ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

หน้า 3 จาก 4 Previous  1, 2, 3, 4  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Mar 27, 2010 11:27 am

http://www.oknation.net/blog/sanu292002/2007/12/11/entry-7

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม 2550
เวียดนาม...สงครามรำลึก: ย้อนรอย

Posted by
sanu292002

สิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน

เหงียน เกา กี อดีตนายพลอากาศแห่งกองทัพอากาศเวียดนามใต้ได้เขียนหนังสือ บอกเล่าประสบการณ์แห่งสงครามเวียดนาม
ในหนังสือประวัติศาสตร์ของเขาเอง ชื่อ Twenty Yearsand Twenty Days ซึ่งได้ตีพิมพ์ในเมืองไทยภายในชื่อ เรื่อง สิ้นชาติ
แปลโดย พงษ์ พินิจ ในปี 2520 เขาได้กล่าวเล่าชีวิตในวันสุดท้าย ที่เขากล่าวขานว่า วันสิ้นชาติสำหรับเขาและประชาชน
ชาวเวียดนามว่า

" ... ผมเรียกพรรคพวกเพื่อนได้ราว สิบกว่าคน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของผมหมด เมื่อติดเครื่องหมุนใบพัด
ผมเกือบไม่ได้เหลียวไปมองบ้าน ที่อยู่มาอย่างมีความสุขอีก เลย บ้านที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
ลูกผมยัง หัวเราะกันสนุกสนานอยู่ ..." ถนนเบื้องล่างเต็มไปด้วยความพลุกพล่านของคนที่กำลังหนี แสงไฟแดงฉาน
สลับสีมืดทึมของควันและความขมุกขมัวของเมือง

" ... ผมเห็นไซ่ง่อนอีกแว่บหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนบินออกทะเลเรือจำนวนมาก ทั้งเล็ก ใหญ่ ทั้งเรือพาย
เรือสินค้าเต็มไปหมด ล้วนมุ่งออกจากฝั่งทั้งสิ้น
..." กีนำเครืองลงบนเรือบรรทุกเครื่องบิน มิดเวย์ ของสหรัฐ
ซึ่งจอดลอยลำอยู่นอกฝั่ง

เขาถูกค้นอาวุธและได้รับการต้อนรับอย่างหยาบกระด้างและหวาดระแวง ทั้งที่เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของทหารเวียดนามใต้้
ที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา

" ... ผมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากบอกเขาว่า..ผมรู้ว่าพวกคุณอาจสงสัยเรา แต่ขอให้ระลึกด้วยว่าเราทุกคนได้เสียสละทุกอย่าง
มาร่วมกันในสงครามนี้ เราอาจจะเป็น ผู้แพ้ แต่เราก็ไม่ได้แพ้ฝ่ายเดียว คุณ...อเมริกันก็แพ้ด้วย
สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ ทำไมคุณต้องทำกับนายทหารของเราอย่างนี้"

ความขัดแย้งทางศาสนา


... วันที่ 11 มิถุนายน 1963 พระภิกษุดิ๊ก กวง ดุ๊ก อายุ 66 ปีได้ทำการเผาตัวเองบริเวณกลางกรุงไซ่ง่อน เพื่อประท้วง
การบริหารของประธานาธิบดีโง ดิน เดียม ในกรณีความขัดแย้งทางศาสนาพุทธและคริสต์
เดียมบอกหลังเกิดเหตุว่า
"เผาเข้าเถอะ เดี้ยวจะตบมือให้"
"Let them burn, and we shall clap our hands."
...

แอนโธนี เกรย์ นักข่าวชื่อดังชาวอเมริกาได้บันทึกประวัติศาสตร์ตอนนี้ไว้ในนวนิยายเรื่อง “ไซ่ง่อน” ของเขาว่า

“รถคันที่บรรทุกพระสงฆ์ชาวพุทธหยุดลงกระทันหันกลางสี่แยก ผู้เดินขบวนกำลังเดินผ่านรถไปด้วยจุดหมายบางอย่าง
แล้วกระจายกำลังเรียงรายเป็นวงกลมล้อมหัวมุมถนนทั้งสองสายเอาไว้ ขณะเดียวกัน พระสงฆ์ต่างลงจากรถออสตินสีเขียว
ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
พระสงฆ์รูปหนึ่งเปิดฝาครอบเครื่องยนต์ ชะโงกตัวเข้าไปข้างใน ยกถังพลาสติกขนาด 5 แกลลอน
บรรจุน้ำมันเหลวสีดำแล้วค่อยๆ เดินไปกลางสี่แยก หยุดยืนข้าง ดิ๊ก กวง ดุ๊ก พระอีกรูปถือเบาะนั่งไปด้วย
เมื่อทั้งหมดเดินไปถึงจุดที่กำหนดไว้ เขาวางเบาะลงบนพื้นถนนราดยาง
ดิ๊ก กวง ดุ๊ก " ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเบาะ
ในท่าโยคะพับขารองก้น วางมือซ้อนกันบนตักนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่คล้ายเป็นการเข้าฌาณแล้วเขาลืมตาขึ้น พยักหน้าเรียก
บรรดาผู้ช่วยพระสงฆ์ที่ถือถังน้ำมันพลาสติกเริ่มสาดน้ำมันใส่ศีรษะของ ทิช
กวง ดุ๊ก ของเหลวไหลย้อยไปตามคอและไหล่
เปื้อนจีวรสีส้ม เขาเทน้ำมันรดรอบๆ
ร่างของดุ๊ก ลมโชยยามเช้าพัดกลิ่นเหม็นของน้ำมันมาทางคนดูบนบาทวิถีและ
เมื่อคนมุงเริ่มรู้ว่าพวกเขากำลังจะได้เห็นอะไร
หลายคนส่งเสียงแสดงความหวาดหวั่นอยู่ในคอ...
ท่ามกลางความเงียบที่น่าระทึกใจ ผู้ช่วยของ ดิ๊ก กวง ดุ๊ก วางถังพลาสติกเปล่าบนพื้นไกลออกไปสองสามฟุต
แล้วถอยหลังออกไปอยู่ในกลุ่มคนมุง ดิ๊ก กวง ดุ๊ก นั่งในท่าเดิมไม่ไหวติง หลายวินาที


ฝูงชนเห็นปากของเขาขยับกล่าวคำสวดคำสุดท้าย ก่อนจะขยับมือเล็กน้อยบนตัก
เปลวไฟลุกฟู่ท่วมตัวเมื่อเขาจุดไม้ขีด มันเต้นระยับอยู่บนศีรษะและไหล่ของเขาราวกับไม่ได้
ทำอันตรายใดๆ ในไม่ช้าใบหน้าและจีวรเริ่มไหม้เกรียมเป็นสีดำ
แม้กระนั้นก็ยังไม่มีเสียงลอดจากปากของเขาเลย เขายังคงนั่งนิ่งในท่าเดิมเช่นนั้น...
เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีนับตั้งแต่่ดิ๊ก กวง ดุ๊ก จุดไม้ขีดเผาตัวเอง ในที่สุดร่างของเขาเริ่มโอนเอนไปมา
ฝูงชนที่เฝ้าดูเหตุการณ์กรีดร้องและคร่ำครวญอีก ทันใดนั้นร่างของพระล้มหงายลงจมกองไฟแขนและ
ขาของเขากระตุกเป็นพักๆ อยู่หลายวินาที นิ้วมือหงิกงอเหมือนจะกำอากาศที่อยู่เหนือกองไฟ
จากนั้นเขาสะบัดแขนกางออก เหมือนกับแสดงอาการอ้อนวอนครั้งสุดท้าย ร่างทั้งร่างกระตุกอีกครั้งหนึ่ง
ก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด


ย้อนประวัติศาสตร์

เมษายน1975 รถถังของกองทัพปฎิวัติเวียดนามเหนือพุ่งเข้าชนประตูทำเนียบรัฐบาล ยึดไซ่ง่อนเมืองหลวงของ
ประเทศเวียดนามใต้ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามที่ไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการ ระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้
และอเมริกาผู้อยู่เบื้องหลัง หลังจากใช้เวลาในการต่อสู้มาเป็นเวลานาน

ชัยชนะและพ่ายแพ้ของทั้งสองฝ่ายได้รับการยอมรับและเฝ้ามอง รอยยิ้มซื่อๆของนักรบเวียดนามเหนือบนรถถังและ
เสียงโห่ร้องตะโกนก้องของประชาชนชาวเวียดนามในวันนั้นปรากฎหราบนหน้าหนังสือพิมพ์ ยุทธวิธีป่าล้อมเมือง
และความกล้าหาญของเวียดนามเหนือได้รับการกล่าวถึงไปทั่วโลก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดหวั่น ให้กับโลกเสรี
โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มีการพูดถึงทฤษฎี
"โดมิโน" ที่หมายถึงหลักและวิธีการรวมกลุ่มประเทศต่างๆที่มีอาณาเขตติดต่อ
ใก้ลเคียงกันหรือมีการปกครองที่มีลักษณะคล้ายกัน เพื่อรวมตัวกันสร้างความสัมพันธ์ให้เป็นปึกแผ่นเพื่อให้เกิดประโยชน์
ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ต่อกลุ่มประเทศบริวารด้วยกัน

เพราะฉะนั้นการที่เวียดนามใต้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้นั้น ทำให้โลกเสรีกลัวกันว่าระบบคอมมิวนิตส์จะแพร่ขยายลุกลามไปทั่วเอเชีย
โดยมีประเทศไทยเป็นด่านต่อไป ท่ามกลางสงครามเย็นที่เร่าร้อนรุนแรงของโลกเสรีและโลกคอมมิวนิตส์
ที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่องและท้าทาย สงครามครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของสังคมอเมริกา รวมถึงเป็นการเปลี่ยนแปลง
ทางการเมืองการปกครองครั้งที่สำคัญครั้งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย สงครามเพื่อป้องกันลัทธิคอมมิวนิตส์ได้สิ้นสุดลงแล้ว
อเมริกากับโลกเสรีกลายเป็นฝ่ายแพ้

ความพ่ายแพ้ของเวียดนามใต้ไ่ม่เพียงแต่เป็นบทเรียนทางการทหารเท่านั้น หากยังเป็นบทเรียนทางการเมืองอีกด้วย
เพราะระบบการเมืองที่ฉ้อฉลกับนักการเมืองที่ชั่วร้าย ระบบอุปถััมป์ที่เกื้อกูลระหว่างขุนศึกกับเครือว่านตามเหล่าพงศ์
ที่แย่งชิงทำเนียบผู้นำ ล้วนแต่ทำให้ความเลวร้ายขยายวงกว้าง จนพบจุดจบที่คาดไม่ถึง


เวียดนามในสมัยก่อนอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส การปกครองที่เข้มงวดและเอาเปรียบทำให้เกิดแนวร่วม
ในการต่อสู้เพื่ีออิสรภาพขึ้นในเวียดนาม การพ่ายแพ้ของฝรั่งเศสในสงครามเดียน เบียน ฟู ทำให้ทั้งสองฝ่าย
มีการทำข้อตกลงเจนีวา

กำหนดให้แบ่งเวียดนามออกเป็นสองส่วนโดยใช้เส้นขนานที่ 17 เป็นเส้นเขตแบ่งให้เวียดนามปกครองทางเหนือ
ส่วนใต้เส้นขนานที่ 17 นั้น ให้อยู่ภายใ้ต้การปกครองของฝรั่งเศสชั่วคราว


หลังจากปี คศ.1954 ฝรั่งเศสใ้ห้"จักรพรรดิเบาได๋ "ราชวงศ์คนสุดท้ายของราชวงศ์เวียดนามขึ้นมาเป็นหุ่นเชิดในการปกครอง
เพื่อหวังว่าชื่อเสียงและบารมีเก่าๆคงสามารถปกครองเวียดนามทางใต้ได้ แต่ด้วยความที่ไม่สนใจและหลงใหลกับความเป็นอยู่
ที่ฟุ้งเฟ้อ หูรุหราตามแบบผู้ดีเก่า ทำให้"เบาได๋"ไม่สามารถปกครองเวียดนามได้


ประกอบกับอเมริกาเริ่มเข้ามามีบทบาทแทนฝรั่งเศสและขับไล่"เบาได๋"ออกจากบัลลังก์ พร้อมอุปโลกป์"โง ดิน เดียม"

เข้ายึดอำนาจ เปลี่ยนชื่อดินแดนทางใต้ว่า"สาธารณรัฐเวียดนามหรือเวียดนามใต้ มี"ไซ่ง่อน"เป็นเมืองหลวง "โง ดิน เดียม"
ไม่มีภรรยา มีน้องสะใภ้ภรรยาของ"โง ดิน นู"น้องชายเข้ามามีบทบาทแทนในฐานะ"สตรีหมายเลขหนึ่ง"
โดยมีชื่อเสียงที่รู้จักกันในนาม"มาดามนู"
การกดขี่ทางศาสนามีมากขึ้นเนื่องจาก"โง ดิน เดียม"เป็นคาธอลิก

Madame Nhu, wife of the head of the secret police, disdained the suicides by fire
as using "imported gasoline" to "barbecue" themselves.
She fiercely promoted
the Catholicization of South Vietnam even after it became evident that the backing of
the U.S. was in jeopardy.
She then made a promotional tour of the U.S. to "explain"
the true situation to the Americans. Her first call was upon Cardinal Spellman,
the principal sponsor of the Diem regime.
The vast Catholic machinery in the U.S. went into
action to make her campaign a success. Catholic papers joined influential individuals and
organizations who came to the fore to sponsor, support and promote Madame Nhu's
advocacy of the Diem regime. After the assassination of President Diem and her husband,
Ngo Dinh Nhu, she retired to Rome in 1964.

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=620&forum=6&page=12&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

ทำให้ พระภิกษุชื่อดิ๊ก กวง ดุ๊ก อายุ 66 ปี.ได้จุดไฟเผาตัวเองประท้วงกลางกรุงไซ่ง่อน
"มาดามนู"กล่าวถึงเหตุการณ์นี่ว่า"เป็นบาร์บีคิว ที่งี่เง่า" เดียมบอกว่า
"เผาเข้าเถอะ เดี้ยวจะตบมือให้""Let them burn, and we shall clap our hands."...


The mutilated bodies of President Diem and his brother Ngo
after their assassination by Buddhist officers November 2, 1963.

Assassination of President Kennedy in Dalles, Texas, November 22, 1963.
http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=620&forum=6&page=11&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

อเมริกาเห็นท่าไม่ดีเลยทำการสำเร็จโทษ"โง ดิน เดียม"โดยส่งเสริมนายทหารกลุ่มหนึ่งทำการปฎิวัติยึดอำนาจและ
สังหารสองพี่น้อง"ตระกูลโง"อย่างโหดเหี้ยมหลังจากที่หนีไปจนมุมกลางเมืองและถูกจับได้


หลังจากนั้นอเมริกาได้ส่งเสริมเหล่าขุนพลที่ควบคุมได้ ปกครองเวียดนามตลอดจนกระทั่งถึงยุคของ"เหงียน วัน เทียว"
เป็นประธานาธิบดีและมี"เหงียน เกา กี" เป็นนายกรัฐมนตรี

คศ.1960 การต่อสู้เริ่มรุนแรงขึ้นมีการจัดตั้ง"แนวร่วมปลดปล่อยเวียดนามใต้"หรือ"เวียดกง"
อเมริกาเริ่มส่งทหารเข้ามาในเวียดนามเพิ่มมากขึ้นและได้ชักชวนพันธมิตรเข้าสู่สงครามเช่น เกาหลี และไทย

คศ.1964 เรือยนต์เตอร์ปิโดจำนวน 3 ลำของทหารเวียดนามเหนือโจมตีเรือพิฆาต Uss Maddox ของอเมริกา
ในเขตน่านน้ำสากล บริเวณอ่าวตองกิน ประมาณ 30 ไมล์จากชายฝั่งของประเทศเวียดนามเหนือ


คศ.1965 นาวิกโยธินหน่วยแรกของอเมริกากำลังเดินทางเข้าสู่เมืองท่าดานังเป็นครั้งแรกทางเรือถูกกองกำลังฝ่ายเวียดกง
ดักซุ่มโจมตีแต่ว่าไม่ปรากฎการสูญเสีย นาวิกโยธินของอเมริกาหน่วยนี้มีหน้าที่ในการคุ้มครองสนามบินของอเมริกาในเมืองดานัง

คศ.1966 อเมริกา ใช้เครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิด B 52เข้าโจมตีเวียดนามเหนือเป็นครั้งแรกเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัย
สายโฮจิมินห์เข้าสู่ประเทศลาวและประเทศเวียดนามใต้

คศ.1967 กองทัพอเมริกาจำนวน 16.000 นายร่วมกับทหารเวียดนามใต้จำนวน 14.000 นาย ร่วมกันเปิดยุทธการทำลาย
การสนับสนุนเวียดกงใก้ลกับกรุงไซ่ง่อน สามารถค้นพบ อุโมงค์สำคัญของฝ่ายเวียดกง หรือที่เป็นรู้จักกันในนาม
" The Iron Triangle "



คศ.1968 เวียดนามเหนือและเวียดกงเปิดยุทธการเข้าตีที่ตั้งทางทหารในหลาย เมืองรวมทั้งกรุงไซ่ง่อนซึ่งเป็นเมืองหลวง
เพื่อข่มขัวญและสร้างจิตวิทยาในการต่อสู้ เนื่องจากเป็นการโจมตีในวันหยุดทางศาสนาหรือวันตรุษญวนอเมริกาและ
เวียดนามใต้ใช้เวลา26วันในการกวาดล้างฝ่ายเวียดกงที่เมืองเว้ซึ่งเป็นเมือง สำคัญทางศาสนาซึ่งอยู่ในใจกลางพื้นที่สงคราม

เวียดนามเหนือและเวียดกงประสบความสำเร็จในการเปิดยุทธการครั้งนี้มาก ถือเป็นการรบที่สำคัญครั้งหนึ่งในสงครามเวียดนาม
และเป็นการทำลายขัวญในการต่อสู้ของฝ่ายเวียดนามใต้เป็นอย่างมาก

คศ.1968 ข่าวใหญ่ที่โลกรับรู้คือการที่กองทัพอเมริกาไ้ด้ทำการกวาดล้างและทำลายหมู่บ้านไมลาย ซึ่งเหตุการณ์นี้
ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

" ร้อยโท วิลเลี่ยม เคลลี่ สั่งให้ทุกคนยิงเข้าใส่ชาวบ้านให้ฆ่าทุกคนที่เห็นคนแก่บางคนถูกแทงตายด้วยดาบปลายปืน
ผู้หญิงและเด็กหลายคนถูกยิงที่ศรีษะ ผู้หญิงบางคนถูกข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งในภายหลัง บางคนถูกสั่งให้คลานลงไปในร่องคูน้ำ
ในหมู่บ้านก่อนจะถูกกราดยิงอย่างบ้าคลั่งจากปืนกลมือของทหาร " การเจรจาสันติภาพที่เมืองปารีสเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม
โดยมี W.Averell Harrimanเป็นผู้แทนเจรจาฝ่ายอเมริกา และ Xuam Thuy รัฐมนตรีต่างประเทศของเวียดนามเหนือ
เป็นผู้แทนฝ่ายเวียดนาม แต่ปรากฎว่าไม่สามารถตกลงกันได้

คศ.1972 เครื่อง บินโจมตีทิ้งระเบิด B.52โจมตีเมืองท่าไฮฟอง และเมืองฮานอยเมืองหลวงของเวียดนามเหนือ
เพื่อเป็นการทำลายคลังน้ำมันก่อนการเจรจาหยุดยิงกำลังจะเริ่มขึ้น ประธานาธิบดีนิกสัน ประกาศลดจำนวนทหารอเมริกา
ในเวียดนามใต้ให้คงเหลือไม่เกิน 70.000 นาย


ในอเมริกาการเดินขบวนประท้วงสงครามยังคงดำเนินต่อไปสงครามใกลเกินกว่าจะสงบและยุติได้ในเร็ววันแล้ว

Henry Kissenger และ Le duc Tho บรรลุข้อตกลงหลายข้อหลังร่วมกันเจรจาสันติภาพที่กรุงปารีส

Kissenger ว่า" ขณะนี้สันติภาพอยู่ในมือ " Kissenger เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา

คศ.1975 นายพล ดุง แม่ทัพใหญ่เวียดนามเหนือกำหนดเป้าหมายปลดปล่อยเวียดนามใต้ไม่เกินเดือนเมษายน
เขมรแดงภายใต้การนำของ พลพต เข้ายึดครองกัมพูชาจากรัฐบาลของ ลอน นอล ได้ในเดือนสิงหาคม


ประธานาธิบดี Doung Van Minhประธานาธิบดีคนสุดท้ายของเวียดนามใต้ประกาศยอมแพ้ต่อคอมมิวนิสต์์
เมื่อวันที่ 30 เมษายน ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามเวียดนามอันยาวนานเป็นเวลาหลายปีและสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
ของสองฝ่ายเป็นจำนวนมาก

ประธานาธิบดี Gerald Ford ได้แถลงที่มลรัฐ นิว ออลีนส์ ประเทศอเมริกาว่าสงครามเวียดนาม " Finished "
ทหารอเมริกา 2 นายสุดท้ายที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้หลังจากเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ตก
นับเป็นการพ่ายแพ้สงครามที่เสื่อมเกียรติที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา

ประธานาธิบดีฟาม วัน ดุง ได้ประกาศรวมเวียดนามเหนือและใต้ภายใต้ชื่อประเทศสาธารณรัฐประชาชนเวียดนาม
มีเมืองหลวงคือเมือง ฮานอย และเมืองไซ่ง่อนเดิมเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองโฮจิมินส์ชิตี้ ปิดฉากสงครามอันยาวนาน

บทเรียน ...




เนื่องจากการต่อสู้ในสนามรบได้มีถ่ายทอดเป็นภาพข่าว ส่งออกกระจายข่าวไปทั่วโลก ความโหดเหี้ยม ความรุนแรง
ของสงครามที่ผู้คนทั้งโลกได้รับรู้ทั้งภาพและเสียงจากสนามรบ ได้ทำร้ายจิตใจของผู้คนมากมายเหลือคณานับ
โดยเฉพาะสังคมอเมริกาที่มีความเจริญทางวัตถุมากกว่าใคร ภาพความสูญเสียของทหารอเมริกาถูกส่งผ่านจอโทรทัศน์
ทั้งวันทั้งคืนความโหดร้ายจากสงครามที่ไม่เคยได้เห็น กลับกลายเป็นความคุ้นเคยและชินตา




ภาพของพลจัตวา เหงียน ง็อก โลน อธิบดีกรมตำรวจเวียดนามใต้ลั่นกระสุนสังหารผู้ต้องสงสัยเป็นเวียดกงใจกลางกรุงไซ่ง่อน
หลังจากมีการโจมตีและจับผู้ต้องสงสัยได้ ถูกตีพิมพ์ภาพและถ่ายทอดไปทั่วโลก ความบ้าเลือดของกองทัพอเมริกา
ที่สังหารชาวบ้าน 300 กว่าศพที่
หมู่บ้านไมลาย หรือกระทั่งข้อมูลด้านมืดของสงครามที่ถูกเปิดเผยออกมา อย่างการทำลายป่า
เพื่อทำลายล้าง
ชีวิตทั้งคน และธรรมชาติโดยการใช้"สารเหลือง" การโจมตีในวันตรุษ เมืองเว้ ที่เป็นเมืองหลวงเก่า
การโจมตีสถานฑูตอเมริกาสิ่งต่างๆและเหตุการณ์เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ได้รับการกระจายข่าวซ้ำแล้ว ซ้ำอีกไปทั่วโลก

อเมริกันชนได้เห็นภาพลูกหลานอเมริกัน ศพแล้ว ศพเล่า ทางหน้าจอ ไม่ว่างเว้นแม้กระทั่งยามกินอาหาร



หนังสือพิมพ์ที่ทรงอิทธิพลอย่างหนังสือพิมพ์ Life ไดัตีพิมพ์และทำรายงานพิเศษครั้งแล้วครั้งเล่า

ทหารอเมริกาส่วนมากเป็นทหารเกณฑ์ ความรู้น้อย การเข้าสงครามที่ไม่รู้จุดหมาย ไม่รู้วันตาย
ความห่างไกลจากครอบครัว ทำให้ยาเสพติดระบาดในกองทัพ
การเข้าสู่สงครามทำให้ประสิทธิภาพในการรบต่ำเกิดการสูญเสียเป็นจำนวนมากแทบทุกสนาม



นักบินอเมริกาถูกควบคุมตัว หลังจากถูกยิงตกนั่งเกวียนแห่แหนบนท้องถนนในชนบทของเวียดนาม ถูกนำภาพเผย
แพร่ทั่วโลก ทหารเวียดนามเหนือและชาวบ้านตัวเล็กๆข่นแค้นคุมทหารตัวใหญ่ประเทศใหญ่เจ้าโลก

หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อจากฝ่ายเวียดนามเหนือ เพื่อต้องการสร้างกระแสแรงต่อต้านจากสังคมอเมริกา
ที่กำลังเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามเวียดนามหลายมลรัฐทั่วอเมริกา


สังคมอเมริกันที่สมบรูณ์ด้วยสุขนิยมจะทนสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไรได้อย่างไร
คำถามที่เพิ่มมากขึ้นว่าอเมริกาทำสงครามนี้เพื่อใคร และเพื่ออะไร มีมากขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ด้วยความต้องการที่จะยุติสงครามที่ยืดเยื้อและสิ้นเปลืองนี้ ทำให้ประธานาธิบดีริชาร์ดิ นิกสัน เคยมีแผนการ
ที่จะใช้้ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเวียดนามเหนือภายใต้ระหัส"ดั้ก ฮุก"
แต่ก็ไม่ได้รับการเห็นชอบของรัฐมนตรีต่างประเทศ

สังคมอเมริกาเริ่มเข้าสู่ความระส่ำระสาย แรงดึงดูด ความหวาดกลัวจากสงครามจากที่ต้องเป็นทหาร ทำให้สังคม
วัฒนธรรมอเมริกาเริ่มแปรเปลี่ยนเข้าสู่ยุคแสวงหา "ฮิปปี้"ผู้ประกาศตนต่อต้านสงครามและพเนจรไปวันๆ ด้วยไม่รู้เป้าหมาย
หรือไม่ก็ต้องการปลดปล่อยชีวิตเป็นอิสระ เนื่องจากไม่ทราบว่าวันไหนตนเองต้องถูกส่งไปรบที่สงครามเวียดนามมีมากขึ้น
เยาวชนอเมริกากลายเป็น"ขบถสังคม"



ภาพดอกคาร์เนชั่นที่นักศึกษาเสียบที่ปลายปืน ที่มอบให้กับทหารในระหว่างการชุมนุมประท้วงต่อต้านสงคราม
ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ทั่วโลกบ่งบอกถึงความรู้สึกของชาวอเมริกันเป็นอย่างดีในการที่ต้องการใ้ห้รัฐบาลยุติสงครามครั้งนี้
การประท้วงต่อต้านสงครามเป็นปัญหาหลักและยืดเยื้อยาวนานที่เกิดขึ้นในอเมริกา คำขัวญหลายคำมีความหมายเช่น
Makelove not Warเป็นต้น

เดือนเมษายน 2514 ที่กรุงวอชิงตัน วิลเลียม ไซแมน นักรบผู้สูญเสียขาทั้งสองข้างจากการไปรบในเวียดนาม
เอาเหรียญกล้าหาญและอิสริยาภรณ์ที่ได้รับจากรัฐบาลสหรัฐฯขว้างที้งต่อหน้าผู้ชุมนุมหลายหมื่นคน



ทหารผ่านศึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอเมริกา
พวกเขาว่างงานสังคมไม่ยอมรับกลายเป็นภาระมีปัญหาทางจิตใจ
พวกเขาเหมือนวัตถุเหลือใช้จากสงคราม มันเป็นความปวดร้าวและข่มขื่นเป็นอย่างยิ่ง

30เมษายน1975 รถถังของกองทัพปฎิวัติเวียดนามเหนือพุ่งเข้าชนประตูทำเนียบรัฐบาล


ภาพสุดท้ายที่ปรากฎไปทั่วโลกคือ"การอพยพครั้งสุดท้าย"เฮลิคอปเตอร์บนหลังคาตึกสถานทูตสหรัฐวันไซ่ง่อน
แตกที่พึ่งสุดท้ายของฝ่ายขวาหลังสนามบินถูกถล่ม



อเมริกันและชาวเวียดนามมุ่งหน้าไปที่สถานทูตเพื่อต้องการหนีออกจากเวียดนามทางเครื่องบินเพื่อไปลงเรือ
ที่จอดรออยู่ทางทะเล หลายคนผิดหวัง หลายคนสมหวัง

สงครามเวียดนามบอกอะไรได้หลายอย่าง การต่อสู้ การไม่ยอมแพ้ต่อการกดขี่ความเลวแหลกของ
ระบอบนักการเมือง รวมถึงความเยี่ยมยุุทธของด้านการรบและยุทธวิธีเวียดนามเหนือเป็นสิ่งที่น่าศึกษา
และเป็นบทเรียนชั้นดีเยี่ยม


พิษณุ จามพัฒน์


.....................................................................................................................


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri Apr 23, 2010 1:10 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Mar 27, 2010 11:28 am

att พิมพ์ว่า:
คศ.1964 เรือยนต์เตอร์ปิโดจำนวน 3 ลำของทหารเวียดนามเหนือโจมตีเรือพิฆาต Uss Maddox ของอเมริกา
ในเขตน่านน้ำสากล บริเวณอ่าวตองกิน ประมาณ 30 ไมล์จากชายฝั่งของประเทศเวียดนามเหนือ

http://aryaforum.freeforums.org/indochine-s-portraits-t229-60.html
ต้องกลับมาถามทางฝั่งไทยเองว่าหวังจะมีเอกภาพกับอินโดจีนสักแค่ไหน โอกาสนั้นมีมานานกว่า 60 ปี
นับจากหลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีมาตั้งแต่ยุคเสรีไทยเคยพยายาม แม้แต่ช่วยเวียดมินปลดแอก
แต่นั่นเล็กน้อยเกินไป แล้วขาดตอนไปนานเกินไปที่ทั้งสามชาติที่อยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงจะเห็น
ความจริงใจจากผู้นำไทย

พอมาถึงสงครามเวียดนาม เจ๊ตทุกลำที่มุ่งหน้าถล่มเวียดนามตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2508
(หลังจากสหรัฐหาเรื่องสำเร็จจากกรณีเรือแม๊ดด๊อกซ์ที่อ่าวตังเกี๋ย) ก็เป็นไปตามบัญชาของบันทึก
Dean-Rusk Thanat Communique 1962
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=12&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

นอกจากนั้นข้าพเจ้ายังต้องหาทางติดต่อประสานงานผู้ใหญ่ที่เป็นกรรมการ "คท."
เพื่อให้สามารถตกลงใจได้รวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยข้าพเจ้าต้องทำความรู้จักและคุ้นเคยกับ
ฝ่ายเสนาธิการประจำตัว (คนสนิท) ของท่าน เช่น "ไพฑูรย์" คนสนิทของ พลเอกถนอม กิตติขจร
"สม" คนสนิทของ พลเอกประภาส จารุเสถียร "สรรเสริญ" คนสนิทของ พลอากาศเอก บุญชู จันทรุเบกษา และ
"อานันท์ คนสนิทของ พันเอกถนัด คอมันตร์เพราะ การส่งเอกสารทางราชการเพื่อการประสานงานนั้น
ย่อมจะไม่ทันกับเหตุการณ์ นอกจากเป็นเรื่องสำคัญก็จะยืนยันทางเอกสารภายหลัง การปฏิบัติเช่นนี้
ต้องอาศัยความเชื่อถือซึ่งกันและกันเท่านั้น ซึ่งนับเป็นโชคดีที่ข้าพเจ้ามีความคุ้นเคยกับฝ่ายเสนาธิการ
ที่เป็นคนสนิทของท่านผู้ใหญ่เหล่านี้มาก่อน จึงทำให้สามารถปฏิบัติงาน "ลับ" นี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี
แต่ข้าพเจ้าก็ต้องประจำอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ตลอดเวลา
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.acassoc.com/o2/Newsdetail.asp?id=4635
เส้นทาง สู่ อำนาจ เส้นทาง อานันท์ ปันยารชุนเส้นทาง ถนัด-รัสก์

คอลัมน์ หักทองขวาง

ต้องยอมรับว่าการเรียบเรียงหนังสือ "อานันท์ ปันยารชุน ชีวิตความคิดและการงาน" โดย ประสาร มฤคพิทักษ์
มิได้เป็นการเรียบเรียงไปเรื่อยๆ ในลักษณะอนุกรม

ประการ 1 เป็นการเรียบเรียงจากคำบอกเล่าโดยตรงของ นายอานันท์ ปันยารชุน

ขณะเดียวกัน ประการ 1 เป็นการเรียบเรียงในลักษณะที่ผ่านการสังเคราะห์ วิเคราะห์จาก 2 ส่วนประสานเข้าด้วยกัน

ส่วนหนึ่ง เป็นของ นายอานันท์ ปันยารชุน เอง ส่วนหนึ่ง เป็นของ ประสาร มฤคพิทักษ์ และคณะ

การเรียนรู้ของ นายอานันท์ ปันยารชุน ในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
จึงทรงความหมายเป็นอย่างสูงเพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนั้น คือ นายถนัด คอมันตร์

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าในคณะทูตของไทยที่เดินทางไปประจำ ณ กรุงโตเกียว ภายหลังไทยประกาศสงครามกับ
สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปี 2485 นั้น เลขานุการประจำคณะคือ นายถนัด คอมันตร์

การที่ นายถนัด คอมันตร์ เลือก นายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นเลขานุการทำงานใกล้ชิดกับตน
จึงทรงความหมายเป็นอย่างสูง

ทรงความหมายมากน้อยเพียงใดขอให้ศึกษาจากข้อเขียนของ ประสาร มฤคพิทักษ์ และคณะในหนังสือ
"อานันท์ ปันยารชุน ชีวิต ความคิดและการงาน" เล่มนี้ ดังนี้ วัน ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2505 พ.อ.ถนัด คอมันตร์ พร้อมคณะ
คือ พล.ท.วัลลภ โรจนวิสุทธิ์ เจ้ากรมข่าวทหาร และ นายอานันท์ ปันยารชุน ได้เดินทางไปพบ
ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้


โดยกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐได้เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับไทยไว้พร้อมสรรพถึง 12 เรื่องด้วยกัน
รวมทั้งจดหมายถึง "จอมพล" ของไทย

ที่สำคัญ คือ "แถลงการณ์ร่วมถนัด-รัสก์" ลงวันที่ 6 มีนาคม 2505 ซึ่งระบุว่า

"สหรัฐอเมริกายืนยันอย่างหนักแน่นและเปิดเผยที่จะรักษาเอกราชและบูรณภาพของราชอาณาจักรไทย
เป็นสิ่งสำคัญขั้นชีวิต พร้อมทั้งแสดงเจตจำนงอย่างแน่วแน่ที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีแห่งสนธิสัญญาซีโต้
เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลประเทศไทยในการต่อต้านการรุกรานทั้งโดยเปิดเผยและไม่เปิดเผย
"

ในด้านหนึ่งนั้น คือ การเล่นเกม มีทางเลือก กับสหรัฐอเมริกา

อีกด้านหนึ่งเป็นการงัดข้อกับฝ่ายทหาร

นายอานันท์ ปันยารชุน ได้มีโอกาสศึกษาวิทยายุทธ์จากบรมครู พ.อ.ถนัด คอมันตร์ อย่างใกล้ชิด และมีความหมายยิ่ง
กับตนเองในเวลาต่อมา
ไม่ว่าจะประเมินว่าการลงนามใน "แถลงการณ์ถนัด-รัสก์" จะเป็นการเล่นเกมมีทางเลือก
กับสหรัฐและนำเอาไพ่สหรัฐอเมริกามาต่อรองกับฝ่ายทหาร

แต่นายดีน รัสก์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ยืนยันต่อ
พ.อ.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยว่า

"พันธกรณีของสหรัฐมิได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของประเทศภาคีสนธิสัญญาอื่นๆ ทั้งหมดก่อนหน้านี้
ทั้งนี้เพราะพันธกรณีตามสนธิสัญญานี้ เป็นทั้งเรื่องของแต่ละประเทศและทุกประเทศร่วมกันก็ได้
"

บทสรุปของ จุลชีพ ชินวรรโณ ก็คือ

แถลงการณ์ ถนัด-รัสก์ทำให้รัฐบาลไทยภายใต้นายกรัฐมนตรีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (ซึ่งยึดอำนาจ
ทางการเมืองจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม) มีความมั่นใจในพันธกรณีของสหรัฐอเมริกามากยิ่งขึ้น


และได้ขยายขอบเขตความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา โดยประเทศไทยยอมให้สหรัฐอเมริกาสร้างและใช้ฐานทัพ
ในประเทศอีกหลายแห่งนอกเหนือจากฐานทัพอากาศที่ตาคลีและโคราชในค.ศ.1962 และนครพนมในค.ศ.1963


ต่อมา เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้ามามีบทบาททางการทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น ภายหลังจากที่รัฐสภาสหรัฐอเมริกามอบอำนาจให้ประธานาธิบดีจอห์นสัน
ดำเนินการทางการทหารตาม "มติอ่าวตังเกี๋ย" ใน ค.ศ.1964 แล้ว


รัฐบาลไทยภายใต้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งสืบทอดอำนาจต่อจาก
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ถึงแก่กรรมก็ได้ร่วมกับสหรัฐอเมริกามากยิ่งขึ้น

จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2506

นั่นไม่เพียงแต่ นายถนัด คอมันตร์ จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หาก
นายอานันท์ ปันยารชุน ก็ยังเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ


นายอานันท์ ปันยารชุน อยู่ในตำแหน่งนี้จนถึงปี 2510

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=13&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อย่าแปลกใจที่วันนี้ ไทยกำลังเผชิญกับปีศาจอินโดจีนหลอกหลอน กี่หมื่นกี่แสนศพเวียดนามที่สังเวยให้
กับระเบิดที่หย่อนลงไปจากเครื่องบินที่ขึ้นไปจากอู่ตะเภา อุดร ตาคลี โคราช เริงนกทาอุบล เอ็นเคพี
นครพนม เปล่า ผมไม่ห่วงว่าเขาจะมาแก้แค้น แค่สักวันหนึ่ง เขาอาจมาขอให้ไทยกล่าวคำขอโทษเหมือน
คนจีน เกาหลีเรียกร้องให้นายกญี่ปุ่นคนแล้วคนเล่าออกมาขอโทษ แค่นั้นก็เป็นชะ นักบาปติดตัวไปจนตายแล้ว
และผมก็ยังนึกไม่ออกว่า เมื่อถึงวันนั้นผู้นำไทยรุ่นหลังๆจะตอบว่าอย่างไร อาจบอกว่าไม่เห็นมีคนญวนตายสักคนก็ได้

วันนี้เราต้องเปลี่ยนนโยบายทั้งระบบการศึกษาและการทูต เพื่อจะได้ทำให้ไทยตามกระแสความเปลี่ยนแปลง
ของประเทศเพื่อนบ้านให้ทัน ทุกวันนี้คนเวียดนามรู้ภาษาไทยเพียบ เยาวชนของเขาสนใจไทย
ในขณะที่เด็กไทยในมหาวิทยาลัยกำลังจะมืดบอดกับโลกทัศน์รอบตัวอย่างน่าวิตกยิ่ง
ขนาดสองวันก่อน ที่ประชุมอธิการบดีทั่วประเทศลงมติว่า ภาษาอังกฤษไม่ต้องใช้เป็นเกณฑ์ทดสอบในการเข้าเรียน
ในมหาวิทยาลัย แล้วสัมมะหาอะไรกับภาษามาลายู พม่า เวียดนาม ที่ในอนาคต ไทยจะหาผู้เชี่ยวชาญกิจการของ
ประเทศในอินโดจีนไม่ได้เลยเพราะถ้าไม่รู้ภาษาพื้นเมืองของเขาแล้ว ก็อย่าหวังจะเข้าใจกุศโลบาย
และยุทธศาตร์ของเขาได้

ผมไม่ทราบว่า อะไรที่อยู่เบื้องหลังความคิดตื้นๆเช่นนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความมีชาตินิยมแบบราคาถูก
ที่เกิดจากความรู้สึกเดียดฉันท์ชนชาติลาว เขมร ญวนว่าต่ำต้อยกว่าไทย (ชาติพันธุนิยม=ethnocentrism)

หรือไม่ก็เป็นความเขลาที่หลงไปว่าถ้ารู้ภาษาคนอื่นแล้วจะทำให้ถูกหลอมเข้ากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
หรือทั้ง 2 อย่างรวมกัน เหมือนกับในยุคจอมพล ป.ที่แอนตี้การมีโรงเรียนจีน สุดท้ายวันนี้ก็เห็นสอนกันเกร่อ
เป็นเพราะอะไร คงต้องรอจนกว่าจะเห็นว่าชาติใดเป็นมหาอำนาจก่อน ถึงจะยอมรับกระมัง

ทำเป็นเล่นไป เวียดนามรู้ถึงค่านิยมเชิงอำยาจของคนไทยดี
เขาจึงทำการเปิดสอนภาษาไทย การเมือง สังคมและวัฒนธรรมไทย อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
โดยมีเป้าหมายว่า สักวันจะแสดงให้เมืองไทยยอมรับว่าเวียดนามคือมหาอำนาจในอินโดจีน
แน่นอนว่า เมื่อถึงวันนั้น โรงเรียนไทยจะได้เปิดสอนภาษาเวียดนามกันเป็นล่ำเป็นสัน

เราอยากเปิดสอยเพราะสถานการณ์บังคับ หรือเราจะจัดหลักสูตรเองอย่างเสรี มันต่างกันนะครับ
ฝากถึงที่ประชุมสภาอาจารย์ทั่วประเทศให้ทราบว่า พวกฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยบัดนี้เฟอะฟะ
เพี้ยนกันไปหมดแล้ว

พอหันมาดูกระทรวงการต่างประเทศ เจอทั้งบอดทั้งเหล่ งานแรกของรัฐมนตรีปัจจุบันคือ
ทำพาสปอร์ตแดงไปให้นายเก่าได้มีสิทธิพิเศษทางการทูต ดูวิสัยทัศน์คนระดับนี้แล้วต้องร้องว่า พระเจ้า!

เรือพิฆาตแม๊ดด๊อกซ์ (USS Maddox : DD-731) ภายใต้บังคับบัญชาของ น.ท.เด็มสเตอร์ แจ๊คสัน
ได้รับคำสั่งให้เข้าไปลาดตระเวนเลียบชายฝั่งเวียดนามเหนือ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๐๗



จนกระทั่งวันที่ ๒ สิงหาคม ประมาณสี่โมงเย็น เรือแม๊ดด๊อกซ์ ถูกโจมตี
โดยเรือยนต์ตอร์ปิโดเวียดนาม(Patrol Torpedo Boat :PT ) ๓ ลำ ในเขตน่านน้ำสากล


เกิดการปะทะกันด้วยปืนเรือและตอร์ปิโด ฝ่ายอเมริกาได้รับการสนับสนุนเครื่องบินโจมตี
จากเรือบรรทุกเครื่องบินติคอนเดอโรกา(USS Ticonderoga :CVA-14)




ฝ่ายอเมริกาเสียหายเล็กน้อย ฝ่ายเวียดนามเหนือ เสียเรือไปหนึ่งลำ
เรือพิฆาตแม๊ดด๊อกซ์ ยังคงลาดตระเวนต่อไป


วันที่ ๓ สิงหาคม เรือพิฆาตเทอร์เนอร์ จอย(USS Turner Joy:DD-951)
เข้าเสริมกำลังร่วมกับเรือแม๊ดด็อกซ์

วันที่ ๔ สิงหาคม เวลาประมาณสี่ทุ่มครึ่ง หมู่เรือได้ตรวจพบเป้าจากเรดาร์ คาดว่าเป็นเรือยนต์ตอร์ปิโดเวียดนามเหนือ
จึงได้ทำการยิงไปยังเป้าที่ถูกระบุด้วยเรดาร์ มีรายงานว่าจมเรือเวียดนามเหนือได้ ๒ ลำ (??)



แต่เรื่องความเสียหายของเวียดนามเหนือนี้ ภายหลังมีลูกเรือแม๊ดด๊อกซ์เอง ออกมาเปิดเผย
ว่าที่ยิงไปตอนกลางคืนน่ะ ไม่เห็นเป้า ไม่แน่ใจว่ามีการโจมตีจริงหรือไม่ ??


--------------------------------------------------------------------


โดยความเห็นส่วนตัวผม ผมเชื่อว่าวิกฤติการณ์นี้ เป็นเจตนาของอเมริกา ที่ต้องการให้เกิด
การส่งเรือแม๊ดด๊อกซ์เข้าไปในระยะขนาดนั้น พร้อมกับการใช้เรดาร์กวาดทั่วชายฝั่งเวียดนามเหนือ
เหมือนกับเป็นการ " ล่อเป้า " กลายๆ ให้เวียดนามเหนือจับได้ จึงส่งเรือยนต์ตอร์ฯ ออกมาถูกที่
เพราะเรือยนต์ตอร์ฯ มีรัศมีปฏิบัติการไม่ไกลนัก ต้องรู้จุดรู้ตำแหน่งเป้าหมายคร่าวๆ

ผมอยากเสนอบันทึกเหตุการณ์กว้างๆ อย่างนี้นะครับ

พฤศจิกายน ๒๕๐๖(1963) ปธน. เคเนดี้ ถูกลอบสังหาร, รอง ปธน.จอห์นสันเป็น ปธน. แทน
สิงหาคม ๒๕๐๗(1964) วิกฤติการณ์อ่าวตังเกี๋ย
มกราคม-มีนาคม ๒๕๐๘(1965) Operation Rolling Thunder , Operation Starlight
อเมริกา เข้าร่วมสงครามเวียดนามเต็มตัว


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Sat Jun 05, 2010 9:09 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Mar 27, 2010 11:33 am

att พิมพ์ว่า:http://www.crma.ac.th/histdept/news/tonkingulfincident.htm

อุบัติการณ์ที่อ่าวตังเกี๋ย
(Tonkin Gulf Incident)


4 สิงหาคม 1964 อาจไม่ได้เกิดขึ้นจริงการศึกษาของ Edwin E. Moise จากหนังสือ
Tonkin Gulf and the Escalation of the Vietnam War (Chapel Hill: University of North Carolina Press, 1996)
ยืนยันว่า อุบัติการที่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 5 สิงหาคม 1964 ซึ่งทำให้สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดในเวียดนามเหนือนั้น
ไม่ได้เกิดขึ้นจริง วันที่ 5 สิงหาคม 1964 เครื่องบินสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดถล่มเวียดนามเหนือเป็นการโต้ตอบ
ที่เรือพิฆาตของสหรัฐฯ ชื่อ Maddox และ Turner Joy ถูกโจมตีจากเรือลาดตระเวนของเวียดนามเหนือ
ในวันที่ 4 สิงหาคมในน่านน้ำสากลบริเวณอ่าวตังเกี๋ย การโจมตีของเวียดนามเหนือดังกล่าวนับเป็นครั้งที่สอง
ในรอบสามวัน ก่อนหน้านี้ในวันที่ 2 สิงหาคม เรือ Maddox เคยถูกโจมตีในบริเวณเดียวกัน
การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ภายใต้รหัสว่า Pierce Arrow ในวันที่ 5 สิงหาคมถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สหรัฐฯ
เพิ่มการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งในเวียดนามมากขึ้นอย่างฉับพลัน วันที่ 7 สิงหาคม สภาคองเกรสมีมติ
อ่าวตังเกี๋ยให้อำนาจประธานาธิบดี Lyndon Johnson เพิ่มขึ้นในการสกัดกันการคุกคามจากเวียดนามเหนือ
หนังสือพิมพ์ให้การสนับสนุนทัศนะของรัฐบาลที่มีต่ออุบัติการณ์ที่อ่าวตั้งเกี๋ย สาธารณชนอเมริกันให้การสนับสนุน
การโจมตีตอบโต้เวียดนามเหนือ แต่ครั้งถึงปี 1967 ข้อเท็จจริงเริ่มปรากฏออกมาว่า
การโจมตีวันที่ 4 สิงหาคมของเวียดนามเหนือนั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริง Moise เปิดเผยว่า ในวันที่ 31 กรกฎาคม
เรือ Maddox แล่นออกจากไต้หวันไปอ่าวตังเกี๋ยเพื่อสอดแนม และเข้าไปใกล้ชายฝั่งเวียดนามเหนือมากเกินกว่า
ที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ จะกล้ายอมรับอย่างเปิดเผยเป็นการเข้าไปปฏิบัติการในอ่าวตั้งเกี๋ยหลังความตึงเครียด
ระหว่างสหรัฐฯและเวียดนามเหนือเพิ่มสูงขึ้น ไม่มีข้อโต้แย้งว่า ในวันที่ 2 สิงหาคม เรือ Maddox ถูกเรือเวียดนามเหนือ
3 ลำโจมตี แต่ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นกับเรือปฏิบัติการสอดแนมยังดำเนินต่อมาอีก โดยมีเรือ Turner Joy เข้ามาร่วม
ต่อมาในวันที่ 4 สิงหาคม เรือทั้งสองลำรายงานว่ากำลังถูกโจมตี จึงมีการส่งเครื่องบินจากกองเรือ Ticonderoga และ
Constellation ออกบินคุ้มครอง หลังเหตุการณ์สงบลงแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากสงสัยว่า
การโจมตีเกิดขึ้นจริงหรือไม่

Moise ยืนยันว่า มีหลักฐานแสดงว่า ไม่มีการโจมตีจากเวียดนามเหนือเกิดขึ้นในคืนวันที่ 4 สิงหาคม
ประธานาธิบดีจอห์นสันสั่งให้ตอบโต้เพราะเชื่อว่ามีการโจมตีเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อปรากฎว่า
การโจมตีอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริง สหรัฐฯ ก็ยากที่จะถอย Moise มีความรู้สึกว่า เหตุการณ์วันที่ 4 สิงหาคม
เป็นข้ออ้างที่ง่ายดีสำหรับการเพิ่มการเข้าไปยุ่งเกี่ยวของสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม
เป็นการยากที่จะโต้แย้งว่า หากไม่มีอุบัติการณ์ดังกล่าว ประธานาธิบดีจอห์นสันจะไม่มีคำสั่งให้ทิ้งระเบิด
ถล่มเวียดนามเหนือเป็นการตอบโต้หลังเกิดเหตุการณ์อื่นๆ และนำไปสู่การรณรงค์ให้มีการทิ้งระเบิด
เวียดนามเหนืออย่างเป็นกิจลักษณะ

ที่มา: พ.ต. ศรศักร ชูสวัสดิ์สรุปจาก David H. Eyman. "Review of Edwin E. Moise,
Tonkin Gulf and the Escalation of the Vietnam War," H-War, H-Net Reviews, January, 1997.
URL:
http://www.h-net.msu.edu/reviews/showrev.cqi?path=11845862319294. 30/11/44.

http://socialitywisdom.blogspot.com/2009/04/blog-post_7224.html
Thursday, April 23, 2009

ลำดับ๕๘๓.สหรัฐสร้างสถานการณ์เพื่อประกาศสงคราม

๓๕๐ ไมล์ทางทิศตะวันออกของทุ่งไหหินในอ่าวตังเกี๋ยใกล้แนวชายฝั่งเวียดนามเหนือ
เรือเร็วของหน่วยคอมมานโดเวียดนามใต้และเรือพิฆาตลำหนึ่งของอเมริกากำลังเล่นเกมแมวจับหนู
อยู่กับกองกำลังป้องกันชายฝั่งขอฮานอย จากความพยายามหาพิกัด และคลื่นความถี่ของสถานีเรดาห์
ที่พวกโซเวียตได้มาสร้างไว้ให้

๓๐ กรกฎาคม ๒๕๐๗ หน่วยคอมมานโดเวียดนามใต้เปิดฉากระดมยิงที่ตั้งทางทหารเวียดนามเหนือ
ที่ต้ัง อยู่บนเกาะแห่งหนึ่งในอ่าวตังเกี๋ย ไม่กี่วันต่อมา เรือลาดตระเวนของเวียดนามเหนือ ได้เปิดฉากยิงเข้าใส่
เรือพิฆาต ที่ชื่อว่าแมดด็อกของอเมริกา เรือพิฆาตอเมริกันอีกลำหนึ่งจึงได้ช่วยยิงตอบโต้ใส่เรือลาดตระเวนตอร์ปิโด
เวียดนามเหนือ เพื่อเป็นการแก้เผ็ด ต่อมาเครื่องบินรบอเมริกันบินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าโจมตีคลังเก็บน้ำมัน
และเรือรบเวียดนามเหนือจำนวน ๒๕ ลำ ในภารกิจนี้อเมริกาเสียเครื่องบินไปสองลำ

๗ สิงหาคม รัฐสภาอเมริกาได้ผ่านกฎหมาย กัฟ ออฟ ตังเกี๋ย ที่เปรียบเหมือนไฟเขียว
ให้ประธานาธิบดีจอห์นสัน ทำสงครามกับเวียดนามเหนืออย่างเป็นทางการ


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอ่าวตังเกี๋ย ทำให้วอชิงตันหันมาให้ความสนใจสถานการณ์ในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ในวอชิงตันไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในลาวเหมือนแต่ก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นในลาวจึงกลับเข้าสู่เงามืดอีกครั้ง

ฉะนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯในเวียดนามใต้ ซีไอเอจึงได้รับคำสั่ง
ให้เร่งเสริมสร้างกองทหารชาวเขาและขยายพื้นที่ปฏิบัติการเข้ายังเขตแดน
เวียดนามเหนือและทางตอนใต้ของจีน

โดยเป้าหมายแรกคือ หาข่าวแล้วทหารกองโจรชาวเขาจะเข้าโจมตีก่อนกวนข้าศึกไปพร้อมกัน

โทนี โพ ได้จัดตั้งทหารกองโจรบริเวณซำเหนือขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้เพราะซำเหนืออยู่นอกเขตพื้นที่ดูแลของวังเปา
และในการสู้รบกับทหารปเทดลาวที่พวกอเมริกันมักอ้างว่าเป็นกองทหาร เวียดนามเหนืออยู่เสมอๆ ทหารกองโจร
ภายใต้การนำของโทนี โพ-ทหารหน่วยรบพิเศษของสหรัฐ ก็ถูกทหารฝ่ายปเทดลาวโจมตีอย่างหนักจนพารูชาวไทย
ที่ไปด้วยถูกสังหารจนหมด โทนี โพถูกยิงที่ตะโพกอาการสาหัส ต้องเรียก ชอปเปอร์บินมารับกับฐานที่มั่นล่องแจ้ง
และนั่นเป็นสัญญาณการต่อสู้จากฝ่ายปเทดลาวต่อพวกต่างชาติที่เข้ามาทำลาย ประเทศชาติของผู้อื่น.

att พิมพ์ว่า:http://www.thaioctober.com/smf/index.php?topic=2533.70;wap2
เปิดโปงสหรัฐฯ ''กุข่าว'' เพื่อเปิดศึกเวียดนาม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 ธันวาคม 2548 22:30 น.

เพิ่งจะมีการเปิดเผยในช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า ความจริงแล้วไม่ได้มี "เหตุการณ์อ่าวตังเกี๋ย" เกิดขึ้น
อันเป็นสาเหตุให้สหรัฐฯ อ้างความชอบธรรมในการโจมตีทางอากาศเวียดนามเมื่อ 40 กว่าปีก่อน

ทั้งหมดนั้นเป็นข้อมูลผิดๆ ไม่ต่างกับเมื่อสหรัฐฯ เปิดศึกในอิรัก โดยอ้างว่าอดีตประธานาธิบดี
ซัดดัม ฮุสเซน มีอาวุธทำลายล้างอานุภาพสูงในครอบครอง

การข่าวที่อ้างว่า "เวียดนามเหนือยิงเรือรบสหรัฐฯ ด้วยตอร์ปิโดในวันที่ 4 สิงหาคม 2507" นั้น
ปรากฏว่าไม่ใช่เรื่องจริง ข้อมูลนี้เพิ่งจะได้รับการเปิดเผยหลังจากถูกเก็บไว้เป็นความลับมานาน
โดยองค์การความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ (USNSA)

เอกสารที่สำคัญที่สุดซึ่งเปิดเผยเรื่อง ข่าวเท็จที่สหรัฐฯ อ้างเพื่อก่อสงครามในเวียดนามนั้น
เป็นรายงานของนายโรเบิร์ต ฮันโยค นักประวัติศาสตร์คนหนึ่งที่ปฏิบัติงานให้กับ USNSC
เมื่อปี 2544 แต่รายงานชิ้นนี้ก็ถูกเก็บเป็นความลับมานาน

นายฮันโยคได้ศึกษาเอกสารลับเมื่อปี 2507 และได้สรุปว่า ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่
ฝ่ายเวียดนามโจมตี เรือรบสหรัฐฯ ในวันที่ 4 ส.ค. 2507 ตามที่มีการกล่าวอ้าง


องค์การความมั่นคงแห่งชาติ ได้พยายามเลื่อนเวลาการเผยแพร่รายงานชองนายฮันโยค
เพื่อมิให้เกิดการเปรียบเทียบกันระหว่าง กรณีสหรัฐฯ เปิดฉากสงครามในเวียดนามเมื่อกว่า 40 ปีก่อน
กับกรณีที่สหรัฐฯ เปิดฉากสงครามในอิรัก เมื่อปี 2544

ฝ่ายเวียดนามเรียกสงครามครั้งนั้นว่า "สงครามสหรัฐฯ" ซึ่งกินเวลานานถึง 10 ปี ในช่วงนั้นสหรัฐฯ
ส่งทหารเข้ารบในเวียดนามกว่า 3 ล้านคน มีประชาชนพลเรือนชาวเวียดนามเสียชีวิตกว่า 2 ล้านคน
และทหารอเมริกันล้มตายไปกว่า 58,000 คน

นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่า สงครามอิรักในวันนี้ก็จะจบลงอย่างล้มเหลว
เช่นเดียวกันกับสงครามเวียดนามที่ยุติลงลงเมื่อ 30 ปีก่อน.

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ลับที่สุด!! เวียดกงหลอกสหรัฐฯ ถล่มกันเอง

โดย ผู้จัดการออนไลน์13 มกราคม 2551 22:12 น.

เอกสารลับที่เคยเป็นเรื่องลับสุดยอดจากยุคสงครามเวียดนามได้เปิดเผยความลับออกมาหลายอย่าง
รวมทั้งการที่หน่วยรบของกองทัพสหรัฐฯ บางหน่วยเคยถูกฝ่ายเวียดนามเหนือแสร้งเป็นพวกเดียวกัน
ส่งวิทยุหลอกแจ้งพิกัดให้ช่วยยิงถล่ม "ศัตรู" ซึ่งต่อมาได้ปรากฏว่า เป็นการยิงที่ตั้งฝ่ายสหรัฐฯ เอง

มีเรื่องราวที่ฝ่ายสหรัฐฯ ถูกหลอกแบบนี้ในหลายเหตุการณ์

ส่วนใหญ่ในเอกสารเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการถอดรหัสลับและการดักฟังการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม
FAS เปิดเผยสัปดาห์ที่แล้วว่า ในปี 2488 หน่วยดักฟังของสหรัฐฯ เคยดักสัญญาณโทรเลขที่
อดีตประธานโฮจิมินห์ของเวียดนามเหนือ ส่งถึงจอมพลโจเซฟ สตาลิน แห่งอดีตสหภาพโซเวียตได้

เอกสารจำนวนหนึ่งยังได้ตอกย้ำการโกหกของอดีตประธานาธิบดีลินดอน บี จอห์นสัน เกี่ยวกับกรณี
ที่เรียกว่า "เหตุการณ์อ่าวตังเกี๋ย" (Gulf of Tonkin Incident) เมื่อปี 2507 ซึ่งเป็นเรื่องที่
ผู้นำสหรัฐฯ กุขึ้นมาเพื่ออ้างเป็นสาเหตุเข้าแทรกแซงในเวียดนาม


เอกสารลับที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Agency) ยอมเปิดเผยนี้
เป็นไปตามกฎหมายการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ที่ร้องขอโดยสมาคมนักวิทยาศาสตร์อเมริกัน
(Federation of American Scientists) หรือ FAS
เอกสารที่เคยเป็นความลับชุดนี้
มีความยาวกว่า 500 หน้ากระดาษ เป็นการดักฟังตั้งแต่ปี 2488 จนกระทั่งถึงวันสุดท้าย
ที่สหรัฐฯ ต้องถอนหน่วยข่าวนี้ออกจากกรุงไซ่ง่อนในปี 2518 รวมเวลา 30 ปีเต็ม

ในช่วงสงครามนั้นมีบางครั้งที่ฝ่ายเวียดนามเหนือประสบความสำเร็จในการแทรกเข้าไปในระบบสื่อสาร
ของฝ่ายสหรัฐฯ สามารถตรวจจับการส่งสารต่างๆ ของฝ่ายสหรัฐฯ ได้จากภายในโดยตรง

และมีหลายโอกาสฝ่าย คอมมิวนิสต์ "ซึ่งติดต่อโดยใช้เครือข่ายวิทยุสื่อสารของพันธมิตรได้ร้องขอให้
หน่วยปืนใหญ่หรือหน่วยทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ไปถล่มที่ตั้งหน่วยทหารสหรัฐฯ เอง" สมาคมฯ กล่าว

เจ้าหน้าที่ของ FAS คนหนึ่งกล่าวว่า มันเป็นเรื่องราวที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลยในชีวิต

อย่างไรก็ตามเอการลับไม่ได้เปิดเผยในรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีครั้งต่างๆ
ตลอดจนความเสียหายที่กองทัพสหรัฐฯ ได้รับจากการถล่มกันเอง

เอกสารที่เพิ่งเปิดเผยนี้ได้โยงไปถึงเรื่อง "เหตุการณ์อ่าวตังเกี๋ย" โดยรัฐบาลประธานาธิบดีจอห์นสัน
ได้กุเรื่องรายงานต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ในครั้งโน้นว่า เรือพิฆาตลำหนึ่งของสหรัฐฯ ถูกฝ่ายเวียดนามเหนือ
ใช้เรือเร็วเข้าโจมตี

รัฐบาล สหรัฐฯ กุเรื่องนี้ขึ้นมา ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่สงครามในเวียดนาม
แบบถลำลึกลงไปทุกขณะ แต่เอกสารลับนี้ระบุชัดไม่มีการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้น
ในคืนที่รัฐบาลอ้างถึง


เจ้าหน้าที่ FAS กล่าวว่า เคยมีข่าวระแคะระคายเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น
เอกสารลับยืนยันการโกหกพกลมอย่างเป็นทางการ
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000004948



http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=620&forum=6&page=6&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

ภาพที่สะเทือนใจคนทั้งโลก และต่อมาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์

ในฉากจริงๆ ของสงครามนั้นไม่มีอะไรสนุก ภาพจากคลังของทางการสหรัฐฯ
แสดงให้เห็นย่านหนึ่งของกรุงไซ่ง่อนในช่วงสงครามวัoตรุษเมื่อ 40 ปีก่อน
ควันดำปกคลุมไปทั่ว
ขณะที่รถดับเพลิงวิ่งขวักไขว่เพื่อดับไฟที่เกิดจากการโจมตีของฝ่ายเวียดกง
(ภาพ: AFP)

ภาพจากแฟ้มถ่ายวันที่ 26 ก.พ.2511 ทหารเวียดนามใต้ปั่นจักรยาน
ผ่านย่านตลาดเกียนฮวา (Kiem Hoa)
ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงครามวันตรุษ
ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากการตีโต้กลับแบบเกินเลยของฝ่ายสหรัฐฯ
ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจแก่ชาวเวียดนามทั่วไป
ผู้เชี่ยวชาญกองทัพบกอเมริกันบันทึกเรื่องนี้ในรายงาน (ภาพ: AFP)

ภาพจากแฟ้มถ่ายวันที่ 14 มี.ค.2511
ทหารเวียดนามใต้ที่บาดเจ็บคนหนึ่งได้รับความช่วยเหลือจากสหายร่วมรบของเขา
ที่บริเวณสุสานแห่งหนึ่งในนครด่าหนัง (Danang)
อาณาบริเวณข้างหลังโน้นถูกทำลายราบจากสงครามในยุทธการวันตรุษที่
ดำเนินต่อ
เนื่อง ชาวเวียดนามเข่นฆ่ากันเอง (ภาพ: AFP)

http://www.bangkokbiznews.com/2010/04/17/news_30709229.php?news_id=30709229

วิเคราะห์ : พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์"กองทัพแตก"ชนวน"นองเลือด"

เสถียร วิริยะพรรณพงศา twitter @ satien_nna

เชื่ออย่างยิ่งว่าคนไทยส่วนใหญ่จะไม่คาดฝันว่า เหตุการณ์เมื่อค่ำๆ ของวันที่ 10 เม.ย. 2553
จะเกิดการปะทะที่นำไปสู่การสูญเสียมากมายถึงเพียงนี้ มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บร่วมพันคน
แต่หากย้อนกลับไปสแกนสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่กลุ่มเสื้อแดงเริ่มชุมนุมเมื่อวันที่ 12 มี.ค.
บวกกับดูสมการอำนาจในกองทัพไทยที่ประสบกับภาวะเสียดุลครั้งใหญ่ก็จะเห็นว่า
การนองเลือดเที่ยวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใดภาพของชายชุดดำ
ถืออาวุธครบมือ เล็งเป้ายิงฝ่ายทหารตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการ สถานการณ์ปาระเบิด ยิงคนเสื้อแดง
อาจเป็นภาพที่ไม่คุ้นตาผู้คนในสังคมไทย แต่ถ้าจับอาการกองทัพที่มีความแตกแยก ถึงขั้นมี "ไส้ศึก"
คอยให้ข้อมูลแก่กลุ่มคนเสื้อแดงหรือที่เรียกว่า "ทหารแตงโม"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์
และวีระ มุสิกพงศ์ 3 แกนนำ นปช. รู้ทุกครั้งว่าในที่ประชุม ศอ.รส. มีการพูดคุยเรื่องอะไรบ้าง
มีการแจกเอกสารกี่แผ่นไม่ว่าจะลับแค่ไหนก็หลุดรอดมาถึงมือ 3 เกลอ นปช. ได้ทุกที
ขณะที่ฝ่ายเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวอะไรรัฐบาลไม่เคยรู้ จึงถูกชักจูงให้หลงเกมแทบจะตลอด
ต้องตามแก้เกมกันพัลวันพล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตที่ปรึกษากองทัพไทย นายทหารที่ใกล้ชิด
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังเคยยอมรับเองว่าสภาพของกองทัพตอนนี้
ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะว่านายทหารจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
(พล.ร.2 รอ.) หรือที่เรียกติดปากว่า "บูรพาพยัคฆ์" ขึ้นเป็นใหญ่ทั้งแผงไล่ตั้งแต่
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ เป็นไปได้ที่จะถูกต่อต้าน จาก "ภายใน"อาการ "อั้น" ของ
ทหารกลุ่มอื่นที่ไต่ระดับขึ้นไม่ได้และคาดว่าจะไม่ได้อีกนาน

เพราะ "บูรพาพยัคฆ์" จัดโผล่วงหน้าหลายปี ทำให้เกิดสภาพ "แตงโม" ขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจน
ในยุทธการลาดหลุมแก้ว เมื่อวันที่ 9 เม.ย. กลุ่มเสื้อแดงไปล้อมสถานีดาวเทียมไทยคม ทั้งที่ขณะนั้น
อยู่ในภาวะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่กลุ่มเสื้อแดงก็สามารถบุกเข้าไปภายในบริเวณอาคาร
ได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ทหาร ซึ่งมีอำนาจมหาศาลตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "แตกพ่าย" ไม่เป็นท่า
ไม่สามารถปกป้องสถานที่อันเป็นหัวใจของระบบการสื่อสารของชาติเอาไว้ได้ณัฐวุฒิ
รู้ขนาดว่า มีกำลังพิเศษจู่โจมตามมาจัดการเสื้อแดง จึงดักรออย่างรู้เท่าทัน
และค้นจนยึดอาวุธปืนเอาไปเก็บไว้ได้
สุดท้ายกลุ่มเสื้อแดงบังคับให้ต่อสัญญาณพีเพิลแชนแนล
ได้สำเร็จ เท่ากับว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นแค่เศษกระดาษที่ไร้ความหมาย

ขณะที่เสื้อแดงที่ราชประสงค์ ซึ่งมีจำนวนแค่หยิบมือไม่ถูกแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บเหตุการณ์วันนั้น
ทำให้สามเกลอยิ่งมั่นใจในพลัง "แตงโม" ว่ามีมากพอที่จะทำให้อำนาจรัฐง่อยเปลี้ยเสียขา
สามารถชุมนุมยืดเยื้อโดยไม่ถูกสลาย และถ้าเสี้ยมหนักเข้าก็จะมีของแถมอย่าง "ชายชุดดำ"
การที่ความแตกแยกในกองทัพเป็น "ตัวแปร" ให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดในการต่อสู้ทางการเมือง
ของภาคประชาชนไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรกแต่ย้อนกลับไปเมื่อเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516
นักศึกษาประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญจาก จอมพลถนอม กิตติขจร ปรากฏว่า
เกิดการปะทะกับทหารตำรวจในขณะที่กำลังสลายตัว ว่ากันว่าชนวนเหตุการณ์นองเลือดครั้งนั้น
มาจากความไม่ลงรอยกันระหว่างอำนาจ 2 ขั้ว คือขั้ว จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
และขั้ว พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ผบ.ทบ. ในขณะนั้นที่ถูกจอมพลถนอม "สตัฟฟ์" ให้นั่งอยู่ในเก้าอี้
รองผบ.ทบ.มายาวนานถึง 8 ปีเต็ม ตั้งแต่ปี 2509-2516 จึง "วางยา" ปฏิบัติการ
แขวนป้าย "ทรราช" ให้แก่จอมพลถนอม จอมพลสฤษดิ์ และ
พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร ต้องหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศในที่สุด

ขณะที่หลังเหตุการณ์ พล.อ.กฤษณ์ ขึ้นเป็นผบ.สส. และก้าวขึ้นเป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาล
ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ปี 2519หรือเหตุการณ์พฤกษาทมิฬ ปี 2535 ก็เป็นการเคลื่อนไหวของนักศึกษา
ประชาชน ควบคู่ไปกับความร้าวฉานในกองทัพระหว่างจปร.รุ่น 7 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ซ่องสุมกำลัง "วัดรอยเท้า" จปร.รุ่น 5 นำโดย
พล.อ.สุจินดา คราประยูร พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ชนิดหายใจรดต้นคอ ว่ากันว่าเหตุการณ์ครั้งนั้น
ชนวนความรุนแรงที่บานปลายเป็นการเข่นฆ่าประชาชน มาจากน้ำมือของนายทหาร จปร.7 นั่นเอง
สุดท้ายพล.อ.สุจินดา เป็นนายกรัฐมนตรี "มือเปื้อนเลือด" ไปได้อีกหนึ่งรายเมื่อย้อนไปดูประวัติศาสตร์
เหตุการณ์นองเลือด ครั้งสำคัญในการเมืองไทย ล้วนเกี่ยวพันกับ
ปัญหา "ความแตกแยก" ขัดแย้งกันเองภายในกองทัพอย่างแยกไม่ออก
"ชายชุดดำ" ที่สาดกระสุน ปาระเบิดในค่ำวันที่ 10 เม.ย.

ก็เช่นกัน แต่ปัญหาคือกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งยืนยันว่ายึดในแนวทางสันติวิธีกลับไม่เคย
แสดงท่าทีรังเกียจหรือพยายามขจัดขบวนการ "คนเสื้อดำ" ให้ออกไปให้พ้นเส้นทางของคนเสื้อแดง
เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังกลับแสดงท่าทีตอบรับอย่างอบอุ่น นายจตุพร ยอมรับบนเวทีผ่านฟ้าฯ
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่าถือว่าเป็น "โชคดี" ของกลุ่มเสื้อแดงที่มี "กลุ่มชุดดำ" มาช่วยไม่เช่นนั้นเสื้อแดง
จะยิ่งตายมากกว่านี้สถานการณ์หลังจากนี้จะดุเดือดมากขึ้นเพราะคู่ขัดแย้งเป็นทหารในกองทัพ
ซึ่งมีอาวุธหนักกันทั้งสองฝ่ายขณะที่กลุ่มเสื้อแดงเองก็อาศัยความแตกแยกนี้เอง เสี้ยมรอยร้าวให้หนักขึ้น
ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายรบกันให้เลือดนองอีกหนึ่งรอบเพื่อเป้าหมายเดียวคือ "ล้มรัฐบาล"
โดยไม่ใส่ใจว่าจะมีประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเซ่นสังเวยสงครามอำนาจของคนไม่ กี่กลุ่มอีกกี่ชีวิต

ทุกคนอ้างทำเพื่อชาติ แต่สุดท้ายก็เพื่อตนเองกันทั้งนั้น
ตอนนี้มันยังเหลือความเป็นชาติอยู่อีกหรือ


http://www.prachatai.net/journal/2010/04/29058?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+prachatai+%28%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97+Prachatai.com%29

Le Monde: ประเทศไทย, ความเป็นเอกภาพของราชอาณาจักรแตกเป็นเสี่ยง
Thu, 2010-04-22 02:48

Rémy Ourdan, ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Le Monde วันที่ 21 เมษายน 2010
แปลโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล

แม้ชาวไทย, ผู้ดำรงชีวิตอยู่ในห้วงแห่งวิกฤติที่พาดผ่านราชอาณาจักรตั้งแต่ 2549, เสียหายไปเล็กน้อย...
การเผชิญหน้าหลักยังดำรงอยู่ระหว่าง “เสื้อเหลือง”, ราชานิยม ผู้ปกป้องชนชั้นนำอำมาตย์และชนชั้นนำ
ทางธุรกิจ แห่งกรุงเทพฯ กับ “เสื้อแดง”, ชาวชนบท ผู้ใช้แรงงาน คนที่หวลระลึกถึงทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี และรวมไปถึงคนรักประชาธิปไตยผู้ไม่ยอมรับความชอบธรรมทางการเมืองของเหล่า
ชนชั้นนำที่ครองอำนาจอยู่ แต่ยังต้องนับรวม “เสื้อชมพู”, สีเหลืองแปลงร่างตั้งแต่พวกเขาถูกตั้งข้อสังเกตว่า
มีเจตนารมณ์รุนแรงตกขอบเกินไป ต้องรวม “แตงโม”, “เขียวนอกแดงใน”, ทหารในเครื่องแบบที่ถูกสงสัยว่า
เป็น “สีแดง” ผู้ตะขิดตะขวงใจในการร่วมปราบปราม ต้องรวมข่าวลือเรื่อง “เสื้อดำ”, กลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่าย
ผู้ลั่นไกในเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน (เสียชีวิต 25 ราย) ต้องรวมการชุมนุมล่าสุดของ “เหลือง-ชมพู”
หรือที่บางคนเรียกกันว่า “หลากสี” หรือเรียกให้ดูเจ้าบทเจ้ากลอนกว่านั้นว่า “สีรุ้ง” เพื่อ “สันติภาพระหว่างสี”
สาวน้อยคนหนึ่งท่าทางอ่อนล้าตัดรำคาญด้วยการบอกเสียเลยว่า “ตาบอดสี” ถ้าสงครามแห่งสีเป็นบ่อเกิดของ
เสียงหัวเราะ มันก็นำพามาซึ่งวิกฤติซ้ำแล้วซ้ำเล่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเผยถึงความแตกแยกร้าวลึกในสังคม
เบื้องหลังความลึกลับของประชาชนเป็นหนึ่งเดียว เบื้องหลังขององค์อธิปัตย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ภูมิพลอดุลยเดช ผู้น่าเคารพสักการะ, 82 พรรษา, ครองราชย์ 64 ปี เบื้องหลังการเมืองที่ขับเคลื่อนภายใต้
การควบคุมของเหล่าทหารเสือราชินีแห่ง รัฐประหาร ประเทศไทยได้แตกสลายเป็นเสี่ยง ฝ่าย “สีแดง” ซึ่ง
ชุมนุมในกรุงเทพฯตั้งแต่ 14 มีนาคม เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พ้นจากตำแหน่ง
และให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พวกเขากู่ร้องตะโกนด้วยความโกรธ บนเสื่อแห่งการคัดค้าน,
ซึ่งยึดครองพื้นที่เขตการค้าย่านราชประสงค์, ความทุกข์ยากลำเค็ญนอนแผ่เหยียดยาวอยู่ระหว่างห่อข้าว
กับภาพถ่ายของทักษิณ และความคุ้มคลั่งปวดร้าวฟาดเข้าไปยังชนชั้นนำและระบบการเมือง-การทหาร
ก็เป็นที่โต้เถียงกันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน “เราต้องการประชาธิปไตย และมีชีวิตที่ดี” วิชา พวงแก้ว
จากหมู่บ้านแห่งแม่ฮ่องสอน ในภาคเหนือกล่าว เขาเป็นกรรมกรในอาคารแห่งหนึ่ง ได้เงิน 300 บาท
(7 ยูโร) ต่อเดือน เขาเสียดายรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ไม่เพียงเพราะว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง
แต่เพราะ “แม้ทักษิณจะคอรร์รัปชั่น แต่เราก็มีชีวิตที่ดี” อดีตนายกรัฐมนตรี มหาเศรษฐีพันล้านมากอำนาจ
ได้ริเริ่มนโยบายสังคมอย่างที่ประเทศนี้ ไม่เคยรู้จักมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ธนาคาร
อย่างสะดวก นโยบายสุขภาพที่ให้คนไทย แต่ละคนได้รับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยเงิน 30 บาท
หลังการจากไปของทักษิณผู้ลี้ภัยอยู่ต่างแดนนับแต่ รัฐประหาร 2549 นโยบายเหล่านี้ไม่ได้หยุดไป
แต่รัฐบาลถูกโจมตีเรื่องขาดความชอบธรรม ตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจ ช่องว่างระหว่างเมืองหลวงและชนบท
ยิ่งถ่างออกกว้างขึ้น ความหยิ่งผยองของชนชั้นนำถูกป่าวร้องไปทั่ว การกระจายความมั่งคั่งไม่ปรากฏ
พระพงศ์ปรา ขันธะวีโร จากเลย จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมกับ “สีแดง” ด้วยความเมตตา
ต่อประชาชน “ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปัญหาเรื่องการขาดความยุติธรรม” พระพงศ์ปรารำพึงรำพัน “สีแดงคือ
ไพร่ของสังคมไทย” ชายในผ้าเหลืองผู้นี้หวังเช่นเดียวกับสีแดงทุกคน คือ ความยุติธรรม และความเสมอภาค
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ “เหลือง” “ชมพู” และ “หลากสี” รวมตัวกันอยู่ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพ
จัดการคนเสื้อแดง บรรยากาศแบบคนเมืองอย่างยิ่ง ผ่อนคลาย แต่กลับมีถ้อยคำที่โจมตีอย่างหนักหน่วง
“คนเสื้อแดงทำลายชาติ” โอพิศ ผ่องภู่ นักกฎหมาย กล่าว “พวกเขายากจน ไร้การศึกษา ถูกใช้
ไม่มีความคิดอะไรเลยกับสิ่งซึ่งเป็นประชาธิปไตย พวกเขามาจาก ชนชั้นล่าง” จักกฤษณ์ นักศึกษา กล่าวข่ม
“คนเสื้อแดงจุดประเด็นท้าทายอย่างแท้จริงให้แก่สังคมนี้” ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ อาจารย์รัฐศาสตร์
ผู้ร่วมลงชื่อจดหมายเปิดผนึกของนักวิชาการอิสระกลุ่มสนับสนุนเสื้อแดง
เพื่อเรียกร้องให้มี
การเลือกตั้งใหม่ “ต้องไม่ประเมินคนเสื้อแดงต่ำเกินไป ในคนเสื้อแดง ไม่ได้มีแต่คนยากคนจนจาก
ชนบทภาคเหนือ แต่มีคนกรุงเทพฯและชนชั้นกลางจำนวนมากร่วมด้วย ทักษิณได้เปิดพื้นที่การเมือง
ให้แก่ชนชั้นนำใหม่ กลุ่มทุนใหม่ เขาได้เริ่มต้นปฏิวัติระบบ...” แม้อาจเปลี่ยนแปลงมากไปบ้างและ
ผิดพลาดบ้าง ทักษิณได้มีส่วนเปิดม่านที่ปกคลุมรอยร้าวของประเทศไทยซึ่งกังวลถึงความอยู่ดีมีสุข
ของคนไทย กังวลถึงบทบาททางจารีตประเพณีที่ตกทอดมายาวนานของกษัตริย์อันใช้ได้น้อยลง “สีเหลือง”
ได้มีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่การก่อตั้งของอำนาจซึ่งไม่ชอบธรรม และสีแดงมีส่วน,
วันนี้, เปิดม่านด้วยการไม่ยอมทนอีกต่อไปของพวกเขา แม้เสี่ยงอันตราย วิชาจะอยู่กรุงเทพฯกับ
มิตรสหายเสื้อแดงต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะออกไป เอาเข้าจริง หากกล่าวอย่างอนุโลม เขาเดินทางไปกลับ 3 ครั้ง
แล้วเพื่อ “ดูว่าเมียของผมยังอยู่ที่บ้าน” เขาสารภาพพร้อมรอยยิ้มแหยๆ ประเทศไทยค้นพบว่าตนเองไม่ได้
สมัครสมานสามัคคี และบางทีอาจกลับมาสมานฉันท์กันไม่ได้อีกนาน และการปลดปล่อยเรื่องการพูด,
ซึ่งโจมตีกระทบต่อรัฐบาล กองทัพ และบางครั้งรวมถึงวังด้วย, ไม่อาจย้อนกลับมาแก้ไขได้อีกแล้ว เสรีภาพนี้
ความลุ่มหลงนี้ นำมาทั้งความยินดีและความน่ากลัว และความไม่แน่นอนอย่างแท้จริงในอนาคต

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

En Thaïlande, l'unité du royaume a volé en éclats


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Thu Apr 22, 2010 11:27 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Mar 27, 2010 11:35 am

Top 10 Declassified Secrets

sunny พิมพ์ว่า:3 U.S.S Liberty





On June the 8th 1967, during the six day war, Israel deliberately attacked
the intelligence collection ship USS Liberty, in full awareness it was
a U.S. Navy ship, and did its best to sink it and leave no survivors.
The attack killed 34 U.S. servicemen and wounded at least 173.
Scores of intelligence analysts and senior officials have known this for
years. That virtually all of them have kept a 40-year frightened
silence is testament to the widespread fear of touching this live wire.
According to NSA documents – classified top secret – some senior
officials in Washington wanted above all, to protect Israel from embarrassment.

this video gives a brief overview of the incident along with a few others of note. Supporting Documents.


Israeli attack on USS Liberty (US Navy ship)

http://www.ussliberty.org/
The USS Liberty incident was an attack on a U.S. Navy intelligence ship,
USS Liberty, in international waters about 12.5 nautical miles (23 km)
from the coast of the Sinai Peninsula, north of El Arish, by Israeli
fighter planes and torpedo boats on June 8, 1967.

It occurred during the Six-Day War, a conflict between Israel and the Arab states
of Egypt, Jordan and Syria. The Israeli attack killed 34 U.S.
servicemen and wounded at least 173. The attack was the second
deadliest against a U.S. Naval vessel since the end of World War II,
surpassed only by the Iraqi Exocet missile attack on the USS Stark on
May 17, 1987, and marked the single greatest loss of life by the U.S. Intelligence Community.



Fox News Covers Deliberate Israeli Massacre of US Sailors on USS Liberty

Playlist: Liberty Ship Attact. Why ?


[youtube][/youtube]

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Mar 27, 2010 12:01 pm

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000042669

เรือรบโสมขาวล่มในทะเลเหลือง สูญหาย 40

27 มีนาคม 2553 11:46 น.


แฟ้มภาพ-เรือรบชอนอันของกองทัพเกาหลีใต้

เอเอฟพี - เรือรบของกองทัพเรือเกาหลีใต้พร้อมลูกเรือ 104 คน
ล่มลงในน่านน้ำที่เป็นประเด็นพิพาทกับเกาหลีเหนือ ทำให้กะลาสีเกือบ 40
คนสูญหาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุ ยังไม่พบสัญญาณว่าเป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ


โฆษกคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้แถลงว่า เรือรบคอร์แวตต์ขนาด 1,200 ตันล่มลงใกล้กับ
เกาะแบงเนียงในเขตทะเลเหลือง เมื่อเย็นวานนี้(26) หลังจากเกิดระเบิดที่ยังอธิบายสาเหตุไม่ได้
ทำให้เรือขนาด 88 เมตรลำนี้หงายลำขึ้น สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า กะลาสีเรือสูญหาย 40 คน
ขณะที่ก่อนหน้านี้กองทัพรายงานว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือชีวิตลูกเรือมาได้ 58 คน
และไม่ยืนยันรายงานข่าวของสำนักข่าวยอนฮัป

กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า กำลังส่งทีมกู้ภัยออกไปค้นหาผู้ที่อาจจะรอดชีวิตอยู่อีก
ขณะที่ทีมนักประดาน้ำของกองทัพเรือเตรียมลงไปสำรวจเพื่อสอบสวนหาสาเหตุของ
เหตุเรือล่มครั้งนี้ พร้อมกับกู้ศพผู้เสียชีวิตอีกครั้ง หลังจากหยุดพักในช่วงกลางวันของวันนี้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ศพมาได้กี่ศพ

ด้านประธานาธิบดีลี-มยองบัค เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงฉุกเฉิน
และสั่งให้สอบสวนหาสาเหตุทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีปฏิเสธความเป็นไปได้ว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการโจมตีจากเกาหลีใต้ แม้ว่าขณะเกิดเหตุเรือรบลำดังกล่าวล่องอยู่ใน
น่านน้ำทางใต้ของทะเลเหลือง ซึ่งเป็นพรมแดนที่มีปัญหาพิพาทกับเกาหลีใต้

เผยเรือรบโสมขาวแตกสองเสี่ยงญาติทหารสูญหายทะเลาะเจ้าหน้าที่

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2553

คมชัดลึก :โซล-กระทรวงกลาโหมเผยเรือรบโสมขาวที่อับปางแตกออกเป็นสองเสี่ยงจมอยู่ใต้ทะเล
อากาศเลวร้ายยังเข้าไม่ถึงซาก ขณะที่ญาติปะทะเจ้าหน้าที่ทวงถามความจริงในเหตุการณ์สลด

เว็บไซต์ข่าวบีบีซี เวิลด์ของอังกฤษรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (28 มี.ค.) ว่าเรือรบแชนาน
ที่ประสบอุบัติเหตุลึกลับจนทำให้อับปางลงนอกชายฝั่งใกล้พรมแดนเกาหลีเหนือพร้อมการสูญหายของลูกเรือ
อีก 46 ชีวิตนั้น ล่าสุดนายคิม แต ยัง รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีเหนือ ที่เดินทางไปยังจุดที่เรืออับปางเผยว่า
ตัวเรือได้แตกออกเป็นสองเสี่ยงก่อนจะจมลงที่ก้นทะเลลึก ขณะที่สภาพอากาศเลวร้ายก็ทำให้หน่วยประดาน้ำ
ของกองทัพไม่สามารถเข้าใกล้ซากเรือได้ นายจอห์น ซัดเวิร์ธ ผู้สื่อข่าวของบีบีซีรายงานว่า
ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เรืออับปาง แต่ได้สันนิษฐานไว้หลายข้อ ได้แก่เกิดการระเบิดขึ้นบนตัวเรือเอง
หรือการระเบิดเกิดจากการที่เรือไปชนกับหิน หรือทุ่นระเบิดใต้ทะเล และสุดท้ายคือการโจมตีจากภายนอก
แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือซึ่งมักมีการกระทบ กระทั่งกันเรื่องพรมแดน
มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ส่วนความหวังเรื่องการรอดชีวิตของทหารเรือที่สูญหายนั้น
เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้กล่าวว่า แทบเป็นไปไม่ได้เพราะเวลาล่วงเลยมานานเกือบ 3 วันแล้ว อีกทั้งน้ำทะเล
ยังอยู่ในสภาพเย็นจัดเกือบจุดเยือกแข็งจึงยากที่จะมีผู้รอดชีวิต แต่นักกู้ภัยบางคนยังมีความหวังว่า
อาจมีบางคนที่รอดชีวิตด้วยฟองอากาศที่ยังอัดอยู่ในตัวเรือ แม้อุณหภูมิน้ำทะเลจะอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียสก็ตาม
ขณะที่ประธานาธิบดีลี มยอง บัค ได้เรียกร้องให้บรรดาเจ้าหน้าที่กู้ภัยอย่างละทิ้งความหวังในการค้นหา
ผู้รอดชีวิต โดยระบุว่า ขอให้พยายามยิ่งยวดในภารกิจกู้ภัยด้วยความหวังว่ายังอาจมีลูกเรือรอดชีวิตอยู่ในนั้น
ด้านบรรดาญาติของนาวิกโยธินเกาหลีใต้ 46 คนที่สูญหายไปได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคง
ด้วยความโกรธแค้นที่ฐานทัพเรือ ระหว่างพยายามเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยครอบครัวของนาวิกโยธินประมาณ 150 คน ที่ไปชุมนุมกันที่ฐานทัพเรือเปียงแต็ก ทางใต้ของกรุงโซล
พยายามฝ่าการอารักขาของเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคง เมื่อวันเสาร์ ซึ่งร้อยเอกชอย วอน อิล กัปตันเรือเชียวนัน
ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้เป็นคนสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีรายงานด้วยว่า ตอนที่ร้อยเอกชอย วอน อิล
พยายามจะออกฐานทัพเรือ รถยนต์ของเขาถูกญาติของนาวิกโยธินรุมด้วย ก่อนหน้านี้มีรายงานเบื้องต้นด้วยว่า
ก่อนที่เรือจะจม เรือได้ยิงปืนหลายนัดไปยังเรือไม่ทราบสัญชาติลำหนึ่ง แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ออกมายืนยันว่า
เป็นเพียงการไล่กลุ่มนกกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=440317

ทีมค้นหาเกาหลีใต้พบท้ายเรือของเรือที่อัปปาง


29 มีค. 2553 12:51 น.

ทีมค้นหาของเกาหลีใต้ใช้ระบบโซนาร์ระบุตำแหน่งชิ้นส่วนท้ายเรือของเรือ"เชียวนัน"ของกองทัพ
ที่ขาดออกจากตัวเรือด้วยแรงระเบิดได้แล้วในบริเวณทะเลเหลืองใกล้น่านน้ำเกาหลีเหนือ
เมื่อคืนวาน โดยอยู่ลึกลงไปใต้น้ำ 40 เมตร และทีมประดาน้ำจะลงไปตรวจดูในวันนี้
เพื่อค้นหานาวิกโยธิน 46 คนที่อาจติดอยู่ในส่วนท้ายเรือ ส่วนหัวเรือพบตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ก่อนหน้านั้นทีมกู้ภัยสามารถเก็บเสื้อชูชีพได้เกือบ 20 ตัว หมวกนิรภัย 15 ใบในทะเล
ภายในรัศมี 11-29 กิโลเมตรจากจุดที่เรือล่ม แต่ยังไม่พบลูกเรือ

ด้านประธานาธิบดีลี มยอง บัก ได้สั่งให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับสาเหตุการระเบิดบนเรือ
ที่ทำให้เรืออัปปาง เมื่อคืนวันศุกร์ในทุกประเด็นที่เป็นไปได้ แต่เตือนไม่ให้รีบด่วนสรุป
พร้อมกับกำชับให้หน่วยค้นหาอย่าได้ล้มเลิกความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิต
ส่วนสื่อมวลชนเกาหลีใต้รายงานเกี่ยวกับทฤษฎีสาเหตุการระเบิดมากมาย
รวมถึงการโจมตีจากเกาหลีเหนือ แต่กองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐบอกว่า
ไม่พบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเกาหลีเหนือที่จะมีส่วนทำให้เรืออัปปาง

โสมแดงเตือนเกาหลีใต้เรื่องชายแดน

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2553


คมชัดลึก :เกาหลีเหนือเตือนเกาหลีใต้เรื่องชายแดน ไม่พูดเรื่องเรืออัปปางที่ยังหาทหารไม่พบ 46 นาย

(29มี.ค.) สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ในวันนี้ร้องเรียนว่าเกาหลีใต้
กำลังทำสงครามประสาทตามแนวชายแดนทางบกระหว่างกัน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ถึงขั้นอันตราย
พร้อมเตือนว่าอาจเกิดผลลัพท์ไม่คาดฝัน ซึ่งรวมทั้งการสูญเสียเลือดเนื้อ แถลงการณ์พาดพิงถึง
การเยือนชายแดนขององค์กรสื่อต่างๆกับพวกอื่นๆที่เกาหลีเหนือบอกว่า กำลังเตรียมรณรงค์ใส่ร้ายป้ายสีตน
และเรียกร้องให้สหรัฐฯซึ่งเป็นพันธมิตรของเกาหลีใต้เข้าแทรกแซง

แถลงการณ์ระบุเพียงเรื่องพรมแดนทางบกไม่พาดพิงเรื่องพรมแดนทางน้ำซึ่งอยู่ใกล้ๆกับจุด
ที่เกิดเหตุระเบิดลึกลับบนเรือลาดตระเวน "เจ้าหนาน"ของเกาหลีใต้ในทะเลเหลืองเมื่อวันศุกร์
ซึ่งเกาหลีใต้ก็ไม่ได้พาดพิงถึงเกาหลีว่าเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ในขณะที่ยังคงพยายามตามหาลูกเรือ 46 คน
ที่สูญหายอยู่ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้องและความไม่พอใจของหลายคนที่วิจารณ์รัฐบาล
ที่ยังหาศพไม่พบแม้แต่ศพเดียว ในปฏิบัติการกู้ภัยท่ามกลางคลื่นและลมแรง กับคาดว่าต้องใช้เวลา
หลายสัปดาห์กว่าจะทราบสาเหตุของการระเบิดที่ทำให้เรือหักครึ่ง
ที่ผ่านมา เกิดความตึงเครียดเป็นระยะๆระหว่างสองเกาหลี โดยนักเคลื่อนไหวเกาหลีใต้มักพยายาม
ส่งเอกสารรณรงค์ วิทยุ และที่บ่อยครั้งในช่วงหลังคือโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม ข้ามพรมแดนเข้าไป
โดยมองว่าเป็นวิธีช่วยบ่อนทำลายรัฐบาลเกาหลีเหนือ

http://www.thairath.co.th/content/oversea/78624
โสมแดงยึดทรัพย์โสมขาวแถมขู่สงคราม


เกาหลีเหนือยึดอาคาร 5 หลัง และจ่อยึดสมบัติของเกาหลีใต้ในพื้นที่ท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศทั้งหมด
เพราะข้อพิพาทเรือรบเกาหลีใต้ล่ม ขณะที่ผู้นำเกาหลีใต้ประนามเกาหลีเหนือว่าชอบทำสงครามมากที่สุดในโลก...

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อ 23 เม.ย.ว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือเข้ายึดทรัพย์สินของเกาหลีใต้
อันเป็นตึกอาคาร 5 หลัง และเตรียมยึดสมบัติที่เหลือทั้งหมด ที่อยู่บริเวณสถานตากอากาศ
ริมเทือกเขาคุมกัง เขตชายแดนพื้นที่ท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ และขับไล่บุคลากรของเกาหลีใต้
ออกจากพื้นที่ทั้งหมด พร้อมส่งสัญญาณเตือนภัยสงครามบนคาบสมุทรเกาหลี หลังเกิดข้อพิพาทวิเคราะห์
หาสาเหตุเรือรบของเกาหลีใต้ที่ถูกยิงจมปริศนากลางทะเล บริเวณเส้นแบ่งเขตน่านน้ำ ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้
ชูประเด็นข้อสงสัยว่าเป็นการกระทำของเกาหลีเหนือ แต่ถูกปฏิเสธความรับผิดชอบมาโดยตลอด

ล่าสุด ประธานาธิบดี ลี เมียง-บัค แห่งเกาหลีใต้ แสดงท่าทีชี้ชวนเชิงเผชิญหน้า ด้วยการกล่าวหาว่า
เกาหลีเหนือเป็นประเทศชอบใช้กำลังทำสงครามมากที่สุดในโลก



  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 23 เมษายน 2553, 17:00 น.


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri Apr 23, 2010 9:58 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Mar 27, 2010 2:19 pm

กองทัพไทย-สหรัฐฯ เปิดฉาก"คอบราโกลด์"
กองทัพไทย-สหรัฐฯ เปิดฉาก"คอบราโกลด์" ซ้อมรบกับพันธมิตรเอเชีย

1 กุมภาพันธ์ 2553 19:11 น.


การซ้อมรบคอบราโกลด์เปิดฉากขึ้นอีกครั้งในวันนี้(1) จนถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์

เอเอฟพี - กองทัพสหรัฐฯเปิดฉากการซ้อมรบร่วมใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
"คอบร้าโกลด์" ซึ่งเป็นการซ้อมรบประจำปีร่วมกับกองทัพไทย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย
และสิงคโปร์
โดยในปีนี้กองทัพเกาหลีใต้ได้เข้าร่วมด้วย



ทหารจากกองทัพสหรัฐอเมริกา ไทย และเกาหลีใต้

แอคท่าถ่ายรูประหว่างร่วมฝึกลำเลียงพลขึ้นบก ในการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์
2010 ซึ่งเกาหลีใต้ร่วมฝึกเป็นครั้งแรก ที่หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่มา http://www.thaipost.net/node/17499

http://thai.bangkok.usembassy.gov/news/press/2010/001-t.html

ข่าวสถานทูต 2553

แถลงข่าวการฝึกคอบร้าโกลด์ 2010 ระหว่างวันที่ 1-11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กองทัพไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกาประกาศในวันนี้
ถึงการร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1-11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คอบร้าโกลด์เป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีแบบร่วม/ผสมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
อย่างสม่ำเสมอโดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ คอบร้าโกลด์ 2010 (CG10) เป็นการฝึกครั้งล่าสุด
ของชุดการฝึกซ้อมทางทหารอย่างต่อเนื่องซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสริมสันติสุขและความมั่นคง
ในภูมิภาค และการฝึกระดับภูมิภาคที่มีความสำคัญนี้ได้เวียนมาบรรจบครบเป็นปีที่ 29 แล้ว

นายเอริค จี. จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยกล่าวในงานแถลงข่าว คอบร้าโกลด์ 10 ว่า
คอบร้าโกลด์เป็นความร่วมมือทางทหารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคแปซิฟิก
และเป็นสัญญาณแสดงถึงพันธกรณีของสหรัฐฯ ที่มีต่อความมั่นคงของมิตรประเทศและ
พันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


“คอบร้าโกลด์เป็นโอกาสในการฝึกซ้อมทางทหารสำหรับ ประเทศต่างๆ ที่ไม่เหมือนการฝึกอื่นใด
และในขณะเดียวกันยังช่วยส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างกองทัพและประชาชนในท้องถิ่นด้วย...
ระหว่างที่ทหารกำลังฝึกทักษะในภาคพื้นดินในอากาศและในทะเลรอบๆ ประเทศไทย
ทหารจากสหรัฐฯ ไทย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลีและสิงคโปร์จะร่วมฝึกในปฏิบัติการ
รักษาสันติภาพนานาชาติภายใต้สถานการณ์สมมติ พร้อมกันนี้ โครงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชนบทของไทย และเป็นโอกาสให้ทหารได้พัฒนาทักษะ
สำหรับปฏิบัติการรักษาสันติภาพหรือการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในอนาคต”

การฝึกซ้อมจะประกอบด้วยการฝึกซ้อมแก้ปัญหาสถานการณ์จำลองด้วยคอมพิวเตอร์ในที่
บังคับการ(Command post exercise CPX) การฝึกภาคสนามที่เกี่ยวเนื่องกับการฝึกปัญหาที่บังคับการ
และการดำเนินโครงการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและสังคม การฝึกคอบร้าโกลด์นี้มี
วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของกองกำลังแปซิฟิกในการปฏิบัติการยุทธการร่วมระหว่างประเทศ
และเพิ่มขีดความสามารถปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพนานาชาติ

กองกำลังผสมการฝึกปัญหาที่บังคับการจะประกอบด้วยกอง กำลังทางทหารของไทย สหรัฐอเมริกา
สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซียและสาธารณรัฐเกาหลี ส่วนในการฝึกภาคสนาม จะมีประเทศไทย
สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลีและกองกำลังสหประชาชาติ
เข้าร่วมการฝึกปฏิบัติการที่ออกแบบตามสถานการณ์จำลองการให้การสนับสนุน
การรักษาสันติภาพระดับพหุภาคีของสหประชาชาติ
สำหรับโครงการความช่วยเหลือ
ด้านมนุษยธรรมและสังคมนั้นจะมีประเทศไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย
และสาธารณรัฐเกาหลีร่วมดำเนินการ

สื่อมวลชนที่สนใจทำข่าวการฝึกครั้งนี้ กรุณาติดต่อบุคคลต่อไปนี้

  • พันโทหญิง Cynthia Teramae กองทัพบกสหรัฐฯ สำนักงาน Public Affairs กองกำลังแปซิฟิก หมายเลขโทรศัพท์ (808) 438-9760 หรืออีเมล cynthia.teramae@us.army.mil
  • Ms. Betsy Weiner กองทัพบกสหรัฐฯ สำนักงาน Media
    Relations กองกำลังแปซิฟิก หมายเลขโทรศัพท์ (808) 438-6350 โทรศัพท์มือถือ
    (808) 227-2073 หรืออีเมล betsy.weiner@us.army.mil
  • คุณบุษบงลาวัณย์ พัฒโร ฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หมายเลขโทรศัพท์ 02-205-4418
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=440324

ทัพเรือไทยเตรียมความพร้อมฝึกกะรัต 2010

29 มีค. 2553 13:15 น.

พลเรือตรี ไชยยศ สุนทรนาค ผู้บัญชาการ กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการและผู้อำนวยการฝึกผสม
กะรัต 2010 พร้อมด้วย พลเรือตรี หญิง นอร่า ดับเบิ้ลยู ไทสัน ผู้บัญชาการหน่วยส่งกำลังบำรุงภาคพื้นแปซิฟิก
สหรัฐอเมริกาและรองผู้อำนวยการฝึกผสมกะรัต ได้ร่วมประชุมวางแผนการฝึกขั้นสุดท้าย
ณ ห้องประชุมนาวีสันทนา อาคารรับรอง 2 ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมีข้าราชการทั้ง 2 ฝ่ายประชุมหารือ
วางแผนการฝึกให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งได้กำหนดพิธีเปิดการฝึกอย่างยิ่งใหญ่
ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 ณ สนามหน้าหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ
จังหวัดชลบุรี

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ พล.ร.ต.ไชยยศ สุนทรนาค ผู้อำนวยการฝึกผสมกะรัต 2010 และผู้บัญชาการ
กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ กล่าวว่า ได้เชิญหน่วยกำลังรบหลัก กองเรือยุทธการ
หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และหน่วยสนับสนุนการฝึก
มาร่วมประชุมเพื่อเป็นการวางแผน การฝึกผสมกะรัตให้เกิดประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของกองทัพเรือ
ประเทศสหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย
เพราะเป็นการฝึกผสมระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา
โดยฝ่ายสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ริเริ่มตามโครงการฝึกผสมในลักษณะทวิภาคีกับประเทศต่าง ๆ
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา

เรื่องไม่ลับ ...กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง=ปล่อย ผู้ค้าอาวุธสงคราม ??

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t834-125.htm

Founded by Donald Keys, a disciple of Alice Bailey and former UN consultant, and presided over for
many years by the late Norman Cousins (CFR), the Planetary Citizens organization supports
the expansion of UN power and institutions.

In Earth At Omega, Keys maintains,
We have meditations at the United Nations a couple of times a week.
The meditation leader is Sri Chinmoy, and this is what he said about this situation:
The United Nations is the chosen instrument of God; to be a chosen instrument means to be
a divine messenger carrying the banner of God’s inner vision and outer manifestation.
One day the world will... treasure and cherish the soul of the United Nations as its very own
with enormous pride
, for this soul is all-loving, all-nourishing, and all-fulfilling”.[4]

http://www.thairath.co.th/content/pol/77678

แดงเรียกร้องUN ส่งทหารช่วย ยันสันติไม่มีอาวุธ



ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก

เสื้อแดงส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึงยูเอ็นและฮิวแมน ไรท์ คันซิลให้ส่งคน
เข้าสังเกตการณ์การชุมนุมและส่งทหารเข้าดูแลสถานการณ์

พร้อมหอบหลักฐานการชุมนุมส่งถึงฮิวแมน ไรท์ คันซิลสำนักงานใหญ่ที่เจนีวา...เมื่อ เวลา 10.45 น.
วันที่ 19 เม.ย. ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก นำจดหมายยื่นต่อองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
สำนักงานประเทศไทย ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ จากนั้น เปิดเผยว่าได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อสภา
องค์กรสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ (ฮิวแมน ไรท์ คันซิล ) และยูเอ็นเพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่
เข้ามาสังเกตการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง เพราะเป็นการชุมนุมสันติ และ
อยากให้ส่งทหารเข้ามาดูแลสถานการณ์
นอกจากนั้น ยังทราบว่าฮิวแมน ไรท์ คันซิล สำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวาสนใจการชุมนุมในไทย
ดังนั้น จึงรวบรวมหลักฐานมามอบด้วย โดยตนเป็นตัวแทนของแกนนำเสื้อแดงมา.



  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 เมษายน 2553, 11:30 น.
http://www.komchadluek.net/detail/20090624/18237/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89.html

มะกันแนะ"ต้องถอนทหาร"ดับไฟใต้
วันที่ 24 มิถุนายน 2552

คมชัดลึก :อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกหนังสือมะกันเปรียบ 3 จังหวัดชายแดนใต้
ชี้ “ควรถอนทหาร” เลิกวิธีคิดดับไฟ ด้วยความรุนแรง "แม่ทัพภาค 4ควง พญ.คุณหญิงพรทิพย์
พบญาติผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงกราดในมัสยิด ทหารร่วมชาวบ้าน300ละหมาดฮายัดหลังคนร้าย
ยิงอาคารโรงงานฮาลาลปัตตานี


(24 มิ.ย.) ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการจัดงานเปิดตัวหนังสือ “รัฐศาสตร์ไม่ฆ่า”
เขียนโดย ศ.เกล็น ดี.เพจ นักวิชาการชาวสหรัฐอเมริกา โดยนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
นักวิชาการอิสระ เป็นผู้แปล นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า
หนังสือเล่มนี้ ด้รวบรวมข้อมูลไว้ว่า
มี 20 ประเทศทั่วโลกที่ไม่มีกองกำลังทหาร หรือกองทัพ
ซึ่งอาจารย์สอนวิชารัฐศาสตร์ในประเทศไทยบางคนและคนไทยทั่วไปอาจไม่รู้

อย่างไรก็ตามการปราศจากกองกำลังทหารมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ

ไม่มีกองทัพเลย หรือการมีสนธิสัญญาป้องกันไว้
ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราไม่เคยตั้งคำถามว่า
ประเทศไทยจะไม่มีกองทัพได้หรือไม่
ประเทศอื่นเขาทำมาแล้ว


ถ้าเราเอาสถาบันโครงสร้างบางอย่างออกไปจากสังคม ทรัพยากรที่มีในระบบที่เคยถูกนำไปใช้ในกองทัพ
เช่น งบประมาณ ซึ่งแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะสามารถถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ได้
ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องสุขภาพอนามัย หรือการแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า
เรื่องนี้ขอตั้งคำถามว่าจะนำไปสู่การถอนกำลังทหารของจากพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้ หรือไม่
แต่ตนไม่ได้หมายถึงให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมดในเวลานี้ ซึ่งสถานการณ์ยังมีความรุนแรง
เป็นอย่างมาก แต่โจทย์ใหญ่คือในอนาคตจะคิดวิธีการอื่นในการจัดการปัญหานี้ ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา
การมีกำลังทหารและการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ก็ไม่สามารถแก้ ปัญหาให้จบลงได้ ทั้งนี้สำหรับความรุนแรง
ที่เกิดขึ้นอีกในระลอกนี้ ตนคิดว่าเป็นเพราะในพื้นที่มีการซ่องสุมอาวุธไว้มาก โดยมีอาวุธปืนเป็นแสนกระบอก
ในมือของผู้คนมากมาย ไม่เฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ซึ่งแต่ละฝ่าย ล้วนขาดวินัยในการใช้กำลังและอาวุธ

ด้านนายศิโรตม์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มี การใช้งบประมาณ และกำลังทหาร
ทุ่มลงไปมาก แต่ไม่ก็ไม่เกิดผลใดๆ ตนคิดว่าใช้ความรุนแรงตลอดไปก็ไม่ได้ผล ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า
เกิดความสงบขึ้นในพื้นที่ ในช่วงที่เราใช้มาตรการทางการเมืองนำการทหาร
ดังนั้นเห็นว่ารัฐควรจะทบทวนเรื่องนี้หรือไม่

"โหรกิจจา" ทำนาย10วันอันตราย-มีคนตายจุดเปลี่ยนประเทศไทย
วันที่ 24 เมษายน 2553 23:26
โดย : หมอนิด-กิจจา ทวีกุลกิจ

"หมอนิด-กิจจา" มอง 10วันอันตราย-มีคนตายจุดเปลี่ยนประเทศไทย!
จะดีจะเลวอยู่ที่สฤษดิ์2 ปฏิวัติแต่อย่าเป็นนายกฯ ฟันธง"ทักษิณ"ไม่ได้กลับประเทศดี

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2553 เว็บไซต์"ไทยอินไซเดอร์" ลงคำบอกเล่าการทำนายของ
"หมอนิด-กิจจา ทวีกุลกิจ" โหรชื่อดัง ทำนายชะตาของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ทั้งก่อนและหลักงเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง 10 เมษายน 2553 จากนี้ไป
"จุดเปลี่ยนประเทศไทย" จะเป็นอย่างไร! โปรดใช้วิจารณญาณ...

Q : ที่หมอนิดเคย ทำนายไว้ก่อนหน้านี้ว่าคุณอภิสิทธิ์จะไม่ยุบสภา แต่อาจจะลาออก
เพื่อแสดงสปิริตจากเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเวลานี้เกิดเหตุรุนแรงจากการ
สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ขึ้นแล้ว หมอนิดยังเชื่อเหมือนเดิม
A : ผมคิดว่า...เหมือนเดิมนะ ไม่มีการยุบสภา พอถึงเวลาการจัดการกลุ่มผู้ชุมนุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็อาจจะมีการลาออก การยุบสภา...ผมก็ยังเชื่อมั่นอยู่ว่า คงจะไม่ได้ยุบหรอก

Q : การลาออกมีเหตุผลเหมือนเดิม คือรับผิดชอบกับเหตุการณ์รุนแรงที่มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ
กับครอบครัวร้องขอ
A : 1. ลูก-เมีย...ขอร้อง 2. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขามีสปิริต ลูกผู้ชายพอ ลาออกหรือว่า
มีการถวายพระราชอำนาจคืน เพื่อเลือกตั้งนายกฯคนใหม่ขึ้นมา
คำตอบเคยบอกไปแล้วลองหาดู

Q : นายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 คุณอภิสิทธิ์อาจเลือกทางนี้
A : ครับ

Q : การลาออก...อาจเกิดจากทหารบีบบังคับด้วย
A : เป็นไปได้ครับ ผมเขียนเอาไว้...ทหารเชิญให้ออก และพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2552-2553
พรรคถูกถึงฆาต อาจจะปิดปรับปรุงพรรค เหตุการณ์นี้จะเกิดประมาณปี 2552-2553 แล้วก็มาเกิด
ตรง " กกต. " ( คณะกรรมการการเลือกตั้ง) มีมติยุบพรรค แต่ไปถึงมือศาลแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น
ผมไม่รู้แล้ว แต่ในเหตุการณ์ที่ผมบอกไว้ว่า ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีคนชื่อ “อภิสิทธิ์ ”
มาเป็นหัวหน้าพรรค มันก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว

Q : ต่อไปนี้ไม่มีชื่อคุณอภิสิทธิ์แล้ว
A : ไม่มี ทั้งๆที่คนยังรักเขาอยู่เยอะมาก แต่ต้องขอพูดแย้มไว้นิดหนึ่งว่า “ อภิสิทธิ์เป็นคนดี ”
แต่ดีคนเดียวไม่ได้ ในพรรคคนไม่ดีเยอะ อภิสิทธิ์เป็นคนดี-แต่ดีคนเดียวไม่พอ

Q : ดวงคุณอภิสิทธิ์ตอนนี้แย่ขนาดจะหายไปจากการเมืองไทย
A : ผมเคยให้สัมภาษณ์บางสื่อ บอกว่าดวงอภิสิทธิ์จากนี้ไปจะปิดยาวเลย แล้วจะฝากเตือนว่า
อภิสิทธิ์ควรจะรีบๆ เลือกผบ.ตร.(ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) คนใหม่ขึ้นมา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ
(รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) ดวงไม่ดีมากๆ แล้วในวงการตำรวจไม่ยอมรับทั่วประเทศ
อยากจะฝากเตือน ให้ฟังเสียงเตือน กระซิบเตือนนิดหนึ่ง หาคนที่วงการสีกากียอมรับขึ้นมาใหม่
อย่าดันทุรังเอา “ ปทีป ” เลย ดวงไม่ดีจริงๆ ดวงโหลยโท่ยสุดๆ มันจะยิ่งทำให้วงการตำรวจ
เป็นมะเขือเทศเต็มไปหมด ตอนนี้ก็ 80% แล้ว เดี๋ยวจะ 100% อยากจะให้รีบเปลี่ยน แล้วก็ดวงของ
สุเทพ เทือกสุบรรณ (รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง) ก็ไม่ดีสุดๆ ดวง 2 คนนี้เตรียมดวงติดแอร์ไว้เลย
ผมให้สัมภาษณ์ไว้ตั้งนานแล้ว บอกว่าเตรียมหาโลงติดแอร์ไว้ได้เลย

Q : การเปลี่ยนตัวพล.ต.อ.ปทีปกับคุณสุเทพ จะมีส่วนช่วยให้สถานการณ์และการทำงาน
แก้ไข ปัญหาดีขึ้น สามารถช่วยคุณอภิสิทธิ์ได้
A : ผมบอกว่า ระวังสุเทพจะสั่งการผิด เพราะดวงไม่ดี-จะสั่งการผิด คำสั่งไม่ศักดิ์สิทธิ์ จะสั่งการผิด
มันก็เกิดวันที่ 10 ( เม.ย.) ให้เราเห็นแล้วว่าการสั่งการไม่ดี คนไม่ยอมรับก็มี สั่งการผิดก็เป็นไปได้
การวางแผนผิด เพราะฉะนั้นควรจะเปลี่ยน สาทิตย์ (วงษ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ)
ควรจะเปลี่ยน ควรจะพิจารณาตัวเองได้แล้ว 2 คนนี้ แล้วอนุพงษ์ (เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก)
ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รมว.กลาโหม) กล้าๆย้ายเหอะ ย้ายไปเหอะ เอาออกเลย เชื่อผมนะ...
บ้านเมืองจะดีกว่านี้ กล้าๆหน่อย ประยุทธ์ (จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.) ให้ระวังตัวหน่อย
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดวงเขาดี...แต่ระวังคนจะจ้องเก็บ
แต่อย่าอิงป๋า กับ พธม. มากเกิน ควรตัดสินใจเอง
ปรับภายในกองทัพให้มีความยุติธรรม
อย่าเล่นพรรคเล่นพวก เลือกใช้คนเป็น

Q : หมายถึงให้ระวังโดนลอบยิง-ลอบฆ่า
A : ใช่...ระวังไว้มากๆหน่อยประยุทธ์หน่ะ ระวังหน่อย ระวังตัวมากๆเลย อย่าไว้ใจแม้กระทั่งทหารด้วยกัน

Q : ดวงพล.อ.ประยุทธ์จะยังพีค (ขึ้นสูงสุด) ไปถึงปีหน้าอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
A : เหมือนเดิม...ผมไม่เคยเปลี่ยนคำทำนายครับ แล้วถ้ามีเหตุการณ์อะไร เร็วๆนี้ไม่เกินอาทิตย์นี้
หรือ 10 วันอย่างช้า มีคนตายกันอีกเยอะครับ หรือว่าแกนนำตาย ถ้าไม่รีบหนีก็ตายซะ

Q : คนเข้ามาดำเนินการจัดการกับแกนนำเสื้อแดงคือพล.อ.ประยุทธ์
A : ผมตอบอย่างนั้นไม่ได้หรอก มันเป็นไปได้ที่เสื้อแดงจะฟัดกันเอง แล้วโยนความผิดให้รัฐบาลก็ได้
หรือจะเป็นรัฐบาลทำ ผมก็ไม่รู้ อันนี้ผมไม่ได้เป็นผู้วางแผนนะ (หัวเราะ)

Q : ดวงพล.อ.ประยุทธ์มีโอกาสเข้ามาดำเนินการในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการปฏิวัติที่ยังมีโอกาสเกิดขึ้น
A : ผมให้แค่ 99% นะ จะปฏิวัติหรือเปล่า หรือว่าจะยังไง ทหารจะมีบทบาท ถ้าปฏิวัติเที่ยวนี้อยู่ยาวเลยนะ
อยู่ยาวเลยไม่ใช่อยู่แค่ปีเดียวแล้วไป แต่จะให้ดี “ ประยุทธ์ ” ไม่ควรมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ให้หาคนที่ทั่วโลกยอมรับขึ้นมา ตอนนี้ทั่วโลกทั้งประชาชนเขาก็รู้แล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดมาเมื่อวันที่ 10
ผู้ใดเป็นคนเริ่มต้นก่อน เพราะฉะนั้นมีความชอบธรรมแล้วที่ทหารจะดำเนินการ แต่ทหารสีเดียวไม่ได้
มันต้อง 3 สี สีเดียวไม่ได้ต้องเอา 3 สีรวมกัน คุณคงจะได้ฟัง “ โปรดฟังอีกครั้ง ” เร็วๆ นี้

Q : การนำทหารหลายสีมารวมกัน พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นตัวหลักหรือมีคนอื่นมาร่วมด้วย
A : “ ประยุทธ์ ” เป็นต้นหนครับ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง แต่ระวังคนจ้องตลบหลังนะ ตอนนี้ทหารทำงาน
ลำบากมาก ไหนจะต้องระวังประชาชนจะล้มตาย ไหนจะต้องระวังนักรบรับจ้างจะจู่โจม
พวกนี้น่ากลัว น่ากลัวจะโดนอาร์พีจี หรือระเบิดเข้า เนี่ยออกมาอย่างนี้ ผมยังเป็นห่วงเลยว่า
“ สงครามประชาชน ” จะเกิด ถ้าทหารออกมาช้า-สงครามประชาชนมันจะเกิด ทหารไม่ควรที่จะรีรอแล้ว

Q : ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบดำเนินการทันที
A : ใช่ครับ ไม่ควรเกินอาทิตย์นี้ หรือ 10 วันนี้...อย่างช้าแล้ว ไม่ควรเกินจากนี้แล้ว ผมคิดว่า
ประชาชน 80% ที่หนุนให้ทำด้วย แต่ประชาชนส่วนหนึ่งบอกอย่าปฏิวัติ ทำ...แต่อย่าปฏิวัติ
ถึงแม้ไม่ปฏิวัติแต่ก็คล้ายๆกัน ที่ผมเคยบอกว่าทหารจะมีบทบาท มีอำนาจ คราวนี้ทหาร
จะมีอำนาจแน่นอนแล้ว ชัดเจนแล้ว ตอนนี้ประยุทธ์ต้องระวัง ผมเป็นห่วงก็คือ
ทหารแตงโมที่แฝงตัวอยู่ ไม่เปิดเผยตัว แล้วอย่าไปประมาท “ พล.อ.ช-ช้าง ” “
พล.อ.พ.-พาน ” กับ “ เสธ. ” นั่นหน่ะ อย่าประมาท มันมีหลายคน จริงๆแล้วมีหลายคน
อย่าไปมองว่าเขาไม่มีกำลัง เขาเกษียณแล้ว อย่ามองอย่างนั้นเด็ดขาดเลย

Q : กลุ่มคนเหล่านี้มีแนวคิดที่จะจัดการกับพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อตัดทอนกำลังของรัฐบาล
A : ถูกครับ...ถูกมากๆเลย ประยุทธ์ต้องอยู่ในที่ปลอดภัยที่สุดนะ

Q : มีคนอื่นนอกจากพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ที่พอจะต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามได้
A : “ ประยุทธ์ ” เนี่ยนะ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่รู้เขาอ่านเว็บไซต์ผมหรือเปล่า เขายกขบวนไปถาม
ประยุทธ์ว่าจะปฏิวัติหรือเปล่า เขากลัวคนนี้ที่สุดเลย กลุ่มผู้ชุมนุมกลัวคนนี้ที่สุด แล้วเป็นอย่างนั้นจริงๆ
คนๆนี้จริงๆที่จะรวบรวมคนได้ แต่มีทหารบางกรม บางหน่วยไว้ใจไม่ได้นะ บางกรม บางหน่วย
อย่าไว้ใจ ผมขี้เกียจพูดกลุ่มไหน จุดไหน ประยุทธ์ต้องรู้ ผมไม่เคยรู้จักประยุทธ์ ไม่เคยเจอ
ไม่เคยอะไรทั้งสิ้น แต่ผมดูดวงเขาเป็นคนที่โอเคแหล่ะ เพียงคนนี้ไม่ขายสี-ประเทศรอด
จุดเปลี่ยนประเทศไทยกำลังจะเกิดเข้ามา จะเปลี่ยนดีหรือเปลี่ยนเลว อยู่ที่ประยุทธ์คนเดียว

Q : ให้กี่เปอร์เซ็นต์ที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ขายสี
A : ผมให้ 99% ประยุทธ์ไม่ขาย ถ้าขายคือ “ จบข่าวเลยประเทศไทย ” ไม่มีทั้งประเทศเหลือ
ไม่มีสถาบันเหลือ

Q : ตอนนี้คุณอภิสิทธิ์ควรเปลี่ยนตัวคนรอบข้าง และแต่งตั้งพล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเป็น
ผ็รับผิดชอบดำเนินการอย่างเต็มตัว
A : ถูกต้องครับ ถูกต้องเลย คือเอาคนมีฝีมือมาทำงาน อย่าเอาคนมีฝีปากมาทำงาน

Q : ตอนนี้ดวงของพล.อ.ประยุทธ์เองกับดวงของเหล่าทหารแตงโมหรืออีกฝ่าย เป็นอย่างไร
สูสีมากน้อยแค่ไหน
A : ผมก็ยังถือข้างประยุทธ์ครับ แล้วผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ทหารที่จงรักภักดีมีเยอะ ขอให้เจอ
หัวหน้าที่ดีจริงๆ เพราะฉะนั้นไม่มีใครดีกว่าประยุทธ์แล้ว ตอนนี้เขารวมกันต่อต้านไม่ให้
ประยุทธ์ได้ตำแหน่ง เขากลัวคนนี้มาก เขากลัวคนนี้ขึ้นมาปุ๊บ เหมือนกับ “ จอมพลสฤษดิ์ 2” เลยแหล่ะ
(หมายถึงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 11) <<< CIA ไง

Q : คุณอภิสิทธิ์ควรรีบแต่งตั้งพล.อ.ประยุทธ์ในช่วง 10 วันจากนี้ ที่เหตุการณ์อาจรุนแรงอีก
A : พรุ่งนี้ได้-พรุ่งนี้เลย วันนี้ได้-วันนี้เลย อย่ารีรอ เพราะว่าจุดเปลี่ยนประเทศไทย...อยู่ที่รัฐบาลนี้
-อยู่ที่ผู้นำคนนี้ จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีหรือเลว...อยู่ที่รัฐบาลนี้-อยู่ที่ผู้นำคนนี้ อย่าชักช้า
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเสียใจ เวลานี้ไม่ใช่เวลามานั่งหาเสียง เวลานี้ประเทศไทยต้องการ
ทหารของชาติ ต้องการทหารของพระราชา

Q : ดวงของคุณอภิสิทธิ์แย่ถึงขนาดไหน
A : ไม่ดีมากๆ เขาต้องเด็ดขาดแล้วนะ คือจะมานั่งพับเพียบขี้...ไม่ได้แล้วนะ ไม่ใช่มานั่งพับเพียบขี้
เป็นผู้ดี คุณอภิสิทธิ์เป็นคนดี เป็นคนดีที่ไม่เหมาะกับการเมืองไทย

Q : ถ้าคุณอภิสิทธิ์ไม่ตัดสินใจตามที่หมอนิดแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์มีสิทธิ์ดำเนินการเองได้หรือไม่
A : เออ...ถ้าผมเดาใจเขานะ ตอนนี้เขาทำอยู่แล้ว คนๆนี้ผมว่าไม่ต้องคนสั่งหรอก
ไม่ต้องอภิสิทธิ์สั่งหรอก (หัวเราะ)

Q : ไม่ต้องสั่งก็ทำ
A : ( หัวเราะ) ผมว่าเขาดำเนินการแล้ว

Q : ตอนนี้มีชื่อพล.อ.สพรั่ง (กัลยาณมิตร อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และอดีตผู้ช่วยเลขาธิการ
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ-คมช.) ว่าอาจเข้ามารับหน้าที่ดำเนินการกับเสื้อแดง
A : โอ๋...จริงๆ แล้วช่วงที่เขาแต่งตั้งอนุพงษ์ โอ้โห..เอาคนนี้ขึ้นมา ถ้าเอาสพรั่งขึ้นมา เหตุการณ์
ไม่เกิดอย่างนี้หรอก ถ้าเอาสพรั่งขึ้นมา ไม่เอาอนุพงษ์นะ โหย...ประเทศไทยมีกรรม เพราะคมช.แหล่ะ
แล้วผมด่ามาตลอด ... ถูกมั๊ยละ ผิดมั๊ยละ

Q : การเสนอชื่อพล.อ.สพรั่งขึ้นมาตอนนี้ ถือว่าช้าไปหรือไม่
A : ช้าไปมั๊ย ถ้าลงมือเลยไม่ช้า

Q : ถ้าพล.อ.สพรั่งเข้ามารับหน้าเสื่อทำแทนพล..อ.ประยุทธ์ก็ยังโอเค
A : โอ้ย... 2 คนนี้ลูกหม้อพอกันครับ สพรั่งจับมือด้วยกับประยุทธ์ จับมือด้วยกันเลย

Q : ถ้าทั้ง 2 นายพลจับมือกันทำ ก็ถือว่าโอเค
A : โอเคเลย ผมได้ข่าวมาว่า มีหมอดูคนหนึ่งบอกว่า หลังวันที่ 26 เม.ย.เขาคนนั้นคือคนทางไกล
จะกลับมา ผมก็นั่งฟัง นั่งดู กลับมาแบบห่อผ้า มาหรือเปล่า

Q : หมอนิดเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าดวงคุณทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกฯ) ตอนนี้ยังดีอยู่
A : ใช่...เพราะดวงทักษิณดีถึงทำปั่นป่วนให้ประเทศชาติได้มากอย่างนี้ แต่เขาทำให้อภิสิทธิ์
ลงจากตำแหน่งได้ แต่เขาไม่สามารถกลับประเทศไทยได้ ถ้าไม่ (ดวง) ดีอย่างที่ผ่านๆมา
ทำสำเร็จใหญ่โตอย่างนี้มั๊ย ตอนนี้เขามาใช้คนดวงไม่ดีทำงานเยอะไง ทั้ง “ พล.อ.ช-ช้าง ” อย่างนี้
ทั้ง “ พล.อ.พ-พาน ” อย่างนี้ ทั้ง “ เสธ.ไม่ดำ ” อย่างนี้ คุณดูเถอะ ใครทำใคร...ผมไม่รู้นะ
ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลทำนะ ผมไม่ได้บอกทหารทำนะ อาจจะเป็นทหาร ทหารของใครนี่แหละ
กลุ่มไหนทำกับ 3 เกลอหัวขาดเงาหัวเริ่มลางๆไปแล้ว

Q : ดวงแกนนำแดง...ถึงขั้นเสียชีวิตแน่นอน
A : ถึงแล้ว เดี๋ยวผมเอาบาทหนึ่งไปให้ บริจาคให้บาทหนึ่ง

Q : ถ้าไม่ทำในช่วง 1 สัปดาห์นี้ หรือไม่เกิน 10 วัน เหตุการณ์ส่อเค้ารุนแรงอีกแน่
A : แรง...ทำแล้วผมยังกลัวว่าจะจบง่ายๆ เรียบๆเหรอ ยังมีการ ตู้ม...ต้าม! ตู้ม...ต้าม! ยังไม่จบ ง่ายๆด้วยนะ
แม้สลายชุมนุมไปแล้วเนี่ย อย่าเพิ่งประมาทว่าจบนะ จะต้องเฝ้าระวังนะ ไม่ใช่สลายวันนี้
พรุ่งนี้ให้เงียบหมด ไม่ใช่ ไม่ใช่นะอย่าประมาท คราวนี้กัดไม่ปล่อยนะ

Q : “ หมอนิด ” เลือกอะไร...ระหว่างการเข้าสลายการชุมนุมแบบปกติ กับการปฏิวัติ
A : “ ปฏิวัติ ” พร้อมๆกับสลาย เพราะว่าเลือกตั้งมันก็ได้ตัวเหี้ยกลุ่มเก่าๆกลับมาอีก ไม่มีทางดีขึ้น
รัฐธรรมนูญไม่ต้องแก้ ใครไม่พอใจก็อย่าลงสมัคร

Q : ถ้าปฏิวัติ...เหตุระเบิดตู้มต้ามจะจบหรือ
A : จบยาก มันต้องความเด็ดขาด ผมเคยเขียนพระราชบัญญัติความมั่นคงถูกประกาศแล้ว
จะถึงกฎอัยการศึกหรือไม่ ผมมีเขียนทิ้งเอาไว้ มันใกล้แล้ว ใกล้แล้ว ต้องคุมให้ทั่วเลยนะ
ประกาศตรงนี้(หมายถึงพื้นที่กทม.) ปั๊บ ต่างจังหวัดฮือกันหมดเลยนะ ตอนนี้มันไม่ได้สู้กับนายกฯ
ทหารสู้กันแล้ว ไม่ใช่พรรคการเมือง ไม่ใช่พรรคการเมืองกับพรรคการเมือง มันเป็นทหารกับทหารแล้ว
เพราะต่างคนต่างมียุทธวิธีการรบนะ ใครเปิดหน้ามาก...คนนั้นก็ระวังนะ ให้ระวังไปไหน ฝ่ายโน้น
เขาไม่เปิดหน้าอยู่แล้ว แต่ฝ่ายของประเทศเนี่ยต้องเปิดหน้าเต็มตัว แต่อย่าออกมาเต็มที่นะ
ให้คุมเชิงข้างหลังไว้จุดหนึ่งด้วย แล้วคอยตลบหลัง

Q : 10 วันที่หมอนิดทำนาย ว่าจะแรง รัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาทัน
A : ทัน...ทัน เพราะอะไร เพราะทางโน้นยังไม่จู่โจมเต็มร้อย เขารอให้ทางนี้จู่โจม คือทางนี้ออกเมื่อไหร่
ทางโน้นเตรียมตัวต้อนรับตลอด เพราะฉะนั้นอยู่ที่วางแผน ต้องวางแผนให้ดีเลยนะ ต้องบล็อกตัว
แต่ละคนไว้เลยนะ ที่มองว่าไม่น่าไว้วางใจต้องบล็อกตัวไว้ก่อนเลย ต้องบล็อกตัวไว้เลยสำคัญที่สุด
ผมจะฝากไปถึงทหารนะว่า พวกสีทั้งหลายจะออกมากันหรือยัง หรือจะรอ “ สีเหย ” อย่างเดียว

Q : ฟันธง ได้หรือไม่ว่า ฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะในศึกนี้
A : ฝ่ายที่รักพระเจ้าอยู่หัว ผมไม่เปลี่ยนคำพูด ไม่งั้นผมก็เก็บเสื้อผ้าไปอยู่ที่ไหนแล้ว ( หัวเราะ)
ผมไม่ได้ว่าใครไม่ดีนะ ผมว่าคนไหนรักพระเจ้าอยู่หัว...คนนั้นรอด คือตอนนี้เอาประเทศไทยกับ
สถาบันมาเป็นเดิมพันกันแล้วนะ ไม่ใช่เอาตำแหน่งนายกฯเดิมพันนะ ไม่มีประโยชน์นะ
การเมืองเปลี่ยนแปลงไม่มีความหมาย ความต้องการของเขาคือประเทศชาติและสถาบัน
อยู่ที่ทหารจะปกป้องได้หรือเปล่า ทำหรือเปล่า อย่ามัวช้า ชักช้าเดี๋ยวท้องอืด-ท้องเฟ้อ
มีอำนาจมีอะไรอยู่อย่าไปทำตัวเหมือนกับเป็นปลัดขิก

Q : ถ้าฝ่ายทหารสามารถดำเนินการสลายการชุมนุม นำประเทศกลับสู่ภาวะปกติได้
พรรคประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสรอดจากการถูกยุบพรรคไปด้วย
A : มันก็มีสิทธิ์นะ มีสิทธิ์ครับ ผมคิดว่าที่กกต.มีมติสั่งยุบเนี่ย กกต.ฉลาด ไม่งั้นถือเผือกร้อน
ก็โยนไปให้อัยการ อัยการก็ต้องถึงศาล แล้วกว่าจะตัดสินไม่รู้เมื่อไหร่ อย่างเร็ว 6 เดือนถึง 1 ปี
ถึงตอนนั้นสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยน ศาลก็อาจจะเปลี่ยนเหมือนกัน ถ้าตามรูปการณ์แล้วมันต้องยุบ
แต่ถ้ายุบไปประชาธิปัตย์ไม่มีตัวอื่นเลย

Q : ใครจะขึ้นมาแทนคุณอภิสิทธิ์ได้
A : พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีคนชื่อ “ อภิสิทธิ์ ” เป็นหัวหน้าพรรค มีโอกาสเป็นไปได้สูง

Q : จะเป็นคนในพรรคที่มีชื่อเสียงกลับมา หรือจะเป็นคนใหม่
A : ผมก็ไม่รู้ว่า “ ศุภชัย ” เนี่ย (หมายถึงนายศุภชัย พานิชภักดิ์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังก์ถัด)
เขาหมดจากอังก์ถัด ถ้าเอาศุภชัยมา-คนก็ยังยอมรับอยู่ ก็เชิญศุภชัยมาเป็นหัวหน้าพรรค
ไม่ใช่เอาชวน (หลีกภัย อดีตนายกฯ) ขึ้นมา ชวนคนก็ยัง...คือเชื่องช้าเหมือนกัน

Q : ไม่มีคนอื่นในประชาธิปัตย์ที่ดีกว่าคุณศุภชัยแล้ว
A : ไม่มีคนไหนดีกว่าศุภชัย...ที่คนยอมรับ แล้วในพรรคประชาธิปัตย์เอง ต้องล้างไพ่ใหม่หมดนะ
เพราะหลายคนดวงไม่ดีมากเลย อย่างรัฐมนตรีสาธารณสุขที่มารับตำแหน่งใหม่


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Mon Apr 26, 2010 11:09 am, ทั้งหมด 5 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed Mar 31, 2010 1:56 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1269941655&grpid=&catid=02
วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:33:31 น.
มติชนออนไลน์

เผยนาทีระทึก "นศ.ไทยในฟลอริด้า" ถูกปืนเรเซอร์จ่อหัว!
ฐานไม่เข้าเรียนให้ครบตามเกณฑ์วีซ่า




รายงานโดย อรสา ศรีสุขเสริม ผู้สื่อข่าวพิเศษมติชน จากฟลอริดา สหรัฐฯ

จากกรณีที่สำนักงานสอบสวน ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ไอซีอี.) ประจำสำนักงานเมืองไมอามี
รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา (Immigration and Customs Enforcement: ICE) เข้าจับนักเรียนไทย
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จำนวน 52 คน เป็นชาย 24 คน หญิง 28 คน ทั้งหมดถูกตั้งข้อหา กระทำผิดสถานะของ
วีซ่านักเรียนเอฟ วัน ( F-1) ซึ่งเรียกว่า วีซ่า ไวโอเลชั่น (Visa violation) ใน 3 กรณีแตกต่างกันไปแต่ละคน

กรณีที่ 1 นักเรียนไม่เข้าเรียนให้ครบ 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามเงื่อนไขผู้ที่ถือวีซ่าเอฟ วัน ต้องเข้าเรียน
เต็มเวลาสม่ำเสมอ กรณีที่ 2 ไม่อนุญาตให้นักเรียนทำงาน และกรณีที่ 3 นักเรียนอยู่ในประเทศเกินกว่า
ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้การอนุญาตไว้ เรียกว่า โอเวอร์สเตย์ (overstayed ) โดยทางการสหรัฐ
เรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่าเป็น “การทลายการฉ้อฉลของโรงเรียนและนักเรียนครั้งใหญ่ที่สุด

การจับกุมครั้งนี้ นอกจากมีนักเรียนไทยแล้ว ยังมีนักเรียนต่างชาติอื่นๆ เช่น ญึ่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย ตุรกี
โคลัมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน เตอร์กมินิสถาน คาร์กีซสถาน ฮอนดูรัส ซีเรีย เวเนซูเอลา และบราซิล
อีกกว่า 50 คน ถูกจับกุมเช่นกัน ล้วนเป็นนักเรียนที่มีรายชื่อลงทะเบียนเรียนที่สถาบันสอนภาษาอังกฤษ
ชื่อ "ฟลอริด้า แลงเควจ อินสทิทิวท์" (Florida Language Institute) คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ “โรงเรียนสีชมพู”
เนื่องจากตัวอาคารทาสีชมพู และเก็บค่าเล่าเรียนถูกกว่าที่อื่น คิดราคา คอร์สละ 3 เดือน 1,000 เหรียญสหรัฐ
(ราว 32,000 บาท) ขณะนี้โรงเรียนดังกล่าวได้ถูกสั่งปิดกิจการและเจ้าของโรงเรียนถูกทางการสหรัฐดำเนินคดี
ตั้งข้อหาไม่ปฏิบัติตามระเบียบของสถาบันการศึกษา ฉ้อโกงรัฐ เป็นจำนวนเงินกว่า 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยให้นักเรียนลงทะเบียนเพื่อรักษาสถานภาพ และยินยอมให้นักเรียนเซ็นชื่อเข้าเรียนโดย
ไม่ต้องเข้าเรียนจริงได้

ความคืบหน้าล่าสุด นักเรียนไทยทั้งหมดที่ถูกจับกุมได้ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่สถานกักกัน ชื่อ
บราเวิร์ด ทรานซิชั่นแนล เซ็นเตอร์ (Broward Transitional Center) เมืองปอมปาโน่ บีช รัฐฟลอริดา
ถึงปัจจุบันทั้งหมดยังไม่ได้รับการประกันตัวแต่อย่างใด และมีนักเรียนบางส่วนที่มีรายชื่อลงทะเบียนเรียน
อยู่ในโรงเรียนดังกล่าว แต่ยังอยู่ในระหว่างติดตามเพื่อจับกุมตัวได้เดินทางกลับประเทศแล้วกว่า 15 คน
ซึ่งนักเรียนกลุ่มนี้ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาและได้แจ้งความจำนงผ่านสถานทูต ด้วยเกรงว่าหากถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐ
ตรวจพบอาจถูกจับไปควบคุมตัวเช่นเดียวกับ นักเรียนที่โดนจับกุมก่อนหน้า และขณะนี้ยังมีผู้แจ้งความจำนง
ขอกลับประเทศไทยและขอคำแนะนำมายังสถานทูต เพื่อให้ข้อมูลในกรณีนี้โดยเฉพาะอยู่เป็นจำนวนมาก

นางภัทราวรรณ เวชศาสตร์ อัครราชทูตที่ปรึกษา ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี
ให้สัมภาษณ์ว่า สถานทูตไทยได้รับข้อมูลเรื่องการบุกจับนักเรียนจาก นางกัญญา มูลศิริ นายกสมาคม
ไทย-อเมริกันแห่งฟลอริด้าภาคใต้ จึงมายังเมืองไมอามี พร้อมคณะเจ้าหน้าสถานทูตไทย เพื่อตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือแก่นักเรียนไทย เนื่องจากการจับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมโดยความร่วมมือ
ระหว่างกองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐและกระทรวงความมั่นคงภายใน (Department of Homeland Security)
ซึ่งได้ติดตามสืบสวนสอบสวนตามรายชื่อนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนในโรงเรียน ดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว

อัครราชทูตที่ปรึกษา กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือนักเรียนไทยที่ถูกจับกุมตัวว่า ขณะนี้ถูกตั้งข้อหา
คนละ 2-3 ข้อหาแตกต่างกันไป และหลายคนได้ติดต่อทนายความเพื่อเป็นตัวแทนในการดำเนินการ
ทางศาลแล้ว โดยสถานทูตได้เข้ามาให้ข้อมูลด้านการติดต่อและพิจารณาคัดเลือกทนายความซึ่งสถานทูต
ได้นำรายชื่อทนายความที่ว่าความให้ฟรีหรือคิดค่าบริการในราคาไม่แพงมาให้กับนักเรียน ขณะเดียวกัน
ญาติและผู้เกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียนบางคนก็ได้ดำเนินการว่าจ้าง ทนายความไว้ให้กับนักเรียนแล้ว
ซึ่งขณะนี้รอเพียงการขอประกันตัวและเข้าพบผู้พิพากษาเพื่อรับการพิจารณาคดี เป็นรายบุคคล
คาดว่าคงต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง

ขั้นแรกนี้นางภัทราวรรณ กล่าวว่า สถานทูตได้ให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจในการดำเนินการทางศาล
กับนักเรียนไทยว่า มีสองทางเลือกที่นักเรียนจะพิจารณาตัดสินใจด้วยตัวเองว่า ทางเลือกหนึ่ง จะเซ็นเอกสาร
ยอมรับผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งถ้ายินยอมเซ็นรับผิด ทนายความก็จะส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาอนุมัติ
และส่งตัวกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับ
แต่จะไม่สามารถกลับเข้ามาสหรัฐอีกเป็นเวลาสิบปี

อีกทางเลือก จะต่อสู้คดีหรือไม่ แบ่งเป็น 3 กรณี

หนึ่ง หากนักเรียนมีเอกสารหลักฐานการเข้าเรียนตามเกณฑ์
ที่วีซ่าเอฟ วันกำหนด ประกอบกับเป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชน เป็นผู้มีความประพฤติดี
มีเอกสารรับรองจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียนมานำเสนอต่อศาล ก็จะได้รับการยกเลิกข้อกล่าวหา

สอง หากต่อสู้คดีและมีความผิด สามารถแจ้งความจำนงขอกลับประเทศไทยโดยสมัครใจ ซึ่งนักเรียน
เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางเอง กรณีนี้นักเรียนอาจไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้ามา
สหรัฐเป็นเวลา 3-10 ปี
ขึ้นอยู่กับข้อกล่าวหาที่ได้รับ และ

สาม หากต่อสู้คดีและศาลตัดสินว่ามีความผิด จะถูกบังคับกลับ (Orderly Deportation) ซึ่งศาลจะออก
ค่าใช้จ่ายให้ แต่จะไม่ได้รับอนุมัติวีซ่าให้กลับเข้ามาสหรัฐ เป็นเวลา 10 ปีเช่นกัน ทั้งนี้
นักเรียนไทยยื่นความจำนงขอต่อสู้คดีเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเห็นว่า ยังพอมีหลักฐานนำเสนอ
เพื่อแก้กล่าวหา

นางภัทราวรรณ กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้สถานทูตได้เดินทางมาเยี่ยมเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
ให้กับนักเรียนและช่วยเหลือดูแลขอความร่วมมือกับทางการสหรัฐในเรื่องสถานที่กักกันให้อยู่ในสภาพดี
พบว่า สถานกักกันมีสภาพสะอาดเรียบร้อย จัดแบ่งสถานที่พักแยกระหว่างหญิง-ชาย ที่พักหญิงแบ่งเป็น
ห้องละ 5 คน ชายห้องละ 6-8 คน แต่ละห้องมีโทรทัศน์ เครื่องเล่นซีดี ภายในบริเวณสถานกักกันมีสนามกีฬา
เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ อาทิ บาสเก็ตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล ฯลฯ มีห้องสวดมนต์สำหรับผู้นับถือ
ศาสนาอิสลาม มีอาหารให้บริการ 3 มื้อ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรจะได้รับ

"นอกจากนี้ ทางสถานฑูตยังได้เจรจาขอให้สถานกักกันจัดหาอาหารไทยเพื่อให้บริการแก่นักเรียนไทย
ในบางมื้อด้วย โดยมีนักเรียนไทยบางคนขออาสาสมัครเข้าไปเป็นพ่อครัว ปรุงอาหารไทยให้เพื่อนๆ
ในสถานกักกันได้รับประทาน เพื่อเป็นการ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ไม่ฟุ้งซ่าน" นางภัทราวรรณ กล่าว

อัครราชทูตที่ปรึกษา กล่าวด้วยว่า ในการประสานขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐครั้งนี้
ทางการไทยไม่สามารถแทรกแซงทางการเมืองได้ ตามสนธิสัญญาเวียนนา
ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เนื่องจากมีญาติและ ผู้เกี่ยวข้องกับนักเรียนขอร้องให้
สถานทูตเจรจาขอลดหย่อนผ่อนโทษให้กับนักเรียน ผู้กระทำความผิด แต่เนื่องจากข้อกล่าวหา
ที่นักเรียนไทยได้รับนั้น เป็นความผิดตามกฎหมายอย่างชัดเจน สถานฑูตจึงทำได้เพียงขอความร่วมมือ
ให้เจ้าหน้าที่สหรัฐ ตรวจสอบเอกสารของนักเรียนแต่ละคนอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การดำเนินการพิจารณาคดี
เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด ด้วยไม่ต้องการให้นักเรียนไทยต้องถูกกักตัวอยู่เป็นเวลานาน

สำหรับกฎระเบียบการเข้าเยี่ยมนักเรียนในสถานกักกันนั้น จากการสอบถามนางกัญญา มูลศิริ
นายกสมาคมไทย-อเมริกันแห่งฟลอริด้าภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้จะเข้าเยี่ยมนักเรียนต้องโทรศัพท์
นัดหมายเวลาจากนักเรียน โดยโทรศัพท์ฝากข้อความ ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ไว้ที่เบอร์ของสถานกักกัน
เมื่อนักเรียนได้รับข้อความขอนัดพบแล้วจะโทรกลับเพี่อยืนยันการเข้าพบอีกครั้ง ระเบียบการเข้าพบ
ทำได้กลุ่มๆละ 2-3 คน ครั้งละ 45 นาที โดย วันเสาร์เปิดให้เข้าเยี่ยมนักเรียนหญิง ส่วนวันอาทิตย์ให้เข้าเยี่ยม
นักเรียนชาย ห้ามนำสิ่งของเครื่องใช้เข้าไปให้ผู้ถูกกักกัน ทุกคนจะต้องสวมชุดสีเทาเหมือนกัน

นางกัญญา กล่าวต่อว่า สมาคมไทย-อเมริกันแห่งฟลอริด้าภาคใต้ ได้รวบรวมเงินเพื่อให้ผู้ถูกกักกันไว้ใช้
ในเบื้องต้น จำนวนคนละ 20 ดอลล่าร์สหรัฐ โดยใส่เงินไว้ในบัตรมันนี่ ออร์เดอร์ (Money Order)
ซึ่งผู้ถูกกักกันสามารถกดเงินใช้ได้เฉพาะในวันพุธ ครั้งละ 50 ดอลล่าร์ต่อสัปดาห์เท่านั้น นอกจากนี้
ยังมีหน่วยงานอื่นร่วมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นด้วย อาทิ นางมาเรีย ดี.ซาลิโอล (Maria D.Sariol)
กงสุลกิตติมศักดิ์ ,ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในฟลอริด้าภาคใต้ ฯลฯ รวมถึงความช่วยเหลือจาก
สมาคม Asian – American Federation of Florida ซึ่งมีสมาชิกกว่า 60 สมาคมย่อยๆ อาทิ สมาคมจาก
เวียดนาม จีน เกาหลี พม่า อินโดนีเซีย ได้พิจารณาเสนอให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย
โดยเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านคำแนะนำปรึกษาแบบเป็นหมู่คณะ

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศสหรัฐอเมริกา และสถานกงสุลไทย ได้มีหนังสือแจ้งเตือน
ใปยังกลุ่มนักเรียน นักศึกษาไทย เรื่อง ขอให้ระมัดระวังตรวจสอบสถานะการพำนักในสหรัฐฯ ระบุว่า
ตามที่นักเรียนไทย 52 คนที่เคยลงทะเบียนเรียน หรือกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสอนภาษา
Florida Language Institute มลรัฐฟลอริด้า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัวในข้อหาเกี่ยวกับ
การเข้าเมือง คือ ไม่เข้าเรียนเต็มเวลาตามประเภทวีซ่านักเรียน เอฟ1 (F1) หรือทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
หรือพำนักอยู่ในสหรัฐฯเกินกำหนดเวลาที่อนุญาต และโรงเรียนดังกล่าวถูกปิดไปแล้วนั้น สถานกลสุลใหญ่ฯ
ขอให้นักเรียนไทยระมัดระวังหมั่นตรวจสอบสถานะการพำนักในสหรัฐฯของตนเอง และปฏิบัติตามเงื่อนไข
ของสถานะวีซ่าอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องต่างๆ ตามคำเตือนและเงื่อนไขของ
ทางการสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ถูกจับกุมคุมขัง หรือส่งตัวออกนอกประเทศ

นายรวมพล ไตรสารศีร อายุ 35 ปี อาชีพเชฟอาหารญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่ภรรยา
ถูกจับกุมตัวไปต่อหน้าต่อตาลูกชายวัยขวบเศษ ว่า ตนเตรียมตัวจะเดินทางไปแอตแลนต้า
โดยขับรถไปที่ออแรนโดแล้วจะขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวนิวยอร์คต่อ ซึ่งมีแผนจะไปรับแม่ของภรรยา
ที่จะเดินทางมาจากประเทศไทยที่นั่น ในระหว่างเส้นทางตนได้จอดพัก ณ จุดพักรถเพื่อเข้าห้องน้ำ
ขณะกำลังเดินมาที่รถมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายเดินมาประกบ เมื่อมองไปที่รถ
ก็เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกสองนายยืนประกบอยู่ข้างรถที่มี ภรรยาและลูกชายนั่งอยู่
แล้วเจ้าหน้าที่ก็ถามตนว่าเป็นใคร ชื่ออะไร
มีบัตรอะไรมาแสดงตัวบ้าง พร้อมทั้งแจ้งว่า
มาตามหาคนชื่อนี้ เอ่ยชื่อภรรยาแล้วถามตนว่า รู้จักหรือไม่ หลังจากนั้นภรรยาก็ถูกควบคุมตัวไป
ในรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพาตัวไปค้นหลักฐานการลงทะเบียนเรียนที่โรงเรียนดังกล่าว
ตนขับรถพาลูกตามรถตำรวจไปจนถึงบ้าน เจ้าหน้าที่ก็ให้ตนรอข้างนอกและให้ภรรยาพาเข้าไป
รื้อเอกสารโดยไม่ยอมปลดกุญแจมือ
แล้วในที่สุดภรรยาตนก็ถูกนำตัวไปยังสถานกักกันของ
จนขณะนี้ก็ยังไม่ได้ปล่อยตัวออกมา และยังไม่ให้ประกันตัวใดๆทั้งสิ้น ทั้งๆที่จับตัวภรรยาผมไป
เป็นรายแรกตั้งแต่วันที่26 กุมภาพันธ์แล้ว ตอนนี้ลูกผมก็ร้องหาแม่ทุกวันเลย

นายกฤษณ์พล ชัยสวัสดิ์ เพื่อนของผู้ที่ถูกจับกุมตัวไปโดยเจ้าหน้าที่ ไอซ์ กล่าวว่า
เพื่อนของตนถูกจับกุมตัวไปจากบ้านพร้อมกัน 4 คน โดยเจ้าหน้าที่บุกมาที่บ้านกว่าสิบคน
เข้าดำเนินการจับกุมด้วยวิธีค่อนข้างรุนแรงคือเอาปืนที่มีเรเซอร์จ่อหัว จับใส่กุญแจมือ

เมื่อตรวจหลักฐานแล้วพบว่าเป็นนักเรียนที่ลงทะเบียนในโรงเรียนนี้ก็จับตัวขึ้นรถไป โดยที่ไม่มีใครรู้เลย
ว่าเขาจะพาไปที่ไหน แต่เนื่องจากเพื่อนๆผมโดนจับเป็นกลุ่มก็ไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่
เพราะเมื่อผมไปเยี่ยมหลังจากที่รู้ว่าเขาเอาตัวไปไว้ที่ปอมปาโน บีช ก็เห็นว่าพวกเพื่อนๆกำลังใจดีมาก
ที่น่าสงสารก็เห็นจะเป็นคนที่ไม่มีเพื่อนหรือญาติเลย อาจจะเพิ่งมาจากเมืองไทยและเลือกเรียนที่โรงเรียนนี้
ยังไม่รู้จักใครเท่าไหร่ เมื่อเข้าไปอยู่ในสถานกักกันเลยต้องโดนไปนอนห้องเดียวกับคนชาติอื่นๆ

นางสาวรัชฎาภรณ์ สมัครกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเพื่อนซึ่งถูกจับกุม ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในสถานกักกันว่า
เพื่อนของตนเลือกเรียนที่นี่เพราะปัจจัยหลักคือราคาถูก ซึ่งเพื่อนก็เข้าเรียนตลอด ขณะนี้ได้รับจดหมาย
ตอบรับให้เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยหลายแห่งแล้ว เพราะสามารถสอบโทเฟล (TOEFL)ผ่านแล้ว
แต่ก็ต้องมาถูกจับกุมตามรายชื่อที่เจ้าหน้าที่ได้มาจากโรงเรียน ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมเด็กนักเรียน
กลายเป็นคนผิด เพราะความจริงแล้วโรงเรียนสามารถออกใบ ไอ ทเวนตี้(I-20)
ให้เด็กนักเรียนได้
ซึ่งเท่ากับทางการได้ตรวจสอบมาตรฐานของโรงเรียนแล้ว

“ขณะนี้เพื่อนกำลังติดต่อทนาย ซึ่งทนายก็บอกว่ามีเปอร์เซ็นต์ที่จะพ้นข้อกล่าวหา เพราะเพื่อนมีความตั้งใจ
ที่จะเรียนจริง มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่าพยายามเรียนและสอบเพื่อสมัครเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาโท
ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่เรียนแต่ภาษาอยู่ 2-3 ปีแล้วยังไม่พัฒนาไปถึงไหน มัวทำอะไรอยู่
ตอนนี้เพื่อนรู้จากทนายแล้วว่ามีโอกาสรอด กำลังใจเขาก็ดีขึ้น แต่เขาก็ถามว่าเมื่อไหร่เขาจะได้ออกจาก
สถานกักกัน เพราะทนายบอกว่า เจ้าหน้าที่มีสิทธิกักตัวไว้ได้ถึง 180 วัน”นางสาวรัชฏาภรณ์ กล่าว

นายเอ (นามสมมุติ) นักเรียนไทยผู้หนึ่งซึ่งลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนที่ถูกสั่งปิดดังกล่าวเป็นคนหนึ่ง
ที่ทางการสหรัฐติดตามจับกุมอยู่ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนจบปริญญาตรีมาจากมหาวิทยาลัยเอกชนมีชื่อแห่งหนึ่ง
ลงทะเบียนเรียนที่โรงเรียนนี้มาแล้วสองรอบ รอบแรกเมื่อปี 2007 แล้วจึงเดินทางกลับประเทศไทย
หลังจากนั้นเดินทางกลับมาสหรัฐอีกครั้งเมื่อต้นปี 2010 จึงลงเรียนเป็นรอบที่สอง ซึ่งโรงเรียนก็ออกใบ
ไอ- ทเวนตี้ (I-20)ให้ ตนก็ไม่เคยไปเรียน ไม่เคยไปเช็คชื่อ ได้แต่ไปสอบตอนกลางภาค และปลายภาค
ข้อสอบก็ง่ายๆ ทั้งโรงเรียนตนเคยเห็นครูอยู่ 2-3 คน ที่ว่าโรงเรียนนี้มีนักเรียน 500-600 คน ตนคิดว่า
ไม่น่าจะถึงหรอก แต่ตนก็ไม่ทราบเพราะในหนึ่งเทอมตนไปโรงเรียนแค่สองครั้งเท่านั้น

“ผมคิดว่าเด็กนักเรียนไทยที่มาลงทะเบียนเรียนที่นี่ ก็เพื่อจะได้ทำงาน ไม่ได้ตั้งใจจะเรียนอะไรจริงจัง
เพราะส่วนใหญ่ก็ย้ายมาจากโรงเรียนอื่น พอรู้ว่าที่นี่ราคาไม่แพงและไม่เช็คชื่อก็แนะนำกันมาลงเรียนที่นี่
จะได้มี เวลาทำงานหาเงินได้อย่างเต็มที่ เด็กที่ลงเรียนอย่างพวกผมก็พยายามจะทำให้ถูกกฎหมาย
โดยแจ้งความประสงค์ในการเข้าประเทศว่าจะมาเรียน และโรงเรียนนี้ก็ทำให้พวกผมอยู่ได้
อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งผมว่าไม่ยุติธรรมเพราะพวกผมพยายามจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย
กลับถูกไล่จับ แต่พวกที่โดดเรือมากลับไม่ถูกจับ” นายเอกล่าว

เมื่อถามถึงการใช้ชีวิตหลังจากเกิดกรณีกวาดจับนักเรียนที่กระทำผิด สถานะของวีซ่า เอฟ-วัน นายเอ
กล่าวว่า ตนก็คงไม่หนีไปไหน เพราะตอนนี้ย้ายบ้านจากที่เคยแจ้งไว้กับโรงเรียนแล้ว ตอนนี้มีเพื่อน
ร่วมชะตากรรมหลายสิบคน แต่ละคนก็พยายามหาทางออกเพื่อจะได้อยู่ต่อ ซึ่งก็ติดต่อทนายเพื่อ
ขอคำปรึกษาไว้บ้างแล้ว แต่ถ้าจะถูกจับกุมและส่งกลับ ประเทศก็ยินยอม แล้วคงจะค่อยๆ
หาทางกลับเข้ามาใหม่


http://www.lossofprivacy.com/index.php/2010/02/cbp-and-ice-officers-lose-243-homeland-security-weapons/
http://theiceagent.com/index.php?pr=ICE_SRT





http://www.theforbiddenknowledge.com/hardtruth/con_camps.htm

Concentration Camps











Official Document Confirming the Camps
The same people responsible for the WTC disaster are the same people responsible for these camps.
Destructionof the Trade Centers: Occult Symbolism Indicates Enemies Within Our OwnGovernment
The world is being offered a "stark choice": join us, or "face the certain prospect of death and destruction."
NoamChomsky Interview


The Gehlen Organization, copying Hitler's New Order, established a concentration camp system in
San Luis Obispo County. It was called the California Specialized Training Institute. It developed plans
called the *King Alfred Plan, Operation Cable Splitter, Operation Garden Plot,* and *REX-84* and
was later renamed as the Federal Emergency Management Agency (FEMA). You can get more
information on these subjects from Militia of Montana, Bo Gritz, *Spotlight Newspaper,* etc.
Fire23


There over 600 prison camps in the United States, all fully operational and ready to receive prisoners.
They are all staffed and even surrounded by full-time guards, but they are all empty. These camps are
to be operated by FEMA (Federal Emergency Management Agency) should Martial Law
need to be implemented in the United States.

U.S. CONCENTRATION CAMPS: FEMA AND THE REX 84 PROGRAM

In a revealing admission the Director of Resource Management for the U.S. Army confirmed the validity
of a memorandum relating to the establishment of a civilian inmate labor program under development
by the Department of the Army. The document states, "Enclosed for your review and comment is
the draft Army regulation on civilian inmate labor utilization" and the procedure to "establish civilian
prison camps on installations." Cherith Chronicle, June 1997.

CIVILIANINTERNMENT CAMPS UP FOR REVIEW




An anonymous source who worked at the plant said that the train cars were prison cars ordered
and paid for by the
United Nations. He also said that the boxcars had shackles and racks built inside
by another company before they left Oregon. The rail line ends in Ft. Nelson, BC where there is
a military base. It has been reported by Canadians that most of the military bases in Canada
have been designed and built to be utilized as concentration/prison camps.

Guillotines?


  • Guillotines in Montana
  • WHY Decapitation? Guillotine Executions - NWO Conspiracy
  • Georgia Execution by Guillotine


  • Holloman Air Force Base, German Soldier Interview
    David went to investigate the rumor that German troops are supposedly stationed at Holloman Air Force Base in Alamogordo, New Mexico. When he arrived, he met a German Soldier who volunteered to be interviewed
  • C.I.A. ORDERS ARREST AND EXECUTION OF CHRISTIANS IN THE USA
  • Photos Of Detention Camp In Michigan Woods?
  • Modern Concentration Camps
  • Martial Law is Coming to America
  • MARTIAL LAW IS COMING ONE CITY AT A TIME by Don Harkins
  • Prison Camps
  • FOREIGN TROOPS OPERATING SECRET DETENTION CENTERS
  • FED DETENTION CTR IN HAWAII READY FOR MARTIAL LAW
  • CIVILIAN INTERNMENT CAMPS UP FOR REVIEW
  • Operation Garden Plot The United States Civil Disturbance Plan 55
  • Subject Internment Camps Confirmed Exclusive commentary by Geoff Metcalf
  • CONCENTRATION CAMP PLANS FOR U.S. CITIZENS
  • Known U.S. Relocation Centers as of January 28, 2000
  • Hundreds of children held in detention camps


Temporary Jail Cells




Offsite / Online Links

White Boxcars

U.S. CONCENTRATION CAMPS

GULAG AMERIKA

Concentration Camps in U.S.

The Coming American Holocaust? Death Camps And Pick-Up Lists Ready?


  • Relocation Centers
  • Temporary Detention Camps for Japanese Americans - Stockton Assembly Center
  • List of Detention Camps, Temporary Detention Centers, and Department of
    Justice Internment Camps

  • United Nations Vehicles On U.S. Soil! These photos are of actual United Nations vehicles on the soil of America. These vehicles are coming into our ports -- namely Port Beaumont, Texas--at a staggering rate.
Unknown พิมพ์ว่า:Martial Law coming to America!! U N vehicles on American Soil !!
NWO Beast is Watching and Listening to You !




Martial Law Coming To A Town Near You!!.flv



Eyewitness Accounts of Martial law Build Up!!



Foreign Troops in Calif on Martial Law Standby



Prolonged detainment and Gun Control and Martial Law



http://www.newswatchmagazine.org/unvehpict/home.htm

United Nations Vehicles On U.S. Soil!


These photos are of actual United Nations vehicles on the soil of America.
These vehicles are coming into our ports --
namely Port Beaumont, Texas--at a staggering rate.


Why?

These are a few that were sent to us.















แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri Apr 09, 2010 10:39 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 09, 2010 10:37 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271329934&grpid=03&catid=

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 18:11:57 น.
มติชนออนไลน์

"วีระ"ลั่นนำทีมถอนหลักแดนเขตไทย-เขมร ปัดไม่เกี่ยวกับพธม.

นายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.)
กล่าวเมื่อวันที่ 15 เมษายนว่า วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ตนพร้อมกลุ่มผู้รักชาติซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ
การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จะเดินทางไปรวมตัว
ที่ประสาทตาเมือนโต๊ด ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สุรินทร์ ในเวลา 11.00 น.

นายวีระ กล่าวด้วยว่า จากนั้นจะร่วมทำกิจกรรมในวันที่ 2-3 พฤษภาคม
เพื่อถอนหลักเขตของประเทศกัมพูชา ที่ทำไทยต้องเสียดินแดนจากการทำข้อตกร่วม
ที่ผิดกฎหมายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในยุคที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อปี 2543 หลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นหนังสือ ให้เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ
ในช่วงการประชุมผู้นำลุ่มโขงที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และขอเรียนว่าคณะกรรมการร่วม
ชายไทย-กัมพูชาที่ตกลงเรื่องนี้ เป็นกรรมการเถื่อนทำหน้าที่โดยไม่ผ่านกลไกของรัฐสภา
เหมือนกรณีนายนพดล ปัมมะ อดีตรัฐมนตรตรีว่าการกระทวงต่างประเทศที่ไปออกแถลงการ
ร่วมกับกัมพูชา

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"สัญญาณ"ที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มข้างต้นได้เกิดขึ้นในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตั้งแต่การย้ายที่พำนักจากบ้านสี่เสาเทเวศน์ไปยัง"บ้านไร้กังวล"ในกองทัพภาคที่๒ ที่จ.นครราชสีมา
และการพยายามปลุกกระแสมวลชนในหลายพื้นที่หลายกลุ่มสังคมเพื่อให้กำลังใจ
(ศิษย์เก่ามหาวิชิราวุธ, ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ(นำโดยวิเชียร,วีระ),
วันนี้(2 เม.ย.) นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชันในฐานะศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 90 กล่าวว่า ในวันนี้เวลาประมาณ10.00 น. ตนจะนำศิษย์เก่าจากหลายรุ่นเดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าการออกมาพูดแรงของ"พล.อ.พิจิตร"โดยเฉพาะในประเด็น"เกาะเคย์แมน"
ซึ่งพาดพิงระบุถึง"ลาฟวอยส์"ฑูตสหรัฐคนเก่าว่าเป็นคนเปิดข้อมูลว่ามีการนำเงินไปซุกที่"เคแมน"ของ"ทักษิณ"
และ"ผู้นำอิตาลี"นั้นมีความเชื่อมโยงกับกรณีการเข้าพบ"ป๋าเปรม"ของ"ฑูตสหรัฐ"คนใหม่
(ที่ทำให้ป๋าเปรมต้องยอมเลิกหมายนัดกับศิษย์เก่าสวนกุหลาบ)
โดยประเด็นการคุยกันมี ๒ ข้อ
ข้อหนึ่งเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่ถูกระบุว่าป๋าและกองทัพมีความเกี่ยวข้อง
กับสถานการณ์รวมไปถึงการรัฐประหาร ๑๙ก.ย. และรวมถึงการให้ขอให้ไทยคลี่คลายปัญหานี้

โดยไม่ใช้วิธีการรุนแรงขณะเดียวกันก็มีการแจ้งถึงความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของ
องค์กรสืบราชการลับของสหรัฐในประเทศไทย CIA ที่มีการเปลี่ยนแปลงในระดับ"หัวหน้า"
ระหว่าง มาเลเซียกับไทย
ซึ่งข่าวนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับ"ผู้ใหญ่"ด้วย


ไม่เกี่ยวกับ พธม. จริงๆ ด้วยดูท่ากองทัพไทยคงรอดยาก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098468

พธม.ยกทัพบุก“เขาวิหาร”ปักธงเขตแดนไทย - หันครุฑไปฝั่งเขมรแก้เคล็ดมนต์ดำ

28 สิงหาคม 2552 16:41 น.

พันธมิตรฯ ยกทัพนักรบมือตบนับพันคน บุกเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ปักธงแสดงเขตแดนไทย วันนี้ (28 ส.ค.)

ศรีสะเกษ – พันธมิตรฯ ยกทัพนักรบมือตบนับพันบุกพิสูจน์“เขาพระวิหาร”
จ.ศรีสะเกษ ปักธงเขตแดนไทย พร้อมปัก“ครุฑทองคำ” หันหน้าไปฝั่งกัมพูชา
แก้เคล็ดมนต์ดำและให้ประเทศไทยแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
เผยทหารไทยไฟเขียวให้ “วีระ” พร้อมตัวแทน 8 คน ขึ้นไปสำรวจวัดแก้วฯ
เจ้าปัญหาและภูมะเขือได้ ขณะทหารเขมรทำพิรุธย่องเงียบถอนกำลัง400 นาย
ออกจากบริเวณเขาพระวิหารกลางดึก

วันนี้ ( 28 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.20 น. ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียม อุทยานแห่งชาติ
เขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(พธม.) จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ประมาณ 1,000 คน นำโดย นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่าย
ประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และ แกนนำพันธมิตรฯ ได้พากันเดินทางโดยรถยนต์กว่า 35 คัน
มารวมตัวกันเพื่อเดินทางขึ้นไปยังบริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร และ
วัดแก้วสิขาคีรีสวาระ บนเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทำไมถึงแอบอ้างสถาบันเอาตราครุฑไปทำแบบนี้
เท่ากับดึงสถาบันลงมาประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน


http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm

http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=7597&user=pracha
วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 07:45:12 น.

"จิ้งจอกฮุนเซน"
By pracha

กลางปี 2517 พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) ยึดกรุงพนมเปญ ชักธงแดงเหมาอิสต์ขึ้นสู่ยอดเสา
ต่อมา "ไทยเกาะกง" (คนเขมรเชื้อสายไทย) ถูกเขมรแดงไล่ล่าล้างเผ่าพันธุ์

แล้วอัศวินม้าขาวก็มาถึงเกาะกง นั่นคือ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ซึ่งในเวลานั้น เป็นนายทหารปฏิบัติการลับ
"ส่วนโครงการ 315" ขึ้นตรงต่อศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) โดยอยู่ในความรับผิดชอบของ
พล.อ.ชวลิต

นี่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง เตีย บันห์ นักรบไทยเกาะกง กับ "วิชิต 315" !

หากในวันนั้น ทหารไทยหน่วย 315 เข้าไปช่วยเหลือไม่ทัน "ไทยเกาะกง" คงสูญพันธุ์ด้วยน้ำมือเขมรแดง
แต่อีก 3 ปีถัดมาประวัติศาสตร์ดันเล่นตลก

เมื่อพรรคประชาชนกัมพูชา (เขมรเฮงสัมริน) พร้อมด้วยกองทัพเวียดนามยึดพนมเปญ
ขับไล่เขมรแดงออกมาอยู่ตามป่าเขาชายแดนไทย-กัมพูชา

ด้วยความกลัวเวียดนามขึ้นสมอง พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกฯ สมัยนั้น
จึงส่ง "ทูตลับ" ไปเมืองจีน และมอบภารกิจดังกล่าวให้ พล.อ.ชวลิต หัวหน้า ศปก.ทบ.
ที่รับผิดชอบด้านกัมพูชา นำคณะไปเจรจากับตัวแทนพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เพื่อหาทางช่วยเหลือ "เขมรแดง"
พร้อมกับจัดตั้งกองกำลังแนวร่วม
เขมร 3 ฝ่าย (เขมรสีหนุ-เขมรซอนซาน-เขมรแดง) ทำการสู้รบกับเขมรเฮงสัมริน
ซึ่งนักรบเขมรเกาะกงก็เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพรัฐบาลใหม่ใต้ร่มธงเวียดนาม

http://milfuegos.blogspot.com/2007/03/bush-and-cheney-who-avoided-vietnam-war.html
BUSH AND CHENEY, WHO AVOIDED THE VIETNAM WAR,
ARE PREPARING FOR A NEW U.S. MILITARY PRESENCE IN SOUTHEAST ASIA:
AFTER THE MIDDLE EAST DISASTER, GET READY FOR INDOCHINA WAR II.


Fri, 02 Mar 2007 11:39:00
Wayne Madsen Report

With the U.S. support for the September 19, 2006 military coup in Thailand
that overthrew that nation's democratically-elected government becoming clear
(U.S. ambassador to Thailand Ralph Boyce now sports a yellow tie,
a show of support for the royalist-backed coup -- yellow being the color of the monarchy),

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=morocco&month=04-12-2009&group=5&gblog=3
http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/asia/article6908493.ece


แปลกดี เรียกร้องให้ประเทศอื่นปกครองแบบประชาธิปไตย
แต่ดันชอบสนับสนุนให้ชาวบ้านทำรัฐประหาร
แต่จะรวมการก่อการร้ายด้วยหรือเปล่าหว่า

ตามนโยบายต่อต้านการก่อการร้าย war on terrorism
ไปจินตนาการกันเอาเอง หุ หุ


http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000103993

“ทูตสหรัฐฯ” ห่วงสถานการณ์วิกฤต ดอดพบ “ผู้นำฝ่ายค้าน”


http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=7&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000104086
“สามเกลอ”เหิม!.สั่งผบ.ทบ.ปิด ASTV–อ้างทำลายความมั่นคงชาติ

อดีตแกนนำ นปก. บิดเบือนผ่าน NBT เหมือนเคย อ้าง “ม็อบนรก” แสนน่าสงสาร
แค่เดินไปกดดันให้พันธมิตรฯ ออกจากทำเนียบ แต่กลับถูกรุมทำร้าย – จี้ “อนุพงษ์”
ใช้อำนาจ พรก.ฉุกเฉิน สั่งปิด ASTV ทันที เชื่อจะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งดีขึ้น
เพราะไม่มี ASTV เป็นกระบอกเสียงปลุกระดมมวลชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1220449794&grpid=03&catid=01
"ฮิวแมนไรท์วอชท์"จี้"หมัก"แจงยูเอ็นใช้กม.ฉุกเฉิน

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=18&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm
http://news.mjob.in.th/politic/cat3/news10358/

ป๋าเปรม กินข้าวร่วม สุรยุทธ์-ราฟ บอยซ์

ที่โรงแรมดุสิตธานี
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พร้อมด้วย พล.อ.พิจิตร กุลลวณิช องคมนตรี
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พล.อ.มงคล อัมพรพิศิฐษ์ ได้ร่วมรับประทาน
อาหารกลางวันกับนายราฟ แอล.บอยซ์ เป็นการส่วนตัว จากนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า
ระหว่างการพูดคุยก็เป็นการสนทนาเกี่ยวกับความสามารถพิเศษของนายราฟ แอล.บอยซ์ ที่สามารถ
พูดภาษาไทยได้ อย่างไรก็ตามคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับประเทศไทยน่าจะดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง

http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/JH08Ae01.html
So, what do we think is happening in Thailand?

In the 1960s and 1970s, the US gave assistance to repressive military governments in Thailand.

Thailand hosts one of the CIA's secret prison sites.

Today, Bush and the CIA prefer Thai generals to Thai politicians who try to help the poor.

When Thaksin was toppled, (reportedly by the CIA) "Bush's emissaries in Thailand...
too swiftly and too warmly embraced the military coup-makers, many of whom are known
to have close ties to top US officials.
" (Asia Times 7 August 2008
US, Thailand: A conflicted alliance)

The coup "was orchestrated by several Thai security and military officials with close
and long-time ties to Washington.


"They include CIA-trained Squadron Leader Prasong Soonsiri and the US-trained
General Winai Phattiyakul
, former director of the Directorate of Joint Intelligence
at the Supreme Command's headquarters where US intelligence officials are allegedly in residence.

"US security officials and former US ambassador to Thailand Ralph 'Skip' Boyce
are also known to have generational ties to Privy Council president Prem Tinsulanonda,
who Thaksin's supporters have accused of masterminding the 2006 putsch..."

(
US, Thailand: A conflicted alliance)

Thaksin made "new strategic overtures towards Beijing" and undermined "the US's
near monopoly on military-to-military training in Thailand. Thaksin also increased
Thailand's arms purchases from China during his tenure."

(
US, Thailand: A conflicted alliance)

จะว่าไปเหลี่ยมก็มีข้อดีอยู่บ้าง
...

The Thais continue to be wary of U.S. intentions in Cambodia.
The Thai-Cambodian border is in dispute and some Khmers make no secret of their
desire to take back historically Khmer territory in eastern Thailand.


http://www.thetruthseeker.co.uk/article.asp?ID=6124
Israel double game in Southeast Asia:
Arming terrorists with Khmer Rouge weapons


Sat, 03 Mar 2007 08:07:00
Wayne Madsen Report

As the United States faced imminent defeat in the Indochina War at the hands of the Vietnamese,
Laotian, and Cambodian communist-nationalist forces, Eisenberg wasted no time in cashing in
on America's defeat and the new power alignments in Southeast Asia.
He began selling weapons from his new business partner - China -
to the Cambodian forces of Khmer Rouge leader Pol Pot.

After the defeat of the U.S.-backed military government of General Lon Nol,
installed after
Richard Nixon's National Security Adviser Henry Kissinger,
a close friend of Eisenberg
, ordered the CIA to overthrow Cambodian head of state
Prince Norodom Sihanouk
, Cambodia fell victim to a bloody civil war between
Vietnamese troops backing Pol Pot's one-time ally Hun Sen and
the Chinese-backed
"Democratic Kampuchea" government of Khmer Rouge leader Pol Pot.


http://www.youtube.com/watch?v=8b0K5Vt7TRQ

Uncle Sam (CIA) and Pol Pot Connection (Secret Of CIA)




เขมรแดง


ส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะของเหยื่อที่เสียชีวิตจากการกระทำของเขมรแดง

เขมรแดง (เขมร : ខ្មែរក្រហម; แขฺมรกฺรหม ; อ่านว่า คแมร์กรอฮอม /ฝรั่งเศสและ
อังกฤษ : Khmer Rouge[1]) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย”
(Armée nationale du Kampuchéa démocratique)

http://www.thairath.co.th/people/view/pol/3829
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ


พิ่งทำนายล่วงหน้า คดียึดทรัพย์ 76,000 ล้าน อดีตนายกฯทักษิณจะถูกยึด-อายัดบางส่วน
ทำให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาแถลงปฏิเสธรับตำแหน่ง
ผบ.สส. กองทัพประชาชนแห่งชาติฯ สำหรับข้อเสนอของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี
อดีตรองผอ.รมน. สมาชิกพรรคเพื่อไทย ตามยุทธการ"ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์"


http://www.thirdworldtraveler.com/US_ThirdWorld/US_PolPot.html

On the Side of Pol Pot: U.S. Supports Khmer Rouge


by Jack Colhoun

Covert Action Quarterly magazine, Summer 1990


http://www.moreorless.au.com/killers/pot.html

1968 - The Khmer Rouge establish the Revolutionary Army of Kampuchea in January.
Aided by the US, the army launches a small and ineffectual insurgency campaign.


1969 - In March the US begins secret bombing raids on Vietnamese communist
sanctuaries and supply routes inside Cambodia
(dubbed the 'Menu Series').
Authorised by the newly installed US President,
Richard M. Nixon, and directed by
his national security adviser,
Henry Kissinger, the raids are illegal, as the US has not
officially declared war on Cambodia. In 14 months, 110,000 tons of bombs are dropped.
When news of the raids is leaked Kissinger orders surveillance and
phone tapping of suspects to uncover the source.
US bombing raids into
Cambodia will continue until 1973. All told 539,129 tons of ordnance
will be dropped on the country
, much of it in indiscriminate B-52 carpet-bombing raids.
The tonnage is about three and a half times more than that (153,000 tons)
dropped on Japan
during the Second World War.
Up to 600,000 Cambodians die
but the raids are militarily ineffective. The Central Intelligence Agency (CIA)
reports that the bombing raids are serving to increase the popularity of
the Khmer Rouge among the affected Cambodian population.

1979
- Three days after the fall of Phnom Penh the Vietnamese occupying forces establish
the People's Republic of Kampuchea (PRK), governed by the KPRP and headed by Heng Samrin,
a former Khmer Rouge military commander.
Already at war with the Khmer Rouge, the PRK faces
further resistance from two new insurgent movements - the noncommunist Khmer People's
National Liberation Front (KPNLF) headed by Son Sann, and the National United Front for
an Independent, Neutral, Peaceful, and Cooperative Cambodia (FUNCINPEC) headed by
Norodom Sihanouk.

China also enters the dispute, launching a limited invasion of Vietnam in February and March
in retaliation for Vietnam's incursion into Cambodia. China is, however, primarily concerned by
the improving relations between Vietnam and the Soviet Union.
ASEAN (the Association of
Southeast Asian Nations) shares China's concerns about the spread of Soviet-backed communism
in the region. Its member nations play a key role in ensuring that the
United Nations (UN)
continues to recognise Pol Pot's Democratic Kampuchea as the legal representative of Cambodia.
The UN also withholds development aid from the KPRP government.

In August a Phnom Penh "people's revolutionary tribunal" tries Pol Pot in absentia for genocide
and sentences him to death. In December Pol Pot is replaced as prime minister of the Khmer Rouge
"government" by Khieu Samphan. Pol Pot remains as leader of the KCP and the Khmer Rouge armed forces.

It is reported that the Khmer Rouge are receiving military backing from China and the US.
It is also reported that a former deputy director of the CIA visits Pol Pot's
operational base in November 1980. During 1980 the World Food Program
supplies the Khmer Rouge with food worth US$12 million.


http://www.periclespress.com/Cambodia_Khmer.html

The UN vote in November 1979 was the culmination of a year of strange occurrences.
As Vietnamese troops entered Phnom Penh on the morning of January 7, 1979,
two helicopters took off for Thailand. Pol Pot was one of the passengers.

Pol would set up a new headquarters, Office 131, in July of 1979, at Mount Thom,
twenty miles from the Thai town of Trat.
The Thai General Chaovalit was ordered to provide protection for the headquarters.
He created Unit 838, a Thai Special Forces group. [5] Unit 838 would be assigned
to guard Pol again in 1985
, when a Vietnamese offensive overran nearly all the Khmer bases.
The pro-Western government of Thailand had already made the decision to side with Pol.
Chinese Vice-Premier Geng Biao flew to Thailand and met with Thailand's Prime Minister,
General Kriangsak, on January 15th. Geng Biao got an agreement which would allow China
to ship aid to the Khmers Rouges through Thailand. Sino-Thai merchants in Bangkok would
also be allowed to sell arms to the Khmers. [6] The Chinese would take a more active role on
behalf of the Khmer Rouge when they invaded Vietnam in February. Publicly, Deng Xiaoping,
wanted to teach the Vietnamese a 'limited lesson.' The lesson was severe. Vietnamese casualties
included 10,000 killed, although the Chinese themselves lost 20,000 killed and wounded.
The Chinese incursion however failed to relieve pressure on the Cambodians. The Vietnamese
would order another offensive in Cambodia in March. The withdrawal of the Chinese force
from Vietnam after only a month did not end Chinese support for the Cambodian war effort.
During the next ten years, Chinese military aid to the Khmers Rouges would total a billion dollars. [7]

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm

Thaksin Bush DC 20030610

เปิดรายชื่อ"เพื่อนฮุน เซน"

เห็นพูดกันนักว่าทักษิณมาอยู่ในกัมพูชา ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยมา แต่ตอนนี้ขอประกาศชัดๆ
เลยว่าจะเชิญมาปาฐกถาเรื่องเศรษฐกิจให้ข้าราชการและนักธุรกิจระดับสูงของ กัมพูชาประมาณ 300 คน
ได้รับฟัง ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ช่วง 8 โมงเช้า ที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังกัมพูชา

ขอประกาศชัดๆ ให้คนกัมพูชาทุกคนทราบว่า ทักษิณ ชวลิต (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ)
สมชาย (นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์) คนเหล่านี้เคยเป็นนายกรัฐมนตรีไทยทั้งนั้น และเป็นเพื่อนของฮุน เซน
แห่งกัมพูชา จึงขอให้ทุกคนช่วยอำนวยความสะดวกแก่บุคคลเหล่านี้ และขอร้องให้พี่น้อง ประชาชน-
ตำรวจ-ทหารไทย ทราบว่าคนที่คุณๆ ทั้งหลายต่อว่าอยู่นั้นเป็นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งมาแล้วทั้งนั้น
ผมเคารพอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมจึงช่วยเขา มีแต่อภิสิทธิ์เท่านั้นที่จงเกลียดจงชังคนเหล่านั้น


http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C

การดำรงตำแหน่งที่สำคัญ
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เคยดำรงตำแหน่งทางทหาร และตำแหน่งพิเศษอื่นดังนี้

ราชการทหาร


  • รับราชการประจำศูนย์การทหารราบ พ.ศ. 2508
  • ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 1 กรมผสมที่ 31 พ.ศ. 2509
  • ผู้บังคับชุดปฏิบัติการ กองร้อยรพิเศษ กองรบพิเศษ (พลร่ม) ที่2 พ.ศ. 2513
  • ครูโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ พ.ศ. 2515
  • ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมผสมที่ 23 พ.ศ. 2521
  • ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 กองพลรบพิเศษที่ 1 พ.ศ. 2526
  • ผู้บัญชาการกองรบพิเศษที่ 1 พ.ศ. 2532
  • ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พ.ศ. 2535
  • แม่ทัพภาคที่ 2 พ.ศ. 2537
  • ที่ปรึกษาพิเศษ กองทัพบก พ.ศ. 2540
  • ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก พ.ศ. 2540
  • ผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ. 2541 - 2545
  • ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2545 -2546

ตำแหน่งพิเศษ


  • ราชองค์รักษ์เวร พ.ศ. 2526
  • นายทหารคนสนิท นายกรัฐมนตรี (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) พ.ศ. 2521-2531
  • นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2531
  • สมาชิกวุฒิสภา ครั้งที่ 1 และ 2 พ.ศ. 2535 และ 2539
  • ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2546
[แก้] เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ภายหลังจากที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
และมีประชาชนรวมตัวกันชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ เพื่อขับไล่ พล.อ.สุจินดา ให้ลาออกจากตำแหน่ง
ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลของ พล.อ.สุจินดา ต้องสลายการชุมนุม โดย พล.อ.สุรยุทธ์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่ง
ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี ได้เป็นผู้นำกองกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม
ในบริเวณ
โรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตมากที่สุด

http://www.crma.ac.th/library/library%20main/m-sulayod.html

กองทัพบกได้มอบความรับผิดชอบการปฏิบัติการในพื้่นที่ระวังป้องกันให้กับหน่วยรบพิเศษ โดยกรมรบพิเศษที่ 1
รับผิดชอบการปฏิบัติงานในทิศทางด้านกัมพูชา ในขณะนั้นได้เกิดสถานการณ์การ สู้รบในประเทศกัมพูชา
และตลอดแนวชายแดนไทย

-กัมพูชาโดยทหารเวียดนามใช้กำลังผสมเหล่าขนาดใหญ่เข้ากวาดล้างกองกำลังผู้่รักชาติชาวกัมพูชาบริเวณพื้นที่
ตามแนวชายแดนระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทยพันเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่
ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 838 ตั้งแต่ 2มกราคม 2527 ถึง 1 ตุลาคม 2529 รวมเป็นระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน

http://www.the-thainews.com/misc/journal/jn251146_1.htm

http://www.rta.mi.th/26112u/pawat%20neid.htm
การปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วย

- เมื่อ 1 พ.ย.27 – 31 พ.ค.28 จัดกำลังพล สนับสนุน กกล.สุรนารี ตามแผนไทยเสรี ของ นสศ. “ ยุทธการบ้านตาตุม ”

- จัดกำลังพลปฏิบัติราชการพิเศษ ตามโครงการของ ศปก.ทบ.ส่วน โครงการ 315 โครงการ 506 ( นปพ.838 )
ตั้งแต่ มี.ค.26 – 1 ต.ค.38
รายนามผู้ดำรงตำแหน่ง

ผบ.รพศ.1 พัน.2


1.

พ.ท.สนธิ

บุญยรัตกลิน

ตั้งแต่

12 เม.ย.26

-

20 ก.พ.30


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Thu Apr 22, 2010 12:01 am, ทั้งหมด 9 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 10, 2010 10:55 pm

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1270909637&grpid=00&catid=
วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 21:24:11 น.
มติชนออนไลน์

ม็อบตายแล้ว8 ราย นักข่าวรอยเตอร์ถูกยิงที่หน้าอกเสียชีวิต
แกนนำเสื้อแดงบุกแย่งศพผู้ชุมนุมแห่ไปผ่านฟ้า


เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 เมษายน สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที รายงานว่า ที๋โรงพยาบาลหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้บุกโรงพยาบาลหัวเฉียวด้านล่างมีการยื้อแย่งศพจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหัวเฉียว
ซึ่งเป็นผู้ศพของผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ- ทหาร เพื่อนำไปที่เวทีปราศรัย
สะพานผ่านฟ้าลีลาศให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบปีที่แล้วว่ามีการปิดข่าวการเสียชีวิตของผู้ชุมนุม

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตเบื้องต้น นายอำพล สาติรัตน์ นายยุทธนา เจริญพูนพอง และนายวสันต์ ภู่ทอง

จากนั้นแกนนำได้นำศพขึ้นมาที่เวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยมีธงชาติคลุมศพ
ก่อนจะนำศพกลับไปที๋โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์


ทางด้าน นพ.พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ประกอบด้วย
1. นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ชาวญี่ปุ่นเป็นนักข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ ถูกยิงที่หน้าอก
2.นายสวาท วางาม อายุ 43 ปี กะโหลกกระแทกที่ศีรษะเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล
3. นายธนชัย ถูกยิงที่ทรวงอกเสียชีวิต
4.นายนพชัย เมฆงามฟ้า ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าอกด้านซ้าย และ
รายที่ 5 ไม่สามารถระบุชื่อได้


เว็บไซต์ของสำนักข่าวบีบีซีรายงานข่าวความคืบหน้าการปะทะกันระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม
เสื้อแดงในกรุงเทพฯ วันที่ 10 เมษายนว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 200 ราย


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข่าวความคืบหน้าการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่มคนเสื้อแดง
จากบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและตามถนนราชดำเนินว่า ขณะนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะ
ดังกล่าวอย่างน้อย 242 ราย โดยเป็นทหาร-ตำรวจ 64 นาย


นอกจากนี้ รอยเตอร์ได้อ้างคำสัมภาษณ์ของพญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานครว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะดังกล่าวแล้ว 8 ราย โดยเป็นประชาชน 4 คน
และทหาร 4 นาย
อย่างไรก็ตาม พญ.มาลินีไม่ได้ระบุรายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม


2 ศพ-แกนนำเสื้อแดงนำศพผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าทีตำรวจ-ทหาร
และกลุ่มผู้ชุมนุม 2 รายขึ้นเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ

ศูนย์เอราวัณเผยเหตุปะทะวันนี้ ตาย8 เจ็บ486ราย

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ศูนย์เอราวัณเผยเหตุการปะทะระหว่างทหารตำรวจ-เสื้อแดงในวันนี้
มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 486 ราย เสียชีวิต 8 ราย เจ็บตายทั้งสองฝ่าย

นพ.เพ็ชรพงษ์กำจร กิจการ ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า
สามารถสรุปตัวเลข ผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตอย่างเป็นทางการได้ แต่ล่าสุด ยอดผู้บาดเจ็บขณะนี้ 486 ราย
เสียชีวิต 8 ราย ในจำนวนนี้ รพ.กลาง 5 ราย รพ.หัวเฉียว 3 ราย ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายใด

อย่างไรก็ตามจะรายงานตัวเลขอย่างเป็นทางการให้ทราบอีกครั้ง อีกครึ่งชั่วโมงจากนี้ เวลา 21.00 น.
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกทม. กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตพลเรือน 4 ราย
ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง 1ราย โรงพยาบาลวชิระ 1ราย โรงพยาบาลหัวเฉียว 2 ราย และมีรายงาน
ทหารเสียชีวิต 4 ราย ไม่มีการระบุชัดเจนว่าอยู่ที่โรงพยาบาลใด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 242 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานล่าสุดจากศูนย์เอราวัณ เมื่อเวลา ประมาณ 20.00 น. ว่าเหตุปะทะกันระหว่าง
ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ มีผู้บาดเจ็บแล้ว 199 ราย เป็นทหาร 55 ราย ตำรวจ 9 ราย และ พลเรือน 139 ราย
ส่งรักษาตัวที่ รพ.วชิรพยาบาล 51 ราย รพ.มิชชัน 2 ราย รพ.พระมงกุฎ เกล้า 52 ราย เป็นทหาร 49 ราย
พลเรือน 3 ราย รพ.กลาง 50 ราย รพ.รามาธิบดี 13 ราย รพ.หัวเฉียวฯ 11 ราย รพ.ศิริราช 11 ราย เป็น
ทหาร 6 ราย พลเรือน 1 ราย รพ.ตำรวจ 12 ราย เป็น ตำรวจ 9 นาย พลเรือน 3 ราย และ รพ.จุฬาฯ 1 ราย
โดยอาการบาดเจ็บมาจากการปะทะ กันของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุม เช่น ถูกตี ถูกกระสุนยาง เป็นต้น

ล่าสุดมีรายงานว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการปะทะเดือดระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่ทหาร
ที่ถูกหามส่งไปรักษาที่ ร.พ.ได้เสียชีวิตลงไปแล้ว 1 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นกลุ่มผู้ชุมนุม
โดยเสียชีวิตก่อนที่จะไปถึงร.พ.กลาง ทั้งนี้ พบว่าเสียชีวิตเนื่องจากถูกตีด้วยของแข็ง

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มีรถฮัมวี่ ของทางเจ้าหน้าที่ทหาร
ที่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงยึดไว้ที่บริเวณ ถ.เพชรบุรี ซ.7 ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทำลายเสียหายไป 1 คัน
ขณะที่รถบัสของเจ้าหน้าที่ทหารที่ถูกยึดบริเวณกลางสะพาน มัฆวานรังสรรค์ จำนวน 2 คัน นั้น
ได้ถูกเผาได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไประงับไว้ได้ เนื่องจาก
มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 ตน

ล่าสุดขณะนี้ ที่โรงพยาบาลวชิระ ได้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น โดยกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง
ที่ได้รับบาดเจ็บและญาติจำนวนประมาณ 50 คน ที่ปักหลักรอดูอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บ
แสดงความไม่พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่เปิดโอกาสให้เข้าถึงตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ
และดูอาการก่อนส่งตัวเข้าทำการรักษาได้ โดยแสดงความไม่พอใจด้วยการโห่ร้อง ผลักดันเจ้าหน้าที่
จึงต้องนำแผงเหล็กมาปิดกั้นทาง และยิ่งทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ และเข้าใจว่า เป็นการปกปิดข้อมูล
การถูกทำร้ายของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางคนตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ และทหารที่
ได้รับบาดเจ็บที่ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาล และพร้อมจะเข้าทำร้ายจนเกิดความวุ่นวายขึ้นหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีพลเมืองดีแจ้งเข้ามาว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากอยู่ที่
แยกคอกวัว และรถพยาบาลยังเข้าไปไม่เพียงพอ ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่บาดเจ็บไม่มากนักยังขาดยา
และผ้าพันแผล

http://thaienews.blogspot.com/2010/04/blog-post_8107.html
วันอาทิตย์, เมษายน 04, 2010

คนไทยทั่วโลกฮือต้านสลายเสื้อแดง เจอแน่ประจานทางสากล อนาถกก.สิทธิฯไฟเขียวปราบ



หนุนช่วยทางสากล-ใจ อึ๊งภากรณ์ และชาวไทยในยุโรปร่วมกันออกแถลงการณ์
สนับสนุนข้อเรียกร้องของเสื้อแดง และคัดค้านการใช้ความรุนแรงของรัฐต่อผู้ชุมนุม

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 เมษายน 2553

ศอ.รส.ออกประกาศฉบับที่ 6
เพื่อสกัดไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปชุมนุมในพื้นที่ย่านสีลม ในกลางธุรกิจสำคัญ
ขณะที่ 1 ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ช่องNBT
ในช่วงเวลาราว 13.30น.วันนี้ เปิดทางให้รัฐบาลดำเนินการสลายการชุมนุมของ
คนเสื้อแดงได้ โดยให้เหตุผลว่าฝ่ายเสื้อแดงละเมิดสิทธิของผู้อื่นก่อน
ส่วนรัฐบาลก็ถือว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนแล้ว ขณะที่คนไทยในสหรราชอาณาจักร
และในหลายประเทศทั่วโลกออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งคัดค้านการใช้ความรุนแรง
ต่อผู้ชุมนุม และสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ยุบสภา


นายแพทย์แท้จริง ศิริพาณิช 1ในกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับวรวีร์ วูวณิช
ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์NBTในช่วงเวลาราว13.30น.วันนี้ ระบุในตอนหนึ่งว่า เท่าที่คณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติติดตามสถานการณ์อยู่ในเวลานี้ เห็นว่าผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ย้ายมาชุมนุมอยู่ย่าน
ราชประสงค์เป็นการกระทำที่ ละเมิดสิทธิของผู้อื่นแล้ว เนื่องจากเป็นย่านศูนย์การค้าสำคัญ
ย่อมแตกต่างจากการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า ส่วนฝ่ายรัฐบาลนั้นมีการดำเนินการด้วยความอลุ้มอล่วย
โดยเริ่มต้นจากการเจรจาก่อน แต่เมื่อเจรจาไม่สำเร็จก็ดำเนินการตามขั้นตอน เช่น การแจ้งเตือนผู้ชุมนุม
การนำประกาศศอ.รส.ไปแจ้งผู้ชุมนุมให้ย้ายออกจากย่านราชประสงค์ และการดำเนินตามขั้นตอนต่อไป
หากจะมีการสลายการชุมนุมก็ต้องมีการประกาศแจ้งเตือนก่อน

ทัศนะของกรรมการสิทธิฯคนนี้นับว่าสอดคล้องกับท่าทีของฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะศอ.รส. และเมื่อไวๆนี้
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพิ่งไปแถลงข่าวร่วมกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในค่ายทหาร
รอ.11 โดยระบุว่าฝ่ายเสื้อแดงมีการละเมิดสิทธิของนายกรัฐมนตรี แต่ก็พร้อมจะเป็นกรรมการกลาง
ในการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่าย

อย่างไรก็ตามฝ่ายเสื้อแดงปฏิเสธข้อเสนอที่คณะกรรมการสิทธิฯจะเป็นกรรมการกลางในการเจรจา
เพราะเห็นว่าขาดความเป็นกลาง

คนไทยในสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์หากปราบม็อบจะลุกฮือ
ประท้วงหน้าสถานทูตไทยในลอนดอน


ขณะที่กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักรได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่งคัดค้านการที่
ศอ.รส.ออกประกาศฉบับที่ 6 มีแนวโน้มจะสลายการชุมนุมของประชาชน โดยระบุว่าหากมีการสลายการชุมนุม
ก็จะพากันออกไปประท้วงที่สถานทูตไทยในมหานครลอนดอนโดยมีเนื้อหารายละเอียดดังนี้

วันที่ 4 เมษายน 2553

เรื่อง
แถลงการณ์สนับสนุนกลุ่ม นปช.และประชาชนชาวไทยผู้รักประชาธิปไตย
เพื่อเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยุบสภาคืนอำนาจอธิปไตยแก่ประชาชนไทยโดยเร็ว

เรียน รัฐบาลไทยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กองทัพ

กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักรมีความห่วงใยในสถานการณ์ทางการเมือง
ของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง และขอประณามการประกาศใช้ฎหมายเข้าจับกุมและ
สลายการชุมนุมในวันที่ 4 เมษายน 2553 ตามประกาศ ศอ.รส.ฉบับที่6 อันเป็นการเปิดโอกาสให้
รัฐบาลสามารถใช้กองกำลังทหารและตำรวจเข้ามาปราบปรามแยกสลายการชุมนุม ของพี่น้อง
ประชาชนที่กำลังชุมนุมกันอยู่อย่างสงบสันติและปราศจากอาวุธได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อ
กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ให้ประชาชนชุมนุมกันได้

เนื่องมาจากการที่กองทัพไทย ได้กระทำการยึดอำนาจโดยการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549
ของ คมช.เป็นต้นมา อันเป็นการทำลายระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จนกระทั่งมีการตั้ง
แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปช.เกิดขึ้นมา โดยมีพี่น้องมวลชนชาวไทยจำนวนมาก
ร่วมกันสนับสนุนและแสดงเจตนารมย์เพื่อเรียกร้องให้กองทัพไทย และรัฐบาลภายใต้การนำของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ให้ยุบสภาและคืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อที่จะได้ใช้สิทธิ์
ทำการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยเร็วการที่ประชาชนชาวไทยจำนวนมากได้ออกมาร่วมชุมนุม
ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เป็นต้นมา ถึงวันนี้ 4 เมษายน 2553 นับเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว
แต่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ ยังได้แสดงท่าทีเพิกเฉยต่อเสียงของประชาชนส่วนใหญ่
และยังได้ออกประกาศศอ.รส.ฉบับที่6 ดังกล่าว

อนึ่งกลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร จึงได้ออกมายืนยันที่จะอยู่เคียงข้างพี่น้อง
ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ที่รักประชาธิปไตย และขอสนับสนุนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ
หรือ นปช. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยภายใต้อำนาจของกองทัพ ให้ทำการยุบสภาคืนอำนาจอธิปไตย
แต่ประชาชนไทยโดยเร็วที่สุดหากมีการสั่งกองกำลังทหารเข้าทำการปราบปรามพี่น้องประชาชนเมื่อไร
พวกเรากลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักรจะเดินทางไปที่หน้าสถานทูตประเทศไทย
ที่กรุงลอนดอนทันทีเพื่อประณามการกระทำที่รุนแรงต่อประชาชน

ขอแสดงความนับถือ

วัฒนา เอ็บเบจช์

กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร

เวปไซ้ท์ konthaiuk.com


ตกลงมีสัญชาติอะไร ไทย หรือ อังกฤษ
ทหารไทยเตรียมตัวไปสมัครกองทัพ NATO หรือ UN กันได้แล้ว


https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-75.htm

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm


https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-50.htm

3. Effort To Destroy Malaysia
Former Deputy Prime Minister of Malaysia Anwar Ibrahim, wholly owned by London
and London's U.S. assets Al Gore, Paul Wolfowitz, and George Soros,
was deposed
and imprisoned in 1998, at the same time that then-Prime Minister Mahathir Mohamad saved his nation
from Soros and his fellow speculators by imposing currency controls on the Malaysian currency,
the ringgit. After his release from prison in 2004, Anwar was sponsored by
Wolfowitz and his cohorts, providing him several lucrative positions
at universities in Washington and Oxford, at the World Bank,
and at foundations in Washington and London.

http://www.defenselink.mil/photos/newsphoto.aspx?newsphotoid=4504


Deputy Secretary of Defense Paul Wolfowitz (right) escorts Thailand's Crown Prince
Maha Vajiralongkorn through an honor cordon and into the Pentagon on June 12, 2003.
Wolfowitz and the Prince will meet to discuss a range of bilateral security issues and
the global war on terror.

DoD photo by Helene C. Stikkel. (Released)

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sunnews&month=03-2010&date=15&group=2&gblog=63

"ขุนศึก"รับแผน"ผู้ใหญ่"/สั่ง"สัญญาน"อันตราย/สงครามกลางเมือง/แดงรุกเปลี่ยนการปกครอง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน สถานการณ์การเมืองการทหาร ในห้วงสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ
ระหว่างการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ ๑๒ มี.ค.ที่มีการเคลื่อนตัวเข้ามาจากหลายพื้นที่
ต่างจังหวัดในทุกภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน และปริมณฑลกรุงเทพ ที่ส่วนใหญ่เป็น
ชนชั้นกลาง-ล่าง จนถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มี.ค.๕๓ ที่มีลักษณะการเตรียมพร้อมทั้งเสบียงกำลังมวลชน
มากกว่าหนก่อนๆที่มีลักษณะไม่ปักหลักสู้ แต่ในครั้งนี้มีการเตรียมการอย่างดีทั้งเต๊นท์,ห้องน้ำ,
เสบียงอาหาร ฯลฯ ในท่ามกลางความเชื่อมั่นของบรรดาแกนนำรวมถึง"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกฯที่เชื่อว่า"ข้อมูลต่างๆ"ในทาง"ลบ"กับฝ่าย"ขุนศึก"หรือ" อำมาตย์"นั้นไปสู่การรับรู้ของ
มวลชนเสื้อแดงและกระจายไปสู่ประชาชนบางส่วน รวมถึงข้าราชการชั้นผู้น้อยต่างๆให้เข้าใจถึง
ข้อเปรียบเทียบระหว่าง"รัฐบาล ทักษิณ"ที่มี"ทุนใหม่"สนับสนุน กับรัฐบาลปชป.ที่มีกลุ่มทุนเก่าสนับสนุน

@@"หน่วยข่าวลับ"ราย งานการเฟดบทบาทของ"พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์"และ"ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง"
ในจังหวะเดียวกับการเดินทางไปต่างประเทศของ"คุณหญิงพจมาน ชินวัตร"และลูกๆ ว่าส่วนหนึ่ง
มีการเคลื่อนไหวจากที่ไม่น่าไว้วางใจจากฝ่าย"ขุนศึก"ที่สั่งการ ให้กองทัพภายใต้"พล.อ.ประวิตร"
รมว.กลาโหม และ"พล.อ.อนุพงษ์"ผบ.ทบ. ที่มี"พล.อ.ประยุทธ์"รองผบ.ทบ.เป็น"ผู้ประสานตรง"กับ
"ขุนศึก"ดำเนินการอย่าง ใดอย่างหนึ่ง อันมีความสอดคล้องกับใบปลิวเอกสาร ๑๑ ข้อที่หลุดออกมา
ในวันที่ ๑๓ มี.ค.๕๓ โดยเฉพาะในรายของ"ร.ต.อ.เฉลิม"นั้น ในคืนที่เดินทางไปประเทศสิงค์โปร
กระทันหันนั้น ได้แจ้งกับนักข่าวว่า มีทหารประมาณ ๓๐๐ กองร้อย มุ่งหน้ามายังบ้านพักย่านหนองแขม
ที่ต่อมาวันรุ่งขึ้นช่วงค่ำมีการจัดม็อบชาวบ้านไปไล่ทหารโดยอ้างว่ามีการติด อาวุธเข้ามายังเขตวัดต่างๆ
ในพื้นที่หนองแขมทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ห้วงระหว่างสถานการณ์การชุมนุม มี"สัญญาน"จาก"ขุนศึก"
ส่งผ่านไปยัง"พล.ต.จำลอง ศรีเมือง"แกนนำพันธมิตร ให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับ
"ม็อบเสื้อแดง"ในลักษณะวิธีคล้ายขั้นตอน ที่ใช้ในเหตุการณ์"พฤษภาทมิฬ๓๕" โดยมีรายงานว่า
"พล.ต.จำลอง"ได้เรียก"ไพศาล พืชมงคล"และบุคคลกลุ่มหนึ่งไปประชุมหารือกันที่"สันติอโศก"
ในช่วงเช้า(๑๔มี. ค.๕๓)หลังจากที่มีการประเมินสถานการณ์จากวันที่ ๑๓ มี.ค.แล้วพบว่า
ม็อบเสื้อแดงที่จะเข้ามามีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ได้มีคณะบุคคลทำการเตรียม"มวลชนจัดตั้ง"จำนวนหนึ่งเพื่อปฏิบัติการ
สร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้สอดคล้องกับ"ข้อมูล"ที่"สุเทพ เทือกสุบรรณ"และ"ปณิธาน วัฒนายากร"
ให้ข่าวกับสื่อมวลชนไว้ก่อนหน้านี้ว่า เป้าประสงค์ของ"เสื้อแดง"ครั้งนี้ต้องการให้มีการ"ปิดเกม"ด้วยความรุนแรง
โดยการ"ปิดกรุงเทพฯ"ให้เกิดการจราจรเป็นอัมพาต(๑๒มี.ค.) และจะทำให้เกิดความไม่พอใจของคนกรุงเทพ
กระทั่งมีการกระทบกระทั่งและจะมี"มือที่สาม"ออกมาสร้างสถานการณ์เผาบ้านเผาเมืองตามที่
แกนนำเสื้อแดงบางราย ไฮปาร์คบนเวที ว่าให้มีการเตรียมขวดน้ำมันมาทำระเบิดเพลิง ขณะที่"หน่วยข่าว"
ของรัฐบาลก็รายงานความแพร่หลายของความรู้เรื่องการทำระเบิดเพลิง ที่กระจายกันในหมู่คนเสื้อแดง
ฮาร์ดคอร์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบด้วย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าทั้ง"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"และ"สุเทพ"รวมถึง"ปณิธาน" และเจ้าหน้าที่ระดับสูง
ด้านความมั่นคงในกองทัพและตำรวจ พยายามให้ข่าวในลักษณะจะเกิด"ความรุนแรง" ขึ้น โดยสอดคล้อง
กับสถานการณ์ตั้งแต่เหตุการณ์ระเบิดแบงค์กรุงเทพก่อนหน้านี้และเหตุการปล้นคลังแสงทหารพัทลุง
จนมาถึงการข่าวรายงานว่าจะมีการนำระเบิดสังหารมาก่อเหตุ ๔๐ จุดในกรุงเทพ ที่ทำให้เกิดความชอบธรรม
เป็นเหตุเป็นผลในการ"ยกระดับสถานการณ์"ที่อยู่ในการดูแลของตำรวจ ไปสู่การประกาศใช้
"พรบ.ความมั่นคง"ระหว่างวันที่ ๑๑-๒๓ มี.ค.๕๓ ที่โดยระดมกำลังทหาร-ตำรวจ-พลเรือน ราว ๕ หมื่นนายมาใช้
และให้กองทัพ โดยเฉพาะ"กอ.รมน."เข้ามาเป็น"เจ้าภาพ"สำคัญ โดยผู้มีบทบาทสำคัญครั้งนี้ตั้งแต่ต้นคือ
"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"รอง ผบ.ทบ.ที่ในการโยกย้ายต้นปี "พล.อ.อนุพงษ์"มีการดึงงานของ กอ.รมน.
กลับไปดู หลังจากมีข่าวการลดระดับความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ที่ทำให้"พล.อ.อนุพงษ์"ยอมรับว่า
เปอร์เซ็นต์ของการเป็น ผบ.ทบ.ของ"พล.อ.ประยุทธ์"ต่อจากเขาลดลงไม่ถึงขั้นเต็มร้อย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ก่อนหน้านี้ช่วงวันตัดสินคดียึดทรัพย์"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"ของศาลฎีกา
(๒๖ก.พ.๕๓) มีความพยายามหนที่๒ (ครั้งแรกก่อนเกิดเหตุคนร้ายยิง M79ไปที่ข้างห้องทำงานของ
พล.อ.อนุพงษ์ ใน บก.ทบ.(๒๐ม.ค.)ที่ส่งผลให้ มีการให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาคุม กอ.รมน. )จาก"ขุนศึก"
ที่จะให้"พล.อ.อนุพงษ์"ปฏิบัติการทางทหารโดยทำการ"รัฐประหาร" แบบเดียวกับ"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"
เพื่อให้สถานการณ์สามารถควบคุมได้โดย"กองทัพ"ที่จะมี"ขุนศึก" อยู่เบื้องหลังในการตั้ง"บุคคล"
ที่จะมาเป็น"นายกฯ"แบบครั้ง"พล.อ.สุรยุทธ์" หลังจากที่ช่วงใหญ่ๆก่อนหน้านี้ มีการเปิดข้อมูลโจมตี
"พล.อ.เปรม"และบรรดาองคมนตรี อย่างหนักหน่วง เกี่ยวกับเรื่องที่ดินของคนใกล้ชิด และกรณีการเป็น
ประธานที่ปรึกษา บริษัทซีพี และ ธนาคารกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มีการเสียภาษี ซึ่งเป็นการมุ่งทำลาย
"ความน่าเชื่อถือ"ประธานองคมนตรี และองคมนตรีนับต่อจากกรณีมีการสรุปทางคดีว่าการครวบครอง
"เขายายเที่ยง"ของ" พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์"องคมนตรี ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่"พล.อ.อนุพงษ์"ปฏิเสธ


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าท่าทีของ"พล.อ.อนุพงษ์"สร้างความไม่พอใจให้กับ"ผู้ใหญ่"ที่อยู่เบื้องหลัง
การสั่งการผ่านมายัง"ขุนศึก"และเป็นที่มาของการรื้อฟื้นขยายผลเคต"เครื่อง ตรวจระเบิดGT200"และ
"บอลลูน"ตรวจการ มาสู่ข่าวการทุกจริตการจัดซื้ออาวุธในกองทัพบก และลุกลามมาสู่เหตุการณ์การยืนยัน
ใช้ GT200 ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนทำให้เกิดเหตุระเบิดมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต และนำมาสู่
การจี้ให้ ผบ.ทบ.รับผิดชอบ(ท่ามกลางข่าวลือการเตรียมย้าย ผบ.ทบ.ไปทำเนียบ) จากนั้นพันธมิตร
ได้ขยายผลเรื่องนี้โดยให้"พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรสุข"ทำการเดินหน้าผ่าเครื่องดังกล่าวพิสูจน์
ซึ่งทิศทางดังกล่วทำให้"พล.อ.อนุพงษ์"นำแม่ทัพมาแถลงข่าวผ่านทีวี.เพื่อยืนยันว่าจะใช้งาน
เครื่อง GT200 ต่อไปเพราะยังใช้การได้

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ยังคงมีความพยายามกดดันให้"พล.อ.อนุพงษ์"ดำเนินการทางทหาร
หลังสถานการณ์การชุมนุมที่มีการประเมินว่าจะเกิดความรุนแรง จนสามารถยกระดับไปสู่การประกาศ
"พรก.ฉุกเฉิน"ได้และมีความเชื่อจาก"ขุนศึก" รวมถึงบรรดาที่ปรึกษา ว่า สถานการณ์อาจจำเป็นที่จะ
ต้องเสียเลือดเนื้อคนไทยจากสภาพการปะทะกันของ"มวลชน"และ การสร้างสถานการณ์ที่อาจ
สร้างความเสียหาย จนทำให้ต้องประกาศใช้ พรก. เพื่อนำกำลังที่ทหารที่เข้ามาในกรุงเทพ
จำนวนมากออกมาใช้

@@"หน่วยข่าวลับ"
รายงานว่า เป้หมายของเสื้อแดง ไม่ได้แต่เพียงให้"นายกอภิสิทธิ์"ยุบสภา แต่เป้าอยู่ที่ การรวมประชาชน
จำนวนมากให้ถึงล้านคน เพื่อเคลื่อนไหวกดดัน"พล.อ.เปรม"และคณะจากกรณีต่างๆซึ่งถือเป็นการทำลาย
ความน่าเชื่อถือขององคมนตรีและบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องกันรวมถึงอาจลามไปถึง "ผู้ใหญ่"ที่ขณะนี้
กำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญเพื่อรองรับผลกระทบในอนาคต โดยเฉพาะเป้าหมายที่มุ่งไปสู่
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนโดยแท้จริง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ขณะนี้ในกองทัพมีความไม่เป็นเอกภาพกันระหว่างนายทหาร
ไม่ต่ำกว่า ๕ ฝ่าย ที่มีแนวคิดจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในสถานการณ์การเคลื่อนไหวของเสื้อแดง
แบ่งเป็น๑.ทหารที่เห็นด้วยกับพล.อ.ชวลิต ๒.พล.อ.สุจินดา ๓.จปร.๗ ๔.ตท.๑๐ ทักษิณ ๕.พล.อ.เปรม ๖.
ทหารส่วนอื่นๆ ขณะที่มีการแยกออกไปอีกในส่วนของทหารที่สังกัดกับ"ขุนศึก"ว่าขึ้นกับสายของ
"ผู้ใหญ่"ท่านใดและในส่วนของกองทัพเรือ อากาศ ที่แยกเป็น ๓ พวกคือ แดง,เหลือง และฝ่ายประชาธิปไตย

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า หลังการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงจากพื้นที่ภาคเหนืออีสานเข้ามายังกรุงเทพ
และมีการเพิ่มจำนวนนับแสนคน (๑๔มี.ค.)ทำให้มีการสั่งการให้เพิ่มกำลังทหาร โดยมีการระดมกำลัง
จากกองทัพภาคที่๓ เชียงใหม่ เชียงรายลงมาในวันเดียวกัน ทำให้กำลังของทหารในพื้นที่ กทม.
มีหลายหมื่นคน ซึ่งมากกว่าครั้งที่มีการยึดอำนาจ(๑๙ก.ย.๔๙)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า กรณีการจับโรงงานผลิตฐานยิง M79 ทั้งที่ปทุม สมุทรปราการ
เป็นเพียงการเร้าสถานการณ์สอดคล้องกับความรุนแรง โดยแท้จริงแล้ว โรงงานผลิตดังกล่าว
เป็นโรงงานผลิตอาวุธอย่างลับๆ เพื่อป้อนกองทัพ"ไทยใหญ่"ซึ่งกองทัพไทยทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว

แต่เมื่อมีการแจ้งจากชาวบ้านจึงมีการขยายผลในเรื่องนี้ไปสู่เสื้อแดง

Create Date : 15 มีนาคม 2553
Last Update : 15 มีนาคม 2553 3:30:40 น.


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Tue Apr 13, 2010 4:56 am, ทั้งหมด 7 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 10, 2010 11:14 pm

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-150.htm

http://www.the-diplomat.com/featnwft0913_3.aspx

Asia’s Next Flashpoint? - III

Luke Hunt

November 17th 2009

But despite the poisonous atmosphere, Chheang says he is still upbeat about ties
between Thailand and Cambodia and says that Hun Sen’s support for Thaksin reflects
the ousted leader’s popular support at home, with Abhisit seen as only a short term leader.


‘We like Thais, we like the Thai language we like Thai products. But I think it’s a lose-lose
situation over the short term,’ he says. ‘But we are predicting the PPP will win the next election
and that means Thaksin and his supporters will be returned…The value of Thaksin will be
a win-win.’


Thais are expected to go to the polls by mid-2010, but Greenwood says he believes
Hun Sen may have miscalculated.


‘In a single stroke he boosted Abhisit’s popularity, cast Thaksin as a near traitor and diverted
attention away from the King’s health and its inevitable intimations of his mortality and
the implications of what many fear will be a troubled, contentious and even divisive succession.’


And as the political convulsions over Preah Vihear, Thaksin and Hun Sen take centre stage,
two very different players are keenly focused on unfolding events—
Thailand’s Crown Prince Maha Vajiralongkom and China.


Thailand’s Unwanted Threesome

If left to its own devices, Thailand is capable of managing the prickly relations with Cambodia.
But Cambodia’s ties with China complicate matters considerably.


Khmers have sent tributes to Chinese emperors and regarded Beijing as the centre of the universe
since the first Chinese diplomats arrived in Angkor in 1296.


As the once mighty Angkor Kingdom headed into terminal decline, the Middle Kingdom
emerged as a significant counterweight to neighbourhood ‘pests’ Thailand and Vietnam
who fancied Cambodia as a vassal state. That policy suited China for centuries.


The issue resurfaced in 1955, when Prince Norodom Sihanouk sought to re-fashion his
country’s foreign policy after independence from France and met with then Chinese Foreign
Minister Zhou Enlai.


Misjudged backing of the Khmer Rouge by China and Vietnamese support for Hun Sen and
the 1978 invasion that ousted Pol Pot, left Sino-Cambodian relations in tatters.


But more recently, Western countries have provided the bridge between Cambodian foreign policy
and nations like Australia, France and the United States, who have stepped-in and restructured
the Cambodian military along more professional lines.


The men of Brigade 8 on the hilltops around Preah Vihear are a vastly different breed to
the press-ganged cadre that fought here in the vicious cycle of Cold War conflicts.


Yet Western influence is waning. The United States’ CIA has complained
the US embassy no longer enjoys the access to Phnom Penh’s power brokers
that it once did.
And Hun Sen’s irritation with Western carping over Cambodia’s atrocious
human rights record is now legendary.


Western criticism is normally accompanied by much-needed foreign aid, usually in the order
of $500 million and $1 billion a year. So when Phnom Penh went searching for alternative
sources of funding with fewer strings attached, Beijing was only too happy to oblige.
It began in November 2002, at a meeting on the sidelines of an Association of Southeast Asian
Nations conference, held in Cambodia for the first time.


As the only Westerner present at the meeting, this reporter can confirm Hun Sen was afflicted
by a rare bout of nerves at the meeting. He was also apologetic as the air conditioning wasn’t
functioning, meaning the room was stifling hot.


But Chinese Premier Zhu Rongji was cavalier, nonchalantly proclaiming: ‘the hotter the better.’

The pair sat down and signed a cluster of documents in which China wrote-off the equivalent
of $2 billion worth of debt incurred by the Khmer Rouge. Bilateral relations have flourished ever since.

‘The Chinese influence is very strong in Cambodia,’ Chheang says.
‘Cambodia is playing a very good game
in using Beijing to balance the United States.’

http://www.the-diplomat.com/featnwft0913_4.aspx

Asia’s Next Flashpoint? - IV

Luke Hunt

November 17th 2009

These days, Cambodia holds additional gems for China--a deep water port
at Sihanoukville and scores of strategically important islands in the Gulf of Siam
where the Chinese, Russian and US navies are vying for influence.
Potential oil reserves are an additional bonus.


The islands are part of a wider chain known in China as the String of Pearls--
a succession of military bases scattered around Southeast Asia designed
to secure Beijing’s trading interests.


‘As the region’s superpower, China is following all these events very closely,’
Chheang says on recent developments between Cambodia and Thailand.


Asked whether Hun Sen was mindful of Chinese considerations
when challenging Thailand
, one Cambodian Interior Ministry source
tells me quickly: ‘Oh yes, definitely yes.’


Chheang adds that a further complication for Thailand is that
it does not enjoy good relations with any of its immediate neighbours.


‘They’re smart diplomats when it comes to dealing with superpowers like the US,
but they don’t treat their neighbours well. Thailand has a conflict going on with
every one of its neighbours
,’ he says about Malaysia, Burma, Laos and Cambodia.


And, with the US remaining Thailand’s most important ally,
Beijing has positioned itself accordingly.


China is Cambodia’s biggest supplier of military hardware, but the actual
figures are a well-guarded secret and the International Monetary Fund and
the extensive NGO networks that operate here
are critical of money being
channelled into military spending rather than poverty reduction.


Of the expenditure figures the government does make public, Cambodia revealed that
escalating cross-border tensions will result in the rise of military spending by 23 percent
next year to $274 million.


Much of the recent bellicosity has a familiar ring, harking back to the dark days of
the 1960s and 1970s when Indochina became a battlefield for Cold War proxies.


Greenwood says he hopes tensions ease into a low-frequency grumble, barely audible
to rest of the world. But he warns that if Hun Sen continues to push Thailand,
then Abhisit’s options will narrow.


‘He might feel impelled to demonstrate the unequal nature of the Thai-Cambodian
relationship with a display of something far stronger than moral certainty,’ he says.
‘This could once again develop into an armed stand-off, with the high risk of small
unit-level clashes, if not an all-out confrontation.’


‘Once troops face each other under such circumstances, events risk being driven
by miscalculation, indiscipline or provocation rather the calculations of a rational strategy.’


The mismatch between the countries was a point apparently not entirely lost on Hun Sen.

At a carefully staged joint press conference held with Thaksin on November 11 he refused
a Thai extradition request for Thaksin and accused Bangkok of adopting a
‘Cold War mentality … where your neighbour is your enemy.’


But he also noted the collective GDPs of Burma, Laos and Cambodia were less than
10 percent of Thailand’s.


‘Why are you so worried when your neighbours are so poor? They need help,
’ he said in regards to the current Thai leadership. Sounding a little irritated,
he added: ‘They’re trying to pester me everywhere.’


Thaksin said he wanted to use his economic experience to help Cambodia’s poorest
out of poverty, although such pronouncements are unlikely to impress villagers in
the Dangrek Mountains.


‘People living along the border are very scared,’ Chheang says. ‘However, war, a conflict
on the border? I don’t think so. I can’t see serious repercussions [from Thaksin’s appointment]…
Some people fear that Thaksin might be allowed to set-up a government in exile here but
that won’t happen. That fear isn’t justified. The days of the Vietnam War, the Cold War,
when we allowed our country do that kind of thing are over.’
But the view in Bangkok,
where Cambodian influence is minimal and political friendships in tatters, is less certain.
Here, domestic politics are driving foreign policy and
the biggest issue is the health of King Bhumibol Adulyadjej,
who has ruled since 1946.


http://www.the-diplomat.com/featnwft0913_5.aspx

Asia’s Next Flashpoint? - V

Luke Hunt

November 17th 2009

Land of Disappearing Smiles

Widely seen as the sole unifying force in Thailand, 81-year-old King Bhumibol
was hospitalized in mid-September with a lung infection. His condition sparked
panic selling on the Thai stock market and a sell-off of the Thai Baht a month later.


In early November, the monarch looked frail as he made a rare public
appearance in a wheel chair with his wife Queen Sirikit and heir apparent
Crown Prince Vajiralongkom.


Vajiralongkom’s hugely popular sister, Princess Sirindhorn, is next in line to the throne
while his fifth and youngest son Prince Dipangkorn Rasmijoti, born in 2005 to his third wife,
is also a contender.


Divorce and family squabbles have distanced from royal circles
the children of Vajiralongkom’s previous marriages.


Greenwood says Thais are involved in a transitional struggle between the traditional elite--
as embodied by the monarchy, the military and sections of the professional middle classes--
and the enfranchised and mainly poor majority who Thaksin and his PPP have come to represent.


‘The Thai catharsis will almost certainly centre on the future of the monarchy
following the death of the king and could prove difficult and dangerous,’
he says.


But discussion of the succession is enormously sensitive--any comment, any perceived slight that
can be interpreted as an offence against the dignity of the monarchy risks charges of lese Majeste,
which carry a jail term of between 3 and 15 years.


Charges have already been brought against The Times, BBC, The Economist,
an American author an Australian novelist and the entire board of Thailand’s Foreign
Correspondents Club (FCC).


Attempts to publish details of Thaksin’s business dealings with Vajralongorn,
meanwhile, have also resulted in lese majeste charges being brought by
supporters of the Crown Prince.

Over the years these supporters have been friends with Thaksin, who has carried
what Vajralongorn lacked--popular support--while the Crown Prince in return held
the key to royal circles.


A tie-up between the two would fill the missing gaps in each one’s resume.
But, given the current depth of animosity, each would also risk alienating their
traditional support base.


‘The monarchy is in turmoil and the future is uncertain,’ Chheang says.
‘Some people have even suggested a republic. So any relationship between
Thaksin and the Crown Prince could be short term.’


The ramifications for the region could be enormous, with many believing the recent spats
over Preah Vihear and Thaksin’s indulgence of Cambodia could prove to be little more than
a side show to the main event. Those wishing to avoid an escalation therefore are
suggesting Hun Sen back off or risk the situation getting out of hand.


A tumultuous showdown between the factions, whether at Preah Vihear or on
the streets of Bangkok, would not please the vast majority of Cambodians or Thais
who are struggling to make ends meet amid a depressing economic downturn.


One opinion poll in Thailand taken after Thaksin arrived in Cambodia found more than
60 percent of Thais favoured diplomatic and peaceful resolution to the dispute at Preah Vihear.


This correspondent’s view based on his conversations in Cambodia suggest any similar survey
conducted
here would probably find similar results--most would prefer to see cooler heads prevail.

But here, Hun Sen rules as a popularly elected dictator with little opposition and he holds
the moral high ground. Cambodia is internationally recognised as the legitimate sovereign
owner of Preah Vihear and it was the Thais who crossed the border and occupied the site.


Still, by attaching himself to Thaksin, Hun Sen may have overstepped the mark.

‘His contempt for Abhisit--who he apparently views as a metropolitan neo-Western
acolyte with no business in the neighbourhood--may have coloured his judgement,’
Greenwood says.
‘Thaksin has absolutely no chance, in my view,
of recovering his political mantle in Thailand.

Apart from the legal issues involved, there have been sufficient warnings by
‘elements close to the military’ that there are those
who would be willing to kill him if necessary.’

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 10:33 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1270909637&grpid=00&catid=
วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 09:19:11 น.
มติชนออนไลน์

ยอดตายปะทะพุ่ง18 เจ็บ825ราย เปิด15รายชื่อเสียชีวิต
พ.อ.ฟื้นชีพปั้มหัวใจทัน ผบ.พล.ร.2โดนเอ็ม79สาหัส


ยอดตายเหตุปะทะพุ่ง18 พลเรือน14 ทหาร4 เจ็บ825

ศูนย์เอราวัณ กทม.รายงานด้านยอดตายเหตุปะทะ เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ (11 เม.ย.)
สรุปผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 825 ราย เสียชีวิต 18 ราย เป็นพลเรือน 14ราย ทหาร 4 นาย


รายชื่อผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ ทหารปะทะเสื้อแดง
บริเวณ 4 แยกคอกวัว-อนุสาวรีย์ปชต. (ล่าสุด)

1. นายอำพล คติยรัตน์ อายุ 43 ปี
2. นายยุทธนา ทองเจริญพลพร อายุ 23 ปี
3. นายไพศล ทิพย์คม อายุ 37 ปี
4. นายสวาท วางาม อายุ 43 ปี
5. นายฮิโรยูกิ มูราโมโต๊ะ ช่างภาพรอยเตอร์
6. นายธวัฒนะชัย กลัดสุข อายุ 36 ปี
7. นายทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 44 ปี
8. นายจรูญ ฉานแม้น อายุ 46 ปี
9. นายสวันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี
10.นายถวิล ผมสนเที้ยะ อายุ 43 ปี
11. คนึง ฉัตรเท
12. พลฯภทพล ภูริวัฒน์ประพันธ์
13. พลฯอนุพงษ์ เมืองรำพัน
14. พลฯสิงหา (ไม่ทราบนามสกุล)
15. สอ.จำเนียร (ไม่ทราบนามสกุล)


พันเอกพิเศษฟื้นหลังจากแพทย์ปั้มหัวใจได้ทัน

เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 11 เมษายน สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที รายงานข่าวจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าว่า
พันเอกพิเศษ ร่มเกล้า ธุวธรรม ได้ฟื้นอีกครั้งหลังจากที่แพทย์ได้ปั้มให้ใจขึ้นมาใหม่
http://forum.catholic.or.th/index.php?topic=491.0
ขอคำภาวนาแด่ดวงวิญญาณ คริสโตเฟอร์ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม
รองเสนาธิการ พล.ร.2 รอ.
ที่จากไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2010
จากการปฎิบัติการยึดคืนพื้นที่จากกลุ่มเสื้อแดง
วันอังคารที่ 20 - วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2010
วัดเซนต์หลุยส์ เวลา 19.30 น.

พิธีมิสซาปลงศพ ที่โบสถ์เซ็นต์หลุยส์
วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2010 เวลา 9.00 น.
หลังจบพิธีเคลื่อนศพไปที่สุสานศานติคาม
จังหวัดนครปฐม

จึงเรียนมาเพื่อขอเชิญชวนคริสตชนคาทอลิก
มาร่วมพิธีสวดตามวันและเวลาดังกล่าว
ด้วยความเคารพและขอคำภาวนา
เพื่อวิญญาณคริสโตเฟอร์ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม
มา ณ โอกาสนี้

เผย"พล.ต."โดนเอ็ม79สาหัส

ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. กล่าวเมื่อเวลา 24.00 น. ถึงยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ของทหารว่า ขณะนี้ มียอดทหารเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 230 นาย สาหัส 92 นาย
อยู่โรงพยาบาลศิริราช 6 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปะทะระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและทหารที่แยกคอกวัว ซึ่งมีการยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ทหารนั้น
เบื้องต้นพบว่า มี พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.)
ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา และนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ถูกระเบิดเอ็ม 79 ตกเข้าใส่รับบาดเจ็บสาหัส
ที่บริเวณขา นอกจากนี้ ยังมีนายทหารระดับ พ.อ.หลายคนที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

"รพ.วัชระ"เผยยอดผู้ตาย 3 ราย

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัชระพยาบาล เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวัชระพยาบาล
จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นาย คำนึง ฉัตรเท กลุ่มคนเสื้อแดง ยัง
ไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต พลพูภิวัฒน์ ประพันธุ์ มีบาดแผลที่ศีรษะสมองไหล
พลอนุพงษ์ เมืองอำพน ถูกกระสุนปืนที่คิ้วเสียชีวิต


ยอดบาดเจ็บเกือบ 500 ราย เสียชีวิตแล้ว 12 ราย

นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจ ผอ.ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากเหตุการณ์ปะทะในวันนี้ทั้งหมด จำนวน 486 ราย เสียชีวิต 11 ราย ยังไม่สามารถแยกได้ว่า
ผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่หรือพลเรือน ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบยอดดังกล่าวจาก รพ.กลาง
วชิระพยาบาล รพ.พระมงกุฎ รพ.รามา รพ.หัวเฉียว รพ.ศิริราช รพ.ตำรวจ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์
รพ.ภูมิพล รพ.ราชวิถี รพ.จุฬา รพ.เจ้าพระยา รพ.ตากสิน รพ.มิชชั่น และ รพ.เลิศสิน อย่างไรก็ตาม
ยังมีการทยอยนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า
มีผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ และสำนักข่าวไทย เสียชีวิตแล้วกี่ราย


ล่าสุดเมื่อเวลา 22.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือ
พลทหารสิงหา อ่อนทรง สังกัด พล.ม.2 ถูกยิงที่หน้าอกซ้าย ศพอยู่ที่ รพ.พระมงกุฏ

ม็อบตายแล้ว8 ราย นักข่าวรอยเตอร์ถูกยิงที่หน้าอกเสียชีวิต

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 เมษายน สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที รายงานว่า ที๋โรงพยาบาลหัวเฉียว
เฉลิมพระเกียรติ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้บุกโรงพยาบาลหัวเฉียวด้านล่างมีการยื้อแย่งศพ
จากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหัวเฉียวซึ่งเป็นผู้ศพของผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่
ตำรวจ- ทหาร เพื่อนำไปที่เวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์
แบบปีที่แล้วว่ามีการปิดข่าวการเสียชีวิตของผู้ชุมนุม

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตเบื้องต้น นายอำพล สาติรัตน์ นายยุทธนา เจริญพูนพอง และนายวสันต์ ภู่ทอง

จากนั้นแกนนำได้นำศพขึ้นมาที่เวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยมีธงชาติคลุมศพ
ก่อนจะนำศพกลับไปที๋โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์


ทางด้าน นพ.พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ประกอบด้วย
1. นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ชาวญี่ปุ่นเป็นนักข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ ถูกยิงที่หน้าอก
2.นายสวาท วางาม อายุ 43 ปี กะโหลกกระแทกที่ศีรษะเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล
3. นายธนชัย ถูกยิงที่ทรวงอกเสียชีวิต
4.นายนพชัย เมฆงามฟ้า ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าอกด้านซ้าย และ
รายที่ 5 ไม่สามารถระบุชื่อได้


http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=print&sid=1358
จันทร์ 14 ส.ค. 06@ 13:32:16 EDT
หัวข้อ: Suan News

"OSK ป๋าเปรม"ควง"OSK บิ๊กแอ๊ด" หารือผู้ว่าฯ5จว.ใต้-คกก.อิสลาม

หลังจากยังคงมีเหตุไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม
OSKพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางจากกรุงเทพฯ
พร้อมด้วย
OSK พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.
พล.ร.อ.ประเจตน์ ศิริเดช อดีต ผบ.ทร. พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป อดีตเสนาธิการทหารบก
นายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีต รมช.ศึกษาธิการ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงาน
ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเดินทางไปยัง จ.ปัตตานี

http://thaiinsider.info/2009news/the-news/politics/5744-2010-01-29-15-25-28
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264771270&grpid=04
วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:19:27 น.
มติชนออนไลน์

พ.อ.นิติ ติณสูลานนท์ ผบ.ร.5 พัน 2 นำ กำลังทหารทำพิธีปฏิญาณตน

หลานชาย"ป๋าเปรม"นำกำลังตบเท้าปฏิญาณ ปกป้อง"ผบ.ทบ.-สถาบัน"
ลั่นยึดนโยบายผู้บังคับบัญชาเคร่งครัด


ทหาร ทั่ว ปท.พาเหรดแสดงพลังป้อง"ผบ.ทบ.-สถาบัน" ลั่นยึดนโยบายผู้บังคับบัญชาเคร่งครัด
"หลานป๋าเปรม"นำกำลังจากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 กว่า 100 นาย ร่วมแจมด้วย


ทหารหลายกรมกองยังเดินหน้าเคลื่อนไหวแสดงพลังปกป้องสถาบันทหาร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.อ.อดิศร โครพ
รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์
เรียกกำลังพลจัดพิธีปฏิญาณตนเพื่อเป็นข้าราชการ และผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี

ด้าน พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพน้อยที่ 3 นำเหล่าทหารในหน่วยขึ้นตรง 17 หน่วย กว่า 1,253 นาย
ร่วมแสดงพลังที่สนามธารีฉัตร ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อปกป้องเกียรติ
และศักดิ์ศรีของทหารบริเวณหน้าลานหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จ พระเอกาทศรถ พร้อมอ่านสารให้สัจจะว่า
จะไม่ประพฤติปฏิบัติในทางที่ทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของทหาร จะเชื่อถือผู้บังคับบัญชา
ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด และจักปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม

ขณะที่ค่ายทหารสมันตรัฐบุรินทร์ ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พ.อ.นิติ ติณสูลานนท์ ผบ.ร.5 พัน 2
หลาน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นำกำลังทหารจากกองพันทหารราบที่ 2
กรมทหารราบที่ 5 กว่า 100 นาย ปฏิญาณตนแสดงพลังปกป้องสถาบันทหารและรักษาไว้ซึ่ง
พระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ ปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เชื่อถือผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

วันเดียวกัน บริเวณสนามบินกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.สกล ชื่นตระกูล
เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อผู้บังคับบัญชา โดยมี
พ.อ.เกื้อกูล อินทรจักร รองเสนาธิการ ทภ.4 กล่าวนำคำปฏิญาณตน โดยมีกำลังพลทหารจากหน่วยต่างๆ
ภายในค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 1,200 นาย ร่วมรวมพลังทหารในครั้งนี้

ที่ค่ายบดินทรเดชา อ.เมือง จ.ยโสธร พ.อ.นิรุทธ์ เกตุสิริ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 16 และ
พ.อ.จิรวัฒน์ ทองเสนา รองผู้บังคับการ นำเหล่าทหาร กว่า 700 นาย ร่วมกันแสดงพลังปกป้องสถาบันทหาร
และปฏิญาณตนเป็นทหารที่ดีของชาติ

และที่ค่ายประจักษ์ศิลปาคม อ.เมือง จ.อุดรธานี พล.ต.ชาสร วายโสกา ผู้บัญชาการ มณฑลทหารบก
(มทบ.) 24 เป็นประธานพิธีปฏิญาณตน เพื่อปกป้องสถาบันทหาร โดยมีกำลังพลของหน่วยทหารต่างๆ
ใน จ.อุดรธานี, หนองบัวลำภู และหนองคาย จำนวน 1,000 นาย ร่วมแสดงพลังร่วมกันปกป้องสถาบันทหาร
และให้กำลังใจต่อผู้บัญชาการทหารบก

ที่กองบังคับการจังหวัดทหารบกสกลนคร ค่ายกฤษณ์สีวะรา อ.มือง จ.สกลนคร พล.ต.ณรงค์ดิส สีทาแก
ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสกลนคร นำทหารกว่า 2,000 นาย ร่วมกันแสดงพลังปกป้องสถาบันทหาร
แสดงความคิดเห็นออกแถลงการณ์ร่วมกันกล่าว ปฏิญาณตนเป็นทหารของชาติ และมอบหนังสือ
ให้กำลังใจต่อผู้บังคับบัญชา

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264493913&grpid=10&catid=01
วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553
เวลา 15:18:16 น.
มติชนออนไลน์

"พล ร.2 รอ."แสดงพลังปกป้องสถาบันทหาร27 ม.ค.นี้
ลั่นไม่อยากให้มีบุคคลก้าวร้าว"อนุพงษ์"ผู้บังคับบัญชา


เมื่อเวลา 14.30 น.วันนี้ 26 ม.ค. พล.ต. วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
ค่ายพรหมโยธี ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า จากการที่พรรคการเมืองให้ข่าวสื่อมวลชน
มีนายทหารกลุ่มหนึ่งคุมกำลังหลักในกองทัพ เรียกทหารจากกองร้อยปฏิบัติการพิเศษ หรือ
ฉก.90 ประชุมลับที่ค่ายทหาร พล.ร.2 รอ. จ.ปราจีนบุรี นั้น ตนขอกล่าวว่า ทางกองพลฯ ไม่รู้เรื่องดังกล่าว
โดยเฉพาะหน่วยกองร้อยปฏิบัติการพิเศษ หรือ ฉก.90 ไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชา หรือสังกัด ของ พล.ร 2 รอ
แต่อย่างใด ที่ผ่านมามีหน่วยงานอื่นที่เข้ามาศึกษาดูงานในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
มีแต่ฝ่ายข่าวของทหารอากาศที่มาดูงาน และนายทหารที่อบรม
หลักสูตรชั้นนายพัน ที่มาฝึกงานตรวจภูมิประเทศ ไม่มีการประชุม
หรือเกี่ยวกับการปฏิวัติใด ๆ ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และขอยืนยันว่าไม่มีการปฏิวัติ


ขณะที่ พ.ท.จิระสิทธิ์ จันทร์มี รองเสนาธิการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ กล่าวว่า
ในเวลา 08.30 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่หน้ากองบังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์
ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี นายทหารและกำลังพลสังกัดกรมทหารราบราบที่ 2
รักษาพระองค์ กองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ และหน่วยขึ้นตรง ที่เป็นกำลังรบหลัก
จาก 3 กองพันจำนวนกว่า 1,000 คน จะรวมตัวกันที่หน้ากองบังคับการกรมทหาราบที่ 2
รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) มีพ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2
รักษาพระองค์เป็นแกนนำ จะพากันแสดงพลังร่วมปกป้องสถาบันทหาร
เพื่อแสดงจุดยืนของนายทหารสังกัดกรม ร.2 รอ. ไม่อยากให้มีบุคคล
ออกมากร้าวร้าวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1260610233&grpid=10
วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 20:50:44 น.
มติชนออนไลน์

"ผู้พันต่อ-หลานเปรม" ปัดใช้เส้นป๋า-วิ่งเต้นขึ้น พ.อ.
ยันทหารอาชีพ ย้ำ"ติณสูลานนท์"ในกองทัพมี3คน


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ท.นิติ ติณสูลานนท์ ผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 25
(ผบ.ร.25พัน1)
และ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 (ผบ.ฉก.ยะลา15) หรือ "ผู้พันต่อ"
ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ลับ ลวง พรางทาง เอฟเอ็ม 100.5 ในฐานะหลานพล.อ.เปรม
ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีแปละรัฐบุรุษ ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.เปรมถูกโจมตี
ทางการเมืองบ่อยครั้ง ว่า "เรื่องการเมืองคงตอบไม่ได้เพราะผมเป็นทหาร ในฐานะหลาน
ต้องอยู่นิ่งๆ เราทำอะไรไม่ได้ เห็นใจท่าน รู้จักท่านดี เชื่อว่าท่านเข้มแข็งไม่หวั่นไหวใดๆ"

ส่วนกรณีที่ได้รับการขยับขึ้นเป็น พ.อ.ในตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5
( ผบ.ร.5 พัน 2) ซึ่งเป็นหน่วยที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่อยู่ในพื้นที่สีแดง
พ.ท.นิติ ยืนยันว่า ไม่ได้มีการวิ่งเต้น เพราะตนเติบโตมาตามลำดับ
จากเป็น พันตรี พันโท ใช้เวลาหลายปี จนเพิ่งมาเป็นพันเอก ทั้งที่
เพื่อนร่วมรุ่นเป็นพันเอกไปนานแล้ว อาจเพราะตำแหน่งมีน้อย ไม่ใช่ว่า
เป็นหลานพล.อ.เปรมจะต้องโตเร็ว แต่อยู่ที่การทำงานและผู้บังคับบัญชา
จะพิจารณา ซึ่งยังต้องทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก


"ผมมีอาชีพทหารเป็นอาชีพหลัก และเป็นทหารอาชีพ เป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ว่า เป็นหลานป๋า แล้วเราจะทำได้
เพราะผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้กำหนดว่า พื้นที่นี้หน่วยไหนจะรับผิดชอบ ตอนนี้ในกองทัพ
มีนายทหารสายเลือด"ติณสูลานนท์"ที่เป็นทหารอยู่แค่ 3 คน คือ พ.อ.ธิติ ติณสูลานนท์
ซึ่งจบปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา รับราชการที่สำนักปลัดกลาโหม พี่ชายแท้ๆของผม
และ ญาติผู้พี่อีกคนคือ พ.อ.เปรียว ติณสูลานนท์ เป็น ผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 15
จ.กระบี่ และผมเท่านั้น" พ.ท.นิติกล่าว


http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=442662

เสธ.แดงโฟนอิน ระบุมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย

11 เมษา. 2553 08:36 น.

เวลา 21.30 น . วันที่ 10 เมษายน กลุ่มเสื้อแดงพิษณุโลกประมาณ 150 คนnได้มารวมตัวกันบริเวณ
ประตูทางเข้าศาลา กลางจังหวัดพิษณุโลก หลังมีเหตุสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ
โดยต่างพกพาอารมณ์เดือดแค้นเจ้าหน้าที่ทหารและรัฐบาล ที่เข้าสลายการชุมนุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพ.ต.อ.พายัพ ค้าขาย ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ระดมตำรวจชุดปราบจลาจล
สนธิกำลังกับอส. จังหวัดพิษณุโลก ปิดประตูทางเข้า ไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปในศาลากลางได้

สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงครั้งนี้ แม้จะเต็มไปด้วยอารมรณ์โกรธแค้น แต่ก็มีการควบคุม
ไม่ให้ฝูงชนเข้าไปภายในศาลากลาง จังหวัดพิษณุโลก โดยปักหลักตั้งเต้นท์อยู่หน้าทางเข้าศาลากลางจังหวัด
และระหว่างที่ชุมนุมกันอยู่ นางพรมนัส เพชรนาโกสีย์ แกนนำการชุมนุมครั้งนี้ ได้โทรศัพท์ติดต่อกับ
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และพูดคุยผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมรับทราบด้วย

โดยเสธ.แดงระบุว่า “ มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาช่วยพวกเรา ฝ่ายเขาฝ่ายเราต่างได้รับบาดเจ็บไปด้วยกัน
จนทหารแตกทัพกลับไป ขอให้พวกเรารวมตัวกันอยู่ตรงนี้อย่างเหนียวแน่น “








จากคำสัมภาษณ์ของ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ฝ่ายเสธ.ถามว่า"เห็นคนยิงหรือไม่"

ทหารก็ยืนยันว่า"เห็นแต่ยิงไม่ได้เพราะประชาชนวิ่งไปวิ่งมา

ถ้ายิงก็ต้องโดนประชาชน" !!!

“ถ้ายิงก็เกิดความสูญเสีย กองทัพก็อยู่ไม่ได้ ถ้าวันนั้นแถวหน้ายิงล้มหมดแน่นอน
ถอยหมดแน่ แต่กองทัพอยู่ไม่ได้ ประชาชนไม่รับกองทัพแน่ ในส่วนของพวกที่ถูกจับ
เช่นพลประจำรถถัง ที่นำรถถังไปเพราะรู้ว่าจะมีการยิงจึงนำรถยานเกราะไปเพื่อ
เป็นเกราะ การยิง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ซึ่งสนิทกับผมและเคยอยู่ด้วยกันมานั้น
ก็พ้นจากรถเกราะมานิดเดียวก็เลยโดนกระสุน พลขับรถก็ไม่ทิ้งรถโดนจับก็ต้องโดน
พอเขาไม่ทิ้งรถก็เอาเขาไปทำเป็นภาพข่าวออกไปทั่วโลก แต่สังคมโลกถ้าเขามองลึกๆ
จะรู้ดีว่ารถเช่นนี้เข้าไปในฝูงชนถ้าใช้อาวุธก็ไม่มีเหลือ ไม่มีทางเข้ามาใกล้รถได้เลย
พลประจำรถแค่ 6 คัน ถ้า 2 คันหน้ายิงก็ตายหมดแล้วไม่มีทางเข้ามาใกล้ได้เลย
แต่ครั้งนี้ก็แสดงว่าทหารไม่ได้ใช้อาวุธ การไล่ตีทหารได้วันนี้เพราะเขาไม่ได้ใช้อาวุธ
ก็เป็นความภูมิใจของเราที่ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาเราเขาสุดยอดจริงๆ เขาโดนตีแบบสาหัส
เขาก็ไม่ยิง เพราะไม่รู้ว่าจะยิงไปทำไมยิงไปก็คนไทยแล้วไปยิงทำไม”
--------------------------------------------------------------------------------------------------



ข้อสังเกต ของการที่โรนิน ของเศษแดง เข้ามาช่วย นปช ยิงทหาร และยิงเสื้อแดงตาย

อันนี้ เป็นข้อสังเกตบางส่วนนะครับ อาจจะต้องมีการเช็คละเอียดต่อไปครับ
รัฐบาลลองพิจารณาดู และนำไปปรับใช้ได้ครับ

ผู้สื่อข่าว ช่างกล้อง ทีวีไทย ให้สัมภาษณ์ว่ามีปืนยิงจากตึก กองสลาก กับ SME
ประมาณชั้น 4 เห็นคนเสื้อแดงร่วงลงไปต่อหน้า

ฉะนั้น ต้องดูวิถีกระสุนว่ามาจากด้านบนหรือไม่

โดยแนวโน้มน่าจะเป็นนักรบโรนินที่ต้องการเสี้ยมให้ ดูเหมือนทหารฆ่า ปชช

ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาให้สัมภาษณ์ว่า ทันทีที่โรนินยิง M79 ใส่ทหารแล้ว มีไฟดับแทบจะทันที
แล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุด ๆ

เขาเห็นคนซุ่มยิงจากชั้น 4 ก็ยิงเสื้อแดงเกือบทันที
(เหมือนเตี๋ยมกันมาอย่างดี พล็อตเรื่องนี้ ต้องถามทหารแก่ฝั่งแม้ว หรือ เศษแดง)
……………..
ส่วนช่างกล้องจากช่อง 9 อสมท ถ่ายเห็นคนเสื้อดำ
ที่สวมทับเสื้อขาวเป็นคนยิง M79 ลูกแรก แล้วมีคนเสื้อขาวเดินเข้าไปสมทบ
พอยิงเสร็จก็ค่อย ๆ เดินย้อนมารวมกลุ่มแถว ๆ ด้านหน้าเสื้อแดง
มีอีกคนเดินมากลางถนน แล้วยิงเข้าหาทหารอีกเป็นชุด ๆ

แล้วยังถ่ายติดคนซุ่มยิงบนตึกเห็น ๆ แนวการวางปืนเหมือนจะยิงไปได้ทั้ง สองฝั่ง
แต่จังหวะที่ถ่ายติด เหมือนยิงไปทางทหาร

ถ้า พันเอกร่มเกล้า เจอ M 79 ล้มลง แล้วโดนซ้ำด้วยกระสุนเป็นชุดจริง ๆ
อย่างที่แพทย์ทหารบอก ก็เป็นไปได้ ก็อาจจะมาจากบนตึกจริง ๆ
เหมือนรู้เป้า นายทหารที่มายืนหลังรถเกราะ พอระเบิดควันลงปั๊ป
M 79 ลงปุ๊ป ปืนยาวบนตึกก็สาดต่อทันที

ตอนทหารถอยร่น มีทหารโบกมือให้หยุดยิง ก็ยังมีระเบิดขวด ระเบิด M79 ตามมาอีก

แถมด้วย โรนินที่ตามมายืนกลางถนน ยิงซ้ำอีกเป็นชุด

ส่วนผลการชันสูตรศพเสื้อแดง 9 คน โดนยิงด้วยปืน
1 คน โดนจ่อยิงแบบใกล้มาก น้อยกว่า 1 เมตร เพราะทีเขม่าปืน มีกระสุนฝังในด้วย
ซึ่งโอกาสน่าจะเป็นยิงจากในม็อบเองมากกว่า
มี 3-4 คน โดนยิงจากด้านหลัง ซึ่งคนเสื้อแดงส่วนใหญ่หันหน้าไปทางทหาร
ทำไมถึงโดนยิงจากด้านหลัง มี 3-4 คน โดนยิงศีรษะอย่างแม่นยำ การยิงโดนศีรษะนั้น
น่าจะเป็นการเล็งมากกว่ายิงมั่ว ๆ ของทหารที่โดนถล่มไปหมาด ๆ

ซึ่งในกลุ่มนี้ เป็นนกลุ่มที่น่าจะพออธิบาย คำว่า โรนินยิงเสื้อแดง เพื่อเอาศพไปแห่ได้
ถ้าผมเป็นญาติคนกลุ่มนี้ ผมจะฟ้องม็อบแดง หรือ นักรบเสื้อแดง น่าจะมีโอกาสชนะ
มากกว่าฟ้องทหาร

และมีคลิปที่เผยแพร่ในเนต ที่เห็นเสื้อแดงโดนยิงหัวล้มคะมำไปด้านหน้า
เผยแพร่ในเวบแดง แล้วสักพักก็รีบถอดออก เหมือนรู้ตัวว่าพลาดที่เผยแพร่คลิปนี้
แต่มีคนเซฟ เก็บไว้ก่อนโดนลบ เลยเอามาเผยแพร่ต่ออีกที อันนี้แสดงให้เห็น
คนโดนยิงจากด้านหลัง สมองกระจุยไปทางด้านหน้า และล้มคะมำไปทางด้านหน้า

มีคลิปวีดีโอที่ออกทีวีไปวันที่ 13 เมย. โดย พันเองสรรเสริญชี้ให้ดูสิ่งพิรุธ ในคลิป
มีเสื้อแดงที่ถือธง เดินอยู่กลางม็อบ เและก็หันหน้าไปมา ถ้าหันไปด้านหน้า
จะเจอทหารหันหัวหลังไปจะมองไปทางม็อบที่อยู่ไกล มีจังหวะที่หันหลังไป
เจอยิงที่หัวเข้าด้านหน้า สมองกระจายออกด้านหลัง และต้องการยิงเข้าด้านหน้า
เพื่อป้ายสีทหาร ส่วนเสื้อแดงที่โดนยิง เวลาล้มก็ล้มไปทางด้านหน้าคือ
ด้านทหารด้วย 2 เหตุผลอันนี้บอกได้ว่า น่าจะยิงจากด้านม็อบที่อยู่ไกลจากทหาร
การยิงไม่ใช่ยิงด้วยปืนกลที่ยิงเป็นชุด แต่ยิงเป็นนัด ต้องการความแม่นยำด้วย
อันนี้ก็เป็นอันนึงที่บ่งบอกว่า แม้วตั้งใจส่งคนมาเก็บทั้งเสื้อแดง และทหารด้วย

จากภาพข่าวที่ ทีวีบางช่องในไทย เผยแพร่ออกมา ช่างภาพนักข่าวญี่ปุ่นนั้น
จังหวะที่ก่อนกล้องจะล้มตะแคง หรือโดนยิงนั้น ไปยืนอยู่ในกลุ่มเสื้อแดง
ไม่ได้อยู่ด้านหน้า เพราะในวีดีโอที่ถ่ายได้ มีเสื้อแดงอยู่ด้านหน้าเต็มไปหมด
มีจังหวะถ่ายเห็น โรนินถือปืนอาก้าอยู่ด้วย ผลการพิสูจน์ศพนั้น โดนยิงที่ปอด
แสดงว่า โอกาสยิงจากฝั่งทหารมีน้อยกว่ายิงจากในม็อบ แต่ต้องไปพิสูจน์ มุมยิง
และรูปแบบแผลว่าอาจจะเป็นกระสุนจากปืนอะไรด้วย ถ้ายิงจากมุมสูง
ก็ เป็นไปได้ว่าจากคนยิงที่อยู่บนตึก

ด้วยลักษณะแปลก ๆ จากการตายนั้น ทำให้คิดได้ว่า โรนินนั้น นอกจากตั้งใจ
ถล่มทหารแล้ว ก็หันปืนมายิงใส่เสื้อแดง อีกทั้งอาจจะมีอีกส่วนนึง ยิงจากด้านหลัง
หรือในม็อบด้วย

และซุ่มยิงจากบนตึก เพื่อยิงทั้งทหารและเสื้อแดง

ในไทยโพสต์ฉบับเช้าวันจันทร์ ก็มีคนเขียนข่าวการโต้ตอบของนักรบโรนิน
ในเวปเสธแดง มีทั้ง ยิงคอปเตอร์ ทั้งยิงทหารที่คอกวัว

แล้วเศษแดง ก็มาให้สัมภาษณ์อีกว่า มีโรนินเข้าไปช่วยเสื้อแดง

ผู้สื่อข่าวชาวเดนมาร์ก ที่แต่งงานกับคนไทย อยู่ไทยมา 22 ปี มาออกช่องหอยม่วง
คืนวันที่ 12 เมย. ก็บอกว่า ตอนแรกเขาอยู่หลังเวทีเสื้อแดง เขารู้เลยว่าจะมีการสู้กัน
ที่แยกคอกวัว เขาเห็นเสื้อแดงขนกันมา 4 คันรถเลย เขาวิ่งตามมา และไปอยู่กับทหาร
เขาสามารถยืนยันได้ว่า ไม่เห็นทหารยิง ปชช เห็นแต่ยิงกระสุนยาง ถ้าใช้ปืนจริง
จะยิงขึ้นฟ้าอย่างเดียว ทหารทำตามหน้าที่ และ ทหารเจอระเบิดจริง ๆ ซึ่งเขาคิดว่า
มาจากทางเสื้อแดงแน่ ๆ เขายังเห็นนักข่าวญี่ปุ่นตอนอยู่ฝั่งทหารอยู่เลย

ยังมีลำแสงเลเซอร์เล็งเป้าที่หัวทหารอีก

เหล่านี้ เป็นข้อสรุปจากการที่ดูข่าวไปมาใน 2-3 วันนี้ และการ อ่านข่าวจากเวบ ผจก
ที่มีการเผยแพร่คลิป

สรุปว่า

1. เศษแดงรับกับนักข่าวเอง ว่ามีโรนินเข้าไปช่วยจริง นปช สู้ทหารจริง และจะมีอีก
โดยเฉพาะจะยิง ปตอ สู้คอปเตอร์ด้วย
2. โรนินยิง M79 เข้าไปในทหารจริง มีภาพข่าวมหาศาล
3. ยิงเสร็จเข้ามาร่วมกับเสื้อแดง
4. แถมอีกคนเดินมา กราดกระสุนเข้าทหารอีก
5. มีช่างภาพ ตปท มากมาย ยืนยันว่า โรนินใช้อาวุธปืน AK อาก้า
และมีถ่ายติดระเบิดขวดด้วย
6. มีคนซุ้มยิงจากบนตึก เล็งไปทางทหาร และยิงมาทางเสื้อแดงก็ได้
7. เสื้อแดงที่ตาย โดนจ่อยิง 1 คน
8. หลายคน โดนยิงจากด้านหลัง กระสุนทะลุด้านหน้า
9. หลายคน โดนยิงมาจากด้านหลัง ไม่ใช่จากด้านหน้าที่ทหารอยู่
เพราะล้มมาทางด้านหน้า
10. โดนยิงจาก การตั้งใจเล็งหัว หน้าอกด้วย กะเอาตาย

ความเห็น

มีแนวโน้มสูงที่จะมีการใช้โรนินยิงเสื้อแดงกันเอง อย่างที่คาดกันมาตลอด
ซึ่งอาจจะแค่บางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ความเฮี่ยมเกรียม
ของคนที่ชื่อ ทักษิณ ชิณวัตร เป็นอย่างดี

เพราะทักษิณ รู้ว่าเพลี่ยงพล้ำอย่างหนัก จากการที่ยั่วยุนายกมาร์ค ยากเกินไป
จึงต้องใช้แผนเด็ดอันนี้

เวลา หลักฐาน จะเป็นเครื่องพิสูจน์ อาจจะมีเสื้อแดงกลับใจมาเป็นพยานบ้าง
และคนเจ็บบางส่วนอาจจะกลับใจด้วย ดูดีดี และ ควรมีขบวนการกันไว้เป็นพยาน
และปกป้องพยาน ซ่อนพยาน เพื่อ เลี่ยงการถูกขู่จากเสื้อแดงด้วย

อย่างน้อยโรนินที่ถูกถ่ายติดได้ และมีอาวุธ เห็นตอนยิงจริง บางคนโดนถ่ายติดหน้าด้วย
รายชื่อหลุดมาแล้ว เช็คได้ ก็ได้ชื่อกันมาแล้วว่า เป็นทหารพรานที่ไม่อยู่ในราชการแล้ว
ทหารพราน ใครฝึก ก็เศษแดง กับ บิ๊กจิ๋วไง

เดี๋ยวเศษแดง โดนจับได้ก็คายความลับหมดแล้ว งานนี้ ถ้าเศษแดงม่องสักคน
คงมีคนโล่งอกที่ความลับยังอยู่ ถ้าเศษแดงฉลาด ต้องมีจดหมายลับ และคลิปวีดีโอว่า
ใครจ้างวาน เอาไว้ขู่ว่า ถ้าหักหลัง วีดีโอที่อัดไว้ จะเปิดเผยแน่

ส่วนรัฐบาลควรทำอย่างไร

1. หาตัว เศษแดงให้เจอ จับ อุ้ม อะไรก็ได้ ก่อนที่แม้วจะสั่งเก็บ อันนี้สำคัญมาก ๆ ๆ ๆ

2. หาตัวคนใกล้ชิดเศษแดง ทั้งหมด อาจจะกันไว้เป็นพยานสำคัญสักคน
เอาไว้ซัดเศษแดงด้วย

3. หาตัวพยานจากเสื้อแดงที่เห็นเหตุการณ์ และกลับใจ เอาทั้งที่เจ็บ และไม่เจ็บ

4. รวมคลิป รวมคำให้สัมภาษณ์นักข่าว ทั้งไทย เทศ ที่ช่วยรัฐบาล
ต้องมีทีมพิเศษทำสัก 30 คน ถ้าทำไม่ทัน บอก จะมีคนช่วยเยอะแน่

5. จัดแถลงข่าวใหญ่ เชิญทูตทั่วโลกมาฟัง ซักถาม ให้ดูคลิปทั้งหมด

6. การปิดล้อมสลายม็อบแดง ต้องรีบทำให้ไวที่สุด ลดการสูญเสียระยะยาว
ของประเทศให้ดีก่อนสงกรานต์จะเลิกด้วย รอบนี้วางแผนละเอียดหน่อย
บล็อกการเข้าออกต้อง 100 % เคลียร์ทุกตึกรอบราชประสงค์ ให้มีแต่ sniper เรา เยอะ ๆ
แล้วก็บีบ เดินเข้าสลายเหมือนปีที่แล้ว รอบนี้ต้องจบ อาจมีเจ็บตายบ้าง ก็ต้องทำ
ไม่งั้นไม่จบ แกนนำม็อบแดงนั้นประกาศชัด มุ่ยสภาเลย ก็ต้องโดนจับ

7. วางแผนป้องกันการกลับมาป่วนของม็อบแดง ทีวี วิทยุ หนังสือแดง
ไม่ควรเกรงใจแล้ว รอบนี้ เกรงใจผู้ร้าย มีนก่อมาปั่นหัว ปชช อีก

8. จับแกนนำ รอบนี้ ห้ามปล่อยเด็ดขาด จัดการอะไรบางอย่างกับแม้ว และครอบครัว
รอบนี้แม้วก็ปั่นหัวเสื้อแดง แถมหมิ่นสถาบันอีก แจ้งความครับ บอกทั้งโลกว่าแม้ว
จ้องล้มการปกครองครับ


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Sat Jun 05, 2010 9:03 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 10:46 am

http://www.cmprice.com/forum/?content=detail&wb_type_id=17&topic_id=69361

อดีตทหารป่า +อดีตทหารพราน+ทหารสายทักษิณที่โดนแป๊ก หนามหยอกอกกองทัพเปรม

ระเบิด m79 ที่ยิงเข้าไปในกองทัพ ก็ยังไม่มีใครจับได้ ซึ่งก็คงจับไม่ได้อย่างแน่นอน
เพราะระเบิดการเมืองไม่เห็นมีทีท่าว่าจะจับได้


ผมลองวิเคราะห์ "กองกำลัง" ที่มีศักยภาพในการติดอาวุธในประเทศไทยในขณะนี้ มีกี่พวกกันแน่

1. ทหารสายอำมาตย์ ผมคิดว่าเป็น "ทหารเกณฑ์" สังกัดพยัคฆ์บูรพาเป็นส่วนใหญ่
มีกำลังจริงๆ ก็คงประมาณ 5,000 นาย เป็นทหารที่เกณฑ์มาจากชาวบ้าน
ฝึกอบรม 3 เดือนแล้วให้ถือปืน มีศักยภาพในการถือปืนเดินเข้าแถวยิง "ประชาชนมือเปล่า"
แต่ไม่มีศักยภาพในการรบไม่ว่าในสงครามในเมือง หรือสงครามอื่นๆ
นอกจากพยัคฆบูรพา คงมีกองกำลังอื่นๆ แต่ความไว้วางใจไม่มากนัก

2. ทหารพราน กลุ่มนี้ถูกยุบไปตั้งแต่ปี 2541 มีกำลังจริงๆ น่าจะเป็นหมื่นคน
เป็นชาวบ้านที่เข้ามาเป็นลูกจ้างกองทัพ ติดอาวุธมีการฝึกที่ดีกว่าทหารเกณฑ์
และชำนาญการรบในป่า คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ฝ่ายเสื้อแดง เพราะส่วนใหญ่
เป็นคนอีสาน เมื่อปลดประจำการไปแล้ว จึงไม่มี "ระเบียบวินัย" คำคออยู่
การเคลื่อนไหวจึงเป็นไปตามอุดมการณ์ทางการเมือง หรือความเชื่อต่างๆ เป็นต้น

3. อดีตทหารป่า หรือ ทหารของ พคท. ที่หลังยุติสงครามตามนโยบาย 66/23
แล้วก็เข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย การยุติสงคราม คนเหล่านี้ไม่ได้
"มอบอาวุธ" แต่มีการเก็บซ่อนอาวุธไว้ เพื่อทำสงครามในเวลาที่เหมาะสม
กลุ่มนี้ ชำนาญการรบนอกแบบ แต่น่าจะมีอายุมากแล้วระดับ 45-70 ปี
อุดมการณ์ทางการเมืองน่าจะยังคงอยู่ แต่สถานการณ์ไม่เหมาะสม
สังคมยังไม่พร้อม ก็ยังคงทำมาหากินกันตามปกติ

ปล. เท่าที่ผมทราบ อาจเป็น "หนามหยอกอก นักเลงของ ปชป. ในภาคใต้" พอสมควร
ทำให้การชุมนุมของ เสื้อแดงในภาคใต้ทั้งสองครั้ง ไม่เกิดการก่อกวนขึ้น

4. ทหารที่ไม่ใช่ลูกป๋า พวกนี้โดนปลดหลังทำรัฐประหาร แต่คาดว่า
น่าจะยังมีลูกน้องเก่า มีเส้นมีสายและสำคัญคือยังเป็นทหารประจำการในกองทัพ


เมื่อเราวิเคราะห์กองกำลัง ที่ "มีโอกาส มีศักยภาพ" พอที่จะปะทะกันในสงคราม
"จำกัดเขต" แล้ว ผมคิดว่า กองทัพอำมาตย์ ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะสยบได้ทุกเรื่อง


เท่าที่ผมประเมิน ผมคิดว่ากองทัพไทยในปัจจุบัน ไม่มี "ศักยภาพในการรบ"
กับกองกำลังติดอาวุธจริง ๆ คำกล่าวของผมประเมินได้จาก การรบในภาคใต้
แทบจะไม่มีข่าวการปะทะกับ ผู้ก่อการร้ายเลย มีแต่ข่าวโดนวางระเบิด โดนโจมตี

เท่าที่ศึกษาดู "ทหารเกณฑ์" ของไทย ขาดการฝึกที่ดี ขาดความพร้อมรบ
ไม่มีความคล่องตัวในการรบใดๆ ทั้งสิ้น

ก็เป็นเพียง เด็กบ้านนอกอายุ 20 ปี เอามาฝึก 3 เดือน แล้วแต่งตัวคล้ายทหาร ถือปืน เท่านั้น

พวกนี้ยังมี "ศักยภาพในการทำรัฐประหาร" เพราะไม่ได้รบกับใคร
เพียงแต่เอาไปยืนไว้ตามทางแยก หรือตึกต่างๆ

รวมทั้งยังมี "ศักยภาพในการเดินเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อยิงประชาชนมือเปล่า"

แต่หากเป็น "กองกำลังติดอาวุธ" คนเหล่านี้ก็จะไม่สามารถรบได้
"เหมือนทหารอเมริกันที่เราเห็นในภาพยนต์ครับ"

http://www.bkkonline.com/pr/popup.aspx?cid=5&contentid=4630

คลอดบัญชีโยกย้ายนายทหาร ล้างฐานทักษิณ รุ่น10 เกลี้ยงเด้งเข้ากรุเรียบ



ปรับแผน : พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ทักทายนายทหารหลังร่วมประชุมกับแม่ทัพภาค4และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ ปัญหา3จังหวัดชายแดนภาคใต้
ก่อนจะสั่งปรับเพิ่มทั้งกำลังคนและงบประมาณไว้สู้โจรใต้


เตะโด่ง'พรชัย'ซ้ำสอง/นั่งตบยุงกลาโหม 'สุกำพล'ปีกหัก/พ้นไลน์5เสือทัพอากาศ
เตรียม6ตบเท้าผงาดคุมกำลังพลเหล่าทัพ 'สนธิ'ส่งเด็กตรึงหัวเมืองเหนือจรดใต้
คนสนิทนายกฯกลับทบ./หึ่งรอเก้าอี้ใหญ่



พล.อ.พรชัย กรานเลิศ, พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต

พล.ท.ศานิต พรหมาศ, พล.ท.วรเดช ภูมิจิตร
วันที่ 21 มีนาคม พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารรับราชการ
จำนวน 456 อัตรา โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้
ถือเป็นการโยกย้ายนายทหารกลางปี โดยมีการเปิดและสลับตำแหน่งหน้าที่
เพื่อความเหมาะสม รวมทั้งแต่งตั้งนายทหารบางส่วนมากินอัตราพลเอก
ก่อนเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม
การแต่งตั้งโยกย้ายกลางปีครั้งนี้ ถือว่า มีความพิเศษกว่าทุกครั้ง
เนื่องจากมีการสลับปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญมากผิดปกติ
โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจหลายส่วน
(อ่านรายชื่อนายทหารได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย หน้า 2)

เริ่มสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีการโยกย้าย พล.อ.พรชัย กรานเลิศ
รองเสนาธิการทหาร เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 10 (ตท.10) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกย้ายข้ามห้วยจากกองบัญชาการทหารสูงสุด
มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ฉัตรชัย ถาวรบุตร
(ตท.10) รองเสนาธิการทหารบก อดีตทหารคนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ
เป็นที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะที่ พล.ท.สุเจตน์ วัฒนสุข
(ตท.7) แม่ทัพภาคที่ 2 ถูกย้ายมากินตำแหน่งเดียวกันในอัตราพลเอก
ก่อนเกษียณอายุราชการ

นอกจากนี้ยังมีการย้ายนายทหารระดับผู้บัญชาการมณฑลทหารบก
และผู้บังคับการจังหวัดทหารบกในภาคเหนือซึ่งถือว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคไทยรักไทย
มาเป็นที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมชนิดยกกระบิ อาทิ พล.ต.วีรวัฒน์ ตันสุหัช
ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 พล.ต.ชัชพัชร์ แย้มงามเรียบ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกพะเยา
และ พล.ต.ศุภอักษร สังประกุล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33

ขณะเดียวกันมีการแต่งตั้ง พล.ต.พัลลภ เรขะรุจิ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นเจ้ากรม
การอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร
พล.ต.สราวุฒิ ชลออยู่ น้องเมีย พล.อ.วินัย ภัทธิยะกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม
เป็นรองเจ้ากรมการพลังงานทหารฝ่ายวิชาการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
และพลังงานทหาร

สำหรับในส่วนของกองบัญชาการทหารสูงสุด มีนายทหารที่ถูกล้างบาง
จากกองทัพบกมาลงในหลายตำแหน่ง อาทิ พล.ท.สุภาษิต วรศาสตร์ (ตท.6)
เจ้ากรมทหารช่าง ย้ายมากินอัตราพลเอกในตำแหน่งที่ปรึกษาสถาบันวิชาการ
ป้องกันประเทศ พล.ท.บุญเลิศ จันทราภาส เจ้ากรมแพทย์ทหารบก มารับตำแหน่ง
ที่ปรึกษาพิเศษบก.สส. พล.ท.สมบัติ ม่วงกล่ำ (ตท.10) เจ้ากรมการสรรพกำลังทหาร
เป็นที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด

นอกจากนี้ยังมีการย้าย พล.ท.ชยาศิษย์ ลิ้นทอง (ตท.9) เจ้ากรมข่าวทหาร
เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด พร้อมแต่งตั้ง พล.ท.ปฏิพนธ์ กุลพิจิตร
(ตท.11) ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเป็นแทน
และแต่งตั้ง พ.อ.หญิง ดวงกมล สุคนธทรัพย์ ซึ่งสร้างวีรกรรมเป็นข่าวเกรียวกราว
นำรถราชการเข้าไปหาข่าวยาเสพติดใน พื้นที่ท่าขี้เหล็กจนถูกจับกุมตัวในยุค
พล.อ.สุรยุทธ์ เป็น ผบ.สส. มาดำรงตำแหน่งผู้ชำนาญการ บก.สูงสุด


ขณะที่กองทัพบกนั้น ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของการโยกย้ายครั้งนี้
เพราะมีการโยกย้ายจำนวนมาก และบางส่วนถือเป็นการล้างบางเครือข่ายอำนาจเก่า
ต่อจากการโยกย้ายเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยมีตำแหน่งสำคัญ อาทิ
พล.ท.วรเดช ภูมิจิตร (ตท.6) ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ
เป็นหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

พล.ท.ชัยพัฒน์ ธีรธำรง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเป็นที่ปรึกษาพิเศษ
กองทัพบกในอัตราพลเอกก่อนเกษียณอายุราชการ พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา
(ตท.8) รองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็น แม่ทัพภาคที่ 2

ขณะที่ พล.ท.นินนาท เบี้ยวไข่มุก ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ
รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิทของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ที่เพิ่งครองยศพลโทไม่ถึง 6 เดือน โดยมีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นเด็กเส้น เนื่องจากได้รับ
การพิจารณาเลื่อนยศเป็นพลโท ภายหลังจาก พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้
ไม่กี่สัปดาห์
โดยการโยกย้ายครั้งนี้ พล.ท.นินนาท ได้ขยับเข้ามาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
พิเศษกองทัพบก เพื่อรอคั่วตำแหน่งสำคัญในการโยกย้ายใหญ่ในเดือนตุลาคม

ด้านพล.ต.สุนัย สัมปัตตะวนิช (ตท.11) รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
ลูกน้องคู่ใจ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ปรับย้าย พล.ต.มาลัย คิ้วเที่ยง
(ตท.12) ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 เป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ

นอกจากนี้ในตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกก็มีการปรับย้ายกันยกใหญ่ อาทิ
พล.ต.จิระเดช โมกขะสมิต (ตท.13) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 เป็นผู้บัญชาการ
กองบัญชาการช่วยรบที่ 1 และแต่งตั้ง พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร (ตท.14) เสนาธิการ
กองทัพภาคที่ 1 มาดำรงตำแหน่งแทน พล.ต.จีระศักดิ์ ชมประสพ ผบ.จทบ.สุรินทร์
เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 พล.ต.สุรพล เจียมสมบูรณ์ เสนาธิการ
กองทัพน้อยที่ 3 เป็นผู้บัญชาการมณพลทหารบกที่ 32 พล.ต.ณัฐพัชร์ สมบูรณ์ศรี
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พล.ต.อรรควุฒิ โพธิแพทย์
ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 เป็นผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 โยก
พล.ต.กิตติ อินทสร ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42

ขณะเดียวกัน ยังมีการแต่งตั้งผู้บังคับการจังหวัดทหารบก (ผบ.จทบ.) ซึ่งล้วนเป็น
นายทหารสาย พล.อ.สนธิ ไปประจำภาคเหนือ อีสาน และใต้ ได้แก่ พล.ต.สนธยา ทรัพย์สกุล
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เป็น ผบ.จทบ.สระแก้ว พ.อ.กนก เนตระคเวสนะ เป็น ผบ.จทบ.บุรีรัมย์
พ.อ.ต่อศักดิ์ เหลืองตระกูล เป็น ผบ.จทบ.สกลนคร พ.อ.ชำนาญ ณะวงษ์ เป็น
ผบ.จทบ.นครพนม พ.อ.วีระพงศ์ คงเกษม เป็น ผบ.จทบ.เลย พ.อ.วรากร เพิ่มพูน
เป็น ผบ.จทบ.ตาก พ.อ.เชาวฤทธิ์ ศิริกิจ เป็น ผบ.จทบ.อุตรดิตถ์ พ.อ.นิธินันท์ ไชยวัฒนพันธ์
เป็น ผบ.จทบ.น่าน พ.อ.ชานุกร ตัณฑโกศล เป็น ผบ.จทบ.พะเยา พ.อ.กานน บุญริ้ว
เป็นผบ.จทบ.เชียงราย พ.อ.สุภัช วิชิตการเป็น ผบ.จทบ.ชุมพร

ด้านกองทัพเรือ ย้าย พล.ร.ท.สีวิชัย สิริสาลี ผบ.หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน(ตท.10)
เป็น ที่ปรึกษากองทัพเรือ และขยับเอา พล.ร.ต.สุวิทย์ ธาระรูป (ตท.12) รองผู้บัญชาการ
มาดำรงตำแหน่งแทน ขณะที่ พล.ร.ต.วิฑูรย์ คีมภีระพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ
เป็นผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ

กองทัพอากาศ ย้าย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต (ตท.10) ผู้ช่วยผู้บัญชาการ
ทหารอากาศ เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
กองทัพอากาศ แล้วแต่งตั้ง พล.อ.อ.ไพศาล สีตบุตร (ตท.6) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ
ทหารอากาศแทน

รายงานข่าวแจ้งว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าในการปรับย้าย พล.อ.พรชัย กรานเลิศ และ
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นแกนนำนายทหารเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของ
พ.ต.ท.ทักษิณ และยังเหลืออายุราชการอีกหลายปีออกจากตำแหน่งรองเสนาธิการทหาร
และตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศตามลำดับ ซึ่งทั้ง 2 ตำแหน่ง
ถือเป็นตำแหน่งหลักของกองทัพ โดยธรรมเนียมปฏิบัติในการโยกย้ายกลางปี
จะไม่มีการปรับย้ายในตำแหน่งเหล่านี้ แต่ครั้งกลับมีการโยกย้ายถึง 2 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ พล.อ.พรชัย และ พล.อ.อ.สุกำพล เป็นนายทหารที่ พ.ต.ท.ทักษิณ
สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีความไว้วางใจ และวางตัวไว้ให้เป็นผู้บัญชาการ
เหล่าทัพคนต่อไป โดยเฉพาะ พล.อ.พรชัย ซึ่งเคยรับตำแหน่ง 5 เสือ ทบ. เป็น
ผู้ช่วย ผบ.ทบ. แต่หลังการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ถูกปรับย้าย
พ้นกองทัพบกไปเป็นรองเสนาธิทหาร บก.สส. ก่อนที่จะมาถูกปรับย้ายออกจาก บก.สส.
เข้าสู่ตำแหน่งประจำเป็นที่ปรึกษาพิเศษ สนง.ปลัดกระทรวงกลาโหม ถือเป็นการตัดกลุ่ม
อำนาจทางทหารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชุดสุดท้ายออกจากตำแหน่งหลักของกองทัพ

สำหรับนายทหาร ตท. 10 คนสำคัญที่ถูกปรับย้ายครั้งนี้นอกจาก พล.อ.พรชัย และ
พล.อ.อ.สุกำพล แล้วยังประกอบด้วย พล.อ.ท.สุเมธ โพธิ์มณี เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ
เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทอ. พล.ร.ท.สีวิชัย สิริสาลี ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
เป็นที่ปรึกษา ทร. พล.ท.ฉัตรชัย ถาวรบุตร รองเสนาธิการทหารบก เป็นที่ปรึกษา
สนง.ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.สมบัติ ม่วงกล่ำ เจ้ากรมสรรพกำลังทหารเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
บก.สส. พล.ต.ภุชงค์ รัตนวรรณ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
เป็นที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (อัตราพลโท) พล.ท.ศานิต พรหมาศ
ที่ปรึกษา สนง.ปลัดกระกลาโหม เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ. พล.ต.ดุลกฤต รักษ์เผ่า
รองแม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1

วันเดียวกัน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับ
ผู้จะมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. คนต่อไป ว่า ในใจได้เลือกไว้หลายคน จากผู้ที่มีส่วนร่วม
ในการทำงาน ซึ่งในระดับเสือของกองทัพบกที่มี 5 คน เกษียณอายุ 2 คน เหลือ 3 คน
ดังนั้นการพิจารณาคัดเลือกไม่ยากนัก อย่างไรก็ตามมีปัจจัยหลายอย่างในการพิจารณา
คนที่จะมาเป็นผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป

'ใจผมยังไม่ปักใจว่าจะเลือกใคร เพราะจากนี้ไปสังคมจะเป็นตัวชี้
ผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อถือศรัทธาใคร เหล่าทัพต่างๆมองอย่างไร และข้างบนจะมองอย่างไร
การพิจารณาไม่ได้คำนึงถึงการยอมรับเฉพาะในกองทัพบกเท่านั้น
แต่ต้องเป็นที่ยอมรับของเหล่าทัพอื่นด้วย ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
เปรียบเสมือนเป็นผู้ชี้ชะตาการบริหารประเทศพอสมควร
เป็นกองกำลังที่จะต้องใช้กำลังทั้งหมด

ขณะเดียวกันเรื่องบุคลิกเป็นสิ่งสำคัญ เวลาไหนควรจะนิ่มก็นิ่ม
เวลาไหนควรจะแข็งก็ต้องแข็ง' ผบ.ทบ.กล่าว
ที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์ แนวหน้า

att พิมพ์ว่า:http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9520000137948

ฐานที่มั่นเลข 10 นำโชค ที่ Emirates Hills, Dubai

โดย บัณรส บัวคลี่
15 พฤศจิกายน 2552 18:16 น.

ไม่ได้เป็นเรื่องลึกลับอะไรที่ใคร ๆ สามารถรู้ว่า ทักษิณ ชินวัตร อาศัยอยู่ที่เขตพักหรูหราชื่อว่า Emirates Hills ในดูไบ

หนังสือพิมพ์ 7Days ของดูไบ เขียนถึงเขาในข้อเขียนชื่อ I’m out of here เมื่อ 16 เมษายนหลังเหตุวุ่นวายในกรุงเทพฯ
บอกชัดเจนว่าเขาพักอยู่ที่ Emirates Hills

เพื่อนเก่าเมื่อตอนทำฟุตบอลที่อังกฤษอย่าง Sean O’ Driscoll ก็บอกในข้อเขียนว่าเขาพักในคฤหาสน์ใหญ่โต
ในเขต Emirates Hills

Emirates Hills เป็นพื้นที่พัฒนาเพื่อพักอาศัยหรูหราที่ตั้งชื่อเลียน Beverly Hills บริเวณที่ทักษิณอาศัยเรียกว่า
Sector E อยู่ใน Emirates Hills โครงการ 2 ซึ่งสร้างเรียงรายเป็นวงล้อมรอบสนามกอล์ฟ The Montgomerie
สภาพภูมิทัศน์เป็นสนามกอล์ฟ และทะเลสาบขุดแต่งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

ที่พักของที่นี่ออกแบบคล้าย ๆ กันเป็นบ้านที่เหมาะกับสภาพอากาศทะเลทราย เป็นแท่งสี่เหลี่ยมสองชั้น
มีทรงโค้งและเสาโรมันตกแต่งเล็กน้อยแต่ยังให้อารมณ์แบบอาหรับเป็นหลัก ราคาที่ซื้อขายกันตอนนี้
อยู่ระหว่าง 4-20 ล้าน AED มากน้อยขึ้นกับขนาดบ้านและเครื่องอำนวยความสะดวกเทียบกับเงินอเมริกัน
ประมาณ 1- 5.4 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ทักษิณ ชินวัตร พักอยู่ที่คฤหาสน์หมายเลข E 46 ซอยแยกที่ 10 จากถนนเมน

บ้านหลังนี้ดูเผิน ๆ เหมือนกับบ้านอื่น ๆ ในเซ็กเตอร์เดียวกัน แท้จริงแล้วยังมีชั้นใต้ดินเป็นที่พักของ
พนักงานรับใช้ เป็นห้องซักรีดและจัดเตรียมอาหาร ดังนั้นในบ้านจึงมีลิฟท์ภายใน

จากห้องโถงใหญ่ปากประตูบ้าน จะมองเห็นลิฟท์อยู่ด้านหน้าโดยมีบันไดโค้งซ้าย-ขวา ขนาบ จากห้องโถง
เหมือนกับคฤหาสน์ในหนังฝรั่ง ข้างที่ตั้งของบันไดเวียนเป็นชั้นต่างระดับเล็กน้อย จัดเป็นห้องรับแขกและ
ห้องอาหาร โดยห้องอาหารจะพิเศษตรงที่เป็นโต๊ะขนาดใหญ่รองรับคนได้ไม่น้อยกว่า 30 คน
ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลบนพื้นขาว

พนักงานรับใช้ทั้งหมดเป็นคนไทย ไม่น้อยกว่า 7 คน สวมเครื่องแบบเหมือนกันเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทำอาหารไทยที่ถูกปากได้ทุกชนิด ประหลาดตรงที่ไม่ค่อยสุงสิงกับคนไทยที่อยู่ในดูไบมากนัก

ชั้นบนเป็นที่พักของทักษิณ หากลูกมาเยี่ยมก็จะพักชั้นบน แต่ก็ยังมีห้องว่างเหลืออยู่

วิลล่าหลังนี้มีสระว่ายน้ำด้วย สระว่ายน้ำเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกพิเศษเพราะวิลล่าในเซ็กเตอร์ E
หลายหลังไม่มีสระว่ายน้ำ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ชอบว่ายน้ำนัก ทั้ง ๆ ที่ทักษิณ บ่นว่าอ้วนมาก และเริ่มลงพุง
ถึงกับบ่นว่าเหมือนคนท้อง 6 เดือนจึงมีการสั่งเครื่องออกกำลังกายมาตั้งในห้องข้าง ๆ ห้องนอน

ส่วนกอล์ฟนั้นเป็นกีฬาโปรดดั้งเดิมเขามักไปออกรอบที่ The Montgomerie เป็นประจำ
นี่เป็นความชอบส่วนตัวที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเลือกโครงการนี้ แทนที่จะเป็นที่พักริมทะเล

ทักษิณ มีรถใช้หลายคันแต่ที่ใช้รับส่งแขกที่มาเยี่ยมระหว่างสนามบินและตัวเมือง เป็นรถตู้ BMW Multivan
สีดำหมายเลขดูไบ F 7388

ส่วนรถที่ใช้ส่วนตัวเป็นเก๋งหรู Bentley หมายเลขดูไบ F 54155 แทบทุกคนเห็นรถจะจำได้เพราะเขาชอบมา
ที่โรงแรมดุสิตธานีดูไบ หรือไม่ก็ดุสิตปรินเซสบ่อย ๆ

ที่น่าสนใจที่สุดของชีวิตทักษิณที่ดูไบ คือกิจกรรมรอบตัวเขาเกี่ยวข้องกับเลข 10
จะด้วยความตั้งใจหรือบังเอิญไม่ทราบได้ อย่างเช่น

*บ้านเลขที่ E46

*ซอย 10 จากถนนเมน

*รถส่วนตัวทะเบียน F 541 55

บังเอิญอย่างร้ายกาจที่สอดคล้องกับคำทำนายดวงชะตาของทักษิณ ที่ อ.เก่งกาจ จงใจพระ ดูว่า
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เกิดวันที่ 26 ก.ค. 2492 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ปีฉลู จ.ศ. 1311
ตามดวงมีลัคนาอยู่ในราศีกันย์

ชื่อ "ทักษิณ" ถอดได้เลข 19 นามสกุล "ชินวัตร" ถอดได้เลข 28 จึงเป็นดวงที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลเลข 10

การวิเคราะห์ตามเลขศาสตร์ บ่งบอกว่าบุคคลใต้อิทธิพลเลข 10 มั่นใจตนเองสูง ส่งผลให้กิจกรรมต่าง ๆ
ที่ทำสำเร็จได้อย่างแหวกแนวไม่เหมือนใคร เป็นความสำเร็จที่สังคมยกย่องให้เกียรติสูง แต่มีสิ่งที่ต้องระวังคือ
อุบัติเหตุ และโรคพยาธิเบียดเบียน

น่าประหลาดมาก ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่กลางสัปดาห์ ปรากฏว่าไปอ่านงานของทีมข่าวการเมืองหัวข้อ
รายงาน ‘นช.ทักษิณ คนหนักแผ่นดิน กับปริศนาเจ้าองค์ที่ 10’ ที่รายงานว่าหมอดูอีทีบอกให้ใช้เลข 10
เป็นเลขมงคลเพื่อชิงบ้านชิงเมือง จึงใช้งานตท.10 และบินไปเขมรวันที่ 10 พ.ย. มันสอดรับกันพอดี


สาบานครับ ไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน อ่านพบถึงกับอึ้งไปเพราะบังเอิญตรงกับที่จะเขียนถึงพอดี
เพียงแต่ผมไม่ทราบเรื่องหมออีที.อะไรนั่น ต่างฝ่ายต่างก็ได้ประเด็นในมุมของตนมา

หากหมอพม่าให้เลข 10 นำโชคมาจริงก็เข้าใจว่าทักษิณคงจะออกทัพได้อย่างห้าวหาญปราบทุกทิศเหมือน
บุเรงนองผู้ชนะสิบทิศของพม่าคนนั้น จึงออกเดินสายตีเมือง วนเครื่องเจ็ตหนีเครื่องบินขับไล่ในจินตนาการ
แล้วยังมีอารมณ์มาครวญเพลงกล่อมเสื้อแดงอีก..เสียดายไม่มีเพลงผู้ชนะสิบทิศ ให้เข้ากับเลขนำโชคที่หมอให้มา

เลข 10 จะนำชัยเหนือเลขอื่นใด เป็น‘เลขชาววิไล’ อย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า
ผมไม่ทราบและก็ไม่เชื่อ..เพียงได้ยินมาน่าสนใจก็นำมาเล่าต่อ

แต่ที่สุดแล้ว..,

ไม่ว่าเลขอะไรก็ตาม ถ้าทำไม่ดีมันก็จบไม่สวยทั้งนั้นแหละครับ อย่างเรื่องรามเกียรติ์ ทศกัณฑ์นี่เลข 10 ตัวพ่อเลย...
มีฤทธิ์มากขนาดไหน สิบหน้า สิบลิ้น สิบปาก ไม่ใช่ยักษ์ขี้ไก่ด้วยกว่าจะตายนี่หืดจับทีเดียว เวลานี้จึงยังเห็นบรรดา
สมุนยักษ์น้อยใหญ่ ทั้งยักษ์หัวขวด ยักษ์หน้าแสยะ ยักษ์หน้าโก๊ะตี๋ ก็ออกอาละวาดฟาดกระบองไปตามบท

แต่ที่สุดทศกัณฑ์ก็จบชีวิตด้วยศรขององค์รามาวตาร ตายใต้พระบารมีของพระผู้ทรงครุฑ

ดังนั้นสิบหน้าก็สิบหน้าเถอะถ้าประพฤติไม่ถูกต้อง ใช้สิบปากไวในทางอกุศลแบบที่เป็นอยู่..
ยังไง ๆ ก็ไม่รอดพระรามหรอก.

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สงสัยจะเป็นที่มาเกมส์ป่วนเมือง วันที่ 10
แล้วจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า ที่อังกฤษยุบสภา


นายกฯ อังกฤษยุบสภาแล้ว เลือกตั้งใหม่ 6 พ.ค.

วันที่ 6 เมษายน 2553 19:56
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์



"กอร์ดอน บราวน์" ประกาศยุบภสา กำหนดเลือกตั้งใหม่ 6 พ.ค.
อ้างความสำเร็จรับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะทำให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กอร์ดอน บราวน์
เดินทางมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 พระราชวังบัคกิงแฮมในวันนี้(6 เม.ย.)
เพื่อขอพระราชทานประกาศยุบสภา และกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 6 พฤษภาคม ปีนี้
พิธีการดังกล่าวถือเป็นสัญญาณประกาศการ เริ่มต้นหาเสียงเลือกตั้งที่นายบราวน์ต้องนำพาพรรคแรงงาน
ซึ่งเป็นรัฐบาลมา 13 ปีต่อสู้เพื่ออนาคตทางการเมืองหลังมีคะแนนนิยมตามหลังพรรคอนุรักษ์นิยม
นายบราวน์มีกำหนดประกาศวันเลือกตั้งทั่วไปภายหลังเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แล้ว
เขากล่าวว่า ความสำเร็จในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะทำให้เขาได้กลับมาดำรงตำแหน่ง
อีกครั้ง อย่างไรก็ตามนายเดวิด คาเมรอน ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านอังกฤษ
ประกาศหาเสียงเลือกตั้งโดยจะตระเวนหาเสียงตามเมืองต่างๆ

ยุบ วันที่ 6, เลือกตั้งใหม่ วันที่ 6 , เป็นรัฐบาล 13 ปี
เลขลงยันต์ของ ฟรีเมสัน กับ ซาตาน ซะด้วยสิ


http://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t834-175.htm



http://www.number10.gov.uk/



The official site of the Prime Minister’s Office



แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Tue Apr 13, 2010 8:47 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 10:55 am

ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์: ทหารแตงโมคือทหารเลว

วันที่ 7 เมษายน 2553 14:54

ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์: ทหารแตงโมคือทหารเลว

โดย : เสถียร วิริยะพรรณพงศา



ถ้ามอง รมว.กลาโหม ผบ.ทบ. รองผบ.ทบ. มท.ภ.1 พี่กู เอ้อระเหยไปวันๆ..
ไม่ทำตามถวายสัตย์ปฎิญาณ อย่างนี้เลว...มึงอย่าบ้า!รอทักษิณกลับจะได้เป็นใหญ่


อดีตที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ที่สร้างความฮือฮาขึ้นเวทีปราศรัย
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งเครื่องแบบ
วันนี้ในวัยเกษียณ
พลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ หรือ "บิ๊กแป๊ะ" เฝ้ามองบ้านเมืองด้วยความกังวล สลด หดหู่ มองกองทัพ
ในภาวะเผชิญแรงกดดันการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองอย่างหนักหน่วง

o เสื้อแดงนปช. โจมตีกองทัพแตกแยก จริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร
มี มีแน่นอน มีมานานแล้วอย่าปฎิเสธความจริง ปัจจุบันเยอะขึ้นเพราะทหารที่ฝักใฝ่อยากให้ทักษิณ
กลับมาก็ขึ้นเวทีประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นเสื้อแดงการเอาความน้อยเนื้อต่ำใจมาทำลายชาติ ถือว่าเลว
จริงอยู่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ต้องอดทนอดกลั้นทำหน้าที่ไป ไม่ใช่ทำลายชาติ ทำลายกองทัพ
ใครที่บอกกองทัพไม่แตกแยกมาหาผมหน่อย ตั้งแต่รัฐมนตรีกลาโหมลงมาเลย ที่มันแตกแยกก็เพราะว่า
ความใกล้ชิดระหว่างผู้บังคับบัญชา กับผู้ใต้บังคับบัญชามันมากขึ้น การโกงกินคอร์รัปชั่นเกิดมากขึ้น
ที่สำคัญมันไร้ซึ่งความยุติธรรมในการให้ความดีความชอบ ผมไม่ได้ว่าคุณเป็นบูรพาพยัคฆ์ หรือภาคใต้
หรือภาคเหนือ มันไม่เกี่ยว อย่างเตรียมทหารรุ่น 6 (รุ่นพลเอกสนธิ บุณยรัตกลิน) ไม่เอารุ่น 7(รุ่นพล.อ.ปฐมพงษ์)
ก็ไม่เป็นไร แต่คุณต้องหาคนที่เข้าท่าสิ คุณเอารุ่น 10 ขึ้นมา พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา แต่ไม่เอา
พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร(รุ่น7) มาถึงวันนี้คนก็เลยพูดกันเยอะว่าถ้า พลเอกสพรั่ง เป็น ผบ.ทบ.บ้านเมือง
จะเป็นอย่างนี้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะดีกว่าหรือเลวกว่า แต่มันอาจจะไม่ใช่แบบนี้

o เวทีเสื้อแดงพยายามบอกว่า "บูรพาพยัคฆ์" กำลังเติบใหญ่จนกลุ่มอื่นไม่พอใจ
ถ้าเราดูแล้วทั้งรัฐมนตรีกลาโหม ผบ.ทบ. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลโทคณิต สาพิทักษ์ ล้วนมาจาก
กองพลที่ 2 มันเลยทำให้คิดว่า เฮ้ย ทำไมมันมาไลน์นี้หมดวะ คนเค้ามองได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าระบบอุปถัมภ์
ความใกล้ชิด สนิทสนมก็เป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็ต้องดูมีฝีมือหรือไม่ มีอาวุโสทางการทหารหรือไม่
ไม่ใช่ว่าฝีมือก็ไม่มี ไม่อาวุโส มีแต่ความใกล้ชิด อันนี้ถือว่าเลว เราต้องดูว่าแต่ละคนมากันอย่างไร
เข้ามาอยู่แล้วเหมาะสมหรือไม่ เพราะคนมันมอง ผู้ใต้บังคับบัญชาก็มอง นายก็มอง คนที่เกษียณแล้วก็มอง
ดังนั้น คนที่ได้รับการแต่งตั้งก็ต้องทำงานให้หนัก ไม่ใช่ทำงานเอ้อระเหยไปวัน ๆ ไม่สนใจ เพราะพี่ใหญ่
กูเป็น รัฐมนตรีกลาโหม พี่รองกูเป็น ผบ.ทบ. เป็นรอง ผบ.ทบ. เป็นแม่ทัพภาค 1 ถ้าบูรพามองกันอย่างนี้ก็เลว

มองบูรพาพยัคฆ์ เหมาะสมที่จะโตขึ้นเป็นแผงแบบนี้หรือไม่
สมัยผมเป็นรองเสนาธิการทหารบก ผมเคยไปเยี่ยมพลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา เห็นว่าลักษณะหน่วยก้านดี
แล้วไปเจอพลเอกประยุทธ์ ก็บอกไอ้นี่ก็เข้าท่า พลโทคณิต ก็เข้าท่า วันนั้นเรามองว่าคนเหล่านี้เข้าท่า
แต่เวลาบ้านเมืองเกิดวิกฤตเราก็มีแต่คำถามว่าทำไมน้องๆ พวกนี้ไม่ออกมาซักทีวะ อย่างพลเอกประวิตร
ผมก็ชอบแกนะ เขาเป็นรุ่นพี่ผม ตัวเล็ก เสียงดัง ดุมาก ซ่อมเราตลอด ผมชื่นชมแต่พอเจอเหตุการณ์ที่
กระทรวงมหาดไทยปี 51 หมดท่าเลย วิ่งหนีเหมือนเจ๊กตื่นไฟ เพื่อนฝูงด่ากันยับ ภาพอย่างนี้มันเกิดไม่ได้
สำหรับผู้นำเหล่าทัพ วันนั้นที่กระทรวงมหาดไทยวิ่งหนีเสื้อแดง แล้ววันนี้ปล่อยให้ทหารถูกไล่ คุณก็ไม่เห็นพูดอะไร
ผมไม่เข้าใจว่าจะกลัวอะไร ถามว่าคุณจะอยากเป็นรัฐมนตรีกลาโหมทำไม เมื่อเป็นแล้วปล่อยให้เขาด่าอย่างนี้
มีอำนาจแล้วไม่ใช้อำนาจสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ จะเป็นไปทำไมวะ มาเป็นแล้วทำให้ทหารส่วนใหญ่
เสียความรู้สึก พลเอกประวิตร อย่ามาโกรธผม ผมพูดเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง เราตำหนิกันเอง
ระหว่างพี่น้องดีกว่าให้คนอื่นมาด่าพี่

o รู้สึกอย่างไรกับคำว่า ทหารแตงโม
ก็เป็นทหารเลวไงทำตัวให้ได้ตามที่ถวายสัตย์ปฎิญาณ และที่ปฎิญาณไว้กับธงชัยเฉลิมพล ทำให้ได้
แต่ถ้าจะกินเหล้า เมายา เจ้าชู้ ไม่เป็นไร แต่ชาติ ราชบัลลังก์ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ต้องไม่เอาความลับ
ในราชการไปแพร่งพราย ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความมั่นใจ ผมอยากเตือนน้องๆ ทหารที่รอทักษิณกลับมา
แล้วจะขึ้นเป็นใหญ่ อยากบอกว่ามึงอย่าบ้านะ จะอะไรนักหนา ทำทุกอย่างเพื่อให้ทักษิณกลับมาเพื่อให้
ตัวเองเป็นใหญ่ มึงก็เฮงซวย ไม่สมควรจะเรียนจบโรงเรียนนายร้อย จปร. อยากเป็นใหญ่โดยไม่สนใจว่า
ทำลายชาติหรือไม่ ขอถามว่าอย่างนี้จะเป็นทหารเพื่ออะไร เพื่อตัวเองหรือเพื่อประเทศไทยเพื่อกองทัพไทย

o ออกมาทำอะไร ปฎิวัติรัฐประหารหรือ
ไม่ใช่ ๆ แต่ออกมาช่วยปกป้องประชาชนออกมายืนให้เห็นว่าใครก็แล้วแต่ที่จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์
ใครจะต้องรักษาแผ่นดินแต่เอาแผ่นดินไปขายเพื่อผลประโยชน์ ทหารต้องออกมาคำรามบ้าง
อย่าปล่อยให้นักการเมืองเล่นกันซะบ้านเมืองป่นปี้

O ภายใต้การนำของบูรพาพยัคฆ์ ทหารถูกม็อบไล่ออกจากที่ตั้งสะท้อนอะไร
สะท้อนว่ารัฐมนตรีกลาโหม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง มีนโยบายอย่างไร ซึ่งผมไม่ชอบแบบนี้
แต่ถ้าผมเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ผมบอกได้เลยว่า ไม่ได้! เราอยู่เพื่อรักษาความปลอดภัย เราอยู่เพื่อให้
ประชาชนอุ่นใจ ใน 3 จังหวัดภาคใต้ทหารอยู่เต็มวัด เต็มโรงเรียน ทหารต้องอยู่ใกล้ชิดสถานที่มีความเสี่ยง
จะถูกปาระเบิด ถูกยิง พร้อมจะออกมาป้องกันได้ทันที ไม่ใช่ให้กลับไปอยู่ในกอง เวลาเกิดเรื่องออกมา
ทำอะไรไม่ได้ ผมว่ารัฐบาลนี้ยอมเกินไป ควรจะพอได้แล้ว มันจะเป็นเหมือนว่าเล่นกับหมาปล่อยให้หมาเลียปาก
อย่างตอนที่ทหารถูกไล่ มีทหารโทรบอกผม นายเจ็บปวดเหลือเกิน ผมถามว่า ผบ.สส.อยู่ไหนวะ
พลเอกทรงกิตติ จักกาบาตต์ ไม่เห็นออกมาพูด ไม่มาปกป้องเลย ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ต่อไป เอะอะอะไร
ก็อย่าทำร้ายประชาชนๆ ต่อไปก็ได้ใจ เปิดหมวกเขกกบาลทหาร สิ่งเหล่านี้เคยเกิดมาแล้วตอน 14 ตุลา 2516
ตอนนั้นทหารไม่กล้าแต่งเครื่องแบบกันเลย

o พลเอกประยุทธ์ที่จ่อคิวจะเป็นผบ.ทบ.จะทำให้กองทัพมีเกียรติยศ ศักดิ์ศรีหรือไม่
พลเอกประยุทธ์ ผมเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ หน่วยก้านดี แต่ผมไม่รู้จะเหมือนที่ผมเคยมั่นใจพลเอกประวิตร
พลเอกอนุพงศ์ หรือไม่ แต่สุดท้ายสนามรบมันวัดกำลังใจกันนะ คุณจะเป็นกลางระหว่างความดีกับความชั่ว
มันไม่ได้ อย่างวันที่ผมแต่งเครื่องแบบขึ้นไปเวทีพันธมิตรฯ ผมก็เลือกข้างอยู่กับที่รักในหลวงรักแผ่นดินไทย

o ระเบิดที่เกิดขึ้นทุกวันก็คิดกันว่าเป็นฝืมือทหาร
แน่นอน เป็นไปได้ แต่มันเป็นพวกไหนอีกเรื่อง หนึ่งอาจจะทหารที่ลาออกไปแล้ว สองทหารที่น้อยเนื้อต่ำใจ
กับความเจริญก้าวหน้าของตัวเอง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน ทีนี้พวกนี้มันก็มาก่อกวนเพื่อต้องการทำลายอำนาจ
การบริหารของรัฐ จะไปบอกว่าทหารฝ่ายแดง เขาก็บอกแดงเทียม แต่เรื่องนี้ผมไม่เข้าใจว่ารัฐมีหน่วยข่าว
ตั้งเยอะแยะ ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย

o มองว่าพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ วันนี้ถูกรุกไล่มากเกินไปหรือไม่
ท่านไม่หวั่นไหวหรอก ท่านเจอมาหนักกว่านี้เยอะ ตอนเมษาฮาวาย โดนหนัก มีอาร์พีจียิง ก็ยังรอดมาได้
พลเอกเปรมมาถึงตรงนี้แล้ว รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ท่านจะต้องทำ ทุกคนที่เข้ามาแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง
ก็ต้องเผชิญกับความเลว อันตราย และการโกหกมดเท็จ ท่านมีความแข็งแกร่งพอ

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 11:29 am

“ประยุทธ์”ฮึ่มยอมไม่ได้ลูกน้องถูกแดงทำร้าย
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2553

คมชัดลึก :“ประยุทธ์” ฮึ่ม ยอมไม่ได้ลูกน้องถูกแดงเถื่อนทำร้ายกว่า 60 คน จี้แดงหยุดทำร้ายชาติ
ลั่นนำประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ศอฉ. สรุปยอดสลายแดง มัฆวานทหารเจ็บอื้อ 63 นาย
พลทหารจาก ลพบุรี-ปราจีน ร่วงระนาว

(10เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) เวลา 20.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา
รองผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์การปะทะกันของเจ้าหน้าที่กับ
กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้รับบาดเจ็บหลายคน
ดังนั้นตนอยากให้กลุ่มคนเสื้อแดงหยุดการเคลื่อนไหวได้แล้ว เพราะมันไม่มีประโยชน์มันจะยิ่งทำให้
สถานการณ์ลุกลามบานปลายออกไป และส่งผลเสียหายให้กับประเทศชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า
กลุ่มคนเสื้อแดงจะต้องยึดหลักกฎหมายของบ้านเมือง เพราะถ้าไม่ยึดกฎหมายของบ้านเมืองก็แก้ไขกันไมได้
ทั้งนี้ตนคงยอมไม่ได้ที่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยึดกฎหมายบ้านเมือง ทั้งนี้ตนยืนยันว่าจะทำให้ทุกอย่าง
เกิดความเรียบร้อยและให้บ้านเมืองกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เมื่อถามย้ำว่า การคลี่คลายสถานการณ์
ที่บริเวณสะพานผ่านลีลาศจะให้จบวันนี้เลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ ร. 11 รอ. ได้มีการประชุม ศอฉ. โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ
ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์
ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รองผู้บัญชาการทหารบก และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์
การปะทะกันของเจ้าหน้าที่ทหาร และ กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเบื้องต้นทาง ศอฉ. ได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ทหาร
ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนของกลุ่มคนเสื้อแดง และ ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกัน กว่า 60 คน
ทั้งนี้มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้เพิ่มกำลัง
เจ้าหน้าที่ทหารที่ได้มีการเตรียมไว้ในพื้นที่ต่าง ๆออกมาเสริมการปฏิบัติงานกับกองพลทหารราบที่ 2
รักษาพระองค์ (พล. 2 รอ.) โดยมี พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล ร. 2 รอ. เป็นหัวหน้าชุดในการออกคลี่คลาย
สถานการณ์ในขณะนี้ ขณะที่มีรายงานข่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดในที่ประชุมว่า
การแก้ไขปัญหาในวันนี้ทุกอย่างจะต้องจบ เพราะตนยอมไม่ได้ที่ลูกน้องของตนได้รับบาดเจ็บจาก
กลุ่มคนเสื้อแดงทั้งๆ ที่เขาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ภาคสนาม ขณะเดียวกันได้มีเครื่องบินแบบแบล็คฮอว์ก
จำนวนหลายลำวิ่งผ่านไปที่ ร. 11 รอ. หลายลำ โดยคาดว่าส่วนหนึ่งได้บินไปสนับสนุนภารกิจในการดูแล
ความเรียบร้อยในพื้นที่ ดังกล่าว แ ด้วย โดยเฉพาะการส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ฉก. 90 หน่วยบัญชาการ
สงครามพิเศษ จำนวน 1 ชุด ด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.00 น. ทาง ศอฉ.ได้จัดทำบัญชีสรุป
จำนวนกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ ทหารปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้มีการสลายการชุมนุม
ที่หน้ากองทัพภาคที่ 1 จากเหตุสลายการชุมนุมบริเวณ สะพาณมัฆวาน และ ราชดำเนิน จำนวน 63 นาย
กำลังพลส่วนใหญ่ มาจาก พัน ร.มทบ. 11 , กองทัพภาคที่ 1 , ร. 31 รอ., ร. 12 พัน 2 รอ.
กำลังที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เกิดจากการปะทะจากกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บ แบ่งเป็น โดนสะเก็ดระเบิด
ถูกกลุ่มผู้ชุมนุม ตีด้วยไม้ ถูกของมีคม ถูกกระสุนปืน ถูกก้อนอิฐขว้าง และ ส่วนหนึ่งสัมผัสกับแก๊ซน้ำตา เบื้องต้น
ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ศิริราช และ รพ.พระมงกุฎเกล้า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นทหารทั้งสิ้น

ทักษิณ เสียใจสะเทือนใจเสื้อแดงสูญเสีย
วันที่ 11 เมษายน 2553 10:42
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์



"จตุพร"อ้าง"ทักษิณ"เสียใจ-สะเทือนใจคนเสื้อแดงสูญเสีย ย้ำให้ผู้ชุมนุมใช้ดุลยพินิจเอง
ลั่นตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

(11เม.ย.)ราชประสงค์ - นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนที่ผ่านมาซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นของคนเสื้อแดง
ที่สะพานผ่านฟ้าฯและได้แสดงความเสียใจและสะเทือนใจมาก ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มีการระบุ
หรือไม่ว่าจะให้สู้ต่อหรือยุติเนื่องจากเกิดการสูญเสีย นายจตุพร กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าให้เป็นดุลพินิจ
ของคนเสื้อแดง สำหรับกองทุนที่จะมีการตั้งขึ้นเพื่อ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
นอกจากพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงแล้วพ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้ามาเป็นแกนนำหลักในการระดมทุน
ช่วยเหลือด้วย นายจตุพร กล่าวว่าจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตตามโรงพยาบาลนั้น ช่วงบ่ายจะมี
ทีมของเสื้อแดงไป แต่หากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนก็จะต้องขอเข้าไปตรวจสอบ

สื่อเทศมองไทยเลวร้ายสุดรอบเกือบ2ทศวรรษ
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2553

คมชัดลึก :สื่อต่างชาติมองไทยเผชิญความผันผวนเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ
อ้างมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากติดอยู่ท่ามกลางการปะทะระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงและคนเสื้อแดง

(11เม.ย.) สื่อต่างประเทศ มองว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะการณ์แห่งความผันผวน หลังจากมี
ผู้เสียชีวิต 15 คน จากการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประท้วงต่อต้านรัฐบาล กับทหารที่ถูกส่งมา
รักษาความสงบเรียบร้อย โดยสำนักข่าว AFP รายงานว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงได้ปะทะกับ
ผู้คนเสื้อแดงบนถนน ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ ที่นอกจากจะมีผู้เสียชีวิต 15 คนแล้ว
ยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์นองเลือดทางการเมืองที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทส
ในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ด้านสำนักข่าว BBC รายงานอ้างการเปิดเผยของครูชาวอังกฤษ ที่อาศัยอยู่
ในประเทศไทยคนหนึ่งว่า เขาอยู่ท่ามกลางผู้ประท้วง บนถนนเส้นที่มาจากสี่แยกคอกวัว ซึ่งต่อมาได้เกิด
การปะทะกันและมีชายคนหนึ่งถูกยิงเข้าที่หน้าอก แต่ไม่ทราบว่า เขาเป็นหนึ่งในคนที่เสียชีวิตเสียหรือไม่
ครูชาวอังกฤษ ยังบอกด้วยว่า ได้เกิดการยิงกัน ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นกระสุนยาง จนกระทั่งเห็นชายคนดังกล่าว
ซึ่งมีอายุประมาณ 50 ปี ถูกยิงในขณะโบกธงอยู่บนรถปิ๊กอัพ และอยู่บนจุดที่สูงที่สุด
บนรถ เหนือพื้นดิน 5 ฟุต
หลังเกิดเหตุไม่นาน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ได้แถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ย้ำความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย และยืนยันว่า
ทหารยิงกระสุนจริงขึ้นฟ้าเพื่อขู่และป้องกันตนเองเท่านั้น นับเป็นเหตุการณ์ปะทะกัน
ทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุด นับจากปี 2535 เป็นต้นมา ขณะที่ทำเนียบขาวของสหรัฐ
ได้เรียกร้องให้ทั้งฝ่ายผู้ประท้วงและกองกำลังรักษาความมั่นคงอดกลั้น

เควนติน ซอมเมอร์วิล ผู้สื่อข่าว BBC ในกรุงเทพฯ รายงานว่า การปะทะกันครั้งนี้ นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่
เริ่มการชุมนุมประท้วงเมื่อเดือนที่แล้ว ด้านสำนักข่าว CNN รายงานว่า ทหารและตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและ
กระสุนยางในการสกัดผู้ประท้วง ที่พยายามจะฝ่าแนวรักษาความมั่นคง และขว้างปาสิ่งของเข้าใส่เจ้าหน้าที่
ที่ใช้โล่ห์ป้องกันตนเอง เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทำให้หุ้นไทยร่วงกว่า 24 จุด หรือราว 3 เปอร์เซ็นต์
มาตั้งแต่เมื่อวันพุธ ด้านเว็บไซท์สกาย นิวส์ ของอังกฤษ รายงานว่า สหรัฐเรียกร้องให้กองกำลังรักษา
ความมั่นคงไทย และคนเสื้อแดงที่ก่อการประท้วงต่อต้านรัฐบาล มีความอดกลั้น หลังจากการปะทะกัน
ระหว่างสองฝ่าย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 คน บาดเจ็บกว่า 825 คน
โดยนายไมค์ แฮมเมอร์โฆษก สภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว แถลงว่า สหรัฐเสียใจต่อ
เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศไทย ซึ่งเป็นเพื่อนและพันธมิตรมายาวนานของสหรัฐ

และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจากันเพื่อยุติปัญหาต่าง ๆ และขอให้ทุกฝ่ายอดกลั้นด้วย
ด้านเว็บไซท์ ไทม์ส ออนไลน์ รายงานว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ได้ไปตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์
ความไม่สงบ ในช่วงที่กองกำลังรักษาความมั่นคง เริ่มเข้าเคลียร์พื้นที่ที่คนเสื้อแดงปักหลักชุมนุมกัน
ทำให้พื้นที่หลายส่วนในเมืองหลวงของไทยต้องกลายเป็นอัมพาตมานานนับเดือน ไทม์ส ออนไลน์ ระบุว่า
การปะทะกันได้เริ่มเมื่อช่วงบ่าย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด เมื่อทหารใช้กระสุนยาง , กระสุนจริง ,
แก๊สน้ำตาและสายฉีดน้ำแรงดันสูง เข้าสลายผู้ประท้วงจำนวนมากที่ด้านนอกของสำนักงานของสหประชาชาชาติ
ประจำภาคพื้นภูมิภาคเอเชีย โดยทหารที่มีโล่ห์และกระบอกปราบจลาจลเป็นอาวุธ ได้เข้ารุกไล่ฝูงชนไปในบริเวณ
เลียบคลองและวัด บนถนนในย่านของคนจีนและถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแบบเป้
และเมื่อทหารยิงปืนขึ้นฟ้า ผู้ประท้วงก็ยิงสวนกลับ รวมถึงขว้างก้อนหินและอื่น ๆ เข้าใส่ เฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่ด้านบน
ได้หย่อนแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ประท้วง ที่ช่วยกันปล่อยลูกโป่งรบกวน ไทม์ส ออนไลน์ ระบุว่า ในกลุ่มคนเสื้อแดงที่
ปักหลักย่านราชประสงค์ มีคนที่โบกปืนและมีดซึ่งการชุมนุมของพวกเขา ได้ส่งผลให้ผู้ที่เข้าพักโรงแรมหรู
ในบริเวณนั้น หลายพันคน ต้องติดอยู่ข้างใน มีรายงานการปะทะกันไปถึงบริเวณด้านนอก
สถานทูตอังกฤษ
คนเสื้อแดงได้ขว้างแนวกั้นโลหะเข้าใส่ตำรวจ แต่หลังจากนั้น ตำรวจได้ยอมถอยและมีบางคน
จับมือกับคนเสื้อแดง ในช่วงที่คนเสื้อแดง เข้าปิดถนนด้านนอกโรงแรมเชอราตัน การจราจรในบริเวณดังกล่าว
ได้กลายเป็นอัมพาตโดยทันที รถไฟฟ้า BTS ได้ปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวจากอังกฤษคนหนึ่ง บอกว่า
ไม่สามารถใช้บริการรถแท็กซี่หรือรถไฟฟ้าได้ เลยไม่รู้ว่าจะไปไหน ส่วนนักท่องเที่ยวอีกคนหนึ่งบอกว่า
กำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน โรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและการปะทะกันระหว่าง
คนเสื้อแดง กับกองกำลังรักษาความมั่นคง ได้แก่ อินเตอร์เนชั่นแนล , เจ ดับเบิลยู แมร์ริออตต์ และ
แกรนด์ ไฮแอตต์ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรมแรง ได้ตรวจสอบเข้มสำหรับคนที่เข้าไปข้างใน
ขณะนี้ มีมากกว่า 40 ประเทศแล้ว ที่ออกประกาศเตือนพลเมืองมายังประเทศไทย ขณะที่นักท่องเที่ยว
หลายพันคน พากันยกเลิกการจองทัวร์และห้องพัก กองกำลังรักษาความมั่นคงระบุว่า
ต้องการจะเคลียร์พื้นที่ที่ด้านนอกสำนักงานสหประชาชาติ และสลายผู้ประท้วง ออกจากหน้าโรงแรมไฮแอตต์
ซึ่งตั้งอยู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและจับจ่าย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าประสบความสำเร็จแล้วหรือไม่

สหรัฐวอนรัฐ-นปช.หันหน้าเจราจาหาข้อยุติ
วันที่ 11 เมษายน 2553 10:39
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

สหรัฐเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศไทย
เรียกร้องใหทุกฝ่ายหันหน้าเจรจาหาข้อยุติ

เว็บไซท์สกาย นิวส์ ของอังกฤษ รายงานว่า สหรัฐได้เรียกร้องให้กองกำลังรักษาความมั่นคงของไทย
และคนเสื้อแดงที่ก่อการประท้วงต่อต้านรัฐบาล มีความอดกลั้น หลังจากการปะทะกันระหว่างสองฝ่าย
ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 คน บาดเจ็บกว่า 825 คน โดยนายไมค์ แฮมเมอร์โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ประจำทำเนียบขาว แถลงว่า สหรัฐเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศไทย
ซึ่งเป็นเพื่อนและพันธมิตรมายาวนานของสหรัฐ
และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจากัน
เพื่อยุติปัญหาต่าง ๆ และขอให้ทุกฝ่ายอดกลั้นด้วย
(note: ทำไมไอ้กันมันต้องย้ำเรื่องนี้ตลอดเลยวะ)
ด้านเว็บไซท์ ไทม์ส ออนไลน์ รายงานว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ได้ไปตกอยู่ท่ามกลาง
สถานการณ์ความไม่สงบ ในช่วงที่กองกำลังรักษาความมั่นคง เริ่มเข้าเคลียร์พื้นที่ที่คนเสื้อแดง
ปักหลักชุมนุมกัน ทำให้พื้นที่หลายส่วนในเมืองหลวงของไทยต้องกลายเป็นอัมพาตมานานนับเดือน

เหลียวมองคีร์กีซสถานคนนอกทำแตกแยกหรือพลังประชาชน?
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2553





คมชัดลึก : เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนทำเอาหลายประเทศตั้งตัวแทบไม่ทัน
กับการที่ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านรวมตัวขับไล่รัฐบาลคีร์กีซสถาน
จนทำเอาเมืองหลวงและอีกหลายหัวเมืองตกอยู่ในสภาวะบ้านเมืองไร้ขื่อแป

จนกระทั่งฝ่ายค้านสามารถ บุกยึดสถานที่สำคัญๆ ของประเทศและประกาศยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ
ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลขึ้นมาท่ามกลางความมึนงงของประชาคมโลกที่ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ
ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งใช้เวลาราว 2 วันเท่านั้น จากนั้น โรซา โอตุนบาเยวา ผู้นำฝ่ายค้านหญิง
วัย 59 ปี ก็ได้รับการแต่งตั้งจากอดีตพรรคฝ่ายค้านให้ดำรงตำแหน่งผู้นำเฉพาะกาลแทนที่
ประธานาธิบดีเคอร์มันเบก บากิเยฟ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพันธมิตรกับเธอ หนีออกจากกรุงบิชเคก
คุณแม่ลูกสองรายนี้ไม่ใช่หน้าใหม่ของแวดวงการเมืองในคีร์กีซสถาน เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เธอเป็นหนึ่ง
ในผู้นำขบวนการ "การปฏิวัติทิวลิป" ที่นำไปสู่การขับไล่ ประธานาธิบดีแอสการ์ อากาเยฟ
ก่อนที่คราวนี้เธอจะเป็นผู้นำขับไล่อดีตพันธมิตรของตัวเองอย่างนายบากิเยฟซึ่งได้รับการมองว่า
เริ่มปกครองบ้านเมืองแบบเผด็จการมากขึ้นทุกที โอตุนบาเยวา ซึ่งจบการศึกษาด้านปรัชญาจากรัสเซีย
ขึ้นชื่อเรื่องความกล้าในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ซึ่งเธอมักจำกัดความรัฐบาลว่า เล่นพรรคเล่นพวก
ทุจริตฉ้อฉล และกดขี่ฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกรณีที่นักข่าวและนักวิจารณ์รัฐบาลถูกสังหารอย่างเลือดเย็น
อีกทั้งฝ่ายบริหารยังลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจในทางมิชอบ ยิ่งทำให้เธอยิ่งเดือดดาล จนถึงกับตราหน้าว่า
"การเมืองเป็นเหมือนเชื้อโรค" ในฐานะที่เป็นหัวหน้าวิปฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นพรรคสังคมประชาธิปัตย์นั้น
เธออุทิศเวลาส่วนใหญ่ไปกับการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะประณามการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง
และค่านิยมการลักพาตัวหญิงสาว และการบังคับให้แต่งงาน เคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งในสมัยของ
อากาเยฟและบากิเยฟ ขณะที่หลายคนมองว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เธอชนะใจผู้คนคือ ความมุ่งมั่นและการคงไว้
ซึ่งความซื่อสัตย์กับแนวทางของตัวเอง กระนั้นการประท้วงจลาจลที่เริ่มปะทุขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ซึ่งมีการเสียเลือดเสียเนื้อของทั้งฝ่ายผู้ประท้วงและฝ่ายกองกำลังรักษาความมั่นคงของรัฐบาล จนนำไปสู่
การโค่นรัฐบาลก็ทำให้หลายคนมองว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างง่ายดาย ง่ายเสียจนอดคิดไม่ได้ว่า
มีฝ่ายอื่นฝ่ายใดสนับสนุนการลุกฮือครั้งนี้หรือไม่ และฝ่ายแรกที่ถูกมองคือ รัสเซีย
อดีตผู้ปกครองสมัยยังเป็นสหภาพโซเวียต เมื่อถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูติน
แห่งรัสเซีย เองก็รีบออกมาปฏิเสธว่า รัฐบาลมอสโกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
ในคีร์กีซสถาน ที่รัสเซียมักจะมองว่าเป็นเหมือนสวนหลังบ้านของตัวเอง แต่ปูตินเองก็เป็นผู้นำต่างประเทศ
คนแรกที่ออกมายอมรับการมีตัวตนของรัฐบาล เฉพาะกาลคีร์กีซสถาน ตามมาด้วยสหภาพยุโรป
ขณะที่ทำเนียบขาวก็ยังออกอาการพะว้าพะวังในการเลือกข้าง และประณามเหตุการณ์
ใช้กำลังรุนแรงของทั้งตำรวจและกลุ่มผู้ประท้วง
สาเหตุสำคัญเป็นเพราะยังไม่แน่ใจว่า
รัฐบาลที่มาใหม่นั้นจะตัดสินใจอย่างไรกับฐานทัพอากาศของสหรัฐ
ที่มาปักหลักอยู่ใน
คีร์กีซสถาน อันเกิดขึ้นจากข้ออ้างการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย
ของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่มาตั้งฐานทัพในสวนหลังบ้านของรัสเซีย

แม้ปูตินของรัสเซียจะออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ แต่ โอเมอร์เบก เทเกบาเยฟ อดีตพรรคฝ่ายค้านที่ขณะนี้
ดูแลด้านการร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลเฉพาะกาล กลับออกมาขอบคุณรัสเซีย ที่ช่วยขับไล่
ประธานาธิบดีบากิเยฟ พร้อมระบุชัดว่ารัสเซียมีบทบาทในการช่วยขับประธานาธิบดีออกไป
"คุณเห็นระดับความพอใจของรัสเซียได้เลยตอนที่เห็นบากิเยฟออกไป ดังนั้นตอนนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่า
ระยะเวลาของกองทัพอากาศสหรัฐที่อยู่ในคีร์กีซสถานนั้นอาจหดสั้นลง" เทเกบาเยฟ กล่าว
ท่ามกลางการรายงานข่าวว่า อัลมัซเบก อาตัมบีแยฟ รองผู้นำรัฐบาลเฉพาะกาลของคีร์กีซสถาน
ได้บินด่วนไปยังรัสเซียเพื่อขอความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจในการฟื้นฟูประเทศแล้ว
หลังจากที่เห็นถึงความไม่แน่นอนของตัวเอง สหรัฐก็เร่งส่งนักการทูตเข้าพบโอตุนบาเยวา
เพื่อเรียกร้องให้เร่งรักษาความสงบเรียบร้อยและเคารพหลักประชาธิปไตย แต่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ
ยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่ได้ยอมรับเธอในฐานะผู้นำประเทศของคีร์กีซสถาน ขณะที่โอตุนบาเยวาเองก็ออกมา
ยืนยันว่ารัฐบาลเฉพาะกาลสามารถควบคุมทั้งประเทศไว้ได้แล้ว ยกเว้นแต่เพียงเมืองออช และเมืองจาลาลาบัด
ทางตอนใต้ของประเทศ ที่บากิเยฟหนีไปอยู่พร้อมได้รับการสนับสนุนจากกำลังทหารและทหารตระเวณชายแดน
ด้านบากิเยฟก็ยังไม่ยอมแพ้ ประกาศว่ายังคงเป็นประธานาธิบดีที่มีความชอบธรรมของคีร์กีซสถาน แม้ยอมรับว่า
ได้สูญเสียอำนาจควบคุมกองทัพและตำรวจแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังออกมายืนยัน
ด้วยตัวเองอีกว่า รัสเซียและสหรัฐ ซึ่งล้วนแต่มีจุดยุทธศาสตร์ทางทหารใน
คีร์กีซสถาน
ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประท้วง โค่นรัฐบาลตัวเองเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
และบอกว่าจะเปิดการเจรจากับรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อหาทางจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บ
ล้มตายจำนวนมาก สร้างความโศกาให้แก่ผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ...ดังนั้น ทางเลือกสุดท้ายของ
การแก้ปัญหาทุกอย่างก็คือการหันหน้ามาพูดคุยเจรจา เพื่อป้องกันการสูญเสียซึ่งหลีกเลี่ยงได้

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 12:00 pm

http://www.oknation.net/blog/99169916/2010/03/17/entry-1

วันพุธ ที่ 17 มีนาคม 2553

อริสมันต์ขู่จะทำให้ศิริราช และสถานที่สำคัญ หายไปจากประเทศไทย

Posted by น้องแก้มจ๊ะ

http://www.youtube.com/watch?v=yy3a73Y6fBg



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1270614448&grpid=01&catid=
วันที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 11:27:00 น.
มติชนออนไลน์

แฉ"ฮิตเล่อร์"ต้องการขโมย"ผ้าห่อพระศพพระเยซู"วาติกันต้องนำไปซ่อน

"เดอะ เทเลกราฟ"รายงานเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ว่า บาทหลวง"อังเดร คารดิน"ให้สัมภาษณ์แก่
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอิตาลีว่า ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ฮิตเลอร์มีแผนที่จะขโมย
"ผ้าห่อพระศพพระเยซู"เนื่องจากคลั่งไคล้ในสิ่งดังกล่าว และทำให้วาติกันและสำนักซาวอย
ของราชวงศ์อิตาลีในขณะนั้น ได้ออกคำสั่งให้มีการนำผ้าห่อพระศพดังกล่าวไปซ่อนยัง
สถานศักดิ์สิทธิ์มอนเต อเวอร์จีนในเมืองอาวาเลลินา ในจังหวัดแคมปาเนีย ทางตอนใต้ของประเทศ
เมื่อปี 1939 ก่อนที่จะถูกสั่งให้นำไปยังเมืองตูริน เมื่อปี 1949

บาทหลวงอังเดรกล่าวว่า การสั่งย้ายซ่อนดังกล่าวในทางการแล้ว เพื่อป้องกันการถล่มจรวดโจมตี
กรุงตูรินที่อาจจะมีขึ้น แต่จุดประสงค์แท้จริงคือเพื่อให้พ้นจากมือฮิตเล่อร์ ซึ่งได้เคยเดินทางไปยังอิตาลี
เมื่อปี 1938 และที่ปรึกษาระดับสูงของเขาได้ถามถึงผ้าพระห่อพระศพพระเยซูหลายครั้งอย่างผิดปกติ
และว่าภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองเปิดฉากขึ้น โดยอิตาลีเข้าร่วมกับเป็นพันธมิตรกับเยอรมัน
กองทัพนาซีถูกส่งมายังอิตาลี และเกือบพบกับผ้าห่อพระศพดังกล่าว โดยทหารเยอรมันได้บุกเข้าค้น
โบสถ์มอนเตเวอร์จีน ขณะที่พระในโบสถ์ต่างอ้างว่าพวกเขากำลังคร่ำเคร่งกับการสวดมนต์ต่อหน้า
แท่นบูชา ซึ่งเป็นสถานที่ซ่อนผ้าพระศพดังกล่าสว ทำให้พระห่อพระศพพระเยซูรอดพ้นการถูกขโมยมาได้

ทั้งนี้ ผ้าห่อพระศพแห่งเมืองตูรินเชื่อว่า ถูกใช้ห่อพระศพพระเยซูหลังถูกตรึงด้วยไม้กางเขน
โดยถูกนำกลับมายังกรุงตูริน เมื่อปี 1946 จากคำสั่งให้กษัตริย์อุมเบอร์โตที่ 2 ซึ่งเป็น
กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์อิตาลี โดยกลายเป็นสมบัติวาติกัน หลังจากสิ้น
ราชวงศ์กษัตริย์อิตาลี โดยชาวอิตาลีได้โหวตให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐ

http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:K8HkyT9fRcAJ:konthaiuk.com/forum/index.php%3Ftopic%3D6486.0%3Bwap2+%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90&cd=2&hl=th&ct=clnk&gl=th&client=firefox-a

hacksecret พิมพ์ว่า:http://www.asoke.info/09Communication/DharmaPublicize/Book/jumlonglife/jumlong_007.html

ยิ่งชุมนุมยิ่งเพิ่ม

เจ้าของผู้จัดการโรงงาน บริษัท ห้างร้านหลายแห่งสนับสนุนให้ พนักงานไปร่วมชุมนุม
เรียกร้อง ประชาธิไตย แม้จะต้อง หยุดงานก็ยอม ไปกันทั้งนายจ้าง และลูกจ้าง เพราะเห็น
เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะต้องช่วยกัน ทั้งประเทศ ทุกกลุ่มสาขา อาชีพ หากบ้านเมือง ปกครอง
แบบเผด็จการต่อไป ไม่ช่วยกันหยุดยั้ง ไม่ช่วยกัน เรียกร้อง ประชาธิปไตย ประชาชน จะไม่มี
สิทธิ เสรีภาพ การทำมาหากิน ทุกอาชีพ จะฝืดเคืองลง เศรษฐกิจ จะพังพินาศในที่สุด
ดังนั้น การชุมนุมซ้ำแล้วซ้ำอีก แทนที่คนจะน้อยลงเพราะเหนื่อย เพราะเบื่อ อดหลับอดนอน
นั่งตากแดด ก็ทน นั่งฟังปราศรัยกัน จนสว่าง จึงกลับบ้านอาบน้ำอาบท่า กินข้าวแล้วมาใหม่
ยิ่งชุมนุม คนยิ่งเพิ่มขึ้นทุกทีๆ แรกๆรัฐบาลก็เฉยๆ ต่อมาเริ่มไหวหวั่น เฉยอยู่ไม่ได้
ผู้ที่ไปร่วมชุมนุมมากมายนั้น ไม่ได้ไปเพราะคนชื่อ จำลอง คนชื่อ ฉลาด หรือคนชื่อครู ประทีป
แต่ไปชุมนุมเพราะ จำเป็นต้องเข้าช่วยกอบกู้สังคมบ้านเมือง ต่างหาก ถ้าไม่ช่วยกัน
สักวันหนึ่ง ภัยก็ต้องไปถึงเขาจนได้ ดังเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ในเยอรมัน
สายเสียแล้ว
ในประเทศเยอรมัน พวกนาซีส่งคนมาจับพวกคอมมิวนิสต์
แต่ข้าพเจ้ามิได้ออกเสียงคัดค้าน
เพราะข้าพเจ้าไม่ใช่คอมมิวนิสต์
หลังจากนั้น พวกนาซีก็ส่งคนมาจับชาวยิว
แต่ข้าพเจ้าก็มิได้ออกเสียงคัดค้าน
เพราะข้าพเจ้ามิใช่ชาวยิว
ต่อมา พวกนาซีก็ส่งคนมาจับคนของสหภาพแรงงาน
แต่ข้าพเจ้าก็มิได้ออกเสียงคัดค้าน
เพราะข้าพเจ้ามิใช่คนของสหภาพแรงงาน
ต่อจากนั้น พวกนาซีก็ส่งคนมาจับพวกคาทอลิก
แต่ข้าพเจ้าก็มิได้ออกเสียงคัดค้าน
เพราะข้าพเจ้าเป็นโปรเตสแตนต์
ในที่สุดพวกนาซีก็ส่งคนมาจับข้าพเจ้า
แต่อนิจจา….. ไม่มีใครเหลือที่จะออกเสียงค้านให้ข้าพเจ้าอีก เลย……
โดย มาร์ติน นีมูลเลอร์ ชาวเยอรมัน
นักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพสมัยฮิตเลอร์
เขาเคยถูกฮิตเลอร์จับไปขังในค่ายนรก ๗ ปี
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง
เขาถูกปล่อยตัวออกมา
โดยความช่วยเหลือของทหารอเมริกัน
แปลโดย นายแพทย์โชติช่วง ชุตินธร

วันที่ ๗ พฤษภาคม ผู้คนไปร่วมชุมนุมหน้ารัฐสภามากยิ่งกว่าวันที่ ๖ พฤษภาคม เสียอีก
วันที่ ๖ พฤษภาคม สาเหตุที่มีคน ชุมนุมมาก อาจจะเป็น วันหยุดชดเชยรัฐวิสาหกิจ
แต่คนมากวันที่ ๗ พฤษภาคม อ้างอะไร ไม่ได้เลย วันนี้ตำรวจใช้กำลังปิดกั้นหมดทุกด้าน
ปิดยิ่งกว่าวันที่ ๖ พฤษภาคม ทางที่เคยผ่านได้ ก็ผ่านไม่ได้ คณะผู้จัดให้มี การชุมนุม
ต้องส่งคนออกไป แนะนำ ให้เล็ดลอดเข้าไป ตามเส้นทางลัดเลาะต่างๆ เช่น เข้าเขาดิน ทำเป็นว่า
จะไปดูสัตว์ เสร็จแล้ว ก็ปีนกำแพง ข้ามไปหน้ารัฐสภา โดยเราจัดโต๊ะเก้าอี้ซ้อนๆ
เตรียมไว้ เพื่ออำนวยความสะดวก ในการปีนกำแพง น่าคิด จะทำดีเพื่อบ้านเพื่อเมือง
ช่างเต็มไปด้วยอุปสรรค ขวากหนามเสียนี่กระไร ต้องเหน็ดเหนื่อยลำบาก ยากเข็ญ
แต่พวกเรา ก็ไม่ท้อ พยายามฝ่าฟันไปจนได้ เราชุมนุมกันด้วยความสมัครใจ ใครก็ห้ามไม่ได้
ผู้ชุมนุมหลายต่อหลายคน แวะเวียนไปเยี่ยมผมด้วยความห่วงใย ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ พูดคุยบ้าง
เขียนจดหมาย ให้กำลังใจบ้าง เด็กส่วนใหญ่ เรียกผมว่า "ลุง" บางคนเรียก "พ่อ" เขียนจดหมายน่ารัก
เช่น กราบ คุณลุงจำลอง ที่เคารพ กรุณาทานข้าว และอาหาร และมีชีวิตอยู่ เพื่อเป็นความหวัง ของหนู
และคนไทย ที่รักคุณลุง จำลองค่ะ ขอพระเจ้าสถิตย์อยู่กับ คุณลุงค่ะ ด.ญ.พิญญ์ ตนานนท์ ๑๓
ถนนหน้าวัดเกต ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ๕๐๐๐๐ คุณพ่อคะหนูมาอีกแล้ว มาให้กำลังใจคุณพ่อ
และจะไม่ถอย หนูจะอยู่ กับคุณพ่อค่ะ ประกายแก้ว เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. รัฐสภาเริ่มประชุม
อภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาล เป็นวันที่สอง หลังจากประชุมไปได้ ประมาณ ๑ ชั่วโมง
นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานรัฐสภา ก็รวบรัดให้พลเอกสุจินดา ลุกขึ้นพูดสรุป แทนที่จะสรุป
การแถลงนโยบาย กลับไปพูดแก้ตัว เรื่องการรับตำแหน่งนายกฯ และพูด กล่าวหาผู้อื่น
ในเรื่องสภาเปรซิเดียม และศาสนาใหม่ ทำให้ถูกโห่ฮา จาก ส.ส. จึงเป็นสาเหตุ ให้ปิดประชุม
อย่างกระทันหัน การโห่ฮาป่านายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา ไม่เคยปรากฏ มาก่อนเลย
ข้อความโดยสรุป ที่พลเอกสุจินดากล่าวถึงความจำเป็น ในการรับตำแหน่งนายกฯ คือ

๑. รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่า นายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร

๒. การรับตำแหน่งครั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลคนหนึ่งขึ้นสู่อำนาจ เพราะบุคคลผู้นั้น
ใฝ่ฝันขึ้นสู่อำนาจ ในระบอบ ประชาธิปไตย แบบสภาเปรซิเดียม

๓. ได้รับคำขอร้องจากพุทธศาสนิกจำนวนมาก ให้มาเป็นนายกฯ เพื่อป้องกันและรักษา
พระพุทธศาสนา ที่กำลังถูก บุกรุก บุคคลกลุ่มหนึ่ง ก่อตั้งศาสนาขึ้นใหม่

๔. การเลือกตั้งที่ผ่านมานั้น ได้มีการใช้เงินกันมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ในฐานะคนกลาง
ที่เป็นนายกรัฐมนตรี จะควบคุม ดูแล การทุจริต คอร์รัปชั่น ได้ดีที่สุด

ดร.อมร รักษาสัตย์ อดีตอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้วิเคราะห์
ตามหลักประชาธิปไตย ไว้อย่างน่าฟัง ถึงเหตุผล ดังกล่าวที่ พลเอกสุจินดา นำมาอ้าง
ในการรับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ซึ่งหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ ได้นำมาพิมพ์ เมื่อวันที่ ๑๕
และ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ตอนหนึ่ง สรุปว่า เหตุผลที่ พลเอกสุจินดา นำมาอ้าง
เพื่อรับตำแหน่งนายกฯ นั้น ฟังไม่ขึ้น :-

"๑. รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ตนจึงมีสิทธิเป็นนายกฯได้ ข้อนี้ ในคำสัญญาที่ได้ประกาศต่อสาธารณชน เมื่อวันที่
๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ ว่า ตนจะไม่รับตำแหน่งนี้ ขอให้ประชาชน ยอมรับร่าง
รัฐธรรมนูญไปก่อน จึงเป็นการปฏิเสธไม่รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว
เมื่อผู้ ทรงสิทธิ์ ปฏิเสธสิทธิ์ไปแล้ว ย่อมไม่สามารถ ยกมาอ้างได้อีก มิฉะนั้น
จะกลายเป็นฉ้อโกง หรือฉ้อฉลไป

๒. การรับตำแหน่งครั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลคนหนึ่ง ขึ้นสู่อำนาจเพราะผู้นั้น ใฝ่ฝันขึ้นสู่อำนาจ
ระบอบประชาธิปไตย แบบสภา เปรซิเดียม ความจริง คนอื่นที่เป็นส.ส. ขึ้นมาเป็นนายกฯ
ก็กันบุคคลนั้นได้เช่นกัน พิจารณาแง่หลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญแล้ว บุคคล ย่อมมีสิทธิ
แสดงความคิดเห็นใดๆ ทางการเมืองได้ แม้จะมีความเห็น ที่ต่างกันก็ตาม
ส่วนเรื่องสภาเปรซิเดียมนั้น ต่ำทราม และผิดกฎหมายอย่างใด ไม่บอกไว้
ชื่อสภาเปรซิเดียม คือสภาสูงสุด ของรัสเซีย เช่นเดียวกับ
สภาคองเกรส ปาเลียเมนต์ หรือไดเอต หรือรัฐสภา
หรือสภานิติบัญญัติ เพียงแต่เรียก คนละภาษา เท่านั้น

สำหรับบุคคลผู้นั้น ก็เคยมีตำแหน่งสูงสุดทางทหาร เคยเป็นรองนายกฯ ก็ลาออก
มาตั้งพรรคการเมือง ตามวิถีทาง ประชาธิปไตย ความจริง น่าจะต่อต้านบุคคลที่ยึดอำนาจ
ล้มล้างรัฐบาล และรัฐธรรมนูญ แล้วตั้ง คณะบุคคล ที่มีอำนาจสูงสุด มาปกครองประเทศ มากกว่า


https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t727-25.htm
Unknown พิมพ์ว่า:
2. คำประกาศการต่อสู้เพื่อเอาชนะขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
ด้วยการตั้งการปกครองเฉพาะกาล (Provisional Government)

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t735.htm#5738


2nd Minister-Chairman of the Russian Provisional Government

http://en.wikipedia.org/wiki/Russian_Provisional_Government,_1917
Provisional government (15 March - September 14, 1917)
Republic (September 14 - November 7, 1917)


Many members of the Committee went on to serve in the Provisional Government,
while the Committee continued to play an insignificant role until the Fourth Duma
was dissolved on September 19 (September 6 O.S.).

http://en.wikipedia.org/wiki/February_Revolution
The February Revolution was followed in the same year by the October Revolution,
bringing Bolshevik rule and a change in Russia's social structure,
and paving the way for the USSR.
The two revolutions constituted a change in the composition of the country:
the first overthrew the Tsar, and the second instituted a new form of government.




http://en.wikipedia.org/wiki/Republic
Republic

A republic is a form of government in which the head of state is not a monarch[1]
and the people (or at least a part of its people)[2] have an impact on its government.[3][4]
The word 'republic' is derived from the Latin phrase res publica, which can be
translated as "a public affair".
Both modern and ancient republics vary widely in their ideology and composition.
The most common definition of a republic is a state without a monarch.[5]
In republics such as the United States and France the executive is legitimated both
by a constitution and by popular suffrage. In the United States, Founding Fathers like
James Madison defined republic in terms of representative democracy
as opposed to only having direct democracy[6], and this usage is still employed
by many viewing themselves as "republicans"
.[7]

In modern political science, republicanism refers to a specific ideology that is
based on civic virtue and is considered distinct from ideologies such as liberalism.[8
]
Most often a republic is a sovereign country, but there are also subnational entities that
are referred to as republics. For instance, Article IV of the Constitution of the United States
"guarantee[s] to every State in this Union a Republican form of Government."[9]
The Soviet Union was a single nation composed of distinct and legally sovereign
Soviet Socialist Republics. Niccolò Machiavelli described the governance and
foundation of the ideal republic in his work Discourses on Livy.
These writings, as well as those of his contemporaries such as Leonardo Bruni,
are the foundation of the ideology political scientists call republicanism.[10][11]

Head of state

[edit]
Structure


With no monarch, most modern republics use the title president for the head of state.
Originally used to refer to the presiding officer of a committee or
governing body in Great Britain
the usage was also applied to political leaders,
including the leaders of some of the Thirteen Colonies (originally Virginia in 1608);
in full, the "President of the Council."[40] The first republic to adopt the title was
the United States of America. Keeping its usage as the head of a committee
the President of the Continental Congress was the leader of the original congress.
When the new constitution was written the title of President of the United States
was conferred on the head of the new executive branch.

Today almost all republics use the title president for the head of state.

If the head of state of a republic is also the head of government, this is called
a presidential system. There are a number of forms of presidential government.
A full-presidential system has a president with substantial authority and
a central political role. The United States was the first example of such a system,
and the basis for the model adopted elsewhere. In other states the legislature is
dominant and the president's role is almost purely ceremonial and apolitical,
such as in Germany and India. These states are parliamentary republics and
operate similarly to constitutional monarchies with parliamentary systems
where the power of the monarch is also greatly circumscribed. In parliamentary systems
the head of government, most often titled prime minister, exercises the most
real political power. Semi-presidential systems have a president as an active head of state,
but also have a head of government with important powers.
The rules for appointing the president and the leader of the government,
in some republics permit the appointment of a president and a prime minister
who have opposing political convictions: in France, when the members of the ruling cabinet
and the president come from opposing political factions, this situation is called
cohabitation. In some countries, like Switzerland and San Marino,
the head of state is not a single person

but a committee (council) of several persons holding that office.
The Roman Republic had two consuls, appointed for a year.

..สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ล้มกษัตริย์ หันไปเป็นสาธารณรัฐ

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t735.htm

๓. เป็นนายกฯ เพื่อป้องกันและรักษาไว้ซึ่งศาสนาพุทธ ที่กำลังถูกบุคคลกลุ่มหนึ่ง
ก่อตั้งศาสนาใหม่ขึ้น รัฐธรรมนูญของไทย ฉบับปัจจุบัน มาตรา ๒๗
ได้รับประกันเสรีภาพในการนับถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือ
ลัทธินิยม
ในทางศาสนา ในการใช้ เสรีภาพดังกล่าว บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง
มิให้รัฐ กระทำการใดๆ อันเป็น การรอนสิทธิ หรือ ทำให้เสียประโยชน์

คำพูดของนายกฯ แสดงการกีดกัน มิให้บุคคลที่มีความเชื่อถือ อย่างอื่น ไม่ให้มีบทบาท
ทางการเมือง ทำให้บุคคลผู้นั้น เสียประโยชน์ เสียความเชื่อถือ สร้างความลังเลสงสัย
แก่ประชาชน จึงเป็นการละเมิด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ อย่างชัดแจ้ง แสดงว่า นายกฯ
ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยมารยาท สมควรลาออกไปในประเทศไทย แม้มีพุทธศาสนา
เป็นศาสนาประจำชาติ แต่ก็ไม่เคย กีดกันศาสนา และนิกายศาสนาใดเลย
(ผู้ที่ขึ้นเวที ปราศรัย เรียกร้องให้ พลเอกสุจินดา ลาออก มักจะตั้งข้อสงสัยเสมอ
"ที่ท่านนายกฯ ว่าท่านจะปกป้อง รักษา ศาสนาพุทธ นั้น ท่านสำรวจตัวเอง แล้วหรือยังว่า
มีศีล ๕ เหลืออยู่กี่ข้อ ซึ่งเป็นมาตรฐานต่ำสุด ของพุทธศาสนิกชน")


เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย
รู้สำนึกกับไร้สำนึก
การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1270996105&grpid=04&catid=
วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 21:26:10 น.
มติชนออนไลน์

"สุดารัตน์-จิ๋ว"เสนอทางออกประเทศตั้ง
"รัฐบาลแห่งชาติ-เฉพาะกาล"
Provisional Government
"สุเทพ"พร้อมเสียสละเพื่อชาติ

"หญิงหน่อย"ชงตั้งรบ.แห่งชาติ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แกนนำภาค กทม. พท. แถลงข่าว
ที่ร้านส้มตำนัว แยกลาดปลาเค้า ถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากว่า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ควรแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการลาออกเพื่อแสดง
ความรับผิดชอบ เป็นลดการเผชิญหน้ากันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย แล้วต้องตั้งคณะกรรมการกลางที่
ทุกฝ่ายยอมรับมาตรวจสอบการใช้กำลังเข้าสลาย การชุมนุม ซึ่งผลตรวจสอบออกมาอย่างไร
ฝ่ายที่กระทำผิดก็ต้องใช้กฎหมายลงโทษอย่างเที่ยงธรรม

"รัฐบาลต้องเร่งรีบแก้ไขปัญหาระดับรากเหง้าที่เกิดขึ้นในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยให้ทุกฝ่ายร่วมกัน
เปิดไฟเขียวให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ ได้แก่
1.จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยเลือกผู้ที่เหมาะสมกันในสภาผู้แทนราษฎร เป็นนายกรัฐมนตรี
หากไม่มี ก็ให้ขออนุญาตยกเว้นรัฐธรรมนูญ สักหนึ่งมาตรา

เพื่อหาคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลแห่งชาติต้องกำหนดกรอบกติกาเลือกตั้งให้เกิด
ความเป็นธรรมและพอใจทุกฝ่าย จากนั้นก็รีบยุบสภาภายในเวลาไม่เกิน 3 เดือน"คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

ให้เลิกแอบอ้าง-พาดพิงสถาบัน

2.ก่อนการเลือกตั้งต้องมีการทำสัญญาประชาคมว่า ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรก็ต้อง
ยุติความเคลื่อนไหวทุกกลุ่ม ต้องไม่มีการประท้วงใดๆ อีก และระหว่างเตรียมการเลือกตั้ง
ต้องให้ทุกพรรคทุกสีจัดทำพิมพ์เขียวการแก้ไขรัฐธรรมนูญของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน
โดยต้องมีเวทีสาธารณะเพื่ออธิบายแนวคิดให้ประชาชนเข้าใจอย่างถ่องแท้และใช้จุดนี้รณรงค์
ในการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนลงคะแนนในส่วนที่เห็นด้วยไปพร้อมกับการเลือกตั้งใหญ่
โดยไม่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ให้สิ้นเปลืองงบประมาณและเสียเวลา

และ 3.ขอให้ทุกฝ่ายเลิกแอบอ้างหรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพเทิดทูน
ของคนไทยโดยเด็ดขาด โดยการเมืองต้องอยู่ส่วนการเมือง ไม่ควรดึงสถาบันมาแปดเปื้อน เจรจา 3

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้หารือเรื่องรัฐบาลแห่งชาติกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนหรือยัง
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย และไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พท. ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุม
โดยอยากให้พรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันพิจารณาเรื่องรัฐบาลแห่งชาติเพื่อนำไปแก้ไขปัญหา
โดยพร้อมที่จะเป็นผู้เดินสายไปพูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลด้วยตัวเองเพื่อผลักดันเรื่องนี้

"บิ๊กจิ๋ว"แนะรัฐบาลสมานฉันท์

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ภายหลังกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ทางออกในการแก้วิกฤตนั้นได้บอกมานานแล้วว่า
ควรจะจริงจังในเรื่องของรัฐบาลสมานฉันท์ตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจ อย่างไรก็ตาม
ในวันที่ 12 เมษายน เวลา 13.00 น. จะแถลงข่าวเรื่องนี้ ที่ พท.ให้ทราบโดยทั่วกัน

ด้านนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ ต้องให้รัฐบาลและแกนนำผู้ชุมนุม
เจรจากัน คนอื่นเข้าไปยุ่งอีกจะยิ่งสับสน การประคองสถานการณ์ในขณะนี้อยู่ที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกัน
หารือว่า จะทำอย่างไรต่อไป แต่เท่าที่ทราบ ส.ว.หลายคนก็พยายามช่วยประสานให้ทั้งสองฝ่าย
มีการเจรจากันให้ได้ แต่คงต้องทำในทางลึก และคิดว่าหากจะมีการเจรจาครั้งที่ 3 ควรคุยในทางลับ
ตกลงกันได้แล้วค่อยแถลง

ชทพ.ชี้ตั้งรบ.เฉพาะกาลยาก

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า
นายกฯจะต้องประกาศความชัดเจนในกรอบเวลาการยุบสภา เพื่อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษา ชทพ.ขึ้นเป็นนายกฯ หรือ
จะเป็น ส.ส.คนใดนั้น เรื่องนี้หากจะทำจริงก็คงต้องมีการหารือกันก่อน
แต่คิดว่าคงเป็นเรื่องยากสำหรับข้อเสนอรัฐบาลเฉพาะกาล

นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษก ชทพ. กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้เครื่องมือในการเปิดการเจรจา
กันอีกครั้ง เพราะขณะนี้ยังมองไม่เห็นวิธีการใดดีกว่าการเจรจาอีกแล้วเพื่อให้ทุกฝ่าย
เกิดการยอมรับในเงื่อนไขที่เห็นตรงกันได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ชาติก่อน

"สุเทพ"พร้อมเสียสละเพื่อชาติ

ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการเชิญแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล
มาหารือถึงทางออกของประเทศ ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ว่า เป็นปกติ
เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญๆ ที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องมาหารือ ปรึกษากัน ผู้สื่อข่าวถามว่า
เหตุการณ์นี้จะทำให้เสถียรภาพรัฐบาลกระเทือนไปด้วยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาล
เข้าใจเหตุการณ์ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะทุกขั้นตอนในการตัดสินใจในการดำเนินการนั้น
ได้บอกให้พรรคร่วมทราบตลอด

เมื่อถามว่า การทำงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ให้พรรคประชาธิปัตย์
หรือแกนนำ หรือนายกฯรับผิดชอบฝ่ายเดียวใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "เรารับผิดชอบร่วมกันมาตลอด
ทุกขั้นตอนปรึกษาหารือกันมาตลอด และจะทำอย่างนั้นต่อไป ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้อง
ทำงานต่อไป รัฐบาลไม่มีสิทธิท้อแท้ ท้อถอย เราต้องปฏิบัติหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ ต้องเดินหน้า
ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป"

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคร่วมจะเสนอให้นายกฯพิจารณาพระราชกฤษฎีกากำหนดวันยุบสภา
นายสุเทพกล่าวว่า �ผมยังไม่ได้ข่าว� เมื่อถามว่า รู้สึกถอดใจหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "ไม่ครับ"
เมื่อถามว่า บางทีในการเคลียร์เรื่องนี้อาจจะต้องเสียสละตัวเองเพื่อที่จะรักษารัฐบาลไว้ นายสุเทพกล่าวว่า

"ไม่มีปัญหาครับ สำหรับผม ถ้าทำอะไรให้ประเทศไทยอยู่อย่างสงบได้
ให้บ้านเมืองคืนกลับสู่ความสงบสุข เรียบร้อยได้ ผมยินดีครับ ไม่มีปัญหา"
[/size]

เมื่อข้างบนตกลงผลประโยชน์กันได้
ไอ้พวกรากหญ้าทั้งหลายก็ตายฟรีเหมือนเดิม


ความลับ...ที่เสือกรั่ว

only1 พิมพ์ว่า:


ถ้าหากว่าอ่านข้อความที่เขียนบนภาพนี้แล้ว ก็จะหาว่าคนเขียนกล่าวร้ายธรรมกาย
หากท่านทั้งหลายไม่รู้ความจริงที่อยู่เบื้องหลังเครื่องหมายนี้ว่า

.....เงินบริจาคสร้างเจดีย์พระธรรมกาย บริหารจัดการโดย "องกรค์เครดิตยูเนี่ยน" หน่วยงานของ "วาติกัน"

..... เงินให้กู้เพื่อทำบุญสร้างพระธรรมกาย บริหาร/ให้กู้โดย "องค์กรเครดิตยูเนี่ยน "หน่วยงานของ "วาติกัน"

.... ที่ทำการ "องค์กรเครดิตยูเนี่ยน " ตั้งอยู่ภายในวัดธรรมกาย

นี่คือคำตอบ ว่า....

ทำไม ภาพไม้กางเขน จึงมาปรากฏบนภาพโฆษณาของวัดธรรมกายได้

สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การชุมนุมครั้งใหญ่เมื่อเดือนเมษายน 2552 ผู้คนที่เข้าร่วมชุมนุมที่มีจำนวนมากมายเป็นแสน ๆ
ล้วนเป็นฝีมือของกลุ่มกัลยาณมิตรธรรมกาย(อย่าปฏิเสธว่าไม่จริง ?) แกนนำธรรมกายมอบเงินให้บนเวที
พร้อมพระอีกด้วย ความลับไม่มีในโลก....จุดมุ่งหมายของธรรมกาย บอกได้ไหมว่า ต้องการอะไร และเพื่ออะไร ??

.................................................

ต้องรบกวนคุณatt ช่วยนำภาพเครื่องหมายวาติกัน, ธงวาติกัน(แบบเอลซิส) ซึ่งเหมือนกันเด๊ะ...!!
มาลงให้ผู้อ่านหายสงสัยด้วยนะ...ขอบคุณล่วงหน้า

only1 พิมพ์ว่า:ขอบคุณมาก จริง ๆ
ธงลักษณะนี้จะเป็นธงที่ใช้ในการสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์ หรือสงครามศาสนา เช่น สงครามครูเสด


http://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t834-350.htm

นักรบวาติกัน ที่รู้จักกันในนาม Knight Tempar (ต้นแบบธนาคารยุโรป) ก็ใช้ธงนี้เป็นเครื่องแบบ
ในการสังหารคนต่างศาสนา

ที่ขอบคุณเป็น ล้าน ๆๆๆๆๆ ครั้ง คือ รูปสันตปาปาเล็ก ๆ นั่นแหละ จะเห็นภาพไม้กางเขนกลับหัว
ซึ่งเป็นภาพเดียวกันกับที่ธรรมกายนำมาลงในภาพโฆษณา โปรดพิจารณาเปรียบเทียบ
ด้วยวิจารณาญาณของทุกท่านเอง

ภาพที่คุณunknown นำมาให้

เมื่อนำมาซ้อนเปรียบเทียบกับภาพโฆษณาของวัดธรรมกาย เข้ากันเปี๊ยบ ยังกะพิมพ์เดียวกัน





ทีนี้.....ถึงบางอ้อ..แล้วซินะ !!! ใครมีคำตอบบ้างไม๊ล่ะ ว่ามันบังเอิญเหรอปะ

แล้วจะไม่ให้ขอบคุณUnknown เป็นล้านครั้งได้งาย จิงมะ ....


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri May 21, 2010 12:04 pm, ทั้งหมด 9 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 12:41 pm

Unknown พิมพ์ว่า:http://www.shanecoop.net/regulation-coop.htm

http://www.jobbkk.com/th/resume/employees_seekers/CSP9077009157640224
http://www.jobant.com/company/8467.html
สหกรณ์ เครดิต ยูเนี่ยน เชนลิสซิ่ง จำกัด
ประเภทบริษัท :
ธุรกิจ ธนาคาร/สินเชื่อ
เป็นบริษัทรับจัดไฟแนนซ์

ติดต่อ : สหกรณ์ เครดิต ยูเนี่ยน เชนลิสซิ่ง จำกัด
คุณ อุมาพร โทแสง
113/2 ถนนลงหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง
ชลบุรี 20130
โทรศัพท์ : 038-395124-7 (ต่อ701) แฟกซ์ : 038-395124-7 (ต่อ702)
เว็บไซต์ : http://www.shane.co.th
อีเมล์ :
http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=7811

พันธมิตร ปชช.ฯ มอบ 1 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
แถลงข่าวการจัดตั้ง
กองทุนพันธมิตรช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ” ว่า
ในเบื้องต้นพันธมิตรฯ ขอมอบเงินที่ได้รับจากการบริจาค จำนวน 1 ล้านบาท
เข้าสมทบทุนเป็นก้อนแรก พร้อมทั้งเปิดบัญชีธนาคาร ในชื่อบัญชี
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนักพัฒนา จำกัด ประเภทบัญชีออมทรัพย์ ใน 5
ธนาคาร
ได้แก่


ธนาคารกรุงเทพ สาขารัชดา-ห้วยขวาง เลขบัญชี 055-0-02655-3 ,
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขารัชดาภิเษก เลขที่ 151-1-18655-8 ,
ธนาคาร ไทยพาณิชย์
สาขารัชดาภิเษก 2 เลขที่ 075-2-13028-2 ,
ธนาคารกสิกรไทย
สาขารัชดาภิเษก - ห้วยขวาง เลขที่ 089- 243480-8 ,
ธนาคาร ทหารไทย
สาขารัชดาภิเษก เลขที่ 054 -2-16825-7


นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์ประสานงานส่วนกลางที่
สำนักงานคณะกรรมการรณรงค์ เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
ศูนย์ประสานงานภาคอีสาน ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ จ.อุดรธานี และ
จ.ขอนแก่น ศูนย์ประสานงานภาคใต้ ที่พันธมิตรฯ จ.สงขลา ศูนย์ประสานงานภาคเหนือ
ที่พันธมิตรฯ จ.เชียงใหม่

.....แนวหน้า

http://www.rsunews.net/Think%20Tank/TT143/ASTV.htm
ASTV จะเป็นของประชาชนต้องแปรรูปให้เป็นระบบสหกรณ์
โดย รศ.วิทยากร เชียงกูล



ในยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา สหรัฐฯ ฯลฯ มีสหกรณ์ผู้ผลิตและผู้บริโภครวมทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์
ธนาคารสหกรณ์ที่เติบโตเข้มแข็ง แข่งกับธุรกิจเอกชนได้ เช่นในญี่ปุ่น ครัวเรือน 1 ใน 5 ของ
ครัวเรือนทั่วประเทศ ซื้อของจากร้านค้าสหกรณ์ สหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ IZENNOH
ของญี่ปุ่นมียอดขายสินค้าเกษตรและอาหารถึงปีละ 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สหกรณ์การเกษตรเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ อิตาลี ฝรั่งเศสเป็นเจ้าของธนาคารและ
บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ สหพันธ์สหกรณ์มอนดรากอนของสเปน ซึ่งประกอบด้วย
สหกรณ์หลายประเภทราว 150 แห่ง มีทั้งสหกรณ์ที่เป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม
การค้าส่ง ค้าปลีก ธนาคาร การประกันภัย การให้บริการ วิทยาลัย โรงเรียนฯลฯ
มีพนักงานรวมกัน 70,000 คน มีทรัพย์สินรวมกัน 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สหกรณ์ขนาดใหญ่หลายแห่งส่งออกและเป็นบริษัทข้ามชาติด้วย

ในสหรัฐฯ ลาตินอเมริกาและประเทศอื่น ๆ สหกรณ์เข้าไปแทนธุรกิจเอกชนและ
ธุรกิจวิสาหกิจหลายอย่าง เช่นการประกันภัย การค้าปลีก ประปา ไฟฟ้า โรงพยาบาลฯลฯ
ในขณะที่ระบบสังคมนิยมแบบวางแผนจากส่วนกลางในสหภาพโซเวียต ยุโรปตะวันออกจีนฯลฯ
พ่ายแพ้สู้ระบบทุนนิยมไม่ได้ ระบบสหกรณ์ยังเป็นระบบเศรษฐกิจทางเลือกที่ยังคงแข่งขัน
และอยู่ร่วมกับระบบ ทุนนิยมอุตสาหกรรมได้ เพราะระบบสหกรณ์เป็นทางเลือกสายกลาง
เป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตยมากกว่าทั้งระบบทุนนิยม และระบบสังคมนิยมแบบ
วางแผนจากส่วนกลาง

ประเทศไทย มีสหกรณ์ทั่วประเทศ (6 ประเภท) ราว 6 พันแห่ง สมาชิก 9 ล้านคน
มีสหกรณ์ออมทรัพย์ของครู อาจารย์มหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่หลายแห่ง
ที่แต่ละแห่งมีเงินหมุนเวียนเป็นพันล้านบาท
ถ้ารวมสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งประเทศ 1,490 แห่ง มีสินทรัพย์รวม 4.3 แสนล้านบาท
และกำไรสุทธิรวมปีละราว 2 หมื่นล้านบาท แต่กฎหมายสหกรณ์ไทย
ไม่เปิดทางให้สหกรณ์ออมทรัพย์ เครดิตยูเนียนฯลฯ รวมตัวกันตั้งเป็น
ธนาคารของสหกรณ์ที่ทำธุรกิจกับคนนอกที่ไม่ใช่สมาชิกได้

เหมือนในต่างประเทศเพราะรัฐไทยเป็นรัฐระบบข้าราชการที่ติดอยู่ในกรอบทุนนิยม
และส่งเสริมนายทุนมากกว่าจะส่งเสริมประชาชน

(อ่านเพิ่มเติม วิทยากร เชียงกูล หยุดวิกฤติซ้ำซากด้วยระบบสหกรณ์ บ้านพระอาทิตย์ 2550)

วันที่ 21/12/2552



http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t276.htm







http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=14&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm


ประชาภิวัฒน์ = อวสานต์สยาม

ประเทศไทยในปัจจุบัน ได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ นั่นก็คือ มิติแห่ง " 1 ประเทศ 2 ระบบ " คือ

ระบบ สส.ที่มาจาการเลือกตั้ง และ ระบบประชาภิวัฒน์

สำหรับระบบประชาภิวัฒน์ ได้ทำการยึดพื้นที่เป็นเขตปลดปล่อย ประกาศไม่ยอมรับกฏหมาย
หรือ อื่นใด ที่ระบบเลือกตั้งได้กำหนดไว้ก่อนหน้านั้น พร้อมทั้งยืนยันว่า จะไม่มีการเคลื่อนย้าย
หรือหยุดการเคลื่อนไหว จนกว่าประเทศไทย ใช้ระบบ "ประชาภิวัฒน์" ในการปกครองประเทศ
เมื่อไหร่ เลิกชุมนุมเมื่อนั้น
ซึ่งคงเป็นอะไรที่เลื่อนลอยจนเกินจะเชื่อได้ เพราะเงื่อนไขของแกนนำ
กบฏพันธมิตรแต่ละคนนั้น มันจับต้องไม่ได้เลย อีกทั้ง ต้องแก้รัฐธรรมนูญหรือฉีกรัฐธรรมนูญฉบับ
หวงนักหวงหนานี้ก่อนด้วยซ้ำ ถ้าจะเอาแบบนั้นกันจริงๆ สมมติว่าเอาการเมืองใหม่ขึ้นมาจริงๆ
ตัวแทนที่กลุ่มพันธมิตรอ้างว่า จะมาจากประชาชน ตาสี ตาสา อย่างแท้จริง
มันจะเป็นไปได้หรือ เพราะเท่าที่ดู คงหนีไม่พ้น ตัวแทนภาคประชาชนอย่าง....


- แกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คน นี่แหละหัวใจของการมืองใหม่

- ตัวแทนจากตุลาการ คงไม่พ้น คนคนนี้ นายจรัล ภักดีธนากุล

- ตัวแทนทนายความคงไม่พ้น นายศักดิ์ กอแสงเรือง

- ตัวแทนนักวิชาการ คงไม่พ้น หนึ่งเดียวคนนี้ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

- ตัวแทนองค์กรอิสระคงนีไม่พ้น คุณหญิงจารุวรรณ เมฑกา

- ตัวแทนสงฆ์ (ปลอม) คงไม่พ้นโพธิรักษ์

- ตัวแทนสหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจ คงเป็น ศิริชัย ไม้งาม

- ตัวแทนสื่อ คงหนีไม่พ้น จากเครือเนชั่น อย่าง เทพชัย หย่อง

- ตัวแทนทหาร คงหนีไม่พ้น พลเอกพันลภ และเครือข่ายอดีต คมช

รวมไปถึง สว แนวร่วมพันธมิตรอีกเป็นสิบคน อย่างนายเรืองไกร และนางรสนา

ที่ลืมไม่ได้คือ คีย์แมนคนสำคัญ น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ คนนี้ไม่ต้องอธิบาย

ถ้าคิดว่า ตาสี ตาสา ตัวแทน ประชาชน ร้อยเปอร์เซนต์ จะมานั่งในสภาประชาภิวัฒน์ ก็เลิกหวังเถอะ
มันไม่มีประเทศไหนเขาทำหรอก
"""""""""""""""""""""""""""""

..... แล้วคิดหรือว่า คนไทยอีกกว่า 50 ล้าน ที่อยู่นอกเขตปลดปล่อย(หน้าทำเนียบ) เขาจะยอม

และนี่คือบทเริ่มต้นของ " สงครามกลางเมือง " ที่มุ่งไปสู่บทอวสานต์ของประเทศ


โดย 333unit [21 ก.ย. 2551 , 21:26:45 น.]

http://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t280-75.htm

http://www.mfa.go.th/web/848.php?id=271
http://www.vacationzone.co.th/index_vatican.asp
http://apecthai.org/2008/th/profile1.php?continentid=1&country=vs
ในโอกาสการฉลอง ครบรอบ25 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันนี้
สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่สองได้ประทานเครื่องอิสริยาภรณ์
Knight Grand Cross of the Pian Order ให้แก่ นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ


http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=15&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm



http://www.cad.go.th/news_25480402_1.html

รมว.เกษตร สุดารัตน์ฯ เปิดการประชุมใหญ่ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย

ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด (ช.ส.ค.) เป็นชุมนุมสหกรณ์ระดับชาติ
ซึ่งเป็นศูนย์รวมของบรรดาสหกรณ์และกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนทั่วประเทศ จดทะเบียนเป็นสหกรณ์
ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ มีการดำเนินงานภายใต้อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์
มีเป้าหมายหลักในการเผยแพร่ จัดตั้งส่งเสริมและพัฒนาขบวนการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในประเทศไทย
ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน เป็นที่ยอมรับของรัฐบาล หน่วยงานราชการและภาคประชาชน
รวมถึงขบวนการสหกรณ์ด้วยกันจนทำให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนได้รับการประกาศให้เป็นสหกรณ์ประเภทใหม่
คือ ประเภท “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2548 นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2548
และกล่าวแสดงความยินดีกับสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ได้เสียสละ ทำงานให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
จนมีความเจริญก้าวหน้ามีความมั่นคงและเป็น สถาบันหลักในการช่วยประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก
ณ ห้องประชุม ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด
นายทรงพล พนาวงศ์
รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมในวันดังกล่าวด้วย และมีผู้แทนจาก
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน สมาชิกต่างก็ให้ความสนใจและร่วมอภิปรายอย่างสร้างสรรค์

http://www.kalyanamitra.org/u-ni-boon/main/index.php?option=com_content&task=view&id=80&Itemid=4

ไม่นานพลุหลากสีสัน ชุดแล้วชุดเล่า ถูกจุดขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่งแต้มค่ำคืนนี้ ให้สว่างไสว เหมือนดังมหกรรมแสง สี เสียงอันตระการตา เรียกเสียงปรบมือ ไม่ขาดระยะเป็นดังสัญญาณ แห่งการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นิมิตหมายของความรุ่งโรจน์ โชตนาการ
บังเกิดขึ้นภายใต้อานุภาพ ของพระรัตนตรัยตลอดไป


ช่วงกลางวัน เวลา ๑๒.๓๐ น.พบกับรายการ “สู้ต่อไป” ซึ่งวันนี้เหล่าลูกพระธัมฯ ต่างรู้สึกปิติยินดีเป็นอย่างมาก เมื่อได้ให้การต้อนรับบุคคลสำคัญระดับประเทศเป็นแขกรับเชิญพิเศษคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เดินทางมาพบปะพูดคุย กับเหล่ากัลยาณมิตรอย่างเบิกบานเป็นกันเอง

ทุกภาพแห่งความประทับใจ ยังคงสว่างไสว ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของพวกเราทุกคน บุญทุกบุญที่ได้กระทำในครั้งนี้ ทำให้ทุกอนุวินาทีที่ผ่านไปทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นบุญเล็กบุญน้อยบุญใหญ่บุญย่อย ดังจะเรียงร้อยเข้าด้วยกันในกระดาษห่อของขวัญสีสวย ผูกด้วยริบบิ้นสีสดใส คือ ดวงใจของพวกเราที่ร่วมถักทอ ก่อเกิดเป็นสายใยบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ แล้วมอบให้เป็นขวัญอันล้ำค่าอย่างแท้จริง ที่ใครได้รับ...ต่างรู้สึกอิ่มเอมใจไม่รู้ลืม.


http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/29/entry-1

มหาสังฆทาน วันที่ 20 กรกฎาคม 2551 ..หรือคิดทำบุญวันเกิดใคร ?



"งานมหาสังฆทาน วันที่ 20 กรกฎาคม 2551
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธาน
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000075992

“สุดารัตน์”ร้อนตัวแจงจัดงาน “มหาสังฆทาน รวมพลังไทยเพื่อพ่อของแผ่นดิน”ไม่มีอะไรในกอไผ่ ปัดวุ่น “111 ซาก ทรท.” ไร้เอี่ยวชักใยปรับ “ครม.หมัก”
ยันไม่เคยต่อสายตรงถึง“แม้ว”วิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง



http://www.mfa.go.th/web/200.php?id=2695
http://news.thaieurope.net/content/view/862/118/

ประธานาธิบดี Lech Kaczynski กับการต่างประเทศของโปแลนด์

Contributed by สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ

Wednesday, 25 January 2006

วานนี้ (24 ม.ค.49) ประธานาธิบดี Lech Kaczynski ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษสำนักข่าว Polish Press Agency (PAP)
เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ต่างประเทศของโปแลนด์ โดยยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับ
สหรัฐฯ และรัสเซีย

1. ประเด็นที่เน้นให้ความสำคัญ

1.1 ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ย้ำที่จะดำเนินความสัมพันธ์ที่แนบแน่นเช่นนี้ต่อไป แต่ไม่ได้หมายถึง
การยอมรับหรือปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ในทุกๆ กรณีอย่างไม่มีเงื่อนไข

1.2 ความสัมพันธ์กับรัสเซีย ต้องการเห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นไปในแง่บวก
และคาดหวังว่ารัสเซียจะยอมรับโปแลนด์ในฐานะพันธมิตรที่เท่าเทียมกัน (equal partner)

1.3 ความสัมพันธ์กับยูเครน โปแลนด์จะคงบทบาทสำคัญในกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ
ระบอบประชาธิปไตยในยูเครนต่อไป แต่จะดำเนินการในลักษณะที่ไม่ละเมิดกิจการภายในและ
เอกราชของยูเครน

1.4 ความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคยุโรป

1.4.1 เยอรมนี ปธน.Kaczynski ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างโปแลนด์และเยอรมนีมาก
โดยมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศราบรื่นและจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี มีบางประเด็น
ที่ต้องเร่งแก้ไขและทำความเข้าใจ อาทิ โครงการสร้างท่อส่งก๊าซ Baltic Gas Pipeline ของเยอรมนีและ
รัสเซียที่จะไม่ผ่านโปแลนด์ เป็นต้น

1.4.2 นอกจากนั้น ยังได้ระบุด้วยว่า โปแลนด์จะสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของบัลแกเรีย
โรมาเนียและโครเอเชีย รวมทั้งสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก NATO ของยูเครนด้วย

1.5 สหภาพยุโรป

1.5.1 ธรรมนูญยุโรป ปธน.Kaczynski เห็นว่า ร่างธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังสามารถและควรจะได้รับ
การปรับปรุงเพื่อให้ตอบรับ ความต้องการที่แท้จริงของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปมากกว่านี้

1.5.2 ต่อข้อกล่าวหาว่าปธน.Kaczynski มีแนวคิด anti-European นั้น ปธน.Kaczynski ได้ระบุว่า
เป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก (crass misconception) และชี้ให้เห็นความสำเร็จของโปแลนด์ในการก้าวเข้า
เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปใน 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งชื่นชมบทบาทของนรม.Marcinkiewicz และรัฐบาล
ในการเจรจาเรื่องงบประมาณรอบใหม่ของสหภาพยุโรปสำหรับปีค. ศ.2007-2013 ที่เพิ่งแล้วเสร็จไป

2. ข้อสังเกตและข้อสนเทศเพิ่มเติม

2.1 วันนี้ (25 ม.ค.49) ปธน.Kaczynski
ได้เดินทางเยือนประเทศอิตาลีและกรุงวาติกัน โดยในวันรุ่งขึ้น (26 ม.ค.49) มีกำหนดการ
(1) หารือทวิภาคี กับปธน.Carlo Azeglio Ciampi ของอิตาลี ประเด็นสำคัญในการหารือ ประกอบด้วย
ความร่วมมือทวิภาคี ความร่วมมือในกรอบสหภาพยุโรปและประเด็นความมั่นคง
(2) เข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จพระสันตะปาปา Benedict XVI เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสด็จเยือนโปแลนด์
ขององค์พระสันตะปาปาฯ ในเดือนพ.ค.49 และ
(3) วางพวงมาลาที่สุสานสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ทั้งนี้ ถือเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศ
อย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังเข้าดำรง ตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์

2.2 ขณะเดียวกัน นาย Ryszard Kalisz นักการเมืองสังกัดพรรค Democratic Left Alliance (SLD)
ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากสวิตเซอร์แลนด์ได้ให้สัมภาษณ์ว่าอดีตปธน.Aleksander Kwasniewski
ซึ่งขณะนี้พักผ่อนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์และจะเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม World Economic Forum
ที่เมือง Davos ด้วยนั้นได้แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ แต่ก็เห็นว่าตนไม่อยู่
ในฐานะที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ อย่างไรก็ดี เห็นว่ากลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายควรจะมีการปรับปรุง
โครงสร้างและผนึกกำลังให้เข้มแข็งกว่านี้ แต่ยังมิได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะลงมาเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใดๆ
อย่างเป็นทางการ

อนึ่ง สำหรับฝ่ายรัฐบาล นรม.Kazimierz Marcinkiewicz จะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนโปแลนด์เข้าร่วม
การประชุม World Economic Forum ระหว่างวันที่ 25-26 ม.ค.49 โดยในวันที่ 26 ม.ค.49 มีกำหนดการเข้าร่วม
ใน Session :“Challenge the Energy Security Paradigm” และ “Business Interaction Group on Poland” ซึ่งเป็น
working meeting ที่จัดขึ้นเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมาโปแลนด์ นอกจากนั้น นรม.Marcinkiewicz
ยังจะร่วมหารือทวิภาคีกับนาย Moritz Leuenberger ปธน.สวิตเซอร์แลนด์และนาย Klaus Schwabe ผู้ก่อตั้ง
และประธานการประชุม World Economic Forum ด้วย

http://news.sanook.com/world/world_104651.php

สมเด็จพระสันตะปาปาทรงประกาศแต่งตั้งอาร์คบิชอบคนใหม่
ประจำกรุงวอร์ซอของโปแลนด์ในวันนี้.


โดย กรมประชาสัมพันธ์ วัน เสาร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2550 20:12 น.

สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 แห่งสำนักวาติกันทรงแต่งตั้งบิชอพ คาซิเมียร์ซ นิชซ์
แห่งโปแลนด์ภาคเหนือให้ดำรงตำแหน่งเป็นอาร์คบิชอพแห่งกรุงวอร์ซอแทนที่พระคาร์ดินัลด์ โจเซฟ เกล็มพ์
หลังจากที่พระคาร์ดินัลด์ สตานิสลอว์ วิลกัส ซึ่งได้เข้าดำรงตำแหน่งต่อจากพระคาร์ดินัลด์เกล็มพ์
ถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากยอมรับว่าเป็นสายลับให้กับตำรวจลับในยุคที่พรรคคอมมิวนิสต์
ปกครองโปแลนด์ บิชอพนีชซ์ วัย 57 ปีได้บวชเป็นพระในคริสจักรคาทอลิกที่เมืองคราโคว์ ที่อยู่ในภาคใต้
ของโปแลนด์เมื่อปี 2526 และได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยบิชอพตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา
ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งบิชอพแห่งคอสซาลิน-โคลอบร์เซก เมื่อปี 2547

http://thai.cri.cn/247/2010/04/10/101s173827.htm

ข่าวไทยรัฐออนไลน์บินตก96ศพ ปธ.โปแลนด์ดับ

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=561&contentId=59272



บินโปแลนด์ตก 'ปธน.-ภริยา'ดับ

วันเสาร์ ที่ 10 เมษายน 2553 เวลา 16:45 น

เครื่องบินโดยสารประธานาธิบดีแห่งโปแลนด์ตกในรัสเซีย
ผู้โดยสารดับยกลำคาดเฉี่ยวชนต้นไม้สูง


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ว่า นายเซอร์ไก อันตูเฟียฟ
ผู้ว่าการภูมิภาคสโมเลนสค์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.เช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น
ตรงกับ 14.00 น.วันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกขณะพยายามร่อนลงจอด
ที่เมืองสโมเลนสค์ ภูมิภาคสโมเลนสค์ ทางตะวันตกของรัสเซีย เป็นเครื่องบินโดยสารของประธานาธิบดี
แห่งโปแลนด์ นายเลค คาซินสกี้ แบบตูโปเลฟ-154 มีผู้โดยสารบนเครื่องอย่างน้อย 80 คน
แต่ข่าวบางกระแสบอกว่า มีมากถึง 132 คน แต่ยืนยันได้ว่า ไม่พบผู้รอดชีวิตแม้แต่รายเดียว

ผู้ว่าการภูมิภาคสโมเลนสค์ กล่าวต่อไปว่า เครื่องบินเฉี่ยวชนเข้ากับต้นไม้สูงขณะลดระดับและ
พยายามร่อนลงจอดที่สนามบิน ซึ่งอยู่นอกเมืองสโมเลนสค์ และ ตกกระแทกพื้นแตกเป็นหลายเสี่ยง
เกิดระเบิดไฟลุกไหม้ ซึ่งภาพจากข่าวโทรทัศน์ของรัสเซียแสดงให้เห็นซากเครื่องบินกระจายเกลื่อน
ในป่า ทั้งเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของตัวเครื่องตกอยู่ในโคลนและบางพื้นที่ยังคงมีไฟไหม้ให้เห็น
ท่ามกลางอากาศที่มีกลุ่มควันปกคลุมไปทั่ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามดับไฟที่ยังไหม้อยู่ในบางชิ้นส่วน
ของเครื่องบิน โดยมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในชุดเครื่องแบบทหารพราง รวมถึงเจ้าหน้าที่สอบสวน
ฝ่ายพลเรือน กระจายกำลังตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงผ่านทาง
สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ของรัสเซียว่า เครื่องบินของประธานาธิบดีโปแลนด์เกิดอุบัติเหตุเพราะสภาพอากาศ
มีหมอกลงหนาจัด ส่วนเจ้าหน้าที่ในกรุงมอสโกยังยืนยันด้วยว่า ประธานาธิบดีเลค คาซินสกี้ แห่งโปแลนด์
พร้อมด้วยภรรยา นางมาเรีย คาซินสกี้ อยู่บนเครื่องบินลำนี้ ซึ่งทั้งคู่ขึ้นเดินทางออกมาจากกรุงวอร์ซอ
ของโปแลนด์ นอกจากนั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของโปแลนด์ แถลงว่า เสนาธิการทหารบก
ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งโปแลนด์ และนายอังเดรซ เครเมอร์ รมช.ต่างประเทศโปแลนด์ อยู่บนเครื่องบิน
ลำที่ประสบอุบัติเหตุด้วย

ด้านนายดมิทรี เมดเวเดฟ ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย ได้รีบแต่งตั้งให้นายวลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรี
แห่งรัสเซีย เป็นหัวหน้าคณะสอบสวนสาเหตุเครื่องบินประธานาธิบดีโปแลนด์ตก และ ยังสั่งการให้
นายเซอร์ไก ชอยกุ รมว.สถานการณ์ฉุกเฉิน เดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบเหตุ ซึ่งจุดที่เกิดเหตุนั้น
อยู่ห่างออกมาไม่กี่ร้อยเมตร จากรันเวย์สนามบินนอก เมืองสโมเลนสค์ สำนักข่าวอิตาร์-ทาสส์ของรัสเซีย
รายงานด้วยว่า แม้จะยังไม่พบเครื่องบันทึกข้อมูลการบินหรือกล่องดำ แต่ผู้เชี่ยวชาญก็อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว
และกำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อค้นหาแล้ว

สำหรับประธานาธิบดีคาซินสกี้นั้น มีพี่ชายฝาแฝด คือ อดีตนายกรัฐมนตรีจาโรสลอว์ คาซินสกี้ และ
การเดินทางมาเมืองสโมเลนสค์ในรัสเซีย ก็เพื่อเข้าร่วมงานรำลึกในโอกาสครบรอบ 70 ปี
ของเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ป่าคาทีน ซึ่งมีชาวโปแลนด์มากถึง 22,000 คนถูกทหารโซเวียตในขณะนั้น
สังหาร และ สามวันก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีปูตินของรัสเซีย กับ นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสค์
ของโปแลนด์ก็มาร่วมงานรำลึกเพื่อแสดงความอาลัยต่อเหยื่อผู้วายชนม์ แล้วยังมีการหารือร่วมกัน
ระหว่างนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น.

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=561&contentID=59344
ชาวโปแลนด์ร่วมอาลัย

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน 2553 เวลา 12:25 น



ประชาชนชาวโปแลนด์ร่วมอาลัยในการถึงแก่อสัญกรรมของประธานาธิบดี
จากเหตุเครื่องบินตกที่รัสเซีย

วันนี้ (11 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ว่า ชาวโปแลนด์
หลายหมื่นคนต่างหลั่งไหลกันเข้าไปบริเวณโดยรอบทำเนียบ ประธานาธิบดีและจัตุรัสใกล้เคียง
ใจกลางกรุงวอร์ซอ เพื่อจุดเทียนวางดอกไม้แสดงอาลัยต่อการจากไปของประธานาธิบดีเลค คาซินสกี้
แห่งโปแลนด์ พร้อมด้วยสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง นางมาเรีย คาซินสกี้ จากอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสาร
แบบตูโปเลฟ-154 ของประธานาธิบดีโปแลนด์ ประสบอุบัติเหตุตกขณะเตรียมร่อนลงจอด ที่สนามบิน
นอกเมืองสโมเลนสค์ ทางตะวันตกของรัสเซีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

โดยทางรัฐบาลได้ประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ส่วนนายบรอนิสลอว์ โคโมรอว์สกี้ ประธานรัฐสภา
รักษาการประธานาธิบดีโปแลนด์กล่าวว่า จะประกาศวันเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่หลังหารือกับทุก
พรรคการเมืองแล้ว ขณะที่นายอเล็กซานเดอร์ อัลโยชิน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอากาศรัสเซีย
ตั้งข้อสังเกตว่า นักบินของเครื่องบินลำดังกล่าวไม่ยอมฟังคำสั่งหลายครั้งของเจ้าหน้าที่หอบังคับการ
การบินของรัสเซียซึ่งห้ามไม่ให้นำเครื่องร่อนลงขณะไต่ความสูงลงมาเหลือระยะประมาณ 2.5 กม.
แต่นักบินยังคงใช้ความเร็วสูงอยู่ กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว.



แต่ต้องแลกด้วยชีวิตและคนที่เกี่ยวข้อง
กับผู้ออกคำสั่งทั้งหมด


Unknown พิมพ์ว่า:http://news.mcot.net/international/inside.php?value=bmlkPTEzNjk0MiZudHlwZT10ZXh0

เครื่องบินทหารฟิลิปปินส์ตก เสียชีวิต 8 คน

มะนิลา 28 ม.ค. - เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ กล่าวว่า เครื่องบินทหารตกลงในเขตที่อยู่อาศัยทางใต้ของประเทศ
ทำให้ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้ที่อยู่บนเครื่องอีก 7 คน เสียชีวิตด้วย
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์แถลงว่า ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บบนพื้นดิน ในเมืองโกตาบาโต
จากเหตุเครื่องบินตกและระเบิดไฟลุกท่วม หลังทะยานขึ้นได้ไม่นาน จนทำให้เปลวเพลิงลามไปยังบ้าน 2 หลัง
ที่อยู่ใกล้เคียง ภาพข่าวทางโทรทัศน์เผยให้เห็นศพในสภาพไหม้เกรียม ขณะที่ผู้คนพยายามช่วย
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ลุกไหม้บริเวณเครื่องบินที่แวะจอดในเมืองโกตาบาโต ระหว่างเดินทางจากเมืองดาเวา
ไปยังเมืองซัมบวงกา ซึ่งนักบินได้วิทยุแจ้งว่า เกิดเหตุฉุกเฉินหลังบินขึ้นไม่นาน . - สำนักข่าวไทย

เครื่องบินทหารตก-ผบ.ทอ.ฟิลิปปินส์ดับ



เครื่องบินทหารของกองทัพฟิลิปปินส์รุ่น “โนแมด” ตกใส่บ้าน 2 หลังจนเกิดระเบิดไฟไหม้
หลังบินขึ้นจากสนามบินเมืองโคตาบาโต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย
เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินทหารรุ่น “โนแมด” ของกองทัพฟิลิปปินส์ตกใส่บ้านเรือน 2 หลัง
จนเกิดระเบิดไฟไหม้วายวอด หลังเพิ่งบินขึ้นจากสนามบินเมืองโคตาบาโตทางภาคใต้
เมื่อ 28 ม.ค.ทำให้คนบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด 8 ศพ รวมทั้งผู้บัญชาการทหารอากาศอาวุโส
แต่ยังไม่แน่ชัดว่ามีชาวบ้านบนพื้นดินเสียชีวิตด้วยหรือไม่ เครื่องบินลำนี้มีต้นทางจากเมืองดาเวา
จะไปยังเมืองซัมบวงกา แต่แวะท่ีโคตาบาโต อนึ่ง ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแก๊สระเบิด
จนทำให้แฟลต 6 ชั้นในเมืองเลจ์ในเบลเยี่ยมพังราบพุ่งขึ้นเป็น 9 ศพ มีผู้บาดเจ็บ 21 คน

http://thai.cri.cn/412/2010/01/28/121s169162.htm

เครื่องบินรบฟิลิปปินส์ตกในเขตชุมชน เป็นเหตุให้ทหาร 8 นายเสียชีวิต


2010-01-28 20:36:26 Xinhua


สํานักข่าวซินหวารายงานว่า วันที่ 28 มกราคมนี้ เครื่องบินรบขนาดเล็กได้ตกที่เขตชุมชนของเมืองโคทาบาโต
(Cotabato City)ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ทหาร 8 นายที่อยู่บนเครื่องบินเสียชีวิตทั้งหมด



โจรสลัดแห่งสยาม....วีรกรรมลูกเจ้าพระยา ที่ไม่ยอมให้ใครย่ำยีเลือดสีเดียวกัน

ขออภัยที่ภาพสยดสยองไปหน่อย

ใครมีหน้าที่ทำอะไรก็ทำเท่าที่ทำได้ละกัน


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Wed Apr 14, 2010 5:39 pm, ทั้งหมด 7 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 5:20 pm



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271225677&grpid=&catid=06
วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 13:13:56 น.
มติชนออนไลน์

นายกฯเล็กมอลต้าจี้รื้อถอนงานศิลปะคล้าย"จ้าวโลก"ก่อนโป๊ปเยือนดินแดน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ว่า นายจอห์น เชมบรี นายกเทศมนตรีเมืองลูก้า ของเกาะมอลต้า
ได้เรียกร้องให้มีการถอนงานศิลป์พิศดารลักษณะคล้ายจ้าวโลก ใกล้สนามบินนานาชาติ"มอลต้า"
ระหว่างวันที่ 17-18 เม.ย.นี้ ซึ่งสมเด็จพระสันตปาปา เบเนดิกส์ ที่ 16 มีกำหนดจะเยือนประเทศ
เนื่องจากงานศิลปะดังกล่าว มีลักษณะหยาบคายจะสร้างความน่าอาย และไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสม
ที่จะต้อนรับพระสันตปาปา ที่มาเยือนดินแดนนี้

อย่างไรก็ตราม ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมอลต้าบอกว่า ไม่มีแผนที่จะรื้อถอนงานศิลป์ดังกล่าว ขณะที่
นายพอล เวลล่า คริเตียน ผู้สร้างสรรค์งานศิลป์ดังกล่าวออกโรงโต้ บอกว่า งานศิลป์ของเขาไม่ใช่
สิ่งลามกอนาจาร แต่เป็นสัญญลักษณ์งานศิลป์ในสไตล์อียิปต์โบราณ



สงสัยหมายถึงอันข้างล่างนี้หรือเปล่าหว่า







http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t834-225.htm









http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1270971431&grpid=00&catid=

วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 14:36:39 น.
มติชนออนไลน์



"ทักษิณ"เสียใจวีรชนเสื้อแดงตาย จี้นายกฯรับผิดชอบ
วอนทหารอย่ามองม็อบเป็นศัตรูคนเสียภาษีซื้ออาวุธให้


นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ส่งแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีการเสียชีวิตของคนเสื้อแดง หลังปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณถนนราชดำเนิน
เมื่อวันที่ 10 เมษายน

แถลงการณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งถึงการเสียชีวิตของพี่น้องชาวไทยร่วมชาติ ที่ต้องมาเสียชีวิต
จากการเรียกร้องประชาธิปไตย อย่างสันติ อหิงสา และพี่น้องทหาร ที่ชีวิตต้องมาจบลง
ทั้งๆที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียนี้ได้ตั้งนานแล้ว
โดยการยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะนั่นคือข้อเรียกร้องข้อเดียวของพี่น้องผู้มาชุมนุมในขณะนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบ
ทั้งทางการเมืองและกฎหมายอาญาไปได้ว่า การสลายการชุมนุมเกิดจาก
คำสั่งของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งนอกจากเหตุผลในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่มีอยู่ และเป็นการประกาศที่มิชอบ
ด้วยกฎหมายแล้ว การสั่งการและใช้อำนาจตามกฎหมายยังเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
ลุแก่อำนาจและ เป็นการใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน
ซึ่งนายกรัฐมนตรียังไม่รู้สำนึก และปฎิเสธความรับผิดชอบอย่างไร้คุณธรรม

(สงสัยอันนี้จะด่าตัวเอง )

คงเป็นการยากที่จะเรียกร้องความรับผิดชอบใดๆจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี แต่ผมขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าตำรวจหรือทหารว่า
อย่าทำร้ายพี่น้องคนไทยด้วยกันเลย

พวกเขาเป็นผู้เรียกร้องประชาธิปไตย และความยุติธรรม เพื่อคนไทยทุกคน ตามแนวทางสันติ
อหิงสาเท่านั้น และขอให้คนไทยตระหนักว่า การยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ที่จะทำให้คนไทยทุกคนทุกสี มีความสุข และประเทศเดินหน้าต่อไปได้

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
11 เมษายน 2553

เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความในเว็บบล็อคทวิตเตอร์ของตัวเอง
ถึงเหตุปะทะระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและทหาร ว่า "ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัววีรชนประชาธิปไตย
ที่เสียชีวิตจากการปะทะกับทหารเมื่อคืนนี้ ทั้ง14ท่าน และต่อผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 850 ท่านผมขอสดุดีครับ
ผมขอร้องทั้งรัฐบาลและเพื่อนทหารว่าขอให้มองคนเสื้อแดงและผู้เรียกร้องว่า เขาคือคนไทยเหมือนเรา
การยกกำลังทหารมาจากทั่วประเทศ ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า ท่านกำลังมองว่า
เขาเป็นศัตรูประเทศ ทั้งๆที่เขาก็เสียภาษีมาจ่ายเป็นเงินเดือนพวกท่านและ
ก็งบซื้ออาวุธที่ยิงเขา
"

"ถ้าตั้งต้นสมมุติฐานผิดคำตอบก็ผิด มาตั้งโจทย์กันใหม่ดีกว่า เผื่อว่าจะได้คำตอบ ที่ถูกต้องโดยระวังตัวแปร
ที่จะทำให้เพี้ยน 2 ตัวคืออำนาจที่กำลังหลงใหลหรืออยากไขว่คว้ากับผลประโยชน์ที่กำลังเพลิดเพลิน
เพื่อนำไปสู่ความปรองดองแห่งชาติเป็นคนไทยด้วยกันที่อาจจะคิดไม่เหมือนกัน ได้ที่สำคัญต้องพูดกัน
ด้วยหัวใจไม่ใช่ช่วงชิงการเมือง"


http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t671.htm



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1270964201&grpid=&catid=02






http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1270970692&grpid=01&catid=



วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 14:30:10 น.
มติชนออนไลน์

ประมวลภาพซากรถหุ้มเกราะ-รถยนต์-อาคารบ้านเรือน
บนถนนตะนาวและแยกคอกวัวหลังเหตุปะทะ


ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 เมษายนบริเวณถนนตะนาวที่เกิดเหตุปะทะกัน
ระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงทหารเมื่อคืน วันที่ 10 เมษายน ได้มีกลุ่มเสื้อแดง ประชาชนทั่วไป
รวมทั้งนักท่องเที่ยว เข้ามาเดินดูสภาพภายในบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้สภาพของถนนตะนาวมีสภาพไม่ต่างกับการผ่านศึกสงครามอย่างรุนแรง โดยผนังอาคารห้างร้านต่างๆ
เต็มไปด้วยรอยกระสุนนับร้อย ส่วนกระจกของร้านค้าหลายแห่งก็แตกกระจาย ขณะที่ยานพาหะของเจ้าหน้าที่
เช่น รถถัง รถหุ้มเกราะฮัมวี่ และรถบรรทุกกำลังพล ได้ถูกทำลายเสียหายยับเยิน
โดยทั้งหมดถูกปล่อยลมยาง และถูกทุบตีได้รับความเสียหาย


นอกจากนี้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้นำไม้มาล้อมเป็นคอกสี่เหลี่ยมเล็กๆ บนถนนราว 4-5 จุด และมีดอกไม้
พร้อมเศษเหรียญโยนเข้าไป จากการสอบถามผู้ชุมนุมทราบว่าเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิต
จึงได้นำไม้มาล้อมเอาไว้ เพื่อให้ผู้ชุมนุมมาไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต

ขณะที่บรรยากาศการปราศรัยบนเวทีผ่านฟ้า แกนนำยังคงปราศรัยถึงเหตุการณ์ปะทะช่วงคืนที่ผ่านมา
อย่างต่อเนื่อง โดยเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งตามพื้นที่โดยรอบสะพานผ่านฟ้านั้น มีผู้ชุมนุมชายฉกรรจ์ถือไม้เป็นอาวุธยืนอยู่ในจุดต่างวๆ เป็นจำนวนมาก
บางรายได้นำเสื้อเกราะเและโล่ของเจ้าหน้าที่ๆยึดได้มาสวมใส่ด้วย รวมทั้งยังได้ นำรถบัสขนส่งทหาร
ไปจดขวางบริเวณตีนสะพานพระปิ่นเกล้าฝั่งขาเข้ามุ่งหน้ามายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วย



ดูเหมือนสื่อ มติชน จะชอบถ่ายภาพความฉิบหาย
ของกองทัพไทยมากเป็นพิเศษเลยน้อ


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271053687&grpid=00&catid=
วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 13:26:52 น.
มติชนออนไลน์

โฆษกพท.มาแปลกขวาง"รบ.-กองทัพ"ปูนบำเน็จ"ทหาร"
ตายจากเหตุปะทะ อ้างเป็นอาชญากรรมต้องได้รับโทษ


เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 12 เม.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า
จากการที่รัฐบาลได้สั่งการให้ทหารสลายการชุมนุมโดยอ้างว่าขอพื้นที่คืน ที่บริเวณถนนผ่านฟ้า
และมีการปะทะกับประชาชนคนเสื้อแดง ทหารได้ใช้อาวุธสงคราม และกระสุนจริงเข้าสลายการชุมนุม
ที่สี่แยกคอกวัว จนเกิดความสูญเสีย มีผู้เสียชีวิต 21 ศพ ตนทราบมาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
และกองทัพบกจะมีการปูนบำเหน็จ และเลื่อนยศให้กับทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงอยากถามว่า
จะให้ในฐานะอะไร ใช้เหตุผลอะไร เพราะทหารที่ควรจะได้รับการปูนบำเหน็จ จากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ต้องเป็นทหารที่ต่อสู้กับอริราชศัตรู เพื่อปกป้องประเทศตามแนวชายแดนหรือใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ทหารชุดสลายการชุมนุม 10 เมษายน 2553 ใช้อาวุธสงครามสังหารประชาชน
ที่มีแต่มือเปล่า ไม่มีอาวุธ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ควรได้รับการพิจารณาโทษด้วยซ้ำ

นายพร้อมพงษ์ กล่าวว่า ล่าสุด 11 เมษายน 2553 รัฐบาล ได้สั่งให้กองทัพบกนำทหารหน่วยรบพิเศษ
ที่จังหวัดลพบุรี 1 กองพัน ที่มีขีดความสามารถในการทำลายล้างสูง พร้อมอาวุธหนักเข้ามาเตรียมการ
ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่ตั้งของกองบัญชาการ ศอฉ. จึงอยากถามว่าที่ผ่านมาความสูญเสีย
ชีวิตของพี่น้องประชาชนยังไม่พออีกหรือ จึงขอเรียกร้อง ให้กองทัพบกเป็นกองทัพของชาติและ
ของประชาชน ไม่ใช่เป็นเครื่องมือให้รัฐบาลโจร และถึงเวลาแล้วที่ พล.อ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ
จะสำนึกบาปและความผิด ด้วยการถอยทหารกลับกรมกอง ควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
และไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก

พอๆ กัน


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Wed Apr 14, 2010 5:10 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 9:17 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t834-175.htm

http://www.jpthai.org/content/view/227/46/



2. เสวนาในหัวข้อ “เผชิญความขัดแย้งด้วยสันติ”

สืบเนื่องจากสถานการณ์ด้านการเมืองและสังคมที่มีความขัดแย้งด้านความคิดระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุน
ผู้นำรัฐบาลและฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลลาออก



http://www.carefor.org/content/view/677/2/

**"โคทม"วอนเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหา

นายโคทม อารียา ประธานมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา กล่าวในงานเสวนาของมูลนิธิเอเชีย
หัวข้อ "สังคมไทยกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน" ว่า เหตุการณ์รุนแรงที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
สืบเนื่องมาจากสังคมเน้นให้มีการเคารพเสียงส่วนใหญ่แต่ละเลยเสียงส่วนน้อย โดยไม่เปิดโอกาสให้
เสียงส่วนน้อยได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น จึงอยากเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยรัฐต้องเปลี่ยน
ทัศนะคติในการแก้ไขปัญหาใหม่ รวมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการแก้ไขปัญหา ลดความขัดแย้ง
ระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ให้ได้ ต้องยอมรับความหลากหลาย ความต่างทางด้านวัฒนธรรม





http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t815.htm



http://ac.assumption.ac.th/vichakarn/pr.php?PHPSESSID=449d87a3995a5b34af34e8579ea6aec5



การเสวนา เรื่อง “กิจกรรมเด่น มุ่งเน้นวิชาการ สืบสานวัฒนธรรม ก้าวล้ำเทคโนโลยี”

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ. ศ. 2549 ในงานวันวิชาการฉลองครบรอบ 120 ปี อัสสัมชัญ เวลา 9.30 -12.00 น.
มีการเสวนาหัวข้อ “ กิจกรรมเด่น มุ่งเน้นวิชาการ สืบสานวัฒนธรรม ก้าวล้ำเทคโนโลยี” ณ ห้องAuditorium
ชั้น 9 อาคารอัสสัมชัญ 2003 โดยมี ภราดา ดร. อานันท์ ปรีชาวุฒิ อธิการโรงเรียนอัสสัมชัญ พร้อมด้วย
คณะกรรมการบริหารโรงเรียน คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าร่วมฟัง
การเสวนาเริ่มด้วยตัวแทนนักเรียนกล่าวเรียนเชิญ ดร.วงษ์ภูมิ วนาสิน กรรมการบริหารสถานศึกษา
(อัสสัมชัญ 20508) เป็นประธานเปิดการเสวนาและกล่าวต้อนรับคณะวิทยากรได้แก่
พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาส วัดป่าสุคะโต อ. แก้งคร้อ จ. ชัยภูมิ กรรมการมูลนิธิโกมลคีมทอง
กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย กรรมการมูลนิธิสันติวิธี (อัสสัมชนิก 22517), ดร.โคทม อารียา
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(อัสสัมชนิก 16782), ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ
พรรคประชาธิปัตย์ (อัสสัมชนิก 24380), ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ
ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมนโยบายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (อัสสัมชนิก 23595)

วิเคราะห์ พระภิกษุวัดดังแห่งหนึ่ง =?



http://visalo.org/article/person24Puay2.htm



อาจารย์ป๋วยกับกศส.

พระไพศาล วิสาโล
หลังจากงานแซยิด อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ในโอกาสที่มีอายุครบ ๕ รอบ ผ่านไปได้ ๘ วัน
กลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม(กศส.) ก็ก่อตั้งขึ้น ในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๙ อันที่จริง
เหตุการณ์ทั้งสองนั้นมิได้มีอะไรเกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องกันเลย สิ่งที่คล้ายคลึงกันมีเพียงประการเดียวคือ
สถานการณ์ทางการเมืองที่แวดล้อมเหตุการณ์ดังกล่าว ในเวลานั้นบรรยากาศแห่งความรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่ว
มีการแบ่งแยกเป็นฝักฝ่ายอย่างชัดเจนและแข็งกร้าว ต่างแสดงอาการมุ่งร้ายต่อกันไม่แต่เฉพาะคำพูด
หากยังทำร้ายกัน ถึงขั้นลอบสังหารฝ่ายที่เห็นแย้งกับรัฐบาลและสถาบันอันทรงอำนาจ สัญญาณรัฐประหารนั้น
นองเลือดปรากฏชัดเจนขึ้นทุกที ก่อนหน้าวันแซยิดไม่กี่สัปดาห์ บุญสนอง บุณโยทยาน เลขาธิการ
พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ก็ถูกลอบสังหาร ยังนักเรียน นักศึกษา ชาวนา ประชาชนอีกมากมาย
ก็ถูกลอบฆ่าไล่เลี่ยกัน โดยที่ตัวอาจารย์ป๋วยเองก็ตกเป็นเป้าที่เขาเฝ้าปองร้ายอยู่แล้ว ดังนั้นในวันแซยิด
จึงมีข่าวลือว่า จะมีการก่อวินาศกรรมที่หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเวลานั้นยังเรียกกันว่า
หอประชุมเล็ก อันเป็นที่จัดงานดังกล่าว แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ้ำผู้คนยังมาร่วมงานกันคับคั่งจนแน่นหอประชุม
อย่างไรก็ตาม หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง สถานการณ์ก็เขม็งเกลียวขึ้น ข่าวลือแพร่สะพัดว่า จะมีรัฐประหารในเดือนนั้นเอง
อันประจวบเหมาะกับที่ศูนย์กลางนิสิต-นักศึกษาแห่งประเทศไทยเตรียมชุมนุม ประชาชนและเดินขบวนครั้งใหญ่
เพื่อขับไล่ฐานทัพสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดต้องถอนออกจากประเทศไทยในวันที่ ๒๐ มีนาคม
(และเมื่อเคลื่อนขบวนไปสถานทูตสหรัฐ วันรุ่งขึ้นก็มีการปาระเบิดใส่ฝูงชน คนตายทันที ๗-๘ คน)

บุคคลหลายฝ่ายที่ตั้งตัวเป็นกลางพยายามคัดค้านรัฐประหารอย่างเต็มที่ ในช่วงนั้นเองที่ศาสนาทั้งพุทธและคริสต์
อันรวมทั้งผู้นำคาทอลิกและโปรเตสแตนท์ ก็ได้มีการประชุมกันที่สภาคริสตจักรในประเทศไทย
เพื่อพิจารณาถึงประเด็นสำคัญอันว่าด้วย “ศาสนากับการพัฒนา” โดยโยงไปถึงบทบาทของศาสนิกชน
ในท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอันวิกฤต ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานั้น ผู้นำเสนอ กันได้แก่
บาทหลวง
ประสิทธิ์ สมานจิต โกศล ศรีสังข์ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ตลอดจนผู้ร่วมประชุมทั้งหมดประมาณ ๓๐ คน
มีความเห็นร่วมกันว่า ในสถานการณ์เช่นนั้นศาสนิกชนมิอาจอยู่นิ่งเฉยได้ หากจำต้องคัดค้านความรุนแรงและ
ความอยุติธรรมที่กำลังเกิดขึ้น และจักต้องสถาปนาสันติธรรมให้บังเกิดขึ้นด้วยหลักอหิงสา ดังนั้นจึงได้ร่วมกัน
จัดตั้งศูนย์ประสานงานศาสนาเพื่อสังคมขึ้น กับออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนของศาสนิกชนและเตือนสติทุกฝ่าย
ให้ปรองดองกัน ทั้งยังประณามการใช้ความรุนแรงตลอดจนรัฐประหารที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น
(ดูรายละเอียดแถลงการณ์ในบทผนวกท้ายบทความนี้)


ในเวลานั้น ศูนย์ประสานงานศาสนาเพื่อสังคมยังมีโครงสร้างอย่างหลวม ๆ เป็นเพียงเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็น ประสบการณ์การทำงานทางสังคมของศาสนิกชนและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน
กิจกรรมระยะแรกได้แก่การทำความรู้จักหน่วยงานทางศาสนาของผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ อาทิ
สภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย นอกจากนั้นยังมีการเสวนา
เกี่ยวกับประสบการณ์ของศาสนาต่าง ๆ ที่มีบทบาทในการรับใช้สังคม ประเดิมด้วยรายการของฝ่ายคริสต์โดย
บาทหลวงบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์
ซึ่งเวลานั้นเป็นเลขาธิการสำนักงานพัฒนาคนแห่งสหพันธ์สภาพระสังฆราช
แห่งเอเชีย ก่อนที่ท่านจะได้รับแต่งตั้งเป็นบิชอปไม่นานหลังจากนั้น (เนื้อหาการบรรยายดังกล่าวได้ตีพิมพ์
เป็นบทความเรื่อง “คริสต์ศาสนากับการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพในเกาหลีและฟิลิปปินส์” ในปาจารยสาร ปีที่ ๕
ฉบับที่ ๑๙ กรกฎาคม – สิงหาคม ๒๕๑๙) การเสวนาครั้งที่สอง ดูเหมือนจะเป็นรายการของฝ่ายโปรเตสแตนท์
(ตามกำหนดผู้นำเสวนาคืออาจารย์โกศล ซึ่งเป็นเลขาธิการสภาคริสตจักรในประเทศไทยขณะนั้น
หากแต่ติดธุระด่วนที่เชียงใหม่ ไม่อาจมาได้) รายการที่สาม ดูเหมือนกำหนดให้เป็นการเสวนาเกี่ยวกับ
ขบวนการสรรโวทัยของชาวพุทธในศรีลังกา แต่เกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมเสียก่อน จึงล้มเลิกไป
ก่อนเหตุการณ์นองเลือดดังกล่าว อาจารย์ป๋วยไม่ได้มีอะไรข้องเกี่ยวกับ กศส. ซึ่งเวลานั้นยังเป็น “ศูนย์”
มิใช่ “กลุ่ม” แม้จะเป็นองค์กรที่ประกาศจุดยืนทางด้านอหิงสธรรมก็ตาม องค์กรสันติวิธีที่ท่านเกี่ยวข้องมากกว่า
เห็นจะเป็น “กลุ่มสันติวิธี” ซึ่งมีโคทม อารียา เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงมาแต่แรก กลุ่มนี้มีการพบปะกันสม่ำเสมอ
ที่สภาคณาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอาจารย์โคทมเวลานั้นมีตำแหน่งสำคัญอยู่ ถึงอาจารย์ป๋วย
จะไม่เคยมาร่วมประชุมกับกลุ่มนี้ แต่กิจกรรมอื่น ๆ ของกลุ่มนั้น ท่านมาร่วมอย่างเอาใจใส่ยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น
การบรรยายที่กลุ่มจัดเป็นครั้งคราว ที่สำคัญคือการบรรยายเรื่อง “สันติวิธีการการแสวงหาทางที่สาม” โดย
นิโคลัส เบนเนตต์ ผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาของยูเนสโกประจำประเทศไทย (ดูบทความในชื่อเดียวกัน
ในปาจารยสารเล่มเดียวกัน) ยิ่งการสัมมนาเรื่อง “ปัญหาสังคมไทยในปัจจุบันที่สภาสังคมสงเคราะห์
แห่งประเทศไทยด้วยแล้ว อาจารย์ป๋วยนอกจากจะมาร่วมรายการแล้ว ยังเป็นผู้บรรยายรายการสุดท้าย
ในหัวข้อ “เป้าหมายและวิธีการที่เหมาะสมสำหรับสังคมไทย” เนื้อหาการบรรยายดังกล่าวภายหลังถูกนำไป
ตีพิมพ์ในปาจารยสาร (ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๒๐ กันยายน-ตุลาคม ๒๕๑๙) แต่ดูเหมือนบทความนี้จะถูกมองข้ามไป
ทั้ง ๆ ที่มีความสำคัญยิ่งในทัศนะของข้าพเจ้า เพราะแสดงถึงจุดยืนทางด้านสันติประชาธรรมอย่างมั่นคง
ชนิดที่ไม่ยอมลดราวาศอกให้แก่สถานการณ์อันน่าสิ้นหวังในเวลานั้น ในการสัมมนาครั้งนั้น
ท่านถูกนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่วิพากษ์ผลงานทางเศรษฐกิจของท่านอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่ท่านเน้น
เรื่องการจำเริญเติบโตทางเศรษฐกิจและมุ่งสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ อาทิ ถนน เขื่อน ไฟฟ้า แทนที่จะเน้น
การกระจายรายได้อย่างยุติธรรม แต่ท่านก็หาได้โกรธเคืองอะไรไม่ เพราะปัญหาข้อนี้ท่านได้แลเห็นและ
ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของท่านมานานแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้ร่วมประชุมจะลืมได้ยากก็คือ กลุ่มขวาจัด
ที่เข้ามาแจกแถลงการณ์ในนาม “กลุ่มค้างคาวไทย” โจมตีผู้จัดว่าเป็นเครื่องมือของคอมมิวนิสต์
ซึ่งแน่นอนว่า อาจารย์ป๋วยก็ตกเป็นเป้าการโจมตีครั้งนี้ด้วย

หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม กลุ่มและศูนย์ทั้งหลายที่มิได้สยบต่อฝ่ายขวาจัดก็ยุบเลิกไป ส่วนศูนย์ประสานงาน
ศาสนาเพื่อสังคมนั้นก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครคิดฟื้นขึ้นมาอีก จนเมื่อพวกเราในกลุ่มอหิงสาคิดที่จะช่วยเหลือ
ผู้ต้องขังที่ถูกจับในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเวลานั้นถูกส่งมารวมกันที่กรุงเทพ ฯ ในเรือนจำ ๔ แห่งคือ
เรือนจำชั่วคราว บางเขน ทัณฑสถานหญิง เรือนจำชั่วคราวลาดยาว และเรือนจำกลางบางขวาง เวลานั้น
เราคิดได้แต่เพียงว่า จะช่วยทางด้านกำลังใจ ปัจจัยที่จำเป็น และติดตามข่าวคราวของเขาว่าเป็นตายร้ายดี
ประการใด ถูกทรมานหรือไม่ เพราะเวลานั้นข่าวลือในทางร้ายเกี่ยวกับสภาพผู้ต้องขัง โดยเฉพาะ
ผู้นำนักศึกษานั้น แพร่สะพัดมาก จนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นจริง อะไรเป็นเท็จ แต่เราจะทำเช่นนั้นได้
จำต้องอาศัยความช่วยเหลือของผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียง เกียรติคุณ พอที่จะเป็น “ร่ม” ให้เราได้บ้าง เราแลไม่เห็นใคร
นอกจากผู้ใหญ่ที่เคยเป็นตัวตั้งตัวตีศูนย์ประสานงานศาสนาเพื่อสังคม
ที่ยัง อยู่ในเมืองไทย อาทิ คุณพ่อบุญเลื่อน คุณพ่อประสิทธิ์ อาจารย์โกศล
ส่วนกลุ่มสันติวิธีนั้น ก็แลเห็นแต่อาจารย์โคทมเป็นหลัก

...

ในการทำกิจกรรมเหล่านี้ ข่ายงานเป็นสิ่งจำเป็นมาก ไม่เฉพาะแต่ข่ายงานในประเทศเท่านั้น
แม้ข่ายงานนอกประเทศก็สำคัญไม่แพ้กัน
เพราะการทำงานทางด้านสิทธิมนุษยชนนั้น
มิใช่เรื่องจำกัดวงเฉพาะภายในประเทศ หากจะต้องร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อผลักดันให้มีการปรับปรุง
สภาพด้านนี้ให้ดีขึ้น กศส.เป็นองค์กรใหม่ การสร้างสัมพันธ์กับองค์กรนอกประเทศ เพื่อให้ผลงานของ
กลุ่มเป็นที่เชื่อถือยอมรับในระดับสากลนั้นมิใช่เรื่องง่าย แต่ก็มิถึงกับยากทีเดียวนัก เพราะอย่างน้อย
กรรมการของกลุ่มหลายคนที่มีความสัมพันธ์กับองค์กรต่างประเทศอยู่แล้ว และ
คนที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในด้านนี้ (ตลอดจนด้านอื่น ๆ อีกมาก)
ย่อมได้แก่นิโคลัส เบนเนตต์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของ กลุ่มมาแต่หลังเหตุการณ์
๖ ตุลาคมมาจนถึงเดือนเมษายน ๒๕๒๒ ก่อนย้ายไปประเทศเนปาล ที่กศส.มาสัมพันธ์
กับอาจารย์ป๋วยได้เพราะนิโคลัสเป็นสะพานสำคัญนั่นเอง

ไล่เลี่ยกับที่กศส.ฟื้นฟูขึ้นใหม่ในราวกลางเดือนธันวาคมนั้น นิโคลัสและมองตาเน็ตภรรยาได้เดินทาง
ไปพักร้อนยังยุโรป ได้พบปะกับองค์กรต่าง ๆ ในทวีปนั้นเป็นจำนวนมาก และเมื่อได้ไปเยี่ยมเยียน
อังกฤษบ้านเกิด นิโคลัสก็ได้พบกับอาจารย์ป๋วย ซึ่งเวลานั้นก็เริ่มตั้งมูลนิธิมิตรไทย
ร่วมกับอาจารย์สุลักษณ์
เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับความยากลำบากจากรัฐบาลเผด็จการ
ไม่ว่าจะพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอน ถูกจับกุมคุมขัง หรือถูกปิดกั้นโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี


http://www.mahidol.ac.th/muthai/latest/39.htm

รายการ “ พันแสงรุ้ง” ได้รับรางวัลสารคดีโทรทัศน์จากสื่อมวลชนคาทอลิก





เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2552 นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม.มหิดล
ร่วมเป็นเกียรติในงานรับมอบรางวัล ในโอกาสที่รายการ “พันแสงรุ้ง” ได้รับรางวัลรายการสารคดีโทรทัศน์
จากสื่อมวลชนคาทอลิก ในงาน “SIGNIS World Congress 2009” ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ดิเอ็มเพรส
จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับจากการสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามจำนวนกว่า 10,000 ฉบับ
ไปยังโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและ
แพร่ภาพสาธารณะ เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล โดยรายการพันแสงรุ้ง เป็นรายการสารคดีที่มุ่งนำเสนอ
ความงามของความแตกต่างหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในประเทศไทย
ซึ่งร่วมผลิตโดย ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล, บริษัทป่าใหญ่ครีเอชั่น
และ สถานีโทรทัศน์ TPBS ความยาว 30 นาที ออกอากาศทางสถานี TPBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.30-17.00 น.

http://www.ambafrance-th.org/th/article.php3?id_article=778

พิธีมอบอิสริยาภรณ์ออฟฟิซิเยร์ เดอ ลา เลจิยงดอนเนอร์ แก่ดร.โคทม อารียา

พิธีมอบอิสริยาภรณ์ออฟฟิซิเยร์ เดอ ลา เลจิยงดอนเนอร์ (Officier de la Légion d’honneur) แก่
ดร.โคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ณ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส
ประจำประเทศไทย ซึ่งม.ร.โลรองต์ บีลี่ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส เป็นตัวแทนมอบ มีขึ้นเมื่อวันที่
24 ตุลาคม พ.ศ.2550 ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต กรุงเทพฯ โดยมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย

อิสริยาภรณ์ของประเทศ ฝรั่งเศสมีขึ้นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1802 โดยดำริของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ด้านต่างๆ ให้แก่สาธารณรัฐฝรั่งเศส




http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sanamluang&month=02-2008&date=17&group=22&gblog=4

และแล้วฮีโร่ก็ออกมาแสดงตามบท

http://74.125.153.132/search?q=cache:R4nNZXcBWyEJ:hello-siam.blogspot.com/2009/01/blog-post.html+hello-siam&cd=2&hl=th&ct=clnk&gl=th&client=firefox-a

ชั้นหนังสือ..

  • Surveying and exploring
    in siam : บันทึกการสำรวจและบุกเบิกในดินแดนสยาม : ผู้บันทึก เจมส์
    แมคคาร์ธี (พระวิภาคภูวดล เจ้ากรมแผนที่คนแรก)
  • The End of the Absolute. Monarchy in Siam.
  • หนังสือหลายเล่มที่เปลี่ยนแปลงโลก
  • Marxists Internet Archive (Thai)
  • ยูโทเปีย : ทอมัส มอร์ : สมบัติ จันทรวงศ์ ( แปลไทย )
14 ตุลาคม 2516

" ถนนเนืองนองผู้คน !
ปืนคำรามขับไล่ !
กระสุนของมันโปรยปลิว !
รถถังกัมปนาทน่าเกรงขาม !
ผู้คนวิ่งพรูเข้าประจันหน้าด้วยมือเปล่าเปลือยๆ !
บางคนมีดุ้นไม้ที่หัก
ลากจากข้างถนน !
ไฟไหม้ !
แสงแดดจ้านเปลี่ยนเป็นหม่นและมืดคลุ้มจากควัน !
เฮลิคอปเตอร์
ฉวัดเฉวียนเย้ยหยัน !
เสียงร้องไห้และ
ตะโกนเคียดแค้น !
หลายคนพยายามเหยียดตัวของเขาให้แบนลงแนบถนนหลบกระสุนปืน !
แล้วนาฑีต่อมา เขาเผ่นโผนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง !
บางคนโดนฉีกแขน
และขาขาดวิ่น !
ในมือบางคนมีระเบิดขวดใบน้อยไม่น่ามีพิษถ้าเทียบกับรูเหล็กสีดำของปืนที่ซุ่มซ่อนตามซอกตึก !
ผู้คนยังหลั่งไหล
มาเนืองนอง !
คาวเลือด !
คราบเหงื่อและน้ำตา !
กลิ่นควันลามก
อนาจารของควันปืน !

และลมหายใจของเสรีภาพ !

รงค์ วงษ์สวรรค์

ฟ้าสูง..

"เข้าใจไหมว่าฟ้ามันสูง มันสูงจริงๆ แล้วแผ่นดินมันก็ต่ำมากๆ ศรัทธามันใช้เวลานานในการสร้าง
จะทำลายมันก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน ป้าแก่แล้วคงทำอะไรไม่ได้มาก อยากจะฝากว่า
อย่าไปคาดหวังอะไรกับสังคมไทยมากนักเลย เสียสละตายกันไปตั้งเท่าไหร่ก็ได้แค่นี้
แต่ก็อย่ายอมแพ้ต้องสู้ไปเรื่อยๆ สักวันเราจะชนะแม้จะนานหน่อย เหตุการณ์แบบ 6 ตุลา
ถ้ามันจะต้องเกิดอีกมันก็จะเกิด ถ้าทำดีที่สุดแล้วเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ก็อย่าไปเสียใจ"


คุณป้าอดีตสหายอาวุโส
วัย 70 กว่า

คณะ ร.ศ.130



เมื่อพ.ศ.2454 หรือ ร.ศ. 130 พวกเขาเหล่านั้นคิดก่อการ โค่นล้มพระราชบัลลังก์
สมาชิกคณะปฎิวัติได้ให้สัตย์ปฎิญาณพร้อมกันว่า..
"เราทั้งหลายเป็นผู้ก่อการด้วยกัน ต่างก็ได้คำนึงกันอยู่แล้วว่า ผลสำเร็จที่สุดนั้น ย่อมเป็นการยากมาก
เพราะได้เห็นผลของการปฎิวัติมามากต่อมากนักแล้ว ซึ่งส่วนมากหากเป็นประเทศอื่นก็ดี
เมื่อปรากฎว่ามีการปฎิวัติขึ้น คณะผู้ก่อการครั้งแรกนั้นมักจะถูกจับกุม หรือไม่ก็ได้รับการทรมาน
และถูกประหารชีวิตเสียก่อนงานจะสำเร็จ โดยมากมักจะเป็นอยู่เช่นนี้ แต่จะอย่างไรก็ดี
แม้ว่าพวกปฎิวัติยุคแรกจะเพลี่ยงพล้ำ หรือได้รับโทษอย่างแสนสาหัสก็ตาม
แต่ก็ยังมีพวกคนรุ่นหลังคิดการสืบต่อเนื่องกันไป และผลก็มักจะสำเร็จ"


เดอะคิงแคนดูนัทธิง

"ในประเทศที่เขามีกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ พลเมืองของเขาทุกคนมักจะรู้จักว่า"เดอะคิงแคนดูนัทธิง"
อะไรทุกอย่างที่พระองค์ต้องการ เขาปฎิบัติถวายพระองค์เองพระองค์ไม่ต้องเดือดร้อน
ทีนี้พระราชบันทึกของพระองค์ พระองค์ต้องการให้ประเทศเรามีการปกครองอย่างประชาธิปไตย
อย่างประเทศอังกฤษแท้ๆ แต่พระองค์ก็บอกไว้ในนั้นเอง บอกแย้งในนั้นเองว่า
จะให้ฉันทำอย่างพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษไม่ได้ ทีการปกครองละก็จะเอาอย่างอังกฤษ
แต่ไม่อยากเป็นอย่างพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ เพราะฉะนั้นก็เหลือที่จะทนทานเหมือนกัน"

ร้อยโท โอภาส คล้ายทองคำ
ผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี
จากการประชุมสามัญสมัยที่ 2 ครั้งที่ 16/2477
วันที่ 31 มกราคม 2477

หมายเหตุ
เมื่อปี 2477 สภาผู้แทนราษฎรในยุคนั้นได้อภิปรายกันถึงข้อเรียกร้องต่างๆของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7
ซึ่งมีอยู่หลายต่อหลายข้อ เช่นพระองค์ทรงเรียกร้องอำนาจของกษัตริย์ เรียกร้องจะมีทหารวัง
เรียกร้องไม่ให้ใช้กฎหมายมรดก ฯลฯ


โทมัส มัวร์

"สาเหตุประการสำคัญที่สุดแห่งความยากจนของสังคมก็คือ "เจ้าขุนมูลนาย" มีจำนวนมากมายเหลือเกิน
พวกนี้ไม่ต่างอะไรกับตัวแตน ที่บินเตร่เร่ร่อนไปวันหนึ่ง ๆ ดำรงชีพอยู่ด้วยแรงงานของผู้ใกล้ชิด
ขูดรีดเลือดเนื้อชาวนาที่ทำนาบนผืนแผ่นดินของเรา เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้แก่เขา นอกเหนือไปจากนี้
พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว"

โทมัส มัวร์
ค.ศ. ๑๔๗๗ - ๑๕๓๕

ผู้เขียนสังคมในอุดมรัฐ Utopia

ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
เสียงเหยียบย่ำของชนชั้น

กระหึ่มก้องมานานครัน
ว่าฟ้านั้นคือเทวดา

ฟ้าสูงมันกดขี่
ว่าดินนี้ไร้เดียงสา

เป็นทาสต้องพึ่งพา
หากขาดฟ้าจักขาดใจ

เราดินต้องเป็นดิน
จักโบยบินได้อย่างไร

แต่ดินก็มีใจ
ประกาศให้ฟ้ามันรู้

ช่องว่างระหว่างชั้น
ถูกแบ่งกั้นปันกันอยู่

ต่ำทรามคือดิน-กู
ฟ้าอาจชูเพราะคำลวง

ดินนี้เลี้ยงชีวิต
สรรพสิ่งสถิตเล็กใหญ่หลวง

สินทรัพย์ล้ำค่ามีทั้งปวง
แต่ฟ้าช่วงชิงสิ่งนี้ไป

จักโน้มฟ้าให้เทียมดิน
หวังหลอกกินอีกนั้นอย่าหมาย

ช่องว่างระหว่างชั้นอันตราย
จัดทำลายให้ยับอยู่กับมือ.

รวี โดมพระจันทร์

จินตนาการ

จินตนาการว่าไม่มีสวรรค์ มันง่ายหากคุณจะลอง ไม่มีนรกอยู่ใต้เรา เหนือเรามีเพียงท้องฟ้า
จินตนาการเข้าเถิด มวลชนทั้งหลาย ผู้มีชีวิตอยู่เพื่อปัจจุบัน

จินตนากรว่าปราศจากประเทศ มันไม่ยากหรอกที่จะทำ ปราศจาการฆ่าฟัน หรือตายเพื่อ....
และปราศจากศาสนาด้วย จินตนาการเข้าเถิด มวลชนทั้งหลาย ผู้มีชิวิตอยู่เพื่อสันติภาพ
คุณอาจกล่าวว่าฉันเป็นนักฝันคนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกนะ ฉันหวังว่า
วันหนึ่งคุณจะเข้าร่วมกับเรา และโลกนี้จะเป็นหนึ่งเดียว
จินตนาการไม่เคยถูกครอบงำ ฉันสงสัยว่าคุณจะทำได้ไหม ไม่จำเป็นต้องละโมบหรือหิวโหย
เพื่อนร่วมโลก.....


จินตนาการเข้าเถิด มวลชนทั้งหลาย มาร่วมมือกันทั่วทั้งโลกเถิด.....

เนื้อเพลง Imagine
ของ John Lennon

จากหนังสือ
ผีเพลง ดนตรีขบถที่เปลี่ยนแปลงโลก
โดย สิเหร่

หมุดคณะราษฎร์



บนหมุด

๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
มีข้อความไว้ให้จดจำ..

"...ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎร ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ..."

Pyramid of Capitalist System



หนังสือต้องห้าม !
การจำกัด, ห้ามหวง, ขีดขั้น พรมแดนของความรู้, ความจริงมีมาตั้งแต่อดีตกาลโดยผู้มีอำนาจปกครอง
ด้วยวิธีการเผา, ถ่วงน้ำ, ห้ามพิมพ์และ เผยแพร่หนังสือ ภายใต้ความคิดที่ว่าหนังสือเหล่านั้นเป็นต้นธาร
แห่งภยันตรายอันจะก่อให้เกิดภัยคุกคามและความวุ่นวายขึ้นในสังคม ถือเป็นการจัดระเบียบสังคม
ด้วยการตัดระบบความคิด หากมิได้ตัดการเผยแพร่ความรู้ทางการเมืองการปกครองแก่ประชาชน
ที่เดินเคียงขนานบนเส้นทางเดียวกันตลอดมา ทั้งจารึก, จดหมายเหตุ, ตำนาน, พงศาวดาร กระทั่งถึง
วรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ แต่ก็เป็นไปในวงแคบเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูง และพระสงฆ์เสียส่วนใหญ่
ภายหลังเมื่อมีการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศมากขึ้น นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ จึงมีการเผยแพร่
แนวความคิดทางสังคมการเมืองหลากหลาย...ที่สำคัญคือ การริเริ่มของเทียนวรรณ ซึ่งมีการวิพากษ์
วิจารณ์ ถึงปัญหาสิทธิ เสรีภาพ ปัญหาความเป็นธรรม
และเรียกร้องให้รีบจัดตั้ง “ปาลิเมนต์”
เยี่ยงอารยประเทศ, การเสนอปัญหาทางเศรษฐกิจ-สังคม และแนวทางแก้ไขโดยพระยาสุริยานุวัตร
ในหนังสือทรัพยศ
าสตร์ ตลอดจนการเคลื่อนไหวตามแนวความคิดประชาธิปไตยและสังคมนิยม
ในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยสมัยนี้เองที่การหลบหลีก “คอมมิวนิสต์”
และ การเรียกร้อง “ประชาธิปไตย” เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ “หนังสือต้องห้าม”

นับจากปี ๒๔๗๖ เป็นต้นมาได้เกิดภาวะสะกดกั้นทางความคิด จนก้าวล่วงมาถึงยุคสมัยของ
จอมพลป. พิบูลสงคราม ในปี ๒๔๘๙ ที่มีการยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ พ.ศ. ๒๔๗๖

ความตื่นตัวสนใจใคร่รู้ทางด้านการเมืองการปกครองจึงค่อย ๆ ปะทุขึ้นทั้งในหมู่นักศึกษา, นักเขียน,
นักหนังสือพิมพ์ รวมถึงประชาชนโดยทั่วไป อันทำให้เกิดการแพร่ขยายแนวคิดทางสังคมนิยมขึ้น
อย่างเสรีผสานกับอุดมคติที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมและการเมืองไทย อันเนื่องมาจาก
นโยบายการปกครองของรัฐบาลจอมพล ป. ณ ขณะนั้น หากบทบาทของสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข่าวสาร
ข้อมูลความรู้แก่ประชาชนกลับถูกจำกัดปราบปราม โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือ
คือพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔
อันเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นในสมัยจอมพล ป. จนปรากฏภาวะ
สุญญากาศทางเสรีภาพ และต่อมารัฐบาลได้กวาดล้างจับกุมมวลชน ในนามคณะกรรมการ
สันติภาพแห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ โดยตามแถลงการณ์ของคณะกรรมการฯ นั้น
ชูประเด็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ต่อต้านรัฐบาล คัดค้านนโยบายความมั่นคง-การต่างประเทศของรัฐ
การก่อการครั้งนี้เรียกว่า “กบฏสันติภาพ” มีผู้ถูกจับกุมจำนวน ๕๔ คน ซึ่งผู้ที่ถูกจับส่วนหนึ่งเป็นอาจารย์
นักศึกษา ปัญญาชน และนักคิดนักเขียนที่สำคัญ เช่น อุทธรณ์ พลกุล กุหลาบ สายประดิษฐ์
อัศนี พลจันทร์ (นายผี) เปลื้อง วรรณศรี (นายสาง) สิงห์ชัย มังคนนรา (นเรศ นโรปกรณ์)
สุภัทร สุคนธาภิรมย์ และสุพจน์ ด่านตระกูล
เป็นต้น



ปัญญาชน ?

"ในประเทศไทยถ้าคุณเป็นปัญญาชนจริงๆ ต้องกล้าพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์ ถ้าคุณไม่กล้าพูด
อย่างมากก็เป็นคนที่รับใช้รัฐแล้วเขียนลงหนังสือพิมพ์เอารายได้ต่อเดือนต่อวันไปเท่านั้น"

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ราชอาณาจักร

เมื่อประกาศตนว่าเป็น "ราชอาณาจักร" แล้ว จะมาเอาคำว่า "อันมีกษัตริย์เป็นประมุข" มาต่อท้าย
"ประชาธิปไตย" ทำไม ก็ในเมื่อ คำว่า "ราชอาณาจักร" ก็สื่อในตัวแล้วว่ามีประมุขเป็นกษัตริย์
โดยพื้นฐาน ลักษณะของประชาธิปไตย ไปกันไม่ได้กับ กษัตริย์ อยู่แล้ว เพราะ คนเดียว
ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะมาถืออำนาจได้อย่างไร แต่ด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์
บางประเทศก็อนุญาตให้มีกษัตริย์ต่อไป โดยตัดตอนไม่ให้กษัตริย์มีอำนาจเลย เป็นเพียงสัญลักษณ์
เราน่าจะเรียกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยและมีประมุขเป็นกษัตริย์ว่า ประชาธิปไตยที่อนุญาต
ให้มีกษัตริย์เป็นประมุข
แทนคำว่า
ประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุข

ปิยบุตร
จาก : ประชาธิปไตยที่อนุญาตให้มีกษัตริย์เป็นประมุข

แน่แท้ !

ถ้าในปัจจุบันสามัญชนกล้าวิพากษ์เจ้าที่ไม่เอาไหน
หรือที่แสดงอภิสิทธิ์ต่างๆ กันอย่างกว้างขวาง
บางทีสถาบันเจ้าจะยังคงอยู่คู่กรุงสยามต่อไปได้ เพราะถ้าปราศจากคำวิพากษ์วิจารณ์
อย่างสุจริตเสียแล้ว
สังคมย่อมต้องถึงซึ่งความเสื่อมเป็นแน่แท้

ส.ศิวรักษ์


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Sat Apr 17, 2010 9:57 pm, ทั้งหมด 7 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 9:44 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t280-150.htm

att พิมพ์ว่า:http://www.geocities.com/ben007_us/book03/p39.html


ประเด็นหลักเทียบเคียงกับเหตุการณ์ระหว่าง
ประเทศเวียตนาม กับ ประเทศไทย




เวียตนามสูญสิ้นสถาบันกษัตริย์และพระพุทธศาสนา ประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๔๒
๑.
ปิดบังข่าวสารที่เกิดขึ้นจริงจากสื่อมวลชน

เหมือนกัน
๒.
การจัดรายการโจมตีองค์กรปกครองคณะสงฆ์
ทางโทรทัศน์ วิทยุ
เหมือนกัน
๓.
สนับสนุนขบวนการ
ทำลายองค์กรปกครองคณะสงฆ์พุทธศาสนา
เหมือนกัน
๔.
จัดตั้งพระภิกษุในพุทธศาสนา
ที่เป็นพรรคพวกของตนออกมา
ต่อต้าน และสร้างภาพต่อสังคม
ว่าพวกตนกระทำถูกต้อง
เหมือนกัน
๕.
รัฐให้การสนับสนุนปกป้อง
ทั้งทางกฎหมาย และนอกกฎหมาย
แก่ผู้บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
และองค์กรปกครองคณะสงฆ์
เหมือนกัน
๖.
หัวหน้ารัฐบาลอยู่ภายใต้การบงการของสหรัฐอเมริกา
เหมือนกัน
๗.
ผู้ทรงอิทธิพลในคณะรัฐบาล
และ/หรือ ต่อรัฐบาลเป็นคริสเตียน
เหมือนกัน
๘.
ผู้ร่วมโจมตีพระพุทธศาสนา
อดีตได้เป็นผู้ร่วมทำลายพระพุทธศาสนา
โดยได้รับการอบรมอุดมการณ์
อันเป็นอันตรายต่อสถาบันชาติ
ศาสนา และพระมหากษัตริย์
เหมือนกัน
๙.
มีการใส่ความพระสงฆ์ เหยียดหยาม
จาบจ้วง
ทำลายพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนา
เหมือนกัน
๑๐.
ใช้อำนาจ อิทธิพล
ละเมิดตัวบทกฎหมาย
และรัฐธรรมนูญ ทำลายพุทธศาสนา
เหมือนกัน
๑๑.
ใช้อำนาจ
อิทธิพลเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สั่งเก็บเอกสารที่เปิดเผย
ขบวนการทำลายพุทธศาสนา
และแผนการบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ

เหมือนกัน

จุดจบของประเทศเวียตนามคือ ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์
ประเทศแตกแยกเป็นสองฝ่ายฆ่ากันเองตามแผนการอันเป็นเป้าประสงค์ของ
มหาอำนาจและสถาบันพุทธศาสนาถูกทำลายในที่สุด
จุดจบของประเทศไทยกำลังรออยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก
เปรียบดังเราเดินทางมุ่งสู่เชียงใหม่หากไม่หยุดการเดินทาง
ก็ต้องถึงเชียงใหม่แน่นอน
นั่นคือเมื่อสิ้นสถาบันพระพุทธศาสนาแล้ว
สถาบันชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์จะดำรงอยู่ได้อย่างไร
ดังนั้นเราจะหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างไร
หรือจะให้เหตุการณ์ทำลายพระพุทธศาสนานี้
ดำเนินต่อไปจนสุดท้าย พบจุดจบเหมือนในเวียตนาม ???


http://khunnamob.hostignition.com/backup/ben007_us/www.geocities.com/ben007_us/book03/p0.html

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

"...วิธีการป้องกันประเทศอันเป็นหน้าที่สำคัญของทหารเปลี่ยนแปลงไป
เพื่อที่จะให้ประเทศอยู่รอดได้ตามหลักเดิมก็พูดถึงว่าทหารจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อป้องกัน
เป็นรั้วของชาติ แต่รั้วของชาติแม้แต่ในสมัยก่อนๆ นี้ก็เป็นเช่นนั้นแต่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น
มาสมัยนี้ก็เห็นรั้วของชาติไม่ได้อยู่ที่ตามรั้วตามชายแดนเท่านั้นเองมันอยู่ทั่ว
เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายกำลังทางพื้นดินเท่านั้นเองต้องมีการยกขึ้นไปบนฟ้า
ข้ามแดนทางฟ้าทางอากาศแล้วก็ยังมีการขุดมุดใต้ดินโผล่มาจากที่ไหนก็ไม่ทราบ
อย่างนี้ก็มีทั้งผู้ที่เข้ามาผ่านประตูรั้วไม่ใช่ในภูเขาเท่านั้นเอง แต่มาตามทางที่เข้า สะดวก ฉะนั้น
การป้องกันประเทศให้รอดพ้นจากอันตรายจึงเพิ่มขึ้นและนอกจากมาทางฟ้าก็ตาม
ทางพื้นดินก็ตาม ใต้ดินก็ตาม หรือทางทะเล ก็ยังมาทางอื่นคล้ายๆ ปาฏิหาริย์ โผล่ขึ้นมาเฉยๆ
เหมือนว่าเข้ามาถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมืองและกฎหมายบ้านเมืองไม่สามารถที่จะป้องกัน

คือ เข้ามาทางสมอง ทางความคิดอาจไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังพลเท่าไร
แต่ว่าในความคิดที่อาจเรียกว่าเป็นผีร้ายมันเข้ามาในสมองของคนแต่ละคน
ทั้งทหารทั้งคนอื่นๆ ได้ยุคนี้ที่เป็นผี ผีที่เป็นพิษนี้เข้ามาโดยอาศัยจิตใจของทุกคน
จิตใจนี้อาจชอบฟังคำเยินยอก็ตาม จิตใจนี้อาจชอบยืนสบายก็ตาม ก็
อาจเป็นช่องดังกล่าวที่เห็นยากและอันตรายที่สุด...
"


พระราชทานเป็นการเฉพาะแก่ผู้บังคับบัญชาอาจารย์ และนายทหารนักเรียน
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ ๕๗ ในโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
ณ ศาลาบุหลัน ทักษิณราชนิเวศน์ วันอังคารที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒


เหงียน เกา กี...แผนที่ CIA กำลังใช้กับประเทศไทย

http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t291-25.htm

http://news.mumuu.com/social/cat2/news5060/
ทักษิณ:ก่อสงคราม'จักรภพ'ลั่นพปช.ชนะกลับมาล้างแค้นคมช.

วันเดียวกันนี้ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์หลังเลือกตั้งที่จะมีวิกฤติการเมือง
เอา-ไม่เอาทักษิณ ว่าเป็นเรื่องที่แย่มาก คนไทยมักจะใช้วิธีคิดแบบแยกส่วนตามหลักฝรั่ง ซึ่งจะนำไปสู่
ความรุนแรง คนยุโรปคิดแบบดิจิตอล ถ้าเป็น 1 ก็ไม่ใช่ 0 ถ้า 0 ก็ไม่ใช่ 1 แต่คนเอเชียคิดแบบเชื่อมโยง
เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาก็เลยเกิดความรุนแรง สังคมแตกแยก ผู้นำคนใหม่ ต้องมีความเป็นผู้นำที่
สามารถดึงส่วนที่มีวิสัยทัศน์ร่วม เมื่อถามว่า ในทางปฏิบัติจะสร้างได้อย่างไร ในเมื่อคิดว่าพรรคพลังประชาชน
มีเงื่อนไขที่พยายามจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง ราษฎรอาวุโสตอบว่า นายกฯ คนใหม่
ต้องสามารถดึงทุกคนทุกองค์กรมาร่วมสร้าง ต้องเปลี่ยนคำถามใหม่ ต้องพยายามทำอะไรที่ดี
"เรื่องนิวออเดอร์ (New Order) ผมคาดการณ์ว่า ประมาณ 5-10 ปี
ประเทศก็น่าจะดีขึ้น สื่อต้องทำให้ดี เทคโนโลยีมันทั่วถึง หาก พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา
สื่อต้องแสดงให้เห็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้องกับคนไทย"
นพ. ประเวศบอกว่า
การจะให้สถาบันพระมหากษัตริย์ออกมาร้องขอเพื่อให้บ้านเมืองเกิดนิวออเดอร์
ตนคงพูดไม่ได้ เพราะพูดมากกว่านั้นไม่ดี
พระองค์ทรงตรัสเสมอว่า ขอให้ซื่อสัตย์สุจริต
พระองค์ทรงอยู่กับพวกเรามาถึง 60 ปี แต่สังคมไทยศีลธรรมก็ไม่ดีขึ้น เราจะหวังพึ่งใครไม่ได้
ประชาชนต้องช่วยกัน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1222435844
ชี้วิจารณ์ครม.ไม่มีประโยชน์

"ในฐานะที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เข้าใจเรื่องทฤษฎีความซับซ้อนดีว่าขณะนี้
สังคมมีความซับซ้อนมาก ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดความโกลาหล (เคออส)

จนนำไปสู่วิกฤตบ้านเมือง และสุดท้ายจะทำให้เกิดระเบียบใหม่ (นิว ออเดอร์) ที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ครม.ชุดใหม่นี้ยังไม่ถือว่าเป็นนิวออเดอร์ ยังเป็นเพียงความโกลาหลเท่านั้น"
นพ.ประเวศกล่าว


http://thaienews.blogspot.com/2008/09/5.html
ชี้สมัครพ้นนายกรัฐมนตรีเพราะ ‘ความดีชนะความชั่ว’

เวลาประมาณ 18.00 น. วานนี้ (10 ก.ย.) นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ปราศรัยภายในทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อสักครู่ พล.ต.จำลอง ใช้หลักโหราศาสตร์ในการวิเคราะห์บทบาท
ของสมัคร สุนทรเวช ก็ได้เห็นว่าสมัคร สุนทรเวช นั้นถึงแม้หลักโหราศาสตร์ท่านพล.ต.จำลองไม่ได้เอ่ยถึงไว้
แต่ใช้หลักง่ายๆ ว่าผลของโหราศาสตร์เป็นตามนั้นเพราะ ‘ความดีย่อมชนะความชั่ว’ ครับพี่น้อง


ระหว่าง พล.ต.จำลอง กับสมัครคงจะเปรียบได้กับความดีกับความชั่วใช่หรือเปล่าครับพ่อแม่พี่น้อง

วิเคราะห์การเมืองไทยด้วย ‘ทฤษฎีไร้ระเบียบ

ผมจะพูดไม่ยาวนัก แต่อยากจะพูดว่าจะใช้ทฤษฎีฝรั่ง ทฤษฎีตามวิทยาศาสตร์เรียกว่า
‘ทฤษฎีเคออส’ (Chaos theory) หรือ ‘ทฤษฎีไร้ระเบียบ’

พ่อแม่พี่น้องคงรู้สึกเหมือนกับผมว่าตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2519 เป็นต้นมาเรามีความไม่ถูกต้องในสังคมไทย
มากเหลือเกิน โดยเฉพาะความไม่ถูกต้องทางการเมือง มันมีความไร้ระเบียบทางการเมืองมาก
ส.ส. ก็ดี คณะรัฐมนตรีก็ดีที่มาอาสาทำงานทางการเมือง ดูเหมือนมีกฎเกณฑ์กำกับไว้ ในเรื่องของกฎหมาย
และรัฐธรรมนูญ แต่ ส.ส. และรัฐมนตรีเหล่านี้ก็พยายามจะแหกกฎเกณฑ์และรัฐธรรมนูญตลอดเวลา
ในรอบ 20-30 ปีมานี้

ความพยายามจะแหกกฎเกณฑ์ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความไร้ระเบียบขึ้นในการเมือง เราจะเห็นว่าการเมือง
ไร้ระเบียบมาก ไร้กฎเกณฑ์มาก วันนี้สมัครถูกตัดสินด้วยคดีชิมไปบ่นไป แต่พรรคพลังประชาชนก็มีมติว่า
จะส่งสมัครกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก อย่างนี้เขาเรียกว่าไม่เคารพกฎเกณฑ์ ทำกฎเกณฑ์ที่มีกฎเกณฑ์
อยู่แล้วในศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่มีกฎเกณฑ์ ในทางทฤษฎีเรียกว่าทำให้เกิดภาวะไร้ระเบียบ
ตอนนี้ฝ่ายการเมืองไร้ระเบียบไปหมดเลย

เชื่อพันธมิตรจะสร้าง ‘ระเบียบใหม่’ คือ ‘การเมืองใหม่’

แต่ ในภาวะไร้ระเบียบนั้นตามทฤษฎีเคออส จะมีระเบียบใหม่เกิดขึ้น
เขาเรียกว่านิวออร์เดอร์ (New Order) และระเบียบใหม่ที่เกิดขึ้น
คนที่ทำให้เกิดซึ่งมาจากภาวะไร้ระเบียบนั้นก็คือ
‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’
ครับพ่อแม่พี่น้อง

พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กำลังสร้างนิวออร์เดอร์ หรือ ระเบียบใหม่ขึ้นมา
ซึ่งตอนนี้เราชูระเบียบใหม่ขึ้นมาคือการเมืองภาคประชาชนที่เรียกว่า
การเมืองใหม่ ครับ พ่อแม่พี่น้อง

นึกไม่ถึง ‘ระเบียบใหม่’ จะมาเร็วขนาดนี้

เพราะฉะนั้นขอให้อดทนนะครับ อดทนเหมือนผม อดทนเหมือนคุณสนธิ เหมือนแกนนำหลายๆ
คน เหมือนท่าน พล.ต.จำลอง เราอยู่ในการเมืองตั้งแต่ 14 ตุลา 2519 (น่าจะตั้งใจกล่าวว่า 2516)
เราอดทนกับความไร้ระเบียบมาตลอด
แต่ ตามทฤษฎีไร้ระเบียบนี้ขณะที่ความไร้ระเบียบกำลังหมุนๆ ไป
มันจะเกิดนิวออร์เดอร์ แล้วนิวออร์เดอร์ที่ผมคิดไม่ถึงว่าจะเกิดในวันนี้ก็คือ
พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยครับพ่อแม่พี่น้อง


http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t723.htm

Unknown พิมพ์ว่า:สังเกตง่ายๆ ว่าทั้งเหลือง และ แดง เป็นพวกเดียวกันคือ
ทั้งสองฝั่งล้วนอ้างคำสอน พุทธทาส เป็นสรณะ เสมอ


http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=21864&st=125

dol

Posted 20 January 2009 - 08:19 PM

ถือว่าเป็นสิ่งที่ประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ให้ต่างชาติเห็นใจประชาชนของประเทศไทยได้นะผมว่า
ถ้าเราจะมองกันในแง่ดีนะต่างชาติจะพากันสวดมนต์ให้คนไทยทุกคน พ้นบ่วงกรรมนี้ สาธุ

อิสรภาพในการใช้สติปัญญา
โดยท่านพุทธทาสภิกขุ

ถ้าท่านไม่มีอิสรภาพ เสรีภาพในการคิดนึก นอกไปจากที่เคยเรียนมาอย่างปรัมปรา ท่านก็ไม่อาจเข้าใจความจริงแท้ใดๆ ได้ ถึงที่สุด
พุทธบริษัท หากยอมตกเป็นทาสทางสติปัญญาเสียแล้ว ย่อมถูกตีกรอบจำกัดประเด็น จนไม่กล้าแสวงหาแนวทางของตน
เป็นการยอมจำนนอย่างขัดกับหลักที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวพุทธ ได้แก่ หลักโพชฌงค์เจ็ดประการ ซึ่งประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ
ธัมมวิจัย

http://www.buddhadas...s/politic/3.php

Posted 21 January 2009 - 11:12 AM
ผมไม่ใช่ “คนไทย” ภูมิใจเป็นจีนปนอังกฤษ

Posted 21 January 2009 - 11:54 AM
ต้องดูให้ดีว่า อ.ใจ พูดในบริบทไหน
ผมพูดแทนท่านไม่ได้

แต่ผมรังเกียจ ความรู้สึกรักชาติแบบความรู้สึกตอนดูหนังนเรศวร ความรู้สึกรักชาติตอนเชียร์กีฬา
ผมชอบความรู้สึกรักคนด้วยกันอย่างแม่ต้อย ถ้าจะบอกว่าเป็นคนไทยต้องมีความรู้สึกอย่างแรก ผมรังเกียจคนไทยแบบนั้น
แล้วทำไม ผมไม่ดีตรงไหน

พระพุทธเจ้าสอนให้มีเมตตา รักอย่างแม่ต้อยคือเมตตา
รักชาติอย่างตอนดูหนังนเรศวร เชียร์กีฬา
มันเป็นแค่อารมณ์วูบวาบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง

รักแบบแม่ต้อยไม่มีพิษภัย แต่รักชาติแบบนั้น ดูตัวเองไม่เป็นก็ดูเขมรตอนมันเผาสถานฑูตไทย ซี
ไอ้ที่ไปร้องเหยง ๆ จะเอาเขาพระวิหาร คืน นั่นแหละ หน้าตาท่าทางเหมือนเขมรบ้าคลั่งเมื่อหลายปีก่อนเลย
ภูมิใจหรือครับไทยแบบนั้น

Posted 21 January 2009 - 03:16 PM
"ผมไม่ใช่ “คนไทย” ภูมิใจเป็นจีนปนอังกฤษ"
ถ้าจะเล่นกันเรื่องเชื้อชาติ ก็ขอบอกว่า อ.ใจ คนนี้ทำความดี มีความกล้าเพื่อแสดงความจริงในสังคมไทย
มากกว่าคนไทยหลายๆ คน โดยเฉพาะไอ้คุณคนที่พูดประโยคข้างบนนั่น

พ่อของ อ.ใจ คือ อ.ป๋วย (ลูกจีน) ก็ทำงานให้ประเทศชาติ (วางหลักเศรษฐกิจ ธนาคารชาติ มธ.)
มากกว่าคนบางครอบครัวซะอีก ถ้ามองเรื่องส่วนตัว อย่างน้อยๆ เรื่องการเลี้ยงลูก
ลูก อ.ป๋วย ก็นับว่าเป็นคน (พลโลก) ที่มีคุณภาพมากกว่าบางบ้านแน่ๆ
(ถ้าจะแถ เถียง หรือเห็นต่าง - โปรดมีหลักฐานและข้อมูล - อย่ามาพ่น บลา ๆ ๆ)

นี่ขนาดไม่ใช่ไทยแท้ ยังรักเมืองไทยขนาดนี้
แล้วพวกแท้ๆ มุ่งเอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตน และทำลายประชาธิปไตย
บิดเบือนความจริงในสังคมน่ะ เป็นคน (ไทย?) ประเภทไหนกัน?!?!?!? (ตอบได้ไหม)

Posted 27 January 2009 - 08:57 PM
พระพุทธเจ้าคนยังด่าเลย แล้วทำไม.......

http://www.boybdream.com/manager-news-content.php?newid=76653

“พิภพ” ยกคำสอนท่านพุทธทาส สอนนักการเมืองให้ใช้ธรรมคู่ไปกับการเมือง ขณะที่พรรคการเมือง
ต้องขึ้นกับศาสนา ชี้นักการเมืองวันนี้ตกเป็นทาสกิเลส


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย

วันนี้ (17 ก.ค.) เมื่อเวลา 20.45 น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่
สะพานมัฆวานฯ กล่าวถึงการเกี่ยวข้องกันระหว่างศาสนาพุทธกับการเมือง โดยนำคำเทศนาของท่านพุทธทาสภิกขุ
ที่เคยกล่าวไว้ เรื่อง ธรรมมิกกับสังคมนิยม มากล่าวในวันอาสาฬหบูชาว่าการเมืองกับศาสนา นั้นมีความเกี่ยวข้องกัน
หากเมื่อใดที่การเมืองกับศาสนาแยกจากกันจะส่งผลเสียหายไปถึงขั้นที่สามารถทำลายโลกได้เลย
เช่นเดียวกันการชุมนุมของพันธมิตรที่ขับไล่รัฐบาลมาจนขณะนี้เป็นเพราะการเมืองในปัจจุบันไม่ได้มีธรรมเข้ามาใช้
ในการบริหารบ้านเมืองจึงทำให้เกิดความวุ่นวาย

ขณะเดียวกัน คำเทศนาของท่านพุทธทาสยังกล่าวไว้ว่า ให้นักการเมืองก็เป็นสัตว์สังคมเหมือนกันเหมือนกับประชาชนทั่วไป
แต่ปัจจุบันนักการเมืองไม่ได้เป็นอย่างนั้น กลับนำพาความขัดแย้ง ทำให้เกิดการประหัดประหารกัน และ เรื่องของการเมืองนั้น
คือหน้าที่ของมนุษย์ที่ต้องทำให้เกิดความถูกต้อง เพื่อความผาสุข แต่เมื่อไม่ทำตามก็ส่งผลให้เกิดความไม่สงบสุขขึ้น
จนทำให้นักการเมืองกลายเป็นสัตว์ไปจริงๆ คือสนใจแต่เรื่องของ กิน กาม และเกียติ ดังนั้น การไม่นำการเมืองกับศีลธรรมมาคู่กัน
ทำให้คนกลายเป็นสัดว์ไปจริงๆ

นายพิภพ ยังยกคำกล่าวของท่านพุทธทาสต่อว่า
นักการเมืองนั้นต้องมีพรรคการเมืองแต่พรรคการเมืองนั้นต้องขึ้นกับพระเจ้า
ของทางศานาที่ตนเองนับถือ เพราะศาสนาทุกศาสนามีคำสอนที่เหมือนกัน ดังนั้นนักการเมืองจะต้องไม่ขึ้นกับเรื่องของกิเลส
แต่ปัจจุบันนักการเมืองขึ้นอยู่กับกิเลสกันและขณะเดียวกันการมาชุมนุมของพันธมิตรเป็นการชุมนุมที่ต้องการให้การเมือง
ปราศจากกิเลส และต้องมีศีลธรรมกำกับ ดังนั้นการเมืองที่แท้จริงต้องขึ้นอยู่กับหลักศาสนา

ทั้งนี้ นอกจากความไม่ถูกต้องทางการเมือง ที่ทำให้เกิดความไม่สันติสุขขึ้นนั้นการมืองที่ถูกต้องคือต้องนำการเมืองไปสู่
ระบบนิติรัฐและถ้าการเมืองมีความเกี่ยวข้องกับธรรมมากเท่าไรก็จะเกี่ยวกับพุทธบริษัทด้วย และการเมืองที่มีพุทธบริษัท
อยู่กันมากๆ จะต้องมีการจัดระเบียบ เพื่อให้เกิดความสงบสุข รวมทั้งนักการเมืองต้องมีธรรมเป็นใหญ่ด้วย

“การเมืองในปัจจุบันมีแต่อสัตบุรุษ เพราะการเมืองที่ไม่ได้มีธรรมะจึงทำให้นักการเมืองกลายเป็นสัตว์ไปจริงๆตามที่
ท่านพุทธทาสระบุไว้” นายพิภพ กล่าว

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t834-175.htm


http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9530000051528

ก.ม.ม.จี้นายกฯปลด"เทพเทือก-บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก" แนะออกกฎอัยการศึก

13 เมษายน 2553 17:24 น.

นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ พร้อมนายประพันธ์ คูณมี กรรมการบริหารพรรค
และนายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรค แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึก
รวมทั้งขอให้เข้าตรวจค้นพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และให้จับกุมแกนนำ ผู้ก่อการร้าย
รวมทั้งกบฏด้วย ขณะที่หากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอยากชุมนุมต่อไป ก็ให้ปลดอาวุธ
พร้อมต่อต้านการก่อการร้าย และขอให้นายกรัฐมนตรีปลดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
ด้านความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก ออกจากตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งรัฐบาลควรเป็นผู้นำ
การปฏิรูปประเทศไทย ทั้งนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะประชุมเครือข่ายทั่วประเทศ
ในวันที่ 18 เมษายนนี้ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อประเมินสถานการณ์ กำหนดบทบาทการเคลื่อนไหว
และหารือกันว่าพันธมิตรฯ จะนิ่งเฉยต่อไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับรายงานจากพรรคการเมือง
ฝ่ายค้านของประเทศศรีลังกา ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ
ซื้อขายอาวุธของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม จึงตั้งข้อสังเกตว่า การก่อการร้ายในกรุงเทพมหานคร
อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายสากล


http://www.oknation.net/blog/print.php?id=449891

โลโก้พรรคการเมืองใหม่คล้ายเครื่องหมายสวัสติกะของ
นาซีเยอรมันในยุคจอมเผด็จการฮิตเลอร์
รายงานพิเศษของ "ASTV ผู้จัดการรายวัน" เช้าวันเดียวกันนี้ที่หน้า 16สัมภาษณ์จิราวุฒิ นิลกำแหง
ซีเนียร์กราฟิกดีไซอน์เนอร์ ของ ASTV อธิบายว่า"สวัสติกะเป็นสัญลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว
เป็นสัญลักษณ์ที่ดีงาม สันติภาพ ภราดรภาพ พบสัญลักษณ์เช่นนี้ได้ทั่วไปในวัดวาอารามและ
องค์พระพุทธรูปของประเทศต่าง ๆ เช่นจีน, อินเดีย อย่างที่วัดอ้อน้อย จ. นครปฐม ของหลวงปู่พุทธอิสระ...
และแม้แต่ศาสนาคริสต์ก็มีใช้กัน
..."คุณจิรา วุฒิบอกต่อว่า "จริง ๆ แล้ว สวัสติกะก็มีทั้งเวียนซ้ายและ
เวียนขวาและไม่ได้มีความหมายในเชิงลบแต่อย่างใด แต่เนื่องจากอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผูเนเยอรมันได้นำ
สัญลักษณ์สวัสติกะมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของพรรคนาซีเยอรมัน...ต่อมาฮิตเลอร์เหลิงอำนาจ
สังหารผู้คนด้วยความโหดเหี้ยม...สัญลักษณ์นี้จึงถูกมองว่าเป็นเผด็จการและความชั่วร้ายตามมาด้วย...
"สวัสติกะที่ฮิตเลอร์ใช้นั้นเวียนซ้ายที่เรียกว่าสวัสติกะอุตราวรรต ส่วนโลโก้ของพรรคการเมืองใหม่เวียนขวา
ที่เรียกว่า "สวัสติกะทักษิณาวรรต" สาเหตุที่ออกแบบให้มือทั้งสี่เกาะเกี่ยวกันและมีลักษณะโค้งก็เพราะ
ต้องการลดทอนความแข็งกร้าวจากโลโก้พันธมิตรฯ...ส่วนที่โค้งในลักษณะคล้ายสวัสติกะ
ก็เพื่อสื่อถึงสันติภาพ ภราดรภาพ...
สวัสติกะเวียนขวาหมายถึงการเคารพธรรมชาติ แต่ไม่ยอมจำนน
ต่อโชคชะตา สื่อถึงการเคลื่อนไปข้างหน้า การพัฒนาเติบโตทางการเมืองของพรรคคุณอ่านคำอธิบายแล้ว
ยังอยาก "หยิก" ใครแรง ๆ หรือไม่?

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000051542

ก.ม.ม.จี้นายกฯ ปลด “เทือก-ป้อม-ป๊อก” ปูดศรีลังกา แฉ “แม้ว” ค้าอาวุธกบฏอีแลม

13 เมษายน 2553 18:07 น.



“การเมืองใหม่” แถลงจี้นายกฯ ประกาศกฏอัยการศึก เข้าตรวจค้นพื้นที่ม็อบแดง รวบแกนนำ
และผู้ก่อการร้าย ปลด “สุเทพ-ป้อม-ป๊อก” พ้นตำแหน่ง พร้อมนำรัฐบาลปฏิรูปประเทศไทย
เผยพันธมิตรฯ นัดประชุมเครือข่ายประเมินสถานการณ์ อาทิตย์นี้ที่ ม.รังสิต
ปูดฝ่ายค้านศรีลังกา แฉ “ทักษิณ” มีเอี่ยวค้าอาวุธ กบฏพยัคฆทมิฬอีแลม

วันนี้ (13 เม.ย.) ที่พรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่
พร้อมด้วยนายประพันธ์ คูณมี กรรมการบริหารพรรค และนายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรค
แถลงเรียกร้องให้ประกาศกฎอัยการศึก เพื่อต้องการให้แบ่งแยกหน้าที่ให้ชัดเจน ระหว่างพลเรือน
กับฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งทหารต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 77 ปกป้องราชอาณาจักรความมั่นคงแห่งชาติ

รวมทั้งขอให้เข้าตรวจค้นพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และให้จับกุมแกนนำผู้ก่อการร้าย
รวมทั้งกบฏด้วย ขณะที่หากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอยากชุมนุมต่อไป ก็ต้องให้ปลดอาวุธ
พร้อมต่อต้านการก่อการร้าย และขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปลดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ออกจากตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ซึ่งรัฐบาลควรเป็นผู้นำการปฏิรูปประเทศไทย

ทั้งนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะประชุมเครือข่ายทั่วประเทศในวันที่ 18 เมษายนนี้ที่
มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อประเมินสถานการณ์ กำหนดบทบาทการเคลื่อนไหว และหารือกันว่าพันธมิตรฯ
จะนิ่งเฉยต่อไปหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับรายงานจากพรรคการเมืองฝ่ายค้านของประเทศศรีลังกาว่า
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม
จึงตั้งข้อสังเกตว่า การก่อการร้ายในกรุงเทพมหานครอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายสากล

ว่าไปเรื่อย ต่อไปก็ กองทัพไทยไม่มีน้ำยา
เอากองทัพ UN เข้ามา ต่อต้านการก่อการร้าย
มืออาชีพมากกว่ากองทัพไทยเยอะ

ประเทศนี้เต็มไปด้วยกบฏทั้งนั้น
มิน่าถึงใช้สัญลักษณ์นี้
เพื่อ ภราดรภาพ ไฮ! ฮิตเลอร์


http://www.thaipost.net/news/160310/19408

อเมริกาดักฟังแม้วสั่งป่วน


16 มีนาคม 2553 - 00:00

สะพัด! สหรัฐแจ้งเตือนไทย หลังดักฟัง น.ช.ทักษิณสั่งเตรียมก่อวินาศกรรมกรุงเทพฯ
ขณะเดินทางไปมอนเตเนโกร เล็งขึ้นแบล็กลิสต์เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์
ชี้ถือเป็นพฤติกรรมก่อการร้ายแล้ว

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า
ทางการประเทศสหรัฐอเมริกามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการก่อการร้าย
ให้แก่ประเทศสมาชิกที่เป็นภาคีแลกเปลี่ยนข่าวกรององค์การสหประชาชาติ

จำนวน 190 ประเทศ พบว่า มีการดักฟังโทรศัพท์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะเดินทางไปยัง
ประเทศมอนเตเนโกร ว่า มีการสั่งการเตรียมวางแผนการก่อวินาศกรรมในกรุงเทพฯ

ตามการอ้างอิงของเครือข่ายภาคีข่าวกรององค์การสหประชาชาติ แต่ในกรณีนี้อาจจะเป็น
เพียงการแจ้งเตือนมายังไทยและขึ้นแบล็กลิสต์เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับประเทศเขา

แหล่งข่าวระบุว่า ตามหลักแล้วไทยมีความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย มีกฎหมายที่เรียกว่า
แพทริออต แอคต์ (The USA Patriot Act) หรือ กฎหมายโฮมแลนด์ (Homeland Security)
ซึ่งระบุชัดเจนว่า พฤติกรรมใดที่เข้าข่ายการก่อการร้ายตามความเห็นชอบของสภาสูงสหรัฐอเมริกา
ภายหลังเกิดเหตุการณ์ 911 หรือเหตุการณ์วินาศกรรมวันที่ 11 กันยายน ซึ่งมีเหตุการณ์
คล้ายกับที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้

"การเข้าข่ายการก่อการร้ายนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ให้ถือว่าการวางแผนเตรียมการ
หรือโทรศัพท์พูดคุย ส่งอีเมล ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการก่อการร้ายแล้ว
ซึ่งในกฎหมายดังกล่าวมีการระบุคำจำกัดความ"

แหล่งข่าวเผยอีกว่า ทางสหรัฐอเมริกามีหน่วยงานด้านข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ
ในการดักฟังวิเคราะห์ข่าวกรองต่างๆ และแบ่งปันให้มิตรประเทศ
ที่มีความสัมพันธ์อันดีและครั้งนี้
ถือเป็นการแจ้งเตือนเหตุซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ด้านการข่าวเป็นการต่างตอบแทน อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ยืนยันได้ยากว่า
มีภาวการณ์ดังนั้นหรือไม่ แต่ถือเป็นมารยาทของประเทศที่ได้รับข้อมูลด้านการข่าวที่ต้องรับฟังไว้

Echelon- The Most Secret Spy System

ยึดขีปนาวุธหนัก 40 ตันบรรทุกเครื่องบินเกาหลีเหนือส่งต่อยูเครน

เรื่องไม่ลับ ...กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง=ปล่อย ผู้ค้าอาวุธสงคราม ??

ทักษิณถูกสร้างขึ้นมาโดย CIA และ ถูกผลักดันให้เป็น
กลุ่มก่อการร้าย เหมือนกับ บินลาเดน เพื่อสร้างตัวศัตรูขึ้นมา
ใช้เป็นข้ออ้างในการเอากองกำลัง UN หรือ อเมริกา
เข้ามาตั้งในไทยให้ได้อย่างสมเหตุสมผล
ไม่ต่างกับการสร้างเหตุการณ์ยึดอาวุธเกาหลีเหนือ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sunnews&month=03-2010&date=15&group=2&gblog=63

"ขุนศึก"รับแผน"ผู้ใหญ่"/สั่ง"สัญญาน"อันตราย/สงครามกลางเมือง/แดงรุกเปลี่ยนการปกครอง

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ห้วงระหว่างสถานการณ์การชุมนุม มี"สัญญาน"จาก"ขุนศึก"
ส่งผ่านไปยัง"พล.ต.จำลอง ศรีเมือง"แกนนำพันธมิตร ให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับ

"ม็อบเสื้อแดง"ในลักษณะวิธีคล้ายขั้นตอน ที่ใช้ในเหตุการณ์"พฤษภาทมิฬ๓๕" โดยมีรายงานว่า
"พล.ต.จำลอง"ได้เรียก"ไพศาล พืชมงคล"และบุคคลกลุ่มหนึ่งไปประชุมหารือกันที่"สันติอโศก"


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Tue Apr 20, 2010 10:16 pm, ทั้งหมด 8 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 11, 2010 10:44 pm

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000050419

แกนนำ พธม.ฉะนายกฯอ่อนหัดปล่อยไพร่แดงเหิมเกริม-ส่งสัญญาณ
พธม.เตรียมพร้อมหากรัฐจัดการแดงไม่ได้


10 เมษายน 2553 23:06 น.



ศูนย์ข่าวภูเก็ต-แกนนำพันธมิตรฯฉะนายกฯอ่อนหัดปล่อยจนสถานการณ์เลยเถิด
ให้ไพร่แดงเหิมเกริมใช้อาวุธฆ่าทหารและประชาชน ส่งสัญญาณให้พันธมิตรทั่วประเทศ
เตรียมพร้อมออกรบหากรัฐบาลยังจัดการเสื้อแดงไม่ได้


เมื่อเวลา 21.30 น.พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกยศัยสุข นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร
ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นอภิปรายถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
บนเวทีคอนเสิร์ตการเมืองใหม่ “ร่วมพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ร่วมขับเคลื่อนประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า”
ณ สวนสาธารณะธารา อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งจัดโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดกระบี่
ร่วมกับ ASTV ทีวีของประชาชน

พลตรีจำลอง กล่าวว่า เมื่อ 21.30 น.ที่ผ่านมา ทหารที่ไปรักษาการณ์การชุมนุมของ
กลุ่มคนเสื้อแดงได้รับทหารบาดเจ็บแล้ว 100 นาย และตายแล้ว 4 นาย ขณะนี้ รัฐบาล
สั่งให้ทหารถอย แม้ได้ไม่ใช่คำนี้ แต่เชื่อว่าถอยเพื่อเจรจาให้หยุดยิงกันเลย
ถ้าเราเป็นพี่น้องของทหารเหล่านั้นจะคิดอย่างไร ที่เขามาทำหน้าที่ปกป้องชาติ
และราชบัลลังก์ โดยที่ไม่มีอะไรโต้ตอบเพราะไม่มีอาวุธ ขณะนี้ทหารถอยออกหมด
ทุกจุดแล้ว เพราะรัฐบาล สั่งให้ทหารถอยแล้ว และอาจจะตายเพิ่มอีก เหมือนกับ
ยอมแพ้และขอเจรจา


การเจรจาไม่สำเร็จแน่นอน ต้องปิดทั้งวิทยุและโทรทัศน์ตามกฎหมาย เพราะทำให้เกิดความเสียหาย
กับบ้านเมือง โดยไม่ต้องออกฎหมายความมั่นคงและกฎหมายฉุนเฉิน
เพราะการปลุกระดมนั้นผิดกฎหมายอยูแล้ว

note : สงสัยจะด่าตัวเองเหมือนกัน
ก็พวกคุณมึงไม่ใช่หรือที่สร้างมาตรฐานนี้ขึ้นมา
สองมาตรฐาน จริงๆ หรือเพราะมีแบ๊คหว่า


พลตรี จำลอง กล่าวอีกว่า ไม่มียุคใดที่ทหารอ่อนแอ ทหารจะเอาจริงแต่รัฐบาล
ก็บอกให้หยุด ทหารทำดีขึ้นนก็บอกให้ถอย ปล่อยให้กุ้ยครองเมือง จะด่าใครก็ได้
ด่าเสียๆ หายๆ ออกวิทยุ โทรทัศน์ แต่รัฐบาลกำลังจะแพ้กุ้ย สร้างความผิดหวัง
ให้กับประชาชนมาก พันธมิตรไม่เคยโวยวายที่รัฐบาลใช้ขบวนการยุติธรรม
เมื่อออกไปทำเพื่อบ้านเมือง


http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t727.htm

http://www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx?id=73625

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ
ด้านการพัฒนาสังคมเมืองประจำปี 2551




มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนการมอบรางวัลประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประจำปี 2551
ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชู ผู้ทำความดีเพื่อสังคมสาขาการพัฒนาสังคมเมืองแก่นายสัง วาลย์ บุญส่ง
จากความโดดเด่นในการแก้ไขปัญหาสังคม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการออมในชุมชน
แออัดทั้งในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัดกว่า 25 ปี

นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า
“มูลนิธิฯ ได้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิดวงประทีป
รวมทั้ง สนับสนุนการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำความดี สาขาการพัฒนาสังคมเมือง
ที่ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิดวงประทีป เป็นผู้คัดเลือกผู้ทำความดีในสาขาดังกล่าว
โดยในปี 2551 นี้มูลนิธิดวงประทีปได้คัดเลือกให้นายสังวาลย์ บุญส่ง เป็นผู้ได้รับรางวัลดังกล่าว

“โครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคมเป็นโครงการที่มุ่งหวังที่จะสร้างกำลังใจแก่ผู้ทำคุณประโยชน์
เพื่อสังคมด้วย ความเสียสละ ให้มีพลังในการทำประโยชน์แก่สังคมต่อไป รวมทั้งเพื่อเป็นแรงผลักดัน
ที่จะส่งเสริมให้มีผู้ทำความดี เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย” นายปกรณ์กล่าว

นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานมูลนิธิดวงประทีป เปิดเผยว่า
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของมูลนิธิฯ ได้คัดเลือก นายสังวาลย์ บุญส่ง ให้เป็นผู้ทำความดี
สาขาการพัฒนาสังคมเมือง ประจำปี 2551เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ เพื่อแก้ไขปัญหา
ด้านที่อยู่อาศัยและความยากจนของชาวชุมชนแออัด ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้ง
ได้มีการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ผู้ยากไร้ ให้มีที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่
ที่ดีขึ้นอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มจัดตั้งศูนย์รวมพัฒนาชุมชน เครือข่ายสลัมสี่ภาคและ
กลุ่มออมทรัพย์ โดยกลุ่มออมทรัพย์ที่คุณสังวาลย์ก่อตั้งนั้น ประสบความสำเร็จอย่างสูง
จนพัฒนากลายเป็น สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ในปัจจุบัน


นางประทีปกล่าวว่า “มูลนิธิดวงประทีป มีปณิธานในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสังคม เด็ก และเยาวชน
ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจให้ชุมชนและสังคมรอบข้างมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในทุกๆ ด้าน
รวมถึงการขยายขอบเขตความช่วยเหลือไปยังชุมชนในเขตพื้นที่ห่างไกล โดยรางวัล
ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ที่ได้มอบแก่คุณสังวาลย์ในครั้งนี้ จะเป็นการยกย่องผู้ที่มีความตั้งใจ
ในการทำดี ซึ่งได้พิสูจน์ด้วยผลงาน ความตั้งใจและความทุ่มเท และทำประโยชน์ให้แก่ชาวชุมชน
โดยไม่ย่อท้อมากว่า 25 ปี ถือเป็นบุคคลที่สมควร ได้รับการยกย่องเป็นอย่างยิ่ง”



http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t276-60.htm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t276-60.htm

http://taidin.blogspot.com/
กระชากหน้ากาก-ลากไส้เอ็นจีโอ

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014565


Unknown on Fri Jan 08, 2010 2:50 pmhttp://onknow.blogspot.com/2009/02/blog-post_3375.html

Monday, February 16, 2009

เปิดตำนานใหม่“กะเหรี่ยงแพร่”ต้าน“แม้ว” เดินหน้ากรองข้อมูลสื่อ-สร้างสังคมการเมืองใหม่

และวันนี้ชาวบ้านเข้าใจชัดเจนแล้วว่า การใช้สื่อเป็นอาวุธชนิดหนึ่งของชุมชน ที่จะเป็นตัววิเคราะห์ได้ว่า
ภาครัฐเดินหน้าพัฒนาเพื่อหวังอะไรและชุมชนควรตั้งมั่นระวังอย่างไร

ในที่สุด ชุมชนแห่งนี้ก็มีมติ ใช้งบประมาณที่รวบรวมจากกองทุนสวัสดิการ เครดิตยูเนี่ยนสร้อยหล้า
จัดซื้อโปรเจกเตอร์เป็นของหมู่บ้าน เปิดฉายโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวีได้ทุกคืน


ชุมชนแม่พุงหลวง นอกจากดูสื่อ เอเอสทีวี แล้วยังดูช่องอื่นเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา
ซึ่งในที่สุดการนำเสนอกับเหตุการณ์จริงเอเอสทีวีน่าจะอยู่กลางใจของประชาชนในชนบท แต่ยังคงมีข้อเสียอยู่บ้าง
ที่ เอเอสทีวี ดูไม่ได้ทุกบ้าน

ดังนั้น ต้องทำอย่างไร ที่จะให้โทรทัศน์สาระดีอย่างนี้ได้เข้าถึงทุกหลังคาเรือน

http://www.asoke.info/04Agriculture/OFNT/Office/FrameworkOrg04.html

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9530000051608

บึ้มเสาไฟแรงสูง!! พบเป็นระเบิดซีโฟร์ เหตุเกิดคืน 10 เมษาฯ


13 เมษายน 2553 22:33 น.



ตำรวจอยุธยาเข้าตรวจสอบเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ที่ อ.บางปะอิน
หลังคนร้ายวางระเบิดซีโฟร์ เสาพังไป 1 ขา ส่วนอีก 1 ระเบิดไม่ทำงาน
เหตุเกิดตั้งแต่คืน 10 เม.ย. เผยหากเสาล้ม ไฟฟ้าดับหลายจังหวัดภาคกลางแน่

เช้าวันนี้(13 เม.ย.) ตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบเสาส่งกระแสไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์
ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริเวณกลางทุ่งนา หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน
จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ห่างจากถนนสายเอเชียประมาณ 1 กิโลเมตร

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเสาไฟฟ้าแรงสูงทั้ง 2 ต้น ถูกวางระเบิดด้วยระเบิดซีโฟร์
ปลุกชนวนด้วยนาฬิกาปลุก โดยต่อเชื่อมวงจรไฟฟ้ารวมกัน 2 ลูก จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า
เสาต้นที่ 1 ระเบิดทำงาน เสาไฟฟ้าขาด 1 ขา และยังมีระเบิดซีโฟร์ขนาดน้ำหนัก 1 ปอนด์ ที่ยังไม่ทำงาน
อีก 1 ลูก ส่วนเสาส่งไฟฟ้าต้นที่ 2 ระเบิดซีโฟร์ทำงาน ระเบิดขาของเสาส่ง 2 ขา และยังมีระเบิดที่ยังไม่ทำงาน
ขนาดน้ำหนักครึ่งปอนด์อีก 1 ลูก ตำรวจได้กันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด

สำหรับเสาส่งกระแสไฟฟ้าดังกล่าวมีทั้งหมด 4 วงจร รับกระแสไฟฟ้ามาจากโรงไฟฟ้าวังน้อย
ไปที่สถานีรังสิต เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าในหลายจังหวัดภาคกลาง รวมถึงวงจรทั้งหมดจะเชื่อมต่อถึงกัน
ทั่วประเทศ ซึ่งหากเสาล้มจะเกิดความเสียหายค่อนข้างมาก เบื้องต้นมีการสั่งให้ตัดการจ่ายกระแสไฟฟ้า
ในเสาทั้ง 2 ต้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 10 รอยต่อกับวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา












St. Thomas More Award winner Catherine Kilbane is flanked by Ohio Supreme Court
Justice Terrence O'Donnell and Bishop Anthony M. Pilla


พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติ
เอกสารประกอบการฝึก
การแก้ปัญหาด้านกิจการพลเรือน

หลักสูตร นายทหารกิจการพลเรือนชั้นสูง
รุ่นที่ ๑๕๘ พ.ค.๔๓ ถึง ๑๔ ก.ค.๔๓

แผนปฏิบัติการล่าอาณานิคมแบบใหม่ที่คนไทยต้องรู้

พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติ

"...... เมื่อถึงวันสิ้นชาติ ไม่มีโอกาสแก้ตัว ...... "

"จากหัวใจถึงชาวไทย"

ลัทธิคอมมิวนิสต์ กับ โรมันคาทอลิก
กำเนิดลัทธิคอมมิวนิสต์

ในคัมภีร์ไบเบิลเก่า (Old Testment) และคัมภีร์ไบเบิลใหม่ (New Testment) ซึ่งใช้เป็นหลัก
ในคำสอนของ " โรมันคาทอลิก " มีข้อความตรงกันในเรื่องของ
" ดินแดนแห่งพันธสัญญาของพระผู้เป็นเจ้า " บอกลักษณะของดินแดนนั้นว่า
" เป็นสังคมไม่มีชนชั้น ไม่มีเจ้า บ่าว นาย ทุกคนต่างอยู่แบบเสมอภาคเท่าเทียมกันหมด "
จากจุดในคัมภีร์ไบเบิลนี้เองทำให้ " วาติกัน " ร่วมมือกับประเทศสเปน และ โปรตุเกส
ให้ส่งนักรบของแต่ละประเทศไปล่าอาณานิคม โดยอ้างว่าเป็นการสร้างให้ดินแดน
ที่ตนเข้าไปยึดครองนั้นเป็นดินแดนของพระเจ้า พร้อมกับเผยแพร่คำสั่งสอนว่า
" โรมันคาธอลิคไม่มีชนชั้น ทุกคนคือบุตรของพระเจ้าเท่าเทียมกันหมด จึงทำลาย
ขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรม ศาสนาเดิม พร้อมทั้งโค่นล้มกษัตริย์ที่ปกครองดินแดน

เหล่านั้นอยู่เดิมเสียทั้งสิ้นให้กษัตริย์ในประเทศที่ถูกยึดครอง รวมทั้งประชากรเหล่านั้น
ขึ้นตรงกับ " สันตะปาปา " ณ นครหลวงวาติกัน โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้า
ต่อมาเมื่อมีการพบทวีปอเมริกา จึงได้มีนักบวชโรมันคาทอลิกผู้หนึ่งนามว่า " โทมัส มัวส์ "
ได้นำมาเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า " ยูโทเปีย " ซึ่งกล่าวถึงดินแดนที่พระเจ้าได้สัญญาเอาไว้ว่า
คือ อาณาจักรของพระเจ้า หนังสือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดย " วาติกัน " และถูกนำไปแพร่หลาย
ในทุกดินแดนที่ " โรมันคาทอลิก " เข้าไปเผยแพร่ และมีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศฝรั่งเศส
ในเดือนกุมภาพันธ์ พ . ศ . ๒๓๙๑ นายคาล์ล มาร์กซ ศาสนิกของโรมันคาทอลิก ได้ศึกษา
พระคัมภีร์ไบเบิลอย่างแตกฉาน มีความประทับใจหลักการในหนังสือ " ยูโทเปีย ของโทมัส มัวส์ "
ก็ได้นำมาเขียนเป็นหนังสือ -7ho ชื่อว่า " คำประกาศของคอมมิวนิสต์ (The Communis Manifesto)"
อันเป็นต้นกำเนิดของ ลัทธิคอมมิวนิสต์ " ต่อมาเรียกว่า " สังคมนิยม " ในปัจจุบัน จากหลักฐาน
ดังกล่าวนี้จะเห็นได้ว่า " ลัทธิคอมมิวนิสต์ " ได้พัฒนาการมาจากคำสอนในคัมภีร์ไบเบิล " โรมันคาทอลิก "
สิ่งที่พิสูจน์ได้อีกสิ่งหนึ่งที่ปรากฏชัดก็คือ ในประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์เช่น
โปแลนด์ ยูโกสลาเวีย ไม่มีโบสถ์ของโรมันคาทอลิกจะถูกทำลายไปเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนั้นระบบการแอบแฝง แทรกซึม การจัดตั้งเขตปกครองคอมมิวนิสต์ ก็ล้วนแล้วแต่พัฒนา
และใช้ระบบของ " โรมันคาทอลิก " ทั้งสิ้น เมื่อพิจารณาด้วยหลักฐาน ข้อมูล พฤติกรรม
แล้วไม่อาจจะปฏิเสธได้ในความเป็นหนึ่งเดียวระหว่าง " คอมมิวนิสต์ กับ โรมันคาทอลิก " ซึ่งวาติกัน
ให้การสนับสนุนทั้งทางกำลังทรัพย์ กำลังบุคคล กำลังสมอง ให้สำหรับการขบวนการคอมมิวนิสต์ทั่วโลก
รวมไปถึงขบวนการแบ่งแยกดินแดน หรือการสร้างความขัดแย้งทุกประเทศ

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t834-325.htm#7793

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=90&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm



ประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1789 ก็มีสาเหตุมาจากเรื่องของชนชั้นและ
ความไม่เป็นธรรม เฉกเช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราเวลานี้
ประเทศฝรั่งเศสได้มีการรวมตัวกันชุมนุมและประกาศสิทธิแห่งมนุษย์ชนและพลเมือง
ซึ่งประกอบด้วยหลักการสำคัญ 3 ข้อที่เป็นอุดมการณ์ของการปฏิวัติฝรั่งเศส คือ

เสรีภาพ (liberty) เสมอภาค(equality) และภราดรภาพ (fraternity) ประกาศดังกล่าว
ย้ำข้อเรียกร้องฐานันดรที่ 3 (ฐานันดรที่ ๓ คือประชาชน) เช่น มนุษย์เกิดมาเป็นอิสระ
และมีสิทธิเท่าเทียมกัน การจับกุมกล่าวหาและหน่วงเหนียวบุคคลใดๆจะกระทำได้
เฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดและทุกคนต้องเสียภาษีตามสัดส่วนของรายได้ที่ได้รับ
คำประกาศทำให้กลุ่มฐานันดรที่ ๑ (ฐานันดรที่ ๑ คือกษัตริย์และราชวงค์) เกิดความไม่พอใจ
และมีข่าวว่า กษัตริย์จะใช้กำลังทหารเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม

ในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 กลุ่มผู้ชุมนุมจึงยกขบวนประมาณ 800 คนไปที่คุกบาสตีย์ (Bastille)
ซึ่งใช้เป็นที่ขังนักโทษการเมือง เหตุการณ์การทลายคุกบาสตีย์ (Fall of the Bastille)
นี้ซึ่งต่อมาถือเป็นวันเริ่มต้นเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศสและเป็นวันชาติฝรั่งเศสในปัจจุบัน
เหตุการณ์ครั้งนั้นมีการต่อสู้จนผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก และมีการพิจารณาไต่สวนความผิดของ
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในเวลาต่อมา โดยพวกซองกูลอตถือว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ต้องรับผิดชอบ
ต่อการเสียชีวิตจำนวนมากของชาวฝรั่งเศสที่พระราชวังตุยเลอรี พระเจ้าหลุยส์สที่ 16 และ
พระนางแมรีอังตวนเนตจึงถูกประหารด้วยกิโยตีนเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 1793 (การปฏิวัติฝรั่งเศส
เป็นการปฏิวัติที่โค่นล้มสถาบันกษัตริย์ฝรั่ง เศสและสถาปนาสาธารณรัฐขึ้น
การปฏิวัตินี้มีความสำคัญเพราะเป็นจุดหักเหในประวัติศาสตร์การปกครองของยุโรป)

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t735.htm

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=13&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

อาจารย์ ปรีดี พนยมยงค์ อาจารย์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ขอบคุณภาพจากเวปไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย http://www.bot.or.th

เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ หรือ “ยุค ศรีอาริยะ” ได้กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง
“สังคมนิยม-ประชาธิปไตยในประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์ประสานงานเยาวชน
เพื่อประชาธิปไตย (YPD.) เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2549 ว่าในประเทศไทย
แนวคิดสังคมนิยมที่เข้ามามี 2 สายใหญ่ สายหนึ่งมาจากยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส
ซึ่งก็คือสายอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ คือไม่ใช่สายสังคมนิยมปฏิวัติ แต่เป็นสายปฏิรูป
ซึ่งสายนี้ก็มีหลายคน เช่น ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ฯลฯ แนวคิดสายนี้เมื่อเข้ามาในไทย

ก็มีการปรับวิธีคิดสังคมนิยมให้สอดคล้องกับประเพณีวัฒนธรรมไทย เป็นที่มาของ
พุทธสังคมนิยม” มีการพูดถึง “โลกพระศรีอาริย์” ซึ่งจะคล้ายๆ กับสังคมใหม่
ในความหมายของคอมมิวนิสต์ หรือ พุทธทาสภิกขุ ที่เสนอแนวคิดหลักทาง
การเมืองที่เรียกว่า “ธรรมมิกสังคมนิยม


พุทธทาสภิกขุ
ขอบคุณภาพจากเวปไซต์มูลนิธิเด็ก
http://www.ffc.or.th

อีกสายหนึ่งเป็นสายปฏิวัติ ซึ่งก็คือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
(พคท.) ได้รับแนวคิดของเหมาเจ๋อตงเข้ามาใช้ เหมาเอาวิภาษวิธีของมาร์กซ์มาปรับ
กับวัฒนธรรมของจีน และพคท.ก็รับเอาแนวคิดของเหมามาใช้ นอกจากสองสายใหญ่
นี้แล้ว ก็มีสายเล็กอื่นๆ บ้างที่เข้ามา แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในวงวิชาการเช่นสาย
ทรอสกี้ (Trotsky) ในกลุ่มประชาธิปไตยแรงงาน และมีสายกรัมซี่ (Antonio Gramsci)
ซึ่งก็ไม่แพร่หลายมากนักเช่นกัน


เหมาเจ๋อตงในใบปิดของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน

http://www.chulabook.com/description.asp?barcode=9789740666684
แก้วิกฤติเศรษฐกิจแนวพุทธ

แนวคิดของพระพุทธศาสนาจะชี้ทางแก้ไขปัญหาความทุกข์ของ
มนุษย์ และปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ซึ่งต่างจากแนวคิดการพัฒนาแบบตลาดเสรี
และทุนนิยมอุตสาหกรรม ที่พัฒนาโดยเน้นความเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม
(วัตถุ) นั้นจะยิ่งทำให้ประชาชนทุกข์ยากมากขึ้น สังคมวิกฤตมากขึ้น
อ่านแนวคิดของ ดาไล ลามะ, พุทธทาสภิกขุ, อี.เอฟ.ชูมาคเกอร์, ป.อ.ปยุตฺโต
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม (และการเมือง) แบบยั่งยืน
เพื่อพัฒนาและเป็นทางเลืกให้เราใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดเท่าทันในโลกปัจจุบัน

http://allsearch.myfirstinfo.com/cgi-bin/mngnewssearch2?t=8&q=%b8%d1%c1%c1%d4%a1%ca%d1%a7%a4%c1%b9%d4%c2%c1

http://www.esaanvoice.net/esanvoice/know/show.php?Category=learn&No=756
http://www.midnightuniv.org/midnight2544/0009999863.html
http://www.thaioctober.com/forum/index.php?topic=627.30;wap2
http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=25&s_id=14&d_id=14&page=11&start=1
http://www.fringer.org/?p=170
http://www.fringer.org/?p=171

Hello ! Siam.: สัมภาษณ์พิเศษ 'พุทธทาสภิกขุ' : การเมืองเรื่องศีลธรรม
http://74.125.153.132/search?q=cache:S0qODLcxYKsJ:hello-siam.blogspot.com/2007/11/blog-post_7096.html+Hello+!+Siam.:+%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9+%27%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B8%27+:+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th&client=firefox-a

วาระชาตกาล 100 ปี พุทธทาสภิกขุ ปูชนียบุคคลของโลก ตามการประกาศของ
องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก้) ในปี 2549
ประชาไท’ ขออนุญาตท่านผู้อ่าน นำธรรมะของ พุทธทาส มาเรียบเรียงนำเสนอในรูป
บทสัมภาษณ์พิเศษ นัยหนึ่งเพื่อนำเสนอเนื้อหาและธรรมะอันลุ่มลึก
นัยหนึ่งเพื่อยืนยันและให้ผู้คนทั่วโลกพิสูจน์ว่า
พุทธทาส’ ยังไม่ตาย

mms://broadcast2.manager.co.th/managerradio5

http://www.thaioctober.com/smf/index.php?topic=259.0;wap2

ไพร่แดงเหิมเกริมหนัก แปะสติกเกอร์ “ทักษิณประธานาธิบดี รัฐไทยใหม่” เย้ยคนไทย


Masonic Motto: ORDO AB CHAO means Order out of Chaos.




อนาคต แต่ละภาคของไทยอาจได้ใช้ธงแบบนี้เป็นธงประจำรัฐ

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000019833
“โคโซโว” เตรียมประกาศเอกราชจากเซอร์เบีย

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&forum=4&No=787&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba&page=26.htm






http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1227885436&grpid=00&catid=01
วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เวลา 08:40:07 น. มติชนออนไลน์

พธม.ชี้คำสั่งศาลไร้ความหมาย ท้าเข้าสลายม็อบ
"สนธิ" อ้างตร.จ้องปิด ASTV ลั่นจะยิงสวนแน่ - ยอมตาย


พธม. ชี้คำสั่งศาลไร้ความหมาย ท้าสลายม็อบ เชื่อรุนแรงมากขึ้น "สนธิ"ประกาศตร.จ่อปิด ASTV
ลั่นยิงสวนแน่พร้อมยอมตาย ตร.เริ่มถอยพธม.ฮือไล่เปิดทางสุวรรณภูมิ "จำลอง"ห้ามม็อบเข้าสุวรรณภูมิทั้งหมด
หวั่นตกวงล้อม มือมืดจอดรถ 8 คันปิดถ.หน้าดอนเมือง ติดยาวถึงรังสิต เกิดเสียงบึ้มที่เอเอสทีวีกลางดึก
พธม.ดิ้นฟ้องศาลปค.ให้ประกาศฉุกเฉินไม่มีผลบังคับใช้

พธม.ชี้คำสั่งศาลไร้ความหมาย ท้าสลายม็อบ เชื่อรุนแรงขึ้น

นายประพันธ์ คูณมี แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่น 2 กล่าวปราศรัยที่
สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ถึงคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่ง
ให้แกนนำพันธมิตรฯ นำกลุ่มผู้ชุมนุมออกจาก พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและ
สนามบินดอนเมือง ว่าไม่มีความหมาย เนื่องจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งถือว่ามีอำนาจมากกว่า
แต่ก็จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อไป


นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ขอท้าทายให้รัฐบาลสลายการชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เนื่องจากประเมินสถานการณ์แล้วน่าจะเกิดความรุนแรงมากขึ้น หลังจากมีคำสั่งปลด
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารบก
ออกมายืนอยู่ข้างประชาชนด้วย


"สนธิ"ประกาศตร.จ่อปิด ASTV ลั่นยิงสวนแน่ ยอมตาย
เมื่อเวลา 10.17 น. วันที่ 29 พ.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีว่า ขณะนี้มี
กระแสข่าวยืนยันเป็นที่แน่นอนแล้วว่า พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะทำการ
ปิดสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ขอยืนยันว่า พันธมิตรฯ เตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยจะรักษาฐานที่มั่นให้ดีที่สุด
และยอมตายเพื่อบ้านเมือง ขอให้ผู้ชุมนุมดูแลทำเนียบรัฐบาลและสนามบินสุวรรณภูมิให้ดีที่สุด


นายสนธิ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คอยบังคับบัญชาเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา
ที่เกาะฮ่องกง ทั้งที่การชุมนุมของพันธมิตรฯ เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ
การบุกสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเข้ามาในสถานี
เราก็ต้องยิงสวนออกไป ถ้าตายก็ต้องตาย


แออัด : ชาวต่างชาติแห่เดินทางมาใช้บริการสนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง เพื่อเดินทางกลับบ้าน
ทำให้สนามบินแออัดอย่างมากและมีผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1227923186&grpid=01&catid=01
วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เวลา 08:46:15 น. มติชนออนไลน์

สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ร้อง พธม.ยุติยึดสนามบิน ลั่นเป็นการประท้วงที่"ไม่เหมาะสม"อย่างยิ่ง

รักษาการ รองโฆษกกระทรวงต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ระบุ
การที่พันธมิตรฯ เข้ายึดสนามบินถือเป็นการประท้วงที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
ขอให้เคลื่อนออกอย่างสงบ
หวังวิกฤตไทยจะจบลงภายใต้หลักกฎหมาย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายกอร์ดอน ดูกิด รักษาการรองโฆษกกระทรวงต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ว่า สหรัฐเคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง
แต่การเข้ายึดสนามบินถือเป็นการประท้วงที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้สนับสนุน
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกจากสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิอย่างสงบ
หวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นจะสามารถคลี่คลายได้โดยปราศจาก
ความรุนแรงและจบลงภายใต้หลักของกฏหมาย


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Tue Apr 20, 2010 10:08 pm, ทั้งหมด 7 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Apr 12, 2010 9:42 pm

จาก http://www.boringdays.net/mystic-ak-47-fired-solder/



เป็นที่แพร่หลายและเข้าใจว่าหลายคนได้เห็นคลิปวีดีโอบันทึกเหตุการณ์ เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ ๑๐ ที่ผ่านมา
เหตุเกิดมีชายใคลมไอ้ไอ้โม่งสีดำ ใส่เสื้อยืดเขียวลายพรางทับด้วยเสื้อดำอีกชั้น ถือปืนที่ในรายงานเบื้องต้น
ระบุว่าเป็นปืนอาก้า หรือ AK-47 ย่อง ก้าวในลักษณะของคนเคยฝึกหรือผ่านการรบมา ซุ่มยิงเข้าใส่ทหาร
จนเกิดการบาดเจ็บเสียชีวิต

การแต่งตัวลักษณะดังกล่าวคล้ายกับการ์ด เสื้อแดง มีตราสีแดงบางอย่างที่อกเสื้อด้านซ้าย
ข้อมูลถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชุมนุม หรือเป็นมือที่สาม แต่เป็นมือที่สามฝ่ายเสื้อแดงที่ถูกตระเตรียมมา
ข้อมูลทางลับชี้ไปที่กลุ่มทหารพรานเก่า เนื่องจากปืนชนิดดังกล่าวนิยมใช้ในหมู่ทหารพราน ข้อมูลชี้ไปที่
กลุ่มเสธ.แดง ข้อมูลชี้ไปที่เชาวลิต ยงใจยุทธ ข้อมูลชี้ไปที่วิชิต ยาทิพย์

ไม่ใครก็ใครในรายชื่อเหล่านี้ หรือทั้งหมด มีส่วนรู้เห็นในฐานะ “ผู้สร้าง” สิ่งที่เรียกว่า “มือที่สาม”
มือที่สามในฐานะการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฎิบัติการ ของเสื้อแดง

ผมได้รับข้อมูลภาพถ่ายจากช่างภาพ เป็นภาพของ “ไอ้โม่ง” ในขณะที่ถอดโม่ง และภาพเปรียบเทียบของชาย
“หน้าเหมือน” มาก ๆ เพื่อช่วยหา ระบุตัวบุคคลไอ้โม่งดังกล่าว ที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย ในปฏิบัติการยิงทหาร
ยิงพวกเดียวกัน “สร้างสถานการณ์”

จาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=582962





หึ หึ

สมมติว่าถ้าทหารคนนั้นหรือกลุ่มนั้นทำหน้าที่ซุมยิงบนตึกจริง........................ ภารกิจคือการสังหาร
ซึ่งหากมีปฎิบัติการแบบนี้จริง จะไม่ทำงานคนเดียวด้วย

การ์ดเสื้อแดงไม่มีทางเข้าถึงหรอกครับ ................ ถ้าไม่ตายคาประตูห้องในตึก
ก็ตายด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพราะต้องสู้กันสุดๆ เมื่อได้รับภารกิจแบบนี้.................

ผมมองว่า มันลุยเข้าไปรวบตัวทหารแถวหลังที่ถือปืนมากกว่า ................
ยิ่งรัฐบาลหน่อมแน้มสั่งไม่ให้ยิงประชาชนแล้ว
ทหารคนที่ถือปืนไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงหรอกครับ...............

สรรปั้นแต่งกันเข้าไป ...................

http://www.thai-faq.com/thai-news/thai-army-open-fire-on-red-protesters/



http://www.camkh.com/archives/5298
โดย ลูกชาวนาไทย





หากคิดจะสลายอีก ก็จะได้ยอดคนเจ็บและคนตายเพิ่มคิดขึ้นอีก แต่คนเสื้อแดงจะไม่ถอย

ตอนนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ยังไม่สำนึก กับคาวเลือดและซากศพที่ถมทัพกันอยู่ เมื่อคืนก็ยังต้องเฝ้าระวัง

ที่แยกสตรีวิทย์ รถสายพานลำเลียงพล Type-85 จำนวน 6 คันที่เอามาจอดขวางแยกสตรีวิทย์
และรถจี๊ป Hummvy จำนวน 3 คัน ที่เอทหาร ม.พัน 3 รอ. เอากลับไปไม่ได้ คนเสื้อแดงก็ได้เข้าไปรื้อ
และทำลายซากรถ รสพ. และฮัมวี่ นี้ จนใช้การไม่ได้แล้วเพื่อทำเป็นสิ่งกีดขวาง ไม่ให้พวก
"ม็อบเสื้อเขียว (ทหาร) บุกเข้าไปฆ่าพวกเขาอีก

ผมไม่เคยเห็นการฆ่ากันอย่างบ้าคลั่งอย่างนี้มาก่อน และ "ไพร่" ที่ไม่มีอาวุธ ก็สู้ไม่ถอยทั้งเจ็บทั้งตาย
กว่าครึ่งพันเลยทีเดียว ตอนสู้กัน ผมกับ "แม่ปังคุง" อยู่บริเวณนั้นพอดี ต้องวิ่งหลบทั้งกระสุนจริงและ
กระสุนยางกันชุลมุน คุณ "แม่ปังคุง" นั้น เธอไม่เคยเจอเรื่องหวาดเสียวขนาดนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรก
ที่อยู่ห่างจาก killing Zone 30-40 เมตร

วันนี้ หากรัฐบาลทรราชย์ ยังคิดสลายคนเสื้อแดงอีก ก็จะมี "คนตายและคนเจ็บ" เพิ่มขึ้นทับถมกันอีก
แต่จะไม่มีทางสลายคนเสื้อแดงที่ต่อสู้ด้วยจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตยและเสรีภาพได้

เป็นความบ้าคลั่งฝ่ายเสนาธิการของ "บูรพาพยัคฆ์" โดยแท้ คิดว่าจะใช้วิธี shock and Awe
ทำให้คนตกใจกลัวแล้วหนีไปได้อย่างนั้นหรือ

เอาฮ. บินวน ทิ้งระเบิดแก๊สน้ำตา รอบแล้วรอบเล่า เป็นชั่วโมง คิดว่าคนจะยอมหนีอย่างนั้นหรือ
ผมเดินอยู่ราชดำเนิน เห็นพี่น้องเสื้อแดง ต่างเอาผ้าชุบหน้า โป๊ะหน้าเพื่อสู้กับ แก้สน้ำตา ที่ทิ้งลงมา
จาก ฮ.ระลอกแล้วระลอกเล่า

นี่เป็น Killing Zone แห่งความอัปยศ ของความ บ้าอำนาจโดยแท้

อภิสิทธิ์ จะไม่มีที่ยืนบนแผ่นดินนี้อีก

ประชาชน มีขีด "ความอดทนอดกลั้นจำกัด" และไม่แคร์ "ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังมันจะยิ่งใหญ่แค่ไหน"

อย่าคิดว่าไม่มีคนรู้ว่า "ใครมันอยู่เบื้องหลังสั่งฆ่าประชาชน" อย่างไม่รู้จักเลิกราเช่นนี้

เขาด่ากันทั้งถนนราชดำเนิน "จอมสลัด.." นั้น วันนี้ "กลายเป็นมารไปเรียบร้อยแล้ว

ความโกรธแค้นของ "ไพร่" ที่ถูกย่ำยี มันสุดที่จะทนทานแล้ว

คนเหมือนกัน ทำไมต้องยอมให้ฆ่า อยู่ได้

ผมได้ยินข่าวว่า "พล.ต. วลิต โรจนภักดี" ผบ.พล. ราบที่ 2 รอ." บูรพาพยัคฆ์ เมื่อคืนโดน M79
บาดเจ็บสาหัสที่ แยกสตรีวิทย์ (หรือแยกคอกวัวอันใดอันหนึ่ง) มี พันเอก (พิเศษ) ตายคนหนึ่ง

ไม่รู้ข่าวจริงหรือปลอม ยอดคนตายล่าสุดที่ผมได้ยินคือ 17 ศพ บาดเจ็บ 500 คน

หัวกระจุย 1 ท่าน (คือ นายสวาท)

หากคิดจะบุกสลายอีก ก็จะได้ "ศพ" เพิ่มขึ้นอีก แต่จะสลายไม่ได้เหมือนเดิม

แต่บ้าคลั่งอยากฆ่าคนอีก คนเสื้อแดงเขาก็พร้อมที่จะตาย และสู้ด้วยมือเปล่า
และเอาศพทับถม เพื่อให้ได้ประชาธิปไตย

ขวัญและกำลังใจ พี่น้องเสื้อแดงที่ ผ่านฟ้ายังดีอยู่

เมื่อคืน ผมอยู่ที่นั่นทั้งคืน ผมลาดตระเวนดูตั้งแต่ รร.รัตนโกสินทร์ ถึง แยกมิสกวัน 2 รอบ

พี่น้องเสื้อแดงกว่า 50,000 คน เต็มทั้งถนน ยังไม่มีใครท้อแท้ ไม่มีจุดอ่อน ให้ได้โจมตี

เมื่อคืน ทหารรุกเข้ามาไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

ซากรถสายพานลำเลียงพล รสพ.85 และ ฮัมวี่ ยังทิ้งไว้เป็นอนุสาวรีย์
แห่งความอัปยศ เป็นฉากหลังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อยู่ และจะอยู่ไปอีกนาน
เพราะการกู้ซากนี้ ต้องใช้อุปกรณ์หนัก ที่ไม่มีเส้นทางเข้า

เหมือน ซาราเจโว ไม่มีผิด

หลับเถิดวีรชนเสื้อแดง ร่างกายของท่าน ชีวิตของท่าน จะเป็นพลังให้พวกเรา
เอาประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คืนให้กับ "ชาวไพร่"

เราจะไม่อยู่ใต้เท้าของใคร ให้ได้มาเหยียบย่ำเราอีก

เรารู้ว่า "ใครสั่งฆ่าเรา"

เราจะไม่ยอมรับคนพวกนั้นอีกแล้ว

เรา
ต้องการแค่ "ยุบสภา" เท่านั้น
มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรในสังคมประชาธิปไตย ต้องฆ่าพวกเราเชียวหรือ
พวกท่านกลัวเลือกตั้งขนาดนี้เชียวหรือ กลัวประชาชนขนาดนี้เชียวหรือ

เราไม่ได้ขออะไรที่นอกเหนือจาก "ประชาธิปไตย" แค่ยุบสภาเท่านั้น ประเทศไหนๆ เขาก็ทำกัน
เมื่อความขัดแย้งถึงขีดสุด

หัวใจของพวกท่านทำด้วยอะไร แต่หัวใจของเรา ทำด้วยความต้องการ "เสรีภาพ" ไม่สยบยอมอีกต่อไป

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=442987

สื่อมาเลย์เสนอข่าว พื้นที่ชุมนุมกลิ่นปัสสาวะฟุ้ง

13 เมษา. 2553 09:36 น.
ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ เดอะสตาร์ ของมาเลเซีย ได้สอบถามบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติในกรุงเทพฯ
ถึงความรู้สึกของพวกเขาหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งพบว่า นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ยังคงหวังที่จะได้เล่นสงกรานต์ ที่พวกเขารู้จักกันดีว่า เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย
และจะมีการเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
ผู้สื่อข่าวยังได้ไปสอบถามคนเสื้อแดงที่ไปกางเต๊นท์กันอยู่บนถนนราชดำเนินด้วย
และพบว่า มีทั้งพวกที่ลางานมาประท้วงจนโดนไล่ออกแล้วเอาเรื่องนี้มาโยงเข้ากับ
สิ่งที่พวกเขาต่อสู้เรียกร้องมีคนที่มาปูเสื่อ ผูกเปลนอนกันมานานหลายสัปดาห์แล้ว
และมีบางคนมีร้าน มีลูก แต่ปล่อยให้ลูกจ้างดูแลร้านดูแลลูก ส่วนตัวเองมานอนข้างถนน
ร่วมกับกลุ่มผู้ประท้วง

ส่วนพื้นที่ชุมนุม มีการจัดสถานที่สำหรับอาบน้ำที่ยกพื้นขึ้นมาและมีผ้าใบบังสายตา
จากภายนอกพวกเขาอาศัยน้ำจากถังน้ำขนาดใหญ่สีดำ มีส้วมเคลื่อนที่สำหรับผู้หญิงด้วย
ส่วนโถปัสสาวะสำหรับผู้ชาย ได้ตั้งเรียงอยู่ข้างถนน มีฉากบังพอกันอุจาดตา
ส่วนของเสียที่พวกเขาคิดว่าจะไหลลงท่อที่ต่อไปลงท่อระบายน้ำจนหมดนั้น
แท้จริงแล้วมันยังเล็ดรอดลงไปบนถนน ส่งกลิ่นตลบอบอวลรบกวนผู้ที่สัญจรผ่านไปมา
http://virtualreview.org/thailand/zoom/1459406/massacre-10h-april-2010-bangkok-thailand
http://thaidemocrazy.blogspot.com/2010/04/thai-army-opens-fire-on-red-protesters.html




April 13, 2009


Military storms Victory Monument 11.30 13 April 2009



April 13, 2009


www.thailand.eigenstart.nl
In
an operation to remove anti-government protesters, Thai troops have
fired bullets and charged toward people in the centre of Bangkok.

The troops are close to the intersection where clashes started overnight.



April 13, 2009


The Thai new year dawned on Monday April 13th not with water fights but with live rounds
and tear gas as the army moved against red-shirted protesters who last week had seized control
of much of the government district of Bangkok, laying siege to Government House,
the prime ministers seat. The army had cleared at least two big junctions held by the red shirts,
including the Victory monument. The army opened fire, though for the most part soldiers
appeared to be aiming over the heads of the protesters, who attacked with Molotov cocktails
launched from slingshots. Dozens of protesters and a handful of soldiers have been injured.
In one ugly development in Phetchaburi, a Muslim neighbourhood, red shirts shot at the mosque
and threw petrol bombs along a narrow shopping street. In response what seemed to be the whole
community, including old women, rushed out with swords and sticks to fight the attackers.

This may mark the definitive start to an operation to clear away tens of thousands of protesters
which the prime minister, Abhisit Vejjajiva, ordered when he declared a state of emergency on Sunday.
By breakfast time protesters had blocked another crossing with commandeered buses and burning tires.
More Molotov cocktails were lobbed at soldiers, who loaded their automatic rifles and began to advance.
But then two of the red shirts asked to talk. The army officer in charge stepped forward.
The conversation ended with an exchange of mobile-phone numbers, handshakes all round and
an agreement for both sides to move back. This situation hurts me here, said the officer later hitting
his heart. I wont order the troops to shoot.
We dont want Thais to fight Thais.
How this ends is not up to us, its up to Thaksin.


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271080357&grpid=00&catid=

วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 21:50:42 น.
มติชนออนไลน์

กองทัพเชื่อ"ร่มเกล้า"เป้าล็อคฝีมือทหารแตงโมยัน
ไม่สั่งล่าพวกไร้สังกัดทำผิดกม. ศอฉ.เล็งให้จทน.ติดอาวุธ


กอ.รมน.ยัน"ร่มเกล้า"เป้าล็อค เชื่อฝีมือบิ๊กทหารแตงโม "อนุพงษ์"ยันไม่ส่งกำลังไปกวาดล้าง
ทหารนอกแถวชี้ไม่ใช่ความแตกแยกอาจมีทหารที่"รีไทร์" เชื่อชี้เป้ายิง"ร่มเกล้า" โต้"คอกวัว"
ทหารไม่ได้รบกันเอง"ศอฉ." เล็งให้ทหารติดอาวุธไม่ไปมือเปล่าแน่นอน


กอ.รมน.ยัน"ร่มเกล้า"เป้าล็อค
พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) กล่าวถึง
เหตุการตรวจสอบเหตุปะทะระหว่างทหารและคนเสื้อแดงว่า กองทัพขอประณามการกระทำของกลุ่มที่
สร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นระหว่างทหารและประชาชนคนเสื้อแดง ซึ่งปฏิบัติการที่วางแผนมาอย่างดี
เสร็จภารกิจแล้วก็จะสลายไป ขอประณามว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ทำร้ายประเทศชาติ ทำให้ประเทศไทยสูญเสีย


"ขอให้ผู้ชุมนุมผลักคนเหล่านี้ออกจากการชุมนุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย พ.อ.ร่มเกล้า
และนายทหารหน่วยนี้เป็นผู้ที่อยู่ในการปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเมื่อปี 2552
ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้มีกลุ่มคนโกรธแค้น และเสียผลประโยน์ต้องการแก้แค้น
ซึ่งจากการเสียชีวิตของ พ.อ.ร่มเกล้า มีคนชี้เป้าแน่นอน เพราะมีการรายงานว่า
คนร้ายมีการยิงเลเซอร์ชี้เป้ามาที่กลุ่มนายทหารระดับสูงอยู่ จากนั้นยิงเครื่องยิงเอ็ม 79 เข้าใส่

ทำให้นายทหารระดับสูงหลายนายบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เป็นการตั้งใจลอบสังหารนายทหารระดับสูงเหล่านี้" พล.ต.ดิฏฐพรกล่าว


เชื่อฝีมือบิ๊กทหารแตงโม

โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า กองทัพคงจะตั้งกรรมการตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อแน่ว่าคนที่ชี้เป้า
ให้คนร้ายรู้ว่ากลุ่มนายทหารระดับสูงอยู่ตรงไหน และชี้เป้าว่าใคร คือ พ.อ.ร่มเกล้า ต้องเป็นคนที่รู้จัก
บุคคลเหล่านี้อย่างดี ดังนั้น คงไม่สามารถชี้เป้าได้ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้น
น่าจะเป็นการวางแผนมาเป็นอย่างดีของฝ่ายตรงข้าม อาจจะเป็นฝีมือของทหารที่อยู่ในราชการ
หรือทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีคนร้ายยิงอาวุธสงครามลงมาจากบนตึก
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ข้อมูล กอ.รมน.เคยพูดไว้ตลอดว่ามีกลุ่มคนต้องการสร้างความรุนแรงก่อวินาศกรรม
เมื่อถามว่าแผนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องลับแต่ทุกอย่างมักรั่วถึงแกนนำ เสื้อแดงวางแผนรับมือตลอดเวลา
พล.ต.ดิฏฐพรกล่าวว่า เราจัดแผนมาอย่างดี แต่คนที่อยู่เวทีเสื้อแดงบางทียังรู้มากกว่าที่ตนเข้าประชุมเลย ดังนั้น
คนที่รู้ข้อมูลน่าจะเป็นนายทหารระดับสูง เพราะข้อมูลบางอย่างที่ถูกเปิดเผยเป็นข้อมูลที่นายพลเท่านั้นที่จะรู้


"บิ๊กป้อม" ลั่นโดนพวกนอกคอก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวยืนยันว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่ฝ่ายข่าวจะนำข่าวสารมาชี้แจงให้กับ
คณะกรรมการและผู้บังคับบัญชาทุกคนได้ร่วมกันพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เจ้าหน้าที่ที่ไปปะทะกับ
ประชาชนจะมีเฉพาะโล่ กระบอง เครื่องป้องกันตัวเองไม่ให้บาดเจ็บ ซึ่งดูแลความปลอดภัยของประชาชน
แต่อีกส่วนหนึ่งซึ่งไม่คาดคิด เป็นผู้ที่ใช้อาวุธสงครามกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ระเบิดแบบขว้างซึ่งโยนมากลางวง
ของทหาร ทำให้บาดเจ็บจำนวน 30 คน จึงเป็นคนละขั้นตอนกัน ต้องแยกออกว่าจะไปรวมกับประชาชนไม่ได้
ทหารเราไม่ได้ไปทำร้ายประชาชน ไม่ได้คิดที่จะทำ

"แต่สิ่งที่กำลังโดนในขณะนี้คือคนที่นอกคอก ทั้งหลายแหล่ที่ทำให้ทหารและประชาชนไม่เข้าใจกัน
ต่อไปนี้รัฐบาลเองคงจะต้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ทหารว่าก็จำเป็นที่จะต้อง ดำเนินการรุนแรงกับบุคคล
ที่อยู่นอกกรอบกฎหมายพวกนี้อย่างเด็ดขาด
ซึ่งเรื่องต่างๆ จะต้องใช้การข่าวและการดำเนินการ
ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ ส่วนประชาชนเราไม่แตะ คนที่มุ่งสันติ อหิงสา ในการเรียกร้องประชาธิปไตย
ก็ว่าไปดำเนินการไป แต่อย่าไปปะปนกับสิ่งที่เขาดำเนินการทำให้ทหารบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวน
มากอย่างนี้ อีกทั้งประชาชนบางส่วนโดนลูกหลงเสียชีวิตไปด้วย" พล.อ.ประวิตรกล่าว

สั่งจัดการเด็ดขาดพวกนอกกม.

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สิ่งที่แปลกปลอมมาอยู่ในขณะนี้ที่ทำให้บ้านเมืองไม่เรียบร้อยคือคนจำพวกหนึ่ง
ซึ่งมีไม่มาก ถืออาวุธอยู่นอกกรอบของกฎหมาย พวกนี้คงจะต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด
เจ้าหน้าที่ของเราและรัฐบาลคงจะต้องดำเนินการ

เมื่อถามว่า การจัดการอย่างเด็ดขาดอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็จะต้องสืบสอบสวนจับกุม
ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งต้องแยกให้ออก ส่วนเรื่องการยึดคืนพื้นที่หรือจะมีการสลายการชุมนุมหรือไม่นั้น
เป็นเรื่องของรัฐบาลจะสั่งการมา แต่อยู่ดีๆ จะไปลุยอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมีประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่ด้วย
เมื่อถามถึงทางออกขณะนี้จะต้องมีการเจรจาหรือการปฏิบัติการทางทหารไปด้วย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า
เรื่องการเจรจาควรจะมีการเจรจา เพราะเป็นเรื่องจำเป็น

"อนุพงษ์"เชื่อชี้เป้ายิง"ร่มเกล้า"

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ชี้แจงตอบโต้สื่อถึงสาเหตุที่ทหาร
ไม่ใช้กำลังและอาวุธรุนแรงและยอมถอยในเหตุการณ์สถานีไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
ไม่ใช่เป็นการเกียร์ว่าง หรือไม่สนับสนุนรัฐบาล แต่มองว่าเป็นคนไทยด้วยกัน รวมทั้งถึงเหตุการณ์รุนแรง
ที่เกิดขึ้นบริเวณสี่แยกคอกวัวจนมีทหารเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้ง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม
รอง เสธ.พล ร.2 รอ.ลูกน้องคนสนิทที่เสียชีวิตด้วย โดยยืนยันการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้เป็นสิ่ง
ที่ล้มเหลว แต่เป็นสิ่งที่สุดยอดเป็นสิ่งประเสริฐเพราะถ้ายิงต้องมีการสูญเสีย กองทัพก็อยู่ไม่ได้ วันนี้ก็อยู่ไม่ได้
แม้จะสามารถใช้อาวุธหนักตอบโต้กลับได้ แต่ทหารไม่ทำประชาชน

เมื่อถามว่า จุดที่ พ.อ.ร่มเกล้าถูกยิงทำไมคนร้ายยิงได้ถูกคนถูกจุดเป็นการลอบฆ่าหรืออุบัติเหตุ
มีการชี้เป้าหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ประเมินได้ 2 อย่าง ตอนนั้นเริ่มขว้างระเบิดเข้ามา
ตรงสี่แยกคอกวัว พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
ขอถอนกำลังจากสี่แยกคอกวัว
แต่ตนบอกให้ไปอยู่ที่ห้าง แต่ พ.อ.กู้เกียรติบอกอยู่ไม่ได้ขอถอน
ไปที่สโมสรทหารบกเทเวศร์ได้หรือไม่ ตนบอกไม่ได้ เพราะจะถูกโอบหน้าโอบหลังตรงจุดสตรีวิทยา
จากนั้นก็ยิงเอ็ม 79 เข้ามาที่แยกสตรีวิทยาเลย จากนั้น พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหาราบ
ที่ 2 รักษาพระองค์ ก็ได้รับคำสั่งเดียวกันให้ถอนกำลังเข้ามาข้างใน ไม่คิดว่าจะยิงถล่มกันขนาดนั้น


"จากนั้น พล.ต.วลิตเรียก ผบ.หน่วยทุกคนมา สิ่งนี้ไม่อยู่ในแผน แต่เป็นการปฏิบัติ
สั่งการเฉพาะกิจให้มาอยู่ที่หลังรถสายพานลำเลียงพล ซึ่งกำลังจะปรึกษาหารือ
เขาก็ยิงกระสุนควันมาก่อน พอกระสุนควันตกเขาก็ยิงลูกจริงมา 2-3 นัด
ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะแต่งกายไม่เหมือนกำลังพล
ซึ่งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
ก็พูดอยู่เหมือนกันว่ามีการชี้เป้า ก็ถือเป็นประเด็นแต่เก็บไปประมวลก่อน
เพราะผู้บาดเจ็บบางคนให้การไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าต้องเป็นทหารเท่านั้นที่ยิงได้
เรื่องนี้ไม่ จริงเอ็ม 79 ถ้าได้รับการฝึกวันเดียวก็ยิงได้ ถ้าสามวันก็แม่น"
ผบ.ทบ.ระบุ

"คอกวัว"ทหารไม่ได้รบกันเอง

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่คอกวัวที่มีการใช้อาวุธสงครามเป็นไปไม่ได้ว่าพลเรือนจะทำได้ แสดงว่ามี
ความแตกแยกในกองทัพ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีความแตกแยก แต่ถ้ามีสักห้าคนสิบคน
ที่ออกไป สมมุติเป็นพวกทหารเก่า ใครเลี้ยงไว้อย่างไรแล้วแต่มีทหารที่เป็นลูกน้องคนสนิทในปัจจุบัน
อาจมี แบบนี้ไม่ใช่ความแตกแยก ตนไม่คิดว่าเป็นเรื่องความแตกแยก เท่าที่ทราบข่าวอาจมีทหาร
ที่รีไทร์ไปแล้วเป็นผู้ปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย
ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ เรามีข้อมูลให้ตำรวจ
แต่คงไม่สั่งให้กองกำลังไปกวาดล้าง แต่ถ้าอยู่ในสนามรบคงต้องสั่งทำแบบนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่สื่อมวลชนกำลังซักถาม พล.อ.อนุพงษ์ ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ได้ถาม
นายสุเทพ "ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองยังได้อยู่ใช่หรือไม่" แต่ระหว่างนั้น นายสุเทพมีอาการ
เหม่อลอยนิ่งเฉยอย่างเห็นได้ชัด หลัง พล.อ.อนุพงษ์พูดถึงเรื่องประเด็นการยุบสภาเป็นทางออกหนึ่ง
จนเวลาผ่านไปประมาณ 10 วินาที
นายสุเทพยังไม่ตอบคำถาม ยังคงเหม่อลอยอยู่ ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์
ต้องเอามือสะกิดนายสุเทพ เพื่อให้ตอบคำถาม จนนายสุเทพสะดุ้งแล้วตั้งสติได้
จึงย้อนถาม
ผู้สื่อข่าวว่า คำถามว่าอย่างไร



http://www.absoluteastronomy.com/topics/IMI_Tavor_TAR-21
Troop Fighting Weapon
http://www.israel-weapon.com/default.asp?catid={BE33B6E6-080B-45B8-AD85-C4E1E40D0422}


  • New Rifle, Machine Gun, MANPAD - Royal Thai Army buys 15,000 TAR-21s TavorIMI Tavor TAR-21

    The
    T.A.R. 21 is an Israeli bullpup assault rifle chambered for 5.56x45mm
    NATO ammunition with a selective fire system. The name "T.A.R.
    21"stands for "Tavor Assault Rifle - 21st Century". It is the standard
    issued weapon of the Givati Brigade and Golani Brigade , with the Nahal
    Brigade receiving...

    and 992 Negevs Machine GunIMI Negev The Negev is an Israeli 5.56 mm light machine gun, developed by Israel
    Military
    Industries Ltd. of Ramat HaSharon , as a replacement for the 5.56 mm
    Galil ARM light machine gun, whose barrel would overheat easily during
    sustained fire...

    from Israel in the deal worth $43.3 million
On 9 september 2008, Cabinet approved a package of defense modernization deals.
RTA will buy another batch of 15,037 TAR-21s TavorIMI Tavor TAR-21
The T.A.R. 21 is an Israeli bullpup assault rifle chambered for 5.56x45mm
NATO ammunition with a selective fire system. The name "T.A.R. 21"
stands for "Tavor Assault Rifle - 21st Century". It is the standard issued weapon
of the Givati Brigade and Golani Brigade , with the Nahal Brigade receiving...

and 553 Negevs Machine GunIMI Negev The Negev is an Israeli 5.56 mm light machine gun,
developed by Israel Military Industries Ltd. of Ramat HaSharon , as a replacement for the
5.56 mm Galil ARM light machine gun, whose barrel would overheat easily during sustained fire...

. Also RTA will procured 36 Iglas MANPAD from RussiaRussia Russia , officially known as
both Russia and the Russian Federation , is a country in northern Eurasia .
It is a semi-presidential republic, comprising 83 federal subjects...

. The third batch of 13,868 TAR-21s TavorIMI Tavor TAR-21 The T.A.R. 21 is an Israeli bullpup
assault rifle chambered for 5.56x45mm NATO ammunition with a selective fire system.
The name "T.A.R. 21" stands for "Tavor Assault Rifle - 21st Century". It is the standard
issued weapon of the Givati Brigade and Golani Brigade , with the Nahal Brigade receiving...

is also on order.

http://thailandmirror.com/vlog/
http://www.thailandmirror.org/













"28 ธันวาคม วันตากสิน "สดุดีมหาราช กู้ชาติไทย"
เป็นการชุมนุมใหญ่ โดยจะจัดกัน 2 วัน คือ วันที่ 27-28 ธค 2552
ณ ท้องสนามหลวง


โดยกิจกรรม
วันที่ 27 ธค 52
- มีการเลี้ยงอาหาร คนเสื้อแดง และ คนเร่ร่อนที่สนามหลวง
- มีกิจกรรม สันฑนาการ ต่าง ๆ บนเวที เป็นการเลี้ยงฉลองปีใหม่
- มีการปราศรัย อนาคตคนไทย ปี 53 และอวยพรปีใหม่
วิทยากรได้แก่
- ดร. สุดา รังกุพรรณ , ดร. จารุพรรณ กุลดิลก
- สส. สุนัย จุลพงศ์ธร
- อ. สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์

แปลกดี ไม่เอากษัตริย์ แล้วจะยกย่องไปทำไม
หรือว่าหมายถึง ทากสิน


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271394901&grpid=&catid=02
วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 12:10:10 น.
มติชนออนไลน์

"อริสมันต์"เล่าวินาทีโรยตัวหนีคอมานโดบุกจับที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค (รวมภาพ)

เขาถ่ายหนังหรือละครเหรอ


เพื่อประชาชน มีอุดมกิน เอ๊ย การณ์ สูงมากจริงๆ
เห็นด่าว่า ทหารสมัยนี้มีแต่นักกอล์ฟ
เหมือนกับด่าตัวเองเลย แฮะ
หรือว่าหน้ามนุษย(.com) พวกนี้มันหนามากไป





ที่มาของระบอบซาตาน

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm

https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=31&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

1917With aid from Financiers in New York City and London, V. I. Lenin is able to
overthrow the government of Russia. Lenin later comments on the apparent contradiction
of the links between prom