อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jan 01, 2010 11:36 am

"ทัพเรือ-ทัพบก"กระจองอแงขอซื้ออาวุธ อยากถอย"เรือดำน้ำ" อ้างเขมร เพิ่มงบ20% เวียดนามจ่อซื้อ6ลำ

ผบ. ทร. ครวญทัพเรือจำเป็นต้องมี "เรือดำน้ำ" หวั่นชาติอ่อนแออำนาจเจรจากับเพื่อนบ้าน เผยเวียดนามจ่อซื้อ 6 ลำจากรัสเซีย ขณะที่รอบบ้านไทยมีเกือบทุกชาติ ระบุ ทร.ตั้งกก.ศึกษาเรือดำน้ำมือสอง เล็งซื้อ หาก รบ.ไม่หนุนงบฯ เผย "เขมร" เพิ่มงบฯป้องกันประเทศ 20% พ้ออาจได้เรือดำน้ำก่อนไทย


พล. ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบการพัฒนากองทัพเรือในปี 2553 เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ว่า นโยบายกองทัพเรือปี 2553 มีการพัฒนากำลังพล โดยจะส่งข้าราชการไปเรียนตามสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะนำมาใช่ประโยชน์ได้ และศึกษาเทคโนโลยีเพิ่มเติม ทั้งด้านสนับสนุนการรบและพื้นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้จะมีการพัฒนากำลังรบ เช่น การต่อเรือ ขณะนี้ต่อเรือ 994 จำนวน 3 ลำ จะต่อในปี 2553 ที่กรมอู่ทหารเรือ 1 ลำ และประมูลให้เอกชนมาต่ออีก 2 ลำ ต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ที่อู่เรือราชนาวีเพื่อใช้ปฏิบัติการทะเลลึก ซึ่งซื้อแบบมาจากอังกฤษ และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย เมื่อถูกตัดงบประมาณต้องนำของเก่าที่มีอยู่ให้ใช้งานนานที่สุด ส่วนมากเป็นการซ่อมและปรับปรุงของเก่าให้ใช้งานได้

พล. ร.อ.กำธร กล่าวว่า ส่วนด้านยุทธวิธีจะมีการฝึกทั้งในประเทศและเหล่าทัพอื่น รวมถึงกับต่างประเทศด้วย เช่น การฝึกคอบร้าโกล์ การฝึกกองทัพเรือขนาดเล็กระหว่างไทยและจีน ซึ่งตนเสนอแนะการฝึกเน้นการช่วยเหลือมนุษยธรรม เพราะต้องปฏิบัติงานร่วมกัน เมื่อเกิดภัยพิบัติกับประชาชน โดยภาพรวมกองทัพเรือจะพัฒนาทั้งบุคคล วัตถุ และยุทธวิธี แม้ว่างบประมาณจะน้อยลง แต่จะพยายามผันกำลังรบที่มีอยู่ เพื่อให้ใช้งานได้ในยามปกติและเตรียมพร้อมเมื่อเกิดวิกฤติ

เมื่อ ถามถึงแนวความคิดการจัดซื้อเรือดำน้ำเสริมศักยภาพกำลังรบ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เรือดำน้ำเราเคยมีมานานแล้ว สมัยก่อนมี 4 ลำ ต่อจากญี่ปุ่น แต่เมื่อจบประจำการไปแล้วไม่มีความสามารถซื้อเรือดำน้ำมาประจำการได้อีก สาเหตุที่ต้องมีเรือดำน้ำ เพราะทางยุทธศาสตร์ที่ศึกษาอย่างเป็นระบบ เป็นกำลังรบที่มีความจำเป็นไม่ใช่มี เพราะอยากได้หรือน่าจะมี ควรจะมี เห็นได้จากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึงเวียดนามที่กำลังสั่งซื้อจากรัสเซีย จำนวน 6 ลำ

“การ ใช้เรือดำน้ำใช้ได้หลายรูปแบบ กองทัพเรือยืนยันว่ามีความจำเป็นที่ต้องใช้ แต่ขณะนี้งบประมาณยังไม่อำนวย แต่เราตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา และติดตามเทคโนโลยีว่าไปถึงระดับใดแล้ว หากเราจะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนให้มีบ้างจะได้พร้อมความรู้พื้นฐาน ทั้งนี้ ไม่ได้เป็นการสะสมกำลังรบ แต่เป็นความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดสมดุลในภูมิภาค การมีกำลังทหารที่สมดุลกับประเทศต่างๆ เป็นหลักสากล ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำให้การเจรจาต่างๆ มีผลดีขึ้น มีความแข็งแรงในการเจรจามากขึ้นกว่าประเทศที่อ่อนแอ หากเรามีความเข้มแข็ง แต่จะพร้อมซื้อเมื่อไหรอยู่กับงบฯประเทศ ลำหนึ่งประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่ผ่านมาเคยคิดซื้อเรือดำน้ำที่ใช้แล้วมาปรับปรุงเพื่อฝึกกำลังพลก่อน เมื่อมีความพร้อมงบประมาณ จึงซื้อเรือใหม่ที่มีคุณภาพ ไม่เกิน 10,000 ล้านบาท แต่อย่างดีก็กว่า 20,000 ล้านบาท ต้องสั่งล่วงหน้า 3 ปี "พล.ร. อ.กำธรกล่าว และว่าประเทศที่มองไว้ว่าจะซื้อเรือดำน้ำ จีน รัสเซีย เยอรมัน อย่างน้อยต้องมี 3-4 ลำ คือ ใช้งาน 1 ลำ อีกลำต้องประจำการเตรียมพร้อมตลอดเวลา และอีกลำเข้าอู่ไว้ซ่อมบำรุง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jan 01, 2010 11:37 am

“ความ จริงการมีกำลังรบเข้มแข็งทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งด้วย อย่างทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ถือว่าพื้นที่ประมาณ 3 ใน 5 ของพื้นที่ทางบก ซึ่งกองทัพเรือดูแลอยู่ ทรัพยากรที่เข้าออกประเทศไทยที่อยู่ในทะเลมีมูลค่าเป็นล้านๆ บาท ไม่ว่าสินค้าเข้าออก 90 เปอร์เซ็นต์ ก็ขนส่งทางเรือ หรือการท่องเที่ยวต้องมีความปลอดภัยทางทะเล แม้แต่น้ำมัน แก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย และการประมง มีมูลค่าหลายล้านล้านบาท หากดูรายได้มูลค่าล้านล้านบาทต่อปี คิดว่าเรือดำน้ำในราคา 20,000 ล้านบาท ที่เราจะใช้ดูแลสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ถือว่าแพง หากเราเข้มแข็งทั้งด้านการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ คิดว่าจะไปพูดกับใคร เขาก็เกรงใจ”พล.ร.อ.กำธร กล่าว

เมื่อ ถามถึงความร่วมมือกับเหล่าทัพในประเทศเพื่อนบ้าน พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่าเรามีการฝึกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านตลอดเวลา ส่วนความร่วมมือทางทหารก็มีการเยี่ยมเยือนผู้นำเหล่าทัพในประเทศอาเซียนกัน ตลอด รวมถึงมีการลาดตระเวนร่วมกัน ซึ่งเรารักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้มาตรการ คือ มีความเข้าใจ และเชื่อใจกัน ทำให้ลดระดับความขัดแย้งมีอะไรพูดจากันได้ง่าย บางครั้งทางทหารถ้าชนะใจเพื่อนบ้าน โดยไม่ต้องรบถือว่าเราทำสำเร็จมากที่สุด แต่ต้องฝึกและซื้ออาวุธ ไม่ใช่ว่าจะเอามาใช้ได้เลย เพราะหากเราไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์และไม่มีการฝึกล่วงหน้า แม้จะได้รับอาวุธทันทีก็ทำการรบไม่ได้ เพราะต้องทำการฝึกก่อน อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า ไม่ใช่ว่าเราอยากมี แต่เรามีเพราะต้องเอามาใช้ป้องกันประเทศ

เมื่อ ถามว่า สถานการณ์ความรุนแรงจากประเทศรอบบ้านจะกระทบต่อสถานการณ์ในไทยหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศรับทราบมาตลอด และเป็นหน้าที่โดยตรง หากมีอะไรให้ทหารช่วยเสริม เพื่อให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นก็พร้อมทำตามนโยบายของรัฐบาล เพราะการไม่รบกันจะดีที่สุด เมื่อถามว่า เกรงว่ากัมพูชาจะมีการสั่งซื้อเรือดำน้ำก่อนไทยหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ก็ไม่แน่เขาอาจมีก่อนไทยก็ได้ เพราะกัมพูชาเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี

พล. อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพบกว่า ในปี 2553 คงไม่มีมีการจัดซื้อน มีเพียงแต่การซ่อมบำรุงของอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อให้พร้อมใช้งานโดยเฉพาะ เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 เท่านั้น ส่วนรถหุ้มเกราะล้อยางที่มีการจัดซื้อจากประเทศยูเครนอยู่ระหว่างการรอลงนาม กับประเทศยูเครน ส่วนงบประมาณได้รับการจัดสรรแล้ว รวมถึงขณะนี้อยู่ระหว่างการประกอบอะไหล่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ว่าจะใช้ของประเทศใด ซึ่งตามข้อตกลงเดิมเป็นของเยอรมัน และเกียร์จะใช้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ทุกอย่างลงตัวหมดแล้วเหลือเพียงเครื่องยนต์เท่านั้นที่ยังไม่ได้ ตัดสินใจ คาดว่าปี 2553 คงจะทยอยเข้ามาประจำการในกองทัพบก นอกจากนี้ กองทัพบกเตรียมรับมอบเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบเอ็มไอ 17 ของประเทศรัสเซีย จำนวน 3 ลำ และเครื่องบินแบล็กฮอว์คของสหรัฐอเมริกา จำนวน 3 ลำ ซึ่งใช้งบประมาณปี 2552 ในการจัดซื้อ แต่จะลงนามสัญญาในปี 2553 นี้ และเข้าประจำการในปี 2553 เช่นกัน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า การจัดซื้อเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์เอ็มไอ จำนวน 3 ลำ วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท และเครื่องบินแบล็กฮอว์ค จำนวน 3 ลำ วงเงินประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณของปี 2552 ก่อนหน้านี้กองทัพบกได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์หลายรายงาน ทั้งการจัดหาปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มม. แบบ 50 (TAVOR TAR-21) จากประเทศอิสราเอล ซึ่งการจัดซื้อเพื่อทดแทนอาวุธประจำกายแบบเดิมที่เริ่มชำรุด โดยนำเข้าประจำการในหน่วยพร้อมรบของกองทัพบกในทุกกองทัพภาค นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดหาปืนใหญ่กระสุนใหญ่วิถีโค้ง (ปกค.ขนาด 155 มม.) แบบ M 198 เพื่อซื้อมาทดแทนปืนใหญ่ที่จะเริ่มปลดประจำการ

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 23:24:04 น. มติชนออนไลน์

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jan 01, 2010 11:38 am

อมยิ้มคนเดียว อิอิ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Fri Jan 01, 2010 2:47 pm

...ท่าน sunny เจ๋งจัง Shocked
avatar
พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jan 01, 2010 8:36 pm

พีพี พิมพ์ว่า:...ท่าน sunny เจ๋งจัง Shocked

กล่าวชมกันเกินไปค่ะ ไม่ได้ทำอะไรซักกะหน่อย

วันนี้ปีใหม่สากล สวัสดีปีใหม่ผ่านทางบอร์ดนี้ละกันนะคะ ขอให้มีความสุข และเจริญในธรรมค่ะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jan 08, 2010 2:45 pm

วันที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:17:10 น. มติชนออนไลน์

ปลัดกลาโหมน้อยใจ กองทัพเมินซื้ออาวุธที่มีแบรนด์ไทย ต่างชาติกลับซื้อ

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบจรวดหลายลำ กล้อง ระหว่างกองทัพบกกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) โดยมี พล.ท.เอกชัย วัชระประทีป เจ้ากรมสรรพาวุธ และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) เป็นผู้แทนกองทัพบก และมี พล.ท.ฐิตินันท์ ธัญญสิริ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมพิธีลงนาม ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 7 มกราคม

พล.อ.อภิชาตกล่าวว่า จรวดหลายลำกล้องที่ได้วิจัยพัฒนาได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมิตรประเทศ สามารถต่อยอดและวิจัยไปได้เร็วขึ้น แต่คงต้องใช้เวลา 1-2 ปี ถึงจะผลิตเข้าประจำการในกองทัพ จากนั้นจะต่อยอดการวิจัยไปสู่อาวุธนำวิถี ขณะเดียวกัน แผนยุทธศาสตร์และแผนแม่บทในการวิจัยพัฒนาอาวุธประเภทอื่น สถาบันจะปรับปรุงให้สอดคล้องกับคณะกรรมการบริหารและนำเข้าสู่การพิจารณาของ สภากลาโหมในเดือนมกราคมนี้

"น่าน้อยใจที่ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะไม่ค่อยมั่นใจในผลผลิตที่เกิดจากคนไทยด้วยกันเอง อย่างกรณีของบริษัทชัยเสรีหรือเลดี้แท็งค์ ที่ทำสายพานรถยานเกราะขายทั่วโลก 37 ประเทศรับซื้อหมดเว้นประเทศไทย ไปดูงานประเทศไหนในต่างประเทศ รถถังที่เอามาวิ่ง ส่วนหนึ่งของแทร็ค (ตีนตะขาบรถถัง) เขาจะพูดถึงประเทศไทย เป็นความภาคภูมิใจที่มีธงชาติไทยไปประดับอยู่ในงานดีเฟ้นด์ เอ็กซิบิชั่น ที่จัดขึ้นในหลายประเทศ สิ่งที่นำเสนอคือต้องการสร้างความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เราพยายามทำต้องการให้เกิดความเชื่อมั่นเชื่อถือกับคนไทยด้วยกัน" พล.อ.อภิชาต กล่าว


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262870315&grpid=&catid=01

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 10, 2010 10:18 am


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Mon Jan 11, 2010 3:49 pm

ไรเฟิล .50 ผลิตโดยทหารไทย






avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 17, 2010 12:01 pm

มทร.ธัญบุรีเปิดบ้านอวดเสื้อเกราะกันกระสุน

โดย : ประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี



งานราชมงคล RT สร้างคนสู่งาน จัดแสดงผลงานวิจัยของบุคลากร การฝึกอบรมวิชาชีพ การแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการ ตลาดนัดแรงงาน 16-18 ม.ค.นี้

รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี เปิดเผยว่า อีกหนึ่งผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ที่นำมาจัดแสดงในงานนี้คือเสื้อเกราะกันกระสุนฝีมือคนไทยที่ใช้วัสดุในประเทศไทยทั้งหมด

มีจุดเริ่มต้นจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้ให้ความสำคัญทางทหาร ได้ให้ทุนวิจัยมา 2 แสนบาท เพื่อทำงานวิจัยเอาวัสดุที่มีอยู่ในประเทศ คือ เส้นใยไหมไทย 100% มาผลิตโดยการทอเป็นลายตระกร้า ซึ่งเป็นเสื้อเกราะตัวแรกจากเส้นใยไหม 100% เป็นตัวแรกของประเทศและของโลก

เป็นการทอโดยใช้เทคโนโลยีของวิศวกรรมสิ่งทอที่มีราคาต้นทุนในงานวิจัยประมาณตัวละ 8 - 9 พันบาท น้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม

ชิ้นแรกเป็นผลงานการวิจัยของบุคลากรจาก มทร.ธัญบุรีคือ รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ , ผศ.ดร.สมประสงค์ ภาษาประเทศ และผศ.ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงกลาโหม ที่มีสมรรถนะในการป้องกันกระสุนปืนขนาด .22 .38 และ 11 มม.

จากความสำเร็จของผลงานชิ้นนี้ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจและเกิดการต่อยอดนำไปพัฒนาสู่การผลิตเสื้อเกราะกันกระสุน ในระดับที่พัฒนามากขึ้น

ด้วยสมรรถนะที่สามารถป้องกันกระสุนจากปืนพกสั้นทั้งหมดด้วยการนำกระบวนการทางวิศวกรรมสิ่งทอของ เส้นใยสังเคราะห์มาเคลือบด้วยแผ่นฟิล์มโดยไม่ต้องใช้กระบวนการทอ โดยกำหนดถึงแรงดันทะลุ การทนความร้อน แรงยืดหยุ่นตัว ซึ่งใช้กระบวนการอัดขึ้นรูปเป็นแผ่นแล้วมาจัดเรียงเป็นชั้น ๆ ซึ่งผลงานชิ้นนี้ถูกนำไปต่อยอดการผลิตในเชิงพาณิชย์โดย บริษัท อินโวสตาร์ จำกัด

ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางสำนักงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ขอทุนในการทำวิจัยต่อยอดจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อการผลิตชุดกู้เก็บกับระเบิดสังหารบุคคล โดยให้ มทร.ธัญบุรี ทำการวิจัยส่วนที่เป็นตัวเสื้อ กางเกง ตัวแขน และบริษัททำในส่วนของหมวก

หลังจากขั้นตอนการผลิตเสร็จสิ้น ได้ส่งไปใช้จริงที่ภาคใต้ 15 ชุดจนถึงปัจจุบัน และการวิจัยชิ้นนี้ยังไปคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 2551 (ด้านสังคม) จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาด้วยและได้รับการตอบรับที่ดีจากทหารที่ใช้อยู่

ล่าสุดกระทรวงกลาโหมได้มอบหมายให้ทางผู้ผลิตจัดทำเพิ่มอีก 77 ชุดเพื่อส่งมอบให้กับทหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้นำข้อเสนอแนะจากผู้ใช้จริงมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา ชุดกู้เก็บกับระเบิดสังหารบุคคล โดยได้เพิ่มเติมในส่วนล่อแหลม คือส่วนการ์ดป้องกันปลายคาง ต้นคอ แขน ลำตัว เพื่อให้สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ภายในงานจะได้พบกับชุดเสื้อเกราะกันกระสุนตั้งแต่ ตัวแรกที่ผลิตจากเส้นใยไหม เสื้อเกราะที่ใช้ในการสืบสวนและสอบสวนใช้สำหรับป้องกันกระสุนปืนพกสั้นทุก ชนิด เสื้อเกราะสำหรับป้องกัน เอ็ม16 ซึ่งเป็นผ้าที่ไม่ทอนำมาอัดแล้วขึ้นรูป และจะมีเสื้อเกราะรุ่นใหม่อีก 1 ตัว รวมไปถึง ชุดกู้เก็บกับระเบิดสังหารบุคคล และชุดกู้เก็บกับระเบิดสังหารบุคคล รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาแล้ว รวมถึงวัสดุที่ใช้ในกระบวนการผลิตในทุกๆขั้นตอน

นอกจากนี้แล้วในวันที่ 18 มกราคม ในเวลา 11.00 - 12.00 น. จะมีการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดเสื้อเกราะกันกระสุน โดยนักศึกษาจากคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ในทุกๆชุด เพื่อแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการใช้ความสะดวกคล่องตัวในการใช้งาน ซึ่งผู้เข้าชมงานจะได้ชมการสาธิตยิงกระสุนบนเสื้อเกราะด้วย

รศ.สุจิระ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผลงานวิจัยชิ้นนี้ทางภาคเอกชนและภาครัฐได้ทำร่วมกับ มทร.ธัญบุรี ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นคือ ถ้าเรานำเข้ามาจากต่างประเทศ คือราคาประมาณชุดละ 1.8 ล้านบาท ดังนั้นเราทำได้ในวงเงินที่ประหยัดงบประมาณอยู่ที่ 1 แสน 2 หมื่นบาท

จุดเริ่มต้นของงานวิจัยชิ้นนี้อยู่ที่การเห็นความสำคัญของการป้องกัน ชีวิตมนุษย์ ซึ่งโดยเฉพาะในส่วนของราชการที่ทำหน้าที่เสี่ยงในทุก ๆ ด้าน ให้ประเทศชาติสงบสุข

งานวิจัยในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นผลกำไรที่เกิดขึ้น แต่มองเห็นคุณค่าของมนุษย์ ทรัพยากรของประเทศชาติเป็นหลัก เยาวชนรวมถึงประชาชนที่มีโอกาสได้ชมจะได้แนวความคิดว่าในการทำงานวิจัย องค์ประกอบโดยภาพรวมจะมีอะไรบ้าง รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนักวิจัยใหม่ ๆ ขึ้น

ที่มา

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อ่านข่าวนี้...ได้แต่อมยิ้ม

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 27, 2010 11:12 pm

วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6999 ข่าวสดรายวัน

ครม.ไฟเขียวซื้อ"กริพเพ่น"6ลำ

วัน ที่ 26 ม.ค. นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบในหลักการ แผนจัดหาและปรับปรุงอากาศยานปีงบประมาณ 2554 ของกองทัพอากาศ ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ให้กองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์แบบกริพเพ่น 39 ซีดี 6 ลำ พร้อมอุปกรณ์ส่งกำลังบำรุง การฝึกอบรมและการปรับปรุงอาคารสถานที่และการบริหารโครงการ รวมทั้งการรับข้อเสนอพิเศษและความร่วมมือระดับทวิภาคี ตามโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ในกรอบวงเงิน 16,266 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปีงบ ประมาณ 2554-2558 ยังอนุมัติให้กองทัพอากาศดำเนินการตามโครงการปรับปรุงขีดความสามารถเครื่อง บินขับไล่แบบ 19 ก.ระยะที่ 3 ช่วงที่หนึ่ง 6 เครื่อง ในกรอบวงเงิน 6,900 ล้านบาท ผูกพันระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-2556

วัน เดียวกัน พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ประธานกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสื่อต่างประเทศระบุเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ที่กองทัพไทยนำมาตรวจหาวัตถุระเบิดไม่มีประสิทธิภาพว่า กรรมาธิการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง และตั้งข้อสังเกตเมื่อ 3 เดือนก่อนว่าเครื่องตรวจวัตถุระเบิดนี้ไม่น่าใช้ได้ผล ประสิทธิภาพต่ำมาก ราคาเครื่องและซิมแพงเกินจริง ประเทศอื่นที่เคยใช้ก็ยกเลิกหมดแล้ว ไม่รู้ว่ากองทัพไทยถูกต้ม หรือตั้งใจอยากโดนต้ม ราคาสูงถึงเครื่องละ 1.2 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนไม่น่าจะถึง 4 แสนบาท ตนจะตั้งกระทู้ถามนายกฯ และรมว.กลาโหมในวันที่ 28 ม.ค

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า มีการยืนยันว่าใช้เครื่องนี้มานานแล้วในทุกหน่วยงาน ไม่เฉพาะกอ.รมน. ตำรวจ ทบ. ใช้กันมากมาย ถือว่าไม่มีผลอะไรในการปฏิบัติหน้าที่ ตนมั่นใจ

หน้า 10

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ