พระวรชายา ทรงรับอุปถัมภ์ศูนย์เมอร์ซี่

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

พระวรชายา ทรงรับอุปถัมภ์ศูนย์เมอร์ซี่

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Dec 28, 2009 2:20 pm

http://www.thairath.co.th/content/life/55434

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวสตรี


  • 28 ธันวาคม 2552, 05:45 น.
พระวรชายา ทรงรับอุปถัมภ์ศูนย์เมอร์ซี่



นับเป็นความโชคดีของเด็กผู้ยากไร้ และผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่อยู่ ในความดูแลของมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล
หรือ "ศูนย์เมอร์ซี่" เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์ เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงรับศูนย์เมอร์ซี่ไว้ในพระอุปถัมภ์
โดยเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา พระองค์หญิงศรีรัศมิ์ได้เสด็จเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เมอร์ซี่ในชุมชมคลองเตย
พร้อมประทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กก่อนวัยเรียนและเด็กบ้านเมอร์ซี่...



โอกาสนี้พระองค์หญิงศรีรัศมิ์ทรงเยี่ยมผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่มาพักฟื้นรักษาตัว ในศูนย์เมอร์ซี่เป็นจุดแรก
โดยประทานถุงพระราชทานแก่ผู้ป่วย พร้อมประทานกำลังใจแก่ผู้ป่วยทุกคนด้วยว่า โรคเอดส์ สามารถรักษาได้
หากผู้ป่วยมีวินัยในการกินยา อาสาสมัครที่มาช่วยกันดูแลผู้ป่วยในศูนย์เมอร์ซี่หลายคนเคยป่วยหนักและรักษาตัวจนหายดี
สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติและหลายคนก็อาสาที่จะมาช่วยกันให้ความรู้และดูแลผู้ป่วยต่อไป ดังเช่น
นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ที่เคยได้รับเชื้อเอชไอวีและป่วยหนักจนคิดว่าตัวเองต้องไม่รอดแน่
แต่เมื่อมาพักฟื้นรักษาตัวที่ศูนย์เมอร์ซี่ ทำให้อาการค่อยๆดีขึ้นและหายกลับมาเป็นปกติ
จึงชักชวนเพื่อนๆที่เคยติดเชื้อเอชไอวีมาช่วยบาทหลวง โจเซฟ เอช ไมเออร์ ดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี
และยังร่วมกันทำงานเยี่ยมเพื่อนผู้ป่วยตามชุมชนต่างๆ เพื่อให้กำลังใจแก่พวกเขา พร้อมดูแลเรื่องการกินยา
ให้ตรงตามที่แพทย์แนะนำ เพราะคนที่เคยติดเชื้อมาก่อนย่อมมีความเข้าใจในคนที่ติดเชื้อด้วยกัน

จากนั้นพระองค์หญิงศรีรัศมิ์ได้ทอดพระเนตรกิจกรรมภายในบ้านเมอร์ซี่ ซึ่งมีทั้งห้องศิลปะ ห้องทำขนม ห้องคอมพิวเตอร์
เพื่อให้เด็กๆที่อยู่ภายในศูนย์ฯได้ทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมกันนี้ได้เสด็จยังห้องเรียนศูนย์เด็กปฐมวัย ล็อก 6
ที่ให้การดูแลและให้การศึกษาแก่เด็กๆระดับอนุบาล โดยเด็กอนุบาล 2 และ 3 ได้นั่งสมาธิถวายเป็นพระกุศล
เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของพระองค์หญิงศรีรัศมิ์ที่ผ่านมา และพระองค์หญิงได้ประทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กๆ
มีทั้งข้าวหน้าเป็ด ข้าวเหนียวไก่ทอด ลูกชิ้นปลาทอดและขนมหวาน



โอกาสนี้ตัวแทนเด็กๆ ได้ร่วมกันเชิญเค้กวันประสูติถวายแด่พระองค์หญิงศรีรัศมิ์ พร้อมปฏิญาณตนที่จะทำความดี
ถวาย โดยมีความว่า "พวกหนูจะเป็นเด็กดี พวกหนูจะตั้งใจเรียนหนังสือ พวกหนูจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
พวกหนูจะเป็นส่วนหนึ่งของการลดภาวะโลกร้อน พวกหนูจะมีคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการคือ
ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ และพวกหนูจะดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"
ยังความชื่นพระทัยแด่พระองค์หญิงศรีรัศมิ์เป็นยิ่งนัก.

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระวรชายา ทรงรับอุปถัมภ์ศูนย์เมอร์ซี่

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Dec 28, 2009 2:24 pm

http://www.catholicthailand.com/catholic-people/view.php?id=3

มูลนิธิคาทอลิก

ศูนย์เมอร์ซี

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2552 เวลา 09:39 น.

งานสังคมสงเคราะห์ ที่คลองเตย

ในปี พ.ศ. 2517
มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (The Human Development Foundation)
ได้รับการก่อตั้งขึ้นในฐานะขององค์กรอิสระเพื่อชุมชนโดย คุณพ่อโจเซฟ
ไมเออร์ บาทหลวงคณะสงฆ์พระมหาไถ่ และซิสเตอร์มาเรีย ฉันทวโรดม
นักบวชคณะธิดาพระราชินีมาเรียผู้นิรมล
บุคคลทั้งสองได้ทำการก่อตั้งมูลนิธิฯขึ้นใน ชุมชนคลองเตย
ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร
โครงการแรกของมูลนิธิฯคือ อนุบาลวันละบาท (One-baht-per-day kindergarten)
และในอีกสองปีต่อมา
มูลนิธิฯก็ได้ก่อตั้งคลีนิกรักษาโรคแห่งแรกสำหรับชาวคลองเตย
รวมทั้งจัดหาที่พักพิงสำหรับเด็กเร่ร่อน นอกจากนี้
มูลนิธิฯยังช่วยบูรณะและปลูกสร้างบ้านเรือนที่เสียหายจากอัคคีภัยในสลัม
ซึ่งมักเกิดขึ้นราว 2-3 ครั้งต่อปี อีกด้วย

ศูนย์พัฒนาบุคคล www.MercyCentre.org


ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา
มูลนิธิฯได้สร้างสรรค์โครงการต่างๆมาแล้วมากมายเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ใน
หลายชุมชน และเมื่อโครงการนำร่องประสบความสำเร็จในชุมชนหนึ่ง
ก็จะทำการขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆต่อไป และด้วยแนวทางนี้เอง
บุคลากรผู้อุทิศตนเพื่อสังคมของมูลนิธิฯราว 250 คน
ก็ได้ทำการแบ่งปันน้ำใจและความช่วยเหลือไปสู่เพื่อนๆในชุมชนแออัดทั่วประเทศ
แล้วถึงกว่า 30 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ศูนย์เมอร์ซี่

ศูนย์เมอร์ซี ประกอบด้วยบ้านพัก 4 แห่ง สำหรับเด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า เด็กที่ส่งมาจากสถานพินิจ ฯลฯ
บ้านพักสำหรับแม่และเด็กที่ติดเชื้อ เอชไอวี/เอดส์ โรงเรียนอนุบาลที่รองรับนักเรียนได้ราว 500 คน
สถานที่ชุมนุมพบปะของชุมชน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และสนามเด็กเล่น ในช่วงแรก ที่ทำการของ
ศูนย์เมอร์ซี ก่อสร้างขึ้นบนที่ดินรกร้างของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และดำเนินงานด้านสาธารณะประโยชน์
มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาถึง 30 ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2543 จึงได้มีการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่
เพื่อรองรับการขยายตัวของบริการด้านความช่วยต่างๆที่เพิ่มขึ้นสำหรับ เด็กพิการ เด็กเร่ร่อน และเด็กที่ติดเชื้อ เอชไอวี/เอดส์


att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระวรชายา ทรงรับอุปถัมภ์ศูนย์เมอร์ซี่

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Dec 28, 2009 2:44 pm

http://www.cssr.or.th/thai/index.php?option=com_content&task=blogcategory&id=0&Itemid=255&limit=10&limitstart=170

วันเสาร์ ที่ 16 เดือนธันวาคม พ.ศ.2549


งานแพร่ธรรมในเขตภาคเหนือ



ในปี พ.ศ.2533 คณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทยมีความคิดจะขยายงานธรรมทูตของคณะออกไปยังประเทศเกาหลีใต้ และสังฆมณฑลเชียงใหม่ จึงส่งคุณพ่อเล้ง โคธิเสน , คุณพ่อสมพงษ์ เตียวตระกูล , คุณพ่อไวยากรณ์ สุขสวัสดิ์ ไปสำรวจดูงานและที่ทางในสังฆมณฑลเชียงใหม่
มีการพูดถึงการรับงานดูแลชาวเขาเผ่าม้ง ต่อจากคุณพ่อแฮรี่ ธีล

กาลเวลาค่อยผ่านไป จนปี พ.ศ.2535 ทางคณะได้ส่ง คุณพ่อไวยากรณ์ สุขสวัสดิ์ ไปอยู่ใน สังฆมณฑลเชียงใหม่ และฝึกงานอยู่กับคุณพ่อแฮรี่ ธีล ในช่วงนี้ คุณพ่อชูชาติ ศรีวิชัยรัตน์ ในฐานะที่ปรึกษาเจ้าคณะ ได้ขึ้นไปหาซื้อที่ดินเขตจังหวัดน่าน เหตุเพราะ พระสังฆราชสังวาลย์ ศุระรางค์ ประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่ มีความประสงค์จะให้คณะดูแลคาทอลิก และงานธรรมทูตในเขตจังหวัดน่าน คุณพ่อชูชาติ จึงได้ซื้อที่ดินประมาณ 210 ไร่ อยู่ที่หมู่บ้านวังตาว ตำบล ถืบตอง อำเภอ เมือง จังหวัดน่าน ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่เป็นเนินเขาที่ใช้ปลูกข้าวไร่ ซึ่งเป็นพระพรของพระทีเดียว สำหรับที่ดินผืนนี้ เพราะห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 12 กิโลเมตร และมีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาอยู่ด้านหน้าของที่ดินที่เราซื้อไว้ นอกจากนั้นคุณพ่อยังได้ซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่อีกประมาณ 1 ไร่ เพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็นศูนย์กลางของคณะในสังฆมณฑลเชียงใหม่ อยู่ที่หมู่บ้าน วังตาล อำเภอ หางดง จังหวัด เชียงใหม่


จังหวัดน่าน...



หลังจากซื้อที่ดินแล้ว คุณพ่อชูชาติ ศรีวิชัยรัตน์ ได้เริ่มบุกเบิกที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นการขุดบ่อน้ำ
ปรับพื้นที่ ทำถนน ปลูกต้นไม้ และเริ่มทำการ ก่อสร้างบ้านขึ้นจำนวน 1 หลัง

ในปี พ.ศ.2539 ทางคณะได้ส่งคุณพ่อภาคภูมิ สกุลวิวัฒน์ พร้อมกับบราเดอร์ประจบ เฮืองแก้ว ขึ้นไปประจำอยู่ที่จังหวัดน่าน โดยช่วงแรกได้เช่าบ้านอยู่ในตัวเมือง พร้อมกับดูแลกลุ่มคริสตชนที่วัดแม่พระไถ่ทาส บ้านสบกอก ในช่วงนี้ทั้งคุณพ่อและบราเดอร์ได้ก่อสร้างวัดนักบุญยอแซฟ บ้านห้วย-เลียบ และวัดแม่พระบังเกิด บ้านผาสุก ซึ่งการก่อสร้างเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆมากมาย เพราะการเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากและอันตราย เพราะถนนที่จะเข้าไปยังหมู่บ้าน ส่วนใหญ่แล้วจะต้องลัดเลาะไปตามไหล่เขาและขรุขระตลอดระยะทาง นับเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญเพราะเป็นการบุกเบิกของธรรมทูตไทยแท้ๆ


การก่อตั้งศูนย์ที่จังหวัดน่าน


เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2540 เป็นวันที่คุณพ่อวิรัช อมรพัฒนาและบราเดอร์ประจบ เดินทางมาถึงในจังหวัดน่านเพื่อรับงานและเป็นการเริ่มย้ายเข้ามาอยู่ในที่ดินของคณะซึ่งจัดซื้อไว้เป็นเวลากว่า 5 ปี ในขณะนั้นเป็นฤดูฝน งานอภิบาลบนพื้นที่ดอยไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะอุปสรรคจากการเดินทาง เราจึงเริ่มงานกันด้วยการจัดปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านเพราะในเวลานั้นพื้นที่โดยรอบยังเป็นป่าหญ้ารกอยู่ทั่วไปทั้งช่วยกันปรับปรุงบ้าน และวางระเบียบการอยู่รวมกันตามธรรมเนียมของคณะพระมหาไถ่ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน เราอาจจะถือได้ว่าเป็นวันเกิดของกลุ่มคริสตชนในตัวจังหวัดน่าน เพราะเป็นการถวายบูชามิสซาครั้งแรกสำหรับพวกเขา ซึ่งเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้นมี 4 ครอบครัว โดยทำมิสซาในโอกาสฉลองแม่พระบังเกิด ซึ่งเป็นการกำเนิดของกลุ่มคริสตชนด้วย จำนวนคริสตชนก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นทีละน้อย และเข้มแข็งเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ต่อมา ประมาณเดือนตุลาคมในปีนั้นเอง ได้มีการพูดคุย ในเรื่องของการก่อสร้างศูนย์ สำหรับ การอบรมและบ้านของคณะ โดยจะท้าวความถึงพระญาณสอดส่องของพระเป็นเจ้า ในคืนก่อนวันที่คุณพ่อวิรัช จะเดินทางขึ้นมารับงานในจังหวัดน่าน คุณพ่อได้ทำหน้าที่รับโทรศัพท์และได้พูดคุยกับ คุณเทเรซ เดอ เยซูซ์ หลังจากที่ได้แนะนำตัวแล้ว คุณเทเรซได้สอบถามหากต้องการความช่วยเหลือสำหรับงานในจังหวัด น่าน ซึ่งก็ได้พูดถึงความเป็นไปได้ ในหลายๆทาง และที่สุดได้มอบให้ คุณพ่อ ชูชาติ ศรีวิชัยรัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระมหาไถ่ และเป็นอธิการของสมาชิกที่ขึ้นมาทำงานในจังหวัดน่านนั้น ได้เป็นผู้ประสานงาน

โครงการสงเคราะห์เด็กยากจนและด้อยโอกาสทางการศึกษา
ได้ริเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2540 โดยมีรายนามของคณะกรรมการดังต่อไปนี้
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทางกองทุนได้รณรงค์หาทุนครั้งแรกในวันฉลองคล้ายวันเกิดของ พลตำรวจโท โสภณ วาราช-นนท์ ได้ทุนก้อนแรกมา
และเริ่มวาดแปลนศูนย์ที่จะก่อสร้าง อันเป็นที่มาของการสร้างอาคารนักบุญเทเรซา เพื่อเป็นสถานที่สำหรับกิจกรรม
และการให้การอบรมแก่เยาวชนในเขตดูแลของคณะ

การก่อสร้างได้ริเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2541 โดยมีการปรับพื้นที่เพื่อที่จะก่อสร้าง โดยเป็นอาคารสองชั้น
ซึ่งประกอบด้วย ห้องพักพระสงฆ์และวัด ห้องเรียน ห้องนอนสำหรับเด็ก มีโรงอาหาร ในการสร้างอาคารนี้
ใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน

การก่อสร้างในครั้งแรก
ได้รับความอนุเคราะห์ จากครอบครัวมะกรครรภ์ ในการดูแลการ ก่อสร้าง ในระยะเริ่มแรกก็พบปัญหาและอุปสรรค
ในการก่อสร้างเล็กน้อย เป็นเหตุให้การก่อสร้างหยุดไปช่วงขณะหนึ่ง แต่ด้วยน้ำพระทัยดีของพระเป็นเจ้า
ที่สุดเราก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคนั้นไปได้ด้วยดี ซึ่งในช่วงขณะนั้น มีเด็กนักเรียนชายที่มาจากบ้านห่างทางหลวง
และบ้านห้วยเลียบจำนวน 8 คน เพื่อที่มาเรียนที่บ้านวังตาวและพักอยู่ในศูนย์ โดยเด็กนักเรียนเหล่านี้ไม่มีอุปกรณ์การเรียน
ขาดแคลนเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็น ทางศูนย์จึงต้องทำการจัดหาให้ และตึกก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่
ทางศูนย์ของเรายังไม่มีที่พัก จึงสร้างบ้านพักเป็นกระต๊อบ นอนได้ 8 คน ไม่มีประตู ไม่มีฝาด้านหน้า มีหมอนสองใบ
มีมุ้งสองหลัง ซึ่งปลูกอยู่ข้างบ่อน้ำ เพื่อใช้เวลาอาบน้ำและซักผ้า ทานข้าวที่ห้องครัวเล็ก ยังไม่มีแม่บ้าน
ซึ่งในช่วงนั้นบราเดอร์ประจบ อาสาเป็นพ่อครัวเอง มีปลากระป๋องและปลาร้า-บ่อง เป็นอาหารหลัก
ใช้โรงจอดรถหน้าบ้านพ่อเป็นที่สำหรับเรียนหนังสือและทำการบ้าน และใช้สถานที่ที่บ้านพ่อเป็นที่สำหรับสวดและมีมิสซา
พวกเราเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะขึ้นบ้านใหม่ และเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นการฝึกหัดอาชีพให้กับเด็ก
ทางศูนย์ของเราจึงได้จัดให้มีโครงการปลูกผักสวนครัว เพาะเลี้ยงเห็ด เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เพื่อใช้เป็นอาหาร
ซึ่งได้ผลดีตามเป้าหมายที่ได้คาดไว้

โครงการศูนย์สำหรับเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา (อาคารนักบุญเทเรซา) ก็เสร็จสมบูรณ์ และอาคาร
จะเป็นรูปเป็นร่างไม่ได้ หากปราศจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค ดังมีรายนามผู้บริจาคดังต่อไปนี้

1. พลตำรวจโท โสภณ วาราชนนท์ และข้าราชการตำรวจ
2. ดร.อภิชัย จันทรเสน
3. คุณ เทเรซ เดอ เยซูซ์
4. คุณ พรรณนา บูรณอรรถชัย
5. คุณ กุสุมา มินทะขิน
6. ผศ. พัชรี ชินธรรมมิตร
7. MRS. ANNY WONG
8. คุณ มงคล อุดมเพชราภรณ์
9. คุณ นิตยา จันทรสมบูรณ์
10. คุณ สงวน + เกียว เอื้อสุดกิจ
11. ครอบครัว ศรีวิชัยรัตน์
12. ครอบครัว สถิรพงษะสุทธิ
13. ครอบครัว มะกรครรภ์
14. วัดพระมหาไถ่ และสัตบุรุษ
15. โรงเรียนพระมหาไถ่ศึกษา กรุงเทพฯ
16. Swiss Catholic Lenten Fund.

ฯลฯ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระวรชายา ทรงรับอุปถัมภ์ศูนย์เมอร์ซี่

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Dec 28, 2009 3:27 pm

http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=153044


"บุช"พร้อมภรรยาถึงไทยแล้ว-รุดหารือทวิภาคี"สมัคร"ที่ทำเนียบ
20:20 น.

เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน
ซึ่งเป็นยานพาหนะประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้นำ นายจอร์จ
ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมด้วย นางลอรา บุช ภริยา และบาบารา
บุช ลูกสาว เดินทางจากประเทศเกาหลีใต้ มาถึงประเทศไทยแล้ว
ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ในฐานะแขกของรัฐบาล
โดยเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง

จากนั้นขบวนรถของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และคณะ
ได้เดินทางโดยใช้เส้นทางดอนเมือง-โทลล์เวย์ ต่อเนื่องดินแดง ลงด่วนยมราช
มุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมหารือแบบทวิภาคีกับ นายสมัคร
สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า และหลังจากนั้น
นายกรัฐมนตรี และผู้นำสหรัฐฯ จะแถลงข่าวร่วมกันที่ห้องสีม่วง
ซึ่งอนุญาตให้เพียงช่างภาพไทย และสหรัฐฯ 15 คน เท่านั้น
ที่จะสามารถเข้าไปถ่ายภาพได้

จากนั้นเวลาประมาณ 21.00 น.ผู้นำสหรัฐฯ จะเดินทางเข้าพักที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ย่านราชดำริ

สำหรับในวันพรุ่งนี้ (7) ประธานาธิบดี บุช
มีกำหนดการเดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
จากนั้นจะเดินทางไปที่ศูนย์เมอร์ซีย์ เซ็นเตอร์ ชุมชนคลองเตย
ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลเด็กด้อยโอกาสและผู้ป่วยโรคเอดส์
เพื่อไปเยี่ยมชมการทำงานของศูนย์ ก่อนที่จะเดินทางไปที่พัก
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถ.วิทยุ

ทางด้าน นางลอรา บุช สุภาพสตรีหมายเลข 1 จะเดินทางไปที่ จ.ตาก
เพื่อไปเยี่ยมชมคลินิกแพทย์หญิงซินเธีย หม่อง

แพทย์รางวัลแมกไซไซด้านการบริการชุมชน ปี 2545 และเวลาประมาณ 14.00
น.ก็จะเดินทางกลับมายังท่าอากาศยานกองทัพอากาศ
เพื่อขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เดินทางต่อไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศไทย
กำลังตำรวจนครบาลจะดูแลรักษาความปลอดภัย
ซึ่งได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด โดยใช้กำลังตำรวจหน่วยปราบจลาจล
ตำรวจ 191 ตำรวจท้องที่ ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 5
คอยดูแลภายนอกที่พัก และตลอดเส้นทางที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปปฏิบัติภารกิจ


.....เนชั่นทันข่าว
http://talk.mthai.com/topic/19604

บุช ถึงไทยยันสัมพันธ์แนบแน่นเข้าใจกรณีพระวิหาร



บุช พร้อมภริยาถึงไทยแล้ว รุดหารือทวิภาคี สมัคร ที่ทำเนียบฯ ยันความสัมพันธ์แนบแน่น
แสดงความเข้าใจกรณีปราสาทพระวิหาร ตำรวจงัดแผน ปภ.15 คุมเข้มความปลอดภัย
ตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าตรึงกำลัง 191 ปราบจลาจล สายสืบ ท้องที่ อรินทราช เต็มพิกัด


เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม เครื่องบินแอร์ฟอร์ซ วัน ยานพาหนะประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐ
ได้นำ นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐ พร้อมด้วย นางลอรา บุช ภริยา และ น.ส.บาบารา บุช ลูกสาว
เดินทางจากประเทศเกาหลีใต้มาถึงประเทศไทยแล้ว ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด
ในฐานะแขกของรัฐบาล โดยเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง

จากนั้นขบวนรถของประธานาธิบดีสหรัฐและคณะ ได้เดินทางโดยใช้เส้นทางดอนเมือง-โทลล์เวย์ ต่อเนื่องดินแดง
ลงทางด่วนยมราช มุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมหารือแบบทวิภาคีกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเดินทางกลับเข้าพัก ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ย่านราชดำริ ในเวลา 21.30 น.

กำหนดการของประธานาธิบดีบุช วันที่ 7 สิงหาคม มีกำหนดการไปกล่าวสุนทรพจน์ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
จากนั้นเดินทางไปที่ศูนย์เมอร์ซีย์ เซ็นเตอร์ ชุมชนคลองเตย ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลเด็กด้อยโอกาสและผู้ป่วยโรคเอดส์
เยี่ยมชมการทำงานของศูนย์ ก่อนจะเดินทางไปที่พักสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ

ด้านนางลอรา บุช สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ จะเดินทางไป จ.ตาก
เพื่อเยี่ยมชมคลินิกแพทย์หญิงซินเธีย หม่อง

แพทย์รางวัลแมกไซไซด้านการบริการชุมชน ปี 2545 และเวลาประมาณ 14.00 น. จะเดินทางกลับมายังท่าอากาศยาน
กองทัพอากาศ เพื่อขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เดินทางต่อไปยังมหานครปักกิ่ง ประเทศจีน

พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยประธานาธิบดีบุชพร้อมภริยา
ขณะเดินทางเยือนประเทศไทยว่า ตำรวจนครบาลพร้อมรักษาความปลอดภัยตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญอยู่แล้ว
โดยได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ดูแลความปลอดภัยรอบนอก และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ระหว่างที่นายบุชปฏิบัติภารกิจ และพำนักอยู่ใน กทม.
ส่วนการดูแลความปลอดภัยรอบในนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายอารักขาความปลอดภัย
ของประธานาธิบดีเอง ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ


ผบช.น.กล่าวต่อว่า การจัดการจราจรที่จะมีการเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ นั้น มอบหมายให้
พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร ทำหน้าที่อำนวยการสั่งการจราจร
ปิดเปิดถนนเส้นทางขบวนผ่านคงใช้เวลาไม่นานในแต่ละภารกิจการเดินทางที่มีการปิดการจราจรประมาณ 5-10
นาทีเท่านั้น คงไม่กระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างแน่นอน และเชื่อว่าคนไทยทุกคนเข้าใจดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจสำคัญครั้งนี้จะใช้แผนรักษาความปลอดภัย 15 หรือนามเรียกขาน “แผน ปภ.15“
มีการวางแผนแบบรัดกุม โดยตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เป็นศูนย์อำนวยการควบคุม
การสั่งการดูแลความสงบเรียบร้อยและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอารักขา รักษาความปลอดภัย
ใช้กำลังตำรวจหน่วยปราบจลาจล ตำรวจ 191 ตำรวจท้องที่ บก.น. 5 และหน่วยอรินทราช 26 ดูแลจุดสูงข่ม
ขณะเดียวกันมีการเตรียมกำลังตำรวจหน่วยอรินทราช 26 อีก 1 กองร้อย 150 นายเตรียมการ ณ ที่ตั้งพร้อมปฏิบัติการ
ได้ทันทีภายใน 30 นาที เมื่อรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา จนกว่าประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช จะเดินทางกลับ
ออกจากประเทศไทย

นอกจากนี้ ผบช.น.ยังสั่งการไปยังศูนย์สืบสวนนครบาล กองกำกับการสืบสวนพื้นที่ บก.น.5 และเจ้าหน้าที่
ฝ่ายสืบสวนท้องที่รับผิดชอบสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวป้องกันมือที่สามก่อความไม่สงบแทรกแซงสถานการณ์
ตั้งจุดตรวจพาหนะ รถยนต์ ประชาชนที่ผ่านเข้าออกอย่างเคร่งครัด และจัดกำลังตำรวจดูแลด้านการจราจร
ใช้กำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจล ตำรวจ 191 และหน่วยอรินทราช 26 เข้าเสริมจุดตรวจท้องที่

ขณะเดียวกันมีการตั้งกองรักษาการณ์ ณ จุดต่างๆ โดยรอบบริเวณที่พัก และบริเวณที่เป็นสถานที่เป้าหมายที่
ประธานาธิบดีและคณะจะเดินทางไปตามกำหนดการ พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง
ทำหน้าที่สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัย โดยประสานการปฏิบัติหน้าที่
และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับสำนักข่าวกรอง เจ้าหน้าที่สันติบาล อย่างใกล้ชิด

จากนั้นเมื่อเวลา 19.45 น. นายสมัครได้กล่าวถ้อยแถลงในโอกาสการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีสหรัฐ
ณ ห้องสีม่วง ทำเนียบรัฐบาล ว่า เรามีความยินดีต้อนรับในการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในโอกาสฉลอง
ความสัมพันธ์สหรัฐครบรอบ 175 ปี ซึ่งไทยจะส่งเสริมความร่วมมือกับสหรัฐให้มีความร่วมมือกันมากขึ้น
ทั้งไทยและอาเซียน และจะกระชับความร่วมมือทางทหาร ความมั่นคง ความสัมพันธ์

นายสมัครกล่าวว่า นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้แสดงความขอบคุณกับบทบาททางด้านมนุษยธรรมของไทย
ที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้พลัดถิ่นของประเทศเพื่อนบ้านตลอด 30 ปี โดยไทยได้ขอบคุณนายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำสหรัฐ
ที่แสดงความเข้าใจกรณีปราสาทพระวิหารด้วย

นอกจากนี้ไทยและสหรัฐจะส่งเสริมความสัมพันธ์ ด้านการศึกษา สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ ความร่วมมือ
การบังคับใช้กฎหมาย และมุ่งมั่นทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเห็นพ้องร่วมกันว่า
ความเป็นพันธมิตรและมิตรภาพระหว่างไทยและสหรัฐจะยังคงมั่นคง และแน่นแฟ้นเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา
ตลอดระยะเวลา 174 ปี ที่ไทยจะมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันต่อไปอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์
และไมตรีจิตระหว่างกัน เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศและภูมิภาค

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานส.ค.ส.ปีใหม่

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 4:01 pm

http://www.komchadluek.net/detail/20091229/43101/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AF%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA.%E0%B8%84.%E0%B8%AA.%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88.html


วันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2552
สมเด็จพระบรมฯพระราชทานส.ค.ส.ปีใหม่

(29ธ.ค.) เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2553 นี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
พระราชทาน ส.ค.ส.แก่คณะผู้ปฏิบัติงานถวายในโครงการต่างๆ ซึ่งด้านหน้าเป็นภาพพระนามาภิไธย ม.ว.ก
ส่วนด้านหลังเป็นข้อความอวยพร Season's Greeting and Best Wishes for a Very Happy New Year พร้อมลายเซ็นพระนาม
รวมถึงพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา
พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262067713&grpid=02&catid=

วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 17:10:40 น.
มติชนออนไลน์



พระบรมฯ-พระเทพฯ พระราชทาน ส.ค.ส. พร้อมลายพระหัตถ์อวยพร





สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน ส.ค.ส.พร้อมลายพระหัตถ์


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทาน ส.ค.ส.พระราชทานพร้อมลายพระหัตถ์
คำอำนวยพร

"ส.ค.ส.2553 ปีขาล
ถึงปีขาลเสือตัวใหญ่แต่ไม่ดุ
มันกินจุทั้งข้าวปลามังสาหาร
เกิดดินดำน้ำชุ่มชลประทาน
ล้วนเบิกบานมีกินใช้ไปด้วยกัน
ต้องทำงานเหนื่อยหน่อยไม่ถอยหนี
ก็จะมีโชคช่วยอำนวยขวัญ
อย่ากลัวเสือตัวนี้มันดีดีครัน
ดีทุกวันทุกเดือนเหมือนคิดเอย"


ซึ่งตอนท้ายทรงลงพระนามาภิไธย สิรินธร

โดย ส.ค.ส.พระราชทานนี้พิมพ์บนการ์ด มี 2 สี คือ สีชมพูอมเนื้อ และสีฟ้า
มีจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า ส่วนด้านหน้าเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ