้นำของไทยที่ถูกกำจัดออกไปเมื่อปี
2549 ด้วย ความเห็นชอบของราชสำนัก แม้ไม่ได้เป็น
ผู้นิยมลัทธิเหมา แต่ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นผู้ที่จะไม่หลีกเลี่ยง
การใช้ภาษาของสงคราม ชนชั้นอย่างแน่นอน ส่วนเป้าหมายแห่งความกริ้วโกรธของนายทักษิณ
คือรัฐบาลของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเจตนารมณ์เบื้องต้นของรัฐบาลนี้คือการแสดงความจงรักภักดี
กับราชวงศ์ แต่เจตนารมณ์นี้กลับกลายเป็นผลร้ายกับชื่อเสียงของประเทศไทยนับตั้งแต่รัฐบาลนี้ขึ้นสู่อำนาจ
เพราะมีประชาชนจำนวนมากถูกจับกุมในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ


นายอภิสิทธิ์ไม่อาจกล่าวอ้างถึงศีลธรรมสูงส่งได้เมื่อเขาประนามการประท้วงของฝูงชน
ที่สร้างความอับอายให้กับเขา ความชอบธรรมทางประชาธิปไตยของเขาดูน่าเคลือบแคลง
เขาได้อำนาจบริหารมาจากการประท้วงบนท้องถนนที่ต่อต้านพรรคที่ชนะการเลือก ตั้งในปี พ.ศ.
2551
ซึ่งรู้กันว่าเป็นพรรคตัวแทนของทักษิณ ตอนนี้เขากำลังถูกข่มขู่ด้วยวิธีการเดียวกับที่ทำให้เขาขึ้นสู่อำนาจได้
ขณะที่ประเทศไทยกำลังอ่อนเปลี้ยเพราะรายได้ที่สำคัญจากการท่องเที่ยวหดหาย
ส่วนสถาบันกษัตริย์ที่รัฐบาลนี้เข้ามาปกป้องก็กำลังสูญเสียความนิยมที่เคยได้รับในอดีต


ในการทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทางราชสำนัก, กองทัพ และชนชั้นนำในเมืองควรเลือก
ที่จะพยายามอยู่ร่วมกับกลุ่มคนจำนวนมากที่ชื่นชอบทักษิณ ตอนนี้คนเหล่านี้ไม่มีความโชคดีเช่นนั้นแล้ว
พวกเขายากที่จะได้เห็นทักษิณกลับมาสู่ชัยชนะทั้งในฐานะวีรบุรุษและเผด็จการ


ในอีกด้านหนึ่ง โอกาสที่นายอภิสิทธิ์จะจัดการปัญหานั้นดูมีอยู่น้อยนิด ทางออกเดียวคือ
การเลือกตั้งใหม่ซึ่งฝ่ายผู้ที่เห็นอกเห็นใจทักษิณจะได้รับชัยชนะ ทางออกอื่นที่มี
เป็นเส้นทางเดียวกับที่ประเทศเนปาลใช้ในการปฏิวัติ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบรรดาผู้ปกครองของประเทศไทยจะเรียนรู้จากประวัติศาสตร์
ที่เพิ่งเกิดขึ้นในอดีตราชอาณาจักรในหุบเขาหิมาลัยนี้ และประนีประนอมได้ทันเวลา


แสดงเมื่อ
4/23/2009 10:53:00 AM

http://bhiromography.multiply.com/journal/item/358/358

http://www.ryt9.com/s/iq02/343782

จักรภพร้อนข้อกล่าวหาไม่จงรักภักดีเสนอข่าวเนปาล เตรียมชี้แจงผ่าน NBT


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 28 เมษายน 2551 11:17:54 น.

นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเตรียมชี้แจงผ่านรายการ"ถามจริงตอบตรง"
ทางสถานีโทรทัศน์ NBT คืนนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องกรณีสถานีโทรทัศน์ NBT
นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศเนปาล ไม่ได้มีเจตนา แตะต้อง
ระบบการปกครองของไทยตามที่มีการกล่าวหาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

"เรื่องนี้เราคงจะยอมไม่ได้ ในเบื้องต้นจะชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านรายการถามจริงตอบตรงคืนนี้
ในการนำเสนอข่าวขจองเนปาล...ขอร้องว่าอย่าดึง NBT ไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง
ถ้ามีอะไรให้มาโจมตีที่ผมโดยตรง อย่าดึง NBT เข้าไปเกี่ยว เพราะสถานีโทรทัศน์นี้เพิ่งเริ่มต้น
และยังต้องพัฒนาต่อไป" นายจักรภพ กล่าว นายจักรภพ กล่าวว่า มีแนวคิดที่จะหาทางดำเนินคดี
กับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวในรูปแบบที่ก่อให้ เกิดความแตกแยกในสังคม เนื่องจากเป็นกลุ่ม
ที่ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสจากความเชื่อมั่นของต่างชาติ รวมถึงส่งผลกระทบต่อ
ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศด้วยและยืนยันกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.)
ไม่ได้เข้าไปร่วมชุมนุมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน "กระแสความแตกแยกของบ้านเมือง
คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เสียหายไปซักแค่ไหน วันหลังอาจจะเกิดคดีแรกในเมืองไทยคือ
การดำเนินคดีว่าได้สร้างความเสียโอกาสให้กับประเทศ เรื่องการออกมาเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนอง
ปัญหาทางการเมือง" นายจักรภพ กล่าว นายจักรภพ เชื่อว่า รัฐบาลจะถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป
แต่จะอยู่บริหารประเทศจนครบวาระ 4 ปี เพราะที่ถูกวิจารณ์มากก็ยิ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็ง
ให้รัฐบาลมากขึ้น การวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเหมือนสนามสอบย่อยที่จะทำให้ผ่านไปสู่สนามสอบใหญ่
คือการเลือกตั้ง

--อินโฟเควสท์ โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/ศศิธร/ธนวัฏ โทร.0-2253-5050 ต่อ 325 อีเมล์: tanawat@infoquest.co.th--

Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Feb 11, 2010 10:41 am

http://thai-people.blogspot.com/2008/10/blog-post_15.html

ปกป้องและเทอดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยตลอดกาล

เรารักในหลวง เพื่อ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

วันพุธที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

สาธารณรัฐประชาชนไทย แบบที่จักรภพ เพ็ญแขต้องการ ไม่ใช่เพ้อฝัน
บรรดาพวกต้องการล้มสถาบันเพื่อสถาปนาประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ
แบบอเมริกา หรือแบบอังกฤษที่สถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
หรือแม้แต่แบบญี่ปุ่น หรือข้างๆบ้านเราก็ ลาวและเขมร



จักรภพ เพ็ญแข เริ่มดำเนินการตั้งแต่การพล่ามที่อเมริกา จนเกิดปัญหาแรงต่อต้านไปทั่ว
สมัยเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลกรมประชาสัมพันธ์ หรือ NBT สมัยนี้นี่เอง
ผลงานเขาล่ะ จนสุดท้ายก็ต้องลาออกเพราะทนแรงต้านไม่ไหว และยังถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมฯ
จนเกิดคำที่ว่า ขบวนการล้มทุน ล้มปืน ล้มเจ้า มีจริง


และยังมีอีกมากมายหลายคนที่ค่อยๆทยอยออกมา แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย กลุ่มคนเหล่านี้
มาจากกลุ่มที่ต่อต้าน คมช. สมัย 19 กันยา ในนาม นปก.ที่สู้เพื่อทักษิณ จนมาถึงทุกวันนี้
แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อไปก็เถอะแต่ภาพมันติดซะแล้ว


สิ่งที่ จักรภพ ต้องการคือมีประชาชนออกมาเคลื่อนไหวขับไล่กษัตริย เหมือนที่เนปาลที่เขาให้มี
การถ่ายทอดทาง NBT ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนหลายคนสงสัยและการเดินขบวนประท้วง
จนทำให้สถาบันกษัตริย ในเนปาลต้องล้มลง นี่คือสิ่งที่จักรภพ ต้องการในประเทศไทย

เอามวลชนคนรักทักษิณมาเดินเกมส์โดยวาระซ่อนเร้นคือสถาบันฯ พลังเสื้อแดงอันบริสุทธิ
ของรากหญ้า คือข้ออ้างที่คนเหล่านี้เขามิอาจรู้ได้ ว่าจุดหมายที่แท้จริงคืออะไร?


จักรภพฝันไปหรือป่าวที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่เนปาลนะจ๊ะ ประชาชนที่นี่เขารักสถาบันกษัตริยของเขามาก
คงไม่มีวันที่เขาจะทำอย่างนั้น จักรภพเพียงอาศัยมวลชนที่เกณฑ์มา โดยเอาทักษิณมาบังหน้า
เพราะคนรักทักษิณมีมาก อย่าเอาคนรักทักษิณที่เอาสถาบัน มาเป็นหมากดิ ส่วนคนที่ไม่เอาสถาบันฯ
มีไม่เท่าไหร่หรอก เพราะตอนนี้ โผล่ออกมาให้เห็นกันมากแล้ว รวมทั้งพวกนักรบออนไลน์ที่สุมหัวอยู่
ตามหลืบไซเบอร์ ที่คอยกล่อมคอยเขี่ย ไหนๆพวกไม่เอาสถาบันฯเขาบอกว่าเปิดไพ่เล่นกันแล้ว
พวกคุณก็เปิดมาบ้างดิ อย่าอมละเดี๋ยวมืดคามือ เพราะผมจะทิ้งโง่แล้ว หรือจะเล่นตองแบบไพ่สลาฟดี


ถ้าจักรภพคิดให้ดี ถ้าอยากเป็นแบบอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ที่เขามีประชาธิปไตยที่เจริญแล้ว
จักรภพคิดว่าสันดานนักการเมืองไทยทำได้หรอ ทั้งคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ
และสามัญสำนึกน่ะ อย่างดีก็ได้แค่เขมรเท่านั้นแหละ แม้แต่ลาวนักการเมืองไทยก็อย่าไปเทียบเขาเลย

Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Sat Mar 20, 2010 9:19 pm

http://www.positioningmag.com/magazine/Details.aspx?id=80070

ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา The lobbyist
Positioning Magazine พฤษภาคม 2552



แม้ในชีวิตการทำงานของปีย์จะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งทางราชการใดๆ
และชื่นชอบการทำงานเงียบๆ แต่ชื่อของ “ปีย์ มาลากุล” ก็ถูกพาดพิง
ในเหตุการณ์ทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง

ปีย์ ตกเป็นข่าวฮือฮามากๆ เมื่อทักษิณ ชินวัตร วิดีโอลิงค์มายังผู้ชุมนุมม็อบเสื้อแดง
ออกมาระบุว่า ปีย์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการเชิญพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์, พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี,
ชาญชัย ลิขิตจิตถะ, อัขราทร จุฬารัตน, จรัญ ภักดีธนากุล, ปราโมทย์ นาครทรรพ

มาร่วมปรึกษาหารือในบ้านพักย่านสุขุมวิท เพื่อโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ และนำไปสู่การปฏิวัติ
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549


ก่อนหน้านี้ ในช่วงวิกฤตการเมืองระหว่างปี 2548 ชื่อของปีย์ถูกอ้างถึงในช่วงที่เกิดความไม่ลงรอย
ระหว่างทักษิณ ชินวัตร และเสนาะ เทียนทอง อดีตประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทยในสมัยนั้น
ซึ่งสนิทสนมกับ ประมวล รุจนเสรี รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงมหาดไทย สมัยรัฐบาลทักษิณ

ระหว่างนั้น ประมวล ได้เขียนหนังสือออกมา 2 เล่ม คือ การใช้อำนาจ
เป็นธรรมชาติของมนุษย์และพระราชอำนาจ


ข้อความในบทอาเศียรวาท ของหนังสือพระราชอำนาจ ที่ประมวล รุจนเสรี เขียนได้สร้างฮือฮาอย่างมาก
เนื่องจากได้มีการนำข้อความกระแสพระดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ทรงตรัสกับ ปีย์ “…เราอ่านแล้ว เราชอบมาก เขียนได้ดี เขียนได้ถูกต้อง”

“เรา” ทรงชี้พระหัตถ์ไปที่พระอุระของพระองค์ “ให้ไปบอกเขาว่า เราชอบมาก” ข้าพระพุทธเจ้า
ได้ยกมือทั้งสองประนม เหนือศีรษะน้อมรับ

ประมวล บอกกับสื่อว่า เขาได้รับกระแสพระราชดำรัสนี้จากปีย์ เมื่อได้พบกัน
ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2548 เวลา 17.00 น. ที่บ้านของปีย์

ชื่อของปีย์ ถูกนำมาพาดพิงถึงอีกครั้ง เมื่อ “สมัคร สุนทรเวช” นายกรัฐมนตรี ได้เอ่ยถึง
“ไอ้หัวเถิก” หลายครั้งในสื่อ ว่า เป็นบุคคลที่ปลุกปั่นบ้านเมืองให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

ปีย์นั้นได้ชื่อว่าคลุกคลีอยู่แวดวงสื่อสารมวลชนมายาวนาน เขาเป็นเจ้าของบริษัทแปซิฟิก คอร์ปอเรชั่น
ทำนิตยสารดิฉัน และนิตยสาร Cosmopolitan เคยมีผลงานปฏิวัติการทำข่าวโทรทัศน์ของไทย
ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 จนกลายเป็นโมเดลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำข่าวทีวี
มาจนถึงทุกวันนี้

จุดเปลี่ยนสำคัญมากๆ ของปีย์ คือเจ้าของสถานีวิทยุจราจร จส.100 ซึ่งถือเป็นต้นแบบของ
สถานีวิทยุชุมชน แต่ยังสามารถสร้างพลังมวลชนที่มีบทบาทมากๆ ในสังคมไทย
แม้กระทั่งในการกำหนดนโยบายสำคัญ

และยังนำมาสู่การเชื่อมต่อพลังมวลชนเข้ากับองค์กรรัฐ เช่น กรณีที่ จส.100 ร่วมมือกับ
“กองกำลังบูรพา” แก้ปัญหาการโจรกรรมรถ และอีกหลายกรณีที่ได้พิสูจน์มาแล้ว

“ความสำเร็จของ ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา มาจากการสร้างสายสัมพันธ์แบบใหม่ ที่เชื่อมอำนาจมวลชน
เข้ากับอำนาจและอิทธิพลระดับลึกของสังคม และการเมือง ทำให้เขากลายเป็นคนที่อยู่
"ข้างหลังพลังที่มองไม่เห็น" ที่น่ากลัวพอสมควร นักวิเคราะห์บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้
เป็นที่มาของโอกาสมากมายและหลากหลายในชีวิตการทำงานของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ”
เนื้อหาในบทความตอนหนึ่งของนิตยสารผู้จัดการรายเดือน กรกฎาคม 2543 ที่ได้ชี้ให้เห็นถึง
บทบาทของปีย์ ที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้กุมกลไกอำนาจให้กับสังคมไทย

ด้วยเหตุนี้ ปีย์ จึงมีเครือข่าย “เพื่อนฝูง” ของเขาอยู่ในทุกทุกส่วนอำนาจในสังคมไทย
แม้แต่หลังรัฐประหารแล้ว ทักษิณ ชินวัตร และพจมาน ดามาพงษ์ ก็ยังเคยไปทานข้าว
ที่บ้านสุขุมวิทของเขามาแล้ว
เช่นเดียวกับบุคคลที่มีบทบาททางการเมืองอย่าง
พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และบุคคลที่มีอำนาจในสังคมไทย

จึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่หลายต่อหลายครั้งมีชื่อเขาปรากฏอยู่ โดยเฉพาะ
เมื่อเมืองไทยกำลังมาถึงจุดล่อแหลม

Profile

Name : ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา

Born : 10 กันยายน 2480

Education :

มัธยมศึกษาจากกรุงเทพคริสเตียน

ปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ

ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสื่อมวลชนจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้า เมื่อปี พ.ศ. 2540

Career highlights :

2502-2506 ธนาคารกรุงเทพ สาขาลอนดอน ประเทศอังกฤษ

2506-2511 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร

2511-2513 ผู้จัดการบริษัทซิมโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

2513-2515 ผู้จัดการทั่วไปบริษัทฟาร์อีสต์เพรส จำกัด

2515-2518 กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล พับลิช ชิ่งแอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

2519 -ปัจจุบัน ประธานกรรมการบริษัทแอดวานซ์พับลิชชิ่ง

- ประธานกรรมการบริษัทแปซิฟิคคอร์ปอเรชั่น จำกัด

- ประธานกรรมการบริษัทแปซิฟิคอินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น

2534 กรรมการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ กรุงเทพ ธนาธร

2541 ที่ปรึกษากรมตำรวจ

2542 อยู่ในคณะทำงานโครงการเผยแพร่ และจัดจำหน่าย หนังสือพระราชนิพนธ์
"พระมหาชนก" ฉบับการ์ตูน ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2542

2543 – 2544 เป็นคณะกรรมการบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2542 และเป็น
ประธานอำนวยการฝ่ายข่าว บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)

2543 - เป็นคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานวันเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี
วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

2548 เป็นที่ปรึกษาพิเศษปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติของคณะกรรมการปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติ
สภาความมั่นคงแห่งชาติกองบัญชาทหารสูงสุด

Family : สมรสกับท่านผู้หญิงอารียา มาลากุล ณ อยุธยา มีบุตรชายคือ นายธรรมา มาลากุล ณ อยุธยา

http://www.gotomanager.com/resources/default.aspx?id=3217

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-60.htm



เหตุการณ์นองเลือดในเดือน "พฤษภาทมิฬ" อาจจะบอกได้ว่าเป็นช่วงที่อัปยศที่สุด
สำหรับสื่อวิทยุและโทรทัศน์ของไทย ความจริงไปปรากฏอยู่บนจอของ ซีเอ็นเอ็น และบีบีซี
แทนที่อยู่บนจอทีวีบ้านเราและนั่นคือเหตุผลที่ทำไมประเทศไทย ต้องมีทีวีเสรี


บทที่ 2
จาก ราชดำเนิน ถึง “ทีวีเสรี” การเข่นฆ่าประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย
เป็นเหตุการณ์ที่น่าสลดใจเพียงพออยู่แล้วและมันยิ่งน่าเศร้าและเจ็บปวดมากขึ้นที่สังคมถูกปิดหูปิดตา
ไม่ให้รับรู้ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นประชาชนคนไทยแท้ๆ
ได้เห็นภาพของการปราบปราบอันโหดเหี้ยมบนถนนราชดำเนิน
ในคืนวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2535 จากสถานีโทรทัศน์ต่างประเทศ
อย่างซีเอ็นเอ็นหรือบีบีซี
แทนที่จะเป็นสถานีโทรทัศน์ของไทย

เมื่อมองย้อนกลับไป ผมมีความเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์นองเลือดครั้งนั้น จะไม่เกิดขึ้น
อย่างเด็ดขาดถ้าสื่อมวลชนไทย ในยุคนั้นโดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์และวิทยุ ไม่ถูกอำนาจรัฐ
ใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ

แทนที่สื่อเหล่านี้จะมีเสรีภาพในการรายงานความเป็นไป ทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา
และสะท้อนความรู้สึก ที่แท้จริงของประชาชนที่มีต่อผู้ครองอำนาจ สถานีโทรทัศน์และวิทยุ
ที่มีอยู่ทั้งหมดกลับถูกใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือน สถานการณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับ
การครองอำนาจของพลเอกสุจินดา คราประยูร หนึ่งในผู้ก่อการปฏิวัติรัฐบาล ของพล.อ. ชาติชาย

เหตุการณ์“พฤษภาทมิฬ”เป็นครั้งแรกที่เราเห็นชนชั้นกลางทั้งในกรุงเทพมหานครและ
เมืองใหญ่ๆเข้าร่วมในกิจกรรมการเมืองอย่างเปิดเผย

“ม็อบมือถือ” กลายเป็นศัพท์ใหม่ที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น


รัฐบาลของพลเอกสุจินดาอาจจะมีอำนาจเหนือกลไกของรัฐและใช้กลไกเหล่านี้ไม่ว่า
จะเป็นทหาร ตำรวจ หรือสื่อ เพื่อความอยู่รอดถึงนาทีสุดท้าย แต่ พลเอกสุจินดาและพรรคพวก
ไม่สามารถหยุดยั้งกระแสของมหาชนได้

โทรศัพท์มือถือ เพจเจอร์ และแฟกซ์ ได้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารยุคใหม่
ที่แม้แต่กลไกของรัฐก็ควบคุมไม่ได้
แต่ฝูงชนลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตยเหล่านี้
กลับถูกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจและสถานีวิทยุของทหารป้ายสีให้เป็น “ผู้ไม่ประสงค์ดี”
“ผู้ก่อจลาจล” หรือ “ผู้ก่อความไม่สงบ”

แม้แต่สถานีวิทยุอย่าง จส.100 ซึ่งมีหน้าที่รายงานสภาวะจราจร ยังขอมีส่วนร่วม
ในการปกป้องพลเอกสุจินดา


คุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา และดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล สองผู้บริหาร
บริษัทแปซิฟิค อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น


ซึ่งบริหารคลื่น จส.100 ลงทุนสวมบทเป็นผู้ประกาศเอง
ในขณะที่รัฐบาลของ
พลเอกสุจินดา และกองกำลังรักษาความสงบภายในประเทศและกองกำลังรักษาพระนคร
กำลังเตรียมใช้กำลังสลายการชุมนุม

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย





รายชื่อภาพยนตร์ไทย พ.ศ. 2528
รักผ่อนส่ง (2528)

  • ผู้กำกับ: สิทธิโชค
  • นำแสดงโดย: ทนงศักดิ์ ศุภการ, สิริยา นฤนาท, ธนิต พงษ์มนูญ, ปิญช์ มาลากุล ณ อยุธยา,
  • อาทิตยา พรหมคุณ, อินทิรา อิ่มสมโภชน์
http://www.thaifilmdb.com/th/pp01934

http://www.ryt9.com/s/refg/261969/

รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจังหวัดอุตรดิษฐ์

๑๘ นาย ปิญช์ มาลากุล ณ อยุธยา ประชากรไทย

http://news.nipa.co.th/news.action?newsid=199824

http://weareallhuman.net/index.php?showtopic=42626


แก้ไขล่าสุดโดย eye in the sky เมื่อ Wed Mar 24, 2010 2:01 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Sat Mar 20, 2010 9:28 pm

http://www.thairath.co.th/column/life/people/72175

สู่สุคติ - ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน, ท่านผู้หญิงปรียา เกษมสันต์ ณ อยุธยา,
คุณหญิงนงนุช อุนากูล และ ธีรภัทร์-พิมลพรรณ เสรีรังสรรค์
มาร่วมในพิธีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ ธรรมา มาลากุล ณ อยุธยา
บุตร ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ที่บ้านเลขที่ 1049 อุดมสุข 29 คํ่าวันก่อน.


http://www.thairath.co.th/column/life/people/71395

ศพ ธรรมา มาลากุล ณ อยุธยา บุตรปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา อยู่ในพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ
ที่บ้านเลขที่ 1049 ซอยอุดมสุข 29 ถึง 25 มี.ค. 19.30 น. และสวดพระอภิธรรมศพต่อถึง 1 เม.ย. ............

"กระสุนทอง"


hi5 - Groups - "การเมือง การปกครอง" - อมาตย์เอ๋ย..กรรมเริ่ม start ...



http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/29901

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. กล่าวว่า
การที่ นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ระบุว่า ตนออกมาโวยวายเพราะไม่ได้รับตำแหน่ง
ขอยืนยันว่าตนเป็นคนที่รักษาสัจจะเมื่อตกลงกันว่า การทำครั้งนี้ทุกคนต้องไม่หวังตำแหน่ง
และลาภยศใด ๆตนก็ถือตามนี้ สำหรับเรื่องนี้ผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว ถ้าตนต้องการตำแหน่ง
ตนก็ออกมาโวยวายในช่วงนั้นแล้วจะปล่อยให้เนินนานมาถึง 3 ปีได้อย่างไร และถ้ามาพูดตอนนี้
จะมีประโยชน์อะไร ถ้าใครไม่พูดพาดพิงถึงตน ตนจะหลีกเลี่ยงในการพูดถึงบุคคลอื่น
เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ตนจะไม่เคยพูดถึงชื่อนายปีย์ มาลากุลเจ้าของบ้านแม้แต่คำเดียว
และวันนี้นายปีย์ มาพูดถึงตนทำให้ตนเสียหายจึงต้องพูดบ้างว่า นายปีย์ คิดอย่างไรกับพ.ต.ท.ทักษิณ
และยังมีเรื่องอีกเยอะเกี่ยวกับตัว นายปีย์ ที่ตนจะนำมาเปิดเผย ทุกอย่างที่เขาทำนั้นเป็นลักษณะ
เจ้ากี้เจ้าการเชิญคนนั้นคนนี้ไปกินข้าว ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ พูดถูกว่าไม่ได้เชิญตนไปกินข้าว
แต่นายปีย์ เป็นคนเชิญในฐานะเจ้าของบ้าน แม้แต่ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ นายปีย์ ก็เป็นคนเชิญมา
พล.อ.พัลลภ กล่าวด้วยว่า ครั้งหนึ่งก่อนการประชุมหารือกันที่บ้านสุขุมวิท ซึ่งมีตนกับ
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายปีย์ นั่งอยูที่โต๊ะรับแขกภายในบ้าน ปรากฏว่า นายปีย์ ได้ถามตนว่า
ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หายไปได้ไหม ตนก็เลยตอบไปว่า
เป็นการยากทำไม่ได้ เพราะท่านมี รปภ.จำนวนมากคงจะต้องยิงกันเละจนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
แต่สามารถทำให้ตายได้ ทุกคนก็เงียบไม่พูดอะไร ซึ่งขณะนั้นพล.อ.สุรยุทธ์ นิ่งเงียบไม่พูดอะไร
เพียงแต่นั่งเฉยๆไม่ได้ออกความเห็นอะไร ตนคิดว่าเราสามารถโกหกคนได้ทั้งโลก
แต่ไม่สามารถโกหกตัวเองได้ นายปีย์ คงรู้ในใจตัวเองดี ตนยังมีเรื่องที่จะพูดอีกมาก
ถึงคนชื่อปีย์ มาลากุล ที่ยังไม่อยากนำมาเปิดเผยในขณะนี้ เมื่อถามว่า ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างปฏิเสธ
แต่มีการหารือในการล้ม พ.ต.ท.ทักษิณ จริงใช่หรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น
ตนจะมาพูดเล่นๆได้อย่างไร เพราะมีการกินข้าวหารือกันถึง 7 คน มีการพูดกันว่า จะต้องเล่น
พ.ต.ท.ทักษิณ ทางกฎหมายโดยมีนักกฏหมายเข้ามาร่วมประชุมด้วยในเรื่องของ กกต. ซึ่งเมื่อ
กกต.ล้มการเลือกตั้งไม่สำเร็จ ก็มีการพูดถึงการรัฐประหาร มิเช่นนั้นพล.อ.สุรยุทธ์ จะมาพูดได้อย่างไรว่า
การทำครั้งนี้เราทำเพื่อประเทศชาติและสถาบัน คนที่มีตำแหน่งเป็นองคมนตรีจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร
เพราะตัวเองมีตำแหน่งองคมนตรี โดยเฉพาะไปล็อบบี้ให้ กกต.ลาออก เมื่อถามว่า พล.อ.สุรยุทธ์
ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาโฟนอินเปิดเผยข้อเท็จจริง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า
เป็นเรื่องปกติธรรมดา เรื่องแบบนี้ ถ้าเขาออกมารับว่าจริง เขาคงต้องไปโรงพยาบาลประสาท
เพราะฉะนั้นเขารับไม่ได้ต้องปฏิเสธ แต่การปฏิเสธของพล.อ.สุรยุทธ์ มันขัดกันโดยตลอด
จากการประมวลข่าวอะไรต่างๆทุกคนก็รู้ดีว่าเป็นข้อเท็จจริง ดังนั้นคนที่มีความคิดทุกคนสามารถคิดได้
เรื่องแบบนี้ถ้าเขารับเขาต้องเป็นโรคประสาท ต้องไปโรงพยาบาลประสาท และการที่นายปีย์ บอกว่า
มีการประชุมครั้งเดียวก็ไม่จริง ซึ่งจริงๆแล้วประชุมกัน 4 ครั้งและกินข้าวร่วมกันทุกครั้ง ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์
จะมาถึงก่อนเสมอมานั่งรอ จากนั้นก็มานั่งคุยกันที่โต๊ะกินข้าวในลักษณะกินข้าวไปคุยกันไป
ตอนแรกเห็นปฏิเสธว่าไม่ได้ประชุม ก็ใช่เป็นการพูดกันไปกินกับไป เพราะการประชุมต้องมีวาระประชุม

http://tnews.teenee.com/politic/33930.html

http://news.bluegy.com/15762/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99-%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2.html

eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Wed Mar 24, 2010 1:11 pm

http://www.komchadluek.net/detail/20090624/18237/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89.html

มะกันแนะ"ต้องถอนทหาร"ดับไฟใต้
วันที่ 24 มิถุนายน
2552


คมชัดลึก :อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกหนังสือมะกันเปรียบ 3 จังหวัดชายแดนใต้
ชี้ “ควรถอนทหาร” เลิกวิธีคิดดับไฟ ด้วยความรุนแรง "แม่ทัพภาค 4ควง พญ.คุณหญิงพรทิพย์
พบญาติผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงกราดในมัสยิด ทหารร่วมชาวบ้าน300ละหมาดฮายัดหลังคนร้าย
ยิงอาคารโรงงานฮาลาลปัตตานี

(24 มิ.ย.) ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการจัดงานเปิดตัวหนังสือ “รัฐศาสตร์ไม่ฆ่า”
เขียนโดย ศ.เกล็น ดี.เพจ นักวิชาการชาวสหรัฐอเมริกา โดยนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
นักวิชาการอิสระ เป็นผู้แปล นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า
หนังสือเล่มนี้ ด้รวบรวมข้อมูลไว้ว่า
มี 20 ประเทศทั่วโลกที่ไม่มีกองกำลังทหาร หรือกองทัพ
ซึ่งอาจารย์สอนวิชารัฐศาสตร์ในประเทศไทยบางคนและคนไทยทั่วไปอาจไม่รู้

อย่างไรก็ตามการปราศจากกองกำลังทหารมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ

ไม่มีกองทัพเลย หรือการมีสนธิสัญญาป้องกันไว้
ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราไม่เคยตั้งคำถามว่า
ประเทศไทยจะไม่มีกองทัพได้หรือไม่
ประเทศอื่นเขาทำมาแล้ว


ถ้าเราเอาสถาบันโครงสร้างบางอย่างออกไปจากสังคม ทรัพยากรที่มีในระบบที่เคยถูกนำไปใช้ในกองทัพ
เช่น งบประมาณ ซึ่งแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะสามารถถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ได้
ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องสุขภาพอนามัย หรือการแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า
เรื่องนี้ขอตั้งคำถามว่าจะนำไปสู่การถอนกำลังทหารของจากพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้ หรือไม่
แต่ตนไม่ได้หมายถึงให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมดในเวลานี้ ซึ่งสถานการณ์ยังมีความรุนแรง
เป็นอย่างมาก แต่โจทย์ใหญ่คือในอนาคตจะคิดวิธีการอื่นในการจัดการปัญหานี้ ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา
การมีกำลังทหารและการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ก็ไม่สามารถแก้ ปัญหาให้จบลงได้ ทั้งนี้สำหรับความรุนแรง
ที่เกิดขึ้นอีกในระลอกนี้ ตนคิดว่าเป็นเพราะในพื้นที่มีการซ่องสุมอาวุธไว้มาก โดยมีอาวุธปืนเป็นแสนกระบอก
ในมือของผู้คนมากมาย ไม่เฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ซึ่งแต่ละฝ่าย ล้วนขาดวินัยในการใช้กำลังและอาวุธ

ด้านนายศิโรตม์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มี การใช้งบประมาณ และกำลังทหาร
ทุ่มลงไปมาก แต่ไม่ก็ไม่เกิดผลใดๆ ตนคิดว่าใช้ความรุนแรงตลอดไปก็ไม่ได้ผล ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า
เกิดความสงบขึ้นในพื้นที่ ในช่วงที่เราใช้มาตรการทางการเมืองนำการทหาร
ดังนั้นเห็นว่ารัฐควรจะทบทวนเรื่องนี้หรือไม่

http://www.nonkilling.org/

http://www.amazon.com/Nonkilling-Global-Political-Science-Glenn/dp/0738857459

http://www.chulabook.com/description.asp?barcode=9789742364236



http://www.nonkilling.org/node/18

Nonviolence Speaks to Power
by Petra K. Kelly (Edited by Glenn D. Paige and Sarah Gilliatt)
ISBN 188030905X (1992)

Summary: A selection of five speeches and four essays covering the period from August 1987 to July 1991.
Includes: "Towards a Green Europe", "Towards a Green World"; "For a Nuclear-Weapon-Free
and Nonviolent World"; "Poisoned Food and World Hunger: The Poor Are Feeding the Rich";
"Global Green Politics"; "A New Challenge for the International Peace Movement:
The New World Order of President Bush"
; "A Green View of German Reunification and Europe's Future";
"Tibet Must Not Die (with Gert Bastian)"; "Morality and Human Dignity. Open Letter to the German Green Party".

Download in PDF [570 Kb].

เรื่องไม่ลับ ...กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง=ปล่อย ผู้ค้าอาวุธสงคราม ??


http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t834-125.htm#7309








Endgame_Blueprint_1
Endgame_Blueprint_2
Endgame_Blueprint_3
Unknown พิมพ์ว่า:http://www.apfn.org/apfn/un.htm

The truth about the United Nations!

http://video.google.com/videoplay?docid=2634703139474212867#

The U.N. Deception

46:58-3 years ago

This is the New World Order
, the globalists will overthrow the United States Consitition
to replace it with a UN Constitution!
A one world government, being setup by globalist elites;
George Bush Senior, Kofi Annan, Bill Clinton, Hillary Clinton, Pope Benedict,
all of these elites and many others call for a one world governance!
[googlevideo] [/googlevideo]

eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ