ความลับ...ที่เสือกรั่ว

หน้า 2 จาก 3 Previous  1, 2, 3  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Tue Jan 12, 2010 9:33 pm

Unknown พิมพ์ว่า:http://onknow.blogspot.com/2009/02/blog-post_3375.html

Monday, February 16, 2009

เปิดตำนานใหม่“กะเหรี่ยงแพร่”ต้าน“แม้ว” เดินหน้ากรองข้อมูลสื่อ-สร้างสังคมการเมืองใหม่

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014565

http://www.asoke.info/04Agriculture/OFNT/Office/FrameworkOrg04.html

โครงการพลังกู้ดินฟ้า ประชาเป็นสุข
เจ้าของโครงการ



เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย (คกร.)
ผู้สนันสนุนงบประมาณ



สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-20.htm

http://www.thaipost.net/news/240909/11248

24 กันยายน 2552 - 00:00

จ.ม.ฉบับที่แล้วผมเกือบจะเขียน 19 ก.ย.กับสงครามเก้าทัพ จ๊ะเอ๋กับเถ้าแก่เปลวของคุณใบตองแห้งซะแล้ว
ดีว่ามัวแต่เพลินเรื่องเพลงอยู่ ก็กะจะชวนคุณใบตองแห้งยกกำลังไปเสริมเป็นทัพที่สิบ ฮิฮิ
เพื่อลับลวงพรางให้ฝ่ายโน้นคิดว่ามีแค่เก้าทัพเลยไม่ระมัดระวัง โดยผมวางแผนไว้แล้วว่าเราจะไปทางน้ำ
ศัตรูคงคาดไม่ถึง โดยไปหาเอาใบตองแห้งๆ มาคลุมหัวไว้แล้วนำทัพว่ายทวนน้ำไป ใครๆ ก็คงคิดว่า
เป็นเศษใบตองแห้งลอยน้ำมา คราวนี้ก็เปิดยุทธการกองโจร เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี
เอ็งหนีข้าตาย เอ็งมองข้าม ข้ายึดบ้านสี่เสาเลยละครับ ให้มันรู้ซะมั่งคนไทยชอบตีกันเอง ฮิฮิ

ถึงตอนนี้ก็คงสรุปเรื่องสงครามเก้าทัพได้แล้วว่าไม่มีหน่อไม้ในกอไผ่ ก็เขียนหวาดวิตกกันเกินจริง
จนชาวบ้านชาวช่องขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมด ส่วนม็อบเก้าทัพที่ยกกันมาทางบกก็เปียกฝนไปตามๆ กัน ฮิฮิ
เข้าล็อกแผนตากสิน เอ๊ยแผนตากฝนอีกแล้วเหมือนเดิม ส่วนอีกทัพที่ใครมองข้ามไม่ค่อยกล่าวถึงกลับดังกว่า
คือทัพหลวงมีเส้นที่จะบุกไปยึดปราสาทพระวิหารคืน และผลักดันให้ชาวกัมพูชาออกไปจากพื้นที่ทับซ้อน
อีกแล้วครับพี่น้องเอ๊ย...(ไม่คิดจะไปยึดเขายายเที่ยงคืนกันบ้างรึไง ฮิฮิ) และก่อนจะปีนขึ้นไปบนเขา
ก็เลยต้องโชว์แสนยานุภาพ ซ้อมรบตีกันเองก่อน เพื่อเป็นการข่มขวัญให้ชาวกัมพูชาได้เห็นว่า
คนไทยมันช่างสามัคคีกันดีแท้น้อ... ฉะนั้นเรื่องเขาพระวิหารก็คงเป็นหนังเรื่องยาว ก็คงไม่พ้นให้เสียงภาษาไทย
โดยพันธมิตรอีกแล้ว ส่วนให้เสียงภาษาไทยโดยอินทรีก็คงต้องรอไปก่อน ฮิฮิ

อยากจะพูดถึงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนบ้าง ในปัจจุบันก็จะมีคนแก่ๆ หน้าเดิมๆ ขึ้นมานำซะเป็นส่วนใหญ่
ส่วนขบวนการนักศึกษาในปัจจุบันไม่รู้หลบไปเล่นเน็ตที่ไหนกันหมด สมัยก่อนขบวนการนักศึกษาทำไมจึงเข้มแข็ง
อย่างศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เป็นต้น ก็เพราะมีการจัดตั้งกันอย่างเป็นระบบ สมัยก่อนตอนผมเป็น
นักศึกษาอยู่ฝ่ายเคาะประตู หรือเรียกให้โก้ก็คือฝ่ายนักศึกษาสัมพันธ์ เวลาจะเคลื่อนไหวอะไรผมจะออกเคาะประตู
พบปะกับนักศึกษาที่นั่งตามโต๊ะในมหา'ลัยเป็นประจำ ขนาดถึงกับทำแผนที่ไว้เลยว่าโต๊ะไหนหัวเอียงซ้าย-หัวเอียงขวา
(ถ้าเป็นปัจจุบันก็คือโต๊ะไหนเสื้อแดง โต๊ะไหนเสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน) อย่างถ้าเป็นโต๊ะหัวเอียงขวาก็ต้องออกไป
ลุยบ่อยๆ ละครับ แต่ต้องแม่นข้อมูลหน่อย เวลาเข้าไปพูดคุยก็ต้องสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน อย่างผมเอง
เจอหนักๆ มาแล้ว แต่มักจะเสร็จผมเป็นส่วนใหญ่ โดนผมล้างสมองเอามาเป็นพวกหมด ฮิฮิ บางทีเจอโต๊ะฝ่ายซ้าย
ด้วยกันลองภูมิ อำไปอำมาจนทำเอาผมเครียดไปเหมือนกัน ก็เลยบอกลาจะกลับออกมา ก็รีบออกมาบอกผมว่า
พวกเดียวกัน-ล้อเล่น อยากลองภูมิหน่อย วันหลังไปโต๊ะอื่นเลยเสียเวลา เราซ้ายด้วยกัน แหม! เล่นพิเรนทร์แบบนี้ไม่ไหว
ทำเอาเราต๊กใจหมกเลย

สมัยก่อนชมรมในมหา'ลัยมีกี่ชมรม พวกผมส่งพวกไปสมัครเป็นสมาชิกมันทุกชมรม ไม่เว้นชมรมพุทธ ชมรมเชียร์
พอมีการเลือกตั้งประธาน-กรรมการขึ้นมา ก็ส่งพวกเราไปแข่ง ก็เสร็จหมดล่ะครับ คราวนี้พอยึดชมรมมาได้หมด
ก็ต้องยึดองค์การนักศึกษาเอามาให้ได้ พอได้เสร็จคราวนี้จะเคลื่อนไหวอะไรมันมีพลังมหาศาล ออกแถลงการณ์ร่วม
เลยว่าชมรมนี้เอาด้วย ชมรมโน้นเอาด้วย เนี่ยะเขาเรียกงานมวลชน

ที่ผมเอาเรื่องเก่าๆ มาเล่าให้ฟัง ก็เพราะเขากำลังจะตั้งโรงเรียนเสื้อแดงกันแล้วครับ เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองใหม่
อย่ารอช้า ตั้งโรงเรียนเสื้อเหลืองเลย เอามันตั้งแต่เด็กๆ เล็กๆ เลย ให้ชื่อว่าโรงเรียนอนุบาลเสื้อเหลือง ฮิฮิ
ไม่งั้นจะตามเขาไม่ทันนะจะบอกให้

ก็ลาไปด้วยเสียงเพลงอีกแล้วครับ ของฝ่ายขวาที่ว่า "เปรี้ยง เปรี้ยง ดังเสียงฟ้าฟาด ครืน ครืน พินาศพังสลอน"
และเพลงกล่อมม็อบเก้าทัพเลยแบบไม่เครียดกินเหล้า โดยเริ่มที่ "ถึงฝนจะตก ถึงฟ้าจะร้อง ถ้าพี่มาเห็นหน้าน้อง
รู้สึกสบาย...สบาย.." เอ๊ะไม่เอาต้องเปลี่ยนใหม่ "ถึงฝนจะตก ถึงฟ้าจะร้อง ถ้าได้มาเจอสามเกลอ ต้องรู้สึกสบายสบาย"...
น่าจะดูดีกว่า ฮิฮิ...

ขอแสดงความนับถือ

นายทัสสึ (ในเรือนเบี้ย)

ป.ล.รู้สึกว่าชื่อทัสสึจะออกไปทางญี่ปุ่นมากไปหน่อย เดี๋ยวใครไม่รู้คิดว่าเป็นญาติกับเด็กชายเคอิโงะ
แล้วใจดำไม่ยอมพาพ่อมาพบกับลูก ฮิฮิ...

ตอบ คุณทัสสึ

ไม่เอาเพลงแผ่นดินของเราหรือครับ ให้คุณวีระ สมความคิด ทำเสียงใหญ่ๆ เข้มๆ แล้วขยับลูกกระเดือก
"แผ่นน..ดีนนน...ของงง...ราววว...ต้องเปนนน...ของราววว..ชาติทายยยย" คงจะฮึกห้าวเหิมหาญปลุกความรักชาติ
จนน้ำตาไหลเป็นเผาเต่า เร้าใจยิ่งกว่าดูหนุ่มมาร์คแย่งเด็กประถมร้องเพลงชาติ (ไม่รู้ไอเดียใคร ไร้กึ๋นสิ้นดี
เปรียบเทียบกับแม้วคว้านกกระดาษจากมือ อ.สุริชัย หวันแก้ว เอาไปสร้างภาพพับนกทั่วประเทศ
จะเห็นว่ากึ๋นการตลาดคนละชั้น อ.สุริชัยยังอ้าปากค้างอยู่จนเดี๋ยวนี้ ฮิฮิ)

พูดถึงเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมคิดว่าถ้าสื่อเป็นกลางจริง ตอนเช้าก็ต้องพาดหัวว่า "แดงสงบเหลือง..."
(โปรดเติมคำในช่องว่าง) เพราะม็อบเสื้อแดงชุมนุมโดยสงบ ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องใช้เส้น ขนาดเจอฝน
ก็ยังมีคนเต็มลานพระบรมรูปฯ แต่พวกกระแนะกระแหนก็ยังว่าไม่สามารถต่อแถวถึงบ้านป๋าอย่างคำคุย เสียดาย
ถ้าผมยอมเป็นทัพที่สิบ ก็อาจจะยึดบ้านสี่เสาฯ ไปแล้ว โดยส่งคุณทัสสึปีนข้ามรั้วเข้าไปล้างสมองเอามาเป็นพวก ฮิฮิ

อันที่จริงผมก็อยากจะไปไหนสักแห่งในวันที่ 19 ก.ย.เพื่อแสดงเจตนาต่อต้านรัฐประหารโดยไม่ต้องเห็นหน้า 3 เกลอ
แต่ไม่ยักมีใครจัด มาอ่านข่าวย้อนหลังก็มีแต่พวก สนนท.กับกรรมกรไทรอัมพ์เขาจัดที่อนุสรณ์สถาน
แต่ไม่เป็นวงใหญ่ไม่กว้างขวาง อีกแห่งก็ที่เชียงใหม่ มหา'ลัยเที่ยงคืน โห-ผมไม่มีปัญญาไป (ห้าทุ่มก็หลับแล้ว ฮิฮิ)
เอาไว้ปีหน้าฟ้าใหม่ใครอยากจัดทัพที่สิบก็ชวนด้วย เชื่อว่ามีคนอยากร่วมเยอะ

ที่เตรียมตัวไปอีกครั้งก็เดือนหน้านี้แหละครับ 33 ปี 6 ตุลา หวังว่าเพื่อนพ้องน้องพี่คงจะจัดงานกันง่ายๆ
ตามประสาม็อบไม่มีเส้นถูกฆ่าตายเกลื่อนกลาด ส่วนพวกคนตุลาเสื้อเหลืองก็ขอให้ไปเตรียมจัดงานครบรอบปี
วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ 7 ตุลา อย่ามายุ่งกับงาน 6 ตุลาให้เสื่อมเสียอุดมการณ์ลูกเสือชาวบ้านอันสูงส่งเล้ย

ลูกเสือชาวบ้านภิวัตน์ก็ขอให้เดินหน้าทวงแผ่นดินไทยคืน ผมสนับสนุนนะครับ ไม่ได้ซ้ำเติมซักหน่อย
บอกแล้วว่าด่าไอ้เหล่ขายชาติ จนมาร์ค ม.7 กับกษิต ภิรมย์ มีอำนาจแล้ว ไม่ทวงแผ่นดินไทยคืน คุณยอมได้ไง
ไหนว่าฮุน เซน เป็นกุ๊ย ไหนว่าแผ่นดินใต้ปราสาทพระวิหารเป็นของไทย ทำไมอยู่เฉย

ส่วนพวกชาวบ้านภูมิซรอลที่บังอาจมาราวีม็อบมีเส้น เห็นชัดๆ ว่าเป็นคนไทยหัวใจเขมร (พูดเขมรด้วย-ฮิฮิ)
สมควรแล้วที่ทั่น ส.ว.จะเสนอให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านแม่มซะเลย ถ้าเอาจริงต้องเปลี่ยนหมดนะครับ
หมู่บ้านตำบลในสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ที่ไหนมีชื่อเขมรต้องเปลี่ยนให้หมด เช่น ตำบลกันทรอม ปล่อยไว้ได้ไง
แน่จริงต้องเปลี่ยนชื่อหมอผีเขมรแต่ชื่อพม่าด้วย ฮิฮิ แต่ตอนนี้เขาเป็นคนบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้วนะครับ ไหนว่าแน่
คตส.ก็แค่ยืมชื่อผมไปจัดงานราตรี

ซ้ายรุ่นคุณทัสสึน่าจะเลียนแบบซ้ายรุ่นผม (ซึ่งไม่รู้เลียนแบบใครมาอีกต่อหนึ่ง) สมัยผมอยู่ธรรมศาสตร์ ปี 17
ชมรมดนตรีไทยได้ชื่อว่าสุดจะล้านปี พี่แกไม่สนใจใครจะม็อบใครจะมา ชาวบ้านชาวนามานอนเต็มมหา'ลัย
ก็ยังตีฉิ่งฉับกันไปเรื่อย พวกผมก็วางแผนยึด แบบที่คุณทำนี่แหละ แห่ไปสมัครสมาชิกกันล้นหลาม
ความจริงก็น่าสงสารเพราะพวกนี้ยังพาซื่อ หลงดีใจว่ามีคนอยากเรียนดนตรีไทยเยอะ ที่ไหนได้พอเลือกตั้งกรรมการ
พวกฝ่ายซ้ายยึดเรียบ นี่คือที่มาของวงต้นกล้า เจ้าการะเกดเอย ที่ไปดึงพี่เนาว์มาเป่าขลุ่ย เป่าไปเป่ามา
พี่เนาว์แกก็เป่าอุดมการณ์ประชาธิปไตยทิ้งไปด้วย ฮิฮิ

วิธีการศรีธนญชัยแบบนี้ เข้าใจว่าใช้กันมาทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวานั่นแหละครับ คือเอาชนะโดยไม่เลือกวิธีการ
(ไอ้พวกนักดนตรีไทยที่หลั่งน้ำตาเก็บของออกไปจากชมรมก็จะบอกว่าไม่แฟร์นี่หว่า แต่ฝ่ายเราบอกว่า
ต้องเอาฉิ่งฉับมารับใช้ประชาชน) แล้วมันก็ติดนิสัยอยู่ในการเมืองไทย ไม่ว่าพวกก้าวหน้า ล้าหลัง ขวา ซ้าย
มีอุดมการณ์ ไร้อุดมการณ์ โตแล้วแก่แล้วก็ยังใช้วิธีเหมือนตอนเด็กๆ

ส่วนที่ว่าเสื้อแดงเขาจะตั้งโรงเรียน พรรคการเมืองใหม่เขาเดินสายซึมลึก จัดตั้งกันมานานแล้วครับ
ไอเดียเจ๋งกว่าด้วย อย่างที่ผมเล่าว่าเขาตั้งโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชน
เพื่อสุขภาวะสังคม ของบ สสส. 126 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างเครือข่ายผู้ตื่นตัวทางการเมือง 76 จังหวัด
เป็นแกนนำหลัก 2,200 คน แกนนำรอง 4,400 คน ภาคีผู้ตื่นตัวอีกไม่รู้เท่าไหร่ ในระยะเวลา 4 ปี หัวใสมาก
(ฮิฮิ-ฮาไม่ออกเพราะมัวแต่ฮิฮิ) จะเอาภาษีบุหรี่ที่เก็บจากผมไปสร้างพรรคการเมืองใหม่ ที่จริงเขาก็ไม่ได้บอกหรอกนะ
ว่าเป็นพันธมิตร แต่ผู้อำนวยการโครงการชื่อพี่เปี๊ยก ฮิฮิ ทีมงานนักวิชาการก็เช่น พิชาย รัตนดิลก
นักวิจัยก็เช่น แสงธรรม ชุนชฎาธาร ฮิฮิ ผู้ก่อการดีทั้งนั้น เขาของบไว้พร้อมทั้งเงินเดือนผู้บริหาร 7 ล้านบาท
เงินเดือนคณะทำงาน 20 ล้านบาท ค่าจัดประชุมสัมมนา เช่นงานมหกรรมภาคีเครือข่ายผู้ตื่นตัวทางสังคม
และการเมืองแห่งชาติ ของบไว้ 5.3 ล้านบาท เผื่อต้องยึดสนามบิน เอ๊ยไม่ใช่

เผื่อต้องมาประชุมโห่สามลาแบบทาร์ซาน

ไม่อยากจะพูดเล้ยว่าเท่าที่ผมได้ยินมา ปีที่แล้วช่วงยึดทำเนียบฯ มีองค์กรเครือข่ายของบ สสส.
มาประชุมสัมมนาในกรุงเทพฯ พร้อมเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าเดินทาง แต่เอาเข้าจริง
ไปประชุมกันที่ตึกไทยคู่ฟ้า (ฮาไม่ออก ฮิฮิ) ไม่รู้ สสส.รู้หรือเปล่า หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้


มันก็คงเหมือนสมัยเราเป็นฝ่ายซ้าย ยึดองค์การนักศึกษา ยึดสภานักศึกษา แล้วจัดสรรงบประมาณให้ชุมนุมต่างๆ
ชุมนุมผมได้มากหน่อยเพราะพวกเดียวกัน ชุมนุมเชียร์ตอนแรกโดนตัดงบซะหน้าเขียว ก่อนจะมีฝ่ายซ้ายกลางบอกว่า
เราต้องยึดชุมนุมเชียร์สิ จะได้เอาน้องใหม่มาเป็นพวก ชุมนุมเชียร์เลยได้งบมากขึ้น

เสียอย่างเดียวนี่มันเป็นเงินภาษีบุหรี่ผมสิครับ จะใช้อะไรต่อไปต้องตรวจสอบกันให้ถึงที่สุด

ขอแสดงความนับถือ

ใบตองแห้ง

ป.ล.เคอิโงะตกกระแสไปแล้ว น้องหม่องมาแทน เป็นฮีโร่พับเครื่องบินกระดาษ อ่านข่าวว่าจะได้ทุนเรียนถึงปริญญาเอก
ดีใจกับเด็กแต่สมเพชผู้ใหญ่ครับ ความเสมอภาคให้เขาไม่ได้ พอดังขึ้นมาก็แห่เอาหน้า
.................................
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Tue Jan 12, 2010 9:45 pm

การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

sunny พิมพ์ว่า:ล่าสุด การที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
ได้เข้าบุกยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
ได้ก่อผลกระทบอันร้ายแรงระหว่างราชวงศ์ไทยและราชวงศ์เดนมาร์ก

นั่นคือ เนื่องจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิได้ถูกปิดชั่วคราว
เนื่องจากมีการบุกยึด จึงส่งผลให้ราชวงศ์เดนมาร์กที่มีแผนเดินทางกลับประเทศ
ต้องไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา
ต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง แล้วบินกลับสู่ประเทศเดนมาร์ก
ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ธรรมดา โดยต้องทิ้งเครื่องบินส่วนตัวไว้

ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นถึงการที่ราชวงศ์ไทย ไม่สามารถแสดงถึงความให้เกียรติต่อราชวงศ์เดนมาร์ก

ในกรณีเดียวกัน หากราชวงศ์ไทยต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นเดียวกับราชวงศ์เดนมาร์ก

เราๆท่านๆคิดว่า เราจะคิดและกระทำกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ อย่างไร???

ล่าสุด ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวโดยการเรียกร้อง รัฐบาลปฏิรูป คือนายธีรยุทธ บุญมี

แล้วรู้กันบ้างหรือไม่ว่า รัฐบาลปฏิรูป คือการล้มล้างราชวงศ์โดยตรง

http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t672-20.htm

att พิมพ์ว่า:เอกสารสามฉบับคำประกาศสัมมาทิฏฐิ

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ NDMTsociety [ndmtsociety@gmail.com]

เรียนท่านผู้รับสารทุกท่าน

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ ได้แนบไฟล์เอกสารสำคัญมาตามนี้คือ

1. คำประกาศสัมมาทิฎฐิทางการเมือง “เปลี่ยนชื่ออนุสาวรีย์ ถอนหมุดเผด็จการ
ตั้งพานประชาธิปไตย ประเทศไทยเจริญ” เนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา


(หรืออ่านได้ที่ลิงค์
http://ndmt.multiply.com/journal/item/153)

2. ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมในคดียุบพรรคการเมืองต่อที่
ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
โดย พลตรีณพล คชแก้ว ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย
การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
(หรืออ่านได้ที่ลิงค์ http://ndmt.multiply.com/journal/item/154)


3. ประกาศสภาธรรมาธิปไตยแห่งชาติเชิญเข้าร่วมงานรำลึกชีวิตและ
ภารกิจ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทรครบรอบ ๑๕ ปีแห่งการจากไปและการเกิดใหม่ทางความคิด
วันที่ ๒๕ ธันวาคมนี้ (หรืออ่านได้ที่ลิงค์

http://ndmt.multiply.com/journal/item/156)


ขอแสดงความขอบคุณ มา ณ ที่นี้

คณะเผยแผ่ทางอินเตอร์เนต

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ

www.ndmt.multiply.com


email: ndmtsociety@gmail.com

เอกสารสองฉบับ วิวาทะไทย-กัมพูชา และคำประกาศต่อสู้
ขบวนการล้มปืนล้มทุนล้มเจ้าด้วยการปกครองเฉพาะกาล


เรียนท่านผู้รับสารทุกท่าน

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ ได้แนบไฟล์เอกสารสำคัญมาตามนี้คือ

1. แถลงการณ์สภาธรรมาธิปไตยแห่งชาติคณะธรรมยาตรากอบกู้
รักษาผืนแผ่นดินไทย ในกรณีเขาพระวิหาร
-มณฑลบูรพา เรื่อง “วิวาทะไทย-กัมพูชา...
ระหว่างคณะธรรมยาตราฯ VS โครงการตำราว่าด้วย...รัฐชาติ-พรมแดนและ
ความขัดแย้ง:และข้อยุติบนเส้นทางสันติภาพอาเซียน”

(หรืออ่านได้ที่ลิงค์ http://ndmt.multiply.com/journal/item/148)


2. คำประกาศการต่อสู้เพื่อเอาชนะขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
ด้วยการตั้งการปกครองเฉพาะกาล
(Provisional Government)
สร้างสรรค์ประชาธิปไตยในระยะเปลี่ยนผ่านประเทศไทย
จากการปกครองแบบเผด็จการ...ไปสู่...การปกครองแบบประชาธิปไตย
ด้วย
นโยบายแห่งชาติ (National Policy) เพื่อ
รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคงไว้สืบไป


(หรืออ่านได้ที่ลิงค์ http://ndmt.multiply.com/journal/item/150)


ขอแสดงความขอบคุณ มา ณ ที่นี้

คณะเผยแผ่ทางอินเตอร์เนต

ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ
www.ndmt.multiply.com



http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014478

เสื้อแดงสนามหลวงต่อย “สมาน” ล้มคว่ำ ไล่ “พระมหาบุญถึง” พ้นพื้นที่

ม็อบเสื้อแดงสนามหลวงถ่อย ประกาศลั่น สนามหลวงเป็นของคนเสื้อแดง ไล่ “สมาน”
“พระมหาบุญถึง” พ้นพื้นที่ เจ้าตัวเชื่ออาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอยู่ฝ่ายม็อบเสื้อเหลือง
เหตุเคยไปร่วมกับ ธรรมยาตรา ทวงคืนเขาพระวิหาร

วันนี้ (8 ก.พ.) ที่ สน.ชนะสงคราม เมื่อเวลา 14.00 น.นายสมาน ศรีงาม เลขาธิการทั่วไปขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ
พร้อมด้วย พระมหาบุญถึง ชุตินธโร เจ้าอาวาสวัดตะล่อม แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม.เดินทางเข้าแจ้งความต่อ
ร.ต.ท.เจรวัตร จรจบ ร้อยเวร สน.ชนะสงคราม เข้าดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง ว่า
ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกาย ข่มขู่

นายสมาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ระหว่างที่ พระมหาบุญถึง ได้สนทนาธรรม ในเต็นท์ที่ 38-39
ที่ท้องสนามหลวง ในงานสัปดาห์พระพุทธศาสนา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ก.พ.ช่วงเย็นมีกลุ่มคนเสื้อแดง
ที่อยู่ที่ท้องสนามหลวงได้เดินเข้ามาที่เต็นท์ และข่มขู่ให้รื้อย้ายเต็นท์ออกไป เพราะสนามหลวงเป็นของ
คนเสื้อแดง หากไม่ย้ายออกจะเผาเต็นท์ โดยการเอาไฟแช็กมาจุดขู่ด้วย ถัดมาในช่วงค่ำก็มีการโยน
ระเบิดควันเข้ามาข่มขู่อีก

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น.ได้เริ่มมีกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 200 คน
โดยส่วนหนึ่งเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน ได้เข้ามาพยายามทำร้ายตน ซึ่งสนทนาธรรมอยู่ในเต็นท์ของ
พระมหาบุญถึง ได้เข้ามาทำร้าย โดย 1 ในชายฉกรรจ์ได้ชกเข้าที่ใบหน้าของตนจนล้มลง และพยายามที่จะ
ตามเข้ามาซ้ำ แต่เมื่อตนพยุงร่างขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งออกไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อหนีออกมา
กระทั่งวันนี้จึงได้เดินทางพร้อมพระมหาบุญถึงเพื่อเข้าแจ้งความ

ส่วนสาเหตุที่กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าทำร้ายและข่มขู่ครั้งนี้ เชื่อว่า น่าจะเป็นเพราะตนเองเคยร่วมกับ
กลุ่มธรรมยาตรา ทวงคืนเขาพระวิหาร และกลุ่มคนเสื้อแดงน่าจะเข้าใจว่า กลุ่มตนเป็นกลุ่มม็อบเสื้อเหลือง
เป็นพวกเดียวกับสันติอโศก
จึงเกิดความไม่พอใจ

ด้าน ร.ต.ท.เจรวัตร กล่าวว่า เบื้องต้นจะได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะดำเนินการสอบสวน
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากพบว่ามีผู้ใดกระทำความผิด
ก็จะประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



http://khunnamob.globat.com/backup/thaimisc/www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php-user=mscc2&topic=1108&page=2.htm

ด่วนที่สุด.. ทหารไทยกว่า100 นายถูกจับตัวเข้าเขมรไปแล้ว!

:::: ตัวต้นเหตุ ::::

ไอ้ตัวต้นเหตุ

พล.ท. นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
กล่าวถึงกรณี 3 คนไทย ลักลอบเข้าเขตหวงห้ามของประเทศกัมพูชาว่า

เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนนัดกันมาชุมนุมประท้วง

ที่พื้นที่รอยต่อชายแดนไทยกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร คือ "กลุ่มธรรมยาตรา"

ซึ่งนำโดยนายสมาน สีงาม เมื่อทหารรู้จึงทำลวดหนามหีบเพลงกั้น

เพื่อไม่ให้คนไทยข้ามเข้าไปในพื้นที่ทับซ้อนที่กัมพูชาอาศัยอยู่ และ

...........เมื่อเวลา 23.00 น.ของคืนวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมาชิก "กลุ่มธรรมยาตรา"
จำนวนหนึ่ง ได้พยายามปีนรั้วเพื่อข้ามไปฝั่งกัมพูชา ซึ่งทหารก็ห้ามปรามว่าอย่าเข้าไป
"กลุ่มธรรมยาตรา" ดังกล่าวจึงหยุดการกระทำ

........ต่อมาในตอนเช้าของวันที่ 15 กรกฎาคม 2551

สมาชิกของ "กลุ่มธรรมยาตรา " จำนวน 3 คน ได้ใช้ไม้พาดข้ามรั้วลวดหนาม
เข้าไปในพื้นที่ทับซ้อน


ในลักษณะเหมือนจงใจให้เจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาเข้าไปจับกุม ทั้งที่ทหารไทยได้ห้ามไม่ให้เข้าไป
แต่เขาอ้างเขาจะไปนั่งปฏิบัติธรรม เพราะหญ้าทางฝั่งโน้นเขียวดี
ทางฝั่งนี้มีแต่ดินลูกรัง
เนื่องจากหนึ่งใน 3 คน นั้นเป็นพระสังกัดสันติอโศก ...." พล.ท.นิพัทธ์ กล่าว"


โดย 333unit [16 ก.ค. 2551 , 04:04:10 น.]



แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Sat Jan 16, 2010 11:55 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:14 pm

2. คำประกาศการต่อสู้เพื่อเอาชนะขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
ด้วยการตั้งการปกครองเฉพาะกาล
(Provisional Government)

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t735.htm#5738


2nd Minister-Chairman of the Russian Provisional Government

http://en.wikipedia.org/wiki/Provisional_Committee_of_the_State_Duma

Provisional Committee of the State Duma

Provisional Committee of the State Duma
(Russian: Временный Комитет Государственной Думы)

was a special government body established on March 12, 1917 (27 February O.S.)
by the Fourth State Duma deputies at the outbreak of the Russian February Revolution.

Its members were: Mikhail Rodzianko (President of the committee, Octobrist), Vasily Shulgin,
V.N. Lvov, I.I. Dmitryukov (Octobrist), S.I. Shidlovsky (Octobrist), M.A. Karaulov (cossack),
Alexander Kerensky (Labour group), Alexander Konovalov (Progressive), V.A. Rzhevsky
(Progressive), A.A. Bublikov (Progressive), Pavel Milyukov (Kadet), Nikolai Nekrasov (Kadet)
and Nikolay Chkheidze (Menshevik, president of the Petrograd Soviet).
The Committee declared itself the governing body of Russian Empire,
but defacto competed for power with the Petrograd Soviet, which was created
on the same day. On March 15 (March 2 O.S.) the Committee and the Petrograd Soviet
agreed to create the Provisional Government.

http://en.wikipedia.org/wiki/Russian_Provisional_Government,_1917
Provisional government (15 March - September 14, 1917)
Republic (September 14 - November 7, 1917)


Many members of the Committee went on to serve in the Provisional Government,
while the Committee continued to play an insignificant role until the Fourth Duma
was dissolved on September 19 (September 6 O.S.).

http://en.wikipedia.org/wiki/February_Revolution
The February Revolution was followed in the same year by the October Revolution,
bringing Bolshevik rule and a change in Russia's social structure,
and paving the way for the USSR.
The two revolutions constituted a change in the composition of the country:
the first overthrew the Tsar, and the second instituted
a new form of government.

เสธ.แดง เผยชุมนุมใหญ่เสื้อแดงเลื่อนเป็น 14 ก.พ.

เสธ.แดง ระบุการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่นัดไว้วันที่ 10 ม.ค. 53
จะเลื่อนไปเป็น 14 ก.พ. 53 ตามความต้องการของอดีตนายกฯ


พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวโจมตี การทำงานของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์
และโจมตี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการเสวนา เรื่องประชาธิปไตย
ให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง จังหวัดลำปาง จำนวนกว่า 500 คน ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน เสธ.แดง กล่าวด้วยว่า การนัดชุมนุมใหญ่ ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้นัดหมายไว้
ในวันที่ 10 มกราคม 2553 นั้น คงต้องอาจเลื่อนไปก่อน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามา
เมื่อคืนนี้(27ธ.ค.) ที่จังหวัดอุดรธานี ต้องการให้เลื่อนชุมนุมออกไปเป็น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553
เพราะหากชุมนุมในเดือน มกราคม 2553 จะเร็วเกินไป พร้อมกันนี้ เสธ.แดง ยังกล่าวว่า อยากให้รัฐบาล
รีบมาสมานฉันท์กัน เพราะหากปล่อยเวลานานไป ถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีกองทัพใหญ่คนเสื้อแดง
ออกมาเป็นจำนวนมาก และจะมีทหารพราน ออกมาร่วมชุมนุม เป็นหลักพันคน อาจจะรบกันจนถึงขั้นแตกหัก



ทีนี้รู้หรือยังว่าทำไมต้องเป็นดือน กุมภาพันธ์ เพราะว่า มันเป็นเดือนที่
กลุ่มแมนเชวิค ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ (หรือ รัฐบาลเฉพาะกาลนั่นแหละ)

หลังจากนั้น ในเดือนตุลาคม กลุ่มบอลเชวิค ก็ปฏิวัติเปลี่ยนแปลง
ระบอบการปกครองให้เป็นคอมมิวนิสต์ไง ต่อจากนั้น...คิดเอาเองละกัน





ผังนี้ใครเป็นคนเขียนเสนอ บิ๊กจิ๋ว เอ่ย


แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Fri Jan 15, 2010 2:55 pm, ทั้งหมด 6 ครั้ง
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:25 pm

http://www.yutt.com/blog2/2008/05/04/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2/

พล.อ.ชวลิต บอก มีกระบวนการล้มเจ้า ล้มปืน ล้มทุน

Posted by yutt

May 4, 2008

การเมืองไทยช่วงนี้วุ่นจริงๆ มีการชิงไหว ชิงพริบกันน่าดู แถมมีกระบวนการสร้างกระแส ทำให้เรื่องบางเรื่องที่ไม่สมควร
ถูกนำออกมาเผยแพร่กันมากขึ้น ทิศทางข้างหน้าเป็นอย่างไร เดาไม่ถูกจริงๆ แต่ที่แน่ๆ จะสงบเหมือนเดิมคงยากกส์
ยากพอๆ กับที่เราจะได้เห็น น้ำมันราคาลิตรละสิบกว่าบาท นั่นละ

จับประเด็นการเมือง

  • พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (อดีตนายกรัฐมนตรี) ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ยุทธศาสตร์กู้ชาติ และเข็มทิศใหม่เพื่อผ่าทางตันการเมืองไทย ที่มหาวิทยาราชภัฎสวนดุสิต โดยระบุว่า “การเผชิญหน้าเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญสามารถแก้ได้ ต้องแก้ปัญหาเผชิญหน้า
    อยู่ที่รัฐธรรมนูญ เอาสิ่งนี้ให้พี่น้องส่วนใหญ่ให้ประชาชนได้รู้ เมืองไทยจริงๆ มันมีกระบวนการไม่หวังดี กระบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า มีมากน้อยเท่าไร ไม่รู้ ไม่พูดกันดีกว่า” “ยังมีขบวนการสาธารณรัฐยังมีอยู่ และยังมีกระบวนการอื่นๆที่เราห้ามไม่ได้”
  • ยงยุทธ ติยะไพรัช ลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เหตุผล ต้องการต่อสู้คดีใบแดงอย่างสง่างาม ประธานสภาฯ ไปยืนกลางศาลฯ ไม่เหมาะสม (* ถ้าเป็นเหตุผลนี้จริง ควรลาออกตั้งนานแล้ว ไม่ควรลาออกช่วงที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ในช่วงเข้าด้าย เข้าเข็ม พอเป็นอย่างนี้ ก็ทำให้คิดไปว่า จำเป็นต้องเร่งหาคนมาคุมเกมเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปโน่นเลย)
  • อ.ธีรยุทธ บุญมี ออกมาวิพากย์รัฐบาลได้อย่างเห็นภาพ ตั้งฉายาเป็น รัฐบาลลูกกรอก มีหัวหน้าคณะ ๒ ตน

    • ตนหนึ่ง กุมารทองคะนองปาก คิดอะไรพูดอย่างนั้น สร้างศัตรูไปทั่วทุกกลุ่ม
    • อีกตนหนึ่ง กุมารทองคะนองอำนาจ ชอบอยู่กระทรวงที่มีอำนาจ เชื่อมั่นว่าทำอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องเกรงใจใคร

    ยังมีลูกกรอกตัวเด่น รักเลี๊ยบ และยมมิ่ง ที่มีฤทธิ์ มีเดช
    เตือนรัฐบาลให้ระวังตนเอง อย่าเหลิงอำนาจ จนพัฒนาจากยุค คมช. กลายเป็น ชคม. นักการเมืองชั่วครองเมือง

  • ชาญวิทย์ จริยานุกูล ออกมายอมรับว่า
    เป็นผู้เผยแพร่ใบปลิวโจมตี พล.อ.เปรม ที่เมืองนนท์
    (คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล) และยังมีหนังสือโจมตีพล.อ.เปรม อีก ๕
    เล่ม
http://news.sanook.com/politic/politic_269486.php

ขบวนการล้ม 'ปืน- ทุน- เจ้า' บิ๊กจิ๋วปูดเองยังมีอยู่

โดย ไทยรัฐ วัน ศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2551 00:00 น.

เชื่อขบวนการนี้จะหมดไป หากเอาชนะทางความคิด ชี้ประเทศขาดผู้นำทางความคิดจึงเกิดอาเพศ
ประเทศไทย 10 ประการ ส่วน การจะผ่าทางตันการเมืองได้ ต้องยึดหลักอริยมรรค มีองค์ 8


พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (25 เม.ย.) ตอนหนึ่งระหว่างการไปปาฐกถาพิเศษ
เรื่อง ยุทธศาสตร์กู้ชาติ และเข็มทิศใหม่เพื่อผ่าทางตันการเมืองไทย ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ว่า
ขณะนี้เมืองไทยมีขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า ยังมีอยู่ และมีจำนวนมาก แต่เชื่อว่าจะหมดไปหากเอาชนะทางด้านความคิด

อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศขาดผู้นำทางความคิดที่ถูกต้อง จึงเกิดอาเพศประเทศไทย 10 ประการ
อาทิ รัฐบาลสร้างเป็นแต่รัฐธรรมนูญ แต่สร้างประชาธิปไตยไม่เป็น ทหารทำเป็นการรัฐประหาร
แต่ทำการปฏิวัติไม่เป็น การที่ประเทศยังเกิดปัญหา เพราะทั้ง 2 ฝ่ายมัวแต่ทะเลาะกัน
ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ตกเป็นเหยื่อว่าเป็นผู้สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น

ส่วนการจะผ่าทางตันการเมืองไทยได้นั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ต้องยึดหลักอริยมรรค มีองค์ 8 ได้แก่
เห็นถูก คิดถูก พูดถูก ทำถูก เลี้ยงชีพถูก เพียรถูก สติถูก และสมาธิถูก
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Thu Jan 14, 2010 10:29 pm

...ไม่เข้าใจ แผนผัง ใคร ก็ ได้ อธิ บาย ที Crying or Very sad
avatar
พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:40 pm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000139343


พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย

“คำนูณ” ติง “จิ๋ว-อภิวันท์” พูดไม่คิด ยกตัวอย่างโค่นวงศ์โรมานอฟ
18 พฤศจิกายน 2552 10:19 น.

“ส.ว.คำนูณ” ติง “ชวลิต-อภิวันท์” ระวังคำพูด ยกตัวอย่าง “โรมานอฟ” ล่มสลาย
มีนัยประหวัดถึงสถาบันสำคัญ ชี้ตัวอย่าง ปชช.ล้มรัฐบาลมีหลายประเทศ ไม่จำเป็นต้องเลยเถิด
ถึงการล้มราชวงศ์ที่นำไปสู่การตั้งประเทศคอมมิวนิสต์ เตือนสติมียศถึงพันเอก-พลเอก
ควรไตร่ตรองมากกว่านี้ ย้อนอดีต “จิ๋ว” เคยโดนกล่าวหาฝักใฝ่ “สภาเปรซิเดียม”


นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย
และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเมื่อวันที่ 17 พ.ย.
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธได้กล่าวในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยในทำนองว่าขณะนี้บ้านเมืองเกิดความ
ไม่เป็นธรรมขึ้นรอบด้าน ผู้ปกครองไม่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ระวังประชาชนจะไม่ยอมรับ
แล้วได้ยกตัวอย่างความล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซียว่า
เท่าที่อ่านตนดูแม้จะไม่ชัดเจนว่าเป็นการยกตัวอย่างของ พล.อ.ชวลิต หรือ พ.อ.อภินันท์ แต่ไม่สบายใจ
ที่มีการยกตัวอย่างเช่นนี้ เพราะมีนัยประหวัดไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

“ท่านสามารถยกตัวอย่างความล่มสลายของรัฐบาลประเทศต่างๆ ในประวัติศาสตร์ได้
ไม่เห็นจะต้องเลยเถิดไปถึงการล่มสลายของระบอบที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติใหญ่ขึ้นในโลก คือ
การปฏิวัติบอลเชวิก ที่นำทฤษฎีลัทธิคอมมิวนิสต์มาประยุกต์ใช้เป็นรูปธรรมครั้งแรกในโลก
หากเป็นเรื่องกลอนพาไป ไม่มีความหมายแฝงเร้นก็ไม่เป็นไร แต่คนเป็นถึงพลเอก พันเอก
คนหนึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี อีกคนปัจจุบันเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรกลั่นกรองให้มากกว่านี้”

นายคำนูณกล่าวว่า การพูดจาคาบลูกคาบดอกไต่เส้นเช่นนี้เกิดขึ้นมากในระยะหลัง
สังคมควรใช้วิจารณญาณไตร่ตรองให้มากว่าผู้พูดมีวัตถุประสงค์เช่นใด
ตนไม่อยากกล่าวหาใคร แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องราวผ่านเลยไปโดยไม่ออกมาท้วงติง
สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยอยู่เหนือการเมืองมาตั้งแต่ปี 2475 การปกครองเป็นเรื่องของรัฐบาล
ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาตามกลไกของระบอบการเมืองในแต่ละห้วงเวลา
หากจะมีความขัดแย้งก็ควรจำกัดอยู่ในระดับของรัฐบาล ไม่ควรพูดจากยกตัวอย่างกำกวม โดยเฉพาะ
พล.อ.ชวลิตที่ประกาศถึงความจงรักภักดีสูงสุดมาโดยตลอด ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน
และนักการเมืองทั้งหลาย โดยเฉพาะนักการเมืองในพรรคเพื่อไทย

“ผมไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจ พล.อ.ชวลิตผิดๆ เพราะท่านเองก็เคยถูกโจมตีมาตั้งแต่ปี 2526
โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่าฝักใฝ่ในระบบสภาเปรซิเดียม ซึ่งเป็นรูปแบบการปกครองของรัสเซีย
ภายหลังการล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ
จนเกิดประโยคฮิตในขณะนั้น
จาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ว่ากูไม่กลัวมึง” นายคำนูณกล่าว

The Russia Revolution


แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Thu Jan 14, 2010 10:44 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:43 pm

พีพี พิมพ์ว่า:...ไม่เข้าใจ แผนผัง ใคร ก็ ได้ อธิ บาย ที Crying or Very sad

เป็นผังองค์กรลับ ที่ปฏิบัติงานในเมืองไทย เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองของไทย
แต่ปัญหาคือ คนที่เขียนผังนี้เสนอบิ๊กจิ๋ว เขาไม่รู้หรือว่า
บิ๊กจิ๋วนั่นแหละ คือ ส่วนหนึ่งของขบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย

แถมอาจจะเป็นคนใกล้ตัวผู้ดูแลบอร์ดนี้อีกต่างหาก
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Thu Jan 14, 2010 10:48 pm

หมอประเวศ ด้วยเหรอ เฮาบ่เจื้อๆๆๆ Crying or Very sad

ปล. พี่ชาย พีพี ฝากถามมาว่า ถ้าสงสัยว่า ลิ้ม รับงาน จาก CIA จริงเพราะพ่อเขามาจากกองพล 93
แล้วทำไมไม่สงสัย ลูกชาย "สหายคำตัน" ด้วยหล่ะ Question แถมได้เป็น องคมนตรีด้วย
avatar
พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 14, 2010 10:56 pm

อ่านข้อมูลที่ลิงค์นี้ครับ
http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-40.htm

ไม่ได้บอกให้เชื่อ ขึ้นอยู่กับตัวของผู้อ่านเองครับ
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Thu Jan 14, 2010 11:26 pm

ขอบคุณค่ะ Neutral
avatar
พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Fri Jan 15, 2010 2:40 pm

http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Datebook/Datebook2546/King%20Birrhday%202003.htm

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 2546
เรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องข้าว เรื่องปกครองทั้งหลาย ด้านวิชาการมันก็มีพอเพียงเหมือนกัน
พูดถึงรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ก็มีรัฐศาสตร์พอเพียงเหมือนกัน ไม่งั้นจะทำให้เละเทะไปหมด
ที่พูดนี่ตะล่อมให้เข้าใจว่า ให้พอเพียงไม่ใช่เศรษฐกิจ เป็นความคิด ให้สามารถทำอะไรอยู่ได้
แม้แต่กองทัพ ซึ่งกองทัพทำอะไรพอเพียงเยอะแยะ ช่วยหลายอย่าง ทำได้ อย่างทหารเรือ
เรือ ต.91เศรษฐกิจพอเพียง เดี๋ยวนี้ ต.91 พังแล้วรับราชการมาพอสมควร

ต้องพูดเพราะว่า นายกฯ มาพูดเมื่อวานนี้ ที่สนามหลวงแล้วถือธง ชนะๆ ไชโย นี่แหละ
ทราบดีว่านายกฯไม่ค่อยชอบให้เตือน ใครเตือนเรามันเคือง แต่จะเล่าให้ฟัง
เตือนนี่ สมเด็จพระบรมราชชนนี แม่เราอายุ 40-50 แล้ว ท่านชมเก่ง ทำนี่แม่ชอบ
แต่ท่านต้องต่อว่า อย่าลืมตัว ท่านว่าอย่างนั้นทุกครั้ง ท่านพูดว่าอย่าลอย ท่านใช้คำว่าปอดลอย
ขาต้องอยู่ติดดิน กับดิน ชื่อลูกภูมิพล ต้องเหยียบดิน ไอ้การลอยไม่เหยียบดินใช้ไม่ได้ ภูมิพลเหยียบดิน
ถึงเดินไปบนภูเขาก็เดินบนดิน เหาะเฮลิคอปเตอร์ลงมาก็มาเดินบนดิน ท่านเตือนเสมอว่าห้ามไม่ให้ลอย
จน อายุเกือบ 60 ถึงหยุด ท่านไม่เตือนแล้ว ท่านว่าแม่ชอบ ถ้าทำอะไรดีให้รู้ว่าดี อย่าไปเหิม ต้องระวัง

ชัยชนะของการปราบยาเสพติดดี ที่ปราบ แล้วที่เขาตำหนิคนตายตั้ง 2,500 คน เรื่องเล็ก 2,500 คน
ถ้านายกฯไม่ได้ทำทุกปีๆ จดไว้ มีมากกว่า 2,500 คนที่ตาย ทั้งคนที่เสพติด แล้วคนที่ฆ่าคน เผาอะไรต่างๆ
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ไปปราบก็ตายมาก แต่ไม่พูดถึง ไม่ไปนับ ไม่ไปชี้ พวกที่ค้า พวกที่ทำก็ตายเยอะเหมือนกัน
แต่ ไม่พูดถึง เชื่อว่าพอๆ กับที่จดว่ามีผู้ตายในสงครามต่อสู้ยาเสพติด ที่ทราบว่าคนตายเพราะยาเสพติดมากมาย
เพราะสังเกตดูปีที่แล้วบอกว่า 40 กว่าปีแน่ เพราะตอนนั้นอยู่ที่พระที่นั่งอัมพรสถานฯ ก่อนลูกคนเล็กยังไม่เกิด
ลูกคนเล็กเกิดพระที่นั่งอัมพรฯ แล้วย้ายมาสวนจิตรลดาฯ มียาเสพติดก่อน มีวิธีที่จะทำ ปีที่แล้วเล่าให้ฟัง
แต่ไม่ละเอียดพอ ไม่เข้าใจ

ปีที่แล้วอธิบายทำไมถึงนึกถึงเป็นสงคราม เพราะสงครามสองอย่าง สงครามการเมืองกับสงครามเศรษฐกิจ
สงครามการเมืองใช้ยาเสพติดเป็นบ่อนทำลายประชากรของประเทศ เป็นผลพลอยได้ที่เขาได้เงิน
แต่ ที่เขาได้คือทำลายประชากร ให้เป็นคนติดยา เป็นขี้ยา ที่คิดอะไรไม่ออก บางคนคิดว่าใช้ยาทำให้แข็งแรง
มีความคิดดี คนที่เสพยา ตอนนี้เป็นเฮโรอีน เขาใส่น้ำหวาน ในกาแฟ แล้วหลอกทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ตอน นั้นไม่เชื่อ นึกว่ายาเสพติดทำจากเมืองจีน แล้วไม่ใช่คนจีนทำ เป็นฝรั่งทำ ที่นี่มีฝรั่งหรือเปล่าเดี๋ยวเขาโกรธ
เป็นความจริงฝรั่งใช้ยาเสพติดทำลายเมืองจีน แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมีสงครามเหมือนกัน แต่ตายมากกว่า 2,500 คน
เชื่อว่ามีมากกว่า เราไม่เชื่อ แต่ไม่รู้ ทางเจ้าหน้าที่ได้สังหาร ไม่ใช่ 2,500 ที่เขาสังหารกันเอง เราจะรับผิดชอบได้อย่างไร
เขาด่าว่านายกฯทำ สงคราม ทำให้คนตาย 2,500 คน ไม่ใช่ทั้งหมด ที่เขานับ แต่พวกที่ตายเป็นส่วนใหญ่เป็นพวกที่เขาฆ่ากันเอง
พวกค้าพวกผลิตจำนวนมาก ที่ทางราชการจะรับผิดชอบอาจจะมีจำนวนหนึ่ง ลองถามทางผู้บัญชาการตำรวจไปแยก
จำแนกดูว่าเท่า เชื่อว่าใน 2,500 คน มีมากที่ฆ่ากันเอง เป็นความผิดของเขา มาโยนความผิดให้ท่านซูเปอร์นายกฯ

นายกฯ สั่งให้รองนายกฯ รองนายกฯก็เป็นซีอีโอ นายกฯก็เป็นซีอีโอ ก็เป็นซูเปอร์นายกฯ บอกว่าเป็นผู้ชนะ
กลายเป็นฆ่าหมดเลย แต่แท้จริง ลูกน้องก็ต้องรับผิดชอบ ซีอีโอไม่รับผิดชอบอะไรเลย ต้องให้รองนายกฯรับผิดชอบ
มี 7 คนใช่ไหม รองนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ 7 คน เขารับผิดชอบเขาก็ผลักให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ
รัฐมนตรีก็บอกไม่รับผิดชอบ ต้องเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีช่วยโยนให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีรับผิดชอบ
นายกฯบอกว่าปลัดกระทรวง ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็ให้รองปลัด รองปลัดก็ให้อธิบดี แบบนี้เป็นการบอกว่า
ไม่มีใครรับผิดชอบ ลงท้ายให้ประชาชนซีอีโอทุกคนรับผิดชอบหมด ไม่รู้จะทำอย่างไง


การปกครองสมัยนี้แปลกดี ให้ประชาชนรับผิดชอบ คนที่เดือดร้อนคือข้าพเจ้าเองเดือดร้อน
ท่านรองนายกฯบอกว่า ทรงเป็นซูเปอร์ซีอีโอ ใช้คำอะไรจำไม่ได้แล้ว ลงท้ายเราก็รับผิดชอบทั้งหมด
ประชาชนทั้งประเทศโยนให้พระเจ้าอยู่หัวรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญบอกว่า
พระเจ้าอยู่หัวไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย



แถวหน้ามีนักกฎหมายที่บอกว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ใครจะรับผิดชอบ นี่ลำบากอย่างนี้
เชื่อ ว่า ท่านพูดเล่น ท่านรับผิดชอบ ในที่สุดท่านรับผิดชอบ 2,500 คน ท่านจะไปถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า
จำแนกออกเป็นอย่างไร ประกาศให้ประชาชนทราบ ให้ชาวต่างประเทศทราบ ไม่ได้กี่คนที่ท่านรับผิดชอบ
ที่ตำรวจ ทหารที่ยิงได้ฆ่าเอง ไม่เท่าไร ไม่ถึงร้อย

ที่เตือนอย่างนี้จะได้หายเครียด คนที่เครียดที่สุดในที่นี้คือ รองนายกฯ เราไม่บอกว่ารองนายกฯไหน
เหมือนข่าวที่บอกว่ารองนายกฯไหน ตอนที่เป็นข่าวรองนายกฯ ชวลิต ยงใจยุทธ เมืองไทยเดี๋ยวนี้
พูดอะไรเป็นปริศนา แต่รองนายกฯชวลิตหายเครียด ดูในทีวีทำหน้าอย่างนี้ตลอด เลยทำให้เราเดือดร้อน
เพราะบอกว่าเป็นรัฐบาลของพระเจ้าอยู่หัว เขาพูดอย่างนั้นตอนเช้าพูดแบบนี้ เรารับผิดชอบหมด



เราน่าจะมีหน้าบึ้งเหมือนรองนายกฯ เรารู้อะไรเป็นอะไร ท่านยิ้มดีแล้ว ยิ้มแล้วจะได้ปรึกษาหารือกันทุกฝ่าย
ตรงนี้มีองคมนตรีต่างๆ ท่านก็ขัดคอรัฐบาล ท่านขัดคอรัฐบาลผ่านพระเจ้าอยู่หัว ท่านไม่รับผิดชอบอะไร
ดูรัฐธรรมนูญ ผู้ที่รับผิดชอบคนเดียวคือ ท่านรัฐบุรุษรับผิดชอบ
เพราะเวลามีองคมนตรีใหม่มา
ท่านเป็นผู้รับสนอง ไม่ใช่นายกฯ คนส่วนมากเข้าใจว่าตั้งองคมนตรีต้องเป็นนายกฯ รับสนอง ไม่ใช่
ท่านประธานองคมนตรีรับสนอง เพราะว่าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเขาว่าอย่างนั้น
เป็นเรื่องแปลก
เมืองไทยประหลาด วิธีปกครอง อย่างไรก็ตาม นายกฯ รับผิดชอบทุกอย่าง ถ้ารับผิดชอบทุกอย่าง
ต้องยอมรับการตำหนิ ถ้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง บอกว่าผมสั่งคนเดียว ถ้างั้นก็ชี้คนเดียว
ก็รับผิดชอบชี้คนเดียว เป็นของธรรมดา แต่ถ้าทำดี เรียบร้อยทุกคนได้รับประโยชน์หมดทุกคน
ตัวเองก็ได้รับประโยชน์ ทำอะไรรับผิดชอบสิ่งที่ทำดี ก็โก้


http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t687.htm
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 16, 2010 10:20 am

http://www.youtube.com/watch?v=4tXYK3s6QQg
ในหลวง รับสั่ง ประเทศไทยกำลังล่มจม

avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 16, 2010 11:02 am

Unknown พิมพ์ว่า:
2. คำประกาศการต่อสู้เพื่อเอาชนะขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
ด้วยการตั้งการปกครองเฉพาะกาล (Provisional Government)

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t735.htm#5738


2nd Minister-Chairman of the Russian Provisional Government

http://en.wikipedia.org/wiki/Russian_Provisional_Government,_1917
Provisional government (15 March - September 14, 1917)
Republic (September 14 - November 7, 1917)


Many members of the Committee went on to serve in the Provisional Government,
while the Committee continued to play an insignificant role until the Fourth Duma
was dissolved on September 19 (September 6 O.S.).

http://en.wikipedia.org/wiki/February_Revolution
The February Revolution was followed in the same year by the October Revolution,
bringing Bolshevik rule and a change in Russia's social structure,
and paving the way for the USSR.
The two revolutions constituted a change in the composition of the country:
the first overthrew the Tsar, and the second instituted a new form of government.


http://en.wikipedia.org/wiki/Republic
Republic

A republic is a form of government in which the head of state is not a monarch[1]
and the people (or at least a part of its people)[2] have an impact on its government.[3][4]
The word 'republic' is derived from the Latin phrase res publica, which can be
translated as "a public affair".
Both modern and ancient republics vary widely in their ideology and composition.
The most common definition of a republic is a state without a monarch.[5]
In republics such as the United States and France the executive is legitimated both
by a constitution and by popular suffrage. In the United States, Founding Fathers like
James Madison defined republic in terms of representative democracy
as opposed to only having direct democracy[6], and this usage is still employed
by many viewing themselves as "republicans"
.[7]

In modern political science, republicanism refers to a specific ideology that is
based on civic virtue and is considered distinct from ideologies such as liberalism.[8
]
Most often a republic is a sovereign country, but there are also subnational entities that
are referred to as republics. For instance, Article IV of the Constitution of the United States
"guarantee[s] to every State in this Union a Republican form of Government."[9]
The Soviet Union was a single nation composed of distinct and legally sovereign
Soviet Socialist Republics. Niccolò Machiavelli described the governance and
foundation of the ideal republic in his work Discourses on Livy.
These writings, as well as those of his contemporaries such as Leonardo Bruni,
are the foundation of the ideology political scientists call republicanism.[10][11]

Head of state

[edit]
Structure


With no monarch, most modern republics use the title president for the head of state.
Originally used to refer to the presiding officer of a committee or
governing body in Great Britain
the usage was also applied to political leaders,
including the leaders of some of the Thirteen Colonies (originally Virginia in 1608);
in full, the "President of the Council."[40] The first republic to adopt the title was
the United States of America. Keeping its usage as the head of a committee
the President of the Continental Congress was the leader of the original congress.
When the new constitution was written the title of President of the United States
was conferred on the head of the new executive branch.

Today almost all republics use the title president for the head of state.

If the head of state of a republic is also the head of government, this is called
a presidential system. There are a number of forms of presidential government.
A full-presidential system has a president with substantial authority and
a central political role. The United States was the first example of such a system,
and the basis for the model adopted elsewhere. In other states the legislature is
dominant and the president's role is almost purely ceremonial and apolitical,
such as in Germany and India. These states are parliamentary republics and
operate similarly to constitutional monarchies with parliamentary systems
where the power of the monarch is also greatly circumscribed. In parliamentary systems
the head of government, most often titled prime minister, exercises the most
real political power. Semi-presidential systems have a president as an active head of state,
but also have a head of government with important powers.
The rules for appointing the president and the leader of the government,
in some republics permit the appointment of a president and a prime minister
who have opposing political convictions: in France, when the members of the ruling cabinet
and the president come from opposing political factions, this situation is called
cohabitation. In some countries, like Switzerland and San Marino,
the head of state is not a single person

but a committee (council) of several persons holding that office.
The Roman Republic had two consuls, appointed for a year.

..สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ล้มกษัตริย์ หันไปเป็นสาธารณรัฐ

ปริศนาคำสาปแห่งราชวงศ์โรมานอฟ

sunny พิมพ์ว่า:ข่าวความตายอย่างหฤโหด ของรัสปูตินแพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร
สร้างความโศกศัลย์แก่อเล็กซานดรายั่งนัก นอกจากนี้ยังทรงหวั่นไหวอย่างยิ่ง
เนื่อง จากก่อนหน้าการตายไม่ นานนัก นักบวชผู้หยาบช้าได้เขียนบันทึกสั้นๆ
ถึงพระองค์ไว้ว่า “ขอให้ทรงรับรู้ว่า ถ้าหากเชื้อพระวงศ์องค์ใดทำให้หม่อมฉันตาย
พระองค์และครอบครัวจะต้องสิ้นพระชนม์ภายในสองปี จากฝีมือของประชาชนรัสเซีย

เกรกอรี รัสปูติน มีนาคม 1917 ไม่ถึง 3 เดือนหลังการตายของรัสปูติน
กระแสแห่งการปฏิวัติหลั่งไหล เข้ามาสู่นครหลวงของรัสเซีย

ขบวนชาวนาและคนงานอุตสาหกรรมแห่กันเข้ามาถวายฎีกาปรับปรุงระบบการบริหารประเทศ
แต่องครักษ์วังหลวงกลับต่อต้านด้วยอาวุธปืน ความจลาจลวุ่นวายบังเกิดขึ้น
และผลสุดท้ายซาร์ก็จำต้องสละราชบัลลังก์ พระองค์และเชื้อพระวงศ์ถูกควบคุมตัวอย่างแข็งแรง
และถูกนำไปกักขังไว้ ณ ไซบีเรียอันห่างไกลและกันดาร


โดยซารีน่าและเจ้าหญิงทั้ง สี่องค์ได้แอบซ่อนทองและ อัญมณีเอาไว้ในพระภูษาเป็นอันมาก
หากทว่าไม่รอดพ้นมือของทหารปฏิวัติซึ่งขี้เมาและกักขฬะ


นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าเจ้าหญิงผู้งดงาม ไร้เดียงสาบริสุทธิ์ทั้ง 4 องค์
ก็ไม่รอดพ้นการย่ำยีทางเพศ จากทหารเหล่านี้เช่นกัน!


นับเป็นชะตากรรมที่พลิกผันชีวิตอันสูงส่ง ลงมาต่ำสุดอย่างน่าสมเพชยิ่งนัก

เมษายน 1918 ครอบครัวราชวงศ์ โรมานอฟ ถูกนำไปไว้ในบ้านหลังหนึ่ง แถบภูเขาอูรัล ถึงตอนนี้พระเจ้าซาร์
ก็ทรง ได้แต่ฝากความหวังไว้กับพระเจ้า และไม่ได้ตระหนัก รู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ พระองค์ อีก
บันทึกสุดท้ายของพระองค์คือ


“อากาศอบอุ่นและสบาย ไม่มีข่าวใดจากภายนอก”

ามดึกของคืนวันที่ 16 กรกฎาคม 1918 ครอบครัวโรมานอฟกับบริพาร และแพทย์ผู้ดูแล รักษา
ทั้งหมดถูกปลุกขึ้นและนำตัวลงไปยังห้องใต้ดิน ต่อหน้ากลุ่มนักโทษสูงศักดิ์ นายทหารผู้ควบคุมได้อ่านประกาศ


“ด้วยเหตุที่วงศาคณาญาติของท่านดำเนินการโจมตีโซเวียตรัสเซีย คณะกรรมการบริหารแห่งอูรัล
จึงตัดสินประหารท่าน”
แถวทหารเพชฌฆาต 12 นาย ประทับปืนขึ้นยิงกราดยังกลุ่มนักโทษ พวกเขาร่วงผล็อยราวใบไม้

ยูรอฟสกี้ ผู้ควบคุมการประหารก้าวเดินสำรวจ เจ้าชายน้อยอเล็กไซยังไม่สิ้นพระชนม์ ยูรอฟสกี้
ยกปืนพกขึ้นยิงองค์รัชทายาท 2-3 นัด ก็เป็นอันปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟ


คำสาปของนักบวชอลัชชีผู้ทรงอำนาจจิตแรงกล้านั้น ได้สร้างความวิบัติแก่ราชวงศ์โรมานอฟอย่างน่าเศร้า และสยดสยองยิ่ง

ขอบคุณ http://artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=2214
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 16, 2010 11:06 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1263632631&grpid=01&catid=
วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:03:35 น. มติชนออนไลน์
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 17, 2010 10:12 am

http://londonboi.exteen.com/20051025/entry

การปฏิวัติรัสเซียตอนที่ 3 - เลิกทาสล้มเหลว

posted on 25 Oct 2005 17:17 by londonboi in History

ก่อนอื่นข้อแก้ข้อความจากครั้งที่แล้วนิดนึงคือว่าผมเล่า ว่ากลุ่มบอลเชวิคคือ The Reds
ส่วน เมนเชวิค คือ The Whites ขอแก้ไขเป็น กลุ่ม White เนี่ยคือกลุ่มที่สนับสนุนราชวงศ์นะครับ
2 กลุ่มนี้รบกันเพื่อชิงอำนาจทางการเมือง



มาต่อตอนที่ 3 กันเลยดีกว่า ครั้งที่แล้วผมเล่าให้ฟังว่ามีการปฎิวัรัสเซียนั้นมีการแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
กลุ่มที่สนับสนุนราชวงศ์โรมานอฟ กับ กลุ่มพรรคแรงงานที่ประกอบด้วย เมนเชวิค กับ บอลเชวิค นะครับ

คือว่าวันนี้จะมาพูดรายระเอียดการปฏิวัติกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไรการ ปฎิวัติส่วนใหญ่ในโลกที่ผมสังเกตุมานั้นเนี่ย
เริ่มแรกจะเป็นการโค่นอำนาจของคนที่มีอำนาจอยู่ หลังจากนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยมีการชิงอำนาจกัน
ในหลายๆครั้งอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองเลยก็ได้เพราะแนวคิดหลังจากการได้ อำนาจมานั้นอาจจะมีหลากหลาย
บางครั้งมีการแทรกแทรงจากต่างชาติที่จะสนับสนุนผู้ที่จะให้ประโยชน์อชาติ นั้นๆได้ดีที่สุด อีกอย่างคือ
ใครๆก็อยากเป็นใหญ่ทั้งนั้นแหละการปฎิวัติเดือนกุมภาพันธ์ 1917 ที่เมือง St Peterburg
นี่เป็นจุดเริ่มในการโค่นอำนาจผู้นำประเทศ
ถามว่าทำไมคนต้องปฎิวัติหรือทำอะไรต่างๆนานา
มันก็เกิดจากการที่ประชาชนไม่ได้พอใจสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในการเมืองนั่นแหละ คนไม่ได้พอใจสิ่งที่เกิดขึ้น
จากการที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างล้มเหลว คนไม่มีกิน ปัญหาทั้งหลายเนี่ยจริงๆแล้วมันสะสมมา
ตั้งแต่กษัตริย์รุ่นก่อนๆ โดยเฉพาะนโยบายเลิกทาสของพระเจ้า Alexander II (เลิกทาสแล้วไม่ดีหรอ?)



คือ ว่าการเลิกทาสของรัสเซียเนี่ยเกิดมาจากกระแสทางการเมืองของยุโรปในสมัยนั้น
ซึ่งเกิดหลังจากการปฎิวัติฝรั่งเศสไม่นานนัก พระเจ้า Alexander ก็กลัวว่ากระแสพวกประชาธิปไตยนี้
มันจะมาที่รัสเซียก็เลยมีนโยบายเลิกทาส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องการรวมตัวกันของประชาชน
ในการเรียกร้องอิสระภาพ แต่สมัยนั้นเนี่ยการเลิกทาสของรัสเซียไม่ได้คำนึงผลที่จะเกิดมาในอนาคต
เพราะว่าพวกเจ้าของที่ดินหรือนายทาสยอมที่จะให้ทาสนั้นเป็นอิสระได้แต่ไม่ได้ยกที่ดินให้ รัสเซียตอนนั้น
จึงมีทรัพยากรคนจำนวนสูงมาก ซึ่งถ้าจัดการดีๆก็จะทำให้พัฒนาประเทศไปได้ดีเลย แต่ถ้าไม่ดีละก็
คนเหล่านั้นก็กลายเป็นแรงงานราคาถูกไป เหตุการณ์ที่รัสเซียคือทาสเป็นอิสระแต่ไม่มีที่ทำกิน
มันก็สะสมกันมาเรื่อยๆจนเกิดปัญหาในอนาคตหล่ะครับ



ถามว่าทำไมประเทศไทยไม่ได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเลิกทาสมากนักปัญหาทุกอย่างถูกคิดไว้
และดำเนินการทีละนิดๆ ประเด็นการจัดการเรื่องการเลิกทาสของประเทศไทยเราเนี่ยผมพอจะสรุปได้ดังนี้

1.ทำอย่างไรไม่ให้นายทาสขุ่นเคือง
- ก็ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะครับ ไม่งั้นพวกนายทาสคงจะรวมตัวกันประท้วงอาจจะเกิดปฏิวัติจนเกิดสงครามการเมืองได้
ทางรัฐบาลไทยค่อยๆออกกฏหมายเป็นให้ทาสรุ่นต่อๆไปพ้นความเป็นทาสเร็วขึ้น มีการซื้อทาส ไถ่ถอนให้เป็นอิสระ
แล้วไม่มีการรับทาสอีก รวมทั้งประกาศนโยบายต่างๆให้เห็นว่าการเลิกทาสนั้นทำให้เราเป็นชาติที่มีมนุษยธรรม

2. ทำอย่างไรให้ทาส พ้นการเป็นทาส -
ทาสบางคนไม่รู้จะไปไหนก็ยอมเป็นทาสต่อก็มี บางคนชอบอยู่กับเจ้านายบ้านหลังโตๆ สบายดี มีกิน
ไม่ต้องหางานที่ไหนอีก ทางรัฐบาลไทยก็เลยต้องออกกฏหมายให้เก็บภาษีของคนที่ยังเป็นทาสสูงขึ้นๆ
คนเป็นทาสก็เลยไปหางานอื่นที่มันทำให้จ่ายภาษีน้อยกว่านี้

3. ทำอย่างไรหลังจากทาสพ้นความเป็นทาส-
ก็ต้องจัดหาที่ทางให้กับทาสเพื่อไปประกอบอาชีพของตัวเอง สมัยนั้นรัฐบาลมีการจัดการเรื่องหน่วยงานต่างๆ
ก็ทำให้มีแรงงานเข้ามาประกอบอาชีพได้ โดยทาสไม่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องการงานแบบทางรัสเซีย
ความอดยากของคนก็นำไปสู่การรับผิดชอบของผู้นำประเทศ แถมตอนนั้นกับมีสงครามสารพัดปัญหาคนยิ่งอดอยาก
นำไปสู่การปฎิวัติรัสเซีย โดยบังคับให้พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ของรัสเซียสละราชสมบัติ หลังจากนั้นก็นำพระองค์
และครับครัวไปขังไว้ที่ไซบีเรียอย่างที่ผมบอกนะครับหลังจากมีการโค่นอำนาจเกิดขึ้นก็จะมีสงครามกลางเมือง
เพื่อช่วงชิงอำนาจกันและแน่นอนครับมันการช่วงชิงอำนาจระหว่างฝ่ายบอลเชวิคกับฝ่ายที่นิยมในตัวกษัตริย์

http://www.tiewrussia.com/catalog.php?idp=278

ปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ (The February Revolution)

8 มีนาคม พ.ศ. 2460 เกิดการ ปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ (The February Revolution) ในประเทศรัสเซีย
หลังจากที่รัสเซียพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 คนงานและทหารได้ลุกฮือขึ้นประท้วง ทำให้
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (Tsar Nicholas II) แห่งราชวงศ์ โรมานอฟ (Romanov) กษัตริย์องค์สุดท้ายของรัสเซีย
ต้องสละราชสมบัติ มีการตั้งรัฐบาลชั่วคราวนำโดย อเล็กซานเดอร์ เกเรนสกี้ (Alexander Kerensky)
ก่อนที่จะถูก พรรคบอลเชวิค (bolshevik) นำโดย เลนิน (Vladimir Lenin) เข้ามาทำการปฏิวัติยึดอำนาจอีกครั้ง
ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันแล้วเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ประเทศแรกในโลก




http://www.thaigoodview.com/node/46592

ปฏิวัติรัสเซีย


By ริต้า เมื่อ อังคาร, 24/11/2009 - 20:59

7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2460 เกิด การปฏิวัติรัสเซีย (Russian Revolution) เป็นครั้งที่สองในปีเดียวกัน
(ครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม) เมื่อ วลาดิมีร์ อิลยิช เลนิน (Vladimir Llyich Lenin) ผู้ยึดมั่น
ในอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ ตามแนวคิดของคาร์ล มารกซ์ เข้าโค่นล้มรัฐบาลชั่วคราวของ
อเล็กซานเดอร์ เกเรนสกี้ (Alexander kerensky) ณ พระราชวังฤดูหนาวในกรุงเปโตรกราด
(เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) แล้วก่อตั้งรัฐบาลของพรรค บอลเชวิก (Bolshevik) การปฏิวัติครั้งนี้
ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองรัสเซียตามมา
ต่อมารัฐบาลภายใต้การนำของเลนิน
ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์เป็นประเทศแรกของโลก
และประกาศตั้ง สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (USSR)

ในปี พ.ศ. 2465 หลังการขึ้นสู่อำนาจของเลนิน ลัทธิคอมมิวนิสต์ได้แผ่ขยายไปในหลายประเทศ
และมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของโลกในศตวรรษที่ 20

การปฏิวัติรัสเซีย
รัสเซียในตอนต้นของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 กำลังเข้าสู่ยุคของการขยายตัวของอุตสาหกรรม ประชาชนเปลี่ยนอาชีพ
จากเกษตรกรรมมาเป็นกรรมกร กรรมกรเหล่านี้เริ่มมีแนวคิดโน้มเอียงเข้าหาแนวทางสังคมนิยม ในขณะที่เศรษฐกิจ
กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ ในปี ค.ศ.1898 ได้มีการก่อตั้งพรรคสังคมประชาธิปไตย (Russin Social Democatic Party)
โดยมีนโยบายล้มล้างการปกครองในระบบเก่า (Ancient Regime) กรรมกรนัดหยุดงาน
เกิดความวุ่นวายทั่วประเทศ รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ จึงก่อให้เกิดการปฏิวัติรัสเซียขึ้นในปี ค.ศ.1917


สาเหตุของการปฏิวัติ ก.พ.(มี.ค.) ค.ศ.1917
1. ความไม่พอใจในระบบการปกครองที่ไร้ประสิทธิภาพของราชวงศ์โรมานอฟ ของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2

- ผลสืบเนื่องมาจากสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1904-1905 ทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียตกต่ำ ประกอบกับ
รัสเซียแพ้สงคราม มีผลตามมาคือ พระชื่อ กาปอน ได้นำฝูงชนเข้ามาเรียกร้องในพระราชวังเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก
เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษทางการเมือง เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายลดชั่วโมง
การทำงาน และแก้ไขความทุกข์ยากของราษฎร แต่ทหารรักษาพระราชวังได้ยิงปืนเข้าใส่ฝูงชน
เกิดการล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ในวันนั้นรู้จักกันนาม Bloody Sunday


- ประชาชนเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญขึ้นปกครองประเทศ รัฐบาลยังต้องเผชิญปัญหา
จากความไม่พอใจของกลุ่มชาวนาและกรรมกรที่ต้องแบกภาระภาษีของประเทศไว้ K. นิโคลัสที่ 2
ได้ประทานรัฐธรรมนูญให้ประชาชน และจัดตั้งสภาดูมา (DUMA) ขึ้นมาเพื่อเป็นปากเสียงของประชาชน
แต่พระองค์เป็นกษัตริย์กึ่งรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนไม่พอใจใน K.นิโคลัสที่ 2


2. เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างไม่ดี
ทำให้เกิดแนวคิดสังคมนิยมและลัทธิคอมมูนิสต์

3. พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 เกิดความขัดแย้งกับสภาดูมา จึงยุบสภาและแต่งตั้งตนเองเข้าไปแทน

4. เกิดปัญหาภายในราชสำนัก K.ซาร์นิโคลัสที่ 2 ไร้ความสามารถในการปกครอง เมื่อทรงไปบัญชาการบในส่วนแนวหน้า
อำนาจการปกครองส่วนใหญ่จึงตกอยู่กับซารีนาอเล็กซาดรา ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลการครอบงำของรัชปูติน
ทำให้เกิดการวิภาควิจารณ์จนราชสำนักเสียหายมาก

5. การที่รัสเซียเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งที่ไม่มีความพร้อมรบไม่เป็น ขาดแคลนอาวุธ กล่าวคือ
ทหารรัสเซียมีจำนวนมากแต่ก็เสียชีวิตมากและผลจากสงครามทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียตกต่ำ

สาเหตุปัจจุบัน
ในวันที่ 23 ก.พ. ค.ศ.1917(ปฏิทินเก่ารัสเซีย) ประชาชนยืนรอเข้าแถวซื้ออาหารในกรุงเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก
ซึ่งไปตรงกับกลุ่มสตรีที่ได้นัดหยุดงานเดินขบวนประท้วงบนท้องถนน ขบวนประท้วงได้เกิดการปะทะกับ
กลุ่มคนที่รอซื้ออาหาร ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นได้ลุกลามกลายเป็นจลาจลระบาดไปทั่วกรุงเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก
จนกลายเป็นการปฏิวัติในที่สุด เหตุการณ์ประทะกันโดยบังเอิญนั้นได้กลายเป็นวันสตรีสากล
(International Wonen’s Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคม ตามปฏิทินตะวันตก


ผลของการปฏิวัติ
การล้มล้างราชวงศ์โรมานอฟ ซึ่งปกครองรัสเซียมานานกว่า 300 ปีต้องจบลง มีรัฐบาลชั่วคราว
ขึ้นมาปกครองแทน โดยเจ้าชายลวอฟภายใต้การนำของสภาดูมา ต่อมาภายหลังเจ้าชายลวอฟลาออก
จากการเป็นหัวหน้ารัฐบาล เคอเรนสกี้เข้ามาเป็นหัวหน้ารัฐบาลชั่วคราวแทน

แต่รัฐบาลภายของเคอเรนสกี้ก็ยังไม่ถอนรัสเซียออกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะได้รับการสนับสนุน
จากอังกฤษและฝรั่งเศส อีกทั้งสหรัฐอเมริกายังขู่ว่าจะไม่ให้กู้เงิน



สาเหตุการปฏิวัติรัสเซีย ต.ค.(พ.ย.) ค.ศ.1917

1.ชนกลุ่มน้อยต้องการสิทธิในการการเมืองการปกครอง
2. รัสเซียยังคงเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเบื่อหน่ายสงคราม
3.เกิดความขัดแย้งของรัฐบาลชั่วคราวกับทหาร ทำให้รัฐบาลชั่วคราวอ่อนแอเป็นเหตุให้พวกบอลเชวิค
ทำการทำการปฏิวัติในเดือน ต.ค.(พ.ย.) ค.ศ.1917
โดยมีเลนินที่เดินทางมาจากฟินแลนด์เข้ามาเพื่อเป็น
ผู้นำการปฏิวัติโดยมอบหน้าทางการทหารให้กับทรอสกี้ ซึ่งผลก็คือฝ่ายบอลเชวิคเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

การปฏิวัติ
ในระหว่างคืนวันที่ 6 พ.ย. ค.ศ.1917 (ตามปฏิทินแบบสากล) พรรคบอลเชวิคได้ทำการยึดอำนาจในกรุงเปรโตกราด
โดยการยึดสถานที่สำคัญของประเทศ ให้เรือรบระดมยิงใส่พระราชวังฤดูหนาว จนรัฐบาลเคเรนสกี้ไม่สามารถหยุดยั้งได้
ต่อมาตอนสายของวันที่ 7 พ.ย. ค.ศ.1917 เลนินจึงจัดการประชุมสภาโซเวียของประชาชนชาวรัสเซียทั้งมวลว่า
รัฐบาลชั่วคราวได้ล้มสลายแล้วและเปลี่ยนชื่อเป็นสภาผู้ตรวจการของประชาชนให้มีอำนาจในการปริหารประเทศ
นิโคลาย เลนินดำรงตำแหน่งประทานสภาผู้ตรวจการของประชาชน

ผลของการปฏิวัติ
1. พรรคบอลเชวิคเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคคอมมูนิสต์ รัสเซียเป็นประเทศแรกที่ปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์

2. เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลคอมมูนิสต์กับพวกรัสเซียขาว (White Russians) ประกอบด้วย
พวกนิยมกษัตริย์ พวกนิยมเสรี ที่ต้องการให้รัสเซียมีการปกครองในระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
แต่พวกรัสเซียขาวไม่สามารถรวมตัวกันได้ จึงทำให้รัฐบาลคอมมูนิสต์ยังคงอำนาจไว้


3. กรรมกรได้รับอนุญาตให้เข้าควบคุมโรงงาน

4. ทรัพย์สินของวัดและของพวกต่อต้านรัฐบาลถูกยึดเข้ารัฐบาล

5. ทำสนธิสัญญาสงบศึกกับเยรมนี เบรสท์-ลิทอป (Ttreaty Of Brest-Litovsk) ฟินแลนด์ แอสโทเนีย ลัทเวีย ลิธัวเนีย
โปแลนด์และยูเครนเป็นเอกราช ฮาร์ดาฮาน บาทัม คาร์ส ดินแดน 3 แห่งบริเวณคอเคซัสต้องยกให้ตุรกี
เมื่อเสียอาณานิคมมากรัสเซียจึงเสียประชาการ 1 ใน 4 เสียดินแดนในยุโรป 1ใน 4 เสียเหมืองแร่เหล็กและถ่ายหิน
ที่พัฒนาแล้ว 3 ใน 4 พรรคคอมมูนิสต์มีความเห็นว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นการต่อสู่ระหว่างนายทุนด้วยกันเอง
แต่ก็ได้ส่งผลให้ชาวรัสเซียทนทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บล้มตายเป็นเวลานานถึง 4 ปี ชาวรัสเซียต้องการสันติภาพ
ต่อมา 25 ปี รัสเซียได้ดินแดนที่เสียไปคืนมาทั้งหมด ยกเว้นฟินแลนด์

6. ระบบคอมมิวนิสต์ได้แพร่กระจายออกไปทั่วโลก จนทำให้เกิดลัทธิต่อต้านคือ ฟาสซิสต์ และนาซี



แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Sun Jan 17, 2010 10:40 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 17, 2010 10:39 am

พีพี พิมพ์ว่า:หมอประเวศ ด้วยเหรอ เฮาบ่เจื้อๆๆๆ Crying or Very sad

ปล. พี่ชาย พีพี ฝากถามมาว่า ถ้าสงสัยว่า ลิ้ม รับงาน จาก CIA จริงเพราะพ่อเขามาจากกองพล 93
แล้วทำไมไม่สงสัย ลูกชาย "สหายคำตัน" ด้วยหล่ะ Question แถมได้เป็น องคมนตรีด้วย

ของมันรู้ๆอยู่ แจ่มแจ้งแดงแจ๋ ปราศจากข้อสงสัยจ้า

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Sun Jan 17, 2010 3:33 pm

...หยั่งงี้ อเมริกา (ดิสนีย์) มันแต่งเรื่องหลอกเด็กนี่หว่า
จงใจบิดเบือนประวัติศาสตร์ เพื่อกลบเกลื่อนแผนการ อิอิ Very Happy

avatar
พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Wed Feb 24, 2010 1:08 pm

"พลาดเป้าไกล!" โฆษณา ๑ แสน บวชจริง ๓.๕ หมื่นรูป

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553


โครงการอุปสมบทหมู่ ๑ แสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย



โฆษณาเชิญชวนบวชพระ ๑ แสนรูป


การบวชพระในโครงการ


โครงการตักบาตรพระ ๕ แสนรูป

คมชัดลึก :พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม และราชบัณฑิต
ให้ความหมายของคำว่า "อุปสมบท" ไว้ในพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัด ไว้ว่า
"อุปสมบท (อ่านว่า อุปะ-, อุบปะ-) แปลว่า การเข้าถึง คือ การบวชเป็นศัพท์เฉพาะในพระพุทธศาสนา
ปัจจุบันใช้หมายถึงการบวชเป็นภิกษุและภิกษุณี เรียกเต็มว่า อุปสมบทกรรม ซึ่งหมายถึงการบวช
เป็นสามเณร นอกจากนี้แล้ว อุปสมบทเป็นสังฆกรรมอย่างหนึ่ง เป็นพิธีการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็น
ศาสนทายาทในพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าทรงวางหลักเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติไว้รัดกุม
และละเอียดมาก ทั้งนี้เพื่อให้ได้ศาสนทายาทที่ดี ไว้สืบสานพระพุทธศาสนา"

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปี ๒๕๕๒ ต่อเนื่องกับต้นปี ๒๕๕๓ โครงการอุปสมบทหมู่โครงการหนึ่ง
ที่มีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ กันอย่างแพร่หลาย สร้างความสนใจให้แก่พุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเป็นการอุปสมบทหมู่ครั้งประวัติศาสตร์ของชาติไทย คือ
“โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยร่วม”
โดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะสงฆ์ทั่วประเทศ
สถานที่อบรมและบรรพชา วัดพระธรรมกาย และวัดต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย มีวัตถุประสงค์อยู่ ๔ ประการ คือ

๑.เป็นมหากุศล สร้างความร่มเย็นและนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่แผ่นดินไทย
๒.เกิดความร่วมมือในทางสร้างสรรค์ระหว่างวัดและชุมชนทั่วประเทศ
เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป
๓.สร้างผู้นำในการเป็นต้นแบบทางศีลธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมทุกภาคส่วนทั่วประเทศ และ
๔.ผู้เข้าอุปสมบทได้เรียนรู้หลักธรรมนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต

ส่วนความเป็นมาของโครงการนี้ เกิดจากโครงการอุปสมบทหมู่ ๗,๐๐๐ รูป จาก๗,๐๐๐ ตำบล
ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๒ สิงหาคม-๑๑ กันยายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากพุทธบริษัททั่วไทย
ตื่นตัวกันทำหน้าที่ชวนผู้มาสมัครบวชได้มากกว่า ๑.๓ หมื่นคน และมีผู้เข้าบรรพชาอุปสมบทถึง ๑๐,๖๘๕ คน
ทำให้คณะสงฆ์ สาธุชนและหน่วยงานองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนแห่งความสำเร็จดังกล่าว เห็นพ้องต้องกันว่า
ควรจัดให้มีโครงการอุปสมบทหมู่ครั้งยิ่งใหญ่เช่นนี้อีก และควรขยายไปยังวัดต่างๆ ที่มีความพร้อม
ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูศีลธรรม ในทุกชุมชนทั่วแผ่นดินไทย จึงได้เกิด
โครงการอุปสมบทหมู่ ๑ แสนรูป ทุกชุมชนทั่วไทย

แต่เมื่อถึงกำหนดอุปสมบทจริง ปรากฏว่าตามเอกสารข่าวแจกของคณะกรรมาธิการการศาสนา
ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเพียง ๓.๕ หมื่นคน
และในจำนวนนี้ไม่ใช่เป็นการอุปสมบทเป็นพระเพียงอย่างเดียวในเอกสารข่าวแจกระบุว่า
"เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา “โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย”
โดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร
ร่วมกับคณะสงฆ์ทั่วประเทศ
จัดพิธีบรรพชาสามเณร จำนวน ๓.๕ หมื่นรูปจากทั่วประเทศ
ณ ลานธรรมมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย โดยมี พระธรรมกิตติวงศ์ พระธรรมคุณาภรณ์
เจ้าคณะภาค ๑๔ เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พร้อมด้วยพระมหาเถระจำนวน ๒๐๐ รูป จากทั่วประเทศ
มาร่วมเป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้น สามเณรได้เดินทางกลับศูนย์อบรม ๓๓๐ วัด เพื่อเข้าพิธีอุปสมบท
ตามวัดต่างๆ ๑,๐๐๐ วัด ระหว่างวันที่ ๘-๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

โดยระหว่างการอบรมธรรมทายาทได้รับการฝึกอบรมหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ศีล สมาธิ ปัญญา, สัมมาทิฐิ, พระคุณพ่อแม่, วัฒนธรรมประเพณีในพระพุทธศาสนา
รวมถึงการได้ออกเดินธุดงค์ไปตามวัดต่างๆ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ทั้งนี้
โครงจะสิ้นสุดในวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๓
และทางคณะกรรมการโครงการได้จัดให้มีขึ้นอีกครั้ง
ในช่วงเข้าพรรษา เพื่อให้เป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และสร้างผู้นำในการเป็น
ต้นแบบทางศีลธรรมให้แผ่ขยายออกไปทั่วประเทศ

โฆษณาตักบาตรพระ ๕ แสนก็พลาดเป้า
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการโหมโฆษณา “โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย”
ก่อนหน้านี้ ระหว่า พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๒ มีการโหมโฆษณา "โครงการตักบาตรพระ ๕๐๐,๐๐๐ รูป
๗๖ จังหวัดทุกวัดทั่วไทย" ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะคัตเอาท์ป้ายโฆษณาทั้งขนาดเล็กใหญ่
ริมถนนทั่วทุกจัดหวัด จุดประสงค์หนึ่งของโครงการนี้ คือ เพื่อรวมพลังชาวไทยพุทธ ส่งกำลังใจช่วยเหลือ
คณะสงฆ์ ๒๒๖ วัด ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำปัจจัยไทยธรรมส่วนหนึ่งสมทบถวายช่วยเหลือ
คณะสงฆ์ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับความลำบากเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
จากเหตุความไม่สงบในภาคใต้ พระเทพปริยัติสุธี เจ้าคณะภาค ๓ กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า
จุดประสงค์หลักของการตักบาตรนี้ เพื่อจะอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่ตลอดไป
เพราะสิ่งนี้นับวันจะถูกละเลย ดังนั้น งานนี้ทำให้ประชาชนทั้งหลายมีโอกาสที่จะสร้างมหากุศลอันยิ่งใหญ่
อาตมาไม่เคยเห็นการจัดงานที่เรียบง่ายแต่ได้ประโยชน์ โดยมีทั้งพระและโยมมาร่วมงานอย่างมากมาย
อย่างนี้มาก่อน นอกจากนี้ เหล่าข้าวสารอาหารแห้งเหล่านี้ ยังจะได้บริจาคไปยังพระภิกษุที่เดือดร้อน
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย ดังนั้นเราจะต้องรักษาสิ่งที่งามเช่นนี้ให้อยู่ต่อไป ตราบใดที่พุทธบริษัท
ยังตั้งมั่นอยู่ใน ทาน ศีล ภาวนา ตราบนั้นพระพุทธศาสนาก็ยังอยู่ยั่งยืนตลอดไป

พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะภาค ๗ กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า
การทำทานคือการให้นั้น เป็นความดีสากล ที่ทุกคนทำได้โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ทานเป็นบันไดขั้นแรกของความดีทั้งหลาย ทานคือสิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุข
ความอบอุ่น ด้วยจิตใจที่อบอุ่นนี้ จะทำให้สันติสุขบังเกิดขึ้นในจิตใจของผู้คนทั้งหลาย

ในขณะที่ พระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา บอกว่า
การโฆษณาว่าเป็นการทำบุญใหญ่ โดยตักบาตรพระทั้งประเทศ ๕ แสนรูปนั้น อาจจะเกินความเป็นจริง
เพราะข้อมูลล่าสุด ทั้งพระและเณรมีประมาณ ๓ แสนรูป หรือน้อยกว่า เว้นเสียว่านับจำนวนรูปพระ
ที่นิมนต์จากวัดทีซ้ำๆ กัน ซึ่งง่ายต่อการนิมนต์ ส่วนวัตถุประสงค์การจัดงานโดยรวมถือว่าดี
แต่ที่บอกว่านำปัจจัยไทยธรรมส่วนหนึ่งสมทบถวายช่วยเหลือคณะสงฆ์ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้
เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะช่วย ๑๐๐ บาท หรือ ช่วย ๑,๐๐๐ บาท ถือว่าได้ทำตามวัตถุประสงค์แล้ว
และคงไม่มีใครหรือหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบเงินทำบุญว่าได้เท่าได้ แล้วไปใช้ทางไหนบ้าง
เพราะเห็นว่าเป็นโครงการของพระช่วยพระใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้


เรื่อง... "ไตรเทพ ไกรงู"
ภาพ... "ศูนย์ภาพเนชั่น"
avatar
eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Wed Feb 24, 2010 1:09 pm

sunny พิมพ์ว่า:
พีพี พิมพ์ว่า:หมอประเวศ ด้วยเหรอ เฮาบ่เจื้อๆๆๆ Crying or Very sad

ปล. พี่ชาย พีพี ฝากถามมาว่า ถ้าสงสัยว่า ลิ้ม รับงาน จาก CIA จริงเพราะพ่อเขามาจากกองพล 93
แล้วทำไมไม่สงสัย ลูกชาย "สหายคำตัน" ด้วยหล่ะ Question แถมได้เป็น องคมนตรีด้วย

ของมันรู้ๆอยู่ แจ่มแจ้งแดงแจ๋ ปราศจากข้อสงสัยจ้า

eye in the sky พิมพ์ว่า:
มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย นำโดย นายปรีชา ประกอบกิจ ประธานกรรมการ
มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย มอบทุนการศึกษาและสนับสนุนการดำเนินงานให้แก่
บาทหลวงโจเซฟ เอช ไมเออร์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล ชุมชนคลองเตย
เป็นจำนวนเงิน 650,000 บาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาความรู้ ความสามารถแก่เด็กๆ ในชุมชนต่อไป

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042909

http://thaipriest.cbct.net/activity/headseminar2/headseminar2.html

วันที่ 15-19 ตุลาคม ค.ศ. 2001
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ บุคลิกภาพและสุขภาพของพระสงฆ์
วิทยากร พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ, คุณวิวัฒน์ พงศธร, คุณปรีชา ประกอบกิจ, คุณพัลลภ เหมือนคีรี


http://thaipriest.cbct.net/activity/headseminar1/headseminar1.html

วันที่ 19-23 ตุลาคม ค.ศ. 1981
สถานที่ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม
หัวข้อ คริสตศาสนากับวัฒนธรรม
วิทยากร ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช บรรยายเรื่อง “วัฒนธรรมไทย”
คุณหญิงมาลี พ.สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บรรยายเรื่อง “การดำเนินชีวิตของคริสตชนในสังคมพุทธ”

หมายเหตุ ค.ศ. 1982 ประชุม เอฟเอบีซี. (FABC) ณ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม


วันที่ 19-22 ตุลาคม ค.ศ. 1992
สถานที่ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม
หัวข้อ มิติชีวิตสงฆ์ด้านต่างๆ ศึกษาพระสมณสาส์นของพระสันตะปาปา
เรื่อง “เราจะประทานนายชุมพาบาลแก่พวกท่าน” (PDV, Pastores Dabo Vobis)
วิทยากร อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ บรรยายในด้านการพัฒนา, คุณหมอประเวศ วะสี
บรรยายในด้านการศึกษา
คุณพ่อโมลิ่ง, บราเดอร์ชุมพล ดีสุดจิต, พระคุณเจ้าบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์,
พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ, คุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล, คุณพ่อหลุยส์ เบียร์ จักแมง,
พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ฯลฯ


วันที่ 17-21 ตุลาคม ค.ศ. 2005
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ พระศาสนจักรไทยในโลกปัจจุบัน : 40 ปี Gaudium et Spes
วิทยากร คุณสนธิ ลิ้มทองกุล, คุณพ่อชาย ขันทะโฮม, ผศ. ดร. วรยุทธ ศรีวรกุล, คุณอัจฉรา สมแสงสรวง,
คุณพ่อไพศาล อานามวัฒน์, คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์, คุณพ่อดัง โตแนล


วันที่ 15-19 ตุลาคม ค.ศ. 2006
สถานที่ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
หัวข้อ “พระศาสนจักรไทยในโลกปัจจุบัน” พระดำรัสเตือน กฎหมาย และธรรมาภิบาล)
วิทยากร พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู, คุณพ่อบรรจง สันติสุขนิรันดร์, คุณพ่อชาญชัย ทิวไผ่งาม,
คุณพ่อวัชรินทร์ สมานจิต, คุณพ่อลือชัย ธาตุวิสัย, คุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล, คุณพ่ออันโตนิโอ วาลแซ็กกี
คุณพ่อพิชาญ ใจเสรี, อาจารย์ขจิต สุขุม และคณะ, คุณประจวบ ตรีนิกร, ดร. วิทย์ สุนทรนันท์


เทคนิคเล็กๆ ในการใช้สื่อทำลายพุทธ
โดยให้ฝ่ายแดงดึงพระมาเล่น ฝ่ายเหลืองก็เอาพระมาด่าต่อ

แล้วชูของตนเองให้ดูมีภาพลักษณ์ที่น่าเลื่อมใสศรัทธา


http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042909

อลัชชีเสื้อแดง ซากเดนสังคมที่ต้องเร่งกำจัด
17 เมษายน 2552 06:44 น.

สวัสดีวันที่ 17 เม.ย.วันนี้มีอนุสนธิจากเหตุการณ์ “กองโจรเสื้อแดง”
เผาบ้านเผาเมืองทำลายชาติ โดยขอหยิบยกกรณี
“อลัชชีเสื้อแดง”

มาให้ช่วยกันสาปแช่งให้สาแก่ใจ


เนื่องเพราะอลัชชีผู้นี้เข้าร่วมในเหตุการณ์ทุบรถและทำร้ายหน่วยรักษาความปลอดภัยของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย โดยปรากฏภาพให้เห็นทางสื่อต่างๆ อย่างชัดเจน

คงต้องบอกว่า อลัชชีผู้นี้ไม่ใช่พระสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนา เพราะพระที่แท้ย่อมไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้
แต่บังอาจใส่เครื่องแต่งกายที่ประชาชนคนไทยเคารพนับถือไปแสดงพฤติกรรมถ่อยเถื่อน
ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการเมืองไทย


ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของอลัชชีเสื้อแดงผู้นี้ ก็สะท้อนภาพให้เห็นถึงสติปัญญาของ
เหล่ากองโจรเสื้อแดงว่าเป็นเช่นไร เพราะแทนที่จะห้ามปรามเพื่อไม่ให้เกิดภาพที่ไม่ดี
กับสถาบันศาสนากลับเห็นดีเห็นงามไปด้วย


...ยังไงฝากตำรวจออกหมายจับอลัชชีเสื้อแดงผู้นี้ด้วยเด้อ

การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน
avatar
eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Feb 24, 2010 1:26 pm

http://thaipriest.cbct.net/bishop/







  • รายชื่อพระสังฆราชตามลำดับการแต่งตั้ง หรืออภิเษก
  • รายชื่อพระสังฆราช ตามลำดับระยะเวลาปกครอง
  • ประวัติพระสังฆราช
    พระสังฆราชที่มรณภาพแล้ว
    พระสังฆราชที่เกษียนอายุ และพระสังฆราชที่ยังอยู่ในตำแหน่งประมุข
  • จดหมายเวียน
    จดหมายเวียนของพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู ลงวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.2009
  • FABC
    Number of the Participants
    List of the Participants
    Final Statement































พระสงฆ์สังกัดสังฆมณฑล


  • อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
  • อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
  • สังฆมณฑลราชบุรี
  • สังฆมณฑลจันทบุรี
  • สังฆมณฑลเชียงใหม่
  • สังฆมณฑลอุบลราชธานี
  • สังฆมณฑลอุดรธานี
  • สังฆมณฑลนครราชสีมา
  • สังฆมณฑลนครสวรรค์
  • สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี























พระสงฆ์สังกัดคณะนักบวช


  • คณะเซนต์คาเบรียล
  • คณะวินเซนเซียน
  • คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ
  • คณะพระมหาไถ่
  • คณะสงฆ์พื้นเมืองจากต่างประเทศ
  • คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (เอ็มอีพี)
  • คณะคามิลเลียน
  • คณะอิเดนเตส
  • คณะแมรี่โนลต์มิสชั่นเนอร์ส
  • คณะฟรังซิสกันภราดาน้อย
  • คณะภราดาน้อยกาปูชิน
  • คณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (โอเอ็มไอ)
  • คณะผู้รับใช้ของพระนางมารีย์
  • คณะสงฆ์ต่างประเทศแห่งมิลาน (ปีเม)
  • คณะพระหฤทัย ณ เบธาราม
  • คณะซาเลเซียน
  • คณะสงฆ์พระเยซูเจ้า (เยสุอิต)
  • คณะธรรมทูตคาทอลิกไทย

















  • คณะนักบวชชาย
    รายชื่อตามลำดับการเข้ามา หรือการตั้งคณะในประเทศไทย
    ประวัติของคณะ
  • คณะนักบวชหญิง

    รายชื่อตามลำดับการเข้ามา หรือการตั้งคณะในประเทศไทย

    ประวัติของคณะ
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon May 10, 2010 2:54 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273408150&grpid=01&catid=no

วันที่ 09 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:59:56 น.
มติชนออนไลน์



เปิด(ร่าง)ข้อตกลง(ลับ) สพฐ.ประเคน "นร.-ครู"10.7ล้านคน
ให้โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก วัดพระธรรมกาย


หมายเหตุ"มติชนออนไลน์"-

ร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือยกระดับมาตรฐานศีลธรรม เชิงบูรณาการ
ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)และ
สมาคมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

ที่ต้องการให้ สพฐ.ส่งเสริมให้ครูและนักเรียนในสังกัดจำนวน 10.7 ล้านคนเข้านอบรมใน
โครงงการระดับมาตรฐานศีลธรรม แก่ผู้บริหาร ครู นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครองและชุมชน
และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านศีลธรรมแก่เครือข่ายบ้าน วัด โรงเรียนตามโครงการ
ฟื้นฟูศีลธรรมโลก


ปรากฏว่า ข้อตกลงกังกล่าวได้รับการคัดค้านจากกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน ปัญญาชน 43 คน
นำโดยนายนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ และทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรีขอให้ระงับการลงนามในข้อตกลงดังกล่าวเป็นการด่วนเพราะเห็นว่า
สมาคมพุทธศาสตร์สากลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระธรรมกาย มีพฤติกรรมเป็นที่น่าเคลือบแคลง
ขณะที่กระแสข่าวหนาหูว่าสถาบันแห่งนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเชิงลึกกับ
ฝ่ายการเมืองและการชุมนุมที่มีกาใช้ความรุนแรงจากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย
ทำร้าย ผู้บริสุทธิ์ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา


ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดถึงความเป็นมาและร่างบันทึกข้กตกลงดังกล่าว
********************************

27 เมษายน 2553 ที่ ชพส./สกย.5301/028

เรื่อง การลงนามความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานศีลธรรม เชิงบูรณาการ

เรียน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สิ่งที่ส่งมาด้วย
1. ร่าง บันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานศีลธรรม เชิงบูรณาการ

2. ทุนการศึกษาเพื่อการยกระดับมาตรฐานศีลธรรม เชิงบูรณาการ (โดยสังเขป)

ตามที่ท่านได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมการจัดการศึกษา (นางอรทัย มูลคำ)
เป็นประธานในพิธีปิดโครงการสัมมนาปฏิบัติธรรมผู้บริหารการศึกษา รุ่นที่ 3
เมื่อวันที่ 19-20 มีนาคม พ.ศ.2552 ณ สวนพนาวัฒน์ จ.เชียงใหม่

ในที่ประชุมดังกล่าว อันประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษาจากทั่วประเทศ และท่านผู้อำนวยการ
สำนักนวัตกรรมการจัดการศึกษา รวมกว่า 350 ท่าน มีความเห็นร่วมกันว่า ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ
เป็นหน่วยงานที่ได้ดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2
ทั้ง 4 ประการ คือ การ พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ การพัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่
การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และการพัฒนาการบริหารจัดการใหม่

อีกทั้งยังสอดคล้องกับโครงการสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยเพื่อพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน
ตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (SP2) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยใช้มิติทางด้านจิตใจ ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ผสมผสานกับแนวคิดการจัดการศึกษา
และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้อย่างลงตัว เป็นระบบ น่าสนใจ และสามารถดำเนินงานได้เห็นผล
เป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง ยั่งยืน

ดังนั้น ที่ประชุมดังกล่าว โดยมีผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมการจัดการศึกษาเป็นประธาน
จึงเสนอให้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับมาตรฐานศีลธรรม
เชิงบูรณาการ ตามโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
ระหว่างชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ
กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายละเอียดดังสิ่งที่ส่งมาด้วย

คณะกรรมการฯ จึงเรียนมาเพื่อ

1. ขออนุญาตเข้าพบท่านและคณะทำงานของท่าน เพื่อปรึกษาหารือและวางกรอบ
การทำงานร่วมกัน ในวันเวลา ที่ท่านเห็นสมควร

2. ขอความเมตตาท่านออกหนังสือเชิญชวนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก ประจำปีการศึกษา 2553

คณะกรรมการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งในความเมตตาจากท่าน และขอขอบพระคุณและอนุโมทนามา ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ

นายสันติ รุ่งสุขพลากร
ประธานชมรมพุทธศาสตร์สากล
******************************
ทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานศีลธรรม เชิงบูรณาการ

โดยชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

1. ทุนสำหรับสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกขั้นตอน จะได้รับทุนเพื่อการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
6,000 บาท ต่อ ผู้เข้าร่วมโครงการ 45 คน ประมาณ 120 ล้านบาท/ปีการศึกษา

2. ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนดีเด่นด้านศีลธรรม สำหรับสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
300,000 ทุนๆ ละ 1,000 บาท รวม 300 ล้านบาท/ปีการศึกษา (จะมอบเมื่อสถานศึกษาเข้าร่วม
โครงการไม่น้อยกว่า 30,000 แห่ง)

3. ทุนรางวัลสำหรับหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์รางวัลคุณภาพฟื้นฟู
ศีลธรรมโลก ทั้งในระดับจังหวัด ภาค ประเทศ ประมาณ 600 ทุน รวม 10 ล้านบาทต่อปีการศึกษา

4. ทุนสำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขตละ 10,000-25,000 บาท ประมาณ 4 ล้านบาท/ปีการศึกษา

5. ทุนเพื่อการพัฒนาสถานศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษานำร่องศีลธรรม 30 ล้านบาท

หมายเหตุ : ทุนการศึกษานี้ไม่รวมค่าดำเนินการ
****************************
ร่าง บันทึกข้อตกลงความร่วมมือยกระดับมาตรฐานศีลธรรม เชิงบูรณาการ
ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและ สมาคมพุทธศาสตร์สากล
ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์


บันทึกข้อตกลงนี้
ทำขึ้นระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย.......................สำนักงานตั้งอยู่ที่............................
ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้เรียกว่า "สพฐ." ฝ่ายหนึ่งกับสมาคมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ โดย..................สำนักงานตั้งอยู่ที่......................ซึ่งต่อไป
ในบันทึกข้อตกลงนี้เรียกว่า "ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ" อีกฝ่ายหนึ่ง

โดย สพฐ. และ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ตกลงที่จะแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับ
มาตรฐานศีลธรรม เชิงบูรณาการ ตามโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก ในปีงบประมาณ 2553-2555
โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ข้อ 1 วัตถุประสงค์

1. เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง สพฐ. และชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ในการยกระดับ
มาตรฐานศีลธรรม แก่ผู้บริหาร ครู นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครองและชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็ง
ทางด้านศีลธรรมแก่เครือข่ายบ้าน วัด โรงเรียนตามโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก

2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้เรียน ครู ผู้บริหาร ตลอดผู้ปกครอง และชุมชน ให้เป็นผู้นำ
ในการฟื้นฟูศีลธรรม แก่คนรอบข้าง ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้อย่างแท้จริง

3. เพื่อสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 และทรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ
พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์

ข้อ 2 เป้าหมายการดำเนินงาน

1. มาตรฐานศีลธรรมของผู้บริหาร ครู นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการสูงขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2. พัฒนาศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมแก่ผู้เรียน จำนวน 10,000,000 คน และเกิดผู้นำเยาวชนต้นแบบ
ด้านศีลธรรม (เด็กดี V-Star) ไม่น้อยกว่า 1,000,000 คน


3. พัฒนาศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม แก่ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา 600,000 คน
และเกิดผู้บริหาร และครูแกนนำด้านศีลธรรม ไม่น้อยกว่า 100,000 คน


4. พัฒนาศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้ปกครอง และชุมชน ไม่น้อยกว่า 100,000 คน
และเกิดผู้นำชุมชนด้านศีลธรรม ไม่น้อยกว่า 30,000 คน


5. พัฒนาสถานศึกษาให้มีระบบมาตรฐานศีลธรรมอย่างยั่งยืน ตำบลละ 1แห่ง รวม 7,000 แห่ง

6. เกิดระบบคุณภาพมาตรฐานศีลธรรม และนวัตกรรมสื่อศีละรรมที่ทันสมัย และสอดคล้อง
กับเป้าหมายการจัดการศึกษา

ข้อ 3 แนวทางการดำเนินงานและกิจกรรมความร่วมมือ

1. ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ยินดีสนับสนุนให้การอบรม สัมมนา วิทยากร องค์ความรู้ ทุนการศึกษา
ตลอดจนสื่อ และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อการฟื้นฟูศีลธรรมโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานศีลธรรม
แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา ผู้บริหาร ครู นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครอง และชุมชน
อันจะนำมาซึ่งสังคมที่สงบ ร่มเย็น สามารถเป็นต้นแบบที่ดีแก่สังคมไทย และสังคมโลกสืบไป

2. สพฐ. จะสนับสนุนให้หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ผู้บริหาร ครู นักเรียน ในสังกัด
เข้าร่วมโครงการ และจะประสานงาน ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ดูแล นิเทศ ติดตาม ประเมินผล
ตลอดจนเป็นกำลังใจแก่ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนิน
โครงการได้ตามปฏิทิน และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก


ข้อ 4 การแก้ไข เปลี่ยนแปลง และการยกเลิกบันทึกข้อตกลงร่วมมือ

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย ประสงค์จะแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายละเอียดบันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือนี้ ให้แจ้งอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้า เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน และเมื่อทั้งสองฝ่าย
พิจารณาตกลงเห็นชอบในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือแล้ว ให้จัดทำบันทึก
เพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์จะยกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ให้แจ้งอีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็น
ลายลักษณ์อักษร ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งพิจารณา
โดยให้มีผลเมื่อทั้งสองฝ่ายพิจารณาเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรนี้ ในการยกเลิก
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือแล้ว


ข้อ 5 การลงนามความร่วมมือ

เพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์ และความตั้งใจจริง ในการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลง ทั้งสองฝ่าย
จึงได้ลงนามร่วมกันไว้เป็นหลักฐาน และเก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ณ วันที่............เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2553

ลงชื่อ.........................
(ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน)
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ลงชื่อ................................
(นายสันติ รุ่งสุขพลากร)
นายกสมาคมพุทธศาสตร์สากล
ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์



เมื่อวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2552 ชมรมพุทธศาสตร์ มจธ. นำเยาวชนสมาชิกชมรมพุทธฯ
เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก โดยทำหน้าที่เป็น V-Cheer มีหน้าที่ดูแลเด็กดี V-Star
จากทั่วประเทศกว่า 500,000 คน


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon May 10, 2010 3:08 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273473202&grpid=00&catid=no

วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13:31:38 น.
มติชนออนไลน์

สพฐ. แจงเอ็มโอยู"ธรรมกาย"แค่ตั้งไข่ถกข้อดีข้อเสีย
โยนเผือกร้อน"ชินวรณ์" ตัดสินใจล้ม-เดินหน้าต่อ


สพฐ. แจงเอ็มโอยู"ธรรมกาย"แค่ตั้งไข่ – เรียกถกข้อท้วงติง ข้อดีข้อเสีย โยนเผือกร้อน
"ชินวรณ์" ตัดสินล้ม - เดินหน้าต่อ เมินข้อเสนอสั่งห้ามหน่วยในสังกัดลงนามเอ็มโอยู


ความคืบหน้ากรณีที่กลุ่มพุทธศาสนิกชน ผู้นำเครือภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ 43 คน
ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ระงับการลงนามข้อตกลง
ความร่วมมือ (MOU) โครงการยกระดับมาตรฐานศีลธรรมเชิงบูรณาการ ตามโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับสมาคมพุทธศาสตร์สากลในพระอุปถัมภ์
สมเด็จพระมหามังคลาจารย์
ซึ่งเป็นองค์กรในสังกัดวัดพระธรรมกาย เนื่องจากมีความวิตกกังวลว่า
การที่หน่วยราชการทำข้อตกลงสัญญาให้องค์กรที่ยังมีข้อเคลือบแคลงมาอบรม เยาวชนอนาคตของชาติ
และผู้นำการศึกษา ผู้นำท้องถิ่นถึง 10.7 ล้านคน ในระยะ เวลา 3 ปี อาจกลายเป็นการใช้เครื่องแบบของ
พระพุทธศาสนาสร้างลัทธิบูชาวัตถุนิยม ซึ่งอาจจะให้แก่นแท้พระศาสนาหายไปได้ นอกจากนี้ในข้อตกลง
ความร่วมมือดังกล่าว ทางสมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ ได้ยื่นข้อเสนอแผนการให้ทุนการศึกษา
ประมาณ 1,332 ล้านบาทนั้น

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ชี้แจงเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมว่า
เรื่องดังกล่าวยังไม่มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือแต่อย่างใด สืบเนื่องมาจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน
สำนักพัฒนาวัตกรรมการจัดการศึกษา ของ สพฐ. ได้เสนอเรื่องดังกล่าวมา แต่เห็นว่า เรื่องดังกล่าวควรมี
การปรึกษาหารือถึงข้อดีข้อเสียกับส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดความรอบคอบก่อนจะลงนามข้อตกลงความร่วมมือ
ดังนั้น สพฐ.จะนำเรื่องดังกล่าว มาพิจารณาหารือถึงรายละเอียด ตามที่มีข้อท้วงติงถึงความไม่เหมาะสม

นายชินภัทรกล่าวว่า ตามหลักการแล้ว สพฐ. จะทำอะไรก็ตามที่เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาด้านคุณธรรม
ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพียงแต่ว่า หากมีข้อทักท้วงก็พร้อมนำมาพิจารณา อย่างไรก็ตามในวันนี้ สพฐ.จะเชิญ
สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และสมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ มาหารือเป็นการภายใน
จากนั้นจะรายงานผลการหารือเสนอต่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
เพื่อตัดสินใจว่า จะยกเลิกการลงนามข้อตกลงความร่วมมือหรือเดินหน้าดำเนินโครงการต่อไปภายใน
วัน ที่ 11 พฤษภาคมนี้

“โดยหลักแล้วมองว่า การรวมพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อให้นักเรียนและเยาวชนเป็นเด็กดี มีคุณธรรม
ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะฉะนั้น สพฐ.จะต้องสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ส่วนเรื่องงบฯ 1,332 ล้านบาท
เบื้องต้นทราบว่า เป็นงบฯ ของสมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ ที่เสนอให้ทุนการศึกษาเด็กที่เข้าร่วมโครงการ
ซึ่งไม่ใช้งบฯ ของ สพฐ. ส่วนที่ระบุว่า ตัวแทนจากสมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ เคยเข้าพบผมเมื่อวันที่ 27
เมษายนที่ผ่านมานั้นไม่เป็นความจริงและยังไม่มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด” นายชินภัทร กล่าว

นายชินภัทร กล่าวอีกว่า ส่วนที่หลายฝ่ายเสนอให้ยกเลิกการการลงนามข้อตกลงความร่วมมือนั้น
ต้องดูก่อนเพราะยังไม่เห็นเนื้อหารายละเอียดทั้งหมด แต่โดยหลักการแล้วเข้าใจว่า เป็นการมอบทุน
การศึกษาเพื่อให้นักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมได้มีกำลังใจ เพื่อใช้ในการศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเชื่อว่า
น่าจะเป็นเจตนารมณ์เบื้องต้นของความร่วมมือดังกล่าว

นายชิยภัทรกล่าวว่า กรณีที่มีเสนอให้ออกข้อบังคับและสั่งการให้หน่วยงานราชการไม่ควรลงนามความ
ร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมนั้น คิดว่าการดำเนินการเรื่องส่งเสริมคุณธรรม
เป็นเรื่องของความสมัครใจ ไม่จำเป็นต้องกำหนดกฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไข เพราะฉะนั้นต้องเปิดกว้างให้ทุกแห่ง
มีอิสระที่จะเข้าร่วมกิจกรรม และแม้ว่า จะมีการลงนามความร่วมมือแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะบังคับให้
โรงเรียนใน สังกัด สพฐ. ต้องเข้าร่วมโครงการทุกอย่างขึ้นอยู่ความสมัครใจ

ด้านนายชินวรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ทราบในเบื้องต้นว่า ยังอยู่ขั้นตอนประสานงาน
ระหว่างสมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ และ สพฐ. ทั้งนี้มอบหมายให้นายชินภัทร ไปดูรายละเอียดและรายงาน
ให้ทราบโดยเร็ว ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการลงนามความร่วมมือดังกล่าวไม่เหมาะสมที่หน่วยงานราชการ
ไปลงนามกับองค์กรที่สังคมมีข้อกังขานั้น ยังไม่ขอพูดเรื่องดังกล่าว เพราะยังไม่เห็นรายละเอียด

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273395040&grpid=00&catid=

วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เวลา 08:13:49 น.
มติชนออนไลน์



ปัญญาชน-เอ็นจีโอจี้"มาร์ค"ระงับด่วนลงนาม"ธรรมกาย -สพฐ."
ให้ทุนพันล.อ้างอบรมนร.-ครู10.7ล้านคน


เอ็นจีโอ-ปัญญาชน 43 คนทำหนังสือถึง"อภิสิทธิ์"สั่งด่วนระงับการลงนามข้อตกลงระหว่าง
สพฐ.-วัดธรรมกาย ให้ทุน 1,000 ล้าน ส่งนักเรียน-ครู 10.7 ล้านคนเข้าโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
ระบุพฤติกรรมมีข้อน่าเคลือบแคลงสงสัย


กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน ปัญญาชน 43 คนนำโดยนายนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ทำหนังสือ
ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2553 ถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขอให้ระงับการลงนาม
ข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) และ
สมาคมพุทธศาสตร์สากลในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระมหามังคลาจารย์
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งวัดพระธรรมกาย

ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวอ้างว่าเพื่อยกระดับมาตรฐานศีลธรรมเชิงบูรณาการโดยมีการแผนการให้ทุนการศึกษา
จำนวนเงินกว่าหนึ่งพันล้านบาท โดยมีเป้าหมายที่จะอบรมเยาวชนจำนวนถึง 10 ล้านคน พร้อมกับข้าราชการครู
ผู้บริหารการศึกษา ผู้นำชุมชน และผู้นำท้องถิ่น อีกเป็นจำนวนถึง 700,000 คน และสถานศึกษาอีก 30,000 แห่ง
ทั่วประเทศ ซึ่งดูอย่างผิวเผินดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่มีข้อเคลือบแคลงสำคัญหลายประการ

นอกจากนั้นวัดพระธรรมกายที่ยังมีข้อครหาทั้งในส่วนของการอบรมสั่งสอนตามพระวินัยหรือยึดใน
พระธรรมคำสอนที่เป็นแก่นแท้พระพุทธศาสนาจริงหรือไม่ ประกอบกับมีพฤติการณ์ในเชิงพุทธพาณิชย์ตลอดมา
โดยการชี้ชวนให้ประชาชนทั่วไป พ่อค้าคหบดีและคนยากจนผู้ด้อยโอกาสทุ่มเททรัพย์สินเงินทองเพื่อทำบุญ
สร้างวัตถุขนาดใหญ่ มีการล่อใจด้วยบุญและสวรรค์อันเป็นการบิดเบือนแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง
ในขณะเดียวกันแม้จะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดแต่ก็มีกระแสข่าวหนาหูว่าสถาบันแห่งนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง
ในเชิงลึกกับฝ่ายการเมืองและการชุมนุมที่มีกาใช้ความรุนแรงจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายทำร้ายผู้บริสุทธิ์
ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาด้วย


หนังสือของคัดค้านดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลลงพักข้าราชการระดับสูงที่จะลงนามร่วมกับ
สมาคมพุทธศาสตร์สากลและตรวจสอบควรามโปร่งใสการเงินและพฤติกรรมของวัดพระธรรมกายให้กระจ่าง


สำหรับหนังสือของกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนและปัญญาชนดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

สืบเนื่องจากร่างเอกสารลงนามข้อตกลงยกระดับมาตรฐาน ศีลธรรมเชิงบูรณาการ ตามโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
ระหว่าง สพฐ.และสมาคมพุทธศาสตร์สากล หรือ ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
และแผนการให้ทุนการศึกษา จำนวนเงินกว่าหนึ่งพันล้านบาท โดยมีเป้าหมายที่จะอบรมเยาวชนจำนวนถึง10 ล้านคน
พร้อมกับข้าราชการครู ผู้บริหารการศึกษา ผู้นำชุมชน และผู้นำท้องถิ่น อีกเป็นจำนวนถึง 7 แสนคน และ
สถานศึกษาอีก30,000 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งดูอย่างผิวเผินดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่มีข้อเคลือบแคลงสำคัญ
หลายประการดังนี้

1. ในบันทึกข้อตกลงฯ(MOU) ไม่ระบุเรื่องงบประมาณไว้ให้ชัดเจน แต่มีการจัดทำเอกสารที่แนบเนื่องอยู่กับ
บันทึกข้อตกลงฯ(MOU) เป็นทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนในเรื่องเดียวกัน ซึ่งระบุงบประมาณอย่างคลุมเครือ
กว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมกับหมายเหตุว่า ไม่รวมค่าดำเนินการเป็นการเตรียมการลงนามสัญญาที่ขาด
ธรรมาภิบาลหรือไม่ หรือส่อให้เห็นถึงการหลีกเลี่ยงของผู้มีอำนาจลงนามตามกรอบหน้าที่รับผิดชอบ
และวงเงินตามระเบียบราชการหรือไม่


2.หาก จำนวนเงินทุนการศึกษาดังกล่าว สมาคมพุทธศาสตร์สากล หรือ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ
เป็นผู้ให้การสนับสนุนเสียเอง ก็เป็นที่น่าสังเกตอย่างสำคัญว่า สมาคมพุทธศาสตร์สากล หรือ
ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ นั้นมีเป้าประสงค์ซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ เนื่องจากปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า
สมาคมพุทธศาสตร์สากล หรือ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัดพระธรรมกาย
ที่ยังมีข้อครหาทั้งในส่วนของการอบรมสั่งสอนตามพระวินัยหรือยึดในพระธรรมคำสอนที่เป็นแก่นแท้
พระพุทธศาสนาจริงหรือไม่(ดูหนังสือกรณีธรรมกายที่แนบมา)

ประกอบกับมีพฤติการณ์ในเชิงพุทธพาณิชย์ตลอดมา โดยการชี้ชวนให้ประชาชนทั่วไป พ่อค้าคหบดี
และคนยากจนผู้ด้อยโอกาสทุ่มเททรัพย์สินเงินทองเพื่อทำบุญสร้างวัตถุขนาดใหญ่ มีการล่อใจด้วยบุญ
และสวรรค์อันเป็นการบิดเบือนแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง ในขณะเดียวกันแม้จะยังไม่มี
หลักฐานที่แน่ชัดแต่ก็มีกระแสข่าวหนาหูว่าสถาบันแห่งนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเชิงลึกกับฝ่ายการเมือง
และการชุมนุมที่มีการใช้ความรุนแรงจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายทำร้ายผู้บริสุทธิ์ในช่วงเดือนเมษายน
ที่ผ่านมาด้วย


3. การที่หน่วยราชการทำข้อตกลงสัญญาให้สถาบันที่ยังมีข้อครหาดังกล่าวนี้ให้ดำเนินการอบรมเยาวชน
ผู้ซึ่งจะเป็นอนาคตสำคัญของชาติและผู้นำการศึกษาผู้นำท้องถิ่น รวมจำนวนถึง สิบล้านเจ็ดแสนคน
ในระยะเวลา3 ปี ให้ฝักใฝ่ลัทธิใดลัทธิหนึ่งที่น่าเคลือบแคลงเป็นการเฉพาะนั้น นั่นย่อมจะทำให้สังคมและ
พระพุทธศาสนาเสื่อมทรุดจนกลายเป็นการใช้เครื่องแบบของพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างลัทธิบูชาวัตถุนิยม
ซึ่งแก่นแท้ของพระศาสนาอาจจะปราศนาการจากชาติไทยไปในที่สุด

ดังนั้น ข้าพเจ้าและเพื่อนพุทธศาสนิกชนผู้ลงนามท้ายจดหมายนี้ จึงใคร่ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีปฏิบัติดังนี้

1. สั่งการให้ข้าราชการผู้เกี่ยวข้อง หยุดการลงนามข้อตกลงในครั้งนี้ พร้อมกับสั่งพักข้าราชการที่มีชื่อ
ระบุไว้ทั้งหมดโดยเฉพาะระดับผู้บังคับบัญชาที่สามารถให้คุณให้โทษข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง
และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการนี้ในทันที

2.ดำเนินการใดใดเพื่อมิให้หน่วยราชการ องค์กรของรัฐมีการทำสัญญาหรือข้อตกลงใดใดกับสถาบัน
ที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายอีกต่อไป จนกว่าผลการตรวจสอบข้างล่างนี้จะปรากฏชัดแจ้งต่อสังคม

3.ให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสของการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เคยกระทำผ่านมา โดยเฉพาะ
โครงการอบรมครูและเด็กนักเรียนจำนวน 500,000 คน
ที่เกิดขึ้นมาแล้วในช่วงที่มีการระบาดของ
ไข้หวัด 2009 แต่วัดพระธรรมกายยังดื้อดึงจัดงานและมีผู้บริหารของ สพฐ.ไปสนับสนุน
ดังปรากฎในภาพและชื่อเวบไซด์ที่แนบมา จนทำให้เกิดการติดและแพร่ระบาดหวัด2009 เป็นวงกว้าง

4.ให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสทางการเงินของพระในวัดพระธรรมกาย และสถาบันหรือโครงการต่างๆ
ที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายทั้งหมด โดยเฉพาะการสอบสวนถึงการที่อัยการถอนคดีความของเจ้าอาวาส
วัดพระธรรมกายเพื่อ ตัดตอนการพิจารณาคดีของศาล ว่ามีเงื่อนงำอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่

5.ให้มีการตรวจสอบการอบรมสั่งสอนและพฤติการณ์ของพระสงฆ์และสานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ว่า
มีการรักษาแก่นแท้ของพุทธธรรมอยู่อย่างแท้จริงเพียงไร โดยเฉพาะการสะสางอธิกรณ์ตามพระลิขิต
ของสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงมีพระวินิจฉัย ไว้แล้วในกรณีวัดพระธรรมกาย ที่ถูกเก็บเรื่องเงียบไว้
เป็นเวลานานแล้ว

ข้าพเจ้าและผู้ร่วมลงนามทั้งหมดนี้ ทราบดีว่าท่านนายกรัฐมนตรีกำลังอยู่ในภาวะที่ยากลำบากในการนำพา
ประเทศให้พ้น หายนะภัยจากวิกฤติสังคมที่เลวร้ายอยู่ในขณะนี้ และยังเชื่อมั่นว่า ท่านจะยังคงเป็นผู้นำ
ที่เป็นความหวังของประเทศต่อไป เชื่อว่าท่านจะมีวิสัยทัศน์มีความเด็ดขาดกล้าหาญ ในอันที่จะระงับมิให้
เกิดหายนะภัยทางสังคมที่หนักหน่วงร้ายแรงไปยิ่งกว่านี้ อันจักเกิดขึ้นจากการปล่อยปะละเลยให้โครงการนี้
ดำเนินต่อไปโดยไม่หาทางหยุด ยั้งให้เด็ดขาดลงไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นตราบาปทางประวัติศาสตร์
ของชาติที่ ท่านนายกฯ ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำประเทศในเวลานี้ได้เลย
และที่น่าเสียใจก็คือชื่อเสียงความดีงามของวงศ์ตระกูลที่บรรพบุรุษของท่าน ได้สั่งสมมายาวนาน
ก็จะพลอยมัวหมองตามไปด้วยชั่วกาลนาน

ในทางกลับกันหากท่านสามารถระงับ ยับยั้งและสร้างกลไกที่ดีให้เป็นเกราะ ป้องกันอย่างแข็งแรงมิให้กรณี
เช่นนี้เกิดขึ้นอีกตลอดไปได้ละก็ เกียรติประวัติของท่านจะถูกจารึกไว้ในสังคมและประวัติศาสตร์ตลอด
จนประทับอยู่ในจิตใจพุทธศาสนิกชนผู้ประพฤติชอบตลอดกาลนานทีเดียว


พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการปลดวิกฤตสังคมตลอดถึงอนาคต ขอให้ท่านนายกฯ เร่งดำเนินการให้มีการนำแก่นแท้
ของพระพุทธศาสนาซึ่งมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบจำนวนไม่น้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินนี้ออก
สั่งสอนประชาชนและ เยาวชน โดยรัฐบาลสร้างโอกาส สร้างสื่อสารสาธารณะอย่างทุ่มเทให้มีการสั่งสอน
อบรมศาสนาและศีลธรรมที่ถูกต้อง โดยผู้ปฏิบัติดีเหล่านี้ เพื่อยกระดับสังคมให้ออกจากการตกเป็นทาสวัตถุนิยม
ใช้โอกาสนี้สถาปนาพื้นฐานใหม่ทางสังคมขึ้นมาในยุคของท่าน โดยการนำวิถีพุทธอย่างแท้จริงกลับมาเป็น
หลักสำคัญในการนำพาสังคม เฉกเช่นเดียวกับยุคของพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ทรงพลิกฟื้นความสุขสงบ
ในสังคมภายหลังการฆ่าฟันที่โหดร้าย ด้วยการสถาปนาพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองตลอดยุคของท่าน
จนนามท่านจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์มานานนับพันปีตราบจนทุกวันนี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ขอแสดงความนับถือ

นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
เวบไซต์อ้างอิง

http://www.kmutt.ac.th/buddhism/news.php

http://bdc.ibscenter.net/bdc/

http://cu-bs.spaces.live.com/

http://www.job.rmutt.ac.th/images/stories/phutasart.jpg


สิ่งที่แนบมาด้วย

1. (ร่าง)ข้อตกลงความร่วมมือฯ .....เดือน พฤษภาคม ๒๕๕๓

2.แผนการใช้ทุนการศึกษา จำนวนเงินประมาณ ๑,๓๓๒ ล้านบาท


3.จดหมายขอเข้าพบเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๗ เมษายน ๒๕๕๓


4. หนังสือ กรณีธรรมกาย เขียนโดย พระพรหมคุณภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)จำนวน ๑ เล่ม


5. ภาพผลการอบรมเยาวชน ๕๐๐,๐๐๐ คน ในบริวเณวัดพระธรรมกาย

ผู้ร่วมลงนาม

1. สมชาย หอมละออ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา(มสพ.)
2.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
3.บุญสิน หยกทิพย์ ชมรมธรรมาธิปไตยแห่งชาติ
4.นิษฐ์วดี เสรีนิธิธรณ์
5.พรทิพา สุพัฒนุกูล
6. เฉาก๊วย ดอกกระโดน
7.เพ็ญจิต ปัญญาวรรณศิริ
8.ทูนเกล้า เลิศบรรณพงษ์
9.บรรณา เลิศบรรณพงษ์
10. รัชฎา คชานุบาล

11.เพ็ชรชรา ธงทอง
12.ดร.กมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ
13.กลุ่มกัลยาณมิตรเพื่อเครือข่ายวิถีพุทธ
14.เครือข่ายพุทธิกา
15.มูลนิธิโกมลคีมทอง
16. มูลนิธิสุขภาพไทย
17.มูลนิธิสายใยแผ่นดิน
18. กลุ่มเสขิยธรรม
19. เสมสิกขาลัย

20.สถาบันอ้อผะหญา

21.สารี อ๋องสมหวัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
22.นิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการ มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
23.อรศรี งามวิทยาพงศ์
24.กรรณิการ ควรจขร มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
25. นันทินี มาลานนท์ ศูนย์อาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
26.ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์
27.โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ
28. รศ. วรรณา ประยุกต์วงศ์ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
29. นส.สุวัฒนา ชุมพลกูลวงศ์
30.นส.นภา ธรรมทรงศนะ

31.นางจารุปภา วะสี

32.นส.วัชรินทร์ สังขาระ
33.นายคะทาวุธ แวงชัยภูมิ
34.นส.พรรัตน์ วชิราชัย
35.นส.พรเพ็ญ วงศ์กิจมโนชัย
36.นางวริศรา กริชไกรวรรณ
37. นายขวัญชาย ดำรงขวัญ
38.นายพุฒิชาติ คิดหาทอง
39.นายสิทธิชัย แก้วพวง
40.นายประดิษฐ์ ลีลานิมิต

41.นส.ชุติมา เรืองแก้วมณี
42.นายชนินทร์ เจียรทัศนประกิต

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  manhag on Fri May 14, 2010 5:13 pm

[img][/img]ใช่ครับ ความลับที่เสือกรั่ว อีกอย่างหนึ่งก็คือ วัดพระธรรมกาย โดยมูลนิธิธรรมกาย ได้เป็นผู้ก่อตั้ง โครงการตอบปัญหา ธรรมะ " ทางก้าวหน้า " ขึ้น ซึ่ง จัดขึ้นมาเป็นเวลา กว่า 30 ปัแล้ว และมีโล่ห์รางวัลสูงสุด นอกจากที่ได้จากองค์การต่างๆ ของโลก เช่น ยูเอ็น แล้ว ยังมีโล่ห์รางวัลสูงสุดอีก 2 โล่ห์ครับ

รางวัลโล่ห์พระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินีนาถ

manhag

จำนวนข้อความ : 3
Registration date : 14/05/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 14, 2010 5:19 pm

hacksecret พิมพ์ว่า: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

http://socialistworld.net/eng/2009/02/2701.html

27 February 2009

History

Iran 1979: A revolution that was taken from the working class

Why did counter-revolution triumph instead?
Chris Moore from The Socialist, weekly paper of
the Socialist Party (CWI England and Wales)


Iranian
president Mahmoud Ahmadinejad, recently addressed thousands of
supporters at Tehran’s Azadi (Freedom) Monument, to celebrate the 30th
anniversary of the Iranian Revolution - a revolution carried out by
the working class that toppled a brutal Western puppet, the Shah.

But why did the revolution eventually result in the imposition of a theocratic dictatorship?
Can the Iranian working class resume its revolutionary ambitions, this time against
the repressive Islamic regime?


In February 1979, the hated monarchical dictatorship of Mohammed Reza Shah
was finally swept away by a general strike, with oil workers in Khuzestan in south west Iran
at its heart. Millions of protesters poured onto the streets of Tehran and other Iranian cities.

This mass movement ended the so-called ‘Peacock Throne
and Pahlavi dynasty.
It was described by eyewitness Edward Mortimer in
the Spectator as “a genuine popular revolution in the fullest sense
of the word: the most genuine, probably since 1917.”

But unlike the Russian Revolution, the Iranian working class lacked
a Bolshevik-type party and leadership that could act independently decisively
for the working class, and a socialist programme which could show a way forward.
Without such a leadership, a religious movement came to the fore to
direct political opposition to the Shah and take power.


Background to revolution

The history of the Iranian working class is full of heroic struggles.
Under the impact of the 1917 Russian revolution, the Gilan Soviet Republic
was set up in northern Iran. But this was butchered by Reza Khan, the Shah’s father,
who came to power through a military coup in 1921. Khan was always
a pawn of British imperialism
, which replaced him in 1941 with his more
malleable son.
The Iranian working class has suffered from tragically
inadequate leadership. The main workers’ party prior to the revolution,
the Tudeh (Communist Party), was formed in 1941. Leading massive strikes,
it built tremendous support during the Soviet Union’s occupation of Azerbaijan
in northern Iran, while Britain occupied the south. In 1946, Khuzestan oil workers
led what was called the largest industrial strike in Middle Eastern history and
the Central Council of Iranian Trade Unions became the largest union federation.

By 1951 a popular movement, led by the radical nationalist
prime minister Muhammad Mossadeq
and his National Front, ejected Britain
from the oilfields and nationalised them.
The ‘mighty’ Shah fled into exile in 1953.
But as Iran was an oil-rich and strategically important country,
both US and British imperialism instigated a coup to return the Shah.
The leadership of the 100,000 strong Tudeh effectively did nothing and
fled to its Stalinist masters in Moscow.


Terror and industrialisation

To secure his rule the Shah began crushing all organised political opposition
and trade unions were banned. During the Cold War, the US wanted to build
Iran as a fortress for the West, massively supporting its rearmament.
Backed by the CIA
, the horrendous Savak secret police organisation, formed in 1956,
became increasingly indiscriminate. After the Shah’s fall, one grisly cell was discovered
with bed frames adapted into human cookers and with a bacon slicer type contraption
for hands and arms.
Terror alone was not enough to preserve the regime,
there was another rebellion in 1963. Thousands were slaughtered and Ayatollah Khomeini
was exiled, not to return until 1 February 1979 when a crowd of five million greeted him.


In 1963 the Shah launched his ‘White Revolution’ of massive industrialisation,
including a transformation of the countryside. Using oil revenues to buy out and enrich
the mainly absentee landlords his aim was for them to invest in industry, so transforming
them into a capitalist class. Imposing capitalist farming techniques, over 1.2 million peasants
were driven from the land, flooding into the urban areas to live in appalling living and
work conditions.
The Shah’s economic policy was borrowed from the National Front
and explains why their support ebbed way. The Tudeh party suffered repression but it was
politically incapable of laying the basis of a workers’ movement to overthrow capitalism,
hankering only for a new Mossadeq.
Growing oil revenues fattened
the opulent Peacock throne. During the 1973 Israel/Egypt war,
imperialism’s puppet cut some of its strings, becoming one of
the most militant members of OPEC (Organisation of Oil Exporting Countries).

Oil embargoes quadrupled the price of oil. In 1976 Iran produced 295 million tonnes of oil,
10% of world production.
Breakneck industrialisation was creating
a working class that was beginning to feel its strength and demand its share of the new wealth.
Anger was fermenting and a reckoning was on the horizon.


Revolutionary explosions

US imperialism appeared blind to the growing prospect of unrest.
President Jimmy Carter in December 1977 toasted the Shah,
calling his ‘great leadership’ “an island of stability in one of
the more troubled areas of the world”.
The CIA reported in late 1978
that the Shah would continue to hold power for at least the next ten years.

But the economy was moving into crisis.


The price of oil dropped after 1976 and inflation was rampant. Austere economic measures
created increased unemployment and suffering for workers.

Despite the bloody repression, protests exploded in the workplaces, mosques,
universities, among the poor masses and in the myriad of stalls and traders in the bazaars.

In 1977, 50,000 urban poor people blocked bulldozers sent to clear slums in Tehran.
The shooting of theology student protesters in the holy city of Qom in January 1978
sparked a general strike.
After mid summer the situation escalated dramatically
as textile, machine tool, sanitation, car assembly, paper mill and other workers took action.
Major strikes took place in Tehran, in the province of Fars and in Khuzestan, and especially
the city of Ahwaz.
Increasingly demands went beyond pay
and redundancies, calling for democratic rights, ‘Death to the Shah’,
‘Vengeance against… his American imperialist friends’.
Others wanted
a ‘socialist republic based on Islam’.

October saw the steel workers from Esfahan in central Iran call for the expulsion of
all Savak and military personnel from the plant.
Striking Khuzestan oil workers
were only producing fuel for necessary uses.
A desperate Shah sent in the troops and 3,000 protesters
were massacred in Jaleh Square, Tehran.


Workers responded by widening the general strike. Rail workers stopped
the army elite and others from travelling.
Custom workers only allowed essential
products like medicines and baby food into the country.

The masses were rallying behind the oil workers’
call for regime change and for the Shah to go.

With the army increasingly fraternising with the crowds,

the monarchy was doomed and it fell on 11 February 1979.


Workers’ leaders

So how did a movement led by right-wing political Islam prise power away
from the Iranian working class? Comprising three to four million among
a 35 million population, the working class was numerically bigger than
it was in Russia in October 1917.
Crucially, the Tudeh had not grasped the lessons of
Trotsky’s theory of the ‘Permanent Revolution’, that was confirmed by events
during the Russian revolution, relating to semi-industrial countries like Russia and Iran.

Trotsky explained that a weak national capitalist class, reliant on landlordism
and imperialism, was incapable of carrying through the historical tasks of its own
capitalist revolution, ie introducing democratic rights, a representative parliament,
land reform, etc. This task would fall to the working class, bringing the peasantry
with them. But once achieved, workers would not want to hand over power to the capitalists
but would want to struggle to bring about a workers’ government and socialist society.

Instead of leading the Iranian working class in a struggle for power,
the Tudeh were in the straightjacket of the Stalinist ‘two-stage’ theory. It argued that
the struggle for socialism was postponed to a future date after the establishment and
development of a capitalist state. Subsequently the Tudeh only called
for a ‘Democratic Islamic Republic’
and rallied behind the capitalist Islamic clerics.
Their leader was even nicknamed “Ayatollah”.
Other significant left
radical groups also failed to organise within the ranks of the working class.
The Fedayeen came from youth supporters of the Tudeh, who took up armed struggle
with guerrilla tactics after the failure of the 1953 coup.
Suffering military defeat
in the mid 1970s they re-emerged on 10 February 1979 to defeat the Shah’s Immortal Guard
and drive the final nail in his regime. The Islamist Mojahedin-e Khalq guerrillas called for
an Islamic society without the clergy. Neither group could show a way forward by coordinating
the movement nationally and disarming the Islamist clerics politically and militarily.


Religious movement


The failure of the Stalinist bureaucracy along with left Arab movements
aided the growth of political Islam. They aped those capitalist nationalists who portrayed
themselves as playing a progressive role by advocating ‘Arab socialism’, while not
fundamentally challenging the capitalist system.

So when the Shah’s ‘White Revolution’ started to dispossess one of
the biggest landowners, the Islamic church, of its land, it was forced into opposition to
the regime and a process began which enabled the clergy to eventually take power.

With all political organisations banned under the Shah,
opposition tended to gather in the mosques. The clergy had a well
organised network, with 10,000 mosques, 180,000 members, 90,000 mullahs
and 50 ayatollahs. Khomeini’s letters and tapes were smuggled in,
copied and distributed.
With half the population living in rural areas
and two-thirds illiterate, the poor and dispossessed were stirred by
the radical sermons.


They interpreted the call for the overthrow of the Shah as a struggle against
totalitarianism and the demand for an ‘Islamic Republic’ as for a ‘republic of the poor’.
Even an oil worker commented to a US correspondent: “Khomeini… will take power
from the rich and give it to us”. An image was portrayed of an Islamic state where
freedom and democracy would replace corrupt western and non-Islamic influences.

Added to this, the bazaars tended to flourish around the mosques,
paying a zakat (tax) to them. When the Shah attacked the bazaars, blaming them
for rampant inflation, Khomeini exploited the situation and drew in their support.

Social centres also gathered around the mosques and they played a crucial role
in offering support and food to the dispossessed peasants streaming into the cities.
This pushed some clergy in a left direction, with one cleric calling for public ownership
of industry and a classless society.


เสียงปืนแตก!

มิเสียแรงที่แปลหนังสือเรื่องปฏิวัติฝรั่งเศส "รัญ เมืองลุง" จึงเปรียบเทียบ
"วีดิโอลิงค์ทักษิณ" เทียบเท่า "เทปเสียงโคไมนี" ประมุขทางศาสนาของชาวอิหร่าน

ถ้าจำกันได้ ปี 2522 เกิดการปฏิวัติอิสลามที่อิหร่าน โดย อยาโตลาห์ โคไมนี
ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส
ซึ่งได้อัดคำปราศรัยของเขาลงเทป ทยอยส่งเข้าอิหร่าน
เผยแพร่ต่อประชาชนนับแสนนับล้านตลับ
แทบไม่น่าเชื่อ เทปคำปราศรัยของ
โคไมนี ปลุกระดมประชาชนให้ลุกขึ้นโค่นล้มระบอบชาร์ปาละวี

ในที่สุด ระบอบศักดินาอิหร่านก็ล้มลง และมีการสถาปนาสาธารณรัฐอิสลาม
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา


"รัญ เมืองลุง" จึงสรุปว่า ทักษิณกำลังทำคล้ายโคไมนี ในแง่ยุทธวิธีการต่อสู้
การโฟนอินและวีดิโอลิงค์ของทักษิณ สร้างความหวาดกลัวแก่พวกอมาตยาธิปไตยและ
รัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างมาก
"รัญ เมืองลุง" จึงมั่นอกมั่นใจในชัยชนะของมวลชน "กองทัพแดง"
"โลกทั้งโลกอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย อมาตยาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ถูกล้มเลิกไปนานแล้ว
อมาตยาธิปไตยไทยกำลังเสื่อมลงทุกวันๆ"
นั่นเป็นทัศนะอันแหลมคมของนักทฤษฎีเสื้อแดง
ที่เชื่อมาโดยตลอดชีวิตว่า "อมาตยาธิปไตยกำลังเสื่อมลงทุกวัน"
ฉะนั้น บทจบของมหากาพย์
เสื้อแดงหนนี้ จะลงเอยด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆ หรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจอยู่ในมือ ณ ปัจจุบัน
จะเลือกทางไหน?
ยุบสภา หรือดันทุรังรักษาอำนาจ ทางเลือกมีไม่มากครับ!

and "Son of Sam" type. It is worth noting that the late Khomeini was a creation
of British Military Intelligence Div. 6, MI6.
This detailed work spelled out
the step-by-step process which the US Government implemented to put
Khomeini in power.
15. To export "religious liberation" ideas around the world
so as to undermine all existing religions, but more especially
the Christian religion.
This began with the "Jesuit Liberation Theology",

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับ...ที่เสือกรั่ว

ตั้งหัวข้อ  manhag on Fri May 14, 2010 5:25 pm

ผมไม่รู้ว่า ผู้โพสต์ ต้องการสร้างกระแสอะไร แต่การจะกล่าวหาอะไร ควรมีหลักฐาน
ไม่ใช่นั่งเทียน ..เขียน หยิบเรื่องนั้นมาโยงเรื่องนี้ ครับ เพราะการบวช/บรรพชา พระเป็นหมื่นเป็นแสนมีมาไม่น้อยกว่า 10 ปี แล้ว

ในปี พ.ศ. 2540 ช่วงเดือนเมษาฯ บรรพชา สามเณรแก้ว 10,000 รูป และเพิ่มเป็น 20,000 30,000 .... กระทั่งถึง 100,000 รูป ในปี 2549 และจนถึงปัจจุบัน

นิมนต์พระ 20,000 รูป มารับกฐิณ ตั้งแต่ปี 2544 จน 100,000 รุป ถึงปัจจุบัน

บวชอุบาสก และอุบาสิกาแก้ว 10,000 คน กระทั่งล่าสุด ปัจจุบัน 100,000 คน

กิจกรรมมีมาต่อเนื่อง กว่า 10 ปี แล้วครับ ไม่ได้เพิ่งจะมาทำเอาตอนนี้นะครับ

ผ่านช่วงยุคของ หลายๆ พรรคที่เป็นรัฐบาล ...

manhag

จำนวนข้อความ : 3
Registration date : 14/05/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 3 Previous  1, 2, 3  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ