ความลับ...ที่เสือกรั่ว

หน้า 1 จาก 3 1, 2, 3  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Fri Jan 08, 2010 2:50 pm

http://onknow.blogspot.com/2009/02/blog-post_3375.html

Monday, February 16, 2009

เปิดตำนานใหม่“กะเหรี่ยงแพร่”ต้าน“แม้ว” เดินหน้ากรองข้อมูลสื่อ-สร้างสังคมการเมืองใหม่

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน
เกียรติ คำน้อย ส.อบต.แม่พุงหลวง ที่ร่วมริเริ่มใช้ ASTV กระจายข้อมูลข่าวสารให้ชาวบ้าน

แพร่ – เปิดศักราชใหม่ “ชุมชนกะเหรี่ยงแม่พุงหลวงเมืองแพร่” หมู่บ้านชนเผ่ากลางหุบเขา “ผีปันน้ำ” ที่ใช้ “ASTV”
จุดประกายการเปลี่ยนแปลงในชุมชน เปิดช่องทางการเรียนรู้ให้แก่คนในชุมชน จนเริ่มตามทันการเมืองน้ำเน่า
เห็นผลร้ายจาก “ระบอบแม้ว” ที่กัดกร่อนสังคมไทยตั้งแต่ยุคสารพัดโครงการเอื้ออาทร-กองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ
ถึงขั้นหลุดปากว่า “ถ้าปล่อยไว้ก็ฉิบหาย”

“ผมยังติดใจคำพูดของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ที่มักจะบอกกับผู้ชม ASTV อยู่เสมอ ๆ ว่า ทีนี้รู้หรือยัง !?
เพราะสะท้อนให้เห็นถึงการเปิดเวทีทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ของภาคประชาชน ที่ไม่เจอในทีวีเสรีช่องอื่น ๆ” อำนวย ใจอ้าย
หนึ่งในเกษตรกรเชื้อสายกะเหรี่ยง บ้านแม่พุงหลวง ที่มีวิถีเกษตรพอเพียงทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ

“อะไรที่เราไม่รู้ ก็ได้รู้ อะไรที่เราไม่เคยเห็น ก็ได้เห็น การเมืองเมื่อก่อน เราไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เราเห็นเขาโกงกิน
สิ่งที่ประชาชนคนไทยควรจะได้ไปอย่างหน้าตาเฉย ซึ่งถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ฉิบหายแน่” ด่วน ปิงจันทร์
ปราชญ์ชาวบ้านเชื้อสายกะเหรี่ยง ในหมู่บ้านแม่พุงหลวง อ.วังชิ้น จ.แพร่

“การเมืองใหม่ กำลังเกิดขึ้นในใจของประชาชนแล้ว แม้ว่าการเมืองในระบบ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แต่เมล็ดพันธุ์การเมืองใหม่ ได้เกิดขึ้นแล้ว” เกียรติ คำน้อย อบต.บ้านแม่พุงหลวง

นี่คือส่วนหนึ่งในบันทึกคำพูดของคนในชุมชนกะเหรี่ยงบ้านแม่พุงหลวง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ชุมชนชาวกะเหรี่ยง
แห่งเทือกเขา “ผีปันน้ำ” ที่บอกเล่ากับ “ASTVผู้จัดการรายวัน” เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนพื้นเมืองแห่งนี้
นับเนื่องตั้งแต่ปี 48-49 ที่พวกเขาบางส่วนร่วมต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” ผ่านหน้าจอ “ASTV” ก่อนที่จะมีบางส่วน
เคยเข้าไปร่วมชุมนุม 193 วันสงครามครั้งสุดท้าย – ร่วมชุมนุมในทำเนียบฯ – สนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ

ในอดีต อ.วังชิ้น จ.แพร่ ถือเป็นบ้านป่า ห่างไกลความเจริญ ไม่มีใครให้ความสนใจ โดยเฉพาะภาครัฐมักส่ง
ข้าราชการที่มีปัญหาไปอยู่ หรือหากจะมีข้าราชการที่อยากเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ก็เพียงกลุ่มที่มีผลประโยชน์
กับการตัดไม้ทำลายป่า – รับส่วย เท่านั้น

แต่ทว่าวันนี้อำเภอวังชิ้น มิได้เป็นเมืองที่หลายคนสบประมาทได้อีกแล้ว ด้วยแนวคิดที่เกิดจากเนื้อในวัฒนธรรมประเพณี
ที่ยังคงมีอยู่สืบทอดมาจนปัจจุบัน ทั้งวัฒนธรรมชุมชน สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และอาชีพเกษตรกรรมธรรมชาติ
พร้อมทั้งความเป็นชนพื้นเมืองที่ยืนหยัดอยู่อย่างสมศักดิ์ศรี

ในมิติ “การเมือง” ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย ต่างประณามคนวังชิ้นว่า ตกอยู่ภายใต้เม็ดเงิน ที่หว่านลงไปซื้อเสียง
และกลุ่มการเมืองเดิมๆ ก็กลับมา จนทำให้เมืองแพร่ หานักการเมืองคุณภาพได้ยากเต็มที

แต่ทว่าด้วยเหตุผลข้างต้นกับความเข้าใจรัฐธรรมนูญ ชาววังชิ้น โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องชนเผ่ากะเหรี่ยง
ชนเผ่าพื้นเมืองอาศัยเทือกเขาผีปันน้ำมานานหลายชั่วอายุคน มีการไหว้ผีขุนห้วย ผีขุนน้ำ
เพื่อให้ธรรมชาติปกปักรักษาให้ชุมชนอยู่อย่างปลอดภัยมาช้านาน ได้รับรู้เรื่องราวของกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ที่ร่วมร่างเมื่อปี 2540 และอีกครั้งในปี 2550 ทำให้พวกเขารู้ถึงสาระในกฎหมายสูงสุดของประเทศ
โดยเฉพาะสิทธิของชุมชนและการดูแลทรัพยากรและการปกครองดูแลกันเองในภาคประชาชน

ลานบ้านของ “อบต.เกียรติ”ศูนย์รวมของชาวบ้านแม่พุงหลวง ที่ร่วมกันรับชมรายการเอเอสทีวีทุกค่ำคืน
จากโทรทัศน์ดาวเทียมเครื่องเดียวกัน

โดยเฉพาะในมาตรา 3 กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุชัดว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย
ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจการเมืองว่า เขาทุกคนต้องสร้างเอง

และในที่สุดไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง – การโหวตร่างรัฐธรรมนูญ ชาววังชิ้นจึงมีความแตกต่างจากอำเภออื่นๆ
ของจังหวัดแพร่ อย่างสิ้นเชิง

การเปลี่ยนแปลงแนวความคิดจากความรู้ในกฎหมาย ทำให้ชาววังชิ้นเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมมาก
และเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดแพร่ และเป็นผลดีอีกทางที่อำนาจของภาครัฐเข้าไปครอบงำน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ

พวกเขาเล่าว่า สิ่งที่ทำให้พวกเขาเห็นแย้งกับรัฐอย่างรุนแรง เริ่มขึ้นในช่วงปี 2549 โดยเฉพาะที่บ้านแม่พุงหลวง
หมู่ 15 ต.แม่พุง อ.วังชิ้น ประชากรทั้งชุมชนเป็นชาวกะเหรี่ยงพื้นเมือง ร้อยละ 99.99 เริ่มมองเห็นการทำงานของรัฐ
ที่ไม่ตรงตามความต้องการหรือความจำเป็นของชุมชน จากการบริหารราชการของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ที่เริ่มทำให้ประชาชนอ่อนแอลง เช่นการทำโครงการเอื้ออาทรหลากหลาย

ช่วงนั้นเห็นชัดว่า บ้านแม่พุงหลวง มีความเข้มแข็งเรื่องการออมทรัพย์
ภายใต้การหนุนช่วยของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
โดยก่อตั้ง “กลุ่มออมทรัพย์เครดิตยูเนี่ยนสร้อยหล้า”

ขึ้นมานานและมีผลการบริหารจัดการจนชาวบ้านมีสวัสดิการของตนเองในชุมชน
แต่รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญแก่สิ่งที่ชุมชนประสบความสำเร็จ กลับนำกองทุนหมู่บ้านเข้ามาอีก และไม่อนุญาตให้รวมกองทุน
ตรงนี้เริ่มทำให้ชาวบ้านแตกแยกเป็น 2 ส่วน นอกจากนั้นยังพบปัญหาที่เกิดจากการบริหารจัดการในระบอบทักษิณมากมาย

ในปีนี้เองที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองขึ้นในกรุงเทพฯ คือ “ปรากฏการณ์สนธิ” ที่บานปลายออกสู่การรวมตัวจากหลายฝ่าย
เป็นเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และใช้สื่อ “ASTV” ในการเผยแพร่ความรู้ทางการเมืองและ
ปัญหาที่เกิดจากการบริหารบ้านเมือง

แกนนำสำคัญ เริ่มเก็บข้อมูลข่าวสาร นำเข้าสู่การถกเถียงและพูดคุยกันในชุมชน ตามบ้านของผู้นำ เช่น
“เกียรติ คำน้อย สมาชิก อบต.แม่พุงหลวง - ลุงอำนวย ใจอ้าย ปราชญ์ชุมชนคนสำคัญที่ร่วมกันต่อยอดข่าวสาร
ใน กทม.สู่การรับรู้ของประชาชน

“อบต.เกียรติ” บอกว่า ยิ่งรู้ข้อมูลมากขึ้นก็พบว่าการบริหารของรัฐบาลทักษิณ เป็นปัญหาของบ้านเมือง
ซึ่งผู้นำตามธรรมชาติ เหล่านี้ ซึ่งเคยดูแลรักษาสถาบันการเงินของชุมชน วัฒนธรรมชนเผ่า รักษาป่าของชุมชน
เริ่มถูกจุดประกายขึ้นด้วยการหารือในที่ประชุมหลายฝ่าย เพื่อต้องการหาข้อมูลข่าวสารลงสู่ชุมชนให้มากที่สุด
ในที่สุดได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนบ้านค้างปินใจ ให้ยืมโปรเจกเตอร์ และสำนักฮอมบุญอโศก
บ้านป่าไผ่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ อนุเคราะห์จานดาวเทียมเอเอสทีวีให้

http://www.asoke.info/04Agriculture/OFNT/Office/FrameworkOrg04.html

จากนั้นพวกเขาก็ติดตั้งกันเอง ลองผิดลองถูกทางด้านเทคนิค และในที่สุดก็ได้ผล

รายการรู้ทันประเทศไทยของ อ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ,รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของสนธิ ลิ้มทองกุล
และสโรชา พรอุดมศักดิ์ ก็ถูกแพร่ภาพกลางหมู่บ้าน


ช่วงนั้นลานบ้านของ “อบต.เกียรติ” กลายเป็นพื้นที่รับชมรายการเอเอสทีวีทุกค่ำคืน มีชาวบ้านแม่พุงหลวง
นั่งกลางดินดูโทรทัศน์ดาวเทียมเครื่องเดียวกัน ประชาชนสนใจมากขึ้นๆ ทุกขณะ และในที่สุดก็เกิดการเรียนรู้ของชุมชน
ไม่แพ้คนที่ไปเรียนในมหาวิทยาลัยราชดำเนิน และชุมชนได้ร่วมขับไล่ทรราชออกไปจากแผ่นดิน แม้เขาเหล่านั้นอยู่ในป่า
ห่างไกลความเจริญ

กลุ่มผู้นำทั้งที่เป็นทางการ และผู้นำตามธรรมชาติ บ้านแม่พุงหลวง เล่าว่า 19 กันยายน 2549 เป็นวันที่พวกเขาใจจดใจจ่อ
และในที่สุดการปฏิวัติก็เกิดขึ้น ชุมชนไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่ไม่มีทางออกสำหรับรัฐบาลที่มีอำนาจล้นฟ้า

การติดตามไม่ได้จบลง แต่กลับมีผู้สนใจมากขึ้นสร้างความก้าวหน้าทางการเมือง เมื่อช่วงเลือกตั้งใหม่
การตัดสินของศาลในการยุบพรรคไทยรักไทย และที่ประชาชนสนใจมากในขณะที่นายสมัคร สุนทรเวช
เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงนี้ประชาชนใน อ.วังชิ้น หลายกลุ่มเดินทางไปร่วมชุมนุมที่หน้าทำเนียบ
โดยเฉพาะแกนนำของแม่พุงหลวง และปราชญ์ชาวบ้าน กว่า 20 คนได้เข้าสัมผัสรสชาติอาหาร
ร่วมเยี่ยมชมทำเนียบรัฐบาลด้วย มีหลายคนได้ร่วมปิดสนามบินดอนเมือง


ด่วน ปิงจันทร์ ปราชญ์ชาวบ้านในแม่พุงหลวง กล่าวว่า อะไรที่เราไม่รู้ก็ได้รู้อะไรที่เราไม่เห็นก็ได้เห็น
การเปลี่ยนแปลงช่วงรวดเร็ว และสมัยนี้เราเห็นสิ่งผิดสิ่งถูกได้เร็วกว่าอดีต การเมืองเมื่อก่อนก็ไม่เข้าใจแต่วันนี้
เราเห็นการโกงกินนั้นเป็นผลประโยชน์ที่ตกสู่ประชาชนแต่เขาเอาไปหมด “อย่างนี้ถ้าปล่อยไปก็ฉิบหาย”

อำนวย ใจอ้าย เกษตรกรที่มีวิถีเกษตรพอเพียงทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ กล่าวว่าสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี
เป็นสถานีที่เปิดเผยมากทุกแง่มุมไม่ใช่สถานี เป็นผู้กล่าวหารัฐบาล แต่สถานีและนักจัดรายการได้ร่วมกันนำเอา
เนื้อหาสาระที่มาจากนักวิชาการและคนรอบด้านมาสู่สายตาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนักการทูต นักธุรกิจ
นักการเมือง ผู้นำศาสนา และสำคัญคือนักวิชาการที่ชาวบ้านมีโอกาสสัมผัสน้อยมาก เอเอสทีวี
ได้จัดรายการจนชาวบ้านอดดูไม่ได้ ต้องติดตามต่อเนื่องเพื่อค้นหาความจริงให้ปรากฏ

เขาบอกว่า ยังติดใจคำพูดของคุณสนธิ ที่ว่า “ทีนี้รู้หรือยัง” นี่เป็นการเปิดเวทีครั้งยิ่งใหญ่ทางการเมืองในรัฐธรรมนูญ
ที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้มีเวที มุมหนึ่งมีคนกล่าวหาพันธมิตรฯมากมาย แต่ผมคิดว่า เป็นเวทีที่ประชาน
ได้มีโอกาสระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกัน ชาวบ้านอยากจะใช้วิธีโต้ตอบ แต่ที่ชุมชนยังไม่มีอินเทอร์เน็ต
หรือเครื่องมือสื่อสารที่ดีพอทำให้ไม่มีโอกาสได้ร่วม

“แต่ยังพอมีที่นักข่าวASTVผู้จัดการได้นำภาพของชาวแม่พุงหลวงที่นั่งดูทีวีทุกค่ำคืนไปเผยแพร่”

เกียรติ คำน้อย สรุปความคิดของเขาให้ฟังว่า ตนคิดว่าการพัฒนาทางการเมืองขณะนี้เกิดแล้ว
การเมืองใหม่กำลังเกิดขึ้นในใจของประชาชน แม้แต่การเมืองในระบบยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
แต่เห็นภาพความสนใจทางการ เมืองไม่เพียงที่ อ.วังชิ้น เราไปสัมผัสการจัดเวทีพันธมิตรฯ ที่จัดในตัวเมืองแพร่
ชาวบ้านได้พบกับอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่โรงแรมนครแพร่ ที่องค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดแพร่จัดขึ้น
เป็นส่วนหนึ่งที่ทุกคนได้รู้ถึงธาตุแท้ของนักการเมือง ว่า โกงกิน

อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังไม่ถือว่า การต่อสู้เพื่อการเมืองใหม่จบลงแต่ยังคงต้องทำงานกันต่อไป


นี่เป็นเสียงวิพากษ์และเรียกร้องของชุมชนห่างไกลที่ได้รับข้อมูลข่าวสารแล้วเป็นประโยชน์ วันนี้ชาวบ้านไม่เพียงดูสื่อ
แต่ยังคงเดินหน้าร่วมกันพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ไว้ให้มากที่สุด และเดินตามแนวพระราชดำริ
ในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสุขแบบองค์รวมของหมู่บ้านชุมชน

วันนี้ เขามีสวัสดิการของชุมชน มีระบบประปาที่ใช้พลังงานทางเลือก มีการดูแลสุขภาพด้วยหมอพื้นบ้าน
มีความพอเพียงที่ก้าวหน้า

และวันนี้ชาวบ้านเข้าใจชัดเจนแล้วว่า การใช้สื่อเป็นอาวุธชนิดหนึ่งของชุมชน ที่จะเป็นตัววิเคราะห์ได้ว่า
ภาครัฐเดินหน้าพัฒนาเพื่อหวังอะไรและชุมชนควรตั้งมั่นระวังอย่างไร

ในที่สุด ชุมชนแห่งนี้ก็มีมติ ใช้งบประมาณที่รวบรวมจากกองทุนสวัสดิการ เครดิตยูเนี่ยนสร้อยหล้า
จัดซื้อโปรเจกเตอร์เป็นของหมู่บ้าน เปิดฉายโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวีได้ทุกคืน


ชุมชนแม่พุงหลวง นอกจากดูสื่อ เอเอสทีวี แล้วยังดูช่องอื่นเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา
ซึ่งในที่สุดการนำเสนอกับเหตุการณ์จริงเอเอสทีวีน่าจะอยู่กลางใจของประชาชนในชนบท แต่ยังคงมีข้อเสียอยู่บ้าง
ที่ เอเอสทีวี ดูไม่ได้ทุกบ้าน

ดังนั้น ต้องทำอย่างไร ที่จะให้โทรทัศน์สาระดีอย่างนี้ได้เข้าถึงทุกหลังคาเรือน

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014565

http://www.asoke.info/04Agriculture/OFNT/Office/FrameworkOrg04.html


โครงการพลังกู้ดินฟ้า ประชาเป็นสุข
เจ้าของโครงการ



เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย (คกร.)
ผู้สนันสนุนงบประมาณ



สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ระยะเวลาของแผนงาน


สิงหาคม 2546 ถึง สิงหาคม 2547
คณะกรรมการบริหารโครงการ


คณะกรรมการประสานงานกลาง
(จำนวน 9 คน) เป็นที่ปรึกษาโครงการ ....
[ดูภาพถ่าย...คลิก][b][/b]

  1. ประธานกรรมการ
    นายธำรงค์ แสงสุริยจันทร์
  2. รองประธาน
    นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ
  3. รองประธาน
    นายอำนาจ หมายยอดกลาง
  4. เลขาธิการ
    นายแก่นฟ้า แสนเมือง
  5. ฝ่ายการตลาด
    นายร้อยแจ้ง จนดีจริง
  6. ฝ่ายบัญชี
    นางสาวเพชรตะวัน ธนะรุ่ง
  7. ฝ่ายการเงิน และธุรการ
    นางสุริยา สิทธิสงค์
  8. ฝ่ายทะเบียน
    เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์
  9. ฝ่ายสารสนเทศ
    นายสู่ดิน ชาวหินฟ้า

อำนาจหน้าที่
กำหนดทิศทาง หลักเกณฑ์เงื่อนไข และให้ข้อเสนอแนะต่างๆ
ตลอดจนการพิจารณาอนุมัติแผนปฏิบัติการ และแผนงบประมาณ
ให้สามารถบรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ ตามที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Fri Jan 08, 2010 2:55 pm

คณะกรรมการประสานงานส่วนท้องถิ่น
(ผู้แทนจากชุมชนในเครือข่าย จำนวน 49 คน) เป็นคณะกรรมการบริหาร

1



นางมิ่งหมาย บุญเฉลียว
tel.0-4524-0584-5

น.ส.เพชรตะวัน ธนะรุ่ง
tel.0-4524-0584-6

ราชธานีอโศก
หมู่บ้านราชธานีอโศก หมู่ที่ 10 ต.บุ่งไหม

อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 34190

tel.0-4524-0584-5, 0-4531-8072-3


2



คุณพลีขวัญ พูนลาบ
tel.0-4563-5767

นายมั่นแม่น กะการดี
tel.0-4563-5767

ศีรษะอโศก

หมู่ที่ 15 ต.กระแซง อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ 33110
tel.0-4563-5767
0-4563-5691, 0-3425-8470-1


3



ท.ญ.ฟากฟ้าหนึ่ง นาวาบุญนิยม
tel.0-3425-8470-1

น.ส.สีดิน ไชยธรรม
tel.0-3425-8470-1



ปฐมอโศก


66 หมู่ที่ 5 ต.พระประโทน
อ.เมือง
จ.นครปฐม 73000
tel.0-5625-9217


4








นายจำนงค์ สังวรณ์
tel.0-5625-9217


นายเสกสรร ไผ่ทอง
tel.0-5635-2409

ศาลีอโศก
116 หมู่ที่ 3 ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี
จ.นครสวรรค์ 60220
tel. 0-5635-2409, 0-9770-7454

5



น.ส.วรัทยา ธรรมรักษ์
tel.0-4432-7306


น.ส.พลังศีล ฉาไทยสงค์
tel.0-4432-7306
นายเต็มสูญ อ่างทอง
tel.0-4421-2797





สีมาอโศก


94 หมู่ที่ 5 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง
จ.นครราชสีมา 30000

โทรศัพท์/โทรสาร 0-4432-7306
tel.0-4421-2797, 0-4432-7400


6



นายเมืองหิน ลือโขง
tel. 0-5327-1262
0-1765-4451

นางจุรีย์ ตันวิระ
tel.0-5331-1019
0-5382-2871



ลานนาอโศก

280 หมู่ที่ 4 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย
จ.เชียงใหม่

ร้านอาหารชมรมมังสวิรัติ
เลขที่ 42 ถนนมหิดล
ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
tel.0-5349-8675, 0-5327-1262


7



นางกัลยา ชูทอง
tel.0-7522-6196

นายภาณุ (ธาตุเมืองพุทธ)
พิทักษ์เผ่า
tel. 0-7434-6436



ทักษิณอโศก

41 หมู่ที่ 3 ต.บ้านควนอ.เมือง จ.ตรัง 92000
tel.0-7522-6196

8



น.ส.วินากร สิทธิพันธ์
tel.0-1991-5592

น.ส.เกลี้ยง แซ่ผั่ว
tel.0-1853-2757

สมณะเสียงศีล
tel.0-1835-6108


ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเพื่อนช่วยเพื่อน
อินทร์บุรี

2 หมู่ที่ 7 ต.อินทร์ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี 16110
tel.0-3658-1922

9



นายอำนาจ หมายยอดกลาง


tel.0-1966-4247



วังน้ำเขียว

14 หมู่ที่ 11 บ้านน้ำซับ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว

จ.นครราชสีมา 30370
tel.0-4424-9107 โทรสาร 0-4424-9109

10


นายวีระพล กมลรัตน์
tel. 0-4527-0233,
0-6245-3016


สวนส่างฝัน

216 สวนส่างฝัน ถนนเอกอำนาจ

อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000
tel.0-4527-0233


11


นางนภัสวรรณ บุตรเพ็ง
tel.0-4259-9490


ศรีสงครามอโศก

458 บ้านปากอูน หมู่ที่ 7 ต.ศรีสงคราม

อ.ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม 48150

tel.0-4259-9490


12



นายสมพงษ์ ฟังเจริญจิตต์
tel.0-18535000
โทรสาร 0-2466-6229


ตามตัว 1188 เรียก
6329988



สถาบันฝึกอบรมผู้นำ

บ้านพุประดู่ ต.บ้านเก่า อ.เมือง
จ.กาญจนบุรี

679/44 ถ.อิสรภาพ เขตบางกอกใหญ่

กรุงเทพฯ 10600


13


นางนวพร ขวัญสำราญ

tel.0-4481-0095
0-9844-8298


หินผาฟ้าน้ำ

428 หมู่ที่ 17 บ.นาแก ต.นาหนองทุ่ม

อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150
tel.0-4481-0095


14



นายวัลลภ จันดาเบ้า
tel.0-9574-9860

นายไพโรจน์ อรรคสีวร
tel.0-1711-6069

นายกอใจ ชาวหินฟ้า
tel.0-6851-3335,
0-9279-9055



ดินหนองแดนเหนือ

159 หมู่ที่ 11 ต.บ้านตาด

อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000


15



นายหินชนวน อโศกตระกูล
tel.0-9416-5618,
0-42832179


นายวิเชียร ถาวงค์กลาง
tel.0-4284-1534



เลไลย์อโศก

246 หมู่ที่ 7 บ้านเอราวัณ ต.ผาอินทร์แปลง

กิ่งอำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย 42220

tel. 0-4285-3237


16



นายอภิชาติ รุ่งเรืองพัฒนากุล

tel.0-1050-7069



ร้อยเอ็ดอโศก

หมู่ที่ 6 ต.เกาะแก้ว อ.เสลภูมิ
จ.ร้อยเอ็ด 45120

110 หมู่ 6 ต.เกาะแก้ว อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 45120

tel.0-1050-7069


17



น.ส.น้ำนวลดิน ใจแปง


tel.0-5370-0504,
0-1288-4505



เชียงรายอโศก

259 หมู่ที่ 8 บ้านห้วยบง ต.ท่าสาย อ.เมือง
จ.เชียงราย 57000
tel. 0-5370-0504

18



นายทศพล เปี่ยมสมบูรณ์

tel.0-3721-3461



บูรพาอโศก

96/1 หมู่ที่ 6 ต.หัวหว้า
อ.ศรีมหาโพธิ์
จ.ปราจีนบุรี
51 ถนนหน้าเมือง ต.หน้าเมืองอ.เมือง
จ.ปราจีนบุรี 25000

19



น.ส.แก่นเกื้อ นาวาบุญนิยม

tel.0-4337-9394



แก่นอโศก

239 หมู่ที่ 5 ต.โนนท่อน อ.เมือง
จ.ขอนแก่น 40000

สวนเพิ่มบุญ tel.0-4337-9394


20



นายนิยม มาประโคน


tel.0-4467-1491



เมฆาอโศก

56 หมู่ 7 ต.บึงเจริญ อ.บ้านกรวด

จ.บุรีรัมย์ 31180

tel.0-6246-3136


21


หลวงพ่อลักษณ์
(จัตมโร)
tel.0-1604-4903


อยู่สุขเจริญ

สำนักสงฆ์ธุดงค์สถานอยู่สุขเจริญ

หมู่ 2 ต.หนองบัวใต้ อ.เมือง จ.ตาก 63000


22



คุณสีนวล ทุลจินดา
tel.0-1740-0756

คุณเยาวดี ศรีพันธวรานุสรณ์
tel.0-1171-4674



จิตรเพชรอโศก

(เพชรผาภูมิ)

60 หมู่ 11 ต.ห้วยพุก

กิ่งอำเภอดงเจริญ จ.พิจิตร 66210


23


นายมานะ ภู่แส

tel.0-5524-2966


พิษณุอโศก

135/1 หมู่ 3 ต.สมอแช

อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000


24


นายจำนงค์ พนมลัง
tel.0-54289-1133


ลำปางอโศก

290/2 หมู่ 2 ซอยโรงเรียนแม่ทะวิทยา

อ.แม่ทะ จ.ลำปาง 52150

ยุบไปรวมกับกลุ่มฮอมบุญ


25


นายบุญฉลอง หนูนันท์

tel.0-1454-3814


ชนแดน

18/1 หมู่ 2 ต.พุทธบาท

อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ 67150


26


นายมนต์ชัย อมรพิเชษฐ์กูล

มะเซอย่อ

138 หมู่ 4 บ้านทุ่งมะเซอย่อ ต.บ้องตี้

อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 71150


27


พ.จ.อ.วรวุฒิ
ไชยคุด


สกลอโศก

175/2 ถนนเจริญเมือง อ.เมือง
จ.สกลนคร 47000

tel.0-4271-3457


28


นางปราณี พิมพ์ศิริ

หนองคายอโศก

136 หมู่ 2 บ้านบุ่งคล้า ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า
จ.หนองคาย 43140

29



นายสุรเดช ศิรินาม


tel.0-4436-1118



กลุ่มญาติธรรมปากช่อง

60 หมู่ 9 ต.กลางดง อ.ปากช่อง
จ.นครราชสีมา 30130
tel. 0-4436-1118

30



นางสมหมาย หนูแดง
tel.0-12927924

นายวัชลภ หนูแดง
tel.0-9801-3369



ไร่ทนเหนื่อย

19 หมู่ 8 บ้านพนาทิพย์ ต.หนองแขม

อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี
tel.0-1292-7924


31


นายศิริ ดีรัตนา

tel.0-2919-6162


วังสวนฟ้า

ที่ตั้ง: หมู่ที่ 4 ต.วังทอง กิ่งอำเภอวังสมบูรณ์

จ.สระแก้ว

107/8 ถนนเสรีไทย เขตคันนายาว
กทม 10130


32



นายธนาศักดิ์ ก่ำรัมย์


tel.0-4461-1580



บุรีรัมย์อโศก

54 บ้านหนองครอบ หมู่ 5 ต.สองชั้น

อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ 31160


33


นายมงคล จันทร์ทรง

tel.0-7750-9011


ธรรมชาติอโศก

126 หมู่ 4 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ
จ.ชุมพร 86120
tel.0-7750-9011

34


นายสำเริง มีทรัพย์

tel.0-1117-4740


มุกดาอโศก

สถานีอนามัยบ้านนิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึก

ต.ดงหมู อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
49150


35


นางวิทัยวรรณ
มหาวงศ์
tel.0-5445-8817


พะเยาอโศก

9 หมู่ 3 ต.บ้านสาง อ.เมือง จ.พะเยา 56000

36



นายโกศล น้อยโสภา


tel.0-3235-3366



เพื่อนบุญอโศก

107/1 หมู่ที่ 10 บ้านโพธิ์เจริญ
ต.หนองอ้อ

อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
tel. 0-3235-3100, 0-3235-3366


37


นายภาณุ พิทักษ์เผ่า

tel.0-7434-6436


สงขลา

49 ถนนจุติอนุสรณ์ อ.หาดใหญ่
จ.สงขลา 90110

tel.0-7434-6436


38


น.พ.ระวี มาศฉมาดล
tel.0-7736-1483


สวนสรรพยา

โรงพยาบาลเวียงเวช อ.เวียงสระ
จ.สุราษฎร์ธานี


tel.0-7736-1483, 0-7736-1672


39


นายอดุลย์ ศรีสวัสดิ์
tel.0-5349-5983


สวนลำพูน

บ้านผาเงิบ ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จ. ลำพูน

192 หมู่ที่ 3
ต.หนองล่อง กิ่งอำเภอเวียงหนองล่อง

จ.ลำพูน 51120


40


นางฟ้างาย คำอโศก
tel. 0-2393-5729


บ้านพืชผัก

161 หมู่ 9 บ้านห้วยไร่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง
จ.เชียงใหม่

41


นายรักษ์ธรรม กล่อมอำภา
tel. 0-1865-0041
0-3829-7133
ชลบุรีอโศก
24/25 หมู่ 2 ต.หนองชาก

อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี 20170


42


นายตู้ สุขนึก
tel. 0-1312-8338
0-13338001


บ้านรัตนะ

บ้านรัตนะ ต.บุฤาษี อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000

43


นายประกอบ วิธีสอน

tel. 0-1903-3170


กลุ่มชูธรรม

12 หมู่ 1 ต.บึงบอน อ.หนองเสือ

จ.ปทุมธานี 12170

tel.0-1903-3170


44


นายอำนวย คลี่ใบ
tel. 0-9853-1244


ชุมชนฮอมบุญ

4/1 หมู่ที่ 5 บ้านป่าไผ่ ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย
จ.แพร่ 54110

tel.0-9853-1244


45


กำนันกำไร ดีจะโป๊ะ
tel. 0-1266-9614


กลุ่มกำนันกำไร

49 หมู่ที่ 7 บ้านซับน้อย ต.ลำนางแก้ว

อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
tel.0-1266-9614


46


นายศักดิ์ แก้วมาลา

tel.0-1651-4 038
กลุ่มรักถิ่น173
หมู่ 5 บ้านอ่าย ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ
จ.เชียงใหม่ 50320
tel. 0-1681-4 038
อำนาจหน้าที่
ดำเนินงานให้โครงการดำเนินไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
รวมทั้งร่างแผนงานในการดำเนินงาน ในท้องถิ่น จัดทำแผนปฏิบัติการ
แผนงบประมาณ ตลอดทั้งข้อเสนอแนะ เสนอกรรมการประสานงานกลาง
รวมทั้งดูแลกำกับ และอำนวยการ ให้งานดำเนินไป อย่างมีประสิทธิภาพ

สำนักงานโครงการ

(ก.) สำนักงานกลาง

ที่ตั้งสำนักงาน

เลขที่ 65/45 อาคารฟ้าอภัย ซอยเทียมพร ถนนนวมินทร์
เขตบึงกุ่ม
กรุงเทพมหานคร 10240 โทรศัพท์ 0-2733-6063 โทรสาร 0-2375-7800
การบริหารและความรับผิดชอบ

(1) ฝ่ายการเงิน
(2) ฝ่ายฝ่ายบัญชี
(3) ฝ่ายประสานงาน
(4) ฝ่ายธุรการ
คณะกรรมการ ....
[ดูภาพถ่าย...คลิก]



  • ผู้จัดการโครงการ
    นายธำรงค์ แสงสุริยจันทร์
  • ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ
    นายแก่นฟ้า แสนเมือง
  • ผู้จัดการสำนักงานกลาง
    เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์
  • รองผู้จัดการสำนักงานกลาง
    นางสาวลัดดา ปิยะวงศ์รุ่งเรือง
  • พนักงานการเงิน
    นางสาวเทียนแก้ว บุญมี
  • พนักงานบัญชี
    นางสาวยลศิริ ดำช่วย
    นายไพโรจน์ วงค์เที่ยง
    นางสาวปนัดดา แสงทอง

  • พนักงานธุรการ และประสานงานทั่วไป
    นายเทวินทร์ สิทธิ์น้อย
  • ผู้ตรวจสอบบัญชี และวิเคราะห์ข้อมูล
    นายหนึ่งพุทธ วิมุตตินันท์

ภาระหน้าที่


  • ประสานงานเก็บข้อมูลและสนับสนุนการทำงานทั่วประเทศ
  • ประสานงานให้เกิดการสนับสนุน หรือรับการสนับสนุนจากทรัพยากรในเครือข่ายทุกภาค
    อย่างทันท่วงที
  • รับจ่ายเงินให้สำนักงานภาค เพื่อดำเนินโครงการ
  • ตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณของสำนักงานภาค
  • จัดรวบรวมเอกสารการเงิน การบัญชี
  • ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ

(ข.) สำนักงานภาค
8 แห่ง


ที่ตั้งสำนักงานภาค

1. สำนักงานภาคเหนือ
ที่ตั้งสำนักงาน: ชุมชนศาลีอโศก
116 หมู่ 3 ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ 60220
ผู้ประสานงาน: นายชัยสิทธิ์ มานะดี
ศูนย์ฝึกอบรม: แม่ข่ายศาลีอโศก รับผิดชอบ ศูนย์ฝึกลูกข่าย
2 แห่ง
(1) ชุมชนเชียงรายอโศก
(2) ชุมชนฮอมบุญ

2. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1

ที่ตั้งสำนักงาน: ชุมชนราชธานีอโศก
ชุมชนราชธานีอโศก หมู่ 10 ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ

จ.อุบลราชธานี 34190
ผู้ประสานงาน: นางสาวเพชรตะวัน ธนะรุ่ง
ศูนย์ฝึกอบรม: แม่ข่ายราชธานีอโศก รับผิดชอบ ศูนย์ฝึกลูกข่าย
2 แห่ง
(1) ชุมชนสวนส่างฝัน
(2) ชุมชนเมฆาอโศก
3. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2

ที่ตั้งสำนักงาน: ชุมชนศีรษะอโศก
หมู่ 15 ต.กระแซง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 33110
ผู้ประสานงาน: นางสาวอร่ามศิลป์ ยืนยาว
ศูนย์ฝึกอรบรม: แม่ข่ายศีรษะอโศก รับผิดชอบ ศูนย์ฝึกลูกข่าย
3 แห่ง
(1) ชุมชนศรีโคตรบูรณ์อโศก
(2) ชุมชนร้อยเอ็ดอโศก
(3) ชุมชนสุรินทร์อโศก
4. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3

ที่ตั้งสำนักงาน: ชุมชนสีมาอโศก
94 หมู่ 5 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
ผู้ประสานงาน: น.ส.วรัทยา ธรรมรักษ์
ศูนย์ฝึกอรบรม: แม่ข่ายสีมาอโศก รับผิดชอบ ศูนย์ฝึกลูกข่าย
2 แห่ง
(1) ชุมชนดินหนองแดนเหนือ
(2) ชุมชนวังน้ำเขียว
5. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4

ที่ตั้งสำนักงาน: ชุมชนหินผาฟ้าน้ำ
428 หมู่ 17 บ.นาแก ต.นาหนองทุ่ม อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
36150
ผู้ประสานงาน: นายแผนผา คงนาวัง
ศูนย์ฝึกอรบรม: แม่ข่ายหินผาฟ้าน้ำ รับผิดชอบ ศูนย์ฝึกลูกข่าย
2 แห่ง
(1) ชุมชนแก่นอโศก
(2) ชุมชนเลไลย์อโศก
6. สำนักงานภาคกลาง 1
ที่ตั้งสำนักงาน: ชุมชนสันติอโศก
ชุมชนสันติอโศก 65/1 ซอยเทียมพร ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม

เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
ผู้ประสานงาน: เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์
ศูนย์ฝึกอบรม: แม่ข่ายสันติอโศก รับผิดชอบ ศูนย์ฝึกลูกข่าย

2 แห่ง
(1) ชุมชนบูรพาอโศก
(2) ชุมชนวังสวนฟ้า
7. สำนักงานภาคกลาง 2
ที่ตั้งสำนักงาน: ชุมชนปฐมอโศก
66 หมู่ 5 ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
ผู้ประสานงาน: นายทิวเมฆ นาวาบุญนิยม
ศูนย์ฝึกอบรม: แม่ข่ายปฐมอโศก รับผิดชอบ ศูนย์ฝึกลูกข่าย
1 แห่ง
(1) ศูนย์การเรียนรู้ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน อินทร์บุรี
8. สำนักงานภาคใต้
ที่ตั้งสำนักงาน: ชุมชนทักษิณอโศก
41 หมู่ 3 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง 92000
ผู้ประสานงาน: น.ส.เรวดี ตันนุกิจ
ศูนย์ฝึกอบรม: แม่ข่ายทักษิณอโศก รับผิดชอบ ศูนย์ฝึกลูกข่าย
1 แห่ง
(1) ชุมชนธรรมชาติอโศก
การบริหารและความรับผิดชอบ

(1) ศูนย์ฝึกอบรมแม่ข่าย (8 แห่ง)
(2) ศูนย์ฝึกอบรมลูกข่าย
ภาระหน้าที่


  • ประสานงานกับอาสาสมัครในพื้นที่
  • ประสานงานเพื่อสนับสนุน หรือขอรับการสนับสนุน จากส่วนกลางและภาคอื่นๆ
  • จัดรวบรวมเอกสารการเงิน การบัญชี ส่งสำนักงานกลาง
  • ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานระหว่างภาคอื่นๆ
  • ดูแล และเบิกจ่ายเงินในการดำเนินโครงการ
  • ดำเนินโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมาย
  • ดูแลกำกับศูนย์อบรมของเครือข่ายในภาค

(ค.) สำนักงานวิชาการ

ที่ตั้งสำนักงาน

ชุมชนวัฒนธรรมบุญนิยมศีรษะอโศก
270 หมู่ 15 ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 33110

การบริหารและความรับผิดชอบ

(1) ฝ่ายวิชาการ
(2) ฝ่ายศูนย์ข้อมูล
(3) ฝ่ายสารสนเทศ และประชาสัมพันธ์
คณะกรรมการ แบ่งสายงานออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายวิชาการ
ฝ่ายศูนย์ข้อมูล และ ฝ่ายสารสนเทศ และประชาสัมพันธ์ ดังนี้
ฝ่ายวิชการ ประกอบด้วย ...
[ดูภาพถ่าย...คลิก]



  • น.ส.ขวัญดิน สิงห์คำ
  • นายแก่นฟ้า แสนเมือง
  • นางอาภรณ์ วิชัยดิษฐ์
  • ท.ญ.ฟากฟ้าหนึ่ง นาวาบุญนิยม

  • น.ส.ปัทมาวดี กสิกรรม


Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Fri Jan 08, 2010 3:00 pm

ฝ่ายศูนย์ข้อมูล ประกอบด้วย ...
[ดูภาพถ่าย...คลิก]



  • นายสู่ดิน ชาวหินฟ้า
  • นายมนตรี รัตนิล
  • น.ส.ฟากฝั่งฝัน นาวาอโศกตระกูล


ฝ่ายสารสนเทศ และประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย


  • นายสู่ดิน ชาวหินฟ้า
  • นายมนตรี รัตนิล
  • นายวิศิษฏ์ จิตตนุปัสน์

ภาระหน้าที่


  • ประมวล วิเคราะห์ สถานการณ์ ความต้องการ ในการพัฒนางานของโครงการ
  • ร่างหลักสูตรการอบรม ประชุม สัมมนาต่างๆ เพื่อการพัฒนางานในระดับต่างๆ
    เสนอต่อคณะกรรมการบริหาร คกร.
  • จัดหาวิทยากร สนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ต่างๆ
  • รวบรวมองค์ความรู้ และฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน
  • จัดทำ และจัดหาสื่อ เพื่อยกระดับคุณภาพและศักยภาพ
    ในการฝึกอบรมของศูนย์ฝึก คกร.
  • จัดทำสื่อต่างๆ เช่น หนังสือ สิ่งพิมพ์ วีซีดี จดหมายข่าว
    เว็บไซต์ รายการออกอากาศวิทยุชุมชน เพื่อการเผยแพร่
    และประชาสัมพันธ์

(ง.) สำนักงานประเมินผล
ที่ตั้งสำนักงาน

เลขที่ 65/45 อาคารฟ้าอภัย ซอยเทียมพร ถนนนวมินทร์

เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
โทรศัพท์ 0-2733-6063 โทรสาร 0-2375-7800
การบริหารและความรับผิดชอบ

(1) ฝ่ายประสานงานและติดตามงาน
(2) ฝ่ายประเมินผล
คณะกรรมการ แบ่งสายงานออกเป็น 2 ฝ่าย ดังนี้
ฝ่ายประสานงานและติดตามงาน ประกอบด้วย ...
[ดูภาพถ่าย...คลิก]



  • นายร้อยแจ้ง จนดีจริง

  • นายสุวรรณ์ บุญแท้

  • น.ส.ดินนา โคตรบุญอาริยะ


  • นายราเมศ เชียวเขตรวิทย์


  • น.ส.น้อมขวัญ ปัฐฏยาวัต


  • น.ส.ประกายขวัญ ปัญญาพร


  • น.ส.พลอยไพร ชาวหินฟ้า

ฝ่ายประเมินผล ประกอบด้วย...
[ดูภาพถ่าย...คลิก]



  • นายธำรงค์ แสงสุริยจันทร์


  • นายสงกรานต์ ภาคโชคดี

  • นายวีรพงศ์ ชัยภัค

  • น.ส.ปัทมาวดี กสิกรรม

ภาระหน้าที่


  • ส่งเสริมสมาชิกในเครือข่าย ในการสร้าง ผลผลิต-ผลิตภัณฑ์
    การตลาด-พาณิชย์ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เครือข่ายบุญนิยม
  • จัดหาทีมงานประเมินผลการอบรมทั่วประเทศ
  • ออกแบบการประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ
  • วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล

แผนงานโครงการ ประกอบด้วย
3 แผนงานหลัก
(ก.) แผนงานการศึกษาอบรม

  1. กิจกรรมสร้างผู้นำกสิกร
  2. กิจกรรมอบรมเยาวชนคนสร้างชาติ
  3. กิจกรรมมหกรรมกู้ดินฟ้า
  4. กิจกรรมสร้างสุขภาพ 8อ.

(ข.) แผนงานเศรษฐกิจและสังคม

  1. กิจกรรมเสริมสร้างพลังกู้ดินฟ้า
  2. กิจกรรมประชุมแกนนำเชื่อมร้อยเครือข่าย
  3. กิจกรรมศึกษาดูงาน
  4. กิจกรรมสัมมนากสิกรในหมู่บ้าน
  5. กิจกรรมติดตามผลประเมินผล และสรุปผลเรียน

(ค.) แผนงานข้อมูลข่าวสาร (Information &
Communication)


  1. กิจกรรมผลิตสื่อสาระ
  2. กิจกรรมเผยแพร่ความรู้ และประชาสัมพันธ์ ด้วยสื่อวิทยุ
    สิ่งพิมพ์ และอินเตอร์เน็ต







การประเมินผลภายนอก


โดยคณะทำงาน จากสถาบันการศึกษา
ทำหน้าที่ประเมินผลโครงการ และ ร่วมสรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนประสบการณ์
การทำงานภายในชุมชน ตลอดจนการบริหารโครงการ

att พิมพ์ว่า:
นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานกรรมการ ดำเนินงาน
ชุมนุม สหกรณ์เครดิตยูเนียน ประเทศไทย จำกัด
ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย


http://www.semsikkha.org/review/index.php?option=com_content&task=view&id=41&Itemid=65&date=2006-12-01

การไปสัมมนาที่เชียงใหม่นี้นับว่าสำคัญมากสำหรับงานและชีวิตของมนัสและ
ผมจำได้ว่าก่อนจะขึ้นรถบัสที่หน้าร้านศึกษิตสยาม สามย่านนั้น มีการถามกันว่า
ตกลงจะไปหรือเปล่าเพราะรัฐบาลถนอม-ประภาสปฏิวัติตนเองไม่กี่วันก่อนหน้านั้น
พี่จรัล(จรัล ดิษฐาอภิชัย) ยังพูดให้ฟังว่า วันที่ปฏิวัตินั้นต้องมีคนด่า “......แม่” ผู้นำสองคนนี้
พร้อมๆกันทั้งเมืองแน่ ถ้าใครสามารถได้ยินได้ เมื่อมีความไม่แน่ใจเกิดขึ้น อาจารย์สุลักษณ์
ก็เป็นคนชี้แจงว่าได้โทรไปถามเจ้าชื่น เจ้าของสถานที่และเจ้าเมืองแล้ว ทางโน้นไม่ขัดข้องอะไร
แม้ว่าจะมีการล้มรัฐสภาเกิดขึ้น

ผมอาจนั่งใกล้อาจารย์สุลักษณ์ก็ได้ จำได้ว่าถามแกว่าเวลาแกพูดนี่ต้องเตรียมหรือเปล่า
แกบอกต้องเตรียมตลอดเวลา แกว่าแกนั่งเตรียมตลอดทางที่ไปเชียงใหม่
ตอนนั้นนักกิจกรรมจากทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศมาพบกันที่นั่น เรียกว่ารวมดาวก็ได้
เราเป็นสองคนที่อยู่ในระดับนักเรียน สนุกมากกับการฟังการถกเถียงต่างๆ
เจ้าคุณประยุทธ ปยุตโต และ สังฆราชบาทหลวงบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์ก็ไปด้วย
ท่านหลังนี้ตอนนั้นเป็นบาทหลวงธรรมดา ได้ไปโฆษณา “เครดิตยูเนี่ยน” ที่ตอนนั้นใหม่มาก
สำหรับสังคมไทย ผมได้คุยกับเจ้าคุณประยุทธตัวต่อตัวด้วย ตอนนั้นไม่ค่อยศรัทธาท่านนัก
เพราะเรานิยมสวนโมกข์จัด และท่านเจ้าคุณยังมีลักษณะอนุรักษ์นิยมมาก จำได้ว่าเถียงกับท่าน
เรื่องวัฒนธรรมเชื่อฟังผู้ใหญ่ ที่เราเห็นว่าใช้ไม่ได้แล้ว อย่างมากควรแค่รับฟังไว้เท่านั้น
ผมเข้าใจในภายหลังว่าอาจารย์สุลักษณ์ต้องการให้พระทันสมัย ให้รู้เท่าทันความคิดอ่าน
ของคนรุ่นใหม่ ให้รู้ว่าคนรุ่นใหม่คิดอะไร สนใจอะไรทำนองนั้น จึงนิมนต์ท่านไปร่วมด้วย







ปัจจุบันธรรมกายถูกควบคุมโดย กลุ่มทุนวาติกันไปแล้ว


แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Fri Jan 08, 2010 3:03 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Fri Jan 08, 2010 3:02 pm

att พิมพ์ว่า:

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-120.htm#4332

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=2&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.acassoc.com/o2/Newsdetail.asp?id=2464
“อนันต์”เฟื่องยุค “ทักษิณ”เปิดความสัมพันธ์ไทยรักไทย



“อนันต์”เฟื่องยุค “ทักษิณ”เปิดความสัมพันธ์ไทยรักไทย

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 22 ธันวาคม 2548 16:15 น.

“อนันต์ อัศวโภคิน” บนเส้นทางทางการเมือง

ย้อนไปในราวปี 2531 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้งพรรคพลังธรรมโดยแกนนำการจัดตั้งพรรคในครั้งนั้น
ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ และต้องการเข้ามาแก้ปัญหาและช่วยชาติอย่างจริงจัง
จนทำให้พรรคนี้เป็นพรรคที่ได้รับการขานถึงว่า เป็นพรรคน้ำดี

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า
อนันต์ อัศวโภคิน บิ๊กบอส แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลัก
และให้เงินอุดหนุนการจัดตั้งพรรค และยืนหยัดอยู่เคียงคู่กับพลตรี จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคคนแรก
ทำให้อนันต์ และพลตรีจำลอง มีความสนิมสนม และสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น


ในปี 2540 เป็นช่วงลอยตัวค่าบาท ทำให้ภาวะเศรษฐกิจล่มสลายรวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งก็หนีไม่พ้นภาวะวิกฤต ผู้ประกอบการหลายรายทยอยกันตายและบางส่วนรอการเยียวยา ทำให้อนันต์ ต้องตัดสินใจ
ยุติบทบาททางการเมืองชั่วคราว เพื่อมากู้วิกฤตที่เกิดขึ้นกับแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ก่อนและเป็นช่วงที่
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคพลังธรรม

ในช่วงนั้นเอง อนันต์ เกิดความศรัทธาในวัดธรรมกายมาก เพราะเห็นพนักงานแลนด์ฯ และอีกหลายคน
ที่เข้าไปศึกษาในวัดธรรมกาย จากอดีตที่เป็นคนไม่สนใจการงาน ดื่มเหล้า เล่นการพนัน กลับตัวเป็นคนดีหมด
จุดนั้นเอง ทำให้อนันต์ ลองเข้าไปคลุกคลีกับวัดธรรมกายอย่างใกล้ชิด และยังคงให้ความศรัทธาอย่างมากมาถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้วัดธรรมกายเองก็ให้ความสำคัญกับอนันต์อย่างออกนอกหน้า เห็นได้จากงานสำคัญที่วัดธรรมกายจัดขึ้น
จะต้องปรากฏกายของอนันต์ ร่วมในงานพิธีเสมอ และทางวัดจะจัดที่นั่งระดับ VIP หรือแถวหน้าไว้ให้เสมอ

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า
เหตุผล ที่อนันต์ ให้ความสำคัญกับวัดธรรมกาย เพราะลูกศิษย์วัดธรรมกาย
ส่วนใหญ่จะเป็นคนมีระดับ มีตำแหน่ง มีเงิน มีทอง ร่ำรวย ซึ่งการเข้าไปใกล้ชิดกับวัดธรรมกาย
นอกจากอนันต์ จะได้ศึกษาธรรมะแล้ว อีกส่วนหนึ่ง อนันต์ยังได้เพื่อนที่มีโอกาสแปรมาเป็นลูกค้า
ในโครงการบ้านของแลนด์ฯ หรืออาจจะได้งานต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องมาจากวัดธรรมกาย


http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=15&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://cu-banna.is.in.th/?md=content&ma=show&id=12http://cu-banna.is.in.th/?md=content&ma=show&id=26
ธรรมะสหกรณ์ของท่านพุทธทาสภิกขุ
"สหกรณ์ เป็นที่ตั้งของสิ่งทั้งปวง แม้แต่ชีวิตที่ตั้งอยู่ได้ และมีความเจริญไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
โดยมากแล้วเป็นเรื่องที่เราหลับหูหลับตาทำกันหรือทำอย่างเด็กเล่น จึงขอให้เป็นเรื่องใหญ่โตมหาศาล
เหมือนระบบจักรวาล" เป็นคำบรรยายธรรมเรื่องธรรมะสหกรณ์ ของพระธรรมโกศาจารย์
หรือที่รู้จักกันดีในนาม ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ได้บรรยายให้กับคณะกรรมการ สหกรณ์/กลุ่มเครดิตยูเนี่ยนในเขตภาคใต้
จำนวน 60 คน
เมื่อวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2534



และบังเอิญอีกเหมือนกันที่มาพร้อมกับข่าวนี้

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1258547698&grpid=&catid=10

วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 19:31:46 น.
มติชนออนไลน์

ปาฐกถาประจำปี ๒๕๕๒ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ “สื่อมวลชน เพื่อนร่วมสร้างโลก” 22-23พ.ย.


เชิญร่วมงาน ปาฐกถาประจำปี ๒๕๕๒ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ “สื่อมวลชน เพื่อนร่วมสร้างโลก”
ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยพหลโยธิน 5 (อารีย์สัมพันธ์-ราชครู) ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร
ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 22 – วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552

[size=16]วันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒


เวลา ๑๓.๐๐ น. เพลงธรรมะ โดย พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา

เวลา ๑๔.๐๐ น. เสวนา “สื่อมวลชน เพื่อนร่วมหน้าที่"โดย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา – โอเพ่นบุ๊ค
ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ – นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย วีรณัฐ โรจนประภา – มูลนิธิบ้านอารีย์ /
พิชัย ตั้งสิน – สวนหนังสือเจริญกรุง

เวลา ๑๖.๐๐ น พิธีเปิดนิทรรศการส่งเสริมการศึกษาและปฏิบัติธรรม ณ ลานด้านหน้าและใต้หอประชุม ฯ
โดย นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นิทรรศการสารธรรมเพื่อมวลชน โดย บมจ.อสมท. และ กรมประชาสัมพันธ์

นิทรรศการสื่อมวลชนในทัศนะของพุทธทาส โดย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

นิทรรศการจดหมายเหตุ การปาฐกถาธรรมทางวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยของพุทธทาสภิกขุ
ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๒๑ – ๒๕๒๙

-นิทรรศการหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ -นิทรรศการของธรรมภาคีส่งเสริมการศึกษาและปฏิบัติธรรม
-แนะนำสถานปฏิบัติธรรมทั่วไทย
-ซุ้มหนังสือธรรมจากสำนักพิมพ์

เวลา ๑๖.๑๕ น. เปิดตัวหนังสือ “สื่อมวลชนบนวิถีศีลธรรมตามทัศนะของพุทธทาส”
โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ ผู้แทนหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

เวลา ๑๐.๐๐ น.นิทรรศการ ณ บริเวณหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์

เวลา ๑๒.๓๐ น.ดนตรีและเพลงกับ ศุ บุญเลี้ยง

เวลา ๑๓.๓๐ น.ความคืบหน้าและการเปิดหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย และ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม

เวลา ๑๓.๕๕ น.ปาฐกถาเกียรติยศหัวข้อ “เขาหาว่าพุทธทาสบ้า...ที่จะทำให้สื่อมวลชนเป็นปูชนียบุคคล”
โดย พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) เสียงและภาพประกอบ

เวลา ๑๔.๑๕ น. การเสวนา “สื่อมวลชน ...ผู้ทำได้ดีกว่าใคร ๆ” โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี คุณบัณฑูร ล่ำซำ
คุณเทพชัย หย่อง ดำเนินการโดย คุณนิรมล เมธีสุวกุล

เวลา ๑๖.๐๐ น. “สื่อทำได้ ถ้าสมัครจะทำ” โดยพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)
[/size]

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20091122/87671/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA.html
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2552 19:35
หนังสือดีของท่านพุทธทาส

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดงานและปาฐกถา"เขาหาว่าพุทธทาสบ้า
จะทำสื่อมวลชนให้เป็นปูชนียบุคคล" หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซ.อารีสัมพันธ์

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-120.htm
พุทธทาสที่ข้าพเจ้ารู้จักในทางการเมือง
ตัดตอนและเรียบเรียงจากการปาฐกถาพิเศษ


เรื่อง"พุทธทาสที่ข้าพเจ้ารู้จักในทางการเมือง"
โดย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย

จัดโดยมูลนิธิเผยแพร่ชีวิตประเสริฐ วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๒
ณ หอประชุมกรมประชาสัมพั
นธ์

“ทักษิณ”อ้างศึกษา“พุทธทาส”ลึกซึ้ง-ใช้“ธรรมนำการเมือง”

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“ทักษิณ” ได้ทุกเรื่อง วันนี้ลึกซึ้งหลักธรรมคำสอนพระพุทธองค์ ระบุก่อนตั้งพรรคไทยรักไทยได้ศึกษาคติธรรมของ
“พระพุทธทาส” อย่างลึกซึ้งจึงสามารถ “ปล่อยวาง” ทำให้เข้าใจตัวเองและเข้าใจคนอื่น ใช้ธรรมนำการเมือง

วันนี้ (22 ต.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน”
โดยเล่าให้ฟังว่า พระพุทธทาส ภิกขุ เป็นพระที่มีคุณูปการต่อชีวิตของตนเป็นการส่วนตัว
เพราะก่อนที่จะตั้งพรรคไทยรักไทย ไม่ค่อยมีความลึกซึ้งกับธรรมะเท่าที่ควร จึงใช้เวลาก่อนตั้งพรรคอ่านหนังสือของ
ท่านพุทธทาสเป็นสิบเล่ม และทำความเข้าใจ ซึ่งในรอบแรกยังไม่ค่อยเข้าใจ จึงอ่าน 2 รอบและบางเล่มก็อ่านถึง 3 รอบ
ทำให้เกิดความเข้าใจลึกซึ้ง มีความเข้าใจตัวเองและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น รู้จักคำว่าปล่อยวางคืออะไร

“คำหนึ่งที่พระพุทธทาสพูดไว้ ในหนังสือธรรมะกับการเมือง คือ ท่านให้ความสนใจต่อบุคลากรทางการเมืองมาก
ประชาธิปไตยจะรุ่งเรืองหรือไม่อยู่ที่คุณภาพของบุคลากรทางการเมืองเป็นหลัก ระบบอย่างเดียวไม่พอ ท่านพูดว่า
ถ้านักการเมืองไม่เป็นนักการเมืองโพธิสัตว์ ถ้านักการเมืองไม่รักเพื่อนมนุษย์ ไม่เข้าใจว่าเพื่อนมนุษย์คือ
เพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งสิ้น ถ้ามีนักการเมืองแบบนั้นมาก ๆ ประชาธิปไตยจะกลายเป็น
ประชาธิปตาย
เป็นสิ่งที่ดีมาก ท่านให้สติมาก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องที่องค์การยูเนสโก ยกย่องพุทธทาสภิกขุ เป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระชาตกาล
ครบ 100 ปี ซึ่งจะมาถึงในวันที่ 27 พฤษภาคม 2549 นี้ว่า สาเหตุที่พุทธทาสภิกขุ ได้รับการยกย่องเพราะได้ตั้งปณิธาน
ของชีวิตไว้ 3 ข้อ คือ

ข้อ 1.ให้ศาสนิกชนไม่ว่าศาสนาใดก็ตามเข้าถึงความหมายอันลึกซึ้งแห่งศาสนาของตน เพราะว่าเวลานี้บางคน
ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจศาสนาของตนอย่างลึกซึ้ง ชาวพุทธก็เช่นกัน ชาวพุทธก็ไปเข้าใจว่า
ศาสนาพุทธนั้นก็คือความศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อในสิ่งที่มันไม่ใช่ศาสนาพุทธ
เพราะศาสนาพุทธนั้นอยู่ที่หลักธรรมะเป็นหลัก

การบูชาอะไรทั้งหลายนั้นก็เป็นเพียงสัญลักษณ์ตัวแทนพระพุทธเจ้าตัวแทนของธรรมะ
แต่การปฏิบัติตนตามธรรมะ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นเป็นหัวใจของศาสนาพุทธมากกว่า
เพราะฉะนั้นอย่างนี้เราก็จะต้องเข้าใจ


ข้อ 2.พุทธทาสภิกขุ ตั้งใจว่าจะทำความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาอันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
เพราะว่าศาสนาทุกศาสนา ต้องอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่ว่า จะต้องอยู่คนเดียว ศาสนาอื่นอย่ามาอยู่ร่วมด้วย
แล้วก็ไปรังแกเขา เหมือนที่พวกคนบ้า ๆ

ที่ตามจังหวัดภาคใต้ที่พยายามรังแกเขาอย่างนี้ โดยอ้างศาสนา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เพราะศาสนาเป็นของสูง
สูงกว่าที่ใครจะมาใช้เป็นประโยชน์แห่งตน หรือการใช้เป็นประโยชน์ทางการเมือง เพราะศาสนาเป็นเรื่องของจิตใจ
ที่ต้องการทำให้คนเป็นคนดี อันนี้คือสิ่งที่พุทธทาสตั้งปณิธานไว้แต่ต้น

ข้อ 3. คือดึงเพื่อนมนุษย์ให้ออกมาจากวัตถุนิยม แน่นอนการอยู่ในโลกของวัตถุนิยมจะต้องรู้เท่าทัน
และไม่ถูกมันมอมเมาด้วยกิเลสและตัณหาที่ไม่สามารถที่จะยับยั้งชั่งใจได้


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2548 14:40 น.

http://www.se-ed.com/eShop/%28A%285TDAjLmAygEkAAAAYTZhOGEyNWUtM2MyZS00YmI4LWJhNWItNGYzZmE2M2M2YWE0NkkxjIb_2Z05-VG4nfqSUtyy6w81%29%29/Products/Detail.aspx?No=9789744973467&AspxAutoDetectCookieSupport=1



http://www.buddhadasa.org/html/articles.html

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000026543
สหายเก่าปลุกเสื้อแดงอุบลฯ ช่วย"แม้ว"กลับมาเปลี่ยนการปกครองประเทศ



อุบลราชธานี
-อดีตสหายเก่าที่เคยเปิดศีกรบกับรัฐบาลไทย เปิดตัวปลุกคนเสื้อแดงช่วย“ทักษิณ”
กลับมาเปลี่ยนแปลงการปกครองประชาธิปไตยแบบคนเสื้อแดง พร้อมใช้สำนวนโวหารโจมตีสถาบัน
ทำให้คนเสื้อแดงบางคนทนฟังคำจาบจ้วงไม่ไหวลุกเดินออกไปจากที่ประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คริสตจักรข่าวดีอุบลราชธานี สภาคริสตจักรลูเธอร์แรนท์ประเทศไทย
หลังที่ทำการพรรคเพื่อไทย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดอุบลราชธานี
ซึ่งปัจจุบันแยกตัวจากกลุ่มชักธงรบมาตั้งกลุ่มใหม่ชื่อกลุ่มเสรีชน จัดประชุมคนเสื้อแดง โดยอ้างว่า
จะจัดงานขายบัตรโต๊ะจีน เพื่อหาเงินทุนใช้สนับสนุนการเคลื่อนไหว
แต่มีพฤติกรรมปลุกระดมมวลชนให้เกลียดชังสถาบันหลักๆ ของชาติไทย

โดยนายประยุทธ ชุ่มนาเสียว ประธานเครือข่ายวัฒนธรรมชุมชนภาคอีสาน ซึ่งเป็นวิทยากรในที่ประชุมได้ระบุว่า
ปัจจุบันมีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เคยสู้รบกับอำนาจรัฐในป่าในอดีต ได้เข้ามารวมตัว
กับกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อขับเคลื่อนขบวนการคนเสื้อแดงให้มีพลังสามารถเปลี่ยนแปลงกระบวนการปกครอง

ที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
กลุ่มคนเสื้อแดง จึงต้องเข้าใจว่า “คนบางคนต้องการให้พวกเรารัก แต่ไม่เคยทำอะไรให้กับชาวบ้าน
ตรงกันข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเอาโครงการดีๆ มาให้ชาวบ้าน ทำให้คนรัก พ.ต.ท.ทักษิณ
แล้วจะให้พวกเราไปรักคนบางคนได้อย่างไร เพราะรักแล้วไม่มีจะกิน”

นาย ประยุทธยังกล่าวต่อว่า ปัจจุบันมวลชนคนเสื้อแดงมีคนเข้าร่วมมากขึ้น ทั้งในภาคอีสาน ภาคเหนือ
ภาคตะวันออก ซึ่งทั้ง 3 ภาคนี้ถือเป็นฐานกำลังสำคัญที่คนเสื้อแดงต้องรวมตัวกันให้ได้
ส่วนภาคใต้ยกให้พรรคประชาธิปัตย์เขาไป พร้อมกล่าวอย่างมั่นใจว่าถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันเคลื่อนไหวต่อไป
จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ต้องการได้แน่นอน เพราะการบุกเข้าตรวจค้นและจับกุมบรรณาธิการ
เว็บไซต์ประชาไทยแสดงว่า อำนาจรัฐเริ่มหวั่นไหวพลังของคนเสื้อแดง จึงใช้อำนาจไม่เป็นธรรมกลั่นแกล้ง
ผู้ไม่เห็นด้วยในการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยของเมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ระหว่างที่นายประยุทธ ชุ่มนาเสียว ได้กล่าวพาดพิงสถาบัน โดยใช้คำพูดให้ผู้ฟัง
เข้าใจเอาเองว่าพูดถึงใคร ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดง 7-8 คน ซึ่งเข้าใจเนื้อหาได้ลุกเดินออกไปจากห้องประชุม
ด้วยท่าที่ไม่พอใจคำพูดของ นายประยุทธ์ และไม่กลับเข้ามาในห้องประชุมอีกเลย

สำหรับนายประยุทธคนนี้ อดีตเคยเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยรบกับรัฐบาลไทย
โดยสังกัดเขตงาน 444 ภูสระดอกบัว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงคำเดือย อาณาเขตครอบคลุม
หลายจังหวัดในเขตอีสานใต้ หลังจากนั้นได้ออกจากป่ามาทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน(เอ็นจีโอ)
และประกาศตัวเป็นเป็นนักวิชาการสายคนเสื้อแดงเช่นเดียวกับ
นายใจ อึ้งภากรณ์ ที่ออกแถลงการณ์สยามแดง
ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทย ก่อนหลบหนีไปประเทศอังกฤษ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&picfolder=mXT0HkNN&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm#top

สาขาที่ ๓ จัดตั้ง องค์กรพุทธศาสนิกชนเอเซียเพื่อสันติภาพ” ตั้งขึ้น ปี พ.ศ. ๒๕๐๒
จากกรณีความผิดพลาดในการขยายอิทธิพลในประเทศไทยและเพื่อบั่นทอนอิทธิพลของจีนในย่านเอเซีย
สนับสนุนปฏิบัติการและประสานผลประโยชน์กับประเทศมหาอำนาจในย่านภูมิภาคเอเซีย
ทั้งนี้เนื่องจากประเทศจีนซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกนั้น เมื่อเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์แล้ว
โรมันคาทอลิก” กลับถูกกำจัดจนเกือบสิ้นซาก บาทหลวงโรมันคาทอลิก ได้ถูกส่งให้บวชเป็นพระลามะ
และใช้วัดอีโวเจน เป็นศูนย์บัญชาการ จากนั้นได้เคลื่อนไหวโดยใช้ศาสนาพุทธมหายาน นิกายลามะเป็นตัวนำ
แทรกซึมเข้าไปในองค์กรพุทธเกือบทั้งหมด
โดยเฉพาะในปัจจุบันในอเมริกาได้มีผู้เป็นศาสนิก “ลามะ
ขององค์กรนี้กว่า ๑๐ ล้านคน


http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=24&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

ผลปฏิบัติการในประเทศไทย เหยื่อที่ถูกกำจัดเป็นพระราชาคณะของไทยคือ พระพิมลธรรม
(อาจ อาภาสภเถร) ดังได้กล่าวไปแล้ว องค์กรนี้ได้จัดตั้ง คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนา(ศพพ.)
ศูนย์ศาสนสัมพันธ์ กลุ่มประสานงานเพื่อศาสนา(กศน.)”
ขั้นแรกดำเนินการโดย นาย ส.ศิวลักษณ์
นายประเวศ วสี นายรวี ภาวิไล นายพิภพ ธงชัย นายโคทม อารียา
ฯลฯ มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่
วัดอุโมงค์ ในเขตมิชซัง เชียงใหม่ อำนวยการด้านมวลชนคาทอลิกโดย นายวิโรจน์ ศิริอัฐ
แห่งมูลนิธิเผยแพร่ธรรมประเสริฐ
โดยมีพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนาที่หลงผิดเข้าร่วมปฏิบัติการ
คือพระประยุทธ ต่อมาได้รับการสนับสนุนจาก “วาติกัน” ให้ไปรับการอบรมที่เพ็นซิลวาเนียในวิชา
พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติ” เพื่อรับหน้าที่เปลี่ยนแปลงแนวคำสอนของพุทธศาสนา โดยการเขียนหนังสือ
พุทธธรรม” และเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในพระไตรปิฏกเถรวาททั้งหมด ใช้การประสานงานต่างประเทศ
กับสภาคริสตจักรฯ มีศูนย์บัญชาการอยู่ในประเทศอังกฤษ
ดูแลโดย นายโจ อึ้งภากร บุตรของนายป๋วย อึ้งภากร
(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ใจ” และกลับมาประเทศไทยในปี พ.ศ.๒๕๔๒ เพื่อเข้าเป็น “วุฒิสมาชิก
เมื่อ เมษายน๒๕๔๓)


พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติฉบับเต็ม

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=354768
ธรรมสถานอิทัปปัจจยตา ตั้งอยู่ ณ ตำบลพุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี (ติดที่ดินสวนพฤกษศาสตร์ ด้านทิศตะวันออก)
มีเนื้อที่ ๒๐ ไร่เศษ คุณวิโรจน์ ศิริอัฐ ประธานมูลนิธิเผยแพร่ชีวิตประเสริฐ (ผชป.) ซื้อไว้เป็นสมบัติของมูลนิธิฯ
โดยประสงค์จัดเป็นที่อบรมวิธีการเผยแพร่พุทธศาสนาแก่พระสงฆ์ ตามโครงการอบรมพระธรรมทายาท
ท่านพุทธทาสได้มาเยี่ยมและตั้งชื่อให้ว่า “ธรรมสถานอิทัปปัจจยตา”

http://www.theology.ac.th/bit/index.php?option=com_content&task=view&id=343&Itemid=68
ประวัติศาสตร์การเผยแผ่ข่าวประเสริฐ

เนื้อหา เนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 3 ตอน
1.ประวิติศาสตร์การเผยแผ่ข่าวประเสริฐในอดีต ( ในพระคัมภีร์ )
2. ประวัติศาสตร์การเผยแผ่ ข่าวประเสริฐในเอเชีย และประเทศไทย
3. ประวัติศาสตร์การเผยแผ่ ข่าวประเสริฐในปัจจุบัน


แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Fri Jan 15, 2010 2:53 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 09, 2010 3:12 pm

http://taidin.blogspot.com/


ชำแหละ ไทยพีบีเอส

บังเอิญเพื่อนฝูงส่งมาให้อ่าน นี่เป็นอีกด้านของสื่อที่พยายาทหาแนวร่วมกับชาวบ้านด้วยการเป็นพันธมิตร
อย่างไม่ลืมหูลืมตา โดยเฉพาะกรณีโรงถลุงเหล็กที่บางสะพาน ซึ่งมี สุพจน์ ส่งเสียง เป็นนักข่าวพลเมืองด้วย
เนื้อหาต่อไปนี้เป็นการชำแหละของคนที่มีน้ำหนักในการพูดอย่างถึงที่สุดเวลานี้ "สนธิ ลิ้มทองกุล"

ใครโดนหางเลขบ้าง เก็บเป็นข้อมูลไว้ แล้วจับตาดูพฤติกรรมของพวกเขา
ว่าต่อไปคุณจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาพูดและทำอีกหรือเปล่า

ขอเชิญอ่านได้ ณ บัดนาว

รายการ “Good Morning Thailand” ดำเนินรายการโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี-
ทีวีของประชาชน เวลา 06.00-07.00 น.วันจันทร์ถึงศุกร์วันที่ 16 เมษายน 2552 ช่วงหนึ่ง "นายสนธิ"ได้กล่าวตำหนิ
การรายงานข่าวของ"สื่อ"ในเหตุการณ์วันที่ ๑๓ เม.ย.๕๒ โดยเฉพาะ สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส.
ที่นำแหล่งข่าวเสื้อแดงที่ส่วนใหญ่เป็น NGO มาสัมภาษณ์

พี่น้องจะสังเกตได้ชัด คุณภาพความกล้าหาญของสื่อระดับโลก ซึ่งเมื่อเทียบกับสื่อโทรทัศน์ไทย
และไม่ว่าจะเป็นฟรีทีวีช่องไหน ก็ไม่มีทางจะพัฒนาเทียบเขาได้เลย ช่องทีวีไทย หรือ TPBS พี่น้อง
กินเงินภาษีของพวกเราปีละ 2,000 ล้าน แล้วอ้างว่า ตัวเป็นทีวีสาธารณะ พี่น้อง กินเงินเดือน กินค่าใช้จ่ายปีละ 2,000 ล้า
แล้วมีพวก NGO นั่งเป็นบอร์ด TPBS มีนายจอน อึ๊งภากรณ์ พี่ชายนายใจ อึ๊งภากรณ์ นั่งอยู่ในคณะกรรมการ
มีเงินปีละ 2,000 ล้าน ASTV วิ่งหาเงินเดือนทุกเดือนถ่ายทอด 24 ชั่วโมง ไอ้ทีวีช่องบ้านี่ถ่ายทอด 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน
แล้วปิด แล้วก็เอาข่าวต่างๆ มารีรัน นี่มันถลุงเงินภาษีอากรของประเทศ ถลุงเงินภาษีอากรของประเทศผมไม่ว่า
แต่ขอให้มีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง

ในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้นทีวีไทย ปล่อยพวกเสื้อแดง ส.ส.เพื่อไทย โกหกออกอากาศ แล้วเน้นสัมภาษณ์แต่พวกนักวิชาการ
กลางกลวง ริบบิ้นขาวแต่หัวใจเป็นเสื้อแดง ที่ท่องเป็นอยู่อย่างเดียว ไอ้พวกบ้านี่ท่องเป็นอยู่อย่างเดียวพี่น้อง
ให้นายกฯ คุณอภิสิทธิ์ยุบสภา ลาออก พยายามหาแง่มุมมาเล่นรัฐบาล เน้นการรายงานข่าวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ยกตัวอย่างเช่น ใครบ้างที่มาออก นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นายชัยวัฒน์ สถาอนันต์
ที่ชอบอ้างตัวว่าเป็นนักวิชาการด้านสันติวิธี แต่ไอ้พวกบ้านี่ไม่เคยแก้ปัญหาอะไรให้ประเทศชาติเลย ชอบนัก อหิงสา
ชัยวัฒน์ สถาอนันต์ วางฟอร์มว่าตัวเอง หรือว่านายปริญญา เป็นกลาง แต่ไม่เคยออกมาแก้ปัญหาประเทศชาติ
เวลาคนเขายิง คนเขาถูกตำรวจยิงตายเป็นสิบๆ คน คุณก็นั่งอมสากกระเบืออยู่ แล้วไอ้ที่พวกเสื้อแดงออกมา
เผาบ้านเผาเมืองคุณก็ยังนั่งอมสากกระเบืออยู่ คุณก็บอกว่า ต้องยุบสภา ต้องลาออก ต้องให้นายกฯ อภิสิทธิ์ยุบสภา
ลาออก เอ๊ยคุณรับเงินทักษิณ ชินวัตร มาขนาดนั้นเชียวหรือ จนกระทั่งคุณไม่มีปัญญาของความเป็นครูบาอาจารย์
ที่จะมาอธิบายเหรอ

ที่ร้ายไปกว่านั้น ไอ้ช่องทีวีบ้านี่ทำข่าวในสถานการณ์วิกฤตที่เสื้อแดงกำลังเผาบ้านเผาเมืองอยู่ ช่องทีวีไทย
ทำหน้าที่เสนอความจริงให้ลดความขัดแย้งของสังคมเลย วันจันทร์ที่ 13 เมษายน หลังจากที่พวกเสื้อแดง
มันเผาเมืองก่อการจลาจล บีบให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ประมาณ 04.00 น.
Thai TPBS เป็นช่องเดียวที่เปิดโอกาสให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. โกหกออกอากาศ โกหกออกอากาศ
ในขณะที่วิกฤตการณ์มันตึงเครียด ลองหลับตาว่ามันกำลังเผาบ้านเผาเมืองอยู่ ไปให้ไอ้นายณัฐวุฒิมันพูดโกหก
ออกอากาศ ถ้านายณัฐวุฒิมันบอกว่า พี่น้องครับ ในขณะนี้ประชาชนเสื้อแดงถูกทหารยิงตายไปแล้ว 40 ศพ
ตรงโน้นๆๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น คุณรับผิดชอบตรงไหนบ้าง Thai TPBS ไทยทีวี คุณรับประทานภาษีอากรของประชาชน
ของพวกเราไปปีละ 2,000 ล้าน

อังคารที่ 14 เมษายน ไอ้ทีวีช่องบ้านี่ หลังแกนนำเสื้อแดงประกาศยอมแพ้ Thai TPBS ก็สัมภาษณ์นายวิทยา บุรณศิริ
ส.ส.พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน โดยปล่อยให้นายวิทยาโกหกออกอากาศ ว่าเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นนั้น
เกิดขึ้นเพราะมือที่สาม เห็นหรือยังพี่น้อง

เอาต่อ พุธที่ 15 เมษาฯ รายการเปลี่ยนประเทศไทยของ Thai TPBS ช่วง 3 ทุ่ม ได้เชิญนายสมบัติ บุญงามอนงค์
หรือมีฉายาหนูหริ่ง มีนามที่รู้จักกันดีว่า บก.ลายจุด มาออกอากาศเพื่อช่วยชี้ทางออกให้สถานการณ์บ้านเมือง
โดย Thai TPBS ขึ้นเครดิตว่าเป็นประธานมูลนิธิกระจกเงา แต่ให้ทัศนะต่างๆ เข้าทางเสื้อแดงและ นช.ทักษิณ ตลอด

เอาล่ะ ให้ผมฉีกหน้ากากไอ้บ้านี่ ไอ้บ้านี่ บก.ลายจุด เห็นไหม เห็นเสื้อไหมในรูป มันก็คือพวกเสื้อแดง มันร่วมกับ PTV
ของนายวีระ จตุพร ณัฐวุฒิ จักรภพ มันเป็น นปก.รุ่นที่ 2 นี่คือ นปก.ตัวจริง หลังจากแกนนำรุ่นที่ 1 ถูกจับกรณีบุกจลาจล
หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ และมันเป็นคนที่จัดทำสติ๊กเกอร์ "เบื่อม็อบพันธมิตรฯ" และมีกิริยาหยาบคาย ถ่อย สถุล
ดูสิดูมันชูนิ้วกลาง เห็นไหม นี่ไงคือคนที่ Thia TPBS เอามาออก เอาคนสถุนอย่างนี้มาออกว่าหาทางออกให้ชาติบ้านเมือง

Thai TPBS ก็เลยกลายเป็น กลายเป็นใครรู้ไหม กลายเป็นเครื่องมือ คนที่บอกว่าเป็นประธานชมรม มูลนิธิบ้าบอ
นี่คือเสื้อแดงไง เห็นหรือยัง กินภาษีอากรเราปีละ 2,000 ล้าน

ดูคุณเทพชัย หย่อง หน่อย น่าเสียดาย น่าเสียดายมาก น่าเสียดายจริงๆ คุณเทพชัย หย่อง คุณต้องระวังเรื่องนี้ให้มากๆ นะ
เพราะคุณจะเอาความเห็นอีกด้านหนึ่งมา ถ้าคุณเอาความเห็นให้คนได้พูดเท่าเทียมกัน ไม่เป็นไร
แต่ถ้าคุณให้คนออกมาใส่ร้าย มันไม่ใช่แล้วคุณเทพชัย ผมอยากให้แก้ แล้วพิธีกร Thai TPBS นะ คุณกรุณา กับคุณนาตยา
ก็ใช้ไม่ได้ ถ้าคุณแน่จริงคุณเอาสองฝ่ายมาออกสิ คุณเอา อ.เจิมศักดิ์ คุณพิภพ ธงไชย มายันกับไอ้พวกนี้สิ
มายันในเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นว่าใครผิดใครถูก ใครเผาบ้านเผาเมือง

วันก่อนนี้ Thai TPBS ไปทำรายงานสัมภาษณ์เสื้อแดง แล้วเสื้อแดงให้สัมภาษณ์ผิดๆ แต่คนทำสกู๊ป ผู้สื่อข่าว Thai TPBS
ก็ไม่แก้ไขข้อมูลที่ผิด อย่างเช่นเรื่องคนตาย นี่ ไอ้ บก.ลายจุด ใส่เสื้อแดง ชูนิ้วกลาง เป็นพวกทักษิณ ชินวัตรชัดๆ
ยังทะลึ่งเอามาพูดออกอากาศช่วยชี้ทางออกให้สถานการณ์บ้านเมือง ปัดโถ...เฮ้อ...

แล้ว Thai TPBS ชอบเอาใครรู้ไหม นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บก.บห.เว็บไซต์ประชาไท
ที่หมิ่นสถาบันกษัตริย์ตลอดเวลา มาให้ทัศนะเรื่องสื่อบ่อยครั้ง ประชาไทมันไม่ใช่สื่อ
มันเป็นแหล่งที่รวมโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ถูกตำรวจเข้าตรวจค้น
และไอ้เว็บไซต์ประชาไทนี่ก่อตั้งโดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ และนายจอน อึ๊งภากรณ์
ปัจจุบันก็เป็นกรรมการ Thai TPBS และเป็นพี่ชายนายใจ อึ๊งภากรณ์


พิธีกร เช่นกรุณา บัวคำศรี นาตยา แวววีรคุปต์ ก็เอียงเข้าข้างพวก NGO พวกนักวิชาการกลางกลวง
จะเน้นพวกกลางกลวงและพวกเสื้อแดง โชคดีอย่างหนึ่ง พี่น้องครับ ผมฝากบอกคุณเทพชัย ว่าการเปิดโอกาส
ให้คนพูดเท่าเทียมกัน กับการปล่อยให้คนโกหกออกอากาศนั้นแตกต่างกัน คุณเทพชัยครับ Thai TPBS
ที่บอกว่าตัวเองเป็นสื่อมืออาชีพนั้น ต้องแยกแยะให้ออก แล้วชอบพูดนักว่าก่อตั้ง TPBS ให้เหมือน BBC ปุดโถ.....
พวกคุณที่อยู่ Thai TPBS คุณอายบ้างหรือเปล่า คุณน่ะไม่มีวันที่จะเป็น BBC ได้เลย ไม่มีวันครับ และคุณใช้ประชาชน
เงินประชาชนปีละ 2,000 ล้าน เอาไปละเลงในหมู่ NGO พรรคพวกคุณเอง ผมนี่อยากเสนอให้ยุบ Thai TPBS เสียด้วยซ้ำ
ไอ้เงิน 2,000 ล้านบาทนั้น เอามาให้ ASTV ทำ ยังจะช่วยชาติบ้านเมืองได้ดีกว่าเยอะเลย แล้วแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองได้หมด

เอาให้พวกคุณสำเร็จความใคร่ ความเป็นกลางกลวงของพวกคุณ ไม่ว่าจะเป็นไอ้พวกนักวิชาการริบบิ้นขาว
ไอ้พวกมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน หรือไอ้พวกกลางกลวง ไอ้พวกที่แอบ อีแอบ แท้ที่จริงแล้วเป็นพวกเสื้อแดงทั้งสิ้น

เวลาทำข่าว ทำสกู๊ป ก็โน้มน้าวให้คนเข้าข้างพวกกลางกลวง นักวิชาการริบบิ้นขาว หลายครั้งก็ปกป้องเสื้อแดง
ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ประเทศชาติเลย นอกจากนั้นแล้ว พวกนี้ยังฉกฉวยซ้ำเติมวิกฤตบ้านเมือง
เสนอ Agenda ให้อภิสิทธิ์ยุบสภา โชคดีอย่างพ่อแม่พี่น้อง ท่านผู้ชม เรทติ้ง Thai TPBS มันยังแพ้ ASTV เลย
มันต่ำมาก ก็มันไม่ต่ำได้อย่างไรเล่า มันทำมาตั้งนาน มันยังสู้ช่อง 11 ไม่ได้เลย แล้วช่อง 11 ก็ยังสู้ช่องเราไม่ได้เลย
ช่อง 5 ช่อง 9 บางครั้งก็สู้เราไม่ได้

น่าเสียดาย คุณเทพชัย ผมว่าคุณต้องแก้ไขเรื่องนี้แล้ว ใช้ไม่ได้เลย ผมนี่จับผิดได้ทุกจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ไอ้ บก.ลายจุด ที่มันแสดงความสถุลออกมา ชูนิ้วกลาง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Tue Jan 12, 2010 9:33 pm

Unknown พิมพ์ว่า:http://onknow.blogspot.com/2009/02/blog-post_3375.html

Monday, February 16, 2009

เปิดตำนานใหม่“กะเหรี่ยงแพร่”ต้าน“แม้ว” เดินหน้ากรองข้อมูลสื่อ-สร้างสังคมการเมืองใหม่

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014565

http://www.asoke.info/04Agriculture/OFNT/Office/FrameworkOrg04.html

โครงการพลังกู้ดินฟ้า ประชาเป็นสุข
เจ้าของโครงการ



เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย (คกร.)
ผู้สนันสนุนงบประมาณ



สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-20.htm

http://www.thaipost.net/news/240909/11248

24 กันยายน 2552 - 00:00

จ.ม.ฉบับที่แล้วผมเกือบจะเขียน 19 ก.ย.กับสงครามเก้าทัพ จ๊ะเอ๋กับเถ้าแก่เปลวของคุณใบตองแห้งซะแล้ว
ดีว่ามัวแต่เพลินเรื่องเพลงอยู่ ก็กะจะชวนคุณใบตองแห้งยกกำลังไปเสริมเป็นทัพที่สิบ ฮิฮิ
เพื่อลับลวงพรางให้ฝ่ายโน้นคิดว่ามีแค่เก้าทัพเลยไม่ระมัดระวัง โดยผมวางแผนไว้แล้วว่าเราจะไปทางน้ำ
ศัตรูคงคาดไม่ถึง โดยไปหาเอาใบตองแห้งๆ มาคลุมหัวไว้แล้วนำทัพว่ายทวนน้ำไป ใครๆ ก็คงคิดว่า
เป็นเศษใบตองแห้งลอยน้ำมา คราวนี้ก็เปิดยุทธการกองโจร เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี
เอ็งหนีข้าตาย เอ็งมองข้าม ข้ายึดบ้านสี่เสาเลยละครับ ให้มันรู้ซะมั่งคนไทยชอบตีกันเอง ฮิฮิ

ถึงตอนนี้ก็คงสรุปเรื่องสงครามเก้าทัพได้แล้วว่าไม่มีหน่อไม้ในกอไผ่ ก็เขียนหวาดวิตกกันเกินจริง
จนชาวบ้านชาวช่องขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมด ส่วนม็อบเก้าทัพที่ยกกันมาทางบกก็เปียกฝนไปตามๆ กัน ฮิฮิ
เข้าล็อกแผนตากสิน เอ๊ยแผนตากฝนอีกแล้วเหมือนเดิม ส่วนอีกทัพที่ใครมองข้ามไม่ค่อยกล่าวถึงกลับดังกว่า
คือทัพหลวงมีเส้นที่จะบุกไปยึดปราสาทพระวิหารคืน และผลักดันให้ชาวกัมพูชาออกไปจากพื้นที่ทับซ้อน
อีกแล้วครับพี่น้องเอ๊ย...(ไม่คิดจะไปยึดเขายายเที่ยงคืนกันบ้างรึไง ฮิฮิ) และก่อนจะปีนขึ้นไปบนเขา
ก็เลยต้องโชว์แสนยานุภาพ ซ้อมรบตีกันเองก่อน เพื่อเป็นการข่มขวัญให้ชาวกัมพูชาได้เห็นว่า
คนไทยมันช่างสามัคคีกันดีแท้น้อ... ฉะนั้นเรื่องเขาพระวิหารก็คงเป็นหนังเรื่องยาว ก็คงไม่พ้นให้เสียงภาษาไทย
โดยพันธมิตรอีกแล้ว ส่วนให้เสียงภาษาไทยโดยอินทรีก็คงต้องรอไปก่อน ฮิฮิ

อยากจะพูดถึงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนบ้าง ในปัจจุบันก็จะมีคนแก่ๆ หน้าเดิมๆ ขึ้นมานำซะเป็นส่วนใหญ่
ส่วนขบวนการนักศึกษาในปัจจุบันไม่รู้หลบไปเล่นเน็ตที่ไหนกันหมด สมัยก่อนขบวนการนักศึกษาทำไมจึงเข้มแข็ง
อย่างศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เป็นต้น ก็เพราะมีการจัดตั้งกันอย่างเป็นระบบ สมัยก่อนตอนผมเป็น
นักศึกษาอยู่ฝ่ายเคาะประตู หรือเรียกให้โก้ก็คือฝ่ายนักศึกษาสัมพันธ์ เวลาจะเคลื่อนไหวอะไรผมจะออกเคาะประตู
พบปะกับนักศึกษาที่นั่งตามโต๊ะในมหา'ลัยเป็นประจำ ขนาดถึงกับทำแผนที่ไว้เลยว่าโต๊ะไหนหัวเอียงซ้าย-หัวเอียงขวา
(ถ้าเป็นปัจจุบันก็คือโต๊ะไหนเสื้อแดง โต๊ะไหนเสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน) อย่างถ้าเป็นโต๊ะหัวเอียงขวาก็ต้องออกไป
ลุยบ่อยๆ ละครับ แต่ต้องแม่นข้อมูลหน่อย เวลาเข้าไปพูดคุยก็ต้องสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน อย่างผมเอง
เจอหนักๆ มาแล้ว แต่มักจะเสร็จผมเป็นส่วนใหญ่ โดนผมล้างสมองเอามาเป็นพวกหมด ฮิฮิ บางทีเจอโต๊ะฝ่ายซ้าย
ด้วยกันลองภูมิ อำไปอำมาจนทำเอาผมเครียดไปเหมือนกัน ก็เลยบอกลาจะกลับออกมา ก็รีบออกมาบอกผมว่า
พวกเดียวกัน-ล้อเล่น อยากลองภูมิหน่อย วันหลังไปโต๊ะอื่นเลยเสียเวลา เราซ้ายด้วยกัน แหม! เล่นพิเรนทร์แบบนี้ไม่ไหว
ทำเอาเราต๊กใจหมกเลย

สมัยก่อนชมรมในมหา'ลัยมีกี่ชมรม พวกผมส่งพวกไปสมัครเป็นสมาชิกมันทุกชมรม ไม่เว้นชมรมพุทธ ชมรมเชียร์
พอมีการเลือกตั้งประธาน-กรรมการขึ้นมา ก็ส่งพวกเราไปแข่ง ก็เสร็จหมดล่ะครับ คราวนี้พอยึดชมรมมาได้หมด
ก็ต้องยึดองค์การนักศึกษาเอามาให้ได้ พอได้เสร็จคราวนี้จะเคลื่อนไหวอะไรมันมีพลังมหาศาล ออกแถลงการณ์ร่วม
เลยว่าชมรมนี้เอาด้วย ชมรมโน้นเอาด้วย เนี่ยะเขาเรียกงานมวลชน

ที่ผมเอาเรื่องเก่าๆ มาเล่าให้ฟัง ก็เพราะเขากำลังจะตั้งโรงเรียนเสื้อแดงกันแล้วครับ เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองใหม่
อย่ารอช้า ตั้งโรงเรียนเสื้อเหลืองเลย เอามันตั้งแต่เด็กๆ เล็กๆ เลย ให้ชื่อว่าโรงเรียนอนุบาลเสื้อเหลือง ฮิฮิ
ไม่งั้นจะตามเขาไม่ทันนะจะบอกให้

ก็ลาไปด้วยเสียงเพลงอีกแล้วครับ ของฝ่ายขวาที่ว่า "เปรี้ยง เปรี้ยง ดังเสียงฟ้าฟาด ครืน ครืน พินาศพังสลอน"
และเพลงกล่อมม็อบเก้าทัพเลยแบบไม่เครียดกินเหล้า โดยเริ่มที่ "ถึงฝนจะตก ถึงฟ้าจะร้อง ถ้าพี่มาเห็นหน้าน้อง
รู้สึกสบาย...สบาย.." เอ๊ะไม่เอาต้องเปลี่ยนใหม่ "ถึงฝนจะตก ถึงฟ้าจะร้อง ถ้าได้มาเจอสามเกลอ ต้องรู้สึกสบายสบาย"...
น่าจะดูดีกว่า ฮิฮิ...

ขอแสดงความนับถือ

นายทัสสึ (ในเรือนเบี้ย)

ป.ล.รู้สึกว่าชื่อทัสสึจะออกไปทางญี่ปุ่นมากไปหน่อย เดี๋ยวใครไม่รู้คิดว่าเป็นญาติกับเด็กชายเคอิโงะ
แล้วใจดำไม่ยอมพาพ่อมาพบกับลูก ฮิฮิ...

ตอบ คุณทัสสึ

ไม่เอาเพลงแผ่นดินของเราหรือครับ ให้คุณวีระ สมความคิด ทำเสียงใหญ่ๆ เข้มๆ แล้วขยับลูกกระเดือก
"แผ่นน..ดีนนน...ของงง...ราววว...ต้องเปนนน...ของราววว..ชาติทายยยย" คงจะฮึกห้าวเหิมหาญปลุกความรักชาติ
จนน้ำตาไหลเป็นเผาเต่า เร้าใจยิ่งกว่าดูหนุ่มมาร์คแย่งเด็กประถมร้องเพลงชาติ (ไม่รู้ไอเดียใคร ไร้กึ๋นสิ้นดี
เปรียบเทียบกับแม้วคว้านกกระดาษจากมือ อ.สุริชัย หวันแก้ว เอาไปสร้างภาพพับนกทั่วประเทศ
จะเห็นว่ากึ๋นการตลาดคนละชั้น อ.สุริชัยยังอ้าปากค้างอยู่จนเดี๋ยวนี้ ฮิฮิ)

พูดถึงเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมคิดว่าถ้าสื่อเป็นกลางจริง ตอนเช้าก็ต้องพาดหัวว่า "แดงสงบเหลือง..."
(โปรดเติมคำในช่องว่าง) เพราะม็อบเสื้อแดงชุมนุมโดยสงบ ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องใช้เส้น ขนาดเจอฝน
ก็ยังมีคนเต็มลานพระบรมรูปฯ แต่พวกกระแนะกระแหนก็ยังว่าไม่สามารถต่อแถวถึงบ้านป๋าอย่างคำคุย เสียดาย
ถ้าผมยอมเป็นทัพที่สิบ ก็อาจจะยึดบ้านสี่เสาฯ ไปแล้ว โดยส่งคุณทัสสึปีนข้ามรั้วเข้าไปล้างสมองเอามาเป็นพวก ฮิฮิ

อันที่จริงผมก็อยากจะไปไหนสักแห่งในวันที่ 19 ก.ย.เพื่อแสดงเจตนาต่อต้านรัฐประหารโดยไม่ต้องเห็นหน้า 3 เกลอ
แต่ไม่ยักมีใครจัด มาอ่านข่าวย้อนหลังก็มีแต่พวก สนนท.กับกรรมกรไทรอัมพ์เขาจัดที่อนุสรณ์สถาน
แต่ไม่เป็นวงใหญ่ไม่กว้างขวาง อีกแห่งก็ที่เชียงใหม่ มหา'ลัยเที่ยงคืน โห-ผมไม่มีปัญญาไป (ห้าทุ่มก็หลับแล้ว ฮิฮิ)
เอาไว้ปีหน้าฟ้าใหม่ใครอยากจัดทัพที่สิบก็ชวนด้วย เชื่อว่ามีคนอยากร่วมเยอะ

ที่เตรียมตัวไปอีกครั้งก็เดือนหน้านี้แหละครับ 33 ปี 6 ตุลา หวังว่าเพื่อนพ้องน้องพี่คงจะจัดงานกันง่ายๆ
ตามประสาม็อบไม่มีเส้นถูกฆ่าตายเกลื่อนกลาด ส่วนพวกคนตุลาเสื้อเหลืองก็ขอให้ไปเตรียมจัดงานครบรอบปี
วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ 7 ตุลา อย่ามายุ่งกับงาน 6 ตุลาให้เสื่อมเสียอุดมการณ์ลูกเสือชาวบ้านอันสูงส่งเล้ย

ลูกเสือชาวบ้านภิวัตน์ก็ขอให้เดินหน้าทวงแผ่นดินไทยคืน ผมสนับสนุนนะครับ ไม่ได้ซ้ำเติมซักหน่อย
บอกแล้วว่าด่าไอ้เหล่ขายชาติ จนมาร์ค ม.7 กับกษิต ภิรมย์ มีอำนาจแล้ว ไม่ทวงแผ่นดินไทยคืน คุณยอมได้ไง
ไหนว่าฮุน เซน เป็นกุ๊ย ไหนว่าแผ่นดินใต้ปราสาทพระวิหารเป็นของไทย ทำไมอยู่เฉย

ส่วนพวกชาวบ้านภูมิซรอลที่บังอาจมาราวีม็อบมีเส้น เห็นชัดๆ ว่าเป็นคนไทยหัวใจเขมร (พูดเขมรด้วย-ฮิฮิ)
สมควรแล้วที่ทั่น ส.ว.จะเสนอให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านแม่มซะเลย ถ้าเอาจริงต้องเปลี่ยนหมดนะครับ
หมู่บ้านตำบลในสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ที่ไหนมีชื่อเขมรต้องเปลี่ยนให้หมด เช่น ตำบลกันทรอม ปล่อยไว้ได้ไง
แน่จริงต้องเปลี่ยนชื่อหมอผีเขมรแต่ชื่อพม่าด้วย ฮิฮิ แต่ตอนนี้เขาเป็นคนบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้วนะครับ ไหนว่าแน่
คตส.ก็แค่ยืมชื่อผมไปจัดงานราตรี

ซ้ายรุ่นคุณทัสสึน่าจะเลียนแบบซ้ายรุ่นผม (ซึ่งไม่รู้เลียนแบบใครมาอีกต่อหนึ่ง) สมัยผมอยู่ธรรมศาสตร์ ปี 17
ชมรมดนตรีไทยได้ชื่อว่าสุดจะล้านปี พี่แกไม่สนใจใครจะม็อบใครจะมา ชาวบ้านชาวนามานอนเต็มมหา'ลัย
ก็ยังตีฉิ่งฉับกันไปเรื่อย พวกผมก็วางแผนยึด แบบที่คุณทำนี่แหละ แห่ไปสมัครสมาชิกกันล้นหลาม
ความจริงก็น่าสงสารเพราะพวกนี้ยังพาซื่อ หลงดีใจว่ามีคนอยากเรียนดนตรีไทยเยอะ ที่ไหนได้พอเลือกตั้งกรรมการ
พวกฝ่ายซ้ายยึดเรียบ นี่คือที่มาของวงต้นกล้า เจ้าการะเกดเอย ที่ไปดึงพี่เนาว์มาเป่าขลุ่ย เป่าไปเป่ามา
พี่เนาว์แกก็เป่าอุดมการณ์ประชาธิปไตยทิ้งไปด้วย ฮิฮิ

วิธีการศรีธนญชัยแบบนี้ เข้าใจว่าใช้กันมาทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวานั่นแหละครับ คือเอาชนะโดยไม่เลือกวิธีการ
(ไอ้พวกนักดนตรีไทยที่หลั่งน้ำตาเก็บของออกไปจากชมรมก็จะบอกว่าไม่แฟร์นี่หว่า แต่ฝ่ายเราบอกว่า
ต้องเอาฉิ่งฉับมารับใช้ประชาชน) แล้วมันก็ติดนิสัยอยู่ในการเมืองไทย ไม่ว่าพวกก้าวหน้า ล้าหลัง ขวา ซ้าย
มีอุดมการณ์ ไร้อุดมการณ์ โตแล้วแก่แล้วก็ยังใช้วิธีเหมือนตอนเด็กๆ

ส่วนที่ว่าเสื้อแดงเขาจะตั้งโรงเรียน พรรคการเมืองใหม่เขาเดินสายซึมลึก จัดตั้งกันมานานแล้วครับ
ไอเดียเจ๋งกว่าด้วย อย่างที่ผมเล่าว่าเขาตั้งโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชน
เพื่อสุขภาวะสังคม ของบ สสส. 126 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างเครือข่ายผู้ตื่นตัวทางการเมือง 76 จังหวัด
เป็นแกนนำหลัก 2,200 คน แกนนำรอง 4,400 คน ภาคีผู้ตื่นตัวอีกไม่รู้เท่าไหร่ ในระยะเวลา 4 ปี หัวใสมาก
(ฮิฮิ-ฮาไม่ออกเพราะมัวแต่ฮิฮิ) จะเอาภาษีบุหรี่ที่เก็บจากผมไปสร้างพรรคการเมืองใหม่ ที่จริงเขาก็ไม่ได้บอกหรอกนะ
ว่าเป็นพันธมิตร แต่ผู้อำนวยการโครงการชื่อพี่เปี๊ยก ฮิฮิ ทีมงานนักวิชาการก็เช่น พิชาย รัตนดิลก
นักวิจัยก็เช่น แสงธรรม ชุนชฎาธาร ฮิฮิ ผู้ก่อการดีทั้งนั้น เขาของบไว้พร้อมทั้งเงินเดือนผู้บริหาร 7 ล้านบาท
เงินเดือนคณะทำงาน 20 ล้านบาท ค่าจัดประชุมสัมมนา เช่นงานมหกรรมภาคีเครือข่ายผู้ตื่นตัวทางสังคม
และการเมืองแห่งชาติ ของบไว้ 5.3 ล้านบาท เผื่อต้องยึดสนามบิน เอ๊ยไม่ใช่

เผื่อต้องมาประชุมโห่สามลาแบบทาร์ซาน

ไม่อยากจะพูดเล้ยว่าเท่าที่ผมได้ยินมา ปีที่แล้วช่วงยึดทำเนียบฯ มีองค์กรเครือข่ายของบ สสส.
มาประชุมสัมมนาในกรุงเทพฯ พร้อมเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าเดินทาง แต่เอาเข้าจริง
ไปประชุมกันที่ตึกไทยคู่ฟ้า (ฮาไม่ออก ฮิฮิ) ไม่รู้ สสส.รู้หรือเปล่า หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้


มันก็คงเหมือนสมัยเราเป็นฝ่ายซ้าย ยึดองค์การนักศึกษา ยึดสภานักศึกษา แล้วจัดสรรงบประมาณให้ชุมนุมต่างๆ
ชุมนุมผมได้มากหน่อยเพราะพวกเดียวกัน ชุมนุมเชียร์ตอนแรกโดนตัดงบซะหน้าเขียว ก่อนจะมีฝ่ายซ้ายกลางบอกว่า
เราต้องยึดชุมนุมเชียร์สิ จะได้เอาน้องใหม่มาเป็นพวก ชุมนุมเชียร์เลยได้งบมากขึ้น

เสียอย่างเดียวนี่มันเป็นเงินภาษีบุหรี่ผมสิครับ จะใช้อะไรต่อไปต้องตรวจสอบกันให้ถึงที่สุด

ขอแสดงความนับถือ

ใบตองแห้ง

ป.ล.เคอิโงะตกกระแสไปแล้ว น้องหม่องมาแทน เป็นฮีโร่พับเครื่องบินกระดาษ อ่านข่าวว่าจะได้ทุนเรียนถึงปริญญาเอก
ดีใจกับเด็กแต่สมเพชผู้ใหญ่ครับ ความเสมอภาคให้เขาไม่ได้ พอดังขึ้นมาก็แห่เอาหน้า
.................................

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Tue Jan 12, 2010 9:45 pm

การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

sunny พิมพ์ว่า:ล่าสุด การที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
ได้เข้าบุกยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
ได้ก่อผลกระทบอันร้ายแรงระหว่างราชวงศ์ไทยและราชวงศ์เดนมาร์ก

นั่นคือ เนื่องจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิได้ถูกปิดชั่วคราว
เนื่องจากมีการบุกยึด จึงส่งผลให้ราชวงศ์เดนมาร์กที่มีแผนเดินทางกลับประเทศ
ต้องไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา
ต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง แล้วบินกลับสู่ประเทศเดนมาร์ก
ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ธรรมดา โดยต้องทิ้งเครื่องบินส่วนตัวไว้

ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นถึงการที่ราชวงศ์ไทย ไม่สามารถแสดงถึงความให้เกียรติต่อราชวงศ์เดนมาร์ก

ในกรณีเดียวกัน หากราชวงศ์ไทยต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นเดียวกับราชวงศ์เดนมาร์ก

เราๆท่านๆคิดว่า เราจะคิดและกระทำกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ อย่างไร???

ล่าสุด ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวโดยการเรียกร้อง รัฐบาลปฏิรูป คือนายธีรยุทธ บุญมี

แล้วรู้กันบ้างหรือไม่ว่า รัฐบาลปฏิรูป คือการล้มล้างราชวงศ์โดยตรง

http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t672-20.htm

att พิมพ์ว่า:เอกสารสามฉบับคำประกาศสัมมาทิฏฐิ

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ NDMTsociety [ndmtsociety@gmail.com]

เรียนท่านผู้รับสารทุกท่าน

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ ได้แนบไฟล์เอกสารสำคัญมาตามนี้คือ

1. คำประกาศสัมมาทิฎฐิทางการเมือง “เปลี่ยนชื่ออนุสาวรีย์ ถอนหมุดเผด็จการ
ตั้งพานประชาธิปไตย ประเทศไทยเจริญ” เนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา


(หรืออ่านได้ที่ลิงค์
http://ndmt.multiply.com/journal/item/153)

2. ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมในคดียุบพรรคการเมืองต่อที่
ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
โดย พลตรีณพล คชแก้ว ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย
การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
(หรืออ่านได้ที่ลิงค์ http://ndmt.multiply.com/journal/item/154)


3. ประกาศสภาธรรมาธิปไตยแห่งชาติเชิญเข้าร่วมงานรำลึกชีวิตและ
ภารกิจ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทรครบรอบ ๑๕ ปีแห่งการจากไปและการเกิดใหม่ทางความคิด
วันที่ ๒๕ ธันวาคมนี้ (หรืออ่านได้ที่ลิงค์

http://ndmt.multiply.com/journal/item/156)


ขอแสดงความขอบคุณ มา ณ ที่นี้

คณะเผยแผ่ทางอินเตอร์เนต

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ

www.ndmt.multiply.com


email: ndmtsociety@gmail.com

เอกสารสองฉบับ วิวาทะไทย-กัมพูชา และคำประกาศต่อสู้
ขบวนการล้มปืนล้มทุนล้มเจ้าด้วยการปกครองเฉพาะกาล


เรียนท่านผู้รับสารทุกท่าน

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ ได้แนบไฟล์เอกสารสำคัญมาตามนี้คือ

1. แถลงการณ์สภาธรรมาธิปไตยแห่งชาติคณะธรรมยาตรากอบกู้
รักษาผืนแผ่นดินไทย ในกรณีเขาพระวิหาร
-มณฑลบูรพา เรื่อง “วิวาทะไทย-กัมพูชา...
ระหว่างคณะธรรมยาตราฯ VS โครงการตำราว่าด้วย...รัฐชาติ-พรมแดนและ
ความขัดแย้ง:และข้อยุติบนเส้นทางสันติภาพอาเซียน”

(หรืออ่านได้ที่ลิงค์ http://ndmt.multiply.com/journal/item/148)


2. คำประกาศการต่อสู้เพื่อเอาชนะขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
ด้วยการตั้งการปกครองเฉพาะกาล
(Provisional Government)
สร้างสรรค์ประชาธิปไตยในระยะเปลี่ยนผ่านประเทศไทย
จากการปกครองแบบเผด็จการ...ไปสู่...การปกครองแบบประชาธิปไตย
ด้วย
นโยบายแห่งชาติ (National Policy) เพื่อ
รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคงไว้สืบไป


(หรืออ่านได้ที่ลิงค์ http://ndmt.multiply.com/journal/item/150)


ขอแสดงความขอบคุณ มา ณ ที่นี้

คณะเผยแผ่ทางอินเตอร์เนต

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ
www.ndmt.multiply.com



http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014478

เสื้อแดงสนามหลวงต่อย “สมาน” ล้มคว่ำ ไล่ “พระมหาบุญถึง” พ้นพื้นที่

ม็อบเสื้อแดงสนามหลวงถ่อย ประกาศลั่น สนามหลวงเป็นของคนเสื้อแดง ไล่ “สมาน”
“พระมหาบุญถึง” พ้นพื้นที่ เจ้าตัวเชื่ออาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอยู่ฝ่ายม็อบเสื้อเหลือง
เหตุเคยไปร่วมกับ ธรรมยาตรา ทวงคืนเขาพระวิหาร

วันนี้ (8 ก.พ.) ที่ สน.ชนะสงคราม เมื่อเวลา 14.00 น.นายสมาน ศรีงาม เลขาธิการทั่วไปขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ
พร้อมด้วย พระมหาบุญถึง ชุตินธโร เจ้าอาวาสวัดตะล่อม แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม.เดินทางเข้าแจ้งความต่อ
ร.ต.ท.เจรวัตร จรจบ ร้อยเวร สน.ชนะสงคราม เข้าดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง ว่า
ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกาย ข่มขู่

นายสมาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ระหว่างที่ พระมหาบุญถึง ได้สนทนาธรรม ในเต็นท์ที่ 38-39
ที่ท้องสนามหลวง ในงานสัปดาห์พระพุทธศาสนา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ก.พ.ช่วงเย็นมีกลุ่มคนเสื้อแดง
ที่อยู่ที่ท้องสนามหลวงได้เดินเข้ามาที่เต็นท์ และข่มขู่ให้รื้อย้ายเต็นท์ออกไป เพราะสนามหลวงเป็นของ
คนเสื้อแดง หากไม่ย้ายออกจะเผาเต็นท์ โดยการเอาไฟแช็กมาจุดขู่ด้วย ถัดมาในช่วงค่ำก็มีการโยน
ระเบิดควันเข้ามาข่มขู่อีก

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น.ได้เริ่มมีกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 200 คน
โดยส่วนหนึ่งเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน ได้เข้ามาพยายามทำร้ายตน ซึ่งสนทนาธรรมอยู่ในเต็นท์ของ
พระมหาบุญถึง ได้เข้ามาทำร้าย โดย 1 ในชายฉกรรจ์ได้ชกเข้าที่ใบหน้าของตนจนล้มลง และพยายามที่จะ
ตามเข้ามาซ้ำ แต่เมื่อตนพยุงร่างขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งออกไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อหนีออกมา
กระทั่งวันนี้จึงได้เดินทางพร้อมพระมหาบุญถึงเพื่อเข้าแจ้งความ

ส่วนสาเหตุที่กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าทำร้ายและข่มขู่ครั้งนี้ เชื่อว่า น่าจะเป็นเพราะตนเองเคยร่วมกับ
กลุ่มธรรมยาตรา ทวงคืนเขาพระวิหาร และกลุ่มคนเสื้อแดงน่าจะเข้าใจว่า กลุ่มตนเป็นกลุ่มม็อบเสื้อเหลือง
เป็นพวกเดียวกับสันติอโศก
จึงเกิดความไม่พอใจ

ด้าน ร.ต.ท.เจรวัตร กล่าวว่า เบื้องต้นจะได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะดำเนินการสอบสวน
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากพบว่ามีผู้ใดกระทำความผิด
ก็จะประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



http://khunnamob.globat.com/backup/thaimisc/www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php-user=mscc2&topic=1108&page=2.htm

ด่วนที่สุด.. ทหารไทยกว่า100 นายถูกจับตัวเข้าเขมรไปแล้ว!

:::: ตัวต้นเหตุ ::::

ไอ้ตัวต้นเหตุ

พล.ท. นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
กล่าวถึงกรณี 3 คนไทย ลักลอบเข้าเขตหวงห้ามของประเทศกัมพูชาว่า

เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนนัดกันมาชุมนุมประท้วง

ที่พื้นที่รอยต่อชายแดนไทยกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร คือ "กลุ่มธรรมยาตรา"

ซึ่งนำโดยนายสมาน สีงาม เมื่อทหารรู้จึงทำลวดหนามหีบเพลงกั้น

เพื่อไม่ให้คนไทยข้ามเข้าไปในพื้นที่ทับซ้อนที่กัมพูชาอาศัยอยู่ และ

...........เมื่อเวลา 23.00 น.ของคืนวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมาชิก "กลุ่มธรรมยาตรา"
จำนวนหนึ่ง ได้พยายามปีนรั้วเพื่อข้ามไปฝั่งกัมพูชา ซึ่งทหารก็ห้ามปรามว่าอย่าเข้าไป
"กลุ่มธรรมยาตรา" ดังกล่าวจึงหยุดการกระทำ

........ต่อมาในตอนเช้าของวันที่ 15 กรกฎาคม 2551

สมาชิกของ "กลุ่มธรรมยาตรา " จำนวน 3 คน ได้ใช้ไม้พาดข้ามรั้วลวดหนาม
เข้าไปในพื้นที่ทับซ้อน


ในลักษณะเหมือนจงใจให้เจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาเข้าไปจับกุม ทั้งที่ทหารไทยได้ห้ามไม่ให้เข้าไป
แต่เขาอ้างเขาจะไปนั่งปฏิบัติธรรม เพราะหญ้าทางฝั่งโน้นเขียวดี
ทางฝั่งนี้มีแต่ดินลูกรัง
เนื่องจากหนึ่งใน 3 คน นั้นเป็นพระสังกัดสันติอโศก ...." พล.ท.นิพัทธ์ กล่าว"


โดย 333unit [16 ก.ค. 2551 , 04:04:10 น.]



แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Sat Jan 16, 2010 11:55 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:14 pm

2. คำประกาศการต่อสู้เพื่อเอาชนะขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
ด้วยการตั้งการปกครองเฉพาะกาล
(Provisional Government)

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t735.htm#5738


2nd Minister-Chairman of the Russian Provisional Government

http://en.wikipedia.org/wiki/Provisional_Committee_of_the_State_Duma

Provisional Committee of the State Duma

Provisional Committee of the State Duma
(Russian: Временный Комитет Государственной Думы)

was a special government body established on March 12, 1917 (27 February O.S.)
by the Fourth State Duma deputies at the outbreak of the Russian February Revolution.

Its members were: Mikhail Rodzianko (President of the committee, Octobrist), Vasily Shulgin,
V.N. Lvov, I.I. Dmitryukov (Octobrist), S.I. Shidlovsky (Octobrist), M.A. Karaulov (cossack),
Alexander Kerensky (Labour group), Alexander Konovalov (Progressive), V.A. Rzhevsky
(Progressive), A.A. Bublikov (Progressive), Pavel Milyukov (Kadet), Nikolai Nekrasov (Kadet)
and Nikolay Chkheidze (Menshevik, president of the Petrograd Soviet).
The Committee declared itself the governing body of Russian Empire,
but defacto competed for power with the Petrograd Soviet, which was created
on the same day. On March 15 (March 2 O.S.) the Committee and the Petrograd Soviet
agreed to create the Provisional Government.

http://en.wikipedia.org/wiki/Russian_Provisional_Government,_1917
Provisional government (15 March - September 14, 1917)
Republic (September 14 - November 7, 1917)


Many members of the Committee went on to serve in the Provisional Government,
while the Committee continued to play an insignificant role until the Fourth Duma
was dissolved on September 19 (September 6 O.S.).

http://en.wikipedia.org/wiki/February_Revolution
The February Revolution was followed in the same year by the October Revolution,
bringing Bolshevik rule and a change in Russia's social structure,
and paving the way for the USSR.
The two revolutions constituted a change in the composition of the country:
the first overthrew the Tsar, and the second instituted
a new form of government.

เสธ.แดง เผยชุมนุมใหญ่เสื้อแดงเลื่อนเป็น 14 ก.พ.

เสธ.แดง ระบุการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่นัดไว้วันที่ 10 ม.ค. 53
จะเลื่อนไปเป็น 14 ก.พ. 53 ตามความต้องการของอดีตนายกฯ


พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวโจมตี การทำงานของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์
และโจมตี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการเสวนา เรื่องประชาธิปไตย
ให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง จังหวัดลำปาง จำนวนกว่า 500 คน ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน เสธ.แดง กล่าวด้วยว่า การนัดชุมนุมใหญ่ ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้นัดหมายไว้
ในวันที่ 10 มกราคม 2553 นั้น คงต้องอาจเลื่อนไปก่อน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามา
เมื่อคืนนี้(27ธ.ค.) ที่จังหวัดอุดรธานี ต้องการให้เลื่อนชุมนุมออกไปเป็น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553
เพราะหากชุมนุมในเดือน มกราคม 2553 จะเร็วเกินไป พร้อมกันนี้ เสธ.แดง ยังกล่าวว่า อยากให้รัฐบาล
รีบมาสมานฉันท์กัน เพราะหากปล่อยเวลานานไป ถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีกองทัพใหญ่คนเสื้อแดง
ออกมาเป็นจำนวนมาก และจะมีทหารพราน ออกมาร่วมชุมนุม เป็นหลักพันคน อาจจะรบกันจนถึงขั้นแตกหัก



ทีนี้รู้หรือยังว่าทำไมต้องเป็นดือน กุมภาพันธ์ เพราะว่า มันเป็นเดือนที่
กลุ่มแมนเชวิค ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ (หรือ รัฐบาลเฉพาะกาลนั่นแหละ)

หลังจากนั้น ในเดือนตุลาคม กลุ่มบอลเชวิค ก็ปฏิวัติเปลี่ยนแปลง
ระบอบการปกครองให้เป็นคอมมิวนิสต์ไง ต่อจากนั้น...คิดเอาเองละกัน





ผังนี้ใครเป็นคนเขียนเสนอ บิ๊กจิ๋ว เอ่ย


แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Fri Jan 15, 2010 2:55 pm, ทั้งหมด 6 ครั้ง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:25 pm

http://www.yutt.com/blog2/2008/05/04/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2/

พล.อ.ชวลิต บอก มีกระบวนการล้มเจ้า ล้มปืน ล้มทุน

Posted by yutt

May 4, 2008

การเมืองไทยช่วงนี้วุ่นจริงๆ มีการชิงไหว ชิงพริบกันน่าดู แถมมีกระบวนการสร้างกระแส ทำให้เรื่องบางเรื่องที่ไม่สมควร
ถูกนำออกมาเผยแพร่กันมากขึ้น ทิศทางข้างหน้าเป็นอย่างไร เดาไม่ถูกจริงๆ แต่ที่แน่ๆ จะสงบเหมือนเดิมคงยากกส์
ยากพอๆ กับที่เราจะได้เห็น น้ำมันราคาลิตรละสิบกว่าบาท นั่นละ

จับประเด็นการเมือง

  • พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (อดีตนายกรัฐมนตรี) ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ยุทธศาสตร์กู้ชาติ และเข็มทิศใหม่เพื่อผ่าทางตันการเมืองไทย ที่มหาวิทยาราชภัฎสวนดุสิต โดยระบุว่า “การเผชิญหน้าเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญสามารถแก้ได้ ต้องแก้ปัญหาเผชิญหน้า
    อยู่ที่รัฐธรรมนูญ เอาสิ่งนี้ให้พี่น้องส่วนใหญ่ให้ประชาชนได้รู้ เมืองไทยจริงๆ มันมีกระบวนการไม่หวังดี กระบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า มีมากน้อยเท่าไร ไม่รู้ ไม่พูดกันดีกว่า” “ยังมีขบวนการสาธารณรัฐยังมีอยู่ และยังมีกระบวนการอื่นๆที่เราห้ามไม่ได้”
  • ยงยุทธ ติยะไพรัช ลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เหตุผล ต้องการต่อสู้คดีใบแดงอย่างสง่างาม ประธานสภาฯ ไปยืนกลางศาลฯ ไม่เหมาะสม (* ถ้าเป็นเหตุผลนี้จริง ควรลาออกตั้งนานแล้ว ไม่ควรลาออกช่วงที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ในช่วงเข้าด้าย เข้าเข็ม พอเป็นอย่างนี้ ก็ทำให้คิดไปว่า จำเป็นต้องเร่งหาคนมาคุมเกมเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปโน่นเลย)
  • อ.ธีรยุทธ บุญมี ออกมาวิพากย์รัฐบาลได้อย่างเห็นภาพ ตั้งฉายาเป็น รัฐบาลลูกกรอก มีหัวหน้าคณะ ๒ ตน

    • ตนหนึ่ง กุมารทองคะนองปาก คิดอะไรพูดอย่างนั้น สร้างศัตรูไปทั่วทุกกลุ่ม
    • อีกตนหนึ่ง กุมารทองคะนองอำนาจ ชอบอยู่กระทรวงที่มีอำนาจ เชื่อมั่นว่าทำอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องเกรงใจใคร

    ยังมีลูกกรอกตัวเด่น รักเลี๊ยบ และยมมิ่ง ที่มีฤทธิ์ มีเดช
    เตือนรัฐบาลให้ระวังตนเอง อย่าเหลิงอำนาจ จนพัฒนาจากยุค คมช. กลายเป็น ชคม. นักการเมืองชั่วครองเมือง

  • ชาญวิทย์ จริยานุกูล ออกมายอมรับว่า
    เป็นผู้เผยแพร่ใบปลิวโจมตี พล.อ.เปรม ที่เมืองนนท์
    (คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล) และยังมีหนังสือโจมตีพล.อ.เปรม อีก ๕
    เล่ม
http://news.sanook.com/politic/politic_269486.php

ขบวนการล้ม 'ปืน- ทุน- เจ้า' บิ๊กจิ๋วปูดเองยังมีอยู่

โดย ไทยรัฐ วัน ศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2551 00:00 น.

เชื่อขบวนการนี้จะหมดไป หากเอาชนะทางความคิด ชี้ประเทศขาดผู้นำทางความคิดจึงเกิดอาเพศ
ประเทศไทย 10 ประการ ส่วน การจะผ่าทางตันการเมืองได้ ต้องยึดหลักอริยมรรค มีองค์ 8


พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (25 เม.ย.) ตอนหนึ่งระหว่างการไปปาฐกถาพิเศษ
เรื่อง ยุทธศาสตร์กู้ชาติ และเข็มทิศใหม่เพื่อผ่าทางตันการเมืองไทย ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ว่า
ขณะนี้เมืองไทยมีขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า ยังมีอยู่ และมีจำนวนมาก แต่เชื่อว่าจะหมดไปหากเอาชนะทางด้านความคิด

อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศขาดผู้นำทางความคิดที่ถูกต้อง จึงเกิดอาเพศประเทศไทย 10 ประการ
อาทิ รัฐบาลสร้างเป็นแต่รัฐธรรมนูญ แต่สร้างประชาธิปไตยไม่เป็น ทหารทำเป็นการรัฐประหาร
แต่ทำการปฏิวัติไม่เป็น การที่ประเทศยังเกิดปัญหา เพราะทั้ง 2 ฝ่ายมัวแต่ทะเลาะกัน
ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ตกเป็นเหยื่อว่าเป็นผู้สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น

ส่วนการจะผ่าทางตันการเมืองไทยได้นั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ต้องยึดหลักอริยมรรค มีองค์ 8 ได้แก่
เห็นถูก คิดถูก พูดถูก ทำถูก เลี้ยงชีพถูก เพียรถูก สติถูก และสมาธิถูก

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Thu Jan 14, 2010 10:29 pm

...ไม่เข้าใจ แผนผัง ใคร ก็ ได้ อธิ บาย ที Crying or Very sad

พีพี

จำนวนข้อความ: 124
Registration date: 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:40 pm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000139343


พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย

“คำนูณ” ติง “จิ๋ว-อภิวันท์” พูดไม่คิด ยกตัวอย่างโค่นวงศ์โรมานอฟ
18 พฤศจิกายน 2552 10:19 น.

“ส.ว.คำนูณ” ติง “ชวลิต-อภิวันท์” ระวังคำพูด ยกตัวอย่าง “โรมานอฟ” ล่มสลาย
มีนัยประหวัดถึงสถาบันสำคัญ ชี้ตัวอย่าง ปชช.ล้มรัฐบาลมีหลายประเทศ ไม่จำเป็นต้องเลยเถิด
ถึงการล้มราชวงศ์ที่นำไปสู่การตั้งประเทศคอมมิวนิสต์ เตือนสติมียศถึงพันเอก-พลเอก
ควรไตร่ตรองมากกว่านี้ ย้อนอดีต “จิ๋ว” เคยโดนกล่าวหาฝักใฝ่ “สภาเปรซิเดียม”


นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย
และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเมื่อวันที่ 17 พ.ย.
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธได้กล่าวในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยในทำนองว่าขณะนี้บ้านเมืองเกิดความ
ไม่เป็นธรรมขึ้นรอบด้าน ผู้ปกครองไม่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ระวังประชาชนจะไม่ยอมรับ
แล้วได้ยกตัวอย่างความล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซียว่า
เท่าที่อ่านตนดูแม้จะไม่ชัดเจนว่าเป็นการยกตัวอย่างของ พล.อ.ชวลิต หรือ พ.อ.อภินันท์ แต่ไม่สบายใจ
ที่มีการยกตัวอย่างเช่นนี้ เพราะมีนัยประหวัดไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

“ท่านสามารถยกตัวอย่างความล่มสลายของรัฐบาลประเทศต่างๆ ในประวัติศาสตร์ได้
ไม่เห็นจะต้องเลยเถิดไปถึงการล่มสลายของระบอบที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติใหญ่ขึ้นในโลก คือ
การปฏิวัติบอลเชวิก ที่นำทฤษฎีลัทธิคอมมิวนิสต์มาประยุกต์ใช้เป็นรูปธรรมครั้งแรกในโลก
หากเป็นเรื่องกลอนพาไป ไม่มีความหมายแฝงเร้นก็ไม่เป็นไร แต่คนเป็นถึงพลเอก พันเอก
คนหนึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี อีกคนปัจจุบันเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรกลั่นกรองให้มากกว่านี้”

นายคำนูณกล่าวว่า การพูดจาคาบลูกคาบดอกไต่เส้นเช่นนี้เกิดขึ้นมากในระยะหลัง
สังคมควรใช้วิจารณญาณไตร่ตรองให้มากว่าผู้พูดมีวัตถุประสงค์เช่นใด
ตนไม่อยากกล่าวหาใคร แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องราวผ่านเลยไปโดยไม่ออกมาท้วงติง
สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยอยู่เหนือการเมืองมาตั้งแต่ปี 2475 การปกครองเป็นเรื่องของรัฐบาล
ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาตามกลไกของระบอบการเมืองในแต่ละห้วงเวลา
หากจะมีความขัดแย้งก็ควรจำกัดอยู่ในระดับของรัฐบาล ไม่ควรพูดจากยกตัวอย่างกำกวม โดยเฉพาะ
พล.อ.ชวลิตที่ประกาศถึงความจงรักภักดีสูงสุดมาโดยตลอด ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน
และนักการเมืองทั้งหลาย โดยเฉพาะนักการเมืองในพรรคเพื่อไทย

“ผมไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจ พล.อ.ชวลิตผิดๆ เพราะท่านเองก็เคยถูกโจมตีมาตั้งแต่ปี 2526
โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่าฝักใฝ่ในระบบสภาเปรซิเดียม ซึ่งเป็นรูปแบบการปกครองของรัสเซีย
ภายหลังการล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ
จนเกิดประโยคฮิตในขณะนั้น
จาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ว่ากูไม่กลัวมึง” นายคำนูณกล่าว

The Russia Revolution


แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Thu Jan 14, 2010 10:44 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:43 pm

พีพี พิมพ์ว่า:...ไม่เข้าใจ แผนผัง ใคร ก็ ได้ อธิ บาย ที Crying or Very sad

เป็นผังองค์กรลับ ที่ปฏิบัติงานในเมืองไทย เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองของไทย
แต่ปัญหาคือ คนที่เขียนผังนี้เสนอบิ๊กจิ๋ว เขาไม่รู้หรือว่า
บิ๊กจิ๋วนั่นแหละ คือ ส่วนหนึ่งของขบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย

แถมอาจจะเป็นคนใกล้ตัวผู้ดูแลบอร์ดนี้อีกต่างหาก

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Thu Jan 14, 2010 10:48 pm

หมอประเวศ ด้วยเหรอ เฮาบ่เจื้อๆๆๆ Crying or Very sad

ปล. พี่ชาย พีพี ฝากถามมาว่า ถ้าสงสัยว่า ลิ้ม รับงาน จาก CIA จริงเพราะพ่อเขามาจากกองพล 93
แล้วทำไมไม่สงสัย ลูกชาย "สหายคำตัน" ด้วยหล่ะ Question แถมได้เป็น องคมนตรีด้วย

พีพี

จำนวนข้อความ: 124
Registration date: 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:56 pm

อ่านข้อมูลที่ลิงค์นี้ครับ
http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-40.htm

ไม่ได้บอกให้เชื่อ ขึ้นอยู่กับตัวของผู้อ่านเองครับ

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Thu Jan 14, 2010 11:26 pm

ขอบคุณค่ะ Neutral

พีพี

จำนวนข้อความ: 124
Registration date: 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Fri Jan 15, 2010 2:40 pm

http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Datebook/Datebook2546/King%20Birrhday%202003.htm

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 2546
เรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องข้าว เรื่องปกครองทั้งหลาย ด้านวิชาการมันก็มีพอเพียงเหมือนกัน
พูดถึงรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ก็มีรัฐศาสตร์พอเพียงเหมือนกัน ไม่งั้นจะทำให้เละเทะไปหมด
ที่พูดนี่ตะล่อมให้เข้าใจว่า ให้พอเพียงไม่ใช่เศรษฐกิจ เป็นความคิด ให้สามารถทำอะไรอยู่ได้
แม้แต่กองทัพ ซึ่งกองทัพทำอะไรพอเพียงเยอะแยะ ช่วยหลายอย่าง ทำได้ อย่างทหารเรือ
เรือ ต.91เศรษฐกิจพอเพียง เดี๋ยวนี้ ต.91 พังแล้วรับราชการมาพอสมควร

ต้องพูดเพราะว่า นายกฯ มาพูดเมื่อวานนี้ ที่สนามหลวงแล้วถือธง ชนะๆ ไชโย นี่แหละ
ทราบดีว่านายกฯไม่ค่อยชอบให้เตือน ใครเตือนเรามันเคือง แต่จะเล่าให้ฟัง
เตือนนี่ สมเด็จพระบรมราชชนนี แม่เราอายุ 40-50 แล้ว ท่านชมเก่ง ทำนี่แม่ชอบ
แต่ท่านต้องต่อว่า อย่าลืมตัว ท่านว่าอย่างนั้นทุกครั้ง ท่านพูดว่าอย่าลอย ท่านใช้คำว่าปอดลอย
ขาต้องอยู่ติดดิน กับดิน ชื่อลูกภูมิพล ต้องเหยียบดิน ไอ้การลอยไม่เหยียบดินใช้ไม่ได้ ภูมิพลเหยียบดิน
ถึงเดินไปบนภูเขาก็เดินบนดิน เหาะเฮลิคอปเตอร์ลงมาก็มาเดินบนดิน ท่านเตือนเสมอว่าห้ามไม่ให้ลอย
จน อายุเกือบ 60 ถึงหยุด ท่านไม่เตือนแล้ว ท่านว่าแม่ชอบ ถ้าทำอะไรดีให้รู้ว่าดี อย่าไปเหิม ต้องระวัง

ชัยชนะของการปราบยาเสพติดดี ที่ปราบ แล้วที่เขาตำหนิคนตายตั้ง 2,500 คน เรื่องเล็ก 2,500 คน
ถ้านายกฯไม่ได้ทำทุกปีๆ จดไว้ มีมากกว่า 2,500 คนที่ตาย ทั้งคนที่เสพติด แล้วคนที่ฆ่าคน เผาอะไรต่างๆ
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ไปปราบก็ตายมาก แต่ไม่พูดถึง ไม่ไปนับ ไม่ไปชี้ พวกที่ค้า พวกที่ทำก็ตายเยอะเหมือนกัน
แต่ ไม่พูดถึง เชื่อว่าพอๆ กับที่จดว่ามีผู้ตายในสงครามต่อสู้ยาเสพติด ที่ทราบว่าคนตายเพราะยาเสพติดมากมาย
เพราะสังเกตดูปีที่แล้วบอกว่า 40 กว่าปีแน่ เพราะตอนนั้นอยู่ที่พระที่นั่งอัมพรสถานฯ ก่อนลูกคนเล็กยังไม่เกิด
ลูกคนเล็กเกิดพระที่นั่งอัมพรฯ แล้วย้ายมาสวนจิตรลดาฯ มียาเสพติดก่อน มีวิธีที่จะทำ ปีที่แล้วเล่าให้ฟัง
แต่ไม่ละเอียดพอ ไม่เข้าใจ

ปีที่แล้วอธิบายทำไมถึงนึกถึงเป็นสงคราม เพราะสงครามสองอย่าง สงครามการเมืองกับสงครามเศรษฐกิจ
สงครามการเมืองใช้ยาเสพติดเป็นบ่อนทำลายประชากรของประเทศ เป็นผลพลอยได้ที่เขาได้เงิน
แต่ ที่เขาได้คือทำลายประชากร ให้เป็นคนติดยา เป็นขี้ยา ที่คิดอะไรไม่ออก บางคนคิดว่าใช้ยาทำให้แข็งแรง
มีความคิดดี คนที่เสพยา ตอนนี้เป็นเฮโรอีน เขาใส่น้ำหวาน ในกาแฟ แล้วหลอกทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ตอน นั้นไม่เชื่อ นึกว่ายาเสพติดทำจากเมืองจีน แล้วไม่ใช่คนจีนทำ เป็นฝรั่งทำ ที่นี่มีฝรั่งหรือเปล่าเดี๋ยวเขาโกรธ
เป็นความจริงฝรั่งใช้ยาเสพติดทำลายเมืองจีน แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมีสงครามเหมือนกัน แต่ตายมากกว่า 2,500 คน
เชื่อว่ามีมากกว่า เราไม่เชื่อ แต่ไม่รู้ ทางเจ้าหน้าที่ได้สังหาร ไม่ใช่ 2,500 ที่เขาสังหารกันเอง เราจะรับผิดชอบได้อย่างไร
เขาด่าว่านายกฯทำ สงคราม ทำให้คนตาย 2,500 คน ไม่ใช่ทั้งหมด ที่เขานับ แต่พวกที่ตายเป็นส่วนใหญ่เป็นพวกที่เขาฆ่ากันเอง
พวกค้าพวกผลิตจำนวนมาก ที่ทางราชการจะรับผิดชอบอาจจะมีจำนวนหนึ่ง ลองถามทางผู้บัญชาการตำรวจไปแยก
จำแนกดูว่าเท่า เชื่อว่าใน 2,500 คน มีมากที่ฆ่ากันเอง เป็นความผิดของเขา มาโยนความผิดให้ท่านซูเปอร์นายกฯ

นายกฯ สั่งให้รองนายกฯ รองนายกฯก็เป็นซีอีโอ นายกฯก็เป็นซีอีโอ ก็เป็นซูเปอร์นายกฯ บอกว่าเป็นผู้ชนะ
กลายเป็นฆ่าหมดเลย แต่แท้จริง ลูกน้องก็ต้องรับผิดชอบ ซีอีโอไม่รับผิดชอบอะไรเลย ต้องให้รองนายกฯรับผิดชอบ
มี 7 คนใช่ไหม รองนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ 7 คน เขารับผิดชอบเขาก็ผลักให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ
รัฐมนตรีก็บอกไม่รับผิดชอบ ต้องเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีช่วยโยนให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีรับผิดชอบ
นายกฯบอกว่าปลัดกระทรวง ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็ให้รองปลัด รองปลัดก็ให้อธิบดี แบบนี้เป็นการบอกว่า
ไม่มีใครรับผิดชอบ ลงท้ายให้ประชาชนซีอีโอทุกคนรับผิดชอบหมด ไม่รู้จะทำอย่างไง


การปกครองสมัยนี้แปลกดี ให้ประชาชนรับผิดชอบ คนที่เดือดร้อนคือข้าพเจ้าเองเดือดร้อน
ท่านรองนายกฯบอกว่า ทรงเป็นซูเปอร์ซีอีโอ ใช้คำอะไรจำไม่ได้แล้ว ลงท้ายเราก็รับผิดชอบทั้งหมด
ประชาชนทั้งประเทศโยนให้พระเจ้าอยู่หัวรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญบอกว่า
พระเจ้าอยู่หัวไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย



แถวหน้ามีนักกฎหมายที่บอกว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ใครจะรับผิดชอบ นี่ลำบากอย่างนี้
เชื่อ ว่า ท่านพูดเล่น ท่านรับผิดชอบ ในที่สุดท่านรับผิดชอบ 2,500 คน ท่านจะไปถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า
จำแนกออกเป็นอย่างไร ประกาศให้ประชาชนทราบ ให้ชาวต่างประเทศทราบ ไม่ได้กี่คนที่ท่านรับผิดชอบ
ที่ตำรวจ ทหารที่ยิงได้ฆ่าเอง ไม่เท่าไร ไม่ถึงร้อย

ที่เตือนอย่างนี้จะได้หายเครียด คนที่เครียดที่สุดในที่นี้คือ รองนายกฯ เราไม่บอกว่ารองนายกฯไหน
เหมือนข่าวที่บอกว่ารองนายกฯไหน ตอนที่เป็นข่าวรองนายกฯ ชวลิต ยงใจยุทธ เมืองไทยเดี๋ยวนี้
พูดอะไรเป็นปริศนา แต่รองนายกฯชวลิตหายเครียด ดูในทีวีทำหน้าอย่างนี้ตลอด เลยทำให้เราเดือดร้อน
เพราะบอกว่าเป็นรัฐบาลของพระเจ้าอยู่หัว เขาพูดอย่างนั้นตอนเช้าพูดแบบนี้ เรารับผิดชอบหมด



เราน่าจะมีหน้าบึ้งเหมือนรองนายกฯ เรารู้อะไรเป็นอะไร ท่านยิ้มดีแล้ว ยิ้มแล้วจะได้ปรึกษาหารือกันทุกฝ่าย
ตรงนี้มีองคมนตรีต่างๆ ท่านก็ขัดคอรัฐบาล ท่านขัดคอรัฐบาลผ่านพระเจ้าอยู่หัว ท่านไม่รับผิดชอบอะไร
ดูรัฐธรรมนูญ ผู้ที่รับผิดชอบคนเดียวคือ ท่านรัฐบุรุษรับผิดชอบ
เพราะเวลามีองคมนตรีใหม่มา
ท่านเป็นผู้รับสนอง ไม่ใช่นายกฯ คนส่วนมากเข้าใจว่าตั้งองคมนตรีต้องเป็นนายกฯ รับสนอง ไม่ใช่
ท่านประธานองคมนตรีรับสนอง เพราะว่าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเขาว่าอย่างนั้น
เป็นเรื่องแปลก
เมืองไทยประหลาด วิธีปกครอง อย่างไรก็ตาม นายกฯ รับผิดชอบทุกอย่าง ถ้ารับผิดชอบทุกอย่าง
ต้องยอมรับการตำหนิ ถ้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง บอกว่าผมสั่งคนเดียว ถ้างั้นก็ชี้คนเดียว
ก็รับผิดชอบชี้คนเดียว เป็นของธรรมดา แต่ถ้าทำดี เรียบร้อยทุกคนได้รับประโยชน์หมดทุกคน
ตัวเองก็ได้รับประโยชน์ ทำอะไรรับผิดชอบสิ่งที่ทำดี ก็โก้


http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t687.htm

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 16, 2010 10:20 am

http://www.youtube.com/watch?v=4tXYK3s6QQg
ในหลวง รับสั่ง ประเทศไทยกำลังล่มจม


Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 16, 2010 11:02 am

Unknown พิมพ์ว่า:
2. คำประกาศการต่อสู้เพื่อเอาชนะขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
ด้วยการตั้งการปกครองเฉพาะกาล (Provisional Government)

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t735.htm#5738


2nd Minister-Chairman of the Russian Provisional Government

http://en.wikipedia.org/wiki/Russian_Provisional_Government,_1917
Provisional government (15 March - September 14, 1917)
Republic (September 14 - November 7, 1917)


Many members of the Committee went on to serve in the Provisional Government,
while the Committee continued to play an insignificant role until the Fourth Duma
was dissolved on September 19 (September 6 O.S.).

http://en.wikipedia.org/wiki/February_Revolution
The February Revolution was followed in the same year by the October Revolution,
bringing Bolshevik rule and a change in Russia's social structure,
and paving the way for the USSR.
The two revolutions constituted a change in the composition of the country:
the first overthrew the Tsar, and the second instituted a new form of government.


http://en.wikipedia.org/wiki/Republic
Republic

A republic is a form of government in which the head of state is not a monarch[1]
and the people (or at least a part of its people)[2] have an impact on its government.[3][4]
The word 'republic' is derived from the Latin phrase res publica, which can be
translated as "a public affair".
Both modern and ancient republics vary widely in their ideology and composition.
The most common definition of a republic is a state without a monarch.[5]
In republics such as the United States and France the executive is legitimated both
by a constitution and by popular suffrage. In the United States, Founding Fathers like
James Madison defined republic in terms of representative democracy
as opposed to only having direct democracy[6], and this usage is still employed
by many viewing themselves as "republicans"
.[7]

In modern political science, republicanism refers to a specific ideology that is
based on civic virtue and is considered distinct from ideologies such as liberalism.[8
]
Most often a republic is a sovereign country, but there are also subnational entities that
are referred to as republics. For instance, Article IV of the Constitution of the United States
"guarantee[s] to every State in this Union a Republican form of Government."[9]
The Soviet Union was a single nation composed of distinct and legally sovereign
Soviet Socialist Republics. Niccolò Machiavelli described the governance and
foundation of the ideal republic in his work Discourses on Livy.
These writings, as well as those of his contemporaries such as Leonardo Bruni,
are the foundation of the ideology political scientists call republicanism.[10][11]

Head of state

[edit]
Structure


With no monarch, most modern republics use the title president for the head of state.
Originally used to refer to the presiding officer of a committee or
governing body in Great Britain
the usage was also applied to political leaders,
including the leaders of some of the Thirteen Colonies (originally Virginia in 1608);
in full, the "President of the Council."[40] The first republic to adopt the title was
the United States of America. Keeping its usage as the head of a committee
the President of the Continental Congress was the leader of the original congress.
When the new constitution was written the title of President of the United States
was conferred on the head of the new executive branch.

Today almost all republics use the title president for the head of state.

If the head of state of a republic is also the head of government, this is called
a presidential system. There are a number of forms of presidential government.
A full-presidential system has a president with substantial authority and
a central political role. The United States was the first example of such a system,
and the basis for the model adopted elsewhere. In other states the legislature is
dominant and the president's role is almost purely ceremonial and apolitical,
such as in Germany and India. These states are parliamentary republics and
operate similarly to constitutional monarchies with parliamentary systems
where the power of the monarch is also greatly circumscribed. In parliamentary systems
the head of government, most often titled prime minister, exercises the most
real political power. Semi-presidential systems have a president as an active head of state,
but also have a head of government with important powers.
The rules for appointing the president and the leader of the government,
in some republics permit the appointment of a president and a prime minister
who have opposing political convictions: in France, when the members of the ruling cabinet
and the president come from opposing political factions, this situation is called
cohabitation. In some countries, like Switzerland and San Marino,
the head of state is not a single person

but a committee (council) of several persons holding that office.
The Roman Republic had two consuls, appointed for a year.

..สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ล้มกษัตริย์ หันไปเป็นสาธารณรัฐ

ปริศนาคำสาปแห่งราชวงศ์โรมานอฟ

sunny พิมพ์ว่า:ข่าวความตายอย่างหฤโหด ของรัสปูตินแพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร
สร้างความโศกศัลย์แก่อเล็กซานดรายั่งนัก นอกจากนี้ยังทรงหวั่นไหวอย่างยิ่ง
เนื่อง จากก่อนหน้าการตายไม่ นานนัก นักบวชผู้หยาบช้าได้เขียนบันทึกสั้นๆ
ถึงพระองค์ไว้ว่า “ขอให้ทรงรับรู้ว่า ถ้าหากเชื้อพระวงศ์องค์ใดทำให้หม่อมฉันตาย
พระองค์และครอบครัวจะต้องสิ้นพระชนม์ภายในสองปี จากฝีมือของประชาชนรัสเซีย

เกรกอรี รัสปูติน มีนาคม 1917 ไม่ถึง 3 เดือนหลังการตายของรัสปูติน
กระแสแห่งการปฏิวัติหลั่งไหล เข้ามาสู่นครหลวงของรัสเซีย

ขบวนชาวนาและคนงานอุตสาหกรรมแห่กันเข้ามาถวายฎีกาปรับปรุงระบบการบริหารประเทศ
แต่องครักษ์วังหลวงกลับต่อต้านด้วยอาวุธปืน ความจลาจลวุ่นวายบังเกิดขึ้น
และผลสุดท้ายซาร์ก็จำต้องสละราชบัลลังก์ พระองค์และเชื้อพระวงศ์ถูกควบคุมตัวอย่างแข็งแรง
และถูกนำไปกักขังไว้ ณ ไซบีเรียอันห่างไกลและกันดาร


โดยซารีน่าและเจ้าหญิงทั้ง สี่องค์ได้แอบซ่อนทองและ อัญมณีเอาไว้ในพระภูษาเป็นอันมาก
หากทว่าไม่รอดพ้นมือของทหารปฏิวัติซึ่งขี้เมาและกักขฬะ


นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าเจ้าหญิงผู้งดงาม ไร้เดียงสาบริสุทธิ์ทั้ง 4 องค์
ก็ไม่รอดพ้นการย่ำยีทางเพศ จากทหารเหล่านี้เช่นกัน!


นับเป็นชะตากรรมที่พลิกผันชีวิตอันสูงส่ง ลงมาต่ำสุดอย่างน่าสมเพชยิ่งนัก

เมษายน 1918 ครอบครัวราชวงศ์ โรมานอฟ ถูกนำไปไว้ในบ้านหลังหนึ่ง แถบภูเขาอูรัล ถึงตอนนี้พระเจ้าซาร์
ก็ทรง ได้แต่ฝากความหวังไว้กับพระเจ้า และไม่ได้ตระหนัก รู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ พระองค์ อีก
บันทึกสุดท้ายของพระองค์คือ


“อากาศอบอุ่นและสบาย ไม่มีข่าวใดจากภายนอก”

ามดึกของคืนวันที่ 16 กรกฎาคม 1918 ครอบครัวโรมานอฟกับบริพาร และแพทย์ผู้ดูแล รักษา
ทั้งหมดถูกปลุกขึ้นและนำตัวลงไปยังห้องใต้ดิน ต่อหน้ากลุ่มนักโทษสูงศักดิ์ นายทหารผู้ควบคุมได้อ่านประกาศ


“ด้วยเหตุที่วงศาคณาญาติของท่านดำเนินการโจมตีโซเวียตรัสเซีย คณะกรรมการบริหารแห่งอูรัล
จึงตัดสินประหารท่าน”
แถวทหารเพชฌฆาต 12 นาย ประทับปืนขึ้นยิงกราดยังกลุ่มนักโทษ พวกเขาร่วงผล็อยราวใบไม้

ยูรอฟสกี้ ผู้ควบคุมการประหารก้าวเดินสำรวจ เจ้าชายน้อยอเล็กไซยังไม่สิ้นพระชนม์ ยูรอฟสกี้
ยกปืนพกขึ้นยิงองค์รัชทายาท 2-3 นัด ก็เป็นอันปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟ


คำสาปของนักบวชอลัชชีผู้ทรงอำนาจจิตแรงกล้านั้น ได้สร้างความวิบัติแก่ราชวงศ์โรมานอฟอย่างน่าเศร้า และสยดสยองยิ่ง

ขอบคุณ http://artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=2214

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 16, 2010 11:06 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1263632631&grpid=01&catid=
วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:03:35 น. มติชนออนไลน์

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 17, 2010 10:12 am

http://londonboi.exteen.com/20051025/entry

การปฏิวัติรัสเซียตอนที่ 3 - เลิกทาสล้มเหลว

posted on 25 Oct 2005 17:17 by londonboi in History

ก่อนอื่นข้อแก้ข้อความจากครั้งที่แล้วนิดนึงคือว่าผมเล่า ว่ากลุ่มบอลเชวิคคือ The Reds
ส่วน เมนเชวิค คือ The Whites ขอแก้ไขเป็น กลุ่ม White เนี่ยคือกลุ่มที่สนับสนุนราชวงศ์นะครับ
2 กลุ่มนี้รบกันเพื่อชิงอำนาจทางการเมือง



มาต่อตอนที่ 3 กันเลยดีกว่า ครั้งที่แล้วผมเล่าให้ฟังว่ามีการปฎิวัรัสเซียนั้นมีการแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
กลุ่มที่สนับสนุนราชวงศ์โรมานอฟ กับ กลุ่มพรรคแรงงานที่ประกอบด้วย เมนเชวิค กับ บอลเชวิค นะครับ

คือว่าวันนี้จะมาพูดรายระเอียดการปฏิวัติกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไรการ ปฎิวัติส่วนใหญ่ในโลกที่ผมสังเกตุมานั้นเนี่ย
เริ่มแรกจะเป็นการโค่นอำนาจของคนที่มีอำนาจอยู่ หลังจากนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยมีการชิงอำนาจกัน
ในหลายๆครั้งอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองเลยก็ได้เพราะแนวคิดหลังจากการได้ อำนาจมานั้นอาจจะมีหลากหลาย
บางครั้งมีการแทรกแทรงจากต่างชาติที่จะสนับสนุนผู้ที่จะให้ประโยชน์อชาติ นั้นๆได้ดีที่สุด อีกอย่างคือ
ใครๆก็อยากเป็นใหญ่ทั้งนั้นแหละการปฎิวัติเดือนกุมภาพันธ์ 1917 ที่เมือง St Peterburg
นี่เป็นจุดเริ่มในการโค่นอำนาจผู้นำประเทศ
ถามว่าทำไมคนต้องปฎิวัติหรือทำอะไรต่างๆนานา
มันก็เกิดจากการที่ประชาชนไม่ได้พอใจสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในการเมืองนั่นแหละ คนไม่ได้พอใจสิ่งที่เกิดขึ้น
จากการที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างล้มเหลว คนไม่มีกิน ปัญหาทั้งหลายเนี่ยจริงๆแล้วมันสะสมมา
ตั้งแต่กษัตริย์รุ่นก่อนๆ โดยเฉพาะนโยบายเลิกทาสของพระเจ้า Alexander II (เลิกทาสแล้วไม่ดีหรอ?)



คือ ว่าการเลิกทาสของรัสเซียเนี่ยเกิดมาจากกระแสทางการเมืองของยุโรปในสมัยนั้น
ซึ่งเกิดหลังจากการปฎิวัติฝรั่งเศสไม่นานนัก พระเจ้า Alexander ก็กลัวว่ากระแสพวกประชาธิปไตยนี้
มันจะมาที่รัสเซียก็เลยมีนโยบายเลิกทาส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องการรวมตัวกันของประชาชน
ในการเรียกร้องอิสระภาพ แต่สมัยนั้นเนี่ยการเลิกทาสของรัสเซียไม่ได้คำนึงผลที่จะเกิดมาในอนาคต
เพราะว่าพวกเจ้าของที่ดินหรือนายทาสยอมที่จะให้ทาสนั้นเป็นอิสระได้แต่ไม่ได้ยกที่ดินให้ รัสเซียตอนนั้น
จึงมีทรัพยากรคนจำนวนสูงมาก ซึ่งถ้าจัดการดีๆก็จะทำให้พัฒนาประเทศไปได้ดีเลย แต่ถ้าไม่ดีละก็
คนเหล่านั้นก็กลายเป็นแรงงานราคาถูกไป เหตุการณ์ที่รัสเซียคือทาสเป็นอิสระแต่ไม่มีที่ทำกิน
มันก็สะสมกันมาเรื่อยๆจนเกิดปัญหาในอนาคตหล่ะครับ



ถามว่าทำไมประเทศไทยไม่ได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเลิกทาสมากนักปัญหาทุกอย่างถูกคิดไว้
และดำเนินการทีละนิดๆ ประเด็นการจัดการเรื่องการเลิกทาสของประเทศไทยเราเนี่ยผมพอจะสรุปได้ดังนี้

1.ทำอย่างไรไม่ให้นายทาสขุ่นเคือง
- ก็ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะครับ ไม่งั้นพวกนายทาสคงจะรวมตัวกันประท้วงอาจจะเกิดปฏิวัติจนเกิดสงครามการเมืองได้
ทางรัฐบาลไทยค่อยๆออกกฏหมายเป็นให้ทาสรุ่นต่อๆไปพ้นความเป็นทาสเร็วขึ้น มีการซื้อทาส ไถ่ถอนให้เป็นอิสระ
แล้วไม่มีการรับทาสอีก รวมทั้งประกาศนโยบายต่างๆให้เห็นว่าการเลิกทาสนั้นทำให้เราเป็นชาติที่มีมนุษยธรรม

2. ทำอย่างไรให้ทาส พ้นการเป็นทาส -
ทาสบางคนไม่รู้จะไปไหนก็ยอมเป็นทาสต่อก็มี บางคนชอบอยู่กับเจ้านายบ้านหลังโตๆ สบายดี มีกิน
ไม่ต้องหางานที่ไหนอีก ทางรัฐบาลไทยก็เลยต้องออกกฏหมายให้เก็บภาษีของคนที่ยังเป็นทาสสูงขึ้นๆ
คนเป็นทาสก็เลยไปหางานอื่นที่มันทำให้จ่ายภาษีน้อยกว่านี้

3. ทำอย่างไรหลังจากทาสพ้นความเป็นทาส-
ก็ต้องจัดหาที่ทางให้กับทาสเพื่อไปประกอบอาชีพของตัวเอง สมัยนั้นรัฐบาลมีการจัดการเรื่องหน่วยงานต่างๆ
ก็ทำให้มีแรงงานเข้ามาประกอบอาชีพได้ โดยทาสไม่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องการงานแบบทางรัสเซีย
ความอดยากของคนก็นำไปสู่การรับผิดชอบของผู้นำประเทศ แถมตอนนั้นกับมีสงครามสารพัดปัญหาคนยิ่งอดอยาก
นำไปสู่การปฎิวัติรัสเซีย โดยบังคับให้พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ของรัสเซียสละราชสมบัติ หลังจากนั้นก็นำพระองค์
และครับครัวไปขังไว้ที่ไซบีเรียอย่างที่ผมบอกนะครับหลังจากมีการโค่นอำนาจเกิดขึ้นก็จะมีสงครามกลางเมือง
เพื่อช่วงชิงอำนาจกันและแน่นอนครับมันการช่วงชิงอำนาจระหว่างฝ่ายบอลเชวิคกับฝ่ายที่นิยมในตัวกษัตริย์

http://www.tiewrussia.com/catalog.php?idp=278

ปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ (The February Revolution)

8 มีนาคม พ.ศ. 2460 เกิดการ ปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ (The February Revolution) ในประเทศรัสเซีย
หลังจากที่รัสเซียพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 คนงานและทหารได้ลุกฮือขึ้นประท้วง ทำให้
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (Tsar Nicholas II) แห่งราชวงศ์ โรมานอฟ (Romanov) กษัตริย์องค์สุดท้ายของรัสเซีย
ต้องสละราชสมบัติ มีการตั้งรัฐบาลชั่วคราวนำโดย อเล็กซานเดอร์ เกเรนสกี้ (Alexander Kerensky)
ก่อนที่จะถูก พรรคบอลเชวิค (bolshevik) นำโดย เลนิน (Vladimir Lenin) เข้ามาทำการปฏิวัติยึดอำนาจอีกครั้ง
ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันแล้วเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ประเทศแรกในโลก




http://www.thaigoodview.com/node/46592

ปฏิวัติรัสเซีย


By ริต้า เมื่อ อังคาร, 24/11/2009 - 20:59

7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2460 เกิด การปฏิวัติรัสเซีย (Russian Revolution) เป็นครั้งที่สองในปีเดียวกัน
(ครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม) เมื่อ วลาดิมีร์ อิลยิช เลนิน (Vladimir Llyich Lenin) ผู้ยึดมั่น
ในอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ ตามแนวคิดของคาร์ล มารกซ์ เข้าโค่นล้มรัฐบาลชั่วคราวของ
อเล็กซานเดอร์ เกเรนสกี้ (Alexander kerensky) ณ พระราชวังฤดูหนาวในกรุงเปโตรกราด
(เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) แล้วก่อตั้งรัฐบาลของพรรค บอลเชวิก (Bolshevik) การปฏิวัติครั้งนี้
ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองรัสเซียตามมา
ต่อมารัฐบาลภายใต้การนำของเลนิน
ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์เป็นประเทศแรกของโลก
และประกาศตั้ง สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (USSR)

ในปี พ.ศ. 2465 หลังการขึ้นสู่อำนาจของเลนิน ลัทธิคอมมิวนิสต์ได้แผ่ขยายไปในหลายประเทศ
และมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของโลกในศตวรรษที่ 20

การปฏิวัติรัสเซีย
รัสเซียในตอนต้นของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 กำลังเข้าสู่ยุคของการขยายตัวของอุตสาหกรรม ประชาชนเปลี่ยนอาชีพ
จากเกษตรกรรมมาเป็นกรรมกร กรรมกรเหล่านี้เริ่มมีแนวคิดโน้มเอียงเข้าหาแนวทางสังคมนิยม ในขณะที่เศรษฐกิจ
กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ ในปี ค.ศ.1898 ได้มีการก่อตั้งพรรคสังคมประชาธิปไตย (Russin Social Democatic Party)
โดยมีนโยบายล้มล้างการปกครองในระบบเก่า (Ancient Regime) กรรมกรนัดหยุดงาน
เกิดความวุ่นวายทั่วประเทศ รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ จึงก่อให้เกิดการปฏิวัติรัสเซียขึ้นในปี ค.ศ.1917


สาเหตุของการปฏิวัติ ก.พ.(มี.ค.) ค.ศ.1917
1. ความไม่พอใจในระบบการปกครองที่ไร้ประสิทธิภาพของราชวงศ์โรมานอฟ ของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2

- ผลสืบเนื่องมาจากสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1904-1905 ทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียตกต่ำ ประกอบกับ
รัสเซียแพ้สงคราม มีผลตามมาคือ พระชื่อ กาปอน ได้นำฝูงชนเข้ามาเรียกร้องในพระราชวังเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก
เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษทางการเมือง เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายลดชั่วโมง
การทำงาน และแก้ไขความทุกข์ยากของราษฎร แต่ทหารรักษาพระราชวังได้ยิงปืนเข้าใส่ฝูงชน
เกิดการล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ในวันนั้นรู้จักกันนาม Bloody Sunday


- ประชาชนเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญขึ้นปกครองประเทศ รัฐบาลยังต้องเผชิญปัญหา
จากความไม่พอใจของกลุ่มชาวนาและกรรมกรที่ต้องแบกภาระภาษีของประเทศไว้ K. นิโคลัสที่ 2
ได้ประทานรัฐธรรมนูญให้ประชาชน และจัดตั้งสภาดูมา (DUMA) ขึ้นมาเพื่อเป็นปากเสียงของประชาชน
แต่พระองค์เป็นกษัตริย์กึ่งรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนไม่พอใจใน K.นิโคลัสที่ 2


2. เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างไม่ดี
ทำให้เกิดแนวคิดสังคมนิยมและลัทธิคอมมูนิสต์

3. พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 เกิดความขัดแย้งกับสภาดูมา จึงยุบสภาและแต่งตั้งตนเองเข้าไปแทน

4. เกิดปัญหาภายในราชสำนัก K.ซาร์นิโคลัสที่ 2 ไร้ความสามารถในการปกครอง เมื่อทรงไปบัญชาการบในส่วนแนวหน้า
อำนาจการปกครองส่วนใหญ่จึงตกอยู่กับซารีนาอเล็กซาดรา ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลการครอบงำของรัชปูติน
ทำให้เกิดการวิภาควิจารณ์จนราชสำนักเสียหายมาก

5. การที่รัสเซียเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งที่ไม่มีความพร้อมรบไม่เป็น ขาดแคลนอาวุธ กล่าวคือ
ทหารรัสเซียมีจำนวนมากแต่ก็เสียชีวิตมากและผลจากสงครามทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียตกต่ำ

สาเหตุปัจจุบัน
ในวันที่ 23 ก.พ. ค.ศ.1917(ปฏิทินเก่ารัสเซีย) ประชาชนยืนรอเข้าแถวซื้ออาหารในกรุงเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก
ซึ่งไปตรงกับกลุ่มสตรีที่ได้นัดหยุดงานเดินขบวนประท้วงบนท้องถนน ขบวนประท้วงได้เกิดการปะทะกับ
กลุ่มคนที่รอซื้ออาหาร ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นได้ลุกลามกลายเป็นจลาจลระบาดไปทั่วกรุงเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก
จนกลายเป็นการปฏิวัติในที่สุด เหตุการณ์ประทะกันโดยบังเอิญนั้นได้กลายเป็นวันสตรีสากล
(International Wonen’s Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคม ตามปฏิทินตะวันตก


ผลของการปฏิวัติ
การล้มล้างราชวงศ์โรมานอฟ ซึ่งปกครองรัสเซียมานานกว่า 300 ปีต้องจบลง มีรัฐบาลชั่วคราว
ขึ้นมาปกครองแทน โดยเจ้าชายลวอฟภายใต้การนำของสภาดูมา ต่อมาภายหลังเจ้าชายลวอฟลาออก
จากการเป็นหัวหน้ารัฐบาล เคอเรนสกี้เข้ามาเป็นหัวหน้ารัฐบาลชั่วคราวแทน

แต่รัฐบาลภายของเคอเรนสกี้ก็ยังไม่ถอนรัสเซียออกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะได้รับการสนับสนุน
จากอังกฤษและฝรั่งเศส อีกทั้งสหรัฐอเมริกายังขู่ว่าจะไม่ให้กู้เงิน



สาเหตุการปฏิวัติรัสเซีย ต.ค.(พ.ย.) ค.ศ.1917

1.ชนกลุ่มน้อยต้องการสิทธิในการการเมืองการปกครอง
2. รัสเซียยังคงเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเบื่อหน่ายสงคราม
3.เกิดความขัดแย้งของรัฐบาลชั่วคราวกับทหาร ทำให้รัฐบาลชั่วคราวอ่อนแอเป็นเหตุให้พวกบอลเชวิค
ทำการทำการปฏิวัติในเดือน ต.ค.(พ.ย.) ค.ศ.1917
โดยมีเลนินที่เดินทางมาจากฟินแลนด์เข้ามาเพื่อเป็น
ผู้นำการปฏิวัติโดยมอบหน้าทางการทหารให้กับทรอสกี้ ซึ่งผลก็คือฝ่ายบอลเชวิคเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

การปฏิวัติ
ในระหว่างคืนวันที่ 6 พ.ย. ค.ศ.1917 (ตามปฏิทินแบบสากล) พรรคบอลเชวิคได้ทำการยึดอำนาจในกรุงเปรโตกราด
โดยการยึดสถานที่สำคัญของประเทศ ให้เรือรบระดมยิงใส่พระราชวังฤดูหนาว จนรัฐบาลเคเรนสกี้ไม่สามารถหยุดยั้งได้
ต่อมาตอนสายของวันที่ 7 พ.ย. ค.ศ.1917 เลนินจึงจัดการประชุมสภาโซเวียของประชาชนชาวรัสเซียทั้งมวลว่า
รัฐบาลชั่วคราวได้ล้มสลายแล้วและเปลี่ยนชื่อเป็นสภาผู้ตรวจการของประชาชนให้มีอำนาจในการปริหารประเทศ
นิโคลาย เลนินดำรงตำแหน่งประทานสภาผู้ตรวจการของประชาชน

ผลของการปฏิวัติ
1. พรรคบอลเชวิคเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคคอมมูนิสต์ รัสเซียเป็นประเทศแรกที่ปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์

2. เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลคอมมูนิสต์กับพวกรัสเซียขาว (White Russians) ประกอบด้วย
พวกนิยมกษัตริย์ พวกนิยมเสรี ที่ต้องการให้รัสเซียมีการปกครองในระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
แต่พวกรัสเซียขาวไม่สามารถรวมตัวกันได้ จึงทำให้รัฐบาลคอมมูนิสต์ยังคงอำนาจไว้


3. กรรมกรได้รับอนุญาตให้เข้าควบคุมโรงงาน

4. ทรัพย์สินของวัดและของพวกต่อต้านรัฐบาลถูกยึดเข้ารัฐบาล

5. ทำสนธิสัญญาสงบศึกกับเยรมนี เบรสท์-ลิทอป (Ttreaty Of Brest-Litovsk) ฟินแลนด์ แอสโทเนีย ลัทเวีย ลิธัวเนีย
โปแลนด์และยูเครนเป็นเอกราช ฮาร์ดาฮาน บาทัม คาร์ส ดินแดน 3 แห่งบริเวณคอเคซัสต้องยกให้ตุรกี
เมื่อเสียอาณานิคมมากรัสเซียจึงเสียประชาการ 1 ใน 4 เสียดินแดนในยุโรป 1ใน 4 เสียเหมืองแร่เหล็กและถ่ายหิน
ที่พัฒนาแล้ว 3 ใน 4 พรรคคอมมูนิสต์มีความเห็นว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นการต่อสู่ระหว่างนายทุนด้วยกันเอง
แต่ก็ได้ส่งผลให้ชาวรัสเซียทนทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บล้มตายเป็นเวลานานถึง 4 ปี ชาวรัสเซียต้องการสันติภาพ
ต่อมา 25 ปี รัสเซียได้ดินแดนที่เสียไปคืนมาทั้งหมด ยกเว้นฟินแลนด์

6. ระบบคอมมิวนิสต์ได้แพร่กระจายออกไปทั่วโลก จนทำให้เกิดลัทธิต่อต้านคือ ฟาสซิสต์ และนาซี



แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Sun Jan 17, 2010 10:40 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 17, 2010 10:39 am

พีพี พิมพ์ว่า:หมอประเวศ ด้วยเหรอ เฮาบ่เจื้อๆๆๆ Crying or Very sad

ปล. พี่ชาย พีพี ฝากถามมาว่า ถ้าสงสัยว่า ลิ้ม รับงาน จาก CIA จริงเพราะพ่อเขามาจากกองพล 93
แล้วทำไมไม่สงสัย ลูกชาย "สหายคำตัน" ด้วยหล่ะ Question แถมได้เป็น องคมนตรีด้วย

ของมันรู้ๆอยู่ แจ่มแจ้งแดงแจ๋ ปราศจากข้อสงสัยจ้า

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Sun Jan 17, 2010 3:33 pm

...หยั่งงี้ อเมริกา (ดิสนีย์) มันแต่งเรื่องหลอกเด็กนี่หว่า
จงใจบิดเบือนประวัติศาสตร์ เพื่อกลบเกลื่อนแผนการ อิอิ Very Happy


พีพี

จำนวนข้อความ: 124
Registration date: 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Wed Feb 24, 2010 1:08 pm

"พลาดเป้าไกล!" โฆษณา ๑ แสน บวชจริง ๓.๕ หมื่นรูป

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553


โครงการอุปสมบทหมู่ ๑ แสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย



โฆษณาเชิญชวนบวชพระ ๑ แสนรูป


การบวชพระในโครงการ


โครงการตักบาตรพระ ๕ แสนรูป

คมชัดลึก :พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม และราชบัณฑิต
ให้ความหมายของคำว่า "อุปสมบท" ไว้ในพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัด ไว้ว่า
"อุปสมบท (อ่านว่า อุปะ-, อุบปะ-) แปลว่า การเข้าถึง คือ การบวชเป็นศัพท์เฉพาะในพระพุทธศาสนา
ปัจจุบันใช้หมายถึงการบวชเป็นภิกษุและภิกษุณี เรียกเต็มว่า อุปสมบทกรรม ซึ่งหมายถึงการบวช
เป็นสามเณร นอกจากนี้แล้ว อุปสมบทเป็นสังฆกรรมอย่างหนึ่ง เป็นพิธีการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็น
ศาสนทายาทในพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าทรงวางหลักเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติไว้รัดกุม
และละเอียดมาก ทั้งนี้เพื่อให้ได้ศาสนทายาทที่ดี ไว้สืบสานพระพุทธศาสนา"

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปี ๒๕๕๒ ต่อเนื่องกับต้นปี ๒๕๕๓ โครงการอุปสมบทหมู่โครงการหนึ่ง
ที่มีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ กันอย่างแพร่หลาย สร้างความสนใจให้แก่พุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเป็นการอุปสมบทหมู่ครั้งประวัติศาสตร์ของชาติไทย คือ
“โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยร่วม”
โดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะสงฆ์ทั่วประเทศ
สถานที่อบรมและบรรพชา วัดพระธรรมกาย และวัดต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย มีวัตถุประสงค์อยู่ ๔ ประการ คือ

๑.เป็นมหากุศล สร้างความร่มเย็นและนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่แผ่นดินไทย
๒.เกิดความร่วมมือในทางสร้างสรรค์ระหว่างวัดและชุมชนทั่วประเทศ
เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป
๓.สร้างผู้นำในการเป็นต้นแบบทางศีลธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมทุกภาคส่วนทั่วประเทศ และ
๔.ผู้เข้าอุปสมบทได้เรียนรู้หลักธรรมนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต

ส่วนความเป็นมาของโครงการนี้ เกิดจากโครงการอุปสมบทหมู่ ๗,๐๐๐ รูป จาก๗,๐๐๐ ตำบล
ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๒ สิงหาคม-๑๑ กันยายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากพุทธบริษัททั่วไทย
ตื่นตัวกันทำหน้าที่ชวนผู้มาสมัครบวชได้มากกว่า ๑.๓ หมื่นคน และมีผู้เข้าบรรพชาอุปสมบทถึง ๑๐,๖๘๕ คน
ทำให้คณะสงฆ์ สาธุชนและหน่วยงานองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนแห่งความสำเร็จดังกล่าว เห็นพ้องต้องกันว่า
ควรจัดให้มีโครงการอุปสมบทหมู่ครั้งยิ่งใหญ่เช่นนี้อีก และควรขยายไปยังวัดต่างๆ ที่มีความพร้อม
ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูศีลธรรม ในทุกชุมชนทั่วแผ่นดินไทย จึงได้เกิด
โครงการอุปสมบทหมู่ ๑ แสนรูป ทุกชุมชนทั่วไทย

แต่เมื่อถึงกำหนดอุปสมบทจริง ปรากฏว่าตามเอกสารข่าวแจกของคณะกรรมาธิการการศาสนา
ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเพียง ๓.๕ หมื่นคน
และในจำนวนนี้ไม่ใช่เป็นการอุปสมบทเป็นพระเพียงอย่างเดียวในเอกสารข่าวแจกระบุว่า
"เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา “โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย”
โดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร
ร่วมกับคณะสงฆ์ทั่วประเทศ
จัดพิธีบรรพชาสามเณร จำนวน ๓.๕ หมื่นรูปจากทั่วประเทศ
ณ ลานธรรมมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย โดยมี พระธรรมกิตติวงศ์ พระธรรมคุณาภรณ์
เจ้าคณะภาค ๑๔ เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พร้อมด้วยพระมหาเถระจำนวน ๒๐๐ รูป จากทั่วประเทศ
มาร่วมเป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้น สามเณรได้เดินทางกลับศูนย์อบรม ๓๓๐ วัด เพื่อเข้าพิธีอุปสมบท
ตามวัดต่างๆ ๑,๐๐๐ วัด ระหว่างวันที่ ๘-๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

โดยระหว่างการอบรมธรรมทายาทได้รับการฝึกอบรมหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ศีล สมาธิ ปัญญา, สัมมาทิฐิ, พระคุณพ่อแม่, วัฒนธรรมประเพณีในพระพุทธศาสนา
รวมถึงการได้ออกเดินธุดงค์ไปตามวัดต่างๆ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ทั้งนี้
โครงจะสิ้นสุดในวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๓
และทางคณะกรรมการโครงการได้จัดให้มีขึ้นอีกครั้ง
ในช่วงเข้าพรรษา เพื่อให้เป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และสร้างผู้นำในการเป็น
ต้นแบบทางศีลธรรมให้แผ่ขยายออกไปทั่วประเทศ

โฆษณาตักบาตรพระ ๕ แสนก็พลาดเป้า
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการโหมโฆษณา “โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย”
ก่อนหน้านี้ ระหว่า พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๒ มีการโหมโฆษณา "โครงการตักบาตรพระ ๕๐๐,๐๐๐ รูป
๗๖ จังหวัดทุกวัดทั่วไทย" ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะคัตเอาท์ป้ายโฆษณาทั้งขนาดเล็กใหญ่
ริมถนนทั่วทุกจัดหวัด จุดประสงค์หนึ่งของโครงการนี้ คือ เพื่อรวมพลังชาวไทยพุทธ ส่งกำลังใจช่วยเหลือ
คณะสงฆ์ ๒๒๖ วัด ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำปัจจัยไทยธรรมส่วนหนึ่งสมทบถวายช่วยเหลือ
คณะสงฆ์ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับความลำบากเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
จากเหตุความไม่สงบในภาคใต้ พระเทพปริยัติสุธี เจ้าคณะภาค ๓ กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า
จุดประสงค์หลักของการตักบาตรนี้ เพื่อจะอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่ตลอดไป
เพราะสิ่งนี้นับวันจะถูกละเลย ดังนั้น งานนี้ทำให้ประชาชนทั้งหลายมีโอกาสที่จะสร้างมหากุศลอันยิ่งใหญ่
อาตมาไม่เคยเห็นการจัดงานที่เรียบง่ายแต่ได้ประโยชน์ โดยมีทั้งพระและโยมมาร่วมงานอย่างมากมาย
อย่างนี้มาก่อน นอกจากนี้ เหล่าข้าวสารอาหารแห้งเหล่านี้ ยังจะได้บริจาคไปยังพระภิกษุที่เดือดร้อน
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย ดังนั้นเราจะต้องรักษาสิ่งที่งามเช่นนี้ให้อยู่ต่อไป ตราบใดที่พุทธบริษัท
ยังตั้งมั่นอยู่ใน ทาน ศีล ภาวนา ตราบนั้นพระพุทธศาสนาก็ยังอยู่ยั่งยืนตลอดไป

พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะภาค ๗ กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า
การทำทานคือการให้นั้น เป็นความดีสากล ที่ทุกคนทำได้โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ทานเป็นบันไดขั้นแรกของความดีทั้งหลาย ทานคือสิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุข
ความอบอุ่น ด้วยจิตใจที่อบอุ่นนี้ จะทำให้สันติสุขบังเกิดขึ้นในจิตใจของผู้คนทั้งหลาย

ในขณะที่ พระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา บอกว่า
การโฆษณาว่าเป็นการทำบุญใหญ่ โดยตักบาตรพระทั้งประเทศ ๕ แสนรูปนั้น อาจจะเกินความเป็นจริง
เพราะข้อมูลล่าสุด ทั้งพระและเณรมีประมาณ ๓ แสนรูป หรือน้อยกว่า เว้นเสียว่านับจำนวนรูปพระ
ที่นิมนต์จากวัดทีซ้ำๆ กัน ซึ่งง่ายต่อการนิมนต์ ส่วนวัตถุประสงค์การจัดงานโดยรวมถือว่าดี
แต่ที่บอกว่านำปัจจัยไทยธรรมส่วนหนึ่งสมทบถวายช่วยเหลือคณะสงฆ์ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้
เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะช่วย ๑๐๐ บาท หรือ ช่วย ๑,๐๐๐ บาท ถือว่าได้ทำตามวัตถุประสงค์แล้ว
และคงไม่มีใครหรือหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบเงินทำบุญว่าได้เท่าได้ แล้วไปใช้ทางไหนบ้าง
เพราะเห็นว่าเป็นโครงการของพระช่วยพระใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้


เรื่อง... "ไตรเทพ ไกรงู"
ภาพ... "ศูนย์ภาพเนชั่น"

eye in the sky

จำนวนข้อความ: 141
Registration date: 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Wed Feb 24, 2010 1:09 pm

sunny พิมพ์ว่า:
พีพี พิมพ์ว่า:หมอประเวศ ด้วยเหรอ เฮาบ่เจื้อๆๆๆ Crying or Very sad

ปล. พี่ชาย พีพี ฝากถามมาว่า ถ้าสงสัยว่า ลิ้ม รับงาน จาก CIA จริงเพราะพ่อเขามาจากกองพล 93
แล้วทำไมไม่สงสัย ลูกชาย "สหายคำตัน" ด้วยหล่ะ Question แถมได้เป็น องคมนตรีด้วย

ของมันรู้ๆอยู่ แจ่มแจ้งแดงแจ๋ ปราศจากข้อสงสัยจ้า

eye in the sky พิมพ์ว่า:
มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย นำโดย นายปรีชา ประกอบกิจ ประธานกรรมการ
มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย มอบทุนการศึกษาและสนับสนุนการดำเนินงานให้แก่
บาทหลวงโจเซฟ เอช ไมเออร์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล ชุมชนคลองเตย
เป็นจำนวนเงิน 650,000 บาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาความรู้ ความสามารถแก่เด็กๆ ในชุมชนต่อไป

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042909

http://thaipriest.cbct.net/activity/headseminar2/headseminar2.html

วันที่ 15-19 ตุลาคม ค.ศ. 2001
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ บุคลิกภาพและสุขภาพของพระสงฆ์
วิทยากร พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ, คุณวิวัฒน์ พงศธร, คุณปรีชา ประกอบกิจ, คุณพัลลภ เหมือนคีรี


http://thaipriest.cbct.net/activity/headseminar1/headseminar1.html

วันที่ 19-23 ตุลาคม ค.ศ. 1981
สถานที่ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม
หัวข้อ คริสตศาสนากับวัฒนธรรม
วิทยากร ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช บรรยายเรื่อง “วัฒนธรรมไทย”
คุณหญิงมาลี พ.สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บรรยายเรื่อง “การดำเนินชีวิตของคริสตชนในสังคมพุทธ”

หมายเหตุ ค.ศ. 1982 ประชุม เอฟเอบีซี. (FABC) ณ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม


วันที่ 19-22 ตุลาคม ค.ศ. 1992
สถานที่ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม
หัวข้อ มิติชีวิตสงฆ์ด้านต่างๆ ศึกษาพระสมณสาส์นของพระสันตะปาปา
เรื่อง “เราจะประทานนายชุมพาบาลแก่พวกท่าน” (PDV, Pastores Dabo Vobis)
วิทยากร อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ บรรยายในด้านการพัฒนา, คุณหมอประเวศ วะสี
บรรยายในด้านการศึกษา
คุณพ่อโมลิ่ง, บราเดอร์ชุมพล ดีสุดจิต, พระคุณเจ้าบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์,
พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ, คุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล, คุณพ่อหลุยส์ เบียร์ จักแมง,
พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ฯลฯ


วันที่ 17-21 ตุลาคม ค.ศ. 2005
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ พระศาสนจักรไทยในโลกปัจจุบัน : 40 ปี Gaudium et Spes
วิทยากร คุณสนธิ ลิ้มทองกุล, คุณพ่อชาย ขันทะโฮม, ผศ. ดร. วรยุทธ ศรีวรกุล, คุณอัจฉรา สมแสงสรวง,
คุณพ่อไพศาล อานามวัฒน์, คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์, คุณพ่อดัง โตแนล


วันที่ 15-19 ตุลาคม ค.ศ. 2006
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ “พระศาสนจักรไทยในโลกปัจจุบัน” พระดำรัสเตือน กฎหมาย และธรรมาภิบาล)
วิทยากร พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู, คุณพ่อบรรจง สันติสุขนิรันดร์, คุณพ่อชาญชัย ทิวไผ่งาม,
คุณพ่อวัชรินทร์ สมานจิต, คุณพ่อลือชัย ธาตุวิสัย, คุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล, คุณพ่ออันโตนิโอ วาลแซ็กกี
คุณพ่อพิชาญ ใจเสรี, อาจารย์ขจิต สุขุม และคณะ, คุณประจวบ ตรีนิกร, ดร. วิทย์ สุนทรนันท์


เทคนิคเล็กๆ ในการใช้สื่อทำลายพุทธ
โดยให้ฝ่ายแดงดึงพระมาเล่น ฝ่ายเหลืองก็เอาพระมาด่าต่อ

แล้วชูของตนเองให้ดูมีภาพลักษณ์ที่น่าเลื่อมใสศรัทธา


http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042909

อลัชชีเสื้อแดง ซากเดนสังคมที่ต้องเร่งกำจัด
17 เมษายน 2552 06:44 น.

สวัสดีวันที่ 17 เม.ย.วันนี้มีอนุสนธิจากเหตุการณ์ “กองโจรเสื้อแดง”
เผาบ้านเผาเมืองทำลายชาติ โดยขอหยิบยกกรณี
“อลัชชีเสื้อแดง”

มาให้ช่วยกันสาปแช่งให้สาแก่ใจ


เนื่องเพราะอลัชชีผู้นี้เข้าร่วมในเหตุการณ์ทุบรถและทำร้ายหน่วยรักษาความปลอดภัยของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย โดยปรากฏภาพให้เห็นทางสื่อต่างๆ อย่างชัดเจน

คงต้องบอกว่า อลัชชีผู้นี้ไม่ใช่พระสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนา เพราะพระที่แท้ย่อมไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้
แต่บังอาจใส่เครื่องแต่งกายที่ประชาชนคนไทยเคารพนับถือไปแสดงพฤติกรรมถ่อยเถื่อน
ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการเมืองไทย


ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของอลัชชีเสื้อแดงผู้นี้ ก็สะท้อนภาพให้เห็นถึงสติปัญญาของ
เหล่ากองโจรเสื้อแดงว่าเป็นเช่นไร เพราะแทนที่จะห้ามปรามเพื่อไม่ให้เกิดภาพที่ไม่ดี
กับสถาบันศาสนากลับเห็นดีเห็นงามไปด้วย


...ยังไงฝากตำรวจออกหมายจับอลัชชีเสื้อแดงผู้นี้ด้วยเด้อ

การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

eye in the sky

จำนวนข้อความ: 141
Registration date: 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Feb 24, 2010 1:26 pm

http://thaipriest.cbct.net/bishop/







  • รายชื่อพระสังฆราชตามลำดับการแต่งตั้ง หรืออภิเษก
  • รายชื่อพระสังฆราช ตามลำดับระยะเวลาปกครอง
  • ประวัติพระสังฆราช
    พระสังฆราชที่มรณภาพแล้ว
    พระสังฆราชที่เกษียนอายุ และพระสังฆราชที่ยังอยู่ในตำแหน่งประมุข
  • จดหมายเวียน
    จดหมายเวียนของพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู ลงวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.2009
  • FABC
    Number of the Participants
    List of the Participants
    Final Statement































พระสงฆ์สังกัดสังฆมณฑล


  • อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
  • อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
  • สังฆมณฑลราชบุรี
  • สังฆมณฑลจันทบุรี
  • สังฆมณฑลเชียงใหม่
  • สังฆมณฑลอุบลราชธานี
  • สังฆมณฑลอุดรธานี
  • สังฆมณฑลนครราชสีมา
  • สังฆมณฑลนครสวรรค์
  • สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี























พระสงฆ์สังกัดคณะนักบวช


  • คณะเซนต์คาเบรียล
  • คณะวินเซนเซียน
  • คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ
  • คณะพระมหาไถ่
  • คณะสงฆ์พื้นเมืองจากต่างประเทศ
  • คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (เอ็มอีพี)
  • คณะคามิลเลียน
  • คณะอิเดนเตส
  • คณะแมรี่โนลต์มิสชั่นเนอร์ส
  • คณะฟรังซิสกันภราดาน้อย
  • คณะภราดาน้อยกาปูชิน
  • คณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (โอเอ็มไอ)
  • คณะผู้รับใช้ของพระนางมารีย์
  • คณะสงฆ์ต่างประเทศแห่งมิลาน (ปีเม)
  • คณะพระหฤทัย ณ เบธาราม
  • คณะซาเลเซียน
  • คณะสงฆ์พระเยซูเจ้า (เยสุอิต)
  • คณะธรรมทูตคาทอลิกไทย

















  • คณะนักบวชชาย
    รายชื่อตามลำดับการเข้ามา หรือการตั้งคณะในประเทศไทย
    ประวัติของคณะ
  • คณะนักบวชหญิง

    รายชื่อตามลำดับการเข้ามา หรือการตั้งคณะในประเทศไทย

    ประวัติของคณะ

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 3 1, 2, 3  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ