หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 06, 2010 3:05 pm

จากสัญญา "จ้างบริการระบบเกมสลาก"
เลขที่ 119/2548 ลงวันที่ 29 ก.ค.2548
ที่ทำระหว่างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
จำนวน 12 หน้า สัญญามีทั้งหมด 17 ข้อ

โดยข้อที่ 12 การบอกเลิกสัญญา

ข้อที่ 12.1 ระบุว่า ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดเวลาได้ โดยบอกกล่าวเป็นหนังสือล่วงหน้าไปยังผู้รับจ้างไม่น้อยกว่า 12 (สิบสอง) เดือน ในกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายล้มเลิกโครงการนี้ หรือมีความจำเป็นต้องล้มเลิกโครงการนี้ ผู้ว่าจ้างจะชดเชยการลงทุนบางส่วนให้แก่ผู้รับจ้างเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าจ้างบริการเฉลี่ยต่อ 1 (หนึ่ง) เดือนนับตั้งแต่วันที่เริ่มจำหน่ายสลากจริงถึงวันยกเลิกสัญญาจำนวนไม่เกิน 12 (สิบสอง) เดือน โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใดอีก และ

ข้อที่ 12.2 ที่ระบุว่า ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้เมื่อผู้รับจ้างผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งและผู้ว่าจ้างได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างแก้ไขแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่แก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 15 (สิบห้า) วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง

ทั้งนี้หากยึดสัญญาข้อที่ 12 ดังกล่าว

รัฐบาลไม่ต้องเสียค่าชดเชยให้กับบริษัทผู้รับจ้างแม้แต่บาทเดียว...รึเปล่า

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 06, 2010 3:44 pm

อย่างไรก็ตามมองว่าการยกเลิกข้อตกลงตามสัญญาข้อ 12.1

เป็นกรณีที่ทำได้หลังเริ่มมีการจำหน่ายสลากออนไลน์แล้ว(เพราะมีการชดเชยด้วยการคำนวณรายได้เฉลี่ยต่อเดือน)

แต่ปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มจำหน่ายจึงมองว่าไม่น่าจะสามารถยกเลิกสัญญาด้วยประเด็นนี้ได้

แล้วจะเอาสัญญาชนิดไหนมาอ้าง เพื่อที่รัฐบาลจะสามารถดำเนินการยกเลิกได้

โดยจ่ายค่าชดเชยเพียง 40 ล้านบาทเท่านั้น!!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 06, 2010 4:14 pm

พ.ร.บ.การเข้าร่วมการงานของภาครัฐ และเอกชน พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน

เป็นกฎหมายสำคัญ ที่ออกมาในช่วงรอยต่อทางการเมือง โดยรัฐบาลที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี

หลักสำคัญของกฎหมาย ได้กำหนดให้การดำเนินโครงการของรัฐที่เปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนหากมีมูลค่าโครงการตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้ โดยจะมีคณะกรรมการพิจารณาการร่วมลงทุนเป็นผู้พิจารณาแนวทางการดำเนินการต่างๆ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลยพินิจจากกระทรวงเจ้าโครงการ กับคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากพรรคการเมืองพิจารณาดำเนินการจนเกิดปัญหาทุจริตคอรัปชั่นขึ้นมาเหมือนก่อนหน้านั้น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 06, 2010 4:23 pm

พระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๓๕

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน



พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนิน
การในกิจการของรัฐ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชน
เข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ บรรดากฎหมาย กฎ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรีและคำสั่งอื่นใดใน
ส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราช
บัญญัตินี้แทน

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการใน
กิจการของรัฐ เว้นแต่การให้สัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมและการให้ประทานบัตรตาม
กฎหมายว่าด้วยแร่

มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตาม
พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑
บททั่วไป

มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้

“หน่วยงานเจ้าของโครงการ” หมายความว่า ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมหรือ
เทียบเท่า รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของโครงการ

“รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ
งบประมาณ

“ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย
ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

“กระทรวงเจ้าสังกัดของส่วนราชการ” หมายความว่า กระทรวงหรือทบวงซึ่ง
มีส่วนราชการในสังกัดตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

“กระทรวงเจ้าสังกัดของรัฐวิสาหกิจ”

(๑) กรณีบริษัทจำกัด หมายความว่า กระทรวงการคลังหรือกระทรวงหรือทบวง
ที่ได้รับมอบอำนาจให้ใช้สิทธิเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดแทนกระทรวงการคลัง

(๒) กรณีไม่ใช่บริษัทจำกัด หมายความว่า กระทรวงหรือทบวง ซึ่งรัฐมนตรีว่า
การเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจนั้น หรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในงาน
ของรัฐวิสาหกิจนั้น

“กระทรวงเจ้าสังกัดของราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า กระทรวงมหาดไทย

“กิจการของรัฐ” หมายความว่า กิจการที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น
ของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วยรวมกัน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ต้อง
ทำตามกฎหมายหรือกิจการที่จะต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทรัพย์สินของส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วย
ร่วมกัน

“โครงการ” หมายความว่า การลงทุนในกิจการของรัฐ และการลงทุนนั้นมีวงเงิน
หรือทรัพย์สินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไปหรือตามวงเงินหรือทรัพย์สินที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดย
พระราชกฤษฎีกา

“ร่วมงานหรือดำเนินการ” หมายความว่า ร่วมลงทุนกับเอกชนไม่ว่าโดยวิธีใด
หรือมอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่ายเดียว โดยวิธีการอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิไม่ว่าใน
ลักษณะใด

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเอกชนร่วมงาน
หรือดำเนินการตามมาตรา ๑๓

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 06, 2010 4:30 pm

หมวด ๒
การเสนอโครงการ


มาตรา ๖ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการที่ประสงค์จะให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือ
ดำเนินการในโครงการใด เสนอผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการโดยละเอียดตามประเด็นหัวข้อ
ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนดต่อกระทรวงเจ้าสังกัด

มาตรา ๗ ถ้าโครงการตามมาตรา ๖ มีวงเงินหรือมีทรัพย์สินเกินห้าพันล้านบาท
หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องว่าจ้างที่ปรึกษามาให้คำปรึกษา และที่ปรึกษาต้องจัดทำรายงานเป็น
เอกเทศตามรายละเอียดที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนด
ไว้ในมาตรา ๖ และสาระสำคัญอื่น ๆ ที่ที่ปรึกษาเห็นสมควร และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ส่งรายงานของที่ปรึกษาไปเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตามมาตรา ๘ ด้วย

ที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๘ ให้กระทรวงเจ้าสังกัดของหน่วยงานเจ้าของโครงการพิจารณาเสนอ
ผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการต่อส่วนราชการดังนี้

(๑) โครงการใหม่ ให้เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณา

(๒) โครงการที่มีทรัพย์สินอยู่แล้ว ให้เสนอต่อกระทรวงการคลังพิจารณา

มาตรา ๙ ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
หรือกระทรวงการคลังดำเนินการดังนี้

(๑) สำหรับโครงการใหม่

(ก) หากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เห็นด้วยกับโครงการ ให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการ

(ข) ถ้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ไม่เห็นด้วยกับโครงการ ให้แจ้งหน่วยงานเจ้าของโครงการ

ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่เห็นด้วยกับความเห็นของสำนักงาน
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตาม (ข) ให้เสนอความเห็นหรือคำชี้แจง
เพิ่มเติมต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตัดสินโดยต้องแจ้งข้อมูลต่าง ๆ
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนดตามมาตรา ๖ และ
ข้อมูลอื่นตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเห็นสมควร

(๒) สำหรับโครงการที่มีทรัพย์สินอยู่แล้ว

(ก) ในกรณีที่กระทรวงการคลังเห็นด้วยกับโครงการ ให้เสนอคณะรัฐมนตรี
พิจารณาเห็นชอบในหลักการของโครงการ

(ข) ในกรณีที่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วยกับโครงการ ให้แจ้งหน่วยงานเจ้าของโครงการ

ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่เห็นด้วยกับความเห็นของกระทรวง
การคลังตาม (ข) ให้เสนอความเห็นหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อเสนอคณะรัฐ
มนตรีพิจารณาตัดสิน โดยต้องแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติกำหนดตามมาตรา ๖ และข้อมูลอื่นตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเห็นสมควร

ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ
กระทรวงการคลังพิจารณาโครงการตามมาตรานี้ให้เสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับโครงการ
หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติและกระทรวงการคลังเห็นด้วยกับโครงการ

มาตรา ๑๐ ในกรณีที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐหรือราชการ
ส่วนท้องถิ่นใดจะกระทำกิจการของรัฐ และคณะรัฐมนตรีมีมติให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ
ให้หน่วยงานดังกล่าวดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีและปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๑ โครงการใดมีวงเงินไม่ถึงหนึ่งพันล้านบาท หรือน้อยกว่าวงเงิน
ที่กำหนดเพิ่มขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดให้ต้องดำเนินการตามพระราช
บัญญัตินี้ก็ได้

หมวด ๓
การดำเนินโครงการ


มาตรา ๑๒ เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในโครงการใดแล้ว ให้หน่วยงาน
เจ้าของโครงการร่างประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการร่างขอบเขตของโครงการ
และเงื่อนไขสำคัญที่จะต้องมีในสัญญาร่วมงานหรือดำเนินการ

มาตรา ๑๓ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง
ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัดซึ่งเป็นข้าราชการประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน
หน่วยงานอื่นของรัฐหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี เป็นประธาน ผู้แทนกระทรวงการคลัง
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานคณะ
กรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกระทรวงอื่น
อีกสองกระทรวง กระทรวงละหนึ่งคน ผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ และให้มีผู้แทน
หน่วยงานเจ้าของโครงการหนึ่งคนเป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓ มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมงานหรือ
ดำเนินการ ร่างขอบเขตของโครงการและเงื่อนไขสำคัญที่จะต้องมีในสัญญาร่วมงานหรือดำเนินการ

(๒) กำหนดหลักประกันซองและหลักประกันสัญญา

(๓) พิจารณาคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ

(๔) พิจารณาดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๑๕ การประกาศเชิญชวน เอกสารข้อเสนอการร่วมงานหรือดำเนินการ
วิธีการประกาศเชิญชวน วิธีการคัดเลือกของคณะกรรมการซึ่งจะต้องใช้วิธีประมูล การกำหนด
หลักประกันซองและหลักประกันสัญญา ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๖ ในการคัดเลือกให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ หากคณะ
กรรมการมีความเห็นว่า ไม่ควรใช้วิธีการคัดเลือกโดยวิธีประมูลและหน่วยงานเจ้าของโครงการ
เห็นชอบด้วย ให้รายงานสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและ
กระทรวงการคลัง หากสองหน่วยงานเห็นพ้องด้วยให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ

ถ้าหน่วยงานเจ้าของโครงการไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการตาม
วรรคหนึ่ง ให้ทำบันทึกความเห็นเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง
ชาติและกระทรวงการคลังเพื่อประกอบการพิจารณา หากสองหน่วยงานเห็นพ้องด้วยหรือถ้าหน่วย
งานหนึ่งหน่วยงานใดมีความเห็นไม่ตรงกัน ให้ใช้วิธีคัดเลือกโดยวิธีประมูล

มาตรา ๑๗ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบโครงการตามมาตรา ๑๒
ที่มีวงเงินหรือทรัพย์สินเกินห้าพันล้านบาท หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องให้ที่ปรึกษาซึ่งมี
คุณสมบัติตามประกาศตามมาตรา ๗ ร่างขอบเขตของโครงการและให้จัดทำความเห็นประเมินการ
คัดเลือกให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการตามโครงการนั้น

มาตรา ๑๘ การประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการครั้งใด
ถ้าไม่มีผู้เสนอเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ ให้ยกเลิกการประกาศเชิญชวนเพื่อดำเนินการใหม่ ถ้ามี
ผู้เสนอเพียงรายเดียวหรือหลายราย แต่เสนอถูกต้องตามรายการในเอกสารข้อเสนอการร่วมงาน
หรือดำเนินการตามมาตรา ๑๕ เพียงรายเดียว หากเห็นว่ารัฐจะได้ประโยชน์ก็ให้ดำเนินการต่อไปได้

มาตรา ๑๙ การประชุมพิจารณาของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการเข้าร่วม
ประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
มติที่ประชุมเกี่ยวกับการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอและเจรจาต่อรอง ต้องมี
คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่มาประชุม
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้
ประธานออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๒๐ ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมงานหรือดำเนินการก่อนลงนาม

มาตรา ๒๑ ให้คณะกรรมการนำผลการคัดเลือกพร้อมเหตุผล ประเด็นที่เจรจา
ต่อรองเรื่องผลประโยชน์ของรัฐ ร่างสัญญา และเอกสารทั้งหมดเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัด
เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเก้าสิบวันนับจากวันที่คณะกรรมการตัดสิน
หากคณะรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยให้ส่งเรื่องคืนคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาทบทวน
ความเห็น แล้วนำผลการพิจารณาเสนอให้คณะรัฐมนตรีตัดสินชี้ขาด

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 06, 2010 4:33 pm

หมวด ๔
การกำกับดูแลและติดตามผล

มาตรา ๒๒ เมื่อได้มีการลงนามในสัญญาแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ
จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็น
ประธาน ผู้แทนกระทรวงการคลังหนึ่งคน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติหนึ่งคน และผู้แทนจากหน่วยงานอื่นซึ่งมิใช่หน่วยงานเจ้าของโครงการหนึ่งคน
ผู้แทนฝ่ายเอกชนที่เข้าร่วมงานหรือดำเนินการหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัดหนึ่งคน และผู้แทน
อื่นซึ่งหน่วยงานเจ้าของโครงการเห็นสมควรแต่งตั้งอีกไม่เกินสามคน และรวมกันไม่เกินเก้าคน
เป็นกรรมการ

การประชุมของคณะกรรมการประสานงานตามวรรคหนึ่ง และองค์ประชุม
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประสานงานกำหนด

มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการประสานงานตามมาตรา ๒๒ มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

(๑) ติดตามกำกับดูแลให้มีการดำเนินงานตามที่กำหนดในสัญญา

(๒) รายงานผลการดำเนินงาน ความคืบหน้า ปัญหา และแนวทางแก้ไขต่อ
รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเพื่อทราบ

ระยะเวลาที่จะต้องรายงานตาม (๒) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประสานงาน
กำหนด แต่ต้องไม่เกินหกเดือนต่อหนึ่งครั้ง

มาตรา ๒๔ ในกรณีที่ปรากฏว่าหน่วยงานเจ้าของโครงการละเลยหรือไม่ปฏิบัติ
ตามเงื่อนไขข้อผูกพันของสัญญาที่ลงนามไปแล้ว ให้ผู้แทนกระทรวงการคลังในคณะกรรมการ
ประสานงานทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

หมวด ๕
บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๕ โครงการใดที่ให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการซึ่งได้กระทำไป
แล้วในขั้นตอนใดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันใช้ได้แต่การดำเนินการในขั้นตอน
ต่อไปให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี




หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการให้
สัมปทานหรือให้สิทธิแก่เอกชน หรือการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะกำหนด
ให้เป็นอำนาจการพิจารณาของบุคคลผู้เดียวหรือหน่วยงานเดียว และในเรื่องสำคัญจะกำหนดให้
เป็นอำนาจของรัฐมนตรี ทำให้การพิจารณาอาจเป็นไปโดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการให้สัมปทานตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๕
ส่วนใหญ่กฎหมายไม่ได้กำหนดวิธีปฏิบัติไว้ ดังนั้น เพื่อให้มีแนวทางการปฏิบัติและใช้บังคับแก่การ
ให้สัมปทานหรือการร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการที่มีการลงทุน
หรือมีทรัพย์สินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป สมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน
หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


ที่มา

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jan 08, 2010 2:53 pm

วันที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:04:58 น. มติชนออนไลน์

"เกียรติ"แจง3กรณีล้มหวยออนไลน์ ย้ำไม่ตั้งธงเบี้ยวสัญญา ล็อกซเล่ย์เสียงอ่อยพร้อมคุยค่าชดเชยเป็นธรรม

ประธาน ล้มหวยออนไลน์แถลงมี 3 กรณีสามารถยกเลิกได้และเอกชนรู้ดีถึงความเสี่ยง ไม่เคยตั้งธ.เบี้ยวสัญญาจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ขณะที่ล็อกซเล่ย์เริ่มอ่อนเผยพร้อมเจรจาถ้าค่าชดเชยตามสัญญาและเป็นธรรม

นาย เกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษา ข้อกฎหมาย ยกเลิกการออกหวยออนไลน์ เปิดแถลงข่าวหลังจากได้รับการแต่งตั้งจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดนี้เป็นครั้งแรก ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 มกราคม ว่า หน้าที่ของคณะกรรมการจะพิจารณารายละเอียดประเด็นข้อกฎหมายโครงการหวยออนไลน์ เป็นหลัก เพื่อเสนอทางเลือกให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณาแนวทางการดำเนินงานต่อไป แต่จะไม่นำประเด็นเรื่องทางสังคมมาพิจารณาด้วย ยืนยันว่าขั้นตอนการทำงานจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่มีแนวคิดการตั้งธงเพื่อเบี้ยวสัญญาใครอย่างแน่นอน

นาย เกียรติกล่าวว่า สำหรับโครงสร้างของคณะกรรมการชุดนี้ จะประกอบไปด้วย ตัวแทนจากอัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงนายกสภาทนายความแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นสัญญาการดำเนินงาน รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทุกฉบับ เพื่อพิจารณาการดำเนินงานโครงการนี้ในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ลงนามสัญญาไปถึงปัจจุบันมีการดำเนินการ มีการตรวจรับงานถูกต้องหรือไม่ และผลการตรวจรับงานเป็นอย่างไร ตลอดจนรายละเอียดการลงทุนของภาคเอกชน


แค่สรุปแนวทางให้นายกฯเลือก


นาย เกียรติกล่าวว่า โครงการหวยออนไลน์ ผ่านมาหลายช่วงหลายรัฐบาล มีมติครม.ที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ดังนั้นการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะต้องทบทวนว่ามีการดำเนินการที่ถูกต้อง ครบถ้วน ตามขั้นตอนหรือไม่อย่างไร และมีข้อสงสัยในเชิงข้อกฎหมายอย่างไร ทุกอย่างปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนหรือไม่ เพราะในสัญญามีข้อกำหนดชัดเจน และในสัญญาทุกฉบับสามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงได้ หากเป็นข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย ในกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ ก็มีข้อกำหนดอยู่ในสัญญาอยู่แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร

" คาดว่านายกฯจะลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมนี้เป็นต้นไป จะเรียกประชุมคณะทำงานทันทีเพราะมีเวลาทำงานน้อย ซึ่งมีกรอบทำงานภายใน 30 วัน ในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้แทนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้ามาชี้แจงข้อมูล ด้วยว่าที่ดำเนินการมากระบวนการตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินการอะไรบ้างมีมติครม.อันไหนที่ให้นโยบายต่อคณะกรรมการในการดำเนิน การอย่างไร"นายเกียรติกล่าว

นาย เกียรติกล่าวว่าส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกลุ่มอื่นๆจะทยอยเชิญมาชี้แจงข้อมูลใน ครั้งต่อไป ก่อนจะสรุปเสนอทางเลือกต่างๆ ที่เป็นไปได้ต่อนายอภิสิทธิ์พิจารณาต่อไป แต่ข้อเสนอของคณะกรรมการจะไม่ตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง แต่จะเสนอแนวทางที่เป็นไปได้ในการดำเนินการในขั้นต่อไป

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ในสัญญาข้อ 12.1 เปิดช่องว่างให้รัฐบาลยกเลิกสัญญาได้ จะใช้สัญญาข้อนี้ มาเป็นแนวทางทำงานหรือไม่ นายเกียรติกล่าวว่าทุกอย่างจะปฏิบัติตามสัญญา เพราะในสัญญามีข้อกำหนดชัดเจน แต่จะต้องดูประเด็นข้อกฎหมายและมติครม.ที่เกี่ยวข้องประกอบการพิจารณาด้วย


" ในสัญญาระบุไว้ว่า ในการยกเลิกสัญญาสามารถทำได้ 3 กรณี คือ 1.กรณีที่รัฐบาลมีนโยบายไม่ดำเนินการต่อ ทำได้ แต่ต้องมีการชดเชย 2.ถ้ามีคำสั่งในศาลปกครองในช่วงที่ลงนามสัญญา ได้มีการร้องเรียกไปยังศาลปกครองอยู่ ถ้ามีคำวินิจฉัยเป็นอย่างไรก็ถือว่าเป็นข้อยุติ 3.เป็นกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ต้องหารือว่าจะมีการยุติหรือยกเลิกอย่างไร ซึ่งเข้าใจว่าเอกชน ทราบเงื่อนไขตรงนี้ดีอยู่แล้ว


" การทำสัญญาเอกชนต้องรู้ว่าสัญญาฉบับนี้มีความเสี่ยง เพราะในข้อ 12.1 กำหนดว่ารัฐบาลสามารถยกเลิกสัญญาได้ แม้ว่าเอกชนหรือรัฐบาลจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาก็ตาม และในเมื่อเอกชนรู้ว่าเป็นเงื่อนไขว่าสัญญาฉบับนี้มีความเสี่ยงก็ต้องยอมรับ เพราะนโยบายสลากออนไลน์ ถือเป็นนโยบายที่มีความเสี่ยง และมีความก้ำกึ่งในเสียงของประชาชน”นายเกียรติระบุ

เมื่อ ถามว่า หากมีการยกเลิกสัญญาจริงจะชดเชยความเสียหายให้เอกชนอย่างไร นายเกียรติกล่าวว่า ขอพิจารณารายละเอียดก่อน ว่าจะทำอย่างไร ทั้งจำนวนเงินและใครจะต้องรับผิดชอบอย่างไร เมื่อถามว่าในสัญญาระบุว่าจะชดเชยได้ก็ต่อเมื่อมีการขายจริง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการจำหน่ายจริง นายเกียรติกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการตีความของกฎหมาย สัญญาคือ ถ้าจะยกเลิกจะต้องแจ้งล่วงหน้า 1 ปี และการคำนวณเงินชดเชย จะคำนวณจากวันที่เริ่มจำหน่ายจริงไปจนถึง 1 ปี แต่การบอกยกเลิกได้ แต่ต้องบอกล่วงหน้า 1 ปี

นาย เกียรติกล่าวอีกว่า ส่วนจะใช้ฐานอย่างไรคำนวณนั้น จะต้องหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าตอนที่ตัดสินใจลงทุน คณะกรรมการของกองสลากได้มีการประเมินว่าจะมีการลงทุน มีรายได้ในแต่ละเดือน และแต่ละปีเท่าไหร่ ก่อนที่จะอนุมัติดำเนินโครงการดังกล่าว

เมื่อ ถามว่า กังวลเรื่องความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศหรือไม่ นายเกียรติกล่าวว่า ไม่มีความกังวลในส่วนของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยจะฟ้อง ร้องรัฐบาล ถ้ารัฐบาลปฏิบัติตามสัญญาและเป็นธรรมตามเงื่อนไขของสัญญาทุกประการ แต่ถ้าไม่ทำตามสัญญาจึงเกิดความไม่มั่นใจ และถ้าเอกชนคิดว่าไม่มีความเป็นธรรม ก็มีสิทธิเรียกร้องเงินชดเชยเพิ่มเติมผ่านกระบวนการอื่นได้

" ทั้งนี้ตั้งใจจะให้ข้อเสนอแนะกับนายกฯเกี่ยวกับทางผู้ค้าว่า จะต้องมีการตรวจสอบเหตุผลในการตัดสินใจลงทุนและเป็นเงินเท่าไหร่ ถ้าหยุดดำเนินการจะมีผลกระทบอย่างไร แต่ถ้าเอกชนระบุว่าได้ลงทุนไปแล้ว 3,000 ล้านบาทก็ต้องนำหลักฐานมาแสดงด้วย และต้องดูว่าการดำเนินการถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ แต่ยอมรับว่าโดยส่วนตัวมีความเห็นใจคนกลุ่มนี้"นายเกียรติกล่าว

ส่วน กรณีประธานชมรมหวย 3 ตัว 2 ตัว ระบุว่าจะขอมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยนั้น นายเกียรติกล่าวว่าพร้อมฟังความเห็นของทุกฝ่าย แต่การร่วมเป็นคณะกรรมการนั้น ขณะนี้ยังไม่ให้กองสลากเป็นคณะกรรมการร่วมด้วย ซึ่งตามหลักธรรมาภิบาล จะไม่ให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้ามาเป็นคณะทำงาน ส่วนกรณีที่เอกชนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลนั้น นายเกียรติกล่าวว่า ไม่เชื่อว่าเอกชนจะฟ้องรัฐบาลหากมีทางออกที่สามารถยอมรับได้ และสอดคล้องกับเงื่อนไขของสัญญา

ทาง ด้านนายตรีจักร ตัณฑ์ศุภศิริ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ฯ กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะพิจารณาถึงผลดีผลเสียเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่าง รอบคอบก่อนจะมีการตัดสินใจใดๆ บริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในทุกด้าน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและคนไทยทั้งประเทศ หากจำเป็นต้องมีการเจรจาชดเชยค่าเสียหายใดๆเกิดขึ้น ทุกอย่างควรดำเนินการไปตามสัญญาอย่างถูกต้องและชอบธรรม

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262873225&grpid=&catid=05

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jan 08, 2010 11:30 pm

"จตุพร" เชื่อล็อกซเล่ย์หวังได้1.5หมื่นล.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง
กล่าวว่า บริษัทล็อกซเล่ย์ ที่ได้รับสัมปทานการออกหวยออนไลน์นั้น
มีผู้ถือหุ้นเป็นคนตระกูลที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาล ไม่ว่าจะนามสกลุ
ล่ำซำ จาติกวณิช นิมมานเหมินท์ รวมไปถึงนายวิษณุ เครืองาม
คนพวกนี้เป็นเทคโนเครต ทั้งนี้ สาเหตุที่ บ.ล็อกซเล่ย์
ไม่มีความทุกข์ร้อนต่อกรณีดังกล่าว
เพราะทราบว่ากำลังจะได้รับเงินกินเปล่าถึง 15,000 ล้านบาท โดย 3,000
ล้านบาท เป็นค่าเสียหาย ส่วนอีก 12,000 ล้านบาท
เป็นค่าเสียโอกาสที่รัฐบาลจะถูกฟ้องในภายหลัง
ประเทศไทยกำลังเอาเงินภาษีอากรให้ บ.ล็อกซเล่ย์กินเปล่าเป็นจำนวนมาก

นายจตุพรกล่าวว่า สมัยที่นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
มีการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มขึ้นอีก 16 ล้านฉบับ รวมของเก่าเป็นงวดละ
59 ล้านฉบับ เกือบเท่ากับประชากรของประเทศไทย
แต่ราคาของสลากกินแบ่งยังมีราคาสูงกว่าราคาปกติถึงคู่ละ 40 บาท
ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เป็นมือปราบอบายมุข
จึงขอให้นายอภิสิทธิ์ไปตรวจสอบว่ามีคนในรัฐบาลไปขอแบ่งเปอร์เซ็นต์จากราคา
ค่าขายเกินราคาใบละ 10 บาทต่องวด
โดยเดือนหนึ่งคนของรัฐบาลชุดนี้กินใต้โต๊ะจากสลากกินแบ่งจำนวนถึง 1,200 ล้านบาท

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262961093&grpid=00&catid=

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 10, 2010 1:58 pm

วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:50:40 น. มติชนออนไลน์

"มาร์ค"ลั่นจุดยืนชัดเลิก"หวยออนไลน์" ชี้รัฐไม่ต้องการรายได้ส่วนนี้ นร.-นศ.ยี้ไม่เอาหวยแต่ก็สนใจเล่น

"มาร์ค"ลั่นจุดยืนชัดเลิกหวยออนไลน์ รัฐไม่ต้องการรายได้ส่วนนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์" เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ถึงกรณีการยกเลิกการจำหน่ายหวยออนไลน์ ว่า ตั้งแต่ก่อนการเป็นนายกรัฐมนตรี ตนได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า ไม่สนับสนุนเรื่องการพนัน หรือการเล่นหวย หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นการมอมเมาประชาชน ทั้งนี้ อยากให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เรื่องที่มีคนเคยบอกว่า อะไรที่ทำผิดกฎหมายแล้วจะทำให้ถูกกฎหมาย ตนอยากให้เราใช้ประสบการณ์จากกรณีการออกหวยบนดินมาเป็นตัวอย่างว่ามันขัดกับ ข้อกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมองว่าไม่ใช่ประเด็นการแก้ไขปัญหาหวยใต้ดิน เนื่องจากอาจจะลดจำนวนผู้เล่นหวยใต้ดินลงได้บ้าง แต่เมื่อ เทียบกับคนที่มาเล่นหวยแล้วยังมีจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเริ่มหันมาเล่นหวยเพิ่มมากขึ้นเท่าตัว ซึ่งรัฐบาลไม่ประสงค์ที่จะมีรายได้จากการนำหวยใต้ดินมาเป็นรายได้ของรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตลอด 1 ปีที่รัฐบาลดำเนินงานมา ไม่ได้นิ่งเฉยต่อเรื่องดังกล่าว ซึ่งให้ทางกระทรวงการคลัง ไปเจรจากับบริษัทคู่สัญญาว่าจะดำเนินการอย่างไร และสามารถที่จะหาข้อตกลงใหม่มาทดแทนการที่ไม่ต้องออกหวยออนไลน์ได้หรือไม่ และสามารถนำเอาเครื่องออกหวยออนไลน์ที่ได้จัดเตรียมไว้ไปทำเป็นอย่างอื่นได้ หรือไม่ อย่าไงรก็ตาท การตัดสินใจยกเลิกการจำหน่ายหวยออนไลน์ครั้งนี้เป็นการตัดสินเพื่อประโยชน์ ส่วนรวม เพราะรายได้มหาศาลที่อาจเกิดขึ้นมานั้น ไม่คุ้มกับผลกระทบทางสังคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปข้างหน้า

นร.-นศ.-ผู้ปกครองสนเล่นหวยออนไลน์แต่หนุนรบ.สกัดไม่ให้เกิดขึ้น

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่องความสนใจและปัญหาของนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองต่อการเล่นหวยออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,958 ตัวอย่าง พบว่า หากมีหวยออนไลน์เกิดขึ้นในสังคมไทยทั้งผู้ปกครองและเด็กนักเรียน นักศึกษา ส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.1 และ ร้อยละ 59.1 สนใจที่จะทดลองเล่นหวยออนไลน์ ซึ่ง ร้อยละ 59 ของกลุ่มผู้ปกครอง และ ร้อยละ 60 ของกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เห็นว่าหากมีหวยออนไลน์จะทำให้เด็กและเยาวชนเล่นกันมากขึ้น และเชื่อว่าถ้าเล่นแล้วจะทำให้ติด และอยากเล่นต่อไปเรื่อยๆ


ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนนักศึกษาเป็นกังวลถึงปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาหากเยาวชนเล่นหวยมากขึ้น คือ ร้อยละ 58.1 ของผู้ปกครอง และร้อยละ 63.3 ของเด็กนักเรียนนักศึกษา เป็นห่วงกังวลปัญหาแหล่งพนัน อบายมุข ที่จะเพิ่มมากขึ้น โดย ร้อยละ 58.4 ของเด็กนักเรียนนักศึกษา และ ร้อยละ 49 ของผู้ปกครองสนับสนุนรัฐบาลให้ต่อสู้คดีความกับบริษัทเอกชนเพื่อไม่ให้มีหวย ออนไลน์เกิดขึ้นในสังคมไทย

โพลหาดใหญ่เผยคนใต้หนุนเลิก"หวยออนไลน์"

ขณะที่รายงาน ข่าวจากจังหวัดสงขลา "หาดใหญ่โพล" โดยสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดสงขลา เกี่ยวกับนโยบายหวยออนไลน์ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ โจำนวน 1,404 ตัวอย่าง ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 6-8 มกราคม 2553 สรุปผลการสำรวจ ดังนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.7 เห็นด้วยกับรัฐบาลที่ให้มีการยกเลิกหวยออนไลน์ ประชาชน ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.0 ให้เหตุผลว่า เป็นการเพิ่มภาระในการแก้ปัญหาของสังคมมากที่สุด รองลงมาเป็นการมอมเมาเด็กและเยาวชนในสังคมและเกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 26.7 และ 5.3 ตามลำดับ มีเพียงร้อยละ 38.3 ที่เห็นว่ารัฐบาลควรดำเนินการต่อในเรื่องหวยออนไลน์ โดยประชาชนร้อยละ 48.0 ให้เหตุผลจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาการขายล็อตเตอรี่เกินราคามากที่สุด


สอดคล้องกับกลุ่ม นักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 51.3 ที่เห็นว่ารัฐบาลควรมีการยกเลิกหวยออนไลน์ นอกจากนี้ประชาชนร้อยละ 54.3 ไม่เห็นด้วยหากมีการขายหวยออนไลน์ จะเป็นแรงกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนซึ่งไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของกลุ่มนัก เรียน/นักศึกษาส่วนใหญ่ร้อยละ 63.5 เห็นว่าหากมีการขายหวยออนไลน์จะเป็นแรงกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนซื้อ หวยออนไลน์จริง


ผลสำรวจดังลก่าว ยังพบว่า ประชาชนร้อยละ 39.1 มีพฤติกรรมการเสี่ยงโชคในรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.3 มีการเสี่ยงโชคในรูปแบบของสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) มากที่สุด รองลงมา ซื้อหวยใต้ดิน (ร้อยละ 36.4) และเล่นพนันฟุตบอล (ร้อยละ 2.6) และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลอตเตอรี่และหวยใต้ดิน ประมาณเดือนละ 780 บาท ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหวยใต้ดินจากการมีหวยออนไลน์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 60.3 เห็นว่าการขายหวยออนไลน์สามารถแก้ปัญหาการซื้อหวยใต้ดินได้

ประชาชนร้อยละ 37.0 เห็นว่าควรมีการควบคุมราคาลอตเตอรี่ไม่ให้แพงเกินไปเพื่อแก้ปัญหาหวยใต้ดิน มากที่สุด รองลงมาให้ ปปง. ตรวจเส้นทางการเงินของเจ้ามือหวยใต้ดิน มีนโยบายแก้ปัญหาหวยใต้ดิน อย่างชัดเจน และมีการยึดทรัพย์เจ้ามือหวยใต้ดิน คิดเป็นร้อยละ 29.5 21.0 และ 11.6 ตามลำดับ

เสียมากกว่าหากมีการตั้งคาสิโนครบวงจรในจังหวัดสงขลา มีเพียงร้อยละ 13.6 ที่เห็นว่าจะเกิดผลดีหากมีคาสิโนครบวงจรและร้อยละ 16.9 ไม่แสดงความคิดเห็น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 10, 2010 2:04 pm

ยกเลิกได้ แต่ถ้ารัฐต้องชดเชยเงินให้กับบริษัท ล็อกซเล่ย์ เกินกว่า 40 ล้านบาท

คงเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การเข้าร่วมการงานของภาครัฐ และเอกชน พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน

เพราะในกฎหมายมีการระบุไว้ชัดเจน (ที่ยังไม่ขึ้น เพราะชอบเล่นฟันดาบ แบบว่า แสกหน้า...ได้แต้ม)


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: หวยล้ม ต้มคนดู(รึเปล่า)

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Jan 18, 2010 9:17 pm

วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6990 ข่าวสดรายวัน

นวลพรรณ ล่ำซำ แจงเหตุผลที่ลาออก
สัมภาษณ์พิเศษ



นวลพรรณ ล่ำซำ เข้ารับหน้าที่ผู้ช่วยรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้กับ อิสสระ สมชัย เจ้ากระทรวง ตั้งแต่ 7 มี.ค. ปีที่ผ่านมา

13 ม.ค. ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะนายกฯ สั่งล้มโครงการหวยออนไลน์ ของบริษัทล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี จำกัด ที่นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการบริษัทเมืองไทยประกันภัย ผู้พ่อ และนายทุนของพรรคประชาธิปัตย์ ถือหุ้นอยู่

เรื่องราวเป็นอย่างไร นางนวลพรรณ ให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้

ขอ ยืนยันการลาออกจากตำแหน่ง ไม่มีปัจจัยอื่น หรือ เหตุผลอื่นใด นอกจากการที่ดิฉันจะกลับไปเป็นกรรมการบริษัทประกันภัยของครอบครัว เนื่องจากพ.ร.บ. ประกันวินาศภัยปี 2535 มาตรา 34 บัญญัติห้ามไม่ให้ผู้ที่เป็นข้าราชการการเมืองมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ประกันภัย

เมื่อพิจารณาแล้วว่า ถึงเวลาที่เหมาะสมจะไปดูแลงานด้านประกันภัย เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงตัดสินใจลาออก เพราะจะมีการเปิดเสรีด้านประกันภัยของครอบครัว

ส่วน ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้ลาออก เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามในตำแหน่งนี้ จึงยังทำหน้าที่ช่วยเหลืองานของพรรคประชาธิปัตย์ และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค ต่อไปเหมือนเดิม

แต่ลาออกในจังหวะเดียวกับที่นายกฯ ล้มหวยออนไลน์

อย่าเอาไปโยงกัน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันจริงๆ เป็นความบังเอิญมากกว่า ให้ตอบกี่ครั้งก็ยืนยันได้ว่าไม่เกี่ยวกันจริงๆ

ปรึกษากับคุณพ่อ ก่อนตัดสินใจลาออก

ได้ พูดคุยกัน และเป็นความคิดเห็นร่วมกันระหว่างดิฉันกับคุณพ่อ ว่าถ้าจะกลับมาทำงานด้านประกันภัย และเมื่อมีกฎหมายห้ามเรื่องการดำรงตำแหน่งอยู่ ก็ต้องเลือกที่จะลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี ในที่สุดท่านก็เห็นชอบด้วย

หารือกับนายกฯหรือนายสุเทพ ก่อนตัดสินใจ

เมื่อ ตัดสินใจแล้ว ได้ไปกราบเรียนนายกฯ ท่านเป็นคนน่ารักมาก ให้คำปรึกษาที่ดีหลายอย่าง เท่าที่ได้สัมผัสการทำงาน ท่านเป็นนายกฯ ที่ให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่กับปัญหาด้านสังคมค่อนข้างเยอะ เป็นเหตุ เป็นผล และท่านก็เคารพการตัดสินใจของดิฉัน

ส่วนท่านสุเทพ เมื่อไปกราบเรียนท่านก็เคารพการตัดสินใจครั้งนี้เช่นกัน นอกจากนี้ดิฉันก็ไปกราบเรียนให้ท่านนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รับทราบด้วย เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และให้คำแนะนำว่าหากจะทำอะไร ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

นายกฯหรือนายสุเทพขอให้อยู่ช่วยงานต่อหรือไม่

มี บ้างนิดหน่อย แต่ทั้งสองท่านก็เข้าใจดีในเหตุผลของดิฉัน เมื่อได้เรียนเหตุผลว่าต้องการกลับไปดูแลธุรกิจประกันภัยก็ยอมรับการตัดสิน ใจด้วยดี

หนังสือลาออกยังไม่ได้รับการอนุมัติจากคุณอิสสระ

อนุมัติเรียบร้อยแล้วค่ะ มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. นี้

ข่าวคุณพ่อถอนการสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่พอใจเรื่องหวยออนไลน์ที่บริษัทล็อกซเล่ย์ได้รับผลกระทบ

ไม่มีข่าวนี้ คุณพ่อไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ไม่ได้น้อยใจพรรคหรือผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ไม่สนับสนุนโครงการนี้

ไม่ มีเลย ยืนยันไม่น้อยใจอะไรทั้งสิ้น เป็นการตัดสินใจที่เป็นเหตุเป็นผลมาก และคิดว่าดีที่สุดแล้ว เมื่อกฎหมายห้ามก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

จะบานปลายถึงขั้นลาออกจากผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

ยังทำงานในตำแหน่งนี้เหมือนเดิม และช่วยงานท่านสุเทพต่อไป

ผิดหวังกับการเข้ามาเป็นข้าราชการการเมืองหรือไม่

ไม่ ได้ผิดหวัง หลังได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ในพรรคที่เคารพนับถือหลายคน ทั้งจากท่านอภิสิทธิ์ ท่านสุเทพ และท่านนิพนธ์ ให้มาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีที่กระทรวงนี้ ก็ตัดสินใจเข้ามาทำงาน เพราะเป็นคนที่สนใจงานด้านสังคมและการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอยู่แล้ว

ตลอด เวลาการทำงานเกือบ 1 ปี บอกได้ว่ามีความสุขมากกับงานที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ และรมว.การพัฒนาสังคมฯ มีงานให้ทำเยอะ ส่วนงานการเมืองก็เดินหน้าไปได้เช่นกัน

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อภิสิทธิ์ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้านสังคมมากกว่ารัฐบาลอื่นที่มุ่งแก้ปัญหา ด้านเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน ปัญหาด้านสังคมต้องใช้เวลาในการแก้ไข ดิฉันคิดว่านายกฯ และรัฐบาลพยายามทำงานกันอย่างเต็มที่แล้ว และมีความมั่นใจว่ารัฐบาลน่าจะเดินหน้าทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

และ โชคดีที่ได้เข้าทำงานที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ การร่วมงานกับท่านอิสสระก็เป็นไปด้วยดี ท่านเป็นคนมีเมตตาสูง ตั้งใจทำงานเรื่องกิจการสตรี คนพิการและการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสด้วยความจริงจังและตั้งใจจริง ตรงนี้เป็นสิ่งที่ประทับใจมาก

รมว.พม.มีความคิดเสนอให้มานั่งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ท่าน อิสสระ ยังไม่เคยพูดหรือเสนอเรื่องนี้ แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วย ดิฉันพร้อมทำงานให้เต็มที่อยู่แล้ว ถ้ามีการเสนอมาให้จริงยังไม่ทราบว่าจะรับหรือไม่ ขอพิจารณาก่อนเพราะตำแหน่งนี้ไม่ได้ขัดกับพ.ร.บ.ประกันวินาศภัย

โอกาสกลับมาทำงานในตำแหน่งต่างๆ ในรัฐบาล

ยัง ไม่ทราบ เป็นเรื่องของอนาคต วันนี้ขอกลับไปดูแลธุรกิจด้านประกันภัยให้ดีที่สุดก่อน ส่วนงานการเมืองในหน้าที่ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังเข้าร่วมประชุมพรรค

พบเจอท่านนายกฯ ท่านสุเทพ พูดคุย ทักทายเหมือนเดิม ไม่ได้มีความไม่พอใจอะไรกัน เพราะตรงนี้เป็นการตัดสินใจในเรื่องของครอบครัว ไม่ได้มีแรงกดดันจากใครหรือฝ่ายใดทั้งสิ้น

มองพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร

เมื่อ ได้เข้ามาทำงานในพรรคก็ตั้งใจเรียนรู้งานและช่วยทำงานอย่างเต็มที่ คุณพ่อได้ให้คำปรึกษาบ้าง และที่พูดคุยกันอยู่เสมอก็จะมีท่านนายกฯ ท่านสุเทพ และท่านนิพนธ์ จะมีคำแนะนำที่ดีให้เสมอ ท่านสุเทพเป็นคนขยันมาก มีความตั้งใจแน่วแน่ในการทุ่มเทแก้ไขปัญหาให้ประเทศ ท่านเป็นคนมีบารมี มีเพื่อนฝูงมาก

นายกฯ ถูกมองว่าไม่กล้าตัดสินใจทำให้เป็นจุดอ่อน

ท่าน อภิสิทธิ์ เป็นคนที่มีภาวะผู้นำสูง มีมุมมอง วิสัยทัศน์ในการทำงานที่กว้างไกล มีความตั้งใจทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน มีคุณธรรมและจริยธรรมสูงมาก

คงไม่ใช่เรื่องของการกล้าตัดสินใจหรือไม่อย่างไร น่าจะเป็นความรอบคอบในการทำงาน

ที่ ผ่านมาท่านนายกฯ พยายามดูแลแก้ไขปัญหาทุกอย่างเต็มที่แล้ว ดิฉันคิดว่าต้องให้เวลาท่านนายกฯ และรัฐบาลแก้ไขปัญหา เพราะหลายเรื่องเป็นปัญหาหมักหมมยาวนาน การแก้ไขไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ หรือรวดเร็วอย่างที่หลายคน หลายฝ่ายต้องการ โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม นอกจากการทำงานในส่วนของรัฐบาลแล้ว ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาด้วย

เมื่อเราช่วยกันทำ งาน ผลประโยชน์จะตกอยู่กับประเทศชาติและประชาชน ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเบาบางลงไป ดังนั้นสิ่งสำคัญคือความร่วมมือของคนในสังคม

รัฐบาลมักซื้อเวลาในการแก้ไขปัญหา

ดิฉันไม่เคยมองอย่างนั้น ในทางกลับกันมองว่ารัฐบาลได้ทำเต็มที่แล้วภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ ที่มีอยู่

ข่าวความขัดแย้งระหว่างนายกฯ กับนายสุเทพ

ไม่ น่าจะมี เท่าที่ได้สัมผัสกับการทำงานของทั้งสองท่าน มีความร่วมมือในการทำงานกันเป็นอย่างดี ทั้งสองท่านมีงานต้องทำมาก ทั้งงานบริหารประเทศ และการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีความตั้งใจในการทำงานทั้งคู่ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ร่วมกันประคับประคองให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานไปได้ด้วยความต่อเนื่องภายใต้ อุปสรรค ปัญหาต่างๆ

ถ้ามีโอกาสกลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในอนาคต

ยัง ไม่มีความคิดนี้ วันนี้ขอศึกษางานการเมืองในหน้าที่ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้ดีที่สุด และกลับไปดูแลธุรกิจประกันภัยว่ามีลู่ทางจะขยายภาคธุรกิจนี้อย่างไรให้เติบ โต แข่งขัน ทัดเทียมได้กับสภาวะปัจจุบัน ตอนนี้คิดแค่นี้จริงๆ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ