วิวาทะกรรมทรยศชาติของป๋า

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

วิวาทะกรรมทรยศชาติของป๋า

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Dec 24, 2009 3:17 pm

วิวาทะกรรมทรยศชาติของพลเอกเปรม

โดย ปลายอ้อกอแขม

ครั้นจะไม่พูดถึง “คนทรยศชาติ” ที่กำลังฮิตฮ็อตเสียเลยก็จะตกเทรนด์ไป เพราะสังคมที่เป็นสังคังกำลังวิเคราะห์กันขนานใหญ่ถึงการเป็นผู้ทรยศชาติ ซึ่งคำๆ นี้หลุดออกมาจากปากของท่านเอกอัครมหารัฐบุรุษของพวกเรา ..พล.อ.เปรม

แต่ก่อน ผมเข้าใจว่า การจะเป็นผู้ทรยศชาติ หรือประสงค์ร้ายต่อชาตินั้น จะต้องจบ “หลักสูตรว่าด้วยการทรยศชาติ” ด้วยสาขาวิชาต่างๆ เช่น สาขาวิชาการพวกค้ายาเสพติด สาขาวิชาการแบ่งแยกดินแดนเช่นพวกโจรใต้ สาขาวิชาปิดสนามบิน และยึดทำเนียบ สาขาวิชาใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น สาขาวิชาการก่อจลาจลและล้อมรัฐสภา เป็นต้น ..เป็นความรู้เดิม

เดี๋ยวนี้ ได้ทราบจากท่านเปรมของผมว่า บัดนี้ ท่านได้กรุณาบรรจุสาขาเพิ่ม เติมลงไปในหลักสูตรการทรยศชาติอีกหนึ่งสาขาวิชา นั่นคือการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ..สาขาใหม่

หลักสูตรวิชาการทรยศชาติว่าด้วยการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ท่านเปรมคิดขึ้นมานั้น เป็นถือเป็นหลักสูตรใหม่ล่าสุดที่ท่านเปรมของผมต้องการจะเปิด สอน “บิ๊กจิ๋ว”เพื่อนเลิฟเมื่อสอง-สามวันก่อน แต่กลับกลายเป็นวิชาที่หลาย คนอยากเรียนกันเป็นแถวๆ ..ล่าสุด ! ไม่เว้น ตท.10 อีกจำนวน 52 คนที่ย้ายเข้าพรรคเพื่อไทย

การทรยศต่อชาติของท่านเปรมของผมนั้น ก็คือการเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แม้คำนี้จะพูดถึงบิ๊กจิ๋วคนเดียว แต่ความหมายก็คือ ท่านเปรมต้องการจะบอกว่าพรรคเพื่อไทยคือพรรคที่ทรยศต่อชาติ ฉะนั้น สส.พรรคเพื่อไทยก็คือ สส.ที่ทรยศชาติ ความหมายของมันยังขยายไปถึงประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ก็คือประชาชนที่ทรยศชาติด้วยเช่นกัน..รวมผมอยู่ด้วยแน่นอน !

ยังไม่รู้เหมือนกันว่าหลักสูตรนี้จะเปิดสอนในมหาวิทยาลัยแห่งใดของไทย ใครจะเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชา แต่ถ้าให้เดาก็น่าจะเปิดที่นิด้าโดยมีท่านศาตรา จารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์เป็นอาจารย์ประจำวิชา ..น่าเรียนเป็นอย่างยิ่ง

การที่ท่านเปรมเป็นโต้โผออกมาประกาศชัดอย่างนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าท่าน เปรมต้องการเปิดศึกกับประชาชนอีกฝ่ายที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างไม่ต้อง สงสัย ยิ่งทำให้ข้อสงสัยต่างๆที่ยังคลุมเครือเกี่ยวกับพล.อ.เปรมยิ่งชัด จน แจ่มแจ๋ว และคมชัดว่าท่านคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ..ที่สำคัญเป็นการตอกย้ำความแตกแยกระดับสูง อีกระลอก

ผมไม่ทราบในใจท่านเปรมคิดอะไรอยู่ แต่คำพูดที่หลุดออกมานั้น มันได้ทำให้คน ทั้งประเทศหลับตาปี๋ แยกเขี้ยว ยิงฟันสั่นหัวกันเป็นระนาว เพราะไม่นึกว่าคนระดับประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษผู้บรรลุนิติภาวะแล้วอย่างท่าน จะสามารถพูดจาออกมาได้ขนาดนี้ ..หมดกัน !

ท่านเปรมใช้ “เท้าถีบ”คนฝั่งตรงข้ามเหย็งๆชนิดเมามันส์ ส่วนปากก็พล่ามพูดเป็นต่อยหอยว่า “ผมไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ผมเป็นกลาง” บ่งบอกถึงการกระทำที่สวนทางกับคำพูดอย่างชัดเจนอย่างนี้ ..ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ ?

ผมได้ยินสปอร์ตโฆษณาเป็นเสียงของท่านเปรมที่เปิดตามวิทยุ เชิญชวนให้คนไทย “แทนคุณแผ่นดินด้วยการเป็นคนดี”อยู่บ่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า “การแทนคุณแผ่น ดินด้วยการเป็นคนดี”นั้น ..เป็นอย่างไร ?

ด้วยการอยู่บ้านหลวงฟรีๆหรือ? ใช้เงินภาษีของชาวบ้านจ่ายเป็นค่าน้ำค่าไฟค่า อาหารอย่างสบายใจหรือ ? ใช้ตำแหน่งของตนไปเป็นที่ปรึกษาของเอกชนรับเงิน เดือนๆละเป็นล้านๆหรือ ? ด้วยการเอาทหารระดับยศต่างๆมาเป็นทหารรับใช้ส่วน ตัวเช่น พล.อ.พะจุณณ์อย่างนั้นหรือ ? ด้วยการเที่ยวแทรกแซงองค์กรต่างๆโดย อ้างสถาบันอย่างนั้นหรือ ?..ใช่มั๊ยครับ ?

ถ้า “การแทนคุณแผ่นดินด้วยการเป็นคนดี”อย่างที่ท่านพูด แล้วกลับมีพฤติกรรม การกระทำที่ผมกล่าวมาแล้วละก็ ผมก็คงหมดโอกาสเป็นคนดีทั้งในชาตินี้และชาติ หน้า ..ยอมเป็นคนทรยศชาติอยู่อย่างนี้ แต่ท่านครับ “การแทนคุณแผ่นดินด้วย การเป็นคนดี”อย่างที่ท่านทำอยู่ทุกวันนี้ แถวๆบ้านผมเขาไม่เรียกคนอย่างนี้ ว่า “คนดี”หรอกครับ !!!

http://board.sae-dang.com/ReadTopic.php?no=35734
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิวาทะกรรมทรยศชาติของป๋า

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Dec 24, 2009 3:22 pm

ผมได้ยินสปอร์ตโฆษณาเป็นเสียงของท่านเปรมที่เปิดตามวิทยุ เชิญชวนให้คนไทย
“แทนคุณแผ่นดินด้วยการเป็นคนดี”อยู่บ่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า
“การแทนคุณแผ่น ดินด้วยการเป็นคนดี”นั้น ..เป็นอย่างไร ?

มันแปลกดีนะ - Tribute to Rewat Concert



อย่าลบนะเจ๊ มันเข้ากับเพลงดีอ่ะ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิวาทะกรรมทรยศชาติของป๋า

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Dec 24, 2009 3:29 pm

องคมนตรีให้จับตาทางออกวิกฤต

วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6965 ข่าวสดรายวัน

เมื่อ วันที่ 23 ธ.ค.ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี บรรยายพิเศษเรื่อง "ข้าราชการไทยใสสะอาด ตามรอยพระยุคลบาท" ว่า ที่ผ่านมาเมื่อมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่ประชาชนต้องสูญเสีย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหาความยุติธรรมและความเป็นกลางทางการ เมืองอย่างมั่นคง ในวันนี้มีทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง และเสื้อน้ำเงิน มีคนถามว่าทำไมถึงไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ก็มีเหตุผล คงต้องติดตามต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฉายสไลด์ภาพพล.อ.สุจินดา คราประยูร พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ระหว่างเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังเหตุการณ์ พ.ค.ทมิฬ 2535 ประกอบ

จากนั้นนายอำพลให้สัมภาษณ์กรณี สถาบันองคมนตรีถูกโจมตีอย่างรุนแรง ว่า เป็นห่วง แต่ไม่ได้ทำอย่างที่เขาว่า เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อสายพูดคุยกับองคมนตรี เพื่อเป็นตัวกลางแก้ไขปัญหา บ้านเมืองจะดีขึ้นหรือไม่ นายอำพลกล่าวว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่าทางออกควรเป็นอย่างไร นายอำพลกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาล

" สำหรับผมคงไม่มีอะไรฝากไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กล้าฝาก เพราะฝากไปก็คงไม่เห็นด้วย อาจว่ากลับมาด้วย ก่อนหน้านี้เคยไปบรรยายที่ก.พ. เมื่อพูดความจริงเขาก็โกรธ" องคมนตรีกล่าว และว่า ตนไปต่างจังหวัดมาเยอะ ทุกคนพยายามตั้งประเด็นถามว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแบบนั้นใช่ มั้ย บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ใช่มั้ย ถ้าตนบอกว่าใช่ เขาก็ว่าองคมนตรีว่าอย่างนั้น จึงปฏิเสธว่าไม่ทราบจริงๆ แต่เชื่อว่าบ้านเมืองมีทางออก ยังมีคนดีอยู่เยอะ

นายอำพลกล่าวต่อว่า ยอมรับว่าเป็นห่วงบ้านเมือง ที่ผ่านมาพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ไม่ได้พูดถึงเรื่องบ้านเมือง เพราะมีภารกิจเยอะ พล.อ.เปรมไม่ท้อต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อถามว่าช่วงหลังพล.อ.เปรมถูกโจมตีอย่างหนัก นายอำพลกล่าวว่า ท่านคงชิน และทำใจได้ เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าทางออกของประเทศคือการเจรจา นายอำพลกล่าวว่า อาจจะดี แต่ไม่รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายเจรจา เมื่อถามว่าสถาบันองคมนตรีเป็นกลาง 100 % ใช่หรือไม่ นายอำพลกล่าวว่า ดูจากการปฏิบัติได้ เราพยายามทำหน้าที่ของเรา
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิวาทะกรรมทรยศชาติของป๋า

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Fri Dec 25, 2009 8:16 am

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 ธันวาคม 2552 01:20 น.

เกาะกระแส
โดย...ก้อนกรวด

00 ได้อ่านข่าวแว่บๆ ผ่านตา ถึงกำหนดการตบเท้าเข้าอวยพรปีใหม่ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ของบรรดาขุนทหารนำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีรายชื่อคนสำคัญมากันถ้วนหน้า ตั้งแต่ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และที่น่าสังเกตก็คือ ปีนี้ในกำหนดการมีชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเข้าอวยพรพร้อมกันด้วย หลังจากปีที่แล้ว ไม่สะดวกบังเอิญต้องไปต่างประเทศพอดี

00 ตามที่ปรากฎเป็นข่าว จะนัดตบเท้าพร้อมกันในอาทิตย์หน้า หากมองในแง่ดีก็จะเห็นว่านี่คือเอกภาพของกองทัพท่ามกลางกระแส “ป๋าเปรม” กำลังตกเป็นเหยื่อกระทบชิ่งเบื้องสูงของ ทักษิณ ชินวัตร ก็ต้องรอฟังโอวาทว่าจะเน้นย้ำหรือฝากฝังอะไรกับใครบ้าง อดใจรออีกนิด

00 ผ่านไปแล้วสำหรับการแถลงผลงาน 1 ปี ของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากพิจารณาด้วยความเป็นธรรมก็ต้องให้ “สอบผ่าน” แต่ผ่านแบบมีเงื่อนไข คือแค่ บางคนเท่านั้น ไล่ไปตั้งแต่ นายกฯ-กรณ์-จุรินทร์ ตามลำดับ นอกนั้นแทบทั้งหมดยังต้องปรับปรุงกันใหม่ ขณะที่นโยบายหลายอย่างก็นำมาปฏิบัติได้ผลดี เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และกำลังดำเนินการขยายไปถึงคนพิการ เรียนฟรี 15 ปี เงินตอบแทน อสม. และที่เป็นทีเด็ดก็คือโครงการประกันราคาสินค้าเกษตร เช่นข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง กำลังไปโลด เพราะไม่ขาดทุน ที่สำคัญคนพวกนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ ถ้าพอใจก็ลืม“แม้ว” ไปเลย

00 เมื่อเห็นอาการของ อภิสิทธิ์ เริ่มทำท่าไปได้ดี มันก็ยิ่งทำให้ “แม้ว” ต้องนั่งไม่ติด ไม่รู้ว่าจะบ้าวันนี้หรือวันพรุ่ง ขนาดปีนี้ทั้งปีป่วนกันไม่หยุดหย่อน รัฐบาล“เด็กเมื่อวานซืน” ที่ตัวเองเคยเหยียดหยามกลับทำได้ดีเกินคาด ยิ่งถ้าปีหน้าเด็กมันตั้งลำได้ดีกว่านี้แล้วจะไม่กระอักเลือดตายหรือ เมื่อเห็นแนวโน้มดังกล่าวจึงช่วยไม่ได้ที่จะร่นเวลาแตกหักเข้ามาอีก ล่าสุดกะเริ่มกันตั้งแต่ต้นมกราคมปี 53 เลยทีเดียว โดยจะโหมโรงวอร์มอัพกันในปลายเดือนธัวาคม คือ 27-28 ธ.ค.อ้างว่าเป็นการชุมนุมรำลึก “วันพระเจ้าตากสินมหาราช” แต่ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมก็คือ คนพวกนี้เคยอุปโลกน์ว่า “ทักษิณ” เป็น “พระเจ้าตาก” กลับชาติมาเกิด และในภาษาอังกฤษ คำว่า ทักษิณ คนพวกนี้ก็สะกดให้เหมือนกันเด๊ะ มีวาระซ่อนนัยอย่างไรก็ลองคิดดูกันเอาเอง

00 โดนเข้าไปแล้วสำหรับ “ตู่-ของลับ” เมื่อวานนี้ (24 ธ.ค.) กระทรวงต่างประเทศ ส่งตัวแทนไปแจ้งความกับกองปราบให้ดำเนินคดีฐานเผยแพร่เอกสารลับ ทำให้เขมรล่วงรู้ข้อมูลภายในของชาติตัวเอง แถมพ่วงด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และลิ่วล้อปลายแถวอีกคน จำชื่อไม่ได้ ส่วน “คนขายชาติ” ตัวเอ้ อย่าง “ทักษิณ” ที่นำเอาลงเผยแพร่ในเว็บกำลังพิจารณาดูข้อกฎหมายอยู่ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะรอด คนประเภทนี้ต้องเอาให้หนัก แทนที่จะช่วยกันปกป้องศักดิ์ศรีช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่กลับหน้ามืดไปบูชาผู้นำทรราชเขมร เสียชาติเกิดจริงๆ

00 ส่วนการก่อกวน กกต. ที่กำลังโหมแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า สร้างแรงกดดันสร้างกระแสความไม่ยุติธรรม และกดดันให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ ทั้งที่ในกรณีของเงินบริจาคนั้นถูกผิดอย่างไรเป็นอำนาจของนายทะเบียนพรรคการ เมือง แต่ที่รับไม่ได้ก็คือ ความคิดถ่อย-เถื่อน ถึงกับขู่เผาบ้าน นี่ซิ มันจะมากไปแล้วและสำหรับ ราย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง สุพร อัตถาวงศ์ ที่เคยฝากผลงานทำลายชาติเมื่อครั้งบุกไปล้มวงประชุมอาเซียน ก่อจลาจลจะฆ่านายกฯ ที่มหาดไทย สมควรถอนประกันเอาเข้าคุกให้เข็ด !!
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิวาทะกรรมทรยศชาติของป๋า

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:57 am

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000003007



พล.อ.เปรมฯ กับตำแหน่งผู้สำเร็จราชการฯ


โดย คำนูณ สิทธิสมาน
9 มกราคม 2553 18:14 น.

ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2552 แล้วที่นายจตุพร พรหมพันธุ์แถลงข่าวไว้ว่าหากกดดันให้รัฐสภายุบสภาสำเร็จ
และหลังเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล เขาและพรรคพวกจะเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา
ที่ว่าด้วยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ที่รัฐธรรมนูญ 2550 เขียนล็อคให้กับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
เขายังคงยืนยันคำพูดเดิมในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับแทบลอยด์ไทยโพสต์ช่วงวัน หยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
เช่นเดียวกับที่นายวีระ มุสิกพงศ์พูดบนเวทีอภิปรายของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2552

เป็นการพูดความจริงไม่หมด และจงใจไม่พูดความจริง

ที่จงใจไม่พูดความจริงอย่างชัดเจนก็คือประโยค “รัฐธรรมนูญ 2550 เขียนล็อคให้กับพล.อ.เปรม...” !

เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ที่บัญญัติเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 20 วรรคหนึ่ง และมาตรา 24 วรรคหนึ่ง
ก็ลอกมาจากรัฐธรรมนูญ 2540 วรรคหนึ่ง และมาตรา 24 วรรคหนึ่ง ไม่ได้แก้ไขแม้แต่ตัวอักษรเดียว


“มาตรา 20 ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 หรือมาตรา 19
ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน....”

“มาตรา 24 ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็น
พระมหากษัตริย์ตามมาตรา 23 ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไว้ตามมาตรา 18 หรือมาตรา 19
หรือระหว่างเวลาที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง ให้ผู้สำเร็จราชการ
แทนพระองค์นั้น ๆ แล้วแต่กรณีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าจะได้ประกาศอัญเชิญองค์
พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์....”


อันที่จริงรัฐธรรมนูญ 2550 หมวดพระมหากษัตริย์ทั้งหมวด (มาตรา 8 – 25)
ก็ลอกมาจากรัฐธรรมนูญ 2540 หมวดพระมหากษัตริย์ (มาตรา 8 – 25) ทุกตัวอักษร


แม้แต่เลขมาตราก็ยังเหมือนกัน !


ไม่เฉพาะรัฐธรรมนูญ 2550 และรัฐธรรมนูญ 2540 ที่บัญญัติไว้เช่นนี้ ย้อนไปดูรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้า
ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ 2534 รัฐธรรมนูญ 2521 รัฐธรรมนูญ 2517 รัฐธรรมนูญ 2511 รัฐธรรมนูญ 2475
ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2495 และรัฐธรรมนูญ 2492 ล้วนบัญญัติหลักการไว้เหมือนกัน
มีแตกต่างกันเล็กน้อยเพียงตัวอักษรและการแบ่งวรรครวมทั้งเลขมาตราเท่านั้น

พูดง่าย ๆ ว่านับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2492 ที่ให้กำเนิดตำแหน่งองคมนตรี บัญญัติกรณีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นี้
ไว้เหมือนกันหมด

หรือจะบอกว่ารัฐธรรมนูญ 2492 เขียนล็อคไว้ให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ในขณะที่ยังเป็นทหารชั้นผู้น้อยอายุยังไม่เต็ม 30 ?


รัฐธรรมนูญตั้งแค่ปี 2492 เป็นต้นมาจนถึงรัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติไว้เช่นนี้ก็เพื่อไม่ให้มีสภาพสุญญากาศ
ในตำแหน่งประมุขของประเทศ

ประเด็นที่ควรทำความเข้าใจก็คือการที่ประธานองคมนตรีจะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์โดยอัตโนมติ
โดยผลของรัฐธรรมนูญ มีอยู่เพียง 2 กรณีเท่านั้น


หนึ่ง – กรณีทั่วไป

มาตรา 18, 19 และ 20 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ลอกมาจากชุดมาตราเดียวกันของรัฐธรรมนูญ 2540
บัญญัติไว้ว่าในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้
ด้วยเหตุใดก็ตาม
(1) จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนาม
รับสนองพระบรมราชโองการ,
หรือ (2) ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะเหตุยังไม่ทรง
บรรลุนิติภาวะหรือเหตุอื่น ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ
แทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศ
ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ประธานองคมนตรีจะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ก็เฉพาะกรณีกระบวนการตาม (1) และ (2) ยังไม่เสร็จสิ้นเท่านั้น

สอง – กรณีราชบัลลังก์ว่างลง

มาตรา 24 รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ลอกมาจากมาตราเดียวกันของรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ก็มาจากหลักการเดียวกันของรัฐธรรมนูญ
ทุกฉบับตั้งแต่ปี 2492 เป็นต้นมา บัญญัติไว้ว่าในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงและอยู่ในช่วงที่ยังไม่มีประกาศ
อัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ หรือกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลง
ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่ได้รับการแต่งตั้งไว้ก่อนแล้ว

ทั้ง 2 กรณีมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก หรือมีก็จะเป็นช่วงเวลาสั้นมาก ๆ เท่านั้น

แต่รัฐธรรมนูญจำเป็นต้องบัญญัติไว้เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจจะมีเพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศ
ในตำแหน่งประมุขของประเทศ

การที่บอกว่า “รัฐธรรมนูญ 2550 เขียนล็อคไว้ให้พล.อ.เปรม....” จึงไม่ใช่ความจริงโดยสิ้นเชิง !

ส่วนที่ขยายความว่าจะแก้ไขให้ผู้ที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องเป็นพระบรมวงศานุวงศ์หรือองค์พระรัชทายาทเท่านั้น
ไม่ให้เป็นสามัญชน ยังเป็นประเด็นที่พออภิปรายกันได้ แต่ถ้าศึกษาลึกลงไปแล้วจะพบว่ามีปัญหาในทางปฏิบัติมากว่า
จะเขียนรัฐธรรมนูญออกมาในลักษณะใด อย่างเช่นกรณีตามมาตรา 20 และ 24 หากแก้ไขให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ต้องเป็นพระบรมวงศานุวงศ์หรือองค์พระรัชทายาทเท่านั้น จะมีวิธีการใดและองค์กรใดตัดสินให้ตกอยู่กับพระบรมวงศานุวงศ์
ท่านใดเล่าและถ้าวิธีการนั้นต้องใช้เวลา ก็จะเกิดสุญญากาศขึ้นได้ หรือถ้าจะแก้ไขให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ต้องเป็นองค์พระรัชทายาทเท่านั้นเพื่อตัดปัญหาการพิจารณาเลือกพระบรมวงศานุวงศ์ ก็จะเกิดปัญหาในกรณีที่
พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้

และอันที่จริงผู้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในอดีตตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา
ก็มีทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระรัชทายาทและสามัญชน

เฉพาะที่เป็นสามัญชนก็อาทิ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค), เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม),
เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน (อุ่ม อินทรโยธิน), หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์), พระยามานวราชเสวี (ปลอด ณ สงขลา)
และพล.ต.อ.หลวงอดุลเดชจรัส (บัตร พึ่งพระคุณ)

การเปิดประเด็นของนายวีระ มุสิกพงศ์และนายจตุพร พรหมพันธ์จึงมีจุดอ่อนมาก

และพอเข้าใจได้ไม่ยากว่ามีเจตนาแฝงเร้นที่ลึกซึ้งกว่า !

แต่ในยุคที่การชี้แจงตอบโต้ด้วยข้อมูลและความจริงของรัฐยังคงหละหลวม ต่อเนื่อง ประเด็นที่มีจุดอ่อนมาก
จึงยังพอทำให้คนบริสุทธิ์ที่ขาดข้อมูลข่าวสารหลงเชื่อหลงตามไปได้บ้าง และทำให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ตลอดจนท่านผู้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีทั้งหลาย ที่ไม่อยู่ในสถานะที่จะชี้แจงตอบโต้ได้ ต้องพลอยฟ้าพลอยฝน
ถูกเข้าใจไปต่างๆ นานา

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ “เจตนาแฝงเร้นที่ลึกซึ้งกว่า” ของคนบางกลุ่มจึงยังคงมีความหวัง !
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ